ทารกหัวเล็กพุ่ง! วอนศาลสูงบราซิล อนุญาตหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อไวรัสซิกา ทำแท้งได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/569969

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ม.ค. 2559 13:16

 

กลุ่มนักเคลื่อนไหวทางสังคมในบราซิล ยื่นเรื่องขอศาลสูงอนุญาตให้หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อไวรัสซิกาสามารถทำแท้งโดยไม่ผิดกฎหมาย ชี้จำนวนเด็กทารกหัวเล็กที่แม่ติดเชื้อไวรัสซิกาพุ่ง ขณะเชื้อไวรัสร้ายกำลังระบาดหนัก

เมื่อ 29 ม.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน กลุ่มทนายความ นักเคลื่อนไหวและนักวิทยาศาสตร์ ในบราซิล รวมตัวยื่นเรื่องขอให้ศาลสูงบราซิล อนุญาตให้หญิงตั้งครรภ์ซึ่งติดเชื้อไวรัสซิกา สามารถทำแท้งได้ เนื่องจากขณะนี้โรคศีรษะขนาดเล็กผิดปกติ ซึ่งพบในเด็กทารกแรกเกิดนั้น มีส่วนเกี่ยวข้องกับมารดาของเด็กได้ติดเชื้อไวรัสซิการะหว่างตั้งครรภ์ และเชื้อไวรัสซิกากำลังเกิดการแพร่ระบาดในบราซิล รวมทั้งหลายประเทศในภูมิภาคลาตินอเมริกา รวมทั้งประเทศในแถบแคริบเบียน

บีบีซี แจ้งว่า การทำแท้งในบราซิลยังเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เพราะยกเว้นให้หญิงตั้งครรภ์ทำแท้งได้ เฉพาะกรณีหากยังตั้งครรภ์ต่อไปจะมีผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพ หรือเนื่องจากถูกข่มขืน ขณะที่กฎหมายดังกล่าว ซึ่งออกมาตั้งแต่ปี 2555 ได้อนุญาตเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ที่ตรวจพบทารกน้อยมีภาวะไม่มีสมองและกะโหลกศีรษะ (Anencephaly) จึงอนุญาตให้ทำแท้งได้เท่านั้น ยังไม่ครอบคลุมถึงภาวะเด็กศีรษะขนาดเล็กผิดปกติ

ด้านผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสเตือนว่า จะมีผู้ติดเชื้อไวรัสซิกาในทวีปอเมริกาในปีนี้ถึงประมาณ 3-4 ล้านคน ขณะเดียวกัน นายโธมัส บาค ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกสากล ยังได้เพิ่มมาตรการเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสซิกา ระหว่างจะมีการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่นครริโอ เดอ จาเนโร ในบราซิล ปีนี้

ทั้งนี้ บราซิล เป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบร้ายแรงที่สุดจากการระบาดของไวรัสซิกา ขณะที่ กระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่า ผลการตรวจสอบยืนยันออกมาแล้ว เด็กทารกที่เกิดมามีศีรษะเล็ก 270 ราย เกิดจากมารดาที่ติดเชื้อไวรัสซิกา และเด็กทารกศีรษะเล็ก 3,448 ราย อยู่ระหว่างการตรวจสอบอยู่

ไอซิสโหดไม่ยั้ง! อ้างอยู่เบื้องหลัง คาร์บอมบ์พลีชีพใกล้ทำเนียบปธน.ในเยเมน ดับ 11

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/569926

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ม.ค. 2559 11:33

 

ความรุนแรงล่าสุดในเยเมน…กลุ่มไอซิสยืดอก อ้างความรับผิดชอบอยู่เบื้องหลังเหตุคาร์บอมบ์พลีชีพ โจมตีใกล้ทำเนียบประธานาธิบดีฮาดี ที่เมืองเอเดน ทางภาคใต้ คร่าชีวิตเหยื่อเคราะห์ร้าย 11 ศพ รวมทั้งเด็กนักเรียน และทหาร

เมื่อวันที่ 29 ม.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน กลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงติดอาวุธ ‘รัฐอิสลาม’ หรือไอซิส โพสต์ข้อความบนโลกออนไลน์ อ้างความรับผิดชอบอยู่เบื้องหลังเหตุคาร์บอมบ์พลีชีพสะเทือนขวัญ ใกล้ทำเนียบประธานาธิบดี ซึ่งเป็นที่ทำงานของประธานาธิบดีอับดู ราบู มานซูร์ ฮาดี ในเมืองท่าเอเดน ทางภาคใต้ของประเทศเยเมน เมื่อวันที่ 28 ม.ค. เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตสลดอย่างน้อย 11 ราย ในจำนวนนี้มีเด็กนักเรียน 2 ราย และทหารหลายนายรวมอยู่ด้วย

แรงระเบิดจากเหตุคาร์บอมบ์ ทำให้เกิดหลุมลึก

ซีเอ็นเอ็น แจ้งว่า ประธานาธิบดีฮาดีไม่ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีครั้งนี้แต่อย่างใด ขณะที่มีรายงานข่าวที่ยังขัดแย้งกันอยู่ว่า จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ทางการ 2 คน บอกว่า ระหว่างคนร้ายลงมือก่อเหตุนั้น ประธานาธิบดีฮาดีอยู่ในทำเนียบประธานาธิบดีด้วย แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บ ทว่าเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง 3 นายของเยเมน เผยว่า ประธานาธิบดีฮาดีได้ออกไปจากทำเนียบประธานาธิบดีแห่งนี้ตั้งแต่เมื่อวันพุธที่ 27 ม.ค. ก่อนเกิดเหตุร้าย 1 วันแล้ว เพียงแต่ไม่เปิดเผยสถานที่ว่าเขาไปยังที่ใด

สภาพความเสียหายในที่เกิดเหตุคาร์บอมบ์พลีชีพ ที่เมืองเอเดน

ชาวเยเมนตกเป็นเหยื่อความรุนแรงเช่นเคย

ทั้งนี้ เมืองเอเดน กลายเป็นศูนย์บัญชาการการทำงานของประธานาธิบดีฮาดี ซึ่งต้องหลบหนีออกจากกรุงซานา เมืองหลวง หลังจากถูกกบฏฮูธิบุกโจมตีและสามารถยึดทำเนียบประธานาธิบดี รวมทั้งกรุงซานาไว้ได้ โดยเหตุคาร์บอมบ์พลีชีพใกล้ทำเนียบประธานาธิบดีฮาดีในเมืองเอเดนครั้งนี้ ถือเป็นเหตุรุนแรงล่าสุดในเยเมน ซึ่งกลายเป็นสมรภูมิรบตัวแทน ระหว่างซาอุดีอาระเบียและอิหร่าน รวมทั้งยังเป็นเป้าหมายการโจมตีของกลุ่มติดอาวุธทั้งกลุ่มไอซิสและอัลเคดาในคาบสมุทรอาระเบียด้วย

อิหร่านช็อปเบาๆ ซื้อเครื่องบินโดยสารใหม่ จากแอร์บัสรวดเดียว 118 ลำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/569824

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ม.ค. 2559 08:30

 

ประธานาธิบดีอิหร่านเยือนฝรั่งเศส เพื่อร่วมลงนามในการสั่งซื้อเครื่องบินโดยสาร จากบริษัทแอร์บัสรวดเดียว 118 ลำ โดยสั่งเครื่องบิน A380 ไป 12 ลำ เพื่อใช้บินระยะไกล ทดแทนเครื่องบินเก่าที่มีการใช้งานมากกว่า 20 ปี…

เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2559 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บริษัทสายการบินแห่งชาติอิหร่านได้ลงนามสัญญาสั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัสจำนวน 118 ลำ โดยมีเครื่องบิน A380 ด้วยจำนวน 12 ลำ เพื่อใช้ในการบินทั้งระยะกลางและระยะยาว ในโอกาสที่นายฮัสซัน โรฮานี ประธานาธิบดีอิหร่าน เดินทางเยือนกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

นายฮัสซัน โรฮานี ประธานาธิบดีอิหร่าน เยือนฝรั่งเศส

แถลงการณ์ของประธานาธิบดีฝรั่งเศสระบุว่า สัญญาการสั่งซื้อเครื่องบินดังกล่าวลงนามโดยนายฟาบริซ เบรจิเอร์ ประธานกรรมการบริษัทแอร์บัส กับนายฟาร์ฮัด ปาร์เวเรช ประธานกรรมการบริษัทสายการบินแห่งชาติอิหร่าน

แอร์บัส เอ850 เครื่องบินโดยสารที่ใหญ่ที่สุดในเวลานี้

รายละเอียดการสั่งซื้อเครื่องบินในครั้งนี้ประกอบด้วย เครื่องบินโดยสารพิสัยไกลลำตัวกว้างแบบ A350-1000 จำนวน 16 ลำ เครื่องบินโดยสารพิสัยไกลลำตัวกว้างแบบ A380  จำนวน 12 ลำ เครื่องบินโดยสารลำตัวแคบแบบ A320-Neo และ A320 (ceo) รวมจำนวน 45 ลำ เครื่องบินโดยสารพิสัยกลางลำตัวกว้าง A330-900 (Neo) และ A330 (ceo) รวมจำนวน 45 ลำ บริษัทแอร์บัสระบุ โดยมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 25,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (900,000 ล้านบาท) โดยการทำเป็นบันทึกความตกลง ไม่ได้ทำเป็นสัญญาซื้อขายทางการค้า เนื่องจากอิหร่านถูกคว่ำบาตรและได้มีการยกเลิกเพียงบางส่วนเท่านั้น

แอร์บัส เอ350 XWB เครื่องบินโดยสารรุ่นลำตัวกว้าง แบบล่าสุด

มูลค่าการสั่งซื้อจำนวนมหาศาลในครั้งนี้จะถูกแบ่งตามสัดส่วนให้กับประเทศผู้ร่วมทุนได้แก่ เยอรมนี ฝรั่งเศส และสเปน บริษัทสายการบินอิหร่านได้ถูกคว่ำบาตรโดยประเทศสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี 2538 ทำให้ประเทศตะวันตกไม่สามารถขายเครื่องบินหรืออะไหล่เครื่องบินให้กับอิหร่านได้เลย เครื่องบินของอิหร่านส่วนใหญ่ถูกจอดทิ้งไว้

ผู้จัดการสายการบินอิหร่านได้กล่าวเมื่อกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมาว่า ในช่วงสิบปีข้างหน้า อิหร่านจำเป็นจะต้องสั่งซื้อเครื่องบินจำนวน 400-500 ลำ เพื่อใช้ในการบินพาณิชย์ ขณะนี้ อิหร่านมีเครื่องบินพาณิชย์ประจำการอยู่จำนวน 140 ลำ มีอายุเฉลี่ย 20 ปี.

โดนัลด์ ทรัมป์ ปรามาสกรุงบรัสเซลส์ว่าเป็น ‘รังหนู’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/569805

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ม.ค. 2559 06:30

 

(ภาพ: AP)

โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครชิงตำแหน่งตัวแทนพรรครีพับลิกันลงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งที่ผ่านมาแสดงความเห็นเรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในทางลบมากมาย ล่าสุด ประณามกรุงบรัสเซลส์ของเบลเยียมว่าเป็นรูหนู…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครชิงตำแหน่งตัวแทนพรรครีพับลิกันลงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ได้ฉายาว่าเป็นพวกเหยียดสีผิว มีความรู้ด้านการเมืองระหว่างประเทศน้อยนิดเมื่อเทียบกับทรัพย์สมบัติที่เขาครอบครองอยู่ ล่าสุด เขาได้ประณามกรุงบรัสเซลส์ เมืองหลวงของประเทศเบลเยียมว่า เปรียบเสมือน “รังหนู” (hell hole) ที่พวกมุสลิมไม่สามารถปรับตัวได้

(ภาพ: twitter)

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวคำปรามาสดังกล่าวในการให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวฟอกซ์บิสิเนสเน็ตเวิร์ก เมื่อถูกถามเกี่ยวกับนโยบายห้ามคนนับถือศาสนามุสลิมเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาว่าเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด “ไปดูที่กรุงบรัสเซลส์ ไปดูที่กรุงปารีสสิ มีแต่เรื่องแย่ๆ กำลังเกิดขึ้น มีพวกที่ต้องการใช้กฎหมายมุสลิม อย่างน้อยก็ต้องมีการปรับตัวบ้าง” เขาพูดวิจารณ์กรุงบรัสเซลส์อย่างหนักต่อว่า “ผมเคยไปเที่ยวกรุงบรัสเซลส์เมื่อ 20 ปีมาแล้ว สวยมาก ทุกแห่งดูงดงามไปหมด แต่ตอนนี้ ลองดูซิ เหมือนอยู่ในรูหนู” นายทรัมป์ กล่าวเมื่อวันพุธที่ผ่านมาด้วยว่า จะไม่เข้าร่วมการดีเบตกับผู้สมัครรายอื่นที่รัฐไอโอวา

อีกด้านหนึ่ง เพื่อเป็นการตอบโต้คำพูดของนายทรัมป์ ชาวเบลเยียมจำนวนมากได้โพสต์ทวิตเตอร์ติดแฮชแท็กว่า #hellhole พร้อมกับลงรูปความสวยงามของกรุงบรัสเซลส์ หรือภาพล้อเลียนนายโดนัลด์ ทรัมป์ ในแบบต่างๆ.

(ภาพ: twitter)

โลกจ่อหายนะ! ‘เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง?’ นักวิทย์ ไม่ปรับเข็มนาฬิกาวันสิ้นโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/569558

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ม.ค. 2559 05:30

 

ขณะที่ผู้คนในสังคมไทย กำลังตั้งคำถามแฝงด้วยอารมณ์งงๆขำๆ ‘เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง?’ กับกระแสตุ๊กตา ‘ลูกเทพ’ ที่กำลังกลายเป็นวาระแห่งชาติไปแล้ว แต่ถ้าเราเขยิบขึ้นไปมองในเรื่องที่กว้างมากกว่าแค่สังคมไทย แต่ใกล้ตัวเรามากเหลือเกิน

นั่นคือ กำลังมีคำถามนี้เกิดขึ้นกับชาวโลกเช่นกันว่า ‘เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง?’ เมื่อได้ยินเหล่านักวิทยาศาสตร์ในต่างแดนส่งเสียงเตือนด้วยความเป็นห่วงเป็นใยต่อชะตากรรมของโลกและมนุษย์ทั้งหลายว่า ใกล้จะถึงหายนะรอมร่ออยู่แล้ว ถ้าหากยังไม่ร่วมแรงร่วมใจหยุดยั้งหายนะที่จะเกิดกับโลกและมนุษย์ถึงขั้นสูญสิ้นเผ่าพันธุ์กันเลยทีเดียว

ที่สำคัญ สาเหตุของหายนะที่จะเกิดกับโลกมนุษย์นั้น ล้วนเกิดจากน้ำมือของมนุษย์ทั้งสิ้น!!

คณะกรรมการจดหมายข่าวนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ แถลงข่าวไม่ปรับเข็มนาฬิกาวันสิ้นโลกปี 59

*ไม่ปรับเข็ม‘นาฬิกาวันสิ้นโลก’ เหลือ 3 นาทีถึงเที่ยงคืน

‘นาฬิกาวันสิ้นโลก’ หรือ ‘Doomsday Clock’ อาจไม่ได้รับความสนใจจากชาวโลกและคนไทยมากเท่านี้ หากชาวอเมริกันจะไม่เพิ่งผ่านความหนาวเย็นอย่างสุดขั้วชนิดทุกอย่างแน่นิ่งกลายเป็น ‘อัมพาต’ จากอิทธิพลของพายุหิมะที่โหมกระหน่ำถล่มทางชายฝั่งตะวันออกของประเทศเมื่อวันที่ 23-25 ม.ค.ที่ผ่านมา จนถือเป็นพายุหิมะครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ รวมทั้งคนไทยและชาวเอเชียตะวันออกจะไม่เจอกับอากาศหนาวเย็นลงอย่างฉับพลันในหลายเมืองอุณหภูมิต่ำสุดในรอบหลายสิบปี

เมื่อวันที่ 27 ม.ค. คณะกรรมการจดหมายข่าวนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ (Bullentin of the Atomic Scientists) เปิดแถลงข่าวที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ว่า ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงเข็มนาฬิกาวันสิ้นโลกในปี 2559 โดยยังคงไว้ที่ 3 นาทีจะถึงเวลาเที่ยงคืน เหมือนกับปี 2558 เนื่องจากเวลานี้ถือเป็นเวลาที่สั้นที่สุดแล้ว สำหรับการประเมินหายนะของชาวโลกที่ใกล้จะสูญสิ้นเผ่าพันธ์ุ นับตั้งแต่เกิดยุคสงครามเย็น

‘อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมา’ โดมที่ยังเหลืออยู่ หลังสหรัฐฯทิ้งระเบิดปรมาณูลูกแรกถล่มเมืองฮิโรชิมา เมื่อ ส.ค.2488

*โลกเราเหลือเวลาน้อยมาก หากไม่รีบแก้ไข

‘เวลา 3 นาที ก่อนเที่ยงคืน ถือเป็นเวลาที่สั้นมาก สั้นจริงๆ’ แถลงการณ์จากคณะกรรมการจดหมายข่าวนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ โดยพวกเรา ซึ่งเป็นสมาชิก ต้องการแสดงความชัดเจนถึงการตัดสินใจที่ไม่เปลี่ยนแปลงเข็มนาฬิกาวันสิ้นโลกในปี 2559 โดยการตัดสินใจดังกล่าว ถือว่าไม่ใช่ข่าวดี แต่เป็นการแสดงให้เห็นถึงความน่ากลัวของเผ่าพันธุ์มนุษย์ เมื่อผู้นำโลกทั้งหลายยังคงล้มเหลวในความพยายามที่จะลดอาวุธอันตรายร้ายแรง อย่างเช่น อาวุธนิวเคลียร์ รวมทั้งการแก้ไขปัญหาโลกร้อน

*ตัวเร่งเกิดวิบัติหายนะบนโลกยังเท่าเดิม

เหล่านักวิทยาศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจปรับเข็มนาฬิกาวันสิ้นโลก ชี้ว่าสาเหตุที่ยังไม่มีการปรับเข็มนาฬิกา โดยยังคงไว้ที่ 3 นาทีก่อนเที่ยงคืนเท่ากับปี 2558 เนื่องจาก ตัวเร่ง ที่เป็นสาเหตุสำคัญ ที่จะก่อให้เกิดหายนะกับโลกยังคงไม่ได้รับการแก้ไข หรือมีช่องโหว่เท่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นหายนะจากระเบิดนิวเคลียร์, ปัญหาโลกร้อน-การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และเทคโนโลยีใหม่ๆ

ไฟไหม้ป่า ..นับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น จากภาวะโลกร้อนและความแห้งแล้ง

*ก่อตั้งนาฬิกาสิ้นโลกครั้งแรก เริ่มต้นสงครามเย็น

นักวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยชิคาโก ซึ่งช่วยในการพัฒนาระเบิดนิวเคลียร์ลูกแรกของสหรัฐฯ เมื่อปี 2488 ได้มีการตั้ง ‘นาฬิกาวันสิ้นโลก ในอีก 2 ปีต่อมา หรือปี 2490 หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามเย็นระหว่างสหรัฐฯกับอดีตสหภาพโซเวียตในขณะนั้น (รัสเซีย ในปัจจุบัน) โดยได้กำหนดเวลาของนาฬิกาวันสิ้นโลกไว้ที่ 7 นาที ก่อนเที่ยงคืน

สำหรับนาฬิกาวันสิ้นโลก เป็นหน้าปัด ‘นาฬิกาเชิงสัญลักษณ์’ เป็นการเปรียบเทียบถึงเผ่าพันธุ์มนุษย์ ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงใกล้เที่ยงคืน ขณะที่เวลาเที่ยงคืนตรงนั้น หมายถึง การทำลายอันมีผลหายนะใหญ่หลวง แต่เดิม นาฬิกาวันสิ้นโลกใช้เป็นตัวแสดงถึงภัยคุกคามจากสงครามนิวเคลียร์ทั่วโลก แต่ในภายหลัง ได้มีการเพิ่มประเด็นในด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ และพัฒนาการในวิทยาศาสตร์ชีวภาพและนาโนเทคโลยี ซึ่งอาจก่อให้เกิดภัยพิบัติกับสิ่งมีชีวิตที่ไม่อาจกู้คืนได้

* ทีมนักวิทยาศาสตร์ที่มีส่วนร่วมตัดสินใจปรับเข็มนาฬิกาวันสิ้นโลก

การตัดสินใจปรับเข็มนาฬิกาให้เดินเข้าใกล้เที่ยงคืน หรือถอยหลัง ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการด้านความมั่นคงและนักวิทยาศาสตร์ของจดหมายข่าวนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ รวมทั้งนักฟิสิกส์​ และนักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมจากทั่วโลก ที่ได้ให้คำปรึกษากับคณะกรรมการสนับสนุนจดหมายข่าวฯ ยังรวมถึงนักวิทยาศาสตร์ที่คว้ารางวัลโนเบลอย่างน้อย 16 คนด้วย

ระเบิดไฮโดรเจน ของรัสเซีย น้ำหนัก 27 ตัน

* เข็มนาฬิกาเคยใกล้ที่สุดที่เหลือเพียง 2 นาทีถึงเที่ยงคืน

การปรับเข็มนาฬิกาวันสิ้นโลกได้มีการเปลี่ยนแปลงเวลามาแล้วมากกว่า 19 ครั้ง โดยครั้งที่มีการตั้งเข็มนาฬิกาใกล้เที่ยงคืนมากที่สุด คือเหลืออีกเพียง 2 นาทีจะถึงเที่ยงคืน หายนะวันสิ้นโลก ในปี 2496 เนื่องจากในปีนั้น อดีตสหภาพโซเวียตในขณะนั้นได้มีการทดลองระเบิดไฮโดรเจน ต่อจากสหรัฐฯที่ได้ทดลองระเบิดไฮโดรเจนไปก่อนหน้าไม่ถึง 9 เดือน จนนับเป็นเวลาใกล้เที่ยงคืนมากที่สุดของนาฬิกาวันสิ้นโลกจนถึงปัจจุบัน

* ห่างสุด 17 นาที ‘สงครามเย็นยุติ’
ผลจากการที่สหรัฐฯ และอดีตสหภาพโซเวียตได้ลงนามในสนธิสัญญาลดอาวุธทางยุทธศาสตร์ หลังจากสหภาพโซเวียตถึงคราล่มสลาย และนำไปสู่การสิ้นสุดสงครามเย็นในปี 2534 ทำให้นักวิทย์ฯจดหมายข่าวนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ ได้เลื่อนเข็มนาฬิกาวันสิ้นโลก ไปอยูที่ 17 นาทีจะถึงเที่ยงคืน ซึ่งถือเป็นเวลาที่ห่างที่สุด นับตั้งแต่มีการจัดตั้งนาฬิกาวันสิ้นโลกเลยทีเดียว

*ปี 58 ปรับมาอยู่ที่ 3 นาทีก่อนเที่ยงคืน

เหล่านักวิทย์ฯได้ปรับเข็มนาฬิกา จากที่เคยตั้งไว้ 5 นาที ก่อนเที่ยงคืน มาอยู่ที่ 3 นาที จะะถึงเที่ยงคืน ในปี 2558 ซึ่งถือเป็นเวลาที่ใกล้เที่ยงคืนมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2526 เลยทีเดียว

ศ.สตีเฟ่น ฮอว์กกิ้ง

* สตีเฟ่น ฮอว์กกิ้ง เตือนมาตลอด มนุษยชาติกำลังทำลายตัวเอง

ศ.สตีเฟ่น ฮอว์กกิ้ง นักฟิสิกส์และนักจักรวาลวิทยาชื่อดัง ซึ่งได้รับการยกย่องเป็นนักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะยิ่งใหญ่ของโลกยุคนี้ ได้เตือนเมื่อเร็วๆ นี้อีกครั้ง หลังพูดเตือนมาเป็นระยะๆ ว่า มนุษยชาติกำลังตกอยู่ในอันตรายจากการที่มนุษย์ได้ทำลายตัวเอง ซึ่งจะเห็นภายใน 100 ปีนี้ โดยฮอว์กกิ้ง กล่วว่า ขณะที่ความก้าวหน้าต่างๆ นั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่ในวิถีทางใหม่ๆ ก็สามารถเกิดเรื่องผิดพลาดขึ้นได้ โดยเฉพาะสงครามนิวเคลียร์, ภาวะโลกร้อน, ไวรัสที่เกิดจากวิศวพันธุกรรม

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่สตีเฟ่น ฮอว์กกิ้ง พูดเตือนถึงหายนะที่จะเกิดกับมนุษยชาติด้วยฝีมือของมนุษย์เรานี่เอง โดยก่อนหน้า เคยเตือนว่า ‘ปัญญาประดิษฐ์’ (artificial intelligence) หรือ ‘เอไอ’ สามารถนำไปสู่การสูญสิ้นของเผ่าพันธุ์มนุษย์เลยทีเดียว

ภาพจากนาซา แสดงให้เห็นว่าปี 2558 เป็นปีที่อุ่นที่สุด นับตั้งแต่มีการบันทึกกันมาในปี 2423

จะว่าไป บรรดาผู้สร้างภาพยนตร์เคยสร้างหนังเกี่ยวกับแนววันสิ้นโลก อย่าง Deepimpact (ดีพอิมแพค) หรือ วันสิ้นโลก ฟ้าถล่มดินทลาย หรือเรื่อง The Day After Tomorrow( เดอะ เดย์ อาฟเตอร์ ทูมอร์โรว์) ในชื่อภาษาไทยว่า วิกฤติวันสิ้นโลก ออกมาให้ชาวโลกได้ตระหนักกันแล้ว แต่หากยังขืนไม่รีบแก้ไขยุติต้นเหตุที่จะนำไปสู่หายนะอย่างจริงจัง โลกและมนุษยชาติคงไม่รอดจากหายนะที่รออยู่เป็นแน่แท้.

ตร.ฝรั่งเศสรวบหนุ่มพกปืนเข้าโรงแรมในดิสนีย์แลนด์ปารีส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/569776

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ม.ค. 2559 04:10

 

ตำรวจมารวมตัวกันที่โรงแรมนิวยอร์ก หลังได้รับแจ้งว่าเจอคนพกปืนเข้าโรงแรม (ภาพ: AFP)

ตำรวจฝรั่งเศสจับกุมชายวัย 28 ปี หลังเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่าเขาพกปืน 2 กระบอกพยายามเข้าไปในโรงแรมใกล้ดิสนีย์แลนด์ปารีสเมื่อวันพฤหัสบดี…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจของประเทศฝรั่งเศสจับกุมตัวชายหนุ่มวัย 28 ปี หลังจากพบว่าชายคนนี้พกปืน 2 กระบอกพยายามเข้าไปในโรงแรม ‘นิวยอร์ก’ ใกล้ ‘ดิสนีย์แลนด์ปารีส’ เมืองมาร์เนอ ลา วาเล เมื่อวันพฤหัสบดี (28 ม.ค.) แต่สวนสนุกแห่งนี้ยังคงเปิดทำการตามปกติ

นายฟรองซัวส์ บานอง โฆษกของโรงแรมนิวยอร์ก เปิดเผยต่อสื่อว่า ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังทำการตรวจค้นที่ด่านตรวจของโรงแรมแห่งหนึ่งของพวกเขา เครื่องเอกซเรย์ก็ตรวจพบอาวุธปืนภายในกระเป๋าเดินทางของแขกคนหนึ่ง จึงได้ดำเนินการแจ้งตำรวจทันทีและชายคนนี้ก็ถูกจับกุม

ทั้งนี้ จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ยังพบสำเนาคัมภีร์อัลกุรอานและกล่องบรรจุกระสุนปืนอีก 1 กล่อง อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวในกรมตำรวจฝรั่งเศสเผยต่อสำนักข่าวเอเอฟพีว่า การสืบสวนเบื้องต้นไม่ได้มุ่งเน้นไปในเรื่องการก่อการร้าย โดยชายคนนี้อ้างว่าเขาพกปืนดังกล่าวมาเพื่อป้องกันตัว ตำรวจพบด้วยว่าชายคนนี้อาศัยอยู่ในกรุงปารีส

ตำรวจยังได้จับกุมตัวผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งพวกเขาเชื่อว่าเป็นแฟนของผู้ต้องสงสัยรายนี้ ก่อนที่จะปล่อยตัวเธอไปในเวลาต่อมา เนื่องจากพบว่าจับผิดตัว และขณะนี้ตำรวจกำลังออกตามหาตัวหญิงสาวที่อาจอยู่กับชายคนนี้

อนึ่ง ประเทศฝรั่งเศสอยู่ภายใต้กฎสถานการณ์ฉุกเฉินนับตั้งแต่เกิดเหตุก่อวินาศกรรมในกรุงปารีสเมื่อ 13 พ.ย. ปี 2015 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 130 ศพ แต่ประธานาธิบดีฟรองซัวส์ ออลลองด์ พยายามหาทางขยายเวลาคำสั่งสถานการณ์ฉุกเฉินซึ่งกำลังจะหมดอายุในไม่ช้าออกไปอีก 3 เดือน.

WHO เตือนไวรัส ‘ซิกา’ ลามหนัก คาดจะมีคนติดเชื้อถึง 4 ล้านในปีนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/569764

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ม.ค. 2559 03:00

 

(ภาพ: AP)

องค์การอนามัยโลกเตรียมจัดการประชุมฉุกเฉินเพื่อหาทางรับมือไวรัสซิกา ที่กำลังระบาดในอเมริกาใต้ โดยพวกเขาคาดว่าอาจมีผู้ติดเชื้อถึง 4 ล้านคนในช่วงเวลา 1 ปี ขณะที่พบทารกป่วยโรคหัวเล็กในบราซิลแล้วมากกว่า 4,000 ราย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) เรียกประชุมคณะกรรมการฉุกเฉินในสัปดาห์หน้า เพื่อหาทางรับมือกับการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส ซิกา ซึ่งกำลังระบาดอย่างรวดเร็วทั่วทวีปอเมริกาโดยมียุงลายเป็นพาหะ และ WHO คาดว่าในปีนี้จะมีผู้ติดเชื้อในอเมริกาสูงกว่า 3-4 ล้านคน แต่ส่วนใหญ่จะไม่แสดงอาการป่วยออกมา

มาร์กาเร็ต ชาน ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (ภาพ: AP)

นางมาร์กาเร็ต ชาน ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกกล่าวต่อหน้าคณะกรรมการบริหารของ WHO เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 ม.ค. ว่า ตอนนี้ไวรัสซิกากำลังระบาดอย่างรวดเร็วทั่วทวีปอเมริกา โดยระดับของความน่าอยู่ในระดับที่สูงมาก เช่นเดียวกันระดับความไม่แน่นอน และมีคำถามมากมายที่พวกเขาจำเป็นต้องได้รับคำตอบบางอย่างโดยเร็ว

ทั้งนี้ ตามการเปิดเผยของนางชาน ขณะนี้มีประเทศและดินแดนที่พบการแพร่กระจายของไวรัสซิกาแล้ว 23 แห่ง ขณะที่ ดร. ซิลเวน อัลดีเกรี เจ้าหน้าที่ของ WHO ประเมินว่า จะมีผู้ติดเชื้อซิกามากถึง 3-4 ล้านรายในทวีปอเมริกาในช่วงเวลา 12 เดือน โดยจำนวนดังกล่าวนับรวมผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการป่วยด้วย

ด้านดร. บรูซ ไอล์วาร์ด เจ้าหน้าที่อีกคนของ WHO เปิดเผยว่า คณะกรรมการฉุกเฉินจะประชุมกันในวันจันทร์ที่ 1 ก.พ. ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อทบทวนหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับไวรัสซิกา รวมทั้งออกคำแนะนำในการควบคุมการแพร่กระจายของไวรัสตัวนี้ ซึ่งอาจมีเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรงทางประสาท

เจ้าหน้าที่ในประเทศเปรูฉีดพ่นยาฆ่ายุงลาย (ภาพ: AFP)

อนึ่ง ไวรัสซิกาถูกพบครั้งแรกในประเทศยูกันดา ตั้งแต่ปี 1947 แต่ไม่เคยแพร่กระจายเป็นวงกว้างเช่นนี้ ก่อนที่จะมีรายงานพบไวรัสตัวนี้เป็นครั้งแรกในทวีปอเมริกาใต้ ที่ประเทศบราซิลเมื่อเดือน พ.ค. 2015 โดยเจ้าหน้าที่ของ WHO ระบุว่า เชื้อตัวนี้แพร่กระจายโดยมียุงลายซึ่งพบได้ในเกือบทุกประเทศในทวีปอเมริกา และคาดว่าจนถึงนี้มีผู้ติดเชื้อซิกาในบราซิลมากถึง 1.5 ล้านคน แต่ตรวจสอบได้ยากเพราะผู้ติดเชื้อส่วนราว 80% ไม่แสดงอาการป่วย

ในเวลาเดียวกัน จำนวนเด็กทารกเกิดมาพร้อมกับภาวะศีรษะเล็กในภูมิภาคดังกล่าวก็เพิ่มสูงขึ้นมากเช่นกัน โดยในบราซิลพบทารกป่วยแล้วถึง 4,000 ราย ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า ไวรัสซิกาอาจเป็นสาเหตุหรือไม่ แต่ยังไม่มีการยืนยันเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ กระนั้น นางชานระบุว่า WHO เชื่ออย่างยิ่งว่าข้อสงสัยนี้เป็นความจริง และเป็นเรื่องที่น่าหวาดกลัวมาก.

เรืออพยพล่มนอกชายฝั่งกรีซ ดับ 24 ศพหายอีกอื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/569697

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 ม.ค. 2559 23:30

 

(ภาพ: AP)

เรือผู้อพยพล่มนอกชายฝั่งเกาะของประเทศกรีซเมื่อวันพฤหัสบดี ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 24 ราย ขณะที่แพทย์ไร้พรมแดนเผย ปีนี้มีผู้อพยพเรือล่มเสียชีวิตแล้ว 224 ศพ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุเรือของผู้อพยพล่มในทะเลนอกชายฝั่งเกาะ ซามอส ของประเทศกรีซ ใกล้กับประเทศตุรกี เมื่อวันพฤหัสบดี เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 24 ราย ขณะที่หน่วยยามฝั่งกรีซสามารถช่วยเหลือผู้รอดชีวิตได้ 10 คน และกำลังตามหาผู้ที่ยังสูญหายอีก 11 คน

ด้านองค์กรแพทย์ไร้พรมแดน ระบุว่า ผู้เสียชีวิต 9 จาก 24 รายที่เจ้าหน้าที่นำร่างขึ้นจากทะเล เป็นเด็ก พวกเขายังเรียกร้องให้มีการเปิดเส้นทางทางน้ำที่ปลอดภัยในการเดินทางข่าวระหว่างพรมแดนตุรกีและกรีซ เพื่อลดจำนวนผู้อพยพเสียชีวิตกลางทะเล หลังจากจำนวนผู้เสียชีวิตในปีนี้ซึ่งผ่านมาไม่ถึง 1 เดือน สูงถึง 224 ราย หรือเฉลี่ยเสียชีวิต 8 รายต่อวัน

ทั้งนี้ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เพิ่งเกิดเหตุเรือผู้อพยพล่มนอกชายฝั่งเกาะคอส ใกล้กับตุรกี ทำให้มีเด็กจมน้ำเสียชีวิต 6 ราย ขณะที่มีเด็ก 17 ราย และผู้ใหญ่อีก 25 ราย เสียชีวิตในเหตุเรือล่มบริเวณเดียวกันเมื่อสัปดาห์ก่อน

สวีเดนเข้ม! เตรียมส่งกลับผู้อพยพไม่ผ่านการพิจารณานับ 8 หมื่นคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/569532

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 ม.ค. 2559 16:26

 

รัฐบาลสวีเดน เตรียมส่งกลับผู้อพยพ และผู้ลี้ภัยที่ไม่ผ่านการพิจารณา จำนวนมากถึง 6-8 หมื่นคน หลังจากปีที่แล้ว สวีเดนเป็นประเทศที่อ้าแขนรับผู้อพยพกว่า 1.6 แสนคน มากที่สุดในยุโรป เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรในประเทศ

เมื่อวันที่ 28 ม.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน รัฐบาลสวีเดนกำลังมีแผนจะส่งกลับผู้ลี้ภัยนับ 80,000 คน เนื่องจากไม่ผ่านการพิจารณา ในขณะที่ผู้ลี้ภัยที่ทางการสวีเดนรับไว้มีประมาณ 58,800 คน หรือคิดเป็นสัดส่วน 55% ของผู้ลี้ภัยและผู้อพยพที่เข้ามาในสวีเดน หลังจากในปี 2558 มีผู้อพยพและผู้ลี้ภัยทะลักเข้าสวีเดนถึงประมาณ 163,000 คน ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดในยุโรป เมื่อเทียบกับจำนวนของประชากรในประเทศ เพียงแต่จำนวนผู้อพยพได้ลดน้อยลงเมื่อสวีเดนได้มีการบังคับใช้มาตรการคุมเข้มที่ด่านชายแดนในปีนี้

ด้าน รมว.กระทรวงมหาดไทย ของสวีเดน กล่าวว่า ทางการสวีเดนจะส่งกลับผู้อพยพประมาณ 60,000-80,000 คน โดยเครื่องบินเช่าเหมาลำ ซึ่งคงใช้เวลาหลายปีกว่าภารกิจนี้จะเสร็จสิ้นเรียบร้อย.

มะกันเตือนระวังไวรัสซิการะบาดรุนแรง เรียกร้อง WHO เร่งสกัดก่อนซ้ำรอยอีโบลา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/569349

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 ม.ค. 2559 11:28

 

นักวิทยาศาสตร์อเมริกันเตือนองค์การอนามัยโลก ควรดำเนินมาตรการเร่งด่วนในการป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัสซิกาก่อนสายเกินไป ชี้มีศักยภาพที่จะก่อให้เกิดการแพร่ระบาดรุนแรงเหมือนไวรัสอีโบลา ที่เคยระบาดรุนแรงมากในแอฟริกาตะวันตก

เมื่อวันที่ 28 ม.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน นักวิทยาศาสตร์ในสหรัฐฯ ออกโรงเตือนองค์การอนามัยโลก หรือ WHO (ฮู) ควรดำเนินมาตรการอย่างเร่งด่วนในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสซิกา เนื่องจากมีศักยภาพที่จะก่อให้เกิดการแพร่ระบาดอย่างรุนแรง เหมือนการระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาเลยทีเดียว และขณะนี้ไวรัสซิกา ซึ่งมียุงลายเป็นพาหะนำโรคกำลังเกิดการระบาดในภูมิภาคลาตินอเมริกา และแถบแคริบเบียน

นักวิทยาศาสตร์อเมริกัน ได้เรียกร้ององค์การอนามัยโลก ผ่านวารสารการแพทย์สหรัฐฯว่า องค์การอนามัยโลกควรจะระวังจากบทเรียนการระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลา และคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อร้ายแรงควรมีการประชุมฉุกเฉินในเรื่องนี้ โดยนักวิทยาศาสตร์สหรัฐฯ ยังชี้ว่า วัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสซิกาอาจพร้อมสำหรับการทดสอบใน 2 ปีข้างหน้า แต่คงต้องใช้เวลาเป็น 10 ปี กว่าจะสามารถนำมาใช้กับคนทั่วไป

สายการบิน ลาแทม แอร์ไลน์ส เป็นสายการบินล่าสุดที่พร้อมจะคืนเงิน หรือเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขในการเดินทาง สำหรับหญิงตั้งครรภ์ที่มีแผนจะเดินทางไปยังประเทศในลาตินอเมริกาและแถบแคริบเบียน

บีบีซี แจ้งว่า ประธานาธิบดีดิลมา รูสเซฟ แห่งบราซิล ได้เรียกร้องให้ประเทศในภูมิภาค ลาตินอเมริกา ผนึกความร่วมมือในการต่อสู้กับการระบาดเชื้อไวรัสซิกา ซึ่งเกี่ยวข้องกับการที่เด็กทารกเกิดมามีขนาดศีรษะเล็กผิดปกติ เนื่องจากมารดาติดเชื้อไวรัสซิการะหว่างตั้งครรภ์ อีกทั้งตอนนี้ยังมีประชาชนหลายพันคนที่ติดเชื้อไวรัสซิกา และเชื้อร้ายได้แพร่ระบาดไปยังประมาณ 20 ประเทศแล้ว ที่น่าวิตกคือตอนนี้ ทางการแพทย์ยังไม่สามารถรักษาอาการป่วยให้แก่ผู้ติดเชื้อไวรัสซิกาได้ และอยู่ระหว่างการคิดค้นวัคซีนป้องกัน