#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/786375

คุยกัน 7 วันหน : เลือกตั้งอินโดนีเซีย 2024 ‘ประชาธิปไตย’ หรือ ‘ราชวงศ์ทางการเมือง’
วันอาทิตย์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.
อินโดนีเซีย ประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 1 ของภูมิภาคอาเซียน และอันดับที่ 4 ของโลก กำลังจะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันแห่งความรัก 14 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งคนกว่า 200 ล้านคน มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง(มากกว่าสหรัฐฯ เสียอีก) และในจำนวนนี้กว่า 100 ล้านคน เป็นคนหนุ่มสาวที่คนที่เพิ่งได้สิทธิ์เลือกตั้งครั้งแรก ทำให้ผู้สมัครเลือกตั้งทุกคนต้องเดินเกมหาเสียงผ่านแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์กันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะ TikTok และ Instagram ที่ดึงดูดเหล่าคนออกเสียงหน้าใหม่ได้เป็นอย่างดี
นอกจากเลือกตั้งประธานาธิบดีและคู่ชิงรองประธานาธิบดีแล้ว จะยังมีการเลือกตั้งผู้แทน ทั้งระดับประเทศ,จังหวัด และท้องถิ่นอีกเกือบ 20,000 ตำแหน่ง จากผู้สมัครในทุกสนาม รวมแล้วเกือบ 250,000ชีวิต
และนี่คือการจัดเลือกตั้งในหนึ่งวันที่ใหญ่ที่สุดในโลก
อดีตที่ผ่านมา อินโดนีเซีย เป็นประเทศที่มีผู้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งสูงมาก อย่างเมื่อปี 2019มีผู้ใช้สิทธิ์มากถึง 80% ขณะที่สหรัฐฯมีผู้ใช้สิทธิ์เมื่อปี 2020 เพียง 66% ส่วนประเทศไทยมีผู้ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในปี 2023 ราว 75%
หากพูดถึงระบอบประชาธิปไตยต้องยอมรับว่า อินโดนีเซียยังคงอยู่ในวัยเยาว์ เพราะเคยอยู่ภายใต้ระบอบเผด็จการทหารของนายพลซูฮาร์โต นานถึง 32 ปี ตั้งแต่ปี 1966 ถึง 1998
.jpg)
เมื่อชาวอินโดนีเซียทนต่อระบอบไม่ไหว จึงผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่ระบอบประชาธิปไตย โดยมี “เมกาวตี ซูการ์โนบุตรี” จากพรรค Indonesian Democratic Party of Struggle (PDIP) กวาดที่นั่งในสภาอย่างถล่มทลาย และทำให้เธอก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรก และคนเดียวในประวัติศาสตร์อินโดนีเซีย ระหว่าง
ปี 2001-2004 และพรรค PDIP นี้เองที่ผลักดันให้ โจโก วิโดโด หรือโจโกวี ซึ่งเคยเป็นคนนอกวงการการเมือง ได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งในเวลาต่อมา
ช่วงแรกของการดำรงตำแหน่งวิโดโด กลายเป็นผู้นำที่ได้รับความสนใจไปทั่วโลก เนื่องจากมีบุคลิกและหน้าตาคลับคล้าย บารัค โอบามาประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในสมัยนั้น แม้กำลังจะก้าวลงจากตำแหน่ง หลังครองเก้าอี้มานาน 10 ปี แต่ วิโดโดยังคงเป็นผู้นำที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในประเทศ ด้วยคะแนนนิยมสูงถึงราว 80% อีกทั้งยังเป็นผู้นำที่พยายามผลักดันให้อินโดนีเซียขึ้นยืนอยู่บนเวทีโลกได้อย่างสมบูรณ์
การชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอินโดนีเซียปีนี้ อาจดูไม่มีอะไรหวือหวาเพราะดูแล้ว ปราโบโว ซูเบียนโต รัฐมนตรีกลาโหม อดีตคู่ชิงตำแหน่งกับวิโดโดเมื่อปี 2014 พร้อมกับคู่ชิงรองประธานาธิบดี กีบรานราคาบูมิง รากา ลูกชายของวิโดโด น่าจะนอนมา เหนือคู่แข่งอย่างกันจาร์ ปราโนโว จากพรรค PDIP และ อานีส บัสเวดัน ผู้สมัครอิสระ
แม้ดูเหมือนว่าโจโกวี ที่แม้จะเป็นผู้นำที่ทำให้อินโดนีเซียเป็นที่รู้จักมากขึ้นภายใต้การนำของเขาตลอด 10 ปี แต่ในอีกทางหนึ่ง นักวิเคราะห์มองว่า ระบอบประชาธิปไตยของอินโดนีเซียนั้น อาจกำลังถอยหลังลงคลอง จนทำให้เกิดการตั้งคำถามว่านี่คือ “ประชาธิปไตย” หรือ “ราชวงศ์ทางการเมือง” กันแน่
.jpg)
เพราะ “กีบราน ราคาบูมิง รากา” วัย 36 ปี ลูกชายผู้นำประเทศที่ลงสมัครตำแหน่งรองประธานาธิบดีได้รับการแผ้วถางทางจากศาลรัฐธรรมนูญ ให้สามารถสมัครได้ จากเดิมที่ผู้สมัครประธานาธิบดี และรองประธานาธิบดี จะต้องมีอายุ 40 ปี นั่นเพราะ พี่เขยของวิโดโด เป็นหัวหน้าของศาลรัฐธรรมนูญผู้ออกคำตัดสินดังกล่าว และหาก กีบรานชนะ เขาจะกลายเป็นรองประธานาธิบดีที่อายุน้อยที่สุดของประเทศ เคียงคู่กับ ปราโบโวซูเบียนโต อดีตคู่แข่งคนสำคัญวิโดโด
แสดงให้เห็นชัดเจนว่า วิโดโดกำลังสร้าง “อาณาจักรทางการเมือง”และยังปูทางให้ลูกชายลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2029 นี้อีกด้วย
อีกสิ่งที่น่าสนใจสำหรับการเลือกตั้งอินโดนีเซีย คือ กฎหมายการเลือกตั้งที่เข้มงวด เพราะผู้ชนะจะต้องได้คะแนนโหวตเกิน 50% และได้คะแนนอย่างน้อย 20%
ในกว่าครึ่งของจังหวัดในประเทศ หากยังไม่มีใครได้ตามมาตรฐานที่กำหนดไว้นี้ ก็จะต้องมีการเลือกตั้งซ่อม กับคนที่ได้ที่ 2 ในเดือนมิถุนายน..ที่จะเป็นสนามแข่งขันที่ดุเดือดมากขึ้น
ผู้ที่ติดตามการเมืองในอินโดนีเซียมองว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจกับ “เรื่องส่วนตัว” ของผู้สมัคร มากกว่าที่จะสนใจ “นโยบาย” ที่แต่ละคนชูขึ้นมา และผู้ที่ยังคงครองหน้าสื่อมากที่สุดสำหรับการแข่งขันปีนี้ ก็ยังคงเป็นนายพลซูเบียนโต เพราะเป็นที่รู้จักในวงกว้าง อีกทั้งยังมี Deepfake ของพลเอกซูฮาร์โต ผู้ล่วงลับ ประกาศสนับสนุนเขาอีกด้วย
.jpg)
การเมืองอินโดนีเซียปีนี้จึงน่าจับตาไม่น้อย เพราะ 10 ปีที่วิโดโดอยู่ในอำนาจ อินโดนีเซียถูกมองว่าเป็นประเทศที่มีเสถียรภาพ รุ่งเรืองอีกทั้งก่อนหมดวาระ วิโดโด ยังเดินหน้าสร้างตัวตนของอินโดนีเซียบนเวทีโลกในหลายเวที เช่น ความพยายามเสนอตัวเป็นตัวกลางเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครน ด้วยการเยือนทั้งสองประเทศ และเชื้อเชิญยูเครนให้เข้าร่วมประชุม G20 ที่เกาะบาหลี
จึงน่าสนใจว่า ผู้นำคนต่อไปของประเทศที่ใหญ่สุดในภูมิภาคอาเซียนแห่งนี้ จะสานต่อเจตนารมณ์แห่งประชาธิปไตย หรือท้ายที่สุดแล้ว จะกลายเป็น “ราชวงศ์ทางการเมือง” ที่วิโดโดปูทางเอาไว้สำหรับลูกชาย?
โดย ดาโน โทนาลี

.jpg)
.jpg)


.jpg)
.jpg)
.jpg)

.jpg)
.jpg)
.jpg)

.jpg)
.jpg)


.jpg)
.jpg)
.jpg)

.jpg)
.jpg)
.jpg)

.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)





.jpg)
.jpg)
.jpg)