เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ทรงมีรายได้จากผลงานศิลปะติดอันดับสูงสุดของอังกฤษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/574221

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ก.พ. 2559 06:30

 

(ภาพ: Telegraph)

สำนักพระราชวังอังกฤษเปิดเผยตัวเลขรายได้จากการขายผลงานศิลปะของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มียอดจำหน่ายสูงติดอันดับหนึ่งในศิลปินที่มีรายได้สูงสุดของประเทศอังกฤษ…

หนังสือพิมพ์เทเลกราฟรายงานข่าวว่า เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ พระโอรสองค์แรกและรัชทายาทอันดับหนึ่งของราชวงศ์อังกฤษ ทรงเป็นศิลปินวาดภาพที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักกันแพร่หลายนัก ทรงวาดภาพสีน้ำเป็นงานอดิเรกที่ทำรายได้อย่างงดงามให้พระองค์ ซึ่งสำนักพระราชวังคลาเรนซ์เฮาส์แถลงว่า เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงมีรายได้ถึง 2 ล้านปอนด์ (104 ล้านบาท) จากการขายภาพพิมพ์จากภาพวาดต้นฉบับตั้งแต่ปี 2540 เป็นต้นมา

เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ทรงวางขายภาพพิมพ์ที่ผลิตจากภาพวาดสีน้ำที่พระองค์ทรงวาดที่พระราชวังไฮโกรฟ เฮาส์ ที่เขตกลอสเตอร์เชียร์ และมิได้เก็บรายได้ดังกล่าวไว้ส่วนพระองค์แต่อย่างใด หากทรงโอนเข้ากองทุนการกุศลพรินส์ออฟเวลส์ (Prince of Wales Foundation)

หนังสือพิมพ์เทเลกราฟรายงานว่า นักค้าผลงานศิลปะรายหนึ่งที่ขายภาพพิมพ์ภาพวาดของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ระบุว่า เขาขายภาพพิมพ์จากภาพวาดสีน้ำของเจ้าชายได้ถึง 4 ล้านปอนด์ ทำให้รายได้รวมจากการขายภาพพิมพ์ของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มีจำนวนรวม 6 ล้านปอนด์ (312 ล้านบาท)

(ภาพ: Telegraph)

ภาพวาดของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ส่วนใหญ่จะเป็นภาพทิวทัศน์ที่วาดด้วยสีน้ำ ราคาภาพพิมพ์ที่ประกาศขายบนเว็บไซต์ของไฮโกรฟเฮาส์ ราคาภาพละ 2,500 ปอนด์ (132,000 บาท)

นางแอนนา ฮันเตอร์ เจ้าของแกลเลอรี่ Belgravia ได้เห็นภาพวาดของเจ้าชายชาร์ลส์ในหนังสือพิมพ์ในปี 2532 จึงได้เขียนจดหมายถึงพระองค์ แนะนำว่า หากทรงทำภาพพิมพ์จากต้นฉบับภาพวาดเพื่อวางขายก็จะสามารถช่วยสร้างรายได้ให้กับองค์กรการกุศล และได้รับการติดต่อจากราชเลขาธิการของพระองค์ ทำให้โครงการผลิตภาพพิมพ์ผลงานภาพวาดสีน้ำของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์เข้าสู่ตลาดศิลปะ

ภาพพิมพ์จำนวนจำกัดบางภาพจำหน่ายในราคาสูงถึง 15,000 ปอนด์ (800,000 บาท) ทำให้เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงเป็นศิลปินที่มีรายได้สูงสุดติดอันดับศิลปินรายได้ดีของอังกฤษ นางแอนนา ฮันเตอร์ กล่าวว่า พระองค์ทรงวาดเฉพาะภาพสีน้ำ และไม่เคยขายภาพวาดต้นฉบับเลยสักภาพเดียว

ตำรวจเบลเยียมรวบตัวมาเฟียอิตาลีกลางกรุงบรัสเซลส์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/574215

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ก.พ. 2559 05:15

 

ตำรวจเบลเยียมยืนยันการบุกจับกุมตัว นายแองเจโล คาลิรี สมาชิกแก๊งมาเฟียอิตาลี ซึ่งก่อคดีฆาตกรรมมาแล้วอย่างน้อย 17 คดี…

สื่อเบลเยียมรายงานว่า นายมาร์ติน วานสเตนบรู๊ก ผู้อำนวยการ “หน่วยพิเศษปฏิบัติการไล่ล่าผู้หลบหนีคดี” (Fugitive Active Search Team – FAST) ของตำรวจเบลเยียม ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ การตามล่าตัวผู้ต้องหาหลบหนีคดีอาญาข้ามชาติมาตั้งแต่ปี 2542 ได้ยืนยันการบุกจับกุมตัว นายแองเจโล คาลิรี อายุ 48 ปี หนึ่งในสมาชิกแก๊งมาเฟียอิตาลีที่บ้านหลังหนึ่งในอำเภออองเดอเล็ค กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา

ปฏิบัติการร่วมอิตาลี-เบลเยียม ใช้ชื่อว่า Gotha VI โดยอัยการเมืองเมสซินา เกาะซิซิลี ประเทศอิตาลี เป็นผู้ประสานงานการปฏิบัติการข้ามชาติในครั้งนี้ ทั้งนี้ ในประเทศอิตาลีมีการบุกจับกุมตัวผู้ต้องหาจำนวน 12 คน ในคืนเดียวกัน ซึ่งเป็นสมาชิกมาเฟียที่อยู่ร่วมในกลุ่ม Famiglia Barcellonese ที่มีต้นกำเนิดมาจากเมืองบาร์เซโลนา โปซซา ดิ โกตตา ที่มีประชากรอาศัยอยู่จำนวน 41,000 คน ซึ่งเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมจำนวน 17 คดี ระหว่างปี 2536-2555 โดยเหยื่อรายสุดท้ายคือ นายจิโอวานนี่ อิสโกร ซึ่งถูกสังหารเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2555

แก๊งมาเฟียนี้มี นายกีเซปป์ กูยอตติ อายุ 55 ปี เป็นหัวหน้าแก๊งและถูกจับกุมตัวในปฏิบัติการครั้งนี้ด้วย เขาต้องสงสัยว่าทำการทรมานนายโดเมนิโก เปลเลริติ ในปี 2536 และถูกฆ่าทิ้งในที่สุด เขาได้รับฉายาว่า “อัฟวาทิชชิโอ” (Avvocaticchio) เนื่องจากเคยเรียนด้านกฎหมายมาก่อน ในปี 2536 มาเฟียรายนี้ถูกตัดสินจำคุก 30 ปีจากคดีฆาตกรรมนายเบปเปอร์ อัลฟาโน นักข่าวด้านการสืบสวน

นายแองเจโล คาลิรี เป็นมันสมองคนสำคัญของแก๊งมาเฟียซิซิลีแก๊งนี้ นายมาร์ติน วานสเตนบรู๊ก ประเมินว่า เขาหลบหนีมาอยู่ในประเทศเบลเยียมเป็นเวลากว่าหนึ่งปีแล้ว

ทรัมป์เล็งฟื้นวิธีสอบสวนสุดฉาวของ CIA สู้ก่อการร้าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/574173

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 8 ก.พ. 2559 04:10

 

(ภาพ: REUTERS)

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้ท้าชิงตำแหน่งตัวแทนพรรครีพับลิกัน ลงสมัครเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในวันที่ 8 พ.ย.2559 ร่วมเวทีอภิปรายหาเสียงกับผู้ท้าชิงรายอื่นๆ ที่เมืองแมนเชสเตอร์ รัฐนิวแฮมพ์เชียร์ เมื่อ 6 ก.พ. ก่อน ถึงวันลงคะแนนเลือกตัวแทนพรรคแบบไพรมารีทั่วรัฐนิวแฮมพ์เชียร์ ในวันที่ 10 ก.พ. ขณะที่ผลสำรวจความคิดเห็นหลายสำนักบ่งชี้ว่านายทรัมป์มีคะแนน นิยมในรัฐนี้ทิ้งห่างจากนายเท็ด ครูซ ส.ว.รัฐเท็กซัส คู่แข่งคนสำคัญซึ่งมีคะแนนสูงเป็นอันดับ 1 จากการลงคะแนนแบบคอคัสในรัฐไอโอวาเมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา

ในระหว่างอภิปรายหาเสียงเลือกตั้ง นายทรัมป์ย้ำว่า ตนจะต่อสู้เครือข่ายก่อการร้ายโดยนำวิธีสอบสวนผู้ต้องสงสัยที่หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ (ซีไอเอ) เคยใช้ในสมัยอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช กลับมาใช้ใหม่ รวมถึง วิธีการวอเตอร์บอร์ดดิงที่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ระบุว่า เป็นการทรมานที่ละเมิด สิทธิมนุษยชน เพราะวิธีดังกล่าวเป็นการจับผู้ต้องสงสัยมัดมือมัดเท้าและนอนราบติดกับแผ่นกระดาน ก่อนจะนำผ้าบางๆ มาปิดใบหน้าและเทน้ำใส่อย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ต้องสงสัยหายใจไม่ออกเช่นเดียวกับการถูกจับกดน้ำ และนายทรัมป์ย้ำด้วยว่าตนจะนำวิธีสอบสวนอื่นๆ ที่ร้ายแรงกว่านี้กลับมาใช้ใหม่ด้วย ขณะที่นายเท็ด ครูซ ระบุว่า จะนำวิธีสอบสวนของซีไอเอกลับ มาใช้เพียงบางส่วน.

โคลอมเบียหวั่นผู้ป่วยไวรัสซิกาเพิ่ม-พบเอี่ยวก่อโรคแพ้ภูมิตัวเอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/574171

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 8 ก.พ. 2559 03:20

 

(ภาพ: AFP)

นายฮวน มานูเอล ซานโตส ประธานาธิบดีโคลอมเบีย แถลงความคืบหน้า การตรวจสอบผู้ต้องสงสัยติดเชื้อไวรัสซิกาในประเทศ เมื่อ 6 ก.พ. พบผู้ติดเชื้อไวรัสซิกา 22,612 ราย จากผู้ต้องสงสัยติดเชื้อทั้งหมด 25,645 ราย โดยพื้นที่ที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดคือ เมืองนอร์เต เด ซานแทนเดอร์ ทางตะวันออกของโคลอมเบีย ติดกับพรมแดนประเทศเวเนซุเอลา ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขประเมินว่า ผู้ติดเชื้อไวรัสซิกาในโคลอมเบียอาจเพิ่มสูงถึง 600,000 ราย และขณะนี้โคลอมเบีย เป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อไวรัสซิกามากเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากบราซิล

อย่างไรก็ตาม นายฮวน มานูเอล ซานโตส ระบุว่า ผู้หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อไวรัสซิกาประมาณ 3,177 ราย ที่พบในโคลอมเบีย ไม่มีปัจจัยบ่งชี้ว่าทารก ในครรภ์จะมีอาการศีรษะเล็กผิดปกติเหมือนที่พบในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ซึ่งติดเชื้อไวรัสซิกาในประเทศบราซิล แต่แพทย์ในโคลอมเบียพบความเกี่ยวโยงว่าไวรัสซิกาอาจทำให้ผู้ติดเชื้อมีอาการป่วยด้วยโรคแพ้ภูมิตัวเองในกลุ่มอาการกีแยง-บาร์เร (จีบีเอส) ซึ่งทำให้ปลายประสาทอักเสบและกล้ามเนื้ออ่อนแรงใน บางรายถึงขั้นเป็นอัมพาต และสถิติผู้ป่วยที่มีอาการกลุ่มจีบีเอสในโคลอมเบียเพิ่มสูงขึ้น 66 เปอร์เซ็นต์ หรือราว 1,000 ราย ในช่วงเวลาเดียวกับที่ไวรัสซิกา แพร่ระบาด ทั้งยังมีผู้ติดเชื้อไวรัสซิกาเสียชีวิตจากกลุ่มอาการดังกล่าวแล้ว 3 ราย.

หัวใจน่ากราบ! หนุ่มโปแลนด์ไร้มือ คว้าที่2ศิลปินยอดเยี่ยม ให้กำลังใจผู้อื่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/574104

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ก.พ. 2559 20:30

 

ศิลปินหนุ่มชาวโปแลนด์ หัวใจสุดแกร่ง เกิดมาไร้มือ แต่สามารถคว้ารางวัลอันดับ 2 ศิลปินยอดเยี่ยม ที่เวียนนา จากผลงานวาดภาพเหมือน เผยที่อยากทำเพราะต้องการให้กำลังใจคนอื่นว่า “ต้องสู้เพื่อฝัน ทำในสิ่งที่คนอื่นกลัว อย่าปล่อยเวลาผ่านไปอย่างไร้ค่า” …

เมื่อวันที่ 7 ก.พ.59 บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำประเทศเบลเยียม รายงานว่า นายมาริอุส เคดเซียร์สคิ ศิลปินหนุ่มชาวโปแลนด์วัย 23 ปี วาดภาพเหมือนด้วยดินสอดำ มีผลงานยอดเยี่ยมจนได้รับรางวัลที่สองในงานประกวดศิลปินนานาชาติเมื่อปี 2559

นายมาริอุส เคดเซียร์สคิ กล่าวว่า เขาไม่ทราบว่าทำไมเขาถึงเกิดมาไม่มีมือทั้งสองข้าง “ไม่มีอะไรที่จะสามารถอธิบายเหตุผลได้ว่า ทำไม? ในครอบครัวของผมก็ไม่มีใครที่เป็นแบบผม ก่อนหน้านี้ ผมมักจะตั้งถามคำถามกับตัวเองและกับพระเจ้าว่า “ทำไมต้องเป็นผม” แต่เมื่อผมสามารถทำใจได้และยอมรับสภาพตามที่ผมเป็นอยู่แล้ว ผมก็เริ่มเข้าใจว่า ทำไมผมจึงเกิดมาไม่มีมือทั้งสองข้าง ซึ่งผมอาจจะไม่ได้ทำอย่างที่ผมทำอยู่ทุกวันนี้ก็ได้ถ้าผมมีมือสองข้างเหมือนคนปกติทั่วไป”

ศิลปินหนุ่มชาวโปแลนด์คนนี้สร้างสรรค์ผลงานภาพวาดเสมือนจริงได้เหมือนมากที่สุด เขาวาดภาพโดยใช้ข้อแขนช่วยดันดินสอดำ

“ทุกอย่างเป็นเรื่องปกติเสียแล้วสำหรับผม ทำให้ผมไม่สามารถจะบอกได้ว่า การใช้ชีวิตอย่างไม่มีมือทั้งสองข้างนี้ยากลำบากหรือง่าย ผมไม่ทราบว่าการมีมือจะเป็นอย่างไร เพราะผมไม่เคยมีมือเลยตั้งแต่เกิด”

ถึงแม้ว่าจะเกิดมามีร่างกายพิการ แต่นายมาริอุสก็คิดว่า “มีพรสวรรค์” และเราก็ต้องยอมรับว่า เขามีพรสวรรค์จริงๆ จากผลงานภาพวาดเสมือนจริงด้วยดินสอดำที่เหมือนต้นฉบับจนดูไม่ออกแต่ละชิ้นที่เขาใช้เวลาประมาณ 20 ชั่วโมงในการวาด

นายมาริอุส เคดเซียร์สคิ ได้รับรางวัลที่ 2 ในการประกวดศิลปินยอดเยี่ยมนานาชาติที่กรุงเวียนนาในปี 2559 เขาต้องการให้กำลังใจกับคนอื่นว่า “ผมอยากจะบอกทุกคนไม่เฉพาะคนที่พิการ แต่คนปกติทั่วไปด้วยว่า ต้องต่อสู้เพื่อทำความฝันให้เป็นจริงและใช้ชีวิตที่สุดยอด ทำในสิ่งที่คนอื่นกลัวที่จะทำ อย่าปล่อยเวลาให้เสียไปโดยเปล่าประโยชน์ นั่นคือสิ่งที่ไร้ค่า”

เครดิตภาพ Facebook ชมคลิป http://youtu.be/KpPUaXpfOBc

เหลือแต่ตำนาน!! เอ็ดการ์ มิตเชลล์ นักบินอวกาศเดินบนดวงจันทร์คนที่ 6 ลาโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/573880

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ก.พ. 2559 04:58

 

อาลัย..อดีตนักบินอวกาศชาวอเมริกัน ‘เอ็ดการ์ มิตเชลล์’ เสียชีวิตแล้ว ด้วยวัย 85 ที่สถานดูแลผู้ป่วยเมืองเวสต์ปาล์ม บีช รัฐฟลอริดา หลังสร้างตำนานยิ่งใหญ่ เป็นนักบินอวกาศคนที่ 6 ที่ได้เดินท่องดวงจันทร์

เมื่อ 7 ก.พ. 59 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าวเศร้า นายเอ็ดการ์ มิตเชลล์ อดีตนักบินอวกาศชาวอเมริกัน ผู้ซึ่งเคยเดินบนดวงจันทร์เป็นคนที่ 6 ของโลก เสียชีวิตแล้วอย่างสงบ ด้วยวัย 85 ปี ที่สถานดูแลผู้ป่วยในเมืองเวสต์ ปาล์ม บีช รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 6ก.พ.59 หรือเพียงวันเดียวก่อนจะถึงวันครบรอบปีที่ 45ที่เขาเป็นหนึ่งในนักบินอวกาศที่เดินทางไปกับยานอพอลโล 14 เพื่อพิชิตดวงจันทร์ในปี 2514

บีบีซีรายงานว่า เอ็ดการ์ มิตเชลล์ ถือเป็นเจ้าของสถิติเป็นนักบินอวกาศที่เดินสำรวจบนดวงจันทร์นานที่สุด ด้วยเวลา 9 ขั่วโมง 17 นาที เพื่อเก็บตัวอย่างต่างๆบนดวงจันทร์นำกลับมายังโลกมนุษย์ โดยกัปตันมิตเชลล์ พร้อมด้วยเพื่อนนักบินอวกาศกัปตัน อลัน เชปพาร์ด สามารถนำยานอพอลโล 14 ลงจอดบนผิวดวงจันทร์ได้อย่างปลอดภัย ที่บริเวณ ฟรา มอโร ซึ่งเป็นบริเวณที่สูงมีภูเขาบนดวงจันทร์ ซึ่งเคยเป็นเป้าหมายลงจอดของยานอพอลโล 13 มาก่อน แต่โชคร้ายที่ยานอพอลโล 13 ต้องล้มเลิกความพยายามลงจอด เนื่องจากถังออกซิเจนระเบิด

เอ็ดการ์ มิตเชลล์ เดินทางไปกับยานอพอลโล 14 พิชิตดวงจันทร์เมื่อปี 2514

เอ็ดการ์ มิตเชลล์ นับเป็นนักบินอวกาศคนที่ 4 ของสหรัฐฯในภารกิจพิชิตดวงจันทร์ในโครงการยานอพอลโลที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และนับเป็นนักบินอวกาศคนแรกหลังจากยานอพอลโล 13 ต้องพบกับล้มเหลวในการลงจอดบนดวงจันทร์ โดยมิตเชลล์เคยกล่าวว่า เขาได้พบกับความศักดิ์สิทธิ์ในห้วงอวกาศ และชีวิตที่เหลือของเขาได้หันไปทุ่มเทกับการศึกษาเรื่องจิตและปรากฏารณ์ที่ไม่สามารถอธิบายได้ รวมทั้งเรื่องUFO โดยในปี 2551 มิตเชลล์ได้อ้างว่า มีมนุษย์ต่างดาวมาเยือนโลกมนุษย์ของเราแต่รัฐบาลสหรัฐฯได้ปกปิดเรื่องนี้

เอ็ดการ์ มิตเชลล์ ได้รับความช่วยเหลือให้ออกจากยานบัญชาการ หลังกลับลงสู่พื้นโลกในมหาสมุทรแปซิฟิกทางตอนใต้ เมื่อ 9 ก.พ. 2514

รถเฟอร์รารี่ปี 1957 แพงสุดในประวัติศาสตร์! ประมูลซื้อคันละ 1,280 ล้านบาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/573841

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ก.พ. 2559 01:22

 

รถยนต์เฟอร์รารี่ รุ่น 335 S Spider สีแดงเพลิง ผลิตตั้งแต่เกือบ 60 ปีก่อน ทำลายสถิติแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ มีผู้ประมูลซื้อไปในราคาแพงมหาศาลถึงคันละ 1,280 ล้านบาท

เมื่อ 7 กุมภาพันธ์ 2559 สื่อต่างประเทศรายงาน รถยนต์เฟอร์รารี่ในตำนาน ผลิตตั้งแต่ปี 2500 หรือเมื่อเกือบ 60 ปีที่แล้ว ได้ถูกนำมาประมูลขายที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในราคาสูงถึง 32 ล้านยูโร (1,280 ล้านบาท) ทำลายสถิติราคาสูงสุดสำหรับรถยนต์ที่ผ่านการประมูล โดยรถยนต์เฟอร์รารี่คันดังกล่าว เป็นรุ่น 335 S Spider ปี 1957 ได้รับการประมูลเมื่อวันศุกร์ที่ 6 ก.พ. ด้วยราคาที่สูงจนทำลายสถิติสูงสุดด้วยราคา 28 ล้านยูโร หากรวมค่าธรรมเนียมอีกด้วยราคาก็จะเท่ากับ 32,075,200 ยูโร

สำนักงานประมูล Artcurial ระบุราคาประมูลรถยนต์ที่มีสถิติสูงสุดเดิมคือ รถยนต์เฟอร์รารี่ 250 GTO ปี 1962 ที่ได้มีการประมูลขายในราคา 38 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือเท่ากับ 28,9 ล้านยูโร ตามอัตราแลกเปลี่ยนขณะนั้น) เมื่อปี 2557 ที่เปบเบิ้ลบีช แคลิฟอเนียร์ ในสหรัฐฯ

สำหรับรถยนต์เฟอรารี่สีแดงเพลิง ซึ่งสร้างสถิติมีผู้ประมูลซื้อในราคาสูงสุดนั้น มีหมายเลขแชสซี 0674 ตัวถังออกแบบโดย Scaglietti เป็นรถที่สะสมโดย นายปิแอร์ บาร์ดินง นักอุตสาหกรรมชาวฝรั่งเศส หนึ่งในนักสะสมรถยนต์เฟอร์รารี่ที่รู้จักกันดี เขาได้เสียชีวิตเมื่อปี 2555 และนายไมค์ ฮอว์ธอร์น ได้เคยขับเข้าร่วมการแข่งรถยนต์ 24 ชั่วโมงเลอมองส์ ในปี 2500 เครื่องยนต์ขนาด 4.1 ลิตร ด้วยพลังแรงเกือบ 400 แรงม้า ความเร็วสูงสุด 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ที่มา : 7sur7

ซ้อนแผน! หญิงบุรุนดีแกล้งตาย โผล่งานศพตัวเอง พาตร.จับสามีบงการฆ่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/573530

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ก.พ. 2559 06:30

 

(ภาพ: ABC News)

ชายคนหนึ่งในประเทศคองโกจ้างมือปืนฆ่าภรรยาตัวเองก่อนจัดงานศพให้ แต่ต้องตกใจสุดขีด เมื่อภรรยาที่น่าจะตายไปแล้วกลับปรากฏตัวเข้ามาในงาน พร้อมพาตำรวจมาจับเขา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โนเอลา รูคุนดู แม่ลูก 8 ชาวบุรุนดี ถูกสามีชาวคองโกซึ่งมีประวัติเคยเข้าร่วมต่อสู้กับกลุ่มติดอาวุธ จ้างกลุ่มมือปืน 3 คนให้ฆ่าเธอ แต่เหตุการณ์กลับตาลปัตร เมื่อมือปืนตัดสินใจไม่ลงมือ และปล่อยเธอไปพร้อมกับหลักฐานการกระทำผิดของสามี โนเอลาจึงซ้อนแผนด้วยการพาตำรวจไปจับสามี ณ สถานที่จัดงานศพของเธอเอง

นางโนเอลา ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวหลายสำนัก ระบุว่า เรื่องราวของเธอเกิดขึ้นเมื่อเกือบ 1 ปีก่อน หลังจากเธอเดินทางจากบ้านในนครเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย กลับบ้านเกิดที่ประเทศบุรุนดี เพื่อร่วมงานศพของแม่เลี้ยงในวันที่ 17 ก.พ. 2015 เหตุการณ์นี้ทำให้เธอซึมเศร้าและเครียดมากจนเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องของโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงบูจุมบูรา เมืองหลวงของบุรุนดี

โนเอลาบอกกับสำนักข่าวบีบีซี ว่า เย็นวันเดียวกัน สามีของเธอโทรมาหา และบอกให้ไปสูดอากาศภายนอกโรงแรมบ้าง เธอจึงทำตาม แต่ทันทีที่ก้าวออกจากโรงแรม ชายคนหนึ่งก็บุกเข้าหาพร้อมใช้ปืนจ่อมาที่เธอ จากนั้นจึงใช้ผ้าปิดตาเธอ และบังคับให้เธอขึ้นนั่งรถไปยังอาคารแห่งหนึ่ง โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 30-40 นาที ก่อนคนร้ายจะนำตัวเธอไปมัดไว้กับเก้าอี้

ระหว่างที่นั่งอยู่ นางโนเอลา ได้ยินเสียงผู้ชายหลายคนคุยกัน จากนั้นเสียงหนึ่งจึงถามเธอว่า “เธอไปทำอะไรให้ชายคนนี้จนถึงกับต้องจ้างพวกเรามาฆ่าเธอ?” ก่อนจะเฉลยว่าผู้ที่จ้างวานพวกเขาคือ บาเลนกา คาลาลา สามีซึ่งอยู่กินกันมานาน 11 ปีของเธอเอง พวกเขายังให้เธอฟังเสียงจากสปีกเกอร์โฟนโทรศัพท์ เป็นเสียงของบาเลนกา ที่พูดว่า “ฆ่าเธอซะ” จากนั้นเธอก็สลบไป ตามรายงานของสำนักข่าว เอบีซี ของออสเตรเลีย

ภาพเมื่อครั้งนายบาเลกาแต่งงานกับนางโนเอลา (ภาพ: BBC News)

เมื่อโนเอลาฟื้นขึ้นมา เธอพบว่าเธอยังอยู่ที่อาคารหลังเดิมและกลุ่มคนร้ายก็ยังอยู่ อย่างไรก็ตาม พวกเขาบอกว่าจะไม่ฆ่าเธอ เพราะไม่เชื่อในเรื่องการฆ่าผู้หญิง แต่จะยังคงเก็บเงินจ้างวานของสามีเธอเอาไว้ 2 วันต่อมา กลุ่มคนร้ายขับรถมาปล่อยไว้ที่ข้างถนนสายหนึ่ง พร้อมกับมอบโทรศัพท์ที่มีบันทึกบทสนทนากับนายบาเลนกา และใบเสร็จรับเงินจำนวน 7,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ซึ่งพวกเขาอ้างว่าเป็นเงินค่าจ้าง

“เราให้เวลาเธอ 80 ชั่วโมงเพื่อออกจากประเทศนี้” กลุ่มมือปืนบอกกับโนเอลา “สามีของเธอเอาจริง เราอาจปล่อยเธอไป แต่คนอื่นจะไม่ทำอย่างเดียวกัน หากพระเจ้าช่วยเธอ เธอจะไปถึงออสเตรเลีย” “เราแค่อยากให้เธอกลับไป เพื่อบอกกับผู้หญิงโง่เหมือนเธอคนอื่นๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น” กลุ่มชายฉกรรจ์กล่าว ก่อนจะขับรถจากไป ตามรายงานของ ดิ เอจ (The Age) สื่อออสเตรเลียอีกเจ้าที่ได้สัมภาษณ์โนเอลา

ดิ เอจ รายงานด้วยว่า โนเอลาเริ่มวางแผนสำหรับก้าวต่อไป โดยเธอขอความช่วยเหลือจากสถานทูตเคนยาและเบลเยียมเพื่อเดินทางกลับไปยังออสเตรเลีย จากนั้นจึงติดต่อกับบาทหลวงที่โบสถ์ในนครเมลเบิร์นที่เธอไปสวดมนต์เป็นประจำ และอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้น บาทหลวงจึงให้ความช่วยเหลือเธอให้เธอได้กลับบ้านโดยไม่ให้นายบาเลนการู้

ในขณะเดียวกัน นายบาเลนกาซึ่งกลับไปยังออสเตรเลียแล้ว และไม่รู้ว่านางโนเอลายังมีชีวิตอยู่ บอกกับทุกคนว่าภรรยาของเขาเสียชีวิตในอุบัติเหตุที่น่าสลด และจัดงานศพให้เธอ ซึ่งผู้คนในชุมชนชาวคองโกในเมลเบิร์นต่างเดินทางมาร่วมแสดงความเสียใจ จนกระทั่งในคืนวันที่ 22 ก.พ. 2015 ระหว่างที่นายบาเลนกากำลังยืนส่งแขกที่มาร่วมงานนั้น โนเอลาซึ่งรออยู่ในรถหน้าสถานที่จัดงาน ก็ปรากฏตัวออกมาต่อหน้าเขา พร้อมพาตำรวจมาจับเขา ทำให้บาเลนกาตกใจสุดขีด

ในเบื้องต้น บาเลนกาปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด ก่อนที่ตำรวจจะได้คำสารภาพของเขาผ่านการสนทนาทางโทรศัพท์ ซึ่งเจ้าหน้าที่แอบบันทึกเอาไว้ ทำให้นายบาเลนกายอมรับสารภาพในที่สุด และในวันที่ 11 ธ.ค. 2015 เขาก็ถูกผู้พิพากษาในเมืองเมลเบิร์นพิพากษาลงโทษจำคุก 9 ปี ในข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับการฆาตกรรม โดยมูลเหตุจูงใจคือ หึงหวง กลัวว่าภรรยาจะทิ้งไปคบผู้ชายอีกคน ซึ่งโนเอลาปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง

ซิมบับเวแล้งหนัก ปธน.ประกาศภาวะภัยพิบัติ ระดมทุนหาอาหารช่วยคน 2.4 ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/573500

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ก.พ. 2559 03:55

 

(ภาพ: AP)

ผู้นำประเทศซิมบับเวประกาศใช้กฎภาวะภัยพิบัติเนื่องจากภัยแล้งในหลายพื้นที่ของประเทศแล้ว เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่กำลังอดอยากกว่า 1 ใน 4 ของประเทศ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายโรเบิร์ต มูกาเบ ประธานาธิบดีแห่งประเทศซิมบับเว ประกาศใช้คำสั่งสถานการณ์ภัยพิบัติในหลายพื้นที่ของประเทศที่กำลังเผชิญภัยแล้งรุนแรงแล้ว โดยมีประชาชนกว่า 2.4 ล้านคน หรือเกิน 1 ใน 4 ของประเทศกำลังต้องการความช่วยเหลือด้านเสบียงอาหาร

รัฐบาลซิมบับเวยังขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก เนื่องจากพวกเขากำลังนำเข้าข้าวโพดจากประเทศแซมเบียซึ่งอยู่ติดกันเข้ามากู้สถานการณ์ในเบื้องต้นแล้ว

โรเบิร์ต มูกาเบ ประธานาธิบดีซิมบับเว (ภาพ: REUTERS)

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวล่าสุดของซิมบับเว เกิดขึ้นไม่กี่วันหลังจากสหภาพยุโรปกระตุ้นให้นายมูกาเบประกาศสถานการณ์ภัยพิบัติ เพื่อให้สามารถระดมทุนช่วยเหลือด้านเสบียงอาหารได้อย่างรวดเร็ว

ซิมบับเวกำลังเผชิญภัยแล้งอย่างหนัก เนื่องจากฝนตกน้อยกว่าปกติตั้งแต่เมื่อปี 2015 จนพื้นดินแห้งแตกระแหง ปศุสัตว์ล้มตายหลายพันตัว เพราะไม่มีหญ้ากิน

นาย แยน วอสเซน ผู้อำนวยการคณะกรรมการเพื่อการบรรเทาความอดอยาก หรือ อ็อกแฟม (Oxford Committee for Famine Relief: Oxfam) สาขาซิมบับเว กล่าวว่า สถานการณ์ภัยแล้งกำลังเลวร้ายลงเนื่องจากในปีนี้ฝนแทบไม่ตกลงมาเลย และในบางพื้นที่ของประเทศ ผู้คน, ชาวไร่ชาวนา กำลังใช้ฟางมุงหลังคามาเป็นอาหารให้ปศุสัตว์

ชาวจีนเตรียมเดินทางเที่ยวฉลองตรุษปีวอก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/573453

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 6 ก.พ. 2559 01:50

 

(ภาพ: REUTERS)

บรรยากาศเทศกาลตรุษจีนต้อนรับปีวอกทั่วโลก ชาวจีนเตรียมเดินทางท่องเที่ยวกันตั้งแต่ช่วงวันอาทิตย์ 7 ก.พ. หลังเสร็จสิ้นการไหว้เจ้า โดยปีนี้ บรรยากาศในประเทศจีนไม่คึกคักมากเช่นทุกปีที่ผ่านมา อาจเนื่องจากช่วงปีที่แล้วสภาพเศรษฐกิจของจีนเติบโตช้าที่สุดในรอบ 25 ปี ทำให้แรงงานจำนวนมากไม่ได้รับเงินโบนัสหรือบ้างก็ไม่ได้รับค่าจ้าง โดยผลสำรวจความคิดเห็นของแรงงานชาวจีนในมณฑลกวางตุ้ง ทางภาคใต้ มากกว่า 10,000 คน พบว่า 2 ใน 3 ไม่คิดว่าจะได้รับเงินโบนัส ขณะที่รัฐบาลจีนอยู่ระหว่างเฝ้า ติดตามสถานการณ์ประท้วงของเหล่าแรงงาน โดยให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นคอยตรวจสอบความเคลื่อนไหว

ส่วนความเคลื่อนไหวที่นครซิดนีย์ ออสเตรเลีย ชาวเอเชียและชาว เชื้อสายจีนจากหลายประเทศพากันเที่ยวรับประทานอาหารทะเลกันอย่างคึกคัก ส่งผลให้ตลาดสินค้าอาหารทะเลทั้งจากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ต้องเตรียมกักตุนสินค้าไว้บริการตลอดช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า ทั้งนี้ ออสเตรเลียและ นิวซีแลนด์ กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งหนึ่งของเหล่านักท่องเที่ยวชาวจีน หลังเกิดกรณีนมผงปนเปื้อนสารเมลามีนในประเทศจีนเมื่อหลายปีก่อน ทำให้ชาวจีนเชื่อมั่นในสินค้าคุณภาพจากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์.