Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘สวนสัตว์สงขลา’ชวนเที่ยวหยุดยาว พบกิจกรรมสุดพิเศษ สัตว์น่ารักมากมาย

Posted on July 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/669406

'สวนสัตว์สงขลา'ชวนเที่ยวหยุดยาว พบกิจกรรมสุดพิเศษ สัตว์น่ารักมากมาย

วันพุธ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 10.35 น.

สวนสัตว์สงขลา ชวนเที่ยวหยุดยาว วันที่ 28-31กรกฎาคมนี้ พบกิจกรรมสุดพิเศษ “มหัศจรรย์สัตว์แปลก”ร่วม ‘แพค’ โปรโมชั่น 20 – 50 เปอร์เซ็นต์ 

เนื่องด้วยรัฐบาลประกาศวันหยุดพิเศษ ระหว่างวันที่ 28 – 29 กรกฎาคม2565 รวมวันหยุดเสาร์และอาทิตย์ต่อเนื่องรวมเป็น 4 วัน นายวันชัย ตันวัฒนะ ผู้อานวยการสวนสัตว์สงขลา จึงจัดกิจกรรมพิเศษวันหยุดสุดหรรษาในธีมงานว่า ‘มหัศจรรย์สัตว์แปลก’ เพื่อรองรับการท่องเที่ยวที่จะมีขึ้นในช่วงวันหยุดยาว 28-31กรกฎาคมนี้ ซึ่งนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่สวนสัตว์สงขลาจะได้พบกับสัตว์แปลกนานาชนิดทั้งในประเทศและต่างประเทศ

อาทิ กบฮอนฟร็อก กบสวยงามที่มีสีสันหลากหลาย แมงมุมทาลันทูล่า สัตว์ขาปล้องยุคโบราณ 350 ล้านปี หนูเจอร์บิล หนูทะเลทรายขนาดเล็กนักปรับตัวต่อสภาพแห้งแล้งได้ดี และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งงานดังกล่าวจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 – 31 กรกฎาคม2565 เพื่อบริการนักท่องเที่ยวที่เข้ามาพักผ่อนในสวนสัตว์สงขลากับครอบครัว คนรัก และการพักผ่อนแบบหมู่คณะตลอดวันหยุดยาว ทั้งนี้ สวนสัตว์สงขลายังมีบริการการแสดงความสามารถของสัตว์ป่านานาชนิดอย่างครบครัน 

อาทิ น้องโนริ ลูกแมวน้ำสมาชิกใหม่ของสวนสัตว์สงขลา มิสเตอร์จ้อน ป้ามาลี พร้อมด้วยการเพิ่มจุดแลนด์มาร์คใหม่ Wallpaper 3D บริเวณทางเข้าชมแมวน้าและเพนกวิน อีกทั้ง ยังมีโปรโมชั่นที่รองรับนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการเครือข่าย AIS มอบส่วนลด 50% และผู้ถือบัตร D-Card จากศูนย์การค้าไดอาน่า คอมแพล็ก หาดใหญ่ ส่วนลด 20% ถือว่า การท่องเที่ยวสวนสัตว์สงขลาในช่วงนี้มีความคุ้มค่าอย่างมากมายสุดพิเศษ 

ทั้งนี้ ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2565 เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวันสาคัญ องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ มีมติที่ประชุมอนุมัติให้เด็กที่มีส่วนสูงไม่เกิน 135 เซนติเมตร เข้าท่องเที่ยวสวนสัตว์ต่างๆในสังกัดองค์การสวนสัตว์ฯ ทั่วประเทศไทยได้ฟรี และสวนสัตว์สงขลาก็เป็นหนึ่งในสวนสัตว์ขององค์การสวนสัตว์ฯด้วย หากท่านใดสนใจสามารถเข้าเยี่ยมชมและสัมผัสกับกิจกรรมพิเศษดังกล่าวและกิจกรรมต่างๆของสวนสัตว์สงขลาได้เป็นประจำทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ตั้งแต่เวลา 08.30 – 17.30 น. หรือสามารถติดตามรายละเอียดต่างๆ ได้ที่เพจ Facebook ‘สวนสัตว์สงขลา Songkhla Zoo’ หรือสอบถามรายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่ 074 -598–555 หรือ ทาง Inbox เพจ สวนสัตว์สงขลา 

นายวันชัย ตันวัฒนะ ผู้อานวยการสวนสัตว์สงขลา 22:46 เมือง สงขลา กล่าวว่า ในช่วงวันหยุดยาว 28 กรกฎาคมวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 และวันที่ 29, 30, 31 ซึ่งเป็นวันหยุดยาวต่อเนื่องในเดือนกรกฎาคมนี้ สวนสัตว์สงขลาก็ร่วมกับกลุ่มคนรักสัตว์แปลกภาคใต้ได้นำสัตว์แปลกต่างๆมากกว่า 10 ชนิดด้วยกันมาจัดแสดงให้นักท่องเที่ยวได้ชมบริเวณลานต้อนรับของสวนสัตว์สงขลาโดยจะมีสัตว์แปลกๆมากมายไม่ว่าจะเป็นงูหลามทอง กบฮอนฟร็อก แมงมุมทาลันทูล่า หนูเจอร์บิล ก็อยากให้ท่านแวะเข้ามาเยี่ยมชมกันในช่วงวันหยุดยาว. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดใจพ่อ‘น้องพริก’ดาวรุ่งนักร้องลูกทุ่งอินดี้ ฝันสลายอยากเห็นลูกรับราชการครู

Posted on July 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/669396

เปิดใจพ่อ‘น้องพริก’ดาวรุ่งนักร้องลูกทุ่งอินดี้ ฝันสลายอยากเห็นลูกรับราชการครู

วันพุธ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 09.24 น.

เปิดใจพ่อ‘น้องพริก’ดาวรุ่งนักร้องลูกทุ่งอินดี้ ฝันสลายอยากเห็นลูกรับราชการครู

ผู้สื่อข่าวรายงานจากงานสวดอภิธรรมศพ เมื่อคืนวันที่ 26 กรกฎาคม 2565 ที่บ้านเลขที่ 127 หมู่ 13 บ้านเสาเล้าทุ่ง ต.เสาเล้า อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม ซึ่งเป็นบ้านของนายนครินทร์ มากอง หรือน้องพริก อายุ 23 ปี นักศึกษาวิชาภาษาไทย ชั้นปีที่ 5 คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม ที่ผูกคอเสียชีวิตบนขื่อกลางบ้าน เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างความโศกเศร้าเสียใจ ญาติพี่น้อง ตลอดจนครูอาจารย์และเพื่อนๆ ยังสลดใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากน้องพริกนับเป็นนักศึกษาที่เป็นนักกิจกรรม มีพรสวรรค์ในการร้องเพลง จนได้เป็นนักร้องลูกทุ่งอินดี้แนวอีสาน ที่กำลังเป็นดาวรุ่ง มีผลงานเพลงผ่านทางช่องทางยูทูบเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา คนติดตามนับ 10,000 คน ในชื่อเพลง อยากขาวทักแซท

ในค่ำของวันที่ 26 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เป็นวันสวดพระอภิธรรมเป็นคืนที่ 2 ซึ่งนายนิคม มากอง อายุ 66 ปี พ่อน้องพริก พร้อมด้วย นายนเรศ มากอง อายุ 37 ปี อาจารย์ประจำวิชาภาษาไทย โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม ซึ่งเป็นพี่ชาย ร่วมกับญาติพี่น้อง คณะครูอาจารย์ เพื่อนนักศึกษา แฟนคลับ ร่วมไว้อาลัยจำนวนมาก

นายนเรศ มากอง อายุ 37 ปี อาจารย์ประจำวิชาภาษาไทย พี่ชายของน้องพริก เปิดเผยว่า เสียใจต่อการจากไปของน้องชายมาก และยังทำใจไม่ได้ น้องพริกเป็นทุกอย่างของครอบครัว คาดหวังเมื่อจบการศึกษา พร้อมเข้ารับราชการครู ก็จะเป็นเสาหลักให้กับครอบครัว คอยดูแลพ่อที่เลี้ยงมาด้วยอาชีพรับจ้างแต่ส่งเสียลูกเรียนในระดับสูงได้

อีกส่วนหนึ่งที่มีพรสวรรค์ สามารถขับร้องเพลงได้เพราะ ด้วยสำเนียงอีสานแบบธรรมชาติ เนื่องจากอดีตพ่อเป็นหมอลำรับจ้างในงานต่าง ๆ นำเงินที่ได้เลี้ยงลูก เพราะแม่เสียมานานเกือบ 20 ปี จึงต้องเลี้ยงลูกชายและลูกสาวรวม 5 คน ในขณะที่ตนชอบเรื่องโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน และร่าย จึงแต่งเพลงเขียนเพลงให้น้องพริกขับร้องและเล่นเอ็มวีดี ถือเป็นคนที่มีความสามารถตั้งใจสูง เป็นนักกิจกรรมของมหาวิทยาลัยนครพนม

อย่างไรก็ตาม น้องชายเป็นคนคาดหวังอะไรไว้สูง ส่วนแรงจูงใจในการคิดสั้นยอมรับว่าน้องพริก เสียใจเรื่องการเรียนวิชาหนึ่ง ก่อนหน้านี้เคยบ่นเรื่องผลการเรียนในวิชาดังกล่าว ที่ไม่ได้ดังคาดหวัง อาจเป็นแรงจูงใจทำให้คิดสั้น เพราะเคยพูดทำนองสั่งเสียไว้หลายครั้ง แต่ครอบครัวให้ข้อคิดมาตลอด สุดท้ายต้องมาคิดสั้น น้องคงกลัวว่าตัวเองจะสร้างปัญหาให้ครอบครัว หากเรียนไม่จบ และมีภาระหนี้สินกู้หนี้ กยศ.อีกด้วย อย่างไรก็ตาม หากน้องพริกยังอยู่ อยากบอกน้องชายว่า น้องพริกไม่ใช่ความหวังของครอบครัว แต่เป็นกำลังใจครอบครัว ทำไมต้องคิดสั้นแบบนี้  ก่อนเกิดเหตุสลดก็มีการโทรไปสั่งเสียพี่สาว ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องร้ายกับครอบครัวเช่นนี้

ด้านนายนิคม มากอง อายุ 66 ปี พ่อน้องพริก เปิดเผยว่า ตนเป็นทั้งพ่อทั้งแม่ให้ความอบอุ่น หลังภรรยาเสียชีวิต มาเกือบ 20 ปี เลี้ยงลูกมา 5 คน รับจ้างทำทุกอย่าง ส่วนหนึ่ง มีความสามารถด้านหมอลำ รับจ้างตามงานบุญประเพณีต่างๆ เพื่อหาเงินมาเลี้ยงลูก ส่งเสียลูกเรียน และพี่ชายได้รับราชการครู ส่วนน้องพริกคาดหวังอยากให้รับราชการครูเช่นกัน เพราะเรียนปีสุดท้าย

“ก่อนตายอยากเห็นลูกชายรับราชการครู ไม่คิดว่าฝันจะสลาย น้องพริกกับมาคิดสั้น ก่อนนี้เคยโทรไปตัดพ้อ สั่งเสียกับพี่สาว ทำงานที่ กทม. ว่าเหนื่อยท้อกับตัวเอง น่าจะเป็นเรื่องการเรียนที่คาดหวังสูง แต่ปัญหาในครอบครัวไม่เคยมีการทะเลาะเบาะแว้งกัน ส่วนหนึ่งตนภูมิใจที่ลูกชายมีพรสวรรค์ด้านการร้องเพลง เพราะตนเป็นนักร้องหมอลำมาก่อน ดีใจที่ลูกชายได้สายเลือด สุดท้ายมาเกิดเหตุสลด ไม่คาดคิด ยังทำใจไม่ได้ อยากเห็นลูกรับราชการครูก่อนตาย แต่ลูกชายต้องมาตายก่อน” นายนิคม กล่าว

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฮือฮา’อ้วกหมู’ก้อนสีน้ำตาล เผยคนจีนเคยรับซื้อ19ล้าน เจ้าของอยากรู้รอพิสูจน์

Posted on July 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/669390

ฮือฮา'อ้วกหมู'ก้อนสีน้ำตาล เผยคนจีนเคยรับซื้อ19ล้าน เจ้าของอยากรู้รอพิสูจน์

วันพุธ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 08.09 น.

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับแจ้งจากแม่ค้าขายหมูใน ตำบลกุดสะเทียน อำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู แจ้งว่าพบอ้วกหมู หรือสำรอกหมู น้ำหนัก 2.9 ขีด ความยาว 3.5 นิ้ว กว้าง 3 นิ้ว อยู่ในกระเพาะพ่อพันธุ์หมู อายุกว่า 5 ปี น้ำหนัก 280 กิโลกรัม หลังจากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบพบ นางสาวธรรศ ณาวรรณ ปกป้อง 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 76 หมู่ 4 บ้านนาทม ตำบลกุดสะเทียน อำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู

นางสาวธรรศณาวรรณ เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ครอบครัวของตนเองกับสามีมีอาชีพชำแหละเนื้อสุกรขายตามตลาดนัด โดยในช่วงเช้าคุณพ่อได้นำหมูพ่อพันธุ์เพศผู้ อายุประมาณ 5 ปี น้ำหนัก 280 กิโลกรัม มาชำแหละเพื่อจะนำไปขาย โดยแม่ได้เป็นคนล้างกระเพาะหมู ไปพบก้อนสีน้ำตาล 2 ก้อน เป็นวงรีอยู่ในกระเพาะของสุกร ไม่มีเศษอาหารอะไรเลย จึงนำมาล้างน้ำพบว่าเป็นก้อนสีน้ำตาล และเป็นเส้นไหมสีทองเป็นกระจุก โดยหมูตัวนี้ซื้อมาจากจังหวัดเลย จะนำมาชำแหละขาย ซึ่งที่ผ่านมาครอบครัวตนเองทำอาชีพขายหมูมากว่า 30 ปี ก็ไม่เคยพบก้อนแบบนี้

นางสาวธรรศณาวรรณ กล่าวต่อว่า ตนเองเคยจำได้ว่าเคยมีข่าวออกเมื่อประมาณ 2 ปี ที่ผ่านมา มีคนพบอ้วกหมูหรือสำรอกหมู และมีพ่อค้าคนจีนมาติดต่อขอซื้อไปในราคา 19 ล้านบาท มีความเชื่อว่าเป็นสิ่งมงคลให้โชคในการค้าขาย และคนจีนนิยมนำไปทำเป็นยาอายุวัฒนะ ต่อมาได้มีเพื่อนบ้านทราบข่าวได้แห่กันมาดู และต่างวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนาๆ

เมื่อคืนคุณแม่ได้มาเล่าให้ฟัง ฝันว่ามีคนมาที่บ้านเต็มไปหมด แล้วทำอาหารกินกัน แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร ส่วนตนเองกับสามีเป็นคนชอบทำบุญ ช่วงวันพระก็จะนำน้ำปานะ และอาหารไปถวายที่วัดอยู่เป็นประจำ และเวลาไปขายของตามตลาดนัดไปเห็นคนแก่ หรือเด็ก คนพิการ คนยากคนจน ตนมักชอบซื้อข้าว อาหารมอบให้อยู่เป็นประจำ โดยคนเฒ่าคนแก่ที่อยู่ในหมู่บ้านก็ได้เล่าให้ฟังว่า ก้อนอ้วกหมูหรือสำรอกหมู เป็นสิ่งมงคลจะนำโชคลาภมาให้

แต่ตนก็ยังไม่แน่ใจอยากให้ผู้ที่มีความรู้มาดู และพิสูจน์ว่าสิ่งที่พบเป็นอะไรเหมือนกัน แต่ตนเองได้เข้าไปในดูใน YouTube และพิมพ์คำว่าอ้วกหมู หรือสำรอกหมู ก็จะเป็นก้อนลักษณะเหมือนกัน ส่วนถ้ามีผู้ใดอยากจะมาชม สามารถโทรได้ที่เบอร์โทรศัพท์  098-239-4836  

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รัฐเปิดแผนปั๊มรายได้ท่องเที่ยว ปลื้ม‘กรุงเทพฯ’ผงาดเบอร์ 1 โลก จุดหมายยอดนิยมของนทท.

Posted on July 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/669386

รัฐเปิดแผนปั๊มรายได้ท่องเที่ยว ปลื้ม‘กรุงเทพฯ’ผงาดเบอร์ 1 โลก จุดหมายยอดนิยมของนทท.

วันพุธ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 07.48 น.

โฆษกรัฐบาลเผยนายกฯ มุ่งพลิกฟื้นการท่องเที่ยวไทย ตั้งเป้าผลักดันรายได้การท่องเที่ยวรวม 2.38 ล้านล้านบาท พร้อมยินดีที่ Agoda ยก‘กรุงเทพฯ’เป็นที่ 1 จุดหมายปลายทางยอดนิยมระดับโลกประจำปี 2565 ด้าน‘รองโฆษกฯ’เผยนายกฯชื่นชม‘การบินไทย’ต่อยอดความสัมพันธ์ไทย- ซาอุดีอาระเบีย เกิดผลเป็นรูปธรรม เปิดเส้นทางบินใหม่‘กรุงเทพ-เจดดาห์’ดึงนักท่องเที่ยวเยือนไทยเพิ่มสิบเท่า

27 กรกฎาคม 2565 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มุ่งเดินหน้าแผนพลิกฟื้นตลาดการท่องเที่ยวไทยปี 2566 ยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ตั้งเป้าผลักดันรายได้การท่องเที่ยวรวม 2.38 ล้านล้านบาท พร้อมยินดีที่อโกด้า (Agoda) แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยวระดับโลก จัดอันดับให้กรุงเทพมหานครเป็นที่ 1 ด้านจุดหมายปลายทางยอดนิยมทั่วโลกในถดูร้อนประจำปี 2565

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ทำแผนการตลาดปี 2566 เดินหน้าฟื้นการท่องเที่ยวไทย เตรียมผลักดันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างสมดุลทุกมิติ เน้นการสร้างคุณค่าการเดินทาง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการตลาดสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน (High Value Sustainable Tourism) ด้วย 4 กลยุทธ์ ได้แก่ 1. กระตุ้นความต้องการเดินทาง (Drive Demand) 2. สร้างประสบการณ์การเดินทางที่มีความหมายและทรงคุณค่าให้กับนักท่องเที่ยว (Meaningful Travel) 3. ต่อยอดพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน (Shape Supply) ซึ่งนำไปสู่ 4. ยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน (High Value and Sustainability) และผสมผสาน Soft Power ของไทย รวมทั้ง บูรณาการความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับทุกภาคส่วน เพื่อปักหมุดหมายการท่องเที่ยวของไทยเป็น World Class Destination

ในส่วนการท่องเที่ยวในประเทศ ททท. จะกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนไทย ผ่านแคมเปญ “365 วัน มหัศจรรย์เมืองไทย…เที่ยวได้ทุกวัน” ชูเอกลักษณ์ของแต่ละภาค เพื่อรองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวทุกรูปแบบ และเพิ่มมูลค่าการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว  สำหรับทิศทางในระยะยาว จะทำการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี และเปิดตลาดเชิงพื้นที่ใหม่ ๆ สร้างการรับรู้และส่งเสริมตลาดในประเทศใหม่ เช่น ซาอุดีอาระเบีย และขยายพื้นที่ไปเมืองรองในตลาดเดิม เช่น ตอนกลางของสหรัฐ  ตั้งเป้าว่าจะดันรายได้การท่องเที่ยวปี 2566 รวม 2.38 ล้านล้านบาท

นอกจากนี้ Agoda.com ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยวระดับโลก ได้ทำการจัดอันดับจุดหมายปลายทางยอดนิยมทั่วโลกประจำปี 2565 หลังจากสถานการณ์โรคโควิด-19 ดีขึ้น และการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด19 ในหลายประเทศทำให้การท่องเที่ยวกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง ซึ่งผลการจัดอันดับพบว่า กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา ประเทศไทย ติด 10 อันดับประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลกในฤดูร้อนประจำ ปี 2565 โดยกรุงเทพมหานคร ครองอันดับ 1 และ เมืองพัทยา ครองอันดับ 8 ของโลก

“นายกฯ ชื่นชมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้บูรณาการความร่วมมือในการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในการส่งเสริมนโยบาย ตอบรับดำเนินตามแนวทางที่รัฐบาลกำหนด สร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ส่งผลให้การท่องเที่ยวประเทศไทยกลับมาเป็นที่นิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ พร้อมกำชับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเดินหน้าสร้างการรับรู้แก่กลุ่มนักท่องเที่ยว เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวประเทศไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน สอดรับกับสภาพแวดล้อมด้านการแข่งขัน และความท้าทายด้านเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่” นายธนกร กล่าว

ด้านนางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ เปิดเผยว่า ตนได้เป็นตัวแทนรัฐบาลร่วมงานเปิดตัวเส้นทางใหม่ของการบินไทย “กรุงเทพ~เจดดาห์” เที่ยวแรกให้บริการ 19 สิงหาคม 2565 ซึ่งพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ฝากคำชื่นชมไปยังบริษัทการบินไทย ที่ได้ต่อยอดความสัมพันธ์ “ไทย-ซาอุดีอาระเบีย” ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการที่นายกฯได้ไปเยือนซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการเมื่อปลายเดือนมกราคม ที่ผ่านมา นับเป็นครั้งแรกในรอบ 30 กว่าปีของการเยือนระดับผู้นำรัฐบาล โดยการเปิดเส้นทางการบินเส้นนี้ เป็นการเน้นย้ำถึงสัมพันธภาพที่ดียิ่งระหว่างสองประเทศ และระหว่างประชาชนต่อประชาชน  รวมถึงโอกาสทางธุรกิจที่จะเพิ่มมากขึ้นตามมา มากไปกว่านั้น ทางการบินไทย ยังแสดงเจตนารมณ์ที่จะส่งเสริม Soft power ของพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ครอบคลุมเรื่อง การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม อาหาร งานฝีมือชาวบ้าน ให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเทียวซาอุดีอาระเบียและตะวันออกกลางอีกด้วย

ทั้งนี้ คาดว่าเส้นทางบินตรงกรุงเทพ-เจดดาห์ จะทำให้มีนักท่องเที่ยวซาอุดีอาระเบีย เดินทางมาเยือนประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นสิบเท่า จากเดิมที่มีประมาณ 3 หมื่นคนต่อปี ซึ่งต้องเดินทางผ่านประเทศอื่นก่อนเข้าไทย ทุกๆปี มีคนไทยเดินทางไปซาอุดีอาระเบียจำนวนมาก ทั้งคนไทยมุสลิม โดยเฉพาะกลุ่มพี่น้องจังหวัดชายแดนใต้ ที่เดินทางไปเพื่อแสวงบุญ และคนไทยที่ไปทำงาน  ขณะที่ชาวซาอุดิอาระเบียมีความนิยมมารับการรักษาสุขภาพ ช้อปปิ้ง และท่องเที่ยวในประเทศไทยอย่างมาก ส่วนความน่าสนใจของเมืองเจดดาห์ คือ เป็นประตูหลักสู่เมกกะ เมืองท่าที่มีธรรมชาติอันสวยงาม และศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจของตะวันออกกลาง

สำหรับการส่งเสริม Soft power ตามนโยบายรัฐบาลนั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นายสุวรรธนะ สีบุญเรือง รักษาการแทนประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จะให้การสนับสนุนเรื่องนี้อย่างเต็มที่ เพราะในฐานะสายการบินแห่งชาติ การบินไทยพร้อมร่วมขับเคลื่อนในเรื่องนี้ และที่ผ่านมา ทางบริษัทก็ได้ดำเนินการมาโดยตลอด และขณะนี้ได้วางแผนจะใช้เส้นทางกรุงเทพ-เจดดาห์ เพื่อการโปรโมทอัตลักษณ์ของพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ที่มีความโดดเด่นเรื่องสังคมพหุวัฒนธรรม อาหารพื้นถิ่น และวิถีชีวิตชาวบ้าน ในเบื้องต้นจะร่วมมือกับภาครัฐ ในการดำเนินการ เช่น 1)การคัดเลือกสินค้าท้องถิ่นเข้าวางขายในร้าน “ไทยช็อป” ซึ่งมีลูกค้าจากทั่วโลกสั่งซื้อผ่านทางออนไลน์ 2)การศึกษาศักยภาพ วัตถุดิบท้องถิ่น เพื่อนมาต่อยอดให้บริการบนเครื่องบิน อาทิ เกลือหวานจากปัตตานี ลูกหยีนราธิวาส และกล้วยหินยะลา และ 3)การร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยการพาผู้สื่อข่าวจากประเทศซาอุดิอาระเบีย มาทัศนศึกษาประเทศไทย และจังหวัดชายแดนใต้ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมต่อไป

“นายกรัฐมนตรีชื่นชมความสำเร็จของบริษัทการบินไทย ที่นอกจากจะสามารถฟื้นฟูกิจการได้อย่างรวดเร็ว ยังริเริ่มเปิดเส้นทางการบินใหม่ที่เป็นทั้งโอกาสทางธุรกิจของบริษัท และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศด้านการท่องเที่ยวและด้านอื่นๆที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเป็นช่องทางสู่การขยายโอกาสทางธุรกิจของผู้ประกอบการไทยสู่ประเทศอื่นๆในภูมิภาคตะวันออกกลาง และที่สำคัญ การที่บริษัทฯยื่นมือเข้ามา โปรโมท Soft power ของจังหวัดชายแดนใต้ ถือเป็นตัวอย่างที่น่าประทับใจ เพราะนอกจากจะทำให้ต่างชาติเข้าใจถึงพหุสังคมวัฒนธรรมในท้องถิ่นแล้ว ยังช่วยในเรื่องของการสร้างรายได้แก่ประชาชน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอีกด้วย” นางสาวรัชดา กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ร้านอาหารชายแดนสตูลยืนยันในฝีมือความอร่อยไม่จำเป็นต้องใส่กัญชาเป็นส่วนผสมอาหาร

Posted on July 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/669351

ร้านอาหารชายแดนสตูลยืนยันในฝีมือความอร่อยไม่จำเป็นต้องใส่กัญชาเป็นส่วนผสมอาหาร

วันอังคาร ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 19.31 น.

แม่ค้าร้านอาหารชายแดนสตูล ยืนยันในฝีมือความอร่อยไม่จำเป็นต้องใส่กัญชาเป็นส่วนผสมอาหาร พร้อมรับรองลูกค้าประเทศเพื่อนบ้านทานได้อย่างมั่นใจหลังมาเลเซียเตือนพลเมืองที่เข้าเที่ยวในไทย

หลังรัฐบาลไทยประกาศให้กัญชาเสรีได้นั้นทางการประเทศมาเลเซียก็ประกาศให้พลเมืองของตัวเองที่เดินทางเข้าประเทศไทยเพิ่มความระมัดระวังในการรับประทานอาหาร จากร้านที่มั่นใจว่าจะไม่มีส่วนผสมของกัญชา

ซึ่งในทางปฏิบัติพื้นที่ชายแดนติดประเทศเพื่อนบ้านอย่างจังหวัดสตูลก็ไม่นิยมนำกัญชามาเป็นส่วนผสมของอาหาร โดยหลายร้านในเทศบาลตำบลควนโดน จังหวัดสตูล ยืนยันว่า ไม่นำกัญชา มาเป็นส่วนผสมของอาหารอย่างแน่นอน เพราะเชื่อมั่นในฝีมือรสชาติว่าอร่อยได้ โดยไม่ต้องพึ่งกัญชา

ก๊ะละ นางสาวแอร๊ะ หลีเส็น อายุ 47 ปี เจ้าของร้านข้าวแกงร้อยหม้อ กรรมการชมรมผู้ประกอบการร้านอาหาร เทศบาลตำบลควนโดน ซึ่งร้านตั้งอยู่ตรงข้ามโรงเรียนอนุบาลควนโดน กล่าวว่า ทางร้านข้าวแกงร้อยหม้อ ในตำบลควนโดน อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล ซึ่งเป็นร้านข้าวแกงรายใหญ่มีลูกค้าทั้งข้าราชการ ลูกทัวร์ไทยและมาเลเซียเป็นลูกค้ายืนยันว่า ร้านค้าตนและร้านค้าในชมรมผู้ประกอบการร้านอาหารเทศบาลตำบลควนโดน ไม่มีใครนิยมหรือชื่นชอบใส่กัญชาเป็นส่วนผสมในอาหารอย่างแน่นอน

เพราะไม่รู้ว่า ลูกค้าจะแพ้กัญชาหรือไม่ และเชื่อมั่นในฝีมือและรสชาติ ลูกค้าพึงพอใจอยู่แล้วว่า อร่อย ไม่จำเป็นต้องใส่กัญชาเป็นส่วนผสม และไม่ใส่อย่างแน่นอน แม้รัฐบาลจะให้กัญชาเสรีก็ตาม ขอให้ลูกค้าเชื่อมั่นและมั่นใจได้เลย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘กรรมไม่ใช่ทำให้คนอื่น เราทำเองเราได้เอง’ โอวาทธรรม ‘หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี’

Posted on July 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/669330

'กรรมไม่ใช่ทำให้คนอื่น เราทำเองเราได้เอง' โอวาทธรรม 'หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี'

วันอังคาร ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 18.32 น.

“…วันนี้ จะเทศน์ถึงเรื่องกรรมให้ฟัง คนไม่ค่อยจะคิดถึงกรรม คิดก็คิดไม่ละเอียดถี่ถ้วน เผินๆ เห็นว่าเวลาตายด้วยประการต่างๆ ด้วยอุปัทวเหตุเกิดขึ้นเรียกว่ากรรมของคนนั้น แท้ที่จริงนั้นกรรมมันยังลึกซึ้งลงไปกว่านั้นอีก อย่างท่านว่า สัพเพสัตตา กัมมัสสะกา กัมมะทายาทา กัมมะโยนิ กัมมะพันธุ กัมมะปะฏิสะระณา ยัง กัมมัง กะริสสันติ กัลยาณัง วา ปาปะกัง วา ตัสสะ ภะวิสสันติ อย่างนี้เป็นต้น

คนเราถ้าไม่มีกรรมก็ไม่เกิด มันมีกรรมจึงค่อยเกิด ถ้าหมดกรรมหมดเวรแล้วก็หมดเรื่อง ถึงพระนิพพานเลย นี้มันมีกรรมอยู่นั่นแหละถึงมาเกิดมาเป็นคน มาเป็นสัตว์สาราสิ่งทุกประการที่เกิดมานั้นล้วนแต่เป็นกรรมทั้งนั้นแหละ เราทำกรรมอะไรไว้ย่อมรับกรรมอันนั้น ทำกรรมดีกรรมชั่วก็ต้องรับกรรมอันนั้น ที่เราทำ ไม่ใช่คนอื่นทำให้ ไม่ใช่ทำให้คนอื่น เราทำเองเราได้เอง อันนี้เป็นการตายตัวอยู่ในนั้น จะเปลี่ยนแปลงพลิกไหวไปไม่ได้

กมฺมทา กมฺมสฺสกา เราทำ กมฺมทายาทา กรรมอันที่เราทำแล้วเราต้องรับเป็นทายาท คือว่าเป็น เป็นรับผลกรรมนั้นเอง กมฺมโยนิ เรามีกรรมเป็นกำเนิดคือที่เกิดมาเป็นมนุษย์มาเป็นสัตว์ ที่เกิดมาเรียกว่า กรรม กมฺมพนฺธุ กมฺมปฏิสรณา เรามีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ กมฺมปฏิสรณา ก็ต้องอาศัยกรรม คนเราเกิดขึ้นมาต้องอาศัยกรรม เดี๋ยวนี้ก็ต้องอาศัยกรรมอยู่ คือการกระทำนั้นเองเรียกว่า กรรม จะทำดีทำชั่วก็คือเราเกิดขึ้นมาต้องทำ ไม่ทำ อยู่เฉยๆไม่ได้ เหมือนกับท่อนไม้ท่อนฟืนนี่ไม่ได้ คนไม่ทำกรรมอะไรเรียกว่าคนตาย มีจิตวิญญาณเข้าครองแล้วต้องทำกรรมทุกคนเรียกว่า กมฺมปฏิสรณา ทำกรรมดีก็เรานั่นแหละคนทำ ทำกรรมชั่วก็เรานั้นแหละทำ ยํ กมฺมํ กริสฺสนฺติ เราจะทำกรรมอันใดไว้ท่านเลือกเองเราจะทำกรรมอันใดไว้ให้เลือกเอา ดีหรือชั่วให้เลือกเอา ถ้าเห็นว่ากรรมชั่ว ทุจริตเป็นผลให้ก่อให้เกิดทุกข์เราก็เว้นเสีย กรรมดีเป็นเหตุให้เกิดสุข นำมาซึ่งความสุขเราก็ประกอบด้วยความดีอันนั้นแต่ก็ยังเป็นกรรมอยู่นั่นแหละ ประกอบทั้งดีและชั่วเป็นกรรมทั้งสองอย่างแล้วจะไปพ้นจากกรรมได้ไง

เราอาศัยกรรมเช่นนี้แล้วเห็นชัดเจนที่สุดว่า ไม่มีใครทำให้หรอก เราเกิดมาต้องพึ่งกรรม อยู่ทุกวันนี้ก็คือกรรม คือ ทำดีทำชั่วมันก็ต้องก็ได้รับกรรมนั้นต่อไปอีก ไม่มีที่สิ้นที่สุด สงสารนี้จึงว่ายืดยาวนานแสนนานที่สุดที่จะพ้นจากกรรมได้ยาก เกือบจะมองไม่เห็นริบหรี่ซะเลย กรรมเราทำทุกคนที่ทำอยู่นั่น แต่ไม่ใช่ของเหลือวิสัยที่คนเราจะทำให้พ้นจากกรรมได้…”

ส่วนหนึ่งจากพระธรรมเทศนาหัวข้อ “กรรม” หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย (ขอบคุณลานธรรมจักร) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สังคมไม่สิ้นคนดี! หนุ่มแกร็บเจอแผงลอตเตอรี่ตกกลางถนนรีบเก็บส่ง ตร.ตามหาเจ้าของ

Posted on July 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/669308

สังคมไม่สิ้นคนดี! หนุ่มแกร็บเจอแผงลอตเตอรี่ตกกลางถนนรีบเก็บส่ง ตร.ตามหาเจ้าของ

วันอังคาร ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 17.15 น.

วันที่ 26 ก.ค.65 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบนายพนม ไทยสูงเนิน อายุ 53 ปี หนุ่มแกร็บ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี หลังทราบว่าเจอแผงลอตเตอรี่ตกกลางถนน ตรวจสอบมีลอตเตอรี่งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2565 จำนวนมาก จึงรีบนำส่งตำรวจตามหาเจ้าของที่ทำตก 

นายพนม เล่าเหตุการณ์ว่า ขณะขับขี่รถ จยย.มาจากจอมเทียนจะเลี้ยวขวาขึ้นถนนเทพประสิทธิ์ แผงลอตเตอรี่ตกอยู่กลางถนนตรงช่วงไฟแดง พอเลี้ยวขึ้นถนนเทพประสิทธิ์ก็เห็นเป็นแผงลอตเตอรี่ก็จอดแล้วไปเก็บ พอเปิดดูพบว่ามีลอตเตอรี่งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2565 จำนวนมาก ตนคิดเลยว่าต้องนำส่งตำรวจเพื่อหาเจ้าของ เพราะเจ้าของที่ทำตกนั้นต้องเดือดร้อนและสงสารเขา เพราะลอตเตอรี่จำนวนหลายใบเป็นหลักหมื่น เลยนำมาส่งที่ สภ.เมืองพัทยา เพื่อตามหาเจ้าของ 

เบื้องต้นผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ สภ.เมืองพัทยา ทราบว่ายังไม่มีคนขายลอตเตอรี่เข้ามาแสดงตนเป็นเจ้าของลอตเตอรี่ที่ตกโดยหากคนขายคนใดที่เป็นเจ้าของให้นำหลักฐานมาแสดงยืนยันตนเองได้ที่ สภ.เมืองพัทยาได้ – 003  

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘มังกรผงาด’ลั่น’เกษตรกรจีน’ต้องไม่กลับมายากจน! ปั้นคนเมืองนำทัพปลุกกระแส’เศรษฐกิจสีเขียว’

Posted on July 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/669299

'มังกรผงาด'ลั่น'เกษตรกรจีน'ต้องไม่กลับมายากจน! ปั้นคนเมืองนำทัพปลุกกระแส'เศรษฐกิจสีเขียว'

วันอังคาร ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 17.01 น.

การทำเกษตรในเมือง (Urban Agriculture) ในประเทศสหรัฐอเมริกานั้นไปไกล ถึงกับผลักดันให้เป็น “สตาร์ท อัพ” และ เข้าตลาดหุ้นแนสแด็ก แต่เมืองของสหรัฐอเมริกานั้น มีขนาดใหญ่ ด้วยจำนวนประชากรและพื้นที่ที่มากกว่าจังหวัดของไทยหลายเท่า เพราะฉะนั้นถ้าจะเทียบสหรัฐอเมริกาก็ต้องเทียบกับ “จีน” ดินแดนมังกร ซึ่งวันนี้ดินแดนมังกรยังเดินหน้าเน้นการทำเกษตรที่ยั่งยืน ฝังฐานราก และ ขยายฐานรากไปยังเมืองในชนบท

ส่วนคนเมืองที่มีการโยกย้ายเข้ามาอยู่เพิ่มขึ้น เป็นสัดส่วนถึง 60% นั้น ก็ยังต้องใช้วิถีชีวิตแบบคนเมืองทั่วโลก คือ เช้าออกทำงาน ต้องหาอาหารที่พร้อมรับประทาน เช่น อาหารแช่แข็งในร้านสะดวกซื้อ พอถึงเวลาเลิกงานกลับเข้าบ้าน หรือ กลับเข้าที่พักในเมือง ก็ต้องหาอาหารแบบสะดวกพร้อมรับประทานเช่นเดิม ทำให้ “คนเมือง” ในจีนนั้น ยังมีวิถีชีวิตใกล้เคียงกับวิถีชีวิตคนเมืองในไทย โดยสามารถปลูกผักในเมืองได้ แบบพอให้เรียนรู้ และ แบ่งปันเล็กๆน้อยๆ ยังไม่สามารถจะเป็นแหล่งอาหารขนาดใหญ่ หรือ เป็นเศรษฐกิจฐานรากได้ในด้านเกษตรกรรม

รัฐบาลจีนจึงถึงกับประกาศการพัฒนาเกษตรกรรมในชนบทเป็น “นโยบาย” 5 ปี ผ่าน “แผนพัฒนาเกษตรขั้นสูงและชนบทสมัยใหม่ (Advance Agricultural and Rural Modernization) ฉบับที่ 14” ระหว่าง พ.ศ.2564-2568 เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2565 โดยแผนพัฒนาเกษตรฯมีเนื้อหาสำคัญ ดังนี้

ด้วยการผลิตสินค้าเกษตรมีความสำคัญอย่างมาก ดังนั้น ภายในปี 2568 จึงต้องรักษาปริมาณการผลิตธัญพืชให้ได้ระดับ 650 ล้านตันต่อปี หรือ มากกว่า และ ผลิตเนื้อสัตว์ให้ได้ 89 ล้านตันต่อปี ต่อมาคือการปรับปรุงคุณภาพ ประสิทธภาพและความสามารถในการแข่งขันภาคเกษตร วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมทางเทคโนโลยี โดยให้มีบทบาทมากขึ้นในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร และให้มีสัดส่วนที่ส่งผลให้เกิดปัจจัยการขยายตัวของผลผลิตภาคเกษตร (Contribution to Growth) ให้ได้ 64% ในปี 2568 รวมไปถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

โดยเพิ่มจำนวนถนนลาดยาง และ เพิ่มการเข้าถึงแหล่งน้ำดื่มสาธารณะ และ ที่สำคัญ คือ การพัฒนาระบบนิเวศของสิ่งแวดล้อมในชนบทที่เป็นเมืองเกษตรกรรม ซึ่งเน้นเป้าหมายลดการใช้ปุ๋ยเคมี,ยาฆ่าแมลงและเพิ่มการใช้ปุ๋ยจากมูลสัตว์ รวมทั้งรัฐบาลจีนยังลงลึกในรายละเอียด โดยเน้นเพิ่มรายได้ของชาวชนบทให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง และผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ หรือ จีดีพี จะต้องสอดคล้องกับการขยายตัวของรายได้ต่อหัวของชาวชนบท ไม่ใช่ว่า รายได้จีดีพีของประเทศขยับ แต่เกษตรกรที่อยู่ในชนบทมีรายได้ลดลง หากมีภาพเช่นนี้ก็เท่ากับสวนทางกับจีดีพีของประเทศนั่นเอง

สุดท้ายในแผนพัฒนาเกษตรฯฉบับนี้ รัฐบาลจีนยังคงให้ความสำคัญกับการมุ่งขจัดความยากจน โดยมอบนโยบายให้ติดตามช่วยเหลือประชาชนอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้กลับสู่ความยากจน

แผนพัฒนาเกษตรฯของรัฐบาลจีนนั้น เข้มข้น ครอบคลุม ไม่เพียงแต่กำหนดเนื้อหาในกรอบของภาคเกษตรกรรมเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงอนาคตที่ว่า “คนจีนจะต้องไม่กลับมายากจนอีก” ด้วยกรอบของแผนพัฒนาเกษตรฯฉบับที่ 14 ที่มีทั้งมิติเชิงลึกและกว้าง นั่นหมายความว่า จีนยังเน้นภาคเกษตรกรรมเป็นอันดับหนึ่ง และ ให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ ท่ามกลางการแข่งขันกับตัวเองโดยเร่งวิจัยและพัฒนาด้านเทคโนโลยีทั้งภาคพื้นและอวกาศอย่างไม่หยุดยั้งเช่นกัน

การเน้นฐานรากภาคเกษตรกรรมในชนบทให้มั่นคง เป็นสายตาที่แหลมคมของมังกร และ ในอีกด้านหนึ่ง “มังกร” ก็ไม่ละเลยคนเมือง เพราะคนเมืองในประเทศต่างๆนั้น เป็นประชากรที่จัดว่าอยู่ในส่วนของ “ผู้นำกระแส” เมื่อคนเมืองทำอะไร จะเกิดกระแสทำตาม แม้ว่าจะไม่มีผลระยะยาว หรือ ในเชิงลึกด้านเกษตรกรรม แต่ก็พบว่าคนเมืองสามารถเป็นผู้นำกระแสได้ อย่างดี เช่น กระแส “เศรษฐกิจสีเขียว” ซึ่งประเทศจีนเน้นมาก และ ล้ำหน้าไปถึงการเข้าถึงเทคโนโลยีที่ทำให้เกิด ZERO CARBON และ การให้รัฐและบริษัทเอกชนที่มีศักยภาพรุกถึงพลังงานใหม่ๆที่ทำให้เกิดซีโร่ คาร์บอน กับสิ่งแวดล้อม อาทิ พลังงานแสงอาทิตย์ และ พลังงานลม

จริงๆแล้ว พลังงานธรรมชาติเหล่านี้ ในประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระบรมชนกกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช พระบรมนาถบพิตร ทรงเริ่มทำมานาน และ เป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริกว่า 4,000 โครงการ เพียงแต่ช่วงเวลาเริ่มต้นในช่วงนั้นยังไม่ได้ใช้คำว่าซีโร่ คาร์บอน และ เมื่อเรื่องเหล่านี้ โดยเฉพาะประเทศที่มีความเป็น “มหาอำนาจ” ในภูมิภาคเอเซียเป็นผู้นำกระแส และ ปลุกกระแสด้วยการติดปีกให้คนเมืองนำทัพ พร้อมกับเสริมเรื่องของเทคโนโลยีเข้าไปก็ยิ่งทำให้เกิดการเดินตาม ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีอย่างมาก

ในประเทศไทยนั้นมีหน่วยงานที่ริเริ่มและดำเนินการ “เศรษฐกิจสีเขียว” มาตลอด คือ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เช่น การคิดค้นผลิตเซลล์ไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ และ การทำปุ๋ยสูตรผสม NPK ชนิดควบคุมการปลอดปล่อยธาตุอาหารสำหรับพืชเศรษฐกิจ หรือที่เรียกว่า “ปุ๋ยสั่งได้” เพื่อลดปริมาณการใช้ปุ๋ยที่มากเกินจำเป็นในการทำเกษตรกรรม รวมไปถึงการพัฒนาเอนไซม์ (ENZease) สำหรับการกำจัดสิ่งสกปรกบนผ้าฝ้ายแบบขั้นตอนเดียว

แต่ “เศรษฐกิจสีเขียว” ในประเทศไทยยังต้องอาศัยองคาพยพของปลาใหญ่ คือ หน่วยงานรัฐ และภาคเอกชนที่มีศักยภาพปลุกกระแสโดยเริ่มต้นที่คนเมือง เพราะปัจจุบันประชาชนส่วนใหญ่ยังคงต้องต่อสู้กับปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ซึ่งได้รับผลกระทบจากเงินเฟ้อ และการรับมือกับปัจจัยภายนอกอื่นๆที่เข้ามากระทบ เช่น การแพร่ะระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้การเดินหน้าเศรษฐกิจสีเขียวในไทย ยังอาศัยการเดินไปแบบเต่า คือ หากคนเมืองต้องการเรียนรู้ปลูกผักเกษตรอินทรีย์ในเมือง และผักปลอดสารพิษในเมือง โดยเป็นส่วนหนึ่งของ “เศรษฐกิจสีเขียว” ก็มีภาครัฐและเอกชนที่มีศักยภาพจำนวนหนึ่งพร้อมให้ข้อมูล แต่ประชาชนก็ต้องมีเงินส่วนตัวติดกระเป๋าอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 200 บาทต่อวัน เป็นค่ารถ ค่ากิน รวมไปถึงค่าคอร์สดในการเรียนรู้ ซึ่งก็จะทำให้โอกาสการเดินหน้า “เศรษฐกิจสีเขียว”

สำหรับคนเมืองในประเทศไทยยังต้องใช้หลักธรรมที่ว่า “อัตตาหิ อัตตโนนาโถ” ตนนั่นแหละเป็นที่พึ่งแห่งตน เพราะ “ของฟรีไม่มีในโลก” และการเรียนรู้เข้าสู่เส้นทางเศรษฐกิจสีเขียวของประชาชนยังต้องมีค่าใช้จ่าย ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่ยังไม่ทราบวันเวลาที่จะคลี่คลาย

แม้ว่ารัฐบาลจะพยายามต่อสู้อย่างเต็มกำลังก็ตาม แต่ด้วยตัวแปรหลายๆด้านที่มีทั้งปัจจัยภายในประเทศ และ ภายนอกประเทศ เข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ปัญหา “เงินเฟ้อ” ยังเป็นปัญหาที่หิน และ เชื่อมโยงกับการขับเคลื่อนการสร้างกระแสให้คนเมืองนิยมทำเกษตรอินทรีย์

ขอบคุณภาพจาก ซินหัว – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สั่งยกเลิก 3 ข้อกำหนดฌาปนสถานวัดธาตุทองหลังถูกวิจารณ์หนักตั้ง คกก.ชุดใหม่ดูแลเงิน

Posted on July 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/669295

สั่งยกเลิก 3 ข้อกำหนดฌาปนสถานวัดธาตุทองหลังถูกวิจารณ์หนักตั้ง คกก.ชุดใหม่ดูแลเงิน

วันอังคาร ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 16.55 น.

พระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง สั่งยกเลิกประกาศสำนักงานณาปนสถาน “การใช้ดอกไม้ตกแต่งเกี่ยวกับงานศพและเมรุ เครื่องไทยธรรม อาหารเครื่องดื่มในงานศพ” หลังถูกญาติโยม-เจ้าภาพที่มาจัดงานศพวิพากษ์วิจารณ์หนักถึงผลกระทบที่ได้รับจากข้อกำหนดทั้ง 3 ข้อ เผยอาหารคาวหวานที่จัดมาให้พบส่วนใหญ่”เสีย ไม่มีคุณภาพ ทำให้แขกที่มาร่วมงานกินไม่ได้” พร้อมตั้ง “คณะกรรมการรับมอบปัจจัยสำนักงานณาปนสถาน” ชุดใหม่ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีวัดธาตุทอง พระอารามหลวง เขตวัฒนา กทม.ได้มีประกาศออกข้อกำหนดเพิ่มเติมจากระเบียบของสำนักงานฌาปนสถานวัดธาตุทองให้บุคลากรของวัดธาตุทอง ประกอบด้วยบรรพชิตและคฤหัสถ์ถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมาย และขอความร่วมมือจากบุคคลภายนอกให้ปฏิบัติตามประกาศนี้ โดยติดต่อเจ้าหน้าที่สำนักงานฌาปนสถาน เพื่อให้การดูแลรักษาและจัดการผลประโยชน์อันเป็นศาสนสมบัติของวัด มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยเป็นไปด้วยดีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย คือ 1.ให้ใช้ดอกไม้ตกแต่งงานศพของวัดเท่านั้น 2.ให้ใช้เครื่องไทยธรรมของวัดเท่านั้น และ 3.ให้ใช้อาหารและเครื่องดื่มของวัดเท่านั้น ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ.2562 เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ.2565 ตามที่ข่าวเสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันที่ 26 ก.ค.65 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ภายในวัดธาตุทองว่า เมื่อวันที่ 23 ม.ค.65 ที่ผ่านมา พระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ประธานกรรมการบริหารสำนักงานณาปนสถาน ได้มีหนังสือคำสั่ง ที่ พิเศษ / 2565 ให้ยกเลิกประกาศดังกล่าวแล้ว หลังจากถูกญาติโยม ประชาชน และเจ้าภาพที่มาจัดงานศพภายในวัดวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงผลกระทบที่ได้รับจากข้อกำหนดทั้ง 3 ข้อโดยเฉพาะข้อที่ 3 ที่ให้ใช้อาหารและเครื่องดื่มของวัดเท่านั้นเนื่องจากที่ผ่านมาพบว่าหลายครั้งอาหารที่ทางเจ้าหน้าที่สำนักงานณาปนสถานจัดมาหลายรายการทั้งคาวและหวานเสีย ไม่มีคุณภาพ ทำให้แขกที่มาร่วมงานศพหลายรายกินไม่ได้

โดยในหนังสือคำสั่งดังกล่าวมีเนื้อหาดังนี้ “เรื่อง ให้ยกเลิกประกาศสำนักงานณาปนสถานวัดธาตุทอง พระอารามหลวง” เนื่องด้วยลำนักงานณาปนสถานวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ได้ออกประกาศ เรื่อง การใช้ดอกไม้ตกแต่งเกี๋ยวกับงานศพและเมรุ เครื่องไทยธรรม อาหารเครื่องดื่มในงานศพ วัดธาตุทอง พระอารามหลวง ประกาศ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 37 และมาตร 38 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 จึงโห้ยกเลิกประกาศสำนักงานณาปนสถานวัดธาตุทอง พระอารามหลวง เรื่อง การใช้ดอกไม้ตกแต่ง เกี่ยวกับงานศพและเมรุ เครื่องไทยธรรม อาหารเครื่องดื่มในงานศพ วัดธาตุทอง พระอารามหลวง ประกาส ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 คังกล่าว ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 23 กรกฎาคม พุทธศักราช 2565″

ในวันเดียวกัน พระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ได้มีคำสั่งวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ที่ 18 / 2565 เรื่อง “แต่งตั้งคณะกรรมการรับมอบปัจจัยสำนักงานณาปนสถาน” โดยมีเนื้อหาดังนี้ “เพื่อให้การรับมอบปัจจัยสำนักงานฌาปนสถาน ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และหลีกเสี่ยงความเสียหาย อาจจะเกิดขึ้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 37 และมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติ พ.ศ. 2565 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 

จึงแต่งตั้งคณะกรรมการมีรายนามดังต่อไปนี้ 1.พระวินัยสุธี ประธานกรรมการ, 2.พระครูวินัยวรวัฒน์ กรรมการ, 3.พระครูวิจิตรวีรญาณ กรรมการ, 4.พระมหาสำเริง ธมุมจิตฺโต กรรมการ, 5.พันตำรวจเอก เจริญ ปานคล้าย กรรมการ, 6.ว่าที่ร้อยเอก ณัฏฐกิตติ์ ชัยเฉลิมมงคล กรรมการ, 7.ร้อยตำรวจเอก เพลิน นพโสภณ กรรมการ, 8.นายสมเกียรติ แก้วธรรม กรรมการ

ขอให้ทุกท่านที่ได้รับการแต่งตั้งนี้เป็นคณะกรรมการรับมอบปัจจัยสำนักงานฌาปนสถาน เมื่อตรวจนับเรียบร้อยแล้วให้ลงลายมือชื่อกำกับและนำฝากเข้าบัญชีธนาคารของวัดธาตุทอง พระอารามหลวง (ฌาปนสถาน) และตรวจสอบเอกสารการขออนุมัติต่าง ๆ พร้อมทั้งรวบรวมเอกสารบัญชีรายรับ-รายจ่ายให้ฝ่ายจัดทำบัญชี ขอทุกท่านจงช่วยกันดำเนินงานให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใส ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการดำเนินงานจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น สั่ง ณ วันที่ 23 กรกฎาคม พุทธศักราช 2565

จากการสอบถามประชาชนและญาติโยมที่มาทำบุญภายในวัดถึงประเด็นดังกล่าวของ “ทีมข่าวเฉพาะกิจแนวหน้าออนไลน์” หลายรายให้ข้อมูลตรงกันว่า เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าว เนื่องจากที่ผ่านมาอาหารคาวหวานที่สั่งมานั้นบางครั้งเสีย การที่ทางวัดทำแบบนี้ดีแล้วยกให้เป็นหน้าที่ของเจ้าภาพเขาไปดำเนินการกันเองทั้งเรื่องดอกไม้ตกแต่งในงานศพและอาหาร ซึ่งทางเจ้าภาพก็จะมีการถวายปัจจัยเป็นค่าธรรมเนียมให้กับทางวัดตามปกติอยู่แล้ว เพราะเป็นการทำบุญและเห็นด้วยกับคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่เข้ามาดูแลเรื่องปัจจัยหรือเงินสำนักงานฌาปนสถานเพื่อจะได้เกิดความโปร่งใส ส่วนใครที่โกงเงินวัดไปเขาก็จะตกนรกไปเอง – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สบงจีวรยังจะเหลือไหม! ‘หลวงตา’สำนักสงฆ์บ้านสะคามตัดพ้อโจรผอมบุกขโมยทุกอย่างในวัด

Posted on July 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/669259

สบงจีวรยังจะเหลือไหม! 'หลวงตา'สำนักสงฆ์บ้านสะคามตัดพ้อโจรผอมบุกขโมยทุกอย่างในวัด

วันอังคาร ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 15.50 น.

“หลวงตา” เจ้าอาวาสสำนักสงฆ์บ้านสะคาม ตำบลโพนงาม อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ยอมรับหมดปัญญา โจรผอมฉายเดี่ยวบุกขโมยทุกอย่างในวัด ทั้งพัดลม สายไฟปั๊มน้ำจนพระไม่มีน้ำอาบและล้างจาน แถมมาขโมยขุดเอาหน่อไม้สดๆ ร้อนๆ เผยอีกหน่อยสงบ จีวรคงไม่เหลือ วอนตำรวจหนองหาน ช่วยตามจับให้ด้วย

วันที่ 26 ก.ค.65 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากพระฉวี ตปคุโณ หรือหลวงตาแวี อายุ 69 ปีเจ้าอาวาสสำนักสงฆ์บ้านสะคาม หมู่ 3 บ้านสะคม ต.โพนงาม อ.หนองหาน จ.อุดรธานีว่า มีคนร้ายเข้ามาขโมยลักตัดสายไฟฟ้าและมาขโมยพัดลมไปมาหลายครั้งจนพระและโยมที่อยู่ที่สำนักสงฆ์แห่งนี้ไม่มีน้ำจะอาบ และไม่มน้ำล้างจาน นอกจากนี้ยังมีทรัพย์สินอีกหลายอย่างที่คนร้ายเข้ามขโมยไป จนหลวงตาทนไม่ไหว 

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับหลวงตาฉวี กำลังให้ข้อมูลและพาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.หนองหาน ที่เดินทางมาตรวจสอบพอดี โดยตำรวจได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยคนร้ายได้ตัดสายไฟบริเวณปั๊มน้ำที่สูบน้ำจากสระมาใช้คาดว่าคนร้ายต้องการเอาปั๊มน้ำด้วย แต่ทางหลวงตาได้เชื่อมเหล็กล็อคเอาไว้จึงเอาไปไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีพัดลมอีก 1 ตัวที่ตั้งอยู่ศาลาการเปรียญที่คนร้ายขโมยไป

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.หนองหานได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดของทางวัดฯ พบว่าคนร้ายเป็นชายวัยรุ่นรูปร่างผอมสูง อายุประมาณ 20 ปี คล้ายคนติดยาเสพติดปั่นรถจักรยานมาที่สำนักสงฆ์จากนั้นได้จอดรถไว้หลังเมรุ แล้วเดินเข้ามายกเอาพัดลมที่ตั้งอยู่ภายในศาลการเปรียญแล้วรีบวิ่งไปขึ้นจักรยานหลบหนีไปทันที พร้อมกันนี้หลวงตาฉวี ได้เอารูปถ่ายให้ตำรวจดูว่า น่าจะเป็นคนร้ายรายนี้เพราะเมื่อวานมาขโมยหน่อไม้ภายในวัด หลวงตา ถ่ายไว้ได้ ล่าสุดตำรวจได้เบาะแสผู้ต้องสงสัยคนหนึ่งเป็นวัยรุ่นในหมู่บ้านบ้านสะคามแต่เมื่อเดินทางไปหาที่บ้านกลับไม่พบตัวคาดว่าหลบหนีไปแล้ว

หลวงตาฉวี ตปคุโณ เจ้าอาวาสสำนักสงฆ์ฯ เปิดเผยว่า ตอนนี้หมดปัญญา โจรขโมยเยอะ ขโมยไปเกือบหมดวัดแล้ว อย่างเช่นเมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมามีโจรเข้ามาขโมยลักตัดสายไฟเครื่องปั๊มน้ำ ตอนนั้นก็ไม่ได้แจ้งความ ตนก็ให้ลูกศิษย์มาต่อสายไฟกลับคืนให้ใช้ได้ ต่อมาวันที่ 22-24 ก.ค.ปั๊มน้ำก็ยังใช้ได้ปกติอยู่ แต่พอมาวันที่ 25 ก.ค.เปิดสวิทช์ปั๊มน้ำ แต่ปรากฎว่าไม่ทำงานเดินไปดูปรากฎว่ามันมาอีกแล้วตัดสายไฟปั๊มน้ำไปอีก 

“ตอนนี้ไม่มีน้ำอาบน้ำใช้ล้างจานแล้วภายในวัด มันมาขโมยทุกอย่างเลย ไม่เว้นแต่ละวัน ก่อนหน้านี้วันที่ 20 ก.ค.ช่วงเที่ยงคนร้ายยังเข้ามาขโมยพัดลมตั้งโต๊ะ สีแดง ซึ่งตั้งอยู่ในศาลาพักศพไป โดยกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพไว้ได้ อาตมาก็ถือว่าทำทาน แต่ตอนนี้ไม่ไหวแล้ว” หลวงตาฉวี กล่าว

พร้อมกล่าวต่อว่า สำหรับสำนักสงฆ์แห่งนี้เคยถูกคนเข้ามาขโมยของอยู่บ่อยครั้งทั้งจอบ เสียม มีด สายไฟ คนร้ายขโมยอะไรได้ก็เอาไปทุก ก่อนหน้านี้ราวปี 2560 พระพุทธรูปทองเหลืองหน้าตัก 40 นิ้ว ซึ่งตั้งอยู่ที่ศาลาพักศพก็เคยหายไป ตำรวจจับตัวคนร้ายได้แต่ไม่ได้ของกลาง อาตมาหมดปัญญามันมาขโมยเอาทุกอย่างมีสายไฟ พัดลม จอบ เสียม แม้กระทั่งหน่อไม้ก็ยังเข้ามาขโมย อยากให้ตร.ตามจับคนร้ายให้ได้ซะที ไม่งั้นมันกลับมาขโมยแม้แต่สบงคงไม่มีจะใส่ไปบิณฑบาตรแน่นอน – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,947,897 hits

Join 4,113 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

"ปูติน" เลี้ยงอาหารค่ำครูสมัยมัธยม โต้ข่าวลือหลบภัยในบังเกอร์ใต้ดิน
ฉลอง 170 ปี ความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศส เดินหน้าความร่วมมือ 3 เสาหลัก อุดมศึกษา-วิจัย-นวัตกรรม
สสส.หนุน Dental Mind Connect 360° ใน’19 โรงเรียนทันตแพทย์’ รับมือวิกฤตเยาวชนเครียด-ซึมเศร้า
เปิดสถิติ 4 เดือน! ปราบอาชญากรรมออนไลน์ 121,921 คดี เสียหายรวม 7.48 พันล้านบาท
ประชาชนได้ประโยชน์อะไร! หมอวรงค์ข้องใจรัฐ กู้เงิน 2 แสนล้าน เปลี่ยนผ่านพลังงาน
ภราดร แย้ม ภท.เตรียมถกร่างแก้รัฐธรรมนูญ 19 พ.ค. แจงครม.ไม่ยืนยันร่างเดิม หวั่นตกวาระ 3 ซ้ำรอยเสียเวลา
ณิชา ณัฏฐณิชา เตรียมบินร่วมงานคานส์ 2026 เสิร์ฟภาพเซ็ตแรกก่อนเดินพรมแดง
ปธน.ฟิลิปปินส์เรียกประชุมฉุกเฉิน เหตุเสียงปืนในวุฒิสภา ปมล่าอดีตตำรวจคู่ใจดูเตอร์เต
ครบรอบ 16 ปี เสธ.แดง เสียชีวิต! เดียร์ ขัตติยา โพสต์ซึ้งรำลึก เผย ยังเดินในเส้นทางการเมืองตามที่พ่อตั้งใจ
หนูไม่ง้อเขมร ปมเมินเจรจาทวิภาคี โต้คลิปเสียงเปิดด่าน

Recent Posts

  • พายุฝน-ฟ้าผ่า ถล่มรัฐอุตตรประเทศ ดับอย่างน้อย 89 ราย
  • สหรัฐฯ อนุมัติ 10 บ.เอกชนจีน ซื้อชิป H200 ของ NVIDIA แต่ดีลยังชะงัก
  • เมียนมาชงกฎหมายใหม่ “โทษประหารชีวิต” แก๊งบังคับเหยื่อทำงานคอลเซ็นเตอร์
  • ศาลสหรัฐฯ ตัดสิน ชายอเมริกันเชื้อสายจีนเปิด “สถานีตำรวจลับ” กลางนิวยอร์ก สอดส่องผู้ลี้ภัยการเมือง
  • รัสเซียยิงขีปนาวุธ-โดรน ถล่มกรุงเคียฟหนัก เสียชีวิต 1 เจ็บอย่างน้อย 31

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d