ตะลอนเที่ยว : ไหว้พระ ไหว้เจ้า บนเกาะภูเก็ต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/361505

ตะลอนเที่ยว : ไหว้พระ ไหว้เจ้า บนเกาะภูเก็ต

ตะลอนเที่ยว : ไหว้พระ ไหว้เจ้า บนเกาะภูเก็ต

วันอาทิตย์ ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

มนุษย์จำนวนไม่น้อยชื่นชอบและศรัทธาการทำบุญทำทาน ไหว้พระไหว้เจ้า เพราะทำแล้วส่งผลให้จิตใจสะอาด แล้วยังถือเป็นการทำกุศลกรรมชนิดหนึ่งที่สามารถทำได้เป็นประจำ ดังนั้นจึงพบเสมอๆ ว่า หากในสถานที่แห่งใดมีพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ และมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แล้ว มนุษย์ผู้ใฝ่ในทางบุญทางธรรมก็จะหลั่งไหลไปกราบไหว้นมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้น เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตัวเอง

ภูเก็ตเป็นสถานที่แห่งหนึ่งที่มีพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบนอกจากนี้ยังมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อีกมากมาย โดยเฉพาะศาลเจ้าจีน ดังนั้นผู้คนจำนวนมากที่ศรัทธาและเชื่อถือในความศักดิ์สิทธิ์จึงกล่าวตรงกันว่าเมื่อไปถึงภูเก็ตแล้ว ต้องไปกราบหลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง และไปไหว้ศาลเจ้าจีน และไหว้ทวยเทพเจ้าจีนองค์ต่างๆ ให้ได้ เพราะเมื่อไปกราบไหว้แล้วจะช่วยทำให้ชีวิตมีความรุ่งโรจน์ ราบรื่น และหมดเคราะห์หมดโศก

พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี

ตะลอนเที่ยววันนี้ขอนำคุณไปไหว้พระ และไหว้เจ้าที่ภูเก็ตด้วยกัน เริ่มจาก การไปกราบนมัสการหลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง หรือพูดอย่างเป็นทางการคือ พระครูวิสุทธิวงศาจารยญาณมุนี (หลวงพ่อแช่ม) อดีตเจ้าอาวาสวัดไชยธาราราม (วัดฉลอง) แม้หลวงพ่อแช่มจะมรณภาพไปตั้งแต่ปี 2451 แต่สาธารณชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติก็ยังคงหลั่งไหลไปกราบไหว้ท่านเป็นประจำทุกวัน หลวงพ่อแช่มมีชื่อมากในทางวิปัสสนาธุระ แต่ชาวบ้านทั่วไปจะรู้จักชื่อเสียงของท่านในคราวเมื่อมีการปราบกบฏอั้งยี่กรรมกรเหมืองแร่ในเขตจังหวัดภูเก็ตและพังงา ในปี 2419 ซึ่งในครั้งนั้นทำให้ผู้คนรู้จักคุณวิเศษของผ้าปะเจียดลงยันต์ของหลวงพ่อที่ชาวบ้านนำไปเป็นเครื่องปลุกปลอบขวัญและกำลังใจเมื่อยามต่อสู้กับอั้งยี่ จนมีชัยเหนือพวกอั้งยี่ในที่สุด เมื่อเรื่องนี้ทราบถึงพระเนตรพระกรรณของสมเด็จพระปิยมหาราชเจ้า รัชกาลที่ 5 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรรมการเมืองภูเก็ตนิมนต์หลวงพ่อแช่มไปยังพระนคร แล้วพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูวิสุทธิวงศาจารยญาณมุนี ตำแหน่งสังฆปาโมกข์เมืองภูเก็ต แล้วพระราชทานนามใหม่ให้วัดฉลอง ว่า วัดไชยธาราราม

เมื่อกราบนมัสการหลวงพ่อแช่มแล้ว ก็จะพาคุณไปกราบนมัสการพระใหญ่ หรือพระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี ณ เขานาคเกิด พระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 25.45 เมตร สูง 45 เมตร เป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สามารถมองเห็นได้แต่ไกล เพราะประดิษฐานอยู่บนยอดเขา ผิวของพระพุทธรูปประดับด้วยหินอ่อนสีขาว บางคนเรียกหยกขาวสุริยกันตะ นำมาจากพม่า พระพุทธรูปองค์นี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อความสามัคคีและความหวังอันรุ่งโรจน์ของประชาชนทุกคน

ต่อไปคือศาลเจ้าปุดจ้อ หรืออ๊ามปุดจ้อ (เดิมชื่อศาลเจ้าเต้กู้น) ตั้งอยู่บนถนนระนอง ในตัวเมืองภูเก็ต ศาลนี้มีอายุกว่า 100 ปี เป็นที่ประดิษฐานของพระโพธิสัตว์กวนอิม ชาวภูเก็ตเคารพศรัทธาศาลเจ้าแห่งนี้มาก เพราะเชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องกับชีวิตของคนภูเก็ต ดังนั้นจึงมีผู้คนไปกราบไหว้ตลอดเวลา ผู้ที่จะแต่งงานก็ต้องไปไหว้ศาลนี้ แม้จะจัดงานมงคลต่างๆ ก็ต้องไปไหว้ศาลนี้ และยังนำเด็กทารกอายุ 1 เดือน ไปขอพรจากศาลแห่งนี้ เพราะเชื่อว่าเด็กจะเติบโตเป็นคนฉลาด แข็งแรง ว่านอนสอนง่าย และก็มักจะมีผู้ไปบนบานขอลูกจากศาลนี้อีกด้วย แต่ที่สำคัญอีกเรื่องคือ มักมีผู้คนมากมายไปเสี่ยงเซียมซีขอให้หายป่วยจากโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ และถ้าหากบ้านใดมีคนตาย หลังจากจัดงานศพเสร็จเรียบร้อยแล้ว คนในบ้านก็จะต้องไปกราบไหว้ศาลนี้ เพื่อขอให้สิ่งเลวร้ายผ่านพ้นไป ดังนั้นศาลเจ้าปุดจ้อจึงได้รับความศรัทธาว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับผู้คนตั้งแต่เกิดจนตาย

หลวงพ่อแช่ม วัดไชยธาราราม (วัดฉลอง)

เมื่อไหว้ศาลเจ้าปุดจ้อแล้ว ก็ต้องไปไหว้ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง หรือเรียกสั้นๆ ว่า ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย ซึ่งอยู่ติดกัน ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยคือศาลเจ้าที่ผู้คนรู้จักดี โดยเฉพาะในเทศกาลถือศีลกินผักของภูเก็ต ที่เริ่มตั้งแต่วันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทินจันทรคติ จนครบ 9 วัน 9 คืน แต่แม้จะไม่ใช่ช่วงเทศกาลถือศีลกินผัก ก็มีผู้คนมากมายเดินทางไปกราบไหว้ศาลเจ้าแห่งนี้ ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นที่เก็บรักษาไฟศักดิ์สิทธิ์ (เฮี้ยวโห้ย) ในพิธีถือศีลกินผัก

และเมื่อไหว้ศาลเจ้าปุดจ้อ และจุ้ยตุ่ย เรียบร้อยแล้ว ขอพาคุณไปไหว้พระโพธิสัตว์กวนอิมสร้างจากหยกขาว จากพม่าทั้งองค์ น้ำหนักรวม 17,000 กิโลกรัม สูงจากฐานถึงพระเศียร 5.2 เมตร ประดิษฐานในศาลาใกล้กับศาลเจ้ากิ้วเที้ยนเก้ง ณ แหลมสะพานหิน องค์พระโพธิสัตว์กวนอิมองค์นี้มีสามปางในองค์เดียวกัน คือปางปัญญา ปางสันติ และปางเมตตา มีชื่อว่า พระสยมติราชไตรภาคีโพธิสัตว์ปัดภัย หรือกวนอิมปราบภัย พระโพธิสัตว์กวนอิมองค์นี้สร้างขึ้นในโอกาสที่พระบาทสมเด็จปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 84 พรรษา

อันที่จริงยังมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ เช่น พระผุด หรือพระทอง รวมถึงศาลเจ้าอีกหลายแห่งในภูเก็ต อาทิ ศาลเจ้าบางเหนียว ศาลเจ้ากระทู้ ศาลเจ้าฮกหงวนก้ง แต่พื้นที่ของคอลัมน์หมดแล้ว เอาเป็นว่าในอนาคตอันใกล้ Mr. Flower จะจัดทริปพาคุณๆ ไปไหว้พระไหว้เจ้าที่ภูเก็ตด้วยกัน โดยประมาณไว้ว่าจะจัดทริปในช่วงปลายเดือนตุลาคมปีนี้ สำหรับคุณที่สนใจจะร่วมทริปเล็กๆ ที่แสนอบอุ่นกับเรา โปรดติดต่อสำรองที่นั่งได้ที่ เบอร์โทรศัพท์ 091-7233615

ศาลเจ้ากิ้วเที้ยนเก้ง

ศาลเจ้ากิ้วเที้ยนเก้ง
ศาลเจ้าปุดจ้อ

ศาลเจ้าปุดจ้อ

ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย

ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย

ตะลอนเที่ยว : ‘คนจีน’ไม่ใช่เพียงแค่นักท่องเที่ยว แต่เขาคือพี่น้องของเรา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/360107

ตะลอนเที่ยว : ‘คนจีน’ไม่ใช่เพียงแค่นักท่องเที่ยว แต่เขาคือพี่น้องของเรา

ตะลอนเที่ยว : ‘คนจีน’ไม่ใช่เพียงแค่นักท่องเที่ยว แต่เขาคือพี่น้องของเรา

วันอาทิตย์ ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ตะลอนเที่ยวสัปดาห์นี้ ขออนุญาตไม่พาคุณไปเที่ยวแบบสนุกสนานเหมือนครั้งที่ผ่านๆ มา แต่จะพาคุณไปสัมผัสกับความจริงใจที่คนไทยมีให้กับพี่น้องชาวจีนโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มหนึ่งที่เสียชีวิต เพราะอุบัติเหตุเรือฟีนิกซ์ล่มที่ภูเก็ต เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2561

หลังจากเกิดอุบัติเหตุครั้งยิ่งใหญ่ทางเรือ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การท่องเที่ยวที่เกิดกับชาวต่างชาติในจังหวัดภูเก็ต และอาจจะเรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การท่องเที่ยวทางน้ำของไทย หลังเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดผ่านพ้นไปได้ 49 วัน หลายหน่วยงานของไทย ทั้งภาครัฐ และเอกชน อาทิ รัฐบาลไทยโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงมหาดไทย โดยจังหวัดภูเก็ต คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว สภานิติบัญญัติแห่งชาติ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคมท่องเที่ยวไทย-จีน เป็นต้น ได้จัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับชาวจีนที่เสียชีวิตเนื่องจากประสบอุบัติเหตุทางทะเล โดยจัดงานในวันที่ 22-23 สิงหาคม 2561 ณ บริเวณสวนสาธารณะสะพานหิน ภูเก็ต

โดยได้มีพิธีทางศาสนาดังนี้ การเปิดมณฑลศาสนาพิธีตามแบบมหายาน และแบบหินยาน การเจริญพระพุทธมนต์ถวายพุทธฎีกาน้อมอัญเชิญพระศรีศากยมุนีพุทธเจ้าพระอาทิตตาพุทธเจ้า พระไภษัชยคุรุพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ทุกพระองค์ เสด็จมาเป็นพุทธประธานเพื่อโปรดวิญญาณของผู้วายชนม์ และมีการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา4 ศาสนา คือ พุทธ คริสต์ พราหมณ์ ฮินดู และซิกข์ โดยในพิธีดังกล่าวมี นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เป็นประธาน นอกจากนั้นยังมีตัวแทนจากจังหวัดภูเก็ต คือ นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตทุกคน และยังมีตัวแทนจากประเทศจีน และประเทศอื่นๆ เข้าร่วมด้วย

นายวีระศักดิ์ กล่าวว่า การจัดพิธีครั้งนี้เป็นการบอกให้คนจีนทั้งประเทศรับรู้ว่า คนไทยเสียใจกับอุบัติเหตุครั้งนี้อย่างมาก และไม่ได้คิดว่าคนจีนกับคนไทยเป็นคนที่ห่างไกลไม่มีความสัมพันธ์ต่อกัน เพราะในความเป็นจริงนั้น คนจีนและคนไทยต่างผูกพันและใกล้ชิดกันมานาน การสูญเสียในครั้งนี้ก็เปรียบเสมือนเราสูญเสียพี่น้องของเรา

ส่วนตัวแทนของประเทศจีนที่ร่วมงานบอกว่า ไม่มีใครต้องการให้เกิดอุบัติเหตุเช่นนี้ แต่เมื่อเกิดเรื่องไปแล้ว เราทุกฝ่ายก็ต้องหาทางป้องกันมิให้เกิดเรื่องเลวร้ายเช่นนี้อีก แต่แม้จะมีเรื่องเลวร้ายเช่นนี้เกิดขึ้น คนจีนก็ยังคงรักเมืองไทย รักคนไทยและยังต้องการเข้ามาเที่ยวเมืองไทยต่อไป เพราะคนจีนรู้ดีว่าคนไทยให้การต้อนรับคนจีนดุจญาติมิตร ไทยกับจีนไม่เคยห่างเหินกัน และความสัมพันธ์จะยิ่งแน่นแฟ้นยิ่งๆ ขึ้นไป

เป็นความจริงอย่างที่สุดที่ว่า คนไทยกับคนจีนมีความใกล้ชิดสนิทสนมกันอย่างมาก จนทำให้มีคำกล่าวว่า ไทยจีนพี่น้องกัน และความสัมพันธ์ฉันพี่น้องนี้จะไม่มีวันเสื่อมสลายไป

ตะลอนเที่ยว : ศูนย์ศิลปาชีพพิเศษ (เครื่องปั้นดินเผา) พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/358542

ตะลอนเที่ยว : ศูนย์ศิลปาชีพพิเศษ (เครื่องปั้นดินเผา) พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์

ตะลอนเที่ยว : ศูนย์ศิลปาชีพพิเศษ (เครื่องปั้นดินเผา) พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์

วันอาทิตย์ ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

คนไทยโชคดีที่มี “แม่ของแผ่นดิน” ผู้ทรงมีน้ำพระทัยเปี่ยมล้นไปด้วยพระเมตตากรุณาต่อปวงพสกนิกรทั่วทั้งแผ่นดิน

“แม่ของแผ่นดิน” ทรงปรารถนาจะเห็นประชาชนทุกคนมีความอยู่ดีกินดี มีความสุขตามอัตภาพ พระองค์จึงทรงพยายามทำทุกหนทางเพื่อแก้ปัญหาความยากจนให้กับปวงพสกนิกร และหนึ่งในพระราชกรณียกิจของพระองค์ที่ทรงอุทิศเพื่อคนไทยคือ โครงการศูนย์ศิลปาชีพพิเศษที่มีอยู่มากมายหลายแห่งทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย

วันนี้ จะขอพาคุณๆ ไปเยี่ยมชมศูนย์ศิลปาชีพพิเศษ ณ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งศูนย์ศิลปาชีพฯแห่งนี้คือศูนย์เครื่องปั้นดินเผาที่มีความน่าสนใจมาก

นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2516 พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จแปรพระราชฐานไปประทับแรม ณพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ เป็นประจำทุกปี เพื่อทรงเยี่ยมเยียนราษฎรอย่างใกล้ชิด จึงทรงทราบว่าประชาชนในเขตทุรกันดารยังประสบปัญหาความยากจน แต่ขณะเดียวกัน สมเด็จพระนางเจ้าฯทรงทราบว่าชาวบ้านมีฝีมือในการประดิษฐ์งานศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน จึงได้พระราชทานโครงการศิลปาชีพเพื่อให้ราษฎรมีรายได้เสริมจากการทำอาชีพหลัก เช่น การเกษตร การประมง

หนึ่งในโครงการศิลปาชีพพิเศษที่สมเด็จแม่ของแผ่นดินพระราชทานให้กับชาวนราธิวาสคือการทำเครื่องปั้นดินเผา โดยทรงให้ดำเนินเป็นโครงการส่วนพระองค์ ชื่อโครงการศูนย์ศิลปาชีพพิเศษเครื่องปั้นดินเผา เมื่อ พ.ศ. 2528 โครงการตั้งอยู่ภายในพื้นที่เขตพระราชฐานชั้นนอกของพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ และพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ให้กับโครงการนี้ และเสด็จฯทรงเปิดศูนย์แห่งนี้เมื่อวันที่11 กันยายน พ.ศ.2528

และเพื่อให้คุณๆ ได้มีโอกาสไปชมศูนย์ศิลปาชีพพิเศษ (เครื่องปั้นดินเผา) พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ อีกทั้งได้ไปท่องเที่ยวชมความงามของจังหวัดนราธิวาส ปัตตานี และยะลาMr. Flower จึงขอเชิญคุณร่วมทริปสุดพิเศษ โดยจะเดินทางท่องเที่ยวระหว่างวันที่ 6-9 กันยายน พ.ศ.2561

เดินทางด้วยเครื่องบินจากกรุงเทพฯ ไปยังสนามบินหาดใหญ่ สงขลา ในวันที่ 6 กันยายน แล้วเดินทางต่อไปยังปัตตานี (ค้างหนึ่งคืน) รุ่งขึ้นเดินทางต่อไปยังยะลา นอนค้างที่เบตง (หนึ่งคืน) รุ่งขึ้นไปเที่ยวนราธิวาส (ค้างหนึ่งคืน) แล้วเดินทางกลับจากนราธิวาส ด้วยเครื่องบิน

ทริปนี้รับสมาชิกเพียง 16 ท่านเท่านั้น หากคุณสนใจร่วมเดินทาง โปรดติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่091-7233615

ตะลอนเที่ยว : หลงเสน่ห์เมืองเบตง เมืองใต้สุดของประเทศไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/355690

ตะลอนเที่ยว : หลงเสน่ห์เมืองเบตง เมืองใต้สุดของประเทศไทย

ตะลอนเที่ยว : หลงเสน่ห์เมืองเบตง เมืองใต้สุดของประเทศไทย

วันอาทิตย์ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เมืองเบตง หรืออำเภอเบตง อำเภอหนึ่งของจังหวัดยะลา เป็นเมืองขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ในแนวเทือกเขาสันกะลาคีรี เป็นเมืองที่อยู่ในพื้นที่ป่าที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์อย่างน่าอัศจรรย์ และมีการผสมกลมกลืนของพี่น้องชาวไทย ระหว่าง พุทธ อิสลาม และไทยเชื้อสายจีน ที่ลงตัวมากที่สุดแห่งหนึ่ง

เบตงอยู่ห่างจากตัวเมืองยะลา 140 กิโลเมตรหนทางจากตัวเมืองยะลาเข้าไปถึงเบตงนั้นคือถนนสายเล็กๆ คดเคี้ยวเต็มไปด้วยความคดโค้งแต่ทว่ามากมายไปด้วยมนต์เสน่ห์ของธรรมชาติสองข้างถนน อาทิ ต้นไม้นานาพันธุ์ เช่นป่าไผ่ตง สวนยางพารา และสวนเงาะ ทุเรียน มังคุด เป็นต้น

ชื่อเดิมของเบตงคือยะรม เป็นภาษามลายู แปลว่าเข็มเย็บผ้า ครั้นเมื่อ พ.ศ. 2473 นายอำเภอของยะรม คือพระพิชิตบัญชาการได้ย้ายที่ว่าการอำเภอจากบ้านฮางุส หมู่ 1 ไปตั้งที่บ้านกำปงมัสยิด หมู่ 6 ตำบลเบตง แล้วเปลี่ยนชื่อจากยะรมเป็นเบตง ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เบตงเป็นภาษามลายู แปลว่าไม้ไผ่ขนาดใหญ่ ซึ่งหมายถึงไผ่ตง ซึ่งเป็นไม้ประจำถิ่นของเบตง

ทริปนี้ Mr. Flower จะชวนคุณๆ ไปท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆ ในเบตง อาทิ หอนาฬิกาเบตงตู้ไปรษณีย์ที่สูงและใหญ่ที่สุดของประเทศไทย(ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเบตงมานานแสนนาน) อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ วัดเจ้าแม่กวนอิม วัดพุทธาวาส มัสยิดกลางเบตง ถนนสายศิลปะ หรือ street art หมู่บ้านปิยะมิตร (หมู่บ้านซึ่งแต่เดิมเป็นเขตที่มั่นของโจรจีนคอมมิวนิสต์)บ่อน้ำร้อน ถ้ำเขาทอง น้ำตกเฉลิมพระเกียรติ รัชกาลที่ 9 น้ำตกธารทิพย์ ต้นไม้พันปี เป็นต้น

เที่ยวแล้วก็ต้องกิน เราจะไปกินอาหารแสนอร่อย ที่มีให้เลือกหลากหลาย เช่น อาหารจีน จิบน้ำชา พร้อมกันกินของนึ่งจำพวกซาลาเปา ฮะเก๋า ติ่มซำ ขนมจีบ หรือจะเลือกกินบะกุ๊ดเต๋ เคาหยก ผักน้ำผัดน้ำมัน ไก่เบตง ข้าวยำ และรับทานผลไม้สดจากสวน โดยเฉพาะทุเรียนสวนที่รสชาติจัดมาก แล้วดับร้อนของทุเรียนด้วยมังคุดหวานฉ่ำชื่นใจ และไปเที่ยวชมทะเลหมอกที่อัยเยอร์เวง ขอบอกว่าทะเลหมอกที่นี้มีให้ชมทั้งปี ไม่ต้องรอฤดูหนาวเหมือนการชมทะเลหมอกในจังหวัดทางภาคเหนือของไทย

หลายคนอาจจะเข้าใจผิดและกลัวว่าการไปเที่ยวเบตงจะไม่ปลอดภัย แต่ขอรับรองว่าเบตงเป็นเมืองที่ปลอดภัยมาก ดังนั้นจึงเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวมาเลย์ โดยเฉพาะในคืน
วันศุกร์ วันเสาร์ จะมีนักท่องเที่ยวจากมาเลย์ไปเที่ยวเบตงกันอย่างคึกคักมากจนทำให้เดินไปทางไหนก็จะพบเห็นแต่ชาวมาเลย์เป็นส่วนใหญ่

Mr. Flower ขอเชิญชวนให้คุณ ๆ ที่ยังไม่เคยไปสัมผัสความน่ารัก น่าหลงใหลของเบตง ไปเที่ยวเบตงด้วยกันสักครั้ง แล้วรับรองว่าคุณจะติดใจ และจะอยากกลับไปเที่ยวเบตงอีกในยามที่คุณมีเวลาว่าง

เราไปเที่ยว ไปกิน ไปสัมผัสเบตงด้วยกันไหมครับ Mr. Flower ตั้งใจจัดทริปเล็กในช่วงปลายเดือนสิงหาคม รับสมาชิกเพียง 12-14 คน เราจะไปกิน ไปนอน และไปเที่ยวแบบสบายๆเป็นกันเอง และอบอุ่นที่เบตงสักสองคืน

สนใจร่วมทริปแสนสบายด้วยกัน โปรดติดต่อ 091-7233615 เราจะไปเที่ยวด้วยกันครับเรียนเชิญนะครับ

ตะลอนเที่ยว : การท่องเที่ยวเพื่อการกีฬา (Sports Tourism) แหล่งรายได้มหาศาลของประเทศไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/354326

ตะลอนเที่ยว : การท่องเที่ยวเพื่อการกีฬา (Sports Tourism) แหล่งรายได้มหาศาลของประเทศไทย

ตะลอนเที่ยว : การท่องเที่ยวเพื่อการกีฬา (Sports Tourism) แหล่งรายได้มหาศาลของประเทศไทย

วันอาทิตย์ ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

รายได้จากการท่องเที่ยวในยุคปัจจุบันถือได้ว่าเป็นรายได้หลักตัวต้น ๆ ของประเทศไทย ประมาณการว่าในปี 2561 จะมี
นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวในไทย 38 ล้านคน และคาดว่าจะสร้างรายได้ให้ประเทศสูงถึง 2 ล้านล้านบาท (อ้างอิงจากศูนย์วิจัย
กสิกรไทย)

ตลาดการท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูงมากอีกแขนงหนึ่งคือ การท่องเที่ยวเพื่อการกีฬา(Sports Tourism) ดังจะพบได้ว่าทั้ง
ภาครัฐและเอกชนของไทยพยายามส่งเสริมให้มีกิจกรรมการกีฬาสารพัดรูปแบบในประเทศ อาทิ วิ่งมาราธอน ไตรกีฬา สนามแข่งรถยนต์และจักรยานยนต์ โรงเรียนฝึกสอนการกีฬา และศูนย์ฝึกกีฬามาตรฐานระดับโลก รวมถึงความพยายามจัดแข่งกีฬาระดับโลก

แต่ที่สำคัญคือ เมื่อนักท่องเที่ยวผู้รักกีฬานึกถึงเมืองไทย ก็จะนึกถึงมวยไทย และกีฬาเชิงผจญภัยสารพัดชนิด รวมถึงสนามกอล์ฟระดับมาตรฐานโลกที่กระจายอยู่ทั่วภูมิภาคของไทย

เป็นความจริงที่ว่าสนามกอล์ฟในประเทศไทยมีชื่อเสียงมากในหมู่นักกอล์ฟระดับนำของโลก สนามกอล์ฟไทยติดอันดับ 7 ของโลก และเป็นอันดับ 1 ในเอเชีย เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่นักกอล์ฟทั่วโลกจึงตั้งเป้าว่าจะต้องเข้ามาตีกอล์ฟในเมืองไทยให้ได้

เมื่อวันที่ 24-26 กรกฎาคม 2561 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงาน Thailand Golf Travel Mart 2018 (TGTM 2018) หรืองานตลาดท่องเที่ยวด้านกีฬากอล์ฟในประเทศไทย โดยในงานนี้มีการพบปะสนทนาและเจรจาธุรกิจด้านกีฬากอล์ฟและธุรกิจบริการที่เกี่ยวเนื่องกับกีฬากอล์ฟโดยมีนักธุรกิจจากต่างประเทศ (buyers) เข้าร่วมงาน 128 ราย พบปะเจรจาธุรกิจกับผู้ขายของไทย (sellers) จำนวน 109 ราย และมีผู้สื่อข่าวต่างประเทศร่วมติดตามรายงานข่าวนี้อีก41 ราย โดยงานจัดขึ้นที่จังหวัดภูเก็ต ทั้งนี้ ททท. ตั้งเป้าหมายของการจัดงานครั้งนี้ว่า เพื่อตอกย้ำให้ประเทศไทยคงความเป็นผู้ให้บริการสนามกอล์ฟระดับมาตรฐานโลก (World Class Golf Destination)

 

ธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ด้านสื่อสารการตลาด กล่าวว่า กลุ่มนักกอล์ฟจากต่างประเทศถือเป็นนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูง เพราะคนกลุ่มนี้สามารถใช้บริการการท่องเที่ยวด้านอื่นๆ ในประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ เช่น โรงแรมระดับ 5 ดาว สปา การตรวจสุขภาพ และด้านอาหารการกินที่อยู่ในกลุ่มตลาดบน จากตัวเลขของปี 2559พบว่ามีนักกอล์ฟเข้ามาทำกิจกรรมต่างๆ ในไทยมากกว่า 4 แสนคนทำรายได้ให้ประเทศประมาณ 4,800 ล้านบาท คิดค่าใช้จ่ายเฉลี่ยวันละ 12,215 บาทต่อคนต่อวัน และมีแนวโน้มว่านักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นในอนาคตอันใกล้ ซึ่งททท. ตั้งเป้าให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากกลุ่มนักกอล์ฟประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ในระยะเวลา1-2 ปี นับจากวันนี้

ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวจากอังกฤษ (golfbreaks.com) บอกกับ Mr. Flower ว่า สนามกอล์ฟในประเทศไทยมีความน่าสนใจมาก นักกอล์ฟจากอังกฤษและยุโรปตะวันตกจำนวนมากต้องการเข้ามาเล่นกอล์ฟในไทย เพราะรู้ว่าสนามได้มาตรฐานระดับโลก อากาศดี และสามารถตีกอล์ฟได้เกือบตลอดปี (ยกเว้นวันที่ฝนตกหนักเป็นเวลานานมากๆ) แล้วยิ่งล่าสุดมีเครื่องบินบินตรงจากอังกฤษเข้ามาที่ภูเก็ต ก็ยิ่งทำให้เดินทางเข้ามาเล่นกอล์ฟได้ง่ายขึ้น และผู้ประกอบการรายนี้ยังบอกด้วยว่า ได้จองโรงแรมระดับห้าดาวในภูเก็ตจำนวน 200 ห้อง เพื่อกลุ่มนักกอล์ฟที่จะเดินทางเข้ามาที่ภูเก็ตในเร็วๆ นี้

เท่าที่ Mr. Flower ได้พูดคุยและเฝ้าสังเกตการเจรจาธุรกิจในงาน TGTM 2018 และจากงาน TGTM ครั้งที่ผ่านๆ มา ทำให้พบว่า การท่องเที่ยวเชิงกีฬา โดยเฉพาะกอล์ฟ เป็นแหล่งที่สามารถสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการธุรกิจบริการได้อย่างดี เพราะนักกอล์ฟมักจะเลือกพักในโรงแรมระดับ 4-5 ดาว มีการจับจ่ายซื้อของ และอาหารการกินที่อยู่ในกลุ่มตลาดบน โดยเฉพาะเสื้อผ้า รองเท้า หมวก ถุงมือ แว่นตากันแดด และอุปกรณ์การเล่นกอล์ฟอีกสารพัดชนิด นอกจากนี้นักกอล์ฟยังใช้บริการรถรับส่งที่ได้มาตรฐาน และยังพบว่านักกอล์ฟส่วนมากรักษาสุขภาพของตนอย่างดี จึงตรวจสุขภาพเป็นประจำ และยังต้องการการพักผ่อนหลังเล่นกอล์ฟเสร็จแล้ว นักกอล์ฟส่วนมากจึงใช้บริการสปา หลังจากออกรอบเรียบร้อยแล้ว

ประเทศไทยมีสนามกอล์ฟประมาณ 200 แห่ง เป็นของเอกชน 160 แห่ง ส่วนที่เหลือเป็นของภาครัฐและหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ นักกอล์ฟทั่วโลกรู้ดีว่าสนามกอล์ฟของไทยได้มาตรฐานสากล แต่เก็บค่าบริการที่ถูกกว่าสนามกอล์ฟระดับเดียวกันทั่วโลก ดังนั้นสนามกอล์ฟของไทยจึงเป็นที่ใฝ่ฝันของนักกอล์ฟจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งนั่นก็หมายความว่าประเทศไทยสามารถสร้างรายได้ที่งดงามจากกลุ่มนักกอล์ฟจากนานาประเทศได้นั่นเอง

บรรยากาศการเจรจา
การค้าระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย

บรรยากาศการเจรจา การค้าระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย
บรรยากาศการเจรจา
การค้าระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย

บรรยากาศการเจรจา การค้าระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย
บรรยากาศการเจรจา
การค้าระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย

บรรยากาศการเจรจา การค้าระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย
บรรยากาศการเจรจา
การค้าระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย

บรรยากาศการเจรจา การค้าระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย

สีสันและธุรกิจบริการในสนามกอล์ฟ เดอะ รอยัล กอล์ฟ รีสอร์ท เชียงใหม่

สีสันและธุรกิจบริการในสนามกอล์ฟ เดอะ รอยัล กอล์ฟ รีสอร์ท เชียงใหม่
สีสันและธุรกิจบริการในสนามกอล์ฟ เดอะ รอยัล กอล์ฟ รีสอร์ท เชียงใหม่

สีสันและธุรกิจบริการในสนามกอล์ฟ เดอะ รอยัล กอล์ฟ รีสอร์ท เชียงใหม่
สีสันและธุรกิจบริการในสนามกอล์ฟ เดอะ รอยัล กอล์ฟ รีสอร์ท เชียงใหม่

สีสันและธุรกิจบริการในสนามกอล์ฟ เดอะ รอยัล กอล์ฟ รีสอร์ท เชียงใหม่
สีสันและธุรกิจบริการในสนามกอล์ฟ เดอะ รอยัล กอล์ฟ รีสอร์ท เชียงใหม่

สีสันและธุรกิจบริการในสนามกอล์ฟ เดอะ รอยัล กอล์ฟ รีสอร์ท เชียงใหม่
สีสันและธุรกิจบริการในสนามกอล์ฟ เดอะ รอยัล กอล์ฟ รีสอร์ท เชียงใหม่

สีสันและธุรกิจบริการในสนามกอล์ฟ เดอะ รอยัล กอล์ฟ รีสอร์ท เชียงใหม่
สีสันและธุรกิจบริการในสนามกอล์ฟ เดอะ รอยัล กอล์ฟ รีสอร์ท เชียงใหม่

สีสันและธุรกิจบริการในสนามกอล์ฟ เดอะ รอยัล กอล์ฟ รีสอร์ท เชียงใหม่
สีสันและธุรกิจบริการในสนามกอล์ฟ เดอะ รอยัล กอล์ฟ รีสอร์ท เชียงใหม่

สีสันและธุรกิจบริการในสนามกอล์ฟ เดอะ รอยัล กอล์ฟ รีสอร์ท เชียงใหม่
สีสันและธุรกิจบริการในสนามกอล์ฟ เดอะ รอยัล กอล์ฟ รีสอร์ท เชียงใหม่

สีสันและธุรกิจบริการในสนามกอล์ฟ เดอะ รอยัล กอล์ฟ รีสอร์ท เชียงใหม่

ตะลอนเที่ยว : อย่ารังเกียจนักท่องเที่ยวจีน‘ถ้าไม่มีเขา เราจะลำบาก’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/352956

ตะลอนเที่ยว : อย่ารังเกียจนักท่องเที่ยวจีน‘ถ้าไม่มีเขา เราจะลำบาก’

ตะลอนเที่ยว : อย่ารังเกียจนักท่องเที่ยวจีน‘ถ้าไม่มีเขา เราจะลำบาก’

วันอาทิตย์ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

คนไทยบางกลุ่มแสดงความรังเกียจนักท่องเที่ยวจีน โดยอ้างเหตุผลว่า ไม่มีมารยาท เสียงดัง เอะอะโวยวาย ไม่รักษาความสะอาดกินมูมมาม (แต่ขออนุญาตพูดตรงๆ เวลาคนไทยกลุ่มใหญ่ๆ ไปเที่ยวในที่ต่างๆ ก็เสียงดังไม่น้อยไปกว่าทัวร์จีน บางครั้งอาจจะเสียงดังมากกว่าด้วยซ้ำไป)

คนไทยบางราย โดยเฉพาะตำรวจ และรัฐมนตรีบางรายก็อ้างว่านักท่องเที่ยวจีนเป็นพวกทัวร์ศูนย์เหรียญ หรือเป็นธุรกิจตัวแทน (nominee)ดังนั้นคนไทยจึงไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการมีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามามากมาย ซึ่งไม่เป็นความจริงทั้งหมด และไม่ควรเหมารวมเช่นนั้น เพราะทำให้เห็นว่าผู้ที่เหมารวมไม่มีความรู้จริงในเรื่องที่พูด แต่ขอบอกว่าความคิดดังกล่าวอาจจะมีความจริงผสมกับความไม่จริง

แต่อย่างไรก็ตาม เราต้องยอมรับความจริงอย่างหนึ่งคือ ในแต่ละเดือนมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยประมาณ 9 แสนถึง 1 ล้านคน ซึ่งมากเป็นอันดับหนึ่ง (มากกว่า
ชาวยุโรป เพราะชาวยุโรปจะเดินทางเข้ามาเที่ยวในไทยมากเกือบๆ8-9 แสนคนในช่วงเดือนตุลาคมถึงกุมภาพันธ์ ส่วนเดือนอื่นๆ อาจจะเหลือตัวเลขเพียง 3-4 แสนคน)

สำหรับค่าใช้จ่ายที่นักท่องเที่ยวจีนใช้จ่ายในประเทศไทยก็ถือได้ว่ามีจำนวนมากอย่างน่าสนใจ ยกตัวอย่างสถิติที่จัดเก็บโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า กรุ๊ปทัวร์จีนที่เข้ามาประเทศไทยระหว่างเดือนมกราคมถึงมิถุนายน 2560 สร้างรายได้ให้ประเทศประมาณ 89,000 ล้านบาท จำแนกเป็นรายได้โดยประมาณจากการจับจ่ายซื้อของ 3 หมื่นล้านบาท การท่องเที่ยวใน
สถานที่ต่างๆ 8 พันล้านบาท ด้านความบันเทิงเริงรมย์ 7 พันล้านบาทด้านที่พักโรงแรม 17,000 ล้านบาท ค่าอาหารและเครื่องดื่ม 16,000ล้านบาท ค่าเดินทางและค่าพาหนะ 7 พันล้านบาท ค่าดูแลด้านสุขภาพ 200 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีก 2 พันล้านบาท

ทีนี้ลองเทียบค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีนที่มาแบบส่วนตัวโดยไม่ได้มาเป็นกลุ่ม พบว่าใช้จ่ายในระยะเวลาเดียวกันคิดเป็นเงินรวม 161,000 ล้านบาท ใช้จ่ายเพื่อการซื้อของ 46,000 ล้านบาทด้านโรงแรมที่พัก 45,000 ล้านบาท ด้านอาหารและเครื่องดื่ม31,000 ล้านบาท ด้านการเดินทาง 16,000 ล้านบาท เป็นต้น เหตุผลที่ต้องยกตัวเลขขึ้นมาประกอบ เพื่อต้องการให้เห็นชัดว่าประเทศไทยมีรายได้จากนักท่องเที่ยวจีนในแต่ละปีเป็นจำนวนมหาศาล ดังนั้น ถ้าหากรายได้จากส่วนนี้หายไป ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอนถ้าหากไม่สามารถหาตัวเลขรายได้จากนักท่องเที่ยวอื่นๆ มาทดแทนได้

ขอเข้าประเด็นอุบัติเหตุเรือท่องเที่ยวทางทะเลล่มในจังหวัดภูเก็ตเมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคมปีนี้ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจีนเสียชีวิต 47 ราย จากอุบัติเหตุครั้งแรกที่ร้ายแรงมากมายเช่นนี้หลังเกิดเหตุร้าย มีคนบางกลุ่มพยายามจงใจให้ข่าวด้านลบ เพื่อหวังให้เกิดความเสียหายต่อธุรกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตแลพังงา รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ของไทย เช่น ปล่อยข่าวว่านักท่องเที่ยวจีนยกเลิกการเดินทางเข้ามาเที่ยวไทย รัฐบาลจีนสั่งห้ามคนจีนเดินทางเข้ามาเที่ยวไทย นักท่องเที่ยวจีนยกเลิกทัวร์ทุกอย่างในจังหวัดภูเก็ต และยกเลิกการจองห้องพักในภูเก็ต เหล่านี้เป็นต้น ซึ่งล้วนแล้วแต่ไม่มีความจริง

จากการที่ Mr. Flower ไปสังเกตการณ์โดยตรง ได้พูดคุยกับนักท่องเที่ยวจีน (และนักท่องเที่ยวชาติอื่นๆ) รวมถึงได้สนทนากับผู้ประกอบการด้านการเดินเรือท่องเที่ยวทางทะเล ภัตตาคาร ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ผู้ประกอบการโรงแรมระดับ 3-5 ดาว เจ้าของสถานบันเทิง และผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้าปลอดภาษี ได้รับคำตอบว่า นักท่องเที่ยวจีนยังคงเดินทางเข้าไปที่จังหวัดภูเก็ตอย่างต่อเนื่อง แต่อาจจะมีนักท่องเที่ยวจีนบางรายที่ไม่ได้รับข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับเหตุการณ์เรือล่ม อาจจะลังเล บางรายอาจชะลอการเดินทางไปเที่ยวภูเก็ตและกระบี่ โดยขอเปลี่ยนไปเที่ยวในภาคเหนือของไทยแทน บางคนยังยืนยันไปเที่ยวภูเก็ตและกระบี่ แต่ขอดูสภาพคลื่นลมทะเลก่อนตัดสินใจว่าจะลงเรือเที่ยวทะเลหรือไม่ แต่หลายรายก็ยังคงยืนยันว่าเมื่อมาภูเก็ตและกระบี่ ก็ต้องเที่ยวทะเลที่งดงาม หากคลื่นลมแรงก็จะไม่ลงเรือ และบอกว่าอุบัติเหตุเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทุกที ไม่จำเป็นต้องกลัวจนไม่กล้าเที่ยว แต่ก็ไม่ประมาท

ผู้ประกอบการเดินเรือหลายรายบอกว่า ช่วงนี้เป็นช่วงหน้าฝนภูเก็ตมีฝนตกบ่อย แต่ตกแล้วหยุด หยุดแล้วตก สลับไปมาทั้งวันการจะให้เรือนำนักท่องเที่ยวออกไปเที่ยวทะเลก็ขึ้นอยู่กับสภาพดินฟ้าอากาศ หากคลื่นลมแรงก็ไม่ออกเรือ และต้องแจ้งให้นักท่องเที่ยวทราบล่วงหน้าว่าจะออกเรือหรือไม่ ซึ่งนักท่องเที่ยวทุกคนก็เข้าใจ หากลูกค้าเลื่อนการลงเรือได้ ก็รอเรือออกวันใหม่ แต่หากรายใดไม่สะดวก และต้องการขอรับเงินคืน ก็คืนเงินให้ครบจำนวน โดยไม่หักค่ามัดจำแต่อย่างใดเจ้าของเรือบอกว่าตามปกติในช่วงนี้มีนักท่องเที่ยวมามาก วันหนึ่งๆ จะมีลูกค้าลงเรือประมาณ 1 พันถึง 1,200 ราย คิดค่าบริการรายละ 1,300-1,600 บาท ขึ้นอยู่กับระดับของการให้บริการ (ลองคิดดูนะครับ ว่าในภูเก็ตและพังงา รวมถึงกระบี่ มีผู้ประกอบการที่ให้บริการเรือท่องเที่ยวทางทะเลกี่ร้อยราย เพราะนี่จะชี้ให้เห็นว่าในแต่ละวันจะมีรายได้จากการให้บริการด้านนี้จำนวนมหาศาลเพียงใด) แต่ช่วงที่นักท่องเที่ยวน้อยจะเหลือเพียงประมาณ 200-300 ราย โดยนักท่องเที่ยวจะไปเที่ยวบนบกแทน และบอกด้วยว่า ไม่มีเจ้าของเรือรายใด ต้องการให้เรือของตนเองออกไปอับปางกลางทะเล ดังนั้นหากมั่นใจว่าออกเรือแล้วเกิดปัญหาก็จะสั่งห้ามออกโดยทันที

ด้านผู้ประกอบการโรงแรมระดับ 5 ดาวในภูเก็ตยืนยันว่านักท่องเที่ยวจีนไม่ได้ยกเลิกการจองห้องพัก ทุกอย่างยังเป็นปกติ ส่วนผู้ประกอบการร้านค้าปลอดภาษีในภูเก็ตยืนยันว่า หลังจากเกิดอุบัติเหตุเรือล่ม ยังไม่พบว่านักท่องเที่ยวจีนหายไป แต่อาจจะยังเร็วเกินไปที่จะสรุปตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนได้ เพราะต้องรอดูอีกประมาณ 1 เดือนหลังจากนี้

ส่วนคนขับเรือ กัปตันเรือ และลูกเรือที่ให้บริการนักท่องเที่ยวก็บอกว่า พวกเขาก็กลัวตาย เพราะฉะนั้นถ้าหากดูสถานการณ์แล้วเห็นว่าไม่สมควรออกเรือ เขาก็จะไม่ออกเรือ ไม่มีใครอยากออกไปแล้วพบกับความตาย

ทางด้านหน่วยราชการในจังหวัดภูเก็ตที่มีส่วนดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวก็แสดงความมั่นใจว่าจะป้องกันมิให้เกิดเหตุร้ายแรงเช่นนี้ในอนาคต และบอกว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเป็นเหตุสุดวิสัย เพราะเกิดพายุหนักในจุดที่เรือล่ม แต่ก็ต้องหาทางป้องกันมิให้เกิดเหตุร้ายแรงขึ้นอีกในอนาคต โดยออกมาตรการเพิ่มความปลอดภัยทุกด้าน เช่นการให้นักท่องเที่ยวติดแถบรัดข้อมือที่สามารถบ่งบอกตำแหน่งแท้จริงในขณะอยู่ในทะเล และส่งเรือลาดตระเวนดูแลความปลอดภัยให้กับเรือทุกลำ รวมถึงตรวจสภาพเรือให้พร้อมใช้งานเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์

นักท่องเที่ยวจีน บอกกับ Mr. Flower ว่า ยังรักเมืองไทย และยังจะกลับมาเที่ยวเมืองไทยอีกเรื่อยๆ เพราะเมืองไทยมีที่เที่ยวมากมาย คนไทยน่ารัก อาหารไทยอร่อย ผลไม้ไทยมีให้กินตลอดปี
และเมืองไทยไม่ไกลจากจีนมากนัก เดินทางไปมาง่าย แล้วก็บอกด้วยว่าคนจีนมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับคนไทย เพราะฉะนั้นก็จะมาเที่ยวเมืองไทยอีก ถ้าคนไทยยังให้การต้อนรับที่ดีเหมือนเดิม แล้วเขาก็บอกด้วยว่านักท่องเที่ยวจีนมีหลายประเภท พวกเสียงดังก็มี แต่พวกที่เสียงไม่ดังก็มี เพราะฉะนั้นอย่าเหมารวมว่าทัวร์จีนเสียงดังทุกคน

เห็นไหมครับว่า คนจีนยังคงรักเมืองไทย และรักคนไทย แล้วเขาก็ยังพร้อมจะกลับมาเที่ยวไทยอีกเรื่อยๆ ดังนั้นจะมีประโยชน์อะไรที่คนไทยจะไปตั้งข้อรังเกียจคนจีน ส่วนเรื่องทัวร์ศูนย์เหรียญและเรื่องnominee เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบต่อปัญหาดังกล่าวต้องแก้ไขและปราบปรามให้หมดไป ไม่ใช่แค่เพียงออกมาพูดเพื่อทำลายธุรกิจการท่องเที่ยวของไทยให้ย่อยยับ

ลองคิดดูอีกครั้งนะ ถ้าหากไม่มีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเที่ยวบ้านของเรา เราจะประสบปัญหาอะไรบ้าง เพราะฉะนั้น เราควรจะต้อนรับเขาด้วยความเป็นมิตร อะไรที่เขาทำไม่เหมาะไม่ควร เราก็ต้องบอกเขา เพราะเขาก็เป็นคนเหมือนกับเรา เขาสามารถรับรู้ถึงความเป็นมิตรและความหวังดีของเราที่มีต่อเขาได้

ตะลอนเที่ยว : รักไม่มีพรมแดน‘โครงการทำหมันหมาแมวจรจัด’เพื่อสวัสดิภาพคนและสัตว์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/350207

ตะลอนเที่ยว : รักไม่มีพรมแดน‘โครงการทำหมันหมาแมวจรจัด’เพื่อสวัสดิภาพคนและสัตว์

ตะลอนเที่ยว : รักไม่มีพรมแดน‘โครงการทำหมันหมาแมวจรจัด’เพื่อสวัสดิภาพคนและสัตว์

วันอาทิตย์ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ลองคิดดูนะครับว่า ถ้าหากเราไม่ทำหมันให้หมาแมวจรจร จะเกิดปัญหาอะไรขึ้นกับสังคมของเรา คุณทราบไหมว่าในแต่ละปีมีลูกหมาลูกแมวจรจัดจำนวนมากมายมหาศาลสักเพียงใดในสังคมไทย

เมื่อไม่มีการทำหมันหมาแมวจรจัด ปัญหาประชากรหมาแมวจรจัดล้นประเทศอาจจะเกิดตามมาได้ในที่สุด แล้วก็อาจจะเกิดปัญหาความไม่ปลอดภัยในสวัสดิภาพของประชาชนอันเกิดมาจากปัญหาโรคพิษสุนัขบ้าตามมาในที่สุด

ข้อมูลของสัตวแพทย์จาก East CentralVeterinary Hospital, Kansas, USA ระบุว่า ในหนึ่งปีในสหรัฐอเมริกา สุนัขสุขภาพสมบูรณ์จะตกลูกเฉลี่ยปีละ2 ครอก ครอกละประมาณ 4-6 ตัว ส่วนแมวสุขภาพสมบูรณ์จะตกลูกเฉลี่ยปีละ 3 ครอก ครอกละ 3-4 ตัว และในแต่ละปีจะมีจำนวนสุนัขและแมวเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งถ้าหากสัตว์เหล่านั้นไม่ได้รับการเลี้ยงดูก็จะกลายเป็นสัตว์จรจัดในที่สุด และมีตัวเลขคาดการณ์ว่าในแต่ละปีในสหรัฐ จะมีหมาแมวจำนวน 6-8 ล้านตัว ถูกส่งเข้าไปยังสถานกักกันสัตว์ โดยจะมีเพียงร้อยละ 25 เท่านั้นที่จะมีผู้รับไปอุปการะต่อ หรือเจ้าของเดิมอาจจะกลับมารับไปเลี้ยงดูต่อ แต่ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 75 คือต้องอยู่ในสถานกักกันสัตว์ต่อไปจนกว่าจะถึงอายุขัย

สำหรับประเทศไทย ยังไม่มีหน่วยงานใดให้สถิติจำนวนหมาแมวจรจัดอย่างเป็นทางการได้ มีเพียงตัวเลขจากสำนักปศุสัตว์เขต 1-9 ที่สรุปจำนวนสุนัขและแมว โครงการรณรงค์ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า พ.ศ.2559ไว้ดังนี้ สุนัข 7,380,810 ตัว แมว 3,035,645 ตัว

อย่างไรก็ตาม หากจะอ้างข้อมูลของ howl ระบุว่าในประเทศไทยมีสุนัขจรจัด 7แสน 5 หมื่นตัว และบอกว่าสุนัขจรจัดเพศเมียหนึ่งตัวจะตกลูกในหนึ่งปีได้ถึง 20 ตัว ส่วนสภากาชาดไทยระบุว่ากว่าร้อยละ 40 ของสุนัขจรจัดมีเชื้อพิษสุนัขบ้าแฝงตัวอยู่

คำถามคือ เมื่อไรเมืองไทยจะควบคุมจำนวนสุนัขและแมวจรจัดได้อย่างเป็นรูปธรรม แล้วเมื่อไรคนไทยจะเลี้ยงหมาเลี้ยงแมวด้วยความเอาใจใส่รับผิดชอบมากกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้

หลายคนชอบที่จะบ่นเรื่องหมาแมวจรจัด แต่ไม่เคยลงมือกระทำการเพื่อลดจำนวนสัตว์จรจัดตามหลักสวัสดิภาพของสัตว์ บางคนบอกว่า ไปยุ่งทำไมกับเรื่องหมาแมวจรจัด เรื่องของคนยังมีให้ยุ่งอีกตั้งมากมาย

แต่ไม่ว่าใครจะบ่นหรือพูดอย่างไรก็ตาม แต่สังคมนี้ก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่รักและเมตตาต่อสัตว์จรจัด ดังนั้นโครงการทำหมันหมาแมวจรจัด และตรวจสุขภาพ รวมถึงฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้กับหมาแมว ทั้งที่มีเจ้าของและจรจัดจึงได้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อ 6 ปีก่อนโครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงพยาบาลสัตว์เล็ก คณะสัตวแพทย์ฯ จุฬาฯ หนังสือพิมพ์แนวหน้า สายการบินนกแอร์ เครือปูนซิเมนต์ไทย หรือ SCG เสม็ดรีสอร์ตกรุ๊ป ห้างสรรพสินค้า UD(อุดรธานี) โอเอซิสสปา รวมถึงชาวบ้านในชุมชนต่างๆ ที่ร่วมมือช่วยกันจับสัตว์จรจัดเพื่อให้สัตวแพทย์ได้ทำหมัน แล้วช่วยดูแลสัตว์หลังผ่านการทำหมัน (แม้ระยะหลังๆ สายการบินนกแอร์จะไม่ได้ให้การสนับสนุนโครงการนี้ เนื่องจากติดขัดปัญหาภายในองค์กร แต่ผู้ทำโครงการนี้ก็ยังขอบคุณในความมีน้ำใจของสายการบินนกแอร์เสมอมา)

โครงการทำหมันหมาแมวจรจัด ที่ใช้ชื่อโครงการ สัตวแพทย์ จุฬาฯ ติดปีก เริ่มมาตั้งแต่ปี2555 โดยเริ่มโครงการครั้งแรกที่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน แล้วจากนั้นก็ตระเวนไปทำโครงการในจังหวัดต่างๆ อาทิ เชียงใหม่ อุดรธานีชลบุรี ระยอง โดยบางจังหวัดก็ทำโครงการต่อเนื่องมาโดยตลอด อาทิ จังหวัดระยอง (บ้านเพ และเกาะเสม็ด)เนื่องจากประชาชนในพื้นที่และผู้ให้การสนับสนุนโครงการในจังหวัดให้ความร่วมมือกับโครงการเป็นอย่างดี ส่วนที่อุดรธานีทำโครงการได้ 3 ปี แต่มาระยะหลังก็ต้องระงับโครงการไว้ชั่วคราว ส่วนบางจังหวัดทำโครงการได้เพียงครั้งเดียวก็ต้องยุติเนื่องจากไม่ได้รับความร่วมมือจากเจ้าของพื้นที่

โครงการนี้เป็นโครงการที่ให้บริการโดยไม่คิดเงินจากผู้รับบริการในทุกกรณี (แต่หากมีผู้ยินดีสนับสนุนโครงการก็สามารถบริจาคได้โดยตรงที่คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ โดยระบุว่าเพื่อโครงการสัตวแพทย์ จุฬาฯ ติดปีก) หากจะถามว่า แล้วได้รับเงินเพื่อทำโครงการนี้มาจากไหน ก็ตอบชัดๆ ว่า จากความร่วมมือร่วมใจของผู้ร่วมโครงการทุกคน โดยสัตวแพทย์ที่ร่วมโครงการจะต้องออกทั้งแรงกายและจะต้องช่วยหาเวชภัณฑ์สำหรับการทำหมันและตรวจรักษาโรคให้สัตว์ด้วย ส่วนคณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ และโรงพยาบาลสัตว์เล็กคณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ ก็ให้การสนับสนุน ส่วนภาคเอกชนให้การสนับสนุนด้านที่พัก อาหาร และพาหนะสำหรับการเดินทาง โดยผู้จัดทำโครงการไม่ขอรับเงินบริจาค เพื่อป้องกันเสียงครหาเรื่องการหากินกับสัตว์

โครงการทำหมัน ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และตรวจสุขภาพหมาแมวจรจัดที่บ้านเพ และเกาะเสม็ดในปีนี้เป็นปีที่ 5  ปีนี้ทำหมันหมาและแมวรวม 77 ตัว ฉีดวัคซีนและตรวจโรค 125 ตัว ส่วนสถิติในปีก่อนๆ คือปี 2557ทำหมันหมาและแมว 47 ตัว ฉีดวัคซีนและตรวจโรค 91 ตัว ปี 2558 ทำหมันสุนัขและแมวรวม 89 ตัว ฉีดวัคซีนและตรวจโรค 445 ตัว ปี 2559 ทำหมัน 114 ตัว ฉีดวัคซีนและตรวจโรค 450 ตัว ปี 2560 ทำหมันจำนวน 50 ตัว ฉีดวัคซีนและตรวจโรคจำนวน 100 ตัว

หากชุมชนใดต้องการให้โครงการนี้ไปให้บริการโปรดติดต่อประสานงานกับ Mr. Flower หมายเลขโทร.091-7233615 และขอแจ้งให้ทราบว่าหากชุมชนใดแจ้งมาแค่เพียงว่าต้องการให้โครงการนี้ไปให้บริการ แต่ไม่มีความร่วมมือใดๆ จากคนในชุมชน ก็ต้องแจ้งให้ทราบว่าโครงการนี้ไม่ทำงานกับชุมชนที่ไม่ให้ความร่วมมือกับผู้จัดทำโครงการ

“คุณหมอครับ มารอหมอแล้วครับ”

“คุณหมอครับ มารอหมอแล้วครับ”

“หมอทุกคนให้บริการด้วยใจ ตามมาตรฐานสากล แม้สถานที่จะไม่เป็นใจ ก็ไม่ใช่อุปสรรคการทำงาน”

“หมอทุกคนให้บริการด้วยใจ ตามมาตรฐานสากล แม้สถานที่จะไม่เป็นใจ ก็ไม่ใช่อุปสรรคการทำงาน”
“กินง่าย อยู่ง่าย ระหว่างหยุดพัก”

“กินง่าย อยู่ง่าย ระหว่างหยุดพัก”

“ที่พักอบอุ่น แสนสบาย บ้านสับปะรด เกาะเสม็ด”

“ที่พักอบอุ่น แสนสบาย บ้านสับปะรด เกาะเสม็ด”

ตะลอนเที่ยว : กรุงมอสโก และมหานครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก อาณาจักรแห่งความวิจิตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/347259

ตะลอนเที่ยว : กรุงมอสโก และมหานครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก อาณาจักรแห่งความวิจิตร

ตะลอนเที่ยว : กรุงมอสโก และมหานครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก อาณาจักรแห่งความวิจิตร

วันอาทิตย์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

กรุงมอสโก ได้รับการขนานนามว่าเมืองที่งดงาม มีเสน่ห์ และเต็มไปด้วยความน่าสนใจ ส่วนมหานครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก คือดินแดนแห่งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมที่งดงามอย่างน่าอัศจรรย์ในทุกมุมของเมือง

แค่เพียงการได้เดินชมและสัมผัสความอลังการของจัตุรัสแดงในกรุงมอสโก ชมความยิ่งใหญ่ของพระราชวังเครมลิน ได้ชมความวิจิตรสุดบรรยายของโบสถ์เซนต์เบซิล โบสถ์ที่มีโดมรูปทรงหัวหอมหลายหัวซึ่งประกอบเข้าด้วยกันอย่างสุดแสนจะลงตัว รวมถึงการได้ชมความอลังการของวิหารเซเวียร์ที่มีโดมทรงหัวหอมสีทองสุกอร่าม และการได้เข้าไปเดินในจัตุรัสลุบยังกา (Lubyanka Square) ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจัตุรัสแดงเพื่อให้ได้สัมผัสด้วยสายตาว่าสำนักงานใหญ่ KGBมีความน่าเกรงขามเพียงใด แล้วก็ยังมีสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่จะทำให้คุณตื่นตะลึงไปกับความงดงาม นั่นก็คือสถานีรถไฟใต้ดินของกรุงมอสโก หลายคนรู้ดีว่านี่คือเอกอัครสถานที่พระเจ้าซาร์แห่งรัสเซียทรงตั้งพระทัยสร้างขึ้นเพื่อเป็นแหล่งรวมศิลปะของอาณาจักร ราวกับทรงต้องการเย้ยยุโรปทั้งปวงให้ได้อายเมื่อเปรียบเทียบความงดงามของสถานีรถไฟใต้ดินของเหล่าบรรดา
ประเทศในยุโรปทั้งหมด เพราะสถานีรถไฟของมอสโกงดงามราวกับพระราชวัง ผนังทำด้วยหินอ่อนและโมเสกที่มีลวดลายงดงาม เพดานประดับด้วยเชนเดอเลียร์ราวกับอยู่ในท้องพระโรงของพระราชวังที่สุดวิจิตร

แล้วเมื่อท่องเที่ยวชมความอลังการของกรุงมอสโกจนครบถ้วนแล้ว เราก็จะนั่งรถไฟความเร็วสูงจากเมืองหลวงแห่งนี้ไปยังมหานครเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์กเมืองหลวงเก่าในรัชสมัยพระเจ้าปีเตอร์มหาราช ณ เมืองเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์กแห่งนี้ จะแวดล้อมไปด้วยเหล่าพระราชวังที่งดงาม อาทิ พระราชวังเฮอร์มิเทจ(พระราชวังที่ประทับในฤดูหนาว) ซึ่งปัจจุบันคือพิพิธภัณฑ์ที่เก็บรักษาของล้ำค่าจำนวนมหาศาลไว้ภายใน แล้วเมื่อข้ามแม่น้ำไปไม่ไกลนัก ก็จะได้พบกับป้อมปราการในยุคศตวรรษที่ 18 คือป้อมปีเตอร์แอนด์พอล ซึ่งจะได้พบกับหอคอยที่สูงทะยานขึ้นไปบนฟ้าของโบสถ์ Holy Blood

อันที่จริงแล้ว หากจะให้ได้อรรถรสของการท่องเที่ยวรัสเซียให้เต็มอิ่ม เต็มอารมณ์ เราควรจะต้องไปชมพระราชวังฤดูร้อนปีเตอร์โฮฟ พระราชวังที่มีพระราชอุทยานสวยงามเกินบรรยาย และยังมีน้ำพุที่สุดแสนวิจิตรพิสดารจนนึกว่านี่คือสรวงสวรรค์ริมฝั่งทะเลดำ พระราชวังปีเตอร์โฮฟคือพระราชวังที่สมเด็จพระจักรพรรดินีแคเธอรีนมหาราช ทรงให้สร้างขึ้น พระราชวังองค์ใหญ่ก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมบาโรกที่สุดแสนจะงดงามและอลังการมาก แล้วถ้าหากคุณได้เข้าไปชมความวิจิตรของห้องที่ประดิษฐานพระราชบัลลังก์แล้ว คุณจะตื่นตะลึงจนแทบจะบอกกับตัวเองว่านี้คือที่สุดของความอลังการ ส่วนในพระราชอุทยานก็จะเต็มไปด้วยประติมากรรมรูปหล่อด้วยบรอนซ์ตามแบบฉบับของอังกฤษและฝรั่งเศสที่ประดับอยู่ตามสวนดอกไม้ที่ออกดอกบานสะพรั่งในหน้าร้อน พระราชวังฤดูร้อนแห่งนี้ยังมีน้ำตกขนาดใหญ่ที่ประดับด้วยน้ำพุมากมายถึง 176 แห่ง

คุณเคยไปเที่ยวรัสเซียในยามหน้าร้อนที่อากาศแสนดี และแสนสบายหรือยังครับ ขอรับรองได้ว่าคุณจะประทับใจในความงดงามและสดใสดอกไม้ ใบไม้ และต้นไม้นานาพันธุ์ที่แสนงดงามและร่าเริงในยามหน้าร้อนของเมืองที่ถูกขนานนามว่าหนาวเย็นที่สุดในยามหน้าหนาว

ไปเที่ยวรัสเซียกันไหมครับ ถ้าคุณสนใจไปเที่ยวกันแบบกลุ่มเล็กๆ เที่ยวแบบไม่รีบร้อน เที่ยวแบบสบายๆ แต่ได้อรรถรส และได้ความรู้เชิงศิลปะ วัฒนธรรม พร้อมทั้งได้รับรู้เรื่องการเมืองของรัสเซียควบคู่ไปด้วย ขอเชิญไปเที่ยวกับ Mr. Flower

สนใจโปรดติดต่อสอบถามและจองที่นั่งได้ที่091 7233615 เราจะไปเที่ยวรัสเซียในช่วงกลางเดือนสิงหาคม โดยจะนอนพักที่มอสโก 2 คืน และนอนที่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กอีก 3 คืน

ตะลอนเที่ยว : ไหว้พระสิงห์ ชมความวิจิตรของเหล่าเทพยดา ที่วัดพระสิงห์ เชียงใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/345744

ตะลอนเที่ยว : ไหว้พระสิงห์ ชมความวิจิตรของเหล่าเทพยดา ที่วัดพระสิงห์ เชียงใหม่

ตะลอนเที่ยว : ไหว้พระสิงห์ ชมความวิจิตรของเหล่าเทพยดา ที่วัดพระสิงห์ เชียงใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ผมตั้งใจอย่างมากที่จะเชิญชวนคุณๆ ร่วมทริปไปเชียงใหม่ ในยามที่เมืองเชียงใหม่ไม่มีเทศกาลงานสำคัญใดๆ เหตุผลสำคัญที่ชวนคุณไปเที่ยวในยามที่ไม่มีเทศกาลก็เพราะ นครเชียงใหม่ยังคงมีมนต์เสน่ห์ที่ทำให้คุณใหลหลงได้เสมอ ขอบอกเลยว่าการเที่ยวชมเมืองเก่าของเชียงใหม่ในยามที่ผู้คนและนักท่องเที่ยวไม่มากมายขวักไขว่จนตาลาย ทำให้เราสามารถซึมซับความงาม
วิจิตรบรรจงของโบราณสถาน และวัดวาอารามของพิงค์นครแห่งนี้ได้อย่างมีความสุขเกินบรรยาย

คุณๆ ที่ไปเชียงใหม่มาก่อน คงเคยไปวัดพระสิงห์วรมหาวิหารมาแล้ว แต่อยากถามคุณว่า คุณเคยใช้เวลาเนินนานอยู่ภายในวัดพระสิงห์หรือไม่ หรือแค่รีบๆ เข้าไปไหว้พระพุทธรูปแล้วก็รีบกลับออกมา คุณเชื่อไหม บางคนที่ไปถึงวัดพระสิงห์แต่กลับไม่เคยมีโอกาสเข้าไปกราบนมัสการพระพุทธสิหิงค์ (พระสิงห์) เลย แถมบางคนยังไม่รู้ด้วยว่าพระสิงห์ประดิษฐานอยู่ที่ใด เพราะเข้าใจเอาเองว่าเมื่อไปถึงวัดแล้ว ก็เข้าไปในวิหารใหญ่ที่อยู่ด้านหลังรูปปั้นของครูบาศรีวิชัย แล้วก็นึกเอาเองว่าพระพุทธรูปในวิหารนั้นคือพระสิงห์ ทั้งที่พระพุทธรูปในวิหารหลวงคือพระศรีสรรเพชร (หลวงพ่อโต) พระประธานของวิหารหลวง ส่วนพระพุทธสิหิงห์ หรือพระสิงห์ ประดิษฐานอยู่ที่วิหารลายคำ ซึ่งอยู่ทางด้านซ้ายของวิหารหลวง (เมื่อเราหันหน้าเข้าตัววิหารหลวง)

ขอถามอีกทีว่า คุณได้เคยมีโอกาสดูความงามของเหล่าเทพยดาเทวดานางฟ้าที่อยู่รอบๆ หอไตรหรือไม่ เคยได้สังเกตลวดลายของเครื่องแต่งองค์ทรงเครื่องของเหล่าเทพยดาบ้างหรือไม่ แล้วก็อยากถามว่าเคยได้มีโอกาสเห็นความงดงามของวัดสำคัญของเมืองแห่งนี้ในยามเช้าตรู่ หรือยามพลบค่ำหรือเปล่า ถ้าคุณอยากชื่นชมความงามวิจิตรของวัดพระสิงห์ในทุกแง่ทุกมุม ขอเชิญชวนคุณเที่ยวไปด้วยกันกับผม

ตามจารึกกล่าวไว้ว่า วัดพระสิงห์สร้างโดยพญาผายู กษัตริย์องค์ที่ 5 ของเชียงใหม่ ราชวงศ์มังราย เมื่อ พ.ศ.1888

โบราณสถานสำคัญภายในวัดพระสิงห์ มีดังต่อไปนี้

วิหารลายคำ ที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ วิหารนี้สร้างขึ้นเมื่อประมาณ 200 ปีมาแล้ว ในสมัยพญาธรรมลังกา(พระเจ้าช้างเผือก) เป็นศิลปะแบบล้านนา ผนังภายในด้านหลังของวิหารปิดทองล่องชาดฉลุลวดลายวิจิตรมาก ด้านข้างของผนังมีภาพจิตรกรรมเรื่องสุวรรณหงส์ และสังข์ทอง วาดด้วยสีฝุ่น จิตรกรคือเจ๊กเส็งและหนานโพธาส่วนองค์พระพุทธสิหิงค์ มีจารึกการสร้างว่า สร้างเมื่อ พ.ศ.700โดยกษัตริย์ลังกา 3 พระองค์ ต่อมา พ.ศ.1931 พระเจ้าแสนเมืองมา ทรงอัญเชิญพระสิงห์มาประดิษฐานที่วัดลีเชียงพระ(หรือวัดพระสิงห์ในปัจจุบัน) ในทุกช่วงเทศกาลปี๋ใหม่เมือง หรือสงกรานต์ จะอัญเชิญพระสิงห์ออกให้ประชาชนสรงน้ำและนมัสการ

วิหารหลวง ที่ประดิษฐานพระศรีสรรเพ็ชร วิหารนี้สร้างโดยดำริของครูบาศรีวิชัย เพื่อทดแทนวิหารเดิมที่เป็นแบบจตุรมุข แต่ทรุดโทรมมากจนเกินจะซ่อมแซมได้ต่อไปจึงจำเป็นต้องรื้อแล้วสร้างวิหารใหม่

พระอุโบสถ สร้างในสมัยพระเจ้ากาวิละ ในพระอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูปพระเจ้าทองทิพย์จำลอง ประดิษฐานอยู่บนมณฑป

พระมหาธาตุเจดีย์ (พระธาตุหลวง) ตามตำนานของวัดระบุว่าเป็นที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นพระธาตุประจำปีนักษัตรปีมะโรง พญาผายูทรงให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.1888 หลังจากพม่าครอบครองเชียงใหม่ได้ วัดนี้ถูกปล่อยให้ร้างไป จนกระทั่งถึงสยามได้เชียงใหม่มาไว้ในความดูแลแล้ว เจ้าแก้วนวรัตน์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ และเจ้าดารารัศมี พระราชชายาในรัชกาลที่ 5 และครูบาศรีวิชัย ได้รวบรวมศรัทธาประชาชนชาวเชียงใหม่ร่วมกันบูรณะวัดพระสิงห์ (เดิมชื่อวัดลีเชียงพระ)

หอไตร สร้างในสมัยพระเจ้ากาวิละ เป็นที่เก็บคัมภีร์และหีบธรรม จุดเด่นของหอไตรคือลายปูนปั้นรูปเทพยดาที่แสนวิจิตรซึ่งอยู่โดยรอบหอ

หอจงกรมของครูบาศรีวิชัย สร้างโดยหลวงอนุสารสุนทร เมื่อปี 2471 เพื่อถวายเป็นที่ระลึกถึงครูบาศรีวิชัย

นอกจากนี้ยังมีโบราณสถาน โบราณวัตถุสำคัญภายในวัดอีก ดังนี้ พระเจ้าทันใจ พระพุทธไสยาสน์ อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย กู่มณฑปปราสาท (หรือโขงพระเจ้า) กู่พระอัฐิพญาคำฟู อนุสาวรีย์พญามังราย ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์มังราย

คุณคงไม่ปฏิเสธนะครับว่า ต่อให้คุณไปเที่ยววัดพระสิงห์มาแล้วมากกว่า 3-4 ครั้ง แต่คุณก็อาจจะไม่เคยรู้มาก่อนว่าภายในวัดแห่งนี้มีโบราณสถานสำคัญอยู่มากมาย แล้วคุณก็คงไม่เคยเข้าไปชมสิ่งสำคัญเหล่านั้นมาก่อน

ถ้าหากคุณสนใจจะเที่ยวชมเมืองเชียงใหม่ โดยเน้นการชมโบราณสถานของเมืองแบบเจาะลึก พร้อมข้อมูลด้านประวัติศาสตร์ และโบราณคดี ผมยินดีพาคุณๆ ไปครับ ติดต่อ Mr. Flower ที่หมายเลขโทรศัพท์091-7233615

ลดความเร่งรีบในการเที่ยวชมโบราณสถานลงสักนิด แล้วคุณจะพบกับความวิจิตรบรรจงของโบราณสถานมากขึ้น

ตะลอนเที่ยว : ชีวิตชีวาและสีสันของกรุงโตเกียว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/344206

ตะลอนเที่ยว : ชีวิตชีวาและสีสันของกรุงโตเกียว

ตะลอนเที่ยว : ชีวิตชีวาและสีสันของกรุงโตเกียว

วันอาทิตย์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

การท่องเที่ยวที่ให้สุดยอดอรรถรสกับนักเดินทางผู้ต้องการค้นหาความแปลกใหม่ของโลกใบนี้ คือการท่องเที่ยวแบบไม่ทำตัวแปลกแยกหรือแตกต่างไปจากชุมชนหรือสังคมที่เราไปเยี่ยมเยือน ซึ่งหมายถึงการทำตัวของเราผู้เป็นนักท่องเที่ยวให้กลมกลืนสอดประสานอย่างแนบเนียนกับวิถีชีวิตชาวเมืองที่เราไปท่องเที่ยว

การท่องเที่ยวเพื่อให้เราสามารถซึมซับวิถีชีวิตและได้สัมผัสตัวตนที่แท้จริงของชาวเมืองที่เราเข้าไปเยือนจึงจำเป็นต้องเน้นการเที่ยวแบบค่อยๆ ละเลียดความงดงามในแง่มุมต่างๆ ของในชีวิตประจำวันของพวกเขา แต่การเที่ยวแบบค่อยๆ ละเลียดก็ต้องใช้เวลา และที่สำคัญคือผู้ไปเยือนต้องมีความรู้ ความเข้าใจในขนบประเพณีและวัฒนธรรมของชุมชนที่เราจะเข้าไปเยือนมากพอสมควร เพราะถ้าหากขาดความเข้าใจเบื้องต้นในสิ่งดังกล่าวแล้ว เราซึ่งเป็นผู้ไปเยือนอาจจะกลายเป็นสิ่งแปลกประหลาดในสายตาและความรู้สึกของผู้เป็นเจ้าของชุมชนไปโดยปริยาย

ดังนั้นผมจึงได้เน้นย้ำกับคุณผู้อ่านมาโดยตลอดว่า การจะท่องเที่ยวเพื่อให้ได้ความสุขแบบเต็มอิ่มและได้ความรู้แบบครบครัน จึงจำเป็นต้องใช้รูปแบบการเที่ยวแบบละมุมละไม ค่อยๆ ไป ค่อยๆ ชม และค่อยๆ ซึมซับความงดงามของผู้คนและสถานที่

แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นหลายคนอาจจะบอกว่ารู้จักโตเกียวดีแล้ว เพราะไปมาแล้วหลายครั้ง แต่ผมขอถามกลับว่า คุณที่บอกว่าไปโตเกียวมาแล้วหลายครั้ง คุณแน่ใจจริงๆ หรือว่ารู้จักความเป็นโตเกียวดีแล้ว

คุณเคยไปชมพิพิธภัณฑ์ต่างๆ นานาที่มีอยู่มากมายหลายแห่งในกรุงโตเกียวแล้วหรือยัง หรือคุณเคยนั่งเฉยๆ ในสวนสาธารณะอูเนโนะ แล้วได้มองเห็นการใช้ชีวิตแบบสบายๆ ไม่ต้องเร่งรีบของชาวโตเกียวภายในสวนสาธารณะบ้างหรือไม่ หรือคุณเคยใช้เวลาเนินนานเป็นวันๆ หรือเกือบวันเพื่อเฝ้าดูการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของชาวโตเกียวในวัดบ้างหรือไม่ และคุณเคยกินอาหารแบบที่คนโตเกียวตัวจริงกินกันบ้างหรือไม่

แน่นอนว่าคุณอาจจะเคยไปวัดเซนโซจิที่อาซากูสะ แต่คุณเคยนั่งนิ่งๆ ดูวิถีชีวิตของคนที่ไปยังวัดแห่งนี้บ้างหรือไม่ หรือคุณเคยได้มีโอกาสนั่งชม หรือเดินชมความงามของวัดแห่งนี้ในยามค่ำคืนที่เกือบจะไม่มีผู้คนภายในวัดบ้างหรือไม่ เพราะบรรยากาศของวัดสำคัญแห่งนี้ในยามที่มีผู้คนขวักไขว่พลุกพล่านจะแตกต่างอย่างมากกับในยามที่วัดเงียบสงบเกือบจะไร้ผู้คน

คุณที่เคยไปโตเกียวมาแล้วหลายครั้งหรือหลายสิบครั้งก็ตาม ได้เคยมีโอกาสไปชมละครคาบูกิ หรือละครโนห์ บ้างหรือยัง หรือเคยไปเดินดูตลาดชุมชนที่แสนจะพลุกพล่านในยามกลางวัน แต่กลับเงียบสงบดูเคร่งขรึมและเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ในยามค่ำ บ้างหรือไม่ และคุณเคยนั่งรถลากแบบญี่ปุ่นที่พาคุณซอกซอนไปตามซอยเล็กซอยน้อยในย่านอาซากูสะ หรือไม่ คุณเคยไปเดินเล่นแบบอ้อยอิ่งอ้อยสร้อยในเขตรอบนอกของพระราชอุทยานของพระราชวังอิมพีเรียล หรือไม่หรือเคยไปชมพิธีแต่งงานตามแบบฉบับของคนโตเกียวที่จัดขึ้นอย่างเรียบง่าย แต่ดูอลังการมากเหลือเกิน โดยพิธีนี้จะจัดขึ้นภายในวัดในย่านอากาซากะ (เน้นว่าอากาซากะไม่ใช่อาซากูสะ นะครับ)หรือเคยไปชมวังที่อากาซากะ แล้วหรือยัง เคยไปเดินชม Tokyo Tower ยามค่ำคืน หรือไม่ เคยไปเดินเล่นเย็นใจภายในสวนเมจิ ซึ่งอยู่ติดกับชินจูกุหรือเปล่า

อันที่จริงผมยังมีคำถามอีกมากมายเกี่ยวกับโตเกียวในมุมมองต่างๆ ที่เชื่อว่าหลายต่อหลายคนอาจจะยังไม่เคยสัมผัส เหตุที่คุณไม่ได้สัมผัสโตเกียวแบบละเมียดละไม ก็เป็นเพราะว่าคุณเที่ยวโตเกียวแบบเร่งรีบ แล้วก็รีบเร่งเสียจนเป็นเหตุให้คุณไม่สามารถซึบซับความงดงามตามแบบฉบับของโตเกียวได้

ถ้าหากคุณสนใจใคร่จะได้สัมผัสโตเกียวในมุมมองที่ต่างไปจากที่คุณเคยสัมผัส หรือคุณต้องการจะสัมผัสโตเกียวแบบละมุมละม่อม ละเมียดละไมแช่มช้อย ขอเชิญชวนคุณไปสัมผัสโตเกียวแบบอ้อยสร้อยกับ Mr. Flower ครับ โปรดติดต่อที่หมายเลข 091-7233615 เราเน้นการเที่ยวโตเกียว (และเมืองอื่นๆ ทั่วโลก) ด้วยความละมุนละไม ไม่เร่งไม่รีบ ไม่ร้อนรน และที่สำคัญคือเที่ยวกันเพียงกลุ่มเล็กๆ เพียง 10-12 คนเท่านั้น ทริปหน้าออกเดินทาง วันที่ 6-10 กรกฎาคม 2561 ครับผม