Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ถูกใจคอกาแฟ ‘บ้านสวนตายาย’ นั่งจิบกาแฟท่ามกลางธรรมชาติ

Posted on February 21, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/636742

ถูกใจคอกาแฟ 'บ้านสวนตายาย' นั่งจิบกาแฟท่ามกลางธรรมชาติ

วันอาทิตย์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 15.18 น.

“บ้านสวนตายาย” ตั้งอยู่เลขที่ 51 หมู่ 4 ต.บ้านพราน อ.แสวงหา จ.อ่างทอง ได้ปรับพื้นที่สวนผสม 7 ไร่ มาเปิดร้านกาแฟ สโลว์บาร์ รสชาติละมุนในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ให้กับคอกาแฟ และประชาชนที่รักธรรมชาติในแบบบ้านสวน ได้พักผ่อน นักจิบการแฟ ชิลๆ แวดล้อมด้วยธรรมชาติของสวน กล้วย มะม่วง มะพร้าว แล้วยังมีเรือให้พายเล่น ในท้องร่องสวน ท่ามกลางบรรยากาศแสนร่มรื่น และยังมีกล้วยปิ้ง รวมถึงผลิตผลการเกษตรภายในสวนได้ทั้งอิ่มอร่อยได้ทั้งบรรยากาศแบบธรรมชาติสุดๆ

นายวิเชษฐ์ จันทเลียง อายุ 45 ปี เจ้าของร้านกาแฟบ้านสวนตายายคาเฟ่ เล่าให้ฟังว่า ได้ใช้พื้นที่สวนของพ่อแม่ปรับปรุงภูมิทัศน์ ทำเป็นร้านกาแฟบ้านสวนตายาย ซึ่งเป็นกาแฟ สโลว์บาร์ รสชาติละมุน จะเปิดในวัน เสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่ 08.00น-17.00 น. ทางเข้าจะมีป้ายบอกทางอยู่ริมถนนบ้านพราน เข้ามาสุดซอย เพื่อให้ลูกค้าได้จิบกาแฟแบบชิลๆ แวดล้อมด้วยธรรมชาติของสวน พร้อมด้วยผลไม้ในสวนที่นำมาแปรรูป ให้ได้อิ่มอร่อย ได้ทั้งบรรยากาศแบบธรรมชาติสุดๆ ในช่วงวันหยุดต่อไป สอบถามเส้นทาง 086-1363346

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ศักดิ์สิทธิ์มาก! เผาข้าวหลามแก้บน’ท้าวเวสสุวรรณ’ สุดเฮงค้าขายดีให้โชคทั้งบ้าน

Posted on February 21, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/636742

ศักดิ์สิทธิ์มาก! เผาข้าวหลามแก้บน'ท้าวเวสสุวรรณ' สุดเฮงค้าขายดีให้โชคทั้งบ้าน

วันอาทิตย์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 14.59 น.

20 กุมภาพันธ์ 2565 กรณีมีนักธุรกิจ ชาว จ.นนทบุรี ถวายองค์ท้าวเวสสุวรรณ ขนาดสูง 2.70 เมตร จำนวน 2 องค์ ให้วัดเขาพระทอง ต.เขาพระทอง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช เพื่อประดิษฐานให้ชาวบ้านกราบไหว้บูชา ขอพรบนบานตามความเชื่อ จนสร้างความฮือฮาให้กับชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเกิดเหตุการณ์ประหลาดหลายครั้งช่วงการประกอบพิธีต่างๆที่เกี่ยวกับองค์ท้าวเวสสุวรรณ และมีผู้โชคดีขอพรได้โชคได้ลาภ ถูกหวย หน้าที่การงานสำเร็จ จับสลากสอบเข้าโรงเรียนได้ตามที่หวัง

หลังสำเร็จตามที่บนบาน ก็รีบเดินทางมาแก้บนองค์ท้าวเวสสุวรรณ ที่วัดอย่างต่อเนื่องคึกคัก ท่ามกลางมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่วัดกำหนดไว้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันนี้ (20 ก.พ.65) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ ที่วัดเขาพระทอง ต.เขาพระทอง อ.ชะอวด ว่า ตลอดทั้งวันมีชาวบ้านทั้งในและนอกพื้นที่ รวมทั้งนักท่องเที่ยว เดินทางกันมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่มาเป็นครอบครัว กลุ่มคณะ เพื่อแก้บนองค์ท้าวเวสสุรรณ ทั้ง 2 องค์ ที่ประดิษฐานบริเวณหน้าผาเขาพระทอง หลังได้รับโชคลาภตามที่บนบานไว้ รวมทั้งกราบไหว้ขอพรหลวงพ่อองค์ใหญ่ อายุกว่า 800 ปี หลวงพ่อเกศแหลม และไอ้ไข่ เด็กวัด รวมทั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัดเขาพระทอง เพื่อความสิริมงคลตามวามเชื่อ

หนึ่งในผู้ที่มาแก้บนองค์ ท้าวเวสสุวรรณ คือครอบครัวของนายสมจิต แพ่งเพ็ชร อายุ 74 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11/3 หมู่ 10 ต.ปริก อ.สะเดา จ.สงขลา ที่เดินทางมาพร้อมครอบครัวจากบ้านที่จังหวัดสงขลา ตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อมาวัดเขาพระทอง พร้อมกับนำเครื่องเซ่นไหว้ ดอกไม้ ประทัด จุดถวายแก้บนองค์ท้าวเวสสุวรรณ

พร้อมเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา ตนและครอบครัว เดินทางมาร่วมพิธีรับมอบองค์ท้าวเวสสุวรรณ ที่วัดเขาพระทอง ก่อนจะอธิฐานขอพรองค์ท้าวเวสสุวรรณ ให้ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข กิจการขายข้าวเหนียวหลาม เจริญรุ่งเรือง มีลูกค้าสั่งออร์เดอร์ รวมทั้งขอให้มีโชค มีลาภ ถูกหวย ปรากฏว่าหลังอธิฐานขอพรองค์ “ท้าวเวสสุวรรณ “ กิจการขายเหนียวหลามของครอบครัวเจริญรุ่งเรืองขึ้น มีลูกค้าสั่งออร์เดอร์ข้าวเหนียวหลามมากขึ้นจากปกติช่วงแพร่ระบาดไวรัสโควิด กิจการขายเหนียวหลามค่อนข้างเงียบเหงา นอกจากนี้ตนและครอบครัว ยังได้โชคทั้งบ้าน ถูกสลากฯ ถูกหวยกันทั้งบ้าน. 012      

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สาวเดินเที่ยวงานวัดถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกเล่นเกม สูญเงินเกือบ 300,000 บาท

Posted on February 21, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/636724

สาวเดินเที่ยวงานวัดถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกเล่นเกม สูญเงินเกือบ 300,000 บาท

วันอาทิตย์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 12.20 น.

กลายเป็นคลิปที่ถูกแชร์บนโลกออนไลน์อย่างมาก เมื่อเพจเฟซบุ๊ก “Survive – สายไหมต้องรอด” โพสต์เตือนภัย ระบุว่า “เกิดเหตุ หลังสาวเดินเที่ยวงานวัดชื่อดัง ถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกเหยื่อเล่นเกมปั่นเหรียญ 15 นาที สูญเงินเกือบ 300,000 บาท เผยถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ล้อมกรอบบังคับเหยื่อโอนเงินจนหมดบัญชี #สายไหมต้องรอด เตรียมพาผู้เสียหายเข้าแจ้งความเช้าวันนี้ (20 ก.พ.65)” .-008

ขอบคุณภาพจาก : Survive – สายไหมต้องรอด 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อุทัยธานีแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน ‘ยิงง่ามหนังสติ๊ก ยิงปืนยาง ยิงคันกระสุนโบราณ’

Posted on February 21, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/636723

อุทัยธานีแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน 'ยิงง่ามหนังสติ๊ก ยิงปืนยาง ยิงคันกระสุนโบราณ'

วันอาทิตย์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 12.11 น.

20 กุมภาพันธ์ 2565 องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุทัยธานี ได้จัดโครงการแข่งขันกีฬาพื้นบ้านเพื่ออนุรักษ์ การยิงง่ามยาง ปืนยาง คันกระสุนโปราณ ในงานประเพณีบุญเดือนสาม สืบสานประเพณีชาวอู่ไท ประจำปี 2565 ณ วัดหนองขุนชาติ อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี

นายเกษม ประสาทเขตรกร เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุทัยธานีได้กล่าวว่า สืบเนืองจากชมรมอนุรักษ์กีฬาพื้นบ้านลุ่มน้ำสะแกกรัง ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุทัยธานี ได้จัดโครงการแข่งขันกีฬาพื้นบ้านเพื่ออนุรักษ์ การยิงง่ามยาง ปืนยาง คันกระสุนโปราณ เพื่ออนุรักษ์กีฬาพื้นบ้าน ดังกล่าวที่กำลังจะสูญหายไปจากสังคมพื้นบ้าน  ประกอบกับเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ในงานบุญเดือนสามสืบสานประเพณีชาวอู่ไท ประปี 2565 การจัดการแข่งในครั้งได้นักกีฬามาสมัครเข้าร่วมแข่งขัน เช่น อุทัยธานี นครสวรรค์ ชลบุรี

โดยแบ่งกีฬาออกเป็น 3 ประเภทที่ 1 การแข่งขันยิงง่ามหนังสติ๊ก ในระยะ 8 เมตร 10 เมตร 10 เมตร 12 เมตร ที่ 2 การแข่งขันยิงปืนยาง ยิงระยะ 10 เมตร 12 เมตร 14 เมตร  และที่ 3 การแข่งขันยิงกระสุนคันโบราญ ระยะ 8 เมตร 10 เมตร 12 เมตร โดยมีผู้สมัครพร้อมกับประชาชนที่ให้ความสนเป็นจำนวนมาก เพื่อชิงถ้วยรางวัลของ อบจ. ดังกล่าว. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คนละครึ่งเฟส4 ‘ลิง-นก’ได้อานิสงส์ ชาวบ้านซื้ออาหารให้กินอิ่มแปล้

Posted on February 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/636702

คนละครึ่งเฟส4 'ลิง-นก'ได้อานิสงส์ ชาวบ้านซื้ออาหารให้กินอิ่มแปล้

วันอาทิตย์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 09.08 น.

ลิงเขาน้อย-ลิงเขาตังกวน และนกพิราบ ได้อานิสงส์โครงการคนละครึ่ง เฟส 4 ของรัฐบาล นักท่องเที่ยวทำบุญซื้ออาหารเพิ่มให้ลิงและนกกินได้อิ่มขึ้น พ่อค้ามีรายได้เพิ่มขึ้น และช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์นักท่องเที่ยวมากขึ้น

20 กุมภาพันธ์ 2565 ที่บริเวณช่องเขาน้อยและเขาตังกวน เขตเทศบาลนครสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวกลางเมืองสงขลา ที่นี่จะเต็มไปด้วยฝูงลิงแสมหางยาวและนกพิราบเป็นจำนวนมาก ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์จะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางพาบุตรหลานมา ซื้อกล้วย ข้าวโพดและถั่ว ให้ลิงนกกิน อีกทั้งวันหยุดสุดสัปดาห์นักท่องเที่ยวจะเดินทางเข้ามามากขึ้นกว่าปกติและสภาพอากาศโปร่งใส ไร้ฝน ทำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถนำรถจักรยานยนต์และรถยนต์พาครอบครัวออกมาดูนกและลิงได้อย่างใกล้ชิดรวมทั้งซื้ออาหารทั้งกล้วย ข้าวโพดและถั่วให้นกและลิงกินด้วย

ในช่วงนี้ลิงเขาน้อย-ลิงเขาตังกวน และนกพิราบ ได้อานิสงส์โครงการคนละครึ่ง เฟส4 ของรัฐบาล นักท่องเที่ยวนำมาทำบุญซื้ออาหารเพิ่มให้ลิงและนกกินได้อิ่ม ส่งผลทำให้พ่อค้ามีรายได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์นักท่องเที่ยวมากขึ้น

นายวัชรินทร์ บัวผุด พ่อค้าขายอาหารลิงและนก บริเวณช่องเขาน้อยเปิดเผยว่า ช่วงนี้คนเริ่มเข้ามาเที่ยวโดยเฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์ คนก็จะเข้ามาเที่ยวเยอะหน่อย แต่วันธรรมดาก็จะมาเรื่อยๆวันเสาร์อาทิตย์จะเยอะกว่า ตอนนี้ที่ร้านมีโครงการคนละครึ่งให้ลูกค้าด้วย โครงการนี้ช่วยได้เยอะเลย ลูกค้าเพิ่มขึ้น รายได้เพิ่มขึ้น ขายดีขึ้นพอเขาเห็นป้ายโครงการคนละครึ่งลูกค้าก็เข้ามาช่วยซื้อ

อย่างไรก็ตาม บริเวณช่องเขาน้อย- เขาตังกวน เขตเทศบาลนครสงขลา ฝูงลิงและฝูงนกพิราบ ก็ยังคงรอคอยนักท่องเที่ยวผู้ใจบุญมาให้อาหารทุกวัน ไม่ได้เกี่ยงว่าจะเป็นวันธรรมดาหรือวันหยุดสุดสัปดาห์ เพราะฝูงลิงและฝูงนกจะไม่ทราบ มันจะทราบอยู่อย่างเดียวก็คือบริเวณนี้เป็นที่คนจะต้องนำอาหารมาให้กินทุกวันเท่านั้น. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

น้องกลัวเข็ม! ‘พลายโค้ก’บาดเจ็บ หนีลงน้ำเพราะไม่อยากให้หมอฉีดยา

Posted on February 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/636695

น้องกลัวเข็ม! 'พลายโค้ก'บาดเจ็บ หนีลงน้ำเพราะไม่อยากให้หมอฉีดยา

วันอาทิตย์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 07.47 น.

20 กุมมภาพันธ์ 2565 สำหรับความคืบหน้าช้างป่าเพศผู้เขาชะเมา จังหวัดระยอง หรือพลายโค้ก ที่เคยบาดเจ็บจากการต่อสู้กับช้างป่าด้วยกัน เมื่อต้นเดือนมกราคม 2565 ที่ผ่านมาทีมสัตวแพทย์และสัตวบาลจากศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 2 (กระบกคู่) ร่วมกับหัวหน้าและเจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็วเฝ้าระวัง ผลักดันช้างป่าและแก้ไขปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่ชุดที่ 6 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน อาสาสมัครเฝ้าระวังช้างป่า กลุ่มกรินคีรี กลุ่มอนุรักษ์ช่วยเหลือสัตว์ป่า เข้าติดตามและรักษาอาการบาดเจ็บของช้างป่า เข้าไปให้การรักษาและเฝ้าติดตามอาการนานนับเดือนนั้น

ภายหลังจากพบว่า แผลที่ขาหน้าเริ่มบวมอักเสบ มีหนองทางทีมสัตวแพทย์ก็จะเดินทางมาให้ยาทุกวัน ทีมอาสาก็คอยเฝ้าตลอด24ชั่วโมง และให้ยาในผลไม้  

แต่มาวันนี้ (19 ก.พ. 65 )พลายโค้กเริ่มไม่มีเรี่ยวแรง และไม่ยอมขึ้นจากน้ำให้หมอฉีดยา รักษาอาการเหมือนเช่นเคย โดยพลายโค้กจะอยู่ในน้ำตลอด ไม่ยอมขึ้นมาเหมือนกับเด็กกลัวเข็มฉีดยา กลัวหมอมารักษา ทำให้เป็นอุปสรรคในการรักษาและอาจเกิดการติดเชื้อที่แผลได้ 

ทางทีมสัตวแพทย์จึงเข้าประชุมวางแผนการรักษา ว่าจะต้องยิงยาซึมเพื่อผ่าล้างแผล แต่ต้องประเมินอาการก่อน และเมื่อรักษาแล้วก็จะขึงลวด กระแสไฟฟ้า เพื่อกันไม่ให้พลายโค้กลงไปในน้ำ ป้องกันการติดเชื้อ แต่ก็ต้องดูอาการก่อนว่าจะสามารถรักษาได้อย่างไร เพราะค่ำคืนนี้พลายโค๊กกลัวหมอกลัวเข็มฉีดยา ไม่ยอมขึ้นมาจากน้ำ. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บทความพิเศษ : ‘มรภ.กาญจนบุรี’กับภารกิจ ลดเหลื่อมล้ำการศึกษาในพื้นที่

Posted on February 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/636651

บทความพิเศษ : ‘มรภ.กาญจนบุรี’กับภารกิจ  ลดเหลื่อมล้ำการศึกษาในพื้นที่

วันอาทิตย์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“กาญจนบุรีเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่เป็นลำดับ 3 ของประเทศ มีชุมชนห่างไกลบริบทของแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน มีความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่หลากหลายและค่อนข้างรุนแรง เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน มีเด็กไร้สัญชาติอาศัยอยู่จำนวนมาก อีกทั้งมีความแตกต่างด้านฐานะทางครอบครัว ทำให้ไม่สามารถดำเนินการรูปแบบการจัดการศึกษาของจังหวัด ดังเช่นจังหวัดอื่นๆ ได้

ขณะเดียวกัน กาญจนบุรี มีนวัตกรรมการจัดการศึกษาที่หลากหลายที่ได้ริเริ่มดำเนินการไว้ในโรงเรียนนำร่องนวัตกรรมการศึกษา ปี 2562 จำนวน 41 สถานศึกษาเป็นการศึกษา ที่ดำเนินการจัดรูปแบบการจัดการศึกษาที่เหมาะสมกับบริบทเชิงพื้นที่ของจังหวัด ในเรื่องการพัฒนาหลักสูตร การจัดกิจกรรมสำหรับเด็ก โดยยึดเพียงแค่หลักสูตรแกนกลางเป็นพื้นฐาน ส่วนรูปแบบอื่น วิธีการจัดการศึกษา เนื้อหารายวิชาในกลุ่มสาระบางอย่างทางจังหวัด โดยคณะกรรมการขับเคลื่อนนวัตกรรมทางการศึกษาจะเป็นผู้ดำเนินการได้”

ณรงค์เดช รัตนานนท์เสถียรอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรีบอกเล่าถึงบริบทการจัดการศึกษาในพื้นที่กาญจนบุรี จังหวัดทางตะวันตกของประเทศไทย ซึ่งนับตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมามรภ.กาญจนบุรี ทำงานร่วมกับ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาญจนบุรี โดยได้รับการสนับสนุนจาก กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เริ่มจากโครงการ “ระยะที่ 1” ตั้งเป้าหมายการสำรวจไว้ 13 อำเภอ กลุ่มเป้าหมายเด็กปฐมวัยยากจนในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก (ศพด.) จำนวน 10,565 คน สำรวจได้จริง 3,560 คน คิดเป็นร้อยละ 33

ในส่วนของเด็กที่อยู่ในเกณฑ์ยากจนและได้รับการช่วยเหลือ จำนวน 1,489 คน จากจำนวน ศพด. 90 แห่งใน 39 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งจังหวัด และสนับสนุนช่วยเหลือพัฒนาสถานปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จำนวน 25 ศพด. กลุ่มเป้าหมายเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาทั้งสิ้นจำนวน17,749 คน สำรวจได้จริง 2,386 คน คิดเป็นร้อยละ 13.44 ในส่วนของเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาที่ได้รับการช่วยเหลือจริง 223 คน

จากนั้น “ระยะที่ 2” แบ่งการช่วยเหลือเป็น 4 กลุ่ม คือ กลุ่มเป้าหมายเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา การช่วยเหลือเด็กปฐมวัยยากจนในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก การพัฒนาสถานศึกษาปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และการช่วยเหลือเด็กเสี่ยงหลุด ซึ่งการดำเนินงานและการทำงานในระยะ 6 เดือนแรก ของโครงการระยะที่ 2 มีผลการดำเนินงานที่น่าพึงพอใจ ตัวอย่างเช่นวันที่ 22-23 ม.ค. 2565 ณ สวนไทรโยครีสอร์ท

ในการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการกิจกรรมพัฒนาศักยภาพครู ศพด. ให้มีประสิทธิภาพในการจัดการเรียนการสอนเพื่อเป็นการช่วยยกระดับทำให้ครูและบุคลากรทางการศึกษามีความรู้และสามารถนำความรู้ที่ได้รับด้านการพัฒนาทักษะสมอง EF ไปพัฒนาการเรียนการสอนและพัฒนาทักษะสมองของเด็กปฐมวัย 2-6 ขวบ ของแต่ละศูนย์ได้ การสนับสนุนงบประมาณการจัดกิจกรรม การจัดหาวิทยากรเพื่อพัฒนาศักยภาพครู ให้ได้รับความรู้

สามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากวิทยากรได้ในด้านต่างๆ ที่ทีมงานของโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่จัดให้ ผมคิดว่า Impact ที่สำคัญที่ช่วยสนับสนุน ส่งเสริม และสร้างโอกาส ไม่ว่าจะสร้างโอกาสให้เด็กนอกระบบการศึกษาได้กลับเข้ามาในระบบ หรือมีอาชีพในการดำรงชีวิตเพื่อช่วยเหลือครอบครัว จากที่เราจะได้ยกระดับพัฒนาเด็กปฐมวัย คิดว่าเป็นโครงการที่มีความสำคัญ และเป็นประโยชน์มากสำหรับการพัฒนาการศึกษาในพื้นที่เพื่อความเสมอภาค

กลไกโครงสร้างการทำงานของระยะที่ 1 มีการทำงานร่วมกันเชื่อมโยงกับส่วนราชการหลายส่วน โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นที่ปรึกษาโครงการ ทั้งนี้ การทำงานเชิงพื้นที่ในระยะที่ 1 ต้องมีการเชื่อมโยงผู้บริหารท้องถิ่น หากในพื้นที่ไม่รับนโยบายการเชื่อมต่อการทำงานกลุ่มเป้าหมายเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา กลุ่มเป้าหมายเด็กปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และการพัฒนาสถานปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จะทำให้การทำงานไม่สามารถดำเนินการช่วยเหลือตามเป้าหมายได้

โครงการระยะที่ 1 ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีมุ่งเป้าหมายการจัดการศึกษาไปที่ศึกษาธิการจังหวัด เนื่องจากการดำเนินงานด้านข้อมูลการช่วยเหลือเด็ก และข้อมูลการดำเนินงานด้านการศึกษา ศึกษาธิการจังหวัดน่าจะเป็นผู้ดูแลโครงการและงบประมาณ ประสานงานร่วมกับผู้นำชุมชน ระดับนายอำเภอ ซึ่งมีบทบาทสำคัญมาก ส่วนระยะที่ 2 การทำงานจะดำเนินการขับเคลื่อน โดย มรภ.กาญจนบุรี เป็นองค์กรผู้เสนอโครงการ

โดยมีคณะกรรมการดำเนินงาน (Core Team) เป็นอาจารย์ เจ้าหน้าที่ มรภ.กาญจนบุรี และคณะกรรมการสมาคมสภาการศึกษาจังหวัดกาญจนบุรี เป็นภาคีเครือข่ายหลักพร้อมทั้งมีหน่วยงานภาครัฐต่างๆ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหน่วยงานภาคเอกชน สถานศึกษา และหน่วยงานประชาสังคม(NGO) ใน จ.กาญจนบุรี ซึ่งทั้งหมดเป็นภาคีเครือข่ายการทำงานจากระยะที่ 1 ที่เข้าร่วมเป็นคณะทำงานในระยะที่ 2 ต่อเนื่อง

“การทำงานการช่วยเหลือเด็กจะอยู่ในกลไกและวัตถุประสงค์ของโครงการ การทำงานการเชื่อมโยงจะดำเนินงานโดยทำหนังสือแจ้งผู้บริหารท้องถิ่น ในระดับนายกองค์การบริหารส่วนตำบล นายกเทศมนตรีเทศบาล หรือมีการประสานงานกับผู้นำชุมชน เช่น ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อสม. อพม.ร่วมถึงนักศึกษา และกลุ่มคณะทำงาน U2T ของ มรภ.กาญจนบุรีดำเนินงานอยู่ในพื้นที่ 5 อำเภอ ที่โครงการได้ดำเนินงานในระยะที่ 2 ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่ง” ณรงค์เดช ระบุ

อธิการบดี มรภ.กาญจนบุรี กล่าวในตอนท้ายว่า การที่กสศ. เสนอให้ กาญจนบุรี เป็นหนึ่งใน 20 จังหวัดนำร่อง และได้อนุมัติโครงการปีที่ 2 ในการทำงานนั้นเป็นการสร้างโอกาส กำลังใจ ทำให้มุมมองของคนในพื้นที่เห็นความสำคัญ ซึ่งแม้จะดึงเด็กนอกระบบกลับมาได้ไม่ทั้งหมด แต่ก็จะทำให้เกิดความตระหนัก และหากระบวนการ มาตรการสนับสนุนส่งเสริมเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา

ทั้งนี้ สมาคมสภาการศึกษาจังหวัดกาญจนบุรี หนึ่งเครือข่ายที่เป็นผลผลิตในการดำเนินงานจากการทำงานโครงการระยะที่ 1 จะสามารถเชื่อมต่อการช่วยเหลือและ
เชื่อมต่อหน่วยงานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาครัฐภาคเอกชน ในการจัดตั้งงบประมาณช่วยเหลือต่อไปได้หรือไม่แต่ทุกคนตระหนักว่าในพื้นที่มีเด็กที่ด้อยโอกาสและอยู่นอกระบบการศึกษา ซึ่ง กสศ. ทำให้เห็นแล้วว่ามีกลไกที่สามารถเชื่อมโยงการช่วยเหลือแบบนี้

แม้งบประมาณช่วยเหลือเด็กแต่ละรายจะไม่มากมาย แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นในการให้โอกาสทางการศึกษา!!!

กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, บทความพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จับมือมหา’ลัยไทย-อังกฤษ พัฒนาเครือข่ายนักการศึกษา

Posted on February 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/636661

จับมือมหา’ลัยไทย-อังกฤษ  พัฒนาเครือข่ายนักการศึกษา

วันอาทิตย์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยคณะศึกษาศาสตร์ร่วมกับ University of Hull, สหราชอาณาจักรจัดโครงการ DEVELOPING INNOVATIONAND RESEARCH CAPACITY IN THE CIRCULAR ECONOMY THROUGH CITIZEN INQUIR เพื่อส่งเสริม สร้างการตระหนักรู้ การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะภาคพลเมือง ทำการประชุมวิชาการสรุปโครงการ ทั้งนี้มีคณาจารย์ นักวิชาการศึกษา ครูประจำการร่วมประชุมกว่า 120 คน ผ่านระบบการประชุมอิเล็กทรอนิกส์

ผศ.ดร.นิวัฒน์ ศรีสวัสดิ์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น Co-Principal Investigators (Co-PI) กล่าวว่า โครงการ DEVELOPING INNOVATION AND RESEARCH CAPACITY IN THE CIRCULAR ECONOMY THROUGH CITIZEN INQUIR เป็นโครงการความร่วมมือจาก 2 มหาวิทยาลัย ได้แก่ University of Hull ประเทศอังกฤษ และมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย ทำงานร่วมกันตลอด 1 ปีเต็ม เพื่อถ่ายทอดวิธีการจัดการเรียนรู้แบบ Citizen Inquiry หรือกระบวนการสืบเสาะภาคพลเมือง

ภายใต้บริบทที่อยากให้ผู้ร่วมโครงการเข้าใจเรื่องแนวคิดเศรษฐกิจพลาสติกแบบหมุนเวียน กลุ่มเป้าหมายหลักของโครงการ คือ คุณครู หรือนักการศึกษา เพราะเชื่อว่าปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงการจัดการศึกษาคือตัวครู โครงการคาดหวังว่าใน 1 ปีนี้ จะสามารถสร้างคุณครูวิทยาศาสตร์หรือสร้างนักวิทยาศาสตร์ศึกษาที่เข้าใจแนวทางนี้ซึ่งเป็นแนวทางนวัตกรรมการจัดการศึกษาแนวใหม่ ที่นำผู้เรียนมาสู่ธรรมชาติ เรียนรู้วิทยาศาสตร์ของจริง และเกิดการเชื่อมต่อเข้าใจธรรมชาติและสามารถไปใช้ในชีวิตจริงได้

ผศ.ดร.นิวัฒน์กล่าวอีกว่า ภายในโครงการได้มีการจัดตั้งเครือข่าย Thai Citizen Science and Inquiry in Education (Thai CSI-ED) Network ทำการเชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัยต่างๆ อีก 9 มหาวิทยาลัย ในประเทศไทย ทั้ง 4 ภาค ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยทักษิณ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร และมหาวิทยาลัยขอนแก่น

ทำการเซตอัพเครื่อข่ายที่เราเรียกว่า (Thai CSI-ED) Network คือ เครือข่ายของมหาวิทยาลัยไทยที่ใช้วิธีการสืบเสาะภาคพลเมืองในการทำงานทางการศึกษาด้วยกันนำวิธีการกระบวนการ Citizen Inquiry เข้าไปจัดการเรียนการสอน นำเทคโนโลยีอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ เช่น เครื่องวัดคุณภาพน้ำ โดรน กล้อง 360 องศา และ โปรแกรมวีดีโอแบบมีปฏิสัมพันธ์ ถ่ายทอดกระบวนการวิธีการสืบเสาะภาคพลเมืองแก่ครูประจำการ และนักศึกษา นิสิตครูเพื่อปลูกฝังสร้างการตระหนักรู้ให้แก่เยาวชนต่อไป

ศ.เควิน เบอร์เดน (Prof.Kevin Burden) ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา University of Hull กล่าวว่า มหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นพันธมิตรในฐานมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพสูงทางด้านการวิจัยและการสอน โครงการดังกล่าวมุ่งเน้นไปที่การช่วยเหลือในประเทศไทยรวมทั้งในสหราชอาณาจักรให้ได้เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยใช้วิธีการที่เรียกว่า กระบวนการสืบเสาะภาคพลเมือง ซึ่งเป็นส่วนย่อยของวิทยาศาสตร์พลเมือง

ซึ่งด้วยผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 จึงสัมมนาและการเวิร์กช็อปหลายครั้ง เพื่อช่วยให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้ลงมือสืบเสาะจริงในชุมชนของตนเอง โดยมุ่งความสนใจไปที่ครูผู้สอนในมหาวิทยาลัย เพราะครูมีความสามารถในการยกระดับการทำงานที่สร้างแรงกระเพื่อมไปยังนักศึกษาซึ่งจะเข้าไปสอนในโรงเรียนและทำงานกับเด็กและครูคนอื่นๆ และเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย จึงนำแนวคิดกระบวนการสืบเสาะภาคพลเมืองมาใช้ สอนเด็กและคณะครูให้รู้จักการจัดการ และนำโครงการมาประยุกต์เข้ากับปัญหาสิ่งแวดล้อม

เช่น ขยะพลาสติก น้ำ มลพิษ และอื่นๆ เพราะเป็นปัญหาสำคัญโดยเฉพาะในบริบทของประเทศไทย โครงการต่างๆ ที่เราได้ส่งเสริมริเริ่มและสนับสนุนกำลังสร้างผลกระทบในระดับท้องถิ่น เราเชื่อว่าการเชื่อมโยงโครงการร่วมกับเครือข่ายใหม่ๆ โดยมหาวิทยาลัยขอนแก่นและทางเราเอง จะยกระดับการทำงานให้ขยายผลกระทบออกไปทั่วประเทศ รวมทั้งในระดับชุมชนที่กำลังเผชิญปัญหาเดียวกัน

ในการประชุมครั้งนี้ยังได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญ บรรยายพิเศษ อาทิ Dr.Charlotte Dean University of Hull บรรยายพิเศษเรื่อง แนวคิดวิทยาศาสตร์สืบเสาะภาคพลเมืองกับเศรษฐกิจพลาสติกแบบหมุมเวียน และ ผศ.ดร.ยุวรัตน์ เงินเย็น ภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น บรรยายเรื่อง สถานการณ์ขยะในประเทศไทยและการเปลี่ยนขยะเป็นพลังงานทางเลือก และมีผู้ร่วมประชุมทั้ง 9 มหาวิทยาลัยรายงานสรุปโครงการย่อย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : เปิด‘ดวงอาทิตย์ประดิษฐ์’เครื่องแรกของอาเซียน พลังงานสะอาดแห่งอนาคตเพื่อคนไทย

Posted on February 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/636653

สกู๊ปพิเศษ : เปิด‘ดวงอาทิตย์ประดิษฐ์’เครื่องแรกของอาเซียน  พลังงานสะอาดแห่งอนาคตเพื่อคนไทย

วันอาทิตย์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ในช่วงที่ผ่านมา ทั่วโลกได้ให้ความสำคัญในการค้นคว้าวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตพลังงานสะอาด และหนึ่งในเทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในขณะนี้คือการใช้ปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชั่นเพื่อผลิตพลังงานเลียนแบบปฏิกิริยานิวเคลียร์ที่เกิดขึ้นบนพื้นผิวของดวงอาทิตย์ โดยใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชั่นหรือเครื่องโทคาแมค ผลจากการทดลองเดินเครื่องโทคาแมคที่มีอยู่ทั่วโลก สามารถสร้างให้เกิดพลาสมาที่มีความร้อนถึง 70-120 ล้านองศาเซลเซียส ซึ่งเป็นการจุดประกายความหวังในการหาแหล่งพลังงานสะอาด เพื่อทดแทนกับแหล่งพลังงานบนโลกที่กำลังจะหมดไป

ประเทศไทยของเราก็ได้มีความตื่นตัวในเรื่องนี้อย่างมากเช่นเดียวกัน โดยเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2565 ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการพัฒนาเครื่องโทคาแมคเครื่องแรกของประเทศไทย“ดวงอาทิตย์ประดิษฐ์” พลังงานสะอาดแห่งอนาคตเพื่อคนไทยโดยมี นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัด อว. รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผอ.สทน. ผู้บริหาร อว. และหัวหน้าส่วนราชการ อ.องครักษ์ เข้าร่วม ที่สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. อ.องครักษ์ จ.นครนายก

รมว.อว. กล่าวว่า ไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพสูงที่จะดีดตัวเองออกจากประเทศรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศพัฒนาแล้วภายใน 20 ปีข้างหน้า เรากำลังเดินตามญี่ปุ่น จีน เกาหลี ไม่ใช่ชาติตะวันตก และส่วนหนึ่งของการพัฒนาที่สำคัญคือ ด้านพลังงาน เราต้องมีพลังงานพอเพียง สะอาดและปลอดภัยเช่น พลังงานจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชั่น ซึ่งเหมือนกับพลังงานที่เกิดบนดวงอาทิตย์ และเวลานี้ อว. โดย สทน. กำลังจะสร้างพลังงานแบบเดียวกับดวงอาทิตย์เป็นครั้งแรกของไทยที่ จ.นครนายกชื่อว่า เครื่องโทคาแมค หรือ “ดวงอาทิตย์ประดิษฐ์” พลังงานสะอาดแห่งอนาคตเพื่อคนไทย

ศ.(พิเศษ)ดร.เอนก กล่าวต่อว่า ใครจะเชื่อว่าไทยจะสามารถทำเรื่องนี้ได้เป็นประเทศแรกในอาเซียน และเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในโลกที่สามารถสร้างดวงอาทิตย์ประดิษฐ์หุ้มความร้อนด้วยพลาสมาได้ มีความปลอดภัย อุณหภูมิเป็นล้านองศาแต่ถูกห่อหุ้มด้วยพลาสมา พลังงานสะอาดปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชั่น สามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตได้มากมาย เป็นพลังงานสะอาดที่ทดแทนพลังงานฟอสซิลเพื่อช่วยลดภาวะโลกร้อน ที่สำคัญสามารถนำไปทดแทนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รูปแบบเดิม

โดย อว. ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงมีพระเมตตา เสด็จฯทรงเป็นประธานในพิธีรับมอบแกนหลักของเครื่องโทคาแมคเครื่องแรกของไทย ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน และยังทรงติดตามความก้าวหน้าในอีกหลายโอกาส นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นต่อโครงการนี้โดยแท้

“ภายในเวลาไม่เกิน 10 ปีไทยจะสร้างเครื่องโทคาแมคได้เองเราจะมีความมั่นคงทางพลังงาน มีพลังงานสะอาดใช้ และสามารถส่งออกพลังงานเหล่านี้เพื่อสร้างรายได้มหาศาลกลับเข้าประเทศที่สำคัญ เราจะทำให้คนในพื้นที่ จ.นครนายก และจังหวัดใกล้เคียงได้รับประโยชน์อย่างสูงสุด โดยสร้างงานสร้างรายได้ เอาคนในพื้นที่มาร่วมทำงาน นำนักเรียน นักศึกษาเข้ามาเรียนรู้ในโครงการ สร้างนักนิวเคลียร์รุ่นใหม่ของประเทศ ขอให้มั่นใจว่า อว. ให้ความสำคัญกับคนในพื้นที่มากที่สุด และพร้อมเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมกับประวัติศาสตร์หน้าสำคัญนี้อย่างแน่นอน” ศ.(พิเศษ)ดร.เอนก กล่าว

รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. เปิดเผยว่าสทน. มีแผนการวิจัยและพัฒนาการใช้ประโยชน์จากพลังงานนิวเคลียร์ฟิวชั่น ภายใต้การสนับสนุนของกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยชั้นนำในไทยอีก 15 แห่ง และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ให้การสนับสนุนงบประมาณ และ สทน.ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจกับสถาบันพลาสมาฟิสิกส์ ประเทศจีน หรือ ASIPP มาตั้งแต่ปี 2560โดยมีขอบข่ายความร่วมมือในการพัฒนาห้องปฏิบัติการเพื่อการทำวิจัยด้านพลาสมา และการพัฒนาห้องปฏิบัติการด้านนิวเคลียร์ฟิวชั่น

จากความร่วมมือดังกล่าว ASIPP ได้มอบเครื่องโทคาแมคหรือดวงอาทิตย์ประดิษฐ์ HT-6M ให้ สทน. อย่างเป็นทางการเมื่อปี 2561

หลังรับมอบเครื่องโทคาแมค สทน.ได้วางแผนการทำงานเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะแรก เป็นการถอดแบบและศึกษาองค์ประกอบของเครื่องโทคาแมคและอุปกรณ์ประกอบต่างๆ รวมถึงการก่อสร้างอาคาร เพื่อเตรียมการติดตั้งเครื่องโทคาแมค ในระยะที่ 2สทน.จะส่งเจ้าหน้าที่เข้ารับการถ่ายทอดองค์ความรู้ พร้อมร่วมออกแบบและพัฒนาระบบต่างๆ ของเครื่องโทคาแมคและประกอบเครื่องจนสามารถเดินเครื่องได้ และระยะที่ 3 เป็นการย้ายเครื่องกลบมาประเทศไทย ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2566

เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา สทน. ได้ลงนามกับ ASIPP เพื่อที่จะพัฒนาระบบสนับสนุนต่างๆ ที่ประเทศจีน จนเมื่อเครื่องทำงานได้ก็จะทำการถอดประกอบและขนส่งมาติดตั้ง ณ สทน.องครักษ์ ปัจจุบันการดำเนินการอยู่ในระยะที่ 2ในส่วนการก่อสร้างอาคารสำหรับติดตั้งเครื่องโทคาแมคนั้น ความคืบหน้าของการก่อสร้าง และอุปกรณ์สำหรับอาคารห้องปฏิบัติการคืบหน้าไปแล้วร้อยละ 80 และคาดว่าจะแล้วเสร็จในกลางปี 2565 นี้

สำหรับเครื่องโทคาแมคหรือดวงอาทิตย์ประดิษฐ์ที่ไทยพัฒนาร่วมกับ ASIPP จะมีชื่อว่า Thai Tokamak-1 หรือ TT-1 เมื่อเดินเครื่อง คาดว่าอุณหภูมิของพลาสมาในระยะแรกจะอยู่ที่ประมาณ 1 แสนองศาเซลเซียสและ สทน. มีแผนพัฒนาระบบให้ความร้อนเสริมแก่พลาสมาด้วยวิธีการให้ความร้อนด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อยกระดับอุณหภูมิของพลาสมาไปสู่ระดับ 1 ล้านองศาเซลเซียส

และในอนาคตจะมีการออกแบบและสร้างเครื่องโทคาแมคเครื่องใหม่ขึ้นมาเองโดยจะใช้เทคโนโลยี Superconducting magnet เพื่อสร้างสนามแม่เหล็กที่มีความเข้มสูงขึ้นสำหรับกักพลาสมาและการให้ความร้อนเสริมด้วยวิธีการต่างๆ ซึ่งคาดว่าจะสามารถสร้างพลาสมาที่มีอุณหภูมิสูงในระดับ 10 ล้านองศาเซลเซียสได้ เครื่องโทคาแมคที่ติดตั้งที่ สทน. จะใช้สำหรับการศึกษาปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชั่น เพื่อใช้เป็นพลังงานสะอาดในการผลิตกระแสไฟฟ้าในอนาคต ซึ่งการเดินเครื่องพลาสมาจากเครื่อง TT-1 ในครั้งแรกคาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2566

ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่าในระยะสองสามปีที่ผ่านมา ทำให้เห็นแนวโน้มที่พลังงานฟิวชั่น จะเป็นแหล่งพลังงานสะอาดที่เข้าถึงได้ ที่เป็นไปได้มากขึ้นๆ ทุกขณะ ดังที่เราได้ประโยชน์จากปฏิกิริยาฟิวชั่นจากดวงอาทิตย์ จากวิกฤตทางพลังงานที่คาดว่าจะรุนแรงขึ้นในอนาคตอันใกล้ ความสามารถอันจำกัดของแหล่งพลังงานที่เรามีอยู่ในปัจจุบันผนวกกับการเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน ทำให้เราจำเป็นที่จะต้องหาแหล่งพลังงานทางเลือก ที่ไม่ก่อให้เกิดปัญหาภาวะโลกร้อนไปซ้ำเติมสภาวะโลกร้อนในปัจจุบัน ประกอบกับเทคโนโลยีนิวเคลียร์และพลาสมา เพื่อผลิตพลังงานฟิวชั่นมีพัฒนาการอย่างสูงยิ่งในระยะสองสามปีที่ผ่านมา

ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่เทคโนโลยีดังกล่าว กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จึงมีโครงการผลิตนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัยวิศวกรนวัตกร ให้เพียงพอรองรับการพัฒนาแหล่งพลังงานใหม่ โดยจะเป็นหนึ่งในโครงการนำร่องของสถาบันวิทยสถานวิทยาศาสตร์ (Thailand Academy of Science; ThAS, ธาส) ที่ อว. มีดำริจะจัดตั้งขึ้น เพื่อยกศักยภาพการวิจัย การศึกษา และนวัตกรรม สร้างนักวิจัยหรือบัณฑิตที่มีศักยภาพ ของกระทรวงฯ ของหน่วยงานในสังกัด และของประเทศ

ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์

ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์

รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์

รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์

ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล

ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จุดเช็คอินใหม่! ไปดูสาวระยองใจบุญ เปิดคาเฟ่เลี้ยงดูกระต่ายที่ถูกทอดทิ้ง

Posted on February 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/636691

จุดเช็คอินใหม่! ไปดูสาวระยองใจบุญ เปิดคาเฟ่เลี้ยงดูกระต่ายที่ถูกทอดทิ้ง

วันเสาร์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 23.21 น.

สาวระยองใจบุญยอมเปิดคาเฟ่เลี้ยงดู กระต่ายที่ถูกทอดทิ้ง ลูกค้าส่วนใหญ่มากันเป็นครอบครัว ชื่นชอบบรรยากาศ ส่งเสริมให้ลูกหลานโอบอ้อมอารีย์รักสัตว์เมื่อเลี้ยงแล้วต้องไม่ทอดทิ้ง

FUNNY BUNNY (ฟันนี่ บันนี่)ร้านคาเฟ่กระต่ายที่แปลว่า กระต่ายแสนสนุก เป็นร้านคาเฟ่ที่เปิดขึ้นเพื่อเลี้ยงดูกระต่ายที่ถูกทอดทิ้ง เปิดมาแล้ว 2 ปีกว่ามีกระต่าย มากว่า 30 ตัว  ภายในร้านตกแต่งด้วยสไตล์มินิมอล สะอาด และดูอบอุ่น มีมุมให้นั่งสบายๆ และมุมที่เป็นลานสัตว์เลี้ยงซึ่งมีกระต่ายหลากหลายสายพันธุ์ วิ่งเล่นรออวดโฉมความน่ารักให้กับบรรดาลูกค้าที่เข้ามาซึ่งส่วนใหญ่มากันเป็นครอบครัวเลือกเล่นกับน้องกระต่ายน้อยได้อย่างมีความสุข โดยพระเอกของที่นี่ คือ ฮาเฮ กระต่ายสายพันธุ์ ฮฮลแลนด์ลอฟ และเจ้าจิ๋วกระต่ายสายพันธุ์เฟลมมิสไจแอ้น ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ใหญ่สุดในโลก

น.ส. สุชานันท์ สฤษฎีชัยกุล อายุ 27 ปี บอกว่า เมื่อก่อนอยู่กรุงเทพฯพักอยู่ในคอนโด ซึ่งไม่สามารถจะนำสัตว์อื่นๆไปเลี้ยงได้ จึงเลือกเลี้ยงกระต่าย เพราะไม่ส่งเสียงดังรบกวนเพื่อนบ้าน พอเลี้ยงได้สักพัก ก็ชอบและหลงรักกระต่ายเพราะมีความผูกพันธ์กันอย่างมาก แล้วก็ยังได้ออกไปเที่ยวตามคาเฟ่กระต่ายเพื่อจะได้เห็นชีวิตของกระต่ายตัวอื่น จนทราบว่ายังมีกระต่ายที่ถูกทอดทิ้งจำนวนมาก ทำให้เกิดความคิดอยากจะช่วยแบ่งเบาภาระของเจ้าของคาเฟ่หลายๆแห่งที่ไม่อาจดูแลกระต่ายที่มีอยู่ได้เพราะพื้นที่ไม่เพียงพอ จึงเปิดคาเฟ่กระต่ายในกรุงเทพเพื่อนำกระต่ายที่คนเลี้ยง เลี้ยงไม่ไหวมาช่วยดูแล พอเศรษฐกิจไม่ดี ก็สู้กับภาระค่าเช่าที่ในกรุงเทพฯไม่ไหว จึงตัดสินใจกลับมาเปิดคาเฟ่กระต่ายที่บ้านระยอง กระต่ายส่วนหนึ่งนำมาจากกรุงเทพฯที่เคยเลี้ยงดูอีกส่วนหนึ่งมีคนนำมาให้ช่วยเลี้ยงดูเพราะเจ้าของเลี้ยงไม่ไหว ทำให้ในคาเฟ่ มีกระต่ายทุกสายพันธุ์ ยังมีพันธุ์ที่หายาก มีราคาก็จะซื้อมาเพื่อให้ลูกค้าได้รู้จักและเห็นความน่ารัก ความแสนรู้ของกระต่ายในทุกสายพันธุ์

“ลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะมาเป็นครอบครัว พาลูกพาหลานมาเล่นกับกระต่าย ซึ่งรายได้จากการขายบัตรเข้าชม คนละ 50 บาท จะนำมาใช้เป็นค่ารักษา ค่าอาหาร และคนเลี้ยง โดยลูกค้าจะได้อาหาร1ถ้วย ให้กับกระต่ายได้ใกล้ชิดและสัมผัสกับกระต่ายทุกตัว ซึ่งต่างก็มีความน่ารัก และไม่ดุร้ายเพราะทุกตัวถูกเลี้ยงจากความรัก เสมือนเป็นสมาชิกในครอบครัว โดยทางเราจะมีเจ้าหน้าที่คอยแนะนำ ลูกค้าให้เข้าดูแล ใกล้ชิดกับกระต่ายได้อย่างมีความสุข ส่วนมาตรการโควิดของทางร้านก็มีการให้คนในร้านตรวจ ATK เป็นประจำและมีการตรวจวัดอุณหภูมิฉีดแอลกอฮล์ทำความสะอาดทุกวัน “น.ส.สุชานันท์ กล่าว

เจ้าของร้าน ยอมรับว่า ที่ทำไม่มีผลกำไรแต่ที่ทำก็เพราะความสุขใจ ซึ่งจุดประสงค์หลักที่เปิดคาเฟ่กระต่าย นอกจากรับเลี้ยงดูกระต่ายที่ถูกทอดทิ้ง ก็อยากจะให้ กระต่ายทุกตัว ได้รับความรัก ความเอ็นดูจากคน และในช่วงสถานการณ์โควิด-19 แพร่ระบาด ลูกค้าลดน้อยลง ทำให้ต้องแบกรับภาระค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายอื่นๆ แต่ก็จะยังสู้ต่อเพื่อให้กระต่ายทุกตัวได้มีชีวิตอยู่อย่างมีความสุข

นอกจากกระต่ายแล้ว ทางร้านก็จะมีเมนู อาหาร เครื่องดื่ม และขนมหวาน เพื่อรองรับลูกค้า ที่เข้ามาดูกระต่ายเมนูน้ำแนะนำก็จะมี Pink In black ซึ่งเป็นเมนูยอดนิยมของทางร้าน เป็นส่วนผสมของช็อกโกแลตกับน้ำแดง ในสูตรของทางร้านเอง ราคาเครื่องดื่มเริ่มต้นที่ 45 – 70 บาท ส่วนเมนูอาหารและเมนูทานเล่นก็มีหลากหลายเมนูราคาเริ่มต้นที่ 50 – 150 บาท 

FUNNY BUNNY Café ร้านตั้งอยู่ หมู่ 5 ตำบลเพ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง เปิดบริการ วันอังคาร – วันศุกร์ เวลา 11:00-19:00 น. ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ เปิดบริการเวลา 10:00-19:30 น. และปิดทุกวันจันทร์เบอร์โทรศัพท์ 080-9898345

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,289,059 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ดี๊ด๊า...นารีสโมสร รสละมุน กองหนุนรัฐนาวา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
9 เทคนิคลดน้ำหนักแบบยั่งยืนที่สาวหลัก 4 ต้องรู้
ข้าราชการดีเด่น (3)
Telecom regulator issues licence warning
Phuket hospitals facing costly losses for treating uninsured foreigners
Young daughter feared rape by sexually abusive repairmen, says mother #SootinClaimon.Com
TMB starts smart service  for portfolio management
น้ำตาจะไหล! 'ลุงฉลอง'วัย60 เก็บเงิน3แสนส่งคืนเจ้าของ #SootinClaimon.Com
Grand Opening W22 Hotel by Burasari
ทรัมป์ถล่มมูลนิธิคลินตัน ใช้เส้นหาเงินเข้ากระเป๋า

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d