19 ศพสังเวยพายุหิมะถล่มตะวันออกสหรัฐฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/567461

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 ม.ค. 2559 00:45

 

(ภาพ: AFP)

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้า สถานการณ์พายุหิมะในพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ โดยจากการเปิดเผยของกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า พายุหิมะดังกล่าวที่มีความเร็วลม 64 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้เคลื่อนตัวไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ ออกจากแผ่นดินสหรัฐฯเข้ามหาสมุทรแอตแลนติกเป็นที่เรียบร้อย กระนั้น ยังคาดคะเนไม่ได้ว่าผลกระทบจากหิมะท่วมสูงที่ทำให้การสัญจรในหลายพื้นที่เป็นอัมพาตนั้นจะยืดเยื้อต่อไปจนถึงวันที่ 25 ม.ค.นี้หรือไม่

เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดถนนที่จัตุรัสไทม์ส (ภาพ: AFP)

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 24 ม.ค. รัฐต่างๆของสหรัฐฯ ทั้งเทนเนสซี, จอร์เจีย, เคนตักกี, นอร์ทแคโรไลนา, นิวเจอร์ซีย์, เวอร์จิเนีย, เวสต์เวอร์จิเนีย, แมรีแลนด์, เพนซิลเวเนีย รวมถึงนิวยอร์ก ยังคงคำสั่งภาวะฉุกเฉินเตือนประชาชนงดการเดินทาง โดยเฉพาะที่นิวยอร์ก ซึ่งหิมะท่วมสูง 26.8 นิ้ว มากเป็นอันดับ 2 ในประวัติการณ์ เช่นเดียวกับพื้นที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ที่หิมะท่วมสูงประมาณ 30 นิ้ว ขณะที่รายงานหิมะสูงมาก ที่สุดคือในรัฐเวสต์เวอร์จิเนีย ประมาณ 40 นิ้ว

ส่วนสายการบินต่างๆ พากันยกเลิกเที่ยวบินช่วงสุดสัปดาห์นี้กว่า 7,000 เที่ยวบิน เช่นเดียวกับการให้บริการขนส่งสาธารณะที่หยุดชะงัก อย่างไร ก็ตาม สำนักข่าวต่างประเทศรายงานด้วยว่า ในมหานครนิวยอร์กผู้คนยังคงออกจากบ้านไปพักผ่อนหย่อนใจตามสถานที่ท่องเที่ยวและสวนสาธารณะ ใส่อุปกรณ์สกี รวมถึงเด็กๆที่ปั้นตุ๊กตาหิมะและเล่น ปาลูกบอลหิมะกันอย่างสนุกสนาน

นอกจากนี้ สถานการณ์พายุหิมะยังส่งผลให้มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มอย่างต่อเนื่อง โดยยอดรวมอยู่ที่ 19 ศพ ในจำนวนนี้ 13 คน เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ในรัฐอาร์คันซอ, นอร์ทแคโรไลนา, เคนตักกี, โอไฮโอ, เทนเนสซี และเวอร์จิเนีย เสียชีวิตในรัฐนิวยอร์กระหว่างกวาดหิมะ 3 คน เสียชีวิตใน รัฐเวอร์จิเนียจากอาการปอดบวม 2 คน และอีก 1 คน เสียชีวิตในรัฐแมรีแลนด์ แต่มิได้เปิดเผยรายละเอียด ส่วนทางภาคใต้รัฐอะแลสกา มีรายงานเกิดเหตุแผ่นดิน ไหว 7.1 ในพื้นที่ทะเลสาบอิเลียมนา ลึกใต้พื้นดิน 124.8 กิโลเมตร เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหาย

หนุ่มอเมริกันถ่ายรูปเซลฟีหน้าตึกทำเทียบขาว (ภาพ: AP)

วันเดียวกัน ฮ่องกงยังเผชิญกับสภาพอากาศหนาวเย็นที่สุดในรอบ 59 ปี โดยจากการเปิดเผยของกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า อุณหภูมิได้ลดลงต่ำสุดอยู่ที่ 3.3 องศาเซลเซียส โดยอุณหภูมิต่ำสุดในประวัติการณ์คือ 2.4 องศาเซลเซียส เมื่อเดือน ก.พ.2500 ทางการประกาศเตือนให้ประชาชนสวมเสื้อผ้าที่อบอุ่นและหลีกเลี่ยงการตากลม เป็นเวลานาน.

มะกันเร่งล่าตัว 3 นักโทษ แหกคุกความมั่นคงสูงสุดแคลิฟอร์เนีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/567458

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ม.ค. 2559 23:45

 

นักโทษแหกคุก ฮอสเซน นาเยรี, โจนาธาน เตียว และ แบค เทียน ดอง (ภาพ: AP)

เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ กำลังเร่งตามล่าหาตัวนักโทษ 3 คน ที่ก่อเหตุแหกคุกเรือนจำความมั่นคงสูงสุดในรัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสหรัฐฯ กำลังเร่งตามล่าหาตัวนักโทษคดีฆาตกรรม 3 คนซึ่งหลบหนีออกจากทัณฑสถานชายกลาง เมือง ซานตา อานา เขตออเรนจ์ เคาน์ตี ในภาคใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ด้วยการตัดลูกกรงเหล็ก และใช้ท่อท่อประปาเป็นเส้นทางไปยังดาดฟ้าที่ไม่มีการคุ้มกัน

นักโทษทั้ง 3 คนได้แก่ โจนาธาน เตียว อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรม, ฮอสเซน นาเยรี อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาคดีลักพาตัวและทารุณกรรม และ แบค เทียน ดอง อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาคดีพยายามฆ่า

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบลวดหนามบนดาดฟ้าอาคารหลักหนึ่งที่ถูกเหล่านักโทษตัดและใช้เป็นทางหลบหนี (ภาพ: AP)

นาง ซานดรา ฮัตเชนส์ นายอำเภอเขตออเรนจ์ เคาน์ตี กล่าวในการแถลงข่าวว่า เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมข้อมูลจากทุกแหล่งที่สามารถหาได้ เพื่อรับประกันว่า นักโทษเหล่านี้จะถูกพาตัวกลับมาคุมขังโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยทีมเจ้าหน้าที่ของเธอกำลังทำงานประสานกับเจ้าหน้าที่จากสำนักงานอัยการเขต, เจ้าหน้าที่คุมประพฤติ, ตำรวจ และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (เอฟบีไอ)

ธรณีพิโรธ 7.1 เขย่าอะแลสกา ทำไฟดับกระทบคนนับพัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/567454

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ม.ค. 2559 23:05

 

จุดกำเนิดแผ่นดินไหวที่อะแลสกา (ภาพ: USGS)

ยูเอสจีเอสรายงาน เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงระดับ 7.1 ในรัฐอะแลสกา ของสหรัฐอเมริกา เมื่อวันอาทิตย์ โดยไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่เกิดไฟดับกระทบคนนับพันในเมืองแองเคอเรจ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน อ้างการเปิดเผยของสำนักสำรวจธรณีวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ (ยูเอสจีเอส) ว่า เมื่อเวลา 01:30 น. วันอาทิตย์ที่ 24 ม.ค. ตามเวลาท้องถิ่น (17:30 น. วันเดียวกันตามเวลาไทย) เกิดแผ่นดินไหวแรงสั่นสะเทือนระดับ 7.1 บนแผ่นดินในคาบสมุทรเคไนของรัฐอะแลสกาของสหรัฐอเมริกา จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ที่ความลึก 127.8 กม. ห่างจากเมืองแองเคอเรจไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 261 กม.

แรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวสามารถรู้สึกได้เป็นวงกว้างรวมถึงในเมืองแองเคอเรจ แต่สำนักงานตำรวจท้องถิ่นระบุว่า ไม่ได้รับรายงานว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเกิดความเสียหายรุนแรงแต่อย่างใด สำนักงานสภาพอากาศแห่งชาติ (เอ็นดับเบิลยูเอส) ของสหรัฐฯ คาดว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้จะไม่ทำให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ

สินค้าภายในร้านสะดวกซื้อตกกระจัดกระจายหลังเกิดแผ่นดินไหวที่รัฐอะแลสกา (ภาพ: AP)

อย่างไรก็ตาม มีรายงานด้วยว่า แผ่นดินไหวทำให้เกิดปัญหาไฟดับในหลายพื้นที่ของเมืองแองเคอเรจ โดยบริษัทผู้ผลิตไฟฟ้า โฮเมอร์ อีเล็กทริก แอสโซซิเอชั่น รายงานผ่านเว็บไซต์ของพวกเขาว่า มีลูกค้าประมาณ 4,800 ราย ไม่มีไฟฟ้าใช้ในช่วงเช้าวันอาทิตย์

ด้านกรมการขนส่งรัฐอะแลสการายงานผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ เฟซบุ๊ก ว่า ถนนในชุมชนคาซิลอฟ ในคาบสมุทรเคไน ได้รับความเสียหายเช่นกัน.

แคนาดาตั้งข้อหาหนุ่ม 17 กราดยิงร.ร.ดับ 4 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/567188

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ม.ค. 2559 05:45

 

(ภาพ: AP)

ตำรวจแคนาดาตั้งข้อหาชายหนุ่มวัย 17 ปี ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุกรายยิงที่โรงเรียนในเมืองทางตะวันตกของประเทศเมื่อวันศุกร์ จำนวน 12 กระทง รวมฆ่าคนตายโดยเจตนา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติแคนาดา (อาร์ซีเอ็มพี) เปิดเผยในวันเสารที่ 23 ม.ค. ว่า ชายหนุ่มวัย 17 ปี ผู้ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในเหตุกราดยิงโรงเรียนชุมชน ลา โลเช ในเมืองเล็กๆ ลาโลเช ของ จังหวัดซัคเคตเชวัน ทางตะวันตกแคนาดา เมื่อช่วงบ่าย 13.00 น. ของวันที่ 22 ม.ค. จนเป็นเหตุให้ผู้เสียชีวิต 4 ราย ถูกตั้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา 4 กระทง รวมทั้งข้อหาพยายามฆ่าอีก 7 กระทงและข้อหาครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตอีก 1 กระทง

ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิตในเหตุกราดยิงที่โรงเรียนชุมชน ลา โลเช มี 2 คนคือผู้ช่วยครู มารี ฌองวิเยร์ อายุ 21 ปี และครู อดัม วู้ด อายุ 35 ปี และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 7 คน ส่วนผู้เสียชีวิตอีก 2 คนซึ่งเป็นพี่น้องกันคือ เดน และ เดรย์เดน ฟองเตน อายุ 17 ปี และ 13 ปีตามลำดับถูกยิงสังหารที่บ้านหลังหนึ่งก่อนที่คนร้ายจะไปก่อเหตุที่โรงเรียน

ผู้กำกับการตำรวจ แกรนต์ แซงต์ เชอร์เมน ระบุว่า ผู้ต้องสงสัยวัย 17 ปีรายนี้ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้ตามกฎหมายอาชญากรรมเยาวชน จะปรากฏตัวในชั้นศาลในสัปดาห์หน้า

มะกันอ่วม! พายุหิมะถล่มภาคตะวันออก ตายแล้ว 9 ศพ ไฟดับกระทบคนนับแสน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/567180

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ม.ค. 2559 04:20

 

(ภาพ: AP)

ภาคตะวันออกของสหรัฐฯ กำลังเผชิญพายุหิมะรุนแรงเป็นวันที่ 2 ในวันเสาร์ โดยมีแนวโน้มว่าหิมะจะตกหนักกว่าที่คาดการณ์ไว้ในหลายพื้นที่ ขณะที่มีประชาชนได้รับผลกระทบจากไฟดับนับแสนคน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พายุฤดูหนาวรุนแรงกำลังพัดถล่มภาคตะวันออกของสหรัฐอเมริกาเมื่อวันเสาร์ที่ 23 ม.ค. โดยในบางพื้นที่มีหิมะตกมากกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ รวมถึงใจกลางรัฐนิวยอร์กที่อาจเผชิญหิมะท่วมหนาถึง 30 นิ้ว (ราว 76 ซม.) และถึง 4 ฟุต (120 ซม.) ที่รัฐแมริแลนด์และเวสต์เวอร์จิเนีย ขณะที่มีรายงานพบผู้เสียชีวิตแล้ว 9 ราย ทั่วประเทศ 6 ราย ในรัฐนอร์ทแคโรไลนา, 2 รายในรัฐเวอร์จิเนีย และ 1 รายในรัฐ เคนทักกี

เจ้าหน้าที่ในเมืองแมนฮัตตันกำลังกวาดหิมะออกจากถนนบริเวณจัตุรัสไทม์ส (ภาพ: REUTERS)

หิมะตกใน 20 รัฐทางภาคตะวันออกสหรัฐฯ ตั้งแต่เมื่อวันศุกร์ (22 ม.ค.) ส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 85 ล้านคน และล่าสุดมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแล้วใน 11 รัฐ ได้แก่ รัฐ จอร์เจีย, เทนเนสซี, เพนซิลเวเนีย, แมริแลนด์, เคนทักกี, นอร์ท แคโรไลนา, นิวเจอร์ซีย์, นิวยอร์ก, เดลาแวร์, เวอร์จิเนีย และเวสต์เวอร์จิเนีย ขณะที่กรุงวอชิงตันดี.ซี. ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินจากภัยหิมะ

นครนิวยอร์กกำลังเผชิญหิมะตกหนักโดยท่วมสูงถึง 3 นิ้วภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง ทำให้ นาย บิล เดอ บลาซิโอ นายกเทศมนตรีนิวยอร์ก ลงนามคำสั่งห้ามการเดินทางภายในเมืองทั้งหมดโดยไม่จำเป็นตั้งแต่เวลา 14:30 น. (วันเสาร์ ตามเวลาท้องถิ่น) ขณะที่นายกเทศมนตรี แอนดรูว์ คูโอโม ประกาศปิดสะพานและอุโมงค์ภายในเมืองทั้งหมดในช่วงบ่ายวันเสาร์

รถติดอย่างหนักบนถนนใกล้เมืองเบดฟอร์ด ในรัฐเพนซิลเวเนีย (ภาพ: AP)

พายุยังทำให้ประชาชนนับแสนคนเจอปัญหาไฟฟ้าดับ โดยที่รัฐนิวเจอร์ซีย์มีรายงานประชาชนไม่มีไฟฟ้าใช้ประมาณ 90,000 ครัวเรือน ส่วนที่รัฐนอร์ทและเซาท์ แคโรไลนา เกิดไฟดับกระทบประชาชนถึง 140,000 ครัวเรือน ในขณะที่การจราจรติดขัดนานกว่า 12 ชั่วโมงในรัฐเคนทักกีและเพนซิลเวเนีย โดยมีรายงานแจ้งความเกิดอุบัติเหตุในรัฐเวอร์จิเนียเพียงแห่งเดียวสูงถึง 989 ครั้ง

ด้านเว็บไซต์ติดตามการบิน FlightAware.com ระบุว่า นับตั้งแต่วันศุกร์ไปจนถึงวันอาทิตย์ที่ 24 ม.ค. มีเที่ยวบินในสหรัฐฯ ที่ต้องยกเลิกเนื่องจากพายุหิมะแล้วมากกว่า 8,600 เที่ยวบิน

ผู้คนเดินทางท่ามกลางหิมะตกหนักในกรุงวอชิงตันดี.ซี. (ภาพ: REUTERS)

มะกัน-ตุรกีเล็งใช้ทหารจัดการไอซิสในซีเรีย หากวิธีทางการเมืองล้มเหลว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/567158

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ม.ค. 2559 01:20

 

โจ ไบเดน รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ (ภาพ: AP)

สหรัฐฯและตุรกีกำลังวางแผนใช้วิธีการทางทหารจัดการกับกลุ่มไอซิสในซีเรีย หากการแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยวิธีการทางการเมืองไม่อาจเป็นไปได้…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รองประธานาธิบดี โจ ไบเดน แห่งสหรัฐอเมริกา แถลงในวันเสาร์ที่ 23 ม.ค. ว่า สหรัฐอเมริกและตุรกี ได้เตรียมใช้วิธีทางทหารเพื่อจัดการกับกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) ในซีเรีย หากวิธีทางการเมืองไม่อาจแก้ปัญหาได้ ในขณะที่กำหนดการเจรจาสันติภาพในซีเรียในวันจันทร์ อาจต้องเลื่อนออกไป เนื่องจากเกิดข้อถกเถียงว่าใครจะเป็นตัวแทนที่เหมาะสมจากฝ่ายกบฏ

“เรารู้ว่ามันจะดีกว่า หากเราสามารถไปถึงการแก้ปัญหาด้วยวิธีทางการเมือง แต่เราเตรียมการเพื่อใช้วิธีการทางทหารในปฏิบัติการกำจัดกลุ่มดาอีช (อีกชื่อของไอซิส) ถ้าวิธีการเมืองเป็นไปไม่ได้” นายไบเดนกล่าวในงานแถลงข่าวหลังการประชุมกับอาห์เหม็ต อาวูโตกลู นายกรัฐมนตรีแห่งตุรกี พวกเขายังหารือกันด้วยว่า สหรัฐฯกับตุรกีจะสามารถสนับสนุนกลุ่มกบฏต่อต้านประธานาธิบดี บาชาร์ อัล-อัสซาด มากกว่านี้ได้อย่างไร

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐฯนายหนึ่งยืนยันว่า วิธีการทางทหารที่นายไบเดนพูด หมายถึงการแก้ปัญหาเรื่องไอซิส ไม่ใช่ในซีเรียทั้งหมด

อีกด้านหนึ่ง นายซาเลห์ มุสลิม ประธานร่วมของพรรคสหภาพประชาธิปไตย์ (พีวายดี) ของชาวเคิร์ดในซีเรีย ออกมาเตือนว่า การเจรจาสันติภาพระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายกบฏซึ่งจะเกิดขึ้นในนครเจนีวาในวันจันทร์นี้ อาจล้มเหลว หากไม่มีตัวแทนชาวเคิร์ดเข้าร่วม ในขณะที่ยังมีข้อถกเถียงเรื่องใครจะเป็นตัวทางที่เหมาะสมจากฝ่ายกบฏซีเรียซึ่งมีมากมายหลายกลุ่ม

นิตยสารผู้ดียก ‘เจ้าหญิงชาร์ลอตต์’ ทรงอิทธิพลที่สุดในอังกฤษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/567123

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 ม.ค. 2559 22:50

 

(ภาพ: Twitter/ Kensington Palace)

นิตยสาร แทตเลอร์ ของอังกฤษ เผยผลการจัดอันดับผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในสหราชอาณาจักร โดยผู้ได้รับเลือกคือ เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ พระธิดาในดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ซึ่งมีพระชนมายุไม่ถึง 1 พรรษา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นิตยสาร ‘แทตเลอร์’ ของอังกฤษ ได้เผยแพร่ลิสต์รายชื่อ ‘the people who really matter’ ซึ่งเป็นการจัดอันดับบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในสหราชอาณาจักร โดยปรากฏว่าผู้ที่ได้รับเลือกคือ เจ้าหญิงชาร์ลอตต์แห่งเคมบริดจ์ ซึ่งมีพระชนมายุเพียง 7 เดือน

การจัดอันดับที่ได้เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ที่ 22 มกราคม ระบุว่า เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ที่ดำรงตำแหน่งรัชทายาทอันดับที่ 4 ของราชวงศ์อังกฤษ ได้แย่งชิงตำแหน่งจากควีนเอลิซาเบธที่ 2 ที่ตกไปอยู่อันดับที่ 7 และเจ้าหญิงเคต ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์อยู่อันดับที่ 11 เจ้าชายวิลเลียมอยู่อันดับที่ 12 และเจ้าชายแฮร์รี่อยู่อันดับที่ 14

นิตยสารแทตเลอร์ระบุว่า เจ้าหญิงชาร์ลอตต์เป็นพระองค์แรกที่ได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงกฎหมายเรื่องการสืบสันตติวงศ์ของอังกฤษ โดยหากพระองค์มีพระอนุชาอีกคน ลำดับการเป็นรัชทายาทของเจ้าหญิงชาร์ลอตต์ก็ยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ทรงเป็นที่โปรดปรานของทุกคน ไม่เว้นแม้แต่พระเชษฐา เจ้าชายจอร์จ ที่อยู่อันดับ 3

เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ยังทรงแซงหน้าดารา นักร้อง นักการเมือง หรือนักแสดงหลายคนเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น Ant and Dec คู่หูนักจัดรายการทีวียอดฮิต อยู่อันดับ 2, จอร์จ ออสบอร์น รัฐมนตรีคลัง อันดับ 4, อามาล คลูนี่ย์ ภรรยาของจอร์จ คลูนีย์ อันดับ 5, เอ็ดดี้ เรดเมนย์ นักแสดง อันดับ 13, อาเดล นักร้องยอดนิยม อยู่อันดับ 31, และเบเนดิคท์ คัมเบอร์บัทช์ ผู้รับบทเชอร์ลอกโฮล์ม อันดับที่ 42

อนึ่ง คณะกรรมการบรรณาธิการของแทตเลอร์ ไม่เคยเปิดเผยอย่างชัดเจนว่าบุคคลในลิสต์ the people who really matter ได้รับการจัดอันดับอย่างไร แต่พวกเขากระตุ้นให้ผู้อ่านแสดงอิทธิพลของตัวเองลงในเครือข่ายสังคมออนไลน์ อย่างเฟซบุ๊กหรือทวิตเตอร์ และทุกๆเสียงเชียร์จะถูกนำมาคิดรวมไปด้วย

ผู้ต้องหาละเมิดทางเพศเด็กในเบลเยียม หนีไปเขมร วันเดียวก่อนถูกตัดสินจำคุก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/567091

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 ม.ค. 2559 21:20

 

(ภาพจากสถานีโทรทัศน์ RTL)

นักธุรกิจชาวดัตช์ วัย 60 รู้ดีถูกศาลเบลเยียมตัดสินจำคุกคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กแน่ อาศัยช่องโหว่ทางกฎหมาย เผ่นหนีไปกัมพูชา วันเดียวก่อนศาลจะพิพากษาจำคุกนานถึง 19 ปี

เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2559 สถานีโทรทัศน์ RTL ของเบลเยียมรายงานข่าว นักธุรกิจชายชาวเนเธอร์แลนด์ วัย 60 ปี (ไม่มีการเปิดเผยชื่อ) ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาคดีละเมิดทางเพศเด็กที่อันตรายที่สุดคนหนึ่งของเบลเยียม ได้หลบหนีการตัดสินคดีไปยังประเทศกัมพูชา ก่อนถึงวันที่ศาลเบลเยียมจะตัดสินคดีเขาเพียงแค่หนึ่งวันเท่านั้น หลังจากเขาได้เห็นข่าวทางสถานีโทรทัศน์เบลเยียมช่องหนึ่ง รายงานข่าวเกี่ยวกับตัวเขา แม้จะมีการออกข่าวโดยใช้นามแฝงของเขาบนอินเทอร์เน็ต แต่ชายคนนี้เข้าใจในทันทีว่า ตนเองถูกกระชากหน้ากากแล้ว จึงทำให้ตัดสินใจหลบหนีออกจากประเทศเบลเยียม ก่อนจะถึงวันที่ศาลนัดพิพากษาเพียง 1 วัน

ข่าวแจ้งว่า ผู้ต้องหาคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็ก ได้ขึ้นเครื่องบินไปยังประเทศกัมพูชา เมื่อวันอังคารที่ 19 ม.ค.โดยไม่รอให้การตัดสินคดีของศาลอาญาสิ้นสุด และต่อมา วันพุธที่ 20 ม.ค. ผู้พิพากษาศาลอาญาแห่งเมืองอันต์เวิร์ปได้พิพากษาจำคุกผู้ต้องหาเป็นเวลา 19 ปี มากกว่าที่อัยการร้องขอถึง 3 ปี

ผู้ต้องหาชาย ที่ถูกพิพากษาคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กเป็นนักธุรกิจชาวเนเธอร์แลนด์ อาศัยอยู่ที่เมืองอันต์เวิร์ป เขาถูกเอฟบีไอแจ้งหน่วยงานเบลเยียมและตรวจสอบพบภาพลามกอนาจารเด็กที่บ้านของเขา มีจำนวนมากถึง 400,000 ภาพ โดยชายคนดังกล่าวได้ถูกดำเนินคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็ก 3 คน จากจำนวน 4 คนที่เขารับมาอุปการะเป็นบุตรบุญธรรมจากประเทศกัมพูชา

นายมาริส โรลลานด์ โฆษกขององค์กร Child Focus กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 15 ปี ที่เขาทำการสะสมภาพลามกอนาจารเด็กที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ และตัวเขาเองก็ได้ทำการล่วงละเมิดทางเพศเด็กด้วย บางคนก็เด็กมากๆ เลยทีเดียว หรือเรียกได้ว่าเป็น “ทารก” รวมทั้งได้ละเมิดทางเพศเด็กที่เขารับมาเป็นบุตรบุญธรรม 3 ใน 4 คนอีกด้วย”

หลังจากที่ชายคนนี้ถูกจับกุมตัวได้ การพิจารณาคดีที่ต้องรอคอย ช่วงระหว่างเวลานั้น เขาก็ได้รับการปล่อยตัวแบบมีเงื่อนไขไม่ให้เดินทางออกนอกประเทศซึ่งเขาก็ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไข จนกระทั่งศาลยกเว้นเงื่อนไข ทำให้เขาสามารถหลบหนีออกนอกประเทศเบลเยียมก่อนการตัดสินคดีเพียงหนึ่งวันเท่านั้น ทางด้านอัยการรู้สึกตกใจที่ทราบข่าวว่าเขาหลบหนีไป แต่ก็กล่าวว่า การปล่อยตัวชั่วคราวนั้นเป็นไปตามข้อกฎหมาย เป็นไปไม่ได้ที่จะกักขังตัวผู้ต้องหาไว้จนกระทั่งวันที่ศาลพิพากษา

สำหรับผู้ต้องหาคดีล่วงละเมิดทางเพศที่ถูกฟ้องคดีใหม่เท่านั้นที่จะถูกควบคุมตัวจนถึงวันพิพากษา ทางด้านมาริส โรลลานด์ กล่าวว่า “เขาได้อาศัยช่องโหว่ของกฎหมายเบลเยียมในการหลบหนี เราคิดว่าเขาอยู่ที่ประเทศกัมพูชา สิ่งที่เราต้องการมากที่สุดคือ ขอให้กระบวนการยุติธรรมเบลเยียมหาตัวเขาให้ได้” และถ้าเขาอยู่ที่กัมพูชาจริงละก็ อาจจะเป็นเรื่องที่สลับซับซ้อน เพราะเบลเยียมกับกัมพูชาไม่มีสัญญาการส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกัน

ขนหน้าแข้งไม่ร่วง!! กูเกิลยอมจ่ายภาษีย้อนหลัง ให้ UK กว่า 6,000 ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/567089

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 ม.ค. 2559 19:00

 

บริษัทกูเกิล ยอมควักกระเป๋า จ่ายภาษีย้อนหลังให้รัฐบาลสหราชอาณาจักร กว่า 6 พันล้านบาท หลังโดนจวก จ่ายภาษีต่ำกว่าปกติมาก ทั้งที่มีรายได้มหาศาล ส่วนใหญ่จากค่าโฆษณาถึงปีละ 1.93 แสนล้านบาท

เมื่อวันที่ 23 ม.ค. สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า บริษัทกูเกิล บริษัท สัญชาติสหรัฐฯ ให้บริการ ‘เสิร์ชเอนจิน ค้นหาข้อมูลรายใหญ่ของโลก ตกลงจะจ่ายเงินภาษีย้อนหลัง จำนวน 130 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 6,630 ล้านบาท ให้แก่สำนักงานสรรพากรของสหราชอาณาจักร (ยูเค) หลังจากหลายปีที่ผ่านมา บริษัทกูเกิล รวมถึงบริษัทข้ามชาติหลายบริษัทถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าได้จ่ายภาษีต่ำกว่าปกติมาก ให้แก่รัฐบาลยูเค และประเทศอื่นๆ ทั่วยุโรป

ด้านรัฐบาลยูเค ชี้ว่าการยินยอมจ่ายภาษีย้อนหลังของกูเกิล ถือเป็นชัยชนะของรัฐบาลยูเค โดยบีบีซี ยังรายงานว่า ถึงแม้ประเทศในสหราชอาณาจักรจะเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของกูเกิล แต่ปรากฏว่า ในปี 2556 บริษัทกูเกิลได้จ่ายภาษีให้แก่รัฐบาลยูเค เพียงแค่ 20.4 ล้านปอนด์ (1,040 ล้านบาท) ทั้งที่ บริษัทกูเกิลมีรายได้มหาศาลในปีนั้น มากถึง 3,800 ล้านปอนด์ (1.93 แสนล้านบาท) เนื่องจากกูเกิลสามารถทำกำไรในยูเคได้มากที่สุด จากค่าโฆษณาทางออนไลน์

ขณะที่ นายเม็ก ฮิลเลียร์ ส.ส.พรรคเลเบอร์ ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการบัญชีสาธารณะของยูเค กล่าวถึงการที่บริษัทกูเกิลต้องจ่ายภาษีย้อนหลัง 130 ล้านปอนด์ให้แก่รัฐบาลยูเคว่า ถือเป็นเงินจำนวนเล็กน้อยสำหรับกูเกิล ส่วน นายริชาร์ด เมอร์ฟีย์ เจ้าหน้าที่จาก เครือข่ายยุติธรรมด้านภาษี ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระ ประมาณการภาษีที่กูเกิล ควรจะจ่ายในทุกๆ ปีว่า ควรอยู่ที่ปีละ 200 ล้านปอนด์ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวได้มาจากคำนวนโดยกำไรที่บริษัทกูเกิลประกาศและยอดขายโฆษณาในอังกฤษ ปี 2557 ซึ่งอยู่ที่ 4,500 ล้านปอนด์

ไวรัสซิการะบาดในบราซิล ขั้นฉุกเฉิน ทารก‘ศีรษะเล็ก’เพิ่มไม่หยุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/567058

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 ม.ค. 2559 17:00

 

สหรัฐฯแจ้งเตือนเพิ่มอีก 8 ประเทศกำลังเกิดการระบาดของไวรัสซิกา แนะหญิงตั้งครรภ์ ควรเลี่ยงเดินทางไปเยือน ขณะที่บราซิล ประกาศสถานการณ์ระบาดของไวรัสซิกาในประเทศ อยู่ในขั้นฉุกเฉิน ยอดเด็กทารกเกิดมาศีรษะมีขนาดเล็ก พุ่งไม่หยุด

เมื่อวันที่ 23 ม.ค.สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อของสหรัฐฯ (ซีดีซี) ประกาศเพิ่มประเทศ ที่แจ้งเตือนหญิงตั้งครรภ์ ควรหลีกเลี่ยงเดินทางไปเยือน เพิ่มมากขึ้นอีก 8 ประเทศ เนื่องจากกำลังเกิดการระบาดของไวรัสซิกา ซึ่งเป็นเหตุให้หญิงที่ตั้งครรภ์หากติดเชื้อไวรัสดังกล่าวแล้ว ทารกน้อยที่เกิดมามีโอกาสที่จะมีศีรษะขนาดเล็กผิดปกติ หลังจากไม่กี่วัน ก่อนหน้านี้ ซีดีซี ได้แจ้งเตือนหญิงมีครรภ์ควรเลี่ยงเดินทางไปยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาคลาตินอเมริกา และแคริบเบียน

ซีเอ็นเอ็นแจ้งว่า 8 ประเทศ และดินแดนที่สหรัฐฯประกาศเพิ่มเติม จากการเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสซิกานั้น อยู่ในแอฟริกา และภูมิภาคโอเชียเนีย ที่เป็นชื่อเรียกกลุ่มของหมู่เกาะต่างๆในมหาสมุทรแปซิฟิก โดยนักไวรัสวิทยาคนหนึ่งในบราซิล กล่าวว่า ขณะนี้ สถานการณ์ระบาดของไวรัสซิกาในบราซิล อยู่ในขั้นสถานการณ์ฉุกเฉิน เนื่องจากอัตราเด็กทารกแรกเกิดศีรษะขนาดเล็ก เพิ่มไม่หยุด มากขึ้นเป็นเกือบ 4,000 รายแล้ว

เร่งฉีดยาฆ่ายุง

ทั้งนี้ ไวรัสซิกา ถูกพบครั้งแรกในแอฟริกา ช่วงทศวรรษ 1940 แต่ปรากฏว่า จนมาถึงวันนี้ เชื้อไวรัสซิกา ซึ่งมียุงลายบ้านเป็นพาหะ เช่นเดียวกับโรคไข้เหลือง แลไข้เดงกีนั้นได้ระบาดไปยังภูมิภาคลาตินอเมริกาแล้ว ขณะที่ นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า มีหลักฐานมากขึ้นเรื่อยๆ บ่งชี้ว่า เด็กทารกที่เกิดมามีศีรษะเล็กผิดปกติ เกี่ยวข้องกับการที่แม่ติดเชื้อไวรัสซิการะหว่างตั้งครรภ์

ส่วนอาการป่วยของคนทั่วไปจากการติดเชื้อไวรัสซิกา คือ มีไข้ และมีผื่นขึ้นตามตัว ขณะที่คนส่วนใหญ่ไม่ได้แสดงอาการป่วย และยังไม่รู้วิธีการรักษา โดยมีเพียงทางเดียวในการต่อสู้กับไวรัสซิกา คือ การไม่ให้ยุงลายบ้านมาวางไข่ในแหล่งน้ำ และการป้องกันไม่ให้ถูกยุงกัด