เอธิโอเปียประกาศภาวะฉุกเฉิน รับมือ 2 ชนเผ่าใหญ่ประท้วงต้านรบ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ต.ค. 2559 03:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/748686

 

ทางการเอธิโอเปียประกาศภาวะฉุกเฉิน เพื่อรับมือการประท้วงต่อต้านรัฐบาลของ 2 ชนเผ่าที่มีประชากรรวมกันเกินครึ่งของประเทศ ที่ดำเนินติดต่อกันมานานหลายเดือนแล้ว และทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 ต.ค. ทางการของประเทศเอธิโอเปียประกาศให้ประเทศอยู่ภายใต้กฎสถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นเวลา 6 เดือน หลังจากสมาชิกชนเผ่า โอโรโม และ อัมฮารา 2 ชนเผ่าใหญ่ที่สุดซึ่งมีประชากรรวมกันคิดเป็น 60% ของประเทศ ออกมาประท้วงต่อต้านรัฐบาลเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว เนื่องจากไม่พอใจที่อำนาจบริหารถูกมอบให้แต่สมาชิกจากเผ่าติกรียาน ซึ่งมีขนาดเล็ก


ชาวเมืองบิชอฟตู ไขว้ข้อมือและชูขึ้นเหนือศีรษะ เป็นสัญลักษณ์สนับสนุนการประท้วงต่อต้านรัฐบาลของเผ่าโอโรโม

ประธานาธิบดี ไฮเลมาเรียม เดซาเลกน์ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินผ่านทางโทรทัศน์เมื่อวันอาทิตย์ โดยระบุด้วยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของพลเมืองเป็นอันดับแรก นอกจากนี้ รัฐบาลยังต้องการทำให้ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับโครงการโครงสร้างพื้นฐาน, สถานบันการศึกษา, ศูนย์สาธารณสุข, อาคารบริหารและอาคารยุติธรรมจบลง

ทั้งนี้ เหตุประท้วงที่เกิดขึ้นถือเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของเอธิโอเปียที่ร้ายแรงที่สุดในรอบ 25 ปี โดยสถานการณ์ความรุนแรงทวีความตึงเครียดเพิ่มขึ้นตั้งแต่สัปดาห์ก่อน เมื่อมีผู้เสียชีวิตจากการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้ประท้วงที่เทศกาลโอโรโม อย่างน้อย 55 ราย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

สลด! ตร.เอธิโอเปียสลายม็อบ ทำผู้ประท้วงแตกตื่น เหยียบกันดับ 50 ศพ

 

จับตาทรัมป์ดีเบตรอบสอง แก้เกมคลิปฉาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 ต.ค. 2559 02:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/748667

 

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกัน เตรียมลงแข่งปะทะคารมกับนางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตอีกครั้ง ในศึกการโต้วาทีรอบสอง ที่มหาวิทยาลัยวอชิงตัน ในเมืองเซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี ในเวลา 21.00 น. ของวันที่ 9 ต.ค. ตามเวลาท้องถิ่น หรือประมาณ 09.00 น. ของวันที่ 10 ต.ค. ตามเวลาไทย ซึ่งน่าเป็นที่จับตาว่านายทรัมป์จะสามารถแก้เกมเรียกความเชื่อมั่นทางการเมืองได้หรือไม่ หลังการโต้วาทีรอบแรกเมื่อวันที่ 26 ก.ย. ที่ผ่านมา ผู้ชมทางบ้านกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ ที่ตอบแบบสำรวจความคิดเห็น มองว่านายทรัมป์พ่ายแพ้การโต้วาทีแก่นางฮิลลารี

ทั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การโต้วาทีรอบสองครั้งนี้ มีขึ้นไม่กี่วันหลังนายทรัมป์ได้รับบาดแผลใหญ่ทางการเมือง จากกรณีมีผู้นำคลิปวีดิโอปี 2548 มาเปิดเผย แสดงให้เห็นนายทรัมป์พูดจาเชิงดูหมิ่นสตรีอย่างรุนแรง ระบุทำนองว่าเป็นคนดังทำอะไรก็ได้ เห็นสาวสวยก็จูบและลูบคลำอวัยวะเพศไปเลย รวมทั้งกล่าวชมลูกสาวตัวเองในเชิงทางเพศ และเรื่องการคบหากับสตรีว่า หากอายุเกิน 35 ปีตนก็ทิ้งแล้ว ซึ่งในการโต้วาทีรอบสองนี้มีความเป็นไปได้ว่านายทรัมป์จะเผชิญกับงานหนัก เนื่องจากรูปแบบการโต้วาทีจะเปิดโอกาสให้ประชาชนชาวอเมริกันที่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกใคร เป็นคนตั้งคำถามเกินครึ่ง

วันเดียวกัน บรรดาแกนนำพรรครีพับลิกันต่างออกมาแสดงความไม่พอใจต่อคลิปฉาวของนายทรัมป์อย่างต่อเนื่อง โดยนายพอล ไรอัน ประธานรัฐสภากล่าวว่า รู้สึกสะอิดสะเอียนกับคำพูด และขอยกเลิกการเชิญนายทรัมป์มาหาเสียงที่รัฐวิสคอนซิน ตามด้วยนายจอห์น แม็คเคน อดีตผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ระบุว่าเป็นไปไม่ได้ที่ตนจะสนับสนุนนายทรัมป์ต่อไป และนางคอนโดลีซซา ไรซ์ อดีต รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า พอกันที นายทรัมป์ไม่เหมาะสมที่จะเป็นผู้นำสหรัฐฯ ควรถอนตัวไปได้แล้ว นอกจากนี้ นางเมลาเนีย ทรัมป์ ภริยายังออกความเห็นว่า รับไม่ได้กับคำพูดของสามี แต่สามีได้ออกมาขอโทษแล้ว หวังชาวอเมริกันจะให้อภัยเหมือนกับที่ตนให้อภัย

ต่อมา นายทรัมป์ได้ออกแถลงการณ์ผ่านสื่อที่นครนิวยอร์ก ว่าไม่มีทางที่ตนจะยอมถอนตัวจากการแข่งขัน และตนได้รับเสียงสนับสนุนอย่างไม่น่าเชื่อ ก่อนโพสต์ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ทวิตเตอร์เพิ่มเติมว่า สถาบันการเมืองและสื่อกระแสหลักมีความกระตือรือร้นให้ตนถอนตัว แต่ไม่มีทางเสียหรอก ตนจะไม่ทำให้ผู้สนับสนุนต้องผิดหวังเป็นอันขาด.

 

ซัมซุงงานเข้าอีก! ‘โน้ต7’ รุ่นปรับปรุง ไฟลุก 3 เครื่องในสัปดาห์เดียว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ต.ค. 2559 00:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/748626

 

กาแล็กซี่ โน้ต 7 รุ่นทดแทน ของ ไบรอัน กรีน ติดไฟขณะอยู่บนเครื่องบินในสหรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ก่อน

เกิดเหตุสมาร์ทโฟน กาแล็กซี่ โน้ต 7 รุ่นทดแทน ของบริษัท ซัมซุง ที่แก้ปัญหาไฟไหม้แบตเตอร์รี่แล้ว ติดไฟเพิ่มอีก 2 เครื่องในสหรัฐฯ รวมเป็น 3 เครื่องภายในระยะเวลาเพียงแค่สัปดาห์เดียว…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หลังเกิดกรณีสมาร์ทโฟน ‘กาแล็กซี่ โน้ต 7’ รุ่นทดแทน ที่บริษัทผู้ผลิตอย่าง ซัมซุง ยืนยันว่าแก้ไขปัญหาที่ทำให้ไฟลุกไหม้แบตเตอร์รี่แล้ว เกิดติดไฟขึ้นบนเครื่องบินโดยสารของสหรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ก่อน ล่าสุด มีรายงานการพบ กาแล็กซี่ โน้ต 7 รุ่นแก้ไขเกิดติดไฟอีก 2 เครื่อง และทำให้เจ้าของเครื่องได้รับบาดเจ็บ

เหตุการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่เมืองฟาร์มิงตัน รัฐมินนิโซตา ของสหรัฐฯ โดยหญิงวัยรุ่นคนหนึ่งบอกกับสื่อว่า กาแล็กซี่ โน้ต 7 รุ่นทดแทนของเธอจู่ๆ ก็ติดไฟขึ้นขณะที่เธอถือมันอยู่ในมือ ทำให้เธอได้รับบาดเจ็บเป็นแผลไฟไหม้เล็กน้อยบริเวณนิ้วโป้ง โดยทางบริษัท ซัมซุง และคณะกรรมการความปลอดภัยผลิตภัณฑ์ของผู้บริโภค (CPSC) ของสหรัฐฯ ประกาศสืบสวนเรื่องนี้แล้ว

ส่วนอีกเหตุการณ์หนึ่ง เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 4 ต.ค. โดย กาแล็กซี่ โน้ต 7 รุ่นแก้ไข ของนายไมเคิล คลีริง ในเมืองนิโคลาสวิลล์ รัฐแคนทักกี ติดไฟขณะวางไว้ในห้องนอนโดยไม่ได้เสียบปลั๊กใดๆ ทำให้เกิดกลุ่มควันปกคลุมทั่วห้องนอนของเขา และผลการตรวจที่โรงพยาบาลพบว่านายคลีริง มีอาการของโรคหลอดลมอักเสบเฉียบพลัน (acute bronchitis) เพราะสูดควันไฟเข้าไป

หลังเกิดเหตุ นายคลีริงปฏิเสธที่จะมอบสมาร์ทโฟนที่มีปัญหาให้แก่ซัมซุง แต่ยินยอมให้มีการเอ็กซ์เรย์เครื่องเพื่อการตรวจสอบ แต่จากนั้นกลับเกิดเรื่องที่ทำให้นายคลีริงคิดว่า ซัมซุงไม่คิดที่จะแก้ปัญหา เมื่อตัวแทนของซัมซุงที่มาดูแลเขา ส่งข้อความที่ตั้งใจจะส่งให้เพื่อนร่วมงานมาให้เขาโดยไม่ตั้งใจ ระบุว่า ตัวแทนรายนี้คิดจะถ่วงเวลาที่จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเขา

“เมื่อกี้เพิ่งได้รับเรื่องมา ผมสามารถถ่วงเวลาเขาได้ถ้าเราคิดว่าจำเป็น หรือเราแค่ปล่อยให้เขาทำสิ่งที่ขู่ว่าจะทำ และดูว่าเขาทำจริงมั้ย” ข้อความดังกล่าวระบุ ซึ่งขณะนี้นายคลีริงกำลังหาหนทางใช้กฎหมายในการแก้ปัญหาแล้ว

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ของบริษัท ซัมซุง ยืนยันกับเจ้าหน้าที่ของเว็บบล็อก ‘เอ็นแกดเจ็ต’ ที่สอบถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ทั้ง 2 นี้ ว่า พวกเขากำลังทำงานอย่างเต็มที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐ และบริษัทภายนอก เพื่อสืบสวนกรณีที่เกิดขึ้น และจะเปิดเผยข้อมูลเมื่อการสืบสวนเสร็จสิ้น ขณะที่ถึงแม้ว่าจะมีรางานปัญหาเข้ามาจำนวนเล็กน้อย แต่พวกเขาขอรับประกันกับลูกค้าว่า พวกเขาปฏิบัติต่อรายงานปัญหาทุกอย่างอย่างจริงจัง และหากพวกเขาพบว่าผลิตภัณฑ์มีปัญหาความปลอดภัยจริง ทางซัมซุงจะมีมาตรการเร่งด่วนซึ่งได้รับอนุมัติจาก CPSC เพื่อแก้ไขปัญหา

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 5 ต.ค. กาแล็กซี่ โน้ต 7 รุ่นทดแทน ของนายไบรอัน กรีน เกิดติดไฟทั้งที่ปิดเครื่อง ขณะที่เขาอยู่บนเครื่องบินโดยสารของสายการบิน ‘เซาท์เวสต์ แอร์ไลน์ส’ ทำให้เกิดกลุ่มควัน ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องอพยพผู้คนทั้งหมดลงจากเครื่องบิน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

แก้ไม่หาย!? ‘โน้ต7’ เปลี่ยนแล้วยังไฟลุกบนเครื่องบินมะกันจนต้องอพยพ

 

‘แมทธิว’ กลายเป็นพายุนอกเขตร้อน คร่าแล้ว 15 ศพในสหรัฐฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ต.ค. 2559 23:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/748572

 

เฮอริเคน แมทธิว อ่อนกำลังกลายเป็น พายุนอกเขตร้อน แล้วเมื่อวันอาทิตย์ แต่ยังทำให้เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมในรัฐนอร์ท แคโรไลนา กับรัฐเวอร์จิเนีย ซึ่งล่าสุดผู้เสียชีวิตในสหรัฐฯ เพิ่มเป็น 15 รายแล้ว…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เฮอริเคน ‘แมทธิว’ เปลี่ยนสถานะกลายเป็นพายุนอกเขตร้อน (post-tropical cyclone) แล้วในวันอาทิตย์ที่ 9 ต.ค. ในขณะที่มันกำลังพันถล่มรัฐนอร์ท แคโรไลนา และรัฐเวอร์จิเนียของสหรัฐอเมริกา แต่ยังทำให้เกิดน้ำท่วมและไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างในพื้นที่ตามแนวชายฝั่งติดมหาสมุทรแอตแลนติกของสหรัฐฯ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 15 ราย

ศูนย์เฮอริเคนแห่งชาติของสหรัฐฯ ระบุว่า แมทธิวไม่ได้เป็นพายุเฮอริเคนอีกต่อไป แต่กลายเป็น พายุนอกเขตร้อน ซึ่งใช้พลังงานจากความเย็นจากภายนอก และตัวพายุเองมีแกนกลางที่เย็น ต่างจากพายุโซนร้อนที่แกนกลางเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง อย่างไรก็ตาม แม้สถานะจะเปลี่ยนไปแต่มันยังมีกำลังลมสูงสุด 120 กม./ชม. เทียบเท่าเฮอริเคนระดับ 1


เจ้าของร้านขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ในเมืองบรุนส์วิค รัฐจอร์เจีย ใช้กระสอบทรายกั้นไม่ให้น้ำท่วมร้าน

โดยในวันอาทิตย์ พายุแมทธิวพัดถล่มภาคตะวันออกของรัฐนอร์ท แคโรไลนา หลังจากขึ้นฝั่งที่รัฐเซาท์ แคโรไลนาเมื่อวันเสาร์ ทำให้เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วม เจ้าหน้าที่ต้องช่วยอพยพประชาชนที่ติดค้างเกือบ 900 คน แต่เจ้าหน้าที่รัฐนอร์ท แคโรไลนาคาดว่าจะมีผู้ติดค้างที่ต้องช่วยเหลือมากกว่านี้ และยังมีผู้สูญหายอีก 4 คนในเขตคัมเบอร์แลนด์ เคาน์ตี

พายุแมทธิวยังทำให้มีผู้เสียชีวิตในสหรัฐฯ แล้ว 15 ราย โดย 7 รายอยู่ในนอร์ท แคโรไลนา, 4 รายในรัฐฟลอริดา และอีก 3 รายที่รัฐจอร์เจีย ขณะที่มีประชาชนมากกว่า 2 ล้านครัวเรือนประสบปัญหาไฟฟ้าดับเมื่อคืนวันเสาณื แบ่งเป็นที่รัฐเซาท์ แคโรไลนา 833,000 ครัวเรือน, ฟลอริดา 673,000 ครัวเรือน, นอร์ท แคโรไลนา 457,000 ครัวเรือน และจอร์เจียอีก 276,000 ครัวเรือน

ด้านพยากรณ์อากาศในสหรัฐฯ เตือนด้วยว่า รัฐนอร์ท แคโรไลนา และรัฐเวอร์จิเนียอาจจะต้องเผชิญฝนตกหนัก และเหตุน้ำท่วมที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตไปตลอดคืนวันจันทร์ และจากนั้นมันจะเคลื่อนตัวออกสู่ทะเล ก่อนอ่อนกำลังลงอีกและเคลื่อนตัวกลับไปทางบาฮามาสและฟลอริดา โดยไม่น่ามีกำลังเพียงพอสร้างความเสียหายเพิ่มเติม


ชาวเฮติกำลังประกอบพิธีศพ ท่ามกลางซากความเสียหายของบ้านเรือนในเมืองเฌเรมี หลังถูกเฮอริเคนแมทธิวเล่นงาน

ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ก่อนพายุ แมทธิว ในฐานะเฮอริเคนระดับ 4-5 ในบางเวลา สร้างความเสียหายอย่างหนักให้แก่ประเทศแถบทะเลแคริบเบียนโดยเฉพาะเฮติ ซึ่งพื้นที่ทางตอนใต้กว่า 90% ได้รับความเสียหาย บ้านเรือนถูกทำลายเป็นจำนวนมาก โดยสำนักงานป้องกันพลเรือนเฮติระบุว่า พายุลูกนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 330 ราย ขณะที่รายงานบางกระแสระบุตัวเลขผู้เสียชีวิตไว้สูงเกือบ 900 ราย

 

ระทึก!รถไฟโดยสารสหรัฐฯ​ ตกราง ใกล้นิวยอร์ก โชคดีไม่มีตาย แค่เจ็บ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ต.ค. 2559 16:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/748361

 

ผู้โดยสารนับ 600 คนสุดระทึก..รถไฟสายลอง ไอส์แลนด์ จำนวน 12 โบกี้ ประสบเหตุ ตกรางใกล้นครนิวยอร์ก ในสหรัฐฯ บาดเจ็บอย่างน้อย 29 คน

เมื่อ 9 ต.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เกิดอุบัติเหตุ รถไฟโดยสารในสหรัฐฯ สาย ลอง ไอส์แลนด์ จำนวน 12 โบกี้ บรรทุกผู้โดยสารประมาณ 600 คน ประสบเหตุตกรางใกล้นครนิวยอร์ก เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ของคืนวันที่ 8 ต.ค.ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับเช้าของวันที่ 9 ต.ค. ตามเวลาในไทย เป็นเหตุให้มีผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บประมาณ 29 คน และได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่ไม่ถึงกับบาดเจ็บสาหัสจนทำให้เสียชีวิต


ข่าวแจ้งว่า จุดเกิดเหตุรถไฟตกราง อยู่ที่นิว ไฮด์ ปาร์ก ในเขต นาสเซา เคาตี้ ห่างจากย่านแมนฮัตตัน ในนครนิวอยร์ก ไปทางตะวันออกประมาณ 32 กม. ส่วนสาเหตุของอุบัติเหตุนั้น เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน


ไอซิสมีเซ็ง! โดนถล่มหนัก เสียพท.ยึดครองไปแล้ว 1 ใน 4 ขนาดเท่าศรีลังกา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ต.ค. 2559 15:48

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/748322

 

โดนโจมตีทางอากาศหนัก.. กลุ่มวิเคราะห์ด้านความมั่นคง เผย ไอซิสสูญเสียพื้นที่ยึดครองในอิรักและซีเรีย ไปแล้วถึง 1 ใน 4 ของ พท. ซึ่งเคยยึดครองได้สูงสุด หรือพอๆ กับศรีลังกาทั้งประเทศ

เมื่อ 9 ต.ค. สำนักข่าวบีบีซีรายงาน อ้างกลุ่มนักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงและกลาโหม HIS ที่เปิดเผยว่า กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือไอซิส ได้สูญเสียพื้นที่ยึดครองในอิรัก และซีเรีย ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ (2559) ไปแล้ว 28% หรือคิดเป็น 1 ใน 4 โดยลดลงไป 78,000-65,000 ตารางกิโลเมตร หรือมีขนาดพอๆ กับศรีลังกาทั้งประเทศ หลังจากกลุ่มไอซิสสามารถยึดครองพื้นที่ได้มากสุดในเดือนมกราคม 2558 กระนั้นก็ดี การสูญเสียพื้นที่ยึดครองของไอซิสได้ชะลอลงในช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม อีกทั้ง ได้สูญเสียไปแค่ 2,800 ตาราง กม.ในเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา

กลุ่มเอชไอเอส ชี้ว่า สาเหตุที่ทำให้ไอซิสสูญเสียดินแดนชะลอลง ในช่วงตั้งแต่เดือน ก.ค.ที่ผ่านมา เป็นเพราะกองกำลังรัสเซียซึ่งมาช่วยรัฐบาลประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด โจมตีฝ่ายกบฏในซีเรีย ตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา ได้ลดจำนวนการโจมตีถล่มไอซิส จากที่เคยโจมตีเป้าหมายไอซิส คิดเป็น 26% ของปฏิบัติการโจมตีทางอากาศทั้งหมด ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2559 นั้น ปรากฏว่า ได้ลดเหลือเพียงแค่ 17% เท่านั้น ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม

ข่าวแจ้งว่ากลุ่มไอซิสในอิรัก ซึ่งถูกกองกำลังพันธมิตรนำโดยสหรัฐฯ รวมทั้งกองกำลังรัสเซียโจมตีทางอากาศ ได้ถูกผลักดันให้ถอยห่างไปจากชายแดนในอิรัก ด้านติดตุรกีแล้วนับ 10 กม. ขณะที่กำลังทหารรัฐบาลอิรักสามารถคุ้มกันฐานทัพอากาศ เคย์ยาราห์ ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญห่างจากเมืองโมซูล ฐานที่มั่นของไอซิสในอิรัก ไปทางใต้ประมาณ 60 กม.ไว้ได้ ถึงแม้ เมืองโมซูล เมืองใหญ่อันดับ 2 ของอิรักได้ถูกกลุ่มไอซิสยึดครองตั้งแต่ปี 2557

ด้าน นายโคลัมบ์ สแตรค นักวิเคราะห์อาวุโส และหัวหน้าฝ่ายสังเกตการณ์ความขัดแย้งของกลุ่ม เอชไอเอส ระบุว่า การที่กลุ่มไอซิสสูญเสียพื้นที่ อย่างถนนสายที่มุ่งสู่ชายแดนตุรกี ซึ่งใช้เป็นเส้นทางลักลอบข้ามชายแดนจากอิรักเข้าไปยังตุรกี ทำให้ความสามารถในการเกณฑ์คนจากต่างแดนให้เข้ามาร่วมกลุ่มไอซิส ถูกจำกัดมากขึ้น

 

จนท.ออสซี่ยืนยันเศษซากเครื่องบินมาจาก MH370 ชิ้นที่ 3

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ต.ค. 2559 05:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/747936

 

เศษซากส่วนปีกเครื่องบินที่พบในประเทศมอริเชียสเมื่อเดือนพ.ค. ได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ของประเทศออสเตรเลียแล้วว่า มาจากเที่ยวบิน เอ็มเอช 370 ที่หายไป นับเป็นเศษซากเครื่องบินชิ้นที่ 3 ที่ได้รับการยืนยัน…

สำนักข่าวต่างประทเศรายงานว่า สำนักงานความปลอดภัยคมนาคมออสเตรเลีย (ATSB) ออกแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ ว่า เศษซากส่วนปีกเครื่องบินที่พบในประเทศมอริเชียส เมื่อ 10 พ.ค. ได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็นชิ้นส่วนจากเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777 เที่ยวบินที่ เอ็มเอช 370 (MH370) ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ ที่หายสาบสูญไปเมื่อ 2 ปีก่อน

ขณะเดียวกันนาย ดาร์เรน เชสเตอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมออสเตรเลีย กล่าวในวันเดียวกัน ว่า นี่เป็นเศษชิ้นส่วนชิ้นที่ 3 ที่ได้รับการยืนยันว่ามาจากเครื่องบินลำนี้ อย่างไรก็ตาม มันไม่ได้ให้ข้อมูลที่สามารถนำไปใช้เพื่อระบุจุดตกของเอ็มเอช 370

ทั้งนี้ โบอิ้ง 777-200 อีอาร์ เที่ยวบินที่ เอ็มเอช 370 พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 239 คน หายไปจากจอเรดาร์ในทะเลจีนใต้ ขณะเดินทางจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ของมาเลเซีย ไปยังกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 8 มี.ค. 2014 โดยจากหลักฐานที่พบจนถึงตอนนี้ ทำให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่า เครื่องบินลำนี้บินวกกลับมายังบริเวณช่องแคบมะละกา และบินลงไปยังตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดีย จนกระทั่งน้ำมันหมดและตกในทะเลทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศออสเตรเลีย

ชิ้นส่วนแรกที่ได้รับการยืนยันว่ามาจากเอ็มเอช 370 คือชิ้นส่วน แฟล็ปเพอรอน (flaperon) ซึ่งถูกพบบนเกาะเรอูนิยง เมื่อเดือนก.ค. 2015 ชิ้นที่ 2 คือซากชิ้นส่วนด้านในของ ‘outboard flap’ (ส่วนชายปีกที่ขยับได้สำหรับช่วยเพิ่มแรงยก) ซึ่งถูกพบที่ประเทศแทนซาเนียเมื่อเดือนมิ.ย. 2016

 

รัสเซียส่งมิสไซล์ ‘อิสกันเดอร์’ ไปคาลินินกราด ประชิดชายแดนยุโรปต.อ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ต.ค. 2559 04:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/747932

 

ประเทศรัสเซียส่งขีปนาวุธ อิสกันเดอร์ ไปยังแคว้นคาลินินกราด ติดชายแดนประเทศโปแลนด์กับลิธัวเนีย โดยยืนยันว่าความเคลื่อนไหวนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการซ้อมรบ ไม่มีจุดประสงค์แอบแฝง…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 8 ต.ค. ประเทศรัสเซียส่งขีปนาวุธ ‘อิสกันเดอร์’ ซึ่งสามารถติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ได้ ไปยังแคว้นคาลินินกราด ดินแดนทางตะวันตกสุดของประเทศ ซึ่งถูกประกบโดยชายแดนประเทศโปแลนด์ และลิธัวเนีย ในยุโรปตะวันออก

กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกซ้อมทางทหาร และเคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อปีก่อน อย่างไรก็ตาม นายอันโตนี มาเซียรีวิกส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมโปแลนด์กล่าวว่า การกระทำของรัสเซียเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง และพวกเขากำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ขณะที่ เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ นายหนึ่ง บอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์ส ว่า ความเคลื่อนไหวของรัสเซียอาจมีเป้าหมายเพื่อแสดงความไม่พอใจต่อองค์กรสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ซึ่งกำลังจะส่งกองทัพทหาร 4 กองไปยังโปแลนด์, ลิธัวเนีย, ลัตเวีย และเอสโตเนียในปีหน้า

ทั้งนี้ การที่รัสเซียช่วยเหลือกลุ่มกบฏในภาคตะวันออกของยูเครน และการควบรวมดินแดนไครเมียของยูเครนเมื่อปี 2014 ทำให้เกิดความกังวลไปทั่วภูมิภาคว่ารัฐบาลมอสโกอาจกำลังคิดใช้มาตรการแข็งกร้าวต่อประเทศสมาชิกนาโตในยุโรปตะวันออก

เพื่อลดความหวาดกลัวนั้น นาโตจึงประกาศที่การประชุมสุดยอดในกรุงวอร์ซอเมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมา ว่าจะส่งทหารเข้าไปในประเทศแถบคาบสมุทรบอลข่านและโปแลนด์ โดยระบุว่า มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อการป้องกันเพียงอย่างเดียว ไม่ใช่เพื่อข่มขู่รัสเซีย

อนึ่ง ระบบขีปนาวุธอิสกันเดอร์ มีพิสัยทำการอยู่ที่ไม่เกิน 700 กม. ซึ่งหมายความว่า หายิงจากคาลินินกราด มันจะสามารถบินไปไกลถึงกรุงเบอร์ลิน เมืองหลวงของประเทศเยอรมนี

 

สื่อแฉเทปฉาว’ทรัมป์’ ปากเสียดูถูกเพศแม่ ‘เป็นคนดังทำอะไรผู้หญิงก็ได้’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ต.ค. 2559 03:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/747912

 

โดนัลด์ ทรัมป์ขอโทษ หลังถูกแฉเทปคุยโวลวนลาม และพยายามมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงหลายคน และกล่าวว่า เป็นคนดังทำอะไรผู้หญิงก็ได้ จนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก อย่างไรก็ตาม เขายืนยันจะไม่ถอนตัวจากการชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนพรรครีพับลิกันลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมากล่าวคำขอโทษ หลังสื่อในสหรัฐฯ เผยแพร่ภาพจากเทปวิดีโอเก่าเมื่อปี 2548 เปิดเผยคำพูดหยาบคายและเหยียดหยามทางเพศ จนถูกหลายฝ่ายไม่เว้นแม้แต่คนในพรรคของตัวเองออกมาประณาม และเรียกร้องให้ถอนตัวจากการชิงเก้าอี้ผู้นำสหรัฐฯ

เมื่อคืนวันศุกร์ สำนักข่าว วอชิงตัน โพสต์ ของสหรัฐฯ เผยแพร่คลิปวิดีโอซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทปรายการ ‘Access Hollywood’ ที่ถูกตัดไม่ให้ออกอากาศเมื่อปี 2005 โดยนายทรัมป์คุยโวกับนาย บิลลี บุช พิธีการรายการ เรื่องที่เขาพยายามมีเพศสัมพันธ์กับหญิงที่แต่งงานแล้วแต่ไม่สำเร็จ รวมทั้งเรื่องที่เขาพยายามจูบ และลวนลามผู้หญิงคนอื่นๆ

“ผมถูกดึงดูดเข้าหาผู้หญิงสวยๆ โดยอัตโนมัติ และบ่อยครั้งที่ผมพยายามจูบพวกเธอ” นายทรัมป์กล่าว “ผมแค่จูบพวกเธอ ผมไม่รอช้าเลย และเมื่อคุณเป็นคนดัง พวกเธอก็ยอมให้คุณทำ คุณจะทำอะไรก็ได้”


ฮิลลารี คลินตัน ตัวแทนพรรคเดโมแครต ลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

หลังจากเทปดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ออกมา นายทรัมป์ก็ออกแถลงการณ์ขอโทษทันทีในช่วงเช้ามืดวันเสาร์ ตามเวลาท้องถิ่น “ผมพูดและทำหลายสิ่งที่ผมเสียใจภายหลัง ใครก็ตามที่รู้จักผมรู้ดีว่าคำพูดเหล่านี้ไม่ได้สะท้อนให้เป็นความเป็นตัวผม ผมพูดคำเหล่านั้นจริง ผมผิด และผมขอโทษ” “ผมไม่เคยพูดว่าผมเป็นคนสมบูรณ์แบบหรือแสร้งเป็นคนที่ผมไม่ได้เป็น ผมสัญญาจะเป็นคนที่ดีกว่านี้ในวันพรุ่งนี้”

อย่างไรก็ตาม นายทรัมป์ไม่ได้ขอโทษเพียงอย่างเดียว แต่โจมตีกลับไปยังเรื่องอื้อฉาวของบิล คลินตัน และคู่แข่งจากพรรคเดโมแครตอย่างนาง ฮิลลารี คลินตัน ด้วยว่า “ผมพูดเรื่องโง่เขลาออกไป แต่มันแตกต่างอย่างมาระหว่างคำพูดกับการกระทำของคนอื่นๆ บิล คลินตัน เคยลงมือล่วงละเมิดผู้หญิงจริงๆ และฮิลลารีก็เคยรังแก, โจมตี และทำให้เหยื่อของนายคลินตันอับอายและข่มขู่ให้หวาดกลัว” เขายังพูดทั้งท้ายว่า “เราจะหารือเรื่องนี้ในไม่กี่วันข้างหน้า เจอกันในการดีเบตวันอาทิตย์ (9 ต.ค.)”

ทั้งนี้ คำพูดในเทปดังกล่าวของนายทรัมป์เรียงเสียงประณามจากหลายฝ่าย รวมทั้งผู้ที่ทรัมป์เลือกให้เป็นคู่หูชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่าง ไมค์ เพนซ์ ผู้ว่าการรัฐอินเดียนา ที่ออกมาบอกกว่า เขารู้สึกขุ่นเคืองกับคำพูดของมหาเศรษฐีจากนิวยอร์กรายนี้ ขณะที่นาย จอห์น ธูน ส.ว.ที่มีอำนาจที่สุดอันดับ 3 ของพรรครีพับลิกัน ออกมาเรียกร้องให้นายทรัมป์ถอนตัวจากการชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ และให้นายเพนซ์ลงชิงตำแหน่งแทนแม้เหลือเวลาอีก 1 เดือนเท่านั้นจะถึงวันเลือกตั้งวันที่ 8 พ.ย.


เมลาเนีย ทรัมป์ ภรรยาของนายทรัมป์

แม้แต่นาง เมลาเนีย ทรัมป์ ภรรยาคนปัจจุบันของนายทรัมป์ก็ออกประณามคำพูดของสามีเช่นกัน โดยระบุว่า “คำที่สามีของฉันใช้นั้นยอมรับไม่ได้ และทำให้ฉันไม่พอใจ” แต่เมลาเนียยังคงสนับสนุนให้นายทรัมป์ลงชิงตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ ต่อไป “เรื่องนี้ไม่ได้แสดงให้เห็นชายที่ฉันรู้จัก เขามีหัวใจและจิตใจของผู้นำ ฉันหวังว่าผู้คนจะยอมรับคำขอโทษของเขา เช่นเดียวกันฉัน และมุ่งความสนใจไปยังปัญหาสำคัญต่างๆ ที่ประเทศของและโลกของเรากำลังเผชิญ”

ขณะที่นายทรัมป์ ยืนยันกับสำนักข่าววอชิงตัน โพสต์ ไม่กี่ชั่วโมงหลังออกแถลงการณ์ข่าวโทษว่า เขาจะไม่ถอนตัวจากการชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ “ผมไม่วันถอนตัว ยังไงชาตินี้ผมก็ไม่ถอนตัว” “ไม่ ผมไม่เลิก ผมมีผู้สนับสนุนมากมาย”

 

สลด! ทัพพันธมิตรซาอุฯ โจมตีทางอากาศโดนงานศพในเยเมน ดับ 155 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ต.ค. 2559 01:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/747891

 

เครื่องบินรบของกองกำลังพันธมิตรนำโดยซาอุดีอาระเบีย โจมตีทางอากาศใส่หอจัดพิธีศพ ในกรุงซานา เมืองหลวงของเยเมน ซึ่งถูกกบฏฮูธิยึดครอง ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 155 ราย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 8 ต.ค. เครื่องบินรบของกองกำลังพันธมิตรอาหรับ-ตะวันออกกลาง ซึ่งนำโดยประเทศซาอุดีอาระเบีย ออกปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในประเทศเยเมน ถูกหอจัดพิธีศพในเมืองหลวงกรุงซานา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 155 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกมากกว่า 500 คน ตามการเปิดเผยของรัฐบาลซึ่งบริหารโดยกบฏ ‘ฮูธิ’


หอจัดพิธีศพในกรุงซานา ได้รับความเสียหายอย่างหนัก

นายมูราด ตอว์ฟิก เจ้าหน้าที่หน่วยกูภัยบอกกับสื่อว่า สถานที่เกิดเหตุมีสภาพเหมือนทะเลเลือด ชิ้นส่วนศพผู้เสียชีวิตหลายร้อยชิ้นกระจัดกระจายทั้งในและนอกหอจัดพิธีศพ ซึ่งกำลังจัดพิธีศพของบิดาของนาย จาลาล อัล-รอวิชาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่กบฏฮูธิแต่งตั้ง ทั้งยังเป็นพันธมิตรของอดีตประธานาธิบดี อาลี อับดุลเลาะห์ ซาเลห์ แห่งเยเมน

ด้านคณะกรรมาธิการกาชาดสากล (ICRC) ในเยเมน ประกาศผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์ว่า พวกเขากำลังระดมกำลังเพื่อสนับสนุนโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อรับมือกับจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บที่มีจำนวนมาก พวกเขายังเตรียมถุงบรรจุศพจำนวน 300 ถุง และอุปกรณ์ทางการแพทย์เอาไว้ด้วย

ขณะที่ พลตรี อาเหม็ด อาซิรี โฆษกกลุ่มพันธมิตรนำโดยซาอุฯ ออกมาปฏิเสธความเกี่ยวข้อง และระบุว่า สาเหตุการณ์ระเบิดน่าจะมาจากสาเหตุอื่น


หน่วยกู้ภัยเยเมนหามผู้บาดเจ็บออกจากที่เกิดเหตุ

ทั้งนี้ กบฏ ‘ฮูธิ’ บุกยึดพื้นที่ภาคเหนือรวมถึงกรุงซานาตั้งแต่ปี 2014 ก่อนประกาศรัฐประหารยึดอำนาจ และต่อสู้กับกองกำลังที่ภักดีกับรัฐบาลเดิมของเยเมนซึ่งได้รับการยอมรับจากนานาชาติ นำโดย อับด์ รับบูห์ มานซูร์ ฮาดี มาโดยตลอด ขณะที่รัฐบาลเยเมนของนายฮาดีต้องต่อสู้กับทั้งกบฏฮูธิ, ทหารที่ภักดีต่ออดีตประธานาธิบดีซาเลห์ และกลุ่มก่อการร้ายอัลเอคดา

ด้าน ซาอุดีอาระเบีย จับมือเป็นพันธมิตรกับชาติอาหรับและตะวันออกกลาง ออกปฏิบัติการโจมตีทางอากาศใส่กบฏฮูธิ เพื่อช่วยเหลือนายฮาดี ตั้งแต่เดือนมี.ค.ปี 2015 อย่างไรก็ตาม หน่วยงานสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ ระบุว่า นับตั้งแต่ซาอุฯ และพันธมิตรอเข้าไปแทรกแซงในเยเมน มีพลเรือนถูกสังหารไปแล้วหลายพันคน