Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

พิษคอนเทนต์ตีกลับ’นารา เครปกระเทย’ ชีวิตพังไม่มีงาน-เตรียมเงินสู้คดี112

Posted on July 10, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/665635

พิษคอนเทนต์ตีกลับ'นารา เครปกระเทย' ชีวิตพังไม่มีงาน-เตรียมเงินสู้คดี112

วันเสาร์ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 13.16 น.

พิษคอนเทนต์ตีกลับ’นารา เครปกระเทย’ ชีวิตพังไม่มีงาน-เตรียมเงินสู้คดี 112

จากกรณี “นารา เครปกะเทย” หรือ นายอนิวัต ประทุมถิ่น เน็ตไอดอลชื่อดัง ได้ทำคลิปวิดีโอ และภาพนิ่งโปรโมตแคมเปญลดราคาสินค้าพิเศษ ซึ่งมีลักษณะล้อเลียนผู้พิการและพาดพิงสถาบันเบื้องสูง จนสร้างความไม่พอใจกันอย่างกว้างขวาง จนกระทั่งบริษัทชื่อดัง ได้ออกแถลงการณ์น้อมรับผิดและเร่งดำเนินระงับการเผยแพร่คลิปทันทีนั้น

โดยล่าสุด นารา เครปกระเทย เธอได้โพสต์คลิปโปรโมทสินค้า พร้อมทั้งระบายกับมรสุมที่กำลังพบเจอในช่วงนี้ 

” ขอบคุณทุกกำลังใจ ขอบคุณทุกคนที่บอกใหัสู้  มันเหนื่อยเหลือเกินที่เด็กคนนี้ที่จะรับได้

ตั้งแต่เกิดเรื่องมา นาราไม่มีงานไม่มีเงิน นาราพูดไม่อายหลอก ใครที่ต้องการให้นาราแย่ลง สาปแช่งนารา ด่าว่านารา ตั้งแต่เกิดเรื่องวันนี้ประสบความสำเร็จแล้วนะ หัวเราะได้เต็มที่เลย นาราโดนหมายศาล 7 ทั้งค่าประกัน ทั้งค่าที่ต้องรับผิดชอบคนอื่น และไหน ค่าทนาย นาราไม่เหลือเพื่อนรอบข้าง นาราไม่ได้รับความช่วยเหลือจากใคร แต่สิ่งสุดท้ายที่นาราจะทำ คือ ช่วยตัวเอง นาราขอขายของนารา สุดท้ายเพื่อ ไปช่วยเหลือสังคมอีก3ที่และ เตรียมเงินสู้คดี112 ก่อนที่หนูคนนี้จะกับไปขายเครปเหมือนเดิม วันที่เราไม่เหลือใคร หันไปไม่เจอใคร ทุกคนรู้ไหมมันโครตเจ็บใจ โครตเสียใจที่สุด แต่เราหมดค่าแล้วใครเขาอยากจะมีเรา ทุกอย่างที่สร้างมามันไปหมดแล้ว หวังว่า ผู้ใหญ่ทุกคนที่ต้องการให้ นาราเป็นแบบไหน สะใจแล้วนะ โอเคแล้วนะ ปล่อยให้หนูไปทำมาหากินเถอะ…… “

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โคราชเปิดงาน ‘ด๊ะด๊าดดนตรี ของดีโคราช’ ชูโครงการดนตรี ศิลปะ ของดีเมืองย่าโม

Posted on July 10, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/665626

โคราชเปิดงาน 'ด๊ะด๊าดดนตรี ของดีโคราช' ชูโครงการดนตรี ศิลปะ ของดีเมืองย่าโม

วันเสาร์ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 11.02 น.

โคราชเปิดงาน “ด๊ะด๊าดดนตรี ของดีโคราช” ที่เวทีโอเปล่า ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี เมืองนครราชสีมา ชูโครงการดนตรี ศิลปะ ของดีเมืองย่าโม “วงดุริยางด์โรงเรียนสุรนารี” แสดงจัดเต็มโชว์กลางเมืองครั้งแรกที่ลานย่าโม “สุวัจน์” ควักกระเป๋าติ๊บวงดุริงยางด์โรงเรียนสุรนารี 5 หมื่นบาทเป็นขวัญกำลังใจ

วันนี้( 9 ก.ค.65) ที่เวทีโอเปล่า ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนา อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน “ด๊ะด๊าดดนตรี ของดีโคราช” kickoff โครงการดนตรี ศิลปะ และการแสดงดนตรีลานย่าโม จัดโดยเทศบาลนครนครราชสีมา นำโดยนายประเสริฐ บุญชัยสุข นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา โดยมีนายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา อดีต รมต.สำนักนายรัฐมนตรี พร้อมด้วยครู อาจารย์ ผู้นำชุมชน พ่อแม่ ผู้ปกรอง พี่น้องประชาชนชมร่วมกิจกรรมและให้กำลังใจนักดนตรีเต็มลานย่าโม เพื่อสร้างความสุขให้กับเยาวชน และประชาชนใน จ.นครราชสีมา ตลอดจนส่งเสริมสนับสนุนให้เยาวชน และประชาชนได้แสดงออกทางความสามารถด้านดนตรี เพื่อพัฒนาทักษะดนตรีและการพัฒนาด้านอารมณ์ สังคม และสติปัญญา มีโดยมีการแสดงดนตรีวง The Hopper , การแสดงดนตรีวง Suranaree Girl Wind Symphony นักเรียนโรงเรียนสุรนารีวิทยา และการจำหน่ายอาหารดี อาหารอร่อยของดีเมืองโคราช บริเวณสวนเมืองทอง

โดยเฉพาะวงดุริงยางด์ ร.ร.สุรนารีวิทยา จัดเต็มนำนักเรียนนักดนตรีจำนวน 80 คนเต็มวง ได้แสดงโชว์นอกสถานที่เป็นครั้งแรก ถือได้ว่าเป็นการซ้อมใหญ่ เพื่อเตรียมตัวเดินทางไปแข่งขันวงโยธวาทิตระดับโลก ซึ่งประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพในการแข่งขัน ในวันที่ 11 ก.ค.นี้ (การประกวดดนตรีและมาร์ชชิ่งอาร์ทชิงแชมป์โลก 2022 และการประกวดดนตรีและมาร์ชชิ่งอาร์ท รอบคัดเลือกระดับประเทศ 2022) ก่อนไปโชว์การแสดงดวลวงดุริยางด์ตามคำท้าผู้ว่าฯชัชชาติ ในวันที่ 31 ก.ค.65 ที่ กทม.โดยนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ได้ร่วมสนับสนุนทุนในการพัฒนาดนตรีกับ ร.ร.สุรนารี จำนวน 5 หมื่นบาท พร้อมให้กำลังใจให้ประสบความสำเร็จ

นายสุวัจน์ กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ถือว่าจ.นครราชสีมา ก็เป็นเมืองศิลปิน และเกิดการท่องเที่ยวเชิงดนตรี เรามีนักร้องที่หลากหลายสาขา ไม่ว่านักร้องลูกทุ่ง ลูกกรุง สติง หมอเพลงโคราช หมอรำ นักร้องเพลงแหล่ต่างๆ เพลงเพื่อชีวิต เพลงพื้นบาน เช่น กำปั่น บ้านแท่น ศิลปินแห่งชาติ บางคนเขาก็มีของแต่หาที่เปิดของไม่ได้ ก็มาเปิดที่นี่ หมายถึงบทเพลงเล่นดนตรี โดยงานนี้ใช้ชื่อว่า ด๊ะดาษ ดนตรี ของดีเมืองโคราช หมายถึงหลากหลายมากมายเยอะแยะดนตรีที่มีอยู่ในจ.นครราชสีมา สถาบันการศึกษา โรงเรียนเทศบาล โรงเรียนมัธยม วิทยาลัย มหาวิทยาลัย ชุมชนพื้นบ้านทุกแห่งเขาก็มีดนตรี โดยเฉพาะมีวงโยธวาทิตหรือวงดุริยางด์ด้วย และชนะเลิศระดับโลก เช่น ร.ร.สุรนารี , ร.ร.ราชสีมา , ร.ร.บุญวัฒนา 

โดยเฉพาะเราพูดถึงซอฟท์พาวเวอร์ พูดถึงศิลปะ ดนตรี กีฬามาร้อยเป็นเรื่องเดี่ยวในการกระตุ้นเศรษฐกิจ กระตุ้นการท่องเที่ยว เพราะวันนี้เราเริ่มเปืดประเทศ หลังเศรษฐกิจเราซบเซามาสองปี ถ้าวันนี้เราเน้นในการใช้พลังของซิฟท์พาวเวอร์ พลังแห่งความอ่อนโยนที่มีพลังของวัฒนธรรม ดนตรี ศิลปะ อาหาร กีฬา การแต่งกายต่างๆ ให้เป็นประโยชน์ เมืองโคราชมีความอุดมสมบูรณ์ทั้งเรื่องธรรมชาติ ซอฟท์พาวเวอร์ เป็นเมืองมรดกโลกของยูเนสโก เป็นเมืองแหล่งชีวมณฑลของยูเนสโก และกำลังรอว่าอาจจะได้เป็นเมืองอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก อยู่ระหว่างการพิจารณา อันแสดงถึงความเข้มแข็ง ความอุดมสมบูรณ์ ของธรรมชาติที่เมืองโคราชมีอยู่ อาหาร ดนตรี ศิลปะ กีฬา วัฒนธรรม โคราชมีชื่อเสียง 

ฉะนั้นการที่เทศบาลนครนครราชสีมาได้พยายามฟื้นฟูจัดงานประเพณีต่างๆ ที่แสดงออกถึงความเข้มแข็งของพลังซอฟท์พาวเวอร์ของเมืองโคราช อย่างวันนี้หยิบพลังดนตรี ของเด็กๆ ร.ร.สุนารี ร.ร.ราชสีมา หยิบมาเชิดชูให้เกิดความภาคภูมิใจ ให้นักท่องเที่ยวได้เห็น และเป็นการกระตุ้นให้นักเรียน เยาวชน ต้องให้ความสำคัญในเรื่องของดนตรี กีฬา ศิลปะ เราเคยพูด ความรู้คู่คุณธรรม วันนี้ต้องพูดว่า เทคโนโลยีคู่กับซอฟท์พาวเวอร์ด้วย นักเรียนต้องเน้นเรื่องเทคโนโลยี อินเตอร์เน็ต คอมพิวเตอร์ แต่ขณะเดียวกันร่างกายและจิตใจต้องไปพร้อมกับสมอง ดนตรี ศิลปะ มาช่วยกล่อมเกลาให้มีจิตใจที่อ่อนโยนร่างกายพร้อม สมองพร้อม

“การที่เชิดชูเน้นให้เด็กๆ ให้ความสำคัญเรื่องดนตรี เป็นเรื่องที่ดี และสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเราได้ดีกรีเป็นแชมป์โลก กลายเป็นของดีเมืองโคราช ของอวดบ้าน อวดเมือง ของอวดนักท่องเที่ยว เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นการให้เด็กได้อุ่นเครื่องด้วย เพราะต้องไปแสดงการแข่งขันที่กรุงเทพฯ ก็เหมือนการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมซึ่งกันและกัน เพื่อให้เกิดความรักความสามัคคี ในหมู่พี่น้องประชาชนคนไทย”

นายสุวัจน์ฯ กล่าวว่า การจัดงาน “ด๊ะด๊าดดนตรี ของดีโคราช” วันนี้ เป็นการจัดงานสะท้อนให้เห็นถึงความเข้มแข็งแห่งพลังของซอฟท์พาวเวอร์ของเมืองโคราช และเป็นการให้กำลังใจกับเด็กๆ นักเรียน และเป็นการส่งเสริมให้เด็กๆนักเรียนได้ใช้ดนตรี ศิลปะ ควบคู่กับเทคโนโลยี เพื่อให้เป็นกำลังสำคัญของชาติบ้านเมือง และยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของเมือง เพราะนอกจากจัดงานดนตรีแล้วยังมีเรื่องของการออกร้านค้าคนออกมาจับจ่ายใช้สอย ถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ต้องชมเชยทางเทศบาลนครนครราชสีมากับโรงเรียนต่างๆ เห็นว่าจะหยิบยกที่เด่นๆ มาแสดงกันทุกอาทิตย์ และจะมีการเปลี่ยนสถานที่จัดไม่ว่าจะเป็นสวนภูมิรักษ์ 2, ลานชุมชนหนองแก้ช้าง, อาร์ตแกลอรี่ ริมคูเมือง, โค้งวัดศาลาลอย กำแพงโบราณเมืองเก่า เป็นจุดเช็คอินที่กระจายออกไปแต่ละสัปดาห์ เพื่อให้พี่น้องประชาชนเดินออกมาฟังเพลงบรรยากาศสบายๆ 

ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้ลูกหลานชาวโคราชมาแสดงดนตรีสุดความสามารถ โคราชมีของดีที่เกี่ยวกับศิลปะ ฉะนั้น การได้จัดงานเชิดชูศิลปะพื้นบ้านพื้นเมืองถือว่าเป็นการนำแกนของซอฟท์พาวเวอร์ออกมาเป็นพลังทางเศรษฐกิจที่สมบูรณ์มาก – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ททท.จับมือพันธมิตรเนรมิตงาน’หรอยแรง แหล่งใต้@นครศรี’กระตุ้น ศก.ส่งเสริมเที่ยวใต้

Posted on July 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/665621

ททท.จับมือพันธมิตรเนรมิตงาน'หรอยแรง แหล่งใต้@นครศรี'กระตุ้น ศก.ส่งเสริมเที่ยวใต้

วันเสาร์ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 09.49 น.

เมื่อคืนวันทมี่ 8 ก.ค.65 นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นประธานเปิดงาน “หรอยแรง แหล่งใต้ @นครศรี” วันที่ 7-9 ก.ค.65 โดยนายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช มอบหมายให้นายไตรรัตน์ ไชยรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เดินทางไปเป็นตัวแทนจังหวัดนครศรีธรรมราช  และมีคุณพิชญ์สินี ทัศน์นิยม ผู้อำนวยการ ททท.นครศรีธรรมราช นายประยรู เงินพรหม ประธานหองการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้นำองค์กรส่วนท้องถิ่น ผู้นำหมู่บ้านให้การต้อนรับและร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง

นายไตรรัตน์ ไชยรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชกล่าวว่าในนามตัวแทนประชาชนชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช มีความยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาต้อนรับ คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และขอขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่ให้ความสำคัญกับกิจกรรมการส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภาคใต้ และกิจกรรมโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดนครศรีธรรมราช ภายใต้ชื่อการจัดงาน “หรอยแรง แหล่งใต้ @ นครศรี” วันที่ 7-9 ก.ค.65 ณ วัดเจดีย์ (ไอ้ไข่) อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ในวันนี้ “นครศรีธรรมราช” หมายถึงนครอันงามสง่า แห่งพระราชาผู้ทรงธรรม ซึ่ง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นศูนย์กลางทางศิลปวัฒนธรรม ศาสนา และการปกครองของปักษ์ใต้  มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของภาคใต้ และมีทรัพยากรทางธรรมชาติที่มีความสวยงาม และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาท่องเที่ยว 

อาทิ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร, อุทยานแห่งชาติหาดขนอมหมู่เกาะทะเลใต้, ชายทะเลปากพนังและแหลมตะลุมพุก, บ้านรังนก, น้ำตกพรหมโลก, รวมถึงวัดเจดีย์ (ไอ้ไข่) แห่งนี้ ในนามประชาชนชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมที่จะส่งเสริมสนับสนุนการท่องเที่ยว ซึ่งจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นจังหวัดหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และในวันนี้จังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมแล้วที่จะชวนเชิญและต้อนรับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราจะร่วมกันสร้างความภาคภูมิใจและความประทับใจให้กับแขกผู้มาเยือน ในรูปแบบของการท่องเที่ยวด้วยความเต็มใจยิ่ง และขอให้มั่นใจได้เลยว่าทุกท่านที่มาเยือนจะได้รับการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยเพื่อการท่องเที่ยวครั้งนี้ และหวังว่าคงจะได้ร่วมต้อนรับทุกท่านที่มาเยือนจังหวัดนครศรีธรรมราช ในโอกาสต่อ ๆ ไป   

ขณะนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  กล่าวว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติเป็นประธานพิธีเปิด กิจกรรมโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดนครศรีธรรมราช ภายใต้ชื่อการจัดงาน จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, จังหวัดนครศรีธรรมราช, วัดเจดีย์ (ไอ้ไข่) และหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน จังหวัดนครศรีธรรมราช 

โดยตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้เร่งพัฒนาต่อยอด สนับสนุนและส่งเสริมเครือข่ายการท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดภาคใต้มาอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม โดยชูอัตลักษณ์ความเป็นท้องถิ่นอันทรงคุณค่า ความเชื่อ ความศรัทธา และวิถีชีวิตชุมชนที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น มาเป็นจุดขาย เพื่อยกระดับศักยภาพตลาด ท่องเที่ยวภายใต้กลุ่มคุณภาพ สู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงโด่งดัง เป็นที่รู้จักในระดับสากล

 สำหรับจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพในการเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เป็นเมืองโบราณที่มีความสำคัญทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคม มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของภาคใต้และได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งนครสองธรรม “ธรรมะ” และ “ธรรมชาติ” มีมรดกทางวัฒนธรรมรวมถึงทรัพยากรป่าไม้และทะเลอันอุดมสมบูรณ์ที่ หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว มีเสน่ห์เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจากทั่วทุกมุมโลกให้มาเยือนเพื่อสัมผัสประสบการณ์ที่มิอาจสามารถหาได้จากที่ใด

ส่วนวัดเจดีย์ หรือ “วัดไอ้ไข่” สถานที่จัดงานในครั้งนี้เป็นสถานที่เคารพศรัทธาของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจากทั่วสาระทิศ โดยสถาปัตยกรรมภายในวัดมีความสวยงาม ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาสักการะต่อวันเป็นจำนวนมาก เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ กระจายรายได้ไปสู่ชุมชน และธุรกิจท่องเที่ยวของจังหวัด เป็นส่วนสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดนครศรีธรรมราชและกลุ่มจังหวัดภาคใต้โดยรวมอย่างแท้จริง ขอขอบคุณจังหวัดนครศรีธรรมราช, วัดเจดีย์ (ไอ้ไข่) และหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ที่ร่วมกันสนับสนุนโครงการฯ และการดำเนินงานของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยด้วยดีตลอดมา และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกท่านจะให้การสนับสนุนการดำเนินงานของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยต่อไป เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจภายในจังหวัดนครศรีธรรมราชและกลุ่มจังหวัดภาคใต้ สู่การ “ฟื้นประเทศด้วยท่องเที่ยว”

รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  กล่าวอีกว่า สำหรับกิจกรรมภายในงานนอกจากประชาชนและนักท่องเที่ยวได้มีโอกาสกราบไหว้ไอ้ไข่เด็กวัดเพื่อขอพรในเรื่องโชคลาภ การงาน ค้าขาย ความร่ำรวย และยังสามารถจับจ่ายใช้สอย เลือกซื้อสินค้าและรับประทานอาหารอย่างหฃลากหลายแล้วยังมีพิเศษสุดๆ กับการรังสรรค์อาหารของภาคใต้ ชูจุดเด่นในเรื่องอาหารของจังหวัดนครศรีธรรมราช โดย เชฟบอย ปิยะชาติ พุทธวงษ์ และเชฟปาร์ค ภัทรวิทย์ จันทร์ไทย และ 5 ร้านดังจากจังหวัดนครศรีธรรมราช กับการเสิร์ฟเมนูอาหารในรูปแบบ sit down dinner fine dining เมืองคอน (ซิท ดาวน์ ดินเนอร์ ฟาย ไดนิ่งเมืองคอน) และภายในงานมาในรูปแบบสุดอลังการอย่างยิ่งใหญ่กับกิจกรรมหลากหลายจัดเต็มทั้ง 3 วัน 

ประกอบไปด้วย Rally หรอยแรง ลุ้นรับของรางวัลภายในงานทุกวัน, จุดถ่ายรูปเช็คอินที่สวยงามชิคๆ, พบกับเครื่องเล่นงานวัดที่ยกมาไว้ ไม่ว่าจะเป็น อาทิ ชิงช้าสวรรค์, วัวกระทิง, และบ้านลม พบกับร้านค้าชุมชน ขบวนรถฟู้ดทรัค และยกร้านดังประจำจังหวัดนครศรีธรรมราชมาให้สายช็อป สายชิม ได้ลิ้มรสกันอย่างจุใจ, ชมการแสดงศิลปะอนุรักษ์ของภาคใต้ หนังตะลุง และรำมโนราห์,  มันส์ ๆ ไปกับการแสดงฟรีคอนเสิร์ต (Free Concert) จากศิลปินดังตลอดงาน 3 วั้น 3 คืน  อาทิ  วง เปิดเกมส์ และวง Zoom (วงซูม) บ่าววี  และวงแทมมะรีน และในวันที่  9 กรกฎาคม 2565 พบกับ วง  L ก ฮ.,  และอารมณ์ดีไปกับคณะตลก JOKER FAMILY โจ๊กเกอร์ แฟมิลี่  เป็นต้น  

ด้านนางพิชญ์สินี ทัศน์นิยม ผู้อำนวยการ ททท.นครศรีธรรมราช  กล่าวว่า ในการจัดงาน “หรอยแรง แหล่งใต้ @นครศรี” ได้รับความร่วมมือและสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, วัดเจดีย์ (ไอ้ไข่), จังหวัดนครศรีธรรมราช, อำเภอสิชล, องค์การบริหารส่วนตำบลฉลอง, บริษัท ข้าวสาร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด และบริษัท ไทย เวียตเจ็ท แอร์ จอยท์ สต็อค จำกัด จัดงานโดย บริษัท จัดสนุก คอนซัลแตนท์ จำกัด จึงขอเชิญชวนให้คนไทยทุกคน ออกมาบอกรักเมืองไทย มาเที่ยวที่ยั่งยืนด้วยการเที่ยวเมืองไทย มาอุดหนุนสินค้าและช่วยกันกระตุ้นการท่องเที่ยวกับกิจกรรมฟรี ๆ ทั้ง 3 วันและปลอดภัยสุดขีดด้วยมาตรการ covide freezone กับมาตรการการเข้างาน วัคซีน ครบ 2 เข็ม หรือผลตรวจ ATK ภายใน 72 ชม. – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ททท.แม่ฮ่องสอนจัดเทศกาล Jazz & Blues Festival 2022 ปลุกผีการท่องเที่ยว

Posted on July 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/665616

ททท.แม่ฮ่องสอนจัดเทศกาล Jazz & Blues Festival 2022 ปลุกผีการท่องเที่ยว

วันเสาร์ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 09.24 น.

ททท.แม่ฮ่องสอน ร่วมกับอำเภอปาย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวอำเภอปาย และบริษัท เชียงใหม่ ฮิพ อีเว้นท์ จำกัด จัดเทศกาลดนตรีขนาดเล็ก Pai Jazz & Blues Festival 2022 กระตุ้นการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศตอบรับคึกคัก ที่พักทั่วอำเภอปายถูกจอง 80% ที่พักหลายแห่งเต็มไป 2-3 วัน 

วันที่ 8 กรกฎาคม 2565 ว่าที่ ร.ต. ภาณุวัฒน์ ขัดนาค ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. สำนักงานแม่ฮ่องสอน และ สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวปาย และ HIP Magazine จำกัด ได้ร่วมกันจัดงานเทศกาลปายแจ๊สแอนด์บลูส์เฟสติวัล 2022 จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5โดยเป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในลักษณะเทศกาลดนตรี ที่จัดเปลี่ยนหมุนเวลาในการแสดงไปตามพื้นที่สถานประกอบการร้านอาหาร โรงแรมรีสอร์ท ในพื้นที่อำเภอปาย ระหว่างวันที่ 8-10 กรกฎาคม 2565 ในช่วงเวลา 17.00 – 23.00 น. ซึ่งการจัดงานในวันแรกเริ่มที่ เบลวิลล่ารีสอร์ท อำเภอปาย เวลา 17.30 น. ท่ามกลางบรรยากาศแบบสวนริมสระว่ายน้ำ ซึ่งมีอากาศเย็นสบาย และพบว่ามีนักท่องเที่ยวสนใจเดินทางมาท่องเที่ยวชมงานจำนวนมาก ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ซึ่งบางคนก็บอกว่าเป็นแฟนคลับของการจัดงานนี้ เดินทางมาจากกรุงเทพฯ เพื่อมาชมงานนี้โดยเฉพาะ

ว่าที่ ร.ต.ภาณุวัฒน์ ขัดนาค ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. สำนักงานแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า การจัดงานดังกล่าวได้รับการตอบรับและความชื่นชมจากนักท่องเที่ยว รวมทั้งผู้ติดตามผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ถึงแม้การจัดงานในบางจุดจะมีพื้นที่จำกัด แต่ก็ทำให้เกิดการหมุนเวียนกระจายรายได้ไปสู่ผู้ประกอบการและชุมชนต่าง ๆ ตลอดการจัดงานทั้ง 3 วัน

สำหรับสถานการณ์การท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยเฉพาะอำเภอปาย มีความคึกคักมากขึ้นกว่าช่วงที่ผ่านมา ซึ่งมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เดินทางมาท่องเที่ยวมากขึ้น สถานประกอบการต่าง ๆ กลับมาเปิดให้บริการมากขึ้นกว่า 90 % รวมทั้งถนนคนเดินปายที่เปิดทุกวัน หลังจากปิดตัวลงไปจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 คลี่คลายลง และมีการผ่อนคลายมาตรการมากขึ้น โดยสามารถเข้าชมฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย

นายสินสมุด พรมสุวรรณ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวปาย กล่าวว่า การจัดงานดังกล่าว เป็นกิจกรรมที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศให้ความสนใจเดินทางมาท่องเที่ยวและร่วมชมงาน ส่งผลให้สถานประกอบการพักแรมโรงแรมรีสอร์ท มีอัตราการจองและเข้าพักถึง 70-80 % ทำให้อำเภอปายมีความคึกคักและขอขอบคุณ ททท. ตลอดจน ฮิปแมกกาซีน และหน่วยงานต่าง ๆ ตลอดจนผู้ให้การสนับสนุน ที่ได้ร่วมกันจัดงานนี้ และอยากจะให้มีการจัดงานต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว สำหรับผู้สนใจสามารถติดตามได้ทางเพจ TAT Maehongson หรือ Pai Jazz & Blues Fes – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : โรงงานระเบิดที่กิ่งแก้ว ถอดบทเรียนหลัง1ปีผ่าน

Posted on July 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/665548

สกู๊ปแนวหน้า : โรงงานระเบิดที่กิ่งแก้ว ถอดบทเรียนหลัง1ปีผ่าน

วันเสาร์ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 02.00 น.

ย้อนไปเมื่อวันที่ 5 ก.ค. 2564 เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่หนึ่งของประเทศไทย กับกรณีของโรงงาน “หมิงตี้เคมิคอล” ในซอยกิ่งแก้ว 21 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เหตุการณ์เริ่มตั้งแต่ช่วงเช้ามืด และต้องใช้เวลานานกว่า 1 วัน จึงจะควบคุมเพลิงไว้ได้ เหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นอาสากู้ภัยซึ่งเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ ขณะที่ผู้อยู่อาศัยในรัศมี 1 กิโลเมตรรอบโรงงานต้องอพยพออกจากที่พักชั่วคราวเพื่อไม่ให้เสี่ยงอันตรายจากสารเคมีในโรงงานที่เกิดไฟไหม้และระเบิดขึ้น และมีบ้านเรือนโดยรอบเป็นจำนวนมากได้รับความเสียหายจากแรงระเบิด

ในวงเสวนา “ครบรอบ 1 ปี หมิงตี้เคมิคอล : หลังเพลิงสงบ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน” ซึ่งร่วมจัดโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)และสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 5 ก.ค. 2565 นภพรรณ นันทพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักอนามัยสิ่งแวดล้อม กรมอนามัย เล่าย้อนงานของฝ่ายสาธารณสุขที่เข้าไปช่วยดูแลประชาชนในศูนย์อพยพ โดยต้องคำนึงถึง 4 ด้าน คือ 1.การจัดการมูลฝอย คนมาอาศัยรวมกันบวกกับมีผู้นำอาหารมาส่ง จึงต้องดูแลเรื่องขยะ รวมถึงขยะติดเชื้อด้วย

2.ห้องน้ำ-ห้องส้วม และสิ่งปฏิกูล เช่น มีน้ำล้างมือ รวมถึงเจลแอลกอฮอล์เพียงพอหรือไม่ 3.สุขาภิบาลอาหารและคุณภาพน้ำ เช่น ต้องหลีกเลี่ยงเมนูอาหารบางประเภทที่เน่าเสียง่ายมีการระบุวัน-เวลาที่ผลิตอาหารในแต่ละชุด เพื่อแจกจ่ายได้เป็นลอตๆ อย่างถูกต้อง ป้องกันปัญหาอาหารเน่าเสียสูญเปล่า ตรวจสอบคุณภาพน้ำ การจัดเก็บอาหารและน้ำต้องให้สูงจากพื้นพอสมควรเพื่อป้องกันสุนัขมาสัมผัส และ 4.ประเมินคุณภาพอากาศในอาคาร นอกจากนั้นยังต้องเฝ้าระวังเพื่อป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด-19 ด้วย เพราะต่างคนต่างบ้านต่างที่มาแต่ต้องมาอยู่รวมกัน

“ต้องบอกว่าคนไทยจิตใจดี เวลาเกิดเหตุแบบนี้จะมีคนเอาอาหารมาบริจาค มาช่วยเหลือเยอะมาก ซึ่งเวลาที่มาอาจต้องมีคนที่ทำหน้าที่บันทึกข้อมูลว่าอันนี้มาตอนกี่โมง เพราะมากี่โมงแปลว่าต้องมองย้อน มาส่ง 7 โมงเช้า อาจจะทำตั้งแต่ตี 3-ตี 4 กินได้ไม่เกินเที่ยง 7 ชั่วโมงมันก็บูดแล้ว มันต้องมีคนบริหารจัดการ มีการประเมินน้ำบริโรค ไปเก็บตัวอย่างน้ำตรวจ เราพบว่าน้ำส่วนใหญ่ถ้าเป็นน้ำดื่มจะเป็นน้ำบรรจุดขวดหรือน้ำผ่านเครื่องกรอง น้ำใช้ก็เป็นน้ำประปานครหลวง น้ำดิบอยู่ห่างออกไป”นภพรรณ กล่าว

แต่ประเด็นสำคัญของงานครั้งนี้คือ “1 ปีผ่านไปเราได้เรียนรู้อะไรบ้าง?” ดังการเปิดเผยของ เพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ ระบุว่า ยังมีโรงงานประเภทเดียวกับ บ.หมิงตี้ฯ หรือโรงงานลำดับที่ 44 (โรงงานผลิตยางเรซินพลาสติก หรือเส้นใยสังเคราะห์) และอีก 2 ประเภทที่คล้ายกัน คือโรงงานลำดับที่ 53 (โรงงานเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์พลาสติก) กับโรงงานลำดับที่ 53 (5) (โรงงานทำพลาสติกเป็นเม็ด แท่ง ท่อ หลอด แผ่น ชิ้น ผง หรือรูปทรงต่างๆ) อีกหลายแห่ง ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งเป็นพื้นที่ชุมชนค่อนข้างหนาแน่น

เมื่อมองออกไปดูในต่างประเทศที่เคยเกิดเหตุมลพิษจากภาคอุตสาหกรรมรั่วไหลออกสู่พื้นที่สาธารณะ เหตุการณ์ได้นำไปสู่ความเปลี่ยนแปลง อาทิ ญี่ปุ่น จากเหตุการณ์ที่รัฐและบริษัทเอกชนที่ปล่อยมลพิษต้องร่วมกันจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากมลพิษ จนเกิดความตระหนักว่า การลงทุนปรับปรุงโรงงานให้ได้มาตรฐานความปลอดภัยมีต้นทุนน้อยกว่าการต้องมาจ่ายเงินเยียวยาหลังเกิดเหตุขึ้น, จีน เผชิญปัญหาฝุ่น2.5 ไมครอน (PM2.5) และมลพิษทางอากาศอื่นๆ จากภาคอุตสาหกรรม ในเบื้องต้นจีนสั่งปิดโรงงานที่ไม่ได้มาตรฐาน ตามด้วยการสร้างระบบที่ให้ประชาชนสามารถแจ้งเหตุผลพิษผ่านแอปพลิเคชั่นแล้วจะมีเจ้าหน้าที่ด้านสิ่งแวดล้อมลงพื้นที่ไปตรวจสอบ,สหรัฐอเมริกา ไม่รอให้เกิดปัญหาในบ้านตนเอง เพียงเห็นข่าวก๊าซรั่วที่โบพาล ประเทศอินเดีย ในปี 2527 สภาคองเกรสของสหรัฐฯ ก็รีบปฏิรูปกฎหมาย เปิดช่องให้ประชาชนมีส่วนร่วมแจ้งเหตุมลพิษ และตั้งหน่วยงานมาดูแลเป็นการเฉพาะ เป็นต้น

อนึ่ง จากตัวอย่างทั้งจีนและสหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับการให้ประชาชนร่วมเฝ้าระวังอย่างมาก เพราะลำพังภาครัฐฝ่ายเดียวมีข้อจำกัดด้านทรัพยากร จึงเป็นที่มาของข้อเสนอ “ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องมีกฎหมาย PRTR (Pollutant Release and Transfer Register)” หรือกฎหมายการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตลอดจนประชาชนทั่วไปได้ทราบข้อมูลว่า พื้นที่เสี่ยงมลพิษแต่ละแห่งมีสถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง เพื่อเตรียมรับมือและควบคุมได้อย่างทันท่วงที

“ปัจจุบันทั่วโลกมีกฎหมายแบบนี้ใช้อยู่ 50 กว่าประเทศแล้ว และ JICA (องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น) ก็เคยแนะนำรัฐบาลไทยว่า ถ้าจะแก้ไขปัญหามลพิษอากาศในประเทศไทย โดยเฉพาะที่มาบตาพุด (นิคมฯ มาบตาพุดจ.ระยอง) ต้องมีกฎหมาย PRTR โดยกฎหมาย PRTR จะทำให้กรณีแบบหมิงตี้ลดน้อยลงหรือไม่อาจเกิดขึ้นได้ง่าย”เพ็ญโฉม ระบุ

ขณะที่ รศ.ดร.เกษมสันต์ มโนมัยพิบูลย์ กรรมการวิชาการ ศูนย์วิชาการเพื่อขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษอากาศ และอาจารย์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวว่า เป็นสิทธิของประชาชนในการได้รับทราบว่า ณ ปัจจุบัน สารก่อมลพิษกระจายตัวไปไกลเพียงใดและในอีก 1 วัน หรือไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า จะมีแนวโน้มเป็นอย่างไร เพราะเป็นข้อมูลข่าวสารสำหรับประกอบการตัดสินใจว่าจะทำอะไรต่อไป ดังนั้น “ควรมีการพัฒนาเทคโนโลยีคาดการณ์มลพิษทางอากาศ” ซึ่งต้องอาศัยการบูรณาการของหน่วยงานที่มีศักยภาพ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา ที่พยากรณ์อากาศได้แม่นยำ พร้อมกับมีกฎหมาย PRTR ที่ทำให้รู้ประเภทของสารก่อมลพิษ

“การวิจัยและพัฒนาคงจะต้องมองประเด็นนี้ ตรงนี้เราอาจจะถามว่าแบบจำลองมันก็มีอยู่เยอะแยะ ฝุ่นจิ๋วอะไร แต่อันนั้นมันเป็นสภาพการณ์ปกติ อันนี้เป็นสภาพการณ์ที่เรียกว่าอุบัติเหตุขึ้นมา กลวิธี กระบวนการในการคาดการณ์ ทำวิจัยในการทำ Operation (ปฏิบัติการ) มันแทบไม่เหมือนกันเลย การวิจัย พัฒนา และความร่วมมือ ความร่วมมือหมายถึงฐานข้อมูล ทีมโดรน หรือข้อมูลอะไรต่างๆ ก็ต้องมานั่งดู นั่งร้อยเรียงกัน” รศ.ดร.เกษมสันต์ กล่าว

ด้าน ธีรพร วิริวุฒิกร นักวิชาการสิ่งแวดล้อมเชี่ยวชาญกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า ระหว่างปี 2560-2565 เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานอุตสาหกรรม 203 ครั้ง (เก็บรวบรวมข้อมูลจากข่าวและจากการรับแจ้งเหตุ) ส่วนใหญ่เป็นโรงงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมพลาสติก เพราะสารเคมีที่ใช้ในการผลิตมีความไวไฟ หากไม่จัดเก็บให้ดีก็จะมีความเสี่ยงเกิดเพลิงไหม้ได้ ทั้งนี้ ปัจจัยเสี่ยงและการลดความเสี่ยงของแต่ละสถานประกอบการ ได้แก่

1.การบำรุงรักษา โดยเฉพาะเครื่องจักรที่มีอายุการใช้งานนาน หากขาดการบำรุงรักษาที่ดี ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดประกายไฟลามไปติดเชื้อเพลิงในโรงงานได้ 2.กระบวนการผลิตที่ใช้ความร้อนแปรรูป หากไม่มีกระบวนการกำกับที่ดี ผู้ปฏิบัติงานขาดความระมัดระวัง 3.การจัดเก็บสารเคมี หากไม่ได้ปฏิบัติตามหลักการจัดเก็บวัตถุอันตราย และ 4.การเตรียมความพร้อม หากไม่มีแผนรับมือและไม่ฝึกซ้อมตามแผนจนชำนาญ

“กรณีหมิงตี้ ข้อมูลตอนที่เราเข้าไปวันแรกๆ สิ่งที่เราต้องตามหาคือข้อมูลพื้นฐานว่าโรงงานเก็บอะไรไว้บ้าง เรายังไม่รู้เลยว่าไฟไหม้มันเกิดอะไร ถ้าเราสังเกตว่ามันมีการระเบิด เราไม่รู้ว่ามันใช้น้ำดับไฟไม่ได้ เพราะสารเคมีในนั้นมันไม่สามารถใช้น้ำได้ พอใช้น้ำเข้าไปมันก็ก่อให้เกิดการระเบิด เราไม่รู้ว่าเชื้อเพลิงที่มันทำให้เกิดเพลิงไหม้คือสไตรีน กว่าเราจะทราบ กว่าเราจะไประดมทรัพยากรมามันก็ล่าช้า คือเกิดระเบิดไปแล้ว เกิดความเสียหายกับทรัพย์สินบ้านเรือนที่อยู่ละแวกใกล้เคียง” ธีรพร ระบุ

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายอยู่ที่เรื่องของ “ผังเมือง” ซึ่งปล่อยกันมายาวนานจนมีสภาพแบบที่เห็นในปัจจุบันดังอย่างกรณี บ.หมิงตี้ฯ ซึ่งเริ่มตั้งโรงงานในปี 2532 ในเวลานั้นพื้นที่โดยรอบยังไม่มีชุมชน กระทั่งวันดีคืนดีชุมชนก็ขยับขยายประชิดเข้ามา ด้านหนึ่งคนในชุมชนก็ต้องแบกรับความเสี่ยงจากโรงงาน แต่อีกด้านหนึ่งก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับโรงงาน เพราะได้เลือกที่ตั้งห่างไกลชุมชนแต่แรกแล้ว

รศ.ดร.พนิต ภู่จินดา นายกสมาคมนักผังเมืองไทย ให้ความเห็นว่า มีกฎหมายอยู่ข้อหนึ่งที่ไม่เคยถูกนำมาใช้จริง คือ พ.ร.บ.การผังเมือง พ.ศ.2562 มาตรา 37 (กฎหมายเดิม ฉบับปี 2518 อยู่ในมาตรา 27) สาระสำคัญคือ แม้กิจการที่อยู่มาก่อนกฎหมายบังคับใช้จะยังอยู่ต่อไปได้ แต่หากการดำรงอยู่ขัดกับ 3 เรื่อง คือ ความปลอดภัยสาธารณะ ความเป็นอยู่ที่ดีสาธารณะ และสุขอนามัยสาธารณะ คณะกรรมการผังเมืองหรือคณะกรรมการผังเมืองจังหวัดมีอำนาจกำหนดให้แก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือแม้แต่ระงับ แต่ “ค่าทดแทน” เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากจ่ายเพื่อชดเชยให้โรงงาน

“วรรคสาม (พ.ร.บ.การผังเมือง พ.ศ.2562 มาตรา 37)บอกให้กำหนดค่าทดแทน หมิงตี้บอกผมอยู่มาก่อน วันที่ผมอยู่ถูกต้องไม่ผิด เมืองขยายมาแล้วผมผิดหรือ? สมมุติโรงงานอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งตั้งถูกต้องส่งเสียงดัง ชุมชนมาอยู่โดยรอบโวยวายว่าส่งเสียงดัง ต้องสร้างกำแพงกันเสียง ใครจ่าย? วันที่ผมอยู่ผมถูก ดังนั้นค่าตอบแทนคือยาขม คนมาอยู่ทีหลังต้องจ่ายตามหลักการ แล้วใครจ่าย? คนรอบๆ จ่ายไหม? นั่นคือต้นเหตุของปัญหา” รศ.ดร.พนิต กล่าว

SCOOP@NAEWNA.CO

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ศุภมาส’เล่าความหมายบทเพลงพระราชนิพนธ์ยูงทอง จี้ถาม’อมธ.’จะทำอะไรก็ได้ ฉะนี้ฤๅ?

Posted on July 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/665570

'ศุภมาส'เล่าความหมายบทเพลงพระราชนิพนธ์ยูงทอง จี้ถาม'อมธ.'จะทำอะไรก็ได้ ฉะนี้ฤๅ?

วันศุกร์ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 20.07 น.

8 ก.ค.65 น.ส.ศุภมาส เสนะเวส แกนนำกลุ่ม ฬ รักชาติ และนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความ#ว่าด้วยบทเพลงพระราชนิพนธ์ยูงทอง โดยมีเนื้อหาดังนี้

บทเพลงนี้เรียงร้อยขึ้นมาเพื่อสร้างความรู้สึกรัก และผูกพันในสถานศึกษา สถานศึกษาอันร่มรื่นสวยงามโดดเด่นอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา อยู่ติดท่าน้ำ ที่ชื่อว่า ” ท่าพระจันทร์”
มีสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ คือ “โดม”

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชในครั้งกระนั้น ทรงเห็นคุณค่าของสถานศึกษาแห่งนี้

จึงทรง…”ปลูกยูงทองไว้เคียงโดม มุ่งประโลมโน้มใจรัก ธรรมจักรนบบูชาเทิดไว้”ด้วยหวังให้ชาวธรรมศาสตร์รัก และเชิดชูสถาบันของตน

ความรัก ผูกพัน และเชิดชูสถาบันการศึกษานั้น มีความสำคัญอย่างไร ? และเพียงใด ? สำคัญยิ่ง

เพราะจะทำให้นักศึกษาและบัณฑิต หลอมรวมจิตใจ รู้รักสามัคคี มุ่งมั่นที่จะทำสิ่งดี สร้างสรรค์สิ่งดี สู่สังคมและประเทศชาติ เพื่อรักษาชื่อเสียงเกียรติคุณของสถานศึกษาของตน ว่าผลิตมาแต่คนดีมีคุณภาพ มีความสามารถ และส่งเสริมให้เกียรติขจรไกล

…
“พระธรรมสถิต รวมจิตสมาน ปฏิญาณรักสามัคคี”ปลูกฝังให้ชาวธรรมศาสตร์นั้นยึดมั่นในธรรม – – ในคุณธรรม ในหลักธรรม ในการดำเนินชีวิต และประกอบอาชีพ เป็นบุคลากรทรงคุณค่าของชาติ สืบทอดชื่อเสียงของสถาบันให้รุ่งเรือง …”ส่งศักดิ์ศรีนั้นให้ยิ่งยืนนาน”
…
เมื่อเทียบกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เราก็ปลูกฝังผ่านบทเพลง เพลงมหาจุฬาลงกรณ์นั้น สอนให้เรารู้จักความกตัญญู ย้ำให้เรายึดมั่นในความถูกต้องชอบธรรม ที่จะทำให้เรามีความภูมิใจและนับถือตนเอง “สัญญาประคอง ความดีทุกอย่างต่างปอง ผยองพระเกียรติเกริกไกร”

ขณะที่บทเพลงเกียรติภูมิจุฬานั้น ทำให้เรารู้สึกมุ่งมั่นและองอาจ ที่จะนำความรู้จากการศึกษาของเราไปสืบสานการรับใช้สังคม “ทั่วราชอาณาจักรนี้ เราเป็นหลักอยู่แต่ละส่วน ชาวจุฬาจึงควรรู้ค่าแห่งเกียรติภูมิจุฬา”

นับแต่อดีตกาล ปรัชญาที่บ่มเพาะในหัวใจของเรา- – ชาวธรรมศาสตร์และจุฬา ฯ – – มิได้แตกต่างกัน ท่อนหนึ่งของบทเพลงยูงทองที่ปลุกความฮึกเหิมในจิตใจ ของสายเลือดธรรมศาสตร์ที่แผ่ซ่านไปทั่วถิ่นไทย “เหลืองแดงแสงธรรมศาสตร์วิไล ปกแผ่ไปในทุกทาง สัญลักษณ์ดีเด่น เห็นกระจ่าง อย่าจืดจางรักร่วมทางกันไป”

สะท้อนว่า ชาวธรรมศาสตร์นั้น (ก็เช่นเดียวกับชาวจุฬา)กระจายอยู่ทุกภาคส่วนของสังคมไทย มีคุณค่าชัดเจน ขออย่าจืดจางในการร่วมเส้นทางแห่งการทำความดีที่องค์การนักศึกษาธรรมศาสตร์กล่าวหาว่า เนื้อหาของบทเพลงยูงทอง มิใช่จิตวิญญาณในการก่อตั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมืองอันเป็นตลาดวิชานั้น

จึงเป็นการตีความด้วยความอ่อนด้อยทางภาษา และขาดรสนิยมในเชิงวรรณศิลป์ เป็นจวักห่อนรู้รสแกง

เจตนารมณ์ในการก่อตั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง นั้นตรงไปตรงมายิ่ง คือการให้คนมีโอกาสได้รับการศึกษา ได้เรียนรู้”วิชาธรรมศาสตร์” ได้รู้เรื่องกฎหมายและรัฐศาสตร์
การมีรูปแบบเป็นตลาดวิชา ก็เพื่อคนที่ทำงานแล้ว รับราชการแล้ว ไม่สามารถมาเรียนเต็มเวลาได้มีโอกาสศึกษาหาความรู้ เพิ่มพูนวิทยฐานะไปพัฒนาอาชีพการงาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรับใช้ชาติบ้านเมืองเป็นสำคัญจิตวิญญาณของชาวธรรมศาสตร์คือรู้รักสามัคคี และใช้ความรู้ที่มีรับใช้สังคม

บทเพลงพระราชนิพนธ์ยูงทอง จึงเป็นบทเพลงแห่งความภาคภูมิใจ ที่จารึกและซาบซึ้งอยู่ในหัวใจชาวธรรมศาสตร์ เนิ่นนานจากอดีตจวบจนปัจจุบัน แม้นมิใช่ชาวธรรมศาสตร์ แต่ก็ร้องเพลงนี้มาหลายต่อหลายครา

ตั้งแต่ปี 2521 จึงอยากถาม กรรมการ อมธ. ซึ่งเพิ่งมาเป็น #ชาวธรรมศาสตร์ ได้ไม่เกิน 4 ปี ว่าการจะมารื้อทำลาย โดยยังมิเคยสร้างชื่อเสียงเกียรติคุณอันใดให้กับสถานศึกษานั้น

ถามหัวใจชาวธรรมศาสตร์ ที่เขาเป็นชาวธรรมศาสตร์มาหลายสิบปีและสร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัยมาเนิ่นนานหรือยัง ????? หรือถือเอกสิทธิ์ ที่เข้ามาอยู่เพียง 3-4 ปี ที่จะทำอะไรก็ได้ ฉะนี้ฤๅ?

ขอบคุณข้อมูลเฟซบุ๊ก น.ส.ศุภมาส เสนะเวส

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดโลก’เกษตรคนเมือง’ คุณสามารถทำได้ในทุกพื้นที่ทั้ง ‘เขตเมือง-ชานเมือง-ที่เช่า’

Posted on July 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/665581

เปิดโลก'เกษตรคนเมือง' คุณสามารถทำได้ในทุกพื้นที่ทั้ง 'เขตเมือง-ชานเมือง-ที่เช่า'

วันศุกร์ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 19.50 น.

เว็บไซต์ไทยซิตี้ฟาร์ม หรือ Thaicityfarm.com เขียนถึงการแบ่งประเภทของคนทำเกษตรกรรมในเมืองไว้ ดังนี้ การแบ่งประเภทตามผู้ทำเกษตรในเมืองส่วนใหญ่ของคนที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรในเมืองเป็นคนยากจน ตรงกันข้าม โดยทั่วไปพวกเขามักไม่อพยพมาจากชนบท เพราะเกษตรกรในเมืองต้องใช้เวลาในการเข้าถึงที่ดินในเมือง น้ำและแหล่งผลิตอื่นๆ เกษตรกรในเมืองส่วนมากเป็นข้าราชการระดับล่างและระดับกลาง ครูของโรงเรียนและผู้ที่เกี่ยวข้องในด้านเกษตรกรรมตลอดจนคนมีฐานะที่แสวงหาการลงทุนที่ดีสำหรับทุนของพวกเขา

รวมทั้งผู้หญิงเป็นส่วนสำคัญของเกษตรในเมืองเนื่องจากการทำการเกษตร กิจกรรมการแปรรูปและการขายมักเชื่อมโยงกันและมักทำร่วมกับงานอื่นๆ ในครัวเรือนได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตามมันเป็นเรื่องยากที่จะนำรวมไปกับผู้ทำอาชีพในเมืองที่ต้องเดินทางไปยังใจกลางเมือง พื้นที่อุตสาหกรรมหรือบ้านของคนมีฐานะ

“การทำเกษตรในพื้นที่เมืองไว้บริโภคเองในครัวเรือนโดยอาศัยวัสดุและขยะจากครัวเรือนมาทำเป็นปุ๋ยและน้ำหมักบำรุงพืช จากภาพเป็นสวนผักภายในศูนย์อบรมบ้านเจ้าชายผัก”

การแบ่งประเภทตามตำแหน่งที่ตั้งหรือพื้นที่

การทำเกษตรในเขตเมืองสามารถทำได้ในพื้นที่เขตเมือง พื้นในเขตชานเมือง พื้นที่ดินที่อยู่นอกพำนัก พื้นที่ดินส่วนตัว (ที่ดินที่เจ้าของให้เช่า) หรือพื้นที่สาธารณะ (สวนสาธารณะพื้นที่อนุรักษ์ตามแนวถนนลำธารและทางรถไฟ) หรือที่ดินกึ่งสาธารณะ (สนามบริเวณของโรงเรียนและโรงพยาบาล)

สวนผักบนดาดฟ้าของสำนักงานเขตหลักสี่ ซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรในเมืองบนพื้นที่สาธารณะโดยเป็นศูนย์การเรียนรู้เกษตรในเมืองในพื้นที่เขตกรุงเทพมหานคร

การแบ่งประเภทตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

เกษตรในเขตเมืองประกอบด้วยกิจกรรมการผลิต การแปรรูปและการตลาดที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งปัจจัยการผลิต (เช่นปุ๋ยหมัก) และการบริการ (เช่นบริการด้านสุขภาพสัตว์) จากองค์กรขนาดเล็ก หรือ องค์กรที่อยู่นอกการกำกับโดยรัฐ

ในด้านการผลิตและการตลาดมีแนวโน้มสัมพันธ์กับเกษตรในเมืองมากขึ้นทั้งด้านเวลาและพื้นที่มากขึ้น เนื่องจากความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์และการไหลเวียนของทรัพยากรที่รวดเร็วขึ้น

การแบ่งประเภทตามผลผลิตการเกษตร

ผลผลิตการเกษตรในเขตเมืองสามารถแบ่งตามผลิตภัณฑ์อาหารจากพืชที่แตกต่างกัน (ธัญพืช พืชราก ผัก เห็ด ผลไม้) และสัตว์ (สัตว์ปีก กระต่าย แพะแกะ วัวหมู ปลา) รวมทั้งอาหารที่ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์อาหาร (เช่น สมุนไพรที่มีกลิ่นหอม ไม้ประดับและผลิตภัณฑ์จากไม้) บ่อยครั้งที่ผลผลิตที่มีรายได้สูงหรือราคาแพง (ผัก ผลิตภัณฑ์จากสัตว์และผลพลอยได้) มักเป็นที่นิยมเพาะปลูก

ในเมืองส่วนใหญ่ของประเทศกำลังพัฒนา ส่วนสำคัญที่สุดของเกษตรในเมืองคือ การปลูกเพื่อบริโภคเองในครัวเรือน อย่างไรก็ตามความสำคัญของการเกษตรในเขตเมืองที่มุ่งเน้นตลาดทั้งในแง่ปริมาณและมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่ควรถูกมองข้าม สินค้าที่ถูกขายตามฟาร์ม รถเข็นในละแวกใกล้เคียง ร้านค้าท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น หรือซูเปอร์มาร์เก็ต ผลผลิตสดส่วนใหญ่จะขาย แต่ส่วนหนึ่งจะถูกแปรรูปสำหรับใช้เอง ปรุงสุกและขายบนท้องถนน หรือการแปรรูปและบรรจุเพื่อขายให้กับร้านดังกล่าวข้างต้น

สำหรับผู้ที่สนใจทำเกษตรในเมืองสามารถเข้าไปค้นหาข้อมูลในเว็บไซต์ต่างๆ และแหล่งข้อมูลที่สำคัญคือการเข้าฝึกอบรมกับหน่วยงานต่างๆ หนึ่งในนั้นที่กำลังเป็นสถานที่อบรมกำลังมาแรงในเวลานี้ คือ สวนผักบ้านคุณตา ซึ่งตั้งอยู่ที่ชุมชนนิเวศสันติวนา ดอนเมือง มีทั้งหลักสูตรอบมปลูกผักอินทรีย์ปลอดสารเคมี, การออกแบบและติดตั้งระบบน้ำ , การออกแบบจัดการน้ำเพื่อการเกษตร, การเลี้ยงผึ้งในเมือง รวมไปถึงการติดตั้งโซล่าร์เซลล์ และอีกหลายๆหลักสูตรที่เหมาะกับการทำเกษตรในเมือง โดยปัจจุบันสวนผักคุณตาได้รับการสนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) 

ผู้ที่สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ Line : @grandpaurbanfarm หรือ โทร 095-067-2728 และอีกแห่งหนึ่งที่จะเป็นศูนย์เรียนรู้สำคัญใกล้กรุงเทพมหานคร คือ มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) 3/13 หมู่ที่ 6 ซอยบางอ้อ 2 ถนนบางรักน้อย 18 ตำบลไทรม้า อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี

(ขอบคุณภาพ : สวนผักคุณตา) 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คิวยาวเหยียด! ปชช.แห่นำรถต่อคิวเติมน้ำมัน หลังปรับลดลง 3 บาท

Posted on July 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/665576

คิวยาวเหยียด! ปชช.แห่นำรถต่อคิวเติมน้ำมัน หลังปรับลดลง 3 บาท

วันศุกร์ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 19.25 น.

8 ก.ค.65 บรรยากาศที่ปั้มน้ำมัน ปตท.ถนนสายบุรีรัมย์ – ประโคนชัย  เยื้องกับวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีบุรีรัมย์  ต.อิสาณ  อ.เมือง  จ.บุรีรัมย์   ได้มีประชาชน  ข้าราชการ  รวมถึงนักเรียนนักศึกษา  ต่างแห่นำรถยนต์ส่วนตัว และรถจักรยานยนต์ที่ใช้ขับขี่ในชีวิตประจำวัน  มาเข้าคิวรอเติมน้ำมัน ทั้งแก๊สโซฮอล์ 91 แก๊สโซฮอล์ 95  และ E20  เป็นแถวยาวเหยียดตั้งแต่ช่วงเช้า  หลังจากมีการปรับลดราคาน้ำมันในกลุ่มเบนซิน แก๊สโซฮอล์ โดยน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ปรับลดลงลิตรละ 3 บาท ยกเว้น E85 ปรับลดลิตรละ 1.80 บาท ส่วนดีเซลราคายังคงเดิม  โดยมีผลตั้งแต่ 05.00 น. วันนี้ 8 กรกฎาคม 2565 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องที่นี่ : น้ำมันลด! ชาวเกาะสมุยแห่เข้าปั้มเติมน้ำมันทั้งวันจนน้ำมันบางชนิดหมดเกลี้ยง

โดยราคาน้ำมันหน้าปั้มวันนี้ ดีเซลอยู่ที่ลิตรละ 35.36 บาท  E 20 ลิตรละ 40.86  บาท แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 41.70  บาท  และแก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 41.97  บาท  

ขณะที่พนักงานปั้มน้ำมัน​ กล่าวว่า หลังจากมีการประกาศปรับลดราคาน้ำมันกลุ่มเบนซิน แก๊สโซฮอล์ และ E85  ก็มีประชาชนนำรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ มาเข้าคิวรอเติมน้ำมันที่ปั้มคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า  ส่วนใหญ่ก็จะเติมเต็มถัง จากที่ก่อนหน้านี้ช่วงที่น้ำมันราคาแพงก็จะเติมแค่คันละ 200 – 300 หรือ 500 บาทเท่านั้น  

นายสกล ยะประภา ประชาชนที่นำรถยนต์มาเติมน้ำมัน กล่าวว่า ก็ดีใจที่น้ำมันแก๊สโซฮอล์ และ E20 ปรับลดราคาลง หากเป็นไปได้อยากให้ปรับลดน้ำมันทุกชนิดให้เหลือไม่เกินลิตรละ 30 บาท  ถึงจะบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนได้ เพราะหากราคาน้ำมันแพงก็จะส่งผลให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคสูงขึ้นตามไปด้วย   ทำให้ประชาชนต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น อยากฝากถึงรัฐบาลได้เร่งแก้ปัญหาราคาน้ำมันแพง และสินค้าแพงด้วย   เพราะตอนนี้ประชาชนทุกอาชีพเดือดร้อนมาก. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

การระลึกถึงพระไตรสรณคมน์ ‘พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์’ ของจริง : หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี

Posted on July 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/665575

การระลึกถึงพระไตรสรณคมน์ 'พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์' ของจริง : หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี

วันศุกร์ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 19.19 น.

เรื่องพระไตรสรณคมน์มันเป็นเบื้องต้นของผู้ที่นับถือพระพุทธศาสนา คนเรานั้นโดยมากไม่ค่อยจะคิดคำนึงถึงคุณหรือของดีที่เรียกว่า ของประเสริฐทั้งๆ ที่เราพากันกราบพากันไหว้อยู่ทุกวันๆ ทีเดียวแล้วก็กล่าวประณามถึงอยู่ตลอดทุกวัน เช่น พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง พุทโธ เม สะระณัง วะรัง ธัมโม เม สะระณัง วะรัง สังโฆ เม สรณัง วะรัง ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ มาเป็นสรณะที่พึ่ง ที่ระลึก สิ่งอื่นนอกจากพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ไม่มี พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งอันประเสริฐสูงสุด แล้วก็พากันกล่าวกันอยู่ แต่ว่าสิ่งใดถ้าหากเรากล่าวหรือเคยกราบเคยไหว้เคยชินเสียสิ่งนั้นเราไม่ค่อยจะคำนึงถึง “ของจริง”

เหมือนๆ กันกับตัวของเรา เราเกิดมาแล้วมันเคยครองตัวของเราคือ จิตของเราอยู่ตลอดกาลความหนักความหน่วงมันก็ลืมไป แล้วคุณค่าประโยชน์ของตัวของคนเราก็ไม่ค่อยจะคำนึงถึงทั้งๆ ที่เราอาศัยอยู่ทุกวี่ทุกวัน ความเป็นจริงนั้นถ้าหากเรามาคิดถึงคุณค่าของตัวของเราแต่ละอย่างๆ เช่น ตา หู จมูก ลิ้น กาย สิ่งอวัยวะทั้งหลายทั้งหมด ที่เราใช้อยู่นี่เป็นของมีคุณค่าหาราคามิได้ คือว่าไม่มีคนที่จะเอามาทดแทนใช้แทนได้จึงเป็นของดีมีค่าใช้ได้นมนานแต่เราไม่ค่อยจะคำนึงคิดถึง

หรือมิฉะนั้นก็อย่างที่เราอาศัยพึ่งบิดามารดาให้กำเนิดเกิดมาเราได้รับอุปการะเลี้ยงดูเติบโตมาโดยลำดับ ถ้าหากเรามาคิดคำนึงถึงคุณแล้วเป็นของหาประมาณมิได้ ฉันเดียวกับคุณพระรัตนตรัยคือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เรากราบทุกวันๆ เราไหว้ทุกวันๆ นานๆ ประณามถึงหรือกล่าวถึงคุณของท่านทุกวันๆ แต่เราไม่ค่อยจะคำนึงคิดถึง “ของจริง” เพราะฉะนั้นวันนี้จะพูดเพิ่มเติมอีก หากว่ามีของจริงอยู่แล้วได้คิดนึกหรือหากคิดนึกไปแล้วนมนานมันลืมก็จะได้ทวนทบกลับคืนมาพิจารณากันอีก

ความเป็นจริงนั้น ถ้าหากเรากราบครั้งที่ ๑ ก็ประสงค์จะอยากให้ระลึกคุณพระพุทธเจ้า ครั้งที่ ๒ ระลึกถึงคุณพระธรรม ครั้งที่ ๓ ระลึกถึงคุณพระอริยสงฆ์ ถึงหากเราจะไม่กล่าว อะระหัง สัมมา สัมพุทโธ ภะคะวา ก็ตาม แต่พร้อมกันนั้นเรากราบแล้วเราว่าประณาม คือ อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา เป็นต้นเรามาพิจารณาให้ถึงความจริงของพระพุทธเจ้าให้ซาบซึ้งเข้าถึงจิตถึงใจจริงๆ จิตของเราจะเบิกบานการกราบจะนิ่มนวล การกราบจะซาบซึ้งถึงจิตถึงใจจิตใจจะอิ่มเอิบ จิตใจจะเบิกบาน จัดเป็นบุญกุศลอย่างยิ่งใหญ่

หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย (ขอบคุณลานธรรมจักร) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รอดปาฏิหาริย์! หนุ่มอุดรถูกฟ้าผ่า ได้ยินเสียงแม่เสียชีวิตแล้วมาเรียก

Posted on July 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/665568

รอดปาฏิหาริย์! หนุ่มอุดรถูกฟ้าผ่า ได้ยินเสียงแม่เสียชีวิตแล้วมาเรียก

วันศุกร์ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 19.01 น.

8 ก.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเพจ “แจ้งข่าวชาวนาพู่ เผยเรื่องราวของเรื่องราวปฏิหาริย์ของคนที่ถูกฟ้าผ่าแต่รอดชีวิตมาได้ โดยบอกว่า นาทีเฉียดตายของอานนท์ เย็นวันที่ 6 ก.ค.65ได้เกิดเหตุฟ้าผ่าชาวบ้านกิ่ว แถวดงเตาไห ต.นาพู่ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี คือ นายอานนท์ กองสุวรรณ อายุ 29 ปี ซึ่งอานนท์ได้เล่านาทีเฉียดตายให้ทีมเพจฯได้ฟังหลังมีพายุฝน ฟ้าคะนอง ระหว่างที่อานนท์ กำลังทำธุระส่วนตัวอยู่ที่เถียงนาก็เกิดสายฟ้าฟาดแบบเฉียดตัวมากๆ”

ผมเห็นแค่แสงวาบ สว่างจ้า เสียงดังเปรี้ยงและหลังจากนั้นผมก็ภาพตัดสลบไปเลย นับจากฟ้าผ่าจนสลบก็ราวๆ 1 ชั่วโมง มารู้สึกตัวอีกทีเหมือนหูแว่วได้ยินแม่ซึ่งเสียชีวิตไปแล้วมาปลุกว่า .”.ตื่นๆแหม่บักหล่า..บักหล่าตื่นๆ ” และเข้ามาเขย่าตัวก็เลยพยายามตั้งสติ แต่ตอนนั้นคือ หายใจไม่ออก แน่นหน้าอก และมีน้ำลายฟูมปาก จึงค่อยๆหยิบเอาโทรศัพท์โทร.ขอความช่วยเหลือจากพ่อ จากนั้นพ่อก็มารับและนำตัวส่งที่กู้ชีพ นาพู่ ก่อนส่งโรงพยาบาล ถ้าหายครั้งนี้ผมคงต้องสะเดาะเคราะห์ใหญ่เพราะปกติแล้วคนที่โดนฟ้าผ่ามักไม่รอด

ต่อมาวันนี้ เวลา 14.00 น.ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับนายอานนท์ กองสุวรรณ หรือ “ต่อ” อายุ 29 ปีชาวบ้านบ้านกิ่ว ต.นาพู่ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี กำลังนอนรักษาตัวที่เตียงของรพ.ตึกผู้ป่วยชาย รพ.เพ็ญ จ.อุดรธานี มีสายน้ำเกลือติดอยู่แขนตลอดเวลา นายอานนท์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวถึงเรื่องราวถูกฟ้าผ่าแต่รอดตายราวปฏิหาริย์ โดยบอกว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 6 ก.ค.65 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 16.00 น.ตนเองซึ่งอยู่ที่ทุ่งนาของตนเองท้ายหมู่บ้านกิ่ว กำลังต้อนควายไปกินหญ้า แต่เกิดมีฝนตกลงมาอย่างหนัก และมีฟ้าร้องตลอดเวลา จึงรีบวิ่งขึ้นกระท่อมนา จากนั้นไม่นานได้รีบปิดโทรศัพท์กลัวฟ้าผ่า สักพักได้ยินเสียงดังเปรี้ยง ลงตรงกลางเถียงนา ตนเองก็สลบทันที ตอนที่สลบน่าจะประมาณ 1 ชม.คิดว่าตายไปแล้ว แต่ก็ได้ยินเสียงแม่ของตนเองคือนางจำรัส ซึ่งเสียชีวิตไปแล้วเมื่อ 3 ปีมาปลุกว่า .”.ตื่นๆแหม่บักหล่า..บักหล่าตื่นๆ ” และเข้ามาเขย่าตัวก็เลยพยายามตั้งสติ แต่ตอนนั้นคือ หายใจไม่ออก แน่นหน้าอก และมีน้ำลายฟูมปาก แน่นหน้าอก พอลุกขึ้นมาได้หยิบโทรศัพท์โทรหาพ่อให้มาช่วย จากนั้นพ่อและญาติๆ ก็รีบนำส่งรพ.สต.และส่งต่อมายังรพ.เพ็ญทันที ตอนนี้ยังมีอาการปวดหัวและช้ำตามแขนและขา และขาอ่อนแรง ต้องฉีดยาแก้ปวดก่อนนอนตลอด

นายอานนท์ บอกอีกว่า รอดตายมาครั้งนี้ตนเองคิดว่าเรื่องนี้มีทั้งโชคและซวยมาพร้อม ซวยเพราะโดนฟ้าผ่า เพราะเกิดมาไม่เคยเจอสักครั้ง แต่โชคด้วยเช่นกันที่ตนเองรอดตายจากฟ้าผ่ามาได้ราวปฏิหาริย์  หรือยังไม่ถึงคราวจะตาย ตนเองเชื่อว่าแม่จำรัสที่รักตนเองมาช่วยให้ตนเองรอดในครั้งนี้และเหรียญปู่ศรีสุทโธที่ตนเองนับถือ แม้ตนเองจะรอดเกือบตายเช่นกัน แต่ไก่ที่อยู่ใต้ถุนเถียงนาที่ตนเองนั่งอยู่ปรากฎว่าไก่ไปทั้งหมด 5 ตัว ขณะที่ผู้สื่อข่าวสังเกตรอยสักที่แขนขวา ของขลังประจำกายนายอานนท์บอกว่า รอยสักเป็นจระเข้มหาอุต ที่ตนเองให้อาจารย์โอ๊คอยู่ที่อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ สักให้สมัยตนเองไปรับจ้างตัดอ้อยเมื่ออายุ 17 ปีก่อน หลังออกจากรพ.รักษาหายแล้วคงต้องไปทำบุญเรียกขวัญตัวเองครั้งใหญ่ที่รอดตายมาได้เหมือนตายแล้วเกิดใหม่อย่างแน่นอน

ขณะที่ผู้สื่อข่าวเดินทางไปดูที่เกิดเหตุบริเวณกระท่อมนาของนายอานนท์ อยู่ท้ายหมู่บ้านบ้านกิ่ว หมู่ 7 ต.นาพู่ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี พบกับนางสว่างจิตร ซุยเสนา อายุ 45 ปี น้าสาว และน.ส.พรทิพย์ พิมพ์ทอง อายุ  อายุ  34 ปี ป้าของนายอานนท์ พาผู้สื่อข่าวไปดูบริเวณกระท่อมนาที่นายอานนท์ถูกฟ้าผ่าลงมาแต่รอดตายราวปฏิหาริย์ โดยสภาพกระท่อมนาเป็นหลังเล็กๆ มีต้นสะเดาความสูงกว่า 10 เมตรติดกับกระท่อมนา ใกล้ๆ กันพบที่ปลายต้นยูคามีรอยไหม้ โดยทั้งสองคนเปิดเผยว่า วันนั้นฝนตกลงมาและมีเสียงฟ้าร้อง ฮึ่มๆ ตลอดเวลา พวกเราก็อยู่ทุ่งนาก็พากันไปหลบ ไม่นานได้ยินเสียงเปรี้ยงลงมา ตอนแรกไม่คิดว่าฟ้าจะผ่าตรงกระทอ่มนาของหลานชาย ไม่นานเห็นพ่อของเขาวิ่งมาบอกว่า นายอานนท์ถูกฟ้าผ่า จึงรีบพากันมาดู เห็นเขาน้ำลายฟูมปาก สลึมสะลือ หมดสติ จึงรีบหาพาไปส่งรพ.สต.จากนั้นนำส่งรพ.เพ็ญ ดีใจที่หลานชายรอดตายมาได้ ไม่คิดว่าถูกฟ้าผ่าจะรอด แต่ไก่ 5 ตัวที่อยู่ใต้ถุนกระท่อมนาตรงที่นานอานนท์อยู่ถูกฟ้าผ่าตายถึง 5 ตัว ตกใจอย่างมาก หลังจากเข้ารักษาตัวหายแล้วญาติๆ จะต้องทำพิธีหอมข้าวหอมขวัญ หรือพิธีเรียกขวัญคนตายแล้วฟื้นกลับมาคืนอย่างแน่นอน.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,972,558 hits

Join 4,111 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ปิดฉากการเยือนชื่นมื่น เกาหลีเหนือเผยผู้นำ 2 ชาติ บรรลุยุทธศาสตร์ระยะยาว เดินหน้าความสัมพันธ์
สรุปมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประจำวันที่ 10 มิถุนายน 2569
แตะเบรกเตือน ‘กลุ่มนักกฎหมาย’ เตรียมถวายฎีกาปม ‘เขากระโดง’ ส่อก้าวล่วง ‘อำนาจศาล-ขัดหลักนิติธรรม’
ครม. ไฟเขียว ยกฐานะ มทร.ล้านนาน่าน เป็นมหา’ลัยประจำจังหวัด
ฮุน เซน ขอโทษประชาชน อ้างไว้ใจไทยมากไป จนไม่เตรียมพร้อมทางทหาร
ฮ่องกงตั้งข้อหา 7 บุคคล 2 บริษัท คดีเพลิงไหม้อาคารชุด "หวังฟุกคอร์ท" คร่า 168 ศพ
กองทัพสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านรอบใหม่ อ้างตอบโต้เหตุยิงเฮลิคอปเตอร์ตก
'ศุภณัฐ' ยันไม่ปล่อย! งัด 12 คำถามเดือด จี้ 'ชัชชาติ' เครื่องออกกำลังกาย กทม. จบที่ปรับ 600 บาท?
ศาลรัฐธรรมนูญ ยังรอความเห็น-เอกสาร 2 คดี พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน-บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง
เช็ครายชื่อ! ครม.มีมติแต่งตั้งข้าราชการหลายตำแหน่ง

Recent Posts

  • แอมเนสตี้แฉอิสราเอลใช้แผน “กวาดล้างชาติพันธุ์” ไล่รื้อชุมชนชาวเบดูอินในเวสต์แบงก์
  • ฮ่องกงตั้งข้อหา 7 บุคคล 2 บริษัท คดีเพลิงไหม้อาคารชุด “หวังฟุกคอร์ท” คร่า 168 ศพ
  • จลาจลเบลฟาสต์เดือด ม็อบไล่เผาบ้าน ขับไล่คนต่างชาติ เหตุผู้อพยพแทงคน
  • กราดยิงแอฟริกาใต้ กลางชุมชนแออัดโจฮันเนสเบิร์ก ดับ 12 ศพ เจ็บอย่างน้อย 9 ราย
  • นาซาเปิดตัวลูกเรือภารกิจ “อาร์เทมิส 3” เตรียมทดสอบระบบต่อเชื่อมยานสเปซเอ็กซ์-บลูออริจิน

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d