‘เซลีน ดิออน’ เศร้าซ้ำสอง! มะเร็งคร่าชีวิตพี่ชาย 2 วันหลังเพิ่งเสียสามี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/564148

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ม.ค. 2559 05:15

 

เซลีน ดิออน นักร้องหญิงชื่อดังชาวแคนาดา ได้รับข่าวร้ายซ้ำสองในวันเสาร์ เมื่อพี่ชายของเธอเสียชีวิตแล้วด้วยโรคมะเร็ง เพียง 2 วันหลังจากเธอเพิ่งเสียสามีจากโรคเดียวกัน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า แดเนียล ดิออน พี่ชายวัย 59 ปี ของ เซลีน ดิออน นักร้องหญิงชื่อดังชาวแคนาดา เสียชีวิตแล้วด้วยโรคมะเร็ง ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใกล้เมืองมอนทรีออล ในประเทศแคนาดา เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (16 ม.ค.) เพียง 2 วันหลังจาก เรอเน อองเชลิล สามีของเซลีน เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเช่นเดียวกัน

แดเนียล ดิออน เป็นลูกคนที่ 8 ในพี่น้อง 14 คน ทำการแสดงดนตรีร่วมกับพี่น้องที่เปียโนบาร์ของครอบครัวของพวกเขาในรัฐควิเบก โดยนางคลอเดตต์ พี่สาวของแดเนียลเปิดเผยต่อสื่อแคนาดาว่า เขาป่วยเป็นโรคมะเร็งที่ลำคอ, ลิ้น และสมอง “เขาพร้อมแล้ว และไม่ต้องทุกข์ทรมานอีกต่อไป เขาไปสู่สุคติแล้ว” เธอระบุ

ทั้งนี้ เซลีน ดิออน นักร้องหญิงชื่อดังชาวแคนาดาวัย 47 ปี ต้องพบกับการสูญเสียครั้งใหญ่ 2 ครั้งในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 14 ม.ค. เรอเน อองเชลิล สามีและผู้จัดการของเธอเพิ่งเสียชีวิตขณะมีอายุ 73 ปี หลังจากต่อสู้กับโรคมะเร็งมานานกว่า 2 ปี โดยพิธีศพของนายอองเชลิลจะจัดขึ้นที่โบสถ์ นอร์ท-ดาม ในเมืองมอนทรีออล ที่ซึ่งทั้งคู่แต่งงานกัน.

เซียร์ราลีโอนกักกันคนกว่า 100 หลังพบเหยื่อ ‘อีโบลา’ รายใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/564117

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ม.ค. 2559 02:50

 

(ภาพ: AP)

ทางการประเทศเซียร์รีโอนดำเนินการกักกันผู้ต้องสงสัยสัมผัสกับหญิงสาวผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัส อีโบลา ที่เพิ่งได้รับการยืนยันเมื่อสัปดาห์ก่อน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติของประเทศเซียร์ราลีโอน ออกแถลงการณ์ร่วมกันในวันอาทิตย์ (17 ม.ค.) ว่า ได้ดำเนินการกักตัวคน 109 ราย ที่ติดต่อกับหญิงคนหนึ่งซึ่งเสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัส อีโบลา เมื่อสัปดาห์ก่อน และทำให้เกิดความวิตกว่าไวรัสมรณะตัวนี้จะกลับมาแพร่กระจายอีกครั้ง โดยในจำนวนนี้มี 28 คนที่มีความเสี่ยงติดเชื้อสูง

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของเซียร์ราลีโอนเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ออกมาประกาศเมื่อ 14 ม.ค. ว่า ห่วงโซ่การส่งผ่านเชื้ออีโบลาในแอฟริกาตะวันตกทั้งหมดเท่าที่รู้จนถึงตอนนี้ หยุดลงทั้งหมดแล้ว หลังจากไลบีเรียได้รับการประกาศให้ปลอดเชื้ออีโบลา ตามหลังกินี และเซียร์ราลีโอน เนื่องจากไม่พบผู้ป่วยรายใหม่เป็นเวลา 42 วันติดต่อกัน แต่ก็เตือนด้วยว่า อาจมีเชื้อหลงเหลืออยู่ในร่างกายของผู้รอดชีวิตนานหลายเดือน

อย่างไรก็ตาม หลังจาก WHO ประกาศเรื่องดังกล่าวได้เพียงวันเดียว ก็มีการเปิดเผยผลชันสูตรศพ น.ส.มาริอาตู จาลโลห์ นักศึกษาวัย 22 ปี ซึ่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 12 ม.ค. ว่าเธอเสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสอีโบลา โดยเธออาศัยอยู่ในบ้านร่วมกับคนถึง 22 คนในช่วงที่เธอล้มป่วย และมีคนอย่างน้อย 5 คนช่วยกันทำพิธีชำระล้างศพของเธอ

แถลงการณ์ของกระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติเซียร์ราลีโอนยังระบุด้วยว่า กำลังดำเนินการสืบสวนหาผู้ที่อาจติดเชื้ออีโบลาใน 4 เขตที่หญิงสาวรายนี้เดินทางไปเยือน

ทั้งนี้ การระบาดของไวรัสอีโบลาครั้งล่าสุดเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เมื่อช่วงต้นปี 2013 และตัวเลขที่มีการตรวจสอบจนถึงวันที่ 6 ม.ค. ที่ผ่านมาชี้ว่า ไวรัสตัวนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 11,315 ราย แบ่งเป็นในไลบีเรีย 4,809 ราย, ในเซียร์ราลีโอน 3,955 ราย ในกินี 2,536 ราย และในไนจีเรีย 8 ราย ส่วนที่เหลือเป็นผู้ติดเชื้อจากแอฟริกาตะวันตกแต่ไปเสียชีวิตในต่างประเทศ.

อัลเคดาโจมตี! ดับ23ศพ เผาโรงแรมวอด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/563803

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 17 ม.ค. 2559 06:30

 

(ภาพ : AP)

เมืองหลวงบูร์กินาฟาโซ ระห่ำรัวยิงนักท่องเที่ยว ไทยผวาสั่งด่วนป้องกัน

ยิ่งกว่าในหนัง หน่วยรบพิเศษบูร์กินาฟาโซ ปะทะเดือดกลุ่มก่อการร้ายเอคิวไอเอ็ม ขณะบุกช่วยเหลือตัวประกัน หลังคนร้ายอาวุธครบมือไม่น้อยกว่า 6 ราย ก่อเหตุกราดยิงใส่โรงแรมและร้านกาแฟกลางเมืองหลวง กรุงวากาดูกู ก่อนจบลงที่มีผู้เสียชีวิตเบื้องต้นอยู่ที่ 23 ศพ บาดเจ็บอย่างน้อย 33 คน ขณะที่อินโดนีเซียไล่ล่าจับกุมแนวร่วมก่อเหตุร้ายได้อีก 12 คน สั่งปิด 11 เว็บไซต์เผยแพร่ข้อความยั่วยุให้ก่อความรุนแรง ส่วนมาเลเซียจับ 4 ผู้ต้องสงสัยเอี่ยวไอเอส ด้าน “จักรทิพย์” กำชับทุกหน่วย เตรียมพร้อมรับมือป้องกันเหตุร้าย ตรวจตราเข้มงวด รวมถึงให้ ตม.ตรวจเข้ม-เฝ้าระวังบุคคลต้องห้ามเข้าประเทศ

กลุ่มก่อการร้ายยังคงออกอาละวาดทั่วโลกอย่างไม่หยุดหย่อน โดยเมื่อวันที่ 16 ม.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเกิดเหตุสะเทือนขวัญที่กรุงวากาดูกู เมืองหลวงบูร์กินาฟาโซ อดีตอาณานิคมฝรั่งเศส ในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตก หลังกลุ่มคนร้ายพร้อมอาวุธสงครามครบมือ บุกกราดยิงและจับตัวประกัน ภายในโรงแรมสเปลนดิด ส่งผลให้เกิดการปะทะอย่างดุเดือดกับหน่วยรบพิเศษที่เข้ามาคลี่คลายสถานการณ์เป็นเวลานานกว่าครึ่งวัน

ทั้งนี้ จากการเปิดเผยของหน่วยงานด้านความมั่นคงบูร์กินาฟาโซ เหตุเกิดเมื่อเวลา 20.30 น. ของวันที่ 15 ม.ค. ตามเวลาท้องถิ่น หรือประมาณ 03.30 น. ของวันที่ 16 ม.ค. ตามเวลาไทย คนร้ายที่เชื่อว่ามีอย่างน้อย 6 คน ขับรถยนต์มาจอดที่บริเวณหน้าโรงแรมสเปลนดิด ก่อนใช้อาวุธสงครามกราดยิงอย่างไม่เลือกหน้าบริเวณหน้าโรงแรม และร้านกาแฟชื่อคาปูชิโน่ ฝั่งตรงข้ามถนน พร้อมจุดไฟเผาทำลายรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ที่จอดเรียงรายอยู่รวม 10 คัน จากนั้นจึงพากันบุกเข้าไปในโรงแรม ซึ่งพยานในที่เกิดเหตุระบุว่า ภายในโรงแรมได้ยินเสียงกรีดร้องและเสียงปืนดังอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มคนร้ายจ้องเล่นงานชาวต่างชาติ

ส่วนที่ร้านกาแฟฝั่งตรงข้าม มีผู้พบเห็นเหยื่อกระสุนนอนเรียงรายเกลื่อนระเบียงนอกร้าน ไม่น้อยกว่า 10 คน แต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเสียชีวิตหรือไม่ ขณะที่นายโรเบิร์ต ซันกาเร ผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวากาดูกู ระบุในเวลาต่อมาว่าผู้เสียชีวิตเบื้องต้นอยู่ที่ 23 ศพ บาดเจ็บอย่างน้อย 33 คน มีทั้งบาดแผลถูกยิงและตกจากที่สูง พร้อมเห็นได้ชัดว่าคนร้ายเลือกยิงชาวต่างชาติผิวขาวเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่มิได้เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นชาวต่างชาติกี่คน ระบุเพียงว่ามีชาวยุโรปรวมอยู่ด้วย อย่างไรก็ตาม นายซิมอน คัมเปาเร รมว.ความมั่นคงบูร์กินา ฟาโซ ระบุว่าเหยื่อในเหตุการณ์ครั้งนี้มีอย่างน้อย 18 สัญชาติ

จากนั้นอีกประมาณ 5 ชั่วโมงต่อมา เจ้าหน้าที่ความมั่นคงของบูร์กินาฟาโซ รวมถึงชุดปฏิบัติการพิเศษของฝรั่งเศสและที่ปรึกษาด้านข่าวกรองสหรัฐฯ ได้เดินทางมาถึงโรงแรมสเปลนดิด พบสภาพที่เกิดเหตุเต็มไปด้วยความเสียหาย กลุ่มคนร้ายได้จุดไฟเผาบริเวณห้องโถงหน้าโรงแรม พร้อมจับตัวประกันอยู่ภายใน จึงได้ตัดสินใจแบ่งกำลังเป็น 2 ชุด และบุกเข้าไปในโรงแรมหวังจบสถานการณ์ ส่งผลให้เกิดการยิงต่อสู้อย่างดุเดือด เสียงปืนและเสียงระเบิดดังสนั่นเป็นเวลานานกว่า 40 นาที ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือตัวประกันออกมาได้ 33 คน ในจำนวนนี้รวมถึงนายคลีมองต์ ซาวาโดโก รมว.แรงงานบูร์กินาฟาโซ

ขณะที่กลุ่มก่อการร้ายสากลอัลเคด้าในอิสลามมัฆริบ หรือเอคิวไอเอ็ม ซึ่งมีฐานที่มั่นในแอฟริกา ได้ออกแถลงการณ์ว่า นักรบของเอคิวไอเอ็มเป็นผู้ลงมือก่อเหตุครั้งนี้ โดยเล็งเป้าหมายที่โรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในกรุงวากาดูกู ของบูร์กินาฟาโซ โดย มีจุดประสงค์เพื่อต่อสู้กับศัตรูศาสนา ล้างแค้นฝรั่งเศส และทำลายความน่าเชื่อถือชาติตะวันตก ส่วนเครือข่ายจับตาการเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อการร้าย หรือเอสไอทีอีของสหรัฐฯ ระบุว่า สมาชิกก่อเหตุในครั้งนี้เป็นเครือข่ายของกลุ่มอัล-มูราบิทูน พันธมิตรเอคิวไอเอ็ม ซึ่งมีฐานที่มั่นอยู่ในประเทศมาลี ทางตอนเหนือของบูร์กินาฟาโซ ทั้งยังอยู่เบื้องหลังการก่อเหตุบุกจับตัวประกันที่โรงแรมเรดิสัน บลู ในมาลี เมื่อวันที่ 20 พ.ย.ปีก่อน

ต่อมาสำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าสถานการณ์ในบูร์กินาฟาโซ ที่ดำเนินมานานกว่าครึ่งวัน โดยระบุว่าเจ้าหน้าที่ความมั่นคงรัฐบาลบูร์กินาฟาโซ ได้แถลงจบสถานการณ์กลุ่มก่อการร้ายจับตัวประกันในโรงแรมสเปลนดิดเป็นที่เรียบร้อย โดยตัวประกันถูกช่วยเหลือออกมาได้ 126 คน ส่วนคนร้ายเบื้องต้นถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญ-ฆาตกรรม 4 ศพ โดย 3 คนแรกถูกวิสามัญฯ ภายในโรงแรมสเปลนดิด ในจำนวนนี้เป็นผู้ก่อเหตุหญิง 2 คน ส่วนคนร้ายรายที่ 4 ถูกวิสามัญฯหลังหนีไปกบดานในโรงแรมยีบี ใกล้ที่เกิดเหตุ

วันเดียวกัน รัฐบาลอินโดนีเซียแถลงความคืบหน้าการกวาดล้างและจับกุมแนวร่วมกลุ่มติดอาวุธผู้ก่อเหตุระเบิดและยิงปะทะในกรุงจาการ์ตาเมื่อวันที่ 14 ม.ค. ทำให้มีผู้เสียชีวิต 7 ราย เป็นผู้บริสุทธิ์ 2 ราย และผู้ก่อเหตุ 5 ราย โดยนายโมฮัมหมัด อิกบัล โฆษกสำนักงานตำรวจอินโดนีเซีย เผยว่า หน่วยต่อต้านก่อการร้ายบุกตรวจค้นพื้นที่หลายจุดบนเกาะชวาตะวันตก ชวากลาง รวมถึงกะลิมันตันตะวันออก และจับกุมผู้ต้องสงสัยเป็นแนวร่วมก่อเหตุในกรุงจาการ์ตาได้ 12 ราย พร้อมเปิดเผยข้อมูลว่า นายอาฟิฟ หรือ “ซูนาคิม” หนึ่งในผู้ก่อเหตุ ซึ่งถูกยิงเสียชีวิต เคยฝึกอาวุธในจังหวัดอาเจะห์ ทางเหนือของอินโดนีเซีย และเป็นสมาชิกกลุ่มติดอาวุธ “คาติบะห์ นูซันตารา” ที่ประกาศสวามิภักดิ์ต่อกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) ในอิรักและซีเรียในปี 2558 ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ นายอิสมาอิล คาวิดู เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ กระทรวงการสื่อสารแห่งอินโดนีเซีย แถลงว่า รัฐบาลสั่งปิดเว็บไซต์ 11 เว็บที่เผยแพร่ข้อความยั่วยุให้ใช้กำลังก่อเหตุรุนแรงโดยอ้างความเชื่อทางศาสนาอิสลาม พร้อมทั้งส่งจดหมายขอความร่วมมือผู้ให้บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดนิยมในอินโดนีเซีย ทั้งเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และเทเลแกรมให้พิจารณาระงับหรือลบข้อมูลของผู้ใช้เครือข่ายที่เข้าข่ายปลุกระดมให้มีการก่อเหตุหรือเผยแพร่แนวคิดสุดโต่งที่สนับสนุนการใช้ความรุนแรงต่อสู้เพื่ออุดมการณ์ศาสนา พร้อมระบุว่า ที่ผ่านมากลุ่มติดอาวุธแนวร่วมไอเอสในอินโดนีเซียใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์เป็นเครื่องมือหลักในการปลุกระดมและรับสมัครแนวร่วมหน้าใหม่ ส่วนหน่วยงานความมั่นคงของอินโดนีเซียประเมินว่ามีผู้สนับสนุนไอเอสกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศประมาณ 1,000 ราย

ส่วน พล.ต.อ.คาลิด อาบู บาคาร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย แถลงผลจับกุมผู้ต้องสงสัย 4 ราย ซึ่งเป็นแนวร่วมของกลุ่มไอเอสในมาเลเซีย โดยระบุว่าผู้ต้องสงสัย 3 รายถูกตำรวจในประเทศตุรกีจับกุมได้ขณะทั้งหมดลักลอบเดินทางข้ามฝั่งจากตุรกีไปยังประเทศซีเรีย เพื่อเข้าร่วมต่อสู้กับกลุ่มไอเอส และรัฐบาลตุรกีได้ส่งตัวผู้ต้องสงสัยทั้งหมดกลับมาดำเนินคดีที่มาเลเซีย เมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ผู้ต้องสงสัยเป็นแนวร่วมไอเอสรายที่ 4 เป็นชายอายุ 28 ปี ถูกจับกุมพร้อมมีดดาบและเอกสารของกลุ่มไอเอสที่สถานีรถไฟใจกลางกรุงกัวลาลัมเปอร์ ใกล้อาคารปิโตรนาสทาวเวอร์ เมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยผู้ต้องสงสัยรับสารภาพว่ามีแผนจะก่อเหตุระเบิดพลีชีพในมาเลเซีย แต่กำลังรอคำสั่งและรายละเอียดขั้นตอนปฏิบัติการจากสมาชิกกลุ่มไอเอสในประเทศซีเรีย

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเพิ่มเติมด้วยว่าช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดเหตุวัยรุ่นชายชาวมาเลเซีย อายุ 16 ปีสวมชุดคล้ายกลุ่มนักรบไอเอสใช้มีดจี้สตรีรายหนึ่งในซุปเปอร์มาร์เกต ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของมาเลเซีย แต่ถูกตำรวจตามจับได้ ขณะที่ผลการสอบสวนพบว่าวัยรุ่นคนดังกล่าวมีจิตใจฝักใฝ่กลุ่มไอเอส และติดตามข้อมูลข่าวสารของกลุ่มไอเอสผ่านสื่อออนไลน์ จึงลงมือก่อเหตุเพื่อพิสูจน์ว่าตนเองสามารถสร้างความหวาดกลัวแก่ผู้คนได้ และสำ นักข่าวเอเอฟพีรายงานด้วยว่ารัฐบาลมาเลเซียกำลังจับตามองกลุ่มชาวมาเลเซีย ซึ่งเพิ่งเดินทางกลับจากประเทศซีเรีย อย่างใกล้ชิด ในฐานะผู้ต้องสงสัยเป็นแนวร่วมไอเอส ที่เผยแพร่แนวคิดปลุกระดมให้ใช้ความรุนแรงก่อวินาศกรรม

ส่วนในไทย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.เปิดเผยว่า ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานในสังกัดดำเนินการตามแนวทางการป้องกันเหตุ เชื่อว่าไม่น่ามีผลกระทบไทยเนื่องจากไม่ใช่คู่ขัดแย้ง แต่เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้คนไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ให้ทุกหน่วยงานป้องกันสถานที่สำคัญ สถานที่ราชการและสถานประกอบการที่สำคัญ ห้างสรรพสินค้า รวมทั้งสถานทูต สถานกงสุล แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และป้องกันภัยบุคคลสำคัญของประเทศ ไทยและต่างประเทศ ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวความเคลื่อนไหวบุคคล กลุ่มบุคคลเป้าหมายทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่มีพฤติการณ์เป็นภัยต่อความมั่นคง หรือกระทำการที่ส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยว ให้ประสานทหาร ฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อบูรณาการการปฏิบัติงาน การจัดกำลังออกตรวจร่วมในช่วงเวลาและสถานที่ที่เหมาะสม เพื่อป้องกัน ปราบปราม และตัดโอกาสคนร้ายในการกระทำความผิด และสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม รวมถึงให้ สตม.เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจค้นบุคคลที่เดินทางเข้าออกราชอาณาจักร โดยเฉพาะบุคคลต้องห้าม ให้มีบัญชีเป้าหมายบริเวณท่าอากาศยานนานาชาติทุกแห่ง และด่าน ตม.ในพื้นที่แนวชายแดน

ทั้งนี้ ในวันเดียวกัน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.(มค.) มีหนังสือคำสั่งเลขที่ 0007.33/5 ด่วนที่สุดให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมและรับมือการป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น โดยให้ทุกกองบัญชาการ จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจ สำรวจข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่สำคัญ พร้อมทั้งจัดทำแผนเผชิญเหตุในการป้องกันและระงับการก่อการร้าย และการก่อวินาศกรรม ในเขตพื้นที่รับผิดชอบให้เป็นปัจจุบัน และทันต่อเหตุการณ์ มีการป้องกันภัยให้บุคคลสำคัญต่างๆ ทั้งของไทยและต่างประเทศ รวมไปถึงการป้องกันสถานที่กลุ่มเสี่ยงต่างๆ เช่น ท่าอากาศยาน สถานีรถไฟ ท่าเรือ สถานี ขนส่ง สถานีไฟฟ้า ศูนย์โทรศัพท์ สถานศึกษา โรงพยาบาล สถานทูต สถานกงสุล ฯลฯ และแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของชาวต่างชาติ รวมทั้งกำชับให้ประสานขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ช่วยกันสอดส่องดูแลความเรียบร้อยในพื้นที่ของตนเอง แจ้งเบาะแสต่างๆ กับเจ้าหน้าที่เพื่อที่จะสามารถเข้าไปแก้ไขสถานการณ์ได้ทันท่วงที และยังได้เน้นย้ำให้ สตม.เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบบุคคลที่เดินทางเข้า-ออกประเทศ โดยเฉพาะบุคคลต้องห้ามในบัญชีเป้าหมายบริเวณท่าอากาศยานนานาชาติทุกแห่ง และการตรวจยานพาหนะบริเวณด่านชายแดนอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและชาวต่างชาติที่จะเดินทางมาประเทศไทย

นอกจากนี้ ในช่วงสาย พล.ต.ต.ชัยพร พานิชอัตรา ผบก.น.3 และ พ.ต.อ.วัฒนา ยี่จีน รอง ผบก.น.3 พร้อมฝ่ายสืบสวน สน.มีนบุรี ทหาร และสุนัขตำรวจ นำกำลังเข้าตรวจค้นหอพักไม่มีชื่อ เลขที่ 14, 31 ซอยราษฎร์อุทิศ 44/2 ถนนราษฎร์อุทิศ แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ หลังมีสถานการณ์ก่อวินาศกรรมกลางกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ตามมาตรการเอกซเรย์พื้นที่สุ่มเสี่ยงของรัฐบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการตำรวจ นครบาล เพื่อเฝ้าระวังและป้องปรามผู้ที่ไม่หวังดีเข้ามาอยู่ตามชุมชนหรือหอพักทั่ว กทม. ซึ่งจากการตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย

ก่อการร้าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/563823

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 17 ม.ค. 2559 06:03

 

(ภาพ : Reuters)

สภาพด้านหน้าโรงแรมสเปลนดิด กลางกรุงวากาดูกู เมืองหลวงประเทศบูร์กินาฟาโซ ในทวีปแอฟริกา ที่ถูกกลุ่มติดอาวุธอิสลามิกบุกกราดยิงชาวต่างชาติ เผารถยนต์และจับคนในโรงแรมเป็นตัวประกัน กระทั่งต่อมาเจ้าหน้าที่บุกเข้าช่วยตัวประกันและเกิดการยิงต่อสู้กันอย่างดุเดือด เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 23 ราย บาดเจ็บอย่างน้อย 33 คน.

อิหร่านทำตามสัญญา! นานาชาติยกเลิกคว่ำบาตรแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/563841

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 ม.ค. 2559 06:00

 

โมฮัมหมัด จาวาด ซาริฟ รมว.ต่างประเทศอิหร่าน, ยูกิยะ อามาโนะ ผอ.ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ และเฟเดริกา มอเกรินี ผู้แทนระดับสูงด้านนโยบายการต่างประเทศและความมั่นคงของสหภาพยุโรป เดินทางถึงสำนักงานใหญ่ไอเออีเอในกรุงเวียนนาของออสเตรียเมื่อวันเสาร์ (ภาพ: AP)

ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศรับรองว่าอิหร่านทำตามข้อตกลงนิวเคลียร์ที่ให้ไว้กับชาติมหาอำนาจ ทำให้นานาชาติทั้งสหภาพยุโรป และสหรัฐฯประกาศยกเลิกคว่ำบาตรอิหร่านแล้ว…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 16 ม.ค. นางเฟเดริกา มอเกรินี ผู้แทนระดับสูงด้านนโยบายการต่างประเทศและความมั่นคงของสหภาพยุโรป ประกาศการยกเลิกการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน หลังรัฐบาลเตหะรานทำตามข้อตกลงนิวเคลียร์ที่พวกเขาทำไว้ร่วมกับชาติมหาอำนาจเมื่อเดือนก.ค. ปีก่อน ได้อย่างสำเร็จลุล่วง

คำประกาศของนางมอเกรินีเกิดขึ้นหลังจาก ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (ไอเออีเอ) ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตรวจสอบของพวกเขายืนยันความถูกต้องแล้วว่า อิหร่านได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดแล้ว ขณะที่นายจอห์น แคร์รี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า เขาได้ออกคำสั่งให้มีการยกเลิกการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านแล้ว

นายฮัสซัน โรฮานี ประธานาธิบดีอิหร่านออกแสดงความยินดีหลังการประกาศของไอเออีเอ โดยระบุผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์ว่า ข้อตกลงนิวเคลียร์ผลิดอกออกผลแล้ว

ทั้งนี้ ตามข้อตกลงระหว่างอิหร่านกับชาติมหาอำนาจ พวกเขาจะต้องลดจำนวนเครื่องหมุนเหวี่ยงสำหรับเสิร์มสมรรถนะแร่พลูโตเนียมและยูเรเนียมลงอย่างมาก รวมทั้งต้องรื้อทำลายเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์น้ำมวลหนักที่ตั้งอยู่ใกล้เมืองอารัค โดยทั้ง 2 อย่างสามารถถูกใช้ในการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ได้

การยกเลิกการคว่ำบาตรต่ออิหร่านของนานาชาติ จะเป็นการปลดล็อกสินทรัพย์มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯที่ถูกอายัดเอาไว้ และอิหร่านสามารถขายน้ำมันแก่นานาชาติได้แล้ว

ปีกว่ายังไม่ทุเลา! อัยการมิชิแกนสั่งสอบ วิกฤติน้ำประปาปนเปื้อนสารตะกั่ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/563831

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 ม.ค. 2559 04:55

 

(ภาพ: REUTERS)

สำนักงานอัยการรัฐมิชิแกนเริ่มการสอบสวนในเหตุ วิกฤติน้ำประปาปนเปื้อนสารตะกั่วที่เมืองฟลินต์ ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2014 เพื่อหาว่ามีการละเมิดกฎหมายจนทำให้เกิดวิกฤติครั้งนี้หรือไม่…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันศุกร์ (15 ม.ค.) สำนักงานอัยการรัฐมิชิแกนเริ่มการสอบสวนในเหตุ วิกฤติน้ำประปาปนเปื้อนสารตะกั่วที่เมืองฟลินต์ ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2014 ส่วนผู้ว่าการรัฐมิชิแกนเรียกร้องให้ประธานาธิบดี บารัค โอบามา ประกาศสถานการณ์ภัยพิบัติ ในขณะที่ทหารของกองกำลังป้องกันชาติกระจายกำลังออกไปทั่วเมืองฟลินต์ เพื่อแจกจ่ายน้ำดื่มบรรจุขวด, เครื่องกรองน้ำ และอุปกรณ์ทดสอบคุณภาพน้ำ

ประชาชนนำน้ำปนเปื้อนขอเข้าฟังการแถลงข่าวของ ริค สไนเดอร์ ผู้ว่าการรัฐมิชิแกน (ภาพ: AP)

วิกฤติน้ำปนเปื้อนสารตะกั่วในเมืองฟลินต์เกิดขึ้นในช่วงเดือนเม.ย. 2014 โดยรัฐบาลท้องถิ่นของเมืองฟลินต์ซึ่งในขณะนั้นอยู่ในการควบคุมของนาย ดาร์เนลล์ เออร์ลีย์ ผู้จัดการฉุกเฉิน ตัดสินใจเปลี่ยนแหล่งน้ำประปาใหม่จากทะเลสาป ฮิวรอน เป็นแม่น้ำฟลินต์เพื่อลดงบประมาณเนื่องจากปัญหาทางการเงิน และมีเสียงบ่นจากประชาชนแทบจะในทันทีว่า พบน้ำเปลี่ยนสี, มีกลิ่นและมีรส จากนั้นมีการตรวจพบการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรีย จึงเริ่มมีการตัวสอบน้ำด้วยวิธีการทางเคมี เพื่อหาการปนเปื้อนหลายๆแบบ แต่ทางการรัฐมิชิแกนยังยืนยันว่า ปัญหานี้ถูกจัดการแล้ว และน้ำประปาปลอดภัย

จนกระทั่งเดือนก.ย. 2015 หน่วยงาน ‘เวอร์จิเนีย เทค’ ออกมาเปิดเผยหลักฐานว่าน้ำปกเปือนสารตะกั่ว โดยผลการตรวจสอบพบว่าน้ำในแม่น้ำฟลินต์มีฤทธิ์เป็นกรดทำให้สารตะกั่วละลายจากท่อประปาที่มีอายุมากปนเปื้อนแหล่งน้ำในระดับสูงมาก ขณะที่ทางการเมืองฟลินต์เปลี่ยนแถลงน้ำประปากลับไปใช้ทะเลสาปฮิวรอนตามเดิมในเดือนต.ค. และยอมรับว่าน้ำปนเปือนสารตะกั่วเป็นครั้งในเดือนพ.ย. 2015

เจ้าหน้าที่กองกำลังป้องกันชาติเตรียมแจกจ่ายน้ำดื่มบรรจุขวดแก่ประชาชนในเมืองฟลินต์ ซึ่งกำลังประสบปัญหาน้ำประปาปนเปื้อนสารตะก่ั่ว (ภาพ: AP)

เมื่อวันศุกร์ที่ 15 ม.ค. ที่ผ่านมา นายบิล ชูตี อัยการสูงสุดรัฐมิชิแกนประกาศว่า สำนักงานของเขาจะดำเนินการสืบสวนว่า มีการละเมิดกำหมายของรัฐอันส่งผลให้เกิดวิกฤตการณ์น้ำประปาปนเปื้อนครั้งนี้หรือไม่ ขณะที่สำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและกระทรวงยุติธรรมก็กำลังสืบสวนในเรื่องเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่สามารถเปิดเผยไก้ว่ากำลังใครหรือหน่วยงานใดตกเป็นเป้าหมายของการสืบสวน แต่รายงานจากหน่วยงานเฉพาะกิจ ซึ่งแต่งตั้งโดย ริค สไนเดอร์ ผู้ว่าการรัฐมิชิแกน ที่เพิ่งได้รับการเปิดเผยเมื่อไม่นานมานี้กล่าวโทษสำนักงานคุณภาพสิ่งแวดล้อมเป็นต้นเหตุทำให้น้ำปนเปือน เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด และตอบสนองต่อความกังวลเรื่องการปนเปื้อนในแม่น้ำฟลินต์ด้วยการปลดและพยายามดิสเครดิตผู้ที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ วิกฤตการณ์น้ำประปาป้นเปื้อนที่เกิดขึ้น ทำให้ชาวเมืองฟลินต์ที่มีประมาณ 99,000 คน ไม่สามารถใช้น้ำประปาเพื่อดื่ม, ประกอบอาหา หรืออาบน้ำได้ ขณะที่ทางการรัฐมิชิแกนจะพบประชาชน 43 คน ล้มป่วยจากอาการระดับสารตะกั่วในเลือดสูง โดยสารตะกั่วเป็นพิษต่อระบบประสาทและส่งผลต่อการพัฒนาสมองของเด็ก ไม่เพียงเท่านั้น ทางการเพิ่งเปิดเผยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ในปี 2014-2015 มีผู้ป่วยโรคปอดอักเสบลีเจียนแนร์ (Legionnaire’s disease) ในเขต เจเนซี ในเมืองฟลินต์เพิ่มขึ้นอย่างมาก และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 10 ราย แต่ยังไม่แน่ชัดว่าเกี่ยวข้องกับปัญหาน้ำประปาปนเปื้อนหรือไม่

ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ทรงงานบรรณาธิการ ‘ฮัฟฟิงตันโพสต์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/563824

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 ม.ค. 2559 03:10

 

(ภาพ: AP)

เจ้าหญิงเคต ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ จะทรงงานเป็นบรรณาธิการรับเชิญของเว็บไซต์ข่าว ฮัฟฟิงตันโพสต์ สหราชอาณาจักร เป็นเวลา 1 วันในเดือนหน้า เพื่อทำข่าวฉบับพิเศษเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพจิต…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สำนักพระราชวังเคนซิงตันประกาศผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์เมื่อวันที่ 15 มกราคมว่า “ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์มีความยินดีที่จะทำหน้าที่บรรณาธิการรับเชิญของเว็บไซต์ข่าว ฮัฟฟิงตันโพสต์ สหราชอาณาจักร (ยูเค) เป็นเวลาหนึ่งวันในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์” เพื่อทำฉบับพิเศษสำหรับสุขภาพจิตที่ดีของเยาวชน จากการที่พระองค์ทรงงานเน้นเกี่ยวกับประเด็นสุขภาพจิตที่ดีของเยาวชนเป็นหลักอยูแล้ว

ทางสำนักพระราชวังเคนซิงตันได้แถลงว่า เจ้าหญิงเคต มิดเดิลตัน พระชายาในเจ้าชายวิลเลียม ดยุคแห่งเคมบริดจ์ “จะทรงขอความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต รวมทั้งเยาวชน พ่อแม่ และอาจารย์” และพระองค์ทรงยินดีที่จะได้ต้อนรับคณะกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฮัฟฟิงตันโพสต์

ขณะที่นาย สตีเฟน ฮัล บรรณาธิการฮัฟฟิงตันโพสต์กล่าวว่า “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ทรงเข้าร่วมเป็นบรรณาธิการรับเชิญของฮัฟฟิงตันโพสต์ ยูเค เป็นเวลาหนึ่งวัน” อนึ่ง เว็บไซต์ข่าวฮัฟฟิงตันโพสต์ สหราชอาณาจักร ซึ่งได้เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2548 ขณะนี้มีอยู่ในหลายประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร สเปน อิตาลี ญี่ปุ่น แคนาดา เยอรมนี บราซิล เกาหลีใต้ ประเทศมาเกร็บที่ใช้ภาษาอาหรับ และกรีซ

ไช่ อิง เหวิน สุดดีใจ คว้าชัยเลือกตั้ง!! ประธานาธิบดีหญิงคนแรกไต้หวัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/563752

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ม.ค. 2559 19:15

 

ไช่ อิง เหวิน คว้าชัยเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ของไต้หวัน อีกทั้งยังสร้างประวัติศาสตร์ ก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกของไต้หวัน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานในที่สุด นางไช่ อิง เหวิน หัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน ประชาธิปไตยก้าวหน้า หรือดีพีพี คือผู้สมัครที่ คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีของไต้หวันในวันนี้ (16 ม.ค.) ได้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ และยังเป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกของไต้หวันอีกด้วย

บีบีซี รายงานว่า นายอีริค ฉู ผู้สมัครจากพรรครัฐบาลก๊กมินตั๋ง ได้ออกมายอมรับความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้ง หลังจากผลการนับคะแนนบัตรเลือกตั้ง ปรากฏว่า เขาได้คะแนนเสียงเพียงแค่ประมาณ 30% เท่านั้น พร้อมกันนั้น นายอีริค ฉู ยังได้แสดงความยินดีกับนางไช่ อิง เหวิน ที่ชนะการเลือกตั้ง ขณะเดียวกัน เขายังได้ประกาศลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคก๊กมินตั๋ง เพื่อแสดงความรับผิดชอบที่พ่ายแพ้การเลือกตั้ง

ผู้สนับสนุนนางไช่ อิง เหวิน ดีใจกับชัยชนะ

ทั้งนี้ นางไช่ อิง เหวิน ปัจจุบันอายุ 59 ปี ดำรงตำแหน่งประธานพรรคฝ่ายค้าน ประชาธิปไตยก้าวหน้า หรือดีพีพีมา ตั้งแต่ปี 2551 โดย นางไช่มีจุดยืนในเรื่องการไม่ยอมรับ นโยบาย ‘จีนเดียว’ ของจีน ตามประวัตินางไช่ อิง เหวิน  เกิดในตระกูลมั่งคั่ง จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ด้านกฏหมาย จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน และจบปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ในสหรัฐฯ และปริญญาเอกจากวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์แห่งลอนดอน

นางไช่ อิง เหวิน ชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีของไต้หวัน เมื่อ 16 ม.ค.58

หลังจบการศึกษาแล้ว ไช่ อิง เหวินได้กลับมาเป็นอาจารย์สอนหนังสือที่ไต้หวันในปี 2527 และเริ่มทำหน้าที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับนโยบายการค้าระหว่างประเทศและนโยบายเกี่ยวกับจีน สมัยรัฐบาลอดีตประธานธิบดีหลี่ เต็ง ฮุย เป็นครั้แรกในปี 2543 และยังรับตำแหน่ง ประธานสภากิจการต้านแผ่นดินใหญ่ในสมัยรัฐบาลอดีตประธานาธิบดีเฉิน สุ่ย เปียน ก่อนจะได้รับแต่งตั้งให้เป็นรองนายกรัฐมนตรี และที่ปรึกษาประธานธิบดี จนอดีตประธานาธิบดีเฉิน สุ่ย เปียน หมดวาระดำรงตำแหน่งสมัยที่สอง ในปี 2551

สองผัวเมียชาวรัฐเทนเนสซีเฮลั่น! ยืนยันรายแรก ถูกแจ็กพอตพาวเวอร์บอล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/563732

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ม.ค. 2559 17:59

 

สองสามีภรรยาชาวรัฐเทนเนสซี นอนไม่หลับทั้งคืน… เป็นหนึ่งใน 3 ของผู้โชคดี กลายเป็นมหาเศรษฐีชั่วข้ามคืน ถูกแจ็กพอตสลากพาวเวอร์บอล ร่วมคว้าเงินรางวัลมหาศาล 5.4 หมื่นล้านบาท

เมื่อวันที่ 16 ม.ค. สื่อต่างประเทศรายงานครึกโครมถึงความโชคดีของนายจอห์น และ นางลิซา โรบินสัน สองสามีภรรยาชาวเมืองมันฟอร์ด รัฐเทนเนสซี ในสหรัฐฯ ที่กลายเป็นเศรษฐีในเวลาชั่วข้ามคืน เมื่อทั่งคู่คือหนึ่งใน 3 ของผู้ที่ร่วมถูกรางวัลแจ็กพอตสลากพาวเวอร์บอล ได้รับเงินรางวัลแจ๊กพอตสลากพาวเวอร์บอล ก่อนหักภาษีถึง 500 ล้านดอลลาร์ หรือ 18,000 ล้านบาท หลังจากแจ๊กพอตพาวเวอร์บอลงวดนี้ ได้สร้างสถิติมากสุดเป็นประวัติการณ์ในสหรัฐฯ ถึง 1.5 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 54,000 ล้านบาท

ด้านสองสามีภรรยาครอบครัวโรบินสันเล่าด้วยความตื่นเต้นเมื่อได้รับเชิญให้ไปออกรายการทีวีในสหรัฐฯ ‘ทูเดย์ โชว์’ หลังถูกแจ็กพอตสลากพาวเวอร์บอล ว่า พวกเขาได้แวะซื้อสลากพาวเวอร์บอลหลายใบระหว่างเดินทางจากที่ทำงานกลับบ้าน และเข้านอนด้วยความเหนื่อยล้า ก่อนจะมีการประกาศเลขรางวัลแจ็กพอตพาวเวอร์บอล กระทั่งลิซา ผู้เป็นภรรยาซึ่งได้จดเลขแจ็กพอตรางวัลพาวเวอร์บอลไว้ ได้รีบมาปลุกสามีตั้งแต่ตอน 04.30 น. ว่าเธอและสามีถูกแจ็กพอตพาวเวอร์บอล พร้อมกับตรวจเช็กเลขแจ็กพอตที่เธอจดไว้เปรียบเทียบกับสลากพาวเวอร์บอลที่ซื้อมาถึง 3 รอบ

จอห์น และลิซา โรบินสัน (กลาง)มาที่สำนักงานสลากพาวเวอร์บอล ในเมืองแนชวิลล์ รัฐเทนเนสซี

‘เรานอนไม่หลับเลย’ ลิซา ซึ่งมาออกรายการทีวีกับสามี เผยความรู้สึก หลังเธอและสามี ถูกแจ็กพอตสลากพาวเวอร์บอล อย่างไรก็ตาม แม้ครอบครัวโรบินสันจะกลายเป็นเศรษฐีในพริบตา แต่ ลิซา ซึ่งมีอาชีพเป็นแพทย์ด้านผิวหนังยังยืนยันว่าเธอจะไม่ลาออกจากงาน และจะทำงานต่อไป

ด้านเจ้าหน้าที่กองสลากพาวเวอร์บอล ยังเปิดเผยถึงคนดวงเฮง 3 คน ที่ร่วมคว้ารางวัลแจ็กพอตพาวเวอร์บอล เลขที่ออกคือ 4,8,19,27,34 และเลขพาวเวอร์บอล 10 ด้วยว่านอกจากสองสามีภรรยาครอบครัวโรบินสัน ในรัฐเทนเนสซีแล้ว ยังมีผู้โชคดีที่ซื้อสลากพาวเวอร์บอล เลขแจ็กพอตที่ร้าน 7-อีเลฟเว่น ที่ชิโน ฮิลล์ เมืองลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนียและอีกรายอยู่ที่รัฐฟลอริดา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เป็นเศรษฐีในพริบตา!! แจ็กพอตพาวเวอร์บอลมะกัน เงินรางวัล 5.4 หมื่นล้าน แตกแล้ว

ยิ้มออก! ยอดขายรถยนต์ในยุโรปปี 58 เกือบ 14 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 9.3%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/563697

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ม.ค. 2559 16:30

 

สมาคมผู้ผลิตรถยนต์ยุโรป ยิ้มออก ยอดขายรถยนต์ปี 58 ขายได้เกือบ 14 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 9.3% บริษัทผลิตรถยนต์ยี่ห้อเรโนลด์ มียอดขายเพิ่มขึ้นมากสุด 9.2%

เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2559 สมาคมผู้ผลิตรถยนต์ยุโรป รายงานการขายรถยนต์ในยุโรปประจำปี 2558 มีจำนวน 13.7 ล้านคัน ยอดขายเพิ่มขึ้น ถึง 9.3% โดยบริษัทผลิตรถยนต์เรโนลด์ มียอดขายเพิ่มขึ้น 9.2% ขณะที่กลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ PSA ที่ผลิตรถยนต์เปอโยต์ ซีตรอง ยอดขายเพิ่มขึ้น 6.2% และรถยนต์ยี่ห้อโฟล์คสวาเกนที่มีเรื่องอื้อฉาวของการโกงค่ามลพิษเครื่องยนต์ดีเซล มียอดขายเพิ่มขึ้น 6.3%

สำหรับการขายรถยนต์เพิ่มสูงสุด ในประเทศสเปน โดยเพิ่มขึ้นถึง 20.9% อิตาลี 15.8% ฝรั่งเศส 6.8% อังกฤษ 6.3% และเยอรมนี 5.6% ขณะที่ประเทศเบลเยียมเพิ่มขึ้น 3.8% รวมแล้วมียอดขายรถกว่า 500,000 คัน โดยเดือนธันวาคม 58 มียอดขายรถยนต์จำนวน 32,741 คัน เพิ่มขึ้น 21.3% เทียบกับเดือนธันวาคมปี 2557

สมาคมผู้ผลิตรถยนต์ยุโรป แจ้งว่า เดือนธันวาคมที่ผ่านมามีการจดทะเบียนรถยนต์ส่วนบุคคลใหม่จำนวน 1.1 ล้านคัน นับเป็นยอดขายที่ขยายตัวสูงมากถึง 16.6% หรือดีที่สุดในรอบ 28 เดือนที่ยอดการจดทะเบียนรถยนต์เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยมา โดย กรุ๊ป PSA ผลิตรถยนต์เปอโยต์ ซีตรอง ยอดขายเพิ่มขึ้น 21.4% รถยนต์เรโนลต์ยอดขายเพิ่มขึ้น 27.9% โฟล์กสวาเกนที่มีปัญหาเครื่องยนต์ดีเซลยอดขายเพิ่มขึ้นเพียง 6% ขณะที่รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูมียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 19.9%

ขณะเดียวกัน สมาคมผู้ผลิตรถยนต์ยุโรประบุด้วยว่า การขายรถยนต์ในปี 2558 มีแนวโน้มที่ดีมาก และมีอัตราการขยายตัวที่ดี แต่จำนวนรถยนต์ที่ขายได้นั้นยังถือว่า น้อยอยู่และดีกว่ายอดขายในปี 2553 เพียงเล็กน้อยเท่านั้น หลังจากยุโรปเผชิญปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจในปี 2551