เดือด! กองกำลังอิรัก-เคิร์ด ระดมยิงปืนใหญ่ เริ่มบุกยึดโมซูลคืนจากไอซิส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 ต.ค. 2559 17:59

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/756694

 

กองกำลังทหารอิรัก จับมือกองกำลังเปชเมอร์กา ของชาวเคิร์ด เริ่มปฏิบัติการบุกตียึดเมืองโมซูล ฐานที่มั่นใหญ่แห่งสุดท้ายของไอซิสแล้ว เปิดฉากระดมยิงปืนใหญ่ ส่งรถถังบุกตะลุยเข้าไปในตัวเมือง ขณะที่กองกำลังพันธมิตร นำโดยสหรัฐฯ ร่วมถล่ม โจมตีทางอากาศด้วย

เมื่อ 17 ต.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน กองกำลังทหารอิรัก ผนึกกำลังกับกองกำลังชาวเคิร์ด ‘เปชเมอร์กา’ เริ่มต้นปฏิบัติการบุกยึดเมืองโมซูล คืนจากกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือไอซิสแล้ว โดยเมื่อช่วงเช้าวันที่ 17 ตุลาคม เปิดฉากด้วยการระดมยิงปืนใหญ่เข้าไปในเมืองขณะที่เมืองโมซูล ทางภาคเหนือของอิรัก ซึ่งถือเป็นฐานที่มั่นใหญ่แห่งสุดท้ายที่ยังตกอยู่ในเงื้อมมือของกลุ่มไอซิส ซึ่งบุกโจมตียึดครองมาได้ตั้งแต่ปี 2557 ขณะที่กองกำลังพันธมิตรนำโดยสหรัฐฯ ได้สนับสนุนด้วยการโจมตีทางอากาศถล่มเป้าหมายไอซิสด้วย

บีบีซี รายงานว่า โอเรีย กูริน ผู้สื่อข่าวสายสงครามของบีบีซี ซึ่งฝังตัวอยู่กับกองกำลังชาวเคิร์ดในเมืองโมซูล แจ้งว่า รถถังจำนวนหลายคันกำลังบุกเข้าไปในตัวเมืองโมซูล จนทำให้ฝุ่นตลบอบอวล โดยขณะที่ ปฏิบัติการบุกตีเมืองโมซูลคืนจากไอซิสเริ่มต้นขึ้น ได้มีนักรบเปชเมอร์กาคนหนึ่งพูดว่า ถ้าเขาตายในวันนี้ ก็จะเป็นการตายที่มีความสุข เพราะได้ทำเพื่อประชาชนของเขาเอง


ช่าวแจ้งว่า กองกำลังนักรบเปชเมอร์กา สามารถยึดหมู่บ้านหลายแห่งคืนมาได้แล้ว ระหว่างการเป็นแนวหน้าบุกยึดเมืองโมซูล ขณะเดียวกัน กองกำลังนักรบที่สนับสนุนรัฐบาลอิรักก็กำลังปฏิบัติการโจมตีกลุ่มไอซิส จากฐานทัพอากาศเคย์ยาราห์ ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองโมซูล ไปทางใต้ประมาณ 60 กม. หลังจากสามารถยึดคืนจากไอซิสมาได้เมื่อเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา


อย่างไรก็ตาม สหประชาชาติได้แสดงความเป็นห่วงความปลอดภัยของประชาชนถึง 1.5 ล้านคน ที่ยังอาศัยอยู่ในเมืองโมซูล ระหว่างที่กองกำลังอิรักและกองกำลังเปชเมอร์กาบุกโจมตีเพื่อยึดเมืองโมซูลคืนจากกลุ่มไอซิส ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่า ปฏิบัติการยึดเมืองโมซูลคืนจากอุ้งมือกลุ่มไอซิส คงใช้เวลาหลายสัปดาห์ ไม่ถึงกับนานหลายเดือน.

 

ไต้ฝุ่นซาเระกาซัดฟิลิปปินส์! ดับ1-อีกลูกจ่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 17 ต.ค. 2559 08:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/756057

 

ภัยพิบัติมาทั่วโลก โดยพายุ “ซาเระกา” โถมกระหน่ำเข้าฟิลิปปินส์ ตามด้วยเรือล่ม-ดินถล่ม อุตุนิยมฯของไทยประกาศเตือน แม้ไม่มีผลกระทบไทย แต่คนจะเดินทางไปไหหลำ-ฟิลิปปินส์ ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนการเดินทาง ขณะที่กรีซเจอแผ่นดินไหวหนัก ขนาด 5.3 แมกนิจูด ส่วนฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของสหรัฐฯก็เจอพายุซัดเสาไฟโค่น ชาวบ้านนับหมื่นไม่มีไฟฟ้าใช้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานถึงสภาพอากาศในช่วงฤดูมรสุม ซึ่งเกิดพายุไต้ฝุ่น “ซาเระกา” (SARIKA) ถล่มขึ้นเกาะลูซอนของฟิลิปปินส์ ช่วงก่อนเข้าสู่วันใหม่ของวันอาทิตย์ที่ 16 ต.ค. ตามเวลาท้องถิ่น หรือเวลาประมาณ 01.30 น. ตามเวลาไทยของวันเดียวกัน ด้วยลมกระโชกแรง 130 กม./ชม. เป็นเหตุให้ชาวบ้านจมน้ำเสียชีวิต 1 ราย สูญหายอีก 3 ราย เกิดดินถล่มเล็กน้อย และน้ำท่วมฉับพลัน หลังคาบ้านเรือนพัดปลิวกระจาย โค่นเสาไฟฟ้าล้มในบางพื้นที่ ชาวบ้านเกือบ 12,500 คนต้องอพยพออกจากบ้านเรือนไปอยู่ในที่ปลอดภัยซึ่งรัฐบาลจัดเตรียมไว้ให้

นางมินา มาราซอกัน โฆษกหญิงประจำสภาการจัดการและการลดความเสี่ยงภัยพิบัติแห่งชาติฟิลิปปินส์ เผยว่า ไต้ฝุ่นซาเระกาเริ่มอ่อนกำลังแรงลงทันทีที่ขึ้นสู่ฝั่งเมืองบาเลอร์ ฝั่งตะวันออกของเกาะลูซอน ก่อนข้ามบริเวณเทือกเขาและพื้นที่ชุมชนอาศัยหนาแน่น คาดว่าจะพัดผ่านออกสู่ทะเลจีนใต้ในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้

นางมาราซอกันยังเผยว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 14 ต.ค. จากเหตุเรือพลิกคว่ำนอกชายฝั่งเกาะซามาร์ได้เข้าช่วยเหลือผู้โดยสาร 11 คน และเข้าช่วยเหลือนักปีนเขาอีก 23 คนทางตอนเหนือของประเทศ ขณะที่เรืออีกราว 1,000 ลำ และผู้โดยสาร 6,500 คนต้องติดค้างตามท่าเรือต่างๆ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนชายฝั่งห้ามเรือเล็กออกจากฝั่ง อีกทั้งเที่ยวบินพาณิชย์ 290 เที่ยว รวมเที่ยวบินปลายทางระหว่างประเทศ 63 เที่ยวต้องประกาศยกเลิกเนื่องจากสภาพอากาศเลวร้าย

ช่วงเย็นวันเดียวกัน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานสถานการณ์ไต้ฝุ่น “ซาเระกา” พัดถล่มเกาะลูซอนทางภาคเหนือของฟิลิปปินส์ โดยเมื่อช่วงบ่าย พายุเคลื่อนตัวออกสู่ทะเลจีนใต้ แต่ยังทำให้เกิดฝนตกหนักบนเกาะลูซอน ขณะเดียวกัน อุตุนิยมวิทยาฟิลิปปินส์ประกาศเตือนเฝ้าระวังพายุไต้ฝุ่นลูกใหม่ชื่อ “ไห่มา” จ่อพัดเข้าพื้นที่เดิมบนเกาะลูซอน คาดว่าพายุพัดจากมหาสมุทรแปซิฟิกเข้าถึงชายฝั่งทะเลราววันพฤหัสบดีที่ 20 ต.ค. ทั้งนี้ แต่ละปีฟิลิปปินส์เผชิญพายุลูกใหญ่พัดถล่มเฉลี่ยราว 20 ลูก ก่อนหน้านี้ เมื่อ 8 พ.ย.ปี 2556 พายุไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนพัดถล่มพื้นที่ภาคกลางของประเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิตและสูญหายมากถึง 7,350 คน

กรมอุตุนิยมวิทยาของไทยออกประกาศเรื่อง พายุไต้ฝุ่น “ซาเระกา” (SARIKA) ฉบับที่ 1 ว่า เมื่อเวลา 10.00 น. พายุซาเระกามีศูนย์กลางอยู่บริเวณตอนกลางของประเทศฟิลิปปินส์ หรือที่ละติจูด 16.4 องศาเหนือ ลองจิจูด 119.8 องศาตะวันออก มีความเร็วสูงสุดประมาณ 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางตะวันตกค่อนทางเหนือด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าพายุนี้กำลังเคลื่อนตัวลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนบนในวันที่ 16 ต.ค. และมีแนวโน้มจะเคลื่อนตัวเข้าใกล้เกาะไหหลำและอ่าวตังเกี๋ยในช่วงวันที่ 17-18 ต.ค. ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณประเทศฟิลิปปินส์ และเกาะไหหลำของประเทศจีน ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนการเดินทางไว้ด้วย ในขณะนี้พายุนี้ยังไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย และขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดในระยะนี้

ขณะเดียวกัน ศูนย์ข้อมูลการเกิดแผ่นดินไหวสหรัฐฯ (USGS) รายงานว่า เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 5.3 แมกนิจูด ทางฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของกรีซ ขณะที่กรีซรายงานว่า ดินไหวรุนแรง 5.2 แมกนิจูด เมื่อช่วงกลางดึก 23.15 น. ของวันเสาร์ที่ 15 ต.ค. ตามเวลาท้องถิ่น หรือราว 03.15 น. ของวันอาทิตย์ที่ 16 ต.ค. ตามเวลาไทย ศูนย์กลางใกล้กับเมืองโยอานนีนา ห่างจากกรุงเอเธนส์ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 330 กม. ลึกลงไป 17 กม. จากนั้นภายในช่วงระยะเวลา 8 นาที เกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมา 4.1 และ 3.5 แมกนิจูด เบื้องต้นไม่มีรายงานความเสียหายหรือผู้บาดเจ็บใดๆ

ส่วนทางฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ เกิดพายุทรงพลังเข้าที่รัฐโอเรกอนและรัฐวอชิงตัน ด้วยลมกระโชกแรงสูงสุด 80 กม/ชม. ทำให้ต้นไม้หักโค่น เสาไฟฟ้าล้มในหลายพื้นที่ ชาวบ้านหลายหมื่นคนไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ แต่ไม่มีรายงานผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

 

ไนจีเรียเตรียมเจรจา ‘โบโก ฮาราม’ ปล่อยตัวด.ญ.เมืองชีบ็อคอีก 83 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 ต.ค. 2559 04:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/756031

 

รัฐบาลไนจีเรียเผย กำลังเตรียมการเจรจากับกลุ่มติดอาวุธ โบโก ฮาราม เพื่อให้ปล่อยตัวเด็กหญิงมราถูกลักพาตัวจากเมืองชีบ็อคเมื่อ 2 ปีก่อน เพิ่มอีก 83 คน หลังจากก่อนหน้านี้ยอมปล่อยมาแล้ว 21 คน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โฆษกรัฐบาลไนจีเรียเปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 ต.ค. ว่านักรบกลุ่ม ‘โบโก ฮาราม’ ฝ่ายพันธมิตรกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอซิส) ซึ่งเมื่อสัปดาห์ก่อนเพิ่งปล่อยตัวนักเรียนหญิงจำนวน 21 คน จาก 218 คนที่ถูกลักพาตัวไปจากเมืองชีบ็อค เมื่อปี 2014 ยินดีจะเจรจาเพื่อปล่อยนักเรียนหญิงเพิ่มอีก 83 คน

นายการ์บา เชฮู โฆษกประธานาธิบดีมูฮัมมาดู บูฮารี แห่งไนจีเรีย บอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์สผ่านทางโทรศัพท์ว่า นักเรียนหญิงที่ได้รับการปล่อยตัวทั้ง 21 คน เป็นผู้บอกกับรัฐบาลว่า โบโก ฮาราม ฝ่ายพันธมิตรไอซิส ยังมีหญิงจากเมืองชีบ็อคอยู่ในกำมืออีก 83 คน และพวกเขาบอกว่าพร้อมเจรจาหากรัฐบาลต้องการ ซึ่งทางรัฐบาลได้เตรียมการเจรจาแล้ว

ทั้งนี้ การปล่อยตัวเด็กหญิงเมืองชีบ็อคทั้ง 21 คน เป็นผลจากการเจรจาระหว่างรัฐบาลและกลุ่มโบโก ฮาราม โดยคณะกรรมการกาชาดสากล (ICRC) และรัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ เป็นตัวกลาง ท่ามกลางข้อครหาว่า มีการปล่อยตัวนักรบ หรือจ่ายเงินค่าไถ่เป็นการแลกเปลี่ยน แต่นาย ลาอี โมฮัมเหม็ด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสารสนเทศไนจีเรีย ออกปฏิเสธเนื่องนี้แล้ว


อาบูบาการ์ เชเกา

อนึ่ง โบโก ฮาราม ฝ่ายพันธมิตรไอซิส เป็นกลุ่มนักรบที่แยกตัวออกจาก กลุ่มโบโก ฮาราม ดั้งเดิมที่มีนาย อาบูบาการ์ เชเกา เป็นผู้นำ เนื่องจากเขาไม่ยอมทำตามคำสั่งกลุ่มไอซิส ที่แต่งตั้งนาย มูซาบ อัล-บาร์นาวี เป็นผู้นำคนใหม่แทนเมื่อเดือนส.ค.ที่ผ่านมา และนักเรียนหญิงเมืองชีบ็อคส่วนที่เหลือถูกกลุ่มของนายเชเกาจับเอาไว้

สัญญาณของความแตกแยกภายในของกลุ่มโบโก ฮาราม เผยออกมาเมื่อผู้สนับสนุนนายเชเกาแพร่คลิปวิดีโอความยาว 10 นาที ปฏิเสธคำสั่งแต่งตั้งนี้ ขณะที่นายเชเกาก็ยืนยันว่าตัวเองยังเป็นหัวหน้ากลุ่มโบโก ฮารามอยู่

 

มะกัน-ยูเค ขู่คว่ำบาตรศก.รัสเซีย-ซีเรียเพิ่ม หากไม่หยุดโจมตีอเลปโป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 ต.ค. 2559 02:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/756016

 

บอริส จอห์นสัน และ จอห์น แคร์รี

รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร แถลงการณ์ร่วมกันในวันอาทิตย์ เรียกร้องให้รัฐบาลซีเรียและรัสเซียหยุดโจมตีทางอากาศในเมืองอเลปโป โดยเตือนว่ากำลังมีการพิจารณาเรื่องการคว่ำบาตรรอบใหม่…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายจอห์น แคร์รี และนายบอริส จอห์นสัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร แถลงการณ์ร่วมกันหลังการประชุมในกรุงลอนดอนเมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 ต.ค. โดยเตือนรัฐบาลรัสเซียและซีเรียว่า พวกเขาอาจมีมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจครั้งใหม่ หากการโจมตีทางอากาศที่เมืองอเลปโปยังดำเนินต่อไป

นายแคร์รีระบุว่า สถานการณ์ในเมืองอเปลโปเป็นภัยพิบัติด้านมนุษยธรรมขนานใหญ่ที่สุด ซึ่งรัสเซียจำเป็นต้องเข้าใจว่า สงครามกลางเมืองนี้ไม่อาจยุติลงได้โดยปราศจากการแก้ปัญหาทางการเมือง

ส่วนนายจอห์นสันระบุว่า อาชญากรรมต่อมนุษย์กำลังเกิดขึ้นเป็นรายวันในเมืองอเลปโป เขายังเรียกร้องให้รัสเซียทำสิ่งที่ถูกต้องต่อมนุษยธรรมและประชาชนชาวซีเรีย ด้วยการหยุดยิง “สถานการณ์นี้จำเป็นต้องมีการหยุดยิงและมันหมายถึงการกลับไปโต๊ะเจรจาที่นครเจนีวา” รมว.ต่างประเทศยูเคกล่าวอีกว่า กำลังมีการพิจารณาการคว่ำบาตรรัฐบาลซีเรียและผู้สนับสนุน

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวล่าสุดของสหรัฐฯ และยูเคเกิดขึ้นหลังจากมาตรการหยุดยิงในซีเรียล้มเหลวไปเมือเดือนก่อน หลังจากบังคับใช้ได้เพียงสัปดาห์เดียว ซึ่งนับแต่นั้นมา กองทัพรัฐบาลซีเรีย สนับสนุนโดยรัสเซีย ก็เปิดฉากโจมตีทางอากาศในเมืองอเลปโปอย่างรุนแรง ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ขณะที่องค์กรช่วยเหลือต่างๆ เรียกร้องให้มีการหยุดยิงเพื่อนำสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปส่งให้ประชาชนที่เดือดร้อนในเมืองทางตะวันออกแห่งนี้

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา สหรัฐฯ และรัสเซีย รวมทั้งผู้แทนจากซาอุดีอาระเบีย, อิหร่าน และตุรกี หารือร่วมกันที่เมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อหาทางกู้วิกฤติสงครามกลางเมืองในซีเรีย โดยการหารือนาน 5 ชั่วโมงจบลงโดยไม่มีข้อตกลงใดๆ แต่ผู้แทนทุกฝ่ายตกลงที่จะมีการเจรจากันต่อไป

 

ลูกสาว ‘ไทสัน เกย์’ นักวิ่งทีมชาติมะกัน โดนลูกหลงเหตุยิงกันดับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 ต.ค. 2559 02:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/756001

 

เกิดเหตุยิงกันระหว่างรถยนต์ 2 คันที่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่งในรัฐเคนทักกี ของสหรัฐฯ โดยกระสุนนัดหนึ่งไปถูกลูกสาวของ ไทสัน เกย์ นักวิ่งทีมชาติสหรัฐฯ จนเสียชีวิต ขณะที่ตำรวจจับผู้ต้องสงสัยได้ 2 คนแล้ว…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทรินิตี เกย์ ลูกสาววัย 15 ปี ของไทสัน เกย์ นักวิ่งทีมชาติ อดีตแชมป์โลกชาวอเมริกัน โดนกระสุนลูกหลงจากการยิงกันระหว่างรถยนต์ 2 คันที่ลานจอดรถของร้านอาหารแห่งหนึ่งในเมืองเลกซิงตัน รัฐเคนทักกี เข้าบริเวณคอได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนที่เธอจะไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย เคนทักกี อัลเบิร์ต บี. แชนด์เลอร์

ไทสัน เกย์ ยืนยันการเสียชีวิตของเขาผ่านสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่น เล็กซ์ 18 “เธอไม่รอด ผมสับสนเหลือเกิน เธอเพิ่งปิดเทอมฤดูใบไม้ร่วงเมื่อสัปดาห์ก่อนนี้เอง มันบ้าบอมาก ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น”

ด้านตำรวจเริ่มการสืบสวนเหตุการณ์นี้ในฐานะคดีฆาตกรรมแล้ว โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นในเวลาประมาณ 4:00น. ตามเวลาท้องถิ่น หน้าร้ายอาหาร ‘คุก เอาท์’ (Cook Out) ขณะที่พยานแจ้งว่ามีการยิงปืนต่อสู้กันระหว่างคนบนรถ ‘ดอดจ์ ชาร์จเจอร์’ สีเทา และรถสปอร์ตสีดำ กระจกติดฟิล์ม เจ้าหน้าที่ไม่คิดว่าน.ส.เกย์ อยู่บนรถคนใดคันหนึ่งตอนเกิดเหตุ และเธอถูกนำส่งโรงพยาบาลด้วยรถยนต์ส่วนตัว

ล่าสุด ตำรวจพบรถ ดออจ์ ชาร์จเจอร์ คันดังกล่าวแล้ว พร้อทจับกุมผู้ต้องสงสัย 2 คนมาสอบปากคำ และกำลังตามหารถยนต้องสงสัยอีกคันที่เหลือ

ทั้งนี้ ไทสัน เกย์ เป็นอดีตนักวิ่งทีมชาติสหรัฐฯ และเป็นเจ้าของสถิติวิ่งระยะ 100 ม. อันดับ 1 ของสหรัฐฯ และอันดับที่ 2 ของโลก รองจาก ยูเซน โบลต์ ลมกรดทีมชาติจาเมกา เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก 3 สมัยซ้อน ขณะที่ลูกสาวของเกย์ ก็เป็นนักกีฬาวิ่งแข่ง และนักวิ่งประจำโรงเรียนมัธยม ลาเฟแย็ต ที่เธอศึกษาอยู่ด้วย

 

หนุ่มเบลเยียม ดวงสุดเฮง ถูกหวย ยูโรมิลเลียน คว้าเงิน 6,636 ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ต.ค. 2559 18:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/755797

 

หนุ่มเบลเยียม ดวงดีสุดๆ ถูกหวย ยูโรมิลเลียน ได้เงินรางวัลมหาศาลถึง 168 ล้านยูโร หรือราว 6,600 ล้านบาท เผยที่ผ่านมาซื้อหวยยูโรมิลเลียนเป็นประจำ มานานนับ 10 ปีแล้ว แต่งวดนี้ ซื้อน้อย เพียงแค่ 15 ยูโรเท่านั้น

เมื่อ 16 ตุลาคม 2559 บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำเบลเยียม รายงาน หนุ่มเบลเยียมวัย 45 ปี อยู่ที่กรุงบรัสเซลส์ โชคดีถูกหวย Euromillion (ยูโรมิลเลียน) งวดประจำวันอังคารที่ 11 ตุลาคม ที่ผ่านมา ได้รับเงินรางวัลไปถึง 168 ล้านยูโร (หรือประมาณ 6,636 ล้านบาท) โดยหนุ่มดวงเฮงรายนี้ เผยว่า เขาได้ซื้อสลากจากร้านขายหนังสือพิมพ์ในอำเภอสคาร์เบค และที่ผ่านมา เขาได้ซื้อลอตเตอรี่ ยูโรมิลเลียนเป็นประจำมาเป็นเวลากว่าสิบปีแล้ว ขณะที่ เขาซื้อเป็นเงินเพียง 15 ยูโร (593 บาท) เท่านั้นในงวดวันอังคารที่ผ่านมา

หนุ่มผู้โชคดี ‘พ่อลูกสี่’ ซึ่งทำงานอยู่ที่ โรงงานกำจัดขยะกรุงบรัสเซลส์ และเป็นคนเชื้อสายแอลบาเนีย เป็นคนเลือกเลขที่ถูกจำนวน 5 เลขกับ 2 ดาว “ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเป็นความจริง ผมได้ตรวจเลขผลการออกรางวัลจากคอมพิวเตอร์ที่บ้านด้วยตัวเอง” เขากล่าวหลังจากไปรับเงินรางวัลก้อนโต เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา และหนุ่มดวงเฮง ยังบอกว่าจะยังคงซื้อยูโรมิลเลียนต่อไป

ด้าน นายแจนนี่ ฮาค ซีอีโอของลอตเตอรี่เบลเยียมกล่าวว่า เขาได้รับการต้อนรับที่สำนักงานของลอตเตอรี่เบลเยียมเหมือนคนที่ถูกรางวัลใหญ่ทุกคน สำนักงานออกสลาก ยูโรมิลเลียน ได้แนะนำให้เขาใช้เวลาในการปรับตัว ใช้ชีวิตตามปกติ และก็อย่ากลัวที่จะทำอะไรตามใจชอบ รวมทั้งแนะนำให้เขาอย่าเปิดเผยตัวเอง

ขณะเดียวกัน ชายหนุ่มผู้โชคดี ยังระบุว่า เขาจะบริจาคเงินรางวัลที่ได้ส่วนหนึ่งให้กับองค์กรการกุศลในสัปดาห์หน้า “ผมต้องการแบ่งปันรางวัลที่ตกมาจากท้องฟ้าให้กับคนที่มีความจำเป็น” ทั้งนี้ เงินรางวัลสูงสุดที่คนเบลเยียมเคยถูกหวย ยูโรมิลเลียน นั้น ได้เงินจำนวน 100 ล้านยูโรเมื่อปี 2550 และได้มีคนเบลเยียมกว่าร้อยคนได้เขียนจดหมายไปขอความช่วยเหลือจากผู้ถูกหวย 100 ล้านยูโร โดยบรรยายถึงความทุกข์ยากและไม่มีอะไรจะกินช่วงปลายเดือน บางคนถึงกับโทรศัพท์ไปขอรับความช่วยเหลือจากเขา

 

เกาหลีเหนือ ทดสอบขีปนาวุธนำวิถีอีกแล้ว แต่‘เหลว’ ระเบิดตูมหลังยิงทันที

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ต.ค. 2559 14:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/755521

 

โสมแดง ไม่หยุด..สหรัฐฯ ตรวจพบทดสอบขีปนาวุธนำวิถีอีกแล้ว ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ แต่ครั้งนี้ล้มเหลว สื่อนอก คาดเป็นขีปนาวุธนำวิถีข้ามทวีป ‘มูซูดาน’ พิสัยไกล 4 พันกิโลเมตร สามารถยิงถึงเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และเกาะกวม ได้สบาย

12 ต.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน นายแกรีย์ รอส์ โฆษกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ แถลงระบบควบคุมยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ตรวจพบเกาหลีเหนือได้มีการทดสอบยิงขีปนาวุธนำวิถีข้ามทวีปอีกแล้ว ที่เมืองคูซอง ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ เมื่อเย็นวันเสาร์ที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา แต่คราวนี้การทดสอบไม่สำเร็จ

ขณะที่ ทางการเกาหลีใต้ ยืนยันเช่นกันว่า เกาหลีเหนือมีการทดลองยิงขีปนาวุธนำวิถี แต่ต้องพบกับความล้มเหลวจากการทดลองยิงในครั้งนี้ โดยสำนักข่าวยอนฮัพของเกาหลีใต้ รายงาน คาดว่าขีปนาวุธได้เกิดระเบิดทันที จากที่ถูกยิงขึ้นจากฐานยิงขีปนาวุธ

บีบีซีแจ้งว่า ขีปนาวุธนำวิถีที่เกาหลีเหนือนำมาทดสอบเมื่อเย็นวันที่ 15 ตุลาคม เป็นขีปนาวุธมูซูดาน มีพิสัยยิงไกลประมาณ 4,000 กม. ซึ่งสามารถถูกยิงไปถึงเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และเกาะกวม ดินแดนของสหรัฐฯ ในมหาสมุทรแปซิฟิก

อย่างไรก็ตาม ทางเกาหลีเหนือภายใต้การนำของคิม จอง อึน ไม่ได้มีปฏิกริยาตอบโต้ใดๆ ต่อการรายงานข่าวดังกล่าวของสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ ขณะที่ โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ประณามอย่างรุนแรงต่อการทดสอบขีปนาวุธนำวิถีอีกครั้งของเกาหลีเหนือ รวมทั้งการทดสอบขีปนาวุธที่ผ่านๆ มาของเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นการละเมิดมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ที่มีคำสั่งห้ามไม่ให้เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธนำวิถี แม้ว่าจะไม่เป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐฯ ก็ตาม หลังจากในปี 2559 เกาหลีเหนือได้มีการทดสอบขีปนาวุธนำวิถีมาแล้ว 4 ครั้ง และไม่สำเร็จ 2 ครั้ง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

โสมเหนือจ๋อย! ทดสอบยิงขีปนาวุธจากเรือดำน้ำพลาดอีก

 

ชักเดือด! เรือรบ ยูเอสเอส เมสันในทะเลแดง ยิงขีปนาวุธโต้ โดนส่องอีกแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ต.ค. 2559 12:59

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/755486

 

ทะเลแดงตึงเครียด..เรือรบยูเอสเอส เมสันของสหรัฐฯ นอกชายฝั่งเยเมน ในทะเลแดง ยิงขีปนาวุธตอบโต้ หลังตรวจจับ พบมีขีปนาวุธหลายลูกถูกยิงมาโจมตีเรือรบยูเอสเอส เมสันอีกแล้ว โชคดีไม่มีทหาร และเรือรบของกองกำลังสหรัฐฯ ได้รับอันตราย

เมื่อ 16 ต.ค. 59 สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงาน เรือรบ ยูเอสเอส เมสัน (USS Mason) ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ซึ่งประจำการอยู่นอกชายฝั่งเยเมน ในทะเลแดง ได้ยิงขีปนาวุธตอบโต้ หลังตรวจจับพบว่ามีขีปนาวุธ (ไม่ทราบจำนวน) ถูกยิงมาหมายจะโจมตีเรือรบยูเอสเอส เมสัน อีก เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยซีเอ็นเอ็น เผยด้วยว่า เบื้องต้น ไม่ทราบสถานการณ์แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น มีขีปนาวุธหลายลูกถูกยิงมาโจมตี หรือระบบเรดาร์ตรวจจับขีปนาวุธบนเรือรบยูเอสเอส เมสัน เกิดขัดข้อง

เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมนายหนึ่ง เผยกับนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่า ทหารประจำเรือรบยูเอสเอส เมสัน ซึ่งเป็นเรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถี ตระหนักถึงรายงานต่างๆ และกำลังประเมินสถานการณ์ดังกล่าวอยู่ เรือทุกลำของกองกำลังสหรัฐฯ และทหารทุกนายที่ประจำการอยู่ในทะเลแดง ปลอดภัย ไม่ได้รับอันตราย รวมทั้งเรือUSS Nitze และเรือ USS Ponce ซึ่งกำลังเดินเรืออยู่ใกล้เคียงด้วย


ทหารเรืออเมริกันประจำเรือรบ ยูเอสเอส เมสัน

ทั้งนี้ มีรายงานที่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่า มีขีปนาวุธหลายลูกถูกยิงมาจากบริเวณชายฝั่งของประเทศเยเมน และเรือสังเกตการณ์ลำเล็กหลายลำ ของฝ่ายกบฏฮูธิ ขณะที่ ซีเอ็นเอ็น เผยว่าเหตุการณ์ในทะเลแดง เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 15 ต.ค. ได้รับการเปิดเผยจาก จอห์น ริชาร์ดสัน ผู้บัญชาการปฏิบัติการกองทัพเรือ ขณะที่ เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ อีกนายได้เผยว่า มีขีปนาวุธแบบภาคพื้นสู่ภาคพื้นถูกยิงมายังเรือรบยูเอสเอส เมสัน แต่ถูกตรวจจับด้วยเรดาร์ได้ก่อน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

มะกันกร้าว โจมตีสถานีเรดาร์ในเยเมน! โต้เรือรบโดนยิงด้วยขีปนาวุธอีกแล้ว

ระทึก! เรือรบมะกันในเยเมน โดนยิงด้วยขีปนาวุธ 2 ลูก แต่พลาดตกทะเล

 

นภ พรชำนิ ร่วมคนไทยซานฟรานซิสโก น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ต.ค. 2559 09:36

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/755222

 


นภ พรชำนิ ร่วมกับคนไทยในซานฟรานซิสโก ร้องเพลง สรรเสริญพระบารมี แสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ

นักร้องดัง “นภ พรชำนิ” พร้อมคนไทยในซานฟรานซิสโก  สหรัฐอเมริกา ร่วมขับร้องเพลง สรรเสริญพระบารมี แสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ

วันที่ 15 ตุลาคม 2559 นักร้องหนุ่ม นภ พรชำนิ พร้อมด้วยคนไทยที่อาศัยอยู่ในซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้รวมตัวกัน ณ City Hall ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี พร้อมจุดเทียนและเปิดไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือ เพื่อเป็นการแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ

โดยเฟซบุ๊ก Boom Wanvisa ได้โพสต์ว่า “ไม่ว่าพวกเราชาวไทยจะอยู่ที่ใดบนโลกนี้ เราต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงผู้เป็นร่มโพธิ์ร่มไทร เป็นที่รักในดวงใจของเราทุกคน แม้นเราจะไม่สามารถกลับไปกราบสักการะพระบรมศพได้ถึงที่เมืองไทย พวกเราขอน้อมอาเศียรวาทก้มกราบพ่อหลวงด้วยดวงใจอันแหลกสลายจากแดนไกล ปวงพสกนิกรชาวไทยในซานฟรานซิสโก ขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณตราบนิรันดร์”

 

3 สายการบิน สั่งห้ามนำ ‘โน้ต 7’ ขึ้นเครื่อง ตามรอยสหรัฐฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ต.ค. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/755136

 

สายการบิน สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส และสายการบิน เจ็ทสตาร์ กับ แควนตัส ของออสเตรเลีย สั่งห้ามผู้โดยสารนนำสมาร์ทโฟน กาแล็กซี่ โน้ต 7 ขึ้นเครื่องแล้ว วันเดียวหลังจากทางการสหรัฐฯ ออกคำสั่งเดียวกัน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 15 ต.ค. สายการบิน สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส (เอสไอเอ) ออกคำสั่งห้ามผู้โดยสารทุกคนไม่ให้นำสมาร์ทโฟน ‘กาแล็กซี่ โน้ต 7’ ขึ้นไปในห้องโดยสารหรือโหลดเข้าห้องเก็บสัมภาระพร้อมกระเป๋าเดินทาง โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 12:00น. วันที่ 16 ต.ค. เป็นต้นไป

วันเดียวกัน เจ็ทสตาร์ สายการบินชั้นประหยัดของออสเตรเลีย ก็ออกคำสังห้ามนำสมาร์ทโฟนของบริษัท ซัมซุง รุ่นนี้ขึ้นเครื่องบินโดยสารทั้งหมดของเจ็ทสตาร์ รวมถึงสายการบินแม่อย่าง แควนตัส ด้วย โดยจะมีผลบังคับใช้ในเวลา 12:01น. วันที่ 16 ต.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ขยายจากเดิมที่เพียงแนะนำให้ผู้โดยสารปิดเครื่องตลอดการเดินทาง

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวล่าสุดของสายการบินทั้ง 3 แห่ง เกิดขึ้นเพียงวันเดียวหลังจากกระทรวงคมนาคมของสหรัฐอเมริกา ออกคำสั่งฉุกเฉิน ห้ามไม่ให้นำ กาแล็กซี่ โน้ต 7 ขึ้นเครื่องบินในสหรัฐฯ หลังจากเกิดปัญหาแบตเตอรี่ติดไฟ หรือมีควันพวยพุ่งออกมาจากอุปกรณ์ ซึ่งผู้ผลิตอย่าง ซัมซุง ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ จนต้องออกคำสั่งเลิกผลิตในสัปดาห์ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม บนหน้าเพจเฟซบุ๊กของ สิงคโปร์ แอร์ไลน์ มีผู้โดยสารบางคนออกมาแสดงความกังวลว่า พวกเขากำลังยู่ในต่างประเทศ และคำสั่งนี้จะทำให้พวกเขาไม่สามารถนำ กาแล็กซี่ โน้ต 7 กลับไปขอคืนเงินจากบริษัท ซัมซุง ในประเทศได้