ผู้นำบูร์กินาฯ ประกาศไว้ทุกข์เหยื่อ 3 วัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/564675

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 19 ม.ค. 2559 03:30

 

(ภาพ: AP)

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายรอช มาร์ก คริสเตียน คาโบเร ประธานาธิบดี บูร์กินา ฟาร์โซ แถลงออกอากาศผ่านสถานีโทรทัศน์ บูร์กินา 24 เมื่อวันอาทิตย์ 17 ม.ค. โดยมีคำสั่งประกาศให้มีการไว้ทุกข์เป็นเวลา 3 วันเริ่มตั้งแต่วันนี้ เพื่อเป็นการไว้อาลัยให้กับเหยื่อจากเหตุกลุ่มก่อการร้ายจับตัวประกันภายในโรงแรมสเปลนดิค ในกรุงวากาดูกู นานกว่า 12 ชม. ก่อนเกิดเหตุปะทะกับกองกำลังของบูร์กินาและของฝรั่งเศส ทำให้มีผู้เสียชีวิต 18 ศพภายในโรงแรมและอีก 10 ศพ

ที่ร้านคาเฟ่ชื่อดัง คัปปูชิโน ซึ่งอยู่ใกล้เคียง บาดเจ็บอีกไม่ต่ำกว่า 33 คน ว่า การกระทำที่โหดเหี้ยมรุนแรงที่ลงมือสังหารผู้บริสุทธิ์ ซึ่งกลุ่มก่อการร้ายสากล อัล-เคดาในอิสลามมัฆริบ หรือเอคิวไอเอ็ม ออกมาแสดงความรับผิดชอบ โดยมีเจตนาต้องการสร้างความคลอนแคลนต่อประเทศของเราและบ่อนทำลายความพยายามที่จะสร้างประชาธิปไตย ความสงบและความมั่งคั่งให้กับประเทศ

นอกจากนี้ ผู้นำประเทศยังขอให้ประชาชนรวมกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้าย ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับใหม่ และกองกำลังรักษาความมั่นคงก็ต้องเพิ่มความพยายามสำหรับการต่อสู้ป้องกันเหตุโจมตีในครั้งต่อไป ด้านเจ้าหน้าที่ซึ่งเปิดเผยสัญชาติเหยื่อที่เสียชีวิต ประกอบด้วย ชาวยูเครน 2 รายรวมเจ้าของร้านคาเฟ่ 1 ราย แคนาดา 6 ราย สวิตเซอร์แลนด์ 2 ราย ฝรั่งเศส 2 ราย และประเทศละ 1 รายทั้งสหรัฐฯ เนเธอร์แลนด์ สเปนและโปรตุเกส วันเดียวกัน ทางกองกำลังฝรั่งเศสกลับไปยังจุดเกิดเหตุเพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน

ขณะเดียวกัน ดร.เคน เอลเลียต และนางโจเซลีน ภรรยา ชาวออสเตรเลีย อายุประมาณ 80 ปีทั้งคู่ ซึ่งทำงานเป็นอาสาสมัครประจำคลินิกแห่งหนึ่งในบูร์กินา ฟาร์โซมานานร่วม 40 ปี ถูกคนร้ายลักพาตัวไปที่เมืองดจิโบ ตอนเหนือของประเทศจนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบชะตากรรม ขณะที่สถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงแบกแดด ประเทศอิรัก ออกมายืนยันว่า มีพลเมืองชาวอเมริกันหลายคนในอิรักหายตัวไป หลังสื่อท้องถิ่นรายงานว่า ชาวอเมริกัน 3 คนถูกลักพาตัวในกรุงแบกแดดระหว่างเดินทางไปยังสนามบินนานาชาติกรุงแบกแดด

ส่วนความคืบหน้าเหตุระเบิดในกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย สถานีโทรทัศน์ เมโทรทีวี รายงานจากการสัมภาษณ์ชาวบ้านในเมืองเคตุงวุนกู จังหวัดชวาตะวันตกว่า ชุมชนในหมู่บ้านออกมาประท้วงคัดค้านไม่ให้นำศพของนายอาห์หมัด มูฮาซัน ชารอน กับพรรคพวกอีก 3 คนที่ก่อเหตุวินาศกรรมดังกล่าวมาประกอบพิธีตามหลักของศาสนาภายในหมู่บ้าน โดยอ้างว่า คนในหมู่บ้านไม่ใช่พวกหัวรุนแรง สิ่งที่มูฮาซันกระทำถือเป็นการทำลายศาสนา.

สลด! หิมะถล่มเทือกเขาแอลป์ฝรั่งเศส โดนทหารดับ 5 นาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/564673

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ม.ค. 2559 03:00

 

(ภาพ: AFP)

เกิดเหตุหิมะถล่มบนเทือกเขาแอลป์ ทางตะวันออกของประเทศฝรั่งเศส เป็นเหตุให้ทหารเสียชีวิต 5 นาย และบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันจันทร์ (18 ม.ค.) เกิดเหตุหิมะถล่มบนเทือกเขาแอลป์ ทางตะวันออกของประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้ทหารจากกองทหารต่างด้าวฝรั่งเศส (French Foreign Legionnaire) ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการฝึกสกีในพื้นที่ที่ไม่ใช่ทางลาด (Backcountry skiing) เสียชีวิต 5 นาย และได้รับบาดเจ็บอีกหลายนาย

นาย ฌูเลียน ออแบร์ ทนายความจากจังหวัดโวคลูส ที่ตั้งฐานทัพของทหารหน่วยที่ประสบเหตุ เผยว่า ทหารหน่วยนี้ซึ่งประกอบด้วยทหารที่มีประสบการณ์และทหารใหม่ซึ่งมีความเชี่ยวชาญเรื่องสภาพอากาศเลวร้าย กำลังฝึกเดินทางด้วยสกีบนเทือกเขาแอลป์ที่ความสูงราว 2,000 ม. ก่อนจะประสบเหตุหิมะถล่มในเวลาประมาณ 14:00 น.

ด้านทางการจังหวัดซาวัวระบุว่าทหาร 11 นาย จากกลุ่มทหาร 50 นาย ถูกหิมะถล่มเข้าปะทะระหว่างกำลังฝึกฝนในเขตทุรกันดานบริเวณสกีรีสอร์ต วัลเฟรฌุส ใกล้เมืองโมดาน ของจังหวัดซาวัว มีผู้เสียชีวิต 5 นาย บาดเจ็บ 6 นาย และ 2 นายในจำนวนนี้มีอาการสาหัส

ทั้งนี้ นายฌูเลียน โนเอล ผู้อำนวยการสกีรีสอร์ต วัลเฟรฌุส ระบุว่า พื้นที่เกิดเหตุเป็นจุดเล่นสกีในพื้นที่ที่ไม่ใช่ทางลาดที่มีชื่อเสียง และไม่อันตรายมากนัก.

อิหร่านจวกกลับมะกันคว่ำบาตร ศก. ลงโทษทดลองขีปนาวุธปีกลาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/564536

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ม.ค. 2559 19:12

 

(ประธานาธิบดีฮัสซัน รูฮานีแห่งอิหร่าน)

อิหร่านจวกกลับสหรัฐฯ ใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจใหม่มาลงโทษ ตอบโต้อิหร่านทดลองขีปนาวุธนำวิถีปีกลาย แขวะ สหรัฐฯ แต่ละปีขายอาวุธให้ชาติต่างๆ ในตะวันออกกลางหลายหมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อทำสงคราม

เมื่อ 18 ม.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน รัฐบาลอิหร่านออกโรงประณามทางการสหรัฐฯ เพิ่มมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านอีกแล้ว เพื่อตอบโต้อิหร่านทดลองขีปนาวุธนำวิถี ซึ่งมีประสิทธิภาพสามารถติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ได้เมื่อเดือนตุลาคม 2558 โดยมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจใหม่ของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน คือ การห้ามไม่ให้ 11 หน่วยงาน และบุคคลต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการพัฒนาขีปนาวุธใช้ระบบการธนาคารในสหรัฐฯ

นายอดัม เจ ซูบิน รักษาการรองเลขาธิการฝ่ายก่อการ้าย และข่าวกรองด้านการเงินของสหรัฐฯ กล่าวว่า โครงการขีปนาวุธนำวิถีของอิหร่าน เป็นภัยคุกคามที่สำคัญต่อความมั่นคงของภูมิภาคตะวันออกกลางและโลก อันจะนำไปสู่การดำเนินมาตรการคว่ำบาตรของประชาคมโลกเป็นการลงโทษ

อย่างไรก็ตาม นายฮอสเซน จาเบอร์ อันซารี โฆษกประจำกระทรวงการต่างประทศอิหร่าน กล่าวตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรใหม่ของสหรัฐฯ ว่า โครงการขีปนาวุธของอิหร่านไม่เคยถูกออกแบบเพื่อนำไปสู่ความสามารถในการติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ โดยมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านจากโครงการพัฒนาขีปนาวุธ จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือจริยธรรม

‘อเมริกาขายอาวุธหลายหมื่นล้านดอลลาร์มาให้แก่ประเทศต่างๆ ในตะวันออกกลาง ในทุกปี อาวุธเหล่านั้นถูกนำไปใช้ทำสงครามต่อต้านชาวปาเลสไตน์ เลบานอน และชาวเยเมนส่วนใหญ่ในเร็วๆ นี้’ นายอันซารี กล่าว ทั้งนี้ สหรัฐฯได้ดำเนินมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจครั้งใหม่ต่ออิหร่าน หลังจากมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของนานาประเทศต่ออิหร่านเกี่ยวกับโครงการพัฒนานิวเคลียร์เพ่ิงถูกยกเลิกไปไม่นาน

แบงก์ปลิวว่อน ! เครื่องบินรบมะกัน บอมบ์คลังเก็บเงินไอซิสในอิรัก (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/564484

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ม.ค. 2559 17:55

 

เพนตากอน โชว์คลิปบันทึกเหตุการณ์ เครื่องบินรบสหรัฐฯ ทิ้งระเบิดถล่มคลังเก็บเงินสดกลุ่มไอซิส ในเมืองโมซูล ของอิรัก จนแบงก์ปลิวว่อน ชี้สามารถทำลายเงินกลุ่มสุดโหดไปได้หลายล้านดอลลาร์ …

เมื่อ 18 ม.ค. 59 ข่าวต่างประเทศรายงาน กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เผยแพร่ภาพวิดีโอเหตุการณ์สหรัฐฯ ส่งเครื่องบินรบปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ ทิ้งระเบิดถล่มคลังเก็บเงินของกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงติดอาวุธ ‘รัฐอิสลาม’ หรือไอซิส ในเมืองโมซูล ประเทศอิรัก เมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา

เว็บไซต์ของเอบีซี นิวส์ แจ้งว่า วิดีโอดังกล่าวที่ กระทรวงกลาโหม สหรัฐฯ นำมาเผยแพร่ต่อสาธารณะ เป็นวิดีโอแบบขาว-ดำ ความยาว 47 วินาที แสดงให้เห็นภาพเหตุการณ์ที่เครื่องบินรบสหรัฐฯ ทิ้งระเบิด ขนาด 2,000 ปอนด์ 2 ลูก โจมตีตึกหลังหนึ่งในเมืองโมซูล ซึ่งเป็นเมืองฐานที่มั่นของกลุ่มไอซิสในอิรัก โดยแรงระเบิดก่อให้เกิดกลุ่มควันและกระดาษลอยขึ้นมา ซึ่งกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ชี้ว่ากระดาษที่ปลิวฟุ้งขึ้นมานั้น เป็นธนบัตรหรือแบงก์ หลังจากตึกโดนระเบิดถล่ม

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ หลายคน กล่าวว่า การโจมตีถล่มคลังเก็บเงินสดของกลุ่มไอซิสครั้งนี้ สามารถทำลายเงินธนบัตรไปได้หลายล้านดอลลาร์ แต่ถึงกระนั้น ก็ไม่สามารถทราบจำนวนเงินที่แน่นอน โดย เอบีซี นิวส์ แจ้งว่า กองกำลังสหรัฐฯ ได้ทิ้งระเบิดทำลายคลังเก็บเงินของกลุ่มไอซิสแล้วอย่างน้อย 2 ครั้ง พร้อมๆ กับการโจมตีทางอากาศถล่มคลังเก็บน้ำมันของกลุ่มไอซิส ขณะที่ บีบีซี รายงานว่า กระทรวงกลาโหม สหรัฐฯ ยังชี้ว่าคลังเก็บเงินสดดังกล่าวถูกใช้สำหรับการเคลื่อนไหวก่อการร้ายของกลุ่มไอซิส

ชมคลิป ที่นี่

อ็อกแฟม เผยทรัพย์สินคนรวยสุด 1% เท่ากับคนบนโลกที่เหลือทั้งหมดรวมกัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/564445

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ม.ค. 2559 17:00

 

องค์กรอ็อกแฟม เผยความแตกต่างระหว่างคนรวยกับคนจนบนโลก ชี้ เงินและทรัพย์สินของคนร่ำรวยที่สุดซึ่งมีเพียงแค่เปอร์เซ็นต์เดียว มากเท่ากับประชากรโลกทั้งหมดที่เหลือ 99% รวมกัน

เมื่อ 18 ม.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน องค์กรอ็อกแฟม หนึ่งในองค์กรที่ทำงานต่อสู้เพื่อคนยากจนและความเสมอภาคของประชากรโลก เปิดเผยข้อมูลที่ได้จากธนาคารเครดิตสวิส เมื่อเดือนตุลาคม 2558 ระบุ คนที่ร่ำรวยที่สุดทั่วโลก ซึ่งมีทั้งเงินสดและทรัพย์สินรวมมูลค่า 760,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 27,360,000 บาท มีจำนวนแค่เพียง 1% โดยเงินและทรัพย์สินของคนรวยสุดเปอร์เซ็นต์เดียว เท่ากับทรัพย์สินของประชากรโลกที่เหลือทั้งหมด 99% รวมกัน

ขณะที่ มีคนที่มีเงินและทรัพย์สิน จำนวน 68,000 ดอลลาร์ หรือราว 2,516,000 บาท คิดเป็นสัดส่วน 10% ของประชากรโลกทั้งหมด ซึ่งนั่นหมายถึง ถ้าใครก็ตามที่มีบ้านอยู่ในกรุงลอนดอนสักหนึ่งหลัง โดยไม่ได้จำนองไว้กับธนาคาร ย่อมหมายถึง คนนั้นบางทีอาจอยู่ในกลุ่มคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ซึ่งมีเพียงแค่เปอร์เซ็นต์เดียว

องค์กรอ็อกแฟม ยังระบุถึงความแตกต่างระหว่างคนรวยสุดกับกลุ่มคนจนที่สุดในโลกด้วยว่า คนรวยที่สุด เพียง 62 คน มีเงินและทรัพย์สินมากเท่ากับครึ่งหนึ่ง หรือ 50% ของประชากรที่ยากจนที่สุดในโลกเลยทีเดียว ด้วยเหตุนี้ องค์กรอ็อกแฟม จึงเรียกร้องให้ผู้นำโลกซึ่งจะไปร่วมประชุมกันที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในสัปดาห์นี้ ควรดำเนินการเพื่อขจัดความไม่เท่าเทียม และลดช่องว่างความแตกต่างระหว่างจำนวนคนรวยกับคนจนบนโลก

3 ชาวมะกันโดนกลุ่มมือปืน บุกลักพาตัวในอิรัก ยังไม่รู้ชะตากรรม!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/564348

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ม.ค. 2559 13:53

 

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ร้อนใจ…พลเรือนอเมริกัน 3 คน ทำงานกับบริษัทรับเหมาในอิรัก โดนกลุ่มคนร้ายบุกลักพาตัวอย่างอุกอาจไปจากอพาร์ตเมนต์ ชานกรุงแบกแดด

เมื่อวันที่ 18 ม.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เจ้าหน้าที่สหรัฐฯกำลังติดตามรายงานความคืบหน้า กรณี ชายชาวอเมริกัน 3 คน ซึ่งทำงานให้กับบริษัทรับเหมาในอิรัก ยังคงหายไป หลังคนทั้งสามถูกกลุ่มคนร้ายบุกลักพาตัวไปอย่างอุกอาจ จาก อพาร์ตเมนต์ ในเขตโดรา ทางตะวันออกเฉียงกรุงแบกแดด เมื่อวันศุกร์ที่ 15 ม.ค. ที่ผ่านมา

ซีเอ็นเอ็น แจ้งด้วยว่า ตามการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ทางการอิรัก ระบุว่า ชายอเมริกัน 3 คน ซึ่งกำลังหายไปนั้น 2 คน เป็นชาวอเมริกันเชื้อสายอิรัก และอีกคน เป็นชาวอเมริกัน โดยพวกเขาได้ถูกนำตัวขึ้นไปกับขบวนรถของคนร้ายที่มีจำนวนหลายคัน

ด้าน นายจอห์น เคอร์บีย์ โฆษกประจำกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงว่า กระทรวงการต่างประเทศตระหนักถึงชะตากรรมของพลเรือนอเมริกันทั้ง 3 คนที่กำลังหายไปในอิรัก และทางเจ้าหน้าที่กำลังทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่อิรักอย่างเต็มความสามารถเพื่อระบุสถานที่ชาวอเมริกันทั้ง 3 ถูกลักพาตัวไปไว้ที่ใด

เกิดแผ่นดินไหวในเมียนมา 3 ครั้ง ใกล้ปางมะผ้า แม่ฮ่องสอน!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/564299

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ม.ค. 2559 11:25

 

เกิดแผ่นดินไหว ถึง 3 ครั้ง ในเมียนมา ช่วงเช้าวันที่ 18 ม.ค. ศูนย์กลางธรณีพิโรธ ใกล้กับ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน

เมื่อวันที่ 18 ม.ค. 59 สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยาแห่งประเทศไทย รายงานเกิดเหตุแผ่นดินไหว ในประเทศเมียนมา ใกล้ชายแดน อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ของไทย ถึง 3 ครั้ง เมื่อช่วงเช้าของวันนี้ (18 ม.ค.)

สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว แจ้งว่า เกิดแผ่นดินไหวในเมียนมา ครั้งแรก มีขนาด 3.8 เมื่อเวลา 04.34 น.โดยจุดศูนย์กลางอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ปางมะผ้า ประมาณ 133 กม. มีความลึก 3 เมตร จากนั้น อีก ประมาณ 11 นาทีต่อมา เกิดธรณีพิโรธ ขนาด 3.9 เมื่อเวลา 04.45น .ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ปางมะผ้า แต่ขยับเข้ามาใกล้มากขึ้น โดยห่างเพียง 43 กม. และมีความลึก 8 กม.

ต่อมา  ได้เกิดแผ่นดินไหวครั้งที่ 3 ขนาด 3.5 เมื่อเวลา 06.13 น มีศูนย์กลางอยู่ห่างจาก อ.ปางมะผ้า ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือเช่นเดิม ห่างจาก อ.ปางมะผ้า 92 กม. และมีความลึกเพียง 1 กม. อย่างไรก็ตาม โชคดีที่แผ่นดินไหวในเมียนมาทั้ง 3 ครั้ง ไม่มีรายงานความเสียหาย

จรวดฟอลคอน 9 ส่งดาวเทียมตรวจระดับน้ำทะเล ‘เจสัน-3’ เข้าวงโคจรแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/564190

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ม.ค. 2559 08:15

 

ภาพจากทวิตเตอร​์ NASA ดาวเทียมเจสัน-3

จรวดฟอลคอน 9 ทะยานจากฐานปล่อยในฐานทัพอากาศแวนเดนเบิร์ก เพื่อส่งดาวเทียมสำรวจระดับน้ำทะเลดวงล่าสุด เจสัน-3 โดยจะเป็นเครื่องมือสำคัญเพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของทะเล และคาดการณ์การเกิดพายุเฮอร์ริเคนและพายุโซนร้อน…

เมื่อวันที่ 17 ม.ค.2559 จรวดฟอลคอน 9 ของบริษัทสเปซเอ็กซ์ ได้ทะยานขึ้นจากฐานปล่อยในฐานทัพอากาศแวนเดนเบิร์ก รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยได้นำเอาดาวเทียมสำรวจระดับน้ำทะเลดวงล่าสุด เจสัน-3 (JASON-3) ที่เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างสหรัฐฯ และกลุ่มชาติยุโรปขึ้นสู่วงโคจร โดยจะเป็นการช่วยให้สำนักงานสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐ (NOAA) ที่รับผิดชอบงานด้านอุตุนิยมวิทยา สามารถเฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงของทะเล คำนวณและคาดการณ์ถึงความแรงของพายุ ที่พัดเข้าสู่ชายฝั่งของสหรัฐอเมริกาได้แม่นยำมากขึ้น

จรวดฟอลคอน 9 ที่ฐานปล่อยในฐานทัพอากาศแวนเดนเบิร์ก รัฐแคลิฟอร์เนีย

จรวดฟอลคอน 9 ทะยานขึ้นสู่ฟ้าแล้ว

สำหรับ ดาวเทียมเจสัน-3 จะอยู่ในวงโครเพื่อทดสอบระบบก่อน 6 เดือน ก่อนจะเข้าสู่การใช้งานจริง โดยจะทำงานร่วมกัยดาวเที่ยวรุ่นพี่อย่างเจสัน-2 ที่ขึ้นไปเมื่อปี 2008 โดยมันจะสืบทอดงานเก็บข้อมูลของมหาสมุทรต่างๆ บนโลก ทั้งการอัพเดตอุณหภูมิของน้ำทะเล จับทิศทางและตำแหน่งของพายุเฮอร์ริเคน และพายุโซนร้อน เพื่อส่งข้อมูลให้กับ NOAA ได้วิเคราะห์การเกิดพายุต่อไป

ภาพจากทวิตเตอร์ NOAA แสดงถึงดาวเทียมในโครงการเจสัน

ดาวเทียมสำรวจ เจสัน-3 จะอยู่ในวงโคจรที่ความสูง 830 ไมล์ เหนือพื้นโลก โดยเจสัน-3 จะใช้อุปกรณ์ระบบตรวจจับและเรดาร์สำรวจพื้นที่แผ่นน้ำแข็งในทะเลเปิดถึง 95% ทุกๆ 10 วัน โดยนับตั้งแต่เริ่มต้นโครงการสำรวจระดับน้ำทะเลจากดาวเทียมดวงแรก คือ Topex/Poseidon และ ดาวเทียมเจสัน ในปี 1992 นักวิจัยพบว่าระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้น 3 มม.ในทุกๆ ปี รวมแล้ว ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น 70 มม. หรือ 28 นิ้วตลอด 23 ปีที่ผ่านมา

ภาพวาด ดาวเทียมเจสัน-3 เมื่อเข้าวงโคจร

ประโยชน์ที่ได้จากดาวเทียมเจสัน-3 สามารถนำไปใช้ทางด้านวิทยาศาสตร์ และเชิงพาณิชย์ และการปฏิบัติงานด้านต่าง เช่น รูปแบบของคลื่นในทะเลลึก และวิเคราะห์คลื่นผิวน้ำห่างฝั่ง สำหรับใช้วางแผนในการเดินเรือ และกำหนดเส้นทางเดินเรือ การสำรวจความเปลี่ยนแปลงของชายฝั่งทะเล จากแท่นขุดเจาะน้ำมัน และบูมของสาหร่ายทะเล การสร้างแบบจำลองชายฝั่งทะเล ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการหาสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทางทะเล และการวิจัยแนวปะการัง และการคาดการณ์การเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ และลานีญา.

ที่มา NOAA

ไอเอสก่อการร้าย ชิงการนำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/564171

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 18 ม.ค. 2559 06:02

 

(ภาพจาก : AP)

ที่อินโดฯตายเพิ่มอีก1 นานาชาติรุมประณาม

ชาติตะวันตกรุมประณามกลุ่มติดอาวุธก่อเหตุสะเทือนขวัญ ทั้งกราดยิง และจับตัวประกันในโรงแรมหรูกลางเมืองหลวงบูร์กินาฟาโซ ทำให้ชาวต่างชาติ 29 ราย จาก 18 ประเทศ เสียชีวิต ส่อเค้ากลุ่มก่อการร้ายทั่วโลกยิ่งยกระดับการก่อเหตุรุนแรงขึ้น ส่วนรัฐบาลอินโดนีเซียแถลงว่าเหยื่อที่ถูกยิงในเหตุการณ์วินาศกรรมกรุงจาการ์ตา ตายเพิ่มอีก 1 ราย

สำนักข่าวต่างประเทศติดตามรายงานสถานการณ์การก่อการร้ายทั่วโลก เมื่อวันที่ 17 ม.ค. หลังกลุ่มติดอาวุธอัลเคดาในอิสลามมัฆริบ (AQIM) และกลุ่มติดอาวุธอัลมูราบิทูน ร่วมก่อเหตุบุกกราดยิงและจับตัวประกันนับร้อยรายในโรงแรมสเปลนดิด ที่พักระดับห้าดาวกลางกรุงวากาดูกู เมืองหลวงของประเทศบูร์กินาฟาโซ อดีตอาณานิคมฝรั่งเศสในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตก ช่วงค่ำวันที่ 15 ม.ค. และก่อเหตุยิงปะทะนานกว่า 12 ชม. เพื่อตอบโต้ทหารและตำรวจของรัฐบาลบูร์กินาฟาโซ จนเวลาล่วงเข้าสู่เช้าวันที่ 16 ม.ค. เจ้าหน้าที่จึงยึดโรงแรมคืนจากกลุ่มก่อเหตุ รวมถึงช่วยเหลือตัวประกัน 176 รายได้อย่างปลอดภัย แต่พบศพผู้เสียชีวิตในโรงแรม 29 ราย ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ จาก 18 ประเทศ และในจำนวนนี้ยังรวมถึงผู้ก่อเหตุที่ถูกยิงเสียชีวิต 4 ราย โดย 2 รายเป็นผู้หญิง

นายโรช มาร์ก คริสเตียน ประธานาธิบดีบูร์กินาฟาโซ ซึ่งเพิ่งเข้ารับตำแหน่งผู้นำอย่างเป็นทางการเมื่อเดือน ธ.ค.2558 ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ ในเหตุการณ์ที่โรงแรมสเปลนดิด พร้อมระบุว่าชาวบูร์กินาฟาโซรู้สึกสะเทือนใจและตกตะลึงกับการก่อเหตุป่าเถื่อนที่สุด ซึ่งเคยเกิดขึ้นในประเทศ ขณะที่นายซิมอน คัมเปาเร รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยแห่งบูร์กินาฟาโซ แถลงเพิ่มเติมว่า ศพผู้เสียชีวิต ซึ่งพบในโรงแรมสเปลนดิด เป็นชาวแคนาดา 6 ราย ชาวฝรั่งเศส 2 ราย ชาวสวิส 2 ราย และชาวอเมริกัน 1 ราย ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่องค์กรช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ขณะที่ผู้เสียชีวิตรายอื่นยังอยู่ระหว่างตรวจสอบเอกลักษณ์ และมีรายงานด้วยว่ากลุ่มติดอาวุธอันซาร์ ดีน ซึ่งมีฐานที่มั่นในภูมิภาคบาราบูเล ทางเหนือของบูร์กินาฟาโซ ติดกับประเทศไนเจอร์และมาลี ลักพาตัวชาวออสเตรเลีย 2 รายไปจากที่พัก และยังไม่ทราบชะตากรรมเหยื่อทั้งสองราย

ด้านหน่วยเฝ้าระวังข้อมูลก่อการร้ายในโลกออนไลน์ของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา (SITE) เผยว่ากลุ่มอัลเคดาในอิสลามมัฆริบ หรือเอคิวไอเอ็ม ออกแถลงการณ์ว่า การก่อเหตุโจมตีโรงแรมสเปลนดิดในบูร์กินาฟาโซเป็นการแก้แค้นรัฐบาลฝรั่งเศส รวมถึงกลุ่มประเทศตะวันตกที่เป็นปรปักษ์กับเครือข่ายก่อการร้ายอัลเคดา ขณะที่กลุ่มอัลมูราบิทูน ซึ่งร่วมก่อเหตุกับเอคิวไอเอ็มในครั้งนี้ด้วย เป็นกลุ่มเดียวกับที่เคยก่อเหตุโจมตีโรงแรมหรูในกรุงบามาโก เมืองหลวงของประเทศมาลี เมื่อเดือน พ.ย.2558 ทำให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 20 ราย และสหรัฐฯ จะต้องเป็นแกนนำต่อสู้กับการก่อเหตุของกลุ่มก่อการร้ายทั่วโลกต่อไป

ขณะเดียวกัน นายจัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดา ออกแถลงการณ์ประณามอย่างรุนแรงต่อกลุ่มก่อเหตุในกรุงวากาดูกู พร้อมระบุว่า รัฐบาลแคนาดาจะให้ความช่วยเหลือแก่รัฐบาลบูร์กินาฟาโซในการสอบสวนคดีดังกล่าวเพื่อนำตัวผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการก่อเหตุทั้งหมดมาลงโทษตามกฎหมาย ส่วนนายฟรองซัวส์ โอล็องด์ ประธานาธิบดีฝรั่งเศส พร้อมด้วยกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) และรัฐบาลอังกฤษ ต่างออกแถลงการณ์ในเวลาไล่เลี่ยกันประณามกลุ่มก่อเหตุที่บูร์กินาฟาโซ และนายจอห์น เคอร์บี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา แสดงความเสียใจต่อครอบครัวชาวอเมริกัน 1 ราย ที่เสียชีวิตในครั้งนี้ พร้อมระบุว่าผู้เสียชีวิต คือนายไมเคิล เจมส์ ริดเดอริง เจ้าหน้าที่องค์กรระหว่างประเทศ แต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นองค์กรใด

นอกจากนี้ สำนักข่าวต่างประเทศยังรายงานความคืบหน้าการสอบสวนคดีกลุ่มติดอาวุธกราดยิงและวางระเบิดโจมตีร้านสตาร์บัคส์และป้อมตำรวจในกรุงจาการ์ตา เมืองหลวงอินโดนีเซีย ทำให้มีผู้เสียชีวิต 7 ราย รวมผู้ก่อเหตุ 4 ราย เมื่อวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา โดย พล.ต.อ.บัดรอดิน เฮติ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติอินโดนีเซีย เปิดเผยรายชื่อผู้ก่อเหตุ ซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว นอกเหนือจากนายอาฟิฟ หรือ “ซูนาคิน” ซึ่งได้รับการระบุตัวเป็นรายแรกเมื่อวันที่ 15 ม.ค. โดยผู้ก่อเหตุอีก 3 ราย ได้แก่ นายมูฮัมหมัด อาลี นายอาหมัด มูฮาซัน ซารอน และนายเดียนโจนี คูร์นิอาดี ซึ่งมีอายุระหว่าง 25-43 ปี โดยทั้งหมดเป็นสมาชิกกลุ่มติดอาวุธคาติบะห์ นูซันตารา ซึ่งแยกตัวออกจากกลุ่มเจมาห์อิสลามิยาห์ (เจไอ) และเป็นแนวร่วมของกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) ในอิรักและซีเรีย ที่ยกระดับการก่อเหตุโจมตีในพื้นที่มหานครต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงเหตุวินาศกรรมในกรุงปารีสเมื่อวันที่ 13 พ.ย.2558

พล.ต.อ.บัดรอดิน เฮติ ผบ.ตร.อินโดนีเซีย เผยเพิ่มเติมด้วยว่า ประชาชนที่เสียชีวิตในวันเกิดเหตุ 3 ราย ได้แก่ นายอาเมอร์ ควาลี ทาฮาร์ ชาวแคนาดา และนายริโค เฮอร์มาวัน และนายซูกิโต ชาวอินโดนีเซีย ขณะที่นายราอิส คาร์นา พนักงานธนาคาร ซึ่งบาดเจ็บสาหัสเพราะถูกยิงที่ศีรษะในเหตุการณ์เดียวกัน ได้เสียชีวิตแล้วที่โรงพยาบาลในกรุงจาการ์ตา เมื่อช่วงเช้าวันที่ 17 ม.ค. ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุก่อการร้ายนี้เพิ่มเป็น 8 ราย

ขณะเดียวกัน นายรัคยัน อาดิบราตา ผู้เชี่ยวชาญด้านก่อการร้ายและที่ปรึกษาของคณะรัฐบาลอินโดนีเซีย ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวรอยเตอร์ว่ากลุ่มติดอาวุธชาวมุสลิมซึ่งเคลื่อนไหวในอินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ พยายามยกระดับการก่อเหตุเพื่อสร้างผลงานพิสูจน์ตัวเองเพื่อชิงตำแหน่งผู้นำเครือข่ายไอเอสในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยกลุ่มติดอาวุธในอินโดนีเซียที่เคลื่อนไหวเชื่อมโยงกับกลุ่มไอเอสในตะวันออกกลางได้รับอิทธิพลมาจากนายอามาน อับดุลเราะห์มาน นักการศาสนาอิสลาม ผู้นำกลุ่มญามาอะห์ อันชารุท ดาอุเลาะห์ ซึ่งยังคงถูกคุมขังในเรือนจำอินโดนีเซีย แต่มีเครือข่ายที่นับถือนายอามานกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศราว 200 คน

อย่างไรก็ตาม รอยเตอร์รายงานโดยอ้างอิงผู้เชี่ยวชาญด้านก่อการร้ายที่ไม่ขอเปิดเผยชื่อในมาเลเซีย ประเมินว่าการรวมตัวกันของกลุ่มติดอาวุธชาวมุสลิมเครือข่ายไอเอสในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คงไม่อาจเกิดขึ้นได้โดยง่าย เพราะแต่ละกลุ่มต้องหาตัวแทนมารับตำแหน่งผู้นำไอเอสในระดับภูมิภาคโดยต้องได้รับความเห็นชอบจากแนวร่วมไอเอสทุกกลุ่ม แต่กลุ่มต่างๆ มีอุดมการณ์และเป้าหมายในการก่อเหตุแตกต่างกัน ทำให้ตกลงกันได้ยาก

ส่วนในไทย บ่ายวันเดียวกัน พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม.พร้อมคณะเดินทางไปตรวจการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ตม.ที่ด่าน ตม.สะเดา จ.สงขลา ร่วมกับ ตม.ประเทศมาเลเซีย ก่อนเปิดเผยว่า เป็นการตรวจอาคารด่านใหม่ที่นายกรัฐมนตรี มาเปิดเมื่อปลายเดือน ธ.ค.58 เป็นอาคารปรับอากาศ คล้ายสนามบิน มีการติดตั้งอุปกรณ์เทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้การตรวจรัดกุมและรอบคอบกว่าแต่ก่อน เทียบเคียงกับระบบตรวจสอบในสนามบินนานาชาติ ซึ่งพื้นที่ด่าน ตม.สะเดา เป็นเขตติดต่อประเทศมาเลเซีย มีชาวอินโดนีเซียจำนวนมากเดินทางเข้าไทยจากประเทศมาเลเซีย จึงกำชับให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มตรวจสอบบุคคลต้องสงสัยและชาวต่างชาติที่เป็นกลุ่มเสี่ยงต้องเฝ้าระวัง ทั้งนี้ มั่นใจในระบบการตรวจสอบที่นำเครื่องมือทันสมัยเข้ามาตรวจสอบบุคคลเข้า-ออกประเทศ

ศิลปินสาวลักเซมเบิร์กนอนเปลือยหน้าภาพ “Olympia” ที่พิพิธภัณฑ์กรุงปารีส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/564158

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ม.ค. 2559 05:45

 

(ภาพ: AFP)

ศิลปินสาวชาวลักเซมเบิร์กนอนเปลือยหน้าภาพ โอลิมเปีย โดยเลียนแบบท่าทางของผู้หญิงในภาพ เพื่อถ่ายทอดแบบของภาพวาดให้ผู้เข้าชมได้เห็นด้วยตาตนเอง ก่อนถูกตำรวจจับ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เดโบราห์ เดอ โรแบร์ติส์ ศิลปินสาวชาวลักเซมเบิร์กนอนเปลือยหน้าภาพ โอลิมเปีย “Olympia” ของมาเนต์ ที่พิพิธภัณฑ์ดอร์เซย์ กรุงปารีส (Musée d’Orsay à Paris) เมื่อวันเสาร์ที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา เพื่อถ่ายทอดแบบของภาพวาดให้ผู้เข้าชมได้เห็นด้วยตาตนเอง ก่อนที่เธอจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมและควบคุมตัว ในข้อหาทำอนาจารต่อหน้าธารกำนัล

นายเทวฟิค บูเซอนูน ทนายความของเธอระบุว่า เธอถูกควบคุมตัวต่อในวันอาทิตย์ หลังจากที่ได้ปล่อยตัวชั่วคราวในคืนวันเสาร์ด้วยเหตุผลทางการแพทย์

ช่วงบ่ายวันเสาร์ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการแสดงนิทรรศการ “ความงดงามและความทุกข์ทรมาน ภาพลักษณ์ของโสเภณี ระหว่างปี 1850-1910” (Splendeurs et misères, Images de la prostitution 1850-1910) ศิลปินสาวก็ได้นอนเปลือยในท่าทางเดียวกับสตรีในภาพวาดของ เอดดูอาร์ด มาเนต์

ภาพ โอลิมเปีย (ภาพ: wikipedia)

ทั้งนี้ เอดดูอาร์ด มาเนต์ เป็นจิตรกรสมัยอิมเพรสชันนิสม์คนสำคัญของประเทศฝรั่งเศสในคริสต์ศตวรรษที่ 19 มีความสำคัญในการเขียนภาพสีน้ำมัน ผู้เป็นจิตรกรคนแรกในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ที่เขียนภาพเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของคนทั่วไป มาเนต์เป็นจิตรกรคนสำคัญที่มีบทบาทในการเปลี่ยนจากการเขียนภาพแบบเหมือนจริง (Realism) ไปเป็นแบบอิมเพรสชันนิสม์ ภาพวาด โอลิมเปีย “Olympia” ด้านหน้าเป็นภาพหญิงสาวนอนเปลือยเปล่าบนโซฟา ขณะที่ด้านหลังมีผู้หญิงผิวดำกำลังยื่นช่อดอกไม้มาให้เธอ

ทนายของเธอกล่าวว่า “เธอมีกล้องถ่ายภาพเพื่อบันทึกภาพปฏิกิริยาของผู้ชมด้วย มันเป็นงานแสดงของศิลปิน” ขณะที่เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ที่แจ้งข้อหากระทำการอนาจารต่อหน้าธารกำนัลกล่าวว่า “มีคนจำนวนมากบริเวณหน้าภาพวาด ผู้ดูแลตรวจพบและได้ขอให้เธอใส่เสื้อผ้า แต่เธอปฏิเสธ จึงได้มีการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาควบคุมตัวเธอออกไป”

แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า ได้ทำการควบคุมตัวเธอไว้จริง และนี่ไม่ใช่ครั้งแรก เมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 เธอก็ได้มาเปิดแสดงอวัยวะเพศของตนเองต่อหน้าภาพวาด “ต้นกำเนิดของโลก” (L’origine du monde) ของ กุสตาฟ คูร์เบท์ (Gustave Courbet) ที่พิพิธภัณฑ์ดอร์เซย์ที่ได้แจ้งความกับเธอเช่นกัน.