‘อัล-ชาบับ’ คาร์บอมบ์-กราดยิง ร้านอาหารริมชายหาดในเมืองหลวงโซมาเลีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/566308

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 ม.ค. 2559 07:00

 

(ภาพ: AFP)

เกิดเหตุระเบิดคาร์บอมบ์ 2 ลูกและกลุ่มมือปืนโจมตีร้านอาหารติดชายหาดยอดนิยมในกรุงโมกาติชู เมืองหลวงของประเทศโซมาเลีย เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย แต่ตัวเลขอาจสูงขึ้นอีก…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ระเบิดคาร์บอมบ์ลูกแรกเกิดขึ้นในช่วงเย็นวันพฤหัสบดี (21 ม.ค.) จากนั้นกลุ่มมือปืนอย่างน้อย 5 คนก็บุกมากราดยิงร้านอาหาร ‘บีช วิว’ และ ‘ลิโด ซีฟูด’ บนชายหาดลิโดทางเหนือของกรุงโมกาดิชู ประมาณ 1 ชั่วโมงต่อมา ระเบิดคาร์บอมบ์ลูกที่ 2 จึงทำงาน เบื้องต้นมีรายงานว่าพบผู้เสียชีวิต 3 ศพ และจำนวนอาจเพิ่มขึ้นอีก

หลังเกิดเหตุ เชคห์ อับดีอาซิส อาบู มูซาบ โฆษกของกลุ่มติดอาวุธ อัล-ชาบับ ออกมาอ้างตัวว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้ โดยมือปืนของพวกเขายังอยู่ภายในและควบคุมร้านอาหารที่ถูกโจมตีเอาไว้ มีผู้บาดเจ็บล้มตายมากมายทั้งในและนอกร้าน

ขณะที่ ฟาราห์ อับดุลเล ตำรวจโซมาเลียเปิดเผยต่อสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า กลุ่มมือปืนยังอยู่ในร้านอาหาร และพวกเขาไม่อาจรู้ได้เลยว่า มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตอยู่ภายในเท่าใด

ทั้งนี้ ชายหาดลิโดอยู่บริเวณชายขอบทางเหนือของกรุงโมกาดิชู ดึงดูดนักท่องเที่ยวซึ่งเป็นคนหนุ่มสาวชาวโซมาเลียหลายพันคน ขณะที่มีร้านอาหารมากมายเปิดตลอดแนวชายหาดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และผู้คนก็กำลังนั่งอยู่หน้าร้านแห่งนี้ตอนที่การโจมตีเริ่มต้นขึ้น.

หนุ่มฝรั่งเศสเจอคุก 2 ปีข้อหาข่มขืนภรรยา ใส่ยานอนหลับในเค้ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/566303

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 ม.ค. 2559 06:30

 

(ภาพ: wikipedia)

ศาลฝรั่งเศสพิพากษาลงโทษสามีชาวฝรั่งเศสวัย 40 ปีเศษ โทษฐานแอบใส่ยานอนหลับในเค้กทาร์ตตาแต็งให้ภรรยากิน เขาสารภาพว่า เพียงต้องการดูเรือนร่างภรรยาที่เปลือยเปล่าขณะที่กำลังหลับอยู่เท่านั้น…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม ศาลอาญาแห่งเมืองอูเรอเอท์ลัวร์ได้พิจารณาคดีที่ผู้ต้องหาเป็นชายวัย 40 ปีเศษในข้อหาข่มขืนภรรยาของตนเอง โดยการแอบใส่ยานอนหลับใส่ในเค้กแอปเปิ้ล (Tarte tatin) และอ้างว่าได้ถอดเสื้อผ้าของภรรยาออกระหว่างที่นอนหลับอยู่ แต่ไม่ได้ลงมือข่มขืนแต่อย่างใด

เรื่องอื้อฉาวดังกล่าวเกิดขึ้นที่หมู่บ้านเล็กๆ ที่ชาโตย์ดังทางตอนเหนือของประเทศฝรั่งเศสเมื่อปี 2553 ผู้เสียหายที่ได้แยกทางกับสามีของเธอแล้วและยังพอจำได้ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น “เรื่องมันนานมาแล้ว ฉันจำรายละเอียดไม่ได้ทั้งหมดหรอก ที่แย่ที่สุดก็คือ ฉันไม่รู้ตัวเลยว่าเขาได้ข่มขืนฉันหรือเปล่าระหว่างที่กำลังนอนหลับอยู่”

ทางด้านสามีตัวดีก็ยกเหตุผลมากล่าวอ้างถึงความอดอยากปากแห้งของตนเองว่า “ผมตกอยู่ในสภาวะที่ผิดหวังที่เธอปฏิเสธไม่ให้ผมร่วมรัก” เพื่อแก้ไขปัญหา เขาก็เลยตัดสินใจในคืนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 ระหว่างการรับประทานอาหารค่ำด้วยการแอบเอายานอนหลับใส่ในขนมเค้กให้ภรรยารับประทาน

หลังจากรับประทานอาหารค่ำเสร็จ เธอก็รู้สึกอ่อนเพลียขึ้นมาทันทีทันใด “ฉันรู้สึกอ่อนเปลี้ยเพลียแรงขึ้นมาทันทีทันใด ฉันจึงรีบไปเข้านอนก่อนอื่นเลย” ภรรยาของเขาอธิบาย โดยในขณะนั้นเธออยู่ในชุดจ๊อกกิ้งกับกางเกงในเท่านั้น ขณะที่หลับสนิทไปในเวลาไม่กี่นาที พอตื่นขึ้นมาในตอนเช้า เธอก็รู้สึกตกใจที่กางเกงของเธอหายไป แต่ไปกองอยู่ปลายเตียงนอนในลักษณะฉีกขาดรุ่งริ่ง เธอตกใจว่าจะถูกข่มขืนจึงรีบไปยังแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลที่ได้ทำการตรวจปัสสาวะและเลือดของเธอ จึงพบว่าเธอได้รับยานอนหลับอย่างรุนแรง

เมื่อเธอกลับมาถึงบ้าน สามีของเธอก็สารภาพว่า รู้สึกอดอยากปากแห้งกับเซ็กส์ เขาปฏิเสธว่าไม่ได้แตะต้องตัวเธอเลยแม้แต่น้อย เขายอมรับสารภาพว่า ได้แต่มองดูเรือนร่างของภรรยาที่เปลือยเปล่า พร้อมกับกล่าวว่า “ตั้งแต่เธอรู้ว่าผมดูหนังติดเรต เธอก็ปฏิเสธไม่ให้ผมยุ่งเกี่ยวด้วย” ปัญหาครอบครัวของทั้งสองจบลงด้วยการหย่าร้าง เนื่องจากภรรยาของเขาเกิดอาการไม่มั่นใจในการกระทำของเขาที่ผ่านมา

สามีของเธอต้องมาขึ้นศาลในวันที่ 21 ม.ค. ในข้อหาการล่วงละเมิดทางเพศ โดยเขาได้โต้แย้งเพียงว่า “ต้องการเพียงจินตนาการดูผู้หญิงที่นอนอยู่ในสภาพที่ตนเองจะทำอะไรก็ได้” ก่อนที่ศาลจะตัดสินลงโทษจำคุก 2 ปีรอลงอาญาและควบคุมความประพฤติเป็นเวลา 4 ปี ชดใช้ค่าเสียหายให้กับอดีตภรรยาจำนวน 2,000 ยูโร (80,000 บาท).

รู้จัก ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ จากเศรษฐีฝีปากกล้า สู่ผู้ท้าชิงเก้าอี้ ปธน.สหรัฐฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/566298

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 ม.ค. 2559 05:30

 

โดนัลด์ ทรัมป์ (ภาพ: AP)

โดนัลด์ ทรัมป์ มหาเศรษฐีชาวอเมริกันวัย 69 ปี กำลังเป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในขณะนี้ ด้วยทั้งบุคลิกภาพที่เป็นคนกล้าได้กล้าเสีย และฝีปากคมกริบที่พร้อมจะตอบโต้ทุกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ทำให้คะแนนนิยมของเขายังคงนำอย่างมั่นคง จนหลายคนเชื่อว่า ตำแหน่งผู้แทนพรรครีพับลิกันไปชิงเก้าอี้ผู้นำแดนลุงแซมคงตกเป็นของเขาแน่

แต่ก่อนที่ทรัมป์จะมาเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี เขาก็เป็นหนึ่งในมหาเศรษฐีที่โด่งดังและมีสีสันที่สุดในอเมริกาอยู่แล้ว มาดูกันว่า ต้นกำเนิดของชายคนนี้เป็นอย่างไร และเขาเคยผ่านอะไรมาบ้าง

ตุ๊กตารูปโดนัลด์ ทรัมป์ (ภาพ: AFP)

กำเนิด โดนัลด์ ทรัมป์

โดนัลด์ จอห์น ทรัมป์ เกิดเมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ปี ค.ศ. 1946 ในเขตควีนส์โบโร ในนครนิวยอร์ก เป็นลูกคนที่ 4 ของนาย เฟรด ทรัมป์ (1905-1999) เจ้าของบริษัทพัฒนาที่ดิน ‘เอลิซาเบธ ทรัมป์ แอนด์ ซัน’ (ปัจจุบันคือ ทรัมป์ ออร์แกไนเซชั่น) และนาง แมรี แอนน์ (1912-2000) ขณะที่พี่น้องของ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้แก่ เฟรด จูเนียร์ พี่ชายคนโต (1938-1981) ปัจจุบันเสียชีวิตแล้วด้วยอาการแทรกซ้อนจากโรคพิษสุราเรื้อรัง, แมรีแอนน์ พี่สาวคนโต (เกิด 1937), เอลิซาเบธ พี่สาวคนรอง (เกิด 1942) และโรเบิร์ต น้องชาย (เกิด 1948)

ในวัยเด็ก ทรัมป์เข้ารับการศึกษาชั้นประถมที่โรงเรียนเอกชน ‘คิว-ฟอเรสต์’ ในย่านจาเมกา เอสเตตส์ ซึ่งเป็นชุมชนที่อยู่อาศัยของคนมีฐานะ ในควีนส์โบโร แต่เมื่ออายุได้ 13 ปี ทรัมป์ถูกพ่อของเขาซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการจัดการโรงเรียนคิว-ฟอเรสต์ ส่งไปอยู่โรงเรียนทหาร ‘นิวยอร์ก มิลิทารี อคาเดมี’ (NYMA) เนื่องจากเริ่มประพฤติตัวไม่เหมาะสม โดยทรัมป์จบการศึกษาชันมัธยมปลายจากโรงเรียนแห่งนี้

ทรัมป์เข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัย ‘ฟอร์ดแฮม’ เป็นเวลา 2 ปี ก่อนจะไปเข้าเรียนที่โรงเรียนธุรกิจ ‘วาร์ตัน’ ที่มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ซึ่งในขณะนั้นเป็นหนึ่งในสถาบันเพียงไม่กี่แห่งในสหรัฐฯ ที่มีการสอนเรื่องอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งทรัมป์จบการศึกษาปริญญาตรีสาขาเศรษฐศาสตร์ในปี 1968

ทรัมป์เป็นเจ้าของงานประกวดนางงามหลายเวที (ภาพ: AFP)

ธุรกิจและการล้มละลาย

หลังจบการศึกษา โดนัลด์ ทรัมป์ ก็เริ่มอาชีพสายธุรกิจของเขาโดยทำงานให้กับบริษัท เอลิซาเบธ ทรัมป์ แอนด์ ซัน ของพ่อของเขา ซึ่งหนึ่งในโครงการแรกๆ ที่เขาได้รับมอบหมายคือการ คืนชีพให้แก่หมู่บ้าน สวิฟตัน ในเมืองซินซินนาติ ในรัฐโอไฮโอ ที่พ่อของเขาซื้อมาเมื่อปี 1962 และกำลังจะปิดตัวลง โดยเขาทำโครงการนี้ร่วมกับ เฟรด จูเนียร์ พี่ชาย และใช้งบประมาณ 500,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้อัตราการเข้าพักเฉลี่ยในหมู่บ้านแห่งนี้เพิ่มจาก 34% เป็น 100%

ไม่นานต่อมา โดนัลด์ ทรัมป์ กลายเป็นผู้สืบทอดหมายเลขหนึ่งของ เฟรด ทรัมป์ เนื่องจากเฟรด จูเนียร์ตัดสินใจไปประกอบอาชีพนักบิน โดยนายทรัมป์ช่วยขยายและดูแลอพาร์ตเมนต์ของบริษัทกว่า 14,000 แห่ง ในบรูกลิน, ควีนส์ และ สตาเตน ไอส์แลนด์ ก่อนจะได้เป็นผู้บริหารและเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น ทรัมป์ ออร์แกไนเซชั่น ในปี 1971

จากนั้น ทรัมป์ได้ขยายธุรกิจของครอบครัวจากหน่วยที่อยู่อาศัยในบรูกลินและควีนส์ ไปทำโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ในเมืองแมนฮัตตัน ซึ่งผลงานชิ้นแรกของเขาคือการแปลงสภาพโรงแรมเก่า ‘คอมโมดอร์ โฮเทล’ ให้กลายเป็นโรงแรม ‘แกรนด์ ไฮแอท นิวยอร์ก’ ที่มีความทันสมัย และสร้าง ‘ทรัมป์ ทาวเวอร์’ ตึกที่พักอาศัยสูง 68 ชั้น และอสังหาริมทรัพย์ของทรัมป์ (Trump property) อื่นๆ อีกมากมาย รวมทั้งไปสร้างโรงแรมในต่างประเทศอย่างมุมไบ, อิสตันบูล และฟิลิปปินส์ด้วย

เปิดตัวรายการเรียลิตี้ ‘ดิ แอพเพรนทิซ’ (ภาพ: AFP)

ทรัมป์ยังสร้างอาณาจักรธุรกิจบันเทิงขึ้นมา โดยนับตั้งแต่ปี 1996 ถึงปี 2015 เขาเป็นเจ้าของการจัดงานประกวดนางงามเวทีต่างๆ ทั้ง มิส ยูนิเวิร์ส, มิส ยูเอสเอ และ มิส ทีน ยูเอสเอ บิวตี้ ในปี 2003 ทรัมป์เปิดตัวรายการเรียลิตี้ ‘ดิ แอพเพรนทิซ’ (The Apprentice) ซึ่งให้ผู้เข้าแข่งขันประชันความสามารถเพื่อชิงตำแหน่งงานบริหารใน ทรัมป์ ออร์แกไนเซชั่น ซึ่งรายการนี้จัดต่อเนื่องถึง 14 ซีซั่น

อย่างไรก็ตาม ครั้งหนึ่งในชีวิต โดนัลด์ ทรัมป์ เคยประสบวิกฤติทางการเงินถึงขั้นถูกฟ้องล้มละลายทางธุรกิจ โดยเมื่อปี 1988 ทรัมป์ได้รับ ‘ทัจ มาฮาล กาสิโน’ จากการติดต่อทางธุรกิจกับ เมิร์ฟ กริฟฟิน เจ้าพ่อสื่อชาวอเมริกัน (1925-2007) และบริษัท รีสอร์ต อินเทอร์เนชันแนล ทำให้เกิดหนี้มหาศาล และในปี 1989 ทรัมป์ก็ไม่สามารถจ่ายหนี้เงินกู้ได้ทันเวลา แม้จะสามารถขอผ่อนผันเลื่อนการจ่ายหนี้ออกไปได้ แต่สุดท้ายในปี 1991 หนี้ที่เพิ่มขึ้นก็ทำให้ทรัมป์ต้องล้มละลายทางธุรกิจ

ซุปเปอร์ ยอชต์ ‘ทรัมป์ ปรินเซส’ (ภาพ: AFP)

ถึงกระนั้น ทัจ มาฮาล กาสิโน ก็ฟื้นจากสถานะล้มละลายได้ในช่วงปลายปีเดียวกัน โดยทรัมป์โอนสิทธิ์ความเป็นเจ้าของกาสิโนแห่งนี้ 50% ให้แก่เจ้าหนี้เพื่อแลกกับการลดดอกเบี้ยหนี้สินและขยายเวลาจ่ายหนี้ ช่วงวิกฤติการเงินครั้งนี้ยังทำให้ทรัมป์ต้องขายสายการบิน ‘ทรัมป์ ชัตเติล’ ซึ่งกำลังเสี่ยงเกิดปัญหาการเงิน และเรือยอชต์ยักษ์ยาว 282 ฟุต ชื่อว่า ‘ทรัมป์ ปรินเซส’ ด้วย

สถานการณ์การเงินของทรัมป์ฟื้นตัวหลังจาก เฟรด ซีเนียร์ บิดาของเขาเสียชีวิตในปี 1999 โดยทิ้งพินัยกรรมแบ่งมรดกของเขาที่มีประมาณ 250-300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แก่ลูกๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่ทั้ง 4 คน โดยในปัจจุบัน นิตยสารธุรกิจ ‘ฟอร์บส์’ ของสหรัฐฯ ประเมินว่าทรัมป์มีทรัพย์สินสุทธิประมาณ 4.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 1.6 แสนล้านบาท) แต่ทรัมป์ยืนยันว่า ทรัพย์สินของเขามีมูลค่าถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 3.6 แสนล้านบาท)

โดนัลด์ ทรัมป์ กับ อีวานา ภรรยาคนแรก (ภาพ: AFP)

แต่งงาน 3 ครั้ง

นอกจากนี้ ด้านธุรกิจแล้ว ชีวิตคู่ของทรัมป์ก็เป็นที่สนใจของสังคมและสื่อต่างๆ เช่นกัน เนื่องจากเขาแต่งงานถึง 3 ครั้ง และทุกครั้งคู่ครองของเขาก็มักเป็นดาราและนางแบบทั้งหมด

ภรรยาคนแรกของโดนัลด์ ทรัมป์ คือ อีวานา เซลนิกโควา นักกีฬาและนางแบบชาวเช็ก ทั้งคู่แต่งงานกันเมื่อวันที่ 7 เม.ย. 1977 ในนครนิวยอร์ก มีลูกด้วยกัน 3 คน คือ โดนัลด์ (เกิด 31 ธ.ค. 1977), อีวานกา (เกิด 30 ต.ค. 1981) และ เอริค (เกิด 6 ม.ค. 1984) อย่างไรก็ตาม ในช่วงต้นปี 1990 หนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ในสหรัฐฯ ต่างรายงานข่าวเรื่อง ปัญหาเรื่องชีวิตคู่ของโดนัลด์ ทรัมป์ และเรื่องที่เขาแอบคบชู้กับนักแสดงสาว มาร์ลา เมเปิลส์ อย่างกว้างขวาง จนสุดท้าย ทรัมป์และอีวานา ตัดสินใจหย่ากันในปี 1991

2 ปีต่อมา มาร์ลา เมเปิลส์ ชู้รักของนายทรัมป์คลอดลูกสาว ทิฟฟานี ในวันที่ 13 ต.ค. 1993 ก่อนที่ทั้งคู่จะแต่งงานกันในวันที่ 20 ธ.ค. ปีเดียวกัน แต่ชีวิตคู่ของทั้งสองก็ไม่ยืดยาว โดยพวกเขาแยกกันอยู่อย่างเป็นทางการในเดือน พ.ค. 1997 และหย่าขาดจากกันในเดือนมิ.ย. 1999

โดนัลด์ ทรัมป์ กับ มาร์ลา เมเปิลส์ ภรรยาคนที่ 2 (ภาพ: AFP)

หลังจากเป็นโสด โดนัลด์ ทรัมป์ เคยคบกับนางแบบสาว คารา ยัง ในช่วงกลางทศวรรษที่ 1990 และมีรายงานด้วยว่าเขาส่งช่อดอกไม้ไปให้เจ้าหญิงไดอานา หลังจากพระองค์ทรงหย่ากับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ เมื่อปี 1996 โดยนายทรัมป์ระบุไว้ในหนังสือที่เขาเขียนในปีต่อมาด้วยว่า สิ่งที่เขาเสียใจเพียงอย่างเดียวในเรื่องผู้หญิงคือ เขาไม่มีโอกาสได้จีบเลดี้ ไดอานา สเปนเซอร์ พระนางเป็นเจ้าหญิงตัวจริง และเป็นสุภาพสตรีในฝัน

ในปี 1998 นายทรัมป์เริ่มต้นความสัมพันธ์กับ เมลาเนีย นอส นางแบบสาวชาวสโลวีเนีย ก่อนที่ทั้งสองจะหมั้นกันในเดือน เม.ย. 2004 และแต่งงานกันในวันที่ 22 ม.ค. 2005 ที่โบสถ์บนเกาะปาล์ม บีช รัฐฟลอริดา ทั้งคู่มีลูกด้วยกัน 1 คนคือ บาร์รอน วิลเลียม (เกิด 2006)

โดนัลด์ ทรัมป์ กับเมลาเนีย นอส นางแบบชาวสโลวีเนีย ภรรยาคนที่ 3 (ภาพ: AFP)

เข้าสู่เส้นทางการท้าชิงเก้าอี้ ปธน.สหรัฐฯ

โดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความสนใจที่จะลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีมาตั้งแต่ช่วงต้นปี 1987 แล้ว และเคยลงชิงตำแหน่งตัวแทนพรรคปฏิรูป (Reform Party) ลงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปี 2000 ด้วย และหลังจากปี 2008 ทรัมป์ก็กลายเป็นสมาชิกฝีปากกล้าที่สุดของขบวนการ ‘birther’ ซึ่งตั้งคำถามเกี่ยวกับชาติกำเนิดของประธานาธิบดี บารัค โอบามา ว่าเขาเกิดในสหรัฐฯหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ได้รับการยืนยันแล้วว่านายโอบามาเกิดในรัฐฮาวาย

แม้จะแสดงความต้องการมานานเกือบ 30 ปี แต่นายทรัมป์เพิ่งประกาศเข้าร่วมศึกชิงเก้าอี้ผู้นำสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมิ.ย. 2015 โดยระบุว่า “เราต้องการใครสักคนที่นำพาและทำให้ประเทศนี้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งอย่างแท้จริง เราทำเรื่องนี้ได้” เขายังให้คำมั่นด้วยว่า เขาไม่ต้องการการระดมทุนหาเสียง เขาไม่ตอบรับต่อเสียงกดดันรัฐบาล และเป็นผู้สมัครคนนอกที่เหมาะสมที่สุด

เท็ด ครูส หนึ่งในคู่แข่งคนสำคัญของทรัมป์ในการชิงตำแหน่งตัวแทนพรรครีพับลิกันลงเลือกตั้งประธานาธิบดี (ภาพ: AFP)

โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นบุคคลที่เป็นที่รู้จักและเป็นที่ชื่นชอบของหลายคน และเขามีคะแนนนำในผลสำรวจความคิดเห็นหลายครั้ง และล่าสุดก็เพิ่งชนะการดีเบตกับคู่แข่งร่วมพรรครีพับลิกันอย่าง นายเท็ด ครูส ที่นิวแฮมป์เชียร์เมื่อวันพฤหัสบดี (21 ม.ค.) โดยมีคะแนนโหวตนำถึง 20% อย่างไรก็ตาม ผลโหวตยังระบุด้วยว่า มีสมาชิกรีพับลิกันเพียง 31% เท่านั้นที่ตัดสินใจได้แล้วว่าจะเลือกใครเป็นตัวแทนพรรค

ในช่วงที่ผ่านมา ทรัมป์ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก จากการเสนอนโยบายต่างๆ ที่ถูกมองว่า ‘สุดโต่ง’ เกินไป เช่น จะสร้างกำแพงกั้นบริเวณชายแดนประเทศเม็กซิโกกับสหรัฐฯ เพื่อสกัดการลักลอบขนยาเสพติด หรือการแบน ห้ามชาวมุสลิมอพยพเข้าประเทศชั่วคราว จนกว่าสหรัฐฯ จะหาทางรับมือผู้ก่อการร้ายที่อาจแฝงมากับผู้อพยพได้อย่างไร ทำให้เส้นทางสู่การชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ของผู้สมัครที่สร้างสีสันที่สุดในชั่วโมงนี้ผู้นี้ยังไม่สดใสเท่าที่ควร

ซาราห์ เพลิน อดีตผู้สมัครชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกัน ประกาศสนับสนุน โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นตัวแทนพรรคไปชิงตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯในการเลือกตั้งปี 2016 (ภาพ: AP)

เบลเยียมจับเพิ่มอีก 2 ผู้ต้องสงสัยเอี่ยวโจมตีปารีส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/566225

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 ม.ค. 2559 00:35

 

(ภาพ: REUTERS)

ตำรวจเบลเยียมจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยที่อาจเกี่ยวข้องกับเหตุก่อการร้ายในกรุงปารีสได้เพิ่มอีก 2 คน หลังออกปฏิบัติการตรวจค้นในกรุงบรัสเซลส์…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สำนักงานอัยการกลางเบลเยียม แถลงในวันพฤหัสบดี (21 ม.ค.) ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยชาย 2 คน ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุก่อการร้ายในกรุงปารีสเมื่อวันที่ 13 พ.ย. 2015 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 130 ราย และบาดเจ็บอีกหลายร้อยคน

สำนักงานอัยการกลางเบลเยียมระบุว่า ผู้ต้องสงสัยทั้งสองคนคือนาย ซาคาเรีย เจ. สัญชาติเบลเยียม เกิดในปีค.ศ.1986 และนายมุสตาหา อี. สัญชาติโมร็อกโก เกิดในปี 1981 ถูกจับกุมระหว่างที่ตำรวจเข้าตรวจค้นบ้าน 2 หลังในเขตโมเลนเบคของกรุงบรัสเซลส์ เมื่อวันพุธและในช่วงเช้าวันพฤหัสบดี

พวกเขาถูกจับกุมเนื่องจากพวกเขาอาจมีความเชื่อมโยงกับผู้ต้องสงสัยหลายคนในคดีนี้ โดยผู้พิพากษาจะตัดสินในภายหลังว่าจะมีการยืดเวลาควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 คนหรือไม่ ขณะที่การตรวจค้นของตำรวจไม่พบอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิดแต่อย่างใด

ทั้งนี้ นับตั้งแต่เกิดเหตุโจมตีปารีสเมื่อเดือน พ.ย. ปีก่อน อัยการเบลเยียมสั่งขังผู้ต้องสงสัยที่อาจมีส่วนพัวพันกับการโจมตีครั้งนี้แล้ว 10 คน นอกจากนี้ เมื่อสัปดาห์ก่อนเจ้าหน้าที่สืบสวนยังพบว่าผู้ก่อเหตุใช้อพาร์ตเมนต์ 2 แห่งและบ้านอีก 1 หลังเป็นที่กบดาน และพบสถานที่ที่พวกเขาเชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตระเบิดในเขตชคาเบค ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงบรัสเซลส์ด้วย.

มะกันแนะหญิงตั้งครรภ์เลี่ยงไปลาตินอเมริกา ไวรัสซิการะบาด ทารก‘หัวเล็ก’พุ่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/566157

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ม.ค. 2559 17:55

 

สหรัฐฯ ออกคำเตือนหญิงตั้งครรภ์ควรเลี่ยงเดินทางไปยังบราซิล รวมถึงประเทศอื่นๆ ในลาติน อเมริกา และแคริบเบียน เพราะกำลังเกิดการระบาดของเชื้อไวรัสซิกา ซึ่งมียุงลายบ้านเป็นพาหะ โดยเฉพาะบราซิล พบเด็กทารกเกิดมามีศีรษะขนาดเล็กผิดปกติ จากการที่แม่ติดเชื้อไวรัสซิกาพุ่งสูงขึ้น

เมื่อ 21 ม.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคของสหรัฐฯ (ซีดีซี) ออกคำเตือนแนะนำชาวอเมริกันที่ตั้งครรภ์ ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังประเทศบราซิล และประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคลาตินอเมริกา และประเทศในแถบแคริบเบียน อาทิ บราซิล โคลอมเบีย เอลซาวาดอร์ เนื่องจากกำลังเกิดการระบาดของเชื้อไวรัสซิกา โดยเฉพาะที่ บราซิล พบเด็กแรกเกิดมีศีรษะขนาดเล็กผิดปกติ เนื่องจากแม่ติดเชื้อไวรัสซิกาเพิ่มมากขึ้น

เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขบราซิล แจ้งว่า นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2558 จนถึงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเด็กแรกเกิดมีภาวะศีรษะขนาดเล็กจำนวนเพิ่มเป็น 3,893 รายแล้ว โดยเพิ่มจากสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมีอยู่ 3,500 ราย อีกทั้ง ไวรัสซิกา ยังได้คร่าชีวิตเด็กทารกในบราซิลไปแล้ว 5 ราย ขณะที่ กระทรวงสาธารณสุขบราซิลกำลังตรวจสอบอยู่ว่า การตายของเด็กทารกอีก 44 ราย มีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัสซิกาหรือไม่

ทหารบราซิลทายากันยุง ขณะที่เชื้อไวรัสซิกากำลังระบาด

ข่าวแจ้งว่า ในช่วงนี้มีการพบคนไข้ติดเชื้อไวรัสซิกาเพิ่มมากขึ้นในประเทศแถบลาติน อเมริกา โดยที่ประเทศโคลอมเบีย มีรายงานมีผู้ติดเชื้อไวรัสซิกาแล้วกว่า 13,500 ราย ส่วนที่โบลิเวีย พบหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อไวรัสซิกาเป็นรายแรก ทั้งที่ไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศ ทั้งนี้ เชื้อไวรัสซิกา มียุงลายบ้านเป็นพาหะในการแพร่เชื้อ เหมือนกับไข้เด็งกีและไข้เหลือง

ไม่รอแอปเปิล! ดีไซน์ใหม่ สุดว้าว ที่คาดว่า อาจอยู่บนไอโฟน 7 (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/566099

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ม.ค. 2559 16:24

 

ยุคสมาร์ทโฟนไร้พรมแดน..ทีมงาน iPhone-Tricks.de ระดมสมอง คาดการณ์คอนเซปต์ใหม่ๆ ที่มีโอกาสเจอ บนไอโฟน 7 ให้สาวกไอโฟนได้ตื่นเต้นกันแล้ว

เมื่อ 21 ม.ค. มิร์เรอร์ ออนไลน์ สื่อในอังกฤษ เผยความก้าวล้ำของเทคโนโลยีแบบไร้พรมแดนบนสมาร์ทโฟน ที่อาจจะเกิดขึ้นกับ ไอโฟน 7 ที่คงทำให้บรรดาสาวกไอโฟนร้องว้าวดังแน่ ท่ามกลางข่าวลือข่าวรั่วที่ออกมาว่า บริษัทแอปเปิลกำลังมีแผนจะออกไอโฟนรุ่นใหม่ ต่อจาก ไอโฟน 6s และ 6s พลัส อีกทั้งก่อนหน้านี้ ยังมีการคาดเดา ดีไซน์ใหม่ของ ไอโฟน 7 เผยแพร่ทางออนไลน์ และยูทูบ กันก่อนหน้านี้

สำหรับคอนเซปต์ใหม่ๆ ที่คาดว่าจะมีอยู่บนไอโฟน 7 ได้ผ่านการระดมสมองโดยทีมงาน iPhone-Tricks.de ซึ่งพวกเขาเชื่อเหลือเกินว่าเรามีโอกาสจะเห็นบนไอโฟน 7 ที่เชื่อกันว่า บริษัท แอปเปิล จะยังอุบ ไม่ ‘คลอด’ อวดโฉมไอโฟน 7 รุ่นใหม่ออกมา จนกว่าจะถึงปลายปีหน้า

ทีมงานของ iPhone-Tricks.de เชื่อว่า นอกจากสิ่งที่จะปรากฏบนหน้าจอสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่แบบไร้พรมแดนแล้ว ไอโฟนรุ่นต่อไป จะเป็นระบบปฏิบัติการ iOS10 หน้าจอมีขนาด 5.4 นิ้ว และมีความละเอียดบนหน้าจอ หรือโฮมสกรีน (homescreen) ระดับ 2048×1080 พิกเซล โดยเฉพาะการมีปุ่มโฮมที่จะสามารถผสมผสานเชื่อมโยงไปสู่ดิสเพลย์อื่นๆ บนหน้าจอสมาร์ทโฟนได้อย่างน่าตื่นเต้น

ชมคลิป ที่นี่

หุ้นยุโรป-สหรัฐฯดิ่งเหว! ราคาน้ำมันดิบร่วงต่ำกว่า 28 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/566015

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ม.ค. 2559 14:15

 

หุ้นสหรัฐฯ และยุโรปร่วงกราวรูดอย่างหนัก หลังราคาน้ำมันดิบดิ่งต่ำกว่า 28 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลไปแล้ว ขณะที่หุ้นเอเชียยังประคองตัว เปิดตลาดเช้าวันที่ 21 ม.ค.ยังปรับตัวขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะร่วงลงมาในช่วงบ่าย

เมื่อ 21 ม.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานสถานการณ์ตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ และยุโรปเมื่อวันที่ 20 ม.ค.(ตามเวลาท้องถิ่น) ร่วงหนักสุด นับตั้งแต่พ.ค.2552 อันเป็นผลมาจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกลดฮวบ ต่ำกว่า 28 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อีกทั้ง บรรดานักลงทุนยังกังวลต่ออัตราเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนที่ชะลอตัวลง ขณะที่ ตลาดหลักทรัพย์ในเอเชีย เปิดตลาดเช้าวันที่ 21 ม.ค. ยังคงปรับตัวสูงขึ้น ก่อนจะร่วงลงมา ชนิดยากจะต้านทานไหว

‘ตลาดหุ้นในยุโรปและสหรัฐฯ เมื่อคืนที่ผ่านมาเป็นวันแย่มาก แต่ดัชนีหุ้นในเอเชียที่กำลังอยู่ในภาวะ ‘มึน’ อยู่ ได้ปรับตัวเล็กน้อย’ นักวิเคราะห์ตลาดหลักทรัพย์คนหนึ่งแสดงความเห็น ขณะที่ ดัชนีหุ้นในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ ได้ปรับตัวลดลง 0.3% ส่วนดัชนีหุ้นในตลาดฮั่งเส็งของฮ่องกง เปิดตลาดเมื่อ 21 ม.ค. ปรับตัวขึ้น 1.3% และต่อมา ดัชนีหุ้นนิเคอิในญี่ปุ่นได้ร่วงต่ำกว่า  2%ในตอนบ่าย หลังจากร่วงลงไปเกือบ 4% เมื่อวันพุธที่ 20 ม.ค.

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ร่วงต่อเนื่องมาตลอด ปรากฏว่า ได้ร่วงต่ำกว่า 28 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลไปแล้ว ในสัปดาห์นี้ โดยนักวิเคราะห์จำนวนมาก คาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันดิบในปีนี้ (2559) มีความเป็นไปได้ที่จะร่วงลงไปเหลืออยู่ที่ราคาแค่ 20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเท่านั้น ถ้าหากทางการจีนลดค่าเงินหยวนลงอีกกว่านี้

ตื่นเต้น! นักดาราศาสตร์มะกัน ฟันธง อาจเจอ ดาวเคราะห์ดวงที่ 9 ในระบบสุริยะเราแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/565962

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ม.ค. 2559 11:48

 

วงการดาราศาสตร์กำลังฮือฮา…ทีมนักวิจัยสถาบันเทคโนฯ แคลิฟอร์เนีย พบเทหวัตถุ ที่อาจเป็น ‘ดาวเคราะห์ดวงที่ 9’ ในระบบสุริยจักรวาลของเรา แทนที่ ดาวพลูโต เผยมีมวลใหญ่กว่าโลก 10 เท่า และมีเส้นทางโคจรรอบดวงอาทิตย์ในระยะทางที่ไกลกว่าดาวเนปจูนประมาณ 20 เท่า

เมื่อ 21 ม.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเกิดเรื่องตื่นเต้นในแวดวงดาราศาสตร์อีกแล้ว เมื่อชาวโลกอาจจะมีดาวเคราะห์น้องใหม่ ในระบบสุริยจักรวาลของเรา มาแทนที่ ดาวพลูโต ซึ่งถูกตัดออกไปเหลือเพียงแค่สถานะดาวเคราะห์แคระ เมื่อ 9 ปีก่อน เนื่องจากบรรดานักดาราศาสตร์ที่สถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนีย ที่เมืองพาซาเดนา รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐฯ ได้พบ เทหวัตถุ ซึ่งอาจเป็น ดาวเคราะห์ดวงที่ 9 อย่างแท้จริงในระบบสุริยจักรวาลของเราก็เป็นได้

ซีเอ็นเอ็น แจ้งว่า บรรดานักดาราศาสตร์ ได้ตั้งชื่อเล่น เทหวัตถุดังกล่าวว่า ‘ดาวเคราะห์ดวงที่ 9’ หลังจากพบว่า มีมวลใหญ่กว่าโลกถึงประมาณ 10 เท่า และเทหวัตถุดวงนี้ยังโคจรรอบดวงอาทิตย์ เป็นระยะทางที่ไกลกว่าดาวเนปจูนราว 20 เท่า ซึ่งนั่นหมายถึง ดาวเคราะห์ดวงที่ 9 นี้ จะใช้เวลานานถึง 10,000-20,000 ปี ในการโคจรรอบดวงอาทิตย์หนึ่งรอบ

ศ.ไมค์ บราวน์ แถลงข่าวที่สถาบันเทคโนฯ แคลิฟอร์เนีย ในเมืองพาซาเดนา รัฐแคลิฟอร์เนีย

ซีเอ็นเอ็น รายงานด้วยว่า นายคอนสแตนติน แบตีย์กิน และ ศ.ไมค์ บราวน์ สองนักดาราศาสตร์ที่สถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนีย ไม่ได้เห็นดาวเคราะห์ดวงที่ 9 จริงๆ แต่ใช้การวิจัยอื่นๆ มาช่วยในการสรุปลักษณะของเทหวัตถุดวงนี้ อีกทั้งตามหลักการพื้นฐานแล้ว ทีมนักวิจัยชุดนี้ยังพบว่า มีเทหวัตถุจำนวนมากอยู่ในแถบไคเปอร์ ซึ่งเป็นบริเวณที่อยู่เลยวงโคจรของดาวเนปจูนออกไปจากด้านนอกระบบสุริยะรอบนอก เพียงแต่ที่ผ่านมา มีการพบเทหวัตถุเพียง 2 ดวงเท่านั้น ที่มีคุณลักษณะเป็นดาวเคราะห์อย่างแท้จริง ด้วยเหตุนี้ การพบเทหวัตถุซึ่งมีลักษณะคล้ายกับดาวเคราะห์ในครั้งนี้ จึงนับเป็นการพบดาวเคราะห์ดวงที่ 3 ในแถบไคเปอร์ จึงเป็นเหตุให้บรรดานักดาราศาสตร์มีความตื่นเต้นกันมาก

ดอยซ์แบงก์ขาดทุนหนักปี 2015 จำนวน 2.68 แสนล้านบาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/565835

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ม.ค. 2559 08:30

 

ดอยซ์แบงก์ธนาคารยักษ์ใหญ่อันดับหนึ่งของเยอรมนีประกาศผลประกอบการประจำปี 2558 ขาดทุนสุทธิ 6,700 ล้านยูโร เพราะต้องสำรองเงินสำหรับจ่ายค่าเสียหายจากการถูกฟ้องร้องทางคดี การด้อยค่าของสินทรัพย์ และการปรับปรุงองค์กร…

เมื่อวันที่ 21 ม.ค.2559 บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำประเทศเบลเยียมรายงานว่า เมื่อคืนวันพุธที่ 20 มกราคม ดอยซ์แบงก์ธนาคารยักษ์ใหญ่อันดับหนึ่งของเยอรมนีประกาศผลประกอบการประจำปี 2558 ขาดทุนสุทธิ 6,700 ล้านยูโร (268,000 ล้านบาท) เนื่องจากต้องทำการสำรองเงินสำหรับจ่ายค่าเสียหายจากการถูกฟ้องร้องทางคดี การด้อยค่าของสินทรัพย์ และค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงโครงสร้างองค์กร

ธนาคารได้ทำการสำรองเงินส่วนหนึ่งสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายดังกล่าวตลอดช่วงเวลาของปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในไตรมาสที่ 3 แต่ในไตรมาสที่ 4 (ตุลาคม-ธันวาคม) กลับต้องมีการสำรองเงินสำหรับจ่ายค่าเสียหายทางคดีอีกจำนวน 1.2 พันล้านยูโร (48,000 ล้านบาท) ทำให้เฉพาะช่วงไตรมาสที่ 4 มียอดการขาดทุนถึง 2.1 พันล้านยูโร (84,000 ล้านบาท)

ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา ธนาคารต้องทำการสำรองเงินสำหรับชำระค่าเสียหายทางคดีจำนวนถึง 5.2 พันล้านยูโร (208,000 ล้านบาท) เนื่องจากธนาคารถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายถึง 6,000 คดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการบิดเบือนดอกเบี้ยจนถึงเรื่องการฟอกเงิน และยังมีคดีที่รอฟ้องอยู่อีกจำนวนมาก

การด้อยค่าของสินทรัพย์ที่ธนาคารดอยซ์แบงก์มีอยู่ในประเทศจีนมีมูลค่าสูงถึง 5.8 พันล้านยูโร (232,000 ล้านบาท) และค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงโครงสร้างองค์กรอีก 1 พันล้านยูโร (40,000 ล้านบาท).

หนุ่มนอร์เวย์ใจเด็ด! นุ่ง กกน.ตัวเดียวเกาะหลังคารถถูกขโมย แม้อากาศหนาว -17ํC

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/565797

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ม.ค. 2559 06:00

 

(ภาพ: Malene Sørensen Lundberg)

หนุ่มชาวนอร์เวย์ใจเด็ด กระโดดเกาะหลังคารถตัวเองที่ถูกขโมยโดยนุ่งกางเกงในตัวเดียวท่ามกลางอากาศหนาวจัด -17 องศาเซลเซียส ทั้งยังสามารถเข้าไปจับคนร้ายได้อีกด้วย…

สื่อในประเทศนอร์เวย์รายงานข่าว หนุ่มนอร์เวย์สวมบทบรูซ วิลลิสในภาพยนตร์ฮอลลีวูด กระโดดเกาะหลังคารถยนต์ของตนที่ถูกขโมยโดยนุ่งกางเกงในเพียงตัวเดียวภายใต้สภาพอากาศที่มีอุณหภูมิต่ำ -17 องศาเซลเซียส และหัวขโมยขับรถหนีด้วยความเร็วถึง 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

แยน เนสแลนด์ ผู้กำกับตำรวจเมืองรานเดซุนด์ ใกล้กับเมืองคริสเตียนซานด์ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ตั้งอยู่ตอนใต้ของประเทศนอร์เวย์เปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อหนุ่มนอร์เวย์วัย 25 ปี ตื่นขึ้นมากลางดึกของคืนวันอังคารกับวันพุธเพราะได้ยินเสียงเครื่องยนต์ของรถยนต์ตนเองดังกระหึ่มขณะที่มีชายคนหนึ่งกำลังขโมยรถยนต์ของตน เขาจึงรีบวิ่งออกไปทั้งที่นุ่งกางเกงในอยู่ตัวเดียวภายใต้หิมะและอากาศหนาวจัด เขาพยายามเกาะประตูรถและได้พาลำตัวไต่ขึ้นไปบนหลังคารถจนได้ ในที่สุดเขาก็เกาะอยู่บนหลังคารถยนต์ของตนเองที่วิ่งไปหลายกิโลเมตรและความเร็วสูงสุดที่ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

เหตุการณ์ดำเนินไปจนกระทั่งชายหนุ่มนอร์เวย์ผู้สวมวิญญาณบรูซ วิลลิสสามารถใช้หัวเข่ากระแทกกระจกหลังจนแตกและมุดเข้าไปจับกุมตัวค้นร้ายได้ ขณะที่รถยนต์ก็วิ่งไถลไปหยุดที่ช่องจอดรถฉุกเฉินบนสะพานแห่งหนึ่ง

“แม้แต่บรูซ วิลลิสก็ยังทำอย่างนั้นไม่ได้” ผู้กำกับ แยน เนสแลนด์ บอกกับผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ช่อง 2 ของนอร์เวย์ “นี่ไม่ใช่ข้อแนะนำที่เราจะบอกให้ทุกคนทำ แต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว มันเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อจริงๆ ผมคิดว่า เราอาจจะไม่เคยเห็นฉากแบบนี้ในหนังด้วยซ้ำไป”

สื่อนอร์เวย์รายงานด้วยว่า ผู้ต้องหามีชื่ออยู่ในทะเบียนประวัติจากการก่อคดีแบบเดียวกันมาแล้ว และถูกเจ้าหน้าที่สอบปากคำในวันพุธที่ผ่านมา ทางด้านหนุ่มนอร์เวย์ที่หนาวเหมือนอยู่ในช่องแช่แข็งต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลจากบาดเจ็บที่ขาและหัวเข่า.