ซัมซุง วอนลูกค้าซื้อโน้ต 7 ปิดเครื่อง! ช็อกไม่จบ เจอเครื่องไหม้ในUSอีก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ต.ค. 2559 11:58

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/749992

 

ยังไม่จบ!…ซัมซุง เรียกร้องให้ลูกค้าที่ซื้อมือถือ กาแลคซี่ โน้ต 7 ไปแล้ว ‘ปิดเครื่อง’ พร้อมขอให้บริษัททั่วโลกหยุดจำหน่าย ระหว่างบริษัทกำลังตรวจสอบปัญหา หลังยังคงมีข้อร้องเรียน เกิดไฟไหม้เครื่อง ‘โน้ต 7’ ที่ปรับปรุงไปแล้ว ล่าสุด หนุ่มมะกันในรัฐเคนทักกี สะดุ้งโหยง ตื่นกลางดึกเห็นควันเต็มห้อง โน้ต 7 ไฟไหม้ ส่วนหญิงในเมืองฮอนโนลูลู ก็โชว์ โน้ต 7 ไหม้เหมือนกัน

เมื่อ 11 ต.ค. 59 สำนักข่าวบีบีซี รายงาน ซัมซุง บริษัทผลิตสมาร์ทโฟนยักษ์ใหญ่ของโลกในเกาหลีใต้ ได้ออกมาเรียกร้องให้ลูกค้าที่ซื้อ ซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 7 ปิดการใช้งานมือถือในช่วงนี้ก่อน ขณะที่ทางบริษัทซัมซุงกำลังมีการตรวจสอบข้อร้องเรียนใหม่เกี่ยวกับมือถือ กาแลคซี่ โน้ต 7 ที่ยังคงเกิดปัญหาไฟไหม้ ถึงแม้จะได้รับการปรับปรุงแล้ว

ขณะเดียวกัน บริษัทซัมซุง ยังยืนยันด้วยว่า ได้หยุดจำหน่ายสมาร์ทโฟนรุ่นกาแลคซี่ โน้ต 7 แล้ว หลังจากได้มีการเรียกคืนมือถือรุ่นเรือธงรุ่นนี้ที่ขายไปแล้วถึง 2.5 ล้านเครื่อง นับตั้งแต่เปิดตัวและวางจำหน่ายใน 10 ประเทศ เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา เนื่องจากได้รับข้อร้องเรียนเกิดปัญหาเครื่องระเบิด และไฟไหม้

“เนื่องด้วยคำนึงถึงความปลอดภัยของลูกค้าก่อนเป็นลำดับแรก บริษัทซัมซุงจะขอร้องผู้จำหน่ายมือถือทั้งหมด และบริษัทพาร์ตเนอร์ หุ้นส่วนทางธุรกิจในทั่วโลกของซัมซุงยุติการขายและรับเปลี่ยนกาแลคซี่ โน้ต 7 ขณะกำลังมีการตรวจสอบ’ บริษัทซัมซุง แถลงที่กรุงโซล


เครืื่องกาแลคซี่ โน้ต 7 ของ ดี เดคาซา หญิงในเมืองฮอนโนลูลู เกิด ไฟไหม้

บีบีซีแจ้งว่า ยังคงเกิดเหตุระทึกกับผู้ใช้งานกาแลคซี่ โน้ต 7 เมื่อมีชายคนหนึ่งในรัฐเคนทักกี ประเทศสหรัฐฯต้องตื่นขึ้นมากลางดึกด้วยความตกใจสุดขีด เพราะห้องนอนของเขาเต็มไปด้วยควันคลุ้ง อันเนื่องมาจากกาแลคซี่ โน้ต 7 เกิดไฟไหม้ ส่วน ดี เดคาซา หญิงในเมืองฮอนโนลูลู ของสหรัฐฯ ก็ช็อกสุดๆ เช่นกัน เมื่อมือถือ โน้ต 7 ของเธอได้เกิดไฟไหม้ จนเครื่องเสียหายหมด และได้นำมาให้นักข่าวเอพีได้ดู โดยวางเครื่องที่ไหม้เสียหายบนถาดอลูมิเนียมเมื่อ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา


ด้านหลัง ของเครื่องที่เกิดไฟไหม้

ก่อนหน้านี้ได้เกิดเรื่องตื่นเต้นสุดๆ เมื่อเกิดเหตุกาแลคซี่ โน้ต 7 ที่นายไบรอัน กรีน ซื้อมาได้เกิดติดไฟจนควันลอยออกมาขณะเขาอยู่บนเครื่องบินโดยสารของสายการบิน เซาท์เวสต์ แอร์ไลน์ส ซึ่งกำลังจะทะยานออกจากสนามบินในเมืองหลุยส์วิลล์ รัฐเคนทักกี เมื่อวันที่ 5 ต.ค. จนทำให้ลูกเรือต้องรีบอพยพผู้โดยสารทั้งหมดลงจากเครื่องบิน.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

สื่อนอกตีข่าว ซัมซุง หยุดผลิต กาแลคซี่ โน้ต7 ชั่วคราว! ขอเวลาปรับปรุง

แก้ไม่หาย!? ‘โน้ต7’ เปลี่ยนแล้วยังไฟลุกบนเครื่องบินมะกันจนต้องอพยพ

 

ยอดเหยื่อเฮอริเคน ‘แมทธิว’ ในเฮติทะลุ 1,000 ศพ-เตือนอหิวาฯ ระบาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ต.ค. 2559 03:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/749706

 

จำนวนผู้เสียชีวิตจากเฮอริเคนแมทธิวในเฮติ เพิ่มเป็น 1,000 รายแล้ว ขณะที่เกิดความกังวลว่าโรคอหิวาตกโรคจะระบาดในพื้นที่ประสบภัยพิบัตทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชาวเฮติเริ่มดำเนินการฝังศพผู้เสียชีวิตจากอิทธิพลของเฮอริเคน ‘แมทธิว’ ที่พัดถล่มประเทศเมื่อสัปดาห์ก่อน ในหลุมศพขนาดใหญ่ เมื่อวันอาทิตย์ ในขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตจากพายุดังกล่าว เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 1,000 รายแล้ว และเกิดโรคอหิวาตกโรคแพร่กระจายในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ จนทำให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นออกมาเตือนว่า อาจเกิดการระบาดของโรคได้

เฮอริเคน แมทธิว พายุที่รุนแรงที่สุดในรอบเกือบ 10 ปี ที่ภูมิภาคทะเลแคริบเบียนเคยเผชิญ พัดถล่มประเทศเฮติเมื่อวันอังคารที่ 4 ต.ค. ด้วยความเร็วลม 233 กม./ชม. ทำให้เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วม บ้านเรือนถูกทำลายหรือได้รับความเสียหายหลายหมื่นหลัง ขณะที่สำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (OCHA) ระบุว่า ชาวเฮติ 1.4 ล้านคนจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรม


บ้านเรือนในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของเฮติได้รับความเสียหายอย่างหนัก

ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตประเทศเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยข้อมูลที่สำนักข่าว รอยเตอร์ส ได้มาจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตไว้ถึง 1,000 ราย ขณะที่ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเป็นทางการที่จัดทำโดยรัฐบาลเฮติอยู่ที่ 336 ราย เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องเดินทางไปยืนยันจำนวนที่ละหมู่บ้านทำให้ตัวเลขเพิ่มขึ้นช้ากว่า

ด้านนาย เคดเนอร์ ฟรีเนล เจ้าหน้าที่อาวุโสสูงสุดของรัฐบาลจังหวัดกร็องด็อง ทางตะวันตกของประเทศ เปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตถึง 522 รายในจังหวัดนี้เพียงแห่งเดียว ขณะที่มีผู้เสียชีวิตอีก 386 คนที่จังหวัดซูดทางตอนใต้ ส่วนอีก 92 รายอยู่ในพื้นที่อื่นๆ โดยเจ้าหน้าที่เริ่มการฝังศพผู้เสียชีวิตบางส่วนในหลุมศพขนาดใหญ่ในเมืองเฌเรมีแล้ว เพราะศพเริ่มเน่าเปื่อย

นายฟรีเนลกล่าวอีกว่า พวกเขากำลังกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับการแพร่กระจายของโรคอหิวาตกโรค และเจ้าหน้าที่กำลังมุ่งเน้นในการส่งน้ำดื่ม, อาหาร และเวชภัณฑ์ไปให้แก่ผู้ประสบภัยหลายพันคนที่อาศัยอยู่ในศูนย์หลบภัย


ทหารสหรัฐฯ และตำรวจเฮติ ขนเสบียงอาหารลงจากเฮลิคอปเตอร์ที่เมืองเฌเรมี

ขณะที่นายวินเซ ดีเจนนาโร แพทย์ประจำกรุงปอร์โตแปรงซ์ และเป็นผู้อำนวยการโครงการขนส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์ฉุกเฉินทางอากาศด้วยเฮลิคอปเตอร์เพียงหน่วยเดียวของประเทศ เดินทางไปแจกส่งของบรรเทาทุกในเมืองต่างๆ ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของเฮติ และพบว่าอาคารบ้านเรือนในหลายเมืองถูกทำลายเกือบทั้งหมด ไม่เว้นแม้แต่อาคารคอนกรีต ทำให้ประชาชนไม่มีที่หลบภัย จนต้องนอนกลางแจ้ง อันเป็นสภาพที่เสี่ยงติดโรคอหิวาตกโรคอย่างมาก

ระหว่างการเดินทาง เขาได้รับรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตจากโรคอหิวาตกโรคหลายสิบคนในเมืองปอร์ตาปิมองต์ ส่วนหน่วยงานยูนิเซฟ เปิดเผยในงานงานในวันจันทร์ว่า มีผู้ป่วยโรคอหิวาฯ หลายรายในเมืองรองเดลด้วย

ทั้งนี้ โรคอหิวาตกโรคจะทำให้เกิดอาการท้องร่วงอย่างรุนแรง ซึ่งสามารถทำให้เสียชีวิตภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง แพร่กระจายผ่านน้ำปนเปื้อนและใช้เวลาในการฟักตัวเพียงไม่นานเท่านั้น โดยเมื่อครั้งเฮติประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อปี 2010 ก็เกิดการระบาดของโรคอหิวาตกโรค จากการนำเชื้อเข้ามาโดยเจ้าหน้าที่รักษาความสงบของสหประชาชาติ และทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 10,000 ราย

 

เยอรมนีรวบแล้ว! ชายซีเรียต้องสงสัยวางแผนบึม-เชื่อโยงไอซิส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ต.ค. 2559 01:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/749652

 

ตำรวจเยอรมนีจับกุมตัวชายชาวซีเรียผู้ต้องสงสัยกำลังวางแผนโจมตีในเยอรมนีได้แล้วเมื่อวันอาทิตย์ หลังจากตามล่ามานานเกือบ 2 วัน โดยพวกเขาเชื่อว่าผู้ต้องสงสัยรายนี้อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มไอซิส…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจของประเทศเยอรมนีสามารถจับกุมตัวนาย จาเบอร์ อัล-บาคร์ ชายชาวซีเรียวัย 22 ปี ผู้ต้องสงสัยกำลังวางแผนโจมตีด้วยวัตถุระเบิดในเยอรมนี ได้แล้วเมื่อวันอาทิตย์ โดยตำรวจเชื่อด้วยว่า ชายคนนี้อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มติดอาวุธ รัฐอิสลาม (ไอซิส)

การจับกุมนายอัล-บาคร์ มีขึ้นหลังจากตำรวจพบวัตถุระเบิดที่องค์ประกอบคล้ายระเบิดเปอร์ออกไซด์ (TATP) ซึ่งมีอำนาจทำลายล้างสูงหนัก 1.5 กก. ที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในเมืองเคมนิตซ์ ทางตะวันออกของเยอรมนี เมื่อเช้าวันเสาร์ ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนพบว่าห้องนี้เป็นของนายอัล-บาคร์ จึงระดมกำลังออกตามล่าตัว และจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยรายนี้ได้ในวันอาทิตย์ เกือบสองวันหลังจากเริ่มตามล่า

นาย ยอร์ก มิคาเอลิส ประธานคณะกรรมการสืบสวนคดีอาชญากรรมรัฐซัคเซิน (แซกโซนี) เผยว่า นายอัล-บาคร์ถูกจับตัวหลังเขาหนีไปยังเมืองไลพ์ซิก และพบชาวซีเรียคนอื่นอีก 2 คนที่สถานีรถไฟในวันเสาร์ จึงขอไปอาศัยอยู่ด้วย อย่างไรก็ตาม ชาวซีเรีย 2 คนนี้ได้ข้อมูลจากโลกออนไลน์ในคืนเดียวกันว่า ชายที่พวกเขาพามาอยู่ด้วยกำลังเป็นที่ต้องการตัวของตำรวจ จึงจับนายอัล-บาคร์มัดเอาไว้กับโซฟา และแจ้งตำรวจผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์


หน้าต่างอพาร์ตเมนต์ที่เชื่อว่าเป็นของนายอัล-บาคร์ ซึ่งตำรวจพบวัตถุระเบิด

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ของเยอรมนีระบุว่า นายอัล-บาคร์ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมในช่วงต้นเดือนต.ค.ที่ผ่านมา เพื่อวางแผนการโจมตี ซึ่งอาจรวมถึงการโจมตีด้วยระเบิดฆ่าตัวตาย โดยนายโธมัส เดอ เมซิแอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเยอรมนี ออกแถลงการณ์ในวันจันทร์ว่า การเตรียมการในเมืองเคมนิตซ์คล้ายคลึงกับทุกอย่างที่เรารู้เกี่ยวกับการเตรียมการโจมตีที่กรุงปารีส ของฝรั่งเศสเมื่อปลายปีก่อน และที่กรุงบรัสเซลส์ ของเบลเยียม เมื่อเดือนมี.ค. ซึ่งกลุ่มไอซิสออกมาอ้างเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีทั้งสองเหตุการณ์

ด้าน นายมิคาเอลิสก็เชื่อว่าเหตุการณ์นี้อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มไอซิสเช้นกัน เนื่องจากวิธีการและพฤติกรรมของนายอัล-บาคร์ ทำให้นึกถึงกลุ่มไอซิส และระเบิดเปอร์ออกไซด์ก็เป็นชนิดเดียวกับระเบิดที่ถูกใช้ในการโจมตีที่กรุงปารีส และกรุงบรัสเซลส์ด้วย ขณะที่ตำรวจได้ทำลายวัตถุระเบิดที่พวกเขาพบที่อพาร์ตเมนต์ของนายอัล-บาคร์แล้ว

อนึ่ง นอกจากนายอัล-บาคร์แล้ว ยังมีผู้ต้องสงสัยถูกจับกุมตัวอีก 3 คน โดย 2 คนถูกจับกุมตัวที่สถานีรถไฟในเมืองเคมนิตซ์เมื่อวันเสาร์ ซึ่งกระเป๋าเดินทางของพวกเขาถูกตรวจค้น ทำให้สถานีรถไฟถูกปิดล้อมชั่วคราว ส่วนรายที่ 3 ถูกจับกุมในย่านใจกลางเมืองเคมนิตซ์ และตำรวจเชื่อว่าผู้ต้องสงสัยรายนี้เป็นคนที่คอยติดต่อกับนายอัล-บาคร์

 

2 นักวิจัยมะกัน-ฟินแลนด์ คว้าโนเบลเศรษฐศาสตร์ 2016 คิดค้นทฤษฎีสัญญา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ต.ค. 2559 23:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/749571

 

นักเศรษฐศาสตร์ชาวอเมริกันและชาวฟินแลนด์ คว้ารางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ ประจำปี 2016 ไปครอง จากการศึกษาทฤษฏีสัญญา แบ่งเงินรางวัล 8 ล้านโครน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ราชวิทยาลัยวิทยาศาสตร์แห่งสวีเดน (Royal Swedish Academy of Sciences) ตัดสินใจมอบรางวัลโนเบล สาขาเศรษฐศาสตร์ ประจำปี 2016 ให้แก่นายโอลิเวอร์ ฮาร์ต อายุ 68 ปี และนาย เบงต์ โฮล์มสตรัม อายุ 67 ปี และแบ่งเงินรางวัล 8 ล้านโครน (ราว 32.5 ล้านบาท) จากผลงานการศึกษาทฤษฎีสัญญา (contract theory) เพื่อตอบคำถามต่างๆ ตั้งแต่ หาวิธีตอบแทนผู้บริหารที่ดีที่สุด ไปจนถึงโรงเรียนและเรือนจำควรมีเอกชนเป็นเจ้าของหรือไม่

โอลิเวอร์ ฮาร์ต นักเศรษฐศาสตร์ชาวอเมริกันเชื้อสายอังกฤษ จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ศึกษาในเรื่องสัญญาที่ไม่สมบูรณ์แบบ ผลงานของเขาแสดงให้เห็นหลายสิ่งหลายอย่าง รวมทั้งความสำคัญของการกำหนดสิทธิ์ในการตัดสินใจในความสัมพันธ์เชิงสัญญา เพราะแต่ละฝ่ายมักไม่สามารถเขียนข้อกำหนดที่มีรายละเอียดครอบคลุม เนื่องจากพวกเขาไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต

ขณะที่การศึกษาของนายโฮล์มสตรัม นักเศรษฐศาสตร์ ชาวฟินแลนด์ จากสถานบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ยกตัวอย่างให้เห็นว่า ผู้ถือหุ้นของบริษัทควรเขียนสัญญาที่น่าพอใจสำหรับผู้บริหาร โดยระมัดระวังให้น้ำหนักเรื่องความเสี่ยงและสิ่งเร้าต่างๆ รวมทั้งนับปัจจัยที่ไม่ค่อยปรากฏให้เห็น และตีกรอบกรณี การมอบผลตอบแทนแก่ผู้บริหารจากโดยคิดจากผลการปฏิบัติงาน ที่ประเมินผลได้ยาก

ทั้งนี้ ราชวิทยาลัยวิทยาศาสตร์แห่งสวีเดน ระบุว่า การค้นพบทฤษฎีสัญญาของพวกเขามีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่ต่างๆ เช่น การกำกับดูแลกิจการ, กฎหมายการล้มละลาย และระเบียบข้อบังคับทางการเมือง “ตอนนี้เรามีเครื่องมือในการวิเคราะห์ ไม่เพียงแค่สัญญาทางการเงิน แต่ยังรวมถึงการตกลงจัดสรรปันส่วนสิทธิ์การควบคุม, สิทธิครอบครอง และสิทธิ์ในการตัดสินระหว่างกลุ่มต่างๆ”

“ผลงานของผู้ทรงเกียรติทั้ง 2 คนช่วยให้เราเข้าใจสัญญามากมายที่เราพบในชีวิตจริง พวกเขายังมอบวิธีคิดแบบใหม่ ว่า ควรออกแบบสัญญาอย่างไร ทั้งในตลาดเอกชนและในนโยบายสาธารณะ แต่พวกเราด้วย” ราชวิทยาลัยฯ ระบุ

 

ระทึก! เรือรบมะกันในเยเมน โดนยิงด้วยขีปนาวุธ 2 ลูก แต่พลาดตกทะเล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ต.ค. 2559 18:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/749427

 

(ภาพประกอบ เรือ USS Mason)

เรือรบสหรัฐฯ ‘ยูเอสเอส เมสัน’ ถูกยิงโจมตีด้วยขีปนาวุธ 2 ลูก ขณะจอดลอยลำอยู่ในทะเลแดง นอกชายฝั่งเยเมน แต่ขีปนาวุธพลาดเป้า ตกลงทะเล เชื่อเป็นฝีมือกบฏฮูธิ ขณะที่ฝ่ายกบฏ สวนทันควัน ไม่ได้ยิง ชี้มะกันหวังกลบเกลื่อนเหตุการณ์บินรบพันธมิตรนำโดยซาอุฯ ถล่มงานศพในกรุงซานา ตายอื้อ 155 ศพ

เมื่อ 10 ต.ค. สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงาน โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ แถลง เรือรบสหรัฐฯ ‘USS Mason’ (ยูเอสเอส เมสัน) ถูกขีปนาวุธ 2 ลูกยิงมาโจมตี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 ต.ค. ขณะจอดอยู่นอกชายฝั่งของประเทศเยเมน แต่ขีปนาวุธพลาดเป้า เลยตกลงทะเลแทน โดยโฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ชี้ว่า ขีปนาวุธทั้ง 2 ลูกถูกยิงมาจากเขตยึดครองของกบฏฮูธิ ซึ่งเป็นชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ และเป็นชนกลุ่มน้อยในเยเมน แต่ขณะนี้ ยังสามารถยึดครองพื้นที่ส่วนใหญ่ในเยเมน รวมถึงกรุงซานา เมืองหลวงไว้ได้

ตามรายงานของเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่า เรือรบ ยูเอสเอส เมสัน จอดลอยลำอยู่ห่างจากชายฝั่งของเยเมน กว่า 12 ไมล์ทะเล หรือประมาณ 22 กม. โดยจอดอยู่ทางตอนใต้ของทะเลแดง และทางเหนือของช่องแคบ บับ-เอล มันเดบ


ภาพประกอบ เรือรบUSS Mason ขณะร่วมซ้อมรบ

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าว SABA ของฝ่ายกบฏฮูธิ อ้างคำพูดของฝ่ายการรบของกลุ่มกบฏฮูธิว่า รายงานที่กล่าวหาว่า กบฏฮูธิยิงขีปนาวุธไปโจมตีเรือรบที่จอดนอกชายฝั่งเยเมน ไม่เป็นความจริง อีกทั้งยังชี้ว่าการที่มีข่าวนี้ออกมาก็เพื่อมุ่งหวังจะกลบเกลื่อนปกปิดข่าวเครื่องบินรบของกองกำลังพันธมิตรนำโดยซาอุดีอาระเบียโหดเหี้ยม โจมตีทางอากาศถล่มงานศพในกรุงซานา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตสลดถึงอย่างน้อย 155 ราย เมื่อวันเสาร์ที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา

 

โรเบิร์ต เดอ นีโร อัดทรัมป์ยับ!อยากชกหน้า วอนมะกันอย่าเลือกเป็นปธน. (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ต.ค. 2559 17:18

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/749372

 

โรเบิร์ต เดอ นีโร ดารารุ่นเก๋าชื่อดังแห่งฮอลลีวูด อดรนทนไม่ไหว หวั่นอเมริกามีประธานาธิบดีเป็นโดนัลด์ ทรัมป์ อัดคลิปด่ายับ เป็นคนโง่ ปัญญาอ่อน พูดโกหก รู้สึกโกรธมากที่ประเทศชาติมาถึงจุดนี้ เตือนถ้าห่วงใยอนาคตของประเทศชาติ ก็อย่าเลือกทรัมป์

เมื่อ 10 ต.ค. เว็บไซต์ BuzzFeedNews รายงาน ดาราเก๋ารุ่นใหญ่แห่งวงการฮอลลีวูด ออกมาประกาศไม่ยอมรับ โดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนพรรครีพับลิกันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างเปิดเผย พร้อมกับพูดว่าทรัมป์แบบซึ่งๆ หน้า ผ่านคลิปวิดีโอด้วยถ้อยคำรุนแรง สีหน้าจริงจัง และน้ำเสียงแสดงอารมณ์โกรธ ไม่พอใจ

ข้อความบางตอนในคลิปวิดีโอที่ โรเบิร์ต เดอนีโร พูดด่าทรัมป์ อย่างเช่น บอกทรัมป์ เป็นคนโง่ ปัญญาอ่อน เงี่ยนเหมือนหมา ละโมบเหมือนหมู เป็นนักต้มตุ๋น เป็นคนพูดโกหก พูดอะไรโดยไม่คิด, ไม่เคยทำการบ้านมาก่อน พร้อมกับว่า ทรัมป์ กำลังเล่นพนันกับสังคม ไม่ยอมเสียภาษี เป็นคนโง่เง่า ‘นายพลคอลิน เพาเวลล์’ เคยพูดว่า ทรัมป์เป็นหายนะของประเทศ เขาเป็นคนคอยขัดขวางประเทศนี้ มันทำให้ตนโกรธมากที่ประเทศมาถึงจุดนี้


โดนัลด์ ทรัมป์ และฮิลลารี คลินตัน ระหว่างการดีเบตครั้งที่ 2 เมื่อ 10 ตุลาคม 59

ดารารุ่นเก๋า ยังบอกด้วยว่า หากมีใครถามเขาว่าอยากจะชกหน้าใคร เขาจะบอกว่า อยากจะชกหน้าทรัมป์ นี่หรือคนที่พวกเราต้องการจะให้เป็นประธานาธิบดี? พร้อมกันนั้น โรเบิร์ต เดอนีโร ยังกล่าวว่า เขาเป็นห่วงมากๆ เกี่ยวกับประเทศชาติอาจเดินไปในทางที่ผิดกับคนอย่างโดนัลด์ ทรัมป์ พร้อมกับพูดเชิญชวนชาวอเมริกันว่า ถ้าห่วงใยอนาคตของตัวเองก็อย่าโหวตเลือก โดนัลด์ ทรัมป์

ทั้งนี้ หลังจากคลิปวิดีโอ โรเบิร์ต เดอนีโร พูดอัดทรัมป์ ถูกนำมาเผยแพร่ลงในยูทูบและสื่อโซเชียลมีเดีย ปรากฏว่า ได้มีชาวเน็ตแห่เข้าไปดูคลิปนี้อย่างมากมาย รวมกันเกือบล้านวิว ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน

ชมคลิปที่นี่

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฮิลลารี เชือดนิ่ม ดีเบตรอบ 2 !อัดทรัมป์ เทปฉาว บอกให้รู้เป็นคนอย่างไร

สื่อแฉเทปฉาว’ทรัมป์’ ปากเสียดูถูกเพศแม่ ‘เป็นคนดังทำอะไรผู้หญิงก็ได้’

 

น่ายกย่อง! ปธน.โคลอมเบีย ยกเงินโนเบล 32 ล้าน ให้เหยื่อความขัดแย้งในประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ต.ค. 2559 14:46

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/749031

 

ประธานาธิบดีซานโตส แห่งโคลอมเบีย  ประกาศจะยกเงินรางวัลราว 32 ล้านบาท ที่ได้รับจากการเป็นผู้คว้ารางวัล โนเบล สาขาสันติภาพ ปี 2559 ไปมอบช่วยเหยื่อสงครามกลางเมืองในประเทศ ที่ดำเนินมายาวนานนับครึ่งศตวรรษ

เมื่อ 10 ต.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ประธานาธิบดีฮวน มานูเอล ซานโตส แห่งโคลอมเบีย ประกาศจะยกเงินรางวัลที่ได้รับจากการคว้ารางวัล โนเบล สาขาสันติภาพ ที่ได้มีการประกาศผลเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ไปมอบให้แก่ชาวโคลอมเบียที่ตกเป็นเหยื่อของสงครามกลางเมืองในประเทศ จนต้องพลัดพรากจากบ้านเกิดเมืองนอนมายาวนานนับ 52 ปี

ประธานาธิบดีซานโตส กล่าวว่า เขาได้ตัดสินใจกับครอบครัวว่าจะบริจาคเงินจำนวน 8 ล้านโครเนอร์ หรือราว 32,457,000 บาท มอบให้แก่ครอบครัวของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายจากความขัดแย้งในประเทศ โดยมีผู้เสียชีวิตไปมากกว่า 260,000 คน และกว่า 6 ล้านคนต้องพลัดพรากจากบ้านเกิด โดยผู้นำโคลอมเบีย ได้ประกาศเจตนารมย์ครั้งนี้ของเขา หลังจากเข้าร่วมพิธีทางศาสนาเพื่ออุทิศให้แก่ผู้เสียชีวิตจากสงครามกลางเมืองในประเทศ ที่เมืองโบจายา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเขตภูมิภาคโชโก


นางคาซิ คุลล์มานน์ ไฟฟ์ ประธานคณะกรรมการรางวัลโนเบลนอร์เวย์ ประกาศยกย่องประธานาธิบดีซานโตส เหมาะสมที่จะเป็นผู้ได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ประจำปี 2559 ว่า เพื่อรำลึกถึงความพยายามที่แน่วแน่ในการจะยุติความขัดแย้งและสงครามกลางเมืองในประเทศ จนนำไปสู่การลงนามในข้อตกลงสันติภาพกับนายโรดริดโก ลอนดอน หรือ ทิโมเชนโก อิเมเนช หัวหน้ากลุ่มกองกำลังปฏิวัติโคลอมเบีย  หรือรู้จักในชื่อ กบฏฟาร์ก เมื่อ 26 ก.ย. ที่ผ่านมา หลังจากพยายามเจรจาสันติภาพมานานถึง 4 ปี โดยรางวัลดังกล่าวยังถือได้ว่ามอบให้กับชาวโคลอมเบียที่ไม่ยอมแพ้ต่อความหวังแห่งสันติภาพ และยังมอบให้กับทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมในการนำไปสู่กระบวนการสร้างสันติภาพอีกด้วย


สุดตื้นตัน! ฮวน มานูเอล ซานโตส ปธน.โคลอมเบีย คว้าโนเบล สันติภาพ ’59

 

ฮิลลารี เชือดนิ่ม ดีเบตรอบ 2 !อัดทรัมป์ เทปฉาว บอกให้รู้เป็นคนอย่างไร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ต.ค. 2559 12:28

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/749012

 

ศึกดีเบต รอบ 2 ‘ทรัมป์-ฮิลลารี’ เครียดขึ้น…ทรัมป์ ‘แผลเหวอะ’ จากกรณีเทปฉาวหลุด พูดจาดูถูกเพศแม่ ก่อนถึงวันดีเบตแค่ 2 วัน จนถูกผู้ดำเนินรายการถามตรง แต่ทรัมป์เลี่ยงด้วยการหันไปพูดโจมตี อดีต ปธน.บิล คลินตัน ผู้เป็นสามีของฮิลลารีแทนว่า เคยทำเรื่องเลวร้าย ผิดประเวณีกับผู้หญิงมาก่อน

เมื่อ 10 ต.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานสถานการณ์ของโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนจากพรรครีพับลิกัน ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ดูจะย่ำแย่หนัก หลังจากสื่อในสหรัฐฯ แฉวีดิโอเทปฉาวที่หลุดออกมา 2 วันก่อนถึงวันดีเบต โต้วาทีประชันวิสัยทัศน์รอบ 2 โดยเนื้อหาในเทป ทรัมป์ พูดจาดูถูกเพศแม่ จาบจ้วงผู้หญิง จนทำให้เขาถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก และมีวุฒิสมาชิก ส.ส. และผู้ว่าการรัฐ รวมอย่างน้อย 33 คน ซึ่งถือเป็นสมาชิกระดับสูงของพรรครีพับลิกันชุดล่าสุดที่ประกาศขอถอนการสนับสนุนทรัมป์ ในการชิงตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ ไปแล้วนั้น

ข่าวแจ้งว่า การดีเบต ประชันวิสัยทัศน์รอบ 2 ระหว่างทรัมป์ กับนางฮิลลารี คลินตัน ตัวแทนจากพรรคเดโมแครต ครั้งที่ 2 เป็นเวลา 90 นาที ซึ่งจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยวอชิงตัน ในเมืองเซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี เมื่อคืนวันที่ 9 ต.ค.ตามเวลาท้องถิ่น โดยการดีเบตเริ่มขึ้น ตรงกับเวลา 08.00 น. ของวันที่ 10 ต.ค. ตามเวลาในไทย โดยรูปแบบรายการ เป็นแบบประชาพิจารณ์ คำถามครึ่งหนึ่งมาจากผู้ชมในห้องส่ง และอีกครึ่งหนึ่งมาจาก นายแอนเดอร์สัน คูเปอร์ ผู้ประกาศข่าวจากซีเอ็นเอ็น และนางมาร์ธา แรดแดตช์ ผู้ประกาศข่าวของเอบีซี สองผู้ดำเนินรายการ


สำหรับศึกดีเบต ครั้งที่ 2 นี้ ประเด็นที่ดุเดือด คงเป็นการที่ ทรัมป์ พยายามปิด ‘บาดแผลฉกรรจ์’ จากกรณีเทปหลุด พูดจาดูถูกผู้หญิงของตนเอง ด้วยการหันไปพูดโจมตีนางฮิลลารี และอดีตประธานาธิบดี บิล คลินตัน ผู้เป็นสามีอย่างหนัก หลังจาก แอนเดอร์สัน คูเปอร์ ผู้ประกาศข่าวของซีเอ็นเอ็น หนึ่งในผู้ดำเนินรายการ ได้ถามทรัมป์เกี่ยวกับเทปฉาวของเขาเมื่อปี 2548 ที่หลุดออกมาเมื่อวันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา


‘ไม่เคยมีใครในประวัติศาสตร์การเมืองของสหรัฐฯทำไม่เหมาะสมกับผู้หญิง’ ทรัมป์ กล่าว หลังจากถูกแอนเดอร์สัน คูเปอร์ ผู้ดำเนินรายการ กดดัน โดยทรัมป์ได้พูดว่า เขาไม่เคยทำผิดประเวณีกับผู้หญิงคนไหน เขาปฏิเสธไม่เคยทำเรื่องเช่นนั้น พร้อมกับหันไปพูดโจมตีบิล คลินตัน ที่เคยมีเรื่องอื้อฉาวกับผู้หญิงสมัยเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ


อย่างไรก็ตาม ด้านนางฮิลลารี ปฏิเสธที่จะโต้ต้อบคำพูดของทรัมป์เกี่ยวกับการพูดโจมตีผู้เป็นสามีของเธอ โดยนางฮิลลารี ได้กล่าวถึงวีดิโอที่เป็น ‘ระเบิด’ เล่นงานทรัมป์ในขณะนี้และทำให้นักการเมืองระดับสูงของพรรครีพับลิกันถอนตัวจากการสนับสนุนทรัมป์ คือสิ่งที่แสดงให้เห็นอย่างแท้จริงว่า ทรัมป์เป็นคนอย่างไร?

‘ดิฉันคิดว่าเทปนั่นให้ความกระจ่างชัดแก่ทุกคนที่ได้ยินแล้ว มันแสดงให้เห็นอย่างแท้จริงว่าเขาเป็นคนยังไง’ นางฮิลลารี กล่าว ส่วนประเด็นสำคัญที่ทรัมป์ยังคงพูดเล่นงานฮิลลารี คงเป็นเรื่องที่นางฮิลลารี ลบอีเมลส่วนตัวทิ้งกว่า 30,000 ฉบับ สมัยเป็นรมว.ต่างประเทศ โดยทรัมป์ บอกว่าถ้าเขาชนะเลือกตั้ง ได้เป็นประธานาธิบดีแล้วล่ะก็  เขาจะตั้งคณะอัยการชุดพิเศษขึ้นมาสอบสวนนางฮิลลารี คลินตัน และเธออาจติดคุกจากการจัดการอีเมลส่วนตัวเหล่านี้ของเธอ.

 

ดีเบตชิง ปธน.สหรัฐฯ ยก 2 ฮิลลารีปะทะคารมทรัมป์ดุเดือด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ต.ค. 2559 09:23

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/748826

 

ฮิลลารี-ทรัมป์ดีเบตโต้วาทีแสดงวิสัยทัศน์ครั้งที่ 2 ดุเดือดหมัดต่อหมัด มีการยกประเด็นการดูหมิ่นทางเพศมาโจมตีกัน พร้อมประชันกึ๋นแก้ปัญหาปมซีเรีย…


นายโดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกัน และนางฮิลลารี คลินตัน จากพรรคเดโมแครต กำลังดีเบต อย่างดุเดือด

เมื่อวันที่ 10 ต.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มีการดีเบตโต้วาทีแสดงวิสัยทัศน์ครั้งที่ 2 ของ 2 ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระหว่าง นายโดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกัน และนางฮิลลารี คลินตัน จากพรรคเดโมแครต ทั้งนี้ ตอนหนึ่งมีการหยิบยกประเด็นเกี่ยวกับการดูหมิ่นดูถูกทางเพศมาโจมตีกัน รวมทั้งประเด็นการแก้ปัญหาในซีเรีย ซึ่งบรรยากาศภาพรวมเป็นไปด้วยความดุเดือด.

ข่าวเกี่ยวข้อง

ศึกดีเบตนัดแรก ทรัมป์-ฮิลลารี ดุเด็ด!สร้างสถิติคนดูถ่ายทอดสดTV100 ล้าน

โพลCNN ยก ฮิลลารี ชนะดีเบตนัดแรก สื่อชี้ ทรัมป์ ดูยังไม่พร้อมเป็นปธน.

 

คาร์บอมบ์โจมตีสถานีตำรวจในตุรกี ดับ 18 ศพ-โบ้ย PKK อยู่เบื้องหลัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ต.ค. 2559 04:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/748706

 

เกิดระเบิดคาร์บอมบ์หน้าสถานีตำรวจในเมืองทางตะวันตกเฉียงใต้ของตุรกี ติดชายแดนอิรัก ทำให้มีผู้เสียชีวิต 18 ราย โดยทางการตุรกีกล่าวโทษกลุ่ม PKK ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดรถยนต์ (คาร์บอมบ์) บริเวณหน้าสถานีตำรวจในเขตเซมดินลี ในจังหวัดฮัคคารี ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ และอยู่ห่างจากชายแดนประเทศอิรักประมาณ 77 กม. เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 ต.ค. เวลาประมาณ 9:45น. ตามเวลาท้องถิ่น ล่าสุดจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 18 รายแล้ว

นายบินาลี ยิลดิริม นายกรัฐมนตรีตุรกีเปิดเผยว่า มีพลเรือน 8 ราย และทหารอีก 10 นาย เสียชีวิต หลังจากรถกระบะบรรทุกวัตถุระเบิดน้ำหนักกว่า 5 ตัน บุกเข้าใส่ด่านตรวจหน้าสถานีตำรวจ ก่อนจุดระเบิด นอกจากนี้ยังมีทหารอีก 16 นาย และพลเรือนไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัดได้รับบาดเจ็บด้วย

จนถึงตอนนี้ ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างตัวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีเมื่อวันอาทิตย์ แต่กองทัพตุรกีกล่าวหากองกำลังพรรคแรงงานเคอร์ดิสถาน (PKK) ว่าเป็นผู้ก่อเหตุ ซึ่งทางกองทัพได้เริ่มปฏิบัติการเพื่อหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษแล้ว

ทั้งนี้ กองทัพรัฐบาลตุรกีปะทะกันกองกำลัง PKK มาตลอด หลังจากกระบวนการสันติภาพล้มเหลมเมื่อปี 2015 จนทำให้การหยุดยิงที่ดำเนินมานาน 2 ปีต้องยุติลง นับแต่นั้นมา เจ้าหน้าที่ความมั่นคงตุรกีหลายร้อยนายและสมาชิกชาว PKK อีกประมาณ 5,000 คน เสียชีวิตในเหตุความรุนแรง