วิศวกรยูเครนออกแบบเครื่องบินปลอดภัยที่สุดในโลก (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/565794

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ม.ค. 2559 05:30

 

วิศวกรการบินชาวยูเครนที่ได้ออกแบบพัฒนารูปแบบเครื่องบินแบบใหม่ โดยให้ห้องโดยสารสามารถแยกออกมาเวลาเกิดเหตุฉุกเฉิน และมีร่มชูชีพขนาดยักษ์ช่วยเคบินที่แยกออกมาร่อนลงจอด…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โครงการปฏิวัติการบินโดยนายวลาดิมีร์ นิโคลาวิช ทาทาเรงโค วิศวกรการบินชาวยูเครนที่ได้ออกแบบพัฒนารูปแบบเครื่องบินให้ห้องโดยสาร (เคบิน) เป็นแบบแยกส่วนได้ ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินแคปซูลเคบินสามารถที่จะแยกตัวออกจากตัวเครื่องและร่อนลงจอดได้อย่างปลอดภัย

เมื่อแยกตัวออกมาจากเครื่องบิน ก็จะมีร่มชูชีพขนาดยักษ์ที่ติดตั้งอยู่บนหลังคาเครื่องบิน ที่จะถูกปล่อยออกมาเพื่อพยุงลำตัวเคบินที่มีลักษณะคล้ายแคปซูลให้สามารถร่อนลงจอดได้บนทุกสภาพพื้นผิวอย่างปลอดภัย ลำตัวเครื่องบินก็จะมีทุ่นติดตั้งอยู่ชวยให้สามารถลอยบนน้ำได้ หรือลดแรงกระแทกจากการลงจอด

“แพนหางและปีกอาจจะติดตั้งเข้ากับห้องเคบินด้วยการใช้วัสดุที่ทนทานและมีน้ำหนักเบาเช่น ไฟเบอร์ Kevlar หรือคาร์บอน” นายวลาดิมีร์ ทาทาเรงโค กล่าวกับหนังสือพิมพ์ดิอินดีเพนเดนท์

จากการสำรวจของนายวลาดิมีร์ ทาทาเรงโคพบว่า “ผู้โดยสารถึง 95% ที่พร้อมจะจ่ายค่าโดยสารแพงขึ้น สำหรับการเดินทางด้วยเครื่องบินที่มีระบบความปลอดภัยดังกล่าวติดตั้งอยู่

ทั้งนี้ ความก้าวหน้าและการพัฒนาเทคโนโลยีการบินช่วยให้จำนวนอุบัติเหตุทางอากาศได้ลดลงอย่างมากในช่วง 45 ปีที่ผ่านมา ข้อมูลจากสำนักงานอุบัติเหตุการบินระบุว่า ในปี 2557 มีผู้เสียชีวิตจำนวน 1,328 คน ขณะที่ในปี 2513 มีจำนวนผู้เสียชีวิตถึง 2,250 คน

การพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้านความปลอดภัย ที่ได้มีการปรับปรุงให้มีสมรรถนะดียิ่งขึ้น แนวคิดของวลาดิมีร์ ทาทาเรงโค วิศวกรชาวยูเครน ที่ได้คิดค้นเครื่องบินที่เคบินผู้โดยสารสามารถแยกตัวจากเครื่องบินได้กรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน อาจจะช่วยชีวิตผู้โดยสารได้หลายพันคนทีเดียว

ชมคลิปที่นี่

4ตาลีบันบุกมหา’ลัยรัวถล่มนศ.-อจ.21ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/565809

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 21 ม.ค. 2559 05:01

 

ภาพจาก : AFP

ปากีสถานเลือดนองอีกครั้ง กลุ่มคนร้ายพร้อมอาวุธบุกโจมตีมหาวิทยาลัย ใช้ระเบิดโจมตีก่อนไล่กราดยิงนักศึกษาและผู้คนทั่วไป ดับสยอง 21 ศพ อาจารย์มหาวิทยาลัยฮึดสู้ เพื่อปกป้องลูกศิษย์ แต่พลาดท่าจนต้องพลีชีพสังเวย เผยเป็นฝีมือตาลีบันที่ชอบจองเวรสถานศึกษาโลกเจอเรื่องราวนองเลือดอีกครั้ง ทั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เมื่อวันพุธที่ 20 ม.ค.เกิดเหตุ กลุ่มคนร้ายพร้อมอาวุธครบมือบุกโจมตีมหาวิทยาลัยบาชา ข่าน อยู่ในเมืองชาร์ซัดดา ห่างจากเมืองเปชวาร์ ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถาน ราว 50 กม.และอยู่ใกล้ชายแดนอัฟกานิสถาน โดยกลุ่มมือปืนได้บุกเข้าไปในมหาวิทยาลัย ก่อนเปิดฉากใช้ระเบิดโจมตีเสียงดังสนั่น 2 ครั้ง จากนั้นกลุ่มคนร้ายได้บุกไล่ยิงผู้คนภายในมหาวิทยาลัยอย่างไม่เลือกหน้า โดยมุ่งไปที่อาคารหอพักนักศึกษาชาย ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของปากีสถาน ซึ่งได้รับคำสั่งเตรียมพร้อมรับเหตุรุนแรงตลอดเวลาอยู่แล้ว ได้ยกกำลังเข้าปิดล้อมพื้นที่มหาวิทยาลัย ทั้งทางบกและทางอากาศ จนเกิดการต่อสู้กับกลุ่มคนร้ายอย่างดุเดือด

ภาพจาก : AP

กระทั่งในเวลาต่อมา นายซาอิด วาเซอร์ หัวหน้าตำรวจประจำภูมิภาคเมืองเปชวาร์ แถลงระบุเจ้าหน้าที่ควบคุมสถานการณ์รุนแรงได้แล้วทั้งหมด ทั้งได้สังหารกลุ่มคนร้ายทั้งหมด 4 ราย ขณะที่โทรทัศน์ท้องถิ่นปากีสถานเผยแพร่ภาพเหตุการณ์เห็นเหล่านักศึกษาหญิงพากันวิ่งหนีเหตุรุนแรงออกมาจากพื้นที่มหาวิทยาลัย

เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินคนหนึ่งเผยว่า พบเห็นร่างผู้เสียชีวิตมีร่องรอยถูกกระสุนปืนนอนตายภายในมหาวิทยาลัยอย่างน้อย 5 ราย ขณะที่ตำรวจเปิดเผยในเวลาต่อมาระบุจำนวนผู้เสียชีวิตมีอย่างน้อย 21 ศพ ผู้บาดเจ็บมากกว่า 30 คน สถานที่ที่กลุ่มคนร้ายบุกโจมตีคือบริเวณหอพักนักศึกษาชาย

ภาพจาก : AP

อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้เสียชีวิตเบื้องต้นยังไม่ทราบแน่ชัดว่า รวมคนร้าย 4 รายด้วยหรือไม่ ส่วนผู้เสียชีวิตรายหนึ่งรวมถึงศาสตราจารย์วิชาเคมีชื่อไซเอ็ด ฮามิด ฮุสเซน ได้พยายามใช้อาวุธปืนพกยิงต่อสู้กับคนร้ายและช่วยปกป้องชีวิตเหล่านักศึกษา แต่ตัวเองต้องเสียชีวิตจากคมกระสุนปืนของคนร้าย

ภาพจาก : AP

ในเวลาต่อมากลุ่มตาลีบันปากีสถานออกมาแถลงอ้างอยู่เบื้องหลังการกระทำครั้งนี้ โดยนายอูมาร์ มานเซอร์ ผู้บัญชาการกลุ่มติดอาวุธเตห์รีค-อี-ตาลีบัน ปากีสตานี (ทีทีพี) โทรศัพท์ถึงสำนักข่าวเอเอฟพี อ้างว่า นักรบมือระเบิดฆ่าตัวตาย 4 คน ออกปฏิบัติการโจมตีมหาวิทยาลัยบาชา ข่าน ในวันนี้ (20 ม.ค.) เพื่อตอบโต้ทหารกองทัพรัฐบาลปากีสถานใช้กำลังกวาดล้างโจมตีกลุ่มติดอาวุธหัวรุนแรงในพื้นที่ เช่นเดียวกับนายโมฮัมหมัด คูราซานี โฆษกกลุ่มตาลีบันปากีสถานก็แถลงย้ำอ้างอยู่เบื้องหลังเหตุรุนแรงครั้งนี้

ภาพจาก : AP

ทั้งนี้ เหตุรุนแรงในพื้นที่ภาคตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถานเกิดขึ้นบ่อยครั้ง การโจมตีของกลุ่มตาลีบันแก่สถานศึกษาโรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ในเมืองเปชวาร์ เมื่อเดือน ธ.ค.ปี 2557 คร่าชีวิตผู้คนกว่า 150 ศพ เหยื่อเคราะห์ร้ายส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียน ก็อยู่ภายใต้คำสั่งการของนายอูมาร์ มานเซอร์ ถือเป็นเหตุการณ์ร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศ ทำให้รัฐบาลปากีสถานต้องกำหนดแผนปราบปรามกวาดล้างกลุ่มหัวรุนแรงอย่างดุเดือดต่อเนื่องตลอดช่วงปีที่แล้ว แต่ก็ยังเกิดเหตุรุนแรงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยล่าสุดเมื่อวันอังคาร เกิดเหตุมือระเบิดฆ่าตัวตายจุดชนวนระเบิดถล่มเป้าหมายกลางตลาดแห่งหนึ่งในเมืองเปชวาร์ คร่าชีวิตชาวบ้าน 10 ศพ

หนุ่มสาวเบลเยียมร่วมรักโจ๋งครึ่มบนรถเมล์ จ่อโดนคุก 1 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/565781

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ม.ค. 2559 04:00

 

(ภาพ: AFP)

อัยการเบลเยียมฟ้องศาลอาญา ขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำคุก 1 ปี หนุ่มสาวคู่หนึ่งที่ปรากฏในคลิปวิดีโอว่าทั้งคู่กำลังร่วมรักกันบนรถเมล์ท่ามกลางสายตาผู้คน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อเดือนมีนาคม 2558 ได้มีผู้โพสต์วิดีโอบนเฟซบุ๊กเป็นภาพหนุ่มสาวคู่หนึ่งกำลังร่วมรักกันอย่างถึงพริกถึงขิง ท่ามกลางสายตาของผู้โดยสารที่มีทั้งเด็กที่กลับจากโรงเรียน บนรถเมล์สาย 68 วิ่งระหว่างเมืองลิเอจน์-เมืองเฟลรอง อัยการยื่นฟ้องต่อศาลอาญาแห่งเมืองลิเอจน์ ขอให้ศาลพิพากษาจำคุก 1 ปี

จากภาพที่บันทึกจากวิดีโอซึ่งได้ถูกลบออกจากอินเทอร์แล้ว เป็นภาพเหตุการณ์โจ๋งครึ่มที่เกิดขึ้นเมื่อบ่ายวันพฤหัสบดีบนรถเมล์สาย 68 วิ่งระหว่างเมืองลิเอจน์กับเมืองแวร์เวียร์ แถบเมืองเฟลรอง หญิงสาวเริ่มถอดเสื้อผ้าของเพื่อนชายแล้วจึงถอดของตนเองออกจนมองเห็นปทุมถันชัดเจนอย่างไม่อายฟ้าดิน

ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ได้บันทึกวิดีโอและโพสต์บนอินเทอร์เน็ตจนกระจายไปทั่วอย่างรวดเร็ว เด็กหลายคนฟ้องกับพ่อแม่ถึงภาพเหตุการณ์ที่ปรากฏต่อหน้าต่อตาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ชายหนุ่มในภาพถูกเปิดเผยตัวตนโดยบุตรสาวของเขาที่มีอายุ 14 ปี เธอได้บอกกับแม่ของเธอว่า เห็นพ่อของเธอในวิดีโอ และอดีตภรรยาของเขาก็เป็นคนแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งได้ดำเนินคดีโดยตั้งข้อหากระทำการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัล ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาแห่งเมืองลิเอจน์เมื่อเช้าวันพุธที่ 20 มกราคมนี้ หนุ่มสาวทั้งสองไม่ได้มาขึ้นศาล อัยการยื่นฟ้องขอให้ศาลลงโทษจำคุก 12 เดือน.

ไอซิสแพร่ภาพ 9 คนร้ายโจมตีปารีส อ้าง 2 คนเป็นชาวอิรัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/565766

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ม.ค. 2559 01:55

 

(ภาพ: REUTERS)

นิตยสาร ดาบิก ของกลุ่มไอซิส แพร่ภาพคนร้ายผู้ก่อเหตุโจมตีในกรุงปารีสเมื่อปลายปีก่อน 9 คน โดยอ้างว่ามือระเบิดฆ่าตัวตาย 2 คนที่ทีมสืบสวนยังไม่รู้ว่าเป็นคนชาติใด เป็นชาวอิรัก…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) เผยแพร่ภาพของคนร้าย 9 คนผู้ก่อเหตุโจมตีในกรุงปารีสเมื่อ 13 พ.ย. ลงในนิตยสาร ‘ดาบิก’ ฉบับล่าสุดของพวกเขา และอ้างว่ามือระเบิดฆ่าตัวตาย 2 คนที่ทีมสืบสวนของฝรั่งเศสยังไม่รู้ว่าเป็นคนชาติใด เป็นชาวอิรัก

นิตยสารภาษาอังกฤษของกลุ่มไอซิสฉบับนี้ ตีพิมพ์ภาพคนร้าย 9 คนผู้ก่อเหตุโจมตีในกรุงปารีส ของฝรั่งเศส ภายใต้หัวข้อความ ‘Just Terror’ โดยผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ซึ่งอยู่ในกลุ่ม 3 คนที่จุดระเบิดฆ่าตัวตายใกล้สนามกีฬา สตาด เดอ ฟรองซ์ ถูกระบุชื่อว่า อูคาชาห์ อัล-อิรากี หรือ อูคาชาห์ ชาวอิรัก และ อาลี อัล-อิรากี หรือ อาลี ชาวอิรัก

ไอซิสแพร่ภาพคนร้ายก่อเหตุโจมตีกรุงปารีส (ภาพ: REUTERS)

ขณะที่เจ้าหน้าที่สืบสวนของฝรั่งเศสระบุชื่อของคนร้ายทั้ง 2 คนว่า อาห์หมัด อัล-โมฮัมเหม็ด และ เอ็ม อัล-มาห์มูด โดยทั้งคู่ถือหนังสือเดินทางสัญชาติซีเรียผ่านประเทศกรีซเข้าสู่ยุโรป แต่เจ้าหน้าที่ชื่อว่าหนังสือเดินทางดังกล่าวเป็นของปลอม ส่วนมือระเบิดฆ่าตัวตายรายที่ 3 ถูกระบุชื่อว่า บีลาล ฮัดฟี ชาวฝรั่งเศส อายุ 20 ปี

ทั้งนี้ ภาพในนิตยสารดาบิกยังเปิดเผยสัญชาติของคนร้ายคนอื่นๆ โดย 4 คนเป็นชาวฝรั่งเศสและอีก 3 คนที่เหลือเป็นชาวเบลเยียม โดยมีรูปของนาย อับเดลฮามัด อาบาอุด ซึ่งไอซิสระบุชื่อว่า อาบู อูมาร์ อัล-บัลจิกี หรือ อาบู อูมาร์ ชาวเบลเยียม ที่ทางการฝรั่งเศสเชื่อว่าชายคนนี้เป็นผู้วางแผนโจมตีกรุงปารีส ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 130 ราย

ขณะเดียวกัน ตำรวจในทวีปยุโรปกำลังตามล่าหาตัวผู้ต้องสงสัยอีก 2 คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีในครั้งนี้ ได้แก่นายซาเลาะห์ อับเดลซาลาม ชาวฝรั่งเศสสัญชาติเบลเยียม อายุ 26 ปี และนายโมฮัมเหม็ด อาบรินี อายุ 29 ปี.

อินเดีย งัดมาตรการเข้ม สกัด นร. โกงสอบ พ่อ-พี่ ปีนตึกส่งกระดาษคำตอบโจ๋งครึ่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/565616

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ม.ค. 2559 17:50

 

ทางการรัฐพิหารในอินเดีย เพิ่มมาตรการคุมเข้ม หาทางป้องกันการโกงข้อสอบอย่างเอิกเกริกของนักเรียน รวมทั้งบรรดาผู้ปกครอง ที่พากันเสี่ยงตาย ป่ายปีนตึกเพื่อส่งกระดาษคำตอบข้อสอบให้แก่ลูกหลานของตน จนมีภาพเผยแพร่สู่สายตาชาวโลก

เมื่อ 20 ม.ค. 59 สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า ทางการรัฐพิหาร ในประเทศอินเดีย ได้ออกมาตรการเข้ม หวังป้องกันไม่ให้มีการโกงข้อสอบในโรงเรียนกันอย่างมากมาย หลังเกิดเรื่องโด่งดังฮือฮาไปทั่วโลกตั้งแต่ปีที่แล้ว เมื่อมีการเผยแพร่ภาพสู่สายตาชาวโลก บรรดาผู้ชายซึ่งเป็นผู้ปกครองของเด็กนักเรียนพากันป่ายปีนอาคารเรียนขึ้นไปยังหน้าต่างห้องเรียน เพื่อพยายามส่งกระดาษคำตอบให้กับลูกหลาน หรือน้องของตนที่กำลังเข้าห้องสอบกันอยู่อย่างไม่หวาดกลัวว่าจะตกลงมา

ข่าวแจ้งว่า ทางการรัฐพิหารได้ประกาศมาตรการใหม่ เมื่อวันอังคารที่ 19 ม.ค. 59 ว่า เด็กนักเรียนในรัฐพิหารที่โกงการสอบจะถูกปรับเงิน 2,000 รูปี (ประมาณ 1,044 บาท) และจะถูกห้ามไม่ให้ทำการสอบ ส่วนใครก็ตามที่ช่วยโกงข้อสอบจะถูกตั้งข้อหาดำเนินคดี และจะเผชิญหน้ากับโทษจำคุกเลยทีเดียว

บีบีซี รายงานด้วยว่า เมื่อปี 2558 มีพ่อและบรรดาญาติของเด็กนักเรียน ในอำเภอวาอิชาลี รัฐพิหาร ถูกจับกุมถึงประมาณ 300 คน หลังจากภาพของคนเหล่านี้ได้ปรากฏตามสื่อ ว่าได้ช่วยลูกหลานหรือญาติของตนโกงการสอบเพื่อหวังจะให้ได้เกรดดีๆ

กลุ่มมือปืนโจมตีมหาวิทยาลัยในปากีฯ ปาระเบิด กราดยิงสุดเหี้ยม นศ. ครู ตาย 19

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/565462

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ม.ค. 2559 13:00

 

กลุ่มมือปืนบุกโจมตีมหาวิทยาลัยบาชา ข่าน ในเมืองชาร์ซัดดา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถาน ทั้งปาระเบิดและเปิดฉากกราดยิงใส่นักศึกษาและอาจารย์อย่างเหี้ยมโหด เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 19 ราย รวมทั้งคนร้ายตายหมด 4 ศพ

เมื่อวันที่ 20 ม.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เกิดเหตุรุนแรงในสถานศึกษาของปากีสถานอีกแล้ว มือปืน 4 คนบุกโจมตีมหาวิทยาลัยบาชา ข่าน ในเมืองชาร์ซัดดา จังหวัด ไคเลอร์ ปักห์ตุนควา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถาน เมื่อวันที่ 20 ม.ค. โดยสื่อท้องถิ่นในปากีสถาน แจ้งว่า กลุ่มมือปืนได้บุกเข้าไปในมหาวิทยาลัยและเปิดฉากกราดยิงใส่นักศึกษาและอาจารย์ในชั้นเรียน และหอพักในมหาวิทยาลัยอย่างเหี้ยมโหด

ข่าวแจ้งว่า มีผู้คนได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่น 2 ครั้ง จากนั้นก็ได้ยินเสียงปืนดังกึกก้อง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 19 ศพ ในจำนวนนี้ รวมทั้งคนร้าย 4 คน เสียชีวิตทั้งหมด และมีผู้บาดเจ็บอีกถึงประมาณ 50 ราย  ขณะที่ ทางการได้ส่งกำลังทหารเข้ามาคลี่คลายสถานการณ์รุนแรง ทั้งนี้ เมืองชาร์ซัดดา อยู่ห่างจากเมืองเปชาวาร์ ประมาณ 50 กม. ซึ่งเมืองเปชาวาร์ ได้เกิดเหตุร้ายแรง สมาชิกกลุ่มติดอาวุธมุสลิมสุดโต่ง ตาลีบัน บุกก่อเหตุโจมตีโรงเรียนแห่งหนึ่งเมื่อปีกลาย เป็นเหตุให้นักเรียนเสียชีวิตสลดกว่า 130 ราย

คะแนนนิยมพุ่งแน่! ซาราห์ เพลิน ประกาศหนุน โดนัลด์ ทรัมป์ ชิง ปธน.สหรัฐฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/565423

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ม.ค. 2559 11:20

 

โดนัลด์ ทรัมป์ ยิ้มไม่หุบ คะแนนนิยมคงเพิ่มอีกเพียบ…ซาราห์ เพลิน อดีตผู้ว่าการหญิงคนดังรัฐอะแลสกา ประกาศหนุนทรัมป์อย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

เมื่อ 20 ม.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปลายปีนี้ กำลังใจและคะแนนนิยมคงจะเพิ่มขึ้นอีกเป็นกอง เมื่อนางซาราห์ เพลิน อดีตผู้ว่าการรัฐอะแลสกา นักการเมืองหญิงคนสวยที่เคยเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันชิงรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ จนสร้างความฮือฮามาแล้วเมื่อปี 2551 ออกโรงประกาศหนุนโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างเป็นทางการ ในการเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันชิงประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่

นางเพลิน กล่าวต่อผู้สนับสนุนระหว่างที่ทรัมป์ไปหาเสียงในเมืองเอเมส รัฐไอโอวา เรียกเสียงเชียร์และเสียงปรบมือเกรียวกราวว่า ทรัมป์คือคนๆ หนึ่งที่พร้อมจะให้กำลังทหารสหรัฐฯ ‘เตะตูดไอซิส’…‘พวกเราพร้อมแล้ว สำหรับการเปลี่ยนแปลง’ โดยนางเพลินกล่าวว่า ทรัมป์คือคนที่ควรได้รับความเมตตา ไม่ใช่จากใครที่ไหนอื่น แต่เป็น ‘พวกเรา’,ประชาชน เขามีจุดยืนที่มั่นคงที่จะทำให้คุณสร้างอเมริกาให้กลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง

‘ขอบคุณที่สนับสนุนผม’ โดนัลด์ ทรัมป์ สวมกอดซาราห์ เพลิน ที่ประกาศสนับสนุนเขาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ซาราห์ เพลิน โบกมือให้ผู้สนับสนุนโดนัลด์ ทรัมป์

ต่อมา นายทรัมป์ มหาเศรษฐีนักธุรกิจจากรัฐนิวยอร์ก ซึ่งยืนยิ้มอยู่ข้างนางเพลินที่ประกาศสนับสนุนเขาอย่างเป็นทางการ ได้ออกแถลงการณ์ว่า เขามีความภาคภูมิใจที่ได้รับการสนับสนุนจากซาราห์ เพลิน ทั้งนี้ ปัจจุบัน ซาราห์ เพลิน ได้ถอนตัวจากการเมืองไปแล้ว เพื่อหันไปทำงานวิชาชีพสื่อที่เธอชื่นชอบ แต่เพลิน ก็ยังถือเป็นคนดังหัวอนุรักษ์นิยมที่มีอิทธิพลในสหรัฐฯ

ชาวอเมริกัน ที่เชียร์โดนัลด์ ทรัมป์

นศ.ดัตช์ คิดค้นเป้ ‘The Plant Bag’ กรองอากาศบริสุทธิ์ ด้วยว่านหางจระเข้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/565301

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ม.ค. 2559 07:50

 

ภาพจาก :  Handout

นักศึกษาชาวเนเธอร์แลนด์ 5 คนได้ออกแบบกระเป๋าต้นแบบที่เรียกว่า “The Plant Bag” เพื่อใช้แทนที่หน้ากากกรองสารพิษที่มีใช้กันอยู่ทั่วไปในหลายเมืองใหญที่มีปัญหาอากาศเป็นพิษจากมลภาวะ โดยใช้ว่านหางจระเข้มาทำตัวกรอง…

เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2559 บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำประเทศเบลเยียม รายงานอ้างสำนักข่าวเอเอฟพี ระบุว่า นักศึกษาชาวเนเธอร์แลนด์ 5 คน ได้ออกแบบกระเป๋าต้นแบบที่เรียกว่า “The Plant Bag” เพื่อใช้แทนที่หน้ากากกรองสารพิษที่มีใช้กันอยู่ทั่วไปในหลายเมืองใหญ่ที่มีปัญหาอากาศเป็นพิษจากมลภาวะ

นายมาร์นิกซ์ เดอ โครน หัวหน้าโครงการ กล่าวกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า กระเป๋าเป้ใบนี้จะช่วยทำหน้าที่ในการกรองอนุภาคที่เป็นมลพิษในอากาศและทำความสะอาดอากาศไปด้วยในเวลาเดียวกัน” กระเป๋าเป้ดังกล่าวใช้ชื่อว่า “The Plant Bag” มีไส้กรองอากาศก่อนที่อากาศจะไหลผ่านเข้าไปสู่รากของต้นไม้เพื่อทำความสะอาด แล้วจึงไหลผ่านท่อไปยังจมูกของผู้ถือ โดยโครงการนี้อาจจะดูเหมือนของเล่นเด็ก แต่แนวความคิดทำให้ได้รับรางวัลด้านการออกแบบจากการแข่งขันการออกแบบของประเทศเนเธอร์แลนด์ กระเป๋าต้นแบบได้ทำการผลิตโดยบรรดานักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเดลฟท์ ทางทิศตะวันตกของประเทศ

หัวหน้าโครงการ กล่าวว่า ทางทีมกำลังทดลองว่า พืชชนิดไหนที่เหมาะสมและดีที่สุด ขณะนี้ คิดว่า ว่านหางจระเข้ (aloé vera) คือตัวเลือกที่ดีที่สุด

“แม้ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตุนิยมวิทยาของสถาบัน อุตุนิยมวิทยาแห่งราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ กล่าวผ่านหนังสือพิมพ์ทรูว ระบุว่า เขาประเมินว่าการออกแบบดังกล่าวไม่มีผลเท่าที่ควร เนื่องจากเฉพาะแผ่นกรองก็ทำหน้าที่กลั่นกรองอนุภาคส่วนใหญ่จากอากาศแล้ว ทำให้ต้นไม้ไม่มีบทบาทแต่อย่างใด ต้นไม้ในกระเป๋าจะทำหน้าที่กลั่นกรองอนุภาคทุกขนาดไม่ว่าจะมีขนาดเล็กเท่าใดก็ตาม “ผมไม่คิดว่าในยุโรป โครงการนี้จะประสบความสำเร็จ แต่ในกรุงปักกิ่งหรือกรุงเตหะราน ที่มีปัญหามลพิษเป็นอย่างมาก น่าจะเป็นตลาดที่จะประสบความสำเร็จได้เป็นอย่างดี” นายโครน กล่าว

ประกาศเตือนภาวะอากาศเป็นพิษระดับสีแดงเป็นเวลา 3 วัน ในกรุงปักกิ่งเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทำให้ต้องมีการออกมาตรการควบคุมปริมาณการจราจร การปิดสถานที่ก่อสร้างหรือบริษัทหลายพันแห่ง.

เครดิตภาพ © Handout

นาซาเผยภาพ ดอกไม้ดอกแรกที่เบ่งบาน บนสถานีอวกาศนานาชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/565263

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ม.ค. 2559 05:50

 

(ภาพ: AP)

นาซาเผยแพร่ภาพดอกไม้ดอกแรกที่เบ่งบานบนสถานีอวกาศนานาชาติ โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการปลูกผักบนอวกาศ เพื่อปูทางสู่การสำรวจอวกาศระยะทางไกลในอนาคต…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 19 ม.ค. สำนักงานบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ นาซา เผยแพร่ภาพดอกไม้ดอกแรกในประวัติศาสตร์ที่แบ่งบานบนสถานีอวกาศนานาชาติ (ไอเอสเอส) หลังจากพยายามปลูกมาตั้งแต่เมื่อเดือน ธ.ค.

สกอตต์ เคลลี นักบินอวกาศชาวอเมริกันบนสถานีอวกาศนานาชาติ ทวีตข้อความบนเว็บไซต์ทวิตเตอร์ว่า “ดอกไม้ดอกแรกที่เคยปลูกบนอวกาศ เปิดตัวแล้ว” พร้อมกับภาพดอกบานชื่นสีส้มสดใส

นาซาระบุว่า บานชื่นเป็นไม้ดอกที่ปลูกไม่ยากบนโลก และจะบานในช่วงฤดูร้อน แต่การปลูกในสภาวะไร้น้ำหนักบนไอเอสเอสเป็นเรื่องยากกว่ามาก โดยการทดลองปลูกในเดือน ธ.ค.เกือบจะล้มเหลวหลายครั้ง เนื่องจากมีเชื้อราเติบโตขึ้นบนใบของต้นบานชื่น เพราะว่ามีความชื้นมากเกินไป อย่างไรก็ตาม เคลลีสามารถดูแลให้ต้นไม้กลับมามีสุขภาพดีได้อีกครั้ง

ทั้งนี้ การปลูกต้นบ้านชื่น ซึ่งสามารถรับประทานได้ บนไอเอสเอส เป็นส่วนหนึ่งในโครงการชื่อว่า ‘เวจจี’ (Veggie) ของนาซา เป็นการทดลองปลูกผักกินได้ในเรือนกระจกบนไอเอสเอสโดยไม่ใช้ดิน ในอากาศหรือสภาพแวดล้อมที่เป็นหมอก ใช้น้ำและปุ๋ยน้อย แต่พืชเติบโตได้เร็วกว่าบนโลก 3 เท่า เพื่อเป้าหมายสูงสุดคือการส่งคนไปสำรวจดาวอังคาร.

เหยื่อไข้หวัดหมูในรัสเซียพุ่ง 17 ศพ-ไวรัสเริ่มกลับมาในหลายประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/565255

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ม.ค. 2559 05:10

 

(ภาพ: AFP)

ผู้เสียชีวิตจากเชื้อไข้หวัดหมู หรือ เอช1เอ็น1 ในประเทศรัสเซียเพิ่มขึ้นเป็น 17 รายแล้ว ในขณะที่ไวรัสชนิดนี้เริ่มกลับมาปรากฏให้เห็นในหลายประเทศอีกครั้ง…

สำนักข่าว เอเอฟพี รายงานว่า มีผู้เสียชีวิตจากโรคไข้หวัดหมู (H1N1) ในประเทศรัสเซียแล้ว 17 รายนับตั้งเมื่อเดือน ธ.ค. 2015 ในขณะที่ไวรัสตัวนี้เริ่มขยายพื้นที่แพร่กระจายในรัสเซีย และเริ่มกลับมาปรากฏให้เห็นในหลายประเทศในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

นางมาเรีย คิตาริชวิลี โฆษกสำนักงานสาธารณสุขนคร เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เปิดเผยต่อสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันอังคารว่า พบผู้เสียชีวิตจากไวรัสเอช1เอ็น1 ในเมืองแห่งนี้แล้ว 5 ราย และในช่วง 10 วันที่ผ่านมา มีผู้ป่วยจากไวรัสตัวนี้ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลถึง 313 คน

ขณะที่ทางการเมืองรอสตอฟ ทางตอนใต้ของรัสเซีย เผยในวันเดียวกันว่าพบผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับโรคไข้หวัดหมู 4 ราย และพบผู้ป่วยอีก 120 คน

ทั้งนี้ รายงานล่าสุดของทางการรัสเซีย เกิดขึ้นหลังจากเมื่อสัปดาห์มีรายงานว่าพบผู้ใหญ่ 4 คน และเด็กอีก 1 คนเสียชีวิตจากไวรัส เอช1เอ็น1 ใกล้กับสาธารณรัฐดากีสถาน และพบทารกเสียชีวิตอีก 2 รายในเมืองเยคาเตรินบุร์ก และสาธารณรัฐอะดีเกยา ทางตะวันตกของรัสเซีย นอกจากนี้เมื่อกลางเดือน ธ.ค. มีรายงานพบผู้เสียชีวิตจากไวรัสตัวนี้อีก 1 ราย ในเมือง โนวี ยูเรนกอย ทางเหนือของประเทศ

ด้าน ดร.แอนนา โพโปวา หัวหน้าสำนักงานแห่งชาติเพื่อการควบคุมการปกป้องสิทธิผู้บริโภคและสวัสดิการมนุษย์ เตือนผ่านสำนักข่าวของรัสเซียว่า จำนวนผู้ที่ติดเชื้อไข้หวัดหมูในรัสเซียจะเพิ่มขึ้นอย่างมากในเดือนหน้า

นอกจากในประเทศรัสเซียแล้ว ยังมีรายงานการพบผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดหมู่ในหลายประเทศ เช่น อาร์เมเนีย พบผู้เสียชีวิตแล้ว 3 รายนับตั้งแต่เข้าสู่ปี 2016 ส่วนที่อิหร่าน ไวรัสเอช1เอ็น1 ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 112 ราย และมีผู้ป่วยมากกว่า 1,000 คน นับตั้งแต่ช่วงกลางเดือน พ.ย.ปีก่อน

อนึ่ง ไวรัสเอช1เอ็น1เคยระบาดครั้งใหญ่จนองค์การอนามัยโลกต้องประเทศเตือนภัยโรคระบาดเมื่อเดือน มิ.ย. 2009 โดยปรากฏที่แรกในเม็กซิโกและสหรัฐฯ ก่อนจะทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 18,500 รายใน 214 ประเทศทั่วโลก.