ผ่าตัดหน้าอก เพื่อซุกโคเคน หญิงโคลอมเบีย ขนผ่านสนามบิน ไม่รอดถูกจับ!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/589915

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 มี.ค. 2559 19:47

ผ่าตัดหน้าอก เพื่อซุกโคเคน หญิงโคลอมเบีย ขนผ่านสนามบิน ไม่รอดถูกจับ!

หญิงโคลอมเบีย วัย 24 ปี ผ่าตัดหน้าอก เพื่อซุกซ่อนโคเคน 1 กิโลกรัม ในเต้านม ก่อนถูกจับที่สนามบินแฟรงก์เฟิร์ต ที่เยอรมนี

วันที่ 12 มีนาคม 2559 บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำประเทศเบลเยียม รายงาน ศุลกากรเยอรมัน เปิดเผยเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า ได้จับกุมตัวหญิงโคลอมเบีย วัย 24 ปี ที่สนามบินแฟรงก์เฟิร์ต พร้อมโคเคนน้ำหนัก 1 กิโลกรัม ที่ซุกซ่อนอยู่ในหน้าอก ที่เพิ่งผ่าตัดมาทั้งสองข้าง

โดยหญิงสาวได้เดินทางมาจากเมืองโบโกตา เพื่อต่อเครื่องบินไปยังประเทศสเปน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีการจับกุมคนขนยาเสพติดที่ใช้วิธีการดังกล่าวในประเทศเยอรมนี โดยมีโคเคนบริสุทธิ์ซุกซ่อนอยู่ในเต้านมข้างละ 500 กรัม

ทั้งนี้ เมื่อเธอเดินผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองเพื่อตรวจสอบหนังสือเดินทาง เจ้าหน้าที่ตรวจสอบร่างกายของเธอและพบร่องรอยการผ่าตัดที่เต้านมทั้งสองข้างที่ยังใหม่อยู่ ซึ่งภายหลังการตรวจสอบ เธอได้บอกเจ้าหน้าที่ว่าเจ็บปวดจากแผลผ่าตัด

เจ้าหน้าที่ศุลกากรได้สแกนผู้ต้องสงสัย และพบว่ามียาเสพติดผ่าฝังไว้ในเต้านมทั้งสองข้างของเธอ ทั้งนี้ โคเคนจำนวนดังกล่าวมีมูลค่าในตลาดถึง 200,000 ยูโร (7,800,000 บาท) ผู้ต้องหาถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว ก่อนนำส่งฟ้องศาล

ทอ.สหรัฐฯ ปลุก โอวี-10 จากป่าช้าเครื่องบิน เอาไปโมฯใหม่ไว้บินสู้ไอซิส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/589646

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 มี.ค. 2559 08:00

ทอ.สหรัฐฯ ปลุก โอวี-10 จากป่าช้าเครื่องบิน เอาไปโมฯใหม่ไว้บินสู้ไอซิส

ภาพจาก U.S. Defense Imagery เครื่องบินโอวี-10 ดี บนเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอสซาราโตกา เมื่อปี 1985

กองทัพสหรัฐฯ นำเครื่องบินโจมตีแบบเครื่องยนต์ใบพัด สมัยสงครามเวียดนาม แบบ โอวี-10 บรองโก้ มาปรับปรุงเพื่อใช้บินโจมตีกลุ่มไอซิสในตะวันออกกลาง เพื่อประเมินความคุ้มค่าในการใช้บินรบแทนเครื่องเจ็ตราคาแพงอย่างเอฟ-15…

เมื่อวันที่ 11 มี.ค.2559 สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่า กองทัพสหรัฐฯ นำเครื่องบินโจมตีแบบเครื่องยนต์ใบพัดแบบ โอวี-10 บรองโก้ (OV-10 Bronco) รุ่นคุณปู่สมัยสงครามเวียดนาม และช่วงสงครามเย็น มาปรับปรุงใหม่เพื่อใช้สู้กับกลุ่มไอซิสในตะวันออกกลาง โดยเป็นหนึ่งการทดลองใช้เครื่องบินเครื่องยนต์ใบพัดเทอร์โบพร็อบขนาดเบา จะมีประสิทธิภาพในการปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายที่มั่นของกลุ่มไอซิสในตะวันออกกลางเพียงใด โดยอยู่ในระหว่างการปฏิบัติการบินร่วม 120 เที่ยวเพื่อโจมตีเป้าหมายและตอบโต้กลุ่มไอซิส

เครื่องบินโจมตี โอวี-10 หรือ โอวี-เท็น ใช้นักบิน 2 นาย ได้แก่ ที่เป็นนักบินและนักบินผู้ช่วยการบิน เพื่อการทดสอบประเมินค่าในการปฏิบัติการว่าเครื่องบินที่มีความเร็วต่ำ จะสามารถสนับสนุนการปฏิบัติงานของทหารราบได้ดีกว่าเครื่องบินที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีราคาแพงอย่างเอฟ-15 และ เอฟ-35 หรือไม่ บนแนวคิด คือ การนำเอาเครื่องบินเก่าที่มีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า มาบินเพื่อสนับสนุนกำลังภาคพื้นดินของสหรัฐฯ และนักบินสามารถโจมตีเป้าหมายและตรวจการภาคพื้นดินได้ดีกว่า

อดีตนักบินของ ทร.สหรัฐฯ กล่าวถึงโอวี-10 ว่า มันยอดมากที่นำเอาบรองโก้กลับมาบิน เพราะนั่นทำให้นักบินรบได้มีโอกาสกลับสู่สนามรบอีกครั้ง เครื่องบินรุ่นนี้มีค่าใช้จ่ายที่ถูกมาก แถมราคาค่าเครื่องบินเมื่อเทียบกับ บ.ขับไล่รุ่นใหม่แล้ว คุ้มค่ากว่าการใช้เครื่องบินราคา 150 ล้านเหรียญสหรัฐ

ค่าใช้จ่ายในการบินของเครื่องบินเอฟ-15 กำลังทางอากาศหลักของกองทัพอากาศสหรัฐฯ อยู่ที่ 45,000 เหรียญสหรัฐต่อชั่วโมง เมื่อเทียบกับ โอวี-10 ที่มีค่าใช้จ่ายเพียง 5,000 เหรียญสหรัฐต่อชั่วโมง ส่วนด้านความเร็วเอฟ-15 บินในความเร็วมัธยัสถ์ที่ 570 ไมล์ต่อชั่วโมง ส่วน โอวี-10 บินเร็ว 223 ไมล์ต่อชั่วโมง ตามข้อมูลของ ทอ.สหรัฐฯ นั่นทำให้บรองโก้สามารถบินอยู่เหนือพื้นที่การรบได้นานกว่า และเห็นสภาพการสู้รบได้ดีกว่า และสามารถโจมตีด้วยปืนกล และระเบิดที่ติดไปด้วยได้มากกว่าการใช้โดรนอย่างที่ทำอยู่ในเวลานี้.

ที่มา CNN

ออสซี่จี้ปราบต่างชาติ ตั้งแก๊งซิ่ง-ทำธุรกิจมืด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/589608

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 12 มี.ค. 2559 05:15

ออสซี่จี้ปราบต่างชาติ ตั้งแก๊งซิ่ง-ทำธุรกิจมืด

นายปีเตอร์ ดัททัน (ภาพจาก:AFP)

นายปีเตอร์ ดัททัน รมว.การโยกย้ายถิ่นฐานแห่งออสเตรเลีย ประกาศสงครามกวาดล้างกลุ่มนักซิ่งมอเตอร์ไซค์ชาวต่างชาติพัวพันกับการค้ายาเสพติด ค้าอาวุธ และค้าประเวณี เมื่อ 11 มี.ค. โดยตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา รัฐบาลออสเตรเลียได้ยกเลิกวีซ่าแก่ชาวต่างชาติ 81 ราย จากอังกฤษ อิรัก นิวซีแลนด์ บอสเนีย และเฮอร์เซโกวินา อัฟกานิสถาน อัลเบเนีย และเวียดนาม ที่พัวพันกับธุรกิจมืดดังกล่าว ขณะที่นายไมเคิล คีแนน รมว.ยุติธรรม ระบุว่า ปัจจุบันยังมีกลุ่มนักซิ่งมอเตอร์ไซค์อีก 38 กลุ่ม ที่ยังเคลื่อนไหวในออสเตรเลีย และมีสมาชิกรวมกว่า 4,500 คน และรัฐบาลมุ่งมั่นจะกวาดล้างให้หมดไปในที่สุด เพราะถือเป็นภัยสังคม

วันเดียวกัน รัฐบาลโคลอมเบียแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องสงสัย 13 ราย ที่เกี่ยวพันขบวนการฟอกเงินข้ามชาติ โดยผู้ต้องหา 5 รายเป็นพนักงานต้อนรับของสายการบินเอเวียงกา แอร์ไลน์ ซึ่งมักเดินทางจากโคลอมเบียไปยังสเปน, สหรัฐฯ และเม็กซิโก พร้อมเงินสดจำนวนมาก.

คู่แข่งฉะทรัมป์อ้างมุสลิมเกลียดสหรัฐฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/589606

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 12 มี.ค. 2559 05:01

คู่แข่งฉะทรัมป์อ้างมุสลิมเกลียดสหรัฐฯ

(ภาพจาก:REUTERS)

ผู้ท้าชิงตำแหน่งตัวแทนพรรครีพับลิกันลงสมัครเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯในเดือน พ.ย.2559 ประกอบด้วย นายเท็ด ครูซ ส.ว.รัฐเท็กซัส, นายมาร์โค รูบิโอ ส.ว.รัฐฟลอริดา และนายจอห์น คาซิก ผู้ว่าการรัฐโอไฮโอ ร่วมกันกล่าวโจมตีนายโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวเก็งที่ได้รับคะแนนสนับสนุนมากที่สุดของพรรครีพับลิกัน ในการอภิปรายหาเสียง ซึ่งจัดขึ้นที่รัฐฟลอริดา เมื่อ 10 มี.ค. หลังนายทรัมป์ย้ำว่า ปัญหาใหญ่ของสหรัฐฯคือ ผู้นับถือศาสนาอิสลามเกลียดชังเรา ซึ่งหมายถึงชาวอเมริกัน แต่ผู้สมัครทั้ง 3 รายที่เป็นคู่แข่งทรัมป์ระบุว่า สหรัฐฯ จำเป็นต้องรักษาความสัมพันธ์อันดีกับกลุ่มประเทศมุสลิมในตะวันออกกลาง เพื่อร่วมกันต่อสู้กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) ในอิรักและซีเรีย

ขณะที่นายอำเภอของเขตปกครองคัมเบอร์แลนด์เคาน์ตี้ในรัฐนอร์ธแคโรไลนาของสหรัฐฯ สั่งสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีนายจอห์น แม็คกรอว์ ชาว อเมริกันผิวขาว อายุ 78 ปี ผู้สนับสนุนนายโดนัลด์ ทรัมป์ ชกหน้าและต่อยที่ลำตัวนายราคิม โจนส์ ชาวอเมริกันผิวดำ อายุ 26 ปี ผู้ต่อต้านนายทรัมป์ที่ยืนสังเกตการณ์ขบวนหาเสียงของนายทรัมป์ ที่จัดขึ้นในเมืองฟาเย็ตต์วิลล์เมื่อวันที่ 9 มี.ค. และเจ้าหน้าที่นำตัวนายโจนส์กับเพื่อนออกจากที่เกิดเหตุ แต่กลับไม่มีการจับกุมนายแม็คกรอว์ โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่าไม่เห็นเหตุการณ์ที่นายแม็คกรอว์ทำร้ายร่างกายนายโจนส์.

จับคนอิรักถือสัญชาติเดนมาร์กมีพาสปอร์ต 31 เล่มที่สนามบินกรุงเอเธนส์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/589562

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 มี.ค. 2559 01:20

จับคนอิรักถือสัญชาติเดนมาร์กมีพาสปอร์ต 31 เล่มที่สนามบินกรุงเอเธนส์

เครดิตภาพ AFP

เจ้าหน้าที่ตำรวจกรีซจับกุมชายอิรักถือสัญชาติเดนมาร์กที่สนามบินกรุงเอเธนส์ ขณะกำลังเดินทางมุ่งหน้าไปยังเมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี ในข้อหามีหนังสือเดินทางผิดกฎหมายจำนวน 31 เล่ม โดยมี 15 เล่มถูกแจ้งหายในกลุ่มอียู…

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2559 บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำประเทศเบลเยียม รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกรีซจับกุมชายอิรักถือสัญชาติเดนมาร์ก ที่สนาม บินกรุงเอเธนส์ ขณะกำลังเดินทางมุ่งหน้าไปยังเมืองอิสตันบูล ในข้อหามีหนังสือเดินทางผิดกฎหมายจำนวน 31 เล่ม ซุกซ่อนอยู่ในเตาไมโครเวฟ โดย หนังสือเดินทาง 31 เล่มของหลายประเทศ มีจำนวน 15 เล่มที่เป็นหนังสือเดินทางประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปที่ถูกแจ้ง “หาย” หรือ “ถูกขโมย” จากฐานข้อมูลของกลุ่มเชงเก้น เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่า หนังสือเดินทางทั้งหมดเป็นของแท้ทุกเล่ม ผู้ต้องหาเป็นชายวัย 71 ปี ถูกนำตัวส่งอัยการแห่งกรุงเอเธนส์

ประเทศกรีซตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปยุโรป มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศคาบสมุทรบอลข่าน และตุรกี กรีซจึงเป็นเหมือนประตูรับผู้อพยพสู่สหภาพยุโรป ขณะนี้ ยังมีผู้อพยพจำนวนกว่า 40,000 คน ที่ยังติดค้างอยู่ในกรีซที่กำลังหาทางเข้ามายังสหภาพยุโรป และมีผู้อพยพที่เดินทางข้ามทะเลมาจากชายฝั่งประเทศตุรกีมายังเกาะกรีซวันละหลายร้อยคน

หน่วยงานของกรีซได้รับการแจ้งเตือนหลังจากที่ได้มีการจับกุมตัวชายมุสลิมหัวรุนแรงพร้อมอาวุธ 2 คนเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยได้เดินทางจากสวีเดนมายังกรีซทางเครื่องบิน ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังตุรกีทางรถบัส ช่วงเดือนกุมภาพันธ์มีชายถือสัญชาติอังกฤษ 3 คนถูกจับกุมทางตอนเหนือของกรีซพร้อมอาวุธปืนหลายร้อยกระบอกพร้อมเครื่องกระสุนปืนหลายพันนัด ที่อาจจะนำไปส่งให้กองกำลังกองทัพเคิร์ดในอิรักและซีเรีย.

น้ำตาจะไหล! เพนกวินสุดรักชายบราซิล เคยช่วยชีวิต ว่ายน้ำ 5 พันไมล์ มาหาทุกปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/589485

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 มี.ค. 2559 18:45

น้ำตาจะไหล! เพนกวินสุดรักชายบราซิล เคยช่วยชีวิต  ว่ายน้ำ 5 พันไมล์ มาหาทุกปี

(ภาพจาก partynWorldLatesNew อัพโหลดลงยูทูบ)

สุดแสนประทับใจ.. ‘พลังความรัก’ ของเพนกวินน้อย อุตส่าห์ว่ายน้ำข้ามทะเล ระยะทางไกลถึง 8 พันกิโลเมตร เพื่อมาหาชายชราชาวบราซิลคนหนึ่งที่เคยช่วยชีวิตของมันไว้เป็นประจำทุกปี แถมใช้เวลาอยู่กับชายชรานานคราวละ 8 เดือน

เมื่อ 11 มี.ค. 59 สื่อต่างประเทศรายงานให้เห็นถึงความรักของสัตว์โลกตัวเล็กๆ อย่าง เพนกวินตัวหนึ่ง ที่สร้างความตื้นตันใจให้แก่ชาวโลกอย่างยิ่ง เมื่อเพนกวินตัวนี้ได้แสดงให้เห็นถึงความรัก และการไม่ลืมพระคุณที่มีต่อ นายโจอัว ปีเรรา เดอ ซูซา ชายชราชาวบราซิลวัย 71 ปี ที่เคยช่วยชีวิตมันไว้เมื่อเกือบ 5 ปีก่อน ถึงขนาดว่ายน้ำข้ามทะเล เป็นระยะทางไกลถึง 8,000 กิโลเมตร จากประเทศอาร์เจนตินา เพื่อมาหาชายชราผู้นี้ซึ่งอยู่บนเกาะเล็กๆ ใกล้เมืองริโอ เดอ จาเนโร ในประเทศบราซิล เป็นประจำทุกปี

ความรักความผูกพันที่เพนกวินเพศผู้ตัวนี้ มีต่อ นายโจอัว เริ่มต้นขึ้นในวันหนึ่งของปี 2554 เมื่อชายชรา อดีตช่างปูนและเป็นชาวประมงเป็นบางครั้งบางคราวผู้นี้ ได้เดินเล่นริมชายหาด และเห็นเพนกวินน้อยตัวหนึ่งในสภาพใกล้ตาย เนื่องจากขนของมันเต็มไปด้วยคราบน้ำมันสีดำติดแน่น นอนแน่นิ่งอยู่บนก้อนหิน จึงทำให้โจอัวรีบเข้าช่วยชีวิตมันทันที ทั้งเช็ดคราบน้ำมันออกจากขน และคอยให้อาหารแก่เพนกวินตัวนี้ จนมันแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกันนั้น เขาได้ตั้งชื่อให้กับมันด้วยความรักเช่นกันว่า ‘ดินดิม’

2 ชีวิตที่งดงามบนโลกใบนี้

สายใยรักที่ถักทอขึ้นระหว่าง คน กับ เพนกวิน

โจอัว เล่าให้นักข่าวฟังว่า หนึ่งสัปดาห์ต่อมา เขาพยายามจะนำเพนกวินที่แข็งแรงขึ้นแล้วตัวนี้กลับสู่ทะเล เพื่อไปยังบ้านของมันตามเดิม แต่เจ้า ดินดิม ไม่ยอมที่จะไปจากเขาง่ายๆ แถมยังอยู่กับเขานานถึง 11 เดือน กระทั่งเมื่อมันได้สลัดขนและมีขนขึ้นใหม่ จู่ๆ ดินดิมได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย แต่เรื่องไม่จบแค่นั้น เพราะแค่เพียง 2-3 เดือนต่อมา เพนกวินตัวนี้ได้กลับมาหาเขา โดยเขาได้พบกับมันที่ชายหาดของเกาะที่เขาอาศัยอยู่ในวันหนึ่ง จากนั้นเจ้าดินดิมก็เดินตามต้อยๆ กลับมายังบ้านของเขาด้วย

เจ้าดินดิม เพนกวินที่ไม่ลืมผู้มีพระคุณ

ข่าวแจ้งว่า อดีตช่างปูนชาวบราซิล เล่าด้วยความรักที่มีต่อเจ้าดินดิม เพนกวินผู้ซื่อสัตย์ตัวนี้ว่า 4 ปีที่ผ่านมา เจ้าดินดิม จะมาหาโจอัวทุกปี และอยู่กับเขาเป็นเวลา 8 เดือน โดยโจอัวคิดว่า 4 เดือนที่มันจากเขาไปนั้น มันได้กลับไปผสมพันธุ์ที่ชายหาดบนเกาะที่ไหนสักแห่งในประเทศอาร์เจนตินา หรือไม่ก็ที่ชิลี ด้วยเหตุนี้การมาเยื่ยมเยียนและอยู่กับโจอัวทุกปีนั้น แสดงว่า เจ้าดินดิม ต้องว่ายน้ำข้ามทะเลเป็นระยะทางไกลถึง 5000 ไมล์ หรือราว 8,000 กิโลเมตร เพื่อมาหาคนที่ช่วยชีวิตของมันไว้ด้วยความรักและไม่ลืมพระคุณ

โจอัว ปีเรรา เดอ ซูซา ชายชราชาวบราซิล ผู้ช่วยชีวิตเพนกวินน้อยให้รอดตาย

เพนกวินว่ายน้ำระยะทางไกลถึง 8 พันกิโลเมตร เพื่อมาหาเขาทุกปี

ชมคลิป ที่นี่

หนังคนละม้วน! มะกันชี้ อดีตรมต.คนสนิท ‘ปูติน’ ตายเพราะบาดเจ็บสาหัสที่หัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/589414

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 มี.ค. 2559 16:10

หนังคนละม้วน! มะกันชี้ อดีตรมต.คนสนิท ‘ปูติน’ ตายเพราะบาดเจ็บสาหัสที่หัว

ยิ่งเป็นปริศนา…เจ้าหน้าที่นิติเวชฯ สหรัฐฯ ออกแถลงการณ์แจ้งผลชันสูตรศพ มิคาอิล เลซิน อดีตรมต.และผู้ช่วยประธานาธิบดีปูตินของรัสเซีย ซึ่งเสียชีวิตที่โรงแรมในสหรัฐฯ ปลายปีก่อน เนื่องจากได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ศีรษะ และตามร่างกายหลายแห่ง ไม่ใช่ ตายเพราะหัวใจวาย

เมื่อ 11 มี.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานการเสียชีวิตอย่างปริศนาของ นายมิคาอิล เลซิน อดีตผู้ช่วยของประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ที่สหรัฐฯเมื่อ พ.ย. 58 กลายเป็นประเด็นที่ถูกกล่าวขานกันอีกครั้ง เมื่อหัวหน้าเจ้าหน้าที่นิติเวชวิทยา ในกรุงวอชิงตัน ดีซี ได้ออกแถลงการณ์​เปิดเผยผลการชันสูตรศพนายเลซิน เมื่อวันพฤหัสฯที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา ว่านายเลซินเสียชีวิตจากการได้รับบาดเจ็บรุนแรงที่ศีรษะ ขณะที่ยังพบร่องรอยบาดเจ็บที่คอ, ตามร่างกายหลายแห่ง, แขน และขาอีกด้วย เพียงแต่แถลงการณ์จากเจ้าหน้าที่นิติเวชสหรัฐฯ ไม่ได้ระบุชี้ชัดว่า นายเลซินถูกทำร้ายร่างกายด้วยวิธีใด จนทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสจนเสียชีวิต ซึ่งเรื่องนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ข่าวแจ้งว่า หลังจากการเสียชีวิตอย่างไม่คาดคิดของนายเลซิน ในวัย 57 ปี  ที่ห้องพักในโรงแรม ดูปองต์ เซอร์เคิล ในกรุงวอชิงตัน ดีซี ประเทศสหรัฐฯ เมื่อปลายปีที่ผ่านมานั้น สื่อท้องถิ่นในรัสเซียได้รายงานอ้างการเปิดเผยของคนในครอบครัวนายเลซินว่า อดีตผู้ช่วยของประธานาธิบดีปูติน ผู้นี้ เสียชีวิตจากอาการหัวใจวายเฉียบพลัน

นายมิคาอิล เลซิน ขณะยังมีชีวิตอยู่

เว็บไซต์ เดอะ การ์เดียน รายงานด้วยว่า มาเรีย ซาคราโรวา โฆษกประจำกระทรวงต่างประเทศรัสเซีย ได้เขียนข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กทันที หลังมีแถลงการณ์จากเจ้าหน้าที่นิติเวชของสหรัฐฯ ถึงการเสียชีวิตของนายเลซินว่า ก่อนหน้านี้ สถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำกรุงวอชิงตัน ดีซี ได้สอบถามไปยังทางการสหรัฐฯ หลายครั้งหลายหน เกี่ยวกับผลการชันสูตรศพนายเลซิน ซึ่งหากข้อมูลที่สื่อรายงานในวันนี้เป็นความจริง เจ้าหน้าที่รัสเซียจะแจ้งคำร้องไปยังทางการสหรัฐฯ เพื่อให้ความช่วยเหลือในการดำเนินการทางกฏหมายระหว่างประเทศ

นายมิคาอิล เลซิน เคยดำรงตำแหน่ง รมว.สื่อมวลชนของรัสเซีย และเป็นอดีตผู้ช่วยของ ปธน.ปูติน

ทั้งนี้ นายมิคาอิล เลซิน เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงสื่อมวลชนของรัสเซีย ระหว่างปี 2542-2547 และได้รับเครดิตในฐานะเป็นคนเสนอความคิดในการก่อตั้งสถานีโทรทัศน์ภาคภาษาอังกฤษ ‘Russia Today’ (รัสเซีย ทูเดย์) ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลรัสเซีย ขณะที่กิจการของสถานีโทรทัศน์แห่งนี้ได้เติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จนกลายเป็นสถานีโทรทัศน์ช่องอินเตอร์ฯ รายใหญ่ นอกจากนั้น นายเลซิน ยังเคยได้รับตำแหน่งประธานบริษัท ‘ก๊าซพรอม -มีเดีย โฮลดิ้ง กรุ๊ป’ (Gazprom-Media) ซึ่งถือเป็นบริษัทที่ดำเนินกิจการด้านสื่อที่ใหญ่ที่สุดในรัสเซียด้วย ก่อนจะลาออกจากตำแหน่งในปี 2557 ขณะที่ บีบีซี รายงานว่า หลังการเสียชีวิตของนายเลซินนั้น ประธานาธิบดีปูตินได้กล่าวยกย่องนายเลซินว่า เป็นผู้ที่มีคุณูปการใหญ่หลวงต่อกิจการสื่อในรัสเซีย

เรือสำราญใหญ่สุดในโลก “ฮาร์โมนี ออฟ เดอะ ซีส์” ทดลองลงน้ำครั้งแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/589345

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 มี.ค. 2559 14:12

 เรือสำราญใหญ่สุดในโลก "ฮาร์โมนี ออฟ เดอะ ซีส์" ทดลองลงน้ำครั้งแรก

เรือสำราญเดินสมุทรลำใหญ่สุดในโลก แถมชื่อยังไพเราะเพราะพริ้ง ‘ฮาร์โมนี ออฟ เดอะ ซีส์’ ได้ฤกษ์…ทดลองเดินเรือครั้งแรกเป็นเวลา 3 วันแล้ว เคลื่อนตัวออกจากอู่ต่อเรือในฝรั่งเศส มุ่งหน้าสู่ท้องทะเลที่กว้างใหญ่ ท่ามกลางความสนใจของผู้คนหลายพันคน

เมื่อ 11 มี.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองแซงต์นาแซร์ ประเทศฝรั่งเศสว่า เรือสำราญเดินสมุทรลำใหญ่ที่สุดในโลก “ฮาร์โมนี ออฟ เดอะ ซีส์” (Harmony of the seas) ได้เปิดเสียงหวูด 3 ครั้ง ก่อนจะเคลื่อนตัวออกจากอู่ต่อเรือ สู่ท้องทะเลเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 10 มี.ค. (ตามเวลาท้องถิ่น) ภายใต้สายตาของผู้คนที่สนใจหลายพันคน และทำให้บรรดาเรือที่อยู่รายรอบกลายเป็นของเด็กเล่นไปทันที เมื่อเทียบกับขนาดกับเรือสำราญขนาดยักษ์เคลื่อนตัวอย่างช้าๆ ออกจากปากน้ำแม่น้ำลัวร์ โดยกัปตันได้บังคับเรือออกสู่ท้องทะเลที่ลมสงบ และคลื่นที่เบาบาง ใช้เวลาถึงครึ่งชั่วโมงจึงออกจากอู่ได้เรียบร้อย ขณะที่เรือลาก 4 ลำ ที่ขนาบคู่กับเรือสำราญและพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือไม่ต้องทำงานเลย เมื่อเรือ “ฮาร์โมนี ออฟ เดอะ ซีส์” เคลื่อนตัวออกไปด้วยเครื่องยนต์เพียงเครื่องเดียว

เรือสำราญขนาดใหญ่ ฮาร์โมนี ออฟ เดอะ ซีส์ เป็นเรือสำราญเดินสมุทรลำใหญ่ที่สุดในโลก ถูกต่อขึ้นที่อู่ต่อเรือ STX France หลังจากได้รับการสั่งให้ต่อเรือเมื่อปลายปี 2555 ด้วยสนนราคา 1,000 ล้านยูโร (39,000 ล้านบาท) โดยเรือสำราญลำนี้มีน้ำหนัก 120,000 ตัน มี 16 ดาดฟ้า ความยาว 362 เมตร กว้าง 66 เมตร เป็นเรือเดินทะเลขนาด 227,500 ตันกรอส สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้จำนวน 6,000 คน และลูกเรือจำนวน 2,000 คน และจะมีการส่งมอบให้กับบริษัทอเมริกัน ‘Royal Carribean’ ซึ่งเป็นเจ้าของอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 พฤษภาคมนี้

เรือ “ฮาร์โมนี ออฟ เดอะ ซีส์” ได้กลายเป็นจุดสนใจของชาวเมืองแซงต์นาแซร์มาหลายเดือนแล้ว ด้วยขนาดความสูงถึง 70 เมตร ที่สูงกว่าบรรดาอาคารทั้งหลายในเมือง ทำให้ไม่มีใครคลาดสายตาจากเรือขนาดยักษ์ลำนี้ได้เมื่อผ่านมาที่เมืองนี้ โดยการทดลองเดินเรือฮาร์โมนี ออฟ เดอะ ซีส์ ครั้งแรก มีเส้นทางระหว่างเกาะเบลอิลส์และอิล์เดอเยอร์ และจะกลับเข้าอู่ในเช้าวันอาทิตย์ที่ 13 มี.ค. รวมทั้งจะมีการทดลองเดินเรืออีกครั้งในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้

เจ้าหน้าที่ประจำเรือชุดแรกจำนวน 500 คน ส่วนใหญ่เป็นพวกลูกเรือ รวมถึงเจ้าหน้าที่ทดลองของอู่ต่อเรือ STX France และเจ้าหน้าที่ดูแลผู้โดยสาร และจะทดลองขับเรือสำราญ ฮาร์โมนี ออฟ เดอะ ซีส์ จนถึงวันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม หลังจากกัปตันเรือ 3 นาย จากแคว้นลัวร์ ได้ทำการฝึกขับเรือกับเครื่องจำลองสถานการณ์ที่อาจจะต้องเผชิญในทุกรูปแบบ แต่สิ่งที่น่าสังเกตคือ ขนาดด้านหน้าของเรือที่มีความกว้างเท่ากับสนามฟุตบอล 2 สนาม ซึ่งถือเป็นพื้นที่โต้ลมขนาดกว้างใหญ่ ทำให้การควบคุมเรือเมื่อมีกระแสลมแรงทำได้ค่อนข้างยาก.

มหาเศรษฐีเจ้าของอิเกียใส่เสื้อผ้าซื้อจากตลาดของเก่า ชี้ประหยัดดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/589186

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 มี.ค. 2559 07:00

มหาเศรษฐีเจ้าของอิเกียใส่เสื้อผ้าซื้อจากตลาดของเก่า ชี้ประหยัดดี

(ภาพ: Ingvar Kamprad © epa)

นายอิงก์วาร์ คามปราด ผู้ก่อตั้งบริษัทอิเกีย เป็นหนึ่งในมหาเศรษฐีติดอันดับโลก เปิดเผยในรายการสารคดีที่ออกอากาศทางโทรทัศน์สวีเดนเมื่อคืนวันพุธว่า เขาใส่เสื้อผ้าที่ซื้อจากตลาดขายของเก่าเพื่อเป็นการประหยัด…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายคามปราดผู้จะมีอายุครบ 90 ปีในวันที่ 30 มีนาคมนี้ ยอมรับว่าตนเองเป็นคนที่ตระหนี่ถี่เหนียวในการใช้จ่าย เป็นการอธิบายให้เห็นว่า ทำไมเขาถึงสามารถสร้างอาณาจักรธุรกิจอิเกียจากหมู่บ้านชนบทของสวีเดนเมื่อปี 2486 ให้เติบโตขึ้นมาเป็นบริษัทขายสินค้าเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านอันดับหนึ่งของโลก

“ผมเชื่อว่า เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติของสมาร์แลนด์ (พื้นที่การเกษตรตอนใต้กรุงสตอกโฮล์มที่เป็นบ้านเกิดของเขา) ทำให้ผมเป็นคนประหยัด” เขากล่าวกับนักข่าวโทรทัศน์ช่อง TV4 ของสวีเดน “หากคุณมองดูตัวผม ผมคิดว่าเสื้อผ้าที่ผมสวมใส่ไม่มีที่ผมจะไม่ได้ซื้อมาจากตลาดขายของเก่า เป็นการอธิบายว่า ผมต้องการแสดงตัวอย่างให้ทุกคนเห็น นอกเหนือจากการควบคุมรายจ่าย” เขากล่าวเน้น

สื่อมวลชนสวีเดนรายงานข่าวเมื่อเร็วๆ นี้ว่า เขามีทรัพย์สมบัติมูลค่า 610 ล้านโครนสวีเดน (2,554,500 ล้านบาท) แต่เป็นเรื่องค่อนข้างยากที่จะจำแนกทรัพย์สินส่วนตัวของเขากับทรัพย์สินของบริษัท สัดส่วนของลูกของเขา และที่เป็นเงินกองทุนมูลนิธิครอบครัว ทำให้นิตยสารฟอร์บส์ไม่ได้จัดอันดับให้เขาติดอันดับมหาเศรษฐีโลกอีก หลังจากที่เขาเคยติดอันดับ 4 เมื่อปี 2554

ทั้งนี้ เขาได้เดินทางกลับไปอยู่บ้านเกิดที่สมาร์แลนด์ ที่ประเทศสวีเดนเมื่อปี 2557 ภายหลังจากที่ได้ขายวิลล่าที่ตั้งอยู่ข้างทะเลสาบเลมง ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นักข่าวสถานีโทรทัศน์ TV4 ที่สัมภาษณ์เขาก็มาจากพื้นที่ดังกล่าวซึ่งเป็นเขตชนบทที่ยากจนและเคร่งศาสนา ซึ่งเป็นประเด็นหลักของการสัมภาษณ์ในครั้งนี้

สหรัฐฯ ส่ง บ.ทิ้งระเบิดสเตลธ์ บี-2 จำนวน 3 ลำ วางกำลังในเอเชีย-แปซิฟิก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/589142

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 มี.ค. 2559 06:00

สหรัฐฯ ส่ง บ.ทิ้งระเบิดสเตลธ์ ‘ B-2 ’  3 ลำ วางกำลังในเอเชีย-แปซิฟิก

ภาพ B-2 Spirit จาก (U.S. Air Force photo โดย Staff Sgt. Scott H. Spitzer)

กองทัพอากาศสหรัฐฯ ได้ส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดแบบ บี-2 จำนวน 3 ลำ จากฐานทัพอากาศไวท์แมน ในรัฐมิสซูรี ไปวางกำลังในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ภายหลังเกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธระยะสั้น 2 ลูก เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา…

เมื่อวันที่ 10 มี.ค.2559 กองทัพอากาศสหรัฐฯ ได้ส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดแบบ บี-2 จำนวน 3 ลำ ไปวางกำลังในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยเครื่องบินขับไล่ที่มีเทคโนโลยีสเตลธ์แบบไอพ่น 4 เครื่องยนต์มูลค่า 1.15 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ได้เดินทางออกจากฐานทัพอากาศไวท์แมน ในรัฐมิสซูรี เพื่อผสานการปฏิบัติการร่วมกับกองทัพอากาศของชาติพันธมิตร

การส่งเครื่องบินบี-2 ออกปฏิบัติการมีขึ้นหลังจากเกิดความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี หลังเกาหลีเหนือได้ทดสอบขีปนาวุธระยะสั้น 2 ลูก เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยมีข่าวออกมาก่อนหน้านี้ว่า ขีปนาวุธชนิดนี้สามารถใช้งานหัวรบนิวเคลียร์ได้ โดยการทดสอบขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ ก็เพื่อตอบโต้การซ้อมรบระหว่างกองทัพเกาหลีใต้ และกองทัพสหรัฐฯ เมื่อเร็วๆ นี้

รวมทั้งความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ หลังจากที่รัฐบาลปักกิ่ง ได้อ้างกรรมสิทธิ์เหนือหมู่เกาะในทะเลจีนใต้ รวมทั้งมีการก่อสร้างท่าเรือ และสนามบินบนเกาะ รวมทั้งการแสดงกิจกรรมทางทหารอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม กองทัพอากาศสหรัฐฯ ไม่ได้ระบุว่าเครื่องบินทิ้งระเบิด บี-2 ทั้ง 3 ลำจะปฏิบัติการในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกนานเท่าใด โดย บี-2 ไปประจำการที่ฐานทัพอากาศแอนเดอร์สัน บนเกาะกวม เมื่อเดือน ส.ค.ปีก่อน และ เมื่อเดือน มี.ค.2013 เครื่องบิน บี-2 ได้บินออกจากฐานในรัฐมิสซูรี เพื่อทิ้งระเบิดและอาวุธในการฝึกที่เกาหลีใต้มาแล้ว

สำหรับ เครื่องบินทิ้งระเบิดแบบ นอร์ทรอปกรัมแมน บี-2 สปิริต (Northrop Grumman B-2 Spirit) เป็นเครื่องบินทิ้งระเบิดที่ออกแบบมาให้มีคุณลักษณะลดการตรวจจับด้วยเรดาร์ หรือ สเตลธ์ มีเครื่องยนต์ไอพ่น 4 เครื่อง ใช้ลูกเรือ 2 นาย สามารถทิ้งได้ทั้งระเบิดธรรมดา ระเบิดนำวิถี และอาวุธนิวเคลียร์ เข้าประจำการเมืองปี 1997 สามารถบรรทุกระเบิดไปได้ถึง 18,000 กิโลกรัม.