Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

รัฐบาลไทยเจ๋ง! ปล่อยให้นำเข้ากุ้งเอกวาดอร์-อินเดีย ไม่เหลียวแลเกษตรกรไทย

Posted on August 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/671046

รัฐบาลไทยเจ๋ง! ปล่อยให้นำเข้ากุ้งเอกวาดอร์-อินเดีย ไม่เหลียวแลเกษตรกรไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 10.54 น.

สื่อนอกตีข่าว “กรมประมงไทย อนุมัติให้นำเข้ากุ้งจากฟาร์มกุ้ง 36 ฟาร์มในเอกวาดอร์ อ้างว่าผ่านมาตรฐานด้านความปลอดภัย และ Biosecurity แล้ว และเอกวาดอร์ยังแจ้งว่าประเทศไทยเตรียมที่จะอนุมัติโรงงานแปรรูปกุ้งเพิ่มเติมในอนาคต”

ข่าวที่ออกมานี้ เหมือนสายฟ้าฟาดมากลางใจเกษตรกร ตอกย้ำข่าวเมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ที่สำนักข่าวต่างประเทศออกข่าวว่า ประเทศไทยได้ยกเลิกการแบนกุ้งจากเอกวาดอร์ เพื่อนำมาแปรรูปสำหรับส่งออกไปต่างประเทศ หลังจากประกาศแบนมานานหนึ่งปี หลังจากตรวจพบเชื้อ White spot syndrome virus (WSSV), Infectious hypodermal and hematopoietic necrosis virus (IHHNV) และ Yellow head virus (YHV) ที่ติดมาในตัวอย่างกุ้งจากเอกวาดอร์ รวมถึงข่าวการอนุญาตให้นำเข้ากุ้งทะเลจากอินเดีย

เกษตรกรต้องช้ำใจอย่างหนัก จากข่าวทั้งสองเรื่อง เพราะกรมประมงในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำกลับเป็นคน “เปิดประตู” รับกุ้งจากคู่แข่งสำคัญของไทยเข้ามาขายในประเทศ ทั้งที่ผ่านมาเกษตรกรต้องแบกรับปัญหาราคากุ้งตกต่ำ โดยเฉพาะในช่วงมกราคม-พฤษภาคม 2565 ที่ราคาปรับลดลงต่อเนื่องในทุกๆเดือน เพิ่งจะได้เห็นราคาขยับขึ้นมาได้แค่ช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม ที่การบริโภคกระเตื้องขึ้น จากการที่นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ขณะที่ปริมาณกุ้งในตลาดปรับลดลง เนื่องจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย สภาพอากาศแปรปรวน มีฝนตกชุกสลับอากาศร้อนจัด ทำให้กุ้งน็อคตายยกบ่อเกิดความเสียหายอย่างหนักในหลายพื้นที่

คนเลี้ยงกุ้งพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ประเทศนี้อยู่ยาก พวกเขาจะเลี้ยงกุ้งไปเพื่ออะไร ในเมื่อกรมประมง หัวเรือใหญ่ที่ควรปกป้องเกษตรกรไทย ปกป้องคนไทย กลายเป็นเหมือนอยู่คนละฝั่ง ไม่ใช่แค่ไม่ดูแล แต่กลับชักศึกเข้าบ้าน เหมือนอยากให้เกษตรกรหมดอาชีพ เพราะนอกจากจะไม่ทำตามคำมั่นสัญญาที่เคยบอกว่า “พร้อมจับมือเกษตรกร พลิกฟื้นกุ้งไทย ให้มีคุณภาพปลอดภัย เพื่อก้าวไกลสู่ความยั่งยืน” เพื่อทวงคืนอุตสาหกรรมกุ้งให้กลับมาผงาด ทวงแชมป์การเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกกุ้ง รวมทั้งผลิตภัณฑ์แปรรูป อันดับ 1 ของโลก แต่จนแล้วก็ไม่สามารถทำได้ จึงคิดหาทางออกด้วยการนำเข้ามาแทน

เท่ากับกรมประมงมุ่งทำลายอาชีพ “ไม่เหลียวแลคนเลี้ยง” ปล่อยให้ทั้งกุ้งสองประเทศนี้ เข้ามารุมสกรัมเกษตรกรไทยอย่างร้ายแรงที่สุด ทั้งที่เมื่อตอนไทยขอให้ทั้งสองประเทศรับกุ้งไทยบ้าง กลับบ่ายเบี่ยงใช้ข้ออ้างเรื่องการต้องดูแลเกษตรกรในประเทศของตนเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลไทยไม่คิดจะทำอย่างเขา จึงเปิดประตูให้กุ้งเอกวาดอร์และกุ้งอินเดียสามารถส่งเข้ามาในไทยได้

เรื่องนี้ไม่ต่างอะไรกับการขุดหลุมฝังเกษตรกร เพราะผลผลิตกุ้งจากเอกวาดอร์ที่จะทะลักเข้ามาในไทย ย่อมบิดเบือนกลไกตลาด ทั้งที่เกษตรกรไทยนั้นมี “ความสามารถ” ในการผลิต “กุ้งคุณภาพสูง” เพื่อป้อนความต้องการของคนไทยหรือแม้แต่การแปรรูปเพื่อส่งออกไปต่างประเทศ

ที่สำคัญการมาถึงของกุ้งเอกวาดอร์ ย่อมนำมาซึ่งภาวะราคากุ้งในประเทศตกต่ำ ทำลายเสถียรภาพราคากุ้งย่อยย้ำ เพราะไม่มีใครตอบได้ว่า กุ้งที่นำเข้ามานั้นจะไม่หลุดรอดมาขายในท้องตลาด และยังมีความเสี่ยงเรื่องโรคที่ติดมากับกุ้ง เป็นการเพิ่มโอกาสเกิดการแพร่กระจายเชื้อก่อโรคข้ามพรมแดนผ่านการนำเข้ากุ้งแช่แข็ง และต้องไม่ลืมว่าประวัติการติดเชื้อของกุ้งจากเอกวาดอร์นี้ก็มีให้เห็นจนถูกแบนมานานนับปีดังกล่าวข้างต้น แล้วจะยอมเสี่ยงเปิดให้กุ้งอมโรคเข้ามาทำลายเกษตรกร อย่างนั้นหรือ?

ยังไม่นับปัญหาคุณภาพความปลอดภัย และการปนเปื้อนของสารเคมีต้องห้าม รวมถึงยาปฏิชีวนะที่อาจตกค้างมาด้วย ซึ่งไม่เพียงสร้างความเสียหายแก่ผู้เลี้ยงเท่านั้น แต่คนไทยก็มีความเสี่ยงที่จะรับกุ้งอมโรคอมสารตกค้างด้วย

วันนี้ กรมประมง ต้องทำหน้าที่ปกป้องเกษตรกรคนไทย ปกป้องอุตสาหกรรมกุ้งไทย ที่เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเรือธงที่นำเงินตราต่างประเทศเข้ามามากมาย ไม่ใช่ “ขุดหลุมฝังเกษตรกร” ด้วยกุ้งนำเข้าอย่างที่ทำอยู่ เพราะที่สุดแล้วเกษตรกรไทยจะค่อยๆล้มหายตายจาก ซึ่งจะกระทบกับความมั่นคงทางอาหารของประเทศอย่างไม่ต้องสงสัย – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รถรางไฟฟ้าฯวิ่งรับส่งนิสิตรอบ ม.มหาสารคามฟรีช่วยนักศึกษาประหยัดเงินในกระเป๋า

Posted on August 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/671042

รถรางไฟฟ้าฯวิ่งรับส่งนิสิตรอบ ม.มหาสารคามฟรีช่วยนักศึกษาประหยัดเงินในกระเป๋า

วันพฤหัสบดี ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 10.28 น.

รถรางไฟฟ้าประหยัดพลังงาน วิ่งรับส่งนิสิตรอบมหาวิทยาลัยมหาสารคามฟรี ช่วยนิสิตลดค่าใช้จ่าย ประหยัดเงินในกระเป๋า ไม่ต้องเสียเงิน นั่งสบายรอไม่นาน ออกวิ่งทุก 5 นาที ที่สำคัญ ไม่ต้องเสี่ยงเข้าด่านตำรวจกวดขันวินัยจราจร

พาไปที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เขตพื้นที่ขามเรียง ทางมหาวิทยาลัยได้จัดรถรางไฟฟ้าประหยัดพลังงานวิ่งให้บริการนิสิต และบุคลากรภายในมหาวิทยาลัยฯ จำนวน 5 คัน  เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางภายในมหาวิทยาลัย ลดค่าใช้จ่ายให้กับนิสิต สามารถเดินทางได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญไม่ต้องขี่รถจักรยานยนต์มาจอดตามอาคารเรียน เสี่ยงรถหาย และที่สำคัญไปกว่านั้น น้อง ๆ นิสิตต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่ต้องเสี่ยงด่านตำรวจกวดขันวินัยจราจร

ซึ่งรถรางไฟฟ้า มีทั้งแบบทั่วไป แล้วก็มีลวดลายสีสัน เป็นตัวการ์ตูนรถไฟ  เหมือนการ์ตูนสำหรับเด็ก ที่ร้องกันว่า  “รถไฟบ็อบไปเที่ยวในฟาร์ม E I E I O”  ซึ่งจริง ๆ แล้วจังหวัดมหาสารคาม เป็นจังหวัดที่ไม่มีรถไฟวิ่งผ่าน แต่ก็สามารถพบเห็น รถไฟ ในรูปแบบรถรางไฟฟ้าประหยัดพลังงานได้ที่นี่ ทำให้นิสิตที่มารอขึ้นรถรางไฟฟ้า ต่างก็ตื่นตาตื่นใจ สร้างสีสัน และความแปลกใหม่ให้กับนิสิตเป็นอย่างมาก ซึ่งมีการให้บริการกันทั้งวันไม่ต้องกลัวว่ารถจะขาดช่วง เพราะรถจะออกทุก ๆ 5 นาทีกันเลยทีเดียว

ส่วนน้อง ๆ นิสิต ชั้นปีที่ 2 ที่มาใช้บริการรถรางไฟฟ้า ก็บอกว่า ตนเองอยู่หอพักนอกมหาวิทยาลัย ปกติจะขี่รถจักรยานยนต์มาเรียน แต่วันนี้ให้เพื่อนมารับ จอดรถไว้ที่คณะ  จากนั้นก็ขึ้นรถรางไฟฟ้าของมหาวิทยาลัยฯ มาที่ตลาดน้อย (โรงอาหาร)  มารับประทานอาหารกลางวัน พอทานเสร็จก็มารอขึ้นรถรางไฟฟ้ากลับไปเรียนที่คณะต่อ ซึ่งการที่มหาวิทยาลัยฯ นำรถรางไฟฟ้ามาให้บริการฟรี ก็ช่วยให้นิสิตสามารถประหยัดเงินได้มากขึ้น ไม่ต้องเสียค่าน้ำมัน ไม่ต้องเสียตังค์ ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ ไม่ต้องกลัวว่าตำรวจจะตั้งด่านกวดขันวินัยจราจร  เพราะตำรวจจะชอบตั้งด่านก่อนทางเข้ามหาวิทยาลัยฯ   

สำหรับรถรางไฟฟ้าที่ให้บริการมีจุดเริ่มต้นจากข้างหอพักกุดรัง วิ่งตามแผนผังเส้นทางที่กำหนด คือ หลังอาคารบริการกลาง (พลาซ่า),หอพักชื่นชม ,คณะการบัญชีและการจัดการ,อาคารบริการนิสิต,คณะวิทยาศาสตร์ (SC2),คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ฯ,คณะศิลปกรรมศาสตร์และวัฒนธรรมศาสตร์,ริมคลองป้ายรถเมล์ตรงข้ามคณะการบัญชีฯ,แยกอาคารพลศึกษา,อาคารราชนครินทร์,คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์,วิทยาลัยการเมืองการปกครอง – วิทยาลัยดุริยางคศิลป์,คณะเภสัชศาสตร์ – คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์,คณะพยาบาลศาสตร์,คณะวิทยาการสารสนเทศ – คณะวิศวกรรมศาสตร์ (ตู้ ATM),คณะสาธารณสุขศาสตร์,แยกสะพานคณะเทคโนโลยี,หอพักกันทรวิชัย – ตลาดน้อยและอาคารบริการกลาง (พลาซ่า) ก่อนจะกลับมาที่จุดเริ่มต้นใหม่  รวมทั้งหมด 22 สถานี  ซึ่งการออกรอบ ในวันจันทร์ – ศุกร์ จะออกทุก ๆ 5นาที หรือ 9 นาที ตามช่วงเวลาที่มีการใช้บริการหนาแน่น วันเสาร์-อาทิตย์ ออกทุก ๆ 10 นาที  ซึ่ขณะนี้มีรถให้บริการจำนวน 5 คัน โดยจะให้บริการในวันจันทร์ – ศุกร์  เริ่มตั้งแต่เวลา 07.00 -20.00 น.และวันเสาร์-อาทิตย์ เริ่มตั้งแต่เวลา 07.00 -17.00 น. 

จึงขอเชิญชวนนิสิตและบุคลากรมหาวิทยาลัยมหาสารคามทุกคน  มาใช้บริการกันให้เยอะๆ  เป็นการช่วยลดโลกร้อน ลดการใช้นำมัน ปริมาณการใช้รถยนต์และจักรยานยนต์จะได้ลดลง  ลดอุบัติเหตุได้อีกทางหนึ่ง  มาร่วมกันขับเคลื่อนให้มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  เป็น Green University ต่อไป – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : ‘เร็ว=เสี่ยง’สูญเสียบนถนน บังคับใช้กฎหมายยังมีช่องว่าง

Posted on August 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670960

สกู๊ปพิเศษ : ‘เร็ว=เสี่ยง’สูญเสียบนถนน  บังคับใช้กฎหมายยังมีช่องว่าง

วันพฤหัสบดี ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“คำถามคือมันจะส่งผลเสียอะไรต่อไปในอนาคตบ้าง อย่างเริ่มเห็นแล้ว อย่างพอพ้นเขตนี้ไปเขาก็ยังติดพฤติกรรมการใช้ 120 กม./ชม. ต่อไปอีกที่ไม่ใช่เป็นโซนที่ให้ใช้ 120 คราวนี้ปัญหามันจะเกิดแล้ว กลายเป็นว่านโยบายนี้มันเพิ่มหรือมันเปลี่ยนพฤติกรรมคน ทำให้ส่งเสริมให้คนขับรถเร็วมากขึ้นหรือเปล่า? แล้วเขาจะไม่ได้ขับในช่วงนี้แล้ว พอเลยออกจากโซนนี้เขาอาจจะขับเร็วขึ้นไปอีก คือใช้พฤติกรรมเหมือนเดิมเลย”

ข้อสังเกตของ ศ.ดร.กัณวีร์ กนิษฐ์พงศ์ ผู้จัดการศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) จากการได้เห็นผลการศึกษา “การจัดช่องจราจร-สิ่งแวดล้อมรองรับความเร็ว 120 กม./ชม. ประชาชนเข้าใจมากน้อยแค่ไหน?” ซึ่ง กรมทางหลวงนำมาเปิดเผยในวงเสวนา “เร็วให้ถูกเลน ประเมินเป็น เว้นระยะ = ลดความเสี่ยง” จัดโดย สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เมื่อช่วงปลายเดือน ก.ค. 2565 ที่ผ่านมา

แม้ผลการศึกษาจะชี้ว่า “ผู้ขับขี่เริ่มปรับตัวได้และใช้ความเร็วได้ถูกช่องจราจร” กล่าวคือ เลนซ้ายสุดไม่เกิน 80 กม./ชม. เลน 2 กับ 3 ไม่เกิน 100 กม./ชม. และเลนขวาสุดไม่เกิน 120 กม./ชม. และไม่ต่ำกว่า 100 กม./ชม.อีกทั้ง “อนุญาตให้ใช้ความเร็ว 120 กม./ชม. ได้เฉพาะพื้นที่ที่ประเมินว่ามีความพร้อมและปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมแล้วเท่านั้น” แต่อีกด้านหนึ่ง “ผู้ขับขี่มีแนวโน้มเคยชินกับการใช้ความเร็วสูงขึ้น” ทั้ง 120 กม./ชม.หรือมากกว่านั้น อีกทั้งบางส่วนยังใช้นอกพื้นที่ที่กำหนด

ซึ่ง ศ.ดร.กัณวีร์ ระบุว่า มูลนิธิไทยโรดส์ (ThaiRoads Foundation) เคยสำรวจพฤติกรรมและทัศนคติของคนไทยเกี่ยวกับการใช้ความเร็ว พบว่า “คนไทยส่วนใหญ่ไม่ได้มองว่าความเร็วเป็นปัจจัยสำคัญของการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน” เมื่อเทียบกับ “เมาแล้วขับ” หรือการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วไปขับขี่ยานพาหนะ โดยมีเพียงร้อยละ 11 ที่เห็นว่าความเร็วเป็นปัญหาอันดับแรกๆ ที่ภาครัฐควรแก้ไข

ทั้งนี้ “การบังคับใช้กฎหมาย” ยังเป็นคำถามสำคัญในประเด็น “ประสิทธิภาพ” เห็นได้จากในปี 2563 มีสถิติการตรวจจับความเร็วในการใช้รถใช้ถนน โดยนำเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติเข้ามาใช้มากขึ้น ส่งผลให้จำนวนการออกใบสั่งเพิ่มสูงขึ้นมากด้วย อยู่ที่กว่า 6 ล้านใบ อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนซึ่งมีสาเหตุมาจากความเร็วยังสูง หมายถึงยังไม่สามารถลดพฤติกรรมเสี่ยงลงได้

จึงต้องไปดูว่าขั้นตอนมีประสิทธิภาพเพียงพอหรือไม่ เพราะหากไปดูความเคลื่อนไหวในสื่อสังคมออนไลน์ จะเห็นการพูดคุยกันทำนองว่า “แม้โดนใบสั่งกี่ใบก็ไม่มีผลอะไรเนื่องจากไม่ต้องไปจ่ายค่าปรับ” บางความเห็นถึงกับโพสต์ภาพโชว์ใบสั่งเป็นปึกๆ แล้วบอกว่าไม่จ่ายก็ไม่เป็นไร หมายถึงการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เข้มข้นจริงจัง ย่อมไม่อาจนำไปสู่การเปลี่ยนพฤติกรรมของบุคคล

ขณะที่ พล.ต.ต.เอกราช ลิ้มสังกาศ ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง เปิดเผยว่า ในแต่ละปีมีการออกใบสั่งประมาณ 15 ล้านใบ ในจำนวนนี้ประมาณร้อยละ 55 เป็นข้อหาเกี่ยวกับการใช้ความเร็ว โดยเฉพาะตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมาที่เริ่มนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มาใช้ตรวจจับ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ คนที่โดนใบสั่งยังกระทำผิดซ้ำ เช่น เคยพบคนคนหนึ่งมีสถิติการทำผิดกฎจราจรตลอดทั้งปีมากถึง 200 ครั้ง เพราะเมื่อประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายมีปัญหา พฤติกรรมการขับขี่ที่ผิดก็กลายเป็นความเคยชิน

โดย “ในปี 2563 มีคนมาเสียค่าปรับตามใบสั่งเพียงร้อยละ 18 ของจำนวนใบสั่งที่ออกไปในปีดังกล่าว และปี 2564 ก็มีแนวโน้มลดลง” ส่วนปัจจุบันอยู่ที่ประมาณร้อยละ 15 แม้จะมีมาตรการอำนวยความสะดวกในการจ่ายค่าปรับมากขึ้นก็ตาม เช่น จากเดิมที่ตำรวจมีอำนาจยึดใบขับขี่ไว้เพื่อให้ผู้ทำผิดกฎหมายไปเสียค่าปรับ แต่ต่อมาเมื่อมีระบบใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์ตำรวจก็ไม่ได้ยึดใบขับขี่ได้อย่างเดิมอีก นำไปสู่การยกเลิกการยึดใบขับขี่ ตำรวจจะทำเพียงการออกใบสั่งเท่านั้น แต่ออกมาก็ไม่มีผลอะไรเพราะประชาชนไม่จ่ายก็ยังขับขี่ยานพาหนะได้ตามปกติ

“ปี 2560 เราก็ไปออกกฎหมายมาว่า ถ้าอย่างนั้นเรามาร่วมมือกันเพื่อประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายกับกรมการขนส่งทางบก โดยการงดออกป้ายภาษี งดออกเอกสารแสดงการเสียภาษี บางคนก็ยังเข้าใจว่างดต่อภาษีซึ่งจริงๆ ไม่ใช่รถท่านต่อภาษีได้แต่ไม่ได้ป้าย เอารถมาขับก็เป็นความผิดอยู่แล้ว ตั้งแต่ปี 2560 ปีนี้ปี 2565 ก็ยังเป็นกฎหมายอยู่ ก็ยังไม่บังคับใช้จริง” พล.ต.ต.เอกราช ระบุ

อีกด้านหนึ่ง “วัฒนธรรมองค์กร” อาจเป็นตัวช่วยกำกับดูแลบุคลากรในสังกัดไม่ให้มีพฤติกรรมเสี่ยงในการขับขี่ยานพาหนะ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องทำหน้าที่พนักงานขับรถรับ-ส่งผู้โดยสารหรือขนส่งสินค้า นอกเหนือจากการบังคับใช้กฎหมายโดยรัฐ ซึ่งในวงเสวนาครั้งนี้ ช่วงท้ายมีการยก 2 ตัวอย่างที่น่าสนใจ อาทิ “ทรู ลีสซิ่ง (True leasing)” บริการรถเช่าพร้อมคนขับ มีระบบตรวจจับการใช้ความเร็วเกิน 90 กม./ชม. ยกเว้นกรณีเร่งความเร็วเพื่อแซงโดยจะมีระยะที่อนุโลมให้ใช้ได้ รวมถึงการเดินทางไกล จะมีคนขับสลับกันทำหน้าที่ ไม่ใช่คนคนเดียวขับขี่ต่อเนื่องยาวนาน

เช่นเดียวกับ “เชลส์ (Shell)” บริษัทชั้นนำด้านน้ำมันเชื้อเพลิง มีหลายมาตรการเช่น รถของบริษัทสำหรับให้พนักงานใช้ขับไปพบลูกค้า จะเป็นรถที่ได้มาตรฐาน NCAP ระดับ 5 ซึ่งเป็นระดับที่ปลอดภัยที่สุด ขณะเดียวกันยังมีการอบรมพนักงานให้ตระหนักว่ายิ่งใช้ความเร็งสูงขึ้นโอกาสได้รับอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตจากอุบัติเหตุก็มากขึ้น ทั้งนี้ ก่อนหน้าการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในองค์กร พบใบสั่งจำนวนมากส่งมาถึงบริษัทเนื่องจากเป็นยานพาหนะที่จดทะเบียนในนามบริษัท โดยระบุความเร็วสูงถึง 133 กม./ชม. ชี้ให้เห็นว่าพนักงานขับรถกันเร็วมาก

แต่เมื่อเริ่มเข้มงวดกันอย่างจริงจัง เวลาผ่านไปสถานการณ์ก็ดีขึ้น จำนวนใบสั่งค่อยๆ ลดลงและไม่มีเข้ามาอีก อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ประเทศไทยถูกจัดให้เป็นประเทศที่มีความเสี่ยงสูงด้านอุบัติเหตุบนท้องถนน ตามรายงานขององค์การอนามัยโลก (WHO) จึงต้องทำมากขึ้นด้วยการติดระบบตรวจจับความเร็วไว้ที่รถยนต์ทั่วไปของบริษัทด้วย ซึ่งเป็นระบบเดียวกับที่ใช้ในรถบรรทุก ในระยะแรกๆ พนักงานก็รู้สึกต่อต้าน มองว่าบริษัทจะจับผิดอะไรมากมาย แต่ในเวลาต่อมาก็เริ่มยอมรับและมองว่าบริษัทห่วงใยชีวิตของพนักงาน เป็นต้น

หมายเหตุ : สามารถอ่านสรุปผลการศึกษา“การจัดช่องจราจร-สิ่งแวดล้อมรองรับความเร็ว 120 กม./ชม.ประชาชนเข้าใจมากน้อยแค่ไหน?” โดย ทรงฤทธิ์ ชยานันท์ วิศวกรโยธาเชี่ยวชาญ กรมทางหลวง ในงานเสวนา “เร็วให้ถูกเลน ประเมินเป็น เว้นระยะ = ลดความเสี่ยง” ได้ที่หน้า 5 นสพ.แนวหน้า ฉบับวันอาทิตย์ที่ 31 ก.ค. 2565 (ส่วนทางหน้าเว็บไซต์จะอยู่ที่หมวด Likeสาระในวันเดียวกัน)

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดใจ‘อ้วนพลิ้ว’จอมตีลังกา ทีมไหนชอบลีลาดีลมาได้เลย

Posted on August 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/671010

เปิดใจ‘อ้วนพลิ้ว’จอมตีลังกา ทีมไหนชอบลีลาดีลมาได้เลย

วันพุธ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 20.38 น.

เปิดใจ‘อ้วนพลิ้ว’จอมตีลังกา ทีมไหนชอบลีลาดีลมาได้เลย

จากกรณีในการแข่งขันกีฬาฟุตบอล 7 คน ประเภทอาวุโส หรือ VIP-40UP มอมคัพครั้งที่ 1 เชื่อมความสัมพันธ์ชุมชน ที่สนามฟุตบอลหน้าศูนย์ราชการ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง โดยผู้เล่นหมายเลข 35 ของทีม DKK-ติดเลฮิ ยิงประตูขึ้นนำคู่แข่ง ทีมสท.เอส -บ้านพลา เป็นสกอร์ 2-1 หลังจากนั้นดีใจสุดขีด จึงตีลังกาม้วนหน้า 1 รอบ เลียนแบบท่าดีใจของ “ ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง” อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย จนลืมตัวไปว่าตัวเองมีรูปร่างอ้วนท้วม ทำให้ก้นจ้ำเบ้าเข้ากับพื้นสนามจนลุกไม่ขึ้น จึงรีบเปลี่ยนท่ามานั่งแอค โพสต์ท่าให้กล้องที่กำลังไลฟ์สด ก่อนที่จะพยุงตัวเองลุกขึ้นมาแตะมือกับเพื่อนร่วมทีม เรียกเสียงหัวเราะเสียงฮาให้ผู้บรรยายเกมส์ รวมทั้งคนดูรอบสนาม

ล่าสุดวันนี้ (3 ส.ค.65) ทีมข่าวติดต่อไปทาง “คุณนะโม” นักฟุตบอลจอมลีลา ซึ่งหลังจากพักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน ตอนนี้อาการดีขึ้นแล้ว โดยบอกว่าตอนที่ยิงประตู แล้วเข้า ก็ดีใจมากจนคิดอะไรไม่ทัน ลืมตัว กระโดดตีลังกา จนลืมน้ำหนักของตัวเองไปเลย ท่าที่ออกมาก็เลยหล่นตุ้บ แบบที่เห็น หลังจากตีลังกาก็เจ็บนิดหน่อย ผิดท่าไปหน่อย

สำหรับกีฬาฟุตบอลนั้นตนชื่นชอบมากๆอยู่แล้ว เล่นมาตั้งแต่เด็กๆ จนถึงตอนนี้ก็ยังเล่นอยู่ และจะไม่หยุดเล่น ชอบมากๆ ตอนนี้ที่เจ็บก็หายดีแล้ว พร้อมลงแข่งขัน และยังบอกว่าถ้าที่ไหนสนใจลีลาการเล่นของตน ติดต่อให้ไปเล่นได้เลย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รุมกระทืบผิดคน! ส่งแชทขอโทษ หลังโจ๋หมาหมู่ปืนจ่อหัว-มีดฟันบาดเจ็บ

Posted on August 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670999

รุมกระทืบผิดคน! ส่งแชทขอโทษ หลังโจ๋หมาหมู่ปืนจ่อหัว-มีดฟันบาดเจ็บ

วันพุธ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 20.03 น.

3 สิงหาคม 2565 คืบหน้ากรณีกลุ่มวัยรุ่นใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะเกือบ 20 คน ไล่ทำร้ายชาวบ้านในวัยเดียวกัน จำนวน 2 คนจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะพากันหลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. วันที่ 2 สิงหาคม 2565 ริมถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 22 (นครพนม-สกลนคร) หน้าร้านข้าวปุ้นตาหมาย บ้านดอนยานาง หมู่ 8 ต.นาทราย อ.เมือง จ.นครพนม ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวมีผู้คนใช้ยานพาหนะพลุกพล่าน เนื่องจากเป็นเวลาเลิกงานพอดี แต่กลุ่มวัยรุ่นมีความฮึกเหิมไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง ถือว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจมาก

ล่าสุด วันที่ 3 สิงหาคม 2565 เวลา 15.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.ท.วัตรสันณห์ เนตรหาญ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม เจ้าของคดีได้ให้ผู้ปกครองของผู้บาดเจ็บทั้งสองมาให้ปากคำ เพื่อติดตามคนที่ลงมือกระทำในครั้งนี้ มาดำเนินคดีตามกฎหมาย ปรากฏว่าผู้ปกครองได้นำตัวเยาวชนชื่อนายปาน (นามสมมติ) อายุ 17 ปี พร้อมด้วยแฟนสาวมาให้ปากคำ โดยนายปาน เล่าว่าเดิมเป็นคนจังหวัดหนองบัวลำภู ได้แฟนชื่อ น.ส.โอ๋ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี เป็นคนบ้านดอนม่วง หมู่ 9 ต.บ้านผึ้ง อ.เมืองนครพนม โดยยึดอาชีพรับจ้างกรีดยางอยู่ในหมู่บ้าน

ก่อนเกิดเหตุแฟนสาวขับ จยย.ไปทำธุระในเมืองนครพนม ปรากฏว่ารถน้ำมันหมดอยู่ที่หน้าร้านสะดวกซื้อ ต.หนองญาติ อ.เมืองนครพนม จึงโทรศัพท์ให้ตนไปซื้อน้ำมันมาเติมใส่ถัง ตนได้ชวนนายทิว (นามสมมติ) อายุ 15 ปี ซ้อนท้าย จยย.มาเป็นเพื่อน ขณะเติมน้ำมันใส่ จยย.แฟนสาว มีวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งขับ จยย.มาวนเวียนอยู่บริเวณนั้น แต่ตนไม่ได้สนใจอะไรและไม่เคยรู้จักกันมาก่อน 

จากนั้นก็ขับรถเพื่อกลับบ้าน มาถึงสามแยกไฟแดงมหาวิทยาลัยนครพนม บ้านเนินสะอาด ต.นาราชควาย นายทิวสะกิดว่าพวกนั้นขับ จยย.ตามหลังมา ตนก็บอกว่าอย่าคิดมาก เราไม่เคยไปมีเรื่องกับเขา ปรากฏว่าตนคิดผิดเพราะกลุ่มวัยรุ่นขับรถมาประกบข้างแล้วสั่งให้จอด ด้วยความกลัวจึงเร่งเครื่องหนีแต่แก๊งวัยรุ่นกลุ่มนั้นไล่บี้มาทันที่หน้าร้านข้าวปุ้นตาหมาย บ้านดอนยานาง หมู่ 8 ต.นาทราย และไม่พูดพร่ำวัยรุ่นคนหนึ่งได้ชักอาวุธปืนมาจ่อที่ศีรษะ 

ขณะที่อีกคนใช้มีดพร้าดายหญ้าไล่ฟัน ตนเอามือรับสันมีดถูกที่ง่ามมือโป้ขวาบาดเจ็บ ส่วนนายทิว ถูกสันมีดเล่มเดียวกันฟาดที่กลางหลังและแขนซ้าย ระหว่างนั้นมีชาวบ้านละแวกนั้นออกมาดูเหตุการณ์ วัยรุ่นเกือบ 20 คน ก็รีบกันขับ จยย.หลบหนี พลเมืองดีจึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมด้วยกู้ภัยศรีสัตตนำตัวส่ง รพ.นครพนม

ด้าน น.ส.โอ๋ แฟนสาวของนายปาน เล่าว่า หลังเกิดเหตุมีเพื่อนหญิงคนหนึ่งแซทไลน์มาหา พร้อมกับกล่าวคำขอโทษ ว่าผู้ก่อเหตุมีชื่อเล่นว่านายเม่น เป็นวัยรุ่นอยู่ในหมู่บ้าน ต.โพธิ์ตาก เข้าใจผิดคิดว่า นายปานเป็นคู่อริจึงพากันมารุมทำร้าย ไม่อยากให้เรื่องบานปลายจึงขอร้องไม่ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มนายเม่น โดยทางด้านผู้ปกครองของ น.ส.โอ๋ ได้บอกว่าให้ผู้ก่อเหตุมาซ่อม จยย.ที่พังเสียหาย ส่วนทางด้านคดีให้เป็นไปตามกฎหมาย

ทั้งนี้ กลุ่มวัยรุ่นแก๊งนี้มีประวัติในการก่อเหตุสร้างความเดือดร้อนให้ผู้คนมาบ่อยครั้ง เคยยกพวกตีกันกับวัยรุ่นหมู่บ้านข้างเคียง จนตกเป็นข่าวเมื่อปลายปี 2564 โดยใช้อาวุธมีดไล่ฟันหนุ่มพิการครึ่งซีกบาดเจ็บสาหัสมาแล้ว ครั้งนี้ก็ไม่หลาบจำกลับมาก่อเหตุลักษณะเดียวกันอีก และถือว่าเหิมเกริมมากเพราะที่เกิดเหตุอยู่ในเขตชุมชนติดถนนสายหลัก. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สมบัติของโลก ก็ต้องอยู่ในโลก…เมื่อตายไปแล้วจะยึดถือเป็นกรรมสิทธิ์ของเราอีกไม่ได้

Posted on August 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670996

สมบัติของโลก ก็ต้องอยู่ในโลก...เมื่อตายไปแล้วจะยึดถือเป็นกรรมสิทธิ์ของเราอีกไม่ได้

วันพุธ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 19.54 น.

ความจริง “จิตใจ” ของเราเองเป็นตัวก่อทุกข์ สังเกตได้จากพระอรหันตสาวกทั้งหลาย เมื่อท่านมีความรู้ มีปัญญาคุ้มครองรักษาใจท่านดีแล้ว ท่านก็ไม่มีทุกข์ เพราะท่านไม่ปรารถนาในสิ่งต่างๆ เมื่อเราประสบกับรูป กลิ่น เสียง หรืออื่นๆ ก็เพราะใจเรามีตัณหา ปรารถนา ทะเยอทะยาน ยินดียินร้ายในสิ่งเหล่านั้น ทำให้เราเป็นทุกข์

ไม่ใช่ว่า รูป รส กลิ่น เสียง โผฏฐัพพะ หรือสิ่งอื่นๆ ที่จะได้มาเผาเราให้ร้อน เป็นทุกข์ ตัวของเราเองที่เป็นไฟมาคอยเผาตัวเอง

บุคคลที่มีทาน มีศีล แต่ขาดการภาวนานั้น เปรียบเหมือนบุคคลที่มีเสบียงพร้อมแล้ว มีร่างกายที่สมบูรณ์ มีกำลังวังชาที่ดี แต่บุคคลนั้นเป็นบุคคลที่ตาบอด เขาย่อมไม่สามารถจะเดินทางไปสู่พระนิพพานได้

เมื่อจิตใจรวมลงได้ละเอียดเป็นหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะมีสัญญาอยู่บ้างก็ตาม ให้เรากำหนดนิ่งเฉย คำว่า “นิ่งเฉย” เปรียบเหมือนกับนายพรานดักเนื้อ เขาจะนั่งอยู่นิ่งๆ ไม่เคลื่อนไหว แต่ตาของเขาจะมองดูสัตว์ต่างๆ ที่จะดักฉันใด การตั้งสติกำหนดจิตก็ฉันนั้น

ให้พากันสนใจเรื่องการภาวนา เราบังคับจิตใจไว้เป็นของง่าย เพราะเป็นของมีอยู่กับตัว ไม่ต้องซื้อไม่ต้องขอ ไม่ต้องแลกเปลี่ยน เป็นสิ่งมีประโยชน์มาก

ถ้าเราบำเพ็ญความสงบได้แล้ว มีประโยชน์ทั้งทางโลกและทางธรรม

เรื่องของนิมิตนี้จะเกิดหรือไม่เกิดไม่สำคัญ เพราะว่าการที่เราทำสมาธิภาวนา ก็เพื่อมุ่งให้เกิดความสงบภายในจิตใจเท่านั้น

ถ้าผู้ปฏิบัติสามารถทำจิตใจของตนให้สงบเป็นอารมณ์เดียวได้แล้ว ก็พอเท่านั้น ไม่มีนิมิตเกิดขึ้น ก็ไม่เป็นไร การภาวนาท่านต้องการให้เราปราบกิเลสของเราเท่านั้น คือเห็นความโลภ เห็นความโกรธของตน เห็นความหลงของตน เห็นราคะของตน เห็นมานะทิฐิของตน

ถึงแม้ว่าบุคคลใดจะทำสมาธิได้ดี จะได้รับความสุขขนาดไหนก็ตาม หรือจะได้อภิญญาเพียงใดก็ตาม ถ้า “ไตรลักษณญาณ” ยังไม่เกิดแล้ว ก็ยังนับว่าเป็น มิจฉาสมาธิ เป็นสมาธิที่ยังผิด ยังอยู่ในวงเขตที่ผิด

บางคนภาวนาไม่อยากเห็นภาพต่างๆ เช่น นรก สวรรค์ เทวดา เป็นต้น การที่ได้เห็นสิ่งเหล่านี้ไม่มีอะไรแปลก ที่ว่าไม่แปลกก็เพราะว่า เมื่อเราเห็นแล้ว กิเลสของเราก็ยังอยู่เหมือนเดิม บางคนแถมยังทำให้เกิดกิเลสเพิ่มมากขึ้นอีกเสียด้วย

คือถือว่าตนเองเป็นผู้วิเศษ ที่สามารถเห็นสิ่งต่างๆ เหล่านั้นได้ เลยไม่ยอมกราบไหว้ใครทั้งสิ้น จนกลายเป็น สัคคาวรณ์ มัคคาวรณ์ ปิดกั้นทางมรรค ทางผล ทางนิพพาน ไปโดยปริยาย เป็นความเห็นที่ผิดจากหลักศาสนา พวกเราท่านพากันฝึกหัดสติลูบๆ คลำๆ กันอยู่อย่างไรเล่า จึงมิรู้ช่องแนวทางพ้นทุกข์เสียที

ด้วยเหตุนี้ ขอให้พากันยึดหลักสติปัฏฐาน ๔ เป็นหลักฝึกสติให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ นี่แหละ บรรดาสิ่งสมมุติที่เราไปยึดถือว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของเรานั้น ก็จะได้เพียงชีวิตหนึ่งๆ เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นสามี ภรรยา หรือสมบัติต่างๆ เมื่อเราตายไปแล้ว เราจะยึดถือเป็นกรรมสิทธิ์ของเราอีกไม่ได้ เราจะเอาสิ่งต่างๆ เหล่านั้นติดตามไปสวรรค์ นรก หรือที่ไหนๆ ก็ไม่ได้ตรงกับคำว่า “สมบัติของโลก ก็ต้องอยู่ในโลก”

หนังสือ คติธรรมของหลวงปู่คำดี ปภาโส (พระครูญาณทัสสี) วัดถ้ำผาปู่ อ.เมือง จ.เลย ปี พ.ศ. ๒๔๔๕-๒๕๒๗ ขอบคุณลานธรรมจักร – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อาชีวศึกษาอุบลฯเปิดบ้านร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ

Posted on August 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670985

อาชีวศึกษาอุบลฯเปิดบ้านร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ

วันพุธ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 19.36 น.

วันที่ 3 ส.ค.65 วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี นำโดยนางลฎาภา แสวงทรัพย์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี นำตัวแทนครู นักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาแฟชั่นและสิ่งทอ ให้การต้อนรับคณะกรรมการดำเนินงานและผู้เข้าแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ ครั้งที่ 29 ระดับภาคกลุ่มตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งที่ 1/2565  สาขาแฟชั่นและเทคโนโลยี ในโอกาสที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ร่วมเป็นเจ้าภาพด้านสถานที่ในการจัดการแข่งขัน ในสาขาวิชาแฟชั่นและเทคโนโลยี ในระหว่างวันที่ 3- 4 สิงหาคม 2565  ณ ห้องปฏิบัติสาขาวิชาแฟชั่นและสิ่งทอ อาคารเรียน 4 คณะวิชาคหกรรม วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี เพื่อคัดเลือกผู้เข้าแข่งขันซึ่งเป็นเยาวชนที่อยู่ในสถานศึกษาหรือทำงานอยู่ในสถานประกอบกิจการ เป็นผู้แทนภาคแข่งขันระดับชาติในปี 2566 

นอกจากนี้สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงงาน 7 อุบลราชธานี ได้จัดการแข่งขันฯ อีก จำนวน 10 สาขา  ดังนี้ สาขาการก่ออิฐ สาขาเทคโนโลยียานยนต์ สาขาการปูกระเบื้อง สาขามาตรวิทยาด้านมิติ (ประเภททีม) สาขาการซ่อมสีรถยนต์ สาขาเครื่องจักรกล CNC (เครื่องกัด) สาขาเครื่องจักรกล CNC (เครื่องกลึง) สาขาแฟชั่นเทคโนโลยี สาขาไม้เครื่องเรือน และสาขาการต่อประกอบมุมไม้ ในระหว่างวันที่ 3- 4 สิงหาคม 2565 ณ อาคารอเนกประสงค์ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 7 อุบลราชธานี  ในส่วนของวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ได้ส่งนักเรียน นักศึกษาเข้าร่วมการแข่งขันที่สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงงาน 7 อุบลราชธานี จำนวน 1 สาขา   ได้แก่ สาขาแฟชั่นเทคโนโลยี และที่สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงงาน 18 อุดรธานี จำนวน 1  สาขา ได้แก่ สาขาจัดดอกไม้ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โชเฟอร์หื่น! สาวเตือนภัย เรียกรถผ่านแอพดังคนขับโชว์มีด-ลวนลาม

Posted on August 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670961

โชเฟอร์หื่น! สาวเตือนภัย เรียกรถผ่านแอพดังคนขับโชว์มีด-ลวนลาม

วันพุธ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 18.38 น.

3 ส.ค.65 ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์เตือนภัยในกลุ่ม ‘พัทยาทอล์ค’ ระบุข้อความว่า “จำหน้าไว้เลยนะคะ XXX(แอพเรียกรถโดยสารในจ.ชลบุรี) พกมีดสั้น โชว์ผู้โดยสาร เรียกXXXแต่ลวนลามผู้โดยสาร ตลอดทางพูดดี อัธยาศัยดี ขอแวะเซเว่นแป๊บเดียวเอง น้องสาวหนูขอรอบนรถก่อน สุดท้ายลวนลามน้องสาว ขอเตือนนะคะ ผู้หญิงที่จะเลือกXXXดูชื่อนี้ไว้นะคะอันตราย พิกัดพัทยา #ฝากแชร์ด้วยนะคะ ” พร้อมคลิปวิดีโอความยาว 33 วินาที โดยมีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ถึงพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมของคนขับรถรายนี้ อีกทั้งมีชาวเน็ตบางคนคอมเมนต์ว่า คนขับรายนี้มีประวัติเยอะ

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบผู้เสียหายที่บ้านพัก ภายในซอยพรประภานิมิตร ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุในคลิปวิดีโอ พบ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 20 ปี หญิงสาวผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุตนเองได้เที่ยวดื่มกินกับพี่สาวและพี่ชาย ตอนกลับจึงเรียกรถผ่านแอปพลิเคชั่นชื่อดัง ให้มารับไปส่งที่บ้านพัก เมื่อรถมาถึงพบว่า เป็นรถแท็กซี่สี เหลือง – น้ำเงิน ซึ่งคนขับเป็นชาย ระบุชื่อในแอปชัดเจน 

จากนั้นจึงขึ้นรถไปพร้อมกับพี่สาวและพี่ชาย โดย ตนเองได้นั่งเบาะหน้าข้างคนขับ ระหว่างทางคนขับมีการพูดคุยอัธยาศัยดี แต่คนขับได้มีการหยิบอาวุธมีดที่เก็บไว้ข้างประตูคนขับ ออกมาโชว์โดยอ้างว่า เอาไว้ป้องกันตัวเองจากนักท่องเที่ยว ต่อมาพวกตนได้แวะซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ แต่ตนเองรู้สึกไม่ไหวจึงขึ้นมาพักบนรถแท็กซี่ก่อนเพียงลำพัง จากนั้นคนขับรถรายนี้ เริ่มแสดงท่าทีเข้ามาพูดคุย เอายาดมมาให้ ก่อนจะพุ่งเข้ามาหอมแก้มตนแบบไม่ทันระหว่าง ตนจึงตกใจกลัว  แต่ก็พยายามเก็บอาการ แต่คนขับยังไม่หยุดพยายามพูดจาลวนลาม ถามเรื่องส่วนตัว ขอเบอร์ ขอไลน์ ตนจึงแกล้งหลับไป จนพี่ชายพี่สาวขึ้นมาบนรถ จนกระทั่งรถแท็กซี่ไปจอดหน้าบ้าน ตนจึงรีบวิ่งลงจากรถ ปล่อยโฮ ร้องไห้ ไปกอดพี่สาว และแจ้งว่า ถูกคนขับรถแท็กซี่ลวนลาม พี่ชายจึงรีบวิ่งออกไปหน้าบ้านเพื่อตามหาคนขับ

ด้าน นายแทน อายุ 22 ปี พี่ชาย เปิดเผยว่า หลังจากทราบจากน้องสาว ว่าถูกคนขับรถลวนลาม จึงรีบวิ่งออกไปดักรอที่หน้าบ้าน จนคนขับรถแท็กซี่วนรถกลับมา ตนเองจึงสอบถามว่า ได้ทำอะไรน้องสาวรึป่าว คนขับรถได้ลดกระจกลง และตอบปฏิเสธ ด้วยความโมโหอารมณ์ชั่ววูบ ที่น้องสาวถูกลวนลามจนร้องไห้ จึงบันดาลโทสะต่อยคนขับรถไป และบอกให้คนในบ้านได้ถ่ายคลิปวิดีโอไว้ จนเหตุการณ์เป็นไปตามคลิปวิดีโอ ซึ่งตนเองไม่ได้มีเจตนาที่จะทำร้ายคนขับเพียงแต่อารมณ์ชั่ววูบ ที่โมโหโกรธที่น้องสาวถูกลวนลวน เชื่อว่า หากคนในครอบครัวใครที่ถูกกระทำไม่ดี จะต้องรู้สึกไม่ดีแบบตนแน่นอน เพียงอยากปกป้องครอบครัวเท่านั้นเอง

โดยหลังจากเกิดเหตุ น.ส.เอ (นามสมมุติ) ผู้เสียหาย ได้เดินทางไปแจ้งความไว้กับพนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ

ทั้งนี้ หลังจากเกิดเหตุ ผู้เสียหายยังรู้สึกตกใจ และหวาดกลัวอยู่ตลอดเวลา “อยากเตือนภัยถึงหญิงสาวที่ไปเที่ยวดื่มให้ระมัดระวังตนเองมากขึ้น ดื่มได้ให้พอประมาน การเรียกรถผ่านแอปพลิเคชั่น ควรเรียกแบบเลดี้ (เฉพาะผู้หญิง) แต่หากจำเป็นต้องขึ้นรถกับคนขับผู้ชาย ควรนั่งข้างหลังและมีสติให้มากๆ ไม่งั้นอาจจะเกิดเหตุการณ์ลักษณะขึ้นได้”  น.ส.เอ (นามสมมุติ)กล่าว

อย่างไรก็ตาม การเรียกรถผ่านแอปพลิเคชั่นกำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน เนื่องจากสะดวก และมีความปลอดภัย กรณีเมาไม่ขับ แต่ก็ยังคงมีมิจฉาชีพแฝงตัวมาในคราบคนขับรถ หวังก่อเหตุกับหญิงสาว วอนหน่วยงานผู้เกี่ยวข้อง ช่วยตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะกับหญิงสาวคนอื่นอีกต่อไป.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ภรรยา ‘หม่ำ จ๊กมก’ เปิดภาพสามีครั้งแรกหลังทำศัลยกรรม ชาวเน็ตแซว ‘หน้าหวานมาก’

Posted on August 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670941

ภรรยา 'หม่ำ จ๊กมก' เปิดภาพสามีครั้งแรกหลังทำศัลยกรรม ชาวเน็ตแซว 'หน้าหวานมาก'

วันพุธ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 17.58 น.

กลายเป็นที่ฮือฮาอย่างมากบนโลกโซเชียล เมื่อนักแสดง ตลกชื่อดัง หม่ำ จ๊กมก หรือ เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา ได้ตัดสินใจทำศัลยกรรมครั้งแรกในชีวิต ในวัย 57 ปี โดยเจ้าตัวเลือกทำศัลยกรรมตาเพื่อแก้ปัญหาหนังตาตก

ซึ่งก่อนหน้านี้ โหน่ง ชะชะช่า ก็ได้ออกมาเผยภาพในขณะที่วิดีโอคอลกับ หม่ำ ม๊กจก หลังจากที่ทำศัลยกรรม เผยให้เห็นใบหน้าเป็นครั้งแรก พร้อมระบุข้อความว่า “เจมจิหลบไปก่อน ปกรต้องชิดซ้าย ณ เดชต้องหลบไปทำนาทำไร่ เพราะว่าพระเอกคนใหม่ เพรชรทาย แววตาสดใสกำลังมา ตาหวานจริงนะพี่ใหญ่”

ล่าสุด ภรรยา หม่ำ ม๊กจก คือ มด ก็ได้ออกมาโพสต์ภาพคู่กับสามี เผยใบหน้าใหม่แบบชัดๆ พร้อมแอบแซวสามี ว่า “ติดหล่อสะแล้ว ตัดหนังตามาล้างแผลก็ไม่เป็น ประคบก็ไม่เป็น แถมดื้ออีกต่างหาก ช่วงนี้เมียต้องเป็นพยาบาล และพี่เลี้ยงเด็ก เฮ้อออ” .-008

ขอบคุณภาพจาก : motjokmok

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘แจ็คสัน หวัง’ ประกาศจุดยืนผ่านโซเชียล โพสต์สั้นๆ ‘โลกนี้มีจีนเดียว’

Posted on August 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670917

'แจ็คสัน หวัง' ประกาศจุดยืนผ่านโซเชียล โพสต์สั้นๆ 'โลกนี้มีจีนเดียว'

วันพุธ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 16.49 น.

กลายเป็นประเด็นอร้อนแรง หลังสถานทูตจีนประจำประเทศไทย ออกแถลงถึงเรื่องที่ แนนซี เพโลซี ประธานสภาสหรัฐ เดินทางเยือนไต้หวัน ซึ่งกำลังเป็นประเด็นที่ทั่วโลกจับตามอง ว่าอาจจะสร้างความขัดแย้งในอนาคตได้หรือไม่ ขณะที่ #ไต้หวัน ได้พุ่งขึ้นติดแทรนอันดับ 1 ในประเทศไทย 

ล่าสุด ได้กลายเป็นประเด็นที่ชาวเน็ตไทยถกเถียงกันอย่างมาก เมื่อ แจ็คสัน หวัง ได้โพสต์ใน weibo เมื่อคืนที่ผ่านมา (2 ส.ค.) ซึ่งเป็นรูปภาพและข้อความสนับสนุน โดยระบุสั้นๆ ว่า “โลกนี้มีจีนเดียว” แต่หากใครติดตามหนุ่มแจ็คสันมานาน ก็จะทราบได้ว่านี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพียงแต่ตอนนี้มันถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง เป็นอีกหนึ่งเสียง ที่โพสต์สนับสนุน นโยบายจีนเดียว 

สำหรับ นโยบายจีนเดียว หรือ หลักการจีนเดียว (One China Policy) คือ นโยบายที่ยืนยันว่ามีเพียงรัฐรัฐเดียวที่ใช้ชื่อว่าจีน ซึ่งขัดต่อความคิดที่ว่ามีสองรัฐ คือ สาธารณรัฐประชาชนจีนกับสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน).-008

ขอบคุณภาพจาก : jacksonwang852g7

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,947,268 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

สรุปมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประจำวันที่ 12 พฤษภาคม 2569
มมส ยกระดับมาตรฐานสากล ติดทำเนียบ THE Asia University Rankings 2026
อภิสิทธิ์ ซัดกู้ 4 แสนล้าน เพิ่มความเสี่ยงเศรษฐกิจ แซะ อนุทิน แก้ตรงจุด จะได้ไม่ต้องขับ รถพุ่มพวง
ครบรอบ 10 ปี ‘คณะแพทยศาสตร์ สจล.’ ยกระดับการศึกษาแพทย์ไทยสู่ระดับนานาชาติ
สสส.หนุน Dental Mind Connect 360° ใน’19 โรงเรียนทันตแพทย์’ รับมือวิกฤตเยาวชนเครียด-ซึมเศร้า
เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
นายกฯ อังกฤษระส่ำ รัฐมนตรีช่วยลาออกแล้ว 4 คน บีบให้ลงจากตำแหน่ง
AEROBIC PARTY กระแสตอบรับดี ถูกใจสายเฮลตี้ทุกเพศทุกวัย โชว์สเต็ปแอโรบิคแน่นลาน เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9
ไทยเป็นเจ้าภาพ การประชุม 'ACI APAC & MID RACE 2026' ดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินภูมิภาค
บุกทำเนียบไล่บี้อนุทิน ทวงภาษีแม้ว คดีชินคอร์ป1.7หมื่นล.

Recent Posts

  • ณิชา ณัฏฐณิชา เตรียมบินร่วมงานคานส์ 2026 เสิร์ฟภาพเซ็ตแรกก่อนเดินพรมแดง
  • อดีตเกิร์ลกรุ๊ประดับตำนาน กิฟท์ซ่า อวดลุคสวยสะกดเตรียมพร้อมชิงมงกุฎจักรวาล
  • สมการรอคอย! ชมพู่ อารยา เปิดพรมแดงคานส์ สวยแพงทุกมุม
  • ลำไย ไหทองคำ ประกาศสถานะ กัปตันช้าง แฟนเต็มตัว แฮปปี้ฝ่ายชายสายซัพพอร์ต
  • หน้าชาทั้งวงการ เบียร์ เดอะวอยซ์ เย้ยดาราออกตัวแรง หลังคลิปเสียง ทราย สก๊อต ปรากฎ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d