12 ทหารสวิสฉาว สูบกัญชาระหว่างรักษาความปลอดภัย การประชุมเศรษฐกิจโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/567044

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 ม.ค. 2559 14:30

 

12 ทหารสวิสทำฉาว…แอบเสพกัญชา และโคเคน ระหว่างปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยแก่ผู้นำที่มาเข้าร่วมการประชุมเศรษฐกิจโลก ที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ ขณะที่ทหาร 5 นายที่ตรวจพบสารโคเคนในร่างกายถูกส่งกลับบ้านทันที พร้อมกับเตรียมเจอลงโทษทางวินัย

เมื่อ 23 มกราคม 2559 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เกิดเรื่องฉาวในการประชุมเศรษฐกิจโลก ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อทหาร 12 นาย ในจำนวน 4,500 นาย ซึ่งถูกส่งมาปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้แก่ผู้นำและผู้มาเข้าร่วมการประชุมนั้น ได้แอบเสพกัญชา และในจำนวนนี้ 5 นาย ยังเสพโคเคนด้วย โดยทหาร 5 นาย ซึ่งตรวจพบสารโคเคนในร่างกาย ได้ถูกส่งตัวกลับบ้านทันที พร้อมทั้งจะถูกลงโทษทางวินัย และในจำนวนนี้ ทหารนายหนึ่งยังมีโคเคนปริมาณ 3 กรัม ไว้ในครอบครอง ซึ่งจะทำให้เขาต้องโดนดำเนินคดีทางอาญาด้วย

ส่วนทหารอีก 7 นาย ที่ตรวจพบเฉพาะสารกัญชาในร่างกาย ไม่ได้ถูกส่งตัวกลับบ้าน แต่จะโดนลงโทษทางวินัยเช่นกัน และจะยังคงให้ปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัยแก่ผู้มาร่วมการประชุมเศรษฐกิจโลกต่อไป ด้านโฆษกของกองทัพสวิสไม่ได้แจ้งรายละเอียดว่าได้มีการตรวจสอบทหารหน่วยอื่นด้วยหรือไม่ แต่หากได้รับแจ้งก็จะมีการตรวจสอบในทันทีเหมือนกับ หน่วยทหารราบภูเขาที่ 30 ซึ่งมีทหาร 12 นายแอบเสพสารเสพติด พร้อมกันนั้น โฆษกกองทัพสวิสยืนยันถึงแม้จะเกิดเหตุดังกล่าว แต่มาตรการรักษาความปลอดภัยของการประชุมฟอรั่มเศรษฐกิจโลก ที่เมืองดาวอส ไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด

วอชิงตัน ดี.ซี. บัลติมอร์เจอพายุหิมะซัดเต็มๆ มะกัน 80 ล้านยะเยือก!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/566987

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 ม.ค. 2559 12:40

 

พายุหิมะรุนแรงถล่มหลายรัฐทางชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ สำนักงานอุตุฯ เตือนชาวอเมริกันเกือบ 80 ล้านคน ระวังอันตราย จะเกิดหิมะตกหนักสูง 18-40 นิ้ว การจราจรทั้งทางบก ทางอากาศ แทบเป็น ‘อัมพาต’ หยุดนิ่ง มีเที่ยวบินถูกยกเลิกไปแล้วเกือบ 8 พันเที่ยว

เมื่อ 23 ม.ค. สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานชาวอเมริกันเกือบ 85 ล้านคน ในหลายรัฐทางชายฝั่งตะวันออกของประเทศสหรัฐฯ กำลังเผชิญหน้ากับพายุหิมะรุนแรงโหมกระหน่ำ โดยเฉพาะ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมืองหลวง และเมืองบัลติมอร์ รัฐแมรีแลนด์ ถือเป็นเมืองที่จะโดนพายุหิมะรุนแรงแบบเต็มๆ

สำนักอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนประชาชนว่า จะมีบางพื้นที่เกิดหิมะตกหนักสูงถึง 18-40 นิ้ว พร้อมระบุว่า ขณะนี้ พายุหิมะได้ส่งผลกระทบต่อการจราจรบนท้องถนน การเดินทางโดยเครื่องบิน ซึ่งมีเที่ยวบินกว่า 7,600 เที่ยวได้ถูกยกเลิกตั้งแต่วันศุกร์ที่ 22 ม.ค.-วันอาทิตย์ที่ 24 ม.ค. นอกจากนั้นสนามบินส่วนใหญ่ในหลายรัฐทางภาคตะวันออกได้ปิดทำการ อีกทั้งยังเกิดปัญหากระแสไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้าง ส่วนสถานีตำรวจในรัฐเวอร์จิเนีย ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุบนถนนถึง 841 ครั้ง ในรัฐเวอร์จิเนีย จนถึง 18.00 น. ของวันที่ 22 ม.ค.

อาคารรัฐสภา ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ท่ามกลางพายุหิมะตกหนัก

ขาวโพลนไปหมดด้วยหิมะ

ซีเอ็นเอ็น รายงานด้วยว่า มี 10 รัฐทางตะวันออกของสหรัฐฯ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินจากพายุหิมะถล่มแล้ว ประกอบด้วย รัฐจอร์เจีย, เทนเนสซี, เพนซิลเวเนีย, แมรีแลนด์, เคนตักกี, นอร์ทแคโรไลนา, นิวเจอร์ซีย์, นิวยอร์ก, เวอร์จิเนีย และเวสต์เวอร์จิเนีย โดยสำนักอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี./บัลติมอร์ ได้ทวีตข้อความแจ้งเตือนประชาชนผ่านทางทวิตเตอร์ว่า ‘พายุหิมะเลวร้ายสุดจะมาถึงในช่วง 01.00-13.00 น. ของวันที่ 23 ม.ค. จะก่อให้เกิดลมแรงบริเวณชายฝั่งทะเลรอบอ่าว และจะเกิดหิมะตกทุกหนทุกแห่ง ขอให้อยู่ในที่ปลอดภัย’

พายุหิมะถล่มชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ

ชายหนุ่มเคลียร์ทางเข้าสนามบินซึ่งถูกหิมะปกคลุม ในรัฐเวอร์จิเนีย

แคนาดาช็อก! มือปืนกราดยิงใน ร.ร. ตาย 4 เจ็บอื้อ ร้ายแรงสุดในรอบ16 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/566960

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 ม.ค. 2559 11:02

 

ชาวแคนาดาสะเทือนขวัญ…มือปืนบุกกราดยิงสุดโหดที่ในโรงเรียนชุมชน ลา โลเช จ.ซัคเคตเชวัน ดับอย่างน้อย 4 บาดเจ็บหลายคน จนถือเป็นเหตุกราดยิงในโรงเรียนครั้งเลวร้ายสุดในแคนาดา ในรอบ 16 ปี ส่วนคนร้ายถูกควบคุมตัวไว้ได้แล้ว

เมื่อ 23 ม.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเกิดเหตุสะเทือนขวัญในแคนาดา มือปืนชายบุกกราดยิงเด็กนักเรียนอย่างเหี้ยมโหด ที่โรงเรียนชุมชน ลา โลเช ในเมืองเล็กๆ ลาโลเช ของ จังหวัดซัคเคตเชวัน ทางตะวันตกแคนาดา เมื่อช่วงบ่าย 13.00 น. ของวันที่ 22 ม.ค. ตามเวลาท้องถิ่น สร้างความแตกตื่นหวาดกลัวให้แก่นักเรียนอย่างมาก และเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ศพ บาดเจ็บหลายคน ก่อนที่ต่อมาคนร้ายได้ถูกจับกุมและนำตัวไปคุมขัง พร้อมกับที่ตำรวจได้ยึดอาวุธปืนของคนร้ายไว้แล้ว ขณะเดียวกัน ยังมีรายงานว่า เกิดเหตุกราดยิงอีกแห่งในแคนาดาด้วย แต่ไม่มีรายละเอียด

ด้านนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด ของแคนาดา ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางไปร่วมประชุมเศรษฐกิจโลกที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ กล่าวถึงเหตุร้ายแรงที่โรงเรียนชุมชน ลา โลเช ว่า เป็นฝันร้ายที่สุดของพ่อแม่ผู้ปกครองทั้งหมด และชาวแคนาดาทั้งประเทศ พร้อมกันนั้น นายกรัฐมนตรีแคนาดายังกล่าวชื่นชมผู้ที่เข้าไปหยุดยั้งมือปืนได้อย่างรวดเร็วและกล้าหาญ

ด้านนอกโรงเรียนชุมชน ลา โลเช หลังเกิดเหตุกราดยิงสะเทือนขวัญ

ทั้งนี้ โรงเรียนชุมชน ลา โลเช เป็นโรงเรียนซึ่งมีเด็กนักเรียนเล่าเรียนอยู่ประมาณ 900 คน ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล จนถึงมัธยมปลาย โดยเมืองลาโลเช ถือเป็นเมืองเล็กซึ่งมีคนพื้นเมืองท้องถิ่นอาศัยอยู่ประมาณ 3,000 คน โดยเหตุการณ์กราดยิงที่โรงเรียนชุมชน ลา โลเช ครั้งนี้ ถือเป็นเหตุกราดยิงในโรงเรียนครั้งเลวร้ายที่สุดในแคนาดา นับตั้งแต่เกิดเหตุกราดยิงที่เมืองมอนทรีอัล เมื่อปี 2532

นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด แห่งแคนาดา ช็อกกับเหตุกราดยิงในโรงเรียนชุมชนลา โลเช

โซรอสเตือนอียู ระวังแตกแยก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/566770

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 ม.ค. 2559 05:01

 

(ภาพ : AFP)

นายจอร์จ โซรอส ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินการคลัง ชาวอเมริกันเชื้อสายฮังการี ให้สัมภาษณ์สื่อนอกรอบการประชุมเศรษฐกิจโลก (WEF) ที่เมืองดาวอส ของสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อ 21 ม.ค. โดยเตือนว่าประเทศสหภาพยุโรป (อียู) อาจเกิดการแตกแยกรุนแรง เพราะไม่สามารถรับมือจำนวนผู้อพยพลี้ภัยซึ่งทะลักเข้ามาในยุโรปช่วงปีที่ผ่านมา และแต่ละประเทศขาดนโยบายที่มีประสิทธิภาพด้านการจัดการผู้อพยพ อาจทำให้อียูประสบภาวะอ่อนแอ

นายโซรอสเตือนด้วยว่า เศรษฐกิจของจีนอยู่ในช่วงขาลงอย่างรุนแรง และจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจทั่วโลก ขณะที่ธนาคาร กลางแห่งสหรัฐฯปรับอัตราดอกเบี้ยช้าเกินไป ทั้งที่เศรษฐกิจของสหรัฐฯอยู่ในภาวะชะลอตัวมาได้สักพักแล้ว ส่วนนายหลี่ หยวนเฉา รองประธานาธิบดีจีน ยืนยันต่อที่ประชุมเศรษฐกิจโลกว่า รัฐบาลจีนมีความเชื่อมั่นและคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจีนในปีนี้จะเติบโตในอัตราปานกลางค่อนไปทางสูง.

เผย 7 สถานที่สำคัญในฝรั่งเศส เป้าหมายโจมตีใหม่ของกลุ่มก่อการร้าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/566633

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 ม.ค. 2559 20:00

 

(สนามบินเมืองตูลูส)

ทีวีฝรั่งเศส เผยเอกสารลับกระทรวงกลาโหม แจง 7 เป้าหมายใหม่ สถานที่สำคัญที่อาจตกเป็นเป้าโจมตีของกลุ่มก่อการร้าย แถมยังอาจโจมตีหลากหลายรูปแบบ ทั้งระเบิดพลีชีพ กราดยิง คาร์บอมบ์ หรือการใช้โดรนติดระเบิด

เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2559 สถานีโทรทัศน์ฟรองซ์ 3 มิดิ-ปิเรเน่ ในฝรั่งเศส เปิดเผยเอกสารลับของกระทรวงกลาโหมฝรั่งเศส แจกแจงสถานที่สำคัญ 7 แห่งในประเทศฝรั่งเศสที่อาจตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีของกลุ่มก่อการร้าย โดยได้จากการวิเคราะห์ข้อมูลบนเครือข่ายออนไลน์และเว็บไซต์ของผู้ที่ใกล้ชิดกับกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง ตามหลักการ “แท็กคำค้นหาบนเว็บ”

จากการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่า มีการกล่าวถึงสถานที่ดังกล่าวบ่อยครั้งมาก ระหว่างการติดต่อกันของบรรดาบุคคลที่ตกเป็นเป้าหมายของการเฝ้าระวัง และเป็นสถานที่สำคัญที่กระจายอยู่ทั่วประเทศฝรั่งเศส โดยจากเอกสารที่ได้รับมีการระบุถึงรายละเอียดว่าจะมีการใช้ “รูปแบบการโจมตี” ที่ผู้ก่อการร้ายจะนำมาใช้ในปฏิบัติการอีกด้วย ได้แก่ ระเบิดพลีชีพด้วยเข็มขัดระเบิด (Human Suicide Improvised Explosive Device) การกราดยิง การวางระเบิดในรถยนต์ การใช้โดรนหรือเครื่องบินเล็กบรรจุระเบิด (Flying Improvised Explosive Device)

สำนักงานข่าวกรองกลาโหมฝรั่งเศสได้จัดทำแผนที่ระบุตำแหน่งสถานที่สำคัญที่ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของการก่อการร้าย ภายใต้หัวข้อชื่อว่า “การลงมือปฏิบัติการแบบไหน สำหรับเป้าหมายใด” เมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา ระบุว่า “การโจมตีที่มีการติดต่อ ประสาน มีความพร้อมเพรียงกัน และกระจายไปตามสภาพภูมิศาสตร์ ที่อาจจะเกิดขึ้นในประเทศฝรั่งเศสอีก ซึ่งเป็นรูปแบบและลักษณะเดียวกับที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน 58 ที่กรุงปารีสและเขตแซงต์เดนิส์ จากการวิเคราะห์ของฝ่ายทหารพบว่าเป็นการกระจายพื้นที่ปฏิบัติการในพื้นที่มหานครปารีส

จากการวิเคราะห์คาดการณ์ของหน่วยข่าวกรองกลาโหมฝรั่งเศสได้จัดทำรายชื่อสถานที่สำคัญที่ตกเป็นเป้าหมายของการก่อการร้ายดังนี้ 1. พื้นที่เขตลาเดฟองส์ กรุงปารีส (ความเสี่ยงจากการโจมตีด้วยโดรนหรือเครื่องบินบรรทุกระเบิด) Zone de La Défense à Paris (risque d’attaque par un drone ou avion piégé) 2. สะพานแซงต์นาแซร์ Le Pont de Saint-Nazaire 3. สนามบินเมืองตูลูส (ระเบิดพลีชีพและการกราดยิง) La zone aéroportuaire de Toulouse (attentat suicide et fusillade) 4. พื้นที่เขตท่าเรือเมืองมาร์เซลย์-โฟส์ (โดรนหรือเครื่องบินบรรทุกระเบิด) La zone portuaire de Marseille-Fos (drone ou avion piégé)

5. พื้นที่โรงงานไฮโดรคาร์บอน ตอนใต้ของเมืองลียง (รถยนต์บรรทุกระเบิด) La zone hydrocarbures de Lyon-Sud (voiture piégée) 6. สภายุโรป เมืองสตราสบูร์ก (การกราดยิง) Le Parlement européen de Strasbourg (fusillade) และ 7. พิพิธภัณฑ์ยุโรป เมืองลิลล์ (ระเบิดพลีชีพ) Le Musée Européen de Lille (attentat suicide) โดยสถานที่ดังกล่าวข้างต้นไม่ใช่การระบุว่า เป็นสถานที่ที่จะต้องเกิดเหตุเบิดในประเทศฝรั่งเศส แต่เป็นการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารที่เฝ้าระวังและติดตาม “การติดต่อสื่อสารระหว่างกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงทางอินเทอร์เน็ต” และข้อมูลข่าวกรอง แล้วทำการรายงานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบถึงสถานที่สำคัญที่อาจตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีของผู้ก่อการร้าย

ให้อิสรภาพ! เมียนมาปล่อยนักโทษครั้งใหญ่กว่า 100 ก่อนประชุมสภานัดแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/566713

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 ม.ค. 2559 18:46

 

ทางการเมียนมา ปล่อยตัวนักโทษครั้งใหญ่กว่า 100 คน รวมทั้งนักโทษการเมือง และชายนิวซีแลนด์ 1 คน ก่อนจะถึงวันประชุมใหญ่สมาชิกสภาครั้งแรกที่มาจากการเลือกตั้งทั่วไป แค่สัปดาห์เดียว

เมื่อ 22 ม.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ทางการพม่าได้ปล่อยตัวนักโทษครั้งใหญ่ จำนวนกว่า 100 คน ในจำนวนนี้เป็นนักโทษการเมือง 52 คน รวมถึง นายฟิลิป แบล็กวูด นักโทษชาวนิวซีแลนด์ เพียงหนึ่งสัปดาห์ก่อนจะมีการประชุมสมาชิกสภาใหม่เป็นครั้งแรก หลังจากทางการเมียนมาได้จัดการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปีก่อน และพรรคฝ่ายค้าน สันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ภายใต้การนำของ นางออง ซาน ซูจี ชนะเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย

เฟซบุ๊กของ นายซอว ฮเตย์ โฆษกประจำทำเนียบประธานาธิบดีเมียนมา ระบุว่า มีการปล่อยตัวนักโทษทั้งสิ้น 102 คน โดยเจ้าหน้าที่ทางการเมียนมาคนหนึ่งยังเผยด้วยว่า มีนักโทษ 21 คน ที่ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำอินเส่ง ซึ่งได้รับการกล่าวขานในเรื่องการใช้มาตรการเด็ดขาดกับนักโทษ ได้รับการปล่อยตัวในคราวนี้

นายมิน มิน (คนที่ 2 จากขวา) นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน และนักโทษการเมือง หนึ่งในนักโทษที่ได้รับการปล่อยตัวจากคุกอินเส่ง เมื่อ 22 ม.ค.

ข่าวแจ้งว่า นายฟิลิป แบล็กวูด ชายชาวนิวซีแลนด์ เป็นหนึ่งในนักโทษที่ได้รับการอภัยโทษในครั้งนี้ หลังจากเขาถูกศาลในเมียนมาตัดสินจำคุกเป็นเวลา 2 ปี เมื่อ มี.ค. 58 จากความผิดฐานหมิ่นประมาทพระพุทธเจ้า โดยได้นำภาพพระพุทธเจ้ามาใช้ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์บาร์ของเขา อย่างไรก็ตาม บีบีซี รายงานว่า เบื้องต้น ยังไม่แน่ชัดว่าชายชาวพม่าสองคนที่ถูกจับกุมดำเนินคดีพร้อมกับนายแบล็กวูด ได้รับการปล่อยตัวหรือไม่

นอกเหนือจากการปล่อยตัวนักโทษแล้ว ปรากฏว่าทางการเมียนมายังได้ลดหย่อนโทษประหารให้แก่ นักโทษที่รอการถูกประหารชีวิตเกือบ 80 คนด้วย โดยได้ลดโทษให้เหลือจำคุกตลอดชีวิต

หวานฉ่ำ!! มารายห์ แคร์รี่ หมั้นกับ เจมส์ แพ็คเกอร์ เศรษฐีออสซี่แล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/566673

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 ม.ค. 2559 17:41

 

(มารายห์ แคร์รี่ มองแฟนหนุ่ม เจมส์ แพ็คเกอร์ ด้วยสายตาหวานฉ่ำ)

มารายห์ แคร์รี่ ป็อบสตาร์หญิงคนดัง สุดหวานชื่น.. หมั้นกับ เจมส์ แพ็คเกอร์ มหาเศรษฐีร่ำรวยสุดๆ ชาวออสเตรเลียแล้ว หลังจากทั้งสองควงคู่กันอย่างเปิดเผยตั้งแต่กลางปีก่อน

เมื่อ 22 ม.ค. สำนักข่าวบีบีซี รายงาน มารายห์ แคร์รี่ นักร้องหญิงชื่อดังชาวอเมริกัน วัย 45 หมั้นหมายกับ เจมส์ แพ็คเกอร์ มหาเศรษฐีชาวออสเตรเลียวัย 47 แล้ว หลังจากทั้งสองได้ควงคู่กันอย่างเปิดเผยต่อสาธารณะไปไหนมาไหนด้วยกัน ตั้งแต่เดือน มิ.ย. 58 อีกทั้งยังมีคนเห็นมารายห์ นักร้องหญิงคนดังกับ แพ็คเกอร์ เศรษฐีหนุ่มไปเที่ยวที่อิตาลีด้วยกันอย่างหวานชื่น

ด้านนิตยสารฟอร์บ ได้จัดอันดับความร่ำรวยของ เจมส์ แพ็คเกอร์ ว่า เขาติดอันดับ 4 มหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในออสเตรเลียเลยทีเดียว ด้วยทรัพย์สินมหาศาลถึง 3,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1.1 แสนล้านบาท) โดย เจมส์ แพ็คเกอร์ ได้รับมรดกมหาศาลจากการเป็นเจ้าของธุรกิจสื่อในออสเตรเลียต่อจากพ่อ เคอร์รี่ แพ็คเกอร์ อีกทั้งตอนนี้ เจมส์ แพ็คเกอร์ ยังได้ทำธุรกิจเกี่ยวกับการเปิดสถานกาสิโนด้วย ส่วนชีวิตส่วนตัวได้หย่าขาดจากภริยาคนที่สอง อีริกา แบกซ์เตอร์ นางแบบและนักร้อง เมื่อปี 2556

มารายห์ แคร์รี่ ตัดสินใจหมั้นกับเจมส์ แพ็คเกอร์แล้ว

ส่วนมารายห์ แคร์รี่ ก็เพิ่งหย่าขาดจากสามี นิค แคนนอน พิธีกรรายการประกวดความสามารถ ‘อเมริกา ก็อต ทาเลนต์’ ไปเรียบร้อย หลังจากนักร้องหญิงคนดังเคยแต่งงานกับ นิค แคนนอน และมีลูกสาวฝาแฝดด้วยกัน เมื่อปี 2554 แต่สุดท้ายได้แยกทางกัน และ นิค แคนนอน ได้ยื่นฟ้องขอหย่าจากมารายห์ แคร์รี่ เมื่อ ม.ค. 58 หลังจากทั้งสองครองคู่สมรสกันมานาน 6 ปี

ตะลึง!ทะเลสาบใหญ่อันดับ 2ของโบลิเวีย แห้งขอด ชี้เอลนีโญ ตัวการสำคัญ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/566578

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 ม.ค. 2559 15:30

 

(ภาพถ่ายดาวเทียมจากนาซา เปรียบเทียบทะเลสาบปูโประหว่างปี 56 (ซ้าย) กับม.ค. 59 (ขวา)

ทะเลสาบปูโป ในโบลิเวียแห้งขอดแทบไม่เหลือ น้ำเหือดแห้งหายไปจากทะเลสาบ 99.9999% ชี้เป็นผลจากปรากฏการณ์เอลนีโญ และการทำเหมืองแร่ ขณะที่นักวิทยาศาสตร์เตือนน้ำในทะเลสาบปูโปอาจแห้งเช่นนี้ไปตลอดกาล

เมื่อวันที่ 22 ม.ค.59 สื่อต่างประเทศรายงานเรื่องน่าตื่นตระหนกตกใจที่เกิดกับทะเลสาบปูโป ทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศโบลีเวีย เมื่อน้ำในทะเลสาบได้แห้งขอด และอาจจะแห้งเช่นนี้ไปตลอดกาลเลยทีเดียว โดยบรรดานักวิทยาศาสตร์ชี้ว่า สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง จากปรากฏการณ์เอลนีโญ และการทำเหมืองแร่ รวมถึงการทำการเกษตร คือตัวการสำคัญที่ทำให้สภาพธรรมชาติสิ่งแวดล้อมเกิดการเปลี่ยนแปลงถึงขนาดน้ำในทะเลสาบปูโปเหือดแห้ง

ข่าวแจ้งว่า ทางการโบลิเวียได้ประกาศแจ้งข่าวร้ายอย่างเป็นทางการถึงสถานการณ์น้ำในทะเลสาลปูโปแห้งขอด เมื่อเดือนธันวาคม ที่ผ่านมาว่า น้ำในทะเลสาบได้แห้งไปถึง 99.9999% และเหลือน้ำอยู่เพียง 0.0001% เท่านั้น โดยได้ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนหลายพันคนที่อาศัยอยู่ใกล้ทะเลสาบ และทำมาหากินจากการทำประมงในทะเลสาบอย่างมาก

น้ำแห้งแทบไม่มีเหลือในทะเลสาบปูโป

เรือหมดความหมาย

ด้าน แองเจล ฟลอเรส หัวหน้ากลุ่มเคลื่อนไหวอนุรักษ์ทะเลสาบปูโป กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทางการโบลิเวียไม่ได้สนใจคำเตือนจะเกิดหายนภัยกับทะเลสาบปูโปเลย เนื่องจากมีบริษัททำเหมืองแร่หลายบริษัทได้ผันน้ำจากทะเลสาบไปใช้ในกิจการทำเหมืองมาตั้งแต่ปี 2525 แล้ว ทั้งนี้ ทะเลสาบปูโป อยู่บนที่ราบสูงในบริเวณภูเขาอัลติปลาโน ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 3,700 เมตร โดยเป็นทะเลสาบที่มีลักษณะเป็นแอ่งน้ำตื้นๆ มีขนาดความยาวถึง 90 กม.และกว้าง 32 กม. อีกทั้งธารน้ำแข็งแอนเดียน ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสำคัญของทะเลสาบปูโป ก็ได้หายหมดไปแล้วจากภาวะโลกร้อน

ยิ่งกว่าในหนัง!! รัสเซียโต้ผลสอบอังกฤษ คดีสายลับแปรพักตร์ โดนลอบวางยา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/566501

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 ม.ค. 2559 13:24

 

(นางมารินา ลิตวิเนนโก ภริยาม่ายของนายอเล็กซานเดอร์ ลิตวิเนนโก(รูปเล็ก)

อดีตสายลับเคจีบีของรัสเซียออกโรงแย้งผลสอบทางการอังกฤษ คดีฆาตกรรมอดีตสายลับรัสเซียที่หันมาทำงานให้อังกฤษ ชี้ โดนลอบวางยาด้วยสารกัมมันตรังสี โดย 2 สายลับรัสเซียด้วยกันเอง อีกทั้ง ประธานาธิบดีปูติน อาจรู้เห็นเรื่องนี้

เมื่อ 22 ม.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าความตึงเครียดครั้งใหม่ระหว่างอังกฤษกับรัสเซีย กรณี นายอเล็กซานเดอร์ ลิตวิเนนโก อดีตสายลับเคจีบีชาวรัสเซีย เสียชีวิตด้วยวัย 43 ปี จากการถูกลอบวางยาพิษ ด้วยสารกัมมันตรังสี ‘โพโลเนียม-210’ ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อปี 2549 โดยผลสอบสวนของทางการอังกฤษ ซึ่งมี เซอร์ โรเบิร์ต โอเวน เป็นหัวหน้าทีม ได้เผยแพร่สู่สาธารณชน เมื่อวันพฤหัสฯ ที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา หลังจากรอคอยกันมานาน ระบุ นายลิตวิเนนโกเสียชีวิตจากการถูก นายแอนเดร ลูโกวอย และนายดมิทรี คอฟตุน อดีตสายลับเคจีบีชาวรัสเซีย 2 คน ตั้งใจวางยาพิษ ด้วยการแอบใส่สารกัมมันตรังสีโพโลเนียม-210 ลงไปในกาน้ำชา ระหว่างคนทั้ง 3 พบกันที่โรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงลอนดอน เมื่อ 9 ปีก่อน เป็นเหตุให้นายลิตวิเนนโกล้มป่วย และเสียชีวิตในอีก 3 สัปดาห์ต่อมา ในเดือน พ.ย. 2549

เซอร์ โรเบิร์ต โอเวน หัวหน้าทีมสอบสวนอังกฤษ ชี้ว่า เขามีความมั่นใจว่า การลงมือก่อฆาตกรรมนายลิตวิเนนโก เป็นฝีมือของชายรัสเซียทั้งสองคน ซึ่งบางทีอาจดำเนินการตามคำสั่งของสำนักข่าวกรองเอฟเอสบีของรัสเซีย (ชื่อเดิมคือเคจีบี) ซึ่งเรื่องนี้ต้องได้รับการพิสูจน์ โดย นายนิโคไล ปาทรูเชฟ หัวหน้าสำนักข่าวกรองเอฟเอสบี เช่นเดียวกับ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย โดยเซอร์โอเวน ยังกล่าวว่า นายลิตวิเนนโกทำงานให้กับหน่วยข่าวกรองของอังกฤษ อีกทั้งจากการที่เขามักวิพากษ์วิจารณ์หน่วยข่าวกรองเอฟเอสบี และประธานาธิบดีปูติน บางทีอาจเป็นมูลเหตุนำไปสู่การ ‘ปิดปาก’ เขาเสีย

นายแอนเดร ลูโกวอย และนายดมิทรี คอฟตุน อดีตสายลับเคจีบี ถูกกล่าวหาลอบวางยา นายอเล็กซานเดอร์ ลิตวิเนนโก

นายอเล็กซานเดอร์ ยาโคเวนโก เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำกรุงลอนดอน ถูกกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษเรียกตัวเข้าพบ เมื่อ 21 ม.ค.

ข่าวแจ้งว่า หลังมีการเผยแพร่ผลสอบคดีนายลิตวิเนนโกต่อสาธารณะ ด้านกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษได้เรียกตัว นายอเล็กซานเดอร์ ยาโคเวนโก เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำกรุงลอนดอน เข้าพบเมื่อ21 ม.ค.59 เพราะคดีนี้ได้เกี่ยวโยงไปถึงประธานาธิบดีปูติน ที่อาจเป็นคนอนุมัติแผนการลับในการปลิดชีวิตนายลิตวิเนนโก

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย

อย่างไรก็ตาม ด้านนายแอนเดร ลูโกวอย อดีตสายลับเคจีบี ซึ่งถูกกล่าวหาว่าร่วมวางยา นายลิตวิเนนโก ได้ออกมากล่าวถึงผลสอบคดีนี้ว่าเป็นเรื่องเหลวไหล โดยการสอบสวนดังกล่าว ‘เป็นการประดิษฐ์’ และ ‘การคาดคะเน’ อีกทั้งประธานการสอบสวนคดีนี้ ‘บ้าไปแล้ว’ เช่นเดียวกับ ทางการรัสเซียที่ได้ออกมาตอบโต้กล่าวหาผลสอบคดี นายลิตวิเนนโก ของ เซอร์โอเวน ถูกทำให้เป็นเรื่องการเมือง

มะกัน 75 ล้านทางชายฝั่งภาคตะวันออก เตรียมเผชิญพายุหิมะสุดรุนแรงถล่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/566456

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 ม.ค. 2559 11:21

 

ประชาชนราว 75 ล้านคนบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกของสหรัฐฯ เตรียมเผชิญหน้ากับภัยพายุหิมะรุนแรงที่สุดในฤดูหนาวปีนี้ เคลื่อนตัวถล่มระหว่าง 22-23 ม.ค. ด้านผู้ว่าการหลายรัฐประกาศภาวะฉุกเฉินเตรียมพร้อมรับมือ ขณะที่มีเที่ยวบินกว่า 3 พันเที่ยวถูกยกเลิกแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ผู้ว่าการหลายรัฐ อาทิ รัฐจอร์เจีย เพนซิลเวเนีย เทนเนสซี แมริแลนด์ และนอร์ทแคโรไลนา รวมทั้งกรุงวอชิงตัน ดี ซี ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในรัฐแล้ว เตรียมพร้อมเผชิญหน้ากับพายุหิมะรุนแรงที่สุดในฤดูหนาวปีนี้ ซึ่งจะเคลื่อนตัวผ่าน หลายรัฐทางชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ระหว่างวันศุกร์ที่ 22 ถึงวันเสาร์ที่ 23 ม.ค.(ตามเวลาท้องถิ่น)

เว็บไซต์ flightware.com แจ้งด้วยว่า มีเที่ยวบินกว่า 3,000 เที่ยวที่บินขึ้นลงในรัฐทางภาคตะวันออกของสหรัฐฯ ต้องถูกยกเลิกไปแล้วในช่วงวันที่ 22-23 ม.ค.เช่นเดียวกับรถไฟโดยสารแอมแทร็ก มีการปรับเปลี่ยนตารางเดินรถ สายภาคตะวันออกเฉียงเหนือในสหรัฐฯเนื่องจากจะได้รับผลกระทบจากพายุหิมะ ขณะที่ ระบบการเดินรถไฟใต้ดินในกรุงวอชิงตัน ดี ซี ได้ปิดให้บริการช่วงสุดสัปดาห์นี้ นอกจากนั้น มีการปิดโรงเรียนต่างๆ ในรัฐเคนตักกี และเทนเนสซี

ศุนย์พยากรณ์อากาศแห่งชาติสหรัฐฯ แสดงแผนที่เส้นทางเคลื่อนตัวของพายุหิมะ ผ่านชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ระหว่าง 22-23 ม.ค.59

ซีเอ็นเอ็น แจ้งว่า ประชาชนประมาณ 75 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในหลายรัฐทางชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ กำลังจะเผชิญกับพายุหิมะรุนแรงที่สุด โดยจะมีความเร็วลม 60 เมตรต่อชั่วโมง ที่จะพัดพาหิมะตกกระหน่ำอย่างรุนแรง

ชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ เผชิญภัยพายุหิมะรุนแรง