ฝรั่งเศส ลงมือรื้อค่ายอพยพในเมืองกาเลส์แล้ว โล่งอก ไร้เหตุรุนแรง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ต.ค. 2559 17:03

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/763101

 

ทางการฝรั่งเศส เริ่มรื้อค่ายผู้อพยพ ‘เดอะ จังเกิล’ ในเมืองกาเลส์แล้ว โล่งอก ไร้เหตุรุนแรง หวังจัดระเบียบผู้อพยพนับหมื่นจากแอฟริกา และตะวันออกกลาง ให้ไปอยู่ตามศูนย์ลี้ภัยทั่วประเทศเพื่อยื่นขอลี้ภัยไปอยู่ในประเทศอื่นต่อไป หลังจากที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ต้องการลี้ภัยไปอยู่ในอังกฤษจนก่อความรุนแรง

เมื่อ 24 ต.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กำลังตำรวจและเจ้าหน้าที่ทางการฝรั่งเศสกว่า 1,200 นาย เริ่มปฏิบัติการรื้อค่ายผู้อพยพ รู้จักกันดีในชื่อ ‘เดอะ จังเกิล’ (the Jungle) ในเมืองกาเลส์ เมืองท่าเรือทางตอนเหนือของฝรั่งเศสแล้ว เมื่อเช้าวันจันทร์ที่ 24 ต.ค. หลังจากค่ายผู้อพยพแห่งนี้ซึ่งมีผู้อพยพประมาณ 7,000 คน จากแอฟริกาและตะวันออกกลาง อาศัยกันอยู่ในเต็นท์หรือเพิงพักชั่วคราว เต็มไปด้วยความสกปรก และยังเกิดเหตุรุนแรงเพิ่มขึ้น

บีบีซี แจ้งว่า บรรดาผู้อพยพได้ยอมปฏิบัติตามคำสั่งของตำรวจ และเจ้าหน้าที่ทางการฝรั่งเศสด้วยดี โดยได้มาเข้าต่อแถวเพื่อรอลงทะเบียนกันด้วยความสงบนานถึง 4 ชั่วโมง ก่อนเจ้าหน้าที่จะเริ่มทำการรื้อค่ายเมื่อตอนช่วง 08.00 น. ขณะที่ รถบัสเที่ยวแรกจากทั้งหมดประมาณ 60 เที่ยวได้เริ่มนำผู้อพยพชุดแรก ซึ่งเป็นชาวซูดาน จำนวน 50 คน เดินทางออกจากเมืองกาเลส์ ไปยังศูนย์ผู้ลี้ภัยที่เขต บอร์กันดีแล้ว และคาดว่าตลอดทั้งวัน จะสามารถส่งผู้อพยพนับ 2,500 คนไปอยู่ตามศูนย์ลี้ภัยต่างๆ จากนั้นในวันอังคารที่ 25 ตุลาคม ทางการเมืองกาเลส์ จะส่งอุปกรณ์หนักมาเพื่อเคลียร์เต็นท์ และที่พักชั่วคราวซึ่งบรรดาผู้อพยพทิ้งไว้ข้างหลัง


ก่อนหน้านี้ มีการวิตกกังวลกันว่าอาจมีผู้อพยพจำนวนหนึ่งต่อต้านการถูกย้ายไปอยู่ที่ศูนย์ผู้ลี้ภัยที่มีกระจายอยู่ทั่วประเทศฝรั่งเศส เพราะพวกเขาเหล่านั้นต้องการจะเดินทางต่อไปยังอังกฤษ จนนำไปสู่การเกิดเหตุรุนแรงปะทะกับเจ้าหน้าที่เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยกระทรวงมหาดไทยของฝรั่งเศส แถลงว่า ทางการไม่ต้องการใช้กำลังกับผู้อพยพ หรือบรรดาเอ็นจีโอที่ก่อปัญหาขึ้น แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจจำเป็นต้องใช้กำลังเข้าแทรกแซงหากเกิดปัญหาขึ้นขณะเริ่มปฏิบัติการกับค่ายผู้อพยพ


สำหรับ บรรดาผู้อพยพเหล่านี้ที่ค่ายผู้อพยพกาเลส์ เมื่อถูกส่งไปอยู่ตามศูนย์ผู้ลี้ภัยนับ 450 แห่งทั่วฝรั่งเศสแล้ว พวกเขามีโอกาสที่จะยื่นขอลี้ภัยได้ แต่ถ้าพวกเขาไม่ประสงค์จะขอลี้ภัย ก็อาจเผชิญกับการโดนเนรเทศออกจากฝรั่งเศสในท้ายที่สุด

ทั้งนี้ ค่ายอพยพ ‘เดอะ จังเกิล’ อยู่บริเวณใกล้กับท่าเรือกาเลส์ ซึ่งอยู่ห่างประมาณ 31 ไมล์ จากอุโมงค์ช่องแคบอังกฤษ ซึ่งเป็นอุโมงค์รถไฟใต้ทะเลที่สร้างเชื่อมระหว่างเมืองกาเลส์กับอังกฤษ โดยขณะที่จำนวนผู้อพยพในค่ายอย่างเป็นทางการมีประมาณ 7,000 คน ทว่ากลุ่มสิทธิมนุษยชนคาดว่าน่าจะมีผู้อพยพมากถึง 10,000 คน และจำนวนผู้อพยพก็ยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ มีรายงานเกิดเหตุรุนแรงจากค่ายผู้อพยพแห่งนี้เพิ่มขึ้น เพราะผู้อพยพจำนวนมากพยายามจะแอบซ่อนตัวอยู่ในรถบรรทุกสินค้าที่จะแล่นเข้าไปในอุโมงค์  ด้วยความหวังที่อยากจะไปอยู่ในอังกฤษ


ราว‘ขุมนรก’สมรภูมิรบแนวหน้าใกล้โมซูล! ไอซิสโหด ยิงทิ้งเหยื่อเกือบ 300ศพ (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ต.ค. 2559 14:08

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/762937

 

สมรภูมิรบในเขตแนวหน้าราวกับ ‘ขุมนรก’.. กองกำลังอิรักและเปชเมอร์กา ปะทะเดือดกลุ่มไอซิส ควันดำทะมึน เสียงปืนกล เสียงจรวด และระเบิดดังสนั่น ขณะยกกำลังรุกคืบเข้าใกล้เมืองโมซูล แหล่งข่าวเผย มีชายอิรักและเด็กผู้ชายถูกกลุ่มไอซิสยิง ดับสลดแล้วเกือบ 300 ศพ

เมื่อ 24 ต.ค.59  สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น และสื่อต่างประเทศ เกาะติดสถานการณ์สมรภูมิรบ กองกำลังทหารรัฐบาลอิรัก จับมือกับกองกำลังนักรบชาวเคิร์ด เปชเมอร์กา ยกกำลังร่วม 100,000 นาย บุกตีเมืองโมซูล ทางภาคเหนือของอิรัก คืนจากเงื้อมมือกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงติดอาวุธ รัฐอิสลาม หรือไอซิส ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 17 ต.ค. หลังจากเมืองโมซูลได้ตกอยู่ภายใต้การยึดครองของกลุ่มไอซิสมานานกว่า 2 ปี ว่า ภาพสถานการณ์การสู้รบระหว่างกองกำลังเปชเมอร์กากับกลุ่มไอซิสในเขตแนวหน้า เมื่อวันที่ 23 ตุลาคมที่ผ่านมา เหมือนกับเป็น ‘ขุมนรก’ โดยสมรภูมิรบพื้นที่ประมาณ 40 ตาราง กม. เต็มไปด้วยเสียงปืนกลดังระรัว การโจมตีด้วยจรวด และเสียงระเบิดที่ดังสนั่นไหวอย่างต่อเนื่อง

เว็บไซต์มิร์เรอร์รายงานว่า กองกำลังนักรบชาวเคิร์ด เปชเมอร์กา ได้รุกคืบเข้าไปถึงเมืองบาชิกา ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองโมซูล ฐานที่มั่นสุดท้ายของกลุ่มไอซิสในอิรัก ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ เพียงแค่ประมาณ 13 กิโลเมตรเท่านั้น ขณะที่ ซีเอ็นเอ็น แจ้งว่า กองกำลังทหารอิรักสามารถตียึดเมืองฮัมดานิยา ซึ่งเป็นเมืองที่มีชาวอิรักนับถือศาสนาคริสต์อยู่จำนวนมาก และห่างจากเมืองโมซูลไปทางตะวันออกเฉียงใต้แค่ประมาณ 15 กิโลเมตร จากการยึดครองของไอซิสได้แล้ว เมื่อวันเสาร์ที่ 22 ต.ค. โดยได้รับความช่วยเหลือจากกองกำลังกึ่งทหาร ซึ่งเป็นชาวคริสเตียน ที่บุกเข้าไปในเมืองได้ก่อนหน้าตั้งแต่วันพุธที่ผ่านมา แต่ถูกตอบโต้จากไอซิสอย่างรุนแรง อีกทั้ง การปะทะกันทำให้มีนักรบสิ้นชีพไปถึง 200 รายภายในวันเดียว


เคลื่อนกำลังบุกตีเมืองโมซูล

แหล่งข่าวจากหน่วยข่าวกรองของอิรัก เผยกับซีเอ็นเอ็นว่า ไอซิสได้จับกุมและยิงสังหารผู้ชายรวมทั้งเด็กชายในเมืองโมซูลไปแล้วถึง 284 ศพ ในช่วงวันที่ 20-21 ต.ค.ที่ผ่านมา และได้โยนศพเหยื่อเคราะห์ร้ายเหล่านี้ลงไปในหลุมขนาดใหญ่ที่ขุดไว้ ที่วิทยาลัยเกษตรแห่งหนึ่ง ซึ่งร้างการใช้งานไปแล้ว ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองโมซูล

ขณะเดียวกัน ซีเอ็นเอ็นรายงาน นายแอช คาร์เตอร์ รมว.กลาโหมสหรัฐฯ ได้เดินทางถึงเมืองเออร์บิล เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากรับทราบรายงานปฏิบัติการยึดเมืองโมซูลคืนจากไอซิสเป็นไปตามแผน โดยผู้บัญชาการใหญ่ของกลุ่มเปชเมอร์กา ยังกล่าวในวันเดียวกันด้วยว่า นักรบเปชเมอร์กาจะเริ่มบุกตีเมืองโมซูลคืนจากไอซิส จากเมืองบาชิกา สองทิศทาง


สมาชิกกองกำลังปราบปรามการก่อการร้ายของอิรักชั้นหัวกะทิ ในเมืองบาร์เทลลา ห่างจากเมืองโมซูลไปทางตะวันออก 15 กม. หลังจากทหารอิรักตึยึดคืนมาได้จากไอซิส

อย่างไรก็ตาม สหประชาชาติแสดงความกังวลใจหลังทราบรายงานว่า กลุ่มไอซิส ได้จับกุมชาวอิรักนับ 550 ครอบครัวจากหมู่บ้านซามาเลีย และนาจาเฟีย ซึ่งตั้งอยู่รอบเมืองโมซูล เพื่อใช้เป็นโล่มนุษย์ป้องกันไม่ให้ฝ่ายกองกำลังอิรัก และเปชเมอร์กาบุกโจมตีพวกตนได้ง่ายๆ

ชมคลิป ที่นี่

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปชเมอร์การุกคืบใกล้โมซูลแค่ 5 ไมล์-ไอซิสประหารชาวเมืองแก้แค้น

 

สลด! รถทัวร์พุ่งชนท้ายรถบรรทุกในแคลิฟอร์เนีย ดับ 13 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ต.ค. 2559 06:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/762582

 

เกิดอุบัติเหตุรถทัวร์พุ่งชนท้ายรถบรรทุกบนทางหลวงสายหนึ่งในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 13 ราย และบาดเจ็บอีกหลายสิบคน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดอุบัติเหตุรถทัวร์พุ่งชนท้ายรถบรรทุกบนทางหลวงเชื่อมระหว่างรัฐหมายเลข 10 ใกล้เมืองปาล์ม สปริง ทางใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนีย ในช่วงรุ่งสางวันอาทิตย์ที่ 23 ต.ค. ตามเวลาท้องถิ่น เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 13 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 31 คน

นาย จิม อาเบลผู้บังคับการตำรวจทางหลวงรัฐแคลิฟอร์เนีย เปิดเผยต่อสื่อว่า รถบัสพุ่งเข้าชนอย่างรุนแรงดันรถบรรทุกไปไกลถึง 15 ฟุต โดยคนขับเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิต 13 คน ขณะที่ผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่บาดเจ็บเล็กน้อยถึงปานกลาง และมีบางคนที่อาการหนัก

ตำรวจยังไม่ทราบสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ โดยรถบัสคันที่ประสบเหตุเข้ารับการตรวจสภาพครั้งล่าสุดในเดือนเม.ย. และไม่พบข้อบ่งชี้ว่าเกิดปัญหาทางเทคนิค ขณะที่ผู้รอดชีวิตหลายคนบอกกับเจ้าหน้าที่ว่า ผู้โดยสารเกือบทุกคนหลับอยู่ในระหว่างเกิดเหตุ

อาเบลบอกด้วยว่า รถทัวร์คันนี้บรรทุกผู้นิยมการพนันกลับจากกาซิโนแห่งหนึ่งไปยังนครลอสแอนเจลิส หลังจากเล่นการพนันตลอดคืนที่ผ่านมา

 

ดาราโป๊แฉ เคยถูกทรัมป์ลวนลาม-เสนอเงิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 24 ต.ค. 2559 02:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/762487

 

เป็นประเด็นฉาวไม่จบกรณีนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกัน ถูกกล่าวหาว่าลวนลามทางเพศผู้หญิง โดยเมื่อวันที่ 23 ต.ค. เจสสิกา เดรค ดาราภาพยนตร์ผู้ใหญ่พร้อมทนายส่วนตัว ออกแถลงกล่าวหาว่า ระหว่างที่ไปร่วมงานแข่งขันกอล์ฟที่เลค ทาโฮ รัฐแคลิฟอร์เนียในปี 2549 นายทรัมป์ได้ชวนตนกับเพื่อนอีก 2 คนไปที่ห้องในโรงแรม และกอดจูบโดยไม่ขออนุญาต จากนั้นพอตนกลับเข้าห้องส่วนตัว ก็มีการโทรศัพท์ชวนให้ไปหาอีกเป็นการส่วนตัว พร้อมเสนอเงินให้ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ


ทนายความแสดงรูปถ่ายหลักฐานว่าทั้งคู่เคยพบกันจริง

นอกจากนี้ ทนายส่วนตัวยังเปิดเผยภาพถ่ายยืนยันว่านายทรัมป์กับเดรคได้พบกันในงานดังกล่าวจริง แต่ทีมหาเสียงนายทรัมป์ได้แถลงตอบโต้ต่อมาว่าเป็นเรื่องเท็จ ขณะเดียวกันในการกล่าวสุนทรพจน์ที่เมืองเก็ตตีส์เบิร์ก รัฐเพนซิลเวเนีย นายทรัมป์ได้เปิดเผยแผนการทำงาน 100 วันหลังได้ขึ้นเป็นประธานาธิบดี โดยระบุทั้งการยกเลิกเงินช่วยเหลือแก่โครงการแก้ปัญหาโลกร้อนของสหประชาชาติ และเอาเงินส่วนนั้นมาซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานในสหรัฐฯ การเนรเทศต่างด้าวผิดกฎหมาย 2 ล้านคน ไปจนถึงมาตรการป้องกัน ไม่ให้เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวผันตัวไปเป็นล็อบบี้ยิสต์ และการจำกัดวาระของสมาชิกสภาคองเกรซ.

 

โจรสลัดโซมาเลีย ยอมปล่อยลูกเรือประมง 26 คน หลังจับนานเกือบ 5 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 ต.ค. 2559 23:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/762427

 

กลุ่มโจรสลัดชาวโซมาเลียยอมปล่อยตัวลูกเรือประมงชาวเอเชีย 26 คน ที่พวกเขาจับตัวเอาไว้นานเกือบ 5 ปีแล้วเมื่อวันเสาร์ หลังจากเจรจากับเจ้าหน้าที่องค์กรระหว่างประเทศ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มโจรสลัดชาวโซมาเลียยอมปล่อยตัวลูกเรือประมงชาวเอเชีย 26 คน ที่พวกเขาจับตัวเอาไว้ตั้งแต่เมื่อปีต้นปี 2012 แล้ว เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ตามการเปิดเผยขององค์กร ‘โอเชียน บียอนด์ ไพราซี’ (Oceans Beyond Piracy: OBP) ซึ่งมีส่วนร่วมในการเจรจาไกล่เกลี่ยกับโจรสลัดกลุ่มนี้

OBP เผยด้วยว่า ตัวประกันทั้ง 26 คนที่ได้รับการปล่อยตัว เป็นชายสัญชาติกัมพูชา, จีน, อินเดีย, ฟิลิปปินส์, ไต้หวัน และเวียดนาม พวกเขาเป็นลูกเรือที่เหลือของเรือประมงสัญชาติโอมานชื่อ ‘เอฟวี นาฮัม 3’ ที่ถูกโจรสลัดโซมาเลียปล้นเมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2012 ในน่านน้ำซึ่งห่างจากประเทศเซเชลส์ ในมหาสมุทรอินเดียราว 65 ไมล์ทะเล โดยเดิมทีเรือลำนี้มีลูกเรือ 29 คน แต่คนหนึ่งเสียชีวิตระหว่างการปล้น ส่วนอีก 2 คนเสียชีวิตจากการป่วยระหว่างที่ถูกจับตัว

“ขณะนี้ ตัวประกันทั้ง 26 คนอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่รัฐบาลโซมาเลียแล้ว และอีกไม่นานจะถูกส่งกลับประเทศบ้านเกิดด้วยเครื่องบินของหน่วยงานสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ” แถลงการณ์ของ จอห์น สตีด ผู้ประสานงานของกลุ่มความร่วมมือสนับสนุนตัวประกัน (Hostage Support Partners: HSP) ที่ OBP ระบุ และเผยอีกว่า สภาพร่างกายของเหล่าลูกเรืออยู่ในอาการที่สมเหตุสมผลกับสถานการณ์ที่พวกเขาต้องเผชิญ


ลูกเรือชาวเอเชียเดินทางถึงสนามบินนานาชาติ โจโม เคนยัตตา ในกรุงไนโรบี เมืองหลวงของเคนยาในวันอาทิตย์ และทักทายกับนาย ไมเคิล สกอตต์ มัวร์ ซึ่งเคยเป็นตัวประกันของโจรสลัดโซมาเลีย และมีส่วนร่วมในการเจรจาปล่อยตัวครั้งนี้ด้วย
 

จลาจลเรือนจำเฮติ นักโทษแหกคุก 174 คน ผู้คุมดับ 1

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 ต.ค. 2559 22:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/762411

 

เกิดเหตุจลาจลในเรือนจำในเมืองตอนกลางของประเทศเฮติเมื่อวันเสาร์ ส่งผลให้มีผู้คุมเสียชีวิต 1 นาย และนักโทษแหกคุกออกไปได้ 174 คน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่หน่วยสวาทและกองกำลังความมั่นคงของของประเทศเฮติกำลังออกตามล่าจับกุมนักโทษ 174 คนที่หลบหนีออกจากเรือนในเมืองอาร์คาเฮ ตอนกลางของประเทศ หลังเกิดเหตุจลาจลจนทำให้มีผู้คุมเสียชีวิต 1 นาย เมื่อวันเสาร์ที่ 22 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยล่าสุดจับตัวกลับมาได้แล้วหลายสิบคน

ตามข้อมูลจากแถลงการณ์ของทำเนียบนายกรัฐมนตรีเฮติ เหตุจลาจลดังกล่าวนำโดยกลุ่มคนติดอาวุธหนัก แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ากลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้เป็นใคร หรือนักโทษแหกคุกออกไปได้อย่างไร ด้านสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงปอร์โตแปรงซ์ ออกคำเตือนชาวอเมริกันในเฮติให้หลีกเลี่ยงพื้นที่เกิดเหตุ ซึ่งห่างจากเมืองหลวงแห่งนี้ไปทางเหนือเพียง 30 ไมล์เท่านั้น และระบุว่า เหตุการณ์นี้เป็นการใช้กำลังแหกคุก

 

ชาวเบลเยียมร่ำรวยขึ้น ข้อมูลชี้เงินฝากส่วนตัวกว่า 9.9 แสนล้านยูโร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 ต.ค. 2559 20:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/762366

 

ธนาคารชาติเบลเยียม ระบุว่า ชาวเบลเยียมยังคงเป็นแชมป์เงินฝากไว้ในบัญชีธนาคาร โดยในไตรมาสสองของปี 2016 นี้ จำนวนเงินฝากบุคคลธรรมดาได้พุ่งสูงถึงกว่า 990,000 ล้านยูโร ขณะที่ ครอบครัวคนเบลเยียมกว่า 70% มีบ้านเป็นของตัวเอง…

เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2559 นายบุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำเบลเยียม รายงานว่า จากตัวเลขของธนาคารชาติเบลเยียม ระบุว่า คนเบลเยียมยังคงเป็นแชมป์เงินฝาก หรือ มีนิสัยชอบเก็บเงินฝากไว้ในบัญชีธนาคาร ในไตรมาสสองของปีนี้ จำนวนเงินฝากบุคคลธรรมดาได้พุ่งสูงถึงกว่า 990,000 ล้านยูโร (38.6 ล้านล้านบาท) ยิ่งกว่านั้น ครอบครัวเบลเยียมร้อยละ 70 มีบ้านเป็นของตนเอง

ธนาคารชาติเบลเยียมสรุปว่า ความร่ำรวยของคนเบลเยียมเพิ่มสูงขึ้น ส่วนใหญ่จะเก็บเป็นเงินสด หรือฝากบัญชีธนาคาร ทั้งนี้ ไม่รวมเงินลงทุนในตราสารหนี้ หุ้น หรือรูปแบบการลงทุนอื่นๆ ชายสูงวัยคนหนึ่งกล่าวว่า “ผมทำงานมาตลอดชีวิต ไม่เคยกินเงินคนตกงาน และเก็บออมเงินไว้บ้างเสมอมา ตอนนี้ก็ถึงเวลาได้ใช้เงินที่เก็บสะสมมานั่นแหละ” ขณะที่หญิงอีกคนกล่าวว่า “ไม่มีทางที่จะเก็บออมเงินได้หรอก คุณทำได้หรือ ฉันชักหน้าไม่ถึงหลังทุกวัน”

เมื่อเดือนมิถุนายน 2016 ความร่ำรวยของคนเบลเยียมมีเงินฝากส่วนตัวถึง 990,000 ล้านยูโร หรือเพิ่มขึ้นกว่า 2 พันล้านยูโรภายในไม่กี่เดือน นายฟิลิปป์ เลอดองท์ นักเศรษฐศาสตร์ ธนาคาร ING กล่าวว่า “คนเบลเยียมยังคงฝากเงินเพิ่มขึ้นตลอดมา สัดส่วนของเงินเก็บฝากธนาคารคือ 12% ของรายได้ ทำให้มีจำนวนเงินฝากธนาคารเพิ่มขึ้นตลอดเวลา นอกจากนั้น มูลค่าทรัพย์สินที่เขามีอยู่ก็เพิ่มขึ้นไปด้วยตามมูลค่าตลาดทุนที่เพิ่มสูงขึ้น

อธิบายได้จากภาวะตลาดหุ้นที่ดีขึ้นในไตรมาสที่สอง ยิ่งกว่านั้น ครอบครัวเบลเยียมยังมีบ้านเป็นของตนเองถึง 70% เรียกว่าเป็นวัฒนธรรมก็ว่าได้ ชายคนหนึ่งกล่าวว่า “ผมคิดว่า อสังหาริมทรัพย์เป็นการลงทุนที่แน่นอนที่สุด คนเบลเยียมส่วนใหญ่ก็คิดอย่างนั้น จากรุ่นสู่รุ่น รุ่นพ่อชอบลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ รุ่นลูกก็ได้เรียนรู้และมีความรู้สึกแบบเดียวกัน” คนเบลเยียมที่มีฐานะร่ำรวยมีอายุระหว่าง 55-64 ปี ที่จะหมดภาระการผ่อนบ้าน ทำให้สามารถเก็บออมเงินฝากเพื่อใช้สอยในตอนเกษียณอายุได้อย่างสบาย.

 

รัสเซียบอมบ์ไม่ยั้งถล่มอเลปโป! ปะทะเดือดทันที หลังพ้นกำหนดหยุดยิง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 ต.ค. 2559 15:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/761881

 

เปิดฉากปะทะเดือดทันที ที่เมืองอเลปโป ของซีเรีย หลังพ้นกำหนดระยะเวลาหยุดยิง 3 วัน เครื่องบินรบรัสเซียเดินหน้า โจมตีทางอากาศบินทิ้งระเบิดถล่มหนักพื้นที่แนวหน้าของฝ่ายกบฏ ขณะที่ ทหารรัฐบาลซีเรียยิงต่อสู้กบฏดุเดือด

เมื่อ 23 ต.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดการปะทะกันอย่างดุเดือดระหว่างฝ่ายกองกำลังกบฏ และทหารรัฐบาลซีเรีย ที่เมืองอเลปโป ทางภาคเหนือของประเทศซีเรีย เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม ทันทีที่กำหนดเวลาหยุดยิง 3 วัน ในเมืองอเลปโป ซึ่งประกาศโดยกองกำลังรัสเซียแต่เพียงฝ่ายเดียวเมื่อสัปดาห์ก่อน สิ้นสุดลง โดยกลุ่มเจ้าหน้าที่สังเกตการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในซีเรีย เปิดเผยว่า เกิดการยิงปะทะกันระหว่างกองกำลังกบฏที่ยึดครองเมืองอเลปโปกับฝ่ายทหารรัฐบาลซีเรีย ขณะที่ เครื่องบินรบรัสเซียได้บินทิ้งระเบิดโจมตีในบริเวณพื้นที่แนวหน้า ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองอเลปโป

นายอิสมาอิล อัล อับดุลเลาะห์ ชาวซีเรียในเมืองอเลปโป ซึ่งทำงานเป็นอาสาสมัครให้กับหน่วยกู้ภัย ‘หมวกนิรภัยสีขาว’ ซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยพลเรือนในเมืองอเลปโป เผยกับบีบีซีว่า เครื่องบินรบรัสเซียได้ทิ้งระเบิดโจมตีอย่าหนักในแนวหน้า เมื่อคืนวันเสาร์ พร้อมกับมีพลแม่นปืนหลายคนคอยซุ่มยิงฝ่ายตรงข้าม เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากเส้นตายหยุดยิงในเมืองอเลปโปสิ้นสุดลง


ทั้งนี้ รัสเซียและรัฐบาลซีเรียได้เรียกร้องให้ชาวซีเรียอพยพออกจากเมืองอเลปโปเพื่อความปลอดภัย แต่มีชาวเมืองกลุ่มเล็กๆ จำนวนหนึ่ง ได้พยายามจะอพยพหลบหนีออกจากเมือง ทว่าพวกเขาต้องเผชิญกับการโจมตีทางอากาศ ทิ้งระเบิดในพื้นที่ที่เป็นทางเดินสำหรับหลบหนีออกจากเมือง จนไม่สามารถจะหนีออกจากเมืองไปได้

 

AT&Tสยายปีกธุรกิจสื่อ ตกลงซื้อกิจการไทม์ วอร์เนอร์มหาศาลเฉียด 3ล้านล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 ต.ค. 2559 12:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/762022

 

เอที แอนด์ ที บริษัทยักษ์ด้านโทรคมนาคมสหรัฐฯ สยายปีกเข้าสู่ธุรกิจสื่อ บรรลุข้อตกลงซื้อกิจการ ไทม์ วอร์เนอร์ กลุ่มบริษัทผลิตสื่อยักษ์ใหญ่ มูลค่ามหาศาล 2.9 ล้านล้านบาท จนนับเป็นการตกลงซื้อขายกิจการด้านสื่อครั้งใหญ่สุดในโลก

เมื่อ 23 ต.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน บริษัท AT&T (เอที แอนด์ ที) บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมของสหรัฐฯ ขยายกิจการเข้าสู่ธุรกิจสื่อ-บันเทิง บรรลุข้อตกลงซื้อกิจการของกลุ่มบริษัทไทม์ วอร์เนอร์ มูลค่ามหาศาล 85,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2.9 ล้านล้านบาท) หลังจากคณะกรรมการของทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงกันเมื่อเย็นวันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม (ตามเวลาท้องถิ่น) จนนับเป็นการตกลงซื้อขายกิจการด้านสื่อครั้งใหญ่ที่สุดในโลกเท่าที่เคยเกิดขึ้นเลยทีเดียว

ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า นายเจฟฟ์ บิวเคส ซีอีโอของไทม์ วอร์เนอร์ และนายแรนดอลล์ สตีเฟนสัน ซีอีโอของบริษัทเอที แอนด์ ที เปิดเผยว่า ทั้งสองบริษัทได้เริ่มเจรจาซื้อขายกิจการของบริษัทไทม์ วอร์เนอร์ มาตั้งแต่เดือนสิงหาคมแล้ว ก่อนจะบรรลุข้อตกลงซื้อขายกันขั้นสุดท้ายเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เพียงแต่กระบวนการขั้นตอนซื้อขายต้องรอการได้รับอนุมัติจากฝ่ายผู้วางระเบียบข้อบังคับของรัฐบาลเสียก่อน ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เวลานานกว่าปี


ทั้งนี้ บริษัทเอที แอนด์ ที ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเมืองดัลลัส รัฐเทกซัส เป็นหนึ่งในบริษัทยักษ์ใหญ่ที่สุด ด้านโทรคมนาคมของสหรัฐฯ โดยเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายใหญ่เป็นอันดับ 2 และโทรศัพท์คู่สายใหญ่เป็นอันดับหนึ่งในสหรัฐฯ ในขณะที่ กลุ่มบริษัทไทม์วอร์เนอร์ เป็นกลุ่มธุรกิจสื่อที่มีบริษัทลูกอย่าง CNN, TNT, HBO โรงถ่ายภาพยนตร์ Warner Bros. เว็บไซต์ และสื่ออื่นๆ

 

ร่วมอาลัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 ต.ค. 2559 06:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/761747

 

นายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ ลงนามแสดง ความอาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่สถานคณะผู้แทนถาวรไทยฯ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา โดย ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อพระบรมวงศา นุวงศ์ รัฐบาล และคนไทย มีนายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูต คณะผู้แทนถาวรไทยแห่งสหประชาชาติ ให้การต้อนรับ.