Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘ครูวงเดือน’น้อมรำลึก 22 ปีรับเหรียญทองคำรางวัลผ้าไหมจากพระหัตถ์สมเด็จพระพันปีหลวง

Posted on August 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/672712

'ครูวงเดือน'น้อมรำลึก 22 ปีรับเหรียญทองคำรางวัลผ้าไหมจากพระหัตถ์สมเด็จพระพันปีหลวง

‘ครูวงเดือน’น้อมรำลึก 22 ปีรับเหรียญทองคำรางวัลผ้าไหมจากพระหัตถ์สมเด็จพระพันปีหลวง

วันพฤหัสบดี ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 12.42 น.

ครูวงเดือน 1 ใน 4 ทหารเสือศิลปาชีพ น้อมรำลึก 22 ปี รับเหรียญทองคำรางวัลผ้าไหมจากพระหัตถ์ “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” สุดปลาบปลื้มทรงตรัส “สวยงามมาก” ทอผ้าไหมยาว 90 เมตรถวายเนื่องในวันแม่แห่งชาติ

วันที่ 11 ส.ค.65 นางวงเดือน อุดมเดชาเวทย์ หรือครูวงเดือน อายุ 84 ปี ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ทหารเสือศิลปาชีพ อดีตข้าราชการสาธารณสุข อ.นาหว้า จ.นครพนม ในฐานะประธานกลุ่มศูนย์หัตถกรรมพื้นบ้านวัดธาตุประสิทธิ์ อ.นาหว้า มูลนิธิศิลปาชีพพิเศษ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งเป็นกลุ่มทอผ้าไหมแห่งแรกของ จ.นครพนม เปิดเผยว่า นับเป็นความภาคภูมิใจ และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา วันแม่แห่งชาติ 12 สิงหามหาราชินี 

ตนในฐานะพสกนิกรชาวไทยที่ได้สนองพระราชปณิธาน สืบสานอาชีพภูมิปัญญาชาวบ้านทอผ้าไหมพื้นเมืองมานานกว่า 50 ปี หลังจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จเยี่ยมพสกนิกรในพื้นที่ภาคอีสาน รวมถึง อ.นาหว้า จ.นครพนม และได้ทรงทุ่มเทพระวรกาย เพราะเห็นความสำคัญของการส่งเสริมอาชีพทอผ้าไหม พร้อมได้พระราชทานก่อตั้งกลุ่มศูนย์หัตถกรรมพื้นบ้านวัดธาตุประสิทธิ์ อ.นาหว้า ซึ่งเป็นกลุ่มทอผ้าไหมแห่งแรก จ.นครพนม ในมูลนิธิศิลปาชีพพิเศษ ขึ้นเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2515 จนกระทั่งมีการพัฒนาต่อยอดมาถึงปัจจุบัน สร้างรายได้ สร้างอาชีพ เปลี่ยนชีวิต ชาวบ้านที่ยากจน ให้มีอยู่มีกิน มีรายได้ยั่งยืน จากอดีตถึงปัจจุบัน ด้วยการทอผ้าไหมส่งขายให้กับศูนย์ศิลปาชีพ

ทั้งนี้ เนื่องในโอกาสมหามงคล วันเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 90 พรรษา ตนน้อมรำลึกเล่าถึงความปลาบปลื้มปิติ ครั้งหนึ่งในชีวิตได้นำความรู้ความสามารถที่สืบทอดมาจากพ่อแม่ ถวายผ้าไหมทอมือ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อประมาณปี 2542 โดยได้เข้าเฝ้าใกล้ชิดเมื่อครั้งเสด็จเยี่ยมพสกนิกรในพื้นที่ อ.นาหว้า จ.นครพนม และทรงตรัสว่า “สวยงามมาก” ยังอยู่ในความทรงจำมาถึงทุกวันนี้

ครูวงเดือนกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังได้มีโอกาสทอผ้าไหมพื้นเมือง ร่วมประกวดผ้าไหมไทย จนได้รับรางวัลพระราชทาน เมื่อปี 2543 เป็นรางวัลชนะเลิศ และรางวัลรองชนะเลิศ ผ้าไหมสวยงาม พร้อมได้รับเหรียญทองคำพระราชทาน เป็นรูปคู่ในหลวงรัชกาลที่ 9 กับสมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เป็นเหรียญทองคำ น้ำหนัก 1 บาท รวมถึงสร้อยทองคำรูปพรรณ น้ำหนัก 4 บาท เงินสดอีก 50,000 บาท นับเป็นความประทับใจ เป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น นอกจากนี้ ยังได้ส่งผ้าไหมเข้าร่วมประกวด ได้รับรางวัลพระราชทานมาถึง 9 เหรียญ

มาถึงวันนี้เนื่องในวโรกาสมหามงคล อยากเชิญชวนพสกนิกรชาวไทย น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยตลอดมา โดยเฉพาะได้พระราชทานก่อตั้งศูนย์ศิลปาชีพทั่วประเทศ จึงทำให้พสกนิกรในถิ่นทุรกันดาร พลิกชีวิตจากความยากจนสู่ความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งกลุ่มศูนย์หัตถกรรมพื้นบ้าน อ.นาหว้า เป็นกลุ่มทอผ้าไหมแห่งแรกของ จ.นครพนม ในมูลนิธิศิลปาชีพ ที่มีการพัฒนาต่อยอดมาถึงปัจจุบัน จึงขอเป็นตัวแทนพสกนิกร ร่วมน้อมใจถวายพระพรชัยมงคลให้พระองค์มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน มีสุขภาพพระพลานามัยแข็งแรง

สำคัญที่สุดในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 90 พรรษา เหล่าสมาชิก กลุ่มศูนย์หัตถกรรมพื้นบ้าน อ.นาหว้า ซึ่งเป็นกลุ่มทอผ้าไหมแห่งแรกในมูลนิธิศิลปาชีพ น้อมใจทอผ้าไหมถือว่ายาวที่สุดในโลก เป็นความยาว 90 เมตร เป็นลายสีฟ้ามงคล เพื่อนำไปถวายน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในเดือนมหามงคลสิงหาคม 2565 นี้ โดยได้มีการทอถวายต่อเนื่องมากว่า 10 ปี ตามวโรกาสมหามงคลต่างๆ ถือเป็นความภาคภูมิใจสูงสุดของพสกนิกรชาว อ.นาหว้า จ.นครพนม  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ผู้ว่าฯลพบุรีรับคณะทูตเปิดเส้นทางท่องเที่ยวเขื่อนป่าสัก

Posted on August 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/672707

ผู้ว่าฯลพบุรีรับคณะทูตเปิดเส้นทางท่องเที่ยวเขื่อนป่าสัก

ผู้ว่าฯลพบุรีรับคณะทูตเปิดเส้นทางท่องเที่ยวเขื่อนป่าสัก

วันพฤหัสบดี ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 12.28 น.

คณะทูตและกงสุลต่างประเทศประจำประเทศไทยพร้อมคู่สมรส ทัศนศึกษาโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและเรียนรู้เกี่ยวกับศักยภาพและความสำเร็จของประเทศไทยด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งสอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ ณ จังหวัดลพบุรี และเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัด 

นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี นางวัชราภรณ์ รุ่งสาคร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลพบุรี พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ คณะทูตและกงสุลต่างประเทศประจำประเทศไทยพร้อมคู่สมรส จำนวน 54 คน จาก 37 ประเทศ เดินทางด้วยรถไฟ มาทัศนศึกษาโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ตำบลหนองบัว อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี ซึ่งทางจังหวัดได้จัดกิจกรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ไทยเบิ่ง ที่มีวิถีชีวิตคู่กับลำน้ำป่าสัก มาแสดงต้อนรับคณะทูตและกงสุลต่างประเทศประจำประเทศไทยพร้อมคู่สมรสสร้างความประทับใจให้กับคณะเป็นอย่างมาก สำหรับเขื่อนป่าสักเป็นโครงการตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับศักยภาพและความสำเร็จของประเทศไทย ด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งสอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี  

สำหรับคณะทูตและกงสุลต่างประเทศประจำประเทศไทยพร้อมคู่สมรส รับฟังการบรรยายสรุปและชมวีดีทัศน์ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและโครงการพัฒนาลุ่มน้ำป่าสักอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยนางกมลินี สุขศรีวงศ์ ผู้อำนวยการกองศึกษาและขยายผลการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) และผู้แทนกรมชลประทาน  เป็นผู้บรรยายสรุป และนายธนงศักดิ์ วงษ์ลา พลังงานจังหวัดลพบุรี เป็นผู้บรรยายสรุปเรื่อง ศักยภาพด้านพลังงานทดแทนของจังหวัดลพบุรี 

ต่อจากนั้น คณะทูตและกงสุลต่างประเทศประจำประเทศไทยพร้อมคู่สมรสเดินทางไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ลุ่มน้ำป่าสัก และเยี่ยมชมโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาป่าสักชลสิทธิ์ บริเวณแนวสันเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์โดยรถราง ซึ่งการเดินทางมาทัศนศึกษาในครั้งนี้เพื่อศึกษาดูงานแล้ว ทางจังหวัดลพบุรียังเตรียมเปิดโชว์ให้พื้นที่ของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดลพบุรี ด้วยการเชิญนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาเที่ยวให้มากขึ้นผ่านการเดินทางมาของคณะทูตและกงสุลต่างประเทศประจำประเทศไทยพร้อมคู่สมรสที่เดินทางมทาในครั้งนี้ โดยเฉพาะพิพิธภัณฑ์ลุ่มน้ำป่าสัก 

โดยโครงการพัฒนาลุ่มน้ำป่าสักอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงให้กรมชลประทานศึกษาความเหมาะสมของโครงการเขื่อนกักเก็บแม่น้ำป่าสักอย่างจริงจัง เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ เพื่อประโยชน์ต่อพื้นที่เพาะปลูกและบรรเทาปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นเป็นประจำในเขตลุ่มน้ำป่าสัก เป็นผลเนื่องมายังเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ที่นำความเดือดร้อนมาให้ราษฎรเกือบทุกปี เริ่มก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ.2537 ถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2542 รวมระยะเวลา 5 ปี และวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ.2541 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานทรงประกอบพิธีเริ่มการเก็บกักน้ำเป็นปฐมฤกษ์ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

งูเขียวอุดรโหด! รัดตุ๊กแกแน่นหวังกินตับ แต่คอหวยชอบรีบส่องเลขที่บ้านงวดนี้มาแน่

Posted on August 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/672700

งูเขียวอุดรโหด! รัดตุ๊กแกแน่นหวังกินตับ แต่คอหวยชอบรีบส่องเลขที่บ้านงวดนี้มาแน่

งูเขียวอุดรโหด! รัดตุ๊กแกแน่นหวังกินตับ แต่คอหวยชอบรีบส่องเลขที่บ้านงวดนี้มาแน่

วันพฤหัสบดี ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 11.37 น.

ที่บ้านเลขที่ 268 ต.ศรีสุทโธ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 10 ส.ค.65 ที่ผ่านมาเจ้าของบ้านได้ถ่ายคลิปเหตุการณ์ขณะที่งูเขียวพระอินทร์ตัวใหญ่และยาวกำลังรัดตุ๊กแกไว้แน่นชนิดที่ว่าต้องฆ่ากันให้ตายไปข้างหนึ่ง แม้เจ้าของบ้านจะเดินเข้ามาใกล้ แต่งูเขียวก็ไม่กลัวและยังคงใช้ลำตัวที่ยาวรัดตุ๊กแกไว้แน่นไม่ยอมปล่อยวาง จนเห็นแต่หางตุ๊กแกกระดิกไปมาเท่านั้น งานนี้ตุ๊กแกคงเสร็จงูเขียวเป็นแน่ ดูท่าแล้วคงจะไม่รอด

แต่สุดท้ายเจ้าของก็ใช้ไม้เขี่ยให้งูเขียวและตุ๊กแกแยกจากกัน โดยงูเขียวเลื้อยหนีออกจากบ้านไป ส่วนตุ๊กแกที่กำลังหายใจรวยรินพอฟื้นมาได้ก็ออกไต่ขึ้นเพดานเหมือนเดิม รอดตายมาได้จากงูเขียวรัดหวังกินตับได้อย่างหวุดหวิด

เจ้าของบ้านบอกว่าเป็นวัฏจักรของสิ่งมีชีวิตในโลก ไม่อยากฆ่างู เพราะงูเขียวมันรัดตุ๊กแกเพื่อกินตับ สัตว์ 2 ชนิดนี้ไม่ถูกกันอยู่แล้วถือเป็นธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต แต่ตนก็ยังงงอยู่ว่า ทำไมงูเขียวและตุ๊กแกถึงไม่ถูกกัน และสงสัยว่าทำไมงูเขียวมันถึงจะต้องกินตับตุ๊กแกและรัดจนแน่น ขณะที่คอหวยไม่พลาดส่องเลขเด็ดเลขที่บ้านที่งูเขียวรัดกินตับตุ๊กแก คือ 268

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อาลัย! ‘น้องอาย’ นักศึกษาแพทย์ ถูกรถบัสเฉี่ยวชนเสียชีวิต

Posted on August 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/672697

อาลัย! 'น้องอาย' นักศึกษาแพทย์ ถูกรถบัสเฉี่ยวชนเสียชีวิต

อาลัย! ‘น้องอาย’ นักศึกษาแพทย์ ถูกรถบัสเฉี่ยวชนเสียชีวิต

วันพฤหัสบดี ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 11.20 น.

11 ส.ค.65 เพจเฟซบุ๊ก สโมสรนักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โพสต์อาลัย นศ.พ อรุณนภา วัฒนพานิช หรือ น้องอาย นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เนื่องจากประสบอุบัติเหตุรถทัวร์เฉี่ยวชน บริเวณสามแยกหน้าคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัย ถูกรถทัวร์เฉี่ยวชน และเหยียบซ้ำเสียชีวิต

โดยข้อความระบุว่า “สโมสรนักศึกษาคณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น ขอแสดงความเสียใจและร่วมไว้อาลัยแด่การจากไปของนศ.พ อรุณนภา วัฒนพานิช นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น” 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จนท.รุดช่วย นทท.ต่างชาติ หลงป่า 2 ราย บนเกาะพะงัน-เกาะเต่า

Posted on August 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/672685

จนท.รุดช่วย นทท.ต่างชาติ หลงป่า 2 ราย บนเกาะพะงัน-เกาะเต่า

จนท.รุดช่วย นทท.ต่างชาติ หลงป่า 2 ราย บนเกาะพะงัน-เกาะเต่า

วันพฤหัสบดี ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 10.11 น.

11 ส.ค.65 ตำรวจท่องเที่ยวประจำเกาะพะงัน ได้รับแจ้งทางสายด่วน 1155 ตำรวจท่องเที่ยวว่า เมื่อค่ำวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา เกิดเหตุนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2 คนหลงป่าบริเวณพื้นที่บนภูเขาท้องนายปาน หมู่ 5 ตำบลกาะพะงัน อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี หลังจากได้รับแจ้งจึงรายงานไปยังพล.ต.ต.กฤษณ์ วาฤทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3 และ พ.ต.ท.พุฒิพงศ์ วงศ์วัฒนเดช สารวัตรตำรวจท่องเที่ยว 5 กองกำกับการ 2 ตำรวจท่องเที่ยว 3 จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่สายตรวจตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงัน ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะพะงัน , เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติธารเสด็จ,ฝ่ายปกครองอำเภอเกาะพะงัน,เจ้าหน้าที่กู้ภัยเกาะพะงัน ออกค้นหา

การออกค้นหาสองนักท่องเที่ยวต่างชาติครั้งนี้ชุดค้นหาได้ติดต่อสื่อสารผ่านแอพพลิเคชั่นวอชแอป (Whatsapp) เพื่อขอทราบตำแหน่งพิกัดที่นักท่องเที่ยวทั้งสองอยู่ การออกค้นหาเป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากเป็นเวลากลางคืนและเป็นพื้นที่ป่าเขา โดยเจ้าหน้าที่ชุดค้นหาต้องเดินเท้ากว่า 5 กิโลเมตร กระทั่งเวลา 22.20 น. ทีมค้นหาได้พบสองนักท่องเที่ยวต่างชาติชื่อนาย เจมส์ ลาเบจ์ นูเนซ ( Mr.Jaime labaig Nunez ) อายุ 25 ปีสัญชาติสเปน และนางสาวดาเรีย แพนโคว่า ( Ms.Darya Pankova ) อายุ 22 ปี สัญชาติเบลารุส หลงอยู่บนภูเขาเบื้องต้นไม่พบได้รับบาดเจ็บใดๆ และได้นำเดินทางออกจากป่ามาพักและตรวจสภาพร่างกาย โดยนักท่องเที่ยวทั้งสองมีสภาพอิดโรยเนื่องจากขาดน้ำ เจ้าหน้าที่จึงได้นำอาหารพร้อมน้ำดื่มให้ พร้อมนำนักท่องเที่ยวทั้งสองคนส่งไปยังโรงแรม ไฮไลฟ์ บังกะโล หมู่ 8 ตำบลเกาะพะงัน เพื่อพักผ่อนได้อย่างปลอดภัย ซึ่งนักท่องเที่ยวทั้งสองต่างดีใจและขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ได้ช่วยเหลือ

ข่าวแจ้งว่าคืนวันเดียวกันเวลา 20.30 น.ตำรวจท่องเที่ยวยังได้รับแจ้งมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติหลงป่า บริเวณเกรปวิวพ้อย (Grape View Point) อยู่ทางทิศเหนือเกาะเต่า ห่างจาก สภ.เกาะเต่า ประมาณ 7 กิโลเมตร จึงร่วมกับตำรวจ สภ.เกาะเต่า, กู้ภัยเกาะเต่าและ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ออกค้นหาพบนักท่องเที่ยววัยรุ่นชายชาวยุโรป 1 ราย อยู่ในป่าบนเนินเขาบริเวณจุดชมวิว จึงพาเดินออกจากป่ามาขึ้นรถยนต์ลงมาส่งกลับที่พักด้วยความปลอดภัย สอบถามทราบว่านักท่องเที่ยวชอบวิวธรรมชาติ และบริเวณดังกล่าวช่วงพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าจะมีความสวยงาม โดยนักท่องเที่ยวได้นั่งชมความงามของธรรมชาติเพลินจนมืดค่ำทำให้หาทางกลับลงไม่ถูกจึงได้โทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ดังกล่าว. -008 

ขอบคุณภาพ : กู้ภัยเกาะพะงัน-เกาะเต่า

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวบ้านโวย! ได้รับผลกระทบเดือดร้อน ‘น้ำประปา’ ดำปี๋

Posted on August 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/672681

ชาวบ้านโวย! ได้รับผลกระทบเดือดร้อน 'น้ำประปา' ดำปี๋

ชาวบ้านโวย! ได้รับผลกระทบเดือดร้อน ‘น้ำประปา’ ดำปี๋

วันพฤหัสบดี ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 09.33 น.

11 ส.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจาก ชาวบ้าน ภายใน ชุมชนคงคา ชุมชนกองร้อยตชด.445 ต.เบตง อ.เบตง จ.ยะลา ร้องว่า ชาวบ้านต้องทนใช้น้ำประปา สีเหลือง สีดำขุ่น  บ่อยครั้ง มานานหลายปี ล่าสุดน้ำประปา ยังมาเป็นสีเหลืองขุ่น ปนโคลนอีก ทำให้ใช้งานไม่ได้ ซึ่งชาวบ้านได้แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ประปา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่ยังคงไร้การแก้ไข

ด้าน นางฉวี โพธิ์ดี  อายุ 45 ปี ชาวบ้าน เปิดเผยว่า ตนเองอยู่ที่หมู่บ้านนี้มา 2 ปีแล้ว น้ำประปาก็มีเศษดินบ้างน้ำดำบ้างเหลืองบ้าง บางทีเปิดทิ้งไว้ทั้งวันก็ยังเป็นสีดำ และยิ่งช่วงนี้น้ำเป็นสีเหลืองขุ่นปนโคลน รวมถึงเศษดินปนมาด้วย ตนเองไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร เวลาน้ำประปาเป็นแบบนี้จะไม่สามารถใช้ทำอะไรได้เลย ทั้งที่เคยร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วหลายต่อหลายครั้ง ก็ยังคงเหมือนเดิมไม่มีการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ทางชาวบ้านในหมู่บ้านอยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ช่วยแก้ไขและแก้ปัญหาให้ด้วย.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ราคาพุ่งแรง!! ‘ดอกมะลิ’ วันแม่ 12 สิงหา จากโลละ 200 เป็น 1,000 บาท

Posted on August 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/672678

ราคาพุ่งแรง!! 'ดอกมะลิ' วันแม่ 12 สิงหา จากโลละ 200 เป็น 1,000 บาท

ราคาพุ่งแรง!! ‘ดอกมะลิ’ วันแม่ 12 สิงหา จากโลละ 200 เป็น 1,000 บาท

วันพฤหัสบดี ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 09.02 น.

สำรวจตลาดราคาดอกมะลิวันแม่ 12 สิงหา แพง 5 เท่า โลละ 200 พุ่งไป 1,000 ดอกดาวเรืองขึ้นไปดอกละ 2 บาท

11 ส.ค.65  ผู้สื่อข่าวสำรวจ ตลาดตรวจสอบราคาดอกมะลิในวันแม่ที่ใกล้จะถึงนี้ บรรดาลูกหลาน จะพากันนำพวงมาลัยกรไปกราบแม่ แสดงความกตัญญู และความรักที่มีต่อแม่ ซึ่งถือได้ว่าดอกมะลิเป็นดอกไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ตัวแทนในวันแม่ และในช่วงวันแม่แห่งชาติของทุกปี ในช่วงนี้ทั่วประเทศเกิดฝนตกชุกหนัก รวมทั้งในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ทีมข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจราคาดอกมะลิในตลาดสดเทศบาลเมืองชัยภูมิ ได้พบกับบรรดาแม่ค้า พ่อค้าขายดอกไม้สดชนิดต่าง ๆ บอกว่าช่วงนี้ฝนตกหนักและชุกในทุกพื้นที่ ทำให้ดอกมะลิที่ปลูกขายตามส่วนต่าง ๆ แทบไม่ออกดอก ที่ออกดอกเป็นส่วนน้อย ช่วงนี้ดอกมะลิมีการขยับแพงขึ้น จากกิโลกรัมละ 200 บาท ปรับขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 900-1,000 บาท คาดว่าจะสูงขึ้นในวันที่ 12 สิงหาคมนี้ อาจขยับราคาไปที่กิโลกรัมละ 1,200 บาทสำหรับดอกพุดปรับราคาขึ้นเล็กน้อย คาดว่าวันแม่แห่งชาติ ดอกมะลิ จะแพงกว่านี้ แถมช่วงนี้ดอกดาวเรืองถูกน้ำฝน ทำให้ดอกเน่าง่าย ทำให้แพงขึ้นจากดอกละ 1 บาท เป็นดอกละ 2 บาทด้วย

นายวิชิต กลิ่นนอก อายุ 51 ปี พ่อค้าขายดอกไม้ในตลาดสดเมืองชัยภูมิ เล่าให้ฟังว่าตนเองพร้อมครอบครัว ได้เปิดแพงขายดอกไม้สด รวมทั้งขายดอกมะลิ และดอกบัวด้วยทำเป็นช่อสำหรับนำไปไหว้พระ ใส่บาตร รวมทั้งดอกไม้ชนิดอื่น ๆ ด้วย ปีนี้หลังเกิดฝนตกหนักชุกกระจายทั่วประเทศ ทำให้ดอกดาวเรืองถูกน้ำฝนเกิดเน่าเสียหายจำนวนมาก มีน้อยได้ขยับราคาจากดอกละ 1 บาท ขึ้นเป็นดอกละ 2 บาท ส่วนราคาดอกมะลิที่จะนำไปทำร้อยเป็นมาลัยกร นำไปไหว้แม่ที่บ้าน ในวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคมปีนี้ ตรงกับ 3 เทศกาล ทั้งวันแม่แห่งชาติ วันพระ และวันสารทไทย คนใช้ดอกมะลิ ดอกไม้ต่าง ๆ กันมาก ทำให้ดอกมะลิช่วงนี้ มีราคาแพงขึ้นจากช่วงปกติถึง 5 เท่าตัวจากกิโลกรัมละ 200 บาท ขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 1,000 บาท อย่างไม่เคยเป็นมาก่อนแทบขาดแคลนหายากอีกด้วย ต้องสั่งซื้อมาจากกรุงเทพฯ ทำให้ดอกพุดมีการปรับราคาขึ้นตามด้วยอีกเท่าตัว  ที่แพงขายดอกไม้ตนเอง นำดอกมะลิร้อยเป็นมาลัยกรพวงเล็กจากพวงเล็ก 50 บาท ปรับเป็น 200 บาท

นอกจากนั้นดอกพุด ได้ขยับราคาขึ้นเช่นกัน แต่ยังถูกกว่าดอกมะลิมาก ทางร้านนำดอกพุดมาร้อยเป็นมาลัยกรมากขึ้น จากพวงละ 20 บาท ขึ้นเป็น 50 บาท ขนาด 50บาท ขึ้นเป็น 100 บาท ขนาดมาลัยกรดอกพุดใหญ่สุดแค่ 200 บาท ไม่แพงเหมือนมาลัยกรดอกมะลิ  ขนาดเล็กสุด 200 บาท ไปจนถึง 1,000 บาท รวมถึงชาวบ้านหลายคนที่ได้เดินตลาดออกมาหาซื้อดอกไม้ มาลัยกรไปไหว้แม่ วันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคมนี้ ได้เปลี่ยนมาลัยดอกมะลิ มาเป็นมาลัยกรดอกพุด เพราะได้มาลัยกรพวงขนาดใหญ่กว่า แถมถูกกว่ามาลับกร ดอกมะลิ  

นายวิชิต กลิ่นนอก อายุ 51 ปี พ่อค้าขายดอกไม้ในตลาดสดเมืองชัยภูมิ และชาวบ้านมาหาซื้อมาลัยกร เตรียมไปไหว้แม่.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘เพลิงไหม้สถานบันเทิง’ เข้ม‘กฎปลอดภัย’ลดสูญเสีย

Posted on August 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/672585

สกู๊ปแนวหน้า : ‘เพลิงไหม้สถานบันเทิง’  เข้ม‘กฎปลอดภัย’ลดสูญเสีย

สกู๊ปแนวหน้า : ‘เพลิงไหม้สถานบันเทิง’ เข้ม‘กฎปลอดภัย’ลดสูญเสีย

วันพฤหัสบดี ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.15 น.

เป็นเหตุสลดที่ไม่มีใครอยากให้เกิด กับกรณีเพลิงไหม้สถานบันเทิง “เมาน์เท่น บี” อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่5 ส.ค. 2565 เบื้องต้นรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 15 ราย และบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้ถูกเปรียบเทียบกับ “ซานติก้าผับ” เหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิง มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากเช่นเดียวกัน ในคืนส่งท้ายปีเก่า 2551-ต้อนรับปีใหม่ 2552 จนดูเหมือนว่า “ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย” ความสูญเสียในอดีตไม่ได้ถูกถอดบทเรียนเพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้อีกในอนาคต

บทความ “ถอดรหัสร้อน…ไฟไหม้ผับชลบุรี และ 10 เสนอแนะแก้ปัญหา-ป้องกันเกิดซ้ำรอย” ซึ่งเขียนโดย สุพรรณ ทิพย์ทิพากร หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุความเสี่ยงของสถานบันเทิง เมาน์เท่น บี ไว้ดังนี้ 1.ด้านหน้ามีทางออกทางเดียว ซึ่งตามกฎหมายสำหรับสถานบริการที่จุคนได้สูงสุด 400 คนจะต้องมีทางหนีไฟ (Fire Exit) ไม่น้อยกว่า 3 แห่ง

ซึ่งหากมีเวทีแสดงก็จะต้องมีประตูหนีไฟเพิ่มอีก 1 จุด ด้านหลังเวทีโดยผลักออกได้ทางเดียว แต่ในที่เกิดเหตุมีประตูหลักด้านหน้าเป็นบานกระจกคู่ ด้านข้างมีอีก 1 ประตู แต่ตกแต่งสีกลมกลืนกับผนังในอาคาร มีเพียงพนักงานที่ทราบ ส่วนด้านหลังเป็นประตูธรรมดาบานเดียว 2.มีถังดับเพลิงเพียง 2 ชุดเท่านั้น สถานบริการประเภท ค ซึ่งมีพื้นที่มากกว่า 500 ตารางเมตร จะต้องมีระบบดับเพลิงอัตโนมัติที่มีประสิทธิภาพ เพียงพอและเหมาะสม

3.การบุผนังและเพดานด้วยแผ่นซับเสียงซึ่งทำมาจากโพลีสไตรีน หรือโพลียูรีเทน หรือ โพลีโพรพิลีน ทนไฟได้เพียง 200 กว่าองศาเซลเซียส สามารถลุกติดไฟได้ ซึ่งขัดกับกฎกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการก่อสร้างโรงมหรสพ ที่ระบุให้ต้องใช้แผ่นซับเสียงหรืออุปกรณ์ที่ทนไฟได้เกิน 750 องศาเซลเซียส แม้ราคาจะสูงกว่าแต่มีความปลอดภัย และ 4.การขาดระบบไฟฉุกเฉินหรือจ่ายไฟฟ้าสำรอง เมื่อเกิดเหตุไฟไหม้หรือไฟฟ้าดับ ภายในสถานบริการต้องมีเครื่องหมายแสดงเส้นทางฉุกเฉิน ระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้และไฟส่องสว่าง

เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยในครั้งต่อๆ ไปอีก อาจารย์สุพรรณ เสนอแนะข้อควรปฏิบัติไว้ 10 ประการ 1.การออกแบบอาคารและก่อสร้างต้องคำนึงถึงมาตรฐานทางวิศวกรรมความปลอดภัย รวมทั้งการระบายควันจากอัคคีภัย และปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมอาคาร “ราชกิจจานุเบกษา กฎกระทรวง กำหนดประเภทและระบบความปลอดภัยของอาคารที่ใช้เพื่อประกอบกิจการเป็นสถานบริการ พ.ศ. 2555” เช่น มีจำนวนทางหนีไฟ (Fire Exit) ตามที่กำหนด มีระบบดับเพลิงอัตโนมัติที่มีประสิทธิภาพ เพียงพอและเหมาะสมกับจำนวนพื้นที่และผู้มาใช้บริการ

การเดินสายไฟฟ้า ระบบเสียงและระบบสัญญาณต่างๆ ให้เดินในรางหรือร้อยท่อสายไฟซึ่งทำด้วยโลหะ ต้องฝึกซ้อมแผนฉุกเฉิน เป็นต้น 2.ต้องมีระบบสายไฟฟ้าที่มีมาตรฐานที่ออกแบบวางแผนตามหลักวิศวกรรม พร้อมอุปกรณ์ตัดไฟและติดตั้งโดยผู้เชี่ยวชาญทางวิชาชีพ 3.ควรติดตั้งแบบแปลนแผนผังอาคาร ซึ่งแสดงตำแหน่งที่ติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิง ทางหนีไฟ ทางออก และประตูทางออก ไว้ในตำแหน่งที่ผู้มาใช้บริการเห็นได้ชัดเจน 4.จัดให้มีระบบไฟฟ้าสำรอง สำหรับระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้ ไฟฉุกเฉิน ป้ายบอกทางหนีไฟชนิดเรืองแสง

5.ควบคุมความจุคนของผู้ใช้บริการหรือผู้ที่เข้าร่วมงานที่มีความเหมาะสม เพื่อความปลอดภัย ในการใช้อาคาร 6.ควรฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินแก่พนักงาน เพื่อเป็นผู้นำแก่ลูกค้าในยามเกิดเหตุ โดยกำหนดบุคคลและบทบาทหน้าที่ชัดเจนในระบบดูแลความปลอดภัยและการป้องกันอันตรายจากอัคคีภัยตลอดเวลาที่เปิดบริการ และเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ใครต้องทำอะไร 7.ก่อนเปิดบริการหรือจัดงานอีเว้นท์ ควรจัดให้มีการตรวจสอบเครื่องดับเพลิง หรืออุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการดับเพลิงให้มีความพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลาที่มีการเปิดบริการ

8.ระหว่างจัดงานหรือเปิดบริการ ควรประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้บริการและผู้เข้าร่วมงานทราบ ถึงทางเข้าออกและทางหนีไฟรวมทั้งข้อควรปฏิบัติกรณีเหตุฉุกเฉิน 9.วัสดุโฟมซับเสียงหลีกเลี่ยงการตกแต่งอาคารสถานที่ด้วยวัสดุตกแต่งที่ติดไฟง่ายหรือลามไฟเร็ว และงดการใช้อุปกรณ์เอฟเฟกท์ ของเล่น ที่ทำให้เกิดประกายไฟในสถานที่จัดงานหรือสถานบริการโดยเด็ดขาด และ 10.ควรพิจารณาทำประกันภัย เพื่อคุ้มครองเหตุที่อาจเกิดโดยไม่คาดคิด

อาจารย์สุพรรณ ยังให้ความเห็นกับผู้สื่อข่าวเพิ่มเติมใน 3 เรื่อง 1.ประตูหนีไฟที่ไม่ควรถูกล็อกหรือปิดกั้น โดยกรณีของ เมาน์เท่น บี ที่พนักงานอ้างว่าต้องล็อกไว้เพราะเคยมีนักดนตรีแอบพาเพื่อน แฟน หรือเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้ามาจริงๆ แล้วสามารถติดตั้งระบบสัญญาณเตือนกับประตูหนีไฟได้ โดยหากมีผู้ไปเปิดประตูก็จะมีเสียงเตือน ไม่จำเป็นต้องปิดล็อกหรือหาอะไรไปกั้นไว้ และหากจะใช้ประตูเพื่อขนย้ายสิ่งของก็สามารถปิดสัญญาณเตือนเฉพาะเวลานั้นก็ได้ อีกทั้งยังสามารถติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อตรวจสอบได้ด้วยหากมีผู้แอบเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต

2.เรื่องของสายไฟและปัญหาไฟฟ้าลัดวงจร จากกรณีที่มีผู้ให้ข้อมูลว่า วันก่อนเกิดเหตุเพลิงไหม้ เมาน์เท่น บี
พบปัญหาไฟฟ้าติดๆ ดับๆ จึงมีการเรียกช่างไปซ่อมแซม ประเด็นนี้ตนมองว่าอาจเกิดไฟฟ้าลัดวงจรขึ้นจริงๆ ก็ได้ หากการคำนวณการติดตั้งสายไฟกับเบรกเกอร์ไม่สอดคล้องกัน เช่น สมมุติสายไฟทนกระแสไฟฟ้าได้ 20 แอมป์ แต่เบรกเกอร์จะตัดกระแสไฟฟ้าที่ 50 แอมป์ เมื่อมีการใช้กระแสไฟฟ้าระดับ 30 แอมป์
ซึ่งเกินความทนทานของสายไฟ แม้สายไฟจะเริ่มค่อยๆ หลอมละลาย แต่เบรกเกอร์ก็จะยังไม่ตัดไฟ ทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร

โดยเมื่อพบปัญหาไฟฟ้าติดๆ ดับๆ ช่างบางรายอาจแก้ปัญหาแบบเอาง่ายเข้าว่า ด้วยการไปเปลี่ยนเบรกเกอร์ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นโดยไม่ได้ตรวจสอบว่าสายไฟที่ใช้รองรับการใช้กระแสไฟฟ้าในสถานที่นั้นได้หรือไม่ ทั้งนี้ โคมไฟโดยเฉพาะสปอตไลท์นั้นใช้กระแสไฟฟ้ามาก เมื่อกระแสไฟฟ้ามีมากกว่าที่สายไฟทนได้
กระแสไฟฟ้ายังไหลอยู่ แต่ก็จะเกิดอาการร้อนจนสังเกตเห็นการปะทุซึ่งอาจลุกลามไปยังวัสดุอื่นๆ ที่เป็นเชื้อเพลิงได้

สุดท้ายคือ 3.แผ่นกันเสียง แม้ตามข่าวจะเห็นเจ้าของบริษัทที่รับฉีดพ่นน้ำยาโฟมซับเสียง ได้ทดลองจุดไฟให้สื่อมวลชนดูซึ่งพบว่าไฟไม่ลุกลาม เรื่องนี้เป็นด้านหนึ่ง แต่อีกด้านหนึ่งภายในร้านก็พบการใช้ฟองน้ำรังไข่สำหรับป้องกันเสียงซึ่งเป็นวัสดุที่ไม่ทนความร้อน ทำให้เมื่อเกิดเพลิงไหม้จึงลุกลามอย่างรวดเร็ว ดังนั้นในเมื่อกฎหมายกำหนดให้สถานที่ใดต้องใช้วัสดุทนความร้อนสูง ก็ควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดจะดีกว่า

“ถ้าผู้ประกอบการนึกสักหน่อยว่าคนที่มาเที่ยว ถ้าเป็นคนที่เขารักเขาจะทำอย่างนี้หรือเปล่า ลูกหลานเขามาเที่ยวมาเล่นต้องมาเสี่ยง แล้วประวัติศาสตร์มันไม่ใช่ไม่เคยมีนะซานติก้าที่ไหม้เมื่อปี 2551 ก่อนหน้านี้ที่อเมริกามันมีที่โรดไอส์แลนด์ มีนักดนตรี เอาไฟไปเล่นที่เวที มันเคยเกิดขึ้นมาแล้วก็ตายกันมาตั้งเยอะแล้ว เมืองไทยทำไมไม่เอาบทเรียนตรงนี้มาเรียนรู้” อาจารย์สุพรรณ ฝากทิ้งท้าย


SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘กินพยาธิลดอ้วน’ความเชื่อสยองเมื่อกว่าร้อยปีก่อน แม้อันตรายแต่ยังลักลอบทำจนถึงปัจจุบัน

Posted on August 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/672663

‘กินพยาธิลดอ้วน’ความเชื่อสยองเมื่อกว่าร้อยปีก่อน แม้อันตรายแต่ยังลักลอบทำจนถึงปัจจุบัน

‘กินพยาธิลดอ้วน’ความเชื่อสยองเมื่อกว่าร้อยปีก่อน แม้อันตรายแต่ยังลักลอบทำจนถึงปัจจุบัน

วันพุธ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 23.10 น.

‘กินพยาธิลดอ้วน’ความเชื่อสยองเมื่อกว่าร้อยปีก่อน แม้อันตรายแต่ยังลักลอบทำจนถึงปัจจุบัน

ต้องบอกว่าแทบอาเจียนกันทีเดียว กับการออกมาเปิดเผยของ ภาคภูมิ เดชหัสดิน นักเทคนิคการแพทย์ชื่อดังที่ผันตัวมาทำเพจ “หมอแล็บแพนด้า” ว่าด้วยผู้ป่วยรายหนึ่งที่ต้องเข้ารักษาตัวเนื่องจากบริโภค “ไข่พยาธิตืดวัว (Taenia Saginata)” เข้าไปโดยหวังว่ามันจะช่วยลดความอ้วน ให้ร่างกายดูผอมสวยงาม พร้อมกับเตือนว่า “อย่าหาทำเด็ดขาด” เพราะเป็นอันตรายถึงชีวิต

“ถ้าเรากินไข่พยาธิตัวตืด ไข่พยาธิมันจะค่อยๆโตเป็นระยะตัวอ่อนเม็ดสาคูแทรกอยู่ในร่างกายคนตามอวัยวะต่างๆ เช่น สมอง ตา หัวใจ ปอด และกล้ามเนื้อ ซึ่งตัวอ่อนเม็ดสาคูในร่างกายเราจะเรียกว่า ซิสติเซอร์โคซิส (Cysticercosis) ถ้ามันไปอยู่ในอวัยวะที่สำคัญๆ เช่น ในสมองและไขสันหลัง จะเรียกว่า (Neurocysticercosis) หรือถ้าเข้าตาก็อาจตาบอดได้ (Ocular Cysticercosis) บางรายก็ถึงตายได้เลยนะครับ” หมอแล็บแพนด้า โพสต์เตือน

ซึ่งก็ต้องบอกว่า การบริโภคไข่พยาธิเข้าไปในร่างกายโดยหวังว่าจะช่วยลดน้ำหนักได้ เป็นความเชื่อที่มีมานานแล้ว อาทิ สำนักข่าว BBC ของอังกฤษ เผยแพร่บทความ History’s weirdest fad diets ในปี 2556 ตอนหนึ่งกล่าวถึง “Tapeworm Diet” หรือการกินพยาธิตัวตืดเพื่อลดน้ำหนัก ความเชื่อนี้เคยปรากฏในศตวรรษที่ 19 (ปี 2343-2442) มาจนถึงช่วงต้นของศตวรรษที่ 20 หรือทศวรรษที่ 1900s (ปี 2443-2452) แถมยังมีการโฆษณากันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว

วิธีการนี้ ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักจะกินไข่พยาธิตัวตืดที่บรรจุอยู่ในรูปแบบเม็ดยาเข้าไป โดยมีอคำอธิบายว่า พยาธิจะเติบโตในลำไส้และดูดซับสารอาหาร ซึ่งจะทำให้น้ำหนักของคนคนนั้นลดลง โดยต้องทนกับผลข้างเคียงอย่างอาการท้องร่วงและอาเจียน กระทั่งเมื่อได้น้ำหนักตามต้องการก็ให้กินยาถ่ายเพื่อขับเอาพยาธิออกจากร่างกาย แต่ขั้นตอนนีก็เสี่ยงกับผลแทรกซ้อนกับช่องท้องและทวารหนัก นอกจากนั้นยังมีความเสี่ยงอีกมากมาย ทั้งผลกระทบต่อสายตา โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ โรคลมบ้าหมู ภาวะสมองเสื่อม

เว็บไซต์ นสพ.The Washington Post สหรัฐอเมริกา เสนอรายงานพิเศษ From Lucky Strikes to tapeworms: 7 of the oddest weight-loss schemes of the past were also unhealthy ในปี 2562 ระบุว่า สตรีในยุควิคตอเรีย (ยุคสมัยของอังกฤษ ระหว่างปี 2380-2444) เชื่อเรื่องการกินพยาธิตัวจืดเพื่อลดน้ำหนักอย่างจริงจัง โดยแนวคิดคือให้พยาธิเข้าไปอาศัยในลำไส้เพื่อกินแคลอรีแทนมนุษย์

MedicineNet เว็บไซต์ฐานข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพในสหรัฐฯ เผยแพร่บทความ Eating Tapeworms for Weight Loss  เขียนโดย สตีฟ โดร์ (Steve Doerr) แพทย์ผุ้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฉุกเฉิน และผ่านกระบวนการตรวจทานบรรณาธิการโดย เมลิสซา คอนราด สตอปเปลอร์ (Melissa Conrad Stoppler) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพยาธิวิทยา ระบุว่า แม้ปัจจุบันการบริโภคพยาธิตัวตืดเพื่อลดน้ำหนักจะผิดกฎหมายสหรัฐฯ แต่ก็ยังมีการลักลอบซื้อ-ขายกันทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งตัวอ่อนพยาธิสามารถแพร่กระจายได้ทั่วร่างกายผ่านระบบเลือด บางครั้งอาจไปถึงสมอง หรือ Neurocysticercosis ทำให้มีอาการปวดศีรษะ สับสน ชักและอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : อย่าหาทำ!! เพจดังยกเคส ‘คลั่งผอม’ ยอมกินไข่พยาธิตืดวัวลดน้ำหนัก)

อ้างอิง

https://www.bbc.com/news/magazine-20695743 (History’s weirdest fad diets)
https://www.washingtonpost.com/national/health-science/from-lucky-strikes-to-tapeworms-7-of-the-oddest-weight-loss-schemes-of-the-past-were-also-unhealthy/2019/01/25/5e8fa6ae-19c2-11e9-88fe-f9f77a3bcb6c_story.html (From Lucky Strikes to tapeworms: 7 of the oddest weight-loss schemes of the past were also unhealthy)
https://www.medicinenet.com/eating_tapeworms_for_weight_loss/views.htm (Eating Tapeworms for Weight Loss)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ส่งแรงเชียร์’ครูกี้’อดีตผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ว่ายน้ำข้ามจังหวัดวันแม่แห่งชาติ

Posted on August 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/672650

ส่งแรงเชียร์'ครูกี้'อดีตผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ว่ายน้ำข้ามจังหวัดวันแม่แห่งชาติ

ส่งแรงเชียร์’ครูกี้’อดีตผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ว่ายน้ำข้ามจังหวัดวันแม่แห่งชาติ

วันพุธ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 20.57 น.

ผู้ว่าแม่กลองชวนเป็นกำลังใจ”ครูกี้”อดีตผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ว่ายน้ำมาราธอนข้ามจังหวัด ระยะทาง 20 กม.จากราชบุรีมาสมุทรสงคราม เทิดไท้”พระพันปีหลวง”สร้างแรงบันดาลใจผู้ป่วยมะเร็งทั่วประเทศ

10 ส.ค.65 นายขจร ศรีชวโนทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่า ขอเชิญชาวจังหวัดสมุทรสงคราม ร่วมส่งกำลังใจให้ครูกี้ ในกิจกรรมว่ายน้ำมาราธอนเดี่ยวระยะไกลจากจังหวัดราชบุรีเข้าสู่จังหวัดสมุทรสงครามเพื่อเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในวันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม  2565 ขอเชิญชาวจังหวัดสมุทรสงคราม ร่วมเป็นส่งกำลังใจให้นางสาววิศรุตา ฟอร์ซอง หรือ ครูกี้ กิจกรรม “ว่ายน้ำเดี่ยวข้ามจังหวัด” ในแม่น้ำแม่กลอง ระยะทาง 20 กิโลเมตรเพื่อเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมสร้างแรงบันดาลใจแด่ผู้ป่วยมะเร็งทั้งประเทศ

ทั้งนี้ ครูกี้ จะเริ่มต้นการว่ายน้ำที่ท่าน้ำหน้า”วัดพเนินพลู” อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ในเวลา 06.00 น. ว่ายน้ำตามแม่น้ำแม่กลอง และสิ้นสุดการว่ายน้ำบริเวณท่าน้ำ หน้าที่ว่าการอำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เวลาประมาณ 15.00 น.  เป็นการว่ายน้ำแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อันหาที่สุดมิได้ ในวันแม่แห่งชาติ   12 สิงหาคม 2565 

อีกทั้งยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ป่วยมะเร็งทั้งประเทศไทยได้รู้จักเข้าใจการอยู่กับมะเร็งด้วยความเข้าใจ ผาสุกด้วยหลักสาม อ.  ด้วยหลักธรรมชาติบำบัด โดยอดีตผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ที่รอดตายมาได้ 12 ปีแล้ว จากหมอบอกจะมีชีวิตได้เพียง 8 เดือนเท่านั้นพร้อมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวเส้นทางประวัติศาสตร์ทางชลมาร์คอันยาวนาน และสำคัญมากของชาติไทยในปัจจุบัน เส้นทางรบตลอดเส้นทางน้ำจากราชบุรี – สมุทรสงคราม ค่ายบางกุ้ง 

นอกจากนี้ยังมีนักกีฬาเรือพายทีมชาติไทย ประเภทเรือมังกรอาวุโส ชุดเหรียญทองเอเชี่ยนเกมส์ ยกทีมมาร่วมพายเพื่อแสดงเจตจำนงค์เดียวกัน และนักพายเรือจิตอาสา รวมทั้งกู้ภัยทางน้ำ และเอกชนมาร่วมขบวนกิจกรรมว่ายน้ำเทิดพระเกียรติในครั้งนี้ด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,947,005 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

มมส ยกระดับมาตรฐานสากล ติดทำเนียบ THE Asia University Rankings 2026
อภิสิทธิ์ ซัดกู้ 4 แสนล้าน เพิ่มความเสี่ยงเศรษฐกิจ แซะ อนุทิน แก้ตรงจุด จะได้ไม่ต้องขับ รถพุ่มพวง
ครบรอบ 10 ปี ‘คณะแพทยศาสตร์ สจล.’ ยกระดับการศึกษาแพทย์ไทยสู่ระดับนานาชาติ
นายกฯ อังกฤษระส่ำ รัฐมนตรีช่วยลาออกแล้ว 4 คน บีบให้ลงจากตำแหน่ง
เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
สรุปมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประจำวันที่ 12 พฤษภาคม 2569
ไทยเป็นเจ้าภาพ การประชุม 'ACI APAC & MID RACE 2026' ดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินภูมิภาค
บุกทำเนียบไล่บี้อนุทิน ทวงภาษีแม้ว คดีชินคอร์ป1.7หมื่นล.
ใบเตย อาร์สยาม ปล่อยช็อตเด็ดริมทะเล ทำไอจีแทบแตก
อนุทิน พบชาวเกาะพะงัน ประกาศจัดระเบียบชายหาด ลั่นไม่ยอมต่างชาติแย่งอาชีพคนไทย

Recent Posts

  • อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 14 พฤษภาคม 2569 น้ำมันเบนซิน ดีเซล แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร
  • ผอ.เอฟบีไอ โต้เดือดกลางที่ประชุมวุฒิสภา หลังถูกกล่าวหาว่าดื่มหนักระหว่างปฏิบัติหน้าที่
  • “นาอูรู” เตรียมลงประชามติ เปลี่ยนชื่อประเทศเป็น “นาโอเอโร” เพื่อรื้อฟื้นอัตลักษณ์ดั้งเดิม
  • ทรัมป์โพสต์ภาพเวเนซุเอลา เป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ จุดกระแสวิจารณ์ทั่วโลก
  • จีนเรียกร้องปากีสถานเพิ่มบทบาทไกล่เกลี่ยระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d