มะกันฉุนบินรบรัสเซีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/606380

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 เม.ย. 2559 05:01

มะกันฉุนบินรบรัสเซีย

เมื่อวันที่ 15 เม.ย. นายจอห์น แคร์รี รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวแถลงการณ์ประณามรัฐบาลรัสเซีย จากกรณีเหตุการณ์เครื่องบินรบ ซู-24 กองทัพอากาศรัสเซียจำนวน 2 ลำ ทำการบินโฉบระยะประชิดพร้อมจำลองการเข้าโจมตีต่อเรือพิฆาตสหรัฐฯ ยูเอสเอส โดนัลด์ คุกในทะเลบอลติก ทางตอนเหนือของยุโรป เมื่อวันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา ระบุว่าเป็นเรื่องมุทะลุและยั่วยุที่รับไม่ได้ ถือเป็นอันตรายอย่างมากเพราะกรณีนี้เรือรบสหรัฐฯ สามารถยิงโจมตีเครื่องบินดังกล่าวได้ทันที ขอให้เหตุการณ์เช่นนี้อย่าเกิดขึ้นอีก วันเดียวกัน นายแอชตัน คาร์เตอร์ รมว.กลาโหมสหรัฐฯ มีกำหนดการ เยือนเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส จอห์น ซี.สเตนนิส ที่จะออกลาดตระเวนในพื้นที่พิพาททะเลจีนใต้.

‘กษัตริย์เบลเยียม’ โพสต์อวยพรคนที่เกิดวันเดียวกับพระองค์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/606343

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 เม.ย. 2559 02:04

 

“สมเด็จพระราชาธิบดีฟิลิปที่ 1” กษัตริย์เบลเยียม เจริญพระชนมายุครบ 56 พรรษา โพสต์วีดีโออวยพรวันเกิดคนเบลเยียมที่เกิดวันเดียวกับพระองค์ ในวันที่ 15 เม.ย…
เมื่อวันที่ 15 เม.ย. 2559 บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำเบลเยียม รายงาน สื่อเบลเยียมได้รายงานว่า สมเด็จพระราชาธิบดีฟิลิปที่ 1 แห่งเบลเยียมเจริญพระชนมายุครบ 56 พรรษาในวันที่ 15 เม.ย.นี้ ในโอกาสนี้ พระองค์ได้ทรงโพสต์วีดีโอของพระองค์และเจ้าหญิงเอเลโอนอร์ที่จะมีพระชนมายุ ครบ 8 พรรษาในวันที่ 16 เม.ย. บนเฟซบุ๊กทางการของสำนักพระราชวังเบลเยียม

ทั้งนี้ พระองค์ทรงประทับนั่งแบบสบายๆ บนสนามหญ้าที่เต็มไปด้วยดอกไม้สีเหลือง สัญญลักษณ์ของฤดูใบไม้ผลิ โดยมีเจ้าหญิงเอเลโอนอร์ พระธิดาองค์เล็ก โอบอยู่ด้านหลัง ทรงตรัสเป็นภาษาฝรั่งเศสและภาษาดัตช์พร้อมแย้มพระสรวลว่า “เจ้าหญิงเอเลโอนอร์และข้าพเจ้า ขออวยพรให้ทุกท่านที่มีวันเกิดตรงกับวันเกิดของเรา เปี่ยมด้วยความสุขและความสดชื่น”

ชมคลิป https://www.facebook.com/BeMonarchie/videos?fref=photo

ดินไหวเขย่าอีกระลอก ‘เกาะคิวชู’ ขนาด 7.0 เตือนสึนามิ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/606326

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 เม.ย. 2559 00:36

 

แผ่นดินไหวญี่ปุ่นอีกระลอก บนเกาะคิวชู ขนาด 7.0 ลึก 10 กม. พื้นที่ทางทิศตะวันตกของเกาะรู้สึกได้ ประกาศเตือนสึนามิ…

เมื่อวันที่ 15 เม.ย. เวลาประมาณ 23.25 น. ตามเวลาประเทศไทย ศูนย์แผ่นดินไหวยุโรป-เมดิเตอร์เรเนียน (EMSC) รายงานแผ่นดินไหว หมู่เกาะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น ขนาด 7.0 ลึก 10 กิโลเมตร ตามเวลาท้องถิ่น 01.25 น. วันที่ 16 เม.ย. จากนั้นได้มีรายงานการเกิดอาฟเตอร์ช็อก ตามมา ขนาด 5.3 และ 5.6 ทั้งนี้ พื้นที่ทางทิศตะวันตกของหมู่เกาะคิวชู รู้สึกได้ถึงการสั่นสะเทือน

ขณะที่ล่าสุดสำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า ได้มีการเตือนสึนามิ หลังเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.4 แม็กนิจูด ที่จ.คุมาโมโตะ รุนแรงกว่าที่เกิดขึ้นวานนี้ ซึ่งมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9 ราย

ด้านสถานีโทรทัศน์ NHK รายงานว่า การประกาศเตือนสึนามิ มีความเป็นไปได้ว่า คลื่นจะสูงมากกว่า 1 เมตร

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานความเสียหาย ผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บ แต่อย่างใด ความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป.

ประมวลภาพ สุดประทับใจ! เจ้าชายวิลเลียม-เจ้าหญิงเคทเสด็จเยือนภูฏาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/606184

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 เม.ย. 2559 14:09

 

กษัตริย์จิกมี และพระราชินีแห่งภูฏาน ขวัญใจชาวไทย ทรงต้อนรับเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงเคทแห่งอังกฤษ เสด็จเยือนราชอาณาจักรภูฏานเป็นครั้งแรก ขณะที่พสกนิกรชาวภูฏานสุดตื้นตัน แห่ถวายการต้อนรับอย่างเนืองแน่น ด้วยความปลื้มปีติ

เมื่อวันที่ 15 เม.ย. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานพสกนิกรชาวภูฏานสุดปลื้มปิติ ได้ถวายการต้อนรับเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงแคเธอรีน ดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ เสด็จเยือนประเทศภูฏาน ราชอาณาจักรบนเทือกเขาสูงหิมาลัย เป็นครั้งแรกระหว่าง 14-16 เม.ย.ที่ผ่านมา พร้อมทั้งได้เข้าเฝ้ากษัตริย์จิกมี และพระราชินีแห่งภูฏาน

ข่าวแจ้งว่า หลังจาก เจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงแคเธอรีน (เจ้าหญิงเคท) เสร็จสิ้นพระกรณียกิจในการเยือนประเทศอินเดียแล้ว จากนั้นได้เสด็จพระดำเนินโดยเครื่องบินพระที่นั่งแบบเช่าเหมาลำ ของสายการบินรอยัล ภูฏาน แอร์เวย์ มายังสนามบินพาโร ในประเทศภูฏาน เมื่อวันที่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยสนามบินพาโร ถือเป็นหนึ่งในสนามบินสวยที่สุดและน่าหวาดเสียวที่สุด เพราะยากต่อการนำเครื่องบินลงจอดมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เนื่องจากรันเวย์ของสนามบินพาโรอยู่ท่ามกลางขุนเขาที่โอบล้อม

ที่สนามบินพาโร เจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงเคททรงได้รับการต้อนรับจากพระขนิษฐาในกษัตริย์จิกมี ในโอกาสเสด็จเยือนภูฏานเป็นเวลา 2 วัน จากนั้นได้เสด็จพระดำเนินไปยังพระราชวังในกรุงทิมพู เพื่อเข้าเฝ้ากษัตริย์จิกมีและพระราชินีเจสซัน เปมา แห่งภูฏาน ซึ่งทรงได้รับความชื่นชมจากชาวภูฏาน รวมทั้งชาวไทยเป็นอย่างยิ่ง

สุดปลื้มปีติ! เจ้าชายวิลเลียม-เจ้าหญิงเคทเสด็จเยือนภูฏาน

อาฟเตอร์ช็อกรุนแรง 6.4 เขย่าญี่ปุ่นซ้ำ! ยอดตายแผ่นดินไหวใหญ่ พุ่งเป็น 9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/606087

ดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 เม.ย. 2559 09:53

 

ชาวญี่ปุ่นบนเกาะคิวชู ระทึกอีก เกิดอาฟเตอร์ช็อกรุนแรง ขนาด 5.7 และ 6.4 ตามมาอีก 2 ครั้ง หลังเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 9 รายแล้ว บาดเจ็บ 250 คน

เมื่อวันที่ 15 เม.ย. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 6.4 เขย่าเกาะคิวชู บริเวณตะวันออกของ จ.คูมาโมโต้ ทางภาคใต้ของญี่ปุ่น เมื่อเวลา 21.26 น. ของวันที่ 14 เม.ย. ตามเวลาท้องถิ่น จนสร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินและชีวิตของประชาชนอย่างหนัก เนื่องจากศูนย์กลางแผ่นดินไหวมีความลึกจากผิวดินเพียง 10 กม. และโชคดีที่ไม่เกิดคลื่นยักษ์ หรือสึนามิตามมานั้น

บีบีซี รายงานว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากธรณีพิโรธครั้งนี้ เพิ่มเป็นอย่างน้อย 9 รายแล้ว และมีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 250 คน ในจำนวนนี้บาดเจ็บสาหัส 15 ราย ขณะที่ ประชาชนหลายพันคนในเมืองมิชิกิ ใกล้ตัวเมืองคูมาโมโต้ ต้องรีบวิ่งหนีออกจากอาคารบ้านเรือน และนอนกันอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว หรือด้านนอกอาคาร เพราะยังหวั่นเกรงอาจเกิดอาฟเตอร์ช็อกรุนแรงตามมา โดยเจ้าหน้าที่ทางการญี่ปุ่น คาดว่ายังมีประชาชนติดอยู่ใต้ซากอาคารบ้านเรือนที่พังถล่มลงมาจากแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว

บ้านเรือนได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหว

อย่างไรก็ตาม เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่โรงไฟฟ้าเซนได 2 แห่ง บนเกาะคิวชูไม่ได้รับความเสียหายจากธรณีพิโรธรุนแรงครั้งนี้ โดยยังสามารถทำงานได้ตามปกติ ขณะที่ มีรายงานว่าเหตุธรณีพิโรธครั้งนี้ เป็นเหตุให้บ้านเรือนประชาชนพังเสียหายหนัก 19 หลัง บ้านเรือนประมาณ 16,000 หลังประสบปัญหาไฟฟ้าดับ และอีก 38,000 หลังไม่มีแก๊สใช้

ชาวญี่ปุ่นมาพักที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว ด้านนอกศาลากลางเมืองมิชิกิ

บีบีซี แจ้งว่า เหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.4 ที่เกาะคิวชูครั้งนี้ ได้ส่งผลให้เกิดแแผ่นดินไหวต่อเนื่อง หรืออาฟเตอร์ช็อกรุนแรงขนาด 5.7 ในอีก 40 นาทีต่อมา หลังเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ และเกิดอาฟเตอร์ช็อกขนาด 6.4 หลังจากเลยเวลาเที่ยงคืนไปแล้วด้วย

นายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ ของญี่ปุ่น ไปยังศูนย์ภัยพิบัติฉุกเฉิน ที่กรุงโตเกียว หลังเกิดแผ่นดินไหว

ประชาชนหนีภัยแผ่นดินไหวมาพักที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดินไหว 6.4 เขย่า ‘เกาะคิวชู’ บ้านพัง-ไฟไหม้ เบื้องต้นดับ 3 เจ็บกว่า 10

แผ่นดินไหว 6.4 ที่ จ.คุมาโมโต้ ญี่ปุ่นไม่เตือนสึนามิเฝ้าระวังอาฟเตอร์ช็อก

แฉโลกตะลึง!! 8 ข้อมูลลับสุดอื้อฉาวตลอดกาล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/605654

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 เม.ย. 2559 05:30

 

(ภาพ: AFP)

เมื่อ 3 เม.ย. ทั่วโลกต้องตกตะลึงเมื่อสื่อหลายสำนักออกมาเปิดโปงข้อมูลลับที่รั่วไหลออกมาจากบริษัทกฎหมาย ‘มอสแซค ฟอนเซกา‘ ในปานามา แฉว่า ผู้นำประเทศทั้งอดีตและปัจจุบันนับสิบคนรวมทั้งคนดังและเศรษฐีอีกหลายร้อย มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทนอกอาณาเขตของประเทศตัวเอง ซึ่งอาจพัวพันการการฟอกเงินหรือการซุกทรัพย์สิน

ข้อมูลลับดังกล่าวมาจากไฟล์เอกสารจำนวน 11.5 ล้านฉบับ ขนาด 2.6 เทราไบต์ และตอนนี้ถูกเรียกว่า ‘ปานามา เปเปอร์ส‘ หรือ ‘เอกสารปานามา‘ เรื่องนี้ทำให้นายกรัฐมนตรี ซิกมุนตูร์ กุนลอคสัน แห่งไอซ์แลนด์ต้องลาออกจากตำแหน่ง และอีกหลายคนกำลังถูกตรวจสอบ

แต่นี่ไม่ไช่เหตุเปิดโปงข้อมูลลับครั้งใหญ่ที่เคยเกิดขึ้นบนโลกอันยุ่งเหยิงใบนี้ ในอดีตเคยมีการแฉความลับชนิดช็อกโลกมาแล้วหลายครั้ง และต่อไปนี้คือการเปิดโปง หรือข้อมูลรั่วไหลที่สร้างความตกตะลึงแก่โลกมากที่สุด

ทหารสหรัฐฯกำลังถอนกำลังในช่วงสงครามเวียดนาม (ภาพ: AFP)

1. เอกสารเพนตากอน (The pentagon Papers)

เอกสารเพนตากอน เป็นบันทึกการมีส่วนร่วมทางการเมืองและการทหารของสหรัฐฯ ในเวียดนามระหว่างปี ค.ศ.1945-1967 จำนวนกว่า 7,000 หน้า จัดทำโดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เอกสารลับนี้ถูกพบโดยนาย แดเนียล เอลส์เบิร์ก ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ผู้ทำงานให้กับ สถาบันแลนด์ (Rand Corporation) และได้รับการเผยแพร่สู่สาธารณะเป็นครั้งแรกบนหน้า 1 ของหนังสือพิมพ์ นิวยอร์กไทม์ส ในเดือน มิ.ย. 1971

การเปิดเผยเอกสารลับนี้เป็นหนึ่งในเรื่องที่สร้างความตกตะลึดที่สุดในยุคนั้น ซึ่งเต็มไปด้วยความลับ, การโกหก และการเสียดสี โดยเอกสารแสดงให้เห็นว่า รัฐบาลของประธานาธิบดี ลินดอน บี.จอห์นสัน และอื่นๆ โกหกเกี่ยวกับเหตุและผลของความขัดแย้งในเวียดนามอย่างเป็นระบบต่อทั้งสังคมและสภาคองเกรส โดย ประธานาธิบดีจอห์นสัน บอกกับสังคมว่า เป้าหมายในสงครามเวียดนามคือเสรีภาพของเวียดนามใต้ แต่โรเบิร์ต แมคนามารา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในยุคนั้น ซึ่งเป็นคนสั่งให้จัดทำเอกสารเพนตากอน ระบุว่าเป้าหมายที่แท้จริงของสหรัฐฯ ไม่ใช่เพื่อช่วยเพื่อน แต่เพื่อควบคุมจีนต่างหาก

เอกสารยังระบุด้วยว่า สหรัฐฯ แอบขยายขอบเขตของสงครามเวียดนามด้วยการทิ้งระเบิดในกัมพูชาและลาม รวมทั้งบุกโจมตีชายฝั่งทางเหนือของเวียดนามและใช้นาวิกโยธินในการโจมตี ซึ่งเรื่องเหล่านี้ไม่ได้รับการเปิดเผยในสื่อกระแสหลัก

ทหารสหรัฐฯเดินในเมืองฟัลลูจาห์ ของอิรัก (ภาพ: AFP)

2. บันทึกสงครามอิรัก (Iraq War Logs)

บันทึกสงครามอิรัก เป็นชื่อเรียกของข้อมูลลับเกี่ยวสงครามอิรักที่ถูกเผยแพร่สู่สาธารณะโดยเว็บไซต์จอมแฉ ‘วิกิลีกส์‘ ในเดือน ต.ค. 2010 โดยข้อมูลนี้มาจาก ‘รายงานภาคสนามของกองทัพ‘ ระหว่างปี 2004-2009 เปิดเผยจำนวนที่แท้จริงของพลเรือนที่เสียชีวิตในสงครามครั้งนี้ ซึ่งอยู่ที่ 66,081 รายจากผู้เสียชีวิตทั้งหมด 109,000 คน

ผลจากการเปิดเผยครั้งนี้ ทำให้หน่วยงาน ไอบีซี (Iraq Body Count) ของอิรักซึ่งคอยบันทึกสถิติผู้เสียชีวิตเพราะการรุกรานของสหรัฐฯ ในอิรัก เพิ่มจำนวนพลเรือนผู้เสียชีวิตราว 15,000 ราย ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่ได้รับการบันทึกโดยสหรัฐฯ ลงในสถิติของพวกเขา และระบุด้วยว่า ทหารสหรัฐฯ บางส่วนจัดพลเรือนที่เสียชีวิตให้อยู่ในกลุ่มศัตรู รวมทั้งนักข่าว 2 คนที่เสียชีวิตในเหตุยิงพวกเดียวกันเองในเดือน ก.ค. 2007 ด้วย

ประชาชนประท้วงต่อต้านประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บุช (ภาพ: AFP)

3. บันทึกดาวนิง สตรีท (Downing Street Memo)

บันทึกดาวนิง สตรีท เป็นบันทึกการสนทนาระหว่างการประชุมลับเมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2002 ระหว่างเจ้าหน้าที่อาวุโสของรัฐบาลสหราชอาณาจักร, เจ้าหน้าที่กลาโหมและหน่วยข่าวกรอง ในเรื่องการก่อตัวขึ้นของสงครามอิรัก และมีการอ้างถึงนโยบายลับของสหรัฐฯ โดยตรง ก่อนถูกเผยแพร่โดยสำนักข่าว ซันเดย์ ไทม์ส ในวันที่ 1 พ.ค. 2005

บันทึกดังกล่าวบันทึกคำพูดของหัวหน้าหน่วยสืบราชการลับอังกฤษ (เอ็มไอ6) ซึ่งแสดงความเห็นหลังจากเพิ่งเดินทางเยือนสหรัฐฯ ว่า ประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบลยู.บุช ต้องการกำจัดซัดดัม ฮุสเซน ด้วยปฏิบัติการทางทหาร สร้างความชอบธรรมโดยเชื่อมโยงเขาเข้ากับลัทธิก่อการร้ายและอาวุธอานุภาพทำลายล้างสูง โดยใช้ข้อมูลข่าวกรองที่น่าสงสัย และหลักฐานที่เชื่อมโยงฮุสเซนกับก่อการร้ายก็ไม่แน่นหนาเหมือนที่บอกกับสังคม

บันทึกนี้ยังเผยให้รู้ด้วยว่า อิรักของฮุสเซนครอบครองอาวุธอานุภาพทำลายล้างสูงน้อยกว่าลิเบีย, อิหร่าน หรือ เกาหลีเหนือเสียอีก

แผนที่แสดงเป้าหมายการยึดครองดินของกองทัพนาซีเยอรมัน (ภาพ: AFP)

4. ปฏิบัติการเนื้อสับ (Operation Mincemeat)

ปฏิบัติการเนื้อสับ เป็นชื่อของแผนการหนึ่งที่เกิดขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยฝ่ายสัมพันธมิตร เป็นส่วนหนึ่งของแผนการที่ใหญ่กว่าคือ ‘ปฏิบัติการบาร์เคลย์‘ เพื่อยึดหมู่เกาะซิซิลี

ปฏิบัติการเนื้อสับเกิดขึ้นเพื่อลวงผู้บัญชาการกองทัพเยอรมันให้เชื่อว่า กองทัพฝ่ายสัมพันธมิตรกำลังมุ่งหน้าไปยังกรีซและแคว้นซาร์ดิเนียของอิตาลีแทน ด้วยการปล่อยข้อมูลลับปลอมให้แก่ฝ่ายเยอรมนี ด้วยการซ่อนเอกสารปลอมนี้ไว้ในศพศพหนึ่งซึ่งถูกคลื่นซัดไปเกยชายหาดในประเทศสเปน และเมื่อทหารเยอรมันพบศพและพบเอกสารลับ พวกเขาก็คัดลอกสิ่งที่พวกเขาเชื่อว่าเป็นแผนบุกจู่โจมที่แม่นยำ ก่อนส่งศพคืนอังกฤษ โดยใส่เอกสารลับ (ปลอม) นี้ไว้ในตัวศพด้วยเพื่อแสดงความจริงใจ

แผนการของฝ่ายสัมพันธมิตรดำเนินไปด้วยดี ดีมากเสียจนเยอรมนีไม่เชื่อข้อมูลของจริงเกี่ยวกับแผนยึดหมู่เกาะซิซิลี ที่รั่วไหลออกมาในภายหลัง

เว็บไซต์วิกิลีกส์ (ภาพ: AFP)

5. ไดอารี่สงครามอัฟกัน (Afghan War Diary)

ไดอารี่สงครามอัฟกัน เป็นหนึ่งในข้อมูลที่เว็บไซต์จอมแฉ ‘วิกิลีกส์‘ เปิดเผยสู่สาธารณะเมื่อเดือน ก.ค. 2010 โดยเผยแพร่ผ่านสื่อยักษ์ใหญ่หลายสำนัก ข้อมูลนี้มากจากบันทึกของกองทัพสหรัฐฯ เกี่ยวกับสงครามในอัฟกานิสถานทั้งหมดกว่า 91,000 ฉบับ แต่ได้รับการเปิดเผยสู่สาธารณะราว 75,000 ฉบับ

บันทึกดังกล่าวครอบคลุมช่วงเวลาเกือบ 6 ปี ระหว่างเดือน ม.ค. 2004 – ธ.ค. 2009 เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการเสียชีวิตของพลเรือนอัฟกันจำนวนหลายร้อยคนโดยฝีมือของกองกำลังพันธมิตรและการยิงพวกเดียวกันเอง ที่สหรัฐฯ ไม่เคยรายงาน, การเพิ่มขึ้นของการโจมตีของกลุ่มก่อการร้ายตาลีบัน และรายละเอียดว่าหน่วยข่าวกรองของปากีสถานและอิหร่านทำงานร่วมกับกลุ่มตาลีบันอย่างไร

บิล คลินตัน (ซ้าย) ปรบมือในพิธีขอโทษต่อเหยื่อทดลองโรคซิฟิลิส (ภาพ: AFP)

6. การทดลองโรคซิฟิลิสแห่งทัสคีจี (Tuskegee Syphilis Experiment)

การทดลองโรคซิฟิลิสแห่งทัสคีจี เห็นหนึ่งในการศึกษาทางการแพทย์ที่อื้อฉาวที่สุด เกิดขึ้นโดยแผนกบริการสาธารณสุข (พีเอชเอส) ของกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐฯ ที่เมืองทัสคีจี รัฐแอละแบมา โดยเจ้าหน้าที่จงใจไม่รักษาชาวแอฟริกันอเมริกันผู้ติดเชื้อซิฟิลิสที่เข้าร่วมการศึกษาโดยไม่แจ้ง เพื่อศึกษาผลกระทบระยะยาวของโรคนี้

การทดลองนี้เริ่มขึ้นในปี 1932 ในช่วงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ในอเมริกาเหนือและยุโรป โดยพีเอชเอสร่วมมือกับมหาวิทยาลับทัสคีจี จัดหาชายชาวแอฟริกันอเมริกันจำนวน 600 คนมาเข้าร่วมการทดลองซึ่งพวกเขาอ้างว่าเป็นการรักษาโรคเลือด แต่ไม่ระบุว่าเป็นซิฟิลิส โดยแลกกับการรักษาพยาบาล, อาหาร และประกันชีวิตฟรี

การรักษาดำเนินไปได้สักพัก ทุนสำหรับการรักษาก็หมดลง แต่การศึกษายังดำเนินต่อไปโดยไม่มีการแจ้งให้ผู้เข้าร่วมการทดลองรู้ว่าพวกเขาไม่ได้รับการรักษาแล้ว ไม่มีผู้ร่วมทดลองคนใดได้รับแจ้งว่าพวกเขาติดเชื้อซิฟิลิส และไม่มีการรักษาโรคด้วยยาปฏิชีวนะ ‘เพนิซิลิน‘ แม้ยาตัวนี้จะได้รับอนุมัติให้ใช้รักษาซิฟิลิสแล้วก็ตาม

การทดลองนี้ดำเนินไปนานถึง 40 ปี กระทั่งในปี 1972 นาย ปีเตอร์ บูกซ์ตุนนักระบาดวิทยาผู้ทำงานให้กับพีเอชเอส จะออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ต่อสาธารณะ ทำให้การทดลองถูกยกเลิก มีการสืบสวนดำเนินคดีและตั้งข้อหาผู้ประทำผิดหลายคน และสุดท้ายรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ก็ต้องจ่ายเงินชดเชยแก่ครอบครัวของผู้เสียหายเป็นเงินรวม 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ประธานาธิบดี ริชาร์ด นิกสัน แห่งสหรัฐฯ (ภาพ: AFP)

7. คดีวอเตอร์เกต (The Watergate Scandal)

คดีวอเตอร์เกต ใขยุคประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน แห่งสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในเรื่องรั่วไหลสุดอื้อฉาวซึ่งเป็นที่รู้จักมากที่สุด เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. โดยชายถูกจับกุมในข้อหาบุกรุกลับลอบเข้าไปในสำนักงานใหญ่ของคณะกรรมการแห่งชาติพรรคเดโมแครต ที่โรงแรมวอเตอร์เกต คอมเพล็กซ์ ในกรุงวอชิงตันดีซี และติดตั้งสายดักฟังโทรศัพท์เอาไว้ ซึ่งสำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐฯ หรือ เอฟบีไอ ทำการสืบสวนต่อไปจนกระทั่งพบความเชื่อมโยงระหว่างเงินสดที่พบในตัวผู้ต้องสงสัยกับ ‘คณะกรรมการเพื่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีสมัยที่ 2’ ผู้สนับสนุนทางการเงินในการเลือกตั้งครั้งที่ 2 ของประธานาธิบดีนิกสัน แต่การสืบสวนกลับหยุดชะงักลง โดยเชื่อกันว่าถูกขัดขวางโดยทำเนียบขาว

อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายปี 1972 มีแหล่งข่าวปริศนารายหนึ่งใช้นามแฝงว่า ‘ดีป โธต’ (Deep Throat) ซึ่งเปิดเผยในภายหลังว่าคือนาย มาร์ก เฟลต์ อดีตเจ้าหน้าที่เอฟบีไอ คอยส่งข้อมูลต่างๆ ของคดีนี้ให้แก่ คาร์ล เบิร์นสไตน์ และ บ็อบ วูดวาร์ด นักข่าวของสำนักข่าว วอชิงตัน โพสต์ โดยแฉว่า คณะทำงานของประธานาธิบดีนิกสันมีส่วนเกี่ยวข้องกับการติดตั้งเครื่องดักฟัง และเปิดเผยเป็นครั้งแรกว่า ทำเนียบขาวเป็นฝ่ายสั่งให้ เอฟบีไอ และ สำนักงานข่าวกรองกลาง หรือ ซีไอเอ หยุดการสืบสวนคดีนี้ โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคง

การสืบสวนคดีนี้ยังทำให้รู้ว่า ประธานาธิบดีนิกสันแบบติดตั้งเครื่องดักฟังเอาไว้ในทำเนียบขาวมาโดยตลอด เพื่อบันทึกการสนทนาทั้งทางโทรศัพท์และส่วนตัว คณะกรรมการพิเศษซึ่งตั้งขึ้นเพื่อสืบสวนคดีนี้โดยเฉพาะ จึงขอให้นายนิกสันส่งมอบเทปบันทึกเสียงให้เจ้าหน้าที่ ซึ่งในช่วงแรกเขาไม่ยอม แต่หลังจากเกิดการเดินขบวนประท้วงต่อต้านของประชาชนและการฟ้องร้องต่อศาล จนในที่สุดนายนิกสันก็ต้องยอมส่งมอบเทปตามคำสั่งศาลสูงสุดในเดือน ก.ค. 1974 ซึ่งเทปนี้กลายเป็นหลักฐานว่า นายนิกสันสั่งให้ผู้ช่วยแทรกแซงการทำงานของเอฟบีไอ นำไปสู่การลาออกของนายนิกสันในวันที่ 8 ส.ค. 1974 ทำให้เขากลายเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนแรกและคนเดียวที่ลาออกจากตำแหน่ง

เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน (ภาพ: AFP)

8. โครงการสอดแนม ‘พริซึม’ (PRISM)

ในวันที่ 6 มิ.ย. 2013 สำนักข่าว เดอะ การ์เดียน ของอังกฤษ ออกมาแฉว่าสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ (เอ็นเอสเอ) ของสหรัฐฯ ดักฟังและเก็บรวบรวมการสนทนาทางโทรศัพท์ของลูกค้าของบริษัท เวอไรซอน ผู้ให้บริการโทรคมนาคมในสหรัฐฯ จำนวนหลายล้านคนเอาไว้ ตามอำนาจที่ได้จากคำสั่งลับสุดยอดของศาลสหรัฐฯ ซึ่งออกในเดือน เม.ย. จากนั้น โลกก็ได้รู้จักชื่อของเอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน เจ้าหน้าที่เทคนิคสัญญาจ้างของเอ็นเอสเอ และอดีตเจ้าหน้าที่ซีไอเอ หลังเขาออกมาเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการสอดแนมทางอิเล็กทรอนิกส์ลับสุดยอดของเอ็นเอสเอที่มีชื่อรหัสว่า ‘พริซึม’ ผ่านสำนักข่าววอชิงตันโพสต์ และ เดอะการ์เดียน

ข้อมูลที่ได้จากสโนเดนระบุว่า ด้วยโปรแกรมนี้ เอ็นเอสเอจะสามารถเก็บข้อมูลอีเมล, ข้อมูลเสียง และวิดีโอแชต รวมทั้งวิดีโอ, รูปภาพ และลายละเอียดบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ได้ โดยเอ็นเอสเอร่วมมือกับเอฟบีไอ เก็บรวบรวมข้อมูลเหล่านี้จากเซิร์ฟเวอร์กลางของบริษัทอินเทอร์เน็ต 9 แห่ง รวมถึง กูเกิล, เฟซบุ๊ก และ แอปเปิล การเปิดโปงครั้งนี้ยังทำให้รู้ว่าสหรัฐฯ แอบดักฟังโทรศัพท์ของผู้นำประเทศต่างๆ ทั้งศัตรูและมิตร เรียกเสียงประณามจากทุกสารทิศสู่คณะทำงานของประธานาธิบดีบารัค โอบามา โดยโจมตีว่าเป็นการละเมิดสิทธิ์ความเป็นส่วนตัว ซึ่งนายโอบามาได้ออกมาปกป้องโครงการนี้ อ้างว่ามันสามารถช่วยป้องกันการโจมตีของผู้ก่อการร้ายได้

ในปัจจุบันกระแสของเรื่องนี้เริ่มเงียบลง แต่ทว่าชะตากรรมของสโนเดนยังไม่เป็นที่แน่ชัด โดยตอนนี้เขาลี้ภัยอยู่ในประเทศรัสเซียมานานกว่า 2 ปีแล้ว และยังไม่มีทีท่าว่าจะได้เดินทางกลับบ้านเกิด ในขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ หลายคนประกาศจะนำตัวชายหนุ่มผู้นี้มาพิพากษาความผิดฐานเปิดเผยความลับของประเทศ.

มะกันจวกคู่อริ-พันธมิตร ละเมิดสิทธิ์ถ้วนหน้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/606013

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 15 เม.ย. 2559 05:15

 

(ภาพ : AP)

ทางการสหรัฐฯเตือนเมื่อ 13 เม.ย.ว่า รัฐบาลทั่วโลกต่างปราบปรามขัดขวางเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน ทั้งนี้เป็นไปตามเนื้อหาใน “รายงานปัญหาสิทธิมนุษยชนทั่วโลกประจำปี 2558” ซึ่งนายจอห์น แคร์รี รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯเป็นคนนำแถลงก่อนส่งให้สภาคองเกรส แต่รายงานดังกล่าวไม่มีผลทางกฎหมายและไม่มีผลทำให้ประเทศที่ถูกระบุว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน ต้องถูกสหรัฐฯตัดความสัมพันธ์หรือตัดความช่วยเหลือทางทหารหรือแม้แต่ต้องถูกคว่ำบาตร โดยนายแคร์รีได้เขียนบทนำรายงาน ระบุว่าการโจมตีคุณค่าของประชาธิปไตย บ่งชี้ถึงวิกฤติของโลกาภิบาล

รายงานข้างต้นได้ตรวจสอบปัญหาและวิจารณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนในแต่ละประเทศทั่วโลกไม่เลือกว่าจะเป็นศัตรูอย่างรัสเซียและจีน หรือพันธมิตรอย่างตุรกีและอียิปต์ กรณี 2 ประเทศแรก ถูกวิจารณ์ว่าปราบปรามกดขี่สังคมพลเรือนและกลุ่มสนับสนุนประชาธิปไตย ส่วนตุรกีถูกวิจารณ์เรื่องปราบปรามสื่อฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลและอียิปต์ยังมีปัญหาคนถูกทรมาน มีคนถูกฆ่าในเรือนจำและสถานกักกัน รายงานยังกล่าวถึงการเข้มงวดต่อสังคมพลเรือนในเวียดนามและ สปป.ลาวด้วย แต่กรณีของเวียดนามที่เป็น 1 ใน 12 สมาชิกข้อตกลงการค้า “ทีพีพีเอ” นายแคร์รีได้ชื่นชมหลังได้ให้คำมั่นว่าจะยอมให้มีการตั้งสหภาพแรงงานอิสระได้.

แผ่นดินไหว 6.4 ที่ จ.คุมาโมโต้ ญี่ปุ่นไม่เตือนสึนามิเฝ้าระวังอาฟเตอร์ช็อก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/605937

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 เม.ย. 2559 20:15

 

ภาพจาก : ทวิตเตอร์ @nhk_seikatsu

เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.4 ที่จังหวัดคุมาโมโต้ เกาะคิวชู ทางตอนใต้ประเทศญี่ปุ่น โดยจุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่ใต้ดินลึก 10 กิโลเมตร ไม่มีรายงานแจ้งเตือนสึนามิ เบื้องต้นพบความเสียหายแล้วหลายจุด…

เมื่อเวลา 21.26 น. วันที่ 14 เม.ย.2559 ตามเวลาญี่ปุ่น เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.4 ที่จังหวัดคุมาโมโต้ เกาะคิวชู ทางตอนใต้ประเทศญี่ปุ่น โดยจุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่ใต้ดินลึก 10 กิโลเมตร ไม่มีรายงานแจ้งเตือนสึนามิ และความเสียหาย

ด้าน กรมอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่น ประกาศให้ประชาชนในพื้นที่ระวังการเกิดอาฟเตอร์ช็อก ที่จะตามมาอย่างต่อเนื่อง

ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติของไทยรายงานว่า แผ่นดินไหวบนบก ขนาด 6.0 ความลึก 10 กม. บริเวณเกาะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย

ทวิตเตอร์ @nhk_seikatsu รายงานภาพความเสียหายในเมืองคุมาโมโต้

เมื่อตรวจสอบจากสื่อสังคมออนไลน์พบว่าความเสียหายจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ ทำให้ข้าวของตามชั้นเก็บของ รวมทั้งสินค้าบนชั้นวางในซุปเปอร์มาเก็ตในเมืองตกลงมาได้รับความเสียหาย และมีอาฟเตอร์ช็อกตามมาอีก 2 ครั้ง

ถ้วยชามในร้านอาหารที่ คุมาโมโต้ ตกลงมาแตกกระจายจากแผ่นดินไหว

แขกที่พักในโรงแรมที่คุมาโมโต้ ออกมาจากอาคารรวมตัวอยู่ด้านนอก หลังเกิดแผ่นดินไหว

ขณะที่ เมื่อเวลา 22.07 น.ตามเวลา ญี่ปุ่น เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.7 บริเวณใกล้กับจุดเดิมที่เกิดก่อนหน้านี้.

บินเล็กตกในปาปัวฯ เหลือกิโลฯ เดียวจะลงจอด ดับ 12 ศพ รวมนักบินออสซี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/605800

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 เม.ย. 2559 14:13

 

(ภาพจากเว็บไซต์ของบ.Sunbird aviation)

เครื่องบินเล็กตกในปาปัวนิวกินี ขณะเหลือแค่อีกกิโลเมตรเดียวจะลงจอด ที่สนามบินทางภาคตะวันตก ดับสลด 12 ศพ รวมทั้งนักบินหนุ่มชาวออสเตรเลีย

เมื่อวันที่ 14 เม.ย. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เกิดอุบัติเหตุสลด เครื่องบินเล็กลำหนึ่งของบริษัท Sunbird Aviation ประสบอุบัติเหตุตกขณะกำลังลงจอดที่จังหวัดคิอุงกา ทางภาคตะวันตกของประเทศ ปาปัวนิวกินี เมื่อบ่ายวันพุธที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 12 ราย รวมทั้ง นายเบนจามิน ปิคาร์ด นักบินหนุ่มชาวออสเตรเลีย วัย 31 ปี จนสร้างความสะเทือนใจให้แก่ญาติพี่น้อง และเพื่อนๆ อย่างยิ่ง

เจ้าหน้าที่และสื่อของออสเตรเลีย แจ้งว่า เครื่องบินเล็กน้ำหนักเบาลำนี้ ได้ประสบเหตุตกขณะใกล้จะถึงสนามบินคิอุงกาอยู่แล้ว โดยเหลือระยะทางเพียงแค่ 1 กม.เท่านั้น เครื่องบินก็จะลงจอด เบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินตก

ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2543 ได้เกิดโศกนาฏกรรมเครื่องบินตกในปาปัวนิวกินี แล้วกว่า 20 ลำ เนื่องจากการเดินทางทางอากาศโดยเครื่องบินในประเทศ ถือเป็นเส้นทางการคมนาคมที่สำคัญสำหรับชาวปาปัวนิวกินีส่วนใหญ่ เนื่องจากสภาพภูมิประเทศไม่ราบเรียบ และไม่ค่อยจะมีถนนเชื่อมต่อระหว่างเมืองต่างๆ ด้วย

สำหรับ ปาปัวนิวกินี เป็นประเทศในแถบโอเชียเนีย เป็นพื้นที่ทางตะวันออกของเกาะนิวกินี ซึ่งเป็นพื้นที่ทางตะวันตกของจังหวัดปาปัวในอินโดนีเซีย ตั้งอยู่ในบริเวณตะวันตกเฉียงใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก อยู่ทางเหนือของออสเตรเลีย

สมาพันธ์อิสลามชี้ คดีต้านมุสลิมในสเปนพุ่ง 10 เท่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/605639

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 เม.ย. 2559 06:30

 

(ภาพ: AFP)

เมื่อ 12 เม.ย. นายมูร์นี เบนเจลลูน ประธานสมาพันธ์ศาสนาอิสลามแห่งสเปนเผยว่า อาชญากรรมที่มาจากการต่อต้านมุสลิมในสเปนเมื่อปีกลายเพิ่มสูงขึ้นกว่า 10 เท่า จาก 48 คดีเป็น 534 คดี ซึ่งเป็นผลพวงจากเหตุโจมตีนิตยสารรายสัปดาห์ ชาร์ลี เอบโด เมื่อเดือน ม.ค.ปีกลาย ตามด้วยเหตุโจมตีที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสอย่างต่อเนื่อง จนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่สเปนควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 14 คน ที่เข้าร่วมเหตุประท้วงหน้าสุเหร่าโอมาร์กลางกรุงมาดริด และกำลังพิจารณาว่าเห็นควรตั้งข้อหาพัวพันอาชญากรรมความเกลียดชังหรือไม่ ส่วนที่กรุงปารีส เจ้าหน้าที่จับกุมคนร้ายหลังสาดสีแดงบริเวณประตูทางเข้าสุเหร่าแห่งหนึ่งแล้วพ่นสัญลักษณ์สวัสดิกะบนประตู.