ญี่ปุ่นเจรจาตุรกี เตรียมสั่งซื้อโดรนเสริมเขี้ยวเล็บกองทัพ

ญี่ปุ่นเจรจาตุรกี เตรียมสั่งซื้อโดรนเสริมเขี้ยวเล็บกองทัพ

21 ส.ค. 2568 08:59 น.

ญี่ปุ่นเจรจาตุรกี เตรียมสั่งซื้อโดรนเสริมเขี้ยวเล็บกองทัพ

รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่นเผย พบหารือทวิภาคีกับตุรกีเพื่อเตรียมจัดซื้อโดรนเสริมเขี้ยวเล็บให้แก่กองทัพ หลังเดินทางเยือนกรุงอังการา พบหารือผู้นำกลาโหมและอุตสาหกรรมกลาโหมของตุรกี

วันที่  20 สิงหาคม 2568 สำนักข่าว NHK ของญี่ปุ่น รายงานว่า นายนากาทานิ เก็น รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่น เดินทางเยือนตุรกีเป็นเวลา 2 วัน โดยได้พบกับนายยาซาร์ กูเลอร์ รัฐมนตรีกลาโหม และประธานสำนักงานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของตุรกี พร้อมทั้งเยี่ยมชมโรงงาน Turkish Aerospace Industries บริษัทผู้ผลิตอากาศยานไร้คนขับชั้นนำของตุรกี

ภายหลังการหารือ นายเก็นระบุว่า ญี่ปุ่นและตุรกีได้ตกลงจัดตั้งคณะทำงานระดับเจ้าหน้าที่ เพื่อหารือถึงความเป็นไปได้ในการซื้อและความร่วมมือด้านเทคโนโลยีโดรน ซึ่งถือเป็นการเสริมขีดความสามารถด้านอากาศยานไร้คนขับ ท่ามกลางสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกที่ทวีความตึงเครียดมากขึ้น ขณะที่โดรนของตุรกีได้รับความสนใจจากนานาชาติจากการพิสูจน์สมรรถนะในหลายสมรภูมิ.

พายุเฮอริเคน “เอริน” ทวีกำลัง จ่อกลายเป็นเฮอริเคนรุนแรงอีกครั้ง

พายุเฮอริเคน “เอริน” ทวีกำลัง จ่อกลายเป็นเฮอริเคนรุนแรงอีกครั้ง

21 ส.ค. 2568 08:57 น.

พายุเฮอริเคน “เอริน” ทวีกำลัง จ่อกลายเป็นเฮอริเคนรุนแรงอีกครั้ง

ศูนย์พยากรณ์อากาศสหรัฐฯ คาด พายุเฮอริเคนเอริน กำลังกลับมาทวีกำลังแรงขึ้นอีกครั้ง และอาจพัฒนาเป็นเฮอริเคนระดับรุนแรงในไม่กี่วันข้างหน้า

พายุเฮอริเคนเอรินกำลังเคลื่อนตัวช้า ๆ เข้าสู่ชายฝั่งแถบมิด-แอตแลนติก  พร้อมก่อคลื่นขนาดใหญ่และอันตราย ส่งผลให้ชายหาดตั้งแต่แคโรไลนาไปจนถึงนิวยอร์กซิตี้ต้องปิดให้บริการ

คาดว่าพายุจะทวีกำลังถึงจุดสูงสุดภายใน 48 ชั่วโมง แต่มีแนวโน้มว่าจะไม่ขึ้นฝั่งโดยตรงในชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ และจะเบี่ยงตัวออกสู่ทะเล

อย่างไรก็ตาม ทางการเตือนว่า คลื่นยักษ์จากเอรินอาจตัดขาดเส้นทางบน Outer Banks ของรัฐนอร์ทแคโรไลนา และทำให้เกิดกระแสน้ำวนดูดอันตรายที่เป็นภัยถึงชีวิต ตั้งแต่รัฐฟลอริดาไปจนถึงนิวอิงแลนด์

ขณะเดียวกัน ศูนย์เฮอริเคนแห่งชาติยังติดตามความเคลื่อนไหวของคลื่นความกดอากาศเขตร้อนอีก 2 ลูกที่อยู่ทางตะวันออกของพายุเอรินด้วย.

ที่มา :AP

คลิกอ่านข่าว เฮอริเคน

สถานทูตอิสราเอลสนับสนุนเงินทุนช่วยปรับปรุงบ้านครูบุญชูเพื่อเด็กพิเศษ จังหวัดชลบุรี

สถานทูตอิสราเอลสนับสนุนเงินทุนช่วยปรับปรุงบ้านครูบุญชูเพื่อเด็กพิเศษ จังหวัดชลบุรี

21 ส.ค. 2568 08:47 น.

สถานทูตอิสราเอลสนับสนุนเงินทุนช่วยปรับปรุงบ้านครูบุญชูเพื่อเด็กพิเศษ จังหวัดชลบุรี

ทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย นางออร์นา ซากิฟ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสถานทูตฯ เดินทางไปเยี่ยมบ้านครูบุญชูฯ เพื่อชมความสำเร็จของโครงการปรับปรุงซ่อมแซมบ้านครูบุญชูเพื่อเด็กพิเศษ จังหวัดชลบุรี 

เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย นางออร์นา ซากิฟ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอล ได้เดินทางไปเยี่ยมบ้านครูบุญชูฯ เพื่อชมความสำเร็จของโครงการปรับปรุงซ่อมแซมบ้านครูบุญชูเพื่อเด็กพิเศษ จังหวัดชลบุรี ซึ่งทางสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยได้จัดสรรงบประมาณจำนวนหนึ่งมอบให้มูลนิธิบ้านครูบุญชูเพื่อเด็กพิเศษ ที่ตำบลพลูตาหลวง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เพื่อร่วมในโครงการปรับปรุงครั้งใหญ่นี้  โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากคุณครูบุญชู ม่วงไหมทอง ประธานมูลนิธิฯ บุคลากรของมูลนิธิฯ  ข้าราชการระดับสูงจากหน่วยงานท้องถิ่น รวมทั้งสมาชิกชุมชน  และในโอกาสนี้สำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ได้ร่วมสนับสนุนโครงการด้วยการมอบหนังสือจำนวนมาก 

สถานทูตอิสราเอลสนับสนุนเงินทุนช่วยปรับปรุงบ้านครูบุญชูเพื่อเด็กพิเศษ จังหวัดชลบุรี

โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจอย่างแน่วแน่ของสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอล ที่จะกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอิสราเอลและประเทศไทยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ทั้งในระดับรัฐบาลและระดับประชาชน

บ้านครูบุญชูเพื่อเด็กพิเศษเริ่มต้นในปีพ.ศ.2559 เมื่อนางบุญชู ม่วงไหมทอง หรือ “คุณครูบุญชู” ได้มอบบ้านของตนเองเพื่อจัดตั้งเป็นสถานที่ดูแลเด็กพิเศษภายใต้การบริหารของมูลนิธิบ้านครูบุญชูเพื่อเด็กพิเศษ ตั้งแต่นั้นมาบ้านครูบุญชูฯ ได้ดูแล อุปการะ และจัดการศึกษาแก่เด็กพิเศษอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีเด็กพิเศษที่อยู่ในการดูแลของครูบุญชูจำนวน 250 คน โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์กรการกุศลต่างๆ และการบริจาคของชุมชน

สถานทูตอิสราเอลสนับสนุนเงินทุนช่วยปรับปรุงบ้านครูบุญชูเพื่อเด็กพิเศษ จังหวัดชลบุรี

สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลยังคงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการพัฒนาชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการศึกษาของเยาวชน ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต ทั้งนี้ โครงการในวันนี้เป็นโครงการที่ 2 ซึ่งประสบผลสำเร็จในปีนี้ ต่อจากโครงการแรกที่ดำเนินการกับโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม

ในระหว่างการเยี่ยมชมบ้านครูบุญชูฯ นางออร์นา ซากิฟ เอกอัครราชทูตอิสราเอล ได้กล่าวว่า “เด็กแต่ละคนเปรียบเสมือนดอกไม้ที่มีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง และเมื่อมาอยู่รวมกันก็จะกลายเป็นสวนดอกไม้ที่งดงาม เด็กพิเศษจะเบ่งบานในเวลาของเขา ด้วยวิถีของแต่ละคน สมควรได้รับความเข้าใจ ความรัก และโลกที่มองเห็นคุณค่าของพวกเขา ประเทศอิสราเอลมีความชำนาญอย่างถ่องแท้ด้านการศึกษาสำหรับเด็กพิเศษ และดิฉันรู้สึกภูมิใจที่สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยได้มีส่วนร่วมในโครงการดีๆ เช่นนี้”.

สถานทูตอิสราเอลสนับสนุนเงินทุนช่วยปรับปรุงบ้านครูบุญชูเพื่อเด็กพิเศษ จังหวัดชลบุรี

สหรัฐฯ ตอบโต้ศาลอาญาระหว่างประเทศ คว่ำบาตรผู้พิพากษา-อัยการเพิ่ม

สหรัฐฯ ตอบโต้ศาลอาญาระหว่างประเทศ คว่ำบาตรผู้พิพากษา-อัยการเพิ่ม

21 ส.ค. 2568 06:25 น.

สหรัฐฯ ตอบโต้ศาลอาญาระหว่างประเทศ คว่ำบาตรผู้พิพากษา-อัยการเพิ่ม

รัฐบาลสหรัฐฯ คว่ำบาตรผู้พิพากษากับอัยการของศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) เพิ่มอีก 4 คน เพื่อตอบโต้ที่ ICC ออกหมายจับนายกฯ อิสราเอล และเคยสืบสวนเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ

เมื่อวันพุธที่ 20 ส.ค. 2568 รัฐบาลสหรัฐฯ ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ บังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อผู้พิพากษา 2 คน กับอัยการอีก 2 คนของศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) เพื่อตอบโต้ที่ศาลแห่งนี้ออกหมายจับผู้นำอิสราเอล และเคยสืบสวนเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ในอดีต

นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ ระบุในแถลงการณ์ว่า ศาลแห่งนี้เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งถูกใช้เป็นเครื่องมือในการทำสงครามทางกฎหมายที่มุ่งเป้าโจมตีสหรัฐฯ กับอิสราเอล

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของสหรัฐฯ เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากฝรั่งเศสกับองค์การสหประชาชาติ โดยปารีสเรียกร้องให้วอชิงตันถอนการคว่ำบาตร ขณะที่ ICC ระบุว่า รู้สึกเสียใจกับการตัดสินใจของสหรัฐฯ และว่านี่เป็น “การโจมตีอย่างโจ่งแจ้ง” ต่อความเป็นอิสระของสถาบันตุลาการผู้ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ 4 คนล่าสุดของ ICC ที่ถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรคือ ผู้พิพากษา นิโคลาส์ ยานน์ กียู ชาวฝรั่งเศส, อัยการนาแชต ชามีม ข่าน ชาวฟิจิ, อัยการ มาเม มันดิอาเย เนียง ชาวเซเนกัล และ ผู้พิพากษา คิมเบอร์ลี โพรสต์ โดยทั้ง 4 คนล้วนเกี่ยวข้องกับการทำคดีที่เชื่อมโยงกับสหรัฐฯ และอิสราเอล

ผู้พิพากษาของ ICC ออกหมายจับนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล, นายโยอาฟ กัลแลนต์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิสราเอล และนายอิบราฮิม อัล-มาสรี ผู้นำกลุ่มฮามาสเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีก่อน ในข้อหาก่ออาชญากรรมสงคราม และก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติระหว่างการทำสงครามในฉนวนกาซา

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมีนาคม 2563 อัยการของ ICC เปิดการสืบสวนคดีในอัฟกานิสถาน โดยรวมถึงการตรวจสอบความเป็นไปได้ที่จะมีการก่ออาชญากรรมโดยฝีมือของทหารอเมริกัน แต่หลังจากปี 2564 ICC ก็ลดบทบาทของสหรัฐฯ ลง และหันไปมุ่งเน้นการสืบสวนคดีอาชญากรรมที่กระทำโดยรัฐบาลอัฟกันกับทหารตาลีบันแทน

การคว่ำบาตร ICC ครั้งที่ 2 ของสหรัฐฯ เกิดขึ้นไม่ถึง 2 สัปดาห์จากการคว่ำบาตรรอบแรก โดยในตอนนั้นรัฐบาลทรัมป์ตัดสินใจคว่ำบาตรผู้พิพากษาของ ICC 4 คน

คาดกันว่า การคว่ำบาตรของสหรัฐฯ น่าจะส่งผลกระทบต่อการทำงานของทั้งศาลและสำนักงานอัยการ ในขณะที่พวกเขากำลังจัดการคดีใหญ่มากมาย รวมถึงข้อกล่าวหาที่ว่า รัสเซียก่ออาชญากรรมสงครามในการรุกรานยูเครน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : reuters

กองทัพอิสราเอลเริ่มปฏิบัติการระยะแรก ตามแผนยึดเมืองกาซาซิตี้แล้ว

กองทัพอิสราเอลเริ่มปฏิบัติการระยะแรก ตามแผนยึดเมืองกาซาซิตี้แล้ว

21 ส.ค. 2568 05:11 น.

กองทัพอิสราเอลเริ่มปฏิบัติการระยะแรก ตามแผนยึดเมืองกาซาซิตี้แล้ว

กองทัพอิสราเอลเริ่มปฏิบัติการเบื้องต้นตามแผนการยึดเมืองกาซาซิตี้ในฉนวนกาซาแล้ว โดยเข้าควบคุมพื้นที่ชายขอบและเตรียมสั่งอพยพประชาชนไปที่อื่น

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพของอิสราเอลเปิดเผยในวันพุธที่ 20 ส.ค. 2568 ว่าพวกเขาเริ่มปฏิบัติการเบื้องต้นในแผนการโจมตีภาคพื้นดินเพื่อยึดและควบคุมพื้นที่ทั้งหมดของเมืองกาซาซิตี้ในฉนวนกาซาแล้ว และสามารถยึดพื้นที่ชายขอบของเมืองได้แล้วด้วย

โฆษกกองทัพอิสราเอลระบุว่า ทหารเริ่มปฏิบัติการในเขตเซตูน (Zeitoun) กับจาบาเลีย (Jabalia) แล้ว เพื่อวางรากฐานสำหรับการโจมตีที่นายอิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอนุมัติเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา และจะนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีความมั่นคงในช่วงปลายสัปดาห์นี้

พลจัตวา เอฟฟี เดฟริน โฆษกกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ระบุว่า กองกำลังของพวกเขาไม่รีรอที่จะเริ่มปฏิบัติการ “เราเริ่มปฏิบัติการเบื้องต้นไปแล้ว และตอนนี้ ทหารของ IDF ก็กำลังควบคุมพื้นที่ชายขอบของกาซาซิตี้อยู่”

ขณะเดียวกัน ทหารกองกำลังสำรองประมาณ 60,000 นายจะถูกเรียกมารายงานตัวในช่วงต้นเดือนกันยายน เพื่อเตรียมกำลังพลที่ประจำการอยู่ให้พร้อมสำหรับปฏิบัติการนี้

นายพลเดฟรินบอกด้วยว่า หลังจากนี้อิสราเอลจะออกคำสั่งให้ชาวปาเลสไตน์หลายแสนคนในกาซาซิตี้อพยพและมุ่งหน้าไปยังศูนย์หลบภัยในภาคใต้ของฉนวนกาซา เพื่อลดความเสียหายต่อพลเรือนให้เหลือน้อยที่สุด

ชาติพันธมิตรของอิสราเอลหลายประเทศออกมาประณามแผนยึดเมืองดังกล่าว โดยนายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศสเตือนในวันพุธว่า แผนการนี้มีแต่จะนำไปสู่หายนะสำหรับประชาชนทั้งสองฝ่าย และเสี่ยงทำให้ทั้งภูมิภาคตกสู่วัฏจักรสงครามถาวร

ด้านคณะกรรมการกาชาดสากล (ICRC) ระบุว่า การพลัดถิ่นเพิ่มเติมกับการเพิ่มความเป็นศัตรู เสี่ยงที่จะทำให้สถานการณ์ของชาวกาซากว่า 2.1 ล้านคนกับเหล่าตัวประกันที่เลวร้ายอยู่แล้วย่ำแย่ลงไปอีก

ทั้งนี้ อิสราเอลประกาศความตั้งใจที่จะยึดพื้นที่ฉนวนกาซาทั้งหมด หลังจากการเจรจาทางผ่านตัวกลางกับกลุ่มฮามาสเรื่องข้อตกลงหยุดยิงและปล่อยตัวประกันพังทลายลงเมื่อเดือนก่อน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

โปแลนด์โวยรัสเซียยั่วยุ หลังโดรนล้ำน่านฟ้าตก-ระเบิดในไร่ข้าวโพด

โปแลนด์โวยรัสเซียยั่วยุ หลังโดรนล้ำน่านฟ้าตก-ระเบิดในไร่ข้าวโพด

21 ส.ค. 2568 04:04 น.

โปแลนด์โวยรัสเซียยั่วยุ หลังโดรนล้ำน่านฟ้าตก-ระเบิดในไร่ข้าวโพด

โดรนของรัสเซียบินข้ามพรมแดนเข้าไปตกและระเบิดในไร่ข้าวโพดของประเทศโปแลนด์ ทำให้รัฐมนตรีโปแลนด์ออกมาประณามว่า รัสเซียพยายามยั่วยุนาโต

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายวลาดิสลาฟ โคซีเนียก-คามีซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมโปแลนด์กล่าวว่า วัตถุบินซึ่งตกและระเบิดในทุ่งข้าวโพดทางตะวันออกของประเทศเมื่อช่วงเช้าวันพุธที่ผ่านมา (20 ส.ค. 2568) ได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็นโดรนของรัสเซีย พร้อมประณามรัสเซียว่านี่เป็นการยั่วยุ

ที่งานแถลงข่าวในกรุงวอร์ซอ นายโคซีเนียก-คามีซ กล่าวหารัสเซียว่าพยายามยั่วยุนาโตในช่วงเวลาสำคัญ เนื่องจากการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงครามในยูเครนกำลังดำเนินอยู่ “รัสเซียกำลังยั่วยุเราอีกครั้ง ในขณะที่การเจรจาสันติภาพกำลังให้ความหวังว่าสงครามครั้งนี้มีโอกาสที่จะยุติลง”

ทั้งนี้ ตำรวจโปแลนด์ระบุว่า เมื่อเวลาประมาณ 2.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น พวกเขาได้รับรายงานว่า พบเศษซากโลหะกับพลาสติกถูกไฟลุกไหม้อยู่ในทุ่งข้าวโพด ใกล้หมู่บ้านโอซินี (Osiny) โดยแรงระเบิดทำให้กระจกหน้าต่างของบ้านเรือนใกล้เคียงแตก แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

ศูนย์บัญชาการปฏิบัติการกองทัพของโปแลนด์เปิดเผยผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ในวันพุธว่า เมื่อคืนวันอังคารไม่มีการละเมิดน่านฟ้าของโปแลนด์จากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านอย่างยูเครนและเบลารุส

ด้านนายเกรกอร์ซ ตรูเชวิช อัยการเขตลับลิน (Lublin) บอกกับผู้สื่อข่าวว่า เจ้าหน้าที่สืบสวนหลายคน ทั้งฝ่ายพลเรือนและกองทัพ เดินทางไปตรวจสอบจุดตกของโดรนแล้ว

อนึ่ง นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากบุกโจมตียูเครนอย่างเต็มรูปแบบเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2565 อากาศยานของรัสเซียรุกล้ำน่านฟ้าของโปแลนด์หลายครั้ง สร้างความตื่นตระหนกให้แก่สหภาพยุโรปและนาโต เนื่องจากนี่เป็นสิ่งย้ำเตือนว่า พวกเขาอยู่ใกล้กับสงครามมากแค่ไหน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : abcnews

ฝรั่งเศสรวบผู้ต้องสงสัยก่อเหตุฆาตกรรม หลังพบ 4 ศพในแม่น้ำแซน

ฝรั่งเศสรวบผู้ต้องสงสัยก่อเหตุฆาตกรรม หลังพบ 4 ศพในแม่น้ำแซน

21 ส.ค. 2568 03:22 น.

ฝรั่งเศสรวบผู้ต้องสงสัยก่อเหตุฆาตกรรม หลังพบ 4 ศพในแม่น้ำแซน

ตำรวจฝรั่งเศสควบคุมตัวชายคนหนึ่งมาสอบปากคำ ในฐานะผู้ต้องสงสัยก่อเหตุฆาตกรรม หลังมีการพบร่างผู้เสียชีวิตจมอยู่ในแม่น้ำแซนถึง 4 ศพ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตำรวจฝรั่งเศสควบคุมตัวชายคนหนึ่งมาสอบปากคำในฐานะผู้ต้องสงสัยก่อเหตุฆาตกรรม เมื่อวันพุธที่ 20 ส.ค. 2568 หลังจากมีการพบร่างผู้เสียชีวิต 4 ศพในแม่น้ำแซน ใกล้กรุงปารีส แต่ตำรวจไม่เปิดเผยว่าชายคนนี้ถูกสอบปากคำในฐานะผู้ต้องสงสัยกี่คดี

ร่างผู้เสียชีวิตรายแรกถูกพบโดยผู้ที่สัญจรผ่านมาใกล้กับสะพานสายหนึ่งในเขตชัวซี-เลอ-รัว (Choisy-le-Roi) ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงปารีสเมื่อ 13 ส.ค. หลังจากนั้น ตำรวจกำลังดำเนินการตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ และพบศพจมอยู่ในแม่น้ำใกล้ๆ อีก 3 ราย

อัยการระบุว่า ศพแรกที่พบเพิ่งอยู่ในน้ำเป็นระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น และถูกระบุว่าเป็นร่างของชายท้องถิ่นอายุ 40 ปี ส่วนอีก 3 ศพถูกพบในสภาพเน่าเปื่อยอย่างมากแล้ว โดยหนึ่งในผู้เสียชีวิตมีร่องรอยของการถูกรัดคอ และอีกรายมีบาดแผลจากการถูกใช้ความรุนแรง

อัยการย้ำด้วยว่า จนถึงตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานที่เชื่อมโยงศพทั้ง 4 เข้าด้วยกัน และมีโอกาสที่พวกเขาอาจถูกทิ้งลงแม่น้ำต่างที่กันแต่ถูกกระแสน้ำพัดมาใกล้สะพานชัวซีแห่งนี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

รถบัสขนผู้อพยพอัฟกันจากอิหร่านชนกระบะไฟลุกท่วม ดับแล้ว 79 ศพ

รถบัสขนผู้อพยพอัฟกันจากอิหร่านชนกระบะไฟลุกท่วม ดับแล้ว 79 ศพ

21 ส.ค. 2568 01:05 น.

รถบัสขนผู้อพยพอัฟกันจากอิหร่านชนกระบะไฟลุกท่วม ดับแล้ว 79 ศพ

รถบัสชนผู้อพยพชาวอัฟกานิสถานที่ถูกเนรเทศจากอิหร่าน ประสบอุบัติเหตุชนกับรถคันอื่นจนเกิดไฟลุกท่วม ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้ว 79 ศพ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รถบัสซึ่งกำลังขนผู้อพยพชาวอัฟกานิสถานที่ถูกเนรเทศจากอิหร่าน ประสบอุบัติเหตุชนกับรถกระบะและจักรยานยนต์จนเกิดไฟลุกท่วม ในจังหวัดเฮรัต ทางตะวันตกของอัฟกานิสถาน เมื่อคืนวันอังคารที่ 19 ส.ค. 2568 ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 79 ศพ ในจำนวนนี้เป็นเด็กถึง 17 ราย

นายอาห์มาดุลเลาะห์ มอตตาคี ผู้อำนวยการฝ่ายสารสนเทศและวัฒนธรรมของรัฐบาลตาลีบัน ยืนยันกับสำนักข่าวบีบีซีว่า ผู้โดยสารทุกคนบนรถบัสเสียชีวิตทั้งหมด เช่นเดียวกับอีก 2 คนจากยานพาหนะอีก 2 คัน

นายโมฮัมหมัด ยูซุฟ ซาอีดี โฆษกของผู้ว่าราชการจังหวัดเฮรัต บอกกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า ผู้โดยสารรถบัสทุกคนเป็นผู้อพยพซึ่งเดินทางมาจากเมืองอิสลาม กาลา (Islam Qala) บริเวณชายแดนอัฟกานิสถานกับอิหร่าน และกำลังมุ่งหน้าไปยังกรุงคาบูล

ด้านตำรวจจังหวัดเฮรัตกล่าวว่า อุบัติเหตุเกิดขึ้นเพราะคนขับรถบัสขับรถด้วยความเร็วสูง และขับรถโดยประมาท

ทั้งนี้ ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา อิหร่านยกระดับการเนรเทศผู้อพยพชาวอัฟกันที่เข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคง หลังจากพวกเขาทำสงคราม 12 วันกับอิสราเอลในเดือนมิถุนายน ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า อิหร่านพยายามหาแพะรับบาปสำหรับความล้มเหลวในการต่อต้านการโจมตีของอิสราเอล

ตามการเปิดเผยขององค์การสหประชาชาติ นับตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา มีชาวอัฟกันถูกเนรเทศออกจากอิหร่านแล้วมากกว่า 1.5 ล้านคน ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า อัฟกานิสถานในตอนนี้มีขีดความสามารถไม่เพียงพอรองรับชาวอัฟกันจำนวนมากที่เดินทางกลับมาจากอิหร่าน เพราะก่อนหน้านี้ก็มีชาวอัฟกันหลายแสนคนถูกบังคับกลับจากปากีสถานด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

กลาโหมอิสราเอลอนุมัติแผนยึดกาซาซิตี้ เรียกทหารกำลังสำรอง 60,000 นาย

กลาโหมอิสราเอลอนุมัติแผนยึดกาซาซิตี้ เรียกทหารกำลังสำรอง 60,000 นาย

21 ส.ค. 2568 00:15 น.

กลาโหมอิสราเอลอนุมัติแผนยึดกาซาซิตี้ เรียกทหารกำลังสำรอง 60,000 นาย

กลาโหมอิสราเอลอนุมัติแผนการบุกยึดเมืองกาซาซิตี้ ในฉนวนกาซาแล้ว พร้อมให้อำนาจกองทัพเรียกระดมพลทหารกองกำลังสำรองได้มากสุด 60,000 นาย

เมื่อวันพุธที่ 20 ส.ค. 2568 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอิสราเอล อนุมัติแผนการบุกยึดเมืองกาซาซิตี้ ในฉนวนกาซา และให้อำนาจกองทัพสามารถเรียกระดมพลทหารกองกำลังสำรองได้สูงสุดไม่เกิน 60,000 นาย เพิ่มแรงกดดันให้แก่กลุ่มฮามาสในขณะที่ประเทศตัวกลางกำลังผลักดันข้อตกลงหยุดยิง

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของนายอิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิสราเอล เกิดขึ้นในขณะที่ประเทศตัวกลางเจรจากำลังรอการตอบสนองอย่างเป็นทางการของอิสราเอล ต่อข้อเสนอล่าสุดของพวกเขา ซึ่งรวมถึงการให้ฮามาสคืนตัวประกันครึ่งหนึ่งจากทั้งหมด 50 คน แลกกับการหยุดยิง 60 วัน

เจ้าหน้าที่ของกาตาร์ยังคงมองโลกในแง่ดีต่อข้อเสนอดังกล่าว แต่เจ้าหน้าที่อาวุโสคนหนึ่งของอิสราเอลออกมาระบุว่า รัฐบาลอิสราเอลยังคงเรียกร้องให้ในข้อตกลงใดๆ ก็ตาม ต้องมีเงื่อนไขระบุให้ฮามาสคืนตัวประกันทั้งหมด

ทั้งนี้ อิสราเอลกับกลุ่มฮามาสจัดการเจรจาทางอ้อมหลายครั้งตลอดช่วงสงครามในกาซาซึ่งดำเนินมานานกว่า 22 เดือน ส่งผลให้มีการหยุดยิงระยะสั้นๆ 2 ครั้ง ซึ่งในระหว่างนั้นมีการคืนตัวประกันกลับอิสราเอลหลายร้อยคน และมีนักโทษชาวปาเลสไตน์ได้รับการปล่อยตัวนับพันคน

ในปัจจุบัน ยังเหลือตัวประกัน 49 คนอยู่ในมือของกลุ่มฮามาส จากทั้งหมด 251 คนที่ฮามาสจับไประหว่างการบุกโจมตีอิสราเอลครั้งใหญ่เมื่อ 7 ต.ค. 2566 โดยทหารอิสราเอลคาดว่า 27 รายในจำนวนนี้เสียชีวิตไปแล้ว

แหล่งข่าวในกลุ่มฮามาสและกลุ่มติดอาวุธอิสลามิก ญิฮาด บอกกับสำนักข่าว เอเอฟพี ในวันพุธว่า ข้อเสนอล่าสุดประกอบด้วยการปล่อยตัวประกันที่ยังมีชีวิตอยู่ 10 คน และคืนร่างตัวประกัน 18 ร่าง ในระหว่างการหยุดยิง 60 วัน ส่วนตัวประกันที่เหลือจะได้รับการปล่อยตัวในการหยุดยิงช่วงที่ 2

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

เกาหลีใต้ไม่อนุญาต อดีตสายลับเกาหลีเหนือ วัย 95 อยากกลับไปตายที่บ้านเกิด

เกาหลีใต้ไม่อนุญาต อดีตสายลับเกาหลีเหนือ วัย 95 อยากกลับไปตายที่บ้านเกิด

20 ส.ค. 2568 16:42 น.

เกาหลีใต้ไม่อนุญาต อดีตสายลับเกาหลีเหนือ วัย 95 อยากกลับไปตายที่บ้านเกิด

อดีตสายลับเกาหลีเหนือวัย 95 ปี ที่ถูกจับระหว่างสงครามเกาหลีและถูกคุมขังเป็นเวลาหลายสิบปี ถูกเกาหลีใต้ปฏิเสธการเดินทางกลับเกาหลีเหนือ โดยหวังว่าจะถูกฝังศพร่วมกับสหายร่วมรบของเขา

อดีตสายลับเกาหลีเหนือวัยชราถูกห้ามข้ามพรมแดนโดยทหารเกาหลีใต้ ขณะพยายามเดินทางกลับบ้านเกิดพร้อมธงชาติเกาหลีเหนือ โดยเหตุการณ์นี้ถูกเปิดเผยโดยโฆษกของกลุ่มภาคประชาชนที่รณรงค์เรียกร้องสิทธิการส่งตัวกลับในวันนี้ (20 ส.ค.)

ชายรายดังกล่าวคือ อัน ฮัก-ซอบ อายุ 95 ปี อดีตสายลับและทหารเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้สูงอายุ 6 คนที่เคยถูกจำคุกยาวนานในเกาหลีใต้จากข้อหา “กิจกรรมต่อต้านรัฐ” และการปฏิเสธละทิ้งลัทธิคอมมิวนิสต์ หลังพ้นโทษ พวกเขาได้ยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลเกาหลีใต้ส่งตัวกลับไปยังเกาหลีเหนือซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ตามรายงาน นายอันถือธงชาติเกาหลีเหนือเดินเข้าไปใกล้ด่านตรวจการณ์ทางทหาร ก่อนถูกทหารเกาหลีใต้สกัดและนำตัวส่งโรงพยาบาล ภาพถ่ายโดยสำนักข่าวยอนฮัปเผยให้เห็นเขาถือธงชาติเกาหลีเหนือที่บริเวณชายแดน ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติของเกาหลีใต้

นายอันเคยถูกจับเมื่อปี 1953 ระหว่างภารกิจแทรกซึมในช่วงสงครามเกาหลี และถูกจำคุกเรื่อยมาจนถึงปี 1995 โทษจำคุกของเขาอาจสิ้นสุดเร็วกว่านี้ หากยอมรับระบอบประชาธิปไตย แต่เขาปฏิเสธและยืนยันในอุดมการณ์ของตน

กลุ่มภาคประชาชนที่เคลื่อนไหวแทนอันและผู้สูงอายุอีก 5 ราย ชี้ว่าพวกเขาควรถูกจัดให้เป็น “เชลยศึก” และควรได้รับสิทธิขอกลับบ้านตามอนุสัญญาเจนีวา อันเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่น Ganghwa News เมื่อปี 2024 ว่า “ผมมาที่นี่ในฐานะเชลยศึก ใส่เครื่องแบบทหารเกาหลีเหนือภายใต้คำสั่งพรรคแรงงาน แต่รัฐบาลเกาหลีใต้ไม่ปฏิบัติต่อผมเช่นนั้น และผมต้องถูกคุมขังนานกว่า 40 ปี พร้อมการทรมานนานัปการ”

กลุ่มภาคประชาชนยืนยันว่าจะเดินหน้าผลักดันข้อเรียกร้องการส่งตัวกลับ ขณะที่เกาหลีเหนือยังไม่ออกมาแสดงท่าทีใด ๆ

กระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้เผยว่า กำลังทบทวนแนวทางต่าง ๆ เพื่อจัดการกับประเด็นดังกล่าว พร้อมระบุว่ามีอดีตนักโทษในสถานการณ์ใกล้เคียงกันอีกหลายรายที่อาจยื่นคำร้องขอส่งตัวกลับ แต่ยังไม่สามารถระบุจำนวนที่แน่ชัด ทั้งนี้ ในปี 2000 เกาหลีใต้เคยส่งตัวนักโทษที่ไม่ละทิ้งอุดมการณ์คอมมิวนิสต์กลับเกาหลีเหนือจำนวน 63 ราย ที่หมู่บ้านปันมุนจอม ถือเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวจนถึงปัจจุบัน.

ที่มา AFP