Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

น้ำมันหมด! ตร.จราจรราชบุรีช่วยใช้เท้าถีบดัน จยย.ของคุณพ่อที่มารับลูกกลับบ้านไปจนถึงปั้ม

Posted on June 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661106

น้ำมันหมด! ตร.จราจรราชบุรีช่วยใช้เท้าถีบดัน จยย.ของคุณพ่อที่มารับลูกกลับบ้านไปจนถึงปั้ม

วันเสาร์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 09.23 น.

พ่อขับขี่รถจักรยานยนต์ไปรับลูกโรงเรียน เกิดน้ำมันหมดกลางคัน ตำรวจจราจร สภ.เมืองราชบุรี ผ่านมาพบสอบถามได้ความเหตุน้ำมันแพง เติมเท่าเดิม แต่ได้น้ำมันน้อยลงเลยหมดกลางทางขับกลับไม่ถึงบ้าน ตำรวจจึงใช้เท้าถีบดันรถเครื่องไปให้จนถึงปั้มได้เติมน้ำมันอีกรอบ

ยุคข้าวยาก หมากแพง ช่วงนี้ประชาชนต้องรัดเข็มขัดกัน ประหยัดการใช้จ่ายตามความจำเป็น ยิ่งมาเจอสถานการณ์น้ำมันมีราคาแพงตามขึ้นมาอีกยิ่งทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า หลายคนเคยเติมน้ำมัน หลักสิบบาทถึงร้อยบาท เพื่อเติมรถจักรยานยนต์ก็ได้ปริมาณเกือบเต็มถัง แต่มายุคนี้น้ำมันขึ้นราคาถี่ขึ้นต่อลิตร ส่งผลทำให้ประชาชนที่เคยเติมน้ำมันหลักสิบบาทกลับต้องใช้เงินเพิ่มขึ้น และหันมาใช้รถจักรยานยนต์ แทนรถยนต์ในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน คือ ช่วงเช้า และช่วงเย็นเพื่อไปรับส่งลูกหลานไปเรียนหนังสือ หลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัด เป็นการประหยัดน้ำมันไปในตัวอีกด้วย 

แต่เหตุการณ์นี้คุณพ่อท่านหนึ่ง ใช้รถจักรยานยนต์แทนรถยนต์ไปรับส่ง หลังเลิกเรียน ขับรถจนน้ำมันหมด มีการคาดการณ์น้ำมันในถังที่มีอยู่ผิดคาด เพราะเกิดหมดระหว่างทาง ช่วงระหว่างสัญญาณไฟจราจร ทำให้ ร.ต.ต.วิเชียร มณีวิหค รองสารวัตรจราจร สภ.เมืองราชบุรี เกิดความสงสัยว่าทำไมสัญญาณไฟเขียวให้ขับรถผ่านไปได้ แต่ชายคนนี้ยกโทรศัพท์พูดคุยไม่ยอมไป จึงเดินไปสอบถามทราบว่ารถเกิดน้ำมันหมด ระหว่างจะไปรับลูกสาวที่โรงเรียนเนื่องจากคาดการณ์ปริมาณน้ำมันในถังผิดไป จากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่แพงขึ้นในขณะนี้ 

ร.ต.ต.วิเชียร มณีวิหค รองสารวัตรจราจร สภ.เมืองราชบุรี เปิดเผยว่า มีหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกประชาชนที่ใช้รถใช้ถนน ขณะปฏิบัติหน้าที่ในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนบริเวณแยกโรบินสัน โรงเรียนอนุบาลราชบุรี ช่วงเย็นจะมีประชาชนมารับบุตรหลานจำนวนมาก ช่วงรถติดก็จะเอารถมอเตอร์ไซค์ออกไปรับแทน เพราะจอดง่าย สังเกตเห็นว่าไฟเขียวมีรถคันอื่นๆ ขับไปแล้ว แต่มอเตอร์ไซค์คันดังกล่าวยังจอดอยู่ปากทางเข้าออกพอดี ไม่ยอมขยับรถออกไป และยังยืนคุยโทรศัพท์ จึงไปสอบถามทราบว่ารถน้ำมันหมด คนขับขี่บอกว่าจะมารับลูกที่โรงเรียนแต่น้ำมันหมดระหว่างทาง และไม่ได้คิดว่าตอนนี้น้ำมันแพง ปกติเติม 50 บาทจะได้หลายขีดขึ้นมาที่หน้าปัดของรถ

แต่เดี่ยวนี้เติมก็จะได้ปริมาณนิดเดียว ไม่คิดว่าน้ำมันจะหมดเลยโทรหาญาติให้เอาน้ำมันมาเติมให้ จึงแนะนำให้ไปจอดข้างทางแทน เพราะจุดนี้จะอันตราย หลังจากไปรับลูกแล้วได้สังเกตว่ากำลังเข็นรถกับลูกไปตามริมถนนเรื่อย ๆ คิดว่าคงไม่มีใครเข้ามาช่วยเหลือ ตนเองจึงได้ใช้เท้าดันรถจักรยานยนต์ช่วยเจ้าของรถเติมน้ำมันที่ปั้ม

ร.ต.ต.วิเชียร มณีวิหค รองสารวัตรจราจร สภ.เมืองราชบุรี บอกว่า ตนได้ปฏิบัติหน้าที่งานจราจรกู้ชีพฉุกเฉิน ตามแนวทางตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ สภ.ราชบุรีจะมีชุดกู้ชีพฉุกเฉินเวลาประชาชนขอความช่วยเหลือเรื่องต่างๆ รถเสีย สตาร์ทไม่ติด น้ำมันหมดจะช่วยเหลือดูแล ตอนนี้พบมากที่สุดคือ รถน้ำมันหมด ถ้าเจอปัญหาก็จะนำไปซื้อน้ำมันเอามาเติมให้ตั้งแต่โควิดระบาดมาแล้วจนถึงช่วงน้ำมันแพง และจะชอบเกิดในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนคือ ช่วงเวลาเย็น ประชาชนบางคนคิดว่าขอรับลูกก่อนแล้วค่อยไปเติมน้ำมัน

แต่บางครั้งยังรับลูกไม่ทันเลย น้ำมันไปหมดกลางทางเสียก่อน ซึ่งเราในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ถือเป็นส่วนหนึ่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่จะช่วยเหลือประชาชน ซึ่งโครงการจราจรกู้ชีพฉุกเฉินเป็นตามแนวทางของ พ.ต.อ.ธานินท์ ฉัตรเจริญพร รักษาราชการ ผู้กำกับ สภ.เมืองราชบุรี ได้มีความห่วงใยประชาชนหากมีความเดือดร้อนจะใช้จราจรกู้ชีพ เป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็ว มีทั้งอุปกรณ์ยารักษาโรคเบื้องต้น อุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่เพื่อเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ประสบเหตุในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว ประชาชนเกิดความปลอดภัย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ภาพประทับใจ! ตำรวจทางหลวงอำนาจเจริญทำดีด้วยหัวใจช่วยสองตายายพิการส่งถึงบ้าน

Posted on June 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661103

ภาพประทับใจ! ตำรวจทางหลวงอำนาจเจริญทำดีด้วยหัวใจช่วยสองตายายพิการส่งถึงบ้าน

วันเสาร์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 08.51 น.

ตำรวจทางหลวงอำนาจเจริญ “ทำความดีด้วยหัวใจ ห่วงใยทุกชีวิต เป็นมิตรทุกเส้นทาง” เป็นแบบอย่างที่ควรยกย่องจากนโยบายของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บชก.) และกองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) เน้นให้บริการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนทุกรูปแบบจากรุ่นสู่รุ่นของ พล.ต.ต.ชัช สุกแก้วณรงค์ รอง ผบช.ก.ที่กำกับดูแลกองบังคับการตำรวจทางหลวงทั่วประเทศ ที่ให้นโยบายเอาไว้ 

ปัจจุปันมี พล.ต.ต.เอกราช ลิ้มสังกาศ ผบก.ทล.สานต่อนโยบาย มีภาพประทับใจเกิดขึ้นให้เห็นน้อยมากจากการปฏิบัติหน้าที่บริการของตำรวจทางหลวง ภายใต้บังคับบัญชาของ พ.ต.อ.พิชญ์รุจ กุลวิมลประทีป ผกก.6 บก.ทล., พ.ต.ท.พิทยา คงเจริญ สว.ส.ทล.5 กก.6 บก.ทล.(อำนาจเจริญ), ด.ต.ธีร แก้วเนตร หน.หน่วยบริการตำรวจทางหลวงนิคมคำสร้อย

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.65 ที่ผ่านมา ด.ต.ธีร แก้วเนตร หน.หน่วยบริกาสรตำรวจทางหลวงนิคมคำสร้อย ด.ต.ทรงวุฒิ เพ็ญภักดีกุล นำรถวิทยุ 6504 ออกตรวจในเขตรับผิดชอบถึงบ้านโคกกอก ต.สร้างมิ่ง อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร ถนน ยส.3009 สายอุบลราชธานี-มุกดาหาร ได้เห็นคุณตาจัน เดินเอามือจับไหล่คุณยายยูร เดินอยู่ข้างทางจึงได้จอดรถสอบถามว่าคุณตา คุณยายจะไปไหนกันครับ คุณยายยูร บอกว่าจะเดินทางไปบ้านสร้างมิ่ง ระยะทาง 3 กม. ตำรวจทางหลวงจึงอาสาไปส่งที่บ้านสร้างมิ่งและมอบเงินให้จำนวน 500 บาท เป็นค่าใช้จ่ายและเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น

ทราบทีหลังว่า คุณตาพิการทางสายตาทั้งสองข้างตั้งแต่เกิด คุณตาชื่อจริงนายหำ เนินทราย อายุ 82 ปี ชาวบ้านที่ยากจน และคุณยายประยูร มลศิลป์ อายุ 69 ปี ภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 89 ม.8 บ้านโคกกอก ต.สร้างมิ่ง อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร 

นี่คือหนึ่งในน้ำใจ ที่ตำรวจทางหลวงมอบให้ชาวบ้าน เป็นภาพลักษณ์ที่ทุกหน่วยงาน ทุกส่วนราชการ ควรยึดเอาไปเป็นแบบอย่างที่ดีควรยกย่อง น่าชื่นชม – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ส่องรายงานอุบัติเหตุปี’61-64 ‘โควิดอำลา..ถนนกลับมาเสี่ยง’

Posted on June 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661015

สกู๊ปแนวหน้า : ส่องรายงานอุบัติเหตุปี’61-64  ‘โควิดอำลา..ถนนกลับมาเสี่ยง’

วันเสาร์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 กำลังเหลือแต่เพียงความทรงจำหลังจากที่ทั้งโลกผ่านช่วงเวลาอันเลวร้ายทั้งด้านสุขภาพและเศรษฐกิจมานานกว่า 2 ปี จนปัจจุบันแต่ละประเทศเริ่มทยอยยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินว่าด้วยโรคติดต่อร้ายแรงและปรับโควิด-19 ลดลงเป็นเพียงโรคประจำถิ่น “แต่สำหรับประเทศไทย..แม้คนตายเพราะโควิดลดลง แต่คนตายเพราะอุบัติเหตุกำลังกลับมาเพิ่มขึ้น” ซึ่งในยามปกติ ถนนเมืองได้ถูกขนานนามว่าอันตรายเป็นอันดับต้นๆ ของโลกอยู่แล้ว โดยมีผู้สังเวยชีวิตหลักหมื่นศพต่อปี ยังไม่รวมผู้บาดเจ็บและพิการอีกมากมาย

เมื่อเร็วๆ นี้ แผนงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรระดับจังหวัด (สอจร.) จัดการบรรยาย (ออนไลน์) เรื่อง “เปิดรายงานสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนของประเทศไทย ปี 2561-2564 ที่รอคอย” โดยผู้บรรยายคือ ณัฐพงศ์ บุญตอบ กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการมูลนิธิไทยโรดส์ (ThaiRoads Foundation) กล่าวว่า รายงานสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนของประเทศไทย จัดทำโดย มูลนิธิไทยโรดส์ และศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย สถาบันเทคโนโลยีเอเชีย ปกติแล้วจะรวบรวมข้อมูลทุกๆ2 ปี แต่รายงานฉบับล่าสุดเนื่องจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 จึงได้รวมข้อมูลเป็น 4 ปี นับตั้งแต่ปี 2561-2564

รายงานแต่ละฉบับจะรายงานสถานการณ์ที่น่าสนใจในช่วงเวลานั้น รวมถึงมีบทความวิเคราะห์เจาะลึก รายงานนี้ใช้ 13 ตัวชี้วัด คือ 1.การเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 2.ความรุนแรงของอุบัติเหตุทางถนน 3.อุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาล 4.การใช้ความเร็ว 5.เมาแล้วขับ 6.ง่วงแล้วขับ7.การสวมหมวกนิรภัย 8.ความปลอดภัยของการใช้รถจักรยานยนต์ 9.ใบอนุญาตขับขี่ จำนวนรถจดทะเบียนสะสมและการตรวจสภาพรถ 10.จุดอันตรายบนทางหลวง 11.อุบัติเหตุอันตรายข้างทาง 12.อุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางรถไฟกับถนนและ 13.ความปลอดภัยของคนเดินเท้า

ข้อค้นพบที่น่าสนใจสำหรับรายงานปี 2561-2564 คือ “ล็อกดาวน์คุมโควิดช่วยลดอุบัติเหตุทางถนน” ซึ่งมาตรการที่ออกมา เช่น ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควบคุมการเดินทาง ทำให้จำนวนอุบัติเหตุลดลง โดยเฉพาะเทศกาลสงกรานต์ปี 2563 ที่ปีนั้นรัฐบาลยกเลิกวันหยุดยาว ทำให้สถิติอุบัติเหตุแทบจะหายไป จากเดิมที่คนไทยจะคุ้นชินกับการนับสถิติ 7 วันอันตรายช่วงสงกรานต์มาตลอดทุกปีเพราะการเดินทางลดลง แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงส่งท้ายปีเก่า 2563-ต้อนรับปีใหม่ 2564 ที่มีวันหยุดยาวตามปกติ อุบัติเหตุก็เริ่มกลับมาเพิ่มขึ้นตามการเดินทางที่มากขึ้น

“บางท่านอาจจะมีการ Work from Home (ทำงานที่บ้าน) ก็เป็นการลดโอกาสในการเดินทางไปโดยปริยาย ฉะนั้นก็ชี้ให้เห็นชัดว่าทำให้ปริมาณรถน้อยลง โอกาสเกิดอุบัติเหตุก็น้อยลง ถือเป็นอีกอันหนึ่งที่น่าสนใจ ที่สะท้อนให้เห็นว่า ถ้าเรามีการปรับลดหรือลดปริมาณการเดินทาง มันก็มีโอกาสที่ทำให้อุบัติเหตุน้อยลง จริงๆ ที่ผมทราบมา หลายบริษัทภาคเอกชน พอมีการ Work from Home แล้วก็ดูเหมือนว่ามันจะมีประโยชน์บางอย่างที่องค์กรเขามองเห็น

บางองค์กรได้ประสิทธิภาพงานมากขึ้น บางองค์กรอาจจะได้ประสิทธิภาพน้อย แต่มันลดความเสี่ยง แล้วก็ลดหลายๆ อย่าง ฉะนั้นมันมีบางองค์กรที่ผมได้ข้อมูลมาว่าเขาอาจจะมีการปรับรูปแบบการทำงาน ให้คนในองค์กร Work from Home แทน แล้วก็มีการเดินทางที่จำเป็นเท่านั้น อันนี้ก็เป็นข้อมูลหนึ่งที่น่าสนใจ การเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทางต่างๆในช่วงโควิดที่ผ่านมา มันส่งผลค่อนข้างชัด” ณัฐพงศ์ กล่าว

ข้อค้นพบต่อไปคือ “อุบัติเหตุที่เกิดกับคนเดินเท้ายังมีให้เห็นเรื่อยๆ” ซึ่งไม่ใช่ทุกกรณีที่จะปรากฏเป็นข่าว โดยหากดูตัวเลขเฉพาะที่เป็นคดีความถูกบันทึกในฐานข้อมูลของตำรวจ พบคนเดินเท้าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเฉลี่ย 7 รายต่อวัน แต่หากนับอุบัติเหตุที่ไม่เป็นข่าวก็อาจมีกว่านั้นและร้อยละ 30 ของอุบัติเหตุกับคนเดินเท้าเกิดในกรุงเทพฯ ซึ่งสาเหตุมาจากความเป็นเมืองใหญ่ การจราจรหนาแน่น อีกทั้งกิจกรรมของคนเดินเท้าก็มีมาก เมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นๆ อย่างไรก็ตาม อยากให้ทุกจังหวัดให้ความสำคัญกับคนเดินเท้า ไม่เฉพาะแต่ในกรุงเทพฯ เท่านั้น

เมื่อเจาะลึกไปถึงกลุ่มอายุของคนเดินเท้าที่ประสบอุบัติเหตุทางถนนมากที่สุด พบว่า เป็นผู้สูงวัย อายุ 50 ปีขึ้นไปมากที่สุด ซึ่งสอดคล้องกับการที่ประเทศไทยเข้าสู่ภาวะสังคมสูงวัย ประเด็นที่ต้องพิจารณากันต่อไปคือสิ่งอำนวยความสะดวกหรือสาธารณูปโภคต่างๆ จะต้องปรับเปลี่ยนเพื่อให้เข้ากับบริบทดังกล่าวด้วย หรือข้อค้นพบที่น่าสังเกตคือ “อุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางรถไฟกับถนนยังไม่หมดไปง่ายๆ” ซึ่งจุดที่เกิดบ่อยคือจุดที่เรียกว่า “ทางลักผ่าน” หมายถึงจุดที่ประชาชนไปทำทางผ่านขึ้นเองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

“ทางลักข้ามหรือทางลักผ่าน คืออยู่ดีๆ ประชาชนไปตัด พอไม่ได้รับอนุญาตมันก็ไม่มีอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยเข้ามาช่วย มันก็เลยกลายเป็นปัญหาที่กรมราง
(กรมการขนส่งทางราง) เข้าไปแก้เข้าไปปิด มันก็ไปเกิดที่ใหม่กรมรางเขามีการสำรวจก่อนที่จะต้องดำเนินโครงการแก้ไขปัญหานี้ เขามีการสำรวจว่าปัจจุบันมีเท่าไร ที่ถูกต้องกับไม่ถูกต้อง พอแก้ไขในกลุ่มที่ไม่ถูกต้องที่เป็นทางลักผ่าน มันก็หายไป แก้ไปได้ 200 กว่าจุด ปีถัดมาก็ไปโผล่อีกที่หนึ่งพอสำรวจใหม่ เพราะประชาชนไปตัดใหม่ หาทางข้ามไปใหม่มันก็กลายเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นวนไปเรื่อยๆ” ณัฐพงศ์ ระบุ

ณัฐพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมในประเด็นอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางรถไฟกับถนนในจุดที่เป็นทางลักผ่าน ว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความต้องการใช้ทางของประชาชน หรือต้องการความสะดวก เพราะบางจุดพบว่าอยู่ใกล้ชุมชน ประชาชนต้องการข้ามไปยังสถานที่ที่อยู่ใกล้ และมีความหนาแน่นของชุมชนค่อนข้างมาก จึงกลายเป็นเรื่องปกติในการสัญจรไป-มาทั้งนี้ หากต้องการให้ทางข้ามใช้ได้อย่างปลอดภัย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่รับผิดชอบพื้นที่ก็ต้องทำเรื่องประสานไปยังการรถไฟแห่งประเทศไทย แต่ก็เช่นเดียวกันแม้ อปท. พยายามแก้ ก็ยังเกิดจุดใหม่ๆ ขึ้นอีก

จากการจัดทำรายงานสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนของประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง “หมวกกันน็อก” ยังเป็นประเด็นท้าทายสำคัญซึ่งในรายงานทุกฉบับได้เน้นย้ำเรื่องการสวมหมวกกันน็อกกับผู้ใช้มอเตอร์ไซค์ทุกคนไม่ว่าขับขี่หรือโดยสาร แต่สถิติการสวมหมวกกันน็อกไม่ได้เพิ่มขึ้นมากอย่างมีนัยสำคัญตลอด 10 ปีที่ผ่านมา จึงต้องมาถอดบทเรียนว่ากิจกรรมต่างๆ ที่ทำไปแล้วอะไรได้ผลหรือไม่ได้ผล อย่างไรก็ตาม รายงานนี้หลายเรื่องก็ถูกนำไปใช้ผลักดันในเชิงนโยบายหรือมีรัฐมนตรีบางท่านก็นำรายงานนี้ไปนำเสนอในการเวทีระหว่างประเทศ

“มีประเด็นใหม่คือจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ เราบอกบิ๊กไบค์มีปัญหาอย่างนั้นอย่างนี้ ในเล่มนี้เราก็พยายามเสนอปัญหาจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ออกมาว่ามันรุนแรงอย่างไร ทำไมเราถึงต้องกลัวกัน จริงๆ สถานการณ์อุบัติเหตุจักรยานยนต์บิ๊กไบค์มันเหมือนเพิ่งเริ่ม แล้วตัวนี้ก็เลยหยิบยกขึ้นมา มันพอมีข้อมูลที่จะมานำเสนอว่าสถานการณ์จริงๆ มันเป็นอย่างไรบ้างกับอุบัติเหตุจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ เราจะได้หาแนวทางป้องกันหรือแก้ไขให้มันทันท่วงที” ณัฐพงศ์ กล่าว

กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการมูลนิธิไทยโรดส์ ทิ้งท้ายในประเด็นบิ๊กไบค์ ที่ตัวเลขทางการตลาดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยปัจจุบันมีบิ๊กไบค์ หมายถึงจักรยานยนต์ขนาดตั้งแต่ 400 CCขึ้นไป จดทะเบียนประมาณ 2 แสนคัน ซึ่งแม้จะน้อยมากเมื่อเทียบกับจักรยานยนต์ทั้งหมดที่จดทะเบียนประมาณ 20 ล้านคัน คือคิดเป็นเพียงร้อยละ 1 เท่านั้น แต่อัตราการเสียชีวิตในผู้ใช้บิ๊กไบค์หากเกิดอุบัติเหตุพบว่าสูงมาก สะท้อนถึงความรุนแรงเมื่อเกิดอุบัติเหตุในพาหนะประเภทนี้เมื่อเทียบกับจักรยานยนต์ขนาดเล็กลงมา ด้วยความเร็ว-แรงของเครื่องยนต์นั้นสัมพันธ์กับพฤติกรรมเสี่ยงในการขับขี่

เมื่อดูประชากรกลุ่มเสี่ยง พบว่า วัยทำงานคือกลุ่มเสี่ยงสูงสุดในกลุ่มผู้ใช้บิ๊กไบค์ เนื่องจากเป็นวัยที่มีกำลังทรัพย์พอซื้อหามาใช้งาน ส่วนมาตรการควบคุม กรมการขนส่งทางบก ได้ออกระเบียบกำหนดให้ผู้ที่ต้องการขับขี่บิ๊กไบค์ ต้องสอบใบอนุญาตขับขี่พิเศษที่มีเกณฑ์การอบรมทักษะและการสอบที่เข้มงวดกว่าการสอบใบขับขี่จักรยานยนต์ทั่วไป เป็นความพยายามในการสกัดกั้นปัญหาไม่ให้บานปลาย

สำหรับผู้สนใจรายงานสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนของประเทศไทย สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ หน่วยเฝ้าระวังและสะท้อนสถานการณ์ความปลอดภัยทางถนน มูลนิธิไทยโรดส์ http://trso.thairoads.org/ เลือกหมวด “คลังความรู้” ก็จะพบกับรายงานดังกล่าวและเอกสารอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แจกพิกัด! ‘ครัวนาเกลือ’เมืองพัทยา อาหารหลักร้อย รสชาติอร่อย วิวหลักล้าน

Posted on June 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661091

แจกพิกัด! 'ครัวนาเกลือ'เมืองพัทยา อาหารหลักร้อย รสชาติอร่อย วิวหลักล้าน

วันศุกร์ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 21.46 น.

ครัวนาเกลือ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ซึ่งถือว่าเป็นร้านอาหารที่มีวิวสวยมากสามารถมองปราสาทสัจธรรม แหล่งท่องเที่ยวที่สร้างด้วยไม้ทั้งหมดโดยมีรูปปั๊มต่างๆโดยก่อสร้างมาไม่ต่ำกว่า30 ปี ติดทะเล ลมทะเลพัดแบบสบายๆ เมื่อเปิดร้านอาหารครัวนาเกลือ ซึ่งนอกจากจะชมวิวหลักล้านแล้ว ยังมีอาหารอร่อยฝึมือเยี่ยมในราคาหลักร้อยบาท   

โดยเฉพาะกุ้งซอสมะขาม ห่อหมกทะเลลูกมะพร้ามอ่อน หมึกผัดไข่เค็ม อาหาร ซีฟู๊ด ข้าวอบสับปะรด นอกจากนี้ยังมี อาหารฮาลาล เช่น ซุปหางวัว หม้อไฟ ให้ได้รับประทานอีก ส่วนเมนูที่อยากแนะนำให้กินคือ ปลากะพงทอดกรอบราดซอสน้ำปลา โดยเมนูนี้จะจะแปลกกว่าที่อื่นคือเราจะแร่เป็นชิ้น  มันจะเข้ารสมากกว่าแล่แบบกางเหมือนร้านทั่วไป โดยจะยอมเสียเวลาแร่เป็นชิ้นๆแล้วทอด ปลากะพงก็จะเน้นปลาตามธรรมชาติและจะควบคุมปลาให้หนักประมาณ 1 กิโลกรัม เพื่อให้ได้มาตรฐาน พร้อมด้วยยำมะม่วงสด  

นาย เทพรักษ์ ภากุกา ผู้จัดการครัวนาเกลือ กล่าวว่า ในช่วงเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเริ่มดีขึ้นทาง ปราสาทสัจธรรม จึงได้ทำ ครัวนาเกลือ เพื่อให้ชาวบ้าน รวมถึง นักท่องเที่ยวได้ขิมอาหารที่ใหม่สด รสชาติดี พร้อมชมวิวหลักล้าน นอกจากนี้ยังมีเมนูพื้นๆแบบชาวบ้าน เช่น ผัดไทยโบราณห่อไทย อาหารทะลพื้นบ้าน  

สำหรับ ครัวนาเกลือ จะเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา  08.00-18.00 น  โดยสามารถติดต่อสอบถามผ่านทาง เพจ ปราสาทสัจธรรม หรือ โทร 0909854307

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สุดยื้อ! พิษโควิดห้างดังเชียงใหม่ ‘กาดสวนแก้ว’ ประกาศปิดบริการชั่วคราวตั้งแต่ 1 ก.ค. 65

Posted on June 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661056

สุดยื้อ! พิษโควิดห้างดังเชียงใหม่ 'กาดสวนแก้ว' ประกาศปิดบริการชั่วคราวตั้งแต่ 1 ก.ค. 65

วันศุกร์ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 19.32 น.

วันที่ 17 มิถุนายน 2565 มีการเผยแพร่ประกาศของ ศูนย์การค้ากาดสวนแก้ว เป็นการชั่วคราว โดยลงวันที่ 16 มิถุนายน 2565 ถึงผู้ประกอบการภายในศูนย์การค้า โดยมีข้อความดังนี้

นับตั้งแต่ปลายปี 2562 ที่เริ่มมีการระบาดของโควิด-19 และเพิ่มระดับความรุนแรงซึ่งถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาที่ส่งผลกระทบอย่างหนักทั้งต่อศูนย์การค้ากาดสวนแก้ว และผู้ประกอบการร้านค้าทุกท่านที่ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากไม่มีนักท่องเที่ยว ส่งผลให้ผู้ใช้บริการศูนย์การค้าลดลง ถึงแม้ศูนย์การค้าได้ช่วยแบ่งเบาภาระด้วยการลดค่าเช่า ค่าบริการ และผ่อนผันทุกวิธีทางเพื่อประคับประคองให้ผู้ประกอบการร้านค่าสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้และบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นลงบ้าง

ในส่วนของศูนย์การค้าเอง ก็ได้พยายามช่วยเหลือตัวเองด้วยการปรับลดค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ปรับลดช่วงเวลาเปิด-ปิดห้างเพื่อลดค่ากระแสไฟฟ้า ตัดลดค่าใช้จ่ายด้านเงินเดือนพนักงาน เป็นต้น ด้วยความเชื่อมั่นว่าเราจะสามารถผ่านพ้นวิกฤตการณ์นี้ไปได้ด้วยกันในเร็ววัน

แต่เนื่องจากปัญหารระบาดของโควิด-19 ยังคงยืดเยื้อต่อเนื่อง ทำให้รายได้ของศูนย์การค้าไม่เพียงพอที่จะชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ ทีเกิดขึ้น แม้จะได้ปรับลดอย่างถึงที่สุดแล้ว ประกอบกบในปัจจุบันทางภาครัฐไม่มีนโยบายผ่อนปรนหรือช่วยเหลืออีกต่อไป

ดังนั้น หากพิจารณาจากผลการดำเนินการในปัจจุบัน ทางบริษัทมีความจำเป็นต้องหยุดดำเนินการศูนย์การค้าเป็นการชั่วคราวเพื่อไม่ให้เกิดเหตุหยุดกิจการฉุกเฉินและส่งผลกระทบกับลูกค้ามากไปกว่านี้

ศูนย์การค้าจึงขอแจ้งว่าจะขอปิดศูนย์การค้าเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2565 เป็นต้นไป เพื่อรอให้สถานการณ์ต่างๆ คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น

ศูนย์การค้าขอขอบพระคุณผู้ประกอบการร้านค้าทุกท่านที่ได้ร่วมทำธุรกิจมาตั้งแต่ต้น และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความเข้าใจในเหตุผลและความจำเป็น อย่างไรก็ตามศูนย์การค้ายังหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์จะกลับมาดีขึ้นในระยะเวลาอันสั้น หากมีความคืบหน้าศูนย์การค้าจะแจ้งให้ผู้ประกอบการร้านค้าทุกท่านทราบต่อไป บริษัทจึงขออภัยมา ณ โอกาสนี้

สำหรับ ศูนย์การค้ากาดสวนแก้ว เป็นห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ก่อตั้งขึ้นเป็นแห่งแรกๆ ของเมืองเชียงใหม่ เปิดให้บริการมาอย่างยาวนาน และเพิ่งครบ 30 ปี เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘อาจารย์ฝั้น อาจาโร’ กับ ‘อาจารย์ลี ธัมมธโร’ พลังจิตแรง : จากพระธรรมเทศนา ‘หลวงตามหาบัว’

Posted on June 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661046

'อาจารย์ฝั้น อาจาโร' กับ 'อาจารย์ลี ธัมมธโร' พลังจิตแรง : จากพระธรรมเทศนา 'หลวงตามหาบัว'

วันศุกร์ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 19.04 น.

“ท่านอาจารย์ฝั้นกับอาจารย์ลี พลังจิตแรง” บางส่วนของพระธรรมเทศนาของหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน เมื่อวันที่ ๑๘ เดือนมีนาคม ปีพุทธศักราช ๒๕๕๑ เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี…นั่นละที่ได้พูดถึงเรื่องท่านอาจารย์ฝั้น พลังจิตของท่านแรงมากนะท่านอาจารย์ฝั้น ตอนสานขัดแตะอะไรๆ จะเผาศพท่าน ท่านเป็นหัวหน้าพระเณร-ประชาชนมาสานขัดแตะเต็มบริเวณวัด ก็มีผู้หญิงสองคนขี่จักรยานมา พระเณรท่านก็นั่งสานขัดแตะอยู่นั้นน่ะ ท่านอาจารย์ฝั้นเป็นหัวหน้า อยู่ๆ มันขี่จักรยานมา สะเปะสะปะมาใกล้ๆ พระนี่ จนกระทั่งท่านชะเง้อขึ้น เอ้ามันอย่างไรนี่ ท่านว่าอย่างนั้นนะ นี่ละจะได้เห็นฤทธิ์อำนาจจิตของท่าน

นี่มันอย่างไรกันไอ้เด็กสองคนนี่ มันมาสะเปะสะปะมาใกล้ๆ พระ ขี่จักรยานมาไม่ดูหน้าดูหลังอะไรเลย พอท่านชะเง้อคอขึ้น มันอย่างไรเด็กสองคนนี่น่ะ พอว่าอย่างนั้นท่านบอกว่า เอานี่ๆ จะเอาให้มันล้มให้ดู มันเก่งนัก ท่านว่าอย่างนั้นนะ พระเณรสานขัดแตะอยู่นี้ จะเอาให้มันล้มให้ดูมันเก่งนักเด็กสองคนนี่น่ะ พอว่าอย่างนั้นพวกสานขัดแตะก็หยุดมือหมดคอยจ้อคอยดูเด็กสองคน ท่านอาจารย์ฝั้นท่านก็นั่งดู จิตท่านเพ่งแล้วนะนั่น พอไปถึงได้จังหวะแล้วท่านก็เอาแหละ พอผ่านพับไปสักนิดหนึ่ง โครมครามจักรยานล้มทั้งสองคันเลย ล้มต่อหน้าพระขายขี้หน้า โอ๊ย คงจะอายมากที่สุดนั่นละมาล้มใส่สนามพระอยู่ที่นั่น

ท่านยังบอกด้วยนะว่าจะเอาให้มันล้มให้ดู ท่านว่าอย่างนี้นะ มันเก่งนักเด็กสองคนนี่น่ะท่านว่าอย่างนั้น พระเณรก็ได้ยินหมด มันสะเปะสะปะไปโครมครามล้มพร้อมกันทั้งสองคันเลย โอ๋ย มันคงจะอายจนกระทั่งป่านนี้ มันหายอายหรือมันข้ามแม่น้ำโขงไปแล้วไม่รู้นะเด็กสองคน เด็กกำลังรุ่น พวกพระเณรหัวเราะเสียด้วยนะ เพราะมันเป็นจังหวะที่ท่านบอกจะเอาให้มันล้มให้ดู ท่านว่าอย่างนี้ พระก็ได้ยินหมด พอว่าอย่างนั้นท่านก็หยุด พระเณรสานอะไรอยู่ก็นิ่งจ้อคอยดู ไปก็โครมครามฟาดเอาจักรยานล้มทั้งสองคันพร้อมๆ กัน

นี่พลังจิตของท่านเห็นไหมล่ะ ท่านบอกด้วยว่านี่จะเอาให้มันล้มให้ดูนะ มันเก่งนักเด็กสองคนนี่ ท่านว่าอย่างนั้น ไปก็โครมครามล้มลงไป ทีนี้พระเณรก็หัวเราะละซี เพราะมันจังหวะกันกับท่านพูดอย่างนี้แล้วก็รอดูเหตุการณ์ มันก็เป็นอย่างว่า ไปก็ไปล้มโครมคราม พอลุกขึ้นได้ก็เผ่นเลยเด็กสองคน นั่นน่ะ ท่านว่าบาปมีบุญมีมันมาประมาทได้เหรอ ท่านว่าอย่างนี้นะ พอล้มโครมครามลงไปเสร็จแล้วพระเณรก็หัวเราะกันลั่น นั่นน่ะบาปมีบุญมีมันมาประมาทได้เหรอ ท่านว่า คือท่านบอกก่อนว่านี่จะเอาให้มันล้มให้ดู ท่านว่าอย่างนี้นะ ท่านก็ดูอยู่

พระเณรก็วางหมด จ้อคอยดูผู้หญิงสองคน พอไปถึงนั้นก็โครมคราม จักรยานล้มทั้งสองคันพร้อมกันเลย พอล้มแล้วพระเณรก็หัวเราะลั่น นั่นเห็นไหมท่านว่าอย่างนั้นนะ บาปมีบุญมีมาประมาทได้เหรอ ท่านว่า ไปใหญ่เลยนะเด็กสองคน ขบขันดี นั่นพลังจิตของท่าน อำนาจจิตท่านเพ่ง บอกว่าจะเอาให้มันล้มให้ดู ท่านว่าอย่างนี้นะ จะเอาให้มันล้มให้ดู ท่านก็หยุด พวกพระเณรก็หยุด สานอะไรอยู่ก็หยุด จ้อคอยดูเด็กสองคน พอผ่านพระไปสักเดี๋ยวก็โครมครามล้มทั้งสองคันเลย ท่านว่านั่นน่ะเห็นไหมล่ะ บาปมีบุญมีมาประมาทได้เหรอ ท่านว่าอย่างนั้นนะ บาปมีบุญมี ก็เอาให้มันขายหน้าเท่านั้น บาปมีหรือไม่มี ขบขันดี

ท่านอาจารย์ฝั้นพลังจิตของท่านแรง เวลาท่านขึ้นเครื่องบินไปท่านเล่าให้ฟังเอง ตอนนั้นตอนเผาศพหลวงปู่มั่น เขาเอาเครื่องบินมาลงที่สนามบิน ว่าจ้าง ๒ นาทีต่อ ๔๐ บาทคนหนึ่งๆ เขาเก็บ ๔๐ บาทต่อ ๒ นาทีขึ้นลง ทีนี้เขาก็มานิมนต์ท่านให้ขึ้นเครื่องบิน อันนี้เขาไม่ได้ว่าจ้าง ตัวเขาเองเจ้าของเครื่องบินเขามานิมนต์ท่านขึ้นเครื่องบิน ท่านก็ขึ้น ท่านเล่าให้ฟังตอนนี้ละ ทีนี้เวลาขึ้นไม่ขึ้นธรรมดา ฟาดไปถึงนู้นร้อยเอ็ด-มหาสารคาม ไปที่ไหนตั้งนาน เงียบ จะถึงอุบลหรืออะไรก็ไม่ทราบละ ตั้งหน้าตั้งตาเขาพาท่านไปจริงๆ นะ

คืออันนี้ที่จ้างนี้ขึ้นสองนาทีขึ้นลงๆ ๒ นาที ๔๐ บาท แต่สำหรับท่านไปนี้เขาพาไปถึงร้อยเอ็ด-มหาสารคามที่ไหนนู้นนานถึงกลับมา ท่านก็ดูที่นั่นที่นี่ ท่านเล่านะท่านเล่าเอง ไปจังหวัดไหนเขาก็บอก นี่จังหวัดนั้นๆ ผ่านไปเลย ท่านก็ส่งจิตดูไป แต่ท่านไม่ส่งจิตเข้าในเครื่อง ฟังซิน่ะท่านพูด พอส่งจิตเข้าในเครื่องก็ให้เป็นจิตธรรมดา อย่าจ้อง ท่านว่า ถ้าจ้องแล้วพังทั้งเขาทั้งเรา คือเครื่องบินจะตกทั้งเขาทั้งเรา ท่านว่าอย่าจ้อง ให้ดู ส่งจิตไปธรรมดา ผ่านเครื่องก็ผ่านธรรมดา ไม่ให้จ้อง ถ้าจ้องแล้วเครื่องบินตก จะพังทั้งเขาทั้งเรา ท่านเล่าให้ฟัง ไปถึงนู้นร้อยเอ็ด-สารคาม ไกล นี่พลังจิตท่านอาจารย์ฝั้น ที่พลังจิตแรงๆ มีท่านอาจารย์ฝั้นกับท่านอาจารย์ลี วัดอโศการาม พลังจิตแรง

…………………………………………

บางส่วนของพระธรรมเทศนาของหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน เมื่อวันที่ ๑๘ เดือนมีนาคม ปีพุทธศักราช ๒๕๕๑ เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี (ขอบคุณลานธรรมจักร) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘บุญหลวง’ผีตาโขนปีนี้คึกคัก! นักท่องเที่ยวแห่จองห้องพักล้น ด่านซ้ายเป็นเจ้าบ้านที่ดีต้อนรับ

Posted on June 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661033

'บุญหลวง'ผีตาโขนปีนี้คึกคัก! นักท่องเที่ยวแห่จองห้องพักล้น ด่านซ้ายเป็นเจ้าบ้านที่ดีต้อนรับ

วันศุกร์ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 18.43 น.

นายจริยาทร สูหู่ ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานเลย กล่าวว่าการจัดงานประเพณีบุญหลวง การละเล่นผีตาโขนและการแสดงหน้ากากนานาชาติ ปี 2565 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-3 กรกฎาคม 2565 ณ วัดโพนชัยและบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอด่านซ้ายปีนี้ คึกคักแน่นอนเนื่องจากมีการว่างเว้นการจัดงานถึง 2 ปี จนทำให้ที่พักในเขตอำเภอด่านซ้ายขณะนี้เต็มหมดแล้ว จนทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วนจับจองที่พักในเขตของอำเภอภูเรือและอำเภอเชียงคาน สร้างรายได้ให้กับชุมชนและผู้ประกอบการในท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี ซึ่งคาดว่าปีนี้ จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเที่ยวไม่น้อยกว่า 700,000 คน ทำรายได้สู่ชุมชน ท้องถิ่นของจังหวัดเลยไม่น้อยกว่า 90 ล้านบาท 

นายจริยาทร กล่าวเสริมอีกว่า ปีนี้ทางสำนักเลย ได้รับความร่วมมือจาก ททท.สำนักงานโตเกียว และ ททท.สำนักงานคุนหมิง ได้ทำแผ่นโฆษณาเป็นภาษาญี่ปุ่นและภาษาจีน เผยแพร่ทางสื่อออนไลน์เพื่อสร้างการรับรู้ไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศอีกด้วย ด้านประชาสัมพันธ์ปีนี้ สำนักงานได้โหมประชาสัมพันธ์ทุกรูปแบบทั้งออนไลน์และออฟไลน์ และได้จัดทำคลิปชื่อว่า ฮิโนโฟน ผีตาโขนเมืองเลย ออกเผยแพร่เชิญชวนนักท่องเที่ยวอีกด้วย

นายจริยาทร กล่าวเชิญชวนในตอนท้ายว่า นอกจากการจัดงานใหญ่ในช่วงระหว่างวันที่ 1-3 กรกฎาคม 2565แล้ว ยังมีงานต่อเนื่องอีก 3 วัด ได้แก่ ระหว่างวันที่ 4-6 กรกฎาคม 2565 ณ วัดศรีภูมิบ้านนาหอ (งานบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน) วันที่ 7-9 กรกฎาคม 2565 ณ วัดศรีสะอาดบ้านหนามแท่ง (งานบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน) และวันที่ 9-10 กรกฎาคม 2565 ณ วัดโพธิ์ศรีบ้านนาเวียงใหญ่ (งานวันไหลผีตาโขน) ชาวด่านซ้ายมีความพร้อมที่จะเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการต้อนรับนักท่องเที่ยวเพื่อให้เกิดความประทับใจ มีความสุข สนุกสนานและปลอดภัยในการเดินทางมาเที่ยวชมงานปีนี้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ปลูกผักปลอดสารพิษ กู้วิกฤติคนเมือง’ เพิ่มคุณภาพชีวิต-สร้างรายได้ให้กับตนเอง

Posted on June 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661032

ปลูกผักปลอดสารพิษ กู้วิกฤติคนเมือง' เพิ่มคุณภาพชีวิต-สร้างรายได้ให้กับตนเอง

วันศุกร์ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 18.41 น.

“วิกฤติ” นำมาสู่โอกาส เป็นอีกวิธีคิดสำคัญที่ทำให้คนเมืองหลวงเอาตัวรอดได้ ท่ามกลางมรสุมต่างๆ ที่ผ่านเข้ามา ซึ่งโอกาสหนึ่งที่สำคัญคือ การให้พื้นที่ (space) อยู่อาศัยในเมืองหลวง มาปลูกผักปลอดสารพิษ เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับตนเอง และสร้างรายได้ตามมา 

ทพญ.จันทนา อึ้งชูศักดิ์ ประธานกรรมการกำกับทิศทางแผนอาหารเพื่อสุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เคยกล่าวไว้ว่า สสส. มีเป้าหมายในการส่งเสริมให้คนไทยได้กินผักผลไม้อย่างน้อยวันละ 400 กรัม ตามที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ให้ข้อแนะนำ เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพดี รวมทั้งแนะนำให้ปรับการกินอาหารทุกมื้อต้องมีผักและผลไม้เป็นส่วนประกอบ ซึ่งสวนผักคนเมืองเป็นภาคีที่ช่วยสนับสนุนให้เป้าหมายนี้บรรลุวัตถุประสงค์ โดยไม่เพียงรณรงค์เรื่องการบริโภคเท่านั้น แต่ยังรณรงค์ไปถึงเรื่องการปลูก และอาหารปลอดภัยด้วย

“วิกฤติการแพร่ระบาดของโควิด-19 นั้นเป็นเหมือนโอกาสภายใต้วิกฤต การขนส่งอาหารเป็นไปด้วยความไม่สะดวก ทำให้คนในเมืองเข้าไม่ถึงอาหาร สวนผักคนเมืองได้ใช้จังหวะนี้ในการเข้ามาเติมเต็มสังคม โดยรณรงค์ให้คนปลูกผักในบ้าน ทำให้เกิดการตื่นตัวเรื่องการบริโภคผักเพิ่มขึ้น ซึ่งนอกจากจะเป็นการเพิ่มแหล่งอาหารแล้ว ยังเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์” ทพญ.จันทนา เล่าให้ฟังผ่านเว็บไซต์ Thaihealth.or.th โดยผ่านงานเขียนของ “ปัญจวรา บุญสร้างสม โดยอ้างอิงข้อมูลบางส่วนจาก เทศกาลสวนผักคนเมือง ครั้งที่ 6 : เมือง Move on ไม่ทิ้งความมั่นคงทางอาหารไว้ข้างหลัง และ เอกสารชุดความรู้สนับสนุนสู่การสร้างพื้นที่อาหาร “แปลง ปลูก ปัน”

องค์การสหประชาชาติ (UN) ยังได้ประกาศให้เป็นปี 2564 เป็นปีแห่งการรณรงค์บริโภคผักและผลไม้ ส่วนในปีนี้ ทาง สสส.ได้ขับเคลื่อนให้คนเมืองเห็นความสำคัญของการปลูกผักปลอดสารพิษ เพื่อกู้วิกฤตคนเมือง ที่จะต้องเจอกับมรสุมเข้ามา อาทิ ปัญหาเงินเฟ้อ ราคาสินค้าขยับตัวแพงขึ้น จนส่งผลให้ค่าครองชีพแต่ละวันเพิ่มสูงขึ้นตามมา และ ผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ซึ่งถึงแม้จะคลี่คลายในระดับหนึ่ง แต่ผลกระทบของกลุ่มธุรกิจและร้านค้าที่ทยอยปิดตัวในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ทำให้คนเมืองต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างยากลำบากมากขึ้น รวมไปถึงผลกระทบของการสู้รบระหว่างยูเครนและรัสเซีย ที่ทำให้ราคาน้ำมันในไทยปรับตัวขึ้นตามด้วย 

เพราะฉะนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่า การเห็นความสำคัญของการปลูกผักปลอดสารพิษในพื้นที่ของคนเมืองนั้น เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ลดวิกฤตเศรษฐกิจของคนเมืองให้คลี่คลายได้ โดยไม่เร่งรัดตัวเอง หรือ บีบคั้นคนเมืองให้อัตคัตมากจนเกินไป ท่ามกลางปัจจัยภายนอกที่เข้ามากระทบในแต่ละช่วงเวลา เพราะอย่างน้อยหากเลือกผักสวนครัวปลูกในพื้นที่คอนโดมิเนียม หรือ พื้นที่บ้านพักของตนเอง ก็จะลดค่าใช้จ่ายลงไปได้อย่างน่าอัศจรรย์ 

ส่วนในปี 2565 สสส. จัดเทศกาลสวนผักคนเมือง ครั้งที่ 7 ตอน “เมือง-ฟาร์ม-สัมพันธ์” ชูเกษตรในเมืองพื้นที่แห่งความเกื้อกูลกัน โดยจับมือเกษตรกรในเมือง ต่อยอด “ระบบตลาดชุมชน” และขยายผลนวัตกรรมต้นแบบแบ่งปันอาหาร เมื่อวันที่ 28-29 พฤษภาคม 2565 ที่มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) ต.ไทรม้า อ.เมือง จ.นนทบุรี เพื่อเปิดพื้นที่สื่อสารถึง ‘ความสัมพันธ์’ ระหว่างพื้นที่เกษตรในเมืองกับคนเมืองทุกกลุ่มที่มีความหลากหลาย

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการ สสส. และรักษาการผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กล่าวว่า การขับเคลื่อนสังคมสุขภาวะ ด้วยการส่งเสริมให้เกิดความมั่นคงทางอาหาร และสนับสนุนวิถีการผลิตเพื่อการพึ่งพาตนเองด้านอาหารได้ทั้งในระดับครัวเรือนและชุมชน ด้วยการทำเกษตรในเมือง เพื่อสร้างพื้นที่อาหารของเมือง ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะประชาชนในกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ที่ชีวิตถูกลดทอนคุณภาพลง ทั้งนี้การปรับตัวสู่ชีวิตวิถีใหม่ด้วยการทำเกษตรในเมืองและสร้างพื้นที่อาหารของเมือง จะเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาประเทศ ทำให้ประชาชนมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพื้นที่อาหารของเมืองกระทั่งกลายเป็นวิถีชีวิต และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนทุกกลุ่มไปพร้อมกัน

การปลูกผักในเมือง ดูเหมือนจะเป็นเรื่องของผู้ที่ชื่นชอบเฉพาะบุคคล แต่เมื่อปัญหาต่างๆเข้ามา การปลูกผักในเมือง กลายเป็นพื้นที่ (space) สำหรับคนเมืองที่จะเป็น “โอกาส” ในการมีชีวิตอยู่ในเมืองหลวงอย่างมีคุณภาพ บางรายถึงกับสามารถปลดหนี้ได้จากการให้โอกาสตนเองปลูกผักในเมืองหลวง และ ขยายสู่ฟาร์มกลางเมือง รวมถึงการเพิ่มโอกาสให้ผู้อื่นด้วยการเปิดสอนคอร์สออนไลน์ปลูกผักในเมือง เรียกว่าเป็นองคาพยพที่น่าจับตามองเพราะคนเมืองหลวงนั้น นับเป็นจุดแรกของแรงกระเพื่อมในทุกๆมิติของสังคมไทย 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ตลาดนัดบ้านลานเสียงธรรม’ พื้นที่แห่งโอกาสของสินค้าชุมชน

Posted on June 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661030

'ตลาดนัดบ้านลานเสียงธรรม' พื้นที่แห่งโอกาสของสินค้าชุมชน

วันศุกร์ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 18.33 น.

สินค้าของชาวลาวเวียงเนินขาม ชุมชนบ้านหนองระกำ ตำบลเนินขาม อำเภอเนินขาม จังหวัดชัยนาท ถูกพัฒนาโดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ประกอบกับการได้รับคำแนะนำโดยสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม ซึ่งไม่เพียงแต่ให้คำแนะนำเท่านั้น ยังหาตลาดในการจำหน่ายสินค้าให้กับชาวลาวเวียงเนินขาม เพราะในช่วงวิกฤตโควิด-19 นั้น ทำให้พื้นที่ท่องเที่ยวหลายแห่งต้องปิดพื้นที่การเข้าเยี่ยมชม ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ขาดรายได้ เพราะฉะนั้น เมื่อสถานการณ์คลี่คลายในระดับหนึ่ง จึงจำเป็นที่คนในพื้นที่ท่องเที่ยวต้องนำสินค้าออกมาสู่ตลาดในเมืองหลวง 

“ตลาดนัดบ้านเสียงธรรม” เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่เปิดโอกาสให้ชาวลาวเวียงบ้านเนินขามนำสินค้ามาสู่คนเมืองหลวงในราคาย่อมเยาว์ เช่น ตะกร้าสานมือ ซึ่งเป็นสินค้าแฟชั่นในสไตล์งานพื้นเมืองที่ถูกพัฒนาสินค้าโดยเจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมจังหวัดชัยนาท จนนำมาสู่หน้าตาสินค้าที่หน้าซื้อในสนนราคาไม่ถึง 1,000 บาท ซึ่งหากเทียบกับสินค้าแบบเดียวกันที่วางขายในพื้นที่อื่นๆ จะมีราคาหลายพันบาท 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ฐิตาภา บำรุงศิลป์ ประธานหลักสูตรอุตสาหกรรมท่องเที่ยว คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม กล่าวว่า ทางคณาอาจารย์ของมหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษมได้มีการให้คำแนะนำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการทำแบรนด์สินค้า การทำคิวอาร์โค้ด ภายใต้ชื่อ “กลุ่มวิสาหกิจหัตถกรรมศิลป์ถิ่นเจ้าพระยา” ต.สรรพยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท เพื่อยกระดับสินค้าให้กว้างขึ้นไปสู่ชาวต่างชาติได้  รวมไปถึงการหาตลาดเพื่อแก้ปัญหาในช่วงที่ได้รับผลกระทบวิกฤตโควิด-19 

รวมทั้ง “ตลาดนัดบ้านลานเสียงธรรม” ยังเปิดพื้นที่ให้กับชาวชุมชนลาดพร้าว นำสินค้าประเภทของใช้ ของตกแต่ง และ ของที่ระลึก ซึ่งเป็นงานฝีมือของคนพิการของ “ศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการ” มาจำหน่าย เพื่อนำรายได้ส่วนหนึ่งช่วยเหลือคนพิการ

ส่วน “ตลาดนัดบ้านลานเสียงธรรม” จัดขึ้นในวันเดียวกับที่มีกิจกรรมของบ้านลานเสียงธรรม สำหรับผู้ที่สนใจแวะชม “ตลาดนัดบ้านลานเสียงธรรม” สามารถติดตามรายละเอียดได้ทางเฟสบุ๊ค พ.อ.สมศักดิ์ บำรุงศิลป์ และ เฟสบุ๊คกลุ่ม บ้านลานเสียงธรรม 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มใหญ่อ่างทองเปิดประสบการณ์เลี้ยงควายขายสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวมาร่วม 30 ปี

Posted on June 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/660967

หนุ่มใหญ่อ่างทองเปิดประสบการณ์เลี้ยงควายขายสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวมาร่วม 30 ปี

วันศุกร์ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 16.34 น.

หนุ่มใหญ่ชาวอ่างทองเลี้ยงวัวควายขายสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวมานานร่วม 30 ปี เผยเป็นอาชีพที่ต้องใช้ประสบการณ์ในการเรียนรู้ ซื้อเข้ามาดูแลเลี้ยงให้อ้วนก่อนขายออกไปและสร้างกำไรจากการประเมินราคาน้ำหนักต้องให้แม่นยำและใกล้เคียงความจริงที่สุด 

ที่บริเวณบ้านควาย ค.ควายเลี้ยงฅน เลขที่ 105/4 หมู่ 7 ตำบลจำปาหล่อ อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง นายณรงค์ เกศางาม อายุ 52 ปีที่ประกอบอาชีพเลี้ยงวัวและควายขายสร้างรายได้มานานร่วม 30 ปีได้เล่าประสบการณ์การเลี้ยงวัวควายให้ฟังว่า ตนเป็นคนที่ชอบเลี้ยงวัวเลี้ยงควายมาตั้งแต่เล็ก หลังออกจากโรงเรียนก็เลี้ยงควายมาตลอดโดยเริ่มซื้อควายมาเลี้ยงขาย พอโตขึ้นมาหน่อยตนก็กลายมาเป็นพ่อค้าที่รับซื้อวัวควายขายจนกลายมาเป็นอาชีพหลัก โดยซื้อมาก่อนแล้วเลี้ยงไปขายไปพอได้กำไรก็ซื้อเข้ามาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นพ่อค้าในที่สุด

ในช่วงที่ยังไม่มีการแพร่ระบาดของโควิด พ่อค้าจีนและเวียดนาม เดินทางเข้ามาทำให้การซื้อขายวัวควายในตลาดดีมาก ทำกำไรได้เดือนละเป็นแสนบาท ส่วนช่วงนี้ก็ยังพอซื้อขายได้และเริ่มคล่องตัว ซึ่งอาชีพเลี้ยงวัวควายขายของตนเป็นการสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวอย่างงาม แต่จะต้องมีทักษะความรู้ มีประสบการณ์ในการประเมินราคา และการประเมินน้ำหนักวัวควายต้องอ่านให้ขาดว่าน้ำหนักวัวควายแต่ละตัวนั้นหนักเท่าไร ซึ่งจะต้องประเมินให้ได้ใกล้เคียงที่สุดและให้พลาดน้อยที่สุด ซึ่งถ้าประเมินได้ใกล้เคียงที่สุดก็จะทำให้มีกำไรในการซื้อขาย

“วัวควายที่เลี้ยงเป็นการซื้อขาย ซื้อมาเลี้ยงเพื่อขายเท่านั้น ผมไม่ได้เพราะพ่อพันธุ์แม่พันธุ์มาเลี้ยง ซึ่งต้องใช้ประสบการณ์ล้วนๆ โดยที่ใช้สายตาอ่านได้ว่าจะซื้ออย่างไรแล้วนำมาขายอย่างไร มองปุ๊บต้องรู้เลยว่าเป็นวัวควายชนิดไหน สำหรับความรู้และประสบการณ์ที่ผมได้มาร่วม 30 ปีมาจากการเดินตามผู้ที่ซื้อขายวัวควายไปตามตลาดนัดวัวควายมาก่อนจนกระทั้งถึงในตอนนี้เห็นควายก็รู้เลยว่าจะซื้ออย่างไรให้มีกำไร โดยเมื่อซื้อมาแล้วก็นำไปเลี้ยงไว้กลางทุ่งนาให้กินหญ้าเล่นโคลนจนตัวอ้วนมีน้ำหนัก ควายสวยก็นำมาเข้าคอกด้านในบ้านเตรียมขาย ซึ่งตอนนี้ผมมีควายหมุนเวียนอยู่ประมาณ 60 ตัว นอกจากควายแล้วมีวัวอยู่อีก 1 ฝูงกว่า 20 ตัว ที่ทำการซื้อขายสร้างรายได้ ซึ่งหากใครสนใจสอบถามผมได้ที่เบอร์ 087-1172217” นายณรงค์ บ้านควาย ค.ควายเลี้ยงฅน กล่าว – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,975,923 hits

Join 4,110 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

รบ.เดินหน้าคุ้มครองผู้บริโภค CIB-อย.-ปศุสัตว์ ผนึกกำลังทลายโรงงานลูกชิ้นเถื่อนยี่ห้อดัง
สกู๊ปพิเศษ : สกสว.นำบอร์ดติดตามประเมินผลมข. มุ่งยกระดับงานวิจัยและขายได้จริง
ชิปเมดอินไทยแลนด์! นายกฯ เซ็นตั้งบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ
สหราชอาณาจักร-ญี่ปุ่น บรรลุข้อตกลงการลงทุนมูลค่า 1.8 หมื่นล้านปอนด์
รื้อแล้วชื่อ "โดนัลด์ ทรัมป์" จาก "เคนเนดี เซ็นเตอร์" ชี้เปลี่ยนชื่อโดยไม่ผ่านสภาคองเกรส
กทม.สั่งคุ้มเข้มทุกจุด ศึกชิงผู้ว่าฯ ย้ำทุกหน่วยเป็นกลาง ต้องโปร่งใสตรวจสอบได้
ทรัมป์เผย สหรัฐฯ โจมตีทางอากาศสังหารผู้นำแก๊งอาชญากรรมเวเนซุเอลา
วุฒิสภาไฟเขียว แต่งตั้ง 9 ตุลาการศาลปกครองสูงสุด
หนุ่มเม็กซิโกขอโทษ ทำ"ตาตี่" เหยียดเชื้อชาติอินฟลูฯ สาวเกาหลีใต้ในฟุตบอลโลก
เปิดตัว ‘Modern Thai Wisdom’ ปั้นคนรุ่นใหม่สู่ตลาดสร้างสรรค์โลก

Recent Posts

  • อังกฤษเตรียมแบนโซเชียลมีเดียเด็กต่ำกว่า 16 ปี สั่งคุมเข้มเกม-ไลฟ์สตรีม บังคับใช้ปี 2027
  • จีนส่งคอมมานโดบุกทลาย “โบสถ์ใต้ดิน” กลางพิธีวันอาทิตย์ รวบตัว 2 ผู้นำศาสนา กักตัวเด็ก-คนชรา
  • ศาลนอร์เวย์ตัดสินจำคุก 4 ปี “ลูกเลี้ยงมกุฎราชกุมาร” ข้อหาข่มขืน-ทำร้ายร่างกายแฟนเก่า
  • ประท้วงต้าน G7 ในเจนีวาบานปลาย เผารถเทสลา-ทุบอาคารหน่วยงานยูเอ็น
  • แฟนบอลญี่ปุ่นโชว์สปิริตเก็บขยะเกลี้ยง หลังจบแมตช์เสมอเนเธอร์แลนด์ ศึกฟุตบอลโลก 2026

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d