วิจัยเผย..วัดความดันด้วยแอพฯมือถือให้ค่าเพี้ยน8ใน10

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

04 มีนาคม 2559 เวลา 17:27 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/419723

วิจัยเผย..วัดความดันด้วยแอพฯมือถือให้ค่าเพี้ยน8ใน10

งานวิจัยเผย การวัดความดันด้วยแอพฯบนสมาร์ทโฟนให้ค่าเพี้ยนถึง8ใน10

หลายคนอาจเคยผ่านตาหรือเคยดาวน์โหลดมาลองใช้งานบ้างสำหรับแอพฯ ตรวจสุขภาพของร่างกายซึ่งหนึ่งในนั้นมีชื่อ Instant Blood Pressure ที่อ้างว่าใช้สำหรับการตรวจความดันโลหิตด้วยวิธีการนำสมาร์ทโฟนของท่านไปวางแนบไว้ที่หน้าอกและใช้นิ้วกดปิดที่เลนส์กล้อง

เมื่อไม่นานมานี้ นักวิจัยจากวิทยาลัยจอห์นฮอบกินส์ได้นำแอพฯ ดังกล่าวมาทดสอบควบคู่กับการตรวจวัดความโลหิตด้วยเครื่องมือแพทย์จริงๆ โดยใช้ผู้เข้าร่วมวิจัย 85 ราย พบว่าในผู้ที่มีความดันโลหิตสูง 5 รายนั้น จะมีการตรวจจับพลาดทั้งหมด 4 คน

แอพฯ เคยวางจำหน่ายอยู่บนแอพสโตร์ของแอปเปิลในราคา 5 ดอลลาร์ ทั้งยังติดอันดับ 50 แอพฯ ขายดีอีกด้วยยอดดาวน์โหลดกว่า 100,000 ครั้ง ก่อนจะถูกถอดออกจากไปตั้งแต่เดือนก.ค.ปีที่แล้ว ทั้งนี้ยังคงมีผู้ใช้ที่ดาวน์โหลดไปใช้และยังไม่ได้ลบทิ้ง

ที่มา cbsnews

 

ประกาศราคา Galaxy S7 และ Galaxy S7 Edge พร้อมวันวางจำหน่ายในไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

04 มีนาคม 2559 เวลา 11:41 …. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/419584

ประกาศราคา Galaxy S7 และ Galaxy S7 Edge พร้อมวันวางจำหน่ายในไทย

Samsung ประกาศราคา Galaxy S7 และ S7 Edge พร้อมวันวางจำหน่ายในประเทศไทย

หลังจากเพิ่งเปิดตัวหมาดๆ เมื่อช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาสำหรับ Samsung Galaxy S7 และ Samsung Galaxy S7 Edge ล่าสุดทาง Samsung ประเทศไทยก็ได้ประกาศราคาวางจำหน่ายของสมาร์ทโฟนทั้ง 2 รุ่นออกมาแล้วเรียบร้อย โดยจะเริ่มวางจำหน่ายจริงในไทยวันที่ 18 มี.ค. เลือกด้วยกัน 3 สีได้แก่ สีทอง, สีดำ และสีเงิน

สำหรับราคานั้น Samsung Galaxy S7 (ความจุ 32GB) จะสนนราคา 23,900 บาท ส่วน Samsung Galaxy S7 Edge (ความจุ 32GB) ราคา 26,900 บาท โดยต้องมารอลุ้นกันว่าจะมีการแถมแว่นตาโลกเสมือนอย่าง Gear VR หรือไม่

– ชิปเซ็ต Exynos 8890 Octa Core CPU (2.3GHz x 4, 1.6GHz x 4)
– แรม 4GB  LPDDR4
– ความจุ 32GB/64GB รองรับ MicroSD ได้สูงสุดถึง 200GB
– ระบบปฏิบัติการ’แอนดรอยด์6.0′
– กล้องหลัง Dual Pixel ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล
– กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล
– กันน้ำและกันฝุ่นได้ตามมาตรฐาน IP68 ลงน้ำลึก 1.5 เมตรได้นาน 30 นาที
– รองรับระบบ Fast Charging

สำหรับ Samsung Galaxy S7 จะมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5.1 นิ้ว  2K Quad HD พร้อมแบตเตอรี่ 3,000 mAh ขณะที่ Samsung Galaxy S7 Edge จะมาพร้อมขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้ว พร้อมแบตเตอรี่ 3,600 mAh

ชมคลิปทดสอบ..เมื่อGalaxy S7และiPhone6sตกพื้น ใครอยู่-ใครไป?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

03 มีนาคม 2559 เวลา 17:39 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/419529

ชมคลิปทดสอบ..เมื่อGalaxy S7และiPhone6sตกพื้น ใครอยู่-ใครไป?

ชมคลิปทดสอบความแข็งแกร่ง เมื่อSamsung Galaxy S7และiPhone6sตกพื้นพร้อมกัน ใครจะอยู่-ใครจะไป?

ถูกจับมาเป็นคู่แข่งกันโดยปริยายสำหรับสมาร์ทโฟนเรือธงจาก 2 ค่ายมือถือยักษ์ใหญ่สุดในโลกอย่าง Samsung Galaxy S7 และ iPhone6s โดยก่อนหน้านี้เราอาจได้เห็นคลิปวีดีโอทดสอบความแรงและประสิทธิภาพของเจ้ามือถือทั้งสองมาแล้ว คราวนี้มาดูคลิปทดสอบความแข็งแกร่งของสมาร์ทโฟนทั้งสองเมื่อต้องตกพื้นคอนกรีต งานนี้ใครจะอยู่ใครจะไปสามารถพิสูจน์ด้วยตาตัวเองได้จากคลิปวีดีโอด้านล่างเลย

ที่มา BGR, https://www.youtube.com/watch?v=GU8S_BjByKU

เลิศ!’แอปเปิล’ได้สิทธิบัตรมือถืองอได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

03 มีนาคม 2559 เวลา 12:38 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/419373

เลิศ!'แอปเปิล'ได้สิทธิบัตรมือถืองอได้

‘แอปเปิล’ได้สิทธิบัตรหน้าจอOLEDพร้อมตัวเครื่องแบบงอได้ คาดนำมาใช้กับ’ไอโฟน-ไอแพด’รุ่นใหม่

สาวกแอปเปิลเตรียมตั้งตารอลุ้นผลิตภัณฑ์ล้ำๆ ใหม่ได้เลย เมื่อเว็บไซต์ข่าว MacRumors ได้รายงานว่าขณะนี้ทางแอปเปิลได้สิทธิบัตรใหม่เพิ่มขึ้น 54 ฉบับ และหนึ่งในนั้นคือหน้าจอ Organic Light Emitting Diode (OLED) พร้อมตัวเครื่องทั้งหมดแบบงอได้หรือภายใต้ชื่อสิทธิบัตร “Flexible Electronic Devices”

สิทธิบัตรฉบับนี้อธิบายว่ามีการใช้เซนเซอร์เพื่อตรวจจับการโค้งงอ รวมถึงการรับข้อมูลการงอเครื่องเข้ามาประมวลผล ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการเล่นหรือควบคุมการเปิดปิดอุปกรณ์ รวมถึงจะเพิ่มความคงทนไม่หักงอด้วย โดยคาดว่าจะใช้กับอุปกรณ์พกพาต่างๆ ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น’ไอโฟน’ ‘ไอแพด’ และ’แอปเปิล วอทช์’

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าแอปเปิลจะเริ่มใช้หน้าจอโค้งแบบ OLED กับไอโฟนภายในปี 2018 ซึ่งขณะนี้ดูเหมือนว่าจะใกล้ความจริงเข้ามาเรื่อยๆ แล้ว

ที่มา macrumors, macworld, http://patft.uspto.gov/netacgi/nph-Parser?Sect1=PTO1&Sect2=HITOFF&d=PALL&p=1&u=%2Fnetahtml%2FPTO%2Fsrchnum.htm&r=1&f=G&l=50&s1=9,274,562.PN.&OS=PN/9,274,562&RS=PN/9,274,562

 

เปิดตัว Vivo XPlay 5 Elite สมาร์ทโฟนจอขอบโค้ง-แรม6GBรุ่นแรก! (คลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 มีนาคม 2559 เวลา 15:24 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/419213

เปิดตัว Vivo XPlay 5 Elite สมาร์ทโฟนจอขอบโค้ง-แรม6GBรุ่นแรก! (คลิป)

เปิดตัว Vivo XPlay 5 Elite สมาร์ทโฟนเรือธงแรม6GBรุ่นแรกของโลก-จอขอบโค้ง พร้อมรุ่นเล็ก Vivo XPlay 5

ไม่ให้น้อยหน้าค่ายมือถืออื่นๆ เลยทีเดียวเมื่อ’วีโว่’ (Vivo) ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธุงรุ่นใหม่ Vivo XPlay 5 Elite ที่มาพร้อมกับหน้าจอขอบโค้งสวยงามคล้าย Samsung Galaxy S6 Edge ที่เด็ดสุดๆ คือยังเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่มีแรมสูงถึง 6GB และออกมาวางจำหน่ายจริงๆ

– ตัวเครื่องโลหะ Unibody
– หน้าจอ Super-Amoled ขนาด 5.43 นิ้ว ความละเอียด Quad-HD
– ชิปเซ็ต Snapdragon 820 Quad-core 2.15GHz
– ชิปกราฟิก Adreno 530 GPU
– แรม 6GB
– พื้นที่ความจุ 128GB
– กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล
– กล้องหลัง 16 ล้านพิกเซล
– แบตเตอรี่ 3,600 mAh
– รองรับ 2 ซิม
– รองรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
– ระบบปฏิบัติการ’แอนดรอยด์6.0′
– ราคาเปิดตัว 4,288 หยวน (23,300 บาท)

ขณะเดียวกันยังได้เปิดตัวรุ่นเล็กอย่าง Vivo XPlay 5 ที่มาพร้อมรูปโฉมเดียวกัน แต่ลดลั่นสเปคลงมาพร้อมๆ กับราคาที่ถูกลง

– ตัวเครื่องโลหะ Unibody
– หน้าจอ Super-Amoled ขนาด 5.43 นิ้ว ความละเอียด Quad-HD
– ชิปเซ็ต Snapdragon 652 Octa-core 1.8GHz
– ชิปกราฟิก Adreno 510 GPU
– แรม 4GB
– พื้นที่ความจุ 128GB
– กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล
– กล้องหลัง 16 ล้านพิกเซล
– แบตเตอรี่ 3,600 mAh
– รองรับ 2 ซิม
– รองรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
– ระบบปฏิบัติการ’แอนดรอยด์5.0′
– ราคาเปิดตัว 3,698 หยวน (20,100 บาท)

ทั้งนี้ทางค่ายมือถือยังไม่ได้ระบุว่าสมาร์ทโฟน 2 รุ่นนี้จะวางจำหน่ายในวันใด

ที่มา GSMarena

กลุ่มทรูฯเงินหนา ร่วมประมูล900ใบที่สอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 มีนาคม 2559 เวลา 12:08 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/419167

กลุ่มทรูฯเงินหนา ร่วมประมูล900ใบที่สอง

“ศุภชัย เจียรวนนท์” เผยกลุ่มทรูพร้อมเข้าร่วม หากมีการประมูลคลื่น 900 ครั้งใหม่

หลังจากที่เป็นรายเดียวที่ได้รับการการันตีจาก 6 ธนาคารใหญ่ คือ ธนาคารไอซีบีซี (ไทย) ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงไทย และธนาคารเกียรตินาคิน เพื่อไปใช้เป็นแบงก์การันตีมูลค่า 73,036 ล้านบาท สำหรับคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ โดยก่อนหน้านี้ทางธนาคารไทยพาณิชย์และธนาคารกรุงเทพได้เป็นผู้การันตีใอนุญาตคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ไปแล้ว

ศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า หลังจากนี้จะเร่งขยายโครงข่ายและสถานีฐาน คลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ สำหรับ 4จี 6,000 เสา ในเดือน พ.ค.นี้ โดยจะใช้เสาที่มีอยู่เดิม 7,400 เสา ส่วนคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ จะทำเพิ่มจำนวน 2 หมื่นสถานีฐานในเดือน พ.ค.เช่นกัน

“หลังจากที่ได้รับหนังสือค้ำประกันวงเงินมูลค่า 73,036.06 ล้านบาทแล้ว นำไปยื่นพร้อมกับชำระเงินงวดแรก 8,040 ล้านบาท จากนั้นจะใช้งบลงทุนด้านโครงข่ายใน 3 ปี 5.7 หมื่นล้านบาท โดยในปีแรกลงทุน 3.6 หมื่นล้านบาท สำหรับคลื่น 900 และในงบก้อนนี้อีก 2.1 หมื่นล้านบาท ใช้สำหรับเสาคลื่น 1800 และ 2100 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อให้โครงข่ายครอบคลุมการใช้งานทั่วทั้งประเทศ” ศุภชัย กล่าว

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ทางบริษัท ทรูฯ ได้ถามความชัดเจนกรณีการรับใบอนุญาตให้ใช้คลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งทางคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ได้ชี้แจงเมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา ว่า ในส่วนของการขอความชัดเจนกรณีการรับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์นั้น ทางคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ กทค. ได้พิจารณาและสรุปออกมา 5 ข้อ ดังนี้

1.หากมีการประมูลคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ใหม่เกิดขึ้น ราคาเริ่มต้นการประมูลจะต้องถูกกำหนดไว้ในราคาที่ผู้ชนะการประมูลชนะไปในครั้งที่แล้ว

2.การประมูลคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ครั้งใหม่จะไม่ตัดสิทธิผู้ชนะการประมูลครั้งที่แล้ว ที่ได้นำเงินประมูลมาชำระในการที่จะเข้าประมูลใหม่ เพื่อให้เกิดการแข่งขันโดยมีผู้เข้าร่วมประมูลแข่งขันที่มากราย

3.หากมีการประมูลแล้วไม่มีผู้สนใจเข้าร่วมประมูล กสทช.จะไม่นำคลื่นความถี่ดังกล่าวมาประมูลในครั้งที่สองทันที โดยจะเก็บคลื่นดังกล่าวไว้ไม่น้อยกว่า 1 ปี และหากมีการเปิดประมูลใหม่หลังจากนั้น ราคาเริ่มต้นการประมูลจะต้องไม่น้อยกว่าราคาที่ผู้ชนะการประมูลชนะในครั้งที่แล้ว

4.ผู้ชนะการประมูลไม่นำเงินมาชำระตามกำหนดเวลา นอกจาก กสทช.จะริบหลักประกันการประมูลแล้ว ยังจะต้องเรียกร้องค่าเสียหายที่เกิดขึ้นตามกฎหมายหรือประกาศที่กำหนดไว้เพิ่มเติมอีก และจะตรวจสอบคุณสมบัติของการเป็นผู้ประกอบกิจการที่รับใบอนุญาตเดิมจาก กสทช.ทั้งกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม 5.เนื่องจากเรื่องนี้ยังเป็นสิทธิของผู้ชนะการประมูลที่จะนำเงินมาชำระได้จนถึงวันที่ 21 มี.ค. 2559 ดังนั้น ขอให้ กทค.ทุกท่านรวมทั้งสำนักงาน กสทช.หลีกเลี่ยงการให้ข่าวที่เป็นอนาคตที่ยังไม่เกิดขึ้นในระหว่างนี้

ศุภชัย กล่าวต่อไปว่า หลังจากเข้าไปชำระเงินให้ กสทช. เงินในส่วนนี้จะเข้าคลังทันที และทางทรูก็จะเร่งขยายโครงข่ายเพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้งาน 3จี และ 4จี ได้ทันทีภายในปีนี้ ส่วนกรณีของแจสฯ ที่ กสทช.สรุปรายละเอียดมานั้น หากมีการประมูลคลื่น 900 ครั้งใหม่ ทางบริษัทก็ยินดีที่จะเข้าประมูล เพราะการมีคลื่นยิ่งมากยิ่งดี แต่ก็ต้องดูความจำเป็นก่อน เพราะตอนนี้ก็ถือได้ว่าทรูมีคลื่นในมือครบและครอบคลุมการให้บริการทุกโครงข่ายแล้ว

ทั้งนี้ ลูกค้าคงค้างบนคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ ที่มีอยู่ 12 ล้านรายนั้น ลูกค้าจำนวน 5 ล้านรายได้ย้ายไปบนเครือข่าย AWN แล้ว และยังเหลืออีก 1-2 ล้านราย ที่ยังไม่ได้ย้ายไป ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้อาจจะกำลังรอจังหวะตัดสินใจว่าจะย้ายค่ายหรือไม่ ถือว่าเป็นโอกาสของบริษัทต่อไป

 

นักพัฒนาเว็บไทยเปลี่ยนหน้าความรู้สึกบน’เฟซบุ๊ก’เป็นหน้าลุงตู่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 มีนาคม 2559 เวลา 11:10 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/419142

นักพัฒนาเว็บไทยเปลี่ยนหน้าความรู้สึกบน'เฟซบุ๊ก'เป็นหน้าลุงตู่

นักพัฒนาเว็บไซต์ไทยเปลี่ยนหน้าความรู้สึกบน’เฟซบุ๊ก’เป็นหน้าลุงตู่สำหรับเบราว์เซอร์ Google Chrome

หลังจากที่ทางสื่อโซเชียลมีเดียยอดนิยมอย่าง’เฟซบุ๊ก’เพิ่งเพิ่มปุ่มแสดงอารมณ์ใหม่ๆ เช่น  อารมณ์รัก ประหลาดใจ เสียใจ หรือโกรธ ลงไปบนปุ่มไลค์เมื่อสัปดาห์ก่อนเพื่อให้เข้าถึงประสบการณ์ความรู้สึกของผู้ใช้งานมากขึ้น

ล่าสุดเมื่อ 29 ก.พ. นักพัฒนาเว็บไซต์ของไทยก็ขอตามเทรนด์มาติดๆ ด้วยการปล่อย Extension ใหม่สำหรับเบราว์เซอร์ Google Chrome บนเดสก์ท็อป เปลี่ยนหน้าอิโมจิแสดงอารมณ์ต่างๆ ให้กลายเป็นใบหน้าอารมณ์ต่างๆ ของท่านนายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือ ลุงตู่ ของเรานั่นเอง

วิธีการก็ง่ายๆ เพียงแค่ผู้ใช้งาน Google Chrome เข้าไปกดติดตั้ง Extension บน Chrome Web Store ที่ชื่อว่า “ความรู้สึกของลุงตู่” ซึ่งพัฒนาโดย earthchie เพียงเท่านี้ก็สามารถเปลี่ยนสีสันบนหน้าโซเชียลมีเดียของเราให้ดูแปลกตาขึ้นมาได้แล้ว

ขณะที่ชาวนักพัฒนาเว็บไซต์ในต่างประเทศก็ได้ออก Extension ลักษณะนี้ออกมาเป็นใบหน้าคนดังต่างๆ แล้วเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊กอย่างนาย’มาร์ค ซักเกอร์เบิร์ก’ หรือนักการเมืองดังอย่างนาย’โดนัล ทรัมป์’

ที่มา ความรู้สึกของลุงตู่

 

เอกชนเชื่อฟินเทคเกิดแน่ เร่งรัฐวางแผนป้องกันฟองสบู่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

01 มีนาคม 2559 เวลา 21:37 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/419090

เอกชนเชื่อฟินเทคเกิดแน่ เร่งรัฐวางแผนป้องกันฟองสบู่

โดย…ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

การผลักดันสตาร์ทอัพที่จะเข้ามาทำตลาดฟินเทคที่ยังถือว่าเป็นเรื่องใหม่ในตลาดนั้น สิ่งที่ควรป้องกันคือความปลอดภัยจากการเข้าใช้งาน ข้อกฎหมายที่จะเข้ามาควบคุมรวมทั้งภาษีสำหรับนักพัฒนาและนักลงทุน ถือว่าเป็นโอกาสและการเตรียมความพร้อมเพราะไทยยังมีการใช้จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์ไม่มากนัก และยังมีโอกาสที่จะเตรียมในเรื่องฐานรากของระบบได้ทัน

ปุณณมาศ วิจิตรกุลวงศา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท แอสเซนด์ กรุ๊ป กล่าวว่า การใช้จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์ของคนไทยอยู่ที่ 50% จ่ายเงินปลายทาง 30% และอื่นๆ อีก 20% ชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยยังมีการใช้อี-เพย์เมนต์น้อยกว่าประเทศอื่นๆ ดังนั้น การสนับสนุนเรื่องของฟินเทคของภาครัฐจะเข้ามาช่วยเพิ่มโอกาสในการใช้จ่ายให้ดีขึ้น

“การเข้าใช้งานอี-คอมเมิร์ซของคนไทยมีแนวโน้มโตขึ้นเรื่อยๆ และส่วนใหญ่เป็นการช็อปผ่านมือถือ ดังนั้น การที่ภาครัฐเข้ามาสนับสนุนด้านฟินเทค จะช่วยสร้างประโยชน์ในการใช้จ่ายให้ประชาชนมหาศาล เพราะจะเกิดโมเดลในการออม กู้ และลงทุนมากกว่าแค่จ่ายบิลหรือชำระค่าใช้จ่ายแบบเดิมๆ” ปุณณมาศ กล่าว

ขณะที่ในต่างประเทศต้นทุนด้านฟินเทคของสตาร์ทอัพหรือภาคธุรกิจมีน้อยมากจนเกือบจะฟรี หากภาครัฐจะเข้ามาส่งเสริม ต้นทุนจากการใช้งานเหล่านี้ควรจะราคาถูก ทั้งยังลดปัญหาเงินกู้นอกระบบได้ส่วนหนึ่ง ซึ่งทรูมันนี่ไม่ได้เป็นแค่อี-วอลเล็ตที่ชำระเงินหรือจ่ายบิลเท่านั้น แต่วางแผนขยายให้เป็นฟินเทคด้วย โดยมองเรื่องของการลงทุน ชำระเงินออนไลน์และกู้ยืมควบคู่กันทุกด้านและสนับสนุนสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ให้เข้ามาทำธุรกิจด้านนี้

“เรื่องเงินกู้นอกระบบอาจจะไม่ได้หมดไป แต่แอพพลิเคชั่นลักษณะอี-เพย์เมนต์ของไทยก็เริ่มมองหาลูกเล่นใหม่ นั่นคือการปล่อยเงินกู้แบบถูกต้องตามกฎหมายและได้ทำงานร่วมกับภาคธนาคารบ้างแล้ว โดยมีต้นแบบจากอาลีบาบา คือ ให้นักลงทุนที่ไม่ต้องการฝากเงินเพื่อรอดอกเบี้ย สามารถเข้ามาลงเงินให้แก่ธุรกิจเอสเอ็มอีและรอเงินดอกเบี้ยกลับคืน ซึ่งทรูมันนี่กำลังศึกษาเรื่องนี้ พร้อมทั้งคุยรายละเอียดกับทางธนาคารแห่งประเทศไทยอยู่” ปุณณมาศ กล่าว

ด้าน เรืองโรจน์ พูนผล ผู้จัดการกองทุน 500 ตุ๊กตุ๊กส์ กล่าวว่า เป็นเรื่องดีที่ภาครัฐจะเข้ามาสนับสนุนกลุ่มสตาร์ทอัพแต่ไม่อยากให้เป็นผู้ร่วมทุน (Venture Capital) เอง เพราะจะส่งผลกระทบในระยะยาว ดังนั้น จึงควรวางโรดแมปให้ชัดเจนและมีทีมงานย่อยที่เข้ามาดูส่วนนี้

“ผมมีการพูดคุยและยื่นข้อเสนอกับทางภาครัฐไปบ้าง แต่ไม่ได้เข้าไปทำงานกับทางภาครัฐเอง ส่วนตัวมองว่าการสนับสนุนเป็นเรื่องดี แต่สิ่งที่รัฐไม่ควรทำมี 3 ข้อ คือ 1.ภาครัฐไม่ควรเข้าไปแข่งในสิ่งที่เอกชนทำไว้ได้ดีแล้ว 2.รัฐควรสนับสนุนธุรกิจสตาร์ทอัพที่มีอยู่เดิมให้แข็งแรง 3.ไม่ควรทำงานซ้ำซ้อนในแต่ละหน่วยงาน จะช่วยให้โครงสร้างของสตาร์ทอัพเกิดประสิทธิภาพที่ดีกว่าการแข่งกันเองระหว่างรัฐและเอกชน”เรืองโรจน์ กล่าว

ทั้งนี้ เรื่องของฟินเทคจะประกอบด้วย เพย์เมนต์ วอลเล็ต อินเวสต์ (การลงทุน) และเลนดิ้ง (การกู้ยืม) ซึ่งทั้งหมดเกิดขึ้นแล้วในต่างประเทศ ขณะที่เมืองไทยอยู่ในช่วงเรียนรู้ และจะบูมในอีก 2-3 ปีข้างหน้า รัฐจึงควรวางแผนให้ดีป้องกันปัญหาฟองสบู่ในอนาคต

“เราจะเห็นภาคธนาคารและสตาร์ทอัพรุ่นใหม่เข้ามาทำตลาดฟินเทคมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องดีเพราะจะเกิดการแข่งขันและเพิ่มทักษะไปพร้อมกัน สตาร์ทอัพจะมีพันธมิตรที่แข็งแกร่ง ช่วยให้ธุรกิจโต แต่ภาครัฐควรมีกรอบบังคับที่ดูแลชัดเจนเพื่อป้องกันปัญหาเงินเฟ้อและปล่อยเงินกู้ที่ควบคุมไม่ได้จนเกิดภาวะฟองสบู่ แต่ควรทำในระดับที่เหมาะสม”เรืองโรจน์ กล่าว

 

เปิดตัว”ซิมเพนกวิน”เน็ตเร็ว1Mbps-ไม่ติดFUP เดือนละ300บ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

01 มีนาคม 2559 เวลา 18:31 …. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/419077

เปิดตัว"ซิมเพนกวิน"เน็ตเร็ว1Mbps-ไม่ติดFUP เดือนละ300บ.

เปิดตัว”ซิมเพนกวิน”เน็ตเร็ว1Mbps-ไม่ติดFUP เดือนละ300บ. โทรวินาทีละ1สต.

เดอะ ไวท์สเปซ เปิดตัว “ซิมเพนกวิน” บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G แนวคิดใหม่แบบ eco ที่มาพร้อมแบรนด์สไตล์ “ตัวเล็ก ใจใหญ่” เพื่อเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้บริโภคที่ต้องการบริการมือถือที่คุ้มค่า จริงใจ ใช้งานง่ายจริง มุ่งเจาะลูกค้าตลาดเติมเงิน พร้อมช่องทางขายครอบคลุมทั่วประเทศ ตั้งเป้าผู้ใช้บริการ 300,000 คนภายในปีนี้

เป็นลักษณะธุรกิจแบบ MVNO (Mobile Virtual Network Operator) ที่ประสบความสำเร็จมาแล้วในหลายๆ ประเทศทั่วโลก  ในขณะเดียวกันก็เลือกให้บริการที่เหมาะสมสำหรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเพื่อลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น แต่เน้นให้ความสำคัญกับคุณภาพการใช้งาน จึงสามารถให้บริการได้ในอัตราที่คุ้มค่าแก่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายเช่นเดียวกับแนวคิดแบบ Eco-car หรือ สายการบินประเภท low cost ที่ผ่านมา โดยได้ออกซิมเติมเงินใหม่ “เพนกวิน” ที่ให้บริการได้ทั้งเสียงและอินเทอร์เน็ตบนเครือข่ายของ บมจ. กสท โทรคมนาคมที่นับเป็นเครือข่าย 3G ที่ดีที่สุดในประเทศไทย

ดร. ชัยยศ จิรบวรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะ ไวท์สเปซ จำกัด กล่าวว่า  “แม้ว่า ปัจจุบัน ตลาดบริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนของไทยค่อนข้างอิ่มตัว แต่ในขณะเดียวกัน ก็ยังมีกลุ่มผู้บริโภคอีกจำนวนมากในจังหวัดต่างๆ ของไทยที่มองหาทางเลือกใหม่อื่นๆ ที่เหมาะกับการใช้งานของตัวเอง หรือกังวลกับค่าบริการที่ซับซ้อนและเข้าใจยาก รวมทั้งมีประสบการณ์ที่เงินถูกตัดโดยไม่ทราบสาเหตุ จากการใช้บริการอินเทอร์เน็ต (ดูดเน็ต) เช่น กลุ่มลูกค้าที่เพิ่งหันมาใช้สมาร์ทโฟนเป็นครั้งแรกและต้องการใช้บริการโมบายอินเทอร์เน็ต หรือกลุ่มลูกค้าที่ต้องการใช้บริการที่ง่ายไม่ซับซ้อน ซึ่งทั้งหมดนี้ต่างก็เป็นกลุ่มที่เป็นเป้าหมายของเรา และเรามองว่าค่ายมือถือแนวคิดใหม่แบบ eco จะเป็นเซกเมนต์ใหม่ที่ยังมีโอกาสการทางการตลาด และความสามารถในการเติบโตที่สูงในอนาคต ในส่วนของเครือข่ายนั้น ด้วยความสามารถและประสิทธิภาพของเครือข่าย 3G ของ กสท โทรคมนาคม สามารถ ให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศ โดยมีสถานีฐานกว่า 15,000 สถานี ให้บริการอยู่บนคลื่น 850 เมกะเฮิร์ตซ์  ทำให้การรับส่งสัญญาณกว้างไกลกว่าความถี่อื่นๆที่ให้บริการอยู่ จึงทำให้เครือข่าย 3G ของบมจ.กสท โทรคมนาคมครอบคลุมดีที่สุดในประเทศไทย  เรามั่นใจว่าค่ายมือถือแนวคิดใหม่แบบ eco และ ซิมเพนกวินจะสามารถ รองรับรูปแบบและพฤติกรรมการใช้งานของผู้บริโภคกลุ่มนี้ได้เป็นอย่างดี”

นายปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เปิดเผยว่า “สำหรับกลยุทธ์ทางการตลาด เดอะ ไวท์สเปซ จะมุ่งเน้นกิจกรรมที่ใกล้ชิดและสัมผัสกับผู้บริโภคโดยตรง โดยการสร้างแบรนด์ที่มีชีวิต และมีบุคลิกภาพที่เข้าถึงและเป็นที่ชื่นชอบของกลุ่มเป้าหมาย เราใช้โครงสร้างราคาที่ง่ายๆ ไม่ซับซ้อน เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจได้ง่าย ตัดสินใจซื้อง่ายใช้งานได้ง่าย และได้รับความคุ้มค่าที่สุด  คิดโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อให้ค่าโทรของลูกค้าลดลง ส่วนการใช้งานอินเทอร์เน็ตต้องมีความเร็วเพียงพอเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า “ซิมเพนกวิน คือทางเลือกใหม่ของบริการโทรศัพท์มือถือแบบเติมเงิน เครือข่าย 3G ทั่วประเทศ ที่ประหยัด คุ้มค่า และใช้งานง่ายในสไตล์ eco

จุดเด่นของซิมเพนกวิน คือการใช้งานโมบายอินเทอร์เน็ตที่ไม่มีการลดความเร็วของการใช้งาน (ไม่ลดสปีด) ลงภายหลัง แต่มีความเร็วเพียงพอต่อการใช้งานทั่วๆ ไป เช่น เฟซบุ๊ค ไลน์ ยูทูป ไอจี กูเกิล และโซเชียลมีเดียแอปพลิเคชั่นอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้การคิดค่าบริการอินเทอร์เน็ตเป็นการคิดเฉพาะการใช้ตามจริงเพียงแค่ 0.25 บาทต่อเมกกะไบต์เท่านั้น แต่ไม่เกินวันละ 20 บาท หากใช้มากกว่านี้จะไม่มีการคิดค่าบริการเพิ่มโดยไม่ต้องสมัครแพ็คเกจเสริมแต่อย่างใด ไม่ต้องกังวลว่าจะโดนดูดเน็ต นอกจากนี้ยังสามารถปิด-เปิดเน็ตได้ง่ายๆด้วยตัวเองเพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายตามความต้องการ

ส่วนค่าโทรของซิมเพนกวินยังประหยัดคุ้มค่า ตรงไปตรงมา ค่าโทรถูกเพียงวินาทีละ 1 สตางค์ทุกเครือข่ายทุกช่วงเวลา ไม่มีขั้นต่ำ โดยช่องทางการขาย “ซิมเพนกวิน” คือ ร้านค้ามือถือทั่วประเทศ ร้านสะดวกซื้อ รวมถึงออนไลน์ สามารถเติมเงินได้ง่ายๆ ที่ร้านสะดวกซื้อ ร้านมือถือทั่วไป ตู้เติมเงินหลากหลาย เช่น ตู้บุญเติม ตู้ซิงเกอร์ ตู้ฟิลท้อป ตู้กระปุก รวมถึงเติมเงินผ่านแอปพลิเคชั่นออนไลน์ เช่น AirPay WePay และอื่นๆ นอกจากนั้น ยังมีคอลเซ็นเตอร์คอยให้บริการลูกค้าอย่างครบวงจร”

ขณะที่ก็ยังมีโปรโมชั่นแพ็กเก็จเด็ดๆ สำหรับคนใช้เน็ตเยอะสำหรับคนเปิดซิม 10,000 คนแรกของแต่ละจังหวัด เพียงเดือนละ 300 บาทก็อัพสปีดเป็นความเร็วคงที่ 1 Mbps แบบไม่อั้นหรือไม่ติดFUPนั่นเอง เล่นมากเล่นน้อยอย่างไร ความแรงของเน็ตก็จะไม่ลดลง

 

โอ้โห!ยอดจองXiaomi Mi5ทะลุ14ล้านเครื่อง หลังเปิดตัวไม่กี่วัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

01 มีนาคม 2559 เวลา 15:26 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/419032

โอ้โห!ยอดจองXiaomi Mi5ทะลุ14ล้านเครื่อง หลังเปิดตัวไม่กี่วัน

ยอดจองมือถือXiaomi Mi5ทะลุ14ล้านเครื่อง หลังเปิดตัวไม่ถึงสัปดาห์

เป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์สร้างชื่อให้กับค่ายมือถือจีนอย่าง’เสียวหมี่’อีกครั้ง เมื่อล่าสุดมีรายงานว่าขณะนี้มียอดจองสมาร์ทโฟน Xiaomi Mi5 ทะลุแล้วกว่า 14 ล้านเครื่องหลังจากเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งถือเป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับค่ายตัวเองสำหรับสมาร์ทโฟนราคาต่ำกว่า 300 ดอลลาร์หรือราว 11,000 บาท

Xiaomi Mi5 เพิ่งเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่จีนเมื่อเวลาประมาณ10.00น. โดยมี 2 รุ่น ได้แก่
– รุ่น Snapdragon820 Quad-core 1.8GHz, RAM 3GB, พื้นที่ความจำ 32GB
– รุ่น Snapdragon820 Quad-core 2.1GHz, RAM 3GB, พื้นที่ความจำ 64GB

ผู้สนใจสามารถอ่านข่าวเปิดตัว Xiaomi Mi5 ต่อได้ที่ http://www.posttoday.com/digital/418022