Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ชีวิตต้องสู้! ‘ลูกกตัญญู’ หยุดเรียนดูแลแม่พิการ ไม่อยากทิ้งให้อยู่คนเดียว

Posted on June 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661340

ชีวิตต้องสู้! 'ลูกกตัญญู' หยุดเรียนดูแลแม่พิการ ไม่อยากทิ้งให้อยู่คนเดียว

วันอาทิตย์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 18.25 น.

ชีวิตรันทด! ลูกกตัญญูหยุดเรียนดูแลแม่พิการ ห่วงแม่ไม่อยากทอดทิ้งให้อยู่คนเดียว 

19 มิ.ย.65 ที่ จ.ระยอง ชุมชนแม่น้ำคู้เก่า ม.1 ต.แม่น้ำคู้ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ได้มีครอบครัวของนางคมารักษ์ (ดิน) แสงอภัย อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80 ม.1 ต.แม่น้ำคู้ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ที่อาศัยอยู่บ้านปูนหลังเล็กๆสภาพเก่าในสวนหลังบ้านของพี่สาว พบนางคมารักษ์ (ดิน) แสงอภัย นอนอยู่ในเปลผ้าใบเก่าขาดสภาพชำรุด ซึ่งมีลูกสาวชื่อ น.ส.อรุณรุ่ง (ปลาย) ทองมูล อายุ 17 ปีและ ด.ญ.ปิ่นกมล(ปิ่น) ทองมูล อายุ 9 ขวบ คอยดูแลอยู่ไม่ห่าง ชะตาชีวิตรันทดแม่กลายเป็นคนพิการตัดขา จากโรคเบาหวาน ซึ่งลูกสาวต้องคอยช่วยกันดูแลแบบลุ่มๆดอนๆ แม้จะพยายามเข้มแข็ง แต่ด้วยสภาพที่หนักอึ้ง จึงยากเกินกว่าจะฝ่ามรสุม ทั้งชีวิตเรียนและต้องดูแลแม่ผู้บังเกิดเกล้าใช้ชีวิตจริงดังหนังวัลลี

น.ส.อรุณรุ่ง กล่าวว่า ตนเองกำลังศึกษาอยู่โรงเรียนปลวกแดงวิทยาคม ชั้นมัถยมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งผลการเรียนเฉลี่ย 4.00 และยังมีความสามารถด้านการร้องเพลงและเคยชนะเลิศร้องเพลงลูกกรุงกับพระราชนิพนธ์ระดับชาติ 2 ปีซ้อนมาแล้ว ทุกวันนี้ชีวิตค่อนข้างลำบากมาก ซึ่งพ่อมีอาชีพรับจ้างทั่วไปและมีรายได้จุนเจือครอบครัวเพียงคนเดียว ตนเองต้องไปอาศัยนอนอยู่บ้านยายเพราะที่บ้านหลังเล็กมีเพียงแต่พ่อแม่และน้องสาวอาศัยอยู่เท่านั้น และบางครั้งต้องขาดเรียนสลับกับน้องสาว เพื่อไปส่งแม่ไปหาหมอหรือฟอกไตที่รพ.ระยอง ต้องนั่งรถไปถึง 50 กิโลเมตรไปกลับต้องใช้เวลาเป็นวัน ซึ่งแม่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ทั้งด้านสายตา การเดินเหิน ต้องนั่งรถเข็น และยังต้องช่วยกันเปลี่ยนแพมเพิสเช็ดตัวทำความสะอาด และเป็นห่วงแม่ รักแม่ ไม่ยากทอดทิ้ง กลัวแม่จะเกิดอุบัติเหตุ

นางคมารักษ์ กล่าวย้อนหลังว่าแต่ก่อนได้ใช้ชีวิตอยู่กินกับนายชวลิตร ทองมูล อายุ 49 ปี พ่อของเด็กมีลูกทั้ง 3 คน คนโตเป็นชายมีครอบครัวไปแล้ว ยังเหลือลูกสาว 2 คน ได้อาศัยบ้านหลังเล็กๆของพี่สาวซึ่งอยู่หลังบ้านของแม่เป็นที่พัก ต่อมาปี2546ได้ตรวจพบว่าเป็นโรค ไต เลือดจาง ความดัน เส้นเลือดหัวใจตีบ เบาหวาน และต้องตัดขาด้านซ้าย ซึ่งใช้ชีวิตลำบากมากจากที่เคยทำงานได้ต้องหยุดหมดเพราะต้องรักษาตัว มีแต่สามีที่หารายได้เป็นรายวันมาจุนเจือครอบครัว เวลาไปรพ.ระยองได้รับความอนุเคราะห์จากทางอบต.แม่น้ำคู้ คอยรับส่งซึ่งต้องไปฟอกไตวันเว้นวันโดยมีลูกสาวหยุดเรียนไปเป็นเพื่อนและเดินเรื่องเอกสารและคอยรับยาที่โรงพยาบาล

และได้มีทางอบต.แม่น้ำคู้เข้ามามอบถุงยังชีพ ทางสาธารณสุขอำเภอเข้ามาตรวจสุขภาพส่วนทาง พม.จังหวัดระยองเคยเข้ามาสอบถามเรื่องบ้านพักอาศัยแต่ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะเป็นบ้านของพี่สาวและเรื่องก็หายเงียบไปและยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาช่วยเหลือแบบเป็นรูปธรรม และขอขอบคุณนายกฤษดา โชติวานิชกุล นายก อบต.แม่น้ำคู้ ที่ให้ความอนุเคราะห์ช่วยเหลือเรื่องการเดินทางมารักษาที่รพ.ระยอง

นอกจากนี้ มีคนที่รู้จักยังได้มาแวะเยี่ยมเยียนให้กำลังใจกันบ้างและนำสิ่งของมามอบเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนก็ขอขอบคุณมา ณโอกาสนี้ด้วย
ผู้สื่อข่าวเสริมอีกว่าความกตัญญูของลูกสาวทั้ง2 คนนั้นเป็นแรงใจสำคัญยิ่งกว่าอื่นใดที่ทำให้ชีวิต นางคมารักษ์ ผู้เป็นแม่ให้ผ่านมรสุมหรือโรคร้ายที่ถาโถมเข้ามาทั้งที่กัดฟันสู้กันอย่างเต็มที่ ให้ชีวิตรอดพ้นจากความเลวร้ายไปได้วันต่อวัน และขอเป็นสะพานบุญ บอกบุญช่วยเหลือครอบครัว นางคมารักษ์ แสงอภัย เลขที่บัญชีธนาคาร กรุงเทพ 277-4-87137-6 (ออมทรัพย์) สาขาระยอง หรือติดต่อโทรศัพท์ช่วยเหลือให้กำลังใจได้ที่ โทร 086-797-3370

.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘สายเขียว’นนท์ซึม!พ่อค้าแม่ค้า‘ต้นกล้ากัญชา’โอดขายไม่ออก สวนกระแสฟีเวอร์

Posted on June 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661343

‘สายเขียว’นนท์ซึม!พ่อค้าแม่ค้า‘ต้นกล้ากัญชา’โอดขายไม่ออก สวนกระแสฟีเวอร์

วันอาทิตย์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 17.55 น.

‘สายเขียว’นนท์ซึม!พ่อค้าแม่ค้า‘ต้นกล้ากัญชา’โอดขายไม่ออก สวนกระแสฟีเวอร์

19 มิถุนายน 2565 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตลาดค้าต้นไม้ดอกไม้ประดับ ต้นไม้นำเข้า “บุญยง” ชื่อดังย่านบางใหญ่ จ.นนทบุรี พบพ่อค้า-แม่ค้า ต่างบ่นโอดให้ฟังว่าช่วงนี้เหมือนกระแส “กัญชา” จะมาแรงแซงทุกสายพันธุ์ แม้กระทั่งไม้ด่าง กล้วยด่างอินโด หรือมอนสเตอร่าด่าง ยอดฮิตที่ขายกันต้นเป็นแสน กิ่งเป็นหมื่นก็ยังเงียบ ช่วงนี้กระแสตก ราคาไม่พุ่งดีเหมือนแต่ก่อนแล้ว เมื่อก่อนช่วงโควิด ขายได้อย่างต่ำวันละ10,000-50,000บาท หรือตกเดือนละ100,000-800,000บาท แต่มาช่วงนี้วันธรรมดาคนเงียบแทบไม่เดิน ไม่คึกคักเหมือนเก่า วันเสาร์-อาทิตย์ บางครั้งยังไม่เปิดบิลกันเลย จนพ่อค้า-แม่ค้า เดินวนมานั่งดื่มกาแฟที่ร้านเจอหน้ากันถามไถ่กันวันนี้ไข่แตกหรือยัง หมายถึงขายได้กันหรือยัง ก็หัวเราะกันไปแก้เครียด

ขณะที่หลังทางรัฐบาลประกาศปลดล็อกพืชกัญชาเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.65 ที่ผ่านมา “ให้ปลูก ใช้ นำเข้า จำหน่าย” ไม่ผิดกฎหมาย และไม่ถือเป็นยาเสพติด แต่ต้องแจ้งขึ้นทะเบียนเอาไว้ และยังคงจัดระเบียบให้เป็นพืชสมุนไพรควบคุมอยู่ พร้อมยกเลิกความผิดฐานผลิต นำเข้า หรือส่งออก มีไว้ในครอบครอง จำหน่ายมีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ หรือเสพพืชกัญชา

ล่าสุดรัฐบาลได้ควบคุมการใช้กัญชา พิจารณาออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องสมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ.2565 โดยให้กัญชา หรือสารสกัดจากกัญชา ซึ่งเป็นพืชในสกุล Cannabis เป็นสมุนไพรควบคุม , อนุญาตให้ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 20 ขึ้นไปสามารถครอบครอง ใช้ประโยชน์ ดูแล เก็บรักษา ขนย้าย จำหน่ายกัญชาได้ แต่ห้ามสูบในที่สาธารณะ ห้ามใช้ในสตรีมีครรภ์ หรือให้นมบุตร ห้ามจำหน่ายแก่ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปี สตรีมีครรภ์ หรือให้นมบุตร

นอกจากนี้ อนุญาตให้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนจีน และหมอพื้นบ้านตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการแพทย์แผนไทย สามารถใช้ประโยชน์จากกัญชาให้กับผู้ป่วยของตน และอนุญาตให้ผู้ป่วยข้างต้น สามารถครอบครอง ขนย้าย ดูแล เก็บรักษา ใช้ประโยชน์ในปริมาณที่จ่ายให้สำหรับการใช้ประโยชน์เป็นเวลา 30 วัน โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน 2565 เป็นต้นไป

นางธวัลรัชช์ เชาวร์เลิศปรีชากุล หรือป้าดวง อายุ 65 ปี ชาวนครราชสีมา เป็นหนึ่งในแม่ค้า ผู้ประกอบการจำหน่ายขายต้นไม้นานาพันธุ์ทุกชนิดทั้งไม้ดอก ไม้หอม ไม้โบราณ ไม้ประดับ รวมถึงต้นกล้า ต้นกัญชา เปิดเผยว่า ปลดล็อกมันก็ดี แต่ต้องระมัดระวังในการใช้กัน เพราะยังมีบางคนยังไม่รู้ตัวเองว่าแพ้หรือไม่ ควรลองน้อยๆดูก่อน หากลองใช้เยอะอาจจะมีอาการเวียนหัว หรือน็อกกันไปเลย เพราะร่างกายรับไม่ไหว แต่ละคนภูมิป้องกันการแพ้ไม่เท่ากัน เคยเห็นมาแล้ว ไม่ใช้สักแต่จะนำมาใส่ในอาหารให้เยอะๆจะได้มีรสชาติอร่อยขึ้น ซึ่งในความอร่อยอาจเป็นพิษร้ายแรงได้

“ในส่วนของการขายต้นกล้า ต้นกัญชา กลับเงียบเหงาไม่คึกคัก มีคนมาถาม 4-5ราย ที่จริงควรจะเยอะกว่านี้ แต่เงียบทุกสิ่ง ขนาดเปิดเสรีแล้ว ซึ่งจะต้องขายดีมีลูกค้ามาเลือกซื้อกัน แต่กลับขายได้น้อยมาก การเพาะก็ไม่ยาก แต่จะยากการดูแลรักษา เพราะต้นอ่อนๆพวกแมลง หนอน หอกทากจะชอบกัดกินทำให้ตายกันหมด ต้องคอยฉีดยาดูแล หากโตมาระยะหนึ่งก็จะแข็งแรง พร้อมขายต่อให้ลูกค้าได้” ป้าดวง กล่าว

ป้าดวง กล่าวถึงการจำหน่ายต้นกล้า ต้นอ่อนกัญชา ว่า ก็จะมีใบรับรองการจำหน่ายสายพันธุ์ จากทางฟาร์มเพาะพันธุ์ต้นกัญชา ที่เราซื้อมาจำหน่ายต่ออีกที จะมีใบอนุญาตรับรองอย่างถูกต้อง หากมีปัญหาติดต่อทางฟาร์มเขาได้เลย ซึ่งป้านำมาจำหน่ายอยู่ตอนนี้ราคาต้นละ 350บาท และของก็มีน้อยเพราะทางฟาร์มเพาะพันธุ์ต้นกล้าโตไม่ทันจำหน่าย แต่เราก็ยังขายไม่ออกเลย สวนทางกับกระแสกัญชานิยมในช่วงนี้

“ป้าขอฝากต่อถึงกระแสกัญชาฟีเวอร์ช่วงนี้ เรื่องของการนำใบต้น ดอก กัญชา ไปผสมในอาหารเพื่อเพิ่มรสชาติความอร่อย ผู้ประกอบการควรติดป้ายแจ้งบอกทางลูกค้าให้ชัดเจนว่ามีส่วนผสมในอาหารเพราะบางคนอาจมีอาหารแพ้รุนแรงเหมือนในข่าวที่ปรากฏได้ จะเป็นอันตรายหากใช้มากไป โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อยากให้ศึกษาผลดี ผลเสีย ปริมาณให้เข้าใจกันมากกว่านี้” ป้าดวง กล่าวทิ้งท้าย

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อย่างเจ๋ง! ช่าง ป.6 ดัดแปลงรถจิ๊บสตาร์ท 2 ระบบ ไม่ง้อน้ำมันแพง

Posted on June 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661292

อย่างเจ๋ง! ช่าง ป.6 ดัดแปลงรถจิ๊บสตาร์ท 2 ระบบ ไม่ง้อน้ำมันแพง

วันอาทิตย์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 17.05 น.

อย่างเจ๋ง! ลุงจบ ป.6 ประดิษฐ์รถจี๊ปวิลลี่โครงเหล็กกล่อง ใส่ล้อรถจักรยานยนต์ สตาร์ท 2 ระบบ ขายถูกแค่ 45,000 บาท สามารถดัดแปลงติดตั้งระบบไฟฟ้าโซล่าเซลล์ได้ทันที ขับขี่ไม่ต้องง้อน้ำมันแพง

19 มิ.ย. 65 นายวิสูตร  ขาวทุ่ง หรือช่างถ่าน อายุ 53 ปี บ้านเลขที่ 183 หมู่ 3 ต.ทุ่งหลวง อ.คีรีมาศ จ.สุโขทัย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองเรียนจบแค่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 แต่ฝึกงานช่างเคาะพ่นสีมาตั้งแต่เด็ก จนสามารถเปิดอู่ที่บ้าน รับเคาะพ่นสี ซ่อมมอเตอร์ไซค์ และเครื่องยนต์เกษตร แล้วส่วนตัวก็ชอบรถโบราณคลาสสิค พอมีเวลาว่างก็เลยสร้างไว้ขับเล่น เอาไปซื้อของที่ตลาด และสร้างเพื่อเป็นการคลายเครียดด้วย

โดยดูตัวอย่างจากยูทูปบวกกับจินตนาการส่วนตัว สร้างคันแรกเป็นรถจักรยานสามล้อนั่งปั่น คันที่ 2 เป็นรถสปอร์ตสามล้อคลาสสิก คลัตช์ออโต้ ขับเคลื่อนด้วยโซ่และเครื่องตัดหญ้า โคลงเหล็กหุ้มด้วยแผ่นฟิวเจอร์บอร์ด และล่าสุดเป็นรถจี๊ปวิลลี่ โครงเหล็กกล่อง ใส่ล้อรถจักรยานยนต์ ดิสก์เบรก 3 จุด ติดตั้งเครื่องยนต์ลี่ฟาน 125 ซีซี มี 3 เกียร์เดินหน้า สตาร์ท 2 ระบบ แบบไฟฟ้าและสตาร์เท้า ตอนนี้มีคันเดียวในโลก ขายราคา 45,000 บาท

ช่างถ่าน บอกอีกว่า ต้องการรถรูปทรงโบราณแบบไหนก็สั่งได้ตามใจลูกค้า รวมทั้งยังสามารถดัดแปลงติดตั้งระบบไฟฟ้า แผงโซล่าเซลล์ได้ทันที ขับขี่ไม่ต้องง้อน้ำมันแพง สอบถามได้ที่เบอร์ 081-4757379 (ช่างถ่าน).-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ผวา! ฝูงสุนัขนับ 10 ตัว หน้าหาดอ่าวนางไล่กัด นทท.

Posted on June 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661312

ผวา! ฝูงสุนัขนับ 10 ตัว หน้าหาดอ่าวนางไล่กัด นทท.

วันอาทิตย์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 16.13 น.

19 มิ.ย.65 เพจเฟซบุ๊ก ปูดำนิวส์ เพจข่าวชื่อดังของ จ.กระบี่ ได้โพสต์ภาพฝูงสุนัขจรจัด นับสิบตัว บริเวณชายหาดอ่าวนาง ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของ จ.กระบี่ มารวมตัวกันบนชายหาด บางตัวมีท่าทางดุร้าย กำลังไล่กัดนักท่องเที่ยวที่เดินเล่นอยู่ตามชายหาด บางคนต้องวิ่งหนี และเหตุการณ์นักท่องเที่ยวถูกสุนัขจรจัดกัดเกิดซ้ำซาก

แอดมินเพจ ปูดำนิวส์ ให้ข้อมูว่า สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงเย็นวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีเจ้าของคลิปรายหนึ่งถ่ายภาพไว้ได้ขณะเกิดเหตุ และส่งมาให้กับทางแอดมินเพจช่วยโพสต์เตือนนักท่องเที่ยว ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวขอให้ระวังฝูงสุนัขจรจัด เพราะสุนัขฝูงนี้ดุร้ายมาก เคยกัด นทท.บาดเจ็บไปหลายคนแล้วพร้อมกับขอให้ จนท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยจัดการ สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้โชคดี นักท่องเที่ยวหนีทัน 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ทางเจ้าหน้าที่ อบต.อ่าวนาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้พยายาม จับ สุนัขจรจัดฝูงนี้เพื่อเอาไปปล่อย ที่อื่น แต่ไม่สามารถจับได้หมด เนื่องจากสุนัขจะหนีขึ้นไปอยู่ตามเขาอ่าวนาง และเมื่อเจ้าหน้าที่หยุดจับฝูงสุนัขจรจัดก็จะลงมาหากินตามชายหาดอีก สร้างความเดือดร้อนรำคาญ ให้แก่นักท่องเที่ยวและหลายครั้งที่นักท่องเที่ยวถูกสุนัขกัด. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นาทีระทึก! เก๋งซิ่งพุ่งชนร้านขายไก่ทอด ‘เด็ก5ขวบ-ยาย’ เจ็บสาหัส

Posted on June 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661297

นาทีระทึก! เก๋งซิ่งพุ่งชนร้านขายไก่ทอด 'เด็ก5ขวบ-ยาย' เจ็บสาหัส

วันอาทิตย์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 15.27 น.

19 มิ.ย.65 เพจเฟซบุ๊ก อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 3 ได้โพสต์คลิปผู้ใช้ติ๊กต็อกรายหนึ่งส่งมายังเพจ โดยมีข้อความว่า  “ผู้สูงอายุกับการขับรถและมาวววสงสารเด็กโชคดีไม่เป็นไรมากปลอดภัยทุกคน ลำลูกกาคลองสี่ใช่ตลาดลาดสวายไหมค่ะ ขอให้น้องปลอดภัยซ.ลำลูกกา49 อะคับตอนแรกก็นึกว่าเข้าเกียร์ผิด หรือมีโรคประจำตัวรึป่าว เกือบเห็นใจละ เห็นคนตะคอกใส่แก่ละด้วย แม้เมานี้เอง เมาคับ ก่อนหน้านี้ถอยชนกระบะก่อนแล้วคับแล้วน่าจะขับหนีบวกกับตกใจด้วยละคับขอบคุณติ้กต็อก”

19 มิ.ย.65 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ บริเวณ คลองสามลำลูกกาซอย 49 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี  จากการสอบสวนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า นายไพบูลย์ (ขอสงวนนามสกุล)อายุ ประมาณ 60ปี ขับรถยี่ห้อฮอนด้า ซิสตี้ ทะเบียน 7กญ6905 กทม. มาทางลำลูกกา ซอย49 จากนั้นได้เลี้ยวเข้าบริเวณลานจอดรถของตลาดและได้เลี้ยวเฉี่ยวชนกับรถยนต์ ยี่ห้อ มิตซูบิชิ สีขาว ทะเบียน 9กธ660 กทม ได้รับความเสียหาย จากนั้นไม่หยุดรถ และขับต่อไปเฉี่ยวชนกับรถนต์ กระบะ ยี่ห้อ โตโยต้า สีเขียว ทะเบียน 3491 ราชบุรี ได้รับความเสียหาย จากนั้นนายไพบูลย์ๆ ได้ขับรถยนต์พุ่งชนร้านขายไก่ทอด และ ร้านขายผลไม้ ตลอดจนร้านขายน้ำเต้าหู้ และร้านขายผักได้รับความเสียหายเช่นกัน จากนั้น ก็ไปชนกับรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนต้ สีแดง ทะเบียน สวย 968กทม และรถยนต์คันดังกล่าวได้ขับข้ามไปฝั่งถนน ลำลูกกา 49 ไปชนกับ รถยนต์ 2 แถว ยี่ห้อ ดีแม็ค ทะเบียน  10 -2166 ปทุมธานี ได้รับความเสียหาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ทราบชื่อต่อมา  นางวรีวัตน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ60ปี 2น.ส.นรีรัตน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 27ปี บาดเจ็บ และมี เด็กชายวรภพ อายุ 5 ขวบ หลังจากเกิดเหตุผู้ได้รับบาดเจ็บกำลังเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่มไทรนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลสายไหม 

น.ส.นรีรัตน์ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า  ตอนนั้นตนนั่งขายของอยู่ ได้ยินเสียงรถชนกัน อยู่ฝั่งทางโน้น ชนรถกระบะสีเขียวในระหว่างนั้นเราก็คิดในใจว่า ลูกโดนชนแล้ว แต่ลูกลุกมาทัน โชคดีลูกไม่โดนเหยียบ ในขณะนั้นรถก็ได้พุ่งมาชนที่ร้าน ส่วนลูกก็ได้รับบาดเจ็บ ไหล่หลุดและก็ได้เย็บที่ได้รับบาดเจ็บจากการเฉี่ยวชนของรถเก๋ง ส่วนแม่ก็เป็นหนักโดยหัวเข่าได้รับบาดเจ็บ ส่วนตัวเองก็ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยไม่เป็นอะไรมาก หากหลบไม่ทันตัวเองคงถูกเหยียบตายคาที่เป็นแน่ ซึ่งขณะนี้สภาพจิตใจของแม่ก็ย่ำแย่หวาดผวา ส่วนคนที่ขับรถเก๋งก็ลุกมาดูก็ไม่ได้หนีไปไหน หลังจากที่เกิดเหตุชุลมุนกันเกิดขึ้นตัวเองก็ยังไม่เจอคู่กรณี ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็มีคนสนิทได้มาคุยเรื่องความเสียหาย เบื่องต้นชดใช้ความเสียหายและรับผิดชอบ ซึ่งคนขับรถก่อเหตุนั้นก็เคยเห็นหน้าและเคยขายของให้ โดยนิสัยชอบดื่ม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นของเมื่อวานวันที่ 18 มิถุนายน ที่ผ่านมาส่วนร้านค้าของตัวเองก็ได้รับความเสียหาย ซึ่งขณะนี้ก็ยังประเมินค่าความเสียหายไม่ได้ ซึ่งคนที่มาคุยค่าเสียหายเมื่อสักพักแต่ก็กลับไปแล้วได้บอกว่า รู้จักเจ้าหน้าที่ตำรวจ มาคุยมาเจรจา โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งคนสนิทมาคุยมาเจรจา แต่ก็คุยก็ขอให้คุยไปที่สถานีตำรวจ เพื่อความเป็นธรรมที่ถูกต้อง โดยที่มาเจรจาตรงนี้ ไม่ใช่มาเจรจาปากเปล่าก็อยากให้มีรายลักษณ์อักษรแต่ก็ไม่อยากให้เรื่องที่เกิดขึ้นให้เงียบไป

นายปรเมษฐ์ หงษ์ทองอายุ 52 ปี อาชีพขายก๋วยเตี๋ยวเผย ไม่เห็นแต่ก็ได้ยินเสียงที่ดังสนั่นหวั่นไหว ชนแล้ว คาดว่าคนที่ขับรถคงเอารถมาจอดที่บริเวณหลังตลาด ซึ่งคาดว่าคงใส่เกียร์ผิด คงตกใจแล้วก็เหยียบคันเร่ง ส่วนรถตัวเองก็คันสีเขียวความเสียหายก็อยู่ประมาณหมื่นกว่าบาท แต่ก็ไม่ติดใจอะไรเขาก็รับผิดชอบที่จะชดใช้ความเสียหาย คุยกันด้วยดีส่วนเมาไม่เมาตัวเองไม่รู้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่เป็นคนชอบดื่มนิสัยดี

หลังจากเกิดเหตุผู้ได้รับบาดเจ็บได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ ร.ต.ท.ชัชวาล ประกอบกิจ รองสารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรตำบลคูคต  จากนั้นก็จะได้ดำเนินการสอบสวนเพื่อดำเนินการคดีตามกฎหมายต่อไป.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ธรรมะวันอาทิตย์! ‘พระวิชัยมุนี’ เทศนารู้คุณบิดา-มารดา ‘ชีวิตเจริญรุ่งเรือง’

Posted on June 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661276

ธรรมะวันอาทิตย์! 'พระวิชัยมุนี' เทศนารู้คุณบิดา-มารดา 'ชีวิตเจริญรุ่งเรือง'

วันอาทิตย์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 13.46 น.

ธรรมะวันอาทิตย์ ไปฟังพระธรรมเทศนากับ เจ้าคณะจังหวัดอำนาจเจริญ ที่วัดสำราญนิเวศ(พระอารามหลวง) ตั้งอยู่ ต.บุ่ง อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ  ให้อยู่เย็นเป็นสุข และนมัสการ องค์พระสังกัจจายน์  มีความสูง 26 เมตร หน้าตักกว้าง 10 เมตร ประดิษฐานอยู่ภายในวิหาร และรอบๆฐานองค์พระสังกัจจายน์ จะพบเห็นพระสังกัจจายน์องค์เล็กตั้งอยู่ จำนวน 84,000 องค์ ตามพระธรรมขันธ์ อย่างสวยงาม และห่างไปทางทิศใต้ประมาณ 50 เมตร ก็จะเห็นพระพุทธรูปประจำวันเกิด ซึ่งประดิษฐานอยู่ภายในเพิงถาวร โดยมีสิงโตทอง 2 ตัว ยืนอยู่สองข้างทางเข้า พร้อมรอยพระพุทธบาท จำลอง วางอยู่บนแท่นยกสูงประมาณ 1 เมตร และมีกองใหญ่เก่าแก่ 2 ใบ พร้อมฆ้อง 3 ใบ ก็มีให้เห็นได้ดูชมเช่นกัน 

สำหรับวิหาร มีชื่อว่า ทิพย์อำนาจ ประดิษฐาน พระพุทธรูป ทิพย์อำนาจ แบบปูนปั้น สีทองทั้งองค์ ลักษณะเป็นพระประธาน สูง 15 เมตร หน้าตักกว้าง 10 เมตร ล้อมรอบไปด้วยสัตว์ในวรรณคดีหลากหลายชนิด และพระพุทธรูป จำนวนหนึ่ง สวยงามมาก โดยเฉพาะด้านหน้าวิหาร บริเวณบันไดทางขึ้น ทำเป็นรูปปั้นพระสงฆ์เดินธุดงยืนอยู่บนหลังสัตว์ในวรรณคดี ลักษณะตัวเป็นเต่าหัวเป็นพญานาค 4 เศียร และมีเต่าเงิน 2 ตัว เต่าทอง  2 ตัว ประจำอยู่ 4 ทิศ ทั้งนี้ วิหารทิพย์อำนาจสวยงามมาก   

นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนพระปริยัติธรรม สำหรับพระสงฆ์และสามเณร ที่ต้องการใฝ่หาความรู้ ศึกษาธรรมะเพิ่มเติม  ก็มีการเปิดสอน เปิดเรียนที่นี่ จากระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 ถึง มัธยมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งเรียนฟรี 

ส่วนด้านหลังของวัด เป็นสระน้ำขนาดกลาง 1 สระ ประกอบด้วยสัตว์น้ำหลากหลายชนิด โดยมีผู้ใจบุญนำมาปล่อย จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวขนาดเล็ก มีผู้คนเข้ามาชมและให้อาหารปลาตลอดเวลา ซึ่งจัดให้เป็นเขตอภัยทางและขณะนี้ กำลังก่อสร้างอุทยานธรรม ทำเป็นทางเดินรอบสระน้ำ โดยมี พระพุทธรูป วังพญานาค ศาลากลางน้ำ และพญาชาละวัน มีพระพุทธรูปนั่งอยู่บนหลัง เป็นต้น เพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งเดินหน้าก่อสร้างไม่หยุด อีกไม่นานคงจะเสร็จสบบูรณ์ เปิดให้ท่องเที่ยวได้เต็มรูปแบบ

ก่อนเดินทางกลับพุทธศาสนิกชน ญาติโยมทั้งหลาย จะเข้าไป ฟังธรรมเทศนากับ พระวิชัยมุณี เจ้าอาวาสวัดสำราญนิเวศ และ เจ้าคณะจังหวัดอำนาจเจริญ  ซึ่งแต่ละคนที่มาหาจะมีความทุกข์ต่างกัน ในการเทศนาแสดงธรรมทุกครั้ง ก็จะนำเอาคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้พุทธศาสนิกชน ญาติโยม ทั้งหลายฟังเป็นหลักปฏิบัติ และ เน้น ความกตัญญู รู้คุณบิดา มารดา และประเทศชาติ จะต้องมีอยู่ในใจเป็นสำคัญ  จากนั้น ก็จะรดน้ำมนต์ให้กับทุกคน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ เพื่อความเป็นสิริมงคล ให้สามารถฝ่าฟันปัญหาอุปสรรคปัญหาต่างๆ ไปได้ด้วยดี 

พระวิชัย มุนี เจ้าคณะจังหวัดอำนาจเจริญ เทศนาว่า ก่อนนอนต้องไหว้พระไตรสรณคมน์ไม่ให้ขาด ตลอดทั้งเช้าและเย็น หลังจากไหว้พระเสร็จ ให้สำรวมจิตใจสงบเป็นสมาธิ แผ่เมตตาให้ตนเองและสรรพสัตว์ทั้งหลาย ให้ครูบาอาจารย์  พ่อ แม่ ตามบทแผ่เมตตา พระพุทธเจ้า ตรัสไว้ในเมตตานิสังสสูตรว่า ผู้เจริญเมตตาเต็มที่แล้ว ได้รับอานิสงส์ 11 ประการ คือ  

1.สุขัง สุปะติ คือ หลับก็ไม่ฝันร้าย 2.สุขัง ปะฏิพุชณะติ คือ ตื่นก็เป็นสุข 3. ปาปะกัง คือ สุปินังปัสสะติ คือ หลับก็ไม่ฝันร้าย 4.มะนุสสานัง ปิโย โหติ คือ เป็นที่รักของมนุษย์ 5.อะมะนุสสานัง ปิโย โหติ คือ เป็นที่รักของภูตผีปีศาจ ผีไท้  นางทรง เทวดาอารักษ์ ปู่ตาย่าแฮด ไม่มาเบียดเบียนให้เจ็บตัว  ด้วยประการต่างๆ 6.เทวะดารักขันติ คือ เทวดาย่อมมาอภิบาลรักษาผู้เจริญ ทุกค่ำเช้า จะมีเทวดามารักษาวันละ 6 องค์ 7. นาสสะอัคคิ วา สัตถังวา กะมะติ คือ ไฟ ยาพิษ ศัสตรา ย่อมไม่ทำร้าย หรือเป็นอันตราย 8.ตุวะฏัง จิตตัง สะมาธิยะติ(ผู้มิจตเมตตา)จิตตั้งมั่นได้เร็ว มีสามธิได้เร็ว 9.มุขะวัณโณ วิปปะสีทะติ มีจิตรใจเบิกบาน ไม่เศร้าหมอง 10. อสัมมุฬโห กาลัง กะโรติ เวลาจะสิ้นลมหายใจก็มีสติ 11.อุตตะริง อัปปะฏิวิชณันโต พรหมโลกูปะโค โหติ เมื่อยังไม่บรรลุมรรคผล ในปัจจุบัน ก็จะเข้าถึงพรหมโลก 

ขอให้พวกเราทั้งหลายเจริญเมตตาทุกค่ำเช้า ผู้มีความเมตตาปรารถนา ไม่ให้สัตว์อื่นตกทุกข์ได้ยาก โดยเปรียบเทียบกับตนเองที่รักสุขภาพเกลียดทุกข์ฉันใด ผู้อื่นสัตว์อื่นก็เหมือนกัน แล้วก็ไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน 

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนให้ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำใจให้บริสุทธิ์สดใส ทั้งนี้ ความเชื่อในพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มี 4 ประการ คือ 1. กัมมสัทธา เชื่อกรรม 2.วิปากสัทธา เชื่อผลของกรรม 3.กัมมัสกตาสัทธา เชื่อว่าสัตว์มีกรรมเป็นของตน 4.ตถาคตโพธิสัทธา เชื่อพระปัญญาตรัสรู้ของพระคถาคต 

กุศลกรรม คือ ความดี เหตุดี ได้ผลดี เหตุชั่ว ได้ผลชั่ว เชื่อว่า บรรดาสัตว์ทั้งหลายทั่งยังมีกิเลสสานุสัย ทำกรรมดันใดด้วย กาย วาจา ใจ ก็ย่อมได้เสวยผลจองกรรมนั้นๆ กรรมนั้น แหละย่อม จำแนกสัตว์ ผู้กระทำให้ประณีตและเลวทรามต่างๆกัน ความหยั่งรู้ในคุณพระพุทธเจ้า คุณธรรมเจ้า คุณพระสงฆ์เจ้า เชื่อไปว่าพระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้ธรรมโดยชอยด้วยพระองค์เอง ธรรมที่พระองค์ทรงสั่งสอน เวไนยสัตว์ ได้ชื่อว่า ตรัสรู้ชอบแล้ว และสวฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ปฏิบัติดีแล้ว เป็นต้น  

เมื่อเราศรัทธาในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์แล้ว ก็ให้พากันทำความดีให้ทุกวัน ไม่เลือกวันเวลา เช่น การปฏิบัติธรรม ไม่เชื่อมงคลตื่นข่าว ว่า ทำวันนั้นเวลานั้น จึงจะเจริญดีมีความสุข คือ การทำความดีนั้น เป็นอกาลิโก คือ ไม่เลือกกาลเวลา ทำเมื่อไรได้ผลเมื่อนั้น ถือเอาความเหมาะสม และสะดวกเป็นประมาณ ขอให้ทำบุญในพระพุทธศาสนา คือ ให้ทาน รักษาศีล เจริญเมตตาภาวนา ก็เชื่อว่า รักษาอุบาสก อุบาสิกาไว้ด้วย 

สมบัติทั้ง 5 ประการ ที่บรรยายไปแล้วนั้น ขอให้รักษาไว้โดยเคร่งครัดและให้พวกเราเว้นวิบัติ 5 ประการ อันวิปริตตรงข้ามกันนั้น วิบัติ 5 ประการ คือ 1.ไม่มีศรัทธา 2.ไม่มีศีล 3.เชื่อมงคลตื่นข่าว เชื่อฤกษ์ยามเคราะห์ 4แสวงหาเขตนาบุญนอกพุทธศาสนา 

พวกเรา เป็นอุบาสก อุบาสิกา พึงรักษาสมบัติของพวกเราไว้ อย่าให้บกพร่อง ให้พากันตั้งอกตั้งใจรักษา เจริญเมตตาภาวนา พวกเราก็จะได้มีพลานิสงส์ ที่อาตมาได้บรรยายมาแล้ว ก็ให้พากันมีศรัทธาตามที่กล่าวมาแล้ว คือ คาระธรรม 6 ประการ ขอให้ญาติโยม ได้นำไปปฏิบัติ สิ่งใดควรละ ก็ขอให้พากันเพียรละสิ่งใดที่เป็นประโยชน์ ขอให้นำไปประพฤติปฏิบัติ จะทำให้ใจสบาย มีความสุข  

พระวิชัยมุนี  เจ้าคณะจังหวัดอำนาจเจริญและเจ้าอาวาสวัดสำราญนิเวศน์ เทศนาต่อไปว่า  บุตร ธิดา ลูก หลาน ต้องมีความกตัญญูรู้คุณต่อบิดา มารดา คือ ผู้มีพระคุณสูงสุด  เด็กสมัยนี้ ลืมบุญคุณพ่อแม่ มันถึงได้บอกยาก สอนยาก ทำอะไรก็ทำตามเพื่อน เอาเพื่อนมาก่อน ไม่มีพ่อแม่อยู่ในใจ อาตมา เคยถามเด็กที่มีโทรศัพท์ว่า เคยโทรหาพ่อแม่กี่ครั้ง  เงียบ ก็ตอบไม่ได้ มีแต่พ่อแม่โทรหาลูก เป็นห่วงลูก บางคนถึงกับโกหกพ่อแม่ว่า ทำรายงาน หรือทำกิจกรรม แต่โทรหาแฟน โทรแล้ว โทร.อีก ไม่หยุด นี่คือ การลืมคุณพ่อคุณแม่ คุณพระเจ้าอยู่หัว คุณพระราชินี คุณพระอาจารย์ พี่ ป้า น้า อา ใครบ้างมีบุญคุณ ก็ควรรู้ ซึ่งธรรมในศาสนาสอนให้กตัญญู ถ้าไม่รู้จักกตัญญู ไม่รู้จักบุญคุณคน ทำอะไรจะไม่สำเร็จ โดยเฉพาะผู้ที่ทำให้แม่เสียใจ น้ำตาไหล คนนั้นจะมีบาปติดตัวไปจนตาย ที่หนักไปกว่านั้น คือ ลูกที่ฆ่า บิดา มารดา ยิ่งบาปหนัก ตกนรกหมกไหม้ ไม่ได้ผุดได้เกิดเลย

และจงจำไว้เสมอว่า  พระองค์แรก คือ พระบิดาและพระมารดา ผู้ให้ร่างกาย ผู้ให้ชีวิต ต้องนึกถึงพระ 2 องค์ในบ้านก่อน จะทำอะไร จะคิดอะไร ให้ระลึกถึงบุญพระ 2 องค์ในบ้าน ทำการใดก็จะสำเร็วลุล่วงทุกอย่าง เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น  จากนั้นก็นึกถึงบุญคุณของประเทศชาติ บุญคุณสถาบันพระมหากษัตริย์  บุญคุณวัดศาสนา ฯลฯ ที่สำคัญที่สุด ทำอย่างไร ลูกหลานจะหันเข้าหาศีลธรรม เข้ามาหาประเพณีอันดีงาม ที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ  นี่คือ ปัญหาหลัก ซึ่งลูกหลานจะเป็นผู้รักษาพุทธศาสนาและประเทศชาติต่อไป.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, ธรรมะวันอาทิตย์, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชิ้นละ1บาท! ‘ขนมเบื้อง-โตเกียว’ เจ้าเก่าขายมานาน 40 ปี

Posted on June 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661275

ชิ้นละ1บาท! 'ขนมเบื้อง-โตเกียว' เจ้าเก่าขายมานาน 40 ปี

วันอาทิตย์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 13.21 น.

ขนมเบื้องในตำนาน- หนมโตเกียว ชิ้นละ 1 บาท ของ นายกันต์ศักดิ์ และนางจีรนันท์ แก่นทอง สองสามีภรรยา วัย 48 ปี ที่สืบทอดหนมเบื้อง ในตำนาน-หนมโตเกียว จากบรรพบุรุษที่ทำมานาน 30-40 ปีมาแล้ว และสืบทอดมาเป็นรุ่นที่ 3 จากอาม่าและพี่สาว ยังคงยืนราคาขายอยู่ที่ชิ้นละ 1 บาทจนถึงปัจจุบัน ที่ชาวสงขลายังมีขนมอร่อยๆสูตรโบราณชิ้นละ 1 บาทได้ซื้อกิน สวนกระแสของแพงในยุคน้ำมันแพงอะไรๆก็แพงหมด แต่ขนมเบื้อง-หนมโตเกียว สูตรโบราณชิ้นละ 1 บาท ยังมีขายอยู่ แม้กำไรจะน้อยลง แต่ก็ยังอยู่ได้

สองสามีภรรยา ได้นำรถเข็นมาขายในตลาดนัดบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองสงขลา โดยคุณจีรนันท์ฯ จะทำหน้าที่ในการทำขนมทั้งหมด ทั้งขนมเบื้อง ขนมโตเกียวและขนมถังแตก คุณจีรนันท์ทำขนมทั้ง 3 ชนิดได้อย่างคล่องแคล่ว ว่องไวและรวดเร็ว เนื่องจากมีความชำนาญในการทำขนมทั้ง 3 ชนิดนี้มาเป็นเวลานานโดยมีคุณกันต์ศักดิ์เป็นลูกมือคอยช่วยอยู่ตลอดเวลา และมีลูกค้าแวะเวียนเข้ามาอุดหนุนอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากขนมราคาถูกชิ้นละ 1 บาทเท่านั้น ทั้งขนมเบื้องขนมโตเกียว ส่วนขนมถังแตกชิ้นละ 10 บาท

แม้ว่าขนมเบื้องราคาชิ้นละ 1 บาทแต่ก็มีไส้ ทั้งไส้ฝอยทอง เค็มกุ้ง ลูกเกด ส่วนโตเกียวที่ราคาอยู่ที่ชิ้นละ 1 บาทเช่นกัน ก็มีไส้ ทั้งไส้มะพร้าว สังขยาและสำหรับไส้กรอกชิ้นละ 2 บาท ส่วนขนมถังแตก มีไส้มะพร้าว ถั่วป่น สังขยาและข้าวโพดชิ้นละ 10 บาท  นอกจากนี้ยังมีขนมเบื้องอบกรอบบรรจุใส่ถุง ถุงละ 20 บาท 30 บาทและ 50 บาทเพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า สามารถเลือกซื้อได้ตามใจชอบ

นางจีรนันท์ แก่นทอง กล่าวว่า ตอนนี้เราขายอยู่ชิ้นละ 1 บาท บางอย่างก็มีบาทสองบาท ซึ่งเป็นราคาดั้งเดิมอยู่แล้ว สำหรับขนมชิ้นละ1บาท ตอนนี้เป็นรุ่นที่ 3 แล้วนะ 30 ถึง 40 ปีไม่อยู่แล้ว ตั้งแต่อาม่า พี่สาวและหนูเองรุ่นที่ 3 ถ้าถามว่าทำไมถึงไม่ปรับราคาขึ้น คำตอบก็คือ ชิ้นละ 1 บาทเราก็ยังอยู่ได้อยู่นะ ลูกค้าสงขลาน่ารักจะตาย เมื่อเธอซื้อไม่เสียดาย แถมชิ้นละบาทเด็กๆมี 5 บาทก็กินได้

จุดเด่นของขนมที่ร้าน คิดว่า มันน่าจะอร่อยนะ เพราะว่าลูกค้าซื้อแล้วซื้ออีก ซื้อได้ทุกวัน อีกทั้งเราก็ขายไม่แพงด้วย และสูตรที่เราใช้เป็นสูตรดั้งเดิมไม่มีการเปลี่ยนสูตรใส่ไข่ 20 ลูก เราก็ใส่ 20 ลูกไม่มีการลดจำนวนลง

ที่ขายอยู่ขณะนี้ มีถังแตก หลายไส้ แล้วก็มีโตเกียว มีขนมเบื้อง เป็นแบบกรอบๆจะเป็นครีมสด จะเป็นครีมน้อย จะเป็นครีมเยอะได้ทั้งนั้นเลย บางทีเราก็ปรับ เปลี่ยนให้เข้ากับเด็กวัยรุ่น ซึ่งเขาชอบช็อกโกแลตบ้าง ลูกเกดบ้าง แต่ส่วนมากจะเป็นแบบเดิมๆ

สำหรับตารางขายขนมของคุณจีรนันท์ฯ ทุกวันศุกร์จะขายอยู่ที่บริเวณตลาดนัดหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองสงขลา ทุกวันอาทิตย์จะขายอยู่ที่ตลาดรถไฟวันอาทิตย์บริเวณตรงข้ามเซเว่นอีเลฟเว่น ถนนศรีสุดา ทางเข้าตลาดนัดพอดีและสำหรับวันอังคาร-วันพุธ ก็จะขายอยู่ที่สี่แยกวัดดอนรัก บริเวณหน้าร้านคอนเนอร์ ถนนไทรบุรีเขตเทศบาลนครสงขลา

ลูกค้าท่านใดที่ต้องการไปชิมขนมอร่อยๆชิ้นละ 1 บาททั้งขนมเบื้อง ขนมโตเกียวและขนมถังแตกชิ้นละ 10 บาทก็แวะไปได้หรือจะโทรศัพท์ไปติดต่อสั่งล่วงหน้าได้ที่คุณจีรนันท์ฯ หมายเลข 086-693-9447

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไปห้าง ตลาด ชายหาด…’กรมอนามัย’คลายข้อสงสัย‘ถอด-สวมแมสก์’ตอนไหน?

Posted on June 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661273

ไปห้าง ตลาด ชายหาด...'กรมอนามัย'คลายข้อสงสัย‘ถอด-สวมแมสก์’ตอนไหน?

วันอาทิตย์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 12.29 น.

ไปห้าง ตลาด ชายหาด…’กรมอนามัย’คลายข้อสงสัย‘ถอด-สวมแมสก์’ตอนไหน?

19 มิถุนายน 2565 จากกรณีศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) มีมติเห็นชอบให้ปรับระดับพื้นที่สถานการณ์ทั่วราชอาณาจักรเป็นพื้นที่เฝ้าระวัง (สีเขียว) 77 จังหวัด และยังเห็นชอบผ่อนคลายให้ “ถอดหน้ากาก” หรือแมสก์ได้นอกอาคารหรือที่โล่งแจ้ง โดยเน้นความสมัครใจของแต่ละบุคคล ซึ่งเริ่มดำเนินการได้หลังประกาศราชกิจจานุเบกษา คาดว่าจะเป็นวันที่ 1 กรกฎาคม 2565 นั้น แต่ยังคงมี “ข้อสงสัย” ในแง่ของวิธีการปฏิบัติว่าควร “ถอด” ในโอกาสใด และสถานที่แบบไหน

ล่าสุดเฟซบุ๊ก “กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข” โพสต์ข้อมูล “ถาม-ตอบ” เรื่องการถอดหน้ากากอนามัยไว้ดังนี้…

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จบปัญหา‘ลอยอังคาร’ในลำน้ำมูล ผู้ทำธุรกิจยอมเลิกกิจการ ปรับเป็นร้านอาหาร

Posted on June 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661261

จบปัญหา‘ลอยอังคาร’ในลำน้ำมูล ผู้ทำธุรกิจยอมเลิกกิจการ ปรับเป็นร้านอาหาร

วันอาทิตย์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 09.45 น.

‘ผู้ว่าฯโคราช’ลุยเองยุติปัญหา‘ลอยอังคาร’ในลำน้ำมูล ผู้ประกอบการยอมเลิกกิจการทันที พร้อมปรับเป็นร้านอาหาร วอนหนุนเป็นแหล่งท่องเที่ยว สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว-ลูกน้องกว่า 20 ชีวิต

ความคืบหน้ากรณีที่มีชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 5 ต.ท่าช้าง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา รวมทั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำฝายยางบ้านส้ม หมู่ 1 ต.ท่าช้าง อ.เฉลิมพระเกียรติ ยื่นหนังสื่อต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครราชสีมา เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนจากการนำเถ้ากระดูกคนตายที่ฌาปนกิจแล้ว พร้อมด้วยพานธูปเทียน เครื่องใช้ ที่นอน หมอน ของใช้ผู้ตายมาทิ้งที่ในน้ำลำน้ำมูล ทำให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบทางด้านสภาพจิตใจและภาพลักษณ์สิ่งแวดล้อมซึ่งอาจเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรคนั้น

ล่าสุดวันนี้ (19 มิถุนายน 2565) ที่ท่าอากาศยานนครราชสีมา ตำบลท่าช้าง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย นายอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ผอ.ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ผู้แทนสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขานครราชสีมา สาธารณสุขจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เพื่อหารือแก้ไขปัญหาการนำกระดูกจากการเผาศพมาทิ้งลงในลำน้ำมูล และหาแนวทางแก้ไข ป้องกันที่มีการนำกระดูกจากการเผาศพมาทิ้งลงในลำน้ำมูล ร่วมกับผู้ประกอบกิจการรับลอยอังคาร 2 กิจการ และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการประกอบกิจการดังกล่าว เพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน โดยใช้เวลาหารือนานกว่า 1 ชม.

นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ปัจจุบันการลอยอังคารในพื้นที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ เป็นประชาชนนอกพื้นที่นำเถ้ากระดูกจากการเผาศพมาลอยในลำน้ำมูลเอง ไม่ได้เป็นการว่าจ้างบุคคลในพื้นที่แต่อย่างใด โดยจากการหารือได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบกิจการรับลอยอังคาร ยุติการประกอบกิจการลอยอังคารในพื้นที่โดยเด็ดขาด ซึ่งผู้ประกอบกิจการยินยอมที่จะเลิกรับประกอบพิธีทันที และจะทำการถอดถอนป้ายโฆษณาการรับทำพิธีออกทันที รวมทั้งการลบโฆษณาในสื่อสังคมออนไลน์ออกด้วย นอกจากนี้จะปรับรูปแบบอาชีพทำเป็นร้านอาหารริมลำน้ำมูลเพียงอย่างเดียว เพื่อยุติปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับประชาชนและสิ่งแวดล้อม

“ผู้ประกอบการทั้ง 2 ราย ยังได้ขอให้ทางจังหวัดช่วยสนับสนุนพื้นที่บริเวณดังกล่าวให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวด้วย ในส่วนนี้ทางจังหวัดพร้อมที่จะสนับสนุน ส่งเสริม ให้เป็นร้านอาหาร แพนำเที่ยว ดูธรรมชาติ  อยู่แล้ว” นายวิเชียร กล่าว

นายวิเชียร ระบุว่า ขอประชาสัมพันธ์ประชาชนทั้งในจังหวัดนครราชสีมาและต่างจังหวัด ห้ามนำเถ้ากระดูมาลอยภายในลำน้ำมูลโดยเด็ดขาด จากนี้ไปหากพบว่ามีการทำเถ้ากระดูกมาลอยในลำน้ำมูลจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทันที การลอยอังคาร ลอยอัฐิเถ้ากระดูกในน้ำ ถือเป็นความเชื่อที่สืบทอดกันมา บางพื้นที่อาจจะเหมาะสม เช่น ทะเลที่อยู่ห่างไกล ซึ่งอาจจะไม่รบกวนประชาชน แต่กรณีของลำน้ำมูลนั้น น้ำในลำน้ำมูลประชาชน 2 ฝั่งจำเป็นต้องใช้ประโยชน์ ทั้งการทำประปา การเกษตร การเลี้ยงสัตว์ และใช้ในชีวิตประจำวัน การลอยเถ้ากระดูกในน้ำอาจจะทำให้ประชาชนใช้น้ำอย่างไม่สนิทใจ และอาจจะก่อให้เกิดเชื้อโรคได้ ดังนั้นแหล่งน้ำในคูคลองต่างๆจึงไม่เหมาะสมที่จะลอยอังคารโดยเด็ดขาด หรืออาจฝังดินหรือเก็บไว้ในเจดีย์น่าจะเหมาะสมกว่า

ด้านผู้ประกอบกิจการรับลอยอังคาร กล่าวว่า กิจการของตนเองเพิ่งแยกตัวออกมาจากกิจการของพี่สาวที่รับทำพิธีลอยอังคารอยู่ก่อนแล้ว ประมาณ 1 ปีเศษ หลังจากนี้ภายหลังจากยุติการรับลอยอังคารแล้ว ตนกับพี่สาวคงจะต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบกิจการไปเป็นร้านอาหารเพียงอย่างเดียว เพื่อหารายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัว รวมทั้งลูกน้องที่จะต้องรับผิดชอบอีกกว่า 20 ชีวิต ซึ่งขณะนี้กำลังปรับปรุงร้านเพื่อทำเป็นแนวร้านอาหารริมลำน้ำมูลเต็มรูปแบบ แต่อยากให้ทางจังหวัดช่วยสนับสนุน ส่งเสริมให้พื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นแหล่งท่องเที่ยวด้วย เพื่อครอบครัวตนเองจะได้มีรายได้หลังจากเลิกกิจการรับลอยอังคารไปแล้ว 

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : เตรียมก่อนแก่รับสังคมสูงวัย หลายปัจจัยเสี่ยงไทยต้องปรับ

Posted on June 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661210

สกู๊ปแนวหน้า : เตรียมก่อนแก่รับสังคมสูงวัย  หลายปัจจัยเสี่ยงไทยต้องปรับ

วันอาทิตย์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“อย่างที่ได้ทราบกันทั่วไปว่า ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสมบูรณ์ หรือ complete agedsociety ตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา โดยปัจจุบันเรามีผู้สูงอายุทั่วประเทศประมาณเกือบ 13 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด ซึ่งในส่วนนี้จะเห็นว่า เราจะเริ่มพบประเด็นความขัดแย้งทางความคิด หรือความคิดเห็นของคนในสังคมเพิ่มมากขึ้น ในเรื่องของการทำอย่างไรที่เราจะเตรียมตัวให้สังคมไทยมีความพร้อมในการที่จะรองรับสังคมผู้สูงอายุระดับสมบูรณ์แล้วก็ระดับสุดยอดต่อไปในอนาคต”

นพ.ภูษิต ประคองสาย เลขาธิการมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุ (มส.ผส.) กล่าวนำในเวทีนำเสนอผลงานวิชาการ “ความคาดหวัง การเตรียมความพร้อม และการเข้าถึงบริการทางสังคม เพื่อการสูงวัยอย่างมีพลัง” ณ รร.แกรนด์ เมอร์เคียว กรุงเทพฯ ฟอร์จูน แยกพระราม 9 ถ.รัชดาภิเษก กรุงเทพฯ เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ถึงความจำเป็นในการเตรียมความพร้อมรับสังคมสูงวัย ที่ประชากรวัยเกษียณ อายุ 60 ปีขึ้นไปมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

งานวิชาการครั้งนี้ร่วมจัดโดย มส.ผส.สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) และ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ภายในงานมีการนำเสนองานวิจัย 2 เรื่อง โดยนักวิชาการจากสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล โดย รศ.ดร.จงจิตต์ฤทธิรงค์ นำเสนอในหัวข้อ “ความคาดหวังการวางแผน และการเตรียมตัวของประชากรวัยทำงานต่างรุ่นอายุ และรูปแบบการอยู่อาศัยต่อชีวิตในวัยสูงอายุ” เก็บข้อมูลจากแบบสอบถามออนไลน์ ระหว่างวันที่ 16 ส.ค.-20 ก.ย. 2564 ได้กลุ่มตัวอย่าง 1,734 คน

ทั้งหมดเป็นประชากรวัยแรงงาน อายุ18-59 ปี โดยแบ่งเป็น 3 รุ่น คือ Generation X (เกิดปี 2503-2522 อายุ 42-61 ปี) Generation Y (เกิดปี 2523-2537 อายุ 27-41 ปี) และ Generation Z (เกิดปี 2538-2553 อายุ 11-26 ปี) แบ่งผู้ตอบแบบสอบถามเป็น Generation X (อายุ 42-59 ปี) 418 คน Generation Y (อายุ 27-41 ปี) 748 คน และ Generation Z (อายุ 18-26 ปี) 568 คน นอกจากนี้ ยังมีการอภิปรายกลุ่ม 25 กลุ่ม จำนวน 126 คน

มีข้อค้นพบที่น่าสนใจหลายประการ อาทิ 1.การตระหนักถึงสังคมสูงอายุในประเทศไทย พบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 28 หรือ 1 ใน 4 ยังไม่ตระหนักถึงสถานการณ์สังคมสูงวัย ร้อยละ 72 ทราบว่าประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยแล้ว ร้อยละ 35 ทราบว่า คนไทยจะมีชีวิตยืนยาวตั้งแต่อายุ 90-100 ปี และ 1 ใน 4 หรือร้อยละ 25 มองว่า อายุเริ่มต้นของผู้สูงอายุควรเป็น 65 ปีขึ้นไป 2.ความคาดหวังในการทำงานเพื่อสร้างรายได้ พบความแตกต่างกัน ในขณะที่คน Generation X ต้องการทำงานต่อหลังอายุ 60 ปี แต่คน Generation Z ต้องการหยุดทำงานก่อนอายุ 60 ปี

อย่างไรก็ตาม ในกลุ่ม Generation X หากเป็นข้าราชการหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจที่ได้รับบำนาญหรือเงินออมเพียงพอ จะไม่ได้คิดถึงการทำงานหลังอายุ 60 ปี 3.การดูแลสุขภาพ สุขภาพดีคือความมั่นคง ยิ่งเริ่มเร็วยิ่งเพิ่มมูลค่า เพราะการมีสุขภาพดีร่างกายแข็งแรง นอกจากจะลดภาระค่าใช้จ่ายรักษาอาการเจ็บป่วยต่างๆ ได้แล้ว ยังช่วยเพิ่มโอกาสในการทำงานสร้างรายได้พึ่งพาตนเองได้ยาวนานขึ้นด้วย

โดยในปี 2559 เคยมีการศึกษาความคุ้มค่าด้านสุขภาพหากบุคคลเริ่มออกกำลังกายตั้งแต่อายุ 20 ปี ซึ่งเมื่อคำนวณเป็นตัวเงินพบว่า เพศชายจะอยู่ที่ 1.6 ล้านบาท ส่วนเพศหญิงจะอยู่ที่ 3.7 ล้านบาทอย่างไรก็ตาม พบว่าร้อยละ 25 หรือ 1 ใน 4 ของประชากรกลุ่มตัวอย่าง ระบุว่า ไม่ได้ออกกำลังกายเลย นอกจากนี้ 1 ใน 5 ของประชากรกลุ่มตัวอย่าง ไม่ได้เตรียมตัวด้านสุขภาพ จึงมีข้อเสนอแนะให้สร้างความตระหนักกับประชาชนในเรื่องนี้

“ในแบบสอบถามก็มีข้อคำถามให้ผู้ตอบแบบสอบถามระบุสถานะสุขภาพ 0 คือแย่ที่สุด และ 10 คือดีที่สุด ใช้คะแนนระดับ 7 ขึ้นไป ใช้เกณฑ์ที่ระดับ 7 เป็นเกณฑ์ว่าผู้ตอบแบบสอบถามสุขภาพดีหรือไม่ Generation Z อายุ 18-26 ปี ที่คิดว่าตัวเองสุขภาพดี ที่ 57.6% เท่านั้น ซึ่งต่ำกว่า Generation X และ Generation Y ที่อายุมากกว่าเสียอีก พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพของทุกรุ่น โดยเฉพาะ Generation Y และ Generation Z พักผ่อนและออกกำลังกายไม่เพียงพอ หลายคนนอนดึกเพราะดูซีรี่ส์และเล่นเกม โดยเฉพาะช่วง Work from Home แล้วก็เรียนออนไลน์ ก็ใช้ชีวิตกันหักโหมมาก”รศ.ดร.จงจิตต์ กล่าว

ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังมี พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 มาตรา 12 ที่ให้สิทธิบุคคลสามารถทำหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุขที่เป็นไปเพื่อยืดการตายในวาระสุดท้ายของชีวิตตน หรือเพื่อยุติการทรมานจากการเจ็บป่วยได้ซึ่งพบว่า ร้อยละ 77 ของกลุ่มตัวอย่าง ไม่ต้องการเป็นภาระครอบครัว จึงไม่ต้องการให้ยื้อชีวิตไว้หากอยู่ในภาวะโคม่า และต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับการทำเอกสารแสดงเจตนาหรือวางแผนวิธีการรักษาพยาบาลล่วงหน้า หรือยุติการรักษาพยาบาลในกรณีที่ตนเองไม่สามารถตัดสินใจได้

4.การเงิน พบความคาดหวังที่สวนทางกับความจริง กล่าวคือในขณะที่ประชาชนคิดว่าเงินออมที่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตหลังเกษียณอยู่ที่ 1-2 ล้านบาท แต่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) คำนวณไว้ที่ 7.48 ล้านบาท นอกจากนี้ ส่วนใหญ่ออมเงินด้วยการฝากธนาคาร ร้อยละ 73.2 รองลงมา ร้อยละ 35.4 และประกันชีวิตแบบออมหรือบำนาญ ร้อยละ 21.2 โดยสรุปคือเป็นการออมเพื่อเก็บ มากกว่าออมเพื่อลงทุนสร้างรายได้ 5.การอยู่อาศัย ร้อยละ 56.1 ต้องการอยู่อาศัยที่เดิมเมื่อเป็นผู้สูงอายุ

ด้าน รศ.ดร.ศุทธิดา ชวนวัน นำเสนอในหัวข้อ “การเข้าถึงระบบบริการทางสังคมของประชากรในครัวเรือนก่อนวัยสูงอายุและผู้สูงอายุที่มีรูปแบบของการอยู่อาศัยต่างกัน เพื่อนำไปสู่แนวทางการสนับสนุนการบริการที่เหมาะสม” ซึ่งพบว่า “จำนวนประชากรที่อยู่คนเดียว หรือมีแนวโน้มอยู่คนเดียวเพิ่มสูงขึ้น” อย่างไรก็ตาม สังคมชนบท ผู้สูงอายุมักไม่ได้อยู่คนเดียวจริงๆ เพราะยังมีลูกหลานญาติพี่น้องอยู่ใกล้ๆ ในละแวกบ้าน

ในช่วงท้าย รศ.ดร.ศุทธิดา ได้ตอบข้อซักถามจากสื่อมวลชน กรณีข้อสังเกตเรื่องชุมชนเมืองโดยเฉพาะกรุงเทพฯ ที่ผู้คนมีลักษณะต่างคนต่างอยู่หรือตัวใครตัวมัน ต่างจากชนบทหรือแม้แต่เมืองในจังหวัดอื่นๆ ที่ชุมชนเข้มแข็งมีความสามัคคีร่วมดูแลกันและกันมากกว่า ว่า รูปแบบที่อยู่อาศัยมีผลต่อความแตกต่างกันของชุมชน อย่างไรก็ตาม มีการศึกษาพบว่า การสร้างระบบดูแลผู้สูงอายุในชุมชนเมือง จำเป็นต้องดึงคนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมด้วย

“ปัญหาที่เจอคือ พื้นที่แออัดในกรุงเทพฯ ประเด็นหลักๆ เลยคือได้รับการสะท้อนว่าไม่มีพื้นที่สาธารณะ อันนี้เป็นประเด็นใหญ่ที่เขามองว่า ในลักษณะของการมีกิจกรรมมาทำร่วมกัน ในการเข้าถึงกลุ่มประชากรที่อยู่ที่บ้าน ไม่มีพื้นที่สำหรับรวมกลุ่มหรือทำกิจกรรมร่วมกัน ช่วยให้รู้จักเพื่อนบ้านหรือรู้จักคนในชุมชน ตรงนี้ก็ได้รับการสะท้อนมาว่าถ้ามีพื้นที่สาธารณะตรงกลาง สามารถมาทำอะไรด้วยกัน ก็น่าจะทำให้เรื่องของการดำเนินงานในการดูแลผู้สูงอายุไม่ว่าจะอยู่คนเดียวหรือมีลูกหลายอาศัยอยู่ด้วย ก็จะดำเนินการได้ครอบคลุมมากขึ้น” รศ.ดร.ศุทธิดา ระบุ

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,975,648 hits

Join 4,110 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

รบ.เดินหน้าคุ้มครองผู้บริโภค CIB-อย.-ปศุสัตว์ ผนึกกำลังทลายโรงงานลูกชิ้นเถื่อนยี่ห้อดัง
สกู๊ปพิเศษ : สกสว.นำบอร์ดติดตามประเมินผลมข. มุ่งยกระดับงานวิจัยและขายได้จริง
ชิปเมดอินไทยแลนด์! นายกฯ เซ็นตั้งบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ
รื้อแล้วชื่อ "โดนัลด์ ทรัมป์" จาก "เคนเนดี เซ็นเตอร์" ชี้เปลี่ยนชื่อโดยไม่ผ่านสภาคองเกรส
กทม.สั่งคุ้มเข้มทุกจุด ศึกชิงผู้ว่าฯ ย้ำทุกหน่วยเป็นกลาง ต้องโปร่งใสตรวจสอบได้
ทรัมป์เผย สหรัฐฯ โจมตีทางอากาศสังหารผู้นำแก๊งอาชญากรรมเวเนซุเอลา
เปิดตัว ‘Modern Thai Wisdom’ ปั้นคนรุ่นใหม่สู่ตลาดสร้างสรรค์โลก
นายกฯหนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ดันไทยสู่ศูนย์กลางศิลปะ-วัฒนธรรมของภูมิภาค
ญี่ปุ่นเล็งสำรวจแร่หายากในกรีนแลนด์ หวังลดพึ่งพาจีนในห่วงโซ่อุปทาน
แฟนๆ แห่กดไลก์ ลิซ่า ลลิษา โพสต์ความรู้สึกหลังโชว์เปิดฟุตบอลโลก2026

Recent Posts

  • ภคมน ยันไร้ปัญหา ภาวุธ ขอเปิดใจให้ สส.เรียนรู้งาน ซัดอย่าใช้ไม้บรรทัดเดียววัดถูกผิด
  • พรรคส้ม ปูดดีลฝากเลี้ยง สส.ฝ่ายค้าน ไม่ต้องย้ายพรรค แค่นั่งให้ครบองค์ประชุม-โหวตตามสั่ง
  • นันทนา สบช่องใช้วาระให้ความเห็นชอบ เลขาฯกฤษฎีกา ลามกระทุ้งปม คลิปเก็บโพยฮั้ว สว.
  • สีหศักดิ์ ย้ำ​ นายกฯ บินรัสเซีย​ หารือกรอบความร่วมมืออาเซียน​ ชวนจับตา​ อนุทิน สบช่องถก​ ปูติน หรือไม่
  • รัฐบาลคืนได้ทั้งหมด! นายกฯ ย้ำเงินกู้ 4 แสนล้าน ไม่ใช่ภาระพี่น้อง ปชช.

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d