ผวาอีก! พบจดหมายขู่บึมบนเครื่องบินซาอุฯ แอร์ ต้องอพยพผู้โดยสาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572945

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.พ. 2559 23:00

 

(ภาพ: AP)

เจ้าหน้าที่อพยพผู้โดยสารลงจากเครื่องบินโดยสารของซาอุดีอาระเบีย ที่สนามบินในกรุงมาดริด หลังจากมีการพบจดหมายขู่วางระเบิด ก่อนจะพบว่าคำขู่ไม่เป็นความจริง…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2016 เจ้าหน้าที่ของประเทศสเปน อพยพผู้โดยสารลงจากเครื่องบินโดยสารของสายการบิน ซาอุดีอาระเบียนแอร์ไลน์ส หรือ ซาอุเดีย หลังพบจดหมายขู่วางระเบิดก่อนที่เครื่องจะเดินทางออกจากท่าอากาศยานนานาชาติ บาราฆาส ในกรุงมาดริด เมืองหลวงของสเปน ก่อนจะพบในเวลาต่อมาว่า คำขู่นี้ไม่เป็นความจริง

ข่าวระบุว่า เครื่องบินโดยสารเที่ยวบินที่ เอสวีเอ 226 ซึ่งกำลังจะเดินทางจากกรุงมาดริดไปยังกรุงริยาดของซาอุดีอาระเบีย พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 112 คน ก่อนที่ทั้งหมดจะถูกอพยพออกจากเครื่อง จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงเดินทางเข้ามาตรวจสอบเครื่องบินลำนี้

ขณะที่หนังสือพิมพ์ เอล ปาอิส ของสเปนรายงานอ้างว่า จดหมายขู่วางระเบิดถูกเขียนเป็นภาษาอังกฤษ และถูกมีดปักติดกับกระเป๋าเดินทางใบหนึ่ง

หลังเกิดเหตุ โฆษกของสายการบิน ซาอุเดีย ออกมายืนยันว่า เป็นการเตือนที่ผิดพลาด และทางสายการบินได้ใช้ทุกมาตรการที่จำเป็นเพื่อป้อกกันเอาไว้ก่อนแล้ว ด้าน ‘ENAIRE’ หน่วยงานบริหารการบินของสเปนระบุว่า ได้ลดระดับการเตือนภัยจากระดับทั่วไป เป็นระดับท้องถิ่น หมายความว่าการเตือนภัยไม่กระทบต่อบริการของสายการบินอื่นๆ

ตะลึง ด.ญ.อินเดียมีมดทำรังในหู!! คีบออกมาแล้วเป็นพันตัว แต่ไม่หมด (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572909

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.พ. 2559 18:46

 

สุดเหลือเชื่อ…เด็กหญิงชาวอินเดียมีมดมาทำรังและแพร่พันธุ์อยู่ในหู จนหมอคีบออกมาแล้วเป็นพันตัว แต่กลับไม่หมดเสียที พ่อแม่เผย มีมดคลานออกมาจากหูของลูกสาววันละ 10 ตัวทุกวัน เคยพาลูกไปรักษาหวังให้หาย ทั้งหมอโรงพยาบาลและหมอไสยศาสตร์ แต่สุดท้ายก็ยังมีมดออกมาไม่หยุดหย่อน

เมื่อ 4 ก.พ. 59 สื่อต่างประเทศรายงานเกิดเหตุการณ์แปลกแต่จริง กับเด็กหญิงชารียา ดาร์จี เด็กหญิงชาวอินเดียวัย 12 ปี ที่เมืองดีสา รัฐคุชราต ทางภาคตะวันตกของประเทศอินเดีย เมื่อเด็กหญิงต้องเจอเรื่องไม่นึกไม่ฝัน เมื่อมีมดมาทำรังและแพร่พันธุ์อยู่ในหูของเธอ  โดยผลจากการตรวจวินิจฉัยของแพทย์พบว่า มดได้ทำรังอยู่ในส่วนช่องหูชั้นกลาง และในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา สามารถคีบมดออกมาได้แล้วเป็น 1,000 ตัว

พ่อแม่ของเด็กหญิงชารียา ดาร์จี เล่าให้นักข่าวฟังด้วยความกังวลใจว่า มีมดคลานออกมาจากหูของลูกสาววันละนับ 10 ตัว ทุกวัน โดยปัญหานี้เริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนสิงหาคมปี 58 เมื่อเด็กหญิงชารียามีอาการคันหู จึงพาไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลในท้องถิ่น และแพทย์ได้ตรวจพบว่ามีมดทำรังอยู่ในหูของเด็กหญิง

ข่าวแจ้งว่า จนถึงขณะนี้ แพทย์ก็ยังต้องคีบมดออกจากหูของเด็กหญิงชารียา เพราะถึงแม้จะพยายามคีบมดออกมาเท่าใด ก็ยังมีมดแพร่พันธุ์อยู่ในหูไม่หยุดหย่อน โดยจากคลิปวีดิโอที่ถูกเผยแพร่ในยูทูบ แสดงให้เห็นว่าแพทย์ได้คีบมดที่ตายแล้วในหูของเด็กหญิงออกมา

ขณะเดียวกันพ่อแม่ของเด็กหญิงหูมีมดมาทำรัง ยังเผยว่า พวกเขาได้พยายามทำทุกอย่างเพื่อช่วยลูกสาว ไม่ว่าจะเป็นการพาไปหาแพทย์ หรือไปหาหมอไสยศาสตร์มาแล้วหลายต่อหลายคน แต่มดก็ยังคงโผล่ออกมาจากหูของลูก

ด้านนายแพทย์ จาวาฮาร์ ทัลซาเนีย วัย 58 ปี แพทย์อาวุโสประจำแผนกหู จมูก คอ ที่โรงพยาบาลในรัฐคุตราช กล่าวว่า ทีมแพทย์ได้พยายามสแกนหูของเด็กหญิงด้วยทุกวิถีทางเท่าที่จะทำได้ รวมทั้งการทำ MRI และ CT สแกน แต่ผลการสแกนกลับออกมาว่าในหูของเด็กหญิงชารียาปกติดีทุกอย่าง และไม่พบว่ามีอะไรผิดปกติอยู่ในหูทั้งสองข้างของเด็กหญิง ที่น่าแปลกก็คือ เด็กหญิงไม่เคยรู้สึกเจ็บปวดจากการถูกมดกัด หรือช่องหูส่วนกลางได้รับบาดเจ็บจากการมีมดทำรังอยู่แต่อย่างใด

ชมคลิป ที่นี่

ตายละหว่า! เชลล์ ประกาศปลดพนักงานนับหมื่น กำไรหายหลายหมื่นล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572876

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.พ. 2559 17:52

 

ข่าวร้ายของมนุษย์เงินเดือน…บริษัทผลิตน้ำมันเชลล์ ประกาศปลดพนักงานทั่วโลกนับหมื่นคน หลังรายได้ตลอดปี 58 ตกต่ำสุดในรอบ 13 ปี จากราคาน้ำมันดิบโลกลดฮวบ อีกทั้งกำไรไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว หายไปหลายหมื่นล้านบาท

เมื่อ 4 ก.พ. สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน บริษัทรอยัล ดัตช์ เชลล์ บริษัทผลิตน้ำมันรายใหญ่ ยี่ห้อเชลล์ ประกาศยืนยันจำต้องปลดพนักงานทั่วโลกนับ 10,000 คน หลังจากราคาน้ำมันดิบโลกตกต่ำ ทำให้ผลกำไรในไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2558 ลดฮวบลงมาเหลือเพียง 1,800 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 64,800 ล้านบาท)เท่านั้น เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2557 ซึ่งเคยมีกำไรถึง 4,200 ล้านดอลลาร์( ประมาณ 1.51 แสนล้านบาท)

ขณะเดียวกัน รายได้ตลอดทั้งปี 2558 ของบริษัทน้ำมันเชลล์ ยังลดลงมาจาก 19,000 ล้านดอลลาร์ เหลือเพียง 3,800 ล้านดอลลาร์เท่านั้น ซึ่งถือเป็นรายได้ต่ำสุดในรอบ 13 ปีเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม หลังจากบริษัทเชลล์ได้ประกาศข่าวจะปลดพนักงานนับหมื่นคน ส่งผลให้ราคาหุ้นของเชลล์ในตลาดหลักทรัพย์ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นทันที 4% ทั้งนี้ ราคาน้ำมันโลกได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยมีสาเหตุมาจากปริมาณน้ำมันดิบล้นตลาด โดยเฉพาะมาจากการที่สหรัฐฯ สามารถสูบน้ำมันดิบจากชั้นหินดินดานในประเทศได้แล้ว ทว่าขณะเดียวกัน การเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน และยุโรปกลับชะลอตัวลง จึงยิ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบลดลงอย่างมาก จากที่เคยมีราคาสูงถึงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อ 18 เดือนก่อน กลับตกลงมาเหลือแค่ประมาณ 30 กว่าๆ ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเท่านั้นในขณะนี้.

เหมือนหนังสยองขวัญ! ระเบิดเครื่องบินโซมาเลีย ผู้โดยสารถูกดูดออกนอกเครื่องดับสลด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572820

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.พ. 2559 17:10

 

สะเทือนใจมาก..หนึ่งในผู้โดยสารรอดตายจากเหตุระเบิดบนเครื่องบินโดยสาร สายการบินดาอัลโล แอร์ไลน์ส ของโซมาเลีย เที่ยวบิน D3159 เผยผู้โดยสารที่ดับสลดจากเหตุระทึก 1 ราย เป็นชายสูงอายุ เขาถูกไฟไหม้ และถูกดูดออกไปนอกเครื่องบินตรงช่องโหว่ขนาดใหญ่ ขณะบินอยู่ที่ความสูง14,000 ฟุต

เมื่อ 4 ก.พ.59 สื่อต่างประเทศรายงานกรณีเกิดเหตุระเบิดบนเครื่องบินโดยสารแอร์บัส 321 ของสายการบินดาอัลโล แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน D3159 ของโซมาเลีย เพียงไม่กี่นาที หลังนำผู้โดยสาร 74 คน ทะยานออกจากสนามบินในกรุงโมกาดิชู เมืองหลวงของโซมาเลีย มุ่งหน้าสู่กรุงจิบูตี เมืองหลวงของสาธารณรัฐจิบูตี ในแอฟริกา เมื่อวันอังคารที่ 2 ก.พ. ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้เครื่องบินเกิดรูโหว่ขนาดใหญ่ และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 2 ราย ขณะที่นักบินต้องรีบนำเครื่องบินกลับมาลงจอดฉุกเฉินนั้น

จากการเปิดเผยของหนึ่งในผู้โดยสารที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ระทึก เล่าว่า นาทีที่เกิดเหตุระเบิดบนเครื่องบินนั้นสยดสยองเหมือนกับในภาพยนตร์สยองขวัญ ผู้โดยสารเคราะห์ร้ายที่เสียชีวิตนั้น เป็นชายสูงอายุ แรงระเบิดทำให้เขาถูกไฟไหม้ ก่อนจะโดนแรงลมจากภายนอกที่เข้ามาในช่องโหว่ขนาดใหญ่ ดูดออกไปนอกเครื่องบิน ขณะบินอยู่ที่ความสูง 14,000 ฟุต

‘ผมเห็นผู้โดยสารคนนั้น เขาเป็นชายอายุประมาณ 60-70 ปี ถูกดูดออกไปจากเครื่องบิน หลังเกิดเสียงระเบิดดังกึกก้อง จนทำให้เกิดรูโหว่ขนาดใหญ่บริเวณด้านข้างของเครื่องบิน และผู้โดยสารได้หายไปทางช่องนั้น ผู้โดยสารพากันกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ และพวกเราคิดว่า เขาเสียชีวิต’ นายฮัสซัน โมฮาเหม็ด นูร์ ผู้รอดชีวิตบนเที่ยวบินระทึกเล่า

ทั้งนี้ เครื่องบินโบอิ้ง 321 เที่ยวบิน D3159 ได้เกิดเหตุระเบิด หลังทะยานขึ้นจากสนามบินกรุงโมกาดิชูได้เพียงแค่ 5 นาที จนทำให้เกิดรูโหว่ขนาดใหญ่ ขนาด 6×3 ฟุต เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบสาเหตุระเบิดแน่ชัด แต่นักบินประจำเครื่องบินคิดว่า น่าจะเป็นการวางระเบิด โดยผู้โดยสารที่เดินทางมากับเที่ยวบินนี้ มีนายอาวาลี คูลลานี รองเอกอัครราชทูตโซมาเลีย ประจำสหประชาชาติร่วมเดินทางด้วย.

วิกฤติผู้อพยพทำพิษ! นายกฯ แมร์เคิล คะแนนนิยมต่ำสุดในรอบกว่า 4 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572736

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.พ. 2559 14:40

 

นายกฯ อังเกลา แมร์เคิล ของเยอรมนี คะแนนนิยมร่วงต่ำสุดในรอบกว่า 4 ปี หลังเปิดประตูรับคลื่นผู้อพยพเข้าประเทศ ขณะที่ชาวเยอรมันกว่า 80% ไม่เห็นด้วยกับแนวทางจัดการวิกฤติผู้อพยพของรัฐบาล

เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน การเปิดประตูประเทศรับผู้ลี้ภัยทะลักเข้ายุโรป ทำคะแนนนิยมของนางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ต่ำสุดในรอบกว่า 4 ปี โดยจากการจัดทำโพลสอบถามความเห็นของชาวเยอรมันที่มีต่อนายกรัฐมนตรีแมร์เคิล โดย สถานีโทรทัศน์ ARD ระหว่างวันที่ 1-2 ก.พ. ที่ผ่านมา ปรากฏว่า มีชาวเยอรมัน ที่สนับสนุนนางแมร์เคิล ลดลงมาเหลือเพียง 46% เท่านั้น ซึ่งถือเป็นคะแนนนิยมต่ำสุดนับตั้งแต่ ส.ค. 2554 และก่อนหน้าจะเกิดวิกฤติผู้ลี้ภัยทะลักเข้ายุโรปนั้น ในเดือนเม.ย. 58 นางแมร์เคิล ยังได้คะแนนนิยมอยู่ที่ 75%

นอกจากนั้น ผลโพลยังออกมาว่า มีชาวเยอรมันถึง 81% ไม่เชื่อรัฐบาลจัดการวิกฤตการณ์ผู้ลี้ภัยได้ดี ที่สำคัญ ขณะที่คะแนนนิยมของนางแมร์เคิลลดลงนั้น ปรากฏว่าคะแนนนิยมของพรรคทางเลือกสำหรับเยอรมนีคัดค้านการรับผู้อพยพ (AFD) กลับมีคะแนนนิยมพุ่งเป็น 12% ซึ่งถือเป็นคะแนนนิยมสูงสุดนับตั้งแต่มีการจัดทำโพลเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลนายกรัฐมนตรีแมร์เคิล ได้พยายามหาทางแก้ไขต่อแรงกดดันจากคะแนนนิยมที่ลดลง โดยได้ตกลงเมื่อสัปดาห์ก่อนว่าจะเพิ่มความเข้มงวดในกฎรับผู้ลี้ภัยมากขึ้น และเมื่อวันพุธที่ผ่านมา รัฐบาลเยอรมนียังได้สนับสนุนแผนการประกาศให้โมร็อกโก แอลจีเรีย และตูนิเซีย เป็นประเทศที่มีความปลอดภัย เพื่อเป็นการปิดโอกาสของพลเมืองในประเทศเหล่านั้นที่จะขอลี้ภัยในยุโรป.

รัฐฟลอริดาประกาศภาวะฉุกเฉินไวรัส ‘ซิกา’ ใน 4 เคาน์ตี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572495

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.พ. 2559 06:30

 

(ภาพ: AFP)

ผู้ว่าการรัฐฟลอริดาประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขใน 4 เคาน์ตี หลังจากพบผู้ติดเชื้อไวรัส ซิกา ถึง 9 คน แต่ทั้งหมดติดเชื้อจากการเดินทาง…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพุธที่ 3 ก.พ. 2016 นาย ริค สกอตต์ ผู้ว่าการรัฐฟลอริดาทางตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขใน 4 เคาน์ตีแล้ว หลังจากพบผู้ติดเชื้อไวรัสซิกา ถึง 9 คน แต่ยืนยันว่าทั้งหมดเป็นผู้ที่เดินทางกลับมาจากพื้นที่เสี่ยง และสั่งให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเพิ่มความพยายามในการควบคุมยุงในพื้นที่ที่มีประชากรมากๆ

“แม้ว่าผู้ติดเชื้อซิกาทั้ง 9 รายในรัฐฟลอริดาจะเกี่ยวข้องกับการเดินทาง เราต้องรับประกันว่าฟลอริดาได้เตรียมพร้อมนำหน้าการแพร่กระจายของไวรัสซิกาในรัฐของเรา” นายสกอตต์ระบุในแถลงการณ์ โดย 4 เคาน์ตีที่นายสกอตต์ประกาศใช้กฎภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขคือ ไมอามี-เดด เคาน์ตี ทางตอนใต้, ฮิลส์โบโร เคาน์ตี บริเวณอ่าวแทมปา, ลี เคาน์ตี ทางตะวันตกเฉียงใต้ และซานตา โรซา เคาน์ตี ทางเหนือของรัฐ

นายสกอตต์เน้นย้ำด้วยว่า ยุงลายซึ่งเป็นพาหะนำเชื้อซิกาพบได้ทั่วไปในรัฐฟลอริดา ซึ่งอยู่ในเขตอบอุ่น

อนึ่ง เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกมาประกาศให้การระบาดของไวรัสซิกา เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศแล้ว จากความเร็วของการแพร่กระจายและมีความเป็นไปได้สูงที่เชื้อตัวนี้จะเป็นสาเหตุที่ทำให้จำนวนทารกเกิดมาพร้อมกับภาวะศีรษะเล็กผิดปกติเพิ่มสูงขึ้น

แฉไวรัส’ซิกา’อันตรายไม่เท่าไข้เลือดออก WHO ให้เทียบ’อีโบลา’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572478

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 4 ก.พ. 2559 05:15

 

ภาพ : REUTERS

เผยเชื้อไวรัสซิกาติดจากการมีเพศสัมพันธ์-น้ำนม-สายรกได้ ลั่นโรคซิกาน่ากลัวน้อยกว่าไข้เลือดออก มีผลกระทบกับทารก คือทำให้ศีรษะเล็ก-พิการทางสมองเท่านั้น ศูนย์ควบคุมโรคของสหรัฐฯ หรือซีดีซีเตรียมออกคู่มือป้องกันการติดเชื้อซิกาผ่านการมีเพศสัมพันธ์ WHO ประกาศให้การระบาดไวรัสซิกาเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ เทียบชั้นอีโบลา

ความคืบหน้าเรื่องไวรัส “ซิกา” ที่กำลังเป็นกระแสฮือฮาว่าติดจากการมีเพศสัมพันธ์ได้นั้น นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงเรื่องนี้ ว่า ความรู้เรื่องการถ่ายทอดโรคติดเชื้อไวรัสซิกาผ่านทางเพศสัมพันธ์นั้นเป็นเรื่องที่ทราบมานานแล้ว นอกจากนี้ ยังสามารถ่ายทอดผ่านทางน้ำนม และสายรกได้ด้วย เมื่อรับเชื้อเข้าไปแล้วจะมีระยะฟักตัว 2-7 วัน โดยช่วง 2-5 วันแรกจะมีไข้ ผื่นขึ้นตามตัว มีอาการปวด คล้ายไข้เลือดออกและโรคที่นำโดยยุง โรคนี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างโรคไข้เลือดออก แต่ที่เป็นปัญหาคือทำให้ทารกมีศีรษะเล็ก พิการทางสมองแต่กำเนิด ถ้าจะเปรียบซิกาก็เหมือนโรคหัดเยอรมันที่ไม่ได้รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต แต่ทำให้เด็กพิการ

ภาพ : REUTERS

ด้านสถานการณ์การระบาดในต่างประเทศ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ว่า ศูนย์ควบคุมโรคของสหรัฐฯ (ซีดีซี) แถลงยืนยันผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสซิกาจากการมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอน ที่เพิ่งกลับจากเวเนซุเอลา อยู่ในกลุ่มประเทศมีการระบาดของไวรัสซิกา ไม่ใช่ติดเชื้อจากถูกยุงลายกัด แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียดอื่นๆของผู้ป่วยที่อยู่ในเมืองดัลลัส รัฐเท็กซัสของสหรัฐฯ ซีดีซีเตรียมออกคู่มือป้องกันการติดเชื้อซิกาผ่านการมีเพศสัมพันธ์ในเร็วๆนี้ หลังเพิ่งประกาศเตือนผู้หญิงท้อง ให้เลื่อนเดินทางไปกลุ่มประเทศที่มีไวรัสซิการะบาดกว่า 20 ประเทศรวมทั้งบราซิลไปแล้ว แต่การพบผู้ป่วยติดไวรัสซิกา ผ่านการมีเพศสัมพันธ์ที่รัฐเท็กซัสล่าสุด ไม่ใช่กรณีแรกของสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ แพทย์คนหนึ่งจากรัฐโคโลราโด ที่กลับจากแถบแอฟริกาก็ถูกเชื่อว่าได้แพร่เชื้อสู่ภรรยาเมื่อปี 2551 และยังมีอีกกรณีแต่พบที่หมู่เกาะเฟรนช์โพลินีเซีย ดินแดนอาณานิคมฝรั่งเศสในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้เมื่อปี 2556

ขณะที่สภากาชาดอเมริกัน วอนผู้บริจาคโลหิตที่เพิ่งเดินทางกลับจากกลุ่มประเทศมีไวรัสซิการะบาด ให้เว้นช่วงรอให้ครบ 28 วันก่อนบริจาคเลือดเพื่อป้องกันการระบาดอีกทาง แม้ความเสี่ยงที่จะติดเชื้อผ่านการบริจาคเลือดยังถือว่าต่ำมาก ส่วนผู้ที่บริจาคเลือดแล้วภายใน 14 วันแล้วมีอาการเป็นไข้คล้ายไวรัสซิกาควรแจ้งให้สภากาชาดรับทราบเพื่อทำการกักเลือดที่บริจาคได้ทัน

การระบาดในประเทศอื่นๆ ประเทศชิลียืนยันพบผู้ป่วย 3 รายแรกของประเทศที่เดินทางไปเที่ยวหลายประเทศในกลุ่มละตินอเมริกา และไอร์แลนด์พบ 2 รายแรกที่กลับจากกลุ่มประเทศมีไวรัสซิการะบาดเช่นกัน ด้านออสเตรเลียพบผู้ป่วย 2 รายแรกที่กลับจากพื้นที่แถบทะเลแคริบเบียน สเปนพบผู้ป่วยรายที่ 4 และนิการากัว พบผู้หญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อ 2 รายแรกของประเทศ ทำให้ยอดผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็น 15 ราย

ส่วนที่บราซิล ประเทศที่มีไวรัสซิการะบาดอย่างหนัก พบผู้ป่วยต้องสงสัยเพิ่มขึ้นเป็น 4,074 ราย พร้อมยกเลิกจัดงานเทศกาลคาร์นิวัลประจำปี 2559 ที่กำลังจะมีขึ้นด้วยเพื่อป้องกันการระบาด แต่ยังคงเดินหน้าเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ช่วงวันที่ 5-21 ส.ค. ขณะเดียวกัน บริษัททาทา มอเตอร์ส ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของอินเดียเตรียมเปลี่ยนชื่อรถรุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวเร็วๆนี้ มีแผนตั้งชื่อรุ่นว่า “Zica” ที่ออกเสียงคล้ายไวรัสซิกา (Zika) เพราะหวั่นได้รับผลกระทบต่อภาพลักษณ์และยอดขาย โดยจะประกาศชื่อใหม่ใน 2-3 สัปดาห์นี้

ภาพ : REUTERS

ขณะเดียวกัน บริษัทยาสัญชาติฝรั่งเศส ซาโนฟิประกาศโครงการพัฒนาวัคซีนป้องกันไวรัสซิกา อยู่ในตระกูลเดียวกับไวรัสไข้เลือดออกเดงกี หลังเป็นบริษัทยารายแรกที่มีใบอนุญาตผลิตวัคซีนไข้เลือดออกเดงกีในบราซิล และยังมีสถานศึกษาและบริษัทยาอีกหลายรายประกาศเดินหน้าค้นคว้าวิจัยวัคซีนไข้ซิกาด้วย อนึ่ง โรคไวรัสซิกา พบครั้งแรกในป่าประเทศยูกันดาเมื่อ พ.ศ.2490 แต่ไม่เป็นที่สนใจเพราะยังไม่มีผลกระทบร้ายแรง กระทั่งมาระยะหลังๆที่เริ่มแพร่ระบาดรุนแรง ผู้ป่วยทั่วไปมีอาการไข้ขึ้นสูงและตาแดง เป็นต้น แต่ส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการ

โดยเมื่อวันที่ 2 ก.พ. องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศให้การระบาดไวรัสซิกาเป็นภาวะ ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ เทียบชั้นการแพร่ระบาดไวรัสอีโบลาเพราะมีการระบาดรุนแรงไปทั่วทวีปอเมริกา หลังองค์การอนามัยโลกถูกวิจารณ์รับมือไวรัสอีโบลาล่าช้าจนมีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจำนวนมาก

เวิลด์ แบงก์ ปล่อยกู้ 100 ล้านดอลลาร์ช่วยจีนลดมลพิษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572411

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 4 ก.พ. 2559 02:40

 

(ภาพ: AFP)

เมื่อ 3 ก.พ. ธนาคารโลก (เวิลด์ แบงก์) ได้ปล่อยเงินกู้ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 3,500 ล้านบาท) เพื่อช่วยปรับปรุงระบบทำความร้อนให้ทันสมัยขึ้นทั่วเมืองอุรุมชี เมืองเอกของเขตปกครองตนเอง ซินเจียงอุยกูร์ หนึ่งในพื้นที่ที่เกิดมลพิษทางอากาศรุนแรงมากที่สุดในจีน หลังจากเมื่อเดือน ม.ค. ธนาคารโลกอนุมัติเงินกู้ 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ให้กับโครงการทำนองเดียวกันให้เมืองเชิงเต๋อ เมืองซิงไท่ เมืองจางเจียโขว และเมืองปิงชาน ในมณฑลเหอเป่ย

ธนาคารโลกยังเผยถึงการพัฒนาการใช้พลังงานความร้อน เพื่อปรับปรุงคุณภาพสิ่งแวดล้อมของเมืองต่างๆทางตอนเหนือของจีน ซึ่งมีทั้งแผนการระยะสั้นจะรณรงค์เลิกใช้หม้อต้มพลังงานถ่านหินมาเป็นใช้พลังงานก๊าซแทน ส่วนแผนระยะยาวจะเสนอมาตรการจูงใจชาวบ้านให้ใช้พลังงานมีประสิทธิภาพขึ้น

ขณะที่ทางการท้องถิ่นกรุงปักกิ่ง เทศบาลนครเทียนจิง และมณฑลเหอเป่ย หรือที่เรียกว่า เขตจิงจินจี ศูนย์รวมอุตสาหกรรมประเทศ มีผู้อาศัยทั้งสิ้น 130 ล้านคน และเป็น 3 เมืองใหญ่ที่ก่อมลพิษทางอากาศมาก ที่สุด ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตปีละกว่า 500,000 คน และยังทำให้อายุขัยของคนจีนแถบนี้ไม่ยืนยาวเท่าคนจีนทางตอนใต้เฉลี่ย 5.5 ปี ได้เตรียมแผนติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมมลพิษตามโรงงานอุตสาหกรรมให้มากขึ้น.

ไล่ลูกมหาเธร์เซ่นพิษคดีเงินฉาวนายกฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572408

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 4 ก.พ. 2559 02:05

 

(ภาพ: AP)

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายมูคริซ มหาเธร์ ลูกชายของอดีตนายกรัฐมนตรีมหาเธร์ โมฮัมหมัด แห่งมาเลเซีย ลาออกจากตำแหน่งมุขมนตรีรัฐเคดาห์เมื่อ 3 ม.ค. โดยระบุว่า ถูกขับไล่เพราะตนและบิดาไปวิพากษ์วิจารณ์นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ในคดีการเงินอื้อฉาว มูลค่ากว่า 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

นายมูคริซแถลงว่า ตนสูญเสียเสียงสนับสนุนข้างมากในสภารัฐเคดาห์ เพราะพวกที่จงรักภักดีต่อนายนาจิบในพรรคสหชาติมาเลย์ (อัมโน) พยายามกำจัดตน เขาเตือนว่าพรรคอัมโนถึงจุดต่ำสุด มีมลทินในเรื่องกองทุนเพื่อการ ลงทุน “1 เอ็มดีบี” และเงินกว่า 700 ล้านดอลลาร์ที่ถูกโอนเข้าบัญชีส่วนตัว ของนาจิบ เรื่องอื้อฉาวซ้ำแล้วซ้ำเล่านี้เกินกว่าจะรับได้ และทำร้ายเราทั้งหมด

มูคริซนับเป็นคู่อริทางการเมืองของนาจิบรายล่าสุดที่ถูกกำจัด หลังเกิด คดีอื้อฉาว “1 เอ็มดีบี” แม้สัปดาห์ก่อนอัยการสูงสุดจะวินิจฉัยว่า เงิน 861 ล้านดอลลาร์ที่ถูกโอนเข้าบัญชีนาจิบ เป็นเงินบริจาคจากราชวงศ์ซาอุดีอาระเบีย และนาจิบคืนเงินเกือบทั้งหมดแล้ว แต่เจ้าหน้าที่สวิตเซอร์แลนด์ สิงคโปร์

และประเทศอื่นๆ ยังเดินหน้าสอบสวนคดีทุจริตใน 1 เอ็มดีบี ซึ่งมีหนี้สินกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์อยู่ ทั้งนี้ นาจิบเป็นผู้ก่อตั้ง 1 เอ็มดีบีในปี 2552 และเขาเป็นประธานที่ปรึกษา ขณะที่มหาเธร์ขุดคุ้ยโจมตีเรื่องนี้มาตลอด.

มะกันส่งผู้เชี่ยวชาญไปบราซิล เริ่มพัฒนาวัคซีนต้านไวรัส ‘ซิกา’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572432

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.พ. 2559 00:50

 

(ภาพ: AP)

สหรัฐอเมริกาส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าไปในประเทศบราซิลในสัปดาห์หน้า เพื่อเริ่มงานเกี่ยวกับการพัฒนาวัคซีนต้านเชื้อไวรัส ซิกา ซึ่งกำลังระบาดหนักในทวีปอเมริกาใต้…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพุธที่ 3 ก.พ. 2016 นายมาร์เซโล กาสโตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแห่งประเทศบราซิล เปิดเผยว่า ผู้เชี่ยญชาญทางเทคนิคจากสหรัฐอเมริกา จะเดินทางมาถึงบราซิลในวันที่ 11 ก.พ. เพื่อจัดการประชุมระดับสูง ซึ่งพวกเขาจะตัดสินใจเกี่ยวกับขั้นตอนแรกและกรอบเวลาสำหรับการพัฒนาวัคซีนต้านเชื้อไวรัส ‘ซิกา’ ซึ่งตอนนี้กำลังระบาดในหลายพื้นที่ของทวีปอเมริกาใต้

มาร์เซโล กาสโตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขบราซิล (ภาพ: AFP)

ทั้งนี้ ประเทศบราซิลเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสซิกามากที่สุดในขณะนี้ โดยประธานาธิบดี ดิลมา รุสเซฟฟ์ กล่าวเมื่อวันอังคารว่า บราซิลและสหรัฐฯ จะร่วมมือกันเพื่อพัฒนาวัคซีนต้านไวรัสซิกา ซึ่งคาดว่ากว่าจะได้วัคซีนที่ใช้การได้อย่างปลอดภัยอาจต้องใช้เวลาหลายปี

ขณะที่ นายกาสโตร กล่าวว่า จนกว่าจะมีวัคซีน มีทางเดียวที่จะต่อสู้กับโรคนี้ได้คือ การกำจัดยุงลาย และวิธีการที่ดีที่สุดคือ การทำลายแหล่งเพาะพันธ์ุของยุงลาย

มาร์เซโล กาสโตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขบราซิล (ภาพ: AFP)

อีกด้านหนึ่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในประเทศแถบลาตินอเมริกา จัดประชุมร่วมกันในวันที่ 3 ก.พ. เพื่อหารือเพิ่มความร่วมมือในการต่อสู้กับไวรัสซิกา โดยก่อนหน้านี้นายกาสโตรเรียกร้องให้รัฐบาลของประเทศในอเมริกาใต้เพิ่มความร่วมมือ ระบุว่าภูมิภาคนี้ต้องการ การแลกเปลี่ยนข่าวสาร, การสร้างแนวร่วมและหารือว่าควรร่วมมือกันอย่างไรจึงจะสามารถรับมือการระบาดครั้งนี้ได้

อนึ่ง เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกมาประกาศให้การระบาดของไวรัสซิกา เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศแล้ว จากความเร็วของการแพร่กระจายและมีความเป็นไปได้สูงที่เชื้อตัวนี้จะเป็นสาเหตุที่ทำให้จำนวนทารกเกิดมาพร้อมกับภาวะศีรษะเล็กผิดปกติเพิ่มสูงขึ้น