Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

พ่อแม่เตรียมตัวอย่างไร เมื่อลูกต้องกลับสู่โรงเรียน

Posted on June 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/659660

วันอาทิตย์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

กว่า 2 ปี กับสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางไม่ว่าจะเป็นสุขภาพ เศรษฐกิจ รวมถึง“การศึกษา” เนื่องจากต้องปรับเปลี่ยนการเรียนการสอนไปเป็นระบบออนไลน์ ที่พบปัญหาความเหลื่อมล้ำโดยครัวเรือนที่ฐานะไม่ดีนักหรืออยู่ในพื้นที่ห่างไกลเข้าไม่ถึงเครื่องมือ เช่น มือถือสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ แท็บเลต ตลอดจนสัญญาณอินเตอร์เนตความเร็วสูง ขณะเดียวกัน การเรียนออนไลน์อย่างไรเสียก็ไม่สามารถทดแทนประสบการณ์ของการไปเรียนที่โรงเรียน ที่มีบรรยากาศของการทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันระหว่างครูและเพื่อนนักเรียน

แต่ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนได้กลับมาเปิดสอนอีกครั้ง ด้วยสถานการณ์โรคระบาดที่เริ่มคลี่คลาย โควิด-19 เตรียมกลายเป็นเพียงโรคประจำถิ่น จึงต้องมีการช่วยให้เด็กๆ ได้ปรับตัวหลังจากที่อยู่แต่บ้านกันมานานโดยเมื่อเร็วๆ นี้ เฟซบุ๊คแฟนเพจ “Net PAMA: เน็ตป๊าม้า”ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดบรรยาย (ออนไลน์) หัวข้อ “ดูแลใจลูก เมื่อต้องเรียน onsite” โดยมี พญ.วิมลรัตน์ วันเพ็ญ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพจิตที่ 13 มาเป็นผู้ให้ความรู้พ่อแม่ผู้ปกครอง

พญ.วิมลรัตน์ กล่าวว่า ผู้ปกครองจะต้องรู้นิสัยของเด็กก่อน พอเปิดเรียนจะมีทั้งเด็กที่อยากไปเรียนและไม่อยากไปเรียน และจะต้องดูพื้นฐานอารมณ์ของเด็กว่าเป็นอย่างไร ซึ่งเด็กแต่ละคนมีนิสัยที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งเด็กบางคนมีนิสัยที่ไม่เหมือนพ่อแม่ แต่เหมือนญาติพี่น้อง และเด็กบางคนมีนิสัยที่ปรับตัวง่าย ซึ่งกลุ่มนี้ไม่ค่อยมีปัญหา แต่กลุ่มที่มีปัญหาเมื่ออยู่นอกบ้านคือ “เด็กที่ปรับตัวช้า” ซึ่งเป็นเด็กที่ปรับตัวได้แต่จะต้องใช้เวลา

“พื้นฐานของเด็กกลุ่มนี้เป็นเด็กที่ชอบกังวล จึงทำให้เวลาเด็กอยู่บ้านแล้วสบายใจ นอกจากนี้จะต้องแยกเด็กเล็กกับเด็กโตด้วย เพราะว่าถ้าเด็กไม่เคยไปโรงเรียน เช่น เด็กเพิ่งเข้าอนุบาลครั้งแรก หรือเปิดเรียนแล้วเรียนออนไลน์เลย ซึ่งกลุ่มนี้จะต้องให้เวลาปรับตัว แต่สำหรับอีกกลุ่มที่เป็นเด็กโตแต่ปรับตัวยาก นอกจากที่ผู้ปกครองมีความกังวลแล้วจะมีเกิดอารมณ์หงุดหงิดด้วย จึงทำให้ผู้ปกครองควรใช้ความอดทนเพิ่มขึ้นด้วย” พญ.วิมลรัตน์ ระบุ

สำหรับวิธีแก้ปัญหาของเด็กที่กังวลกับการไปโรงเรียน มีดังนี้ 1.อย่าขู่เด็กซ้ำ ซึ่งพื้นฐานของเด็กกลุ่มนี้คือความกังวลไม่ใช่ความขี้เกียจ 2.ไม่โกหก ถ้าหากเด็กเจอความจริงที่ไม่ตรงกับที่ผู้ปกครองบอก ยิ่งทำให้เด็กเพิ่มความกังวลมากขึ้น และ 3.อย่าติดสินบน การพูดความจริงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด บอกให้เด็กรับรู้ว่าไปโรงเรียนจะพบเจอสิ่งใดบ้าง ผู้ปกครองต้องรับฟังเด็กก่อนว่ากังวลสิ่งใด และผู้ปกครองจะต้องไม่หงุดหงิดกับเด็ก

นอกจากนั้น “ผู้ปกครองควรลดความกังวล (ไม่ว่าตัวผู้ปกครองเองหรือบุตรหลาน)” เพราะว่าการที่ผู้ปกครองแอบไปส่องเด็กในโรงเรียนแล้วเด็กเห็นผู้ปกครอง จะทำให้เด็กปรับตัวยากขึ้นมากว่าปล่อยให้เด็กอยู่ที่โรงเรียน การที่ผู้ปกครองแอบไปดูเด็ก จะทำให้เด็กที่กำลังฝึกปรับตัวขาดสมาธิ และการที่ผู้ปกครองลดความกังวลของตนเองลง จะทำให้เด็กรับรู้ได้ว่าการไปโรงเรียนเป็นสิ่งที่ปลอดภัย และทำให้เด็กไปโรงเรียนอย่างสบายใจขึ้น

ขณะที่หลังเวลาเลิกเรียน ผู้ปกครองควรพูดคุยกับเด็ก เช่น เรื่องจิปาถะ โดยใช้คำถามที่ลงท้ายว่า “เป็นอย่างไรบ้าง”เพื่อให้เด็กได้เล่าโดยที่ไม่ต้องกังวล แต่เมื่อเด็กเจอกับปัญหาที่โรงเรียนเด็กแล้วผู้ปกครองรับฟัง เด็กจะสามารถผ่านพ้นกับปัญหาไปได้ ถ้าปัญหาที่ทำให้เด็กไม่อยากไปโรงเรียนโดยเกิดจากโดนกลั่นแกล้ง ผู้ปกครองจะต้องหาสาเหตุและหาวิธีเพื่อแก้ปัญหา แต่ถ้าเป็นปัญหาการปรับตัวของเด็ก จะต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวต่อไป

“การคุยกับลูกหลังเลิกเรียนไม่จำเป็นต้องพูดคุยทุกวันแต่ให้มีช่วงเวลาที่ผู้ปกครองพร้อมและไม่จำเป็นต้องใช้เวลาเยอะ แต่จะเป็นเวลาที่มีคุณภาพ ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ปกครองจะรู้นิสัยของเด็ก แต่สิ่งที่สำคัญคือเวลาพูดคุยเสร็จ ให้คุยด้วยความพร้อมของผู้ปกครอง พอพูดคุยแล้วมีปัญหาผู้ปกครองจะต้องพร้อมที่จะอดทน เพราะเป็นการสร้างความรู้สึกปลอดภัยให้กับเด็ก แล้วเด็กจะมองว่าผู้ปกครองมีความเข้าใจในตัวเขา” พญ.วิมลรัตน์ กล่าว

พญ.วิมลรัตน์ยังกล่าวถึงประเด็น “เด็กถูกกลั่นแกล้งรังแก” ไว้ด้วยว่า โดยมีวิธีที่ดีที่สุด คือ “การอยู่เฉยๆ” เพราะความเมินเฉยจะทำให้ผู้กลั่นแกล้งเกิดความเบื่อหน่าย แต่ถ้าเด็กอยากพูดคุยกับอีกฝ่ายก็แนะนำว่าอย่าด่าทอกันซึ่งหน้าที่หลักของผู้ปกครองคือประคองให้เด็กผ่านพ้นช่วงเวลาถึงวัยรุ่นตอนต้นไปให้ได้ เพราะเด็กช่วงนี้จะสนใจเรื่องของการเรียนมากกว่ากลั่นแกล้งกัน เมื่อลูกถูกกลั่นแกล้งผู้ปกครองต้องใจเย็น โดยเด็กส่วนใหญ่จะปรับตัวได้เพราะมีเพื่อนกลุ่มเล็กๆ เป็นของตัวเอง

แต่ถ้าหากเด็กไม่สามารถเข้าสังคมในโรงเรียนได้จริงๆ สามารถปรึกษาจิตแพทย์และครูก่อนได้ ซึ่งบางทีเด็กที่ปรับตัวเข้าสังคมไม่ค่อยได้ก็ยังไปโรงเรียน แต่เด็กบางคนกีดกันทุกอย่างเพื่อไม่ไปโรงเรียน จึงจำเป็นต้องพบจิตแพทย์เพื่อรักษา ซึ่งผู้ปกครองสามารถสังเกตพฤติกรรมของเด็กได้เช่น แยกตัวออกห่าง โศกเศร้า หรือพฤติกรรมที่ส่งผลต่อชีวิตประจำวันของเด็ก แต่สุดท้ายเด็กทุกคนจะปรับตัวกับการไปโรงเรียนได้

ถ้าเป็นไปได้ช่วงแรกที่เด็กไปโรงเรียน ผู้ปกครองไม่ควรให้เด็กเผชิญปัญหาครั้งหนึ่งเป็นเวลานานจนเกินไป ต้องค่อยๆ ปรับตัวและเปลี่ยนวิถีชีวิต!!!

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘หวานน้อยสั่งได้’ทำให้ชิน ปรับพฤติกรรมลดเสี่ยง‘NCDs’

Posted on June 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/659666

สกู๊ปแนวหน้า : ‘หวานน้อยสั่งได้’ทำให้ชิน  ปรับพฤติกรรมลดเสี่ยง‘NCDs’

วันอาทิตย์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เคยแถลงยอดผู้ป่วย “เบาหวาน” เนื่องในโอกาสวันเบาหวานโลก ประจำปี 2564 ที่ผ่านมา ว่าประเทศไทยพบอุบัติการณ์โรคเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นประมาณ 3 แสนคนต่อปี และมีผู้ป่วยโรคเบาหวานอยู่ในระบบทะเบียนของกระทรวงสาธารณสุข 3.2 ล้านคน โดย สหพันธ์โรคเบาหวานนานาชาติ (International DiabetesFederation, IDF) กำหนดให้วันที่ 14 พฤศจิกายน ของทุกปี เป็นวันเบาหวานโลก (World Diabetes Day) มาตั้งแต่ปี 2534

ทั้งนี้ เบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่เกิดจากความผิดปกติของร่างกายที่มีการผลิตฮอร์โมนอินซูลินไม่เพียงพอหรือร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งการเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูงเป็นระยะเวลานาน ส่งผลให้อวัยวะเสื่อมสมรรถภาพ และทำงานล้มเหลว เป็นเหตุให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่ตา ไต หลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมอง รวมถึงเป็นแผลง่ายหายยาก ชาปลายมือปลายเท้า

สำหรับการป้องกันโรคเบาหวานควรปฏิบัติดังนี้ 1.เลือกรับประทานอาหารให้หลากหลาย เน้นผักผลไม้ และธัญพืชต่างๆ ลดอาหารประเภทหวาน มัน เค็ม 2.ควรออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ อย่างน้อย30 นาที สัปดาห์ละ 3-5 ครั้ง 3.ทำจิตใจให้แจ่มใส นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน 4.ไม่สูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และ 5.ตรวจสุขภาพประจำปี หากอายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป ควรตรวจสุขภาพทุกปี

ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ยังระบุ“ค่าใช้จ่ายในการรักษาเบาหวานของประเทศไทย เฉลี่ยสูงถึง 47,596 ล้านบาทต่อปี และหากรวมโรคอื่นๆ ในกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) อาทิ โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง ทำให้ภาครัฐสูญเสียงบประมาณในการรักษารวมกันสูงถึง 302,367 ล้านบาทต่อปี อีกทั้งเบาหวานยังก่อให้เกิดโรคข้างต้นตามมาด้วย” ซึ่ง “การบริโภคความหวานมากเกินไป” เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่กระตุ้นให้ป่วยด้วยกลุ่มโรค NCDs

องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกคำแนะนำว่า “มนุษย์ไม่ควรบริโภคน้ำตาลเกิน 25 กรัม หรือ 4-6 ช้อนชาต่อวัน” แต่น่าตกใจว่า“คนไทยบริโภคน้ำตาลถึง 21 ช้อนชาต่อวัน”ในจำนวนนี้อยู่ใน “เครื่องดื่ม” เสียครึ่งหนึ่ง ซึ่ง ทพญ.ปิยะดา ประเสริฐสม ผู้จัดการเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) กล่าวกับสื่อเมื่อเร็วๆ นี้ว่า เครื่องดื่มเย็นโดยเฉพาะ “กาแฟเย็น” เป็นที่นิยมตั้งแต่นักศึกษาไปจนถึงวัยทำงาน

“จริงๆ แล้วคนไทยไม่ได้ติดกาแฟ แต่คนไทยติดความหวานในกาแฟ ทั้งนี้ กลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งต่อไปจะเป็นคนที่อยู่ในวัยทำงานเป็นที่พึ่งของประเทศ ถ้าปล่อยให้การปล่อยบริโภคแบบนี้จะเป็นสังคมที่อุดมน้ำตาล สังคมไทยจะเป็นสังคมเอ็นซีดีจากภาพเหล่านี้จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน มีแคมเปญรณรงค์ให้มีร้านกาแฟอ่อนหวาน ทำกิจกรรมรณรงค์ขอความร่วมมือจากร้านกาแฟทั้งหลาย ทำให้มีสูตรของกาแฟที่ลดปริมาณน้ำตาลลง” ทพญ.ปิยะดา ระบุ

ที่มาที่ไปของการดำเนินโครงการ มาจากการสำรวจย่านเศรษฐกิจในกรุงเทพฯ พบว่า ร้านขายเครื่องดื่มในย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ถนนราชวิถี พบน้ำตาลในเครื่องดื่ม 1 แก้วมากกว่า 10 ช้อนชาไปถึง 20 ช้อนชา ขณะที่ร้านในย่านสีลมจะใส่น้ำตาลน้อยกว่านั้น ซึ่งเหตุผลอาจเป็นไปได้ว่า ย่านสีลมเป็นย่านของชาวออฟฟิศที่ค่อนข้างจะใส่ใจดูแลสุขภาพ มากกว่าย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิที่เป็นแหล่งรวมของผู้คนทุกระดับ

จากการทำงานของเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน จนถึงปัจจุบันครบ 1 ทศวรรษ หรือ 10 ปีพอดี มีความก้าวหน้าไปตามลำดับ อาทิ ศูนย์เด็กเล็กอ่อนหวาน โครงการโรงเรียนปลอดน้ำอัดลมเป็นต้น จนเป็นแรงกระเพื่อมให้มีภาษีความหวานขึ้นเพื่อกระตุ้นเตือนคนไทยลดบริโภคลดหวาน รวมถึงการสั่งซื้อเครื่องดื่มผ่านแพลตฟอร์ม ที่มีไรเดอร์เป็นคนนำส่ง ทางเครือข่ายได้ทำงานกับแพลตฟอร์มให้มีตัวเลือกในเมนูให้เลือกหวานมากหวานน้อยด้วย

“ก้าวต่อไปในปีที่ 11 ของเครือข่าย ยังทำงานรณรงค์สร้างกระแสให้ผู้บริโภคสั่งเครื่องดื่มหวานน้อย ภายใต้สโลแกนที่ว่า หวานน้อยสั่งได้อย่างน้อยลดความหวานลง 25% และ 50% ของความหวานปกติ ทั้งนี้การแบ่งความหวาน 25% และ 50%เกิดจากประสบการณ์ของเครือข่าย โดยหมอทำงานลดน้ำหนักให้คนไข้ที่ต้องการลดน้ำหนัก แต่ติดกาแฟให้ทดลองดื่มเครื่องดื่มจนปริมาณลดความหวานลงได้ เนื่องจากในผู้ใหญ่ลิ้นรับรสชาติความหวานมานาน ถ้าให้เลิกกินหวาน โดยทันทีจะทำได้ยาก จึงต้องค่อยๆ ลดปริมาณความหวานลงในที่สุดจะลดการกินหวานได้

เชื่อได้ว่าเมื่อผู้คนเกิดความตระหนักในการดื่มเครื่องดื่มรสหวานน้อยลง จะทำให้คนที่มีภาวะน้ำหนักตัวเกินมีน้ำหนักตัวลดลง สำหรับคนที่ยังติดหวานอยู่และลดไม่ได้ ควรสั่งแก้วเล็ก ขณะนี้มีหลายร้านค้ามีขนาดแก้วของเครื่องดื่มให้เลือก แม้ว่าร้านค้าจะมีแคมเปญซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง ก็ต้องตัดใจ เพราะส่วนที่แถมจะแถมโรคมาให้ด้วย” ทพญ.ปิยะดา กล่าว

อนึ่ง “ปัจจุบันมีการนำสารอื่นมาใช้ให้ความหวานทดแทนน้ำตาล” ซึ่ง ทพญ.ปิยะดา ให้ความเห็นว่า“ไม่แนะนำ” ให้ใช้สารดังกล่าว เนื่องจากการใช้สารอื่นก็เท่ากับยังเคยชิน “ติดหวาน” อยู่ โดยมีผลการศึกษาพบว่า การบริโภคสารทดแทนความหวาน ระดับการเกิดความอ้วนไม่ต่างกับการบริโภคน้ำตาล ที่สำคัญคือคนเราจะมีจุดรับรสทั่วร่างกาย เมื่อกินสารให้ความหวานร่างกายยังรับได้อยู่ว่ากินหวานเข้ามา แม้จะเป็นสารทดแทนความหวานก็ตาม

“สารทดแทนความหวานเอาไว้ช่วยให้สำหรับแรกๆ ของคนที่ยังไม่สามารถลดได้จริงๆ ในระยะหนึ่ง ถ้าเรายังสบายใจกับสารทดแทนความหวาน นั่นคือคุณเป็นมนุษย์ติดหวาน ไม่แน่ใจว่าในระยะยาวจะมีผลต่อร่างกายหรือไม่ แม้จะเคลมว่าเป็นสมุนไพรก็ตาม อย.มีการควบคุมปริมาณ หากทานมากไปอาจมีพิษต่อร่างกายเช่นเดียวกับคนที่รับประทานอาหารคาวแล้วต้องกินหวานแสดงว่าติดหวาน” ผู้จัดการเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน กล่าวทิ้งท้าย

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เจ้าของเรือประมงจัดใหญ่! ใช้เรือ 13 ลำแห่นาคกลางปากน้ำระยอง

Posted on June 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/659698

เจ้าของเรือประมงจัดใหญ่! ใช้เรือ 13 ลำแห่นาคกลางปากน้ำระยอง

วันเสาร์ ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 21.53 น.

เจ้าของเรือประมง สายบุญ บวช 3 ลูกชาย จัดใหญ่ให้โลกจำ ใช้เรือประมง13ลำแห่นาคกลางปากน้ำระยอง ประชาชนแห่ร่วมงาน เจ้าภาพไม่รับซองแต่ให้ทำบุญเข้าวัด 

วันที่ 11 มิถุนายน 2565 เวลา 14.30 น. ที่บริเวณปากแม่น้ำระยอง ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ระยอง ได้จัดให้มีขบวนแห่นาคทางเรือ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกมีเรือประมง13ลำแล่นเรียงรายอยู่บริเวณปากน้ำพร้อมเสียงเพลงดังกึกก้อง สนุกสนาน มีชาวบ้านและนักท่องเที่ยวมายืนรอดูกันแน่นสองฝั่งโดยขบวนเรือแล่นจากทะเลเข้าสู่แม่น้ำระยอง ระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร เพื่อทำพิธีอุปสมบทหมู่ ภายใน พระอุโบสถวัดปากน้ำ 

ซึ่งขบวนเรือทั่งหมด 13 ลำ มีเรือตรวจการณ์แล่นนำหน้า เรือหัวขบวนชื่อเรือ พรปัญญา มีนาคทั้งหมด 3 คน อยู่บนเรือ ประกอบไปด้วย นาคภาณุพงษ์ ทองทราย อายุ 31 ปี  นาค วีรยุทธ ยวดยิ่ง อายุ 26 ปี และ นาคจีรยุทธ ยวดยิ่ง อายุ 24 ปี สามพี่น้อง พร้อมด้วย บิดดา มารดา ญาติสนิทและเพื่อน ที่ร่วมขบวนแห่อยู่บนเรือ มีทีม แดนเซอร์ เต้นสนุกสนานครื้นเครง บางช่วง พ่อนาคก็ลุกขึ้นไปเต้นพร้อมกับบรรดาเพื่อนๆส่วนเรืออีก 12 ลำก็ตกแต่งด้วยธงหลากสี แล่นตามลำแรก เป็นริ้วขบวนที่สวยงามสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ที่ผ่านไปมา 

เมื่อขบวนเรือมาถึงฝั่ง ขณะเข้าเทียบท่า นาคก็ทำหน้าที่โยนเชือกผูกเพื่อให้เรือเข้าเทียบท่า สมกับที่เป็นกัปตัวเรือ จากนั้นขบวนต้อนรับคือแตรวง ประถมอินดี้ ที่รอพร้อมแขกที่มาร่วมงานบุญ นับร้อยคน ต่างสนุกสนานช่วยกันแห่นาคเข้าภายในบริเวณวัดปากน้ำ มุ่งหน้าสู่พระอุโบสถ เพื่อประกอบพิธีอุปสมบทเป็นพระสงฆ์ 

นางพิศมัย ยวดยิ่ง อายุ 45 ปี มารดาของนาค ได้เปิดเผยว่า สำหรับพิธีการแห่นาคด้วยขบวนเรือ เนื่องมาจากทางครอบครัวมีอาชีพเกี่ยวกับเรือ โดยทำธุรกิจเรือส่งเสบียงให้กับเรือสินค้า จึงมีแนวคิดว่าจะใช้เรือแห่นาค เพราะในพื้นที่ยังไม่เคยมีใครทำ อีกทั้งต้องการสร้างชื่อเสียงให้จังหวัดระยองเป็นที่รู้จัก   

นายประยุทธ ยวดยิ่ง อายุ 46 ปี  บิดาของนาค บอกว่า ต้องการให้ลูกบวชเข้าสู่ร่มกาสาวพัต ที่จัดอย่างยิ่งใหญ่ เพราะต้องการให้มีประชาชนได้เข้ามาทำบุญที่วัดเนื่องจากที่ผ่านมา เป็นช่วงสถานการณ์โควิดระบาด ไม่ค่อยมีคนเข้ามาทำบุญ จึงจัดงานใหญ่แต่ไม่รับซอง ขอให้ช่วยทำบุญด้วยการติดเงินที่พุ่มผ้าป่าเพื่อนำเงินทั้งหมดทำนุบำรุงวัด อยากฝากคนที่ไม่เดือดร้อนให้มาจัดงานมาทำบุญที่วัด ส่วนขบวนเรือแห่นาคที่จัดขึ้นเพราะเคยไปต่างจังหวัดเห็นมีงานแห่เรือ แต่ระยองยังไม่มี จึงคิดใช้เรือของตัวเองและเรือของญาติทั้ง13ลำมาร่วมในขบวนแห่ 

ด้านนาควีรยุทธ ยวดยิ่ง กล่าวว่า การบวชในครั้งนี้ เพื่อต้องการทดแทนบุญคุณพ่อแม่ การแห่ทางเรือมีความหมาย มีความสำคัญเพราะตนเองเป็นกับตันเป็นคนขับเรือ และรู้สึกตื้นตันที่พ่อแม่จัดงานยิ่งใหญ่ ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมงาน ส่วนที่เต้นสนุกสนานช่วงอยู่บนเรือ เพราะถ้าเป็นพระนุ่งห่มจีวรแล้วต้องสำรวม พร้อมตั้งใจศึกษาพระธรรม ในช่วงที่ได้บวชเรียน 1พรรษา 

การแห่นาคทางเรือ โดยใช้เรือประมงพานิชย์ ซึ่งเป็นเรือขนาดใหญ่ จำนวน มากถึง 13ลำ ตกแต่งขบวนสวยงามแล่นกลางแม่น้ำระยอง ปากทางออกสู่ท้องทะเล สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับประชาชนเพราะยังไม่เคยมีการจัดพิธีแห่นาคโดยใช้เรือประมง ซึ่งถือเป็นอาชีพของชาวปากน้ำระยอง  

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ความสุขของคนที่ไม่เข้าวัด’ ในที่สุดก็จะต้องพบกับความทุกข์ในบั้นปลายของชีวิต

Posted on June 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/659677

'ความสุขของคนที่ไม่เข้าวัด' ในที่สุดก็จะต้องพบกับความทุกข์ในบั้นปลายของชีวิต

วันเสาร์ ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 18.41 น.

ความสุขต่างๆ ที่เราได้จากทางโลกทางร่างกายนี้เวลาใดที่เราไม่ได้เวลานั้นเราจะรู้สึกหงุดหงิดรำคาญใจ ไม่ค่อยมีความสุขใจ เพราะว่าความสุขที่เราเคยได้แล้วมันหมดเราต้องหาใหม่อยู่เรื่อยๆ เช่นการไปเที่ยวเพื่อหาความสุข เวลาเราไปเที่ยวเราก็มีความสุขกัน แต่พอเรากลับบ้านความสุขที่ได้จากการไปเที่ยวก็จะจางหายไป อยู่บ้านได้ไม่นานก็เบื่อหงุดหงิดรำคาญใจ ต้องอยากออกจากบ้านไปเที่ยวอีกถึงจะมีความสุข

นี่แหละคือความสุขแบบยาเสพติด ยาเสพติดเวลาเสพกันก็มีความสุขกัน พอเวลาไม่ได้เสพเวลาไม่มียาให้เสพ เวลานั้นก็จะเป็นเวลาที่ทุกข์ทรมานใจ นี่คือความสุขที่ญาติโยมที่ไม่ได้รู้จักคำสั่งคำสอนของพระพุทธเจ้าจะมัวเสพกันจะมัวหากัน จะมัวหาความสุขทางตาหูจมูกลิ้นกายโดยที่ไม่รู้ว่ามันเป็นการเสพยาเสพติด เพราะเวลาที่ไม่ได้เสพเวลานั้นถึงจะรู้สึกตัวว่าไม่สบายใจเลย เศร้าใจเสียใจ เช่น คนที่มีแฟน เวลามีแฟนอยู่กับแฟนนี้มีความสุขเหลือเกิน แต่พอเวลาใดที่ไม่ได้อยู่กับแฟน เวลานั้นความสุขมันก็จะหายไป แล้วความว้าเหว่ความเหงาความทุกข์ก็จะเข้ามาแทนที่ 

นี่แหละความสุขต่างๆ ที่เสพกันในโลกนี้ คนที่ไม่รู้จักคำสั่งคำสอนของพระพุทธเจ้าก็จะมัว แต่หาความสุขจากการเสพยาเสพติดนั่นเอง ยาเสพติดที่พูดนี้ก็คือ ลาภ ยศ สรรเสริญ รูป เสียง กลิ่น รส ต่างๆ ที่เสพกันอยู่เป็นประจำทุกวัน ที่ไปทำมาหากินก็เพื่อที่จะไปหาลาภยศสรรเสริญ หาความสุขจากรูปเสียงกลิ่นรสต่างๆ เพราะการจะมีความสุขจากสิ่งต่างๆได้ จำเป็นจะต้องมีเงินทอง จึงต้องไปหาเงินหาทองทำงานกันตัวเป็นเกลียว พอได้เงินมาก็ดีใจได้ไปซื้อข้าวของที่อยากจะซื้อ ได้ไปเที่ยวตามสถานที่ที่อยากจะไป ได้ไปดูมหรสพบันเทิงอะไรต่างๆ ไปช้อปปิ้งตามศูนย์การค้าต่างๆ

นี่แหละคือการหาความสุขของผู้ที่ไม่ได้เข้าวัดกันจะหาความสุขแบบยาเสพติด แล้วหามาได้เท่าไรก็ไม่อิ่มไม่พอ ต้องหาเพิ่มอยู่เรื่อยๆ แล้วเวลาที่ไม่สามารถที่จะหาได้ก็จะมีแต่ความทุกข์ มีแต่ความหงุดหงิดรำคาญใจ การหาความสุขแบบนี้ต่อไปจะทำให้ทุกข์มากขึ้น หงุดหงิดมากขึ้นเพราะว่าความสามารถของร่างกายที่จะหาความสุขต่างๆนี้จะลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ ร่างกายจะแก่ขึ้นจะมีอายุมากขึ้น จะมีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียนมากขึ้น จะทำให้การที่จะไปหาลาภยศสรรเสริญ หารูปเสียงกลิ่นรสต่างๆ มาเสพมาสัมผัสนี้จะยากขึ้นจะลำบากขึ้น หรือถ้าเกิดมีอุบัติเหตุพิกลพิการไป

อันนี้ก็จะยิ่งทำให้มีความทุกข์ทรมานมากยิ่งขึ้นไป ถ้าเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตไม่สามารถที่จะไปไหนมาไหนได้ด้วยตนเอง จะไปไหนมาไหนก็ต้องคอยรอให้คนเขามาช่วยพาไป แล้วจะไปหาความสุขแบบตอนที่แข็งแรงก็ไม่สามารถทำได้ นี่แหละคือความสุขของคนที่ไม่เข้าวัดกัน ในที่สุดก็จะต้องพบกับความทุกข์ต่างๆ ในบั้นปลายของชีวิต 

โอวาทธรรมพระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๕ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๒ (คัดลอกจากเพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไปเที่ยวอุตรดิตถ์! กิน’ทุเรียนหลง-หลินเมืองลับแล’ ในงานเทศกาลทุเรียนผลไม้ฯ

Posted on June 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/659649

ไปเที่ยวอุตรดิตถ์! กิน'ทุเรียนหลง-หลินเมืองลับแล' ในงานเทศกาลทุเรียนผลไม้ฯ

วันเสาร์ ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 17.36 น.

ที่หอประชุมตลาดกลางผลไม้ อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ นายสหวิช อภิชัยวิศรุตกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดงานเทศกาลทุเรียนและผลไม้เมืองลับแล มหัศจรรย์ทุเรียนหลง-หลินเมืองลับแล ประจำปี 2565 ซึ่งจัดระหว่าง 9-12 มิ.ย.65 โดยมีนายวิรุจ สุกสา นายกเทศมนตรีตำบลหัวดง จ่าสิบเอกธวัชชัย กาวีละ รองนายกเทศมนตรีตำบลหัวดง ตลอดจนคณะผู้บริหาร ฯ และ ประชาชนชาวลับแล ร่วมพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมเผยแพร่ชื่อเสียงทุเรียนของจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยเฉพาะทุเรียนหลงลับแล หลินลับแล เป็นที่นิยมของผู้บริโภคในลำดับต้นๆของประเทศ ให้คงอยู่และสร้างความนิยมให้เพิ่มสูงขึ้น และเพื่อกระตุ้นให้เกษตรกรปรับปรุงคุณภาพผลผลิตทุเรียนให้ดีขึ้นตรงความต้องการของตลาดและเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ เป็นการสร้างรายได้ให้กับประชาชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

นอกจากนี้ ยังจัดให้มีการประกวดผลผลิตทุเรียน, การแข่งขันกินทุเรียน, การแข่งขันตำส้มตำทุเรียน, การประกวดธิดาทุเรียน, เดินแบบแฟชั่นเด็ก ๆ พร้อมจัดเตรียมสถานที่ให้ชาวสวนนำผลไม้มาจำหน่าย อาทิ ทุเรียนหลงลับแล หลินลับแล หมอนทอง และ ทุเรียนพันธุ์พื้นเมือง ที่ส่งตรงจากสวนในราคาไม่ผ่านผู้ค้าคนกลางตั้งแต่เวลา 08.00 – 16.30 น.

จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นเมืองมหัศจรรย์แห่งผลไม้ เพราะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยผลไม้หลากหลายชนิด ทั้งทุเรียน ลางสาด สับปะรดห้วยมุ่น ฯลฯ โดยผลไม้ที่สร้างชื่อเสียงมากที่สุดคือ ทุเรียนพันธุ์หลงลับแล และหลินลับแล ซึ่งมีแหล่งผลิตสำคัญอยู่ที่อำเภอลับแลและอำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ มีผลผลิตเข้าสู่ตลาดประมาณเดือนเมษายน-สิงหาคม ของทุกปี

“ทุเรียนพันธุ์หลินลับแล” เป็นสายพันธุ์ทุเรียนพื้นเมืองของอำเภอลับแล มีขนาดเล็กถึงปานกลาง ทรงกระบอก ฐานผลเว้าลึก น้ำหนักเฉลี่ย 1-2.5 ก้านผลขนาดเล็ก เปลือกบาง เนื้อสีเหลืองเข้ม เนื้อละเอียดเหนียวแห้ง เมล็ดลีบเล็ก รสชาติหวานมัน กลิ่นอ่อน รับประทานแล้วไม่ทำให้เกิดอาการร้อนใน

ทุเรียนหลงลับแล” เป็นทุเรียนสายพันธุ์พื้นเมืองของอำเภอลับแล มีเอกลักษณ์ประจำพันธุ์ คือ เนื้อสีเหลืองอ่อนนุ่ม ไม่มีเสี้ยน กลิ่นอ่อน รสชาติหวาน มีผลขนาดเล็ก 1-2 กิโลกรัม เมล็ดลีบ เนื้อแห้ง เจริญเติบโตได้ดีบนที่เชิงเขา ทนทานต่อโรครากเน่าโคนเน่า แม้ว่าจะนำไปปลูกในแหล่งปลูกทุเรียนอื่นๆ ก็ไม่มีรสชาติดีเท่าที่อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

มาอีกตัว! เร่งช่วยโลมาลายแถบเพศผู้ มีแผลบริเวณปลายปากกำลังจะเกยตื้นที่ตะกั่วป่า

Posted on June 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/659646

มาอีกตัว! เร่งช่วยโลมาลายแถบเพศผู้ มีแผลบริเวณปลายปากกำลังจะเกยตื้นที่ตะกั่วป่า

วันเสาร์ ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 17.16 น.

วันนี้ (11 มิ.ย.65) นายสุรชัย ท่าเทศ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาหลัก-ลำรู่ จังหวัดพังงา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2565 เวลาประมาณ 17.00 น.มีผู้แจ้งพบโลมากำลังจะเกยตื้นจำนวน 1 ตัว บริเวณหน้าหาดของโรงแรม Moracea By Khao Lak Resort ตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา จึงมอบหมายให้ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาหลัก-ลำรู่ พร้อมเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบ ช่วยเหลือ และประสานงานกับเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน (ศวอบ.)

จากการตรวจสอบพบเป็นโลมาลายแถบ เพศผู้ วัยเด็ก-หนุ่ม ความยาวประมาณ 165 ซม.มีแผลบริเวณปลายปาก แข็งแรงดี จึงร่วมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนที่ 10 (ตะกั่วป่า) นำส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากสิริธาร ศวอบ.เพื่อทำการดูแลรักษาอาการก่อนปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คุณแม่บุกเข้าไลน์กลุ่ม ข้องใจกฎรับน้อง ถามหาคนออกกฎ ทำรุ่นพี่เลิ่กลั่ก

Posted on June 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/659624

คุณแม่บุกเข้าไลน์กลุ่ม ข้องใจกฎรับน้อง ถามหาคนออกกฎ ทำรุ่นพี่เลิ่กลั่ก

วันเสาร์ ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 16.34 น.

คุณแม่บุกเข้าไลน์กลุ่ม ข้องใจกฎรับน้อง ถามหาคนออกกฎ ทำรุ่นพี่เลิ่กลั่ก

11 มิถุนายน 2565 ทำเอาชาวเน็ตแห่วิพากษ์วิจารณ์ หลังจากที่มีคุณแม่ท่านหนึ่ง ลุยเดี่ยวเข้ากลุ่มไลน์ของนักศึกษาการตลาดและบัญชี ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง โดยมีกฎหลายข้อที่สงสัยว่าเหตุใดถึงเข้มงวดขนาดนี้ เช่น ห้ามย้อมสีผม , ใส่ถุงเท้าคลุมข้อ , เวลามารับน้องห้ามใส่เครื่องประดับ , ใส่รองเท้าผ้าใบสีขาวล้วนห้ามมีสีอื่นๆปะปน , ผู้หญิงให้มัดผมรวบตึง เก็บหน้าม้า , ยางรัดผมไม่ใช้แบบผ้า ต้องสีดำเท่านั้น 

โดย คุณแม่ ถามรุ่นพี่ในกลุ่มว่าใครหรืออาจารย์ท่านไหนเป็นคนออกกฎมาเพราะเบื้องต้นไม่เห็นมีบัญญัติไว้ ขณะที่ รุ่นพี่ก็พยายามจะอธิบายว่า รุ่นพี่ก็ปฏิบัติต่อๆกันมา ซึ่งคุณแม่ก็ออกโรงโต้กลับพร้อมทั้งฝากไว้ให้คิดว่า รุ่นพี่มัวแต่พูดถึงเรื่องกฎระเบียบ การรับน้อง แต่ไม่เห็นมีรุ่นพี่คนไหนออกมาแนะนำน้องใหม่ปี 1 ถึงการเตรียมพร้อมในการเรียน เทคนิคการเรียนวิชาต่างๆ หรืออาสามาให้ความรู้กับน้องๆ ซึ่งทำเอารุ่นพี่ถึงกับไปไม่เป็นตอบกันไม่ถูกเลยทีเดียว

อ่านโพสต์ทั้งหมด

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘บังแจ็ค’โพสต์อีก! คลิปเสียงอ้าง’เบิร์ด’ เผย’แตงโม’รับงานโปรโมตเรือแต่ไม่รู้ตัว

Posted on June 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/659613

'บังแจ็ค'โพสต์อีก! คลิปเสียงอ้าง'เบิร์ด' เผย'แตงโม'รับงานโปรโมตเรือแต่ไม่รู้ตัว

วันเสาร์ ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 15.56 น.

วันที่ 11 มิถุนายน 2565  เพจเฟซบุ๊ก Happy Melon official ที่มี บังแจ็ค เป็นแอดมิน ล่าสุด มีการเผยแพร่คลิปเสียงอ้างว่าเป็น การคุยกับ เบิร์ด แฟนหนุ่มของ แตงโม นิดา พัชรวีระพงษ์ 

โดยเนื้อหาที่พูดคุยกัน มีการกล่าวอ้างถึง กระติก อดีตผู้จัดการของแตงโมว่า วันนั้น กระติกชวนแตงโมไปโปรโมตเรือลำดังกล่าว เนื่องจากจะมีการทำเรือเที่ยว แต่แตงโมไม่รู้ และไม่ได้เงินจากการรับงานโปรโมตเรือ

นอกจากนี้ เพจเฟซบุ๊ก Happy Melon official ยังระบุข้อความอีกว่า บอกว่าเป็นการ ไปนั่งเรือกินดื่มเล่นทั่วไป  แล้วทำไมโมต้องไปเตรียมตัวหาข้อมูลการพรีเซนต์เรือ ตั้งแต่ ตี4 ด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดชีวิต’น้องหย่ง’เด็กสร้างรอยยิ้ม ที่แท้บ้านยากจน-ดูแลยายป่วยติดเตียง

Posted on June 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/659605

เปิดชีวิต'น้องหย่ง'เด็กสร้างรอยยิ้ม ที่แท้บ้านยากจน-ดูแลยายป่วยติดเตียง

วันเสาร์ ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 14.45 น.

‘น้องหย่ง’ คลิปนักเรียนขี่หมาไปกลับโรงเรียน สร้างรอยยิ้มให้คนทั้งโซเชียล ครูตามไปดู ที่แท้เป็นเด็กฐานะยากจน กตัญญูดูแลยายวัย 70 ปีป่วยติดเตียง

หลังจากที่ ผู้ใช้ติ๊กต๊อก phanucr เผยคลิปเด็กนักเรียนชายคนหนึ่งขี่หลังสุนัขไป – กลับโรงเรียน จนเกิดความฮือฮาในโลกออนไลน์ จนทราบว่าเด็กชายคนดังกล่าวชื่อ น้องหย่ง อายุ 9 ขวบ อยู่ชั้น ป.3 โรงเรียนบ้านแก่นวิทยา โดยอาศัยอยู่บ้านแก่นสลองคำ หมู่ 23 ต.ห้วยซ้อ อ.เชียงของ ส่วนสุนัขนั้นมีชื่อว่า “เจ้าโบ้ หรือ ไอ้ดำ” เป็นสุนัขพลัดหลงที่คนนำมาเลี้ยงไว้  (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เพื่อนรัก! เด็กน้อยขี่น้องหมากลับบ้าน ชาวเน็ตอึ้งมันคือ ‘ความฝันวัยเด็กเลยนะ’ (คลิป)

“น้องหย่ง” กับ “เจ้าโบ้” มีความรักและผูกพันกันมามาก ตั้งแต่น้องหย่งยังเด็กอยู่ มาโรงเรียน เจ้าโบ้ ก็จะมานอนเฝ้าหน้าห้องเรียนเป็นประจำ ซึ่งเจ้าโบ้เป็นสุนัขที่เชื่องมาก เด็กๆ นักเรียนทุกคนสามารถเล่นกับเจ้าโบ้ได้ บางครั้งเมื่อน้องหย่งเลิกเรียนก็จะขี่หลังเจ้าโบ้กลับบ้าน

ด้านนายภาณุพงศ์ อัครเสถียรพงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแก่นวิทยา ต.ห้วยซ้อ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ซึ่งเป็นผู้โพสต์เรื่องดังกล่าว เล่าว่า น้องหย่งมีพี่ชายอีกคน ชื่อภูชิต อายุ 12 ปี อยู่ชั้น ป.6 อาศัยอยู่ที่บ้านกับยายวัย 70 กว่าปี เป็นผู้ป่วยติดเตียง โดยครอบครัวน้องมีฐานะยากจน น้องหย่งกับพี่ชายจะเป็นผู้ดูแลยาย ทั้งป้อนข้าวป้อนน้ำ และเช็ดตัวให้ทุกวัน ทั้งก่อนมาโรงเรียนและหลังกลับจากโรงเรียน นอกจากนี้น้องหย่งยังเป็นเด็กที่ขยันมากและร่วมกิจกรรมทุกอย่างของโรงเรียนอีกด้วย

“หลังจากที่ได้โพสต์คลิปลงโซเชียล ก็มีคนสนใจเรื่องราวของน้อง ทางโรงเรียนจึงได้ติดตามไปดูความเป็นอยู่และพบว่าทางบ้านมีฐานะยากจน จึงได้หาทางช่วยเหลือ ในเบื้องต้น มีผู้บริจาคเงินทางโรงเรียนก็ได้จัดสรรดูแลให้ทางครอบครัวทั้งอาหารและเครื่องนุ่งห่ม โดยยังได้ประสานผู้ใหญ่บ้าน เพื่อจะได้เข้าไปช่วยเหลือดูแล และจะได้มีการพูดคุยกันในการช่วยเหลือในระยะยาวต่อไป”  นายภาณุพงศ์ กล่าว

009

https://www.tiktok.com/embed/v2/7106656793081744667?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Flikesara%2F659605

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เมาหนัก! ไปต่อไม่ไหวล้มตัวนอนกลางถนนเดือดร้อนกู้ภัยต้องมาแบกขึ้นรถส่งบ้าน

Posted on June 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/659604

เมาหนัก! ไปต่อไม่ไหวล้มตัวนอนกลางถนนเดือดร้อนกู้ภัยต้องมาแบกขึ้นรถส่งบ้าน

วันเสาร์ ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 14.39 น.

เมื่อช่วงกลางดึกคืนวันที่ 10 มิ.ย.65 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยพัทลุงได้เข้าตรวจสอบบนถนนสายชัยบุรี -บ้านใหม่ หมู่ที่ 8 ตำบลชัยบุรี อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง หลังมีพลเมืองดีขับรถผ่านมาพบเห็นมีบุคคลนอนอยู่กลางถนนจึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าตรวจสอบ เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบชายอายุประมาณ 60 ปีนอนอยู่กลางถนนในสภาพที่เมาอย่างหนัก กลิ่นเหล้าเหม็นฟุ้ง เจ้าหน้าที่พยายามเรียกและปลุกอยู่หลายครั้งแต่ชายคนดังกล่าวไม่ยอมตื่น เมื่อเดินตรวจรอบๆ บริเวณที่พบชายคนดังกล่าวนอนก็ไม่พบรถที่ขับมาจึงคาดว่าน่าจะเมามาจากที่ใดสักแห่งและกำลังจะเดินกลับบ้านแต่ไปต่อไม่ไหวเลยนอนอย่บนถนนโชคดีที่ชาวบ้านผ่านมาเห็นเลยโทรแจ้งกู้ภัยเข้าช่วยเหลือ

ชาวบ้านที่ผ่านมาเจอ บอกว่าเห็นมีคนนอนอยู่ ตนขับรถมาเป็นผู้หญิงคนเดียวเลยไม่กล้าจอด บวกกับถนนไม่มีไฟส่องแสงสว่างเลยแม้แต่นิดเดียว และเป็นเส้นทางที่เปลี่ยวมาก จึงโทรประสานไปยังผู้ใหญ่บ้าน ทางผู้ใหญ่บ้าน บอกว่า มีอยู่คนนึงมักเมาแบบนี้ตลอดและทราบว่าบ้านอยู่ในืพ้นที่ตำบลพญาขัน จึงให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำขึ้นรถกู้ภัยและนำไปส่งไว้ที่ศาลาริมทาง ซึ่งอยู่ในพื้นที่บ้านของบุคคลคนดังกล่าว – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,976,828 hits

Join 4,110 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

สหราชอาณาจักร-ญี่ปุ่น บรรลุข้อตกลงการลงทุนมูลค่า 1.8 หมื่นล้านปอนด์
วุฒิสภาไฟเขียว แต่งตั้ง 9 ตุลาการศาลปกครองสูงสุด
หนุ่มเม็กซิโกขอโทษ ทำ"ตาตี่" เหยียดเชื้อชาติอินฟลูฯ สาวเกาหลีใต้ในฟุตบอลโลก
ทรัมป์เคือง อิสราเอลถล่มเลบานอนอีก ชี้ไม่ควรเกิดในวันสำคัญแบบนี้
ครม.เห็นชอบ ขยายมาตรการภาษีอิเล็กทรอนิกส์ถึงสิ้นปี’70
โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศทหารเป็นกรณีพิเศษ จำนวน 121 ราย
อนุทิน มอบนโยบายผู้ว่าฯ 76 จังหวัด สั่งห้ามเรียกบัตรคนจน กำชับใส่ใจคดีสะเทือนขวัญ หลังเกิดเหตุที่เกาะพะงัน
แฟนๆ แห่กดไลก์ ลิซ่า ลลิษา โพสต์ความรู้สึกหลังโชว์เปิดฟุตบอลโลก2026
อนุชา ควง อภิสิทธิ์ ลุยหาเสียงคลองเตย-วัฒนา ไม่หวั่นกระแสโพล เร่งชูนโยบายอนาคตคนกรุงเทพ
ครั้งแรกในไทย! TECA เปิดโผผู้เข้าชิง SOT MUSIC AWARDS 2026 รางวัลของคนดนตรี

Recent Posts

  • สรุปมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประจำวันที่ 16 มิถุนายน 2569
  • ปักหมุดรักษาวินัยการคลัง! ปชป.ยื่นศาล รธน. ค้าน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน
  • พรุ่งนี้วันสุดท้าย! กทม.ย้ำประชาชนตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
  • มาอยู่กับพี่!!! อนุทิน ปลอบ ผู้ว่าฯเซมเบ้ หลังโผสวมกอด
  • ถกครม.นัดพิเศษ 18 มิ.ย. พิพัฒน์ นั่งปธ.ตรวจร่าง พ.ร.บ.งบฯ ก่อนส่งสภาฯ ทันวาระแรก 1 ก.ค.

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d