‘โหวตนายกรอบ2’ : ‘สุทิน’ ลุ้นตีความ ‘ข้อบังคับที่ 41’ ชงชื่อ ‘พิธา’ ได้หรือไม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553961

19 ก.ค. 2566

‘โหวตนายกรอบ2’ : ‘สุทิน’ ลุ้นตีความ ‘ข้อบังคับที่ 41’ ชงชื่อ ‘พิธา’ ได้หรือไม่

‘โหวตนายกรอบ2’ : ‘สุทิน’ ลุ้นตีความ ‘ข้อบังคับที่ 41’ เสนอชื่อ ‘พิธา’ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ‘ประธานสภาฯ’ เปิดให้สมาชิกอภิปรายฯ 2 ชม. คาดอาจจะถูกตีตก เหมือนเสนอครั้งแรก- 11.00 น.ศาลรธน. สั่ง ‘พิธา’ หยุดปฏิบัติหน้าที่สส.ชั่วคราว ปมถือครองหุ้นสื่อไอทีวี

วันพุธที่ 19 ก.ค. 2566  มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 2 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) โดยมีวาระสำคัญ คือ การพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร 

โดยการพิจารณาครั้งนี้ ถือเป็นการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 2 หลังจากเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ที่ประชุมรัฐสภา มีมติไม่เห็นชอบ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ ผู้ที่จะได้รับเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 272 จะต้องเป็นได้รับเสียงความเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา ปัจจุบันมีอยู่ 749 เสียง แบ่งเป็น สส. 500 เสียง สว. 249 เสียง เสียงเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา เท่ากับ 375 เสียง

แต่การการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 1 ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 ก.ค. 2566 ที่ประชุมรัฐสภามีมติ เห็นชอบ 324 เสียง ไม่ชอบ 182 เสียง งดออกเสียง 199 เสียง ส่งผลให้ นายพิธา ได้รับคะแนนเสียงไม่เกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา จึงไม่ได้รับเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ของประเทศไทย

‘สุทิน’ เสนอ ‘พิธา’ เป็นนายกรัฐมนตรี

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 19 ก.ค. 2566 การประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2 ที่มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นประธานในที่ประชุม โดย นายสุทิน คลังแสง สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้เสนอนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคก้าวไกล (ก.ก.) เป็นนายกฯคนที่ 30

นายสุทิน คลังแสง เสนอ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกฯนายสุทิน คลังแสง เสนอ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกฯ

จากนั้น นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) ลุกขึ้นประท้วงการเลือกนายกรัฐมนตรี ถือเป็นญัตติ เพราะต้องมีการรับรองการเสนอจาก สส. และ สว. ดังนั้น เมื่อมีการเสนอชื่อ และลงคะแนนแล้ว และถูกรัฐสภาตีตกไปแล้ว จึงไม่ควรนำเสนอนายพิธา กลับมาใหม่

“สุทิน” รับดัน “พิธา” รอบนี้ เหนื่อยกว่ารอบแรก

นายสุทิน คลังแสง สส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เผยว่าเสนอชื่อ “พิธา” รอบนี้ เหนื่อยกว่ารอบแรก ชี้ มีเรื่องต้องลุ้นผ่านด่านข้อบังคับ 41 ขนาดฝ่ายกฎหมายสภายังเสียงแตก ตีความวุ่น รับความเห็น “อดีต กกต.” เป็นแนวคิดที่ดี ขอเสียงพรรคเล็กพลิกเป็นญัตติใหม่มองโหวตรอบ 2 สู้ที่ข้อบังคับ

“พิธา” ฝาก 4 ประเด็นถึงสว.

เผยในวันนี้ ผมขอวิงวอนว่า หากท่านยึดถือหลักการตามที่ท่านให้เหตุผลตามนี้จริง ไม่ได้กระทำไปด้วยเหตุอื่น โปรดโหวตให้กับนายกรัฐมนตรีที่เป็นตัวแทนของเสียงข้างมากจากประชาชน

ในนานาอารยประเทศไม่มีที่ไหน เลือกตั้งมาเกิน 2 เดือนแต่ยังไม่มีผู้นำ ยันไม่ได้มุ่งมั่นทำลายสถาบัน แนะลงมติตามเสียงประชาชน ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร ถือเป็นสิ่งที่มีเกียรติ

“อนุทิน” ย้ำไม่ร่วมรัฐบาลเพื่อไทย หากยังมีก้าวไกล

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมร่วมรัฐสภา การเลือกนายกรัฐมนตรีวันนี้ ต้องฟังที่ประชุมว่าจะสามารถเดินหน้าโหวตได้หรือไม่ ซึ่งต้องหารือกันเพื่อให้ได้ข้อสรุป

ส่วนการเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกลจะเป็นการเสนอญัตติซ้ำหรือไม่นั้น พรรคภูมิใจไทย ขอเดินหน้าทำตามข้อกำหนด และข้อบังคับการประชุม หลักการของพรรคภูมิใจไทยยังยึดมั่นคำเดิม คือไม่แก้ไขหรือยกเลิกมาตรา 112

“พิธา” โพสต์ภาพกอดลูกสาวก่อนเข้าประชุมสภา ลงมติเลือกนายกครั้งที่สอง พร้อมใส่แคปชันระบุขอบคุณครับลูกให้กำลังใจ บอกพ่อจะพยายาม

พร้อมระบุแคปชันว่า

โชคดีค่ะคุณพ่อ ขอบคุณครับคุณลูก พ่อจะพยายาม

อย่างไรก็ตาม ได้มีคนเข้ามาส่งอิโมจิหัวใจสีส้ม พร้อมคอมเมนต์ให้กำลังใจอย่างล้นหลาม

‘โหวตนายกรอบ2’ : ‘สุทิน’ ลุ้นตีความ ‘ข้อบังคับที่ 41’ ชงชื่อ ‘พิธา’ ได้หรือไม่

“กิตติศักดิ์” เผยจุดยืนสว.โหวตไม่เห็นชอบ

นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวก่อนการประชุมรัฐสภา เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2 ว่า จุดยืนเหมือนเดิมทุกอย่างเรามีหน้าที่ตรงนี้เราต้องคำนึกถึงความสำคัญของประเทศชาติเป็นหลัก สว.วันนี้ได้คุยกันเบื้องต้นแล้วว่า สิ่งสำคัญคือจะขอประเทศไทยคืน

“เราไม่ยอมเปลี่ยนประเทศไทย และก็เราจะขอลูกหลานเราคืนลูกหลานเราจะต้องกลับมาอยู่ในอ้อมกอดของพ่อแม่ วัฒนธรรมประเพณีไทยต้องกลับมา”

“วราวุธ” ชี้ “พิธา” ถูกรัฐสภาตีตกไปแล้วไม่ควรเสนอใหม่

นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวก่อนการประชุมรัฐสภา เพื่อลงมติเลือกนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรตก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 2 ว่า จากประสบการณ์ที่ผ่านมา และตามระเบียบการประชุมรัฐสภา การเลือกนายกรัฐมนตรี ถือเป็นญัตติ เพราะต้องมีการรับรองการเสนอจาก สส. และ สว. ดังนั้น เมื่อมีการเสนอชื่อ และลงคะแนนแล้ว และถูกรัฐสภาตีตกไปแล้ว จึงไม่ควรนำเสนอใหม่

“กัณวีร์” ลั่น พรรคเป็นธรรมพร้อมเป็นฝ่ายค้านร่วมก้าวไกล

นายกัณวีร์ สืบแสง สส. บัญชีรายชื่อและเลขาธิการพรรคเป็นธรรม กล่าวถึงความพยายามใช้ข้อบังคับที่ 41 ตีตกญัตติเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์สส. บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคก้าวไกลในการเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2 วันนี้ โดยยืนยันว่าการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสูงสุด ไม่สามารถนำข้อบังคับมาอยู่เหนือรัฐธรรมนูญได้ ดังนั้นหากมีการเสนอเรื่องนี้ พรรคเป็นธรรมจะใช้ข้อมูลในการอภิปรายตอบโต้

เลขาธิการพรรคเป็นธรรม เผยพร้อมเป็นฝ่ายค้านร่วมกับพรรคก้าวไกล หากมีการเปลี่ยนขั้วรัฐบาลจริง ยอมรับที่ประชุมวิป 3 ฝ่ายกังวลการเสนอชื่อ “พิธา” อาจผิดข้อบังคับรัฐสภา แต่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ พร้อมยืนยันพรรคเป็นธรรมจะยืนฝั่งประชาธิปไตย

สว.จเด็จ ยันไม่โหวต‘พิธา’ นายกฯ

นายจเด็จ อินสว่าง สมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยว่า หากวันนี้สามารถลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีได้อีกครั้งยืนยันว่าจะโหวตไม่เห็นชอบให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีเหมือนเดิม แต่ส่วนตัวเชื่อว่าวันนี้ไม่สามารถโหวตนายกได้

สว.มณเฑียร ลั่นโหวตหนุน‘พิธา’

นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา กล่าวย้ำก่อนการประชุมรัฐสภา เพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2 ว่ายังคงยืนยันหลักการเดิม ที่จะต้องให้โอกาสพรรคการเมืองที่รวบรวมเสียงข้างมากได้ซึ่งส่วนตัวจะไม่ใช้หลักการอื่น

“วิทยา” ชี้ “พิธา” ถูกรัฐสภาตีตกแล้ว ไม่ควรเสนอใหม่

นายวิทยา แก้วภราดัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวก่อนการประชุมรัฐสภา เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2 โดยย้ำว่า การเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี ถือเป็นญัตติ และได้ถูกตีตกไปแล้ว ไม่ควรนำเสนอกลับเข้ามาในที่ประชุมรัฐสภาใหม่ เว้นแต่จะเป็นการเสนอที่มีพฤติการณ์ใหม่ หรือ เหตุการณ์ใหม่ และเมื่อเป็นญัตติ ก็จะต้องดำเนินการภายใต้ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา

“สว.สุรเดช” ยันโหวต “พิธา” ยึดหลักการเคารพเสียงประชาชน

นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ สว. เผยโหวตนายกรอบ 2 จะยังคงยกมือโหวตให้ “พิธา” ยึดหลักการเคารพเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน และอยากจะให้ประเทศไทยเดินหน้าไปได้

“ชูวิทย์” โพสต์บอก เตรียมพลิกขั้ว- มียุบพรรค

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์  โพสต์เฟซบุ๊ก บอก ปิดสวิตช์ประชาชน ระบุ MOU เป็นแค่ละคร เตรียมพลิกขั้ว ภูมิใจไทย พลังประชารัฐ กลับมาแน่ และอาจมียุบพรรคเกิดขึ้น พร้อมบอกด้วยว่าไม่มีดีลลับ เหลือแต่ดีลวงเท่านั้น

อภิปรายฯ ข้อบังคับที่ 41 ลุ้นเสนอ‘พิธา’ได้หรือไม่

บรรยากาศจากในการประรัฐสภา โหวตนายกรอบ 2 เป็นวาระสำคัญครั้งนี้ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ยืนยันจะเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง แต่ที่น่าจับตาคือ ความไม่ชัดเจน ว่า จะสามารถเสนอชื่อนายพิธาซ้ำได้หรือไม่ หลังมีผู้ไม่เห็นด้วย โดยมองว่า ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2563 ข้อ 41 ญัตติใดที่ตกไปแล้ว ห้ามนำญัตติขึ้นเสนอซ้ำ เว้นแต่ญัตติที่ยังมิได้มีการลงมติ หรือญัตติที่ประธานรัฐสภาจะอนุญาต แต่อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับประธานรัฐสภา อาจพิจารณาให้มีการเสนอญัตติดังกล่าวซ้ำได้อีก

ศาลรธน. สั่ง ‘พิธา’ หยุดปฏิบัติหน้าที่สส.ชั่วคราว ปมถือครองหุ้นสื่อไอทีวี

ต่อมาเมื่อเวลา 11.30 น. “คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ” ได้มีการการประชุม มีวาระการประชุมที่สำคัญ คือ การพิจารณา เรื่อง คณะกรรมการการเลือกตั้งขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 ว่า สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของ “นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์” สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) หรือไม่ (เรื่องพิจารณาที่ 23/2566) (กค. 5)

“ศาลรัฐธรรมนูญ” ได้มีมติเอกฉันท์ พิจารณารับเรื่องดังกล่าวไว้แล้วและขอให้ “นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว  

ด่วน ศาลรัฐธรรมนูญ สั่ง ‘พิธา’ หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553960

19 ก.ค. 2566

ด่วน ศาลรัฐธรรมนูญ สั่ง 'พิธา' หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส.

ศาลรัฐธรรมนูญ สั่ง ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. ปมถือหุ้นสื่อ ตามที่ กกต. ยื่นคำร้องให้วินิจฉัย มีผลตั้งแต่วันนี้

ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล หยุดปฏิบัติหน้าที่ ด้วยมติ 7 ต่อ 2หลังจากเห็นว่า เห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องปรากฎเหตุอันควรสงสัยว่ามีกรณีตามที่ถูกร้อง ประกอบกับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ถูกร้องอาจก่อให้เกิดปัญหาข้อกฎหมายและการคัดค้านโต้แย้งเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงานสำคัญของที่ประชุมรัฐสภาและที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ จึงมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2566

ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาคดีที่สำคัญและเป็นที่สนใจ ดังนี้คณะกรรมการการเลือกตั้งขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82ว่า สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) หรือไม่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ร้อง ส่งคำร้องขอให้พิจารณาวินิจฉัยกรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ถูกร้อง เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) ซึ่งประกอบกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อสารมวลชนใด ๆ อยู่ในวันที่สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ

เป็นเหตุให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา101  (6) ประกอบมาตรา98(3)ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคสอง และขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของผู้ถูกร้องว่างลงนับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยให้แก่คู่กรณีฟังตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 115 วรรคหนึ่ง (2)

ผลการพิจารณา

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องแล้ว มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคสี่ประกอบวรรคหนึ่งและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 7(5)จึงสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย และให้ผู้ถูกร้องยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้องตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 54

คำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ ให้พิธา หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. ตั้งแต่วันนี้ คำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ ให้พิธา หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. ตั้งแต่วันนี้

ส่งไม้ต่อ ‘เศรษฐา’ นายกคนที่ 30 ผู้ที่ คสช.เชิญตัวเข้ากองทัพบกปรับทัศนคติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553955

19 ก.ค. 2566

ส่งไม้ต่อ 'เศรษฐา' นายกคนที่ 30  ผู้ที่ คสช.เชิญตัวเข้ากองทัพบกปรับทัศนคติ

สิ้นสุดส่งชื่อ “พิธา” “โหวตนายก” มติไม่เห็นชอบรอบ 2 “ก้าวไกล” ส่งไม้ต่อ “เศรษฐา” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ไปทำความรู้จักกับเสี่ยนิด ชายวัย 60 เจ้าพ่ออสังหาฯ หมื่นล้าน สู่นายกรัฐมนตรี 1 ในผู้ที่ คสช.เชิญตัวเข้ากองทัพบกปรับทัศนคติ

ผลการลงมติที่ประชุมรัฐสภาเสียงข้างมาก 394 เสียง เห็นตรงกัน ชื่อของ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” พรรคก้าวไกล ไม่สามารถเสนอเข้ามาโหวตนายกรัฐมนตรีซ้ำได้ ขณะที่เสียง 8 พรรรคร่วม ยังคงเทให้ที่ 312 เสียง เมื่อผลเป็นเช่นนี้ หมายความว่า “พรรคก้าวไกล” หมดสิทธิเป็นนายกรัฐมนตรี และ “พรรคเพื่อไทย” โดย “เศรษฐา ทวีสิน” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจะถูกเสนอชื่อโหวตนายก ตามคำมั่นของพรรคก้าวไกลว่า หากพรรคก้าวไกลไม่ผ่านโหวตนายกครั้งที่ 2 จะถอยให้พรรคเพื่อไทย  “เศรษฐา” เป็นใคร มีวีรกรรมทางการเมืองหรือไม่ ติดตามจากรายงาน

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ขณะเดินออกจากที่ประชุมรัฐสภา เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2566นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ขณะเดินออกจากที่ประชุมรัฐสภา เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2566

“เศรษฐา” มีชื่อเล่นว่า “นิด” คนทั่วไปเรียกกันว่า “เสี่ยนิด” นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รวยหมื่นล้าน ประสบการณ์เกือบ 40 ปี นั่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท แสนสิริ เป็นคนสนใจเหตุบ้านการเมือง มักแสดงทัศนะผ่านบัญชีทวิตเตอร์ มีผู้ติดตามกว่า 3.2 แสนคน ความชัดเจนการแสดงความคิดเห็นไม่เห็นด้วยกับพฤติการณ์การชุมชนของ กปปส. ปี 2556–2557 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จึงได้ออกคำสั่งเรียกให้ “เศรษฐา” ไปรายงานตัวที่หอประชุมกองทัพบก เทเวศร์ ก่อนประกาศยึดอำนาจ 

นายเศรษฐา ทวีสิน ชื่นชอบกีฬาฟุตบอลนายเศรษฐา ทวีสิน ชื่นชอบกีฬาฟุตบอล

“เศรษฐา” ยังชื่นชอบกีฬาฟุตบอล เป็นแฟนบอลหงส์แดงลิเวอร์พูล สีแดงจึงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขา ก่อนเลือกตั้งปี 2566 “เศรษฐา” เดินทางไปชมแมสเลสเตอร์ซิตี้ พบกับ เวสแฮมยูไนเต็ด ที่สนามคิง เพาเวอร์ สเตเดียม สโมสรเลสเตอร์ซิตี้ สหราชอาณาจักร แต่ถูกจับตาเป็นประเด็นร้อนฉ่า เมื่อในสนามนั้นมี “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวพรรคภูมิใจไทย และอยู่ในเฟรมเดียวกัน ก่อนที่ “เศรษฐา” จะชี้แจงว่า ไปชมฟุตบอล

ปลายปี 2565 “เศรษฐา” ประกาศผ่านทวิตเตอร์สั้นๆ ว่า “ผมอยู่เพื่อไทยครับ” สร้างความฮือฮา ก่อนจะอธิบายว่า  นั้นหมายถึง “ผมอยู่เพื่อประเทศไทยนะครับ” แต่ก็ยอมรับว่า ถ้าลงเล่นการเมือง ก็จะอยู่พรรคเพื่อไทยแน่นอน เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่ตัดสินว่าจะลงเล่นการเมืองแน่นอนหรือไม่

ข้อความที่นายเศรษฐา ทวีสิน ทวิตเตอร์ เมื่อปลายปี 2565ข้อความที่นายเศรษฐา ทวีสิน ทวิตเตอร์ เมื่อปลายปี 2565

3 เม.ย. 2566 “เศรษฐา” ประกาศลาออกจากประธานแสนสิริ และสวมเสื้อเพื่อไทย ในตำแหน่งประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ก่อนจะถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย

นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทยนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย

เส้นทางการทำงานสายธุรกิจเริ่มต้นในวัย 23 ปี ตั้งแต่ปี 2529 ตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการผลิตภัณฑ์ บริษัท P&G ประเทศไทย (จำกัด) กระทั้งสู่ตำแหน่งประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ และคอนโดมิเนียม

นายเศรษฐา ทวีสินนายเศรษฐา ทวีสิน

นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)

นอกจาก แสนสิริ แล้ว “เศรษฐา” ยังเป็นเจ้าของบริษัท เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล จำกัด (มหาชน),  บริษัท คิวที ไลฟ์สไตล์ จำกัด, บริษัท สิริพัฒน์ เซเว่น จำกัด, บริษัท สิริพัฒน์ ไฟฟ์ จำกัด, และ 5 บริษัท สุรช จำกัด ทุนจดทะเบียนเกือบ 5,500 ล้าน ผลประกอบการเฉพาะ แสนสิริ ปี 2564 กวาดรายได้ไปเกือบ 30,000 ล้านบาท และกำไรไม่ต่ำ 2,000 ล้านบาท

‘โหวตนายกรอบ 2’ ชลน่าน ยัน ไม่มีแผนสำรอง หาก ‘พิธา’ ได้เสียงไม่ถึงครึ่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553949

19 ก.ค. 2566

'โหวตนายกรอบ 2' ชลน่าน ยัน ไม่มีแผนสำรอง หาก 'พิธา' ได้เสียงไม่ถึงครึ่ง

‘ชลน่าน’ ย้ำ ไม่มีแผนสำรอง ‘โหวตนายกรอบ 2’ พิธา ได้เสียงไม่ถึงครึ่ง รอ ก้าวไกล แถลงให้ เพื่อไทย เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

นพ. ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผย ก่อนการประชุมสภา เพื่อ “โหวตนายกรอบ 2” ซึ่งมีการยื่นเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นญัตติซ้ำ ว่า 8 พรรคร่วมได้คุยกันชัดเจนแล้ว มีมติว่า ไม่ใช่ญัตติตามข้อบังคับที่ 41 เชื่อว่ายังเสนอได้ตามเดิม

ส่วนคะแนนโหวตนายพิธารอบนี้ได้เท่าไร ถึงจะเปลี่ยนให้เพื่อไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลนั้น ก็ไม่ได้คิด แต่ตามถ้อยแถลงของนายพิธา ระบุว่า หากได้มากกว่า 10% ของคะแนนเดิม คือ 356 หรือตีกลมๆ 360 คะแนน เราจะยังสนับสนุนนายพิธาเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นญัตติใด พร้อมย้ำว่า 141 เสียงของพรรคเพื่อไทย จะยังคงเห็นชอบ และไม่ได้มีแผน 2

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย

นพ.ชลน่าน กล่าวถึงกรณีที่วันนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ จะมีการพิจารณาคุณสมบัตินายพิธา ปม “หุ้นไอทีวี” ว่า ทางสมาชิกพรรคก็ได้สอบถามในที่ประชุมเหมือนกัน ว่าจะมีผลต่อการโหวตหรือไม่ ซึ่งตนได้ตอบชัดแล้วว่า ในกรณีถ้าศาลรับคำร้อง ยังไม่มีการวินิจฉัยเป็นที่สุด ก็ถือว่านายพิธา ไม่มีลักษณะต้องห้าม ยังเสนอชื่อ และให้ความเห็นชอบได้

ส่วนกรณี สว.ให้ความมั่นใจว่า จะไม่มีการโหวตนายกรอบ 2 นั้น นพ.ชลน่าน ไม่ขอโต้แย้ง มองว่า เป็นสิทธิของแต่ละคน หากประธานรัฐสภา ให้ญัตติเข้า ก็ยึดถือตามนั้น ถ้าเสียงข้างมากบอกเป็นญัตติซ้ำ ถ้าการวินิจฉัยของสภาเป็นอย่างนั้น ญัตติที่เสนอในวันนี้ ก็ไม่ได้รับการโหวต ก็ต้องยอมรับ แต่ขณะนี้เพื่อไทยยังไม่มีแผน เสนอชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ในวันนี้

ส่วนที่ สว. บอกว่า แม้เพื่อไทยจะพลิกมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ยังมีก้าวไกลอยู่ด้วย ก็จะไม่โหวตให้นั้น นพ.ชลน่าน บอกว่า ตนยังไม่คิดล่วงหน้า เป็นเพียงความคิดเห็นของ สว. บางคน ซึ่งทั้งหมดหรือเปล่าก็ไม่รู้ ก็ได้เพียงแต่รับฟัง

เมื่อถามย้ำว่า พรรคเพื่อไทย สามารถดีลเสียง สว. เองได้ แม้จะมีพรรคก้าวไกลรวมอยู่ด้วยใช่หรือไม่ นพ.ชลน่าน บอกว่า เป็นกระบวนการที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ต้องรอข้อเท็จจริง และความเห็นพ้องจาก 8 พรรคร่วม โดยเฉพาะก้าวไกลว่า มีความเห็นอย่างไร ถ้าทำตามที่นายพิธาแถลงไว้ ก็จะตอบได้ว่า พรรคเพื่อไทยพร้อมหรือไม่ ที่จะหาเสียงกับ สว.

เมื่อถามว่า การเติมเสียงพรรคที่ 9 กับ 10 เข้ามา จำเป็นต้องรู้แน่ชัดก่อนหรือไม่ ว่า พรรคเพื่อไทยหาเสียง สว. ได้เท่าไร นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นคำถามที่ตอบสื่อไป เพราะถูกถามว่า หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในนาม 8 พรรคร่วมตาม MOU เดิม ที่ให้พรรคอันดับ 2 เป็นแกนนำ จะมีการเปลี่ยนแปลง MOU หรือไม่ ซึ่งที่จริงตนไม่ควรตอบ แต่ว่าด้วยความที่มันตรงไปตรงมา เลยตอบไปว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ ใน MOU ที่ทุกอย่างเขียนขึ้นต้นด้วยก้าวไกล ก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลง และสิทธิของพรรคแกนนำ ก็ต้องไปหารือกับ 8 พรรคร่วมว่า มีสิทธิจะไปหาเสียงเพิ่มได้มากน้อยแค่ไหน หากมีสิทธิ ก็ต้องเปลี่ยน MOU ซึ่งตนก็ตอบในทำนองนี้ ไม่ได้ไปรื้อ MOU ใดๆ พร้อมยอมรับว่า สมมติฐานในการเพิ่มเสียงของพรรคที่ 9 พรรคที่ 10 ก็จำเป็นต้องรู้เสียง สว.ที่แน่ชัดก่อน และขอไม่ตอบประเด็นโอกาสเกิดรัฐบาลข้ามขั้ว ขอให้ข้อเท็จจริงในวันนี้ปรากฏก่อน ไม่มีคำว่า “ถ้า” และไม่มีแผนสำรอง

‘ถ่ายทอดสด’ ลุ้นเสนอชื่อ ‘พิธา’ กลับมา ‘โหวตนายกฯ’ ครั้งที่ 2 ได้หรือไม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553936

19 ก.ค. 2566

'ถ่ายทอดสด' ลุ้นเสนอชื่อ 'พิธา' กลับมา 'โหวตนายกฯ' ครั้งที่ 2 ได้หรือไม่

‘ถ่ายทอดสด’ วันนี้ ลุ้น ‘โหวตนายกฯ’ ครั้งที่ 2 มีชื่อ ‘พิธา’ หรือไม่ หลังสองฝ่ายตั้งแง่ ตั้งแต่ขั้นตอนเข้าสู่วาระประชุม

ถ่ายทอดสด ประชุมสภา โหวตนายกฯ ครั้งที่ 2 เวลา 09.30 น.วันนี้ มีความแตกต่างจากการโหวตนายกฯในรอบแรก เพราะ สว. มีปัญหาว่า การเสนอชื่อพิธา เป็นผู้เข้ารับการพิจารณา จะสามารถกระทำได้อีกครั้งหรือไม่ คาดว่าจะต้องใช้เวลาในการหาข้อยุตินานพอสมควร

โดยฝ่ายวุฒิสภา หรือ สว. เห็นว่าไม่สามารถทำได้ โดยอ้างข้อบังคับการประชุมรัฐสภาว่าการพิจารณาในที่ประชุม ต้องเสนอเป็นญัตติ และหากญัตติใดตกไปจะเสนอญัตติที่มีหลักการเดียวกันในสมัยประชุมนั้นอีกไม่ได้

ขณะที่ฝ่ายพรรคร่วม MOU  เห็นว่า โหวตนายกฯ เป็นการทำหน้าที่ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ไม่ได้เป็นการปฏิบัติหน้าที่ทั่วไปของรัฐสภา

ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา 2563ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา 2563

ก่อนการเสนอชื่อแคนดิเดตเพื่อโหวตนายกฯครั้งที่ 2 จึงต้องหายุติเรื่องนี้ให้ได้ก่อน หากที่ประชุมเห็นว่าวาระโหวตนายกฯ เป็นการพิจารณาญัตติ ตามข้อบังคับการประชุม ข้อ 36  ดังนั้นการเสนอญัตติที่มีหลักการเดิมจะกระทำมิได้ในสมัยประชุมเดียวกัน ตามข้อบังคับการประชุมข้อที่ 41

หากพรรคเพื่อไทย โดยนาย สุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรคจะชื่อพิธาอีกครั้ง ต้องเสนอญัตติใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิม

หากที่ประชุมเห็นว่า การโหวตนายกฯไม่ใช่การพิจารณาญัตติ ก็ยังมีปัญหาว่าอีกว่าการเสนอชื่อ พิธา กลับมาโหวตอีกครั้งทำได้หรือไม่ เพราะวุฒิสภาก็จะเทียบเคียงว่า การโหวตเลือกผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระ ของ สว. ก็ไม่สามารถเสนอชื่อผู้ซึ่งไม่ได้รับความเห็นชอบในรอบแรก กลับมาโหวตอีกครั้งได้เช่นกัน

ชมถ่ายทอดสดที่นี่

‘ไทยสร้างไทย’ ชูธง โหวตนายกฯ ‘พิธา’ – รวมไทยสร้างชาติ ลั่นจองเวร ก้าวไกล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553934

18 ก.ค. 2566

'ไทยสร้างไทย' ชูธง โหวตนายกฯ  'พิธา' -  รวมไทยสร้างชาติ ลั่นจองเวร ก้าวไกล

พรรคไทยสร้างไทย ประกาศความพร้อมเดินหน้า โหวตนายกฯให้ “พิธา”แห่งพรรคก้าวไกล พร้อมเป็นแนวร่วมขับเคลื่อนการ “ปิดสวิตช์สว.” ด้าน “รวมไทยสร้างชาติ” ประกาศ โรดแมปล่วงหน้า หาก เพื่อไทย จัดตั้งรัฐบาล โดยมี ก้าวไกล ร่วม รับประกันได้เลย ไม่มีทางโหวตให้เด็ดขาด

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย เปิดเผยว่า  ในการโหวตนายกรัฐมนตรี 
วันพุธที่ 19  ก.ค.  “พรรคไทยสร้างไทย” พร้อมจะออกเสียงลงคะแนนสนับสนุน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี ตามมติของ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล นอกจากนี้พรรคไทยสร้างไทย พร้อมสนับสนุนการแก้ไข บทเฉพาะกาล รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 272 เพื่อปิดสวิตช์สว. ไม่ให้สามารถลงคะแนนเสียงเลือกนายกรัฐมนตรีได้ เพื่อเคารพต่อเสียงของประชาชนที่ได้เลือกมา 

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี   โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ​ เปิดเผยว่าที่ประชุมพรรคที่มีนายพีระพันธุ์​ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค   เป็นประธานได้มีการหารือ ถึงเรื่องญัตติการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ที่มีการโหวตนายพิธา​ ลิ้มเจริญรัตน์​ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา  ถือว่าเป็นญัตติที่ตกไปแล้ว ซึ่งข้อบังคับเป็นไปตามข้อบังคับ ประชุมสภาข้อที่ 41 ที่ระบุไว้ชัดเจนว่า ถ้าญัตติใดตกไปไม่สามารถนำกลับมาพิจารณาใหม่ได้ ดังนั้นในการประชุมรัฐสภาในวันพรุ่งนี้ ถ้ายังมีการเสนอชื่อนายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรีอีก พรรครวมไทยสร้างชาติถือว่ายังเป็นสถานการณ์เดิม โดยพรรคได้มอบหมายให้นายวิทยา​ แก้วภราดัย​ รองหัวหน้าพรรค​ ในฐานะประธานวิป พร้อมด้วยนายเอกนัฏ​ พร้อมพันธุ์​ เลขาธิการพรรค และตน เป็นผู้อภิปรายชี้แจง​ ถึงเหตุผลที่ไม่สามารถนำญัตติเดิมขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง

“หากที่ประชุมสภาฯได้มีมติให้ญัตติเดิมตกไป​ พรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคอันดับ​ 2 เสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี​ ในแง่จุดยืนพรรครวมไทยสร้างชาติ ถ้าหากในขั้วยังมีพรรคก้าวไกลอยู่ร่วม  ก็จะไม่โหวตให้กับพรรคเพื่อไทย เพราะ ถือเป็นจุดยืนของพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่จะไม่โหวตให้​ เพราะพรรครวมไทยสร้างชาติมีแนวทางที่ชัดเจนในการปกป้อง​ 3 สถาบันหลัก​ ชาติ​ ศาสนา​ และพระมหากษัตริย์”  เขา กล่าว

‘ชัยชนะ’ แนะ ‘ก้าวไกล’ ถอน ‘มาตรา 112’ ชี้่มีคนเดือดร้อนทั้งประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553929

18 ก.ค. 2566

‘ชัยชนะ’ แนะ ‘ก้าวไกล’ ถอน 'มาตรา 112' ชี้่มีคนเดือดร้อนทั้งประเทศ

‘ชัยชนะ แนะ ‘ก้าวไกล’ ถอนความต้องการแก้ไข มาตรา 112 ออกไปก่อน พร้อมช่วยหยุดยั้งบรรดาผู้สนับสนุนฯ หยุดคุกคามคนอื่น ชี้ที่ ‘ก้าวไกล’ ชนะในการเลือกตั้ง คือนโยบายค่าแรง 450 บาท เบี้ยผู้สูงอายุ 3,000 บาท เงินอุดหนุนเด็กเล็ก 1,200 บาทต่อเดือน ดังนั้นควรทำก่อน

นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงจุดยืนในการโหวตนายกรัฐมนตรี ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ในวันพรุ่งนี้ (19 กรกฎาคม) ว่า ตนและทาง ปชป.จะมีการดำเนินการประชุมอย่างเร่งด่วน หากมีสถานการณ์เฉพาะหน้าที่สำคัญ แต่อย่างไรก็ตาม ทางพรรคประชาธิปัตย์ ขอย้ำว่า จุดยืนของพรรคฯ ในการโหวตนายกรัฐมนตรี ก็คือ 

พรรคที่เสนอแคนดิเดตนายกฯ จะต้องไม่มีนโยบายแก้ไขมาตรา 112 ต่อมา พรรคประชาธิปัตย์ จะไม่สนับสนุนรัฐบาลเสียงข้างน้อย เพราะเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า รัฐบาลเสียงข้างน้อย จะมีอายุสั้น และที่สำคัญพรุ่งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาเรื่องคุณสมบัตินายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หยุดปฏิบัติหน้าที่แล้ว
 

ทางพรรคประชาธิปัตย์ ก็มีสิทธิอันชอบธรรมในการพิจารณาว่า ใครที่ควรจะเป็นนายกรัฐมนตรี ตามเงื่อนไขและจุดยืนของพรรคข้างต้นเพราะฉะนั้น ตนอยากฝากไปยังพรรคก้าวไกล ช่วยดำเนินการที่จะหยุดยั้งการกระทำของกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคฯ ในการโพสต์ข้อความหรือการแสดงออกในข่มขู่ คุกคาม หรือแอนตี้คนที่ไม่เห็นด้วย กับการแสดงออกที่ไม่เป็นไปตามที่ผู้สนับสนุนต้องการ 

เพราะหากกลุ่มคนเหล่านี้ ยึดมั่นกฎ กติกา มารยาท และแนวทางประชาธิปไตยอย่างแท้จริงแล้ว จะต้องยอมรับในสิ่งที่สมาชิกรัฐสภาตัดสินใจ และนำไปแก้ไขให้ถูกต้อง ไม่ใช่มาดึงดันให้คนอื่นเห็นด้วยตามที่ตัวเองต้องการ

รวมทั้ง ตนเห็นว่า สิ่งที่พรรคก้าวไกล ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ไม่ใช่ไม่ใช่การแก้ไขมาตรา 112 แต่เป็นนโยบายค่าแรง 450 บาท เบี้ยผู้สูงอายุ 3,000 บาท เงินอุดหนุนเด็กเล็ก 1,200 บาทต่อเดือน ดังนั้น ตนอยากให้พรรคก้าวไกล ทำ 3 นโยบายนี้ให้สำเร็จก่อน เพราะประชาชนต่างคาดหวังให้พรรคก้าวไกลดำเนินการมากกว่าการไปแก้ไขกฎหมายที่คนไม่กี่คนได้ประโยชน์ แต่มีคนเดือดร้อนกันทั้งประเทศด้วย

ขอดูหน้างาน ‘ธรรมนัส’ กั๊กตอบ ท่าทีพปชร. ‘โหวตนายกฯ’ ก้าวไกล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553923

18 ก.ค. 2566

ขอดูหน้างาน 'ธรรมนัส' กั๊กตอบ ท่าทีพปชร. 'โหวตนายกฯ' ก้าวไกล

‘ธรรมนัส’ กั๊กตอบ ท่าทีพปชร. โหวตเลือกนายกฯ รอบ 2 อธิบาย ‘ขอดูหน้างานพรุ่งนี้’ เชื่อญัตติตกปิดประชุมสภาทันที มองชงชื่อ ‘บิ๊กป้อม’ นั่ง นายกฯ ยังไม่ถึงเวลา ลั่นหากก้าวไกลวืด ต้องมีมารยาท ให้เพื่อไทย-ภูมิใจไทย จัดตั้งรัฐบาลก่อน

ที่พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ภายหลังการประชุมพรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้เดินทางออกจากที่ทำการพรรคทันที โดยไม่ตอบคำถามสื่อมวลชน ที่ถามถึงจะมีการเสนอชื่อพล.อ.ประวิตร ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และการที่พรรคเพื่อไทยจะเสนอชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน ที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวพรรคเพื่อไทย ในการโหวตเลือกนายกฯ รอบ2 รวมถึงทิศทางของพรรคการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่19 ก.ค.นี้

เชื่อหากโหวตนายกฯ รอบ 2 ตก ปิดประชุมสภาทันที

จากนั้น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา ในฐานะประธานประสานงาน สส.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงทิศทาง การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ของพปชร. ว่า ต้องดูหน้างาน ส่วนตัวมองว่า การเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ขัดกับข้อบังคับที่ 41 ที่ไม่ให้เสนอญัตติซ้ำหรือไม่ว่า ตอนนี้ยังพูดอะไรไม่ได้ เนื่องจากไม่มีข้อสรุปแน่นอน ฉะนั้นจะต้องขอดูหน้างานก่อน และพรุ่งนี้จะมีการประชุมสส.ก่อนในช่วงเช้า

ส่วนมองว่าการเสนอชื่อนายกฯ ญัตติควรตกไป ไม่ควรเสนอชื่อซ้ำหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ย้ำว่า ในวันพรุ่งนี้เช้าจะมีการพูดคุยกัน

ทั้งนี้หากเป็นชื่อของนายพิธา จุดยืนจะยังคงเป็นเหมือนเดิมใช่หรือไม่นั้น ขอดูหน้างาน แต่ถ้าหากวันที่ 19 ก.ค. ญัตติโหวตนายกฯ รอบ2  นายพิธาตกไป ตนเชื่อว่าคงจะปิดการประชุมสภาฯ ทันที

ทั้งนี้  ที่ประชุมพปชร.ไม่ได้พูดถึงการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี แต่เป็นการพูดถึงนโยบายของพรรคในอนาคตมากกว่า รวมถึงการหารือเรื่องพื้นที่ของ สส. และการเตรียมอภิปรายของ สส. ในสภาฯ และส่วนใหญ่เป็นเรื่องของยุทธศาสตร์ที่เราจะเดินไปข้างหน้าอย่างไร เพราะเราจะต้องมีการเตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้งซ่อม ซึ่งจะมีขึ้นแน่นอนในอนาคต

เมื่อถามว่าเป็นการเตรียมเพื่อไปเป็นรัฐบาลหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ยิ้มพร้อมกล่าวว่า ยังไม่ได้คุยถึงประเด็นนี้ และปฏิเสธว่าพรรคเพื่อไทยได้มีการติดต่อมาหรือไม่ และยังไม่ถึงเวลา ขอให้ประเด็นการโหวตเลือกนายกฯในวันพรุ่งนี้ผ่านไปก่อน

ส่วนตัวคิดว่าแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของแต่ละพรรค ก็ดีหมด เราคิดว่าเป็นเรื่องของสมาชิกรัฐสภาว่าจะแสดงความเห็นอย่างไร ถ้าเป็นนายเศรษฐา ทวีสิน พรรคพลังประชารัฐจะทำงานง่ายขึ้นหรือไม่นั้น พรรคเรามีแนวทางชัดเจน คือก้าวข้ามความขัดแย้ง เพราะฉะนั้นยังเหมือนเดิม ไม่ว่าคนใดจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 หากไม่มีประเด็นสำคัญที่เราเคยมีจุดยืนไว้ก็คงไม่มีปัญหาอะไร

และตนเชื่อว่าไม่มีวันที่ 19 ก.ค.ไม่น่าจะมีคนอื่นนอกจากนายพิธา ซึ่งการจะโหวตอย่างไรนั้น พรรคพลังประชารัฐก็ต้องเป็นไปตามมติของที่ประชุม

ทั้งนี้ หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และมีพรรคก้าวไกล ร่วมรัฐบาลด้วย พรรคพลังประชารัฐจะเห็นชอบด้วยหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ตอบว่า เนื่องจากพรรคพลังประชารัฐเรามีสมาชิกเพียง 40 คน ดังนั้นการกำหนดทิศทางการเมืองเราจะเดินไปพร้อมกัน และขอฉันทามติจากคณะกรรมการ และ สส. เพราะฉะนั้นจะพูดตรงนี้ไม่ได้ และยืนยันว่า พรรคพลังประชารัฐ เราไม่จัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยอย่างเด็ดขาดขอยืนยัน

“ผมและหัวหน้าพรรคยืนยันชัดเจน ว่าการจะตัดสินใจทางการเมืองเราต้องมีมารยาท ดังนั้นหลังจากที่พรรคก้าวไกลจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้แล้ว ก็จะต้องเป็นหน้าที่ของพรรคเพื่อไทย ขอยืนยันชัดเจนว่าเราจะไม่เสนอชื่อหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นนายกฯ เสียงข้างน้อยเด็ดขาด เราไม่ทำรัฐบาลเสียงข้างน้อย ”ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ทั้งนี้  ยังไม่ถึงเวลาของพรรคพลังประชารัฐ ต้องรอก่อน ต้องให้พรรคเพื่อไทยก่อน อย่าพึ่งคิดไกลไปขนาดนั้น เอาพรุ่งนี้ให้ผ่านไปก่อน

พร้อมยืนยันหลักการเดิมที่พรรคลำดับหนึ่งจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ จะเป็นพรรคอันดับที่สองถ้าไม่ได้ ก็เป็นพรรคอันดับที่สามคือพรรคภูมิใจไทยเพราะ โดยมารยาททางการเมืองก็ควรที่จะเป็นมาอย่างนั้น

สำหรับการโหวตนายกฯ ควรที่จะเร็วที่สุดถ้าหลังจากวันที่ 19 ก.ค.ถ้ามีอะไรชัดเจนแล้ว สัปดาห์ต่อไปก็ควรจะจบได้แล้ว

ทั้งนี้ หากนายพิธาไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี  จะเกิดคงามวุ่นวายหรือไม่นั้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เชื่อว่าบ้านเราเมืองเราถึงจุดหนึ่ง คนไทยก็จะกลับมารักกัน จากประสบการณ์ทางการเมืองตนเชื่ออย่างนั้น พวกเราไปคิดกันเองเราอย่าพึ่งไปวิตกกับเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้น

“ทุกอย่างต่อดูหน้างานก่อน ไปพูดตอนนี้ไม่ดี สำหรับพรรคร่วมรัฐบาลเดิมตอนนี้ยังพูดคุยกันปกติ ส่วนการโหวตนายกฯ จะเป็นไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่ ก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้องของเหตุและผล” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

‘เพื่อไทย’ ใจเป็นหนึ่งส่ง ‘พิธา’ ลุยสมรภูมิรบ โหวตนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553921

18 ก.ค. 2566

'เพื่อไทย' ใจเป็นหนึ่งส่ง 'พิธา' ลุยสมรภูมิรบ โหวตนายกฯ

พรรคเพื่อไทย ไม่มีแตกแถว เปิดทางหนุน “พิธา” แห่ง “ก้าวไกล” เข้าสู่สมรภูมิรบ “โหวตนายกรัฐมนตรี” มอบหมาย สส. บัญชีรายชื่อ สุทิน คลังแสง ทำหน้าที่เสนอชื่อหัวหน้าพรรคก้าวไกล ต่อที่ประชุม ส่วนกรณีพรรคอันดับ 1 ไปต่อไม่ได้ ทันทีที่แถลงวางมือ เพื่อไทย พร้อมลุยทันที

ที่พรรคเพื่อไทย นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย , นายภูมิธรรม เวชยชัย 
รองหัวหน้าพรรค และ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง  เลขาธิการพรรค  ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังการประชุมพรรคเพื่อไทย  ซึ่งมีกรรมการบริหารพรรค แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ทั้ง 3 คน และ สส. เข้าร่วมประชุม โดยนายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับการเสนอชื่อหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ในการโหวตนายกรัฐมนตรี   วันพรุ่งนี้ (19 ก.ค.) โดยมอบหมายให้  นายสุทิน คลังแสง สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย  เป็นผู้เสนอ

 ที่ประชุมยังมีมติเห็นค้าน หากมีสมาชิกรัฐสภา เสนอญัตติมาพิจารณา และให้มีการลงคะแนน ว่า ญัตติการเสนอชื่อนายพิธา เป็นญัตติซ้ำ และต้องตกไปเพราะเห็นว่าการเลือกนายกรัฐมนตรี เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมาตรา 272 และ สส. ทั้ง 141 เสียงของพรรค ยินดีที่จะขานชื่อ นายพิธา เป็นบุคคลที่สมควรเป็นนายกรัฐมนตรีต่อที่ประชุม แต่หากที่ประชุมมีมติ ว่า ญัตติดังกล่าวต้องตกไป ไม่สามารถโหวตต่อได้ ประธานรัฐสภาจะปิดประชุม เพื่อไปนัดหมายวันโหวตนายกรัฐมนตรีในครั้งต่อไป แต่หากที่ประชุมมีมติ ว่า ญัตติดังกล่าวต้องตกไป ไม่สามารถโหวตต่อได้ ประธานรัฐสภาจะปิดประชุม เพื่อไปนัดหมายวันโหวตนายกรัฐมนตรีในครั้งต่อไป 


โดยหลังจากนี้จะต้องรอดูพรรคแกนนำพรรคอันดับ 1 ว่า จะดำเนินการอย่างไร เช่น หากแถลงยินดีให้พรรคอันดับ 2 เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พรรคเพื่อไทยก็พร้อมที่จะดำเนินการ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้เตรียมการอะไร ขอให้รอมติในวันพรุ่งนี้ว่าจะออกมาอย่างไรก่อน และวันนี้ในแจ้งต่อที่ประชุมให้รับทราบ แต่ไม่ได้ลงลึกในรายละเอียด ยอมรับในชั้นเตรียมการบางสิ่งบางอย่างเป็นการภายใน  ได้ปรึกษาหารือกันไว้เท่านั้น แต่ยังไม่มีมติออกมา

‘ชัยธวัช’ ต่อสาย ‘เฉลิมชัย’ จริง หวังถามท่าทีโหวตเลือกนายกฯรอบ 2

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553881

18 ก.ค. 2566

'ชัยธวัช' ต่อสาย 'เฉลิมชัย' จริง หวังถามท่าทีโหวตเลือกนายกฯรอบ 2

‘ชัยธวัช’ ยอมรับต่อสาย ‘เฉลิมชัย’ จริง หวังถามท่าทีโหวตเลือกนายกฯรอบ2 แต่ไม่ใช่รวมเสียงพรรคร่วม เผยหาก ‘พิธา’ เสียงโหวตน้อยพร้อมหลีกทางให้ ‘เพื่อไทย’

นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ยอมรับโทรหานาย เฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์จริง แต่นายเฉลิมชัยไม่ได้รับสาย ส่วนที่โทรไปเพื่อสอบถามท่าทีพรรคประชาธิปัตย์ หลังเกิดกระแสข่าว จะมีการเสนอชื่อผู้ที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีจากเสียงข้างน้อย ซึ่งไม่ใช่การรวมเสียงกับ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล 

สำหรับการโหวตเลือกนายกฯรอบ 2 ในวันพรุ่งนี้ (19ก.ค.) หากไม่สามารถเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ซ้ำเป็นครั้งที่ 2 ได้ พรรคก้าวไกลจะให้สิทธิการจัดตั้งรัฐบาลแก่พรรคเพื่อไทยเลยหรือไม่นั้น นายชัยธวัช ระบุว่า 8 พรรคร่วมฯ ยังไม่ได้มีการหารือกันในประเด็นดังกล่าว แต่พรรคก้าวไกล มุ่งมั่นที่จะจัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จ หากมีการลงมติครั้งที่ 2 ไปแล้ว แต่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะสำคัญ

และการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ไม่สามารถบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมได้ทันการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 3 หรือพรรคก้าวไกลไม่มีโอกาสแล้วจริง ๆ พรรคก้าวไกลก็ต้องเปิดโอกาส ให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ด้วยการเสนอชื่อนายดรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย

 แต่หากมติที่พรรคก้าวไกลได้รับเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ พรรคก้าวไกลก็จะยังคงเดินหน้าต่อในการลงมติครั้งที่ 3 เพื่อให้การจัดตั้งรัฐบาล 8 พรรคร่วมฯ สำเร็จ