วงถก ‘ก้าวไกล’  เดินหน้าส่ง ‘พิธา’  โหวตนายกฯ รอบ 2 -ปชป. รอมติที่ประชุมสส.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553917

18 ก.ค. 2566

วงถก 'ก้าวไกล'  เดินหน้าส่ง 'พิธา'  โหวตนายกฯ รอบ 2 -ปชป.  รอมติที่ประชุมสส.

ประชุมสส.พรรคก้าวไกล โดยมี พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคเป็นประธาน ร่วมด้วย พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรค , และ ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค ไม่มีทางเป็นอื่น เดินหน้าเสนอชื่อ ” พิธา” สู่สมรภูมิรบ โหวตนายกรัฐมนตรี รอบสอง ด้านปชป. นัด 25 สส. ประชุม ก่อนมีท่าทีโหวต

ที่รัฐสภา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคก้าวไกล   ,นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรค , และ นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ได้ประชุมร่วมกับ สส.ก้าวไกล  โดยมีสาระสำคัญคือ  ชี้แจงผลการประชุมร่วมกันของคณะกรรมการประสานงาน 3 ฝ่าย ซึ่งที่ประชุมได้ย้ำถึงแนวปฏิบัติในการประชุมรัฐสภาในวันพรุ่งนี้  ( 19 ) เพื่อลงมติโหวตนายกรัฐมนตรี โดยเป็นการยืนยัน ว่าพรรคก้าวไกลจะเสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ให้ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาเป็นครั้งที่ 2 

การกำหนดตัวบุคคลของพรรคก้าวไกล ที่จะอภิปราย รายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงิน และรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน สำนักงาน กสทช. และกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร ซึ่งจะมีขึ้นในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 20   ก.ค.  นอกจากนี้จะขอมติจากที่ประชุม สส. เสนอตั้งคณะกรรมาธิการสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน ที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้

ปชป. รอมติที่ประชุมสส.ชี้ขาดท่าทีโหวตนายกฯ

.

นายประมวล พงศ์ถาวราเดช สส.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เขต 3 และประธาน สส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ก่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฏรวันพุธที่ 19 ก.ค.   สส.ของพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน 25 คน จะประชุมหารือที่ห้องประชุมกรรมาธิการ 409  เพื่อกำหนดแนวทางในการโหวตนายกรัฐมนตรี ว่าจะงดออกเสียงหรือไม่เห็นชอบ หากมีการเสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี   สำหรับกระแสข่าวที่ว่าเลขาธิการพรรคก้าวไกล ติดต่อแกนนำของพรรคประชาธิปัตย์  เพื่อขอเสียงโหวตนายพิธา ยืนยันว่า สส.ทั้ง 25 คน ไม่มีใครรับทราบ หรือได้รับการประสานงานเรื่องดังกล่าว ส่วนจะโหวตนายกรัฐมนตรีในแนวทางใด จะต้องรอมติในที่ประชุม สส.

รู้จัก ‘แคนดิเดตนายกฯ’ ชื่อ ‘เศรษฐา ทวีสิน’ เจ้าพ่ออสังหาฯ อู้ฟู่หมื่นล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553915

18 ก.ค. 2566

รู้จัก 'แคนดิเดตนายกฯ' ชื่อ 'เศรษฐา ทวีสิน' เจ้าพ่ออสังหาฯ อู้ฟู่หมื่นล้าน

ฝุ่นทางการเมืองยังตลบอบอวล แต่ถ้า ‘พิธา’ วืดตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 อย่างเป็นทางการ สปอตไลต์จะส่องไปยังแคนดิเดตนายกฯ จาก ‘พรรคเพื่อไทย’ และ ‘เศรษฐา ทวีสิน’ ในวัย 60 ปี ที่กำลังเป็นเต็งหามเพราะจะถูกเสนอชื่อให้ที่ประชุมรัฐสภาโหวตก้าวขึ้นผู้นำประเทศ รอลุ้น 19 ก.ค.นี้

สปอตไลต์การเมืองส่งไปที่เจ้าพ่ออสังหาฯ รวยอู้ฟู่หมื่นล้าน “เศรษฐา ทวีสิน” หลังจาก “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร ส่งสัญญาณชัดว่าถ้า “พิธา” ไม่ได้ไปต่อ “พรรคเพื่อไทย” จะเสนอชื่อ “เศรษฐา” เป็นแคนดิเดตนายกฯ คนที่ 30 ซึ่งต้องรอลุ้นว่าการประชุมรัฐสภา 19 ก.ค.นี้ ขั้นตอนการโหวตนายกฯ จะออกมารูปแบบไหน

เศรษฐา ทวีสิน ภาพ: เฟซบุ๊ก เศรษฐา ทวีสิน - Srettha Thavisinเศรษฐา ทวีสิน ภาพ: เฟซบุ๊ก เศรษฐา ทวีสิน – Srettha Thavisin

ก่อนนี้ “เศรษฐา ทวีสิน” เคยปล่อยวาทะเด็ดโต้ประเด็นสลับขั้ว ต่อคำถามโอกาสที่ “เพื่อไทย” จะหันไปจับมือกับพลังประชารัฐจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ว่า “เลอะเทอะ” ถามกี่ครั้งก็จะตอบว่า “เลอะเทอะ” คำอธิบายนี้มีความหมายในตัวว่า ไม่มีเหตุผลใดที่พรรคเพื่อไทยจะทำอย่างนั้น แต่สถานการณ์ ณ เวลานี้ดูเหมือนแคนดิเดตนายกฯ อาจต้องเปลี่ยนคำพูดใหม่ 

ภายหลังตัดสินใจลงสู่สนามการเมืองในนามเพื่อไทย “เศรษฐา” แสดงความเชื่อมั่นต่อเป้าหมายมาโดยตลอด โดยเขาเคยอธิบายด้วยความมั่นใจก่อนถึงวันหย่อนบัตรเลือกตั้ง 13 พ.ค. 2566 ว่า เขามาเพราะ “Getting some” แปลความได้ว่า “ถ้าไม่แน่ใจ (ว่าจะได้เป็น…) คงไม่มา” ซึ่งคงหมายถึงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

เมื่อสถานการณ์การเมืองค่อยๆ งวด และบีบให้ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” แคนดิเดตจาก “ก้าวไกล” เดินออกจากเกม และท้ายที่สุดอาจไปจบที่ฝ่ายค้าน ชื่อของ “เศรษฐา ทวีสิน” ก็ถูกโฟกัสมากขึ้น โดยเขาย้ำว่าถ้ามติพรรคเห็นชอบก็พร้อมทำหน้าที่นายกฯ ในรัฐบาลชุดใหม่

ล่าสุดภาพฉากทัศน์รัฐบาลชุดใหม่แจ่มชัดมากขึ้นเมื่อ “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ ของ “เพื่อไทย” อีกคน ออกมายืนยันว่า หากการโหวตนายกฯ (พิธา) รอบ 2 ไม่ผ่าน “เพื่อไทย” ก็จะเสนอชื่อ “เศรษฐา ทวีสิน” ชิงเก้าอี้นายกฯ คนที่ 30 ฉะนั้นถ้าไม่ “พิธา” ก็ “เศรษฐา” นี่แหละที่มีโอกาสจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 

เศรษฐา ทวีสิน และครอบครัว ภาพ: เฟซบุ๊ก DrPakpilai Thavisinเศรษฐา ทวีสิน และครอบครัว ภาพ: เฟซบุ๊ก DrPakpilai Thavisin

สำหรับ “เศรษฐา ทวีสิน” มีชื่อเล่น “นิด” เกิด 15 ก.พ. 2506 เป็นบุตรคนเดียวของ ร.อ.อำนวย ทวีสิน กับ ชดช้อย จูตระกูล เขาจบปริญญาโท ด้านการเงินจาก Claremont Graduate School สหรัฐอเมริกา และตำแหน่งล่าสุดก่อนลาออกมาเล่นการเมืองคือ ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)

เศรษฐา ทวีสิน และครอบครัว ภาพ: เฟซบุ๊ก DrPakpilai Thavisinเศรษฐา ทวีสิน และครอบครัว ภาพ: เฟซบุ๊ก DrPakpilai Thavisin

คู่ชีวิตของ “เศรษฐา” คือ “หมออ้อม” พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน มีบุตรด้วยกัน 3 คน คือ “น้อบ” ณภัทร ทวีสิน, “แน้บ” วรัตม์ ทวีสิน และ “นุ้บ” ชนัญดา ทวีสิน หลังจบปริญญาโท เมื่อปี 2529 เศรษฐาเข้าทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการผลิตภัณฑ์ บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล เป็นเวลา 4 ปี จากนั้นก็ย้ายไปทำงานที่ บริษัท แสนสำราญ ของ อภิชาติ จูตระกูล ที่เป็นลูกพี่ลูกน้อง ซึ่งในเวลาต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท แสนสิริ และเศรษฐาก็ขึ้นเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

จุดยืนทางการเมืองของ “เศรษฐา” ชัดเจนมาตั้งแต่ต้น เขาเลือกข้างทักษิณ และพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะกับอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งทำธุรกิจอสังหาฯ ด้วยกัน โดยที่ครั้งหนึ่งเคยตกเป็นข่าวฮือฮาทางการเมือง

“เศรษฐา” ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวไทยรัฐ ระหว่างเปิดตัวพรีเซลโครงการแสนสิริ ที่สยามพารากอน เมื่อ 17 ก.พ. 2555 โดยยอมรับว่า ได้พบยิ่งลักษณ์ ที่ชั้น 7 โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์จริง แต่เป็นการเข้าพบกันหลายคนเป็นกลุ่ม 6-7 คน และได้มีการพูดคุยกันหลายเรื่อง หลายประเด็น ทั้งเรื่องสถานการณ์บ้านเมือง เรื่องเศรษฐกิจ ดอกเบี้ย การเงิน ถือเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันมากกว่า…ผมอยากให้ทุกฝ่ายให้เกียรติท่านนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะเป็นสุภาพสตรีด้วย และเป็นนายกฯ ของประเทศ ส่วนเรื่องดังกล่าวเป็นไปตามที่ท่านนายกฯ ให้ข่าวไปแล้ว” (ที่มา: https://www.posttoday.com/politics/138518)

ก่อนจะมาเป็นแคนดิเดตนายกฯ เมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว “เศรษฐา” ประกาศว่าได้สมัครเป็นสมาชิกของพรรคเพื่อไทย ผ่านบัญชีทวิตเตอร์ส่วนตัวและถัดมาเดือน มี.ค. 2566 พรรคเพื่อไทยก็แต่งตั้งเขาเป็นประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวของพรรค หรือเป็นที่ปรึกษาให้กับ “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร 

หลังจากนั้นเขาได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Srettha Thavisin ขอโอนหุ้นแสนสิริ 661,002,734 หุ้น หรือ 4.44% คิดมูลค่ากว่า 700 ล้านบาท ให้แก่ “ชนัญดา ทวีสิน” ซึ่งเป็นลูกสาว ก่อนลงเล่นการเมือง

“เศรษฐา ทวีสิน” ในวัย 60 ที่กระโจนเข้าสู่การเมืองนั้นไม่ธรรมดา เพราะผลประกอบการของอาณาจักรแสนสิริประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยในปี 2565 แสนสิริมียอดขายสูงถึง 5 หมื่นล้านบาท โตขึ้นเกือบ 50% จากปี 2564 ทำให้มีรายได้รวมทั้งสิ้น 34,983 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิสูงถึง 4,280 ล้านบาท

นอกจากบทบาทนักธุรกิจอสังหาฯ ที่เก่งและโดดเด่นแล้ว ไลฟ์สไตล์ “เศรษฐา” เป็นที่รู้กันดีว่าเขาเป็นผู้ชายที่หลงใหลกีฬาลูกหนังอย่างมาก เรียกได้ว่าเป็นคนบ้าบอล โดยปัจจุบันยังปลีกเวลาลงสนามลับแข้งกับเพื่อนฝูงอยู่สม่ำเสมอ และยังสร้าง “แสนสิริอะคาเดมี่” เพื่อฝึกทักษะการเป็นนักฟุตบอลที่ดีให้กับเยาวชนอีกด้วย

นอกจากนั้นแล้วใครที่ได้มีโอกาสเจอะเจอ “เศรษฐา” ตัวเป็นๆ มักจะเห็นสัญญลักษณ์สีแดงตามตัวเขาด้วยเสมอ ส่วนหนึ่งอาจเพราะเขาชื่นชมลีลาของขุนพลหงส์แดงลิเวอร์พูล สีแดงจึงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเศรษฐา ตั้งแต่เคสมือถือยันถุงเท้าที่สวมใส่ ฯลฯ 

‘เศรษฐา’ เดินยิ้มเข้าพรรคปัดให้สัมภาษณ์ถูกเสนอชิงนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553900

18 ก.ค. 2566

'เศรษฐา' เดินยิ้มเข้าพรรคปัดให้สัมภาษณ์ถูกเสนอชิงนายกฯ

‘เสี่ยนิด’ ยิ้มร่าเข้าพรรค หลัง ‘อุ๊งอิ๊ง’ ปูดเตรียมส่งชิงนายกฯ หาก ‘พิธา’ ชวดรอบ 2 ย้ำต้องผ่านความเห็นชอบจาก กก.บห.ก่อน

วันที่ 18 ก.ค. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรค พท. เดินทางเข้าที่ทำการพรรค พท. โดยไม่ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวประเด็นที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรค พท. ได้ให้สัมภาษณ์ในช่วงเช้าว่า หากพรรค พท.ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจะเสนอชื่อนายเศรษฐาเป็นนายกรัฐมนตรี โดยระหว่างที่จะเดินขึ้นลิฟต์ น.ส.แพทองธารได้ยืนรอทักทายนายเศรษฐาที่บริเวณหน้าห้องแถลงข่าวด้วย

เมื่อถามว่า ทำไมวันนี้จึงไม่ให้สัมภาษณ์ นายเศรษฐากล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “น.ส.แพทองธาร ได้ให้สัมภาษณ์ไปแล้ว”

เมื่อถามต่อว่า เป็นเพราะได้รับการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีหรือไม่ จึงไม่ให้สัมภาษณ์ นายเศรษฐากล่าวว่า “ไม่เกี่ยวหรอกครับ ยังมีขั้นตอนของกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) อีก และเรื่องปากท้องก็สำคัญอยู่ครับ”

ส่วนที่ น.ส.แพทองธารประกาศชัดเจนว่าจะเสนอชื่อนายเศรษฐาเป็นนายกรัฐมนตรี นายเศรษฐากล่าวว่า “ครับคุณอิ๊งต้องไปบอก กก.บห.”

เมื่อถามย้ำว่า หากเสนอชื่อเช่นนี้ ส่วนตัวโอเคหรือไม่ นายเศรษฐาไม่ตอบคำถามได้แต่ยิ้ม แล้วตัดบท ชวนน.ส.แพทองธารไปประชุมบนตึกทันที

ชัดเจน ‘รวมไทยสร้างชาติ’ ไม่เสนอชื่อ ‘โหวตนายกฯ’ แข่ง ‘ก้าวไกล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553891

18 ก.ค. 2566

ชัดเจน ‘รวมไทยสร้างชาติ’ ไม่เสนอชื่อ ‘โหวตนายกฯ’ แข่ง ‘ก้าวไกล’

มั่นคง ชัดเจน ตรงไปตรงมา ‘รวมไทยสร้างชาติ’ ประกาศจุดยืน ไม่เอา รัฐบาลเสียงข้างน้อย ไม่แก้ ม.112 ‘พีระพันธุ์’ ย้ำชัด รทสช. ไม่เสนอแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 2 คนแข่ง ‘ก้าวไกล’

โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี รอบ 2 พรุ่งนี้(19 ก.ค. 2566) ชัดเจน 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลเสนอคนเดิม คือ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 2 หลังโหวตนายกฯรอบแรกเมื่อ 13 ก.ค.2566 แล้วได้เสียงเพียง 324 ขาดอยู่อีก 52 เสียงก็จะผ่าน

ล่าสุด มีความเคลื่อนไหวจากพรรคการเมืองในรัฐบาลชุดเดิมก่อนการเลือกตั้ง 2566

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงจุดยืนของพรรคในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ว่า “ผมขออนุญาตเรียนยืนยันแนวทางและนโบายของ รทสช. ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีที่จะมีขึ้นอีกครั้งหนึ่งว่า ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม คือ

1.ไม่เสนอแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของ รทสช. ทั้งสองคน เรายืนยันว่าเราไม่เห็นด้วยกับแนวทางการตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยที่จะทำให้เกิดผลเสียหายต่อบ้านเมือง

2. เราจะไม่โหวตให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่มีนโยบายหรือแนวทางการทำงานที่ขัดรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 การแบ่งแยกการปกครอง การล้มล้างสถาบันครอบครัว ระบบการศึกษา วัฒนธรรมประเพณีที่ดี และสถาบันหลักทั้งสามของชาติ อันมีผลกระทบต่อความมั่นคงของบ้านเมือง

รทสช. มั่นคง ชัดเจน ตรงไปตรงมา เหมือนเดิมครับ

คุณหญิงพรทิพย์ ตอบตรง แบน ‘โหวตนายกฯ” พิธา – ปม ก้าวไกล สุดซอย แก้ ม.112

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553894

18 ก.ค. 2566

คุณหญิงพรทิพย์ ตอบตรง แบน 'โหวตนายกฯ'' พิธา - ปม ก้าวไกล สุดซอย แก้ ม.112

“คุณหญิงพรทิพย์ ” ย้ำจุดยืน “โหวตนายกรัฐมนตรี” วันพรุ่งนี้ จุดยืนชัด ไม่สามารถโหวตให้กับ “พิธา” แห่ง ก้าวไกล เนื่องจากวุ่นวายและเดินหน้าอยู่กับ ม. 112 แทนที่จะเอาปัญหาปากท้องประชาชนเป็นวาระแรก สรุปปิดสวิตช์สว. งดออกเสียง ยอมรับเห็นตรงกันเพียงเรื่องเดียว ปิดสวิตช์ สว.

คุณหญิงพรทิพย์  โรจนสุนันท์ สมาชิกวุฒิสภา ( สว. )  เปิดเผยว่า  การเสนอชื่อ  นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์   หัวหน้าพรรคก้าวไกล โหวตนายกรัฐมนตรี  วันพรุ่งนี้ ( 19)  ตนยึดหลักการเดิม คือปิดสวิตช์ตัวเอง   เห็นด้วยในหลักการว่ สว. ไม่ควรมีอำนาจในการโหวตนายกฯ และแนวทางดังกล่าวถือเป็นสิ่งที่สส.อยากให้เป็น    หากจะโหวตให้พรรคก้าวไกล ควรนำเรื่อง การแก้ไข  ม.112 ออก เพราะไม่ใช่เรื่องปากท้องประชาชน  ถ้าเอาออกตนก็ยินดี   ยืนยันว่าข้อกังวลต่อก้าวไกลมีเรื่องเดียว  คือ ม.112   ดังนั้นจึงขอยึดหลักการเดิมไม่ออกเสียงให้ 

คุณหญิงพรทิพย์ กล่าวว่า  นายพิธา ได้ทำให้เห็นแล้วว่าสิ่งที่เขาต้องการคืออะไร   ปัญหาปากท้องประชาชน ไม่ใช่สิ่งเขาเลือกมาเป็นอันดับหนึ่ง แต่เป็นเรื่อง ม. 112   ทั้งนี้หากมีการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ที่มาจากพรรคเพื่อไทย   ก็ยังคงยืนยันว่าปิดสวิตช์ตัวเอง  ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ยืนยันในหลักการเดิม คือไม่โหวตให้  อย่างไรก็ดีสิ่งเห็นด้วยกับการที่พรรคก้าวไกลคือ การยื่นเสนอแก้ไขมาตรา 272  หรือ ปิดสวิตช์สว.   คุณหญิงพรทิพย์   ระบุ

พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์  สมาชิกวุฒิสภา ( สว. ) กล่าวถึง การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2 ในวันพรุ่งนี้ (19ก.ค.) ว่า มีเกณฑ์ในการตัดสินใจ โดยจะต้องเลือกคนดี คนเก่ง ในส่วนของคนเก่งต้องดูในด้านคุณวุฒิ ความรู้ ความสามารถ ประกอบกิจการอะไรสำเร็จแค่ไหน  คนดี   ต้องเป็นคนที่ประพฤติปฏิบัติตัวอยู่ในกรอบของกฎหมาย กรอบของศาสนาที่สอนให้ทุกคนเป็นคนดี ปฏิบัติตัวประพฤติปฎิบัติตัวอยู่ในขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงา  จะนำ 3 ข้อนี้มาดูว่าใครที่จะเหมาะสม มีคุณสมบัติครบทั้ง 3 ข้อ   จึงจะเลือก  ส่วนล้มล้างขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงาม เช่น สถาบัน ที่คนไทยให้ความเคารพนับถือตนก็ไม่เอา ดังนั้นการเสนอชื่อนายพิธาลิ้ม เจริญรัตน์ ครั้งที่ 2 ก็ต้องดูตามหลักนิยามที่ตนว่าไว้  หากมีคนอื่นเสนอชื่อแข่งก็ต้องพิจารณาตามหลักดังกล่าวข้างต้นเช่นเดียวกัน 

“เรื่องเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกลยังจับมือร่วมรัฐบาลนั้น ผมไม่สนใจเพราะเป็นเรื่องของฝ่ายการเมือง แต่ตอนนี้ต้องดูที่ตัวบุคคล ”  เขา  กล่าว 

ชัชชาติ ไม่ป้องลูกชาย ‘แสนปิติ’ โพสต์การเมือง ถือว่า ‘เป็นบทเรียน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553880

18 ก.ค. 2566

ชัชชาติ ไม่ป้องลูกชาย ‘แสนปิติ’ โพสต์การเมือง ถือว่า 'เป็นบทเรียน'

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. ไม่ป้องลูกชาย ‘แสนปิติ’ หลังโพสต์วิจารณ์การเมืองฟาด ‘ก้าวไกล’ ลั่นอ้างเด็กไม่ได้ ถือ ‘เป็นบทเรียน’ ทำอะไรต้องรับผิดชอบ

#แสนปิติ ติดเทรนทวิตเตอร์นานข้ามวัน หลัง ‘แสนปิติ สิทธิพันธุ์’ หรือ แสนดี ลูกชายของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(ผู้ว่าฯกทม.) ที่ได้ออกมาโพสต์วิจารณ์เดือดฟาดพรรคก้าวไกล แม้ในเวลาต่อมา แสนปิติ ได้โพสต์ขอโทษตามที่ปรากฏเป็นข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ ได้มีการสัมภาษณ์สดทางโทรศัพท์กับ ชัชชาติ ผู้ว่าฯกทม.ถึงประเด็นที่ลูกชายออกมาโพสต์ผ่านไอจีสตอรี่ที่พูดถึงพรรคก้าวไกล จนกลายเป็นประเด็นว่าใช้คำที่รุนแรง ซึ่ง นายชัชชาติ ได้เปิดเผยว่า

“เห็นโพสต์ลูกตอนเย็นๆ เมื่อวานนี้มา มีคนส่งมา แสนดีโพสต์แรง ผมก็ไปคุยกับเขาบอกแสนดีว่าใจเย็นๆ อย่าไปโพสต์เรื่องการเมืองเลย ยังไงพ่อก็สนับสนุนยูนะ ผมไม่อยากให้อ้างว่ายังเด็ก เพราะอายุ 23 ปีแล้ว ผมก็ไม่เห็นด้วยกับทุกอย่างที่เขาพูด มองว่าสามารถแสดงความคิดเห็นทางการเมืองได้ แต่ว่าอยากให้เขาโพสต์เชิงสร้างสรรค์มากกว่า หรือไม่ใช้คำที่รุนแรง เพราะบางคำที่เขาใช้อาจจะแรงเกินไป ต่อไปจะคุยกับเขาให้มากขึ้น ที่ผ่านมาอาจไม่ได้คุยกันมากช่วงนี้”

ชัชชาติ ไม่ป้องลูกชาย ‘แสนปิติ’ โพสต์การเมือง ถือว่า 'เป็นบทเรียน'

ได้บทเรียน ‘ทั้งพ่อทั้งลูก’

นายชัชชาติ ยังระบุอีกว่า “ส่วนที่เขาออกมาโพสต์ขอโทษ เขาก็โพสต์เอง เราไม่ได้บอกให้โพสต์ บอกแค่ว่าว่าทำอะไรก็ต้องรับผิดชอบ เมื่อเช้าก็นั่งรอเจอเขา ไม่ได้ออกไปวิ่ง ถือว่าเป็นบทเรียนสำคัญทั้งพ่อทั้งลูก เขาบอกว่า ‘เสียใจในสิ่งที่โพสต์ไป’ เราค่อยๆคุยกัน ทุกอย่างเป็นบทเรียน ความเห็นแสดงได้แต่อย่าไปพูดไม่ดีกับคนอื่น คำบางทีมันแรงไปหน่อย

ชัชชาติ-แสนปิติ สองพ่อลูกชัชชาติ-แสนปิติ สองพ่อลูก

เมื่อถามว่าเมื่อคืน แสนดีนอนหลับไหม นายชัชชาติกล่าวว่า เมื่อคืนผมก็เข้าไปดู เขาก็นอนหลับ นอนกอดโทรศัพท์ คงฟังคอมเมนท์จนมึน ยังดีเขาอ่านไทยไม่ค่อยรู้เรื่อง ตอนนี้ได้บทเรียนทั้งพ่อทั้งลูก ตนเองก็มีส่วนที่ผิดที่ไม่คุยกับเขาให้ชัดเจน ต้องขอโทษในจุดนี้ตนบกพร่องไป”

แสนปิติ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ในศึกเลือกตั้ง 14 พ.ค. 2566แสนปิติ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ในศึกเลือกตั้ง 14 พ.ค. 2566

‘เพื่อไทย’ รักษามารยาทรอ ‘ก้าวไกล ‘โยนผ้า – ลุยทัพหน้าตั้งรัฐบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553882

18 ก.ค. 2566

'เพื่อไทย'  รักษามารยาทรอ 'ก้าวไกล 'โยนผ้า  - ลุยทัพหน้าตั้งรัฐบาล

หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยอมรับ การจะพูดถึง แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากฝั่ง “เพื่อไทย” ไม่ว่าจะเป็น “แพทองธาร” หรือ ” เศรษฐา” ต้องระมัดระวัง ให้เกียรติกับ “ก้าวไกล” และ “พิธา” ที่ยังอยู่ในฐานะพรรคหลัก แต่หากฝั่งพรรคก้าวไกล จบไม่ได้ และมีการประกาศส่งไม้ต่อ ถึงเวลานั้นรุกเต็มสูบ

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย  เปิดเผยว่า แนวคิดของ  น.ส. แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย   ที่ระบุว่า  พรรคเพื่อไทยจะมีการเสนอชื่อ นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี    หากพรรคก้าวไกล  ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้   การกล่าวถึงชื่อนายเศรษฐา  เป็นเพียง ความเห็นของน.ส.แพทองธาร ซึ่งเรื่องดังกล่าว ยังต้องนำเข้าที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย อีกครั้ง ซึ่งจะมีการประชุมในบ่ายวันนี้ ( 18 )   


 อย่างไรก็ตามการกล่าวถึงแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากทางฝั่งเพื่อไทย  ไม่ว่าจะเป็น  น.ส.แพทองธาร  หรือ  นายเศรษฐา   ต้องระมัดระวัง รักษามารยาท  ต้องรอผลโหวตนายกรัฐมนตรี  จากพรรคก้าวไกล ที่เสนอนายพิธา   ลิ้มเจริญรัตน์   ในวันพรุ่งนี้ ( 19 )  ซึ่งกระบวนการแห่งความชอบธรรมจะเกิดขึ้น ต้องรอให้มีการแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก่อน พรรคเพื่อไทยถึงจะมีความชอบธรรมในการดำเนินการทุกอย่างได้

” ในกระบวนการวันพรุ่งนี้   หากญัตติในการเสนอชื่อนายพิธา ถูกตีตกหรือไม่ผ่าน  ตามขั้นตอน 8 พรรค ร่วม จะต้องมีการนัดประชุมใหม่   ส่วนกรณีคะแนนเสียงของนายพิธา ที่มีนัยสำคัญ  ว่าจะไปต่อหรือไม่ ( รอบ 3  ) ที่ประชุมระหว่าง 2 พรรค  ( ก้าวไกล –  เพื่อไทย ) มีการหารือร่วมว่า คะแนนเสียงเพิ่ม  ต้องมีมากกว่า 10 เปอร์เซนต์  หากคิดแบบเร็ว  ๆ ตามที่นายพิธาบอกไว้จะต้องได้ 356 เสียง หรือ 360 เสียง    ส่วนหากคะแนนเสียงไม่ถึง พรรคเพื่อไทย  จะรอให้พรรคก้าวไกลเป็นผู้ประกาศ  จากนั้นจึงจะเป็นขั้นตอนของพรรคเพื่อไทย ที่จะดำเนินการ ” 

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า    หากพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หลายเรื่องอาจจะต้องเปลี่ยนแปลง เช่น ข้อตกลงใน MOU เดิมลงนามไว้ 8 พรรค เนื้อหาสาระจะต้องมีการเปลี่ยน แต่ก็ยังคำนึงถึงเนื้อหาเดิมอยู่ โดยไม่ได้ยกเลิก และสิทธิในการเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ก็จะต้องพูดคุยใน 8 พรรค เช่นการเติมเสียงพรรคที่ 9 และพรรคที่ 10 และกระบวนการหาเสียงกับสว. ก็ต้องใช้เวลา ซึ่งหากประธานสภามีการนัดประชุมเพื่อโหวตนายกรัฐมนตรี ในสัปดาห์ถัดไปพรรคเพื่อไทยก็พร้อม 

“กรณีที่สว.บอกว่า เมื่อมีพรรคก้าวไกล อย่างไรก็ไม่โหวตให้   เรื่องดังกล่าวเป็นเพียงสถานการณ์สมมติ กระบวนการการได้มาของเสียง 375 เสียง จะต้องขึ้นอยู่บนพื้นฐาน 8 พรรคร่วม มีความคิดเห็นอย่างไร และสิทธิของเพื่อไทยในฐานะพรรคแกนนำมีสิทธิมากขนาดไหน และสิ่งที่ต้องฟัง คือ ความเป็นไปได้ของสว.ว่ามีความคิดเห็นอย่างไร และเงื่อนไขอย่างไรที่ต้องนำมาประกอบการพิจารณา ”   นพ.ชลน่าน  ระบุ

‘ชาดา’ ยืนยัน ‘ภูมิใจไทย’ ไม่เสนอชื่อ ‘นายกฯ’ แข่ง ‘ก้าวไกล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553874

18 ก.ค. 2566

‘ชาดา’ ยืนยัน ‘ภูมิใจไทย’ ไม่เสนอชื่อ 'นายกฯ' แข่ง 'ก้าวไกล'

‘ชาดา ไทยเศรษฐ์’ ยืนยัน ‘ภูมิใจไทย’ ไม่เสนอชื่อนายกฯ แข่ง ย้ำไม่พลิกมติค้าน ‘พิธา’ นั่งนายกฯ ชี้ต่อให้ เพื่อไทยแกนนำตั้งรัฐบาลและมี ‘ก้าวไกล’ ก็ยังถือว่ามีนโยบาย 112 อยู่

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี ในฐานะรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ยืนยันถึงการประชุมรัฐสภาเพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 2 ในวันพรุ่งนี้ (19 ก.ค. 2566) ว่า พรรคภูมิใจไทย จะไม่มีการเสนอชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคฯ ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค เป็นนายกรัฐมนตรี ชิงกับนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล

เพราะพรรคภูมิใจไทย เป็นเสียงข้างน้อย จึงต้องให้สิทธิพรรคการเมืองลำดับที่ 1 และลำดับที่ 2 ก่อน และหลังจากนี้ ก็จะต้องขึ้นอยู่กับที่ประชุมของพรรคฯ และการตัดสินใจของหัวหน้าพรรคฯ ด้วย

ส่วนจุดยืนของพรรคภูมิใจไทย ต่อกรณีที่ที่ประชุมรัฐสภา จะมีการพิจารณาชื่อนายพิธาซ้ำเป็นครั้งที่ 2 นั้น นายชาดา ระบุว่า จะต้องรอผลการหารือของที่ประชุมพรรคภูมิใจไทยก่อน ซึ่งเย็นวันนี้ (18 ก.ค.) พรรคภูมิใจไทยจะประชุมร่วมกัน และผลการลงมติให้กับนายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น พรรคภูมิใจไทย ก็ไม่น่าเปลี่ยนแปลง 

พร้อมชี้แจงย้ำว่า กรณีที่พรรคก้าวไกล ได้คะแนนมากเป็นพรรคการเมืองอันดับ 1 นั้น ไม่ใช่การชนะขาด หรือผูกขาดการเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่เพียงพรรคการเมืองเดียว แต่เป็นธรรมเนียมการปฏิบัติ ที่นักการเมืองให้เกียรติพรรคการเมืองลำดับที่ 1 จัดตั้งรัฐบาลก่อน และกฎหมายก็ไม่ได้เขียนบังคับไว้ด้วย

ไม่หนุนรัฐบาลเสียงข้างน้อย

ทั้งนี้ หากพรรคเพื่อไทย เป็นผู้นำจัดตั้งรัฐบาล โดยมีพรรคก้าวไกลร่วมรัฐบาลด้วยว่า หากมีนโยบาย แก้มาตรา 112 มายุ่งเกี่ยวด้วย ตนไม่สนับสนุน ซึ่งการมีพรรคก้าวไกลร่วมรัฐบาลด้วย ก็หมายความว่า ยังมีนโยบาย 112 อยู่ แต่กรณีการสนับสนุนพรรคเพื่อไทยนั้น ก็ยังจะต้องฟังความเห็นของพรรคภูมิใจไทยก่อนว่าจะมีแนวทางอย่างไร ซึ่งตนเองไม่สามารถตัดสินได้ และย้ำว่า พรรคภูมิใจไทย ไม่เห็นด้วยกับพรรครัฐบาลเสียงข้างน้อย

ทั้งนี้ พรรคภูมิใจไทย เคยให้โอกาสพรรคก้าวไกลแล้ว แต่พรรคก้าวไกลไม่รับ และไม่ยอมถอยการดำเนินนโยบาย 112 ซึ่งหากพรรคก้าวไกลยอมถอย พรรคภูมิใจไทย ก็พร้อมสนับสนุนให้นายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรี
 

โดยที่พรรคภูมิใจไทย จะไม่ร่วมรัฐบาลด้วย แต่พรรคก้าวไกล ยังคงเดินหน้านโยบายดังกล่าวอยู่ ดังนั้น ข้อเสนอพรรคภูมิใจไทยดังกล่าวก็ถือว่า จบไปแล้ว และโอกาสไม่ได้มีมาบ่อย ๆ

ส่วนมีผู้ตั้งข้อสังเกตต่อการถือครองหุ้นบริษัทแห่งหนึ่ง ที่มีชื่อกิจการคล้ายกับการประกอบธุรกิจสื่อมวลชน จะทำให้ซ้ำรอยนายพิธาด้วยหรือไม่ว่า เรื่องดังกล่าว คนละกรณีกัน และคนเป็นละเรื่อง คนละประเทศ ไม่สามารถนำมาผูกโยงกันได้

นายชาดา ยังกล่าวพาดพิงถึงสังคมออนไลน์กระหน่ำทัวร์ลงหลังการอภิปรายโหวตนายกฯ ครั้งแรกว่า ไม่ได้ให้ความสนใจอยู่แล้ว ซึ่งตนเองไม่ได้ท้าทาย แต่ไม่ชอบพฤติกรรมป่าเถื่อน ด่าทอผู้ที่ไม่เห็นด้วย ข่มขู่ใช้ความรุนแรง ซึ่งพฤติกรรมต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ใช่กลุ่มการเมือง แต่เป็นพฤติกรรมของอันธพาล ที่ไม่ถูกต้อง ไม่สมควรปฏิบัติในยุคปัจจุบัน

‘เครือข่ายประชาชน’ ยื่นหนังสือร้อง ‘สส.-สว.’ เคารพเสียงประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553869

18 ก.ค. 2566

'เครือข่ายประชาชน' ยื่นหนังสือร้อง ‘สส.-สว.’ เคารพเสียงประชาชน

เครือข่ายประชาชน ยื่นหนังสือร้อง ‘สส.-สว.’ เคารพเสียงประชาชน โหวตนายกฯ ตามหลักการเสียงข้างมาก ชี้ งดออกเสียง ไม่เท่ากับปิดสวิตซ์ “มายด์-ภัสราวลี” ไม่ขัด “เพื่อไทย” เป็นแกนนำตั้ง รบ. หาก “พิธา” ไม่ผ่านด่าน วอนยึด MOU เชื่อ ประชาชนจับตาไม่เคลื่อนไหวกลุ่มเดียวแล้ว

เครือข่ายภาคประชาชน respect my vote นำโดย รวมตัวยื่นหนังสือต่อรัฐสภา เรียกร้องสมาชิก “เคารพผลเลือกตั้ง ฟังเสียงประชาชน” เพื่อเรียกร้องให้สมาชิกรัฐสภาทุกคน “เคารพผลการเลือกตั้ง ฟังเสียงประชาชน”

ทั้งนี้ จีรนุช เปรมชัยพร ตัวแทนกลุ่ม respect my vote กล่าวว่า อยากแสดงจุดยืนและเรียกร้องไปยัง สส.ทุกคน ผ่านประธานสภาฯว่า ผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2566 ไม่ใช่ลิเกหรือว่าพิธีกรรมแต่เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า ประชาชนไทยต้องการความเปลี่ยนแปลง

โดยพรรคการเมืองที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนมากที่สุด คือ พรรคร่วมฝ่ายค้าน ซึ่งต่อมาได้จับมือกันจัดตั้งรัฐบาลร่วมกัน ด้วยจำนวน สส. มากกว่ากึ่งหนึ่ง 312 เสียง และเป็นเสียงที่เพียงพอต่อการจัดตั้งรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยปกติ

'เครือข่ายประชาชน' ยื่นหนังสือร้อง ‘สส.-สว.’ เคารพเสียงประชาชน
'เครือข่ายประชาชน' ยื่นหนังสือร้อง ‘สส.-สว.’ เคารพเสียงประชาชน

แต่เนื่องจากาบทเฉพาะกาลใน มาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่กำหนดให้ สว. ร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีกับ สส. ทำให้บรรยากาศทางการเมืองที่ควรจะมีความแน่นอนกลับกลายเป็นความไม่แน่นอน การที่ สว. ส่วนใหญ่ได้ตัดสินใจ “งดออกเสียง” ทำให้จำนวนเสียงเห็นชอบแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากแปดพรรคร่วมรัฐบาลไม่เพียงพอต่อการจัดตั้งรัฐบาลตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด 

ดังนั้น การลงมติของ สว. ที่ผ่านมา จึงเป็นส่วนหนึ่งของการขัดขวางกระบวนการประชาธิปไตย ทำให้เสียงของประชาชนไร้ความหมาย และสร้างเงื่อนไขให้เกิดสูญญากาศทางการเมือง

โดยมีข้อเรียกร้องต่อประธานสภา ผ่านไปยังสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา คือ

1. ให้สมาชิกรัฐสภาดำเนินการลงคะแนนเสียงเลือกนายกรัฐมนตรีให้กับผู้ที่ถูกเสนอชื่อโดยพรรคการเมืองที่สามารถรวบรวมเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อยืนยันหลักการเสียงข้างมากตามระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา

2. ให้สมาชิกรัฐสภาหลีกเลียงการลงมติด้วยการ “งดออกเสียง” เนื่องจาก การลงมติดังกล่าวจะเป็นผลให้เสียงข้างมากของสภาผู้แทนราษฎรถูกขัดขวางและถือเป็นการปฏิเสธผลการเลือกตั้ง มีแต่จะทำให้เกิดทางตันทางการเมือง และทำให้ประเทศไทยอยู่ในสภาวะที่ไม่มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

3. เสียงของสมาชิกวุฒิสภาจะต้องไม่ถูกนำใช้เป็นข้อต่อรองทางการเมืองให้มีนายกรัฐมนตรีคนที่ผู้มีอำนาจอยากได้ แต่ประเทศไทยต้องมีนายกรัฐมนตรีตามที่ประชาชนแสดงออกผ่านไปคูหาเลือกตัง

4. ขอสมาชิกรัฐสภาทุกท่านช่วยรับฟังความต้องการหรือความคิดเห็นที่แตกต่าง ของประชาชนด้วยความอดทนอดกลั้น ไม่แสดงท่าทีข่มขู่ คุกคาม หรือแสดง ท่าทีเป็นศัตรูกับประชาชน

โดยข้อเสนอเหล่านี้หลังจากที่ยื่นต่อ ประธานสภาเรียบร้อยแล้วจะเดินทางต่อไปเพื่อยื่นต่อประธานวุฒิสภาอีกด้วย

ขณะที่ ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์ กล่าวว่า จะติดตามผลการโหวต นายกรัฐมนตรี ในวันพรุ่งนี้ ซึ่งเชื่อว่าประชาชนจะ ปฏิกิริยาและคิดว่าการเคลื่อนไหวจะไม่ได้เกิดจากกลุ่มเดียวแล้ว จึงขอให้รอติดตาม

ส่วนหาก นายพิธา ไม่ได้รับโหวตเป็นนายกรัฐมนตรี และพรรคเพื่อไทยขึ้นมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลและเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น มองว่าหากเกิดจากข้อตกลงของ 8 พรรคร่วมฯ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ขอให้คนที่อยู่ในรัฐสภาเข้าใจปัญหา ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้และพยายามอย่างถึงที่สุด ในการปกป้องผลการเลือกตั้งจากเสียงของประชาชน และขอให้เป็นไปตาม MOU ที่ตกลงกันไว้ เพื่อให้ปัญหาของประชาชนได้รับการแก้ไข

'เครือข่ายประชาชน' ยื่นหนังสือร้อง ‘สส.-สว.’ เคารพเสียงประชาชน
'เครือข่ายประชาชน' ยื่นหนังสือร้อง ‘สส.-สว.’ เคารพเสียงประชาชน

‘อุ๊งอิ๊ง’ เพื่อไทย ดัน ‘เศรษฐา’ เป็นนายกฯ หาก ‘พิธา’ โหวตรอบ 2 ไม่ผ่าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553863

18 ก.ค. 2566

‘อุ๊งอิ๊ง’ เพื่อไทย  ดัน ‘เศรษฐา’ เป็นนายกฯ หาก ‘พิธา’ โหวตรอบ 2 ไม่ผ่าน

‘อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร’ ชี้ ‘เศรษฐา’ เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมช่วยแก้เศรษฐกิจประเทศ โยน กก.บห. เคาะหากเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล จะมีชื่อ ‘ก้าวไกล’ หรือไม่ หลัง สว.ยันไม่โหวตให้ เชื่อ‘เพื่อไทย’ ไม่มีงูเห่า

อุ๊งอิ๊ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ ถึงการโหวตนายกรัฐมนตรี รอบ 2 ที่ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลมีมติ เสนอ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์  หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี ว่า  หากการโหวตนายกรัฐมนตรี รอบ 2 ไม่ผ่าน จะให้พรรคเพื่อไทยมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ส่วนตัวคิดว่านายพิธา พูดไปตามระบบ และขั้นตอน แต่ขอให้ทำเต็มที่ก่อน ซึ่งพรรคเพื่อไทยยังสนับสนุนนายพิธาอย่างเต็มที่

เพื่อไทย ดัน ‘เศรษฐา ทวีสิน’ เป็นนายกฯ

หากวันพรุ่งนี้การเสนอชื่อนายพิธาจะต้องตกไปนั้น พรรคเพื่อไทยจะต้องกลับมาคุยกันก่อน และหากต้องเป็นพรรคเพื่อไทย ก็จะเสนอชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี และส่วนตัวยังไม่ได้คิดไว้ว่าจะต้องเข้าไปเป็นดำรงตำแหน่งอะไรในฝ่ายบริหาร แต่ยืนยันว่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 คน ยังช่วยกันทำงาน ไม่ว่าจะตำแหน่งไหนก็ช่วยกันทำงาน

ทั้งนี้ หากพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล น.ส.แพทองธาร จะออกหน้ามาช่วยดีลเสียงสนับสนุนให้นายเศรษฐา ได้ 375 เสียง หรือไม่นั้น ถ้าส่วนตัวช่วยอะไรได้ก็จะช่วย และต้องคุยกันก่อนว่าจะคุยกับใครได้บ้าง แต่ตอนนี้ยังไม่ได้วางแผนไว้ เพราะไม่ทราบว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง


อุ๊งอิ๊ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตรอุ๊งอิ๊ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร

ส่วนอนาคตหากพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะมีพรรคก้าวไกลอยู่ในสมการหรือไม่ หลัง สว. ยืนยันจะไม่โหวตให้ โดยขอให้เป็นเรื่องของกรรมการบริหารพรรค และ 8 พรรคร่วม คุยกันดีกว่า ส่วนตัวอยากให้เป็นไปทีละขั้นตอน เนื่องจากห่วงว่าจะเกิดความวุ่นวาย และจะทำให้เกิดความไม่สบายใจ ส่วนตัวยังไม่ได้วางสถานการณ์ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง พร้อมย้ำ ขอให้กรรมการบริหารพรรคคุยกันดีกว่า เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน

ทั้งนี้ น.ส.แพทองธาร บอกว่ายังไม่ทราบกรณีที่หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายวราวุธ ศิลปอาชา ที่ออกมาบอกว่าได้พูดคุยกับแกนนำพรรคเพื่อไทยไว้ เพราะไม่ได้คุยกับตนเอง

“ตอนนี้การเมืองต้องโฟกัสเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลให้ประชาชนได้เมื่อไหร่ เพราะประเทศชาติจะต้องไปต่อ แต่ตอนนี้เข้าใจว่ากฎกติกาไม่ปกติ มีกับดักมากมาย จึงต้องผ่านมันไปให้ได้ เรื่องปากท้องต้องแก้ไข ถ้าภาพตรงนี้หายไปจะทำให้ประเทศก้าวหน้า ต่างชาติจะได้มั่นใจเข้ามาลงทุน อยากให้ทุกคนโฟกัสเรื่องนี้เป็นหลัก”

ทั้งนี้ น.ส.แพทองธาร อธิบายว่า ยังไม่ทราบกรณีที่กลุ่ม สส. อีสานพรรคเพื่อไทย ต้องการหนุนตนเองเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ส่วนตัวยังสนับสนุนนายเศรษฐา และยอมรับว่า สถานการณ์ในประเทศชาติไม่ง่าย จึงคิดว่าตัวเลือกที่ดีที่สุด คือ นายเศรษฐา จะมีส่วนช่วยเรื่องเศรษฐกิจ และช่วยแก้ปัญหาต่างๆได้อย่างทันท่วงทีถ้าพรรคเพื่อไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ถ้าไม่ได้ก็ยังพร้อมร่วมกันทำงาน และเชื่อว่าตนเองจะคุยทำความเข้าใจกับ สส. ได้ และส่วนตัวก็จะเรียนรผู้และพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า ขั้วรัฐบาลเดิมจะซื่องูเห่าพรรคเพื่อไทย ประมาณ 20-3 คน น.ส.แพทองธาร ได้หันไปถามทีมงานว่าพูดได้แค่ไหน ก่อนที่จะหัวเราะ และบอกว่า น่าจะเป็นการเข้าใจผิดกัน แต่ไม่ทราบว่าในการพูดคุยกันนั้นมีเรื่องอะไรบ้าง แต่เท่าที่ได้คุยกันในพรรค ไม่ได้เป็นตามกระแสข่าว และยังมั่นใจในตัว สส. ของพรรค

‘ทักษิณ’เลื่อนกลับบ้าน รอให้บ้านเมืองราบรื่น 

ทั้งนี้ การเดินทางกลับประเทศไทยของอดีตนายกรัฐมนตรี นายทักษิณ ชินวัตร จะยังเลื่อนวันเดินทางกลับออกไปแต่ไม่มากไปจากเดิม เพราะขณะนี้การเลือกนายกรัฐมนตรียังไม่เรียบร้อย และที่ได้พูดคุยกัน คุณพ่อบอกว่า รอได้ รอให้ให้เหตุการณ์การเมืองราบรื่น แต่ไม่รู้ว่าคุณพ่อ จะรอให้สถานการณ์การเมืองนิ่งขนาดไหนถึงจะกลับ เพราะคุณพ่อไม่อยากให้เป็นปัจจัยทางการเมือง

นายเศรษฐา  ทวีสิน นายเศรษฐา ทวีสิน

ส่วนที่มีเอกสารทางการเตรียมการความพร้อมรับตัวกลับหลุดออกมานั้น ส่วนตัวมองว่า เป็นเรื่องปกติของทางราชการที่ต้องเตรียมพร้อม ไม่ใช่เฉพาะเตรียมรับคุณพ่อเท่านั้น แต่เมื่อข่าวการเดินทางกลับของคุณพ่อ ราชการก็ราชการก็อาจจะเตรียมไว้บ้าง เป็นเรื่องปกติ