Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘น้องวันใหม่’เล่าวินาทีรอดตายรถตู้ตกร่องน้ำดับ 8 ศพนั่งแถวหลังนอนตักย่าตลอดทาง

Posted on July 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670222

'น้องวันใหม่'เล่าวินาทีรอดตายรถตู้ตกร่องน้ำดับ 8 ศพนั่งแถวหลังนอนตักย่าตลอดทาง

วันอาทิตย์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 18.06 น.

น้อง 9 ขวบเล่าวินาทีรอดตายจากรถตู้แสวงบุญจากนครพนมไปชัยภูมิตกร่องน้ำดับ 8 ศพ เผยนั่งแถวหลังสุดนอนหลับหนุนตักย่าตลอดทาง ตอนเกิดอุบัติก็ยังหลับอยู่จนเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวออกจากซากรถไปโรงพยาบาลจึงรู้ตัว “ตา” เผยหลานสาวคล้องเหรียญ “ท้าวเวสสุวรรณ” วัดพระธาตุพนม เชื่อท่านช่วย

คืบหน้ากรณีเกิดอุบัติเหตุรถตู้โดยสารรับจ้างยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน นข 2678 นครพนม คนขับหลับในเสียหลักตกร่องลึกประมาณ 2 เมตรริมถนนเลี่ยงเมืองบ้านผือ ตรงข้ามวัดทุ่งเศรษฐี ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น โดยเบื้องต้นนายเทวัญ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี คนขับรถตู้คันเกิดเหตุ เปิดเผยว่า ได้ออกเดินทางมาจากหน้าตลาดธาตุพนม จ.นครพนม เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น.ของคืนวันศุกร์ที่ 29 ก.ค.65 ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพ่อค้าแม่ค้าในตลาด เพื่อจะไปไหว้พระ 9 วัดในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุประมาณ 03.00 น.รถตู้ได้เสียหลักตกลงไปในข้างทางซึ่งเป็นร่องลึก จากนั้นคนขับรถตู้ ได้โทรศัพท์แจ้งหน่วยกู้ชีพ แต่หน่วยกู้ชีพขับรถวนมาหาไม่พบเพราะข้างทางมืดมาก กระทั่งเวลาประมาณ 05.00 น. คนขับได้รู้สึกตัวโทรศัพท์จึงแจ้งหน่วยกู้ชีพอีกครั้ง

พบว่ามีผู้เสียชีวิตทั้งหมดเป็นหญิงสูงอายุรวม 8 ศพ รอดชีวิต 3 คนประกอบด้วย 1.น.ส.อรุณี แสนกลาง อายุ 63 ปี บ้านเลขที่ 410 หมู่ 9 ต.ธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม 2.ด.ญ.ฐิติกาญจน์ หนุนพาณิชพงศ์ หรือน้องวันใหม่ อายุ 9 ปี บ้านเลขที่ 144 หมู่ 5 ต.ธาตุพนมเหนือ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เป็นผู้โดยสาร และนายเทวัญ วรศิริ อายุ 31 ปี ชาวบ้าน ต.เหล่าปอแดง อ.เมืองสกลนคร จ.สกลนคร คนขับรถได้รับบาดเจ็บขาขวาหัก ศีรษะแตก รักษาตัวที่โรงพยาบาลขอนแก่น เบื้องต้นได้พนักงานสอบสวน สภ.ย่อยพระลับ แจ้งข้อกล่าวหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับบาดเจ็บ

โดยเจ้าหน้าที่จากสมาคมกู้ภัยสว่างนาวาธาตุพนม สมาคมกู้ภัยศรีสัตต มูลนิธิสว่างกาฬสินธุ์ มูลนิธิสว่างบูชาธรรมอุบลราชธานี ได้นำรถไปรับศพเพื่อนำส่งญาติมาบำเพ็ญกุศลที่ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เบื้องต้นแพทย์ผ่าชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตได้ 4 ศพ คือ 1.น.ส.ยวนใจ นุรา อายุ 53 ปี 2.นางวรรณกร วิยะสกุลพันธุ์ อายุ 64 ปี 3.น.ส.พรมมา จันทะวัง อายุ 53 ปี 4.นางอุดร ราชสีเมือง อายุ 59 ปี จึงมอบศพให้เจ้าหน้าที่กู้ชีพนำส่งญาติเพื่อประกอบพิธีทางศาสนา ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว

ส่วนอีก 4 ศพที่เหลือคือ 1.นางฮวย กิติยัง อายุ 76 ปี 2.นางทิวาพร กฤตวิทยากุล อายุ 67 ปี 3.นางพเยาว์ ไชยมาตร อายุ 54 ปี (คุณย่าของน้องวันใหม่) และ 4.นางนฤมล กิจวิวัฒน์นุกูล อายุ 63 ปี ศพจะถึงภูมิลำเนาในค่ำของวันนี้ (31 กค.65)  

ล่าสุดวันที่ 31 ก.ค.65 ผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายศิริศักดิ์ ศิริสุนทร หรือ ลุงต๋อม อายุ 61 ปี คุณตาของน้องวันใหม่อายุ 9 ขวบผู้ที่รอดชีวิตจากอุบัติเหตุครั้งนี้ว่า คณะผู้แสวงบุญได้นัดกันไปทำบุญ 9 วัดในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ มีประมาณ 50 คน โดยเช่าเหมารถบัส 1 คัน เสริมด้วยรถตู้อีก 1 คัน ส่วนใหญ่เป็นแม่ค้าอยู่ในตลาดสดเทศบาลตำบลธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ซึ่งคุณย่าคือนางพเยาว์ ได้เอาน้องวันใหม่ ไปด้วย เพราะรักหลานคนนี้มากและก็เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดดังกล่าว ถึงขณะนี้ยังไม่ได้บอกหลานสาวว่าคุณย่าตายแล้ว บอกเพียงสั้นๆ ว่า ย่ายังอยู่ที่โรงพยาบาล เพราะหลานยังมีอาการตื่นตระหนกอยู่ แต่เย็นนี้ศพมาถึงบ้านก็จะบอกความจริงให้หลานรู้

ด้านน้องวันใหม่ ซึ่งยังมีสีหน้าไม่สดชื่อ คาดว่า ยังคงตกใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เล่าว่า ได้นั่งรถตู้กับคุณย่าที่แถวหลังสุด โดยได้นอนหนุนตักย่าหลับมาตลอดทาง แม้ตอนเกิดเหตุก็ยังคงหลับอยู่ มารู้สึกตัวตอนที่เจ้าหน้าที่กู้ชีพมานำตัวออกจากซากรถไปโรงพยาบาล โดยในขณะนั้นมีร่างคนนอนทับตนอีกที แต่ไม่รู้ว่าเป็นใครและมีอาการบาดเจ็บที่แขนและหัวเข่าเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นายศิริศักดิ์ ศิริสุนทร ผู้เป็นตาของน้องวันใหม่ เผยอีกว่า ในคอหลานสาวได้คล้องเหรียญท้าวเวสสุวรรณ รุ่นล่าสุด ซึ่งตนได้รับแจกจากมือพระครูพนมปรีชากร หรือ พระครูไก่ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร เมื่อไม่นานมานี้เอง โดยตนคล้องไว้ในสร้อยแขวนคอหลาน หลังเกิดเหตุเหรียญดังกล่าวได้กระเด็นหายไปเหลือแต่สร้อยที่ยังอยู่ในคอหลานสาว ตนเชื่อว่าด้วยบารมีขององค์พระธาตุพนมและท่านท้าวเวสสุวรรณจึงคุ้มครองให้หลานแคล้วคลาดจากภยันอันตรายอย่างปาฏิหาริย์

ล่าสุด 4 ศพที่เหลือเจ้าหน้าที่นำรถกู้ชีพไปรับกลับมาถึงบ้านเป็นที่เรียบร้อย โดยญาติที่รอรับศพต่างปล่อยโฮร่ำไห้ลั่น โผเข้าไปกอดร่างที่ไร้วิญญาณ ผู้คนที่อยู่บริเวณก็ต่างเศร้าสลดไม่ต่างกัน – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘นครพนม’ โชว์จุดเช็คอินถนนสวรรค์ชายโขง ชวน นทท.ชมวิวทิวทัศน์เขาหินปูฝั่งลาว

Posted on July 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670207

'นครพนม' โชว์จุดเช็คอินถนนสวรรค์ชายโขง ชวน นทท.ชมวิวทิวทัศน์เขาหินปูฝั่งลาว

วันอาทิตย์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 17.40 น.

ททท.จับมือ อบจ.นครพนม สับธงวิ่งเพื่อสุขภาพ โชว์จุดเช็คอินถนนสวรรค์ชายโขง เชิญชวนนักท่องเที่ยวชมวิวทิวทัศน์เขาหินปูฝั่งลาว ทอดยาวขนานแม่น้ำโขง พร้อมยกระดับเป็นถนนสุขภาพเชิงท่องเที่ยว

วันที่ 31 ก.ค.65 เมื่อเวลา 05.00 น. ที่ถนนสวรรค์ชายโขง ทางเลียบแม่น้ำโขงซึ่งเป็นจุดเช็คอินแห่งใหม่ ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม นางสาวศุภพานี โพธิ์สุ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย นายจิรวัฒน์ เวียงด้าน รองนายก อบจ.นครพนม นำหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานเกี่ยวข้อง ร่วมเปิดกิจกรรมแข่งขันวิ่งเพื่อสุขภาพเชิงท่องเที่ยว ในงาน “ริมโขงว่าซั่นนน นครพนม วันมหัศจรรย์แห่งสายฝน” เพื่อเป็นการสนับสนุนส่งเสริมให้ประชาชน นักท่องเที่ยว หันมาออกกำลังกายด้วยการวิ่งสร้างสุขภาพ

รวมถึงเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ถนนสวรรค์ชายโขง ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คอันซีนแห่งใหม่ของนครพนม โดยทางจังหวัดฯใช้งบประมาณก่อสร้างพัฒนาเขื่อนป้องกันตลิ่ง พร้อมถนนเลียบแม่น้ำโขง  เพื่อเป็นสถานที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว ได้มาเที่ยวชมสัมผัสเส้นทางเลียบน้ำโขง ระยะทางกว่า 4 กิโลเมตร เพื่อใช้ในกิจกรรมออกกำลังกาย เดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อีกทั้งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่

ในโอกาสนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ร่วมกับ อบจ.นครพนม และหน่วยงานเกี่ยวข้อง จึงได้จัดกิจกรรมแข่งขันวิ่งขึ้น เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างสุขภาพ ในระยะทางที่กำหนด ประกอบด้วย ระยะฟันรัน 3 กิโลเมตร ระยะ 5 กิโลเมตร และระยะ 10 กิโลเมตร  ครั้งนี้มีประชาชน นักท่องเที่ยว นักกีฬาให้ความสนใจร่วม 1,000 คน ส่วนช่วงเย็นซึ่งคืนสุดท้ายของงาน ยังคงมีการจัดนิทรรศการร้านค้า ร้านอาหาร การแสดงบนเวที สร้างความสุขเช่นเคย ซึ่งกำหนดจัดงานระหว่าง 29 -31 กรกฎาคม 2565

ทั้งนี้ ถนนสวรรค์ชายโขง ถือเป็นแลนด์มาร์คสำคัญอีกแห่ง ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม ที่มีความโดดเด่น ทั้งวิวภูมิทัศน์อันสวยงาม บรรยากาศติดกับแม่น้ำโขง ระยะทางยาวกว่า 4 กิโลเมตร เชื่อมกับเส้นทางจักรยานเลียบแม่น้ำโขง สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ภูเขาหินปูนทางฝั่งลาวอันสวยงามที่ทอดยาวสุดสายตา

ส่วนในช่วงฤดูแล้งจะได้ชื่นชมความสวยงามปรากฏการณ์ทางธรรมชาติหาดทรายทองศรีโคตรบูรณ์โผล่เหนือน้ำชัดเจน และยังเป็นเส้นทางเพื่อสุขภาพ เดินเที่ยวชม ออกกำลังกาย ทำให้ประชาชน นักท่องเที่ยวสนใจเป็นอย่างมาก โดยในส่วนของ ททท.สำนักงานนครพนม รวมถึง อบจ.นครพนม  มีความพร้อมที่จะวางแผนพัฒนาเป็นเส้นทางการท่องเที่ยวของ จ.นครพนม เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในอนาคต – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เหนียวหมูห่อใบตองเจ้าอร่อยหน้าไปรษณีย์สงขลาขอขึ้นราคาอีก 5 บาทหลังวัตถุุดิบแพง

Posted on July 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670183

เหนียวหมูห่อใบตองเจ้าอร่อยหน้าไปรษณีย์สงขลาขอขึ้นราคาอีก 5 บาทหลังวัตถุุดิบแพง

วันอาทิตย์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 15.53 น.

ข้าวเหนียวหมูห่อใบตอง เจ้าอร่อย หน้าไปรษณีย์สงขลา ที่มีหมูทอดสมุนไพร 4 รสชาติ ขอปรับราคาจากเดิมห่อละ 15 บาทขึ้นเป็น 20 บาท หมูทอดปรับขึ้น 5 บาทจากขึดละ 40 บาทขึ้นเป็น 45 บาท หลังได้รับผลกระทบวัตถุดิบทุกอย่างแพงขึ้น

ร้านโกเล็กข้าวเหนียวหมูทอดห่อใบตอง บริเวณหน้าไปรษณีย์ เขตเทศบาลนครสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ของนางภัคจิรา คำแต้ม อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นร้านข้าวเหนียวหมูทอดห่อใบตอง เจ้าอร่อย ร้านดังในเมืองสงขลา เปิดขายมานาน 15 ปีจนเป็นที่รู้จักของชาวเมืองสงขลาเป็นอย่างดีถึงรสชาติความอร่อย ข้าวเหนียวหมูห่อใบตอง ที่มีหมูทอด 4 รสชาติ

ประกอบด้วย หมูทอดสมุนไพร หมูทอดใบมะกรูด หมูแดงรสหวาน หมูสามชั้นทอดกระเทียมพริกไทย ข้าวเหนียวอัญชัน ข้าวเหนียวใบเตย ข้าวเหนียวขาวและข้าวเหนียวดำ รวมทั้งมีไก่ทอด ที่แสนกรอบอร่อย กรอบนอกนุ่มใน โดยเปิดขายตั้งแต่เวลา 06.30 น.– 10.30 น.โดยจะมีลูกค้าทั้งขาประจำและขาจรมายืนรอซื้อข้าวเหนียวหมูทอดห่อใบตองและไก่ทอด ที่แสนกรอบอร่อย กรอบนอกนุ่มใน เต็มหน้าร้าน อีกทั้งไก่ทอดหมูทอดก็ยืนทอดกันสดๆ ร้อนๆ ที่บริเวณข้างร้านให้ลูกค้าได้เห็นกันจะๆ

เนื่องจากในช่วงนี้ราคาวัตถุดิบต่างๆมีราคาแพงขึ้น ส่งผลกระทบกับทางร้านจึงได้ทำการขอปรับราคาหมูเป็นห่อจากราคา 15 บาทขึ้นเป็น 20 บาทขั้นต่ำหรือแล้วแต่ลูกค้าสั่ง สำหรับหมูทอดเป็นขีดจากเดิมราคาขีดละ 40 บาทขึ้น 5 บาทเป็น 45 บาท ซึ่งในการปรับราคาในครั้งนี้ลูกค้าเข้าใจ เนื่องจากราคาสิ่งของทุกอย่างมีราคาแพงขึ้นในส่วนลูกค้าเองก็ประสบปัญหานี้เช่นเดียวกัน ทำให้ทางร้านต้องปรับขึ้น 5 บาทเพื่อความอยู่รอด ลูกค้าก็เข้าใจและก็รับได้กับราคาที่ปรับขึ้น 5 บาทในครั้งนี้

นางภัคจิรา คำแต้ม เจ้าของร้านข้าวเหนียวหมูทอดห่อใบตอง กล่าวว่า ตอนนี้ของแพงขึ้น ราคาก็ปรับอยู่ กำไรน้อยลงแต่ก็พออยู่ได้ ปกติขายอยู่ห่อละ 15 บาทแต่ตอนนี้ไม่ขายแล้ว ขายห่อละ 20 บาท ที่เหลือแล้วแต่ลูกค้าสั่ง ห่อเท่าไหร่ แต่ขั้นต่ำอยู่ที่ห่อละ 20 บาท สำหรับหมูที่เป็นขีดๆละ 45 บาทจากเดิม 40 บาทขึ้น 5 บาทเป็น 45 บาท ลูกค้าก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะเตรียมใจไว้แล้ว ผลกระทบก็คือต้นทุนสูงขึ้น แต่เราได้กำไรน้อยลง

สำหรับร้านข้าวเหนียวหมูทอดห่อใบตอง เจ้าอร่อยร้านดังเมืองสงขลา ของคุณภัคจิรา คำแต้ม เปิดขายทุกวัน หยุดเฉพาะวันจันทร์วันเดียว วันอังคารถึงวันอาทิตย์เปิดขายตั้งแต่เวลา 06:30 น ถึง 10:30 น.หากท่านอยากลองลิ้มชิมรสชาติข้าวเหนียวหมูทอดและไก่ทอด กรอบนอกนุ่มใน แสนอร่อย ก็แวะไปได้ที่บริเวณปากทางเข้าตลาดทรัพย์สินพลาซ่า หน้าไปรษณีย์สงขลา เขตเทศบาลนครสงขลาอำเภอเมือง จังหวัดสงขลา – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นทท.พาครอบครัวเที่ยวเขื่อนลำนางรองช่วงวันหยุดคึกคัก​ ผ่อนปรนให้ลงเล่นน้ำได้

Posted on July 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670159

นทท.พาครอบครัวเที่ยวเขื่อนลำนางรองช่วงวันหยุดคึกคัก​ ผ่อนปรนให้ลงเล่นน้ำได้

วันอาทิตย์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 14.42 น.

นทท.พาครอบครัวบุตรหลานเดินทางไปเที่ยวพักผ่อน​ “เขื่อนลำนางรอง” อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ ช่วงวันหยุดยาวขณะโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำนางรองและทางอำเภอผ่อนปรนให้ลงเล่นน้ำได้แล้ว หลังออกมาตรการห้ามเล่นน้ำ​ เพื่อป้องกันโควิดระบาด

วันที่ 31 ก.ค.65 ประชาชนในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์และนักท่องเที่ยวจากต่างจังหวัด ต่างพาครอบครัวบุตรหลาน เดินทางไปเที่ยวพักผ่อน นั่งรับประทานอาหารและลงเล่นน้ำที่หาดทรายเทียม​ “เขื่อนลำนางรอง” อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ในช่วงวันหยุดยาวอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยวันละ 1,000-2,000 คน ถึงแม้ช่วงนี้ระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นจนมองไม่เห็นหาดทรายเทียม แต่นักท่องเที่ยวก็เลือกพาครอบครัวเดินทางมาเที่ยว เพราะบรรยากาศค่อนข้างเย็นสบาย  และมีร้านอาหารเมนูปลาที่อร่อยให้นักท่องเที่ยวได้เลือกรับประทานหลายร้าน อีกทั้งช่วงนี้ทางโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำนางรอง และทางอำเภอโนนดินแดง ได้ผ่อนปรนให้นักท่องเที่ยวสามารถลงเล่นน้ำในเขื่อนได้ตามปกติแล้ว ซึ่งก็สร้างรายได้ให้กับร้านจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มริมเขื่อนได้เป็นอย่างดี จากที่ก่อนหน้านี้ซบเซาเพราะผลกระทบจากสถานการณ์โควิด

จากที่ก่อนหน้านี้​ทางโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำนางรอง(เขื่อนลำนางรอง) จังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับอำเภอโนนดินแดงโรงพยาบาลโนนดินแดง และ อบต.ลำนางรองได้มีการเพิ่มมาตรการเข้ม ทั้งการตรวจคัดกรองประชาชน และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวหาดทรายเทียมเขื่อนลำนางรองและห้ามลงเล่นน้ำ​ เพื่อป้องกันโควิดระบาด แต่หลังจากรัฐบาลได้ให้ผ่อนปรนมาตรการต่างๆ หลังจากโควิดเริ่มคลี่คลายลงจึงได้อนุญาตให้นักท่องเที่ยวสามารถลงเล่นน้ำได้ – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ธรรมะวันอาทิตย์ เดินจงกรม ปฏิบัติธรรม โดย พระครูภาวนากิจจาทร

Posted on July 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670157

ธรรมะวันอาทิตย์ เดินจงกรม ปฏิบัติธรรม โดย พระครูภาวนากิจจาทร

วันอาทิตย์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 14.21 น.

ธรรมะวันอาทิตย์ เดินจงกรม ปฏิบัติธรรม โดย พระครูภาวนากิจจาทร เจ้าอาวาสวัดบ้านเก่าบ่อ จ.อำนาจเจริญ

ธรรมะวันอาทิตย์ ไปที่วัดบ้านเก่าบ่อ ต.หนองแก้ว อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ เป็นวัดเก่าแก่ อายุ กว่า 196 ปี (ก่อตั้ง ปี พ.ศ.2369) มีเจ้าอาวาสผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปหลายรูป ปัจจุบัน คือ พระครูภาวนากิจจาทร เจ้าอาวาสวัดบ้านเก่าบ่อและเจ้าคณะตำบลหนองแก้ว มีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ 23 รูป สามเณร 15 รูป แม่ชี 30 คน มัคนายก 15 คน สังกัด มหานิกาย บนเนื้อที่ 60 ไร่ มีสิ่งปลูกสร้างทางศาสนามากมาย เพื่อให้พุทธศาสนิกชนและญาติโยม เข้าไปเที่ยวชมและปฏิบัติธรรม อย่างเต็มที่

สำหรับอุโบสถการเปรียญ พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง ตั้งอยู่ใกล้กับประตูทางเข้าวัดบ้านเก่าบ่อ แบบ 2 ชั้น ชั้นแรกเป็นศาลาการเปรียญ ส่วนชั้น 2 ประดิษฐานหุ่นขี้ผึ้งบูรพาจารย์ 16 องค์ ทั้งฝ่ายคันถธุระและวิปัสสนาธุระ ประดับด้วยเจดีย์ 4 ภาค ได้แก่ พระปฐมเจดีย์ ของภาคกลาง เจดีย์ดอยอินทนนท์ ภาคเหนือ เจดีย์เมืองนครศรีธรรมราช ภาคใต้และเจดีย์พระธาตุพนม ภาคอีสาน ส่วนตรงกลางก็จะเป็นเจดีย์พุทธคยา จำลอง จากประเทศอินเดีย และบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ของพระพุทธเจ้า ซึ่งรายรอบทั้ง 5 เจดีย์ จะมีพญานาคช่อฟ้าใบระกา 33 ตัว ฉัตรเงิน 9 ต้น พญานาคเฝ้าเจดีย์ 4 ตัว จุดประสงค์ของการก่อสร้าง เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติศาสนกิจของสงฆ์ เช่น ลงอุโบสถ,บวชนาถและสังฆกรรมต่างๆ เป็นสถานที่ประพฤติปฏิบัติธรรมของพุทธบริษัท ห้องสมุด ห้องสัมมนาพระธรรมวินัย และเป็นอนุสรณ์สถานน้อมถวายแก่บูรพาจารย์ ที่เคยมาพักปฏิบัติธรรมและเผยแพร่พระพุทธศาสนา เช่น หลวงปู่เสาร์ กนตสีโล,หลวงปู่มั่น ภูริทตโต,หลวงปู่ฟั่น อาจาโร เป็นต้น ที่สำคัญหลวงปู่ขาว อนาลโย มีถิ่นกำเนิดเกิดที่บ้านบ่อชะเนง ซึ่งหลวงปู่ขาว ได้ออกธุดงค์ไปปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่มั่น ภูริตโต จนภูมิธรรมเต็มจิตเต็มใจแล้ว จึงได้กลับมาจำพรรษาบนฐานโบสถ์เก่าหลังนี้ในปี พ.ศ.2490 เป็นเวลา 1 พรรษา ดังนั้น เครื่องประดับของอาคารจึงเน้น สีขาว เป็นส่วนมาก เพื่อบูชาคุณของหลวงปู่ขาว อนาลโย

ส่วน พระพุทธรัตนมงคลสมเด็จฯ (หลวงพ่อนาคองค์แสน) เริ่มดำเนินงานก่อสร้าง เมื่อปี 2544 สร้างเสร็จ เมื่อปี 2554 รวม 10 ปี สมเด็จพระมหาวีระวงศ์ เจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม ได้มาเป็นประธานประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ , ยกฉัตรเงินประดับไว้บนยอดเจดีย์จำลอง 5 องค์ , ประดิษฐานใบเสมาพันปีจำลอง , ยกช่อฟ้าและบรรจุรัตนมงคล ลงในองค์พระพุทธรัตนมงคลสมเด็จฯ (หลวงพ่อนาคองค์แสน) ซึ่งประดิษฐานอยู่ด้านหน้า อุโบสถการเปรียญ

นอกจากนี้ ด้านทิศเหนือภายในวัดบ้านเก่าบ่อ ยังจัดทำเป็นลานปฏิบัติธรรม เพื่อให้พระสงฆ์ แม่ชี หรือ พุทธศาสนิกชน ญาติโยม เข้าไปปฏิบัติธรรม รักษาศีล ตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

ที่ด้านหน้าจะเป็น ถาวรเจดีย์มหาวิหาร ภายในประดิษฐาน พระพุทธสันติสุขไพศาล อุดมมงคลจักรวาลประสิทธิ์ และมีที่ปฏิบัติธรรม ท่ามกลางต้นไม้นานาพันธุ์ ลมพัดเย็นสบาย เงียบ สงบมาก

ทั้งนี้ วัดบ้านเก่าบ่อ ได้รับรางวัล “เสาเสมาธรรมจักร” สาขา สำนักปฏิบัติธรรมดีเด่น เมื่อปี พ.ศ.2554 อีกด้วย

พระครูภาวนากิจจาทร เจ้าอาวาววัดบ้านเก่าบ่อและเจ้าคณะตำบลหนองแก้ว อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ อายุ 68 ปี สอนการเดินจงกลมและการปฏิบัติธรรมแก่ญาติโยม โดยสรุปพอเข้าใจว่า การเดินจงกลม ให้มีสติกำหนดพิจารณารู้อาการที่ยกเท้าขึ้น เหวี่ยงเท้าลงถูกพื้น กำหนดพิจารณารู้อาการของเท้าที่เคลื่อนไหวให้ทันทุกขณะที่อย่างก้าวอย่าเผลอ

การนั่ง ให้มีสติ กำหนดพิจารณารู้ความเคลื่อนไหวทุกขณะของท้องว่า ต้นพอง กลางพอง สุดพอง ต้นยุบ กลางยุบ สุดยุบ อาการของท้องในปัจจุบันนั้นๆว่ามีอาการที่แท้จริงอย่างไร

เวทนา เวทนาทุกอย่างที่เกิดขึ้นทางกายและทางใจ ที่เป็นเหตุให้จิตใจคลาดเคลื่อนจากปัจจุบันธรรม (คือ เวทนาปรากฏชัดเจนมาก) ให้กำหนดพิจารณา รู้อาการของเวทนานั้นๆ ให้ทันปัจจุบันธรรมทุกประการ

จิต จิตที่คิดถึงอารมณ์ดี ร้าย ที่เป็นอิฎฐารมณ์ และอนิฎฐานรมณ์ทั้งปวง ที่เป็นเหตุให้จิตใจเขว คลาดเคลื่อนไปจากปัจจุบันธรรมนั้น ให้มีสติกำหนด พิจารณารู้ทุกขณะ แห่งความคิดที่ผุดขึ้น (คือ พยายามกำหนดให้ทันมากเท่าที่จะมากได้)

อิริยาบถย่อย เล็กๆ น้อยๆ จะต้องถือเป็นสิ่งสำคัญ ด้วยพยายามให้มีสติตามกำหนดพิจารณารู้อาการของอริริยาบถนั้นๆ ให้ทันปัจจุบันธรรมตลอดเวลา เมื่อมีอารมณ์อื่นมารบกวน (คือ ไม่มีอารมณ์อื่นที่ปรากฏชัด) ให้กลับมาภาวนาว่า พองหนอ ยุบหนอ ต่อไป และเมื่อมีอารมณ์อื่นเกิดขึ้น ก็ให้กำหนดรู้อารมณ์ต่างๆ ตามที่กล่าวมาแล้วนั้น ไม่ให้ขาดช่วง ไม่ให้ขาดระยะ ไม่ให้มีระหว่าง ให้มีสติกำหนดพิจารณารู้ สืบเนื่องติดต่อกันไป ตลอดเวลา…

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, ธรรมะวันอาทิตย์, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อัศจรรย์สังขาร’หลวงพ่อออด’เกจิดังพิจิตรมรณภาพ 17 ปีไม่เน่า ไม่เปื่อย แข็งคล้ายหิน

Posted on July 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670156

อัศจรรย์สังขาร'หลวงพ่อออด'เกจิดังพิจิตรมรณภาพ 17 ปีไม่เน่า ไม่เปื่อย แข็งคล้ายหิน

วันอาทิตย์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 14.15 น.

เกิดเหตุอัศจรรย์สังขาร “พระครูวิจักษกัณตธรรม” หรือ “หลวงพ่อออด” พระเกจิชื่อดังวัดดาน เมืองพิจิตร มรณภาพ 17 ปี ไม่เน่า ไม่เปื่อย สังขารแข็งคล้ายหิน ใบหน้าอิ่มสีขาว คณะศิษย์เตรียมเปลี่ยนจีวร 2 สิงหาคมนี้

วันที่ 31 ก.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานเหตุอัศจรรย์ครั้งนี้เกิดขึ้นที่วัดดาน ตำบลไผ่ขวาง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร เมื่อคณะศิษย์นำโดยพระราชสิทธิเวที รศ.ดร.เจ้าคณะจังหวัดพิจิตร และเจ้าอาวาสวัดท่าหลวง พระอารามหลวง และนายบุญมี แก้วกำพล นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (นายก อบต.) ไผ่ขวาง นายอำไพ มั่งคล้าย รองประธานหอการค้าจังหวัดพิจิตร และคณะลูกศิษย์ สำรวจหีบบรรจุพระครูวิจักษกัณตธรรม หรือหลวงพ่อออด อดีตเจ้าอาวาสวัดดาน อดีตเจ้าคณะเภอเมืองพิจิตร พระเกจิชื่อดังเมืองพิจิตร เพื่อที่จะเตรียมพิธีเปลี่ยนจีวรซึ่งกำหนดไว้ในวันที่ 2 สิงหาคม 2565 เวลา 09.09 น. ตามประเพณีนิยมที่จะบำเพ็ญกุศลถวายหลวงพ่อซึ่งกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 6 – 7 สิงหาคม 2565 ซึ่งจัดพร้อมกับงานแข่งขันเรือยาวประเพณีชิงถ้วยพระราชทานฯ แม่น้ำน่าน หน้าวัดดาน ตำบลไผ่ขวาง อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร

นายบุญมี แก้วกำพล นายก อบต.ไผ่ขวาง กล่าวว่า คณะศิษย์โดยการนำของพระราชสิทธิเวที กำหนดพิธีขอขมากรรมเพื่อจะเปลี่ยนจีวรหลวงพ่อออด ในวันที่ 2 สิงหาคม นี้เวลา 09.09 น.จึงสำรวจความเรียบร้อยก่อนจึงพบว่าสังขารหลวงพ่อออด ที่ไม่เน่าสลาย แข็งดุจหิน เกศา ขนตา งอก แก้วตาดำ ยังคงอยู่ นับว่าเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์กับคณะศิษย์และผู้พบเห็น ซึ่งทั้งนี้ตนถือว่าเป็นความเชื่อส่วนบุคคลโดยในส่วนตนแล้วตนมีความศรัทธาต่อหลวงพ่อออด อยู่แล้วเนื่องจากขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านได้สร้างประโยชน์ให้กับวัด รวมถึงชุมชนอย่างมากมาย

สำหรับพระครูวิจักษกัณตธรรม หรือหลวงพ่อออด วัดดาน มรณภาพ 22 เมษายน 2548 สิริอายุ 58 ปี โดยหลวงพ่อออด วัดดาน เป็นศิษย์เอกในพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อขวัญ ปวโร วัดบ้านไร่ เจ้าของแหวนพิรอดตะกร้อ อันโด่งดัง รวมถึงท่านได้ศึกษาเพิ่มเติมจากตำราพุทธาคม ของหลวงปู่ภู วัดท่าฬ่อ เจ้าของเหรียญหางแม่งป่องอันโด่งดังสมัยหลวงพ่อออด ไปดำรงตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาสวัดท่าฬ่อ อยู่เกือบสิบปี

พระครูวิจักษกัณตธรรม หรือหลวงพ่อออด เป็นพระนักพัฒนา ทั้งวัด และชุมชน เป็นผู้นำในการประสานงานเพื่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำน่าน ซึ่งเป็นหัวใจในการเชื่อมโยงประชาชนในชุมชน รวมถึงเป็นพระเกจิชื่อดังตามความเชื่อของลูกศิษย์โดยเฉพาะ ตะกรุดโทนดังที่มีเรื่องเล่าวัยรุ่น บ้านดาน ไปเที่ยวสถานบันเทิงในตัวตลาดพิจิตร แล้วมีเรื่องตีกันถูกคู่อริฟันด้วยมีดสปาต้า 2 ที แต่ยกท่อนแขนรับอัศจรรย์มืดสปาต้าฟันไม่เข้าแต่ฟันแรงจนท่อนแขนหัก ซึ่งเป็นที่อัศจรรย์เป็นยิ่งนัก นอกจากนี้ หลวงพ่อออด ยังเป็นผู้สร้างตำนาน หลวงพ่อเงิน รุ่นพระพิจิตร พ.ศ 2543 อันโด่งดังยอดนิยมของวงการพระเครื่องเมืองพิจิตรอีกด้วย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เชฟดังชวนชิมเมนูเด็ด’สุกี้โรลปลาเผาะน้ำโขง’ในงาน’ริมโขงว่าซั่นนน’ กระตุ้น ศก.ท่องเที่ยว

Posted on July 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670153

เชฟดังชวนชิมเมนูเด็ด'สุกี้โรลปลาเผาะน้ำโขง'ในงาน'ริมโขงว่าซั่นนน' กระตุ้น ศก.ท่องเที่ยว

วันอาทิตย์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 13.58 น.

เชฟดังชวนชิมเมนูเด็ด “สุกี้โรลปลาเผาะน้ำโขง” ในงานริมโขงว่าซั่นนน วันมหัศจรรย์แห่งสายฝน กระตุ้นเศรษฐกิจ ท่องเที่ยว ยกระดับถนนสวรรค์ชายโขง เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเศรษฐกิจ

ที่ถนนสวรรค์ชายโขง เขตเทศบาลเมืองนครพนม เมื่อช่วงค่ำวันที่ 30 ก.ค.65 ที่ผ่านมา นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง ส.ส.นครพนม เขต 1 พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานเปิดงานโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว ภายใต้ชื่อ “ริมโขงว่าซั่นนน นครพนม วันมหัศจรรย์แห่งสายฝน” เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว และประชาสัมพันธ์พื้นที่การท่องเที่ยวที่สำคัญของ จ.นครพนม รวมถึงพัฒนายกระดับถนนสวรรค์ชายโขง อันซีนนครพนมที่มีความสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของไทย อยู่เลียบแม่น้ำโขง สามารถชื่นชมความสวยงามทางธรรมชาติสองฝั่งโขงไทยลาวแบบใกล้ชิด เหมาะสำหรับเป็นสถานที่จัดกิจกรรมการท่องเที่ยว เดิน วิ่ง และปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพ ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร

โดยในครั้งนี้กำหนดจัดกิจกรรมขึ้น ระหว่างวันที่ 29 -31 กรกฎาคม 2565 ภายใต้การสนับสนุนของจังหวัดนครพนม ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย,อบจ.นครพนม รวมถึง หน่วยงานภาครัฐเอกชนที่เกี่ยวข้อง ส่วนในงานมีการจัดกิจกรรมเปิดร้านค้า ร้านอาหาร เวทีการแสดงศิลปะวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น การแสดงของศิลปินนักร้องชื่อดัง เชิญชวนนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยว ชมชิมช็อป กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ส่งผลดีต่อร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม ที่พัก ถูกจับจองเต็ม ในช่วงวันหยุดยาว

โดยพิธีเปิดงานมี นายชาญชัย คงทัน รอง ผวจ.นครพนม พร้อมด้วย นายจิรวัฒน์ เวียงด้าน รอง นายก อบจ.นครพนม นางสาวกนกวรรณ ดุงศรีแก้ว ผอ.ททท.สำนักงานนครพนม นำข้าราชการพี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยวร่วมกิจกรรม

ทั้งนี้ภายหลังการเปิดงานได้มีการนำ เชฟบุ๊ค – บุญสมิทธิ์ พุกกะณะสุต เซฟมือหนึ่งมาปรุงเมนูเด็ด สุกี้โรลปลาเผาะน้ำโขง ซึ่งเป็นปลาเศรษฐกิจของ จ.นครพนม เป็นปลาน้ำโขงที่มีรสชาติอร่อยไม่คาว และสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ ปีละหลายล้านบาท จึงได้นำมาปรุงเป็นเมนูเด็ด เพื่อให้ประชาชน นักท่องเที่ยวได้ชิมรสชาติ เป็นการส่งเสริม สนับสนุนด้านการตลาด และยกระดับส่งเสริมการเลี้ยง เป็นปลาเศรษฐกิจของ จ.นครพนม ในอนาคต

  ในโอกาสนี้  นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง/ส.ส.นครพนม เขต 1 พรรคภูมิใจไทย เป็นตัวแทนนำชิมเมนูเด็ด  สุกี้โรลปลาเผาะน้ำโขง ร่วมกับประชาชน นักท่องเที่ยว  ส่วนการจัดงานในวันสุดท้าย คือวันที่ 31 กรกฎาคม 2565 จะมีการจัดกิจกรรม วิ่งเพื่อสุขภาพท่ามกลางบรรยากาศสุดชิลริมแม่น้ำโขง ระยะฟันรัน 3 กิโลเมตร, ระยะ 5 กิโลเมตร และระยะ 10 กิโลเมตร  เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ส่วนช่วงเย็น ยังคงมีการจัดนิทรรศการร้านค้า ร้านอาหาร การแสดงเวที สร้างความสุขเช่นเคย

นายศุภชัย โพธิ์สุ กล่าวว่า งานนี้มีส่วนช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในเมืองรอง สร้างรายได้ให้แก่ท้องถิ่น และยังกระตุ้นให้ทุกคนใส่ใจสุขภาพ ซึ่งถนนสวรรค์ชายโขงนั่นเ ป็นจุดแลนด์มาร์คอันซีนแห่งใหม่ของจังหวัดนครพนม ที่มีความโดดเด่นของภูมิทัศน์ ในบรรยากาศติดริมแม่น้ำโขง ด้วยระยะทางยาวกว่า 4 กิโลเมตร สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ฝั่งลาว รวมถึงเห็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติหาดทรายทองศรีโคตรบูรณที่สวยงาม และยังเป็นเส้นทางที่สามารถเดินเที่ยวชมและออกกำลังกาย ที่มีทัศนียภาพอันสวยงาม ให้นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้และได้ประสบการณ์ผ่านทางสถาปัตยกรรม อาคารบ้านเรือน อาหาร และวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น สู่ความเป็นเมืองน่าอยู่ เมืองแห่งความสุข

ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องมีการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวและส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อตอกย้ำความมั่นใจในการท่องเที่ยว จึงกำหนดจัดงาน “ริมโขง ว่าซั่นนน นครพนม วันมหัศจรรย์แห่งสายฝน” นี้ขึ้น ได้รับการสนับสนุนจากการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), จังหวัดนครพนม, องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม, เทศบาลเมืองนครพนม, บริษัท ไทย เวียตเจ็ท แอร์ จอยท์ สต็อค จำกัด, เอเอส มีเดีย แพลน, ไคยะ ยากินิกุ, เยิ้ม และ Pomelo ซึ่งในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ดำเนินงานและบริหารจัดการตามมาตรการสาธารณสุขและมาตรฐาน SHA  เชื่อว่าจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ดึงดูดประชาชน นักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่มากขึ้น – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ปิดจ๊อบ!ชิ้นส่วนจรวดลองมาร์ช 5บี ตกถึงโลกลงทะเลซูลู ไม่กระทบไทย

Posted on July 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670141

ปิดจ๊อบ!ชิ้นส่วนจรวดลองมาร์ช 5บี ตกถึงโลกลงทะเลซูลู ไม่กระทบไทย

วันอาทิตย์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 11.03 น.

ปิดจ๊อบ! GISTDA เผยเศษชิ้นส่วนจรวดลองมาร์ช 5 บี ตกในเขตทะเลซูลูของฟิลิปปินส์ ไม่กระทบไทย

31 กรกฎาคม 2565 GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) โดยศูนย์วิจัยเทคโนโลยีอวกาศ หรือ S-TREC แจ้งว่า เศษชิ้นส่วนของจรวดลองมาร์ช 5 บี ได้เริ่มเผาไหม้ตั้งแต่อยู่เหนือน่านฟ้าของมหาสมุทรอินเดียตอนใต้ และได้ตกในบริเวณทะเลซูลูของประเทศฟิลิปปินส์แล้ว (จุดสีเหลือง) เมื่อเวลา 23.53 น. ของวันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม 2565 โดยเบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินแต่อย่างใด

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากจรวดลองมาร์ช 5 บี ได้เสร็จสิ้นภารกิจการนำเวิ่นเทียน (Wentian) ซึ่งเป็นโมดูลที่ 2 เชื่อมต่อกับสถานีอวกาศเทียนเหอ (Tianhe) เพื่อสนับสนุนให้นักบินอวกาศทำการทดลองวิจัยในอวกาศ ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม 2565 ซึ่ง GISTDA ได้ติดตามสถานการณ์และแจ้งเตือนชิ้นส่วนของจรวดดังกล่าว จะตกสู่พื้นโลกในวันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม 2565

สำหรับการแจ้งเตือนชิ้นส่วนจรวดตกสู่โลกในครั้งนี้ ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีอวกาศของ GISTDA ได้ใช้ระบบการจัดการจราจรอวกาศ (Space Traffic Management System) หรือ ZIRCON ที่ทีมนักวิจัยของ GISTDA พัฒนาขึ้น ทำการวิเคราะห์และคาดการณ์ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานสากล

ขอบคุณข้อมูลและภาพจากศูนย์วิจัยเทคโนโลยีอวกาศ หรือ S-TREC ของ GISTDA

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดใจคุณแม่! ลูกสาว7ขวบเขียนไดอารี่ แม่กรี๊ดชายอื่น’แจ็คสัน หวัง’ นอกใจพ่อตกนรกแน่

Posted on July 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670125

เปิดใจคุณแม่! ลูกสาว7ขวบเขียนไดอารี่ แม่กรี๊ดชายอื่น'แจ็คสัน หวัง' นอกใจพ่อตกนรกแน่

วันอาทิตย์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 07.24 น.

เปิดใจคุณแม่ หนูน้อยเขียนไดอารี่ “แม่นอกใจพ่อต้องตกนรกแน่ ไปแอบรักเขา” ขณะที่เพจ รายการร้องข้ามกำแพง เขียนจดหมายถึงน้อง “รับผิดเอง-ขอให้อภัยแม่” สร้างความน่ารักบนโลกโซเชียล

31 กรกฎาคม 2565 กลายเป็นเรื่องฮือฮาในโลกออนไลน์ที่ได้กล่าวถึงหนูน้อยวัย 7 ขวบเจ้าของไดอารี่ “บันทึกของวันใหม่” ของ ด.ญ.ศรัณรัชต์ คำทอน หรือ น้องวันใหม่ ชาวอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ที่เคยโด่งดังจากที่ถูกพูดถึงเรื่องราวขำขันบนโลกโซเชียล หลังคุณแม่ หรือนางดวงใจ คำทอน อายุ 40 ปี ได้โพสต์เรื่องราวลงบนกลุ่มเฟซบุ๊กรวมพลคนเห่อลูก ที่เขียนข้อความด้วยลายมือเล่า “เป็นลูกคนเดียว แต่ไม่รู้พ่อมีแฟนกี่คน” ทำเอาชาวเน็ตต่างแสดงความคิดเห็น ทั้งชื่นชมและกล่าวถึงคุณพ่อในทำนองเจ้าชู้

จนคุณแม่ต้องออกมายืนยันว่าคุณพ่อเป็นคนรักครอบครัวหลังแต่งงานมา 17 ปี เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา มาครั้งนี้น้องวันใหม่ได้เขียนไดอารี่ถึงคุณแม่ที่เป็นหนึ่งในแฟนคลับที่กรี๊ดความเท่ ความน่ารักของแจ็คสัน หวัง ซุปตาร์ระดับโลก หนึ่งในสมาชิกวง GOT7 ที่ได้ทำเซอร์ไพรส์ปรากฏตัวเป็นนักร้องหลังกำแพงในรายการ The Wall Song ร้องข้ามกำแพง โดยร้องเพลงคู่กับนักร้องสาว มิลลิ ดนุภา ในเทปฉลองเข้าสู่ EP.100 จนทำให้แฮชแท็ก #ร้องข้ามกำแพง พุ่งขึ้นติดเทรนด์ทวิตเตอร์

โดยข้อคามในไดอารี่ หนูน้อยได้เขียนว่า “วันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2565 แม่เป็นอะไรก็ไม่รู้ ดูนักร้องข้ามกำแพงไป กรี๊ดไป เพราะแม่แอบชอบผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่พ่อ แม่น่าจะเกรงใจพ่อบ้าง แม่ต้องตกนรกแน่ เพราะผิดศีลข้อที่ 3 รักเดียวใจเดียว แจ็คสันหวังไม่ผิดอะไร แต่แม่ผิดเอง เพราะแม่แอบรักเขา…จบ… ลงท้าย Wanmai (วันใหม่) ”

โดย คุณแม่ เฟซบุ๊กชื่อ “Alice Alice” คุณแม่ ของน้องวันใหม่ ได้ระบุข้อความว่า “แม่ผิดเองลูกที่แม่แอบรักเขา ลูกต้องเข้าใจแม่นะ ประถมศึกษาปีที่ 2 อายุ 7 ขวบ #บันทึกของวันใหม่” พร้อมกับเผยภาพบันทึกประจำวันที่เขียนด้วยลายมือของลูกสาว หลังเรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปได้มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นและแชร์ออกไปเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะรู้สึกเอ็นดูหนูน้อย

จากข้อความในสมุดที่น่ารักน่าเอ็นดูและใสซื่อทำเอาเรียกรอยยิ้ม และเรียกยอดไลก์ ยอดแชร์ไปทั่วโซเชียล กระทั่งต่อมาเพจรายการ “ร้องข้ามกำแพง” ก็ถึงกับเขียนถึงน้องวันใหม่ด้วยความเอ็นดู ระบุ “ถึง น้อง Wanmai จากที่ได้อ่านข้อความในกระดาษน้อยๆด้วยลายมือแสนน่ารัก ของน้อง Wanmai นั้น ทางทีมงานขอบอกน้อง Wanmai ว่า “คุณแม่ไม่ผิด พี่แจ็คไม่ผิด…ทางทีมงานขอน้อมรับผิดแต่เพียงผู้เดียว ให้อภัยคุณแม่เถอะนะคะ และฝากถึงคุณแม่และน้อง Wanmai และขออนุญาตไปยังคุณพ่อ ว่าสัปดาห์หน้าถึงไม่มีพี่แจ็คแล้ว ยังสามารถดูรายการร้องข้ามกำแพง ได้เหมือนเดิมนะคะ….”

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านของน้องวันใหม่ เจ้าของไอดารี่ “บันทึกของวันใหม่” ที่อำเภอบ้านโป่ง ซึ่งเปิดเป็นร้านค้าขายของโชว์ห่วย อยู่ในหมู่ที่ 4 ต.เบิกไพร อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี พบกับคุณแม่ คือ นางดวงใจ คำทอน และ เด็กหญิง ศรัณรัชต์ คำทอน หรือ น้องวันใหม่ อายุ 7 ปี โดยมาครั้งนี้น้องวันใหม่ยังคงมีความน่ารัก สดใส ติดขี้อาย เหมือนเดิม และให้การต้อนรับผู้สื่อข่าวแบบเป็นกันเอง

ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับคุณแม่ของน้องวันใหม่พร้อมกับเปิดใจว่า หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป คาดคิดว่าจะมีผู้ชื่นชอบไดอารี่ของลูกสาวและมียอดแชร์จำนวนมาก รวมถึงมีสื่อต่างๆ ติดต่อเข้ามาขอสัมภาษณ์หลายสำนัก ตนและลูกสาวต้องขอบคุณเป็นอย่างมาก

สำหรับเรื่องราวก็ตามที่น้องวันใหม่เขียน ช่วงเย็นของวันที่ 28 ก.ค.65 ตนและน้องวันใหม่ได้ชมรายการ ร้องข้ามกำแพง จนถึงช่วงที่เฉลยรักร้องที่ออกมาจากประตู พบว่าเป็นแจ็คสัน หวัง ซุปตาร์ระดับโลก หนึ่งในสมาชิกวง GOT7 ด้วยความลืมตัวตนจึงส่งเสียงกรี๊ดออกมา เพราะด้วยความที่ตนเองเป็นแฟนคลับและชื่นชอบ เป็นศิลปินในดวงใจเลยก็ว่าได้ น้องวันใหม่ก็สอบถามด้วยความสงสัยว่า “เขาเป็นใครหรือทำไมแม่ต้องกรี๊ดด้วย แม่ชอบเขาหรือ” ตนก็อธิบายไป จนรายการจบน้องก็นั่งเล่นปกติ

พอถึงช่วงที่น้องวันใหม่จะเขียนไดอารี่ ตนก็ถามว่าวันนี้จะเขียนเรื่องอะไร น้องก็ตอบว่า จะเขียนเรื่องร้องข้ามกำแพงแต่ก็ไม่รู้ว่ารายละเอียดเนื้อหาจะเป็นอย่างไร จนน้องเขียนเสร็จก็นำมาให้อ่าน ตนก็แอบขำ และก็ถามน้องว่ารู้จักศีลด้วยหรือ น้องก็ตอบกลับว่า “คุณครูสอน ศีลมี 5 ข้อ ข้อ 3 รักเดียวใจเดียวนะ แม่ผิดศีลนะ” ตนก็มองว่าดีเพราะน้องได้รู้จักศีล 5 ข้อ และตนก็ได้อธิบายให้ลูกฟังด้วย ซึ่งทีแรกน้องวันใหม่ก็ไม่รู้จักว่า “แจ็คสัน” เป็นใคร พอบอกเขาไปว่าเป็นศิลปินเป็นนักร้องดังเกาหลีเหมือนพี่ “ลิซ่า” ที่หนูชอบเขาก็เข้าใจ

คุณแม่ของน้องวันใหม่ กล่าวขอบคุณทุกๆคนที่รักและเอ็นดูน้องวันใหม่ ทั้งเข้ามาแสดงความคิดเห็นและกดติดตามเพจ “บันทึกของน้องวันใหม่” ซึ่งน้องวันใหม่จะเขียนไดอารี่ลงให้อ่านทุกวัน และขอบคุณเพจรายการร้องข้ามกำแพง ช่องเวิร์คพอยท์ ที่เขียนถึงน้อง

หลังจากนั้นคุณแม่ได้นำข้อความของเพจร้องข้ามกำแพงให้น้องวันใหม่อ่าน น้องวันใหม่อ่านไปพร้อมรอยยิ้มและเขินอาย ไม่คิดว่าบันทึกประจำวันที่เขียนจะดังขนาดนี้.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘เลนขวาสุดวิ่งเร็ว120’ ขับขี่ปรับตัวได้..จุดห่วงยังมี

Posted on July 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670061

สกู๊ปแนวหน้า : ‘เลนขวาสุดวิ่งเร็ว120’  ขับขี่ปรับตัวได้..จุดห่วงยังมี

วันอาทิตย์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.31 น.

ย้อนไปช่วงปลายปี 2563 หากยังจำกันได้ เวลานั้นเริ่มมีข่าวว่า “จะเพิ่มความเร็วสูงสุดของรถยนต์ที่กฎหมายอนุญาตให้ใช้ จากเดิมที่ 90 กม./ชม. เป็น 120 กม./ชม.” ซึ่งมีข้อถกเถียงระหว่างฝ่ายที่เห็นด้วยเพราะเอาเข้าจริงๆในหลายพื้นที่ที่สภาพถนนและสภาพการจราจรอำนวย ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่ก็ใช้ความเร็วมากกว่า90 กม./ชม. อยู่แล้ว กับฝ่ายที่คัดค้านเพราะกังวลว่าปัจจัยทั้งพฤติกรรมการขับขี่แบบไทยๆ บวกกับผังเมืองแบบไทยๆ จะยิ่งทำให้ความสูญเสียบนท้องถนนรุนแรงยิ่งขึ้น จากเดิมซึ่งก็ติด 1 ใน 10 อันดับประเทศที่ถนนอันตรายที่สุดในโลกอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ที่สุดแล้วแนวคิดขยับความเร็วดังกล่าวก็ออกมาเป็นกฎหมาย โดยย้ำว่า “อนุญาตให้ใช้ความเร็วสูงสุด 120 กม./ชม. เฉพาะเลนขวาสุดและในบางช่วงของบางเส้นทางเท่านั้น” โดยเริ่มอนุญาตตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา กระทั่งล่าสุดเมื่อช่วงต้นสัปดาห์นี้ ในเวทีเสวนา “เร็วให้ถูกเลน ประเมินเป็น เว้นระยะ = ลดความเสี่ยง”จัดโดย สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้หยิบยกผลการศึกษาพฤติกรรมการใช้ความเร็วในเส้นทางที่อนุญาตมานำเสนอด้วย

ทรงฤทธิ์ ชยานันท์ วิศวกรโยธาเชี่ยวชาญ กรมทางหลวง บอกเล่าถึงผลการศึกษาเรื่อง“การจัดช่องจราจร-สิ่งแวดล้อมรองรับความเร็ว 120 กม./ชม. ประชาชนเข้าใจมากน้อยแค่ไหน?” โดยแบ่งการเก็บข้อมูลระหว่างรถยนต์ (เช่น รถเก๋ง รถกระบะ) กับรถบรรทุก และแบ่งช่องจราจรเป็น4 ช่อง เลนซ้ายสุดความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม. ถัดมาเลน 2 กับ 3 ความเร็วไม่เกิน 100 กม.ชม. และเลนขวาสุดความเร็วไม่ต่ำกว่า 100 กม./ชม. และไม่เกิน 120 กม./ชม.

ยกตัวอย่างจากบางเส้นทาง อาทิ “ทางหลวงหมายเลข 32 กม.23+500 ขาออก” เปรียบเทียบระหว่างวันที่ 1 ก.พ. กับวันที่ 3 พ.ค. 2564 พบว่า ในวันที่ 1 ก.พ. 2564 มีรถยนต์ส่วนหนึ่งใช้ความเร็วเฉลี่ยไม่เกิน 120 กม./ชม. วิ่งอยู่เลน 3 เนื่องจากมีผู้ขับขี่ใช้ความเร็ว 90-100 กม./ชม.ไปวิ่งอยู่เลนขวาสุด แต่ในวันที่ 3 พ.ค. 2564 แม้ยังมีรถยนต์ส่วนหนึ่งใช้ความเร็วเฉลี่ยไม่เกิน120 กม./ชม. วิ่งอยู่เลน 3 แต่ก็มีอีกไม่น้อยที่หันไปใช้ความเร็วดังกล่าวในเลนขวาสุด ตรงข้ามกับผู้ที่ใช้ความเร็ว 90-100 กม./ชม. ซึ่งก่อนหน้านี้เคยวิ่งในเลนขวาสุดก็เริ่มย้ายมาวิ่งในเลน 2 และ 3 แทน

หรือ “ทางหลวงหมายเลข 32 กม.38+750 ขาออก” เปรียบเทียบระหว่างวันที่ 1 ก.พ. กับ วันที่ 4 ต.ค. 2564 พบว่า ในวันที่ 4 ต.ค. 2564 มีรถยนต์ใช้ความเร็วเฉลี่ยไม่เกิน 120 กม./ชม.วิ่งอยู่เลนขวาสุดเพิ่มขึ้นจากวันที่ 1 ก.พ. 2564 อย่างมาก เมื่อเทียบกับความเร็วที่น้อยกว่านี้ในช่องจราจรอื่นๆ ที่ไม่เพิ่มขึ้นมากนักในช่วงเวลาเดียวกัน รวมถึงเส้นทาง “ทางหลวงหมายเลข 32 กม.37+175 ขาเข้า” เปรียบเทียบระหว่างวันที่ 1 ก.พ. กับวันที่ 4 ต.ค. 2564 ที่พบกลุ่มผู้ใช้ความเร็วสูง (ไม่เกิน 120 กม./ชม.) อยู่ในเลนขวาสุด และรองลงมา (90-100 กม./ชม.) อยู่ในเลน 3 เพิ่มขึ้น

เช่นเดียวกับ “การเว้นระยะห่างที่ปลอดภัยระหว่างรถที่วิ่งตามกัน” สำหรับเลนขวาสุดที่อนุญาตให้ใช้ความเร็วได้ภึง 120 กม./ชม. พบว่า ทางหลวงหมายเลข 32 กม.23+500 ขาออก การเว้นระยะห่างในวันที่ 3 พ.ค. 2564 เพิ่มขึ้นจากวันที่ 1 ก.พ. 2564 อย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงทางหลวงหมายเลข 32 กม.38+750 ขาออกและทางหลวงหมายเลข 32 กม.37+175 ขาเข้า ก็พบผู้ขับขี่เว้นระยะห่างระหว่างรถคันต่อคันมากขึ้น เป็นต้น ทั้งนี้ หลังอนุญาตให้ใช้ความเร็ว 120 กม./ชม. ไม่พบอุบัติเหตุเพิ่มขึ้น แต่มีปัญหาบ้างเรื่องความเคยชิน พ้นระยะที่อนุญาตไปแล้วแต่ยังไม่ลดความเร็วลง

“ถ้าถามว่า Perception (การรับรู้) เข้าช่องได้ถูกช่อง อาจจะเพราะติดใจด้วย ใช้ความเร็วที่เหมาะสมในแต่ละช่อง เขาใช้ความเร็วได้ เพราะรถช้าจะวิ่งช่อง 3 ช่อง 2 ได้มากขึ้น ไม่แช่ขวา อันนี้คือจุดสำคัญ เราพยายามเสริมความปลอดภัยไปเรื่อยๆ ณ ปัจจุบันต้องเรียนให้ทราบว่า เท่าที่ดูจากจำนวนอุบัติเหตุคือมันไม่ได้เพิ่มขึ้นเลย เฉพาะในพื้นที่นี้นะ น้อยกว่านิดหน่อย ลดลงด้วย

แต่อย่างสาเหตุที่กล่าวถึงความเร็ว ตอนนี้เราก็พยายามจะเพิ่มกระบวนการตรวจสอบการให้ข้อมูลสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุให้ดีขึ้น เพราะตอนนี้ต้องเรียนให้ทราบว่า ที่ผ่านมาในระบบของเราเอง ผู้กรอกอาจจะเลือกสาเหตุสันนิษฐานด้วยความเร็วเป็นหลัก เพราะว่ามันเกิน 90 กม./ชม. นะ พอเกิน 90 ก็ต้องเรื่องเร็วนี่ละ เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดแน่นอน” ทรงฤทธิ์ กล่าว

ทรงฤทธิ์กล่าวต่อไปว่า ในเส้นทางที่อนุญาตให้ใช้ความเร็ว 120 กม./ชม. ในเลนขวาสุด ก็มีการดำเนินการเพื่อลดความเสี่ยงอุบัติเหตุ ไล่ตั้งแต่ 1.การคัดเลือกเส้นทางและช่วงที่วิ่งได้ โดยเกาะกลางต้องมีเครื่องกั้นแข็งแรง ไม่มีจุดตัด อาทิ จุดกลับรถ หรือหากมีก็จะต้องปิดจุดดังกล่าวให้เหลือน้อยที่สุด โดยเส้นทางช่วงใดที่มีจุดกลับรถจำนวนมากและยังปิดไม่ได้ก็จะไม่อนุญาตให้ใช้ความเร็วระดับนี้ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ไม่สามารถปิดจุดกลับรถทั้งหมด เพราะต้องเปิดบางจุดไว้ให้รถบรรทุกด้วย เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านความสูงหากต้องไปกลับรถในจุดอื่น เช่น ใต้สะพาน

ดังนั้นแล้ว “แม้จะเป็นถนนสายเดียวกัน แต่ไม่ใช่จะวิ่งขวาสุด 120 กม./ชม. ได้ตลอดเส้นทาง” เช่น ทางหลวงหมายเลข 304 ซึ่งยาวตั้งแต่แจ้งวัฒนะ (นนทบุรี-กรุงเทพฯ) จนถึงปักธงชัย (นครราชสีมา) มีเพียงช่วงหนึ่งที่ระยะทาง 5.8 กิโลเมตร ที่อนุญาตให้วิ่งได้เพราะมีความพร้อม 2.มีการติดตั้งเครื่องหมายเตือน ตั้งแต่ใกล้ถึงระยะอนุญาตจนถึงจุดที่พ้นระยะอนุญาตทั้งที่เป็นป้ายริมทางและเครื่องหมายบนพื้นถนน ทั้งการระบุความเร็วแต่ละช่องจราจร รวมถึงแถบแสดงการเว้นระยะห่างระหว่างรถแต่ละคัน

อย่างไรก็ตาม ในอีกด้านหนึ่ง ศ.ดร.กัณวีร์ กนิษฐ์พงศ์ ผู้จัดการศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) ตั้งข้อสังเกตว่า “เมื่อกฎหมายอนุญาตให้มีพื้นที่ที่สามารถใช้ความเร็วสูงขึ้น ก็พบผู้ขับขี่ที่ใช้ความเร็วสูงเพิ่มขึ้นด้วย” โดยเปรียบเทียบในพื้นที่เดียวกัน หลังอนุญาตให้วิ่งขวาสุดด้วยความเร็วไม่เกิน 120 กม./ชม. พบผู้ใช้ความเร็วระดับดังกล่าว รวมถึงที่มากกว่า 120 กม./ชม. เพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนกฎหมายอนุญาต

“คำถามคือมันจะส่งผลเสียอะไรต่อไปในอนาคตบ้าง อย่างเริ่มเห็นแล้ว อย่างพอพ้นเขตนี้ไปเขาก็ยังติดพฤติกรรมการใช้ 120 กม./ชม. ต่อไปอีกที่ไม่ใช่เป็นโซนที่ให้ใช้ 120 คราวนี้ปัญหามันจะเกิดแล้ว กลายเป็นว่านโยบายนี้มันเพิ่มหรือมันเปลี่ยนพฤติกรรมคน ทำให้ส่งเสริมให้คนขับรถเร็วมากขึ้นหรือเปล่า? แล้วเขาจะไม่ได้ขับในช่วงนี้แล้ว พอเลยออกจากโซนนี้เขาอาจจะขับเร็วขึ้นไปอีก คือใช้พฤติกรรมเหมือนเดิมเลย” ศ.ดร.กัณวีร์ กล่าว

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,947,744 hits

Join 4,113 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

สรุปมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประจำวันที่ 12 พฤษภาคม 2569
สสส.หนุน Dental Mind Connect 360° ใน’19 โรงเรียนทันตแพทย์’ รับมือวิกฤตเยาวชนเครียด-ซึมเศร้า
ครบรอบ 10 ปี ‘คณะแพทยศาสตร์ สจล.’ ยกระดับการศึกษาแพทย์ไทยสู่ระดับนานาชาติ
มมส ยกระดับมาตรฐานสากล ติดทำเนียบ THE Asia University Rankings 2026
อภิสิทธิ์ ซัดกู้ 4 แสนล้าน เพิ่มความเสี่ยงเศรษฐกิจ แซะ อนุทิน แก้ตรงจุด จะได้ไม่ต้องขับ รถพุ่มพวง
ประชาชนได้ประโยชน์อะไร! หมอวรงค์ข้องใจรัฐ กู้เงิน 2 แสนล้าน เปลี่ยนผ่านพลังงาน
"ปูติน" เลี้ยงอาหารค่ำครูสมัยมัธยม โต้ข่าวลือหลบภัยในบังเกอร์ใต้ดิน
ฉลอง 170 ปี ความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศส เดินหน้าความร่วมมือ 3 เสาหลัก อุดมศึกษา-วิจัย-นวัตกรรม
นายกฯ อังกฤษระส่ำ รัฐมนตรีช่วยลาออกแล้ว 4 คน บีบให้ลงจากตำแหน่ง
เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

Recent Posts

  • พายุฝน-ฟ้าผ่า ถล่มรัฐอุตตรประเทศ ดับอย่างน้อย 89 ราย
  • สหรัฐฯ อนุมัติ 10 บ.เอกชนจีน ซื้อชิป H200 ของ NVIDIA แต่ดีลยังชะงัก
  • เมียนมาชงกฎหมายใหม่ “โทษประหารชีวิต” แก๊งบังคับเหยื่อทำงานคอลเซ็นเตอร์
  • ศาลสหรัฐฯ ตัดสิน ชายอเมริกันเชื้อสายจีนเปิด “สถานีตำรวจลับ” กลางนิวยอร์ก สอดส่องผู้ลี้ภัยการเมือง
  • รัสเซียยิงขีปนาวุธ-โดรน ถล่มกรุงเคียฟหนัก เสียชีวิต 1 เจ็บอย่างน้อย 31

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d