
คุยกัน 7 วันหน: ญี่ปุ่นเจ็บตัวหนัก จากข้อพิพาทปมไต้หวันกับจีน
วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.32 น.
ข้อพิพาททางการทูตระหว่างจีนและญี่ปุ่นที่ลุกลามจากคำพูดของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ เรื่องการตอบโต้ทางทหารหากจีนบุกไต้หวัน กำลังส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น เพราะจีนเอาจริงด้วยการตอบโต้ทางเศรษฐกิจและด้านอื่นๆ จนญี่ปุ่นตั้งตัวแทบไม่ทัน
ความตึงเครียดล่าสุดระหว่างจีนและญี่ปุ่นเกิดขึ้นหลังจากนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ผู้นำหญิงของญี่ปุ่น กล่าวต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 7 พ.ย. ที่ผ่านมาว่า หากจีนเปิดฉากโจมตีทางทหารต่อไต้หวัน อาจสร้างสถานการณ์เสี่ยงที่คุกคามต่อความอยู่รอดของญี่ปุ่น และอาจทำให้ญี่ปุ่นตัดสินใจใช้กำลังทหารได้
คำพูดนี้ส่งผลให้ทางการจีนไม่พอใจอย่างหนัก เริ่มจากกระทรวงต่างปรเทศจีนเรียกเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำกรุงปักกิ่งเข้าพบ เพื่อประท้วงคำกล่าวดังกล่าวและเรียกร้องให้ผู้นำญี่ปุ่นถอนคำพูด พร้อมทั้งเตือนให้ญี่ปุ่นหยุดเล่นกับไฟ และเสริมว่า หากญี่ปุ่นกล้าแทรกแซงสถานการณ์ช่องแคบไต้หวัน จะถือเป็นการรุกรานและต้องประสบกับความพ่ายแพ้อย่างย่อยยับ หนังสือพิมพ์พีแอลเอ เดลี (PLA Daily) กระบอกเสียงของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนเตือนว่า ญี่ปุ่นเสี่ยงทำให้ทั้งประเทศกลายเป็นสมรภูมิ หากเข้าแทรกแซงทางทหารในช่องแคบไต้หวัน
.jpg)
จีนเตือนพลเมืองเลี่ยงเดินทางไปญี่ปุ่น
ต่อมาเมื่อวันศุกร์ที่ 14 พ.ย. กระทรวงการต่างประเทศจีนออกแถลงการณ์เตือนพลเมืองให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปญี่ปุ่นในช่วงนี้ จากกรณีผู้นำญี่ปุ่นได้แสดงความเห็นยั่วยุเกี่ยวกับประเด็นไต้หวัน ส่งผลให้บรรยากาศการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนเสื่อมถอยลงอย่างมาก และสร้างความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของชาวจีนในญี่ปุ่นอย่างยิ่ง จึงขอแนะนำอย่างยิ่งให้ประชาชนชาวจีนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปญี่ปุ่นในช่วงอนาคตอันใกล้ ส่วนผู้ที่อยู่ในญี่ปุ่นอยู่แล้วขอให้ติดตามสถานการณ์ความปลอดภัยในพื้นที่อย่างใกล้ชิดและเพิ่มการดูแลตนเอง หากเกิดเหตุฉุกเฉินให้รีบแจ้งตำรวจและขอความช่วยเหลือจากสถานทูตและสถานกงสุลจีน
ส่วนสายการบินใหญ่ 6 แห่งของจีน ประกอบด้วยแอร์ไชนา, ไชนาเซาเทิร์นแอร์ไลน์, ไชนาอีสเทิร์นแอร์ไลน์, ไห่หนานแอร์ไลน์, เสฉวนแอร์ไลน์ และเซี่ยเหมินแอร์ ออกประกาศให้ผู้โดยสารสามารถขอเงินคืนหรือเปลี่ยนตั๋วโดยสารที่เดินทางไปญี่ปุ่นก่อนวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ส่งผลให้สายการบินจีนมียอดยกเลิกตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่นแล้วเกือบ 5 แสนที่นั่ง ขณะที่จำนวนการยกเลิกตั๋วในช่วงหลายวันที่ผ่านมา มีมากกว่าการจองใหม่ถึง 27 เท่า
แน่นอนว่ามาตรการนี้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อธุรกิจท่องเที่ยวในญี่ปุ่น ซึ่งกำลังจะเข้าสู่ช่วงปลายปีอันเป็นช่วงไฮซีซั่น ข้อมูลจากทางการญี่ปุ่นระบุว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 มีชาวจีนเดินทางมาท่องเที่ยวญี่ปุ่นมากถึงเกือบ 7.5 ล้านคน สูงที่สุดในบรรดานักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด 31.65 ล้านคนที่ไปญี่ปุ่นในช่วงเวลาดังกล่าว ชาวจีนมักนิยมเดินทางไปญี่ปุ่นเนื่องจากเที่ยวบินสั้น แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และราคาที่ดึงดูดใจจากการอ่อนค่าของเงินเยน เฉพาะเดือนกรกฎาคม-กันยายนปีนี้ นักท่องเที่ยวชาวจีนใช้จ่ายในญี่ปุ่นรวม 590,000 ล้านเยน (ราว 123,390 ล้านบาท) สูงที่สุดเมื่อเทียบเป็นรายประเทศหรือรายภูมิภาค
ผู้บริหารบริษัททัวร์แห่งหนึ่งในกรุงโตเกียวเปิดเผยว่า มีกรุ๊ปทัวร์จากจีนขอยกเลิกการเดินทางเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ยอดขายของบริษัททัวร์ลดลงเหลือเพียงร้อยละ 10 ของยอดขายทั้งหมดจนถึงสิ้นปีนี้ จนถึงขณะนี้มีกรุ๊ปทัวร์ขอยกเลิกไปแล้วถึง 20 กลุ่ม คิดเป็นร้อยละ 80 ของยอดขายตลอดทั้งปี การถูกยกเลิกทัวร์ทำให้บริษัทเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะการยกเลิกแบบกะทันหัน เพราะทางบริษัทได้ดำเนินการติดต่อโรงแรม ร้านอาหาร ไกด์นำเที่ยว และการจัดการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเอาไว้แล้ว ผู้บริหารบริษัททัวร์แห่งนี้ ซึ่งมีกลุ่มลูกค้าหลักเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนบอกว่า หากสถานการณ์เป็นเช่นนี้สัก 1-2 เดือนก็พอจะรับมือไหว แต่ถ้าหากลากยาวไปกว่านี้คงได้รับความเสียหายหนัก
.jpg)
สั่งระงับนำเข้าอาหารทะเลญี่ปุ่น
จีนยังสั่งห้ามการนำเข้าอาหารทะเลของญี่ปุ่นทั้งหมด อ้างเรื่องความกังวลเกี่ยวกับการตัดสินใจของญี่ปุ่นที่ปล่อยน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดแล้วจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะที่ประสบความเสียหายลงสู่ทะเลในปี 2566 ทั้งที่เมื่อช่วงต้นปีนี้ จีนเพิ่งผ่อนคลายมาตรการจำกัดการนำเข้าอาหารทะเลญี่ปุ่นบางส่วน หลังจากเคยแบนอาหารทะเลบางส่วนจากญี่ปุ่นตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2566 เหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน เปิดเผยว่าภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน แม้ว่าอาหารทะเลจากญี่ปุ่นจะส่งออกมายังจีน แต่จีนไม่มีตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์เหล่านี้
การระงับคำสั่งซื้อนี้กระทบญี่ปุ่นอย่างหนัก เพราะจีนเป็นตลาดหลักของอาหารทะเลญี่ปุ่น รองรับการส่งออกอาหารทะเลทั้งหมดของญี่ปุ่นมากกว่า 1 ใน 5 หากจีนระงับคำสั่งซื้อทั้งหมด ชาวประมง อุตสาหกรรมแปรรูป และผู้ส่งออกอาหารทะเลในญี่ปุ่นจะเดือดร้อน โดยรวมส่งออกอาหารทะเลญี่ปุ่นปี 2566 มูลค่า 3.9 ล้านล้านเยน (ราว 858,000 ล้านบาท) ญี่ปุ่นอาจต้องหาตลาดใหม่ แต่การแข่งขันสูงและต้นทุนเพิ่มจะฉุดกำไรลง
.jpg)
ขัดแย้งลามถึงการฉายภาพยนตร์
ข้อพิพาทล่าสุดระหว่างญี่ปุ่นกับจีนยังส่งผลกระทบลามไปถึงอุตสาหกรรมภาพยนตร์ หลังจากบริษัทผู้นำเข้าและบริษัทผู้จัดจำหน่ายภาพยนตร์ในจีนแจ้งว่า ภาพยนตร์ญี่ปุ่น 2 เรื่องคือ “เครยอนชินจังเดอะมูฟวี่ ตอน ร้อนแรงแซ่บเวอร์! แดนเซอร์แห่งคาซึคาเบะ” (Crayon Shin-chan the Movie: Super Hot! Scorching Kasukabe Dancers) และ “เซลล์ขยันพันธุ์เดือด” (Cells at Work!”) จะยังไม่ฉายในจีนตามกำหนด จากเดิมที่มีกำหนดฉายในอีกไม่กี่สัปดาห์ โดยให้เหตุผลว่าเป็นเพราะกระแสสังคมในหมู่ผู้ชมชาวจีนกำลังต่อต้านญี่ปุ่นอย่างหนัก เช่นเดียวกับภาพยนตร์อนิเมชันเรื่อง “ดาบพิฆาตอสูร ภาคปราสาทไร้ขอบเขต” (Demon Slayer: Infinity Castle) ที่มีกระแสตอบรับดีในช่วงแรก กลับมียอดจำหน่ายตั๋วลดลง เนื่องจากผู้ชมชาวจีนมีความไม่พอใจอย่างมากจากคำพูดของผู้นำญี่ปุ่น
ผลกระทบที่เกิดขึ้นทำให้ญี่ปุ่นพยายามจะรอมชอมกับจีนในอีกมุมหนึ่ง ขณะที่ในมุมของประชาชนทั่วไป ชาวจีนในกรุงปักกิ่งมองว่าความตึงเครียดที่เกิดขึ้นไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนมากขนาดนั้น เพราะมองว่าการเมืองก็คือการเมือง บางคนระบุว่าไม่ได้สนใจความขัดแย้งทางการทูตมากเป็นพิเศษ เพราะการเมืองเป็นเรื่องของกลุ่มที่มีอำนาจสูงกว่า จึงมองว่าไม่ได้ส่งผลกระทบต่อตัวบุคคลในระดับประชาชนมากเท่าใดนัก
แต่สำหรับผู้ประกอบการในบางธุรกิจและอุตสาหกรรม แน่นอนว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องเล็กๆ โดยเฉพาะกับบริษัทญี่ปุ่นบางแห่งคงอยู่ไม่ได้หากไม่มีแรงซื้อจากชาวจีน จึงอยากจะให้ทางการแก้ไขปัญหาในครั้งนี้อย่างเร่งด่วนและไม่ให้กระทบสัมพันธ์
สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความละเอียดอ่อนในความสัมพันธ์จีน-ญี่ปุ่น ที่อาจกระทบเศรษฐกิจทั้งสองฝ่าย หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็ว
โดย ดาโน โทนาลี

.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)

.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)

.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)

.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)

.jpg)
.jpg)
.jpg)

.jpg)
.jpg)
.jpg)

.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)

.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)