ฮุน เซน ฟ้อง IOT โบ้ยไทยละเมิดหยุดยิง ท้าพิสูจน์จุดตก-วิถีกระสุน

ฮุน เซน ฟ้อง IOT โบ้ยไทยละเมิดหยุดยิง ท้าพิสูจน์จุดตก-วิถีกระสุน

27 ก.ย. 2568 21:52 น.

ฮุน เซน ฟ้อง IOT โบ้ยไทยละเมิดหยุดยิง ท้าพิสูจน์จุดตก-วิถีกระสุน

(credit: AFP PHOTO / CAMBODIA NATIONAL ASSEMBLY)

ฮุน เซน กล่าวหาไทยละเมิดข้อตกลงหยุดยิง โดยกัมพูชายื่นคำร้องถึงคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราวให้เข้าตรวจสอบจุดตกและวิถีกระสุนแล้ว และท้าฝ่ายไทยให้ร่วมมือกับการตรวจสอบ

เมื่อวันเสาร์ที่ 27 ก.ย. 2568 สมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชาโพสต์ข้อความผ่านบัญชีเฟซบุ๊ก กล่าวหาประเทศไทยว่าเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงหยุดยิง หลังมีรายงานเสียงปืนบริเวณชายแดน พร้อมระบุว่า ได้ยื่นคำร้องถึงคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (IOT) ให้เข้าตรวจสอบจุดตกและวิถีกระสุน และท้าฝ่ายไทยให้ร่วมมือกับการตรวจสอบ

ข้อความของ ฮุน เซน ระบุว่า “วันนี้ มีการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง โดยมีการใช้อาวุธ, ปืนครกและปืนกล ตัวผมและท่านนายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต ได้จัดการประชุมฉุกเฉินทางออนไลน์ โดยสั่งการให้กองทัพของเรา ใช้ความอดกลั้นและละเว้นจากการตอบโต้”

“หลังจากเสียงปืนสงบลง ทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหาอีกฝ่ายว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิง แต่ละฝ่ายได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (IOT) โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายกัมพูชาได้ยื่นคำร้องขอเร่งด่วนให้ IOT ทำการสอบสวนในสถานที่จริง”

“เพื่อรับรองความสุจริต, ความโปร่งใส, ความเป็นกลาง และ ความน่าเชื่อถือ ผมได้ยื่นข้อเสนอต่อผู้นำของกองทัพมาเลเซีย ซึ่งปัจจุบันเป็นประธานของทีม IOT ที่นำโดยสมาชิกอาเซียน เพื่อดำเนินการสองภารกิจสำคัญได้แก่”

“1. ทำการตรวจสอบวิถีกระสุนปืนทางนิติวิทยาศาสตร์เนื่องจากทั้งสองประเทศใช้กระสุนคนละชนิด”

“2. ที่สำคัญที่สุดคือ ตรวจสอบพื้นที่ที่กระสุนตก เพื่อระบุแหล่งกำเนิดและทิศทางของวิถีกระสุน ว่ามาจากฝั่งกัมพูชาไปยังฝั่งไทย หรือในทางกลับกัน วิถีโค้งของกระสุนไม่สามารถบิดเบือนได้หลังจากที่กระสุนตกกระทบแล้ว”

“กองทัพกัมพูชารักษาหลุมกระสุนเอาไว้อย่างเหมาะสม และสร้างเงื่อนไขที่เอื้ออำนวยให้ผู้สังเกตการณ์ของ IOT สามารถดำเนินการวิเคราะห์ทางนิติวิทยาศาสตร์และการตรวจสอบที่แม่นยำได้ ผมหวังว่าฝ่ายไทยจะแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือในระดับเดียวกัน ดั่งภาษิตที่ว่า ‘ทองแท้ย่อมไม่กลัวไฟ’ การปฏิเสธไม่ยอมให้ผู้สังเกตการณ์ IOT เข้าตรวจสอบ จะหมายถึง การรับสารภาพถึงความผิดของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นกัมพูชาหรือไทยก็ตาม”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : facebook / hunsencambodia

พายุไต้ฝุ่นบัวลอยพัดขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์ สร้างความเสียหายหลายพื้นที่ของประเทศ

พายุไต้ฝุ่นบัวลอยพัดขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์ สร้างความเสียหายหลายพื้นที่ของประเทศ

27 ก.ย. 2568 09:09 น.

พายุไต้ฝุ่นบัวลอยพัดขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์ สร้างความเสียหายหลายพื้นที่ของประเทศ

ฟิลิปปินส์เผชิญมหาพายุอีกระลอก ไต้ฝุ่นบัวลอย พัดขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์ ส่งผลกระทบหนักหลายพื้นที่ของประเทศ สร้างความเสียหายวงกว้างและบีบให้ประชาชนหลายแสนคนต้องอพยพหนีตาย

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาฟิลิปปินส์ (PAGASA) รายงานว่า ไต้ฝุ่นบัวลอยพัดขึ้นฝั่งเมื่อเวลา 11.30 น. วันศุกร์ที่เมืองมันซาเลย์ จังหวัดออเรียนทัลมินโดโร ก่อนเคลื่อนตัวต่อไปทางตะวันตกด้วยความเร็วลมเฉลี่ย 35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ศูนย์กลางพายุยังคงปกคลุมบริเวณจังหวัดอ็อกซิเดนทัลมินโดโร

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนัก ได้แก่ โรมโบลอน อัลเบย์ และภูมิภาคบิโคล โดยเฉพาะจังหวัดมาสบาเต ที่พายุพัดตรงผ่าน ก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรงและทำให้ผู้โดยสารจำนวนมากติดค้างตามท่าเรือ

สำนักงานป้องกันพลเรือนฟิลิปปินส์ (OCD) เปิดเผยว่า มีประชาชนกว่า 430,000 คนทั่วประเทศ ถูกอพยพล่วงหน้าเพื่อความปลอดภัย ขณะที่พายุบัวลอยคร่าชีวิตแล้วอย่างน้อย 10 ศพ

นอกจากนี้ สภาบริหารจัดการภัยพิบัติแห่งชาติ (NDRRMC) ยังรายงานเพิ่มเติมว่า การพัดถล่มต่อเนื่องของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และไต้ฝุ่น 3 ลูกติดกัน รวมถึงไต้ฝุ่นรากาซา และบัวลอย ได้ส่งผลกระทบต่อครอบครัวมากกว่า 303,000 ครัวเรือน หรือกว่า 1.2 ล้านคน

ล่าสุดไต้ฝุ่นบัวลอยยังคงรักษาระดับความรุนแรงในระดับพายุโซนร้อนกำลังแรง และคาดว่าจะเคลื่อนตัวออกจากเขตฟิลิปปินส์ (PAR) ภายในบ่ายวันเสาร์ แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าผลกระทบจากฝนหนัก น้ำท่วม และดินถล่มยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด.

ที่มา : AP

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ พายุบัวลอย

นักวิทย์ออสเตรเลียเจ๋ง คิดค้นชุดเว็ตสูทป้องกันฉลามกัด

นักวิทย์ออสเตรเลียเจ๋ง คิดค้นชุดเว็ตสูทป้องกันฉลามกัด

27 ก.ย. 2568 08:30 น.

นักวิทย์ออสเตรเลียเจ๋ง คิดค้นชุดเว็ตสูทป้องกันฉลามกัด

นักวิทยาศาสตร์ออสเตรเลียประสบความสำเร็จในการคิดค้นเว็ตสูทกันฉลามกัด ทดสอบแล้วพบว่าช่วยลดบาดเจ็บรุนแรงได้จริง

นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฟลินเดอร์ส (Flinders University) เมืองแอดิเลด ประเทศออสเตรเลีย เผยผลการทดลอง เว็ตสูทกันฉลามกัด ที่อาจช่วยชีวิตนักว่ายน้ำ นักดำน้ำ และนักเล่นเซิร์ฟ หลังจากทดสอบจริงกับฉลามขาวและฉลามเสือในทะเล

งานวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Wildlife Research ระบุว่า นักวิทยาศาสตร์นำตัวอย่างผ้า 4 ชนิด ได้แก่ Aqua Armour, Shark Stop, ActionTX-S และ Brewster ไปผูกไว้ท้ายเรือ แล้วปล่อยให้ฉลามไซซ์ใหญ่เข้ามากัด เพื่อวัดความทนทานของวัสดุ

ผลปรากฏว่า วัสดุทุกชนิดสามารถ ลดความเสียหายจากการกัดของฉลาม ได้มากกว่าเว็ตสูทนีโอพรีนมาตรฐาน แม้ว่าฉลามจะยังสามารถสร้างแรงกัดที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บภายในหรือกระดูกแตกได้ แต่ชุดเหล่านี้ช่วยป้องกันการฉีกขาดของผิวหนังและลดการสูญเสียเลือดได้อย่างมีนัยสำคัญ

ศาสตราจารย์ชาร์ลี ฮูวีเนียร์ส หัวหน้ากลุ่มวิจัย เซาท์เทิร์น ชาร์ค อีโคโลจี กรุ๊ป กล่าวว่า “วัสดุเหล่านี้พิสูจน์แล้วว่าสามารถลดการบาดเจ็บจากการเผชิญหน้ากับฉลามได้ และควรถูกพิจารณาเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในการลดความเสี่ยง”

แม้ในอดีตจะมีชุดโซ่เหล็ก ป้องกันฉลามกัด แต่ก็ไม่เหมาะกับกิจกรรมอย่างดำน้ำหรือโต้คลื่นเพราะขาดความยืดหยุ่น นักวิทยาศาสตร์ย้ำว่าเว็ตสูทรุ่นใหม่กำลังพัฒนาไปสู่การ ผสมผสานทั้งความคล่องตัวและความปลอดภัย

ข้อมูลจาก International Shark Attack File ของ Florida Museum ระบุว่า การเสียชีวิตจากฉลามมีน้อยมาก โดยปี 2024 ทั่วโลกมีเหตุฉลามกัดโดยไม่ถูกยั่วยุไม่ถึง 50 ครั้ง แต่การพบเห็นฉลามขนาดใหญ่ที่มากขึ้นทำให้คนจำนวนมากมองหาเกราะป้องกันใหม่ๆ

นิค วิทนีย์ นักวิทยาศาสตร์อาวุโสจากนิวอิงแลนด์ อควาเรียม (New England Aquarium) ในสหรัฐฯ ที่ไม่ได้มีส่วนร่วมกับงานวิจัยนี้ ให้ความเห็นว่า เทคโนโลยีเว็ตสูทกันกัดฉลามใหม่นี้นับว่าเป็นความหวังของผู้ที่ใช้ชีวิตในทะเล เช่น นักโต้คลื่นและนักล่าสเปียร์ฟิช แต่ก็เตือนว่า ผู้สวมชุดไม่ควรรู้สึกว่าตัวเองเป็นอมตะ และเข้าใกล้ฉลามอย่างประมาท

แม้เว็ตสูทกันกัดฉลามรุ่นใหม่จะช่วยลดบาดเจ็บรุนแรงได้จริง แต่นักวิจัยย้ำชัดว่า ไม่มีอะไรสามารถการันตีความปลอดภัย 100% ผู้คนยังจำเป็นต้องปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยและเคารพพื้นที่ของฉลามอยู่เสมอ.

ที่มา : ABCnews

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ฉลาม

อีลอน มัสก์-เจ้าชายแอนดรูว์ ปรากฏชื่อในเอกสารเอปสตีนชุดใหม่

อีลอน มัสก์-เจ้าชายแอนดรูว์ ปรากฏชื่อในเอกสารเอปสตีนชุดใหม่

27 ก.ย. 2568 07:43 น.

อีลอน มัสก์-เจ้าชายแอนดรูว์ ปรากฏชื่อในเอกสารเอปสตีนชุดใหม่

เอกสารที่ปล่อยโดยพรรคเดโมแครตเกี่ยวกับเจฟฟรีย์ เอปสตีน เผยชื่อมหาเศรษฐีอีลอน มัสก์ และเจ้าชายแอนดรูว์ มีรายชื่อเกี่ยวข้องกับกิจกรรมและเที่ยวบินของเอปสตีน

วันที่ 26 กันยายน 2568 สำนักข่าว BBC รายงานว่า เอกสารชุดล่าสุดที่ส่งต่อโดยมรดกของนายเจฟฟรีย์ เอปสตีน ต่อคณะกรรมการกำกับดูแลของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เผยให้เห็นชื่อของมหาเศรษฐีอีลอน มัสก์ และเจ้าชายแอนดรูว์ แห่งราชวงศ์อังกฤษ  โดยในเอกสารบางส่วนระบุว่า มัสก์ได้รับเชิญไปยังเกาะของเอปสตีน ผู้กระทำความผิดทางเพศ เมื่อเดือนธันวาคม 2557 แต่เขาปฏิเสธการเข้าร่วม ขณะที่รายชื่อผู้โดยสารเที่ยวบินจากนิวเจอร์ซีย์ไปฟลอริดาในเดือนพฤษภาคม 2543 ระบุชื่อเจ้าชายแอนดรูว์ร่วมเดินทางด้วย

เอกสารชุดนี้ยังเผยชื่อบุคคลสำคัญอื่น ๆ อาทิ นายปีเตอร์ เธล ผู้ประกอบการอินเทอร์เน็ต และนายสตีฟ แบนนอน อดีตที่ปรึกษาของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รวมถึงมีบันทึกการนัดหมายกับนายบิล เกตส์ และกิจกรรมทางธุรกิจหลายรายการ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าผู้ที่ปรากฏชื่อในเอกสารรับรู้ถึงการกระทำผิดทางอาญาที่ทำให้นายเอปสตีนถูกจับกุมในภายหลัง

ทั้งนี้ นายเอปสตีนเสียชีวิตด้วยการฆ่าตัวตายในเรือนจำแห่งหนึ่งของนิวยอร์กในเดือนสิงหาคม 2562 ขณะรอพิจารณาคดีคดีค้ามนุษย์ทางเพศ ในอดีตเขาเคยทำข้อตกลงการไกล่เกลี่ยในปี 2551 หลังมีข้อกล่าวหาว่าเขาล่วงละเมิดเด็กหญิงอายุ 14 ปีที่บ้านในปาล์มบีช ก่อนจะถูกจับอีกครั้งในปี 2562 ขณะที่ตัวแทนเดโมแครตเรียกร้องให้กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เปิดเผยเอกสารเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความชัดเจนต่อประชาชน ขณะที่รีพับลิกันกล่าวว่าฝ่ายเดโมแครตเอาการเมืองมาวางเหนือผู้เสียหาย และเตรียมปล่อยเอกสารชุดเต็มเร็ว ๆ นี้.

สิงคโปร์เตรียมเข้ม กวาดล้าง “เมาแล้วขับ” ทบทวนกฎหมายเพดานแอลกอฮอล์ในเลือดใหม่

สิงคโปร์เตรียมเข้ม กวาดล้าง “เมาแล้วขับ” ทบทวนกฎหมายเพดานแอลกอฮอล์ในเลือดใหม่

27 ก.ย. 2568 06:18 น.

สิงคโปร์เตรียมเข้ม กวาดล้าง “เมาแล้วขับ” ทบทวนกฎหมายเพดานแอลกอฮอล์ในเลือดใหม่

รัฐบาลสิงคโปร์ทบทวนกฎหมาย เตรียมลดตัวเลขเพดานแอลกอฮอล์ลงจากปัจจุบัน 35 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เพื่อให้โทษและเกณฑ์เข้มขึ้นกว่าเดิมไปอีก

วันที่ 26 กันยายน 2568 นายเค. ชานมูกัม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของสิงคโปร์ และรัฐมนตรีประสานงานด้านความมั่นคงแห่งชาติ เปิดเผยต่อรัฐสภาว่า ทางการอยู่ระหว่างทบทวนเพดานปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดและลมหายใจของผู้ขับขี่ เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการปราบปรามการขับรถขณะมึนเมา

ปัจจุบันกฎหมายสิงคโปร์กำหนดให้มีแอลกอฮอล์ไม่เกิน 35 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ หากเกินกว่านี้ถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย ขณะที่โทษสำหรับผู้กระทำผิดครั้งแรก อาจถูกปรับ 2,000–10,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 54,000–271,000 บาท  จำคุกไม่เกิน 12 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ และถูกตัดสิทธิ์การขับขี่อย่างน้อย 2 ปี ส่วนผู้กระทำผิดซ้ำ จะถูกปรับ 5,000–20,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 135,000–543,000 บาท  จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมถูกเพิกถอนสิทธิ์ขับขี่อย่างน้อย 5 ปี

นายชานมูกัมระบุว่า รายละเอียดของมาตรการใหม่จะประกาศเมื่อมีความพร้อม แต่ย้ำชัดว่ารัฐบาลตั้งใจจะเดินหน้า “เข้มงวดมากขึ้น” เพื่อยับยั้งการเมาแล้วขับให้ได้อย่างจริงจัง.

มาตรการคว่ำบาตรอิหร่านถูกตีกลับมามีผลบังคับใช้ หลัง UNSC ลงมติเด็ดขาดคว่ำมติรัสเซีย-จีน

มาตรการคว่ำบาตรอิหร่านถูกตีกลับมามีผลบังคับใช้ หลัง UNSC ลงมติเด็ดขาดคว่ำมติรัสเซีย-จีน

27 ก.ย. 2568 05:51 น.

มาตรการคว่ำบาตรอิหร่านถูกตีกลับมามีผลบังคับใช้ หลัง UNSC ลงมติเด็ดขาดคว่ำมติรัสเซีย-จีน

คณะมนตรียูเอ็นลงคะแนนเสียง ไม่เห็นชอบร่างมติที่เสนอโดยรัสเซียและจีน ซึ่งต้องการให้เลื่อนการนำมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านกลับมาใช้อีก 6 เดือน ส่งผลให้มาตรการคว่ำบาตรจะกลับมามีผลบังคับใช้อีกครั้ง

วันที่ 26 กันยายน 2568 คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) มีมติลงคะแนนเสียง ไม่เห็นชอบร่างมติที่เสนอโดยรัสเซียและจีน ซึ่งต้องการให้เลื่อนการนำมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านกลับมาใช้อีก 6 เดือน ส่งผลให้มาตรการคว่ำบาตรจะกลับมามีผลบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 20.00 น. วันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่นที่นิวยอร์ก หรือ 07.00 น. ของวันอาทิตย์ ตามเวลาไทย

โดยผลการลงคะแนนออกมา 4 ต่อ 9 เสียง โดยมี 2 ประเทศงดออกเสียง ทำให้ความพยายามของรัสเซียและจีนล้มเหลว แม้จะพยายามโน้มน้าวชาติสมาชิก แต่ไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนทิศทางเสียงข้างมาก ซึ่งการคว่ำบาตรที่ถูกตีกลับมาบังคับใช้อีกครั้งจะรวมถึงมาตรการทั้งหมดที่เคยมีอยู่ก่อนปี 2558 ซึ่งซ้อนทับกับมาตรการเข้มงวดที่ตะวันตกใช้อยู่แล้ว อันจะสร้างแรงกดดันทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ต่ออิหร่าน

รายงานข่าวระบุว่า กลุ่ม E3 ซึ่งได้แก่ ฝรั่งเศส เยอรมนี และสหราชอาณาจักร กล่าวหาอิหร่านว่าละเมิดข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2558 หรือ Joint Comprehensive Plan of Action (JCPOA) ที่มีเป้าหมายจำกัดโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเพื่อแลกกับการยกเลิกคว่ำบาตร โดยสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถอนตัวจากข้อตกลงนี้เมื่อปี 2561

โดยนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ประณามการคว่ำบาตรที่จะกลับมามีผลว่า “เป็นโมฆะทางกฎหมาย” พร้อมกล่าวหาชาติยุโรปว่าผลักดันสถานการณ์ให้เข้าสู่การเผชิญหน้าที่อันตราย พร้อมยืนยันว่าโครงการนิวเคลียร์มีจุดประสงค์เพื่อสันติ 

ทางด้านนายดมิทรี โปลยานสกี รองทูตรัสเซียประจำยูเอ็น ระบุว่า อิหร่านได้ยอมผ่อนปรนแล้ว แต่ชาติตะวันตกปฏิเสธการประนีประนอม ขณะที่นายเฌโรม บอนาฟง เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำยูเอ็น สวนกลับว่า อิหร่านไม่เคยดำเนินการจริงจังเพื่อหลีกเลี่ยงการคว่ำบาตร แต่ย้ำว่ายังควรเปิดช่องทางการเจรจาต่อไป

ทั้งนี้ ความตึงเครียดในภูมิภาคยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศใส่อิหร่าน 12 วันติดต่อกันในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยได้รับการสนับสนุนจากกองกำลังสหรัฐฯ เป้าหมายคือโรงงานนิวเคลียร์หลายแห่ง ทำให้วิกฤตความมั่นคงในตะวันออกกลางเข้าสู่ขั้นร้อนแรงอย่างไม่เคยมีมาก่อน.

ผู้นำอิสราเอลขึ้นเวที UN ถูกเมิน! คณะผู้แทนหลายชาติเดินออกจากห้องประชุม ประท้วงสงครามกาซา

ผู้นำอิสราเอลขึ้นเวที UN ถูกเมิน! คณะผู้แทนหลายชาติเดินออกจากห้องประชุม ประท้วงสงครามกาซา

26 ก.ย. 2568 22:33 น.

ผู้นำอิสราเอลขึ้นเวที UN ถูกเมิน! คณะผู้แทนหลายชาติเดินออกจากห้องประชุม ประท้วงสงครามกาซา

เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลเผชิญแรงกดดันหนักเวทีสหประชาชาติ หลังผู้แทนหลายประเทศพากันเดินออกจากห้องประชุมก่อนเจ้าตัวขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ ย้ำเดินหน้ากำจัดฮามาสให้สิ้นซาก ท่ามกลางข้อกล่าวหาก่ออาชญากรรมสงคราม

วันที่ 26 กันยายน 2568 นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ในนครนิวยอร์ก ของสหรัฐฯ ท่ามกลางกระแสต่อต้านสงครามกาซาที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีผู้แทนจากหลายประเทศพร้อมใจกันเดินออกจากห้องประชุมก่อนที่ผู้นำอิสราเอลจะเริ่มกล่าวถ้อยคำ

โดยนายเนทันยาฮูประกาศต่อที่ประชุมว่า อิสราเอลจะทำงานให้เสร็จสิ้น ด้วยการกำจัดขบวนการฮามาสในฉนวนกาซา แม้ถูกกล่าวหาว่ากระทำอาชญากรรมสงคราม

ทางด้าน นายมาห์มูด อับบาส ประธานาธิบดีปาเลสไตน์ ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ เนื่องจากสหรัฐฯ ปฏิเสธออกวีซ่า จึงส่งคำปราศรัยทางวิดีโอแทน โดยเขาได้เรียกร้องให้ประชาคมโลกเร่งช่วยเหลือชาวปาเลสไตน์ในการก่อตั้งรัฐเอกราชที่รอคอยมานาน

ในขณะเดียวกัน สุนทรพจน์ของนายเนทันยาฮู ยังถูกถ่ายทอดเสียงผ่านลำโพงไปยังชายแดนกาซา ซึ่งสำนักงานนายกรัฐมนตรีอิสราเอลระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของการทูตสาธารณะ เพื่อสร้างแรงกดดันต่อกลุ่มฮามาส

ทั้งนี้ เนทันยาฮูมีกำหนดเข้าพบประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในวันจันทร์หน้า โดยผู้นำสหรัฐฯ ย้ำชัดจะไม่ยอมให้อิสราเอลผนวกเขตเวสต์แบงก์ หลังจากเพิ่งเปิดแผนสันติภาพร่วมกับบรรดาผู้นำอาหรับไปเมื่อไม่นานนี้.

ลาวเตรียมพร้อม รับมือพายุโซนร้อน “บัวลอย” จับตาน้ำท่วมดินถล่มฉับพลัน

ลาวเตรียมพร้อม รับมือพายุโซนร้อน "บัวลอย" จับตาน้ำท่วมดินถล่มฉับพลัน

26 ก.ย. 2568 22:10 น.

ลาวเตรียมพร้อม รับมือพายุโซนร้อน “บัวลอย” จับตาน้ำท่วมดินถล่มฉับพลัน

อุตุฯ ลาว ประกาศเตือนภัยพายุโซนร้อน “บัวลอย” คาดว่าจะทำให้เกิดฝนตกหนักเป็นวงกว้าง พร้อมเพิ่มความเสี่ยงน้ำท่วมและดินถล่มฉับพลัน

วันที่ 26 กันยายน 2568  สำนักงานอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยา สังกัดกระทรวงเกษตรและสิ่งแวดล้อมของลาว ประกาศเตือนภัยพายุโซนร้อน “บัวลอย” (Bualoi) ซึ่งคาดว่าจะทำให้เกิดฝนตกหนักเป็นวงกว้าง พร้อมเพิ่มความเสี่ยงน้ำท่วมและดินถล่มฉับพลันทั่วลาว ระหว่างวันที่ 28-30 ก.ย. นี้

รายงานระบุว่า พายุโซนร้อนบัวลอย  จะเคลื่อนตัวผ่านหลายภูมิภาคของลาว ทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองระดับเบาจนถึงปานกลางทั่วประเทศ โดยบางภูมิภาคอาจเผชิญกับฝนตกหนักและลมแรง จึงกระตุ้นเตือนประชาชนและทางการท้องถิ่นเฝ้าระวังและเตรียมรับมือกับฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน.

ที่มา Xinhua

จีนเปิดแคมเปญกวาดล้าง “ความสิ้นหวัง” ในโลกออนไลน์ หวังสร้างโลกอินเทอร์เน็ตที่สดใส

จีนเปิดแคมเปญกวาดล้าง "ความสิ้นหวัง" ในโลกออนไลน์ หวังสร้างโลกอินเทอร์เน็ตที่สดใส

26 ก.ย. 2568 14:46 น.

จีนเปิดแคมเปญกวาดล้าง “ความสิ้นหวัง” ในโลกออนไลน์ หวังสร้างโลกอินเทอร์เน็ตที่สดใส

สัปดาห์นี้ สำนักงานบริหารไซเบอร์แห่งประเทศจีน (CAC) ได้เปิดตัวแคมเปญระยะเวลา 2 เดือน เพื่อจำกัดโพสต์บนโซเชียลมีเดียที่ “แสดงออกถึงความรู้สึกด้านลบและความสิ้นหวังเกินจริง” ทางการระบุว่า เป้าหมายคือการ “แก้ไขอารมณ์ด้านลบ” และ “สร้างสภาพแวดล้อมออนไลน์ที่มีอารยธรรมและมีเหตุผลมากขึ้น”

เนื้อหาที่ถูกเพ่งเล็ง ได้แก่ เรื่องเล่าที่สื่อถึงความคิดเห็นเชิงลบ เช่น “เรียนไปก็ไร้ประโยชน์” และ “ทำงานหนักไปก็ไร้ประโยชน์” รวมถึงเรื่องราวที่ส่งเสริม “ความเบื่อหน่ายโลก”

ปัจจุบัน จีนกำลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวหลังวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ อัตราการว่างงานของเยาวชนที่สูง และการแข่งขันที่รุนแรงในการเข้าศึกษาต่อและการหางาน ซึ่งทั้งหมดนี้ได้ก่อให้เกิดความรู้สึกไม่พอใจและผิดหวังในหมู่คนรุ่นใหม่

ดร. ไซมอน ซีฮัง ลั่ว ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง ประเทศสิงคโปร์ ให้ความเห็นกับบีบีซีว่า คนหนุ่มสาวในจีน “มีคำถามสำคัญเกี่ยวกับอนาคตของชีวิตพวกเขา” และ “ต้องเผชิญกับความจริงที่ว่าความเป็นอยู่ของพวกเขามีแนวโน้มที่จะแย่กว่าคนรุ่นพ่อแม่”

ความกังวลของรัฐบาลจีนต่อความไม่พอใจที่กำลังปะทุนี้ สะท้อนให้เห็นในการลงโทษผู้มีอิทธิพลทางความคิด หรืออินฟลูเอนเซอร์ และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียหลายราย

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หู เฉินเฟิง ผู้สร้างเนื้อหาหรือคอนเทนต์ชื่อดัง ถูกลบโพสต์ทั้งหมดออกจากบัญชีโซเชียลมีเดียของเขา แม้จะไม่มีคำอธิบายอย่างเป็นทางการ แต่นี่เชื่อกันอย่างกว้างขวางว่าเป็นการตอบโต้ต่อคอมเมนต์ที่กลายเป็นไวรัลของเขา ที่จัดประเภทผู้คนและสิ่งของเป็น “แอปเปิล” หรือ “แอนดรอยด์” โดยใช้คำหลังเพื่ออธิบายถึงสิ่งที่ด้อยกว่าคำแรก

การล้อเลียนเรื่องความไม่เท่าเทียมกันอย่างชัดเจนเช่นนี้ ดูเหมือนจะกลายเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อน เนื่องจากเป็นการตอกย้ำความเหลื่อมล้ำที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนไม่ต้องการให้ประชาชนใส่ใจ

สิ่งที่ผิดปกติเกี่ยวกับแคมเปญต่อต้านการมองโลกในแง่ร้ายนี้ คือการมุ่งเป้าไปที่พฤติกรรมออนไลน์หลากหลายรูปแบบที่อาจสร้างหรือเพิ่มความรู้สึกด้านลบ ซึ่งก่อนหน้านี้ การเซ็นเซอร์มักจำกัดอยู่แค่การวิพากษ์วิจารณ์พรรคหรือผู้นำเท่านั้น

ตัวอย่างเช่น จาง ซู่เฟิง ติวเตอร์ออนไลน์ชื่อดัง ซึ่งมีผู้ติดตามหลายล้านคน ถูกบล็อกไม่ให้มีผู้ติดตามใหม่ แม้ว่าเขาจะเคยสร้างความขัดแย้งด้วยการประกาศจะบริจาคเงินจำนวน 100 ล้านหยวนหากจีนบุกไต้หวัน การลงโทษเขาเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ ซึ่งหลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยว่าอาจเป็นเพราะสาระสำคัญที่แฝงอยู่ในคำแนะนำของเขาที่ว่า “ในโลกที่ไม่ยุติธรรม คุณต้องเลือกทางเลือกที่เป็นประโยชน์เท่านั้น” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่เหมาะสำหรับการแพร่กระจายความสิ้นหวัง

นอกจากบุคคลแล้ว ทางการจีนยังกำหนดให้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต้องมีส่วนร่วมในการทำความสะอาดอินเทอร์เน็ตครั้งใหญ่ โดยสำนักงาน CAC กล่าวว่าจะดำเนินการ “ลงโทษอย่างเข้มงวด” กับแอปฯ อย่าง เสี่ยวหงซู (Xiaohongshu), ไคว่โส่ว (Kuaishou) และ เว่ยป๋อ (Weibo) หากล้มเหลวในการควบคุมเนื้อหา “เชิงลบ” เช่น การ “โหมกระแสอัพเดตส่วนตัวของดารา” และ “ข้อมูลที่ไม่สลักสำคัญ” อื่น ๆ

อย่างไรก็ตาม ดร. ลั่ว ให้ความเห็นว่า การกีดกันไม่ให้ประชาชนได้ “ระบายความรู้สึกหดหู่” อาจทำให้ “สถานะทางจิตใจโดยรวมของพวกเขาแย่ลง”

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ปัจจัยกดดันทางสังคม เช่น การที่เยาวชนจีนจำนวนมากต้องกลับไปอยู่บ้านพ่อแม่ ไม่สามารถหางานได้ หรือต้องการพักจากงานที่เหน็ดเหนื่อย ยังคงอยู่ และการวิจัยล่าสุดแสดงให้เห็นว่า ความสิ้นหวังเกี่ยวกับอนาคตในจีนเพิ่มขึ้นจริง ซึ่งพรรคคอมมิวนิสต์ตระหนักดี จึงพยายามปราบปรามหลักฐานเหล่านี้

ดร. ลั่ว สรุปว่า “ประวัติศาสตร์จีนร่วมสมัยได้แสดงให้เห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า การรณรงค์ทางอุดมการณ์จากเบื้องบนแทบจะไม่สามารถกำจัดรากเหง้าของปัญหาทางสังคมได้” และ “แม้จะมีรัฐบาลที่ทรงอำนาจอย่างจีน แต่ก็ยากที่จะยับยั้งความรู้สึกมองโลกในแง่ร้าย เมื่อเศรษฐกิจดูมืดมน ตลาดงานมีการแข่งขันที่โหดร้าย และอัตราการเกิดแตะระดับต่ำสุด”.

ที่มา BBC

อดีตประธานาธิบดี “ยุน ซอกยอล” ขึ้นศาลคดีประกาศกฎอัยการศึกครั้งใหม่

อดีตประธานาธิบดี "ยุน ซอกยอล" ขึ้นศาลคดีประกาศกฎอัยการศึกครั้งใหม่

26 ก.ย. 2568 12:53 น.

อดีตประธานาธิบดี “ยุน ซอกยอล” ขึ้นศาลคดีประกาศกฎอัยการศึกครั้งใหม่

นายยุน ซอก ยอล อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ได้เข้าร่วมการไต่สวนนัดแรกของคดีความชุดที่สองที่เกี่ยวข้องกับการประกาศกฎอัยการศึกในนี้ (26 ก.ย.) นับเป็นการปรากฏตัวต่อสาธารณะครั้งแรกของเขา นับตั้งแต่ถูกจับกุมและคุมขังเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

อดีตประธานาธิบดียุนถูกนำตัวจากศูนย์กักกันกรุงโซล มายังศาลแขวงกลางกรุงโซล เพื่อเข้าร่วมการไต่สวนที่เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 10:15 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) โดยการไต่สวนนี้จะมีการถ่ายทอดออนไลน์หลังจากที่มีการปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว

นายยุน ซอก ยอล ซึ่งอยู่ในชุดสูทสีกรมท่าเข้ม และดูผอมลงอย่างเห็นได้ชัด ได้เดินเข้าสู่ห้องพิจารณาคดีพร้อมกับหมายเลขนักโทษ “3617” ติดอยู่บนหน้าอก เมื่อยืนอยู่ในที่นั่งจำเลย เขาได้ตอบคำถามตรวจสอบตัวตนของผู้พิพากษาด้วยการแจ้งวันเกิดและที่อยู่ ก่อนจะปฏิเสธการพิจารณาคดีโดยคณะลูกขุน

ปัจจุบัน นายยุนอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีในข้อหานำการกบฏจากการพยายามประกาศใช้กฎอัยการศึกที่ล้มเหลวเมื่อเดือนธันวาคม และในการไต่สวนครั้งใหม่นี้ เขาจะถูกดำเนินคดีเพิ่มเติมในข้อหา ละเมิดสิทธิ์ของคณะรัฐมนตรี แก้ไขประกาศกฎอัยการศึก และขัดขวางการจับกุมของทีมสอบสวนพิเศษเมื่อเดือนมกราคม

นอกจากนี้ เขายังเผชิญกับข้อหาสั่งการให้ลบข้อมูลการโทร และเผยแพร่แถลงการณ์เท็จอีกด้วย

การปรากฏตัวต่อสาธารณะครั้งล่าสุดของอดีตประธานาธิบดีที่ถูกถอดถอนรายนี้คือเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันที่เขาเข้าร่วมการไต่สวนคำร้องขอหมายจับ หลังศาลอนุมัติหมายจับ นายยุนก็ถูกคุมขังเป็นครั้งที่สอง และนับตั้งแต่นั้นมา เขาได้ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมการไต่สวนคดีการก่อกบฏครั้งก่อน หรือให้ความร่วมมือกับการเรียกตัวจากทีมอัยการพิเศษ

ทนายความของนายยุนระบุว่า การเข้าร่วมการไต่สวนในวันศุกร์นี้เป็นเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดสำหรับการเปิดการพิจารณาคดีชุดใหม่

หลังจากการไต่สวนคดีนี้ จะมีการไต่สวนคำร้องขอประกันตัวของอดีตประธานาธิบดี ซึ่งนายยุนจะเข้าร่วมด้วยเช่นกัน แต่จะไม่ถูกถ่ายทอดออกอากาศสด โดยศาลจะอธิบายเหตุผลในการไม่อนุญาตให้มีการถ่ายทอดในระหว่างการประชุมตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง.

ที่มา Yonhap