#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/754060

คุยกัน 7 วันหน : ลูกโซ่รัฐประหารแอฟริกา ชาติใดรายต่อไป?
วันอาทิตย์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.15 น.
กาบองเป็นประเทศล่าสุดในแอฟริกา ที่เกิดการยึดอำนาจทำรัฐประหารจากรัฐบาลพลเรือนโดยกลุ่มทหารในกองทัพ ที่เรียกตนเองว่า คณะกรรมการการเปลี่ยนถ่ายและ
ฟื้นฟูสถาบัน ประกาศถึงเหตุผลในการตัดสินใจปกป้องสันติภาพ ด้วยการยุติการปกครองของรัฐบาลชุดปัจจุบันด้วยการยกเลิกการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 26 สิงหาคมปีนี้ และผลการเลือกตั้ง พร้อมกับยุบสถาบันทุกอย่างของสาธารณรัฐกาบอง ทั้งรัฐบาล วุฒิสภา สมัชชาแห่งชาติ และศาลรัฐธรรมนูญ กาบองจะปิดพรมแดนทั้งหมดจนกว่าจะมีการประกาศเพิ่มเติม
แถลงการณ์ดังกล่าวซึ่งมีการประกาศผ่านการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ในประเทศ เกิดขึ้นไม่นานหลังจากศูนย์กลางการเลือกตั้งกาบองประกาศว่า ประธานาธิบดี อาลี บองโกออนดิมบา วัย 64 ปี ผู้ครองอำนาจมานาน 14 ปี ชนะเลือกตั้งโดยได้คะแนนร้อยละ 64.27 โดย อาลี บองโก เป็นบุตรชายของอดีตประธานาธิบดีโอมาร์ บองโก บิดาของเขาปกครองกาบองระหว่างปี 1967-2009 ส่วนอาลี บองโก ชนะการเลือกตั้งสมัยแรกในปี 2009 และเป็นผู้นำกาบองสืบเนื่องนับตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน ขณะที่ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่แล้ว รัฐบาลกาบอง ซึ่งเป็นประเทศในแอฟริกาตะวันตกได้ประกาศห้ามออกนอกเคหสถาน และปิดอินเตอร์เนตทั่วประเทศ โดยอ้างว่าเพื่อสกัดการเผยแพร่ข่าวเท็จและการเกิดเหตุรุนแรง
ด้านประธานาธิบดีบองโก ได้อัดคลิปวีดีโอ เรียกร้องให้พันธมิตรส่งเสียงต่อต้านรัฐประหารดังกล่าว ซึ่งก็ดูเหมือนจะสร้างความยินดีให้ประชาชนในประเทศอยู่ไม่น้อย หลังพบว่าชาวกาบองจำนวนมาก สนับสนุนการกระทำนี้ของกองทัพ
เหตุการณ์รัฐประหารดังกล่าว ทำให้กาบองเป็นประเทศที่สองในทวีปแอฟริกาที่เกิดรัฐประหารในปีนี้หลังจากเพิ่งเกิดรัฐประหารในประเทศไนเจอร์ เมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
.jpg)
ขณะที่นับตั้งแต่ปี 1950 เกิดรัฐประหารในแอฟริกามาแล้ว 214 ครั้ง ในจำนวนนี้ ประสบความสำเร็จมากถึง 106 ครั้ง และชาติแอฟริกาอย่างน้อย 45 จาก 54 ชาติ ผ่านความพยายามในการก่อรัฐประหารมาแล้วอย่างน้อยหนึ่งครั้ง โดยเฉพาะในช่วงสามปีที่ผ่านมา เกิดการก่อรัฐประหารบ่อยครั้งจนทำให้ทั่วโลกหันมาสนใจมากขึ้นว่าเกิดอะไรที่แอฟริกา – เดือนมกราคม 2022 กองทัพบูร์กินาฟาโซ ก่อรัฐประหารโค่นอำนาจประธานาธิบดีรอช คาบอร์โดยอ้างว่าเขาล้มเหลวในการปราบปรามกลุ่มติดอาวุธมุสลิมหัวรุนแรง และยังมีรัฐประหารครั้งที่สองในเดือนกันยายนปีเดียวกัน
– เดือนกันยายน 2021 เกิดรัฐประหารที่กินี โค่นประธานาธิบดีอัลฟา คอนเด หลังเขาแก้รัฐธรรมนูญเปิดทางให้สามารถดำรงตำแหน่งต่อในสมัยที่สามได้
– เดือนเมษายน 2021 กองทัพชาด เข้ายึดอำนาจหลังประธานาธิบดีอะดริส เดบีย์ ถูกสังหารในสนามรบ ขณะไปเยี่ยมทหารที่ต่อสู้กลุ่มกบฏทางตอนเหนือของประเทศ
– เดือนสิงหาคม 2020 คณะทหารของมาลี ก่อรัฐประการโค่นอำนาจประธานาธิบดีอิบราฮิม บูบาคาร์ไคตา หลังเกิดการประท้วงครั้งใหญ่ต่อต้านรัฐบาล และเก้าเดือนต่อมา เกิดรัฐประหารซ้อนรัฐประหารอีก
– เดือนตุลาคม 2021 พลเอกอับเดล ฟัตตาห์ อัล-บูร์ฮาน นำกองทัพเข้ายึดกรุงคาร์ทูม และสั่งยุบสภาปกครองประเทศที่ประกอบด้วยทหารและพลเรือน ส่งผลให้กระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยของซูดานชะงักงัน
เป็นที่สังเกตว่า รัฐประหารในระยะหลังเกิดขึ้นในแอฟริกากลางและตะวันตก โดยเฉพาะประเทศที่เคยเป็นอดีตอาณานิคมของฝรั่งเศส
.jpg)
นักวิเคราะห์ระบุว่า แต่ละชาติที่เกิดการยึดอำนาจนั้นล้วนมีปัจจัยร่วมกันคือ เกิดสถานการณ์ที่ทำให้มีช่องให้กองทัพสามารถเข้าแทรกแซงได้ด้วยการสนับสนุนอย่างมากจากประชากรกลุ่มคนในเมือง ตลอดจนคนรุ่นใหม่ที่ไม่พอใจวัฒนธรรมทางการเมืองแบบดั้งเดิม ประกอบกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ การจ้างงานไม่เพียงพอ และขาดโอกาสทางเศรษฐกิจ ตลอดจนเกิดปัญหาการทุจริตอย่างมากของเจ้าหน้าที่ และความไม่พอใจต่ออิทธิพลของฝรั่งเศส อดีตเจ้าอาณานิคมเดิม
นอกจากนี้ ความไม่พอใจยังเกิดจากการที่ผู้นำแอฟริกาหลายชาติ พยายามเปลี่ยนแปลงกระบวนการเลือกตั้ง หรือรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ตนเองสามารถอยู่ในอำนาจได้นานกว่าเดิม เช่น การยกเลิกการจำกัดวาระของประธานาธิบดี เป็นต้น
ปัญหาการใช้อำนาจที่มิชอบในชาติแอฟริกา ยังบั่นทอนสหภาพแอฟริกา หรือ AU ตลอดจนประชาคมเศรษฐกิจรัฐแอฟริกาตะวันตก หรือ ECOWAS ด้วย อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่า ประชาคมโลกจะตอบสนองต่อเหตุการณ์นี้อย่างไร สหภาพแอฟริกาและสหรัฐฯ ระบุว่ากำลังติดตามด้วยความกังวล ส่วนฝรั่งเศสประณามเหตุยึดอำนาจดังกล่าว แต่ยังไม่มีการเรียกร้องให้คืนอำนาจกลับสู่ประธานาธิบดีบองโก ซึ่งเป็นท่าทีที่แตกต่างจากการรัฐประหารที่ไนเจอร์ ซึ่งถูกนานาชาติ รวมถึง ECOWAS กดดันอย่างหนัก
นักวิเคราะห์มองว่า เป็นเพราะมีการทุจริตอย่างมากในรัฐบาลของบองโก ครอบครัวของเขาและพันธมิตรร่ำรวยอย่างมาก ในขณะที่ประชาชนยากจน ชาวกาบองยังคลางแคลงใจเรื่องที่ประธานาธิบดีบองโก ลงเลือกตั้งสมัยที่สามหลังอยู่ในอำนาจมา 14 ปีแล้ว ในขณะที่พ่อของเขาปกครองประเทศมาก่อนแล้วมากกว่า 40 ปี นอกจากนี้ ชาวกาบองยังตั้งคำถามถึงศักยภาพของเขาในการบริหารประเทศ เพราะเขาเคยเกิดเส้นเลือดในสมองแตกในปี 2018
แม้ปัจจัยของกาบอง มีความแตกต่างจากชาติอื่นๆ ซึ่งมีปัจจัยของกลุ่มติดอาวุธหัวรุนแรงเข้ามาทำให้ประเทศไร้เสถียรภาพ แต่การเกิดรัฐประหารอย่างเนื่องไล่ไปทีละชาตินั้น ทำให้นานาชาติเกิดความกังวลต่ออนาคตของประชาธิปไตยในแอฟริกาและหวั่นจะเกิดรัฐประหารอีก โดยเฉพาะในประเทศที่มีผู้ปกครองคนเดียวมายาวนาน เช่น คาเมอรูน ที่มีประธานาธิบดีพอล บิยา ปกครองมามากกว่า 40 ปี และที่สาธารณรัฐคองโก ซึ่งปกครองโดยประธานาธิบดีเดอนิส ซาสซู เกิสโซมากว่า 38 ปี
โดย ดาโน โทนาลี






.jpg)
.jpg)
.jpg)

.jpg)
.jpg)
.jpg)

.jpg)



.jpg)
.jpg)
.jpg)

.jpg)



.jpg)
.jpg)


.jpg)
.jpg)
.jpg)

.jpg)
.jpg)
