6 ชาติรวมพลัง ถล่มสแกมเมอร์ ร่วมแชร์ข้อมูล ตั้งทีมเฉพาะกิจประสาน ปราบพร้อมกัน

6 ชาติรวมพลัง ถล่มสแกมเมอร์ ร่วมแชร์ข้อมูล ตั้งทีมเฉพาะกิจประสาน ปราบพร้อมกัน

6 ชาติรวมพลัง ถล่มสแกมเมอร์ ร่วมแชร์ข้อมูล ตั้งทีมเฉพาะกิจประสาน ปราบพร้อมกัน

17 พ.ย. 2568 09:04 น.

“บิ๊กก้อง” ตีปี๊บผลการประชุมร่วม 6 ชาติภาคี จีน ไทย เวียดนาม ลาว เมียนมาและกัมพูชา ปราบ สแกมเมอร์ ย้ำการปราบสแกมเมอร์ต้องปราบที่ต้นตอ ไม่ให้พื้นที่ไหนเป็นที่พักพิง ต้องไม่มี “Safe Haven” ให้แก๊งสแกมเมอร์ตั้งเป็นศูนย์ในประเทศภาคี จัดทีมปฏิบัติการร่วมเฉพาะกิจระหว่างประเทศเข้าปฏิบัติการ

ฮ่องกงเตือนพลเมืองระวังการเดินทางไปญี่ปุ่น อ้างเกิดเหตุโจมตีชาวจีนเพิ่มขึ้น

ฮ่องกงเตือนพลเมืองระวังการเดินทางไปญี่ปุ่น อ้างเกิดเหตุโจมตีชาวจีนเพิ่มขึ้น

17 พ.ย. 2568 08:55 น.

ฮ่องกงเตือนพลเมืองระวังการเดินทางไปญี่ปุ่น อ้างเกิดเหตุโจมตีชาวจีนเพิ่มขึ้น

ทางการฮ่องกงออกประกาศเตือนนักท่องเที่ยว หลังมีเหตุทำร้ายชาวจีนในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางปี ขอให้เฝ้าระวังสถานการณ์ และติดตามคำแนะนำจากสถานทูตจีน ขณะนักวิเคราะห์ชี้เกี่ยวข้องกับความตึงเครียดทางการเมือง

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 สำนักความมั่นคงของฮ่องกง ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนที่กำลังจะเดินทาง หรือพักอาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่น ให้เพิ่มความระมัดระวังด้านความปลอดภัย หลังพบแนวโน้มเหตุโจมตีและทำร้ายพลเมืองจีนเพิ่มขึ้น

แถลงการณ์บนเว็บไซต์ระบุว่า ตั้งแต่กลางปี 2568 มีเหตุโจมตีพลเมืองจีนในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมแนะนำให้ผู้เดินทางจากฮ่องกง ติดตามประกาศจากสถานทูตและกงสุลใหญ่จีนในญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด

โดยความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้น หลังจากกระทรวงการต่างประเทศจีน ออกคำแถลงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ขอให้พลเมืองจีนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปญี่ปุ่นชั่วคราว เพื่อลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

ซึ่งเป็นการตอบโต้คำกล่าวของ ทากาอิจิ ซานาเอะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ซึ่งให้การต่อรัฐสภาเมื่อช่วงต้นเดือน โดยระบุว่า หากเกิดเหตุฉุกเฉินทางทหารในไต้หวัน อาจถือเป็นภัยคุกคามต่อการอยู่รอดของญี่ปุ่น ซึ่งถ้อยคำนี้สร้างความไม่พอใจต่อรัฐบาลจีน ซึ่งถือว่าเป็นการแทรกแซงประเด็นไต้หวัน

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวฮ่องกง โดยข้อมูลจากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่น  ระบุว่า มีนักท่องเที่ยวจากฮ่องกงเดินทางไปญี่ปุ่นกว่า 2.68 ล้านคนในปีที่แล้ว ติดอันดับ 5 ของกลุ่มประเทศและภูมิภาคที่มีนักท่องเที่ยวเข้าญี่ปุ่นมากที่สุด.

พบเศรษฐีใหม่ถูกรางวัล 980 ล้านดอลลาร์ แจ็กพอต “เมกะ มิลเลียนส์” ในรัฐจอร์เจีย ของสหรัฐฯ

พบเศรษฐีใหม่ถูกรางวัล 980 ล้านดอลลาร์ แจ็กพอต "เมกะ มิลเลียนส์" ในรัฐจอร์เจีย ของสหรัฐฯ

17 พ.ย. 2568 08:37 น.

พบเศรษฐีใหม่ถูกรางวัล 980 ล้านดอลลาร์ แจ็กพอต “เมกะ มิลเลียนส์” ในรัฐจอร์เจีย ของสหรัฐฯ

เผยสลาก “เมกะ มิลเลียนส์” ใบเดียวขายที่รัฐจอร์เจีย ถูกเลขทั้งหมด รับแจ็กพอต 980 ล้านดอลลาร์ นับเป็นผู้ถูกรางวัลใหญ่ครั้งแรกในรอบ 40 งวด และเป็นอันดับที่ 8 ในประวัติศาสตร์เมกะ มิลเลียนส์

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 สำนักงานบริหารจัดการสลากกินแบ่งรัฐบาลของรัฐจอร์เจีย เปิดเผยว่า สลากเมกะ มิลเลียน ใบเดียวที่ขายที่ ร้าน พับลิก ในเมืองนิวแนน รัฐจอร์เจีย ถูกจับคู่ตัวเลขทั้งหมด 6 หมายเลข และยังตรงกับเลขเมกะบอล ที่ออกรางวัล จึงได้รับแจ็กพอตมูลค่า 980 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ  คิดเป็นเงินไทย ประมาณ 3,830 ล้านบาท 

ขณะที่ผู้ถูกรางวัลยังไม่ได้ติดต่อเข้ามาทำให้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นใคร อย่างไรก็ตามผู้ถูกรางวัลสามารถเลือกรับรางวัลได้สองทางระหว่างรับเงินแบบปีละงวด เป็นระยะเวลา 30 ปี หรือเลือกรับเงินก้อนเดียว  จำนวน ประมาณ 452.2 ล้าน ดอลลาร์ก่อนหักภาษี

โดยนับว่าเป็นผู้ถูกรางวัลครั้งแรกในรอบ 40 งวด หรือนับตั้งแต่รางวัลแจ็กพอตล่าสุดเมื่อเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันถือเป็นแจ็กพอตที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของรัฐจอร์เจีย และเป็นอันดับที่ 8 ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสลากเมกะ มิลเลียน.

ไม่นำเจรจาการค้าบีบไทย อนุทินยัน “ทรัมป์” เข้าใจ รับฟังเหตุผล ปม “ล้ม” ปฏิญญากัมพูชา

ไม่นำเจรจาการค้าบีบไทย อนุทินยัน “ทรัมป์” เข้าใจ รับฟังเหตุผล ปม “ล้ม” ปฏิญญากัมพูชา

ไม่นำเจรจาการค้าบีบไทย อนุทินยัน “ทรัมป์” เข้าใจ รับฟังเหตุผล ปม “ล้ม” ปฏิญญากัมพูชา

17 พ.ย. 2568 08:17 น.

“อนุทิน” ย้ำผู้นำสหรัฐฯจะไม่นำประเด็นการระงับปฏิญญาของไทยกับกัมพูชามาเกี่ยวข้องกับการเจรจาภาษีการค้า หลังไทย ถูกระงับการเจรจาเรื่องภาษีการค้าชั่วคราว พร้อมแสดงจุดยืนให้รัฐบาลไทย เร่งเก็บกู้ทุ่นระเบิดให้เร็วที่สุด ขณะที่กองทัพไทยเผยผลการเก็บกู้ทุ่นระเบิดที่ช่องเหว อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ เจอ

ออสเตรเลียจ่อปิดโรงเรียนเกือบ 70 แห่ง หวั่นแร่ใยหินในทรายเด็กเล่นก่ออันตราย

ออสเตรเลียจ่อปิดโรงเรียนเกือบ 70 แห่ง หวั่นแร่ใยหินในทรายเด็กเล่นก่ออันตราย

17 พ.ย. 2568 06:56 น.

ออสเตรเลียจ่อปิดโรงเรียนเกือบ 70 แห่ง หวั่นแร่ใยหินในทรายเด็กเล่นก่ออันตราย

ออสเตรเลียปิดโรงเรียนในเมืองหลวงเกือบ 70 แห่ง จากความกังวลเรื่องแร่ใยหินที่ปนเปื้อนในทรายเด็กเล่น ซึ่งมีการเรียกผลิตภัณฑ์ไปแล้วเป็นจำนวนมากในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

เมื่อ 16 พ.ย. 2568 รัฐบาลออสเตรเลียระบุว่า โรงเรียนรวม 69 แห่งในเขตเมืองหลวงของออสเตรเลีย (ACT) ซึ่งเป็นเขตปกครองตนเองภายในกรุงแคนเบอร์รา จะต้องถูกบังคับให้ปิดทำการในวันจันทร์ หลังจากที่ได้มีการเรียกคืนทรายเด็กเล่นที่มีสีสันสวยงาม เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะมี แร่ใยหิน (Asbestos) ปนเปื้อน ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายได้

ในวันเสาร์ที่ผ่านมา (15 พ.ย.) บริษัท Kmart และ Target ได้ประกาศเรียกคืนผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ซึ่งพบว่ามีร่องรอยของแร่ใยหินในตัวอย่างบางส่วน ขณะที่คณะกรรมการการแข่งขันและผู้บริโภคแห่งออสเตรเลีย (ACCC) ระบุว่า มีความเสี่ยง “ต่ำ” ที่แร่ใยหินจะลอยอยู่ในอากาศหรือมีอนุภาคเล็กพอที่จะสูดดมเข้าไปได้

นาง อีเว็ตต์ เบอร์รี รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการของเขต ACT ระบุในโพสต์บนเฟซบุ๊กว่า กำลังมีการตรวจสอบโรงเรียนต่าง ๆ ซึ่งอาจ “ใช้เวลาหลายวัน” เธอกล่าวเสริมว่า การทดสอบคุณภาพอากาศจากทุกโรงเรียนจนถึงขณะนี้ได้ผลออกมา “เป็นลบ” หรือ ไม่พบแร่ใยหินในอากาศ

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกิดขึ้นหลังจาก โรงเรียนและศูนย์ดูแลเด็กเล็กหลายแห่งในภูมิภาคดังกล่าวต้อง ปิดทำการทั้งหมดหรือบางส่วนเมื่อวันศุกร์ หลังมีคำเตือนเรื่องความเสี่ยงของแร่ใยหินในผลิตภัณฑ์ทรายเด็กเล่น ที่จำหน่ายโดยบริษัท Officeworks

นอกจากนี้ ยังมีการปิดโรงเรียนใน นิวซีแลนด์ เนื่องจากความกังวลในลักษณะเดียวกัน โดยหนังสือพิมพ์ New Zealand Herald รายงานว่า มีโรงเรียนอย่างน้อยสองแห่งเตรียมปิดเพื่อดำเนินการตรวจสอบในวันจันทร์ (17 พ.ย.)

รัฐบาล ACT ระบุว่า บุคคลที่ได้สัมผัสกับผลิตภัณฑ์นี้ ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการตรวจทางการแพทย์ แต่นางเบอร์รีกล่าวว่า แม้จะมีความเสี่ยงน้อยที่สุด แต่รัฐบาลก็จำเป็นต้องกำจัดความเสี่ยงเท่าที่จะทำได้

มีโรงเรียนอีกราว 23 แห่งในเขต ACT ที่จะยังคงเปิดทำการ เนื่องจากโรงเรียนเหล่านั้นมีทรายเด็กเล่นในสตอกจำนวนน้อย หรือไม่มีเลย

ทั้งนี้ แร่ใยหิน ซึ่งเคยใช้กันอย่างแพร่หลายในวัสดุก่อสร้าง สามารถปล่อยเส้นใยที่เป็นพิษเข้าสู่อากาศ หากถูกรบกวนหรือแปรรูป เส้นใยเหล่านี้สามารถเกาะติดปอดและอาจทำให้เกิดโรคมะเร็งได้หากสะสมเป็นเวลานานหลายสิบปี ทำให้การนำเข้าหรือส่งออกแร่ใยหิน หรือสินค้าที่มีส่วนผสมของแร่ใยหิน ถูกห้าม ภายใต้กฎหมายของทั้งออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อินเดียเผย จับกุมผู้สมรู้ร่วมคิด เหตุระเบิดในนิวเดลี 1 ราย

อินเดียเผย จับกุมผู้สมรู้ร่วมคิด เหตุระเบิดในนิวเดลี 1 ราย

17 พ.ย. 2568 06:31 น.

อินเดียเผย จับกุมผู้สมรู้ร่วมคิด เหตุระเบิดในนิวเดลี 1 ราย

เจ้าหน้าที่อินเดียออกมายืนยันว่า เหตุระเบิดในนิวเดลีเมื่อสัปดาห์ก่อน เป็นเหตุระเบิดพลีชีพ โดยพวกเขาจับกุมตัวผู้สมรู้ร่วมคิดกับมือระเบิดได้แล้ว 1 ราย

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 พ.ย. 2568 ทางการอินเดียออกมายืนยันว่า เหตุระเบิดรถยนต์รุนแรงในกรุงนิวเดลีเมื่อต้นสัปดาห์ก่อน ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 12 ศพ บาดเจ็บอีกหลายสิบคน เป็นฝีมือของมือระเบิดพลีชีพ พร้อมทั้งประกาศการจับกุมผู้สมรู้ร่วมคิด 1 ราย

สำนักงานสืบสวนแห่งชาติอินเดีย (NIA) ซึ่งเป็นหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายของแดนภารตะ ระบุว่า มือระเบิดกับผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมเป็นชาวแคว้นแคชเมียร์ทั้งคู่ โดยตำรวจเพิ่งดำเนินการบุกตรวจค้นหลายจุดในภูมิภาคดังกล่าวในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

NIA แถลงว่า พวกเขาฝ่าทางตันในการสืบสวน และจับกุมตัวนายอาเมียร์ ราชิด อาลี ซึ่งมีชื่อเป็นผู้ลงทะเบียนรถยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุ โดยเขาสมรู้ร่วมคิดกับมือระเบิด ซึ่งมีชื่อว่า อูมาร์ อุน นาบี ดำเนินการก่อการร้ายครั้งนี้ แต่ NIA ไม่เปิดเผยแรงจูงใจในการก่อเหตุของคนร้าย

NIA เผยอีกว่า นาบี เป็นผู้อาศัยในแคชเมียร์ เป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านอายุรกรรมทั่วไปที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในรัฐหรยาณาทางตอนเหนือ โดยเขากับนายอาลีเดินทางมายังเดลีเพื่ออำนวยความสะดวกในการซื้อรถยนต์ ซึ่งในที่สุดรถคันดังกล่าวถูกนำไปใช้เป็นวัตถุระเบิดแสวงเครื่องที่บรรทุกในยานพาหนะ (VBIED) เพื่อก่อเหตุ

ทั้งนี้ เหตุระเบิดเมื่อวันที่ 10 พ.ย. เกิดขึ้นใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดินที่พลุกพล่าน และใกล้กับ “ป้อมแดง” ซึ่งเป็นทั้งสถานที่ท่องเที่ยว และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของอินเดีย โดยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลกล่าวว่าเหตุระเบิดทำให้มีผู้เสียชีวิต 12 ศพ และยังไม่ชัดเจนว่า นายนาบีรวมอยู่ในนี้ด้วยหรือไม่

ขณะที่แถลงการณ์ของ NIA ระบุว่า การโจมตีครั้งนี้ คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ 10 ศพ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 32 ราย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

หัวหน้าแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่สุดในเอกวาดอร์ ถูกจับกุมที่สเปน

หัวหน้าแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่สุดในเอกวาดอร์ ถูกจับกุมที่สเปน

17 พ.ย. 2568 03:46 น.

หัวหน้าแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่สุดในเอกวาดอร์ ถูกจับกุมที่สเปน

หนึ่งในหัวหน้าแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่สุดในเอกวาดอร์ ถูกจับกุมตัวได้แล้วที่ประเทศสเปน หลังจากปลอมแปลงการเสียชีวิตของตัวเอง และหลบซ่อนตัวอยู่ในยุโรป

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 พ.ย. 2568 นาย แดเนียล โนบัว ประธานาธิบดีเอกวาดอร์ เปิดเผยว่า นาย วิลเมอร์ “ปิโป” ชาบาร์เรีย หัวหน้าแก๊ง “ลอส โลบอส” (Los Lobos) หนึ่งในแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่สุดของประเทศ ถูกจับกุมตัวได้แล้วที่ประเทศสเปน

ครอบครัวของชาบาร์เรียอ้างว่า เขาเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวายจากเชื้อโควิดไปแล้วในปี 2564 แต่นายโนบัวกล่าวว่า นายชาบาร์เรียปลอมแปลงการเสียชีวิตของตนเอง, เปลี่ยนแปลงตัวตน และซ่อนตัวอยู่ในยุโรป ขณะที่ยังคงควบคุมปฏิบัติการอาชญากรรมในเอกวาดอร์ รวมถึงการขุดเหมืองผิดกฎหมายและการสั่งฆาตกรรม

ด้านนาย จอห์น ไรม์เบิร์ก รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยของเอกวาดอร์ระบุผ่าน X ว่า ขณะนี้นายชาบาร์เรียอยู่ที่สเปนพร้อมกับตำรวจ และว่า การจับกุมนายชาบาร์เรียครั้งนี้ถือเป็น “วันแห่งประวัติศาสตร์” สำหรับประเทศเอกวาดอร์

คาดกันว่า แก๊งลอส โลบอส มีสมาชิกถึง 8,000 คน และเป็นหนึ่งในองค์กรอาชญากรรมที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเอกวาดอร์ โดยพวกเขาถูกทั้งเอกวาดอร์และสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีเป็นองค์กรก่อการร้าย และสหรัฐฯ มีคำสั่งคว่ำบาตรแก๊งลอส โลบอส เมื่อเดือนมิถุนายน 2567

ทั้งนี้ ความรุนแรงและการฆาตกรรมในเอกวาดอร์ พุ่งสูงขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากประเทศแห่งนี้ได้กลายเป็น ศูนย์กลางการค้าโคเคน และแก๊งคู่แข่งต่างแย่งชิงการควบคุม แม้ว่าเอกวาดอร์จะไม่ได้ผลิตยาเสพติด แต่ตั้งอยู่ติดกับประเทศผู้ผลิตยาเสพติดรายใหญ่อย่างเปรูและโคลอมเบีย

การจับกุมนายชาบาร์เรียเกิดขึ้นในขณะที่ เอกวาดอร์กำลังมีการลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อ อนุญาตให้มีฐานทัพทหารต่างชาติในประเทศได้อีกครั้ง โดยประธานาธิบดี โนบัว เคยบอกกับ BBC ว่า เขาต้องการให้กองทัพสหรัฐฯ และยุโรป เข้าร่วม สงครามต้านผู้ก่อการร้ายยาเสพติด ของเขา

สหรัฐฯ เคยมีฐานทัพอยู่บนชายฝั่งแปซิฟิกของเอกวาดอร์จนถึงปี 2542 จนกระทั่งนาย ราฟาเอล กอร์เรอา ประธานาธิบดีฝ่ายซ้ายในสมัยนั้น ไม่ต่ออายุข้อตกลงและแก้รัฐธรรมนูญเพื่อห้ามกองกำลังต่างชาติตั้งฐานทัพในประเทศ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

กองทัพรัสเซียยึดหมู่บ้านยูเครนได้อีก 2 แห่ง เคียฟโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน

กองทัพรัสเซียยึดหมู่บ้านยูเครนได้อีก 2 แห่ง เคียฟโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน

17 พ.ย. 2568 01:22 น.

กองทัพรัสเซียยึดหมู่บ้านยูเครนได้อีก 2 แห่ง เคียฟโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน

กองทัพรัสเซียเผย ยึดหมู่บ้านยูเครนได้อีก 2 แห่งในแคว้นทางตอนใต้ ทำให้พวกเขาขยับเข้าใกล้เมืองสำคัญยิ่งขึ้น ขณะที่ฝ่ายยูเครนก็โจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซียอยู่ต่อเนื่อง

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 พ.ย. 2568 กองทัพรัสเซียออกมากล่าวว่า พวกเขายึดหมู่บ้านของยูเครนได้เพิ่มอีก 2 แห่ง นับเป็นการรุกคืบครั้งล่าสุดของกองทัพรัสเซียในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ในขณะที่กองทัพยูเครนกำลังพยายามตรึงกำลังเพื่อรักษาเมืองโปครอฟสก์ เมืองยุทธศาสตร์ทางตะวันออกเอาไว้

ทหารยูเครนที่เหนื่อยล้าและมีกำลังพลน้อยกว่า กำลังดิ้นรนต่อสู้เพื่อต้านทานกองทัพรัสเซียซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า โดยการรุกเต็มรูปแบบของมอสโกกำลังจะเข้าสู่ฤดูหนาวปีที่สี่แล้ว

กระทรวงกลาโหมของรัสเซียระบุว่า หมู่บ้าน มาลา ตอกมัชกา (Mala Tokmachka) กับหมู่บ้าน รฟโนปิลเลีย (Rivnopillia) ในแคว้นซาโปริชเชียทางตอนใต้ของยูเครน ถูกกองทัพของพวกเขายึดได้แล้ว

นักวิเคราะห์มองว่า การเสียหมู่บ้าน มาลา ตอกมัชกา ทำให้เมืองสำคัญอีกแห่งของยูเครนอย่างเมืองโอริคิฟ (Orikhiv) ตกอยู่ในความเสี่ยง ขณะที่การเสียหมู่บ้าน ริฟโนปิลเลีย ทำให้ตอนนี้กองทัพรัสเซียควบคุมพื้นที่ทางเหนือ ตะวันออก และใต้ของเมืองกูเลย์โปเล (Gulyaipole) เอาไว้แล้ว

กระทรวงกลาโหมรัสเซียยังเผยแพร่ภาพทางอากาศของหมู่บ้านริฟโนปิลเลีย ซึ่งแสดงให้เห็นทหารรัสเซียกำลังโบกธงชาติรัสเซียอยู่เหนือบ้านเรือนหลายหลังที่ได้รับความเสียหาย

อีกด้านหนึ่ง ทางการยูเครนระบุในวันอาทิตย์ว่า พวกเขาโจมตีโรงกลั่นน้ำมันในเมืองโนโวคุยบีเชฟสก์ ในแคว้นซามารา ของรัสเซีย หลังจากที่เมื่อไม่กี่วันก่อนเพิ่งโจมตีโรงกลั่นอีกแห่งใกล้กรุงมอสโก

ส่วนที่สมรภูมิทางตะวันออก การต่อสู้มุ่งเน้นไปที่การควบคุมศูนย์กลางการขนส่งสำคัญอย่างเมือง โปครอฟสก์ ซึ่งมีทหารรัสเซียหลายร้อยนายแทรกซึมเข้าไปในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้การป้องกันของยูเครนอ่อนแอลง

ทั้งนี้ สงครามในยูเครนดำเนินมาใกล้ครบ 4 ปีแล้วและยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลง โดยการเจรจาสันติภาพระหว่างเคียฟและมอสโกอยู่ในภาวะหยุดชะงัก ส่วนการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กับวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ซึ่งวางแผนไว้ว่าจะจัดขึ้นที่กรุงบูดาเปสต์ ก็ไม่ได้เกิดขึ้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

จีนจับกุม อดีตเจ้าอาวาสวัดเส้าหลิน ข้อหายักยอกทรัพย์-รับสินบน

จีนจับกุม อดีตเจ้าอาวาสวัดเส้าหลิน ข้อหายักยอกทรัพย์-รับสินบน

17 พ.ย. 2568 00:10 น.

จีนจับกุม อดีตเจ้าอาวาสวัดเส้าหลิน ข้อหายักยอกทรัพย์-รับสินบน

ทางการจีนจับกุมตัวอดีตเจ้าอาวาสวัดเส้าหลินแล้ว ในข้อหายักยอกทรัพย์และรับสินบน ไม่กี่เดือนหลังจากเขาถูกปลดออกจากตำแหน่งจากข้อกล่าวหาทางการเงิน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 16 พ.ย. 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจในมณฑลเหอหนาน ตอนกลางของประเทศจีนดำเนินการจับกุมตัวนาย ซื่อ หย่งซิ่น อดีตเจ้าอาวาสวัดเส้าหลิน ในข้อหายักยอกทรัพย์, ใช้งบประมาณอย่างไม่เหมาะสม และรับสินบนในฐานะลูกจ้างที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ

ซื่อ หย่งซิ่น ถูกปลดจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดเส้าหลินเมื่อเดือนกรกฎาคม เนื่องจากมีพฤติกรรมที่เลวร้ายอย่างยิ่ง โดยเขาถูกกล่าวหาว่า ยักยอกเงินทุนโครงการและทรัพย์สินของวัด ทำให้เขาถูกสอบสวน และถูกถอดสมณศักดิ์

ทั้งนี้ นายซื่อ หย่งซิ่น ในวัย 60 ปี รับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดเส้าหลินในปี 2542 และตลอดหลายสิบปีหลังจากนั้น เขาได้ขยายการศึกษาและความรู้ทางวัฒนธรรมของวัดเส้าหลินไปถึงต่างประเทศ

เขายังเป็นที่รู้จักกันในนาม “พระซีอีโอ” (CEO monk) เนื่องจากการก่อตั้งบริษัทหลายสิบแห่งในต่างประเทศ แต่ก็ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากการ ทำให้พระพุทธศาสนากลายเป็นธุรกิจเชิงพาณิชย์

ก่อนหน้านี้ เขาเคยถูกอดีตพระสงฆ์กล่าวหาว่า ยักยอกเงินจากบริษัทที่วัดบริหาร, มีรถยนต์หรูหราหลายคัน และให้กำเนิดบุตรกับผู้หญิงหลายคน และเมื่อเดือนกรกฎาคม หน่วยงานด้านพุทธศาสนาสูงสุดของจีนระบุว่า พวกเขากำลังดำเนินการยกเลิก ใบรับรองการอุปสมบท ของนายซื่อ หลังจากมีข้อกล่าวหาใหม่ๆ ถูกเปิดเผยออกมา

“พฤติกรรมของนายซื่อ หย่งซิ่น มีลักษณะที่เลวร้ายอย่างยิ่ง ทำลายชื่อเสียงของพุทธศาสนิกชน และทำลายภาพลักษณ์ของพระสงฆ์” สมาคมพุทธศาสนาแห่งประเทศจีนระบุในขณะนั้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

Nana นักร้องสาวเกาหลีใต้ จับโจรบุกรุกบ้านสำเร็จ แต่แม่ได้รับบาดเจ็บ

Nana นักร้องสาวเกาหลีใต้ จับโจรบุกรุกบ้านสำเร็จ แต่แม่ได้รับบาดเจ็บ

16 พ.ย. 2568 22:22 น.

Nana นักร้องสาวเกาหลีใต้ จับโจรบุกรุกบ้านสำเร็จ แต่แม่ได้รับบาดเจ็บ

นานะ นักร้องสาวเกาหลีใต้ ช่วยกันกับแม่ต่อสู้กับโจรที่บุกรุกเข้ามาในบ้าน และจับกุมชายคนนี้ได้สำเร็จ โดยทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บและต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล แต่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อช่วงเช้ามืดวันเสาร์ที่ 15 พ.ย. 2568 ชายวัยประมาณ ปี บุกรุกเข้าไปในบ้านของ นานะ (Nana) นักร้องนักแสดงสาวชาวเกาหลีใต้ แต่คนร้ายถูกพบตัวทำให้เกิดการต่อสู้กันขึ้น โดยนักร้องสาวร่วมมือกับแม่ของเธอควบคุมตัวชายผู้บุกรุกได้สำเร็จ ก่อนที่ตำรวจจะถูกเรียกมาและจับกุมตัวเขา

ตามรายงานของสำนักข่าว Yonhap คนร้ายได้รับบาดเจ็บและกำลังรักษาตัวในโรงพยาบาล เช่นเดียวกับนานะและแม่ของเธอ ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสและหมดสติไประหว่างการต่อสู้

Yonhap ระบุว่า นานะในวัย 34 ปี ได้รับบาดเจ็บทางร่างกายขณะพยายามหนีจากสถานการณ์อันตราย โดยตอนนี้ผู้เป็นแม่ฟื้นคืนสติแล้ว แต่ทั้งสองคนยังจำเป็นต้องได้รับการรักษาและพักผ่อนอย่างเต็มที่ในขณะนี้

ด้านเจ้าหน้าที่สืบสวนจากสถานีตำรวจเมืองกูรี ในจังหวัดคย็องกี ระบุว่า คนร้ายบุกเข้าไปในบ้านพักของนานะในเขตชานกรุงโซลเพื่อขโมยทรัพย์สิน และหลังเกิดเหตุชายคนนี้ก็ถูกควบคุมตัวในข้อหา ปล้นทรัพย์โดยก่อเหตุฉกรรจ์ (aggravated robbery)

อนึ่ง นานะ มีชื่อจริงคือ อิม จินอา เป็นนักร้องที่ผันตัวมาเป็นนักแสดง และมีฐานแฟนคลับที่แข็งแกร่ง เธอเริ่มเป็นที่รู้จักครั้งแรกในฐานะสมาชิกของ Orange Caramel ซึ่งเป็นวงย่อยของเกิร์ลกรุ๊ป After School มิวสิกวิดีโอเพลง “Catallena” ของทรีโอวงนี้มียอดเข้าชมบน YouTube มากกว่า 35 ล้านครั้ง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna