Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

สกู๊ปพิเศษ : สวทช.ผลักดันผลงานBCGสาขาเครื่องมือแพทย์ มุ่งเป้าใช้นวัตกรรมไทยพึ่งพาตนเอง-ลดความเหลื่อมล้ำ

Posted on June 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661216

สกู๊ปพิเศษ : สวทช.ผลักดันผลงานBCGสาขาเครื่องมือแพทย์  มุ่งเป้าใช้นวัตกรรมไทยพึ่งพาตนเอง-ลดความเหลื่อมล้ำ

วันอาทิตย์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ได้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2562 การระบาดแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว มีผู้ป่วยหนักและผู้เสียชีวิตจำนวนมากทั่วโลก ทำให้เกิดวิกฤตการขาดแคลนเครื่องมือแพทย์ ทั้งในแง่ของวัสดุ อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ไม่สามารถนำเข้าหรือผลิตได้ทันตามความต้องการในประเทศ ตลอดจนระบบสาธารณสุขของประเทศที่ไม่สามารถรองรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อโรคโควิด-19 ได้อย่างเพียงพอ

ปัจจัยเหล่านี้จึงเป็นตัวเร่งความต้องการใช้เครื่องมือแพทย์
และนวัตกรรมทางการแพทย์ที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงและทันสมัย ซึ่งต้องอาศัยศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนาของบุคลากรภายใน
ประเทศ เพื่อพัฒนาเครื่องมือแพทย์และระบบบริการทางการแพทย์
และสาธารณสุข ที่ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ ลดการ
นำเข้าสามารถพึ่งพาตนเองได้ ตลอดจนสนับสนุนการให้บริการทางการแพทย์ เพื่อยกระดับการให้บริการทางสาธารณสุขของประเทศในการดูแลรักษาคนไทยได้อย่างทันท่วงที ทั่วถึง และเท่าเทียมลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม”

นี่คือหนึ่งในถ้อยแถลงของ ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก
เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์
วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ที่กล่าวในระหว่างเป็นประธานแถลงข่าว
ผลงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านสุขภาพและการแพทย์ที่ตอบโจทย์ BCG มิติการพึ่งพาตนเองและลดความเหลื่อมล้ำ
ทางสังคม ที่อาคารพระจอมเกล้า สำนักงานปลัดกระทรวง อว. เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา

ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก กล่าวว่า โมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy หรือ เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว) สาขาเครื่องมือแพทย์ เป็นหนึ่งในสาขาสำคัญของ BCG Economy Model ที่ต้องการขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการแพทย์ครบวงจร (Medical Hub) ผลักดันให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในการสร้างความยั่งยืนให้กับประเทศ

สำหรับการขับเคลื่อนแผนงานดังกล่าว คณะอนุกรรมการ
ขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ BCG Model สาขาเครื่องมือแพทย์
โดย สวทช. ซึ่งได้พัฒนาผลงาน “A-MED Telehealth แพลตฟอร์มบริการแพทย์ทางไกล : ระบบสำหรับบริหารจัดการผู้ป่วยในการกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) และที่ชุมชน (Community Isolation)” และ “หมวกควบคุมแรงดันบวกและลบ (nSPHERE Pressurized Helmet)” ประกอบกับการร่วมสนับสนุนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ขยายผลการใช้ประโยชน์ผลงาน “สเปซ วอล์กเกอร์ อุปกรณ์ช่วย
ฝึกเดิน พร้อมระบบพยุงน้ำหนักบางส่วน (Space Walker)”
นวัตกรรมเพื่อผู้ป่วยหลังกายภาพบำบัดและส่งเสริมสุขภาพ
ผู้สูงอายุในสังคมสูงวัย ที่ตอบโจทย์ความต้องการรองรับสถานการณ์
ด้านสาธารณสุขของประเทศ ถือเป็นความสำเร็จของการวิจัยด้านการแพทย์และสาธารณสุขไทย เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อคนไทย
ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

“ตอนนี้เรามาถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่แล้ว จากใช้นวัตกรรมต่างประเทศ เปลี่ยนเป็นเราต้องสร้างเอง บริโภคเอง
ซึ่งนวัตกรรมเครื่องมือแพทย์ที่เห็นในวันนี้ ทาง สปสช. มีมาตรการที่จะสนับสนุนนวัตกรรมของไทยเยอะ ทำให้เรากำลังสร้างและเปลี่ยนวิธีคิดของประเทศซึ่งนอกจากมีวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมแล้ว เรายังเปลี่ยนให้เป็นผลิตภัณฑ์บริการเพื่อใช้งานและพึ่งพานวัตกรรมเครื่องมือแพทย์ของไทยด้วย โดยในวันนี้ได้เห็นตัวอย่างนวัตกรรมที่เป็นรูปธรรมที่สุดแล้ว ดังนั้น
เป้าหมายเราที่อยากจะเป็นชาติวิทยาศาสตร์เราเป็นได้แน่ๆ หากมีผลิตภัณฑ์และบริการที่อิงอยู่บนวิทยาศาสตร์ฯ ไปต่อได้แน่ๆ และไปได้เร็ว” ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก กล่าว

ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ทำให้ประเทศไทยได้ตระหนักถึงความสำคัญของการพึ่งพาตนเอง การลดความเหลื่อมล้ำของการเข้าถึงเครื่องมือทางการแพทย์ จากการขาดแคลนเครื่องมือทางการแพทย์ที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ และสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคอุบัติใหม่ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว กระทรวง อว.สวทช. โดยศูนย์วิจัยเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมือแพทย์ ผู้พัฒนาผลงาน A-MED Telehealth แพลตฟอร์มบริการแพทย์ทางไกล : ระบบสำหรับบริหารจัดการผู้ป่วยในการกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) และที่ชุมชน (Community Isolation) อย่างเป็นระบบ ซึ่งสนับสนุนการทำงานทางการแพทย์ตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 เพื่อรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในระยะแรกที่โรงพยาบาลไม่สามารถรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ได้เพียงพอจนถึงการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพในปัจจุบัน

ทั้งนี้ ได้มีหน่วยบริการที่นำระบบไปใช้ในการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ที่กักตัวอยู่ที่บ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ ศูนย์บริการสาธารณสุข คลินิกชุมชนอบอุ่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ (รพ.สต.) โรงพยาบาลรัฐและเอกชน รวมถึงร้านยาในเครือข่าย โดยรวมแล้วมากกว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ มีจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 สะสม ที่ได้รับการดูแลผ่านระบบ A-MED Telehealth แล้วมากกว่า 1,000,000 คน โดยทำงานร่วมกับ สปสช. สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) กรมการแพทย์ สำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร และ สภาเภสัชกรรม อย่างใกล้ชิด

ในขณะนี้ได้มีการนำระบบ A-MED Telehealth มาประยุกต์ใช้กับระบบ HI และ CI ในการดูแลผู้ป่วยโควิดกลุ่มสีเขียว เพื่อลดอัตราครองเตียง มีผู้ป่วยโควิด-19 สะสมที่ได้รับการดูแลผ่านระบบ A-MED Telehealth แล้วมากกว่า 1 ล้านคน

นพ.สินชัย ต่อวัฒนกิจกุล รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า แม้สถานการณ์โควิด-19 จะเป็นภาวะวิกฤตด้านสาธารณสุข แต่ทำให้เกิดการนำเทคโนโลยีด้านสุขภาพมาใช้ในระบบบริการสุขภาพอย่างก้าวกระโดด โดย A-MED Telehealth แพลตฟอร์มบริการแพทย์ทางไกล เป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่ สปสช. นำมาใช้เพื่อขยายการบริการเพื่อดูแลผู้ป่วยโควิดสีเขียว ภายใต้ “โครงการร้านยาดูแลผู้ป่วยโควิดกลุ่มสีเขียวบริการ เจอ-แจก-จบ” ช่วยเพิ่มช่องทางรับบริการโดยเฉพาะที่หน่วยบริการใกล้บ้าน ทำให้เกิดการเข้าถึงบริการที่ดี ซึ่ง สปสช. และสภาเภสัชกรรม มีร้านยาเข้าร่วมโครงการจำนวน 1,063 แห่ง (ข้อมูล ณ 8 มิ.ย. 2565)

โดยมีการเชื่อมโยงการบริการด้วยระบบ A-MED Telehealth ทำให้ร้านยาหรือผู้ให้บริการสามารถเห็นข้อมูลผู้ป่วยทั้งหมดได้ เช่น จำนวนวันที่อยู่ในระบบ รายงานอาการ และแบ่งกลุ่มผู้ป่วยตามอาการเพื่อติดตาม หากอาการแย่ลงจะได้ส่งต่อที่โรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาได้อย่างทันท่วงที เป็นต้น โดยข้อมูลในระบบ A-MED Telehealth ยังใช้เป็นข้อมูลการเบิกจ่ายค่าบริการได้ และเชื่อว่าจะมีการพัฒนาต่อยอดไปสู่การบริการสุขภาพด้านต่างๆ ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการรับบริการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน รวมถึงระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สวทช.ยังได้พัฒนาหมวกควบคุมแรงดันบวกและลบ (nSPHERE Pressurized Helmet) ที่สามารถใช้เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อ สามารถป้องกันละอองไอจามและฝุ่นด้วยการกรองที่มีประสิทธิภาพ ร่วมกับการควบคุมแรงดันให้เหมาะกับประเภทของกลุ่มผู้ใช้งาน คือหมวกแรงดันบวก สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ และหมวกแรงดันลบสำหรับผู้ป่วยติดเชื้อ โดยนาโนเทค สวทช. ได้อนุญาตให้บริษัท เวลล์เนส อินโนเวชั่น บียอนด์ จำกัด นำนวัตกรรมนี้ไปผลิตเพื่อต่อยอดเชิงพาณิชย์ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ นาโนเทค สวทช.ได้ส่งมอบหมวกควบคุมแรงดันบวกลบจำนวนมากกว่า 1,000 ใบ ให้แก่โรงพยาบาลมากกว่า 50 แห่งทั่วประเทศ จากการสนับสนุนด้านงบประมาณขององค์กร หน่วยงาน และบริษัทต่างๆ นวัตกรรมนี้ยังถูกนำไปใช้กับผู้ป่วยติดเชื้อที่ต้องเคลื่อนย้าย เข้ารับการรักษา หรือทำหัตถการที่จำเป็น เช่น การฟอกเลือด ฟอกไต เป็นต้น

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้พัฒนาผลงาน สเปซ วอล์กเกอร์ อุปกรณ์ช่วยฝึกเดิน พร้อมระบบพยุงน้ำหนักบางส่วน (Space Walker) เป็นอุปกรณ์ช่วยฝึกเดินสำหรับผู้ป่วยหลังกายภาพบำบัดรวมถึงผู้สูงอายุ โดยสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการฝึกเดิน ลดภาระการบาดเจ็บของผู้ป่วย ผู้สูงอายุเพิ่มประสิทธิภาพการกายภาพบำบัด

ผลงานนี้ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 (Gold Award)จากงาน (i-CREATe2017) และอีกหลายรางวัล จนนักวิจัยสามารถตั้งบริษัทเมดิคิวบ์ จำกัด รับถ่ายทอดเทคโนโลยี นำไปผลิตและจำหน่าย ได้ขยายผลการใช้งานเพื่อยกระดับการให้บริการและการดูแลผู้สูงอายุรองรับสังคมสูงวัย ณ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ สังกัดกรมกิจการผู้สูงอายุทั่วประเทศ ตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา

สเปซ วอล์กเกอร์ (Space Walker) ได้รับการพิจารณาจากสำนักงบประมาณในการขึ้นทะเบียนนวัตกรรมไทย สาขาการแพทย์และสุขภาพ เมื่อเดือน มีนาคม 2565 เพื่อจะได้รับการส่งเสริมในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเพื่อให้คนไทยได้ใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมที่คนไทยผลิตได้คุณภาพมาตรฐานและลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศต่อไป

อย่างไรก็ตาม ผลงานเหล่านี้เป็นเพียงบางส่วนของความสำเร็จ ตามนโยบายโมเดลเศรษฐกิจ BCG สาขาเครื่องมือทางการแพทย์ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนให้ประเทศไทยก้าวกระโดดในการพัฒนาด้านการแพทย์เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนคนไทย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อิทธิพลการตลาด-โฆษณา บริโภคไม่เหมาะสมทำเด็กอ้วน

Posted on June 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661203

วันอาทิตย์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นพ.กฤษฎา หาญบรรเจิด ผู้อำนวยการกองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ประธานคณะทำงานแผนงานโรคไม่ติดต่อ WHO CCS-NCDกล่าวในงานเสวนา หัวข้อ “ปกป้องสุขภาพเด็กไทยจากโรคอ้วน จากโฆษณาและการตลาดอาหารออนไลน์” เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า การป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อ (NCD) มีความสำคัญมากต่องานสาธารณสุขประเทศไทย ซึ่งพบว่า นักเรียนไทยร้อยละ 19 มีภาวะน้ำหนักเกิน และร้อยละ 6.8 มีภาวะอ้วน ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

“โรคอ้วนจัดเป็นสาเหตุสำคัญของการเจ็บป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย ปัจจัยเสี่ยงหลักๆ ได้แก่ การมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ และพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มที่มีไขมัน น้ำตาล และโซเดียมสูง นักเรียนไทยร้อยละ 39 รายงานว่ากินอาหารจานด่วนมากกว่า 3 วันต่อสัปดาห์และร้อยละ 35 ดื่มน้ำอัดลมมากกว่า 1 วันต่อสัปดาห์” นพ.กฤษฎา กล่าว

ขณะที่ พเยาว์ ผ่อนสุข คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ข้อมูลวิจัยจากการวิเคราะห์สื่อโฆษณาและกิจกรรมการตลาดของอาหาร 6 ประเภท ในสื่อสังคมออนไลน์ในช่วงการระบาดโรคโควิด-19 พบมีสื่อโฆษณาอาหารประเภทอาหารจานด่วน (Fast Food)มากที่สุด (เฉลี่ยกว่า 349 โพสต์ต่อเดือน) ตามด้วย ขนมขบเคี้ยวและของหวานเครื่องดื่มชง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและน้ำอัดลม

“มีการใช้กลยุทธ์ทางการตลาดหลากหลาย ทั้งการลดราคา การแลกซื้อราคาพิเศษ การกระตุ้นให้ผู้บริโภคมีปฏิสัมพันธ์กับสื่อ การใช้บุคคลที่มีชื่อเสียงมาเป็น Presenter และที่สำคัญพบว่ามีการโฆษณาที่มุ่งเป้าหมายไปที่กลุ่มเด็กจำนวนไม่น้อย โดยการใช้รูปการ์ตูนและเด็กเล็กในสื่อหรือการแถมของเล่นเมื่อซื้ออาหาร”พเยาว์ ระบุ

ด้าน พญ.หทัยรัตน์ โกษียาภรณ์ สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ เผยงานวิจัยจากการวิเคราะห์ข้อมูลการบันทึกหน้าจอมือถือของวัยรุ่น อายุ 13-17 ปี จำนวน 139 คน พบว่า อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่มีไขมัน น้ำตาล และโซเดียมสูง มีการใช้กลยุทธ์ที่หลากหลายและซับซ้อน เช่น กลยุทธ์การแชร์ต่อโดยผู้บริโภค (user-generated content) จูงใจด้วยความทันสมัย รสชาติ และคุณค่าโภชนาการ

“มีการตลาดแบบเฉพาะบุคคลหรือการตลาดแบบรู้ใจ (Personalized marketing) โดยใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ในการวิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคลและพฤติกรรมการใช้อินเตอร์เนตของผู้บริโภค เหล่านี้เป็นความท้าทายอย่างยิ่งในออกมาตรการเพื่อการควบคุมกิจกรรมการตลาดผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เพื่อเป็นการป้องกันสิทธิเด็กจากการหาผลประโยชน์ทางการค้าและสิทธิในการมีสุขภาพที่ดี” พญ.หทัยรัตน์ กล่าว

นพ.กฤตินันท์ บุญรำไพ กลุ่มพัฒนานักระบาดวิทยาภาคสนามและเครือข่าย กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข นำเสนอผลวิเคราะห์จากการสำรวจผลกระทบและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนไทยในสถานการณ์โควิด-19 กลุ่มตัวอย่างประชากรไทยกว่า 7,731 ราย พบว่า เยาวชนอายุ 15-24 ปี มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นสูงกว่ากลุ่มอายุอื่น) เมื่อเทียบกับก่อนโควิด-19 (สัดส่วนผู้ที่มีน้ำหนักขึ้นเป็นร้อยละ 11.7) และเป็นกลุ่มที่มีการเห็นโฆษณาอาหารและเครื่องดื่มผ่านสื่อออนไลน์เป็นประจำ (ตั้งแต่ 3 ครั้งต่อสัปดาห์ขึ้นไป)มากที่สุด

“พบเห็นการโฆษณาอาหารจานด่วนมากที่สุด ร้อยละ 49.8 ต่อมาเป็นน้ำอัดลม ร้อยละ 40.4 เครื่องดื่มชง (ร้อยละ 34.6) เครื่องดื่มรสหวานบรรจุขวด (ร้อยละ 30.6) ขนมกรุบกรอบ (ร้อยละ 23.4) และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป (ร้อยละ 23.0) ตามลำดับ โดยปริมาณการได้รับสื่อโฆษณานี้มีความสัมพันธ์กับความถี่ในการรับประทานอาหารชนิดนั้นๆ ด้วย” นพ.กฤตินันท์ กล่าว

สำหรับงานเสวนา หัวข้อ “ปกป้องสุขภาพเด็กไทยจากโรคอ้วน จากโฆษณาและการตลาดอาหารออนไลน์” เป็นการเสวนาแบบออนไลน์ผ่านโปรแกรม Zoom และ Live Webinar จัดโดยกองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ โดยได้รับความร่วมมือจากทีมเยาวชน Mindventure จัดการประชุมเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิถีใหม่เครือข่ายป้องกันควบคุมโรคไม่ติดต่อ (Virtual NCD Forum 2022)

ในช่วงท้ายการเสวนา ซึ่งมีการเปิดให้ผู้เข้าร่วมได้แสดงความคิดเห็น ซึ่งในภาพรวมสรุปได้ว่า สภาพแวดล้อมของเด็กไทยในปัจจุบันไม่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี
การป้องกันและการจัดการปัญหาเด็กอ้วนควรทำทุกระดับ เริ่มที่ต้นที่บ้าน โรงเรียน และชุมชน รัฐควรต้องมีทั้งมาตรการกฎหมายที่จำกัดการโฆษณาและกิจกรรมการตลาดของผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่มีไขมัน น้ำตาล และโซเดียมสูง ในทุกช่องทางโดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ โรงเรียน และร้านค้าในชุมชน

ควรกำหนดให้มีฉลากโภชนาการที่ชัดเจนที่แสดงปริมาณสารอาหารและเตือนผู้บริโภคหากมีความเสี่ยงสูงในผลิตภัณฑ์อาหาร การส่งเสริมผู้ประกอบการและเพิ่มการเข้าถึงอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เช่น ผักผลไม้สดปลอดสารพิษ เมนูสุขภาพดีในร้านอาหาร ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพผู้บริโภคในรู้เท่าทันโฆษณาและการสื่อสารการตลาดที่กระตุ้นการบริโภคที่ไม่เหมาะสม และสามารถดูแลตัวเองได้ในยุคหลังโควิด-19!!!

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง เปรียบเหมือนกับ ‘ระลอกน้ำ’ คือมีตน มีตัว : หลวงปู่ฝั้น อาจาโร

Posted on June 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661215

สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง เปรียบเหมือนกับ 'ระลอกน้ำ' คือมีตน มีตัว : หลวงปู่ฝั้น อาจาโร

วันเสาร์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 19.00 น.

สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง โลกนี้เป็นสังขารหมด สังขารความปรุงแต่ง แต่งปรุงขึ้นแล้วก็ดับไป สังขารเมื่อเปรียบก็เหมือนกับ “ระลอกน้ำ” คือ มีตน มีตัว เมื่อระลอกน้ำหมด ลมพัด ก็หายไป หายไปที่ไหน มันก็ลงไปในน้ำนั่นเอง ลงไปไหนดินก็เป็นดิน น้ำก็เป็นน้ำ ลมก็เป็นลม ไฟก็เป็นไฟ อากาศธาตุก็เป็นอากาศ เมื่อสังขารไม่มีแล้ว ความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตายมันก็ไม่มี ความทุกข์ทั้งหลายมันก็ไม่มี มันจะเอาอะไรมาทุกข์ มันไม่ได้ปรุงได้แต่งนี้มันก็สุข

โอวาทะรรมหลวงปู่ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร จ.สกลนคร (ขอบคุณลานธรรมจักร) – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เที่ยวชัยภูมิชมความงาม ‘ยลสายหมอก หยอกดอกกระเจียว’ ที่เทพสถิต

Posted on June 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661170

เที่ยวชัยภูมิชมความงาม 'ยลสายหมอก หยอกดอกกระเจียว' ที่เทพสถิต

วันเสาร์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 17.02 น.

การกลับมาอีกครั้งกับเทศกาลที่ห่างหายจากชาวชัยภูมิไปหลายปี หลังจากที่มีการกระบาดของโควิด เข้ามาแทนที่ แต่ก็ไม่ได้ทำให้นักท่องเที่ยว ลืมสถานที่แห่งนี้เพราะทุกคนเตรียมพร้อมและรู้สึกดีใจอย่างยิ่งที่จะได้กลับมาเที่ยวชมความงาม “ยลสายหมอก หยอกดอกกระเจียว” ที่อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ

ณ ผาสุดแผ่นดิน ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ต.บ้านไร่ อ.เทพสถิต ที่ตั้งทุ่งดอกกระเจียวแห่งจังหวัดชัยภูมิวันนี้ (18 มิ.ย.65) ได้มีพิธีเปิดงานที่ยิ่งใหญ่อีกครั้งกับเทศกาลท่องเที่ยว ดอกกระเจียวบานจังหวัดชัยภูมิประจำปี 2565 ซึ่งทางนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เดินทางมาเป็นประธานในการเปิดงานและมีทางด้านนายสิทธา ภู่เอี่ยม นายอำเภอเทพสถิต พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ สำนักงานการท่องเที่ยวจังหวัดชัยภูมิรวมถึงสื่อมวลชนและประชาชนทั่วไป เข้าร่วมงานกันอย่างคึกคัก

โดยทางด้านการเตรียมความพร้อมและกิจกรรมในการจัดงานในปีนี้ต้องบอกเลยว่า มีการเตรียมความพร้อมมาเป็นอย่างดี ในส่วนของกิจกรรมภายในตำบลรวมถึงภายในอุทยานฯ อย่างมากมายที่ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชม ความงามในเขตอุทยานกับดอกกระเจียวหรือชมสายหมอก แล้วยังสามารถใช้ชีวิตอยู่ภายในพื้นที่ตำบลบ้านไร่รวมถึงอำเภอเทพสถิต ได้อย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นในทางด้านการท่องเที่ยวชมการเกษตร เที่ยวชมสวนทุเรียน สวนสะตอ ที่ขึ้นชื่อและในปีนี้ยังมีอะโวคาโด ซึ่งเป็นพืชผลทางการเกษตรที่กำลังมาแรงอีกชนิดหนึ่ง กิจกรรมสำหรับเยาวชน ก็มีในส่วนของการประกวดวาดภาพ การประกวดคลิปวีดีโอ นำเสนอการท่องเที่ยวอำเภอเทพสถิต นักท่องเที่ยวสามารถเลือกชมสินค้า OTOP สินค้าพื้นเมืองพืชผักผลไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับมากมาย 

โดยมีคณะกรรมการที่จัดงานมีความพร้อมและต้อนรับนักท่องเที่ยวรวมถึงในส่วนของที่พัก ร้านอาหารที่ได้มาตรฐาน การดูแลรักษาความปลอดภัย การจราจรและที่สำคัญมีการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 อย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวทุกคน 

ตามแนวทางในการน้อมนำกระแสพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อความอุดมสมบูรณ์สืบต่อไปเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่นในจังหวัดชัยภูมิ สร้างโอกาสสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิโดยเฉพาะอำเภอเทพสถิต ได้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการจำหน่ายสินค้า และการบริการนักท่องเที่ยว 

ซึ่งระยะการจัดงานในปีนี้จะจัดช่วงเดือนมิถุนายน ถึงเดือนสิงหาคม 2565 และได้รับสนับสนุนงบประมาณจากจังหวัดชัยภูมิ 2.5 ล้านบาทโดยมีหน่วยงานได้รับงบประมาณ ประกอบด้วย อำเภอเทพสถิต ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด ปศุสัตว์จังหวัด พัฒนาชุมชนจังหวัด และอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม โดยประเมินผลเบื้องตันคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมอุทยานและสถานที่ใกล้เคียงตลอด 3 เดือนประมาณ 30,000-40,000 คนและจับจ่ายใช้สอยจะทำให้มีเงินหมุนเวียนสะพัดในพื้นที่ประมาณ 15-20 ล้านบาทอีกด้วย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คณะศรัทธา’หลวงปู่แสง ญาณวโร’ถวายพระพุทธรูปนาคปรก ‘วัดป่าอรัญญาวิเวก’ อำนาจเจริญ

Posted on June 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661139

คณะศรัทธา'หลวงปู่แสง ญาณวโร'ถวายพระพุทธรูปนาคปรก 'วัดป่าอรัญญาวิเวก' อำนาจเจริญ

วันเสาร์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 14.26 น.

วันนี้ (18 มิ.ย.65) มีรายงานว่าหลวงปู่แสง ญาณวโร อายุ 105 ปีปัจจุบันอยู่ที่วัดดงสว่างธรรม บ้านดงสว่าง ต.โคกนาโก อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร จะเดินทางไปเป็นประธานในพิธีรับมอบพระพุทธรูปนาคปรก ปางสมาธิ จากพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดเชียงใหม่ ที่วัดป่าอรัญญาวิเวก บ้านไก่คำ ต.ไก่คำ อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ โดยมีญาติโยม พุทธศาสนิกชนในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญและจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งทราบข่าวเดินทางมาร่วมงานเป็นจำนวนมากท่ามกลางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำการคัดกรองผู้มาร่วมงานอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันโควิด

กระทั่งเวลา 08.00 น.ญาติโยม พุทธศาสนิกชน ถวายภัตตาหาร คาว หวาน แด่พระภิกษุสงฆ์เสร็จต่างไปรับประทานอาหารเช้าที่โรงทาน ซึ่งผู้มีจิตศรัทธาจัดตั้งโรงทานหลากหลายให้ญาติโยมได้รับประทานอย่างเต็มอิ่มเพื่อรอรับหลวงปู่แสง ญาณวโร ซึ่งจะเดินทางมาเป็นประธานในพิธีรับมอบพระพุทธรูปนาคปรก ปางสมาธิ จากคณะศรัทธา จ.เชียงใหม่ และกรุงเทพมหานครบางส่วน

ต่อมาเวลา 10.00 น.นายสมพงศ์ ก่อแก้ว สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งเป็นศิษย์หลวงปู่แสง ญาณวโร และได้จัดตั้งโรงทานบริการน้ำดื่ม กล่าวว่า หลวงปู่แสง ญาณวโร อายุ 105 ปีปัจจุบันอยู่ที่วัดดงสว่างธรรม บ้านดงสว่าง ต.โคกนาโก อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร ไม่ได้มาเป็นประธานรับมอบพระพุทธรูปนาคปรก ในวันนี้เพราะหลวงปู่ต้องการพักผ่อน เนื่องจากร่างกายเริ่มอ่อนล้า เพราะช่วงเวลา 13.00 – 15.00 น.จะต้องรับญาติโยม พุทธศาสนิกชนที่เดินทางมากราบไหว้ขอพร หลวงปู่ทุกวันและในแต่ละวันมีผู้คนเข้ามาเป็นจำนวนมากจึงต้องให้เจ้าอาวาสวัด และพระภิกษุสงฆ์วัดป่าอรัญญาวิเวกรับมอบพระพุทธรูปนาคปรกแทนหลวงปู่

จากนั้น ญาติโยม พุทธศาสนิกชน และคณะศรัทธา จ.เชียงใหม่ ได้เดินทางไปยังเจดีย์ญาณวโร ตั้งอยู่ด้านทิศเหนือของวัดป่าอรัญญาวิเวก โดยมีสระน้ำขนาดกลาง กำหนดเป็นเขตอภัยทาน อยู่หน้าเจดีย์ญาณวโร และได้ทำพิธีสงฆ์เพื่อรับพระพุทธรูปนาคปรก ปางสมาธิ โดยใช้รถเคนยกพระพุทธรูปนาคปรก ขึ้นไปประดิษฐานภายในเจดีย์ญาณวโร  ระหว่างที่รถเคนยกพระพุทธรูปนาคปรก ปางสมาธิขึ้นสู่เจดีย์ญาณวโรท่ามกลางญาติโยม พุทธศาสนิกชน ที่มาร่วมงานต่างยกมือไหว้สาธุ สาธุ ไปตามจนเสร็จพิธี ที่สำคัญ ปลายยอดเจดีย์ยังเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุขององค์พระสัมมาสัมพระพุทธเจ้าอีกด้วย

นายกิตตินันท์ นุชวานิชย์ ประธานกลุ่มสยามบวร คณะศรัทธา จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาได้ขออนุญาตหลวงปู่แสง ญาณวโร จะนำพระพุทธรูปนาคปรก ปางสมาธิ มาถวายที่วัดป่าอรัญญาวิเวก แต่ว่าเกิดมีโรคระบาดโควิดขึ้นก็เลยไม่ได้มา เมื่อโควิดซาลง วันนี้จึงได้นำพระพุทธรูปนาคปรก ปางสมาธิมาถวาย หลวงปู่ แต่ว่าหลวงปู่ไม่ได้มาเป็นประธานในการรับมอบโดยมอบหมายให้เจ้าอาวาสวัดป่าอรัญญาวิเวกและคณะสงฆ์ กรรมการวัด รับมอบแทนหลวงปู่

นายกิตตินันท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า พระพุทธรูปนาคปรก ปางสมาธิ ตนเป็นคนออกแบบเอง ลักษณะสมัยขอมโบราณ สมัยพระเจ้าวรมันที่ 7 เป็นต้นแบบในการแกะสลักพระพุทธรูปนาคปรก ปางสมาธิ ราคาค่าแกะสลักและก่อสร้างเป็นเงิน 350,000 บาทสูง 3.5 เมตร หน้าตักกว้าง 1.8 เมตรน้ำหนัก 2 ตันเพื่อนำไปประดิษฐานภายในเจดีย์ญาณวโรให้เป็นที่ยึดเหนียวทางใจ สำหรับญาติโยม พุทธศาสนิกชน ได้กราบไหว้บูชา

นางบรรจง บันตะบอน อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 105 หมู่ที่ 7 บ้านน้อมเกล้า ต.บุ่งคล้า อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร ซึ่งมาร่วมงานถวายพระพุทธรูปนาคปรก ปางสมาธิ กล่าวว่า ทราบว่า หลวงปู่แสง ญาณวโร จะเดินทางไปเป็นประธานในพิธีรับมอบพระพุทธรูปนาคปรก ปางสมาธิ ดีใจมากจะได้กราบนมัสการหลวงปู่จึงชักชวนพร้อมเพื่อนบ้านหลายสิบคน เดินทางมาที่วัดป่าอรัญญาวิเวก บ้านไก่คำ ต.ไก่คำ อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ ตั้งแต่เช้า 

ต่อมาจึงทราบว่าหลวงปู่แสง ญาณวโร ไม่ได้มาเป็นประธานรับมอบพระพุทธรูป แต่ก็ไม่เป็นไร หลังเสร็จร่วมงานรับมอบพระพุทธแล้วก็จะเดินทางไปกราบหลวงปู่แสง ญาณวโร ที่วัดดงสว่างธรรม บ้านดงสว่าง ต.โคกนาโก อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร แทน ซึ่งทุกคนต่างมีความตั้งใจว่าจะต้องได้กราบไหว้ ขอพรหลวงปู่แสง ญาณวโร ในวันนี้ให้ได้และไม่เสียใจที่หลวงปู่ไม่ได้มาเป็นประธานรับมอบพระพุทธรูป เพราะคิดว่าหลวงปู่ต้องการพักผ่อนเพื่อเตรียมรับญาติโยม คณะศรัทธา ซึ่งจะเดินทางมาจากทั่วสารทิศในช่วงเวลา 13.00 – 15.00 น.ทุกวัน – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Google ฟันโช๊ะ!ท่องเที่ยวไทยฟื้น นายกฯสั่งเตรียมกิจกรรมโกยเงินช่วง‘ไฮซีซัน’

Posted on June 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661124

Google ฟันโช๊ะ!ท่องเที่ยวไทยฟื้น นายกฯสั่งเตรียมกิจกรรมโกยเงินช่วง‘ไฮซีซัน’

วันเสาร์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 12.23 น.

นายกฯพอใจ Google ชี้ทิศทางการท่องเที่ยวในประเทศไทยเป็นที่สนใจ มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมกิจกรรมทั้งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กีฬา วัฒนธรรม สร้างแรงส่งถึงไฮซีซัน ดันรายได้ลงสู่เศรษฐกิจฐานราก  

18 มิถุนายน 2565 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมทำงานส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยให้เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวทั่วโลก จนภาคเอกชนระดับโลกอย่าง Google ประกาศว่าทิศทางภาคการท่องเที่ยวไทยว่ามีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นผลจากการพบว่ามีผู้ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับประเทศไทยเพิ่มขึ้น

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในการประชุม Google Hotelier Summit 2022 ที่กรุงเทพมหานคร โดยในการประชุมได้เปิดเผยทิศทางของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภูมิภาค ซึ่ง Google พบว่า ภาคการท่องเที่ยวในภูมิภาคเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว โดยในส่วนของท่องเที่ยวไทยเริ่มมีการฟื้นตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลังภาครัฐยกเลิกการระบบลงทะเบียนในระบบ Test & Go ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2565 ซึ่งจากข้อมูลการค้นหาของ Google พบว่า มีผู้ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ที่คลี่คลายลง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยพบว่า แนวโน้มของผู้คนที่เริ่มกลับมาเดินทางอีกครั้งมีแนวโน้มการท่องเที่ยวพร้อมกับทำงานควบคู่กัน โดยนักท่องเที่ยวมีความสนใจในเรื่องความยั่งยืน และสนใจในนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

“การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวนี้ สะท้อนถึงความสำเร็จในการกำหนดนโยบายด้านการท่องเที่ยวของรัฐบาล ซึ่งส่งเสริมการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ร่วมกับการปรับมาตรการด้านสาธารณสุขตามสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ที่คลี่คลายลง ซึ่งเป็นไปตามการสั่งงานของนายกรัฐมนตรี รวมทั้ง นายกรัฐมนตรีเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของทิศทางอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปรับยุทธศาสตร์ เตรียมรับมือ และปรับตัว พร้อมเปลี่ยนแปลงสู่แนวโน้มการท่องเที่ยวตามรูปแบบ รวมทั้งพร้อมสนับสนุนการเป็น R&D Tourism ยกระดับห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้สอดคล้องและใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงดิจิทัล” นายธนกร กล่าว

ด้าน น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า  พล.อ.ประยุทธ์ ได้มอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ให้ประเมินสถานการณ์ภายหลังรัฐบาลได้ผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ต่อเนื่อง และเตรียมกิจกรรมเพื่อส่งเสริม กระตุ้นการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การกีฬา หรือด้านวัฒนธรรม เพื่อให้เกิดแรงส่งต่อเนื่องไปถึงฤดูการท่องเที่ยวช่วงปลายปีและต่อเนื่องถึงต้นปีหน้า เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ  

“นายกรัฐมนตรีให้หน่วยงานเกี่ยวข้องเตรียมกิจกรรมต่างๆ เพื่อเกิดแรงส่งต่อเนื่องไปจนถึงช่วงไฮซีซัน รักษานักท่องเที่ยวไทยให้เดินทางท่องเที่ยวในประเทศ และดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งระยะไกล และจากประเทศเพื่อนบ้าน เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ รายได้จากการท่องเที่ยวลงสู่ฐานราก มีการจ้างงานในภาคการท่องเที่ยว” น.ส.ไตรศุลี กล่าว   

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า การฟื้นฟูรายได้ในภาคการท่องเที่ยวเป็นโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ซึ่งที่ผ่านมาให้ความระมัดระวัง รักษาสมดุลระหว่างการฟื้นฟูการท่องเที่ยวกับการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งหลังจากทยอยผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรค นักท่องเที่ยวต่างชาติได้เดินทางเข้าประเทศไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-15 มิ.ย. 2565 มีผู้เดินทางจากต่างประเทศเข้ามายังประเทศไทยสะสม 1,615,913 คน เทียบกับตลอดปี 2564 ที่ 427,896 คน เฉพาะวันที่ 1-15 มิ.ย. 2565 ที่มีการผ่อนคลายมาตรการเปิดประเทศเต็มรูปแบบมีผู้เดินทางเข้าประเทศทุกช่องทางสะสม 348,699 คน   

ส่วนรายได้จากการท่องเที่ยวใน 5 เดือนแรก ตั้งแต่ 1ม.ค.-31พ.ค. 2565 ประเทศไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวรวม 348,695 ล้านบาทแยกเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติต่างชาติ  99,707 ล้านบาท และคนไทยเดินทางเที่ยวในประเทศ 248,988 ล้านบาท  

ทั้งนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ประเมินว่า หลังจากที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด19 หรือ ศบค. ได้ผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคจากการเดินทางเข้าราชอาณาจักรโดยตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2565 จะยกเลิกการลงทะเบียนในระบบไทยแลนด์พาสของนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงยกเลิกข้อกำหนดที่ต้องมีประกันภัยโควิด19 จะสนับสนุนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทยเพิ่มขึ้น เป็นไม่ต่ำกว่า 7.5 ล้านคน และอาจจะถึง 10 ล้านคนในปี 2565 จำนวนเฉลี่ยต่อวันจากขณะนี้ 20,000-25,000 คนต่อวัน เพิ่มเป็น 25,000-30,000 คนต่อวัน และเพิ่มเป็น 50,000 คนต่อวัน ในช่วงไฮซีซันตั้งแต่เดือน ต.ค. เป็นต้น 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไปเที่ยวศรีสะเกษกินทุเรียนภูเขาไฟในงาน ‘เทศกาลผลไม้และของดีกันทรลักษ์’ 20-29 มิ.ย.นี้

Posted on June 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661122

ไปเที่ยวศรีสะเกษกินทุเรียนภูเขาไฟในงาน 'เทศกาลผลไม้และของดีกันทรลักษ์' 20-29 มิ.ย.นี้

วันเสาร์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 12.20 น.

ชาวอำเภอกันทรลักษ์ เชิญชวนนักท่องเที่ยวไปเที่ยวกันทรลักษ์ ไปกิน “ทุเรียนภูเขาไฟ” ในงาน “เทศกาลผลไม้และของดีกันทรลักษ์” ระหว่าง 20-29 มิ.ย.65 นี้ที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอกันทรลักษ์ เพื่อส่งเสริมการตลาดช่วยเกษตรกรและส่งเสริมการท่องเที่ยว

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 18 มิ.ย.65 ที่สวนทุเรียนภูเขาไฟ ไร่วรปัชญ์ เลขที่ 125 บ้านชำม่วง หมู่ 5 ต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ นายสุกิจ เหลืองสกุลไทย นายอำเภอกันทรลักษ์ พร้อมด้วยนางนุชสุดา เหลืองสกุลไทย นายกกิ่งกาชาด อ.กันทรลักษ์ นายศักดิ์สิน กุลบุตรดี สสอ.กันทรลักษ์ ในฐานะนายกสโมสรโรตารีกันทรลักษ์ พ.ต.อ.นรินทร์ บุพตา ผกก.สภ.กันทรลักษ์ และนายถวัลย์ สามทอง เกษตร อ.กันทรลักษ์ ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานเทศกาลผลไม้และของดีกันทรลักษ์ ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-29 มิ.ย.65 มีสื่อมวลชนทุกสำนักเข้ารับฟังการแถลงข่าว ท่ามกลางการเฝ้าระวังป้องกันโควิด-19 ตามมาตรการของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ซึ่งก่อนหน้านั้น นายอำเภอกันทรลักษ์ได้นำนักปั่นจักรยานร่วมกันปั่นออกจากหน้าที่ว่าการ อ.กันทรลักษ์ไปตามเส้นทางผ่านสวนผลไม้หลายหมู่บ้านไปจนถึงจุดแถลงข่าว

นายสุกิจ เหลืองสกุลไทย นายอำเภอกันทรลักษ์ กล่าวว่า ทุเรียนภูเขาไฟอำเภอกันทรลักษ์ มีอัตลักษ์ของ เนื้อทุเรียนกรอบนอก นุ่มใน หอมละมุนลิ้น กลิ่นไม่ฉุน เส้นใยละเอียด รสชาติมันค่อนข้างหวาน การปลูกที่ได้มาตรฐาน GAP และได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนภูเขาไฟที่ได้ขึ้นทะเบียนกับเกษตรอำเภอกันทรลักษ์ มีจำนวนประมาณ 1,500 ราย ทุเรียนภูเขาไฟที่ให้ผลผลิตในปีนี้ประมาณ 3,900 ไร่ โดยเฉลี่ยให้ผลผลิตประมาณไร่ละ 1,300 กิโลกรัม ซึ่งจะได้ผลผลิตรวมประมาณ 4,500 ตัน คิดราคาขายประมาณ 150-200 บาท คาดว่าจะมีเงินรายได้จากการขายทุเรียนภูเขาไฟเข้าสู่เกษตรกรอำเภอกันทรลักษ์ประมาณ 580 ล้านบาท   

ทุเรียนภูเขาไฟกันทรลักษ์ จะออกสู่ตลาดมากที่สุดช่วงกลางเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป และนอกจากจะมีทุเรียนภูเขาไฟแล้ว อำเภอกันทรลักษ์ยังมีผลไม้อย่างอื่น เช่น เงาะ มังคุด ลองกอง อำเภอกันทรลักษ์จึงได้กำหนดจัดงานเทศกาลผลไม้และของดีอำเภอกันทรลักษ์ระหว่างวันที่ 20-29 มิ.ย.65 นี้ที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอกันทรลักษ์ เพื่อส่งเสริมการตลาด และส่งเสริมการท่องเที่ยวของอำเภอกันทรลักษ์และจังหวัดศรีสะเกษ 

“ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยและนักท่องเที่ยวทั่วประเทศมาเยี่ยมชม ชิมและซื้อทุเรียนภูเขาไฟ อ.กันทรลักษ์ นักท่องเที่ยวยังจะได้เที่ยวชมทิวทัศน์บนจุดชมวิวผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ซึ่งมีทะเลหมอก มีตะวันขึ้นสามแผ่นดิน โดยตะวันขึ้นจากฝั่งประเทศ สปป.ลาว ผ่านเข้ามาในประเทศราชอาณาจักรกัมพูชา และเข้ามาประเทศไทย ชมภาพแกะสลักนูนต่ำซึ่งเป็นภาพประวัติศาสตร์ อายุกว่า 1,500 ปี ชมสถูปคู่ และปราสาทโดนตวล โบราณสถานที่ทรงคุณค่าด้วย” นายสุกิจ กล่าว – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไปเที่ยวไปกินผลไม้สด’เงาะ ทุเรียน’จากสวนในงานเทศกาล’ผลไม้อำเภอทองผาภูมิ’

Posted on June 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661120

ไปเที่ยวไปกินผลไม้สด'เงาะ ทุเรียน'จากสวนในงานเทศกาล'ผลไม้อำเภอทองผาภูมิ'

วันเสาร์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 11.53 น.

ประธานกลุ่มไม้ผลทองผาภูมิ ชวน ชิม ช็อป เงาะ ทุเรียน และผลไม้สดจากสวนในงานเทศกาลผลไม้อำเภอทองผาภูมิ 24-26 มิ.ย.65 นี้

วันนี้ (18 มิ.ย.65) นายหฤทัย คงควร ประธานกลุ่มไม้ผลทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า กลุ่มไม้ผลทองผาภูมิร่วมกับ ททท.กาญจนบุรี วัดท่าขนุน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ขอเชิญชวนเที่ยวงานเทศกาลผลไม้ สดจากสวน อ.ทองผาภูมิ ชม ชิม ช็อป ผลไม้สดๆของดีทองผาภูมิจากชาวสวนถึงผู้บริโภค ระหว่างวันที่ 24-26 มิ.ย.65 นี้ ที่บริเวณลานวัดท่าขนุน ตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี

ภายในงานมีการจำหน่ายผลไม้เลื่องชื่อ ทั้งเงาะ และทุเรียนทองผาภูมิ ที่รสชาติอร่อยไม่แพ้ที่ใด ทุเรียนทองผาภูมิ ทุเรียนพันธุ์หมอนทองที่เนื้อหนา เปลือกบาง เมล็ดลีบ กลิ่นไม่แรง รสชาติหวานมันและเนื้อเนียนละเอียดจนเป็นหนึ่งสินค้าที่ทางจังหวัดกาญจนบุรีกำลังผลักดันขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications หรือ GI) อยู่ในขณะนี้

เงาะทองผาภูมิ ที่ใครได้ลองชิม ต่างก็ติดใจไม่แพ้กันได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ในลำดับที่ 157 เป็นเงาะพันธุ์โรงเรียนที่มีชื่อเสียงของจังหวัดกาญจนบุรีเป็นที่เรียบร้อย จากความโดดเด่นอย่างเป็นเอกลักษณ์แตกต่างจากพื้นที่อื่น ด้วยลักษณะเด่นของผลกลมเล็ก ขนค่อนข้างสั้น มีสีเขียวตองอ่อน เปลือกบางมีสีเหลืองปนแดง เมล็ดเล็ก เนื้อหนา หวาน ล่อนกรอบ และไม่ฉ่ำน้ำ 

นอกจากนี้ ในพื้นที่อำเภอทองผาภูมิ ยังมีผลไม้อื่นอย่างมังคุด ลองกอง ส้มโอ ที่ปลูกได้ผลดี และมีรสชาติอร่อยเช่นกันและมีการจำหน่ายอาหาร และของดี อ.ทองผาภูมิ จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวอำเภอทองผาภูมิ ซึ่งในช่วงฤดูฝนนี้ ธรรมชาติกำลังงดงามเต็มที่ ทั้งป่าเขา ลำธาร น้ำตก และเลือกซื้อหาผลไม้อร่อยสด ๆ จากชาวสวนกลับไปเป็นของฝาก – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไอเดียบรรเจิด! เจ้าอาวาสวัดป่าประดู่ลงทุนอ็อกเหล็กยึดเก้าอี้หินอ่อนป้องกันเคลื่อนย้าย-โจรลัก

Posted on June 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661117

ไอเดียบรรเจิด! เจ้าอาวาสวัดป่าประดู่ลงทุนอ็อกเหล็กยึดเก้าอี้หินอ่อนป้องกันเคลื่อนย้าย-โจรลัก

วันเสาร์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 11.31 น.

ที่วัดป่าประดู่ (พระอารามหลวง) ตำบลท่าประดู่ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นวิทยาลัยสงฆ์ระยอง มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และยังเป็นสถานที่จัดงานราชพิธีงานต่างๆ ของทุกภาคส่วน ภายในวัดยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ทางพุทธศาสนา เพราะมีองค์พระนอนตะแคงซ้ายหนึ่งเดียวในโลก องค์เจ้าแม่กวนอิมหยกขาว พระพุทธรูปปางป่าเลไลย์ บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์และพระอุโบสถหลังเก่า ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะบูชา แต่ละวันจึงมีนักทอ่งเที่ยว พุทธศาสนิกชนหลั่งไหลเข้าวัด ปฏิบัติธรรม กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และจัดกิจกรรม ต่างๆ เป็นจำนวนมาก  

โดยทางวัดได้จัดสถานที่ให้พระสงฆ์ที่มาศึกษาพระธรรม ตลอดจนญาติโยม ได้นั่งพักผ่อนหย่อนใจและนั่งรับประทานอาหาร บริเวณใต้อาคารเรียนธรรมะ ซึ่งมีบรรยากาศร่มรื่น เย็นสบาย เป็นชุดโต๊ะเก้าอี้หินอ่อนจำนวน 165 ชุด และเก้าอี้ทุกตัวถูกล๊อกด้วยเหล็กมีน๊อตยึดแน่นหนา แต่การนำเหล็กเส้นมายึดครอบม้าหินอ่อน เป็นการออกแบบที่แสนจะลงตัวเพราะไม่ทำให้ความงดงามของเก้าอี้หินอ่อนลดน้อยลง ไม่เกะกะตาและได้ประโยชน์ทางตรงคือไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ประโยชน์ทางอ้อมคือการป้องกันขโมยเพราะเก้าอี้แต่ละตัวนอกจากสวยงามสะดุดตา และยังมีราคาแพง

พระครูโสภิตปัญญากร เจ้าอาวาสวัดป่าประดู่ (พระอารามหลวง) เจ้าคณะอำเภอเมืองระยอง กล่าวว่า ที่วัดเป็นสถานที่ศึกษาของพระสงฆ์และฆราวาส จึงมีทั้งนิสิต นักศึกษา พระสงฆ์ และญาติโยมซึ่งมาจัดกิจกรรม แต่ละวันเป็นจำนวนมาก พอดีมีผู้ใจบุญ ถวายโต๊ะหินอ่อนมาก่อน ต่อมาทางวัดจึงได้ไปซื้อเก้าอี้หินอ่อนมาตั้งให้เป็นชุดซื้อมาจำนวน 165 ตัว 

พอตั้งไว้ช่วงแรกก็มีการเคลื่อนย้าย เก้าอี้หินอ่อน นั่งแล้วมีความสบายเพราะมีความเย็น ผู้ที่มานั่งก็จะเคลื่อนย้ายและนำไปเรียงต่อกันเพื่อหลับนอนก็มีทำให้พระสงฆ์ที่ดูแลต้องคอยมาจัดระเบียบต้องยกกลับที่เดิมด้วยความยากลำบากจึงคิดหาวิธีป้องกันด้วยการใช้เหล็กมาเชื่อมส่วนขาติดกับพื้น แต่ก็ยังมีคนมายกใช้แรงยกดึงจนส่วนที่นั่งหลุดออกจากขา พระต้องมานั่งซ่อมต่อมาเลยใช้วิธีล๊อกติดทั้งส่วนที่นั่งและส่วนขาไม่ให้ยกเคลื่อนย้ายได้และป้องกันการขโมยได้อีกด้วย

ด้านนายวาริน ดุษฎีวงศ์กำจร ประชาชน กล่าวว่า ปกติได้เข้ามาทำบุญและเข้ามาพักผ่อนที่วัดป่าประดู่เป็นประจำ เพราะที่วัดอยู่ใจกลางเมืองเดินทางมาสะดวกบรรยากาศร่มรื่น เจ้าอาวาสใจดี มีเมตตา เมื่อเข้ามารู้สึกอบอุ่น เย็นใจได้กราบไหว้พระนอนและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ส่วนที่มีการล๊อกเก้าอี้หินอ่อนซึ่งเป็นที่ฮือฮาก็รู้สึกว่าเป็นระเบียบเรียบร้อยดีมีมาตรการป้องกันขโมยได้เป็นอย่างดี – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฝีมือสุดน่าทึ่ง! โมเดลรถโบราณยุโรป 200 คัน 200 แบบไม่ซ้ำกันผลงานสร้างลุงชาวนาสุโขทัย

Posted on June 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661107

ฝีมือสุดน่าทึ่ง! โมเดลรถโบราณยุโรป 200 คัน 200 แบบไม่ซ้ำกันผลงานสร้างลุงชาวนาสุโขทัย

วันเสาร์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 09.47 น.

ลุงหมด อินทโชติ อายุ 67 ปี บ้านเลขที่ 38 หมู่ 3 บ้านปากคลองเรือ ต.โตนด อ.คีรีมาศ จ.สุโขทัย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า นอกจากผลงานประดิษฐ์โมเดลรถจากเศษไม้สักที่เป็นรถไถนา อีแต๋น รถบรรทุกสิบล้อ รถโดยสารคอกหมู รถเกี่ยวข้าว รถแบคโฮ สามล้อ ตุ๊กตุ๊ก ฯลฯ ล่าสุดก็ยังมีทำเป็นรถโบราณยุโรปด้วย

โดยมีลูกค้าต่างจังหวัดรายหนึ่งได้ส่งรูปตัวอย่างมาให้ดูแล้วสั่งทำจำนวน 200 คัน 200 แบบไม่ซ้ำกัน มีทั้งรถบรรทุก รถโดยสาร รถดับเพลิง รถแทรกเตอร์ไอน้ำและรถยนต์คลาสสิคของประเทศแถบยุโรป ซึ่งการประดิษฐ์รถ 1 คัน จะใช้เวลา 7 วัน ตอนนี้ทำเสร็จส่งงานไปแล้วประมาณ 100 คัน ที่เหลือกำลังเร่งประกอบ บางส่วนเหลือแค่ทาสีก็เสร็จ

“การประดิษฐ์รถแต่ละคันต้องใช้เวลา เพราะทำอยู่คนเดียว และถ้าใครอยากได้รถอะไร แบบไหน ก็แค่ส่งรูปตัวอย่างมาให้ดู ลุงทำได้ทุกแบบ ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 500-3,000 บาท แล้วแต่ขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ และความยากง่าย สอบถามได้ที่เบอร์ 064-0094575” 

ทั้งนี้ ลุงหมด อินทโชติ เดิมมีอาชีพทำไร่ทำนา ไม่เคยเรียนช่างไม้ หรือฝึกงานช่างฝีมือใดๆ เปิดดูยูทูปก็ไม่เป็น แต่อาศัยจินตนาการ กับดูรูปตัวอย่างที่ลูกค้าส่งมาให้ ในการประดิษฐ์รถโมเดลจากเศษไม้สัก ทว่าผลงานออกมานั้นสวยงามน่าทึ่ง ใครเห็นก็พากันตะลึงในฝีมือ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,975,702 hits

Join 4,110 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

รบ.เดินหน้าคุ้มครองผู้บริโภค CIB-อย.-ปศุสัตว์ ผนึกกำลังทลายโรงงานลูกชิ้นเถื่อนยี่ห้อดัง
สกู๊ปพิเศษ : สกสว.นำบอร์ดติดตามประเมินผลมข. มุ่งยกระดับงานวิจัยและขายได้จริง
ชิปเมดอินไทยแลนด์! นายกฯ เซ็นตั้งบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ
รื้อแล้วชื่อ "โดนัลด์ ทรัมป์" จาก "เคนเนดี เซ็นเตอร์" ชี้เปลี่ยนชื่อโดยไม่ผ่านสภาคองเกรส
กทม.สั่งคุ้มเข้มทุกจุด ศึกชิงผู้ว่าฯ ย้ำทุกหน่วยเป็นกลาง ต้องโปร่งใสตรวจสอบได้
ทรัมป์เผย สหรัฐฯ โจมตีทางอากาศสังหารผู้นำแก๊งอาชญากรรมเวเนซุเอลา
เปิดตัว ‘Modern Thai Wisdom’ ปั้นคนรุ่นใหม่สู่ตลาดสร้างสรรค์โลก
นายกฯหนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ดันไทยสู่ศูนย์กลางศิลปะ-วัฒนธรรมของภูมิภาค
ญี่ปุ่นเล็งสำรวจแร่หายากในกรีนแลนด์ หวังลดพึ่งพาจีนในห่วงโซ่อุปทาน
อนุทิน มอบนโยบายผู้ว่าฯ 76 จังหวัด สั่งห้ามเรียกบัตรคนจน กำชับใส่ใจคดีสะเทือนขวัญ หลังเกิดเหตุที่เกาะพะงัน

Recent Posts

  • ภคมน ยันไร้ปัญหา ภาวุธ ขอเปิดใจให้ สส.เรียนรู้งาน ซัดอย่าใช้ไม้บรรทัดเดียววัดถูกผิด
  • พรรคส้ม ปูดดีลฝากเลี้ยง สส.ฝ่ายค้าน ไม่ต้องย้ายพรรค แค่นั่งให้ครบองค์ประชุม-โหวตตามสั่ง
  • นันทนา สบช่องใช้วาระให้ความเห็นชอบ เลขาฯกฤษฎีกา ลามกระทุ้งปม คลิปเก็บโพยฮั้ว สว.
  • สีหศักดิ์ ย้ำ​ นายกฯ บินรัสเซีย​ หารือกรอบความร่วมมืออาเซียน​ ชวนจับตา​ อนุทิน สบช่องถก​ ปูติน หรือไม่
  • รัฐบาลคืนได้ทั้งหมด! นายกฯ ย้ำเงินกู้ 4 แสนล้าน ไม่ใช่ภาระพี่น้อง ปชช.

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d