เตือนมะกัน 2ล้านหนีพายุ! เฮอริเคน แมทธิว จ่อขึ้นฝั่งถล่มฟลอริดาเต็มๆ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ต.ค. 2559 12:18

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/746361

 

ชาวอเมริกันในรัฐฟลอริดาสุดระทึก หนีภัยเฮอริเคนอสูรร้าย ‘แมทธิว’ เตรียมขึ้นฝั่งถล่มรัฐฟลอริดาแบบเต็มๆ ทางการเตือนประชาชน 2 ล้านคน รีบอพยพหนีภัยโดยด่วน ชี้เป็นพายุอันตรายที่สุดในรอบหลายสิบปี หลังจากแผลงฤทธิ์ สร้างความเสียหายอย่างหนักในหลายประเทศแถบแคริบเบียน ตายพุ่งเป็นอย่างน้อยกว่า 300แล้ว

เมื่อ 7 ต.ค. สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น สื่อยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ เกาะติดหายนะภัยทางธรรมชาติครั้งใหญ่ เฮอริเคนแมทธิว ซึ่งขณะนี้ยังคงมีความรุนแรงระดับ 4 กำลังเคลื่อนตัวมุ่งหน้าถล่มรัฐฟลอริดา ทางใต้ของประเทศสหรัฐฯ แบบเต็มๆ จนถือเป็นหายนะที่อันตรายร้ายแรงครั้งใหญ่สุดที่กำลังจะเกิดขึ้นในรัฐฟลอริดา ในรอบหลายสิบปี และก่อนหน้านี้ เฮอริเคนแมทธิวได้พัดผ่านหลายประเทศในแคริบเบียน จนได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะเฮติ ยอดผู้เสียชีวิตรวมจากอิทธิพลของเฮอริเคนลูกนี้ พุ่งขึ้นเป็นอย่างน้อยกว่า 300 รายแล้ว


ความน่ากลัวของเฮอริเคน แมทธิว ขณะมุ่งหน้าถล่มรัฐฟลอริดา

ซีเอ็นเอ็น แจ้งว่า สำนักอุตุนิยมวิทยาสหรัฐฯ คาดการณ์ เฮอริเคนแมทธิวจะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งรัฐฟลอริดาในช่วงเช้ามืด ประมาณ 01.00 น. ของวันศุกร์ที่ 7 ต.ค. (ตามเวลาท้องถิ่น) ขณะที่ทางการได้เรียกร้องให้ประชาชนนับ 2 ล้านคนที่อาศัยในเมืองต่างๆ ตามแนวชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐฟลอริดา อาทิ เมืองไมอามี รีบอพยพหนีภัยเฮอริเคนโดยด่วน เนื่องจากความรุนแรงของพายุลมกรรโชกแรง และฝนที่ตกลงมาอย่างหนักจากอิทธิพลเฮอริเคนแมทธิว อาจจะส่งผลกระทบสร้างความเสียหายต่ออาคารบ้านเรือน สิ่งปลูกสร้างในเมือง และชุมชนต่างๆ ตามแนวชายฝั่งด้านตะวันออกตอนกลางของรัฐฟลอริดา นอกจากนั้นบนถนนหนทาง สะพานจำนวนมาก อาจจะเต็มไปด้วยเศษชิ้นส่วนขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นหลังคาบ้าน เศษไม้


ใช้พลาสติกหุ้มอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่สนานมิบ ปาล์ม บีช

ปิดสนามบินระหว่างประเทศ ปาล์ม บีช ในรัฐฟลอริดา ไม่มีเที่ยวบินขึ้นลงตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 6ต.ค.ตามเวลาท้องถิ่น

ซีเอ็นเอ็น ยังเตือนว่า ผลกระทบจากเฮอริเคนแมทธิวอาจทำให้ประชาชนจำนวนมากไร้ที่อยู่นานเป็นหลายสัปดาห์ หรือหลายเดือน โดยทวิตเตอร์ของซีเอ็นเอ็น ยังกล่าวถึงความรุนแรงของเฮอริเคนว่า จะเป็นพายุรุนแรงที่สุดเท่าที่ชาวอเมริกันเคยเห็นมา นับตั้งแต่เฮอริเคนแคทรีนา


ผู้คนหนีภัยเฮอริเคน แมทธิว ออกจากเมืองตามชายฝั่งรัฐฟลอริดา จนทำให้รถยนต์ติดยาวเหยียดบนถนนหมายเลข I-75 North ใกล้เมืองแมคโดนอจห์ รัฐจอร์เจีย

ขณะเดียวกัน ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งด้านตะวันออกของรัฐฟลอริดา พากันไปซื้ออาหารสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นมากักตุนไว้ จนทำให้ชั้นวางสินค้าในห้างสรรพสินค้า และร้านค้าต่างๆ ว่างเปล่า นอกจากนั้น บนถนนสายที่มุ่งหน้าออกจากรัฐฟลอริดา ต่างมีรถยนต์จำนวนมาก เนื่องจากได้รับคำเตือนจากทางการให้ประชาชนนับ 2 ล้านคน ตามแนวชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงใต้ รีบหนีภัยพายุเข้าไปในเขตตอนกลางของรัฐ.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

สลด! ยอดเหยื่อเฮอริเคน ‘แมทธิว’ ทะลุ 140 ศพ เกิน 100 อยู่ในเฮติ

 

ทำตุ๊กตากล่อมเด็ก สะกดขี้แยหลับปุ๋ย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 7 ต.ค. 2559 12:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/745406

 

ตุ๊กตากล่อมเด็กซึ่งเป็นสินค้าโอทอปของกลุ่มแม่บ้านไอซ์แลนด์ กลายเป็นสินค้าขายดิบขายดีอย่างไม่คาดฝัน ด้วยราคาตัวละ 4,000 บาท แต่เดี๋ยวนี้ขึ้นไปอีก 3 เท่า ขนาด 15,000 บาท ก็ยังไม่มีขาย เนื่องจากรุ่นแรกหมดสต๊อกไปแล้ว

ตุ๊กตาอาถรรพณ์ตัวนี้ เริ่มออกขายทางอีเบย์ ปรากฏมีพ่อแม่ของทารกขี้อ้อน พากันแย่งซื้อเป็นจ้าละหวั่น มันเป็นสินค้าโอทอปของแม่บ้านไอซ์แลนด์กลุ่มหนึ่ง ซึ่งผลิตขึ้นมาทำเสียงเห่กล่อมของมนุษย์ได้ ทำให้ทารกเกิดอุ่นใจ รู้สึกเหมือนว่านอนเคียงคูู่่กับแม่ เมื่อจะให้มันร้อง เพียงแต่กดปุ่มที่หน้าอก จะมีเสียงหัวใจเต้นและหายใจออก เหมือนกับของมารดาจริงๆ

แม่ลูกอ่อนชาวเมืองแชทส์วูดผู้หนึ่งโชคดีซื้อได้ทันเมื่อปีกลาย เล่าว่ารู้สึกขอบคุณมันมาก เพราะว่าช่วยให้เจ้าแม็ค ทารกชายอายุ 19 เดือนนอนหลับปุ๋ยได้ ทำให้พยายามหาซื้ออีก 2 ตัว และเล่าว่า ลูกของตนช่างเป็นคนนอนยาก จะต้องเขย่าจึงจะหลับ และจะต้องมีใครนอนอยู่ด้วยตลอดเวลา นางเล่าต่อไปว่า วิธีปฏิบัติเมื่อซื้อมาได้แล้วควรจะกอดเอาไว้กับตัวสัก 2-3 วัน เพื่อจะให้กลิ่นติด

ก่อนที่เอาวางไว้เคียงข้างทารก ทำให้เจ้าหนูนอนสงบเงียบลงดีวันดีคืน ชั่วเพียง 3 อาทิตย์เท่านั้น เจ้าหนูสามารถจะหลับได้ทั้งคืน นางยังบอกว่า รู้สึกแปลกใจเหมือนกัน เพราะว่าเสียงของตุ๊กตาเหมือนกับในหนังเรื่อง “เอ็กซอร์ซิสท์ “ดังอยู่นอกห้องยังได้ยิน.

 

ห้ามนักบิน “บินแล้วถ่ายรูปเซลฟี่” โชว์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 7 ต.ค. 2559 08:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/745221

 

อธิบดีกรมการบินพลเรือนของอินเดีย ได้ออกประกาศห้ามนักบินเครื่องบินโดยสาร “บินแล้วถ่าย” เพราะได้รับเรื่องร้องเรียนว่า ได้มีนักบินถ่ายเซลฟี่ขณะขับบ่อยๆ การกระทำเช่นนั้นจะทำให้เสียสมาธิในเส้นทางการบินรอบโลก

คำสั่งในหนังสือเวียน มีใจความว่า ห้ามนักบินถ่ายภาพเซลฟี่ขณะทำงาน ห้ามถ่ายรูปภาพ ขณะตอนบินอยู่กลางหาวอย่างเด็ดขาด

ก่อนหน้านี้อาทิตย์ที่แล้วนี้เอง เขาได้มีคำสั่งพักนักบิน ที่ถ่ายเซลฟี่ภายในห้องนักบิน ทั้งที่ได้บอกเตือนไปก่อนแล้ว.

 

รู้จัก 2 ผู้ท้าชิงเก้าอี้รองปธน.สหรัฐฯ กับผลการโต้วาทีอันดุเดือด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ต.ค. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/746006

 

จบลงไปแล้วสำหรับการดีเบต หรือการโต้วาทีประชันวิสัยทัศน์อย่างเป็นทางการครั้งเดียวระหว่าง 2 ผู้ท้าชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้แก่นาย ไมค์ เพนซ์ ตัวแทนฝ่ายรีพับลิกัน และนายทิม เคน ตัวแทนฝ่ายเดโมแครต ซึ่งเกิดขึ้นที่มหาวิทยาลัยลองวู้ด เมืองฟาร์มวิลล์ รัฐเวอร์จิเนีย เมื่อ 4 ต.ค. ที่ผ่านมา (วันที่ 5 ต.ค.ตามเวลาไทย) โดยทั้งสองฝ่ายต่างปะทะคารมตอบโต้กันอย่างดุเดือด

เสียงส่วนใหญ่หลังการดีเบตชี้ว่า นายเพนซ์ เป็นฝ่ายกำชัยชนะในการประชันวิสัยทัศน์ครั้งนี้ แต่ก่อนที่เราจะกล่าวถึงเรื่องนั้น ขอพาท่าผู้อ่านไปทำความรู้จักกับว่าที่รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทั้ง 2 คนนี้ก่อน


ทิม เคน และไมค์ เพนซ์ จับมือทักทายกัน

ทิม เคน และ ไมค์ เพนซ์ เป็นใคร?

ในขณะที่นาย โดนัล ทรัมป์ ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ฝ่ายรีพับลิกันและนาง ฮิลลารี คลินตัน ตัวแทนฝั่งเดโมแครต เป็นบุคคลซึ่งเป็นที่รู้จักมากที่สุดในสหรัฐฯ ตอนนี้ แต่ผู้ที่พวกเขาเลือกให้เป็นคู่หูลงสมัครชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่าง ไมค์ เพนซ์ และทิม เคน กลับเป็นไม่ที่รู้จักของชาวอเมริกันนัก ทั้งที่ทั้งสองคนเป็นนักการเมืองที่มีประสบการณ์สูง และคร่ำหวอดในวงการนี้มานับสิบปี ซึ่งต่อไปนี้คือข้อมูลที่ควรรู้ของผู้สมัครทั้ง 2 คน

เริ่มต้นด้วย ไมค์ เพนซ์ ผู้สมัครชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกัน ขณะนี้มีอายุ 57 ปี ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐอินเดียนามาตั้งแต่ปี 2013 และเป็นตัวแทนของในสภาคองแกรสของสหรัฐฯ มานานนับทศวรรษ เขาสนับสนุนแนวคิดเรื่องการลดภาษี, ลดโครงข่ายรองรับทางสังคม และเช่นเดียวกับนายทรัมป์ เขามีความกังขาในเรื่องความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารในต่างประเทศ


ไมค์ เพนซ์

นายเพนซ์ เติบโตขึ้นมาโดยนับถือศาสนาคริสต์ นิกายคาทอลิก แต่ตอนนี้เขาหันไปนับถือนิกายโปรแตสแตนท์ สายอีแวนเจลิค แล้ว และก่อนหน้านี้เข้าต้องตกที่นั่งลำบาก หลังจากลงนามในกฎหมายเสรีภาพทางศาสนาในรัฐอินเดียนา ซึ่งฝ่ายต่อต้านระบุว่าเป็นการอนุญาตให้ธุรกิจต่างๆ กีดกันคนรักเพศเดียวกัน แต่ในเวลาต่อมาเขาก็แก้ไขกฎหมายนี้ ล่าสุดเขาเพิ่งลงนามกฎหมายที่ให้มีการฝังหรือฌาปณกิจตัวอ่อนทารกในครรภ์จากการแท้งหรือทำแท้งในช่วงสัปดาห์แรกๆ ด้วย

เมื่อครั้งที่นายทรัมป์ ประกาศเลือกนายเพนซ์เป็นคู่หูลงสมัครชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทรัมป์กล่าวว่าหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เขาตัดสินใจคือ นายเพนซ์สนับสนุนความสามัคคีภายในพรรครีพับลิกัน นอกจากนี้ นายเพนซ์ยังถูกมองว่าเป็นผู้มีแนวคิดอนุรักษ์นิยม ทั้งในด้านการเงินและสังคม ซึ่งจะสามารถช่วยเรียกคะแนนจากผู้โหวตภายในพรรค และทำให้นายทรัมป์เป็นที่พอใจของสมาชิกพรรครีพับลิกัน ซึ่งบางส่วนก็ไม่สนับสนุนการเป็นตัวแทนพรรคของเขา

อย่างไรก็ตาม นายเพนซ์ไม่เห็นด้วยกับความคิดของนายทรัมป์หลายอย่าง โดยเขาเคยกล่าวต่อต้านคำเรียกร้องของตัวแทนพรรครีพับลิกันรายนี้ ที่ต้องการให้ห้ามชาวมุสลิมเดินทางเข้าสู่สหรัฐฯ และห้ามทำข้อตกลงทางการค้า


โดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนพรรครีพับลิกันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ด้าน ทิม เคน เป็นสมาชิกวุฒิสภาผู้แทนรัฐเวอร์จิเนีย วัย 58 ปี ที่ดูแลในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและกิจการทางทหาร เขายังสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองในเรื่องการทำงานโดยก้าวข้ามเส้นแบ่งของพรรคการเมือง ในสมัยที่เขาเป็นผู้ว่าการรัฐเวอร์จิเนีย และนายกเทศมนตรีเมืองริชมอนด์

ในตอนที่นางคลินตันประกาศเลือกนายเคนเป็นคู่หูในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เธออธิบายคุณสมบัติของนายเคนว่า เป็นชายผู้อุทิศชีวิตตัวเองในการต่อสู้เพื่อผู้อื่น เธอยังเรียกเขาว่าเป็นคนมองโลกในแง่ดี ผู้เชื่อว่าไม่มีปัญหาใดที่แก้ไม่ได้หาคุณทุ่มเทความพยายามในการแก้ปัญหา อย่างไรก็ตาม นายเคนต้องเผชิญเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า เขาเป็นคนน่าเบื่อ ซึ่งตัวเขาเองก็เห็นด้วยในเรื่องนั้น

ก่อนจะมาเล่นการเมือง นายเคนเคยเป็นนักกฎหมาย ซึ่งเชี่ยวชาญในเรื่องสิทธิพลเรือนและเรื่องความเป็นธรรมในการซื้อขายเคหะสถาน เขายังสามารถพูดภาษาสเปนได้ โดยเรียนรู้ระหว่างเดินทางไปทำหน้าที่หมอสอนศาสนาในประเทศฮอนดูรัส ในช่วงทศวรรษที่ 1980


ทิม เคน

มีหลายครั้งที่ความเชื่อทางศาสนาของเขามีอิทธิพลต่อการตัดสินใจในด้านการปกครองของเขา และหลังจากที่เขาออกมาแสดงการต่อต้านการแต่งงานของคนรักเพศเดียวกันในการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐในปี 2005 เขาก็แตกหักกับทางคริสตจักรคาทอลิก และหันมาสนับสนุนในเรื่องนี้ เขายังเคยกล่าวว่า โดยส่วนตัวแล้วเขาต่อต้านการทำแท้ง แต่สุดท้ายเขาก็ลงคะแนนสนับสนุนสิทธิการทำแท้ง

นายเคน ไม่เป็นที่ชื่อชอบของกลุ่มฝ่ายซ้ายในพรรคเดโมแครต เนื่องจากเขาต่อต้านการตรวจสอบธนาคาร, สนับสนุนการขุดเจาะน้ำมันนอกชายฝั่ง และสนับสนุนความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (ทีพีพี) ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ครั้งนี้ ซึ่งฝ่ายสนับสนุนระบุว่า ทีพีพีจะช่วยเปิดเสรีทางการค้าในโลก ขณะที่ฝ่ายคัดค้านระบุว่า ความตกลงนี้จะทำให้บริษัทต่างๆ ได้เปรียบรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้นายเคน เปลี่ยนความคิดและไม่สนับสนุน ทีพีพี แล้ว รวมถึงเรื่องการขุดเจาะน้ำมันนอกชายฝั่ง เช่นเดียวกับนางคลินตัน


ฮิลลารี คลินตัน ตัวแทนพรรคเดโมแครตชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ

เพนซ์ VS เคน ดีเบตครั้งแรกและครั้งเดียวระหว่างทั้งสองคน

ด้วยความที่นายเพนซ์ และนายเคนไม่ค่อยเป็นที่รู้จะของชาวอเมริกันทั่วไป การดีเบต หรือโต้วาที ในวันอังคารที่ 4 ต.ค. (ตามเวลาท้องถิ่น) ที่มหาวิทยาลัยลองวู้ด เมืองฟาร์มวิลล์ รัฐเวอร์จิเนีย ซึ่งเป็นการประชันวิสัยทัศน์อย่างเป็นทางการเพียงครั้งเดียวระหว่างทั้งสองคน จึงเป็นเวทีที่เหมาะสมที่สุดในการแนะนำตนเอง และแสดงจุดยืนของตัวเองให้ชัดเจน

ในการดีเบต 90 นาที เคนและเพนซ์ปะทะกันหลายเรื่อง ตั้งแต่เรื่องการทำแท้งไปจนถึงรัสเซีย แต่ที่ดุเดือดที่สุดคือการแลกหมัดโจมตีคลินตันและทรัมป์ คู่หูของแต่ละฝ่าย โดยเคนโจมตีทรัมป์ว่าบ้าคลั่ง ขาดวุฒิภาวะทางอารมณ์ จะเกิดหายนะถ้าได้เป็นผู้นำและแม่ทัพที่มีอำนาจสั่งกดปุ่มอาวุธนิวเคลียร์ ดังที่อดีตประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกนเคยเตือน เขายังโจมตีที่ทรัมป์กล่าวชื่นชมประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ซึ่งอยู่ในกลุ่มผู้นำเผด็จการคล้ายคิม จอง-อึน แห่งเกาหลีเหนือ, ซัดดัม ฮุสเซน แห่งอิรัก และโมอัมมาร์ กัดดาฟี แห่งลิเบีย

ส่วนเพนซ์โต้ว่าประธานาธิบดีบารัค โอบามา และคลินตัน อดีต รมว.ต่างประเทศในรัฐบาลโอบามาสมัยแรก เป็นผู้นำที่อ่อนแอไร้ประสิทธิภาพ ทำให้ผู้นำรัสเซียแข็งแกร่งกว่าในเวทีโลก ส่วนนโยบายต่างประเทศก็ล้มเหลว ทั้งคู่ยังปะทะกันเรื่องการจัดการภาษีของทรัมป์ ซึ่งยังไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลการเสียภาษี และ นสพ.นิวยอร์ก ไทม์ แฉว่า บริษัทของเขาไม่เสียภาษีใน 18 ปีหลัง โดยอ้างว่าขาดทุน 916 ล้านดอลลาร์ในปี 2538 ซึ่งเพนซ์ชมว่าทรัมป์ใช้กฎหมายภาษีอย่างฉลาด ขณะที่เคนเสียดสีว่า “งั้นพวกเราทุกคนที่เสียภาษีก็โง่น่ะสิ”


หนังสือกำหนดการการโต้วาทีของผู้สมัครชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ

เพนซ์ชนะ แต่เคนก็แพ้ไม่น่าเกลียด

หลังการดีเบตจบลง ทั้งสื่อและบรรดานักวิจารณ์ต่างมีความเห็นไปในทางเดียวกันว่า ไมค์ เพนซ์ เป็นฝ่ายชนะในการดีเบตครั้งนี้ โดยนายเคนยอมรับว่าเขาตื่นเต้นเกินไป และการที่เขาพยายามขัดจังหวะของเพนซ์ในช่วง 20 นาทีแรกก็ทำให้ทุกอย่างผิดทิศผิดทางไปหมด ขณะที่นายเพนซ์แสดงให้เห็นถึงความสงบ ทำหูทวนลมต่อข้อครหาต่างๆ ของนายทรัมป์ที่อีกฝ่ายใช้เป็นข้อโจมตี และสร้างความปั่นป่วนให้กับเคนด้วยคำโกหกไม่รู้จบ

นักวิเคราะห์ระบุด้วยว่า นายเพนซ์ทำตามแผนการที่วางเอาไว้ได้ดีกว่านายเคน นอกจากนี้เขายังสร้างโอกาสในการถามคำถามเกี่ยวกับนางคลินตัน และประธานาธิบดีโอบามา เรื่องนโยบายที่ล้มเหลว ทำให้นายเคนต้องตกเป็นฝ่ายรับเกือบตลอดการโต้วาที

แต่ถึงแม้นายเคนจะไม่ชนะในเรื่องความสามารถเหล่านี้ แต่ก็ถือว่า เขาทำงานที่ได้รับมอบหมายมาได้อย่างลุล่วง ทั้งการจี้จุดโจมตีโดนัลด์ ทรัมป์ และเน้นย้ำความแตกต่างมากมายระหว่างวิสัยทัศน์ด้านความยุติธรรมทางเชื้อชาติของนางคลินตันกับการเหยียดเชื้อชาติและความดื้อรั้นของนายทรัมป์ ทำให้นายเพนซ์ต้องตกเป็นฝ่ายรับอยู่ช่วงหนึ่ง

นายเคนยังทำคะแนนได้บ้างในช่วงครึ่งหลังของการโต้วาที หลังจากนายเพนซ์พูดถึงความไม่ซื่อสัตย์ของมูลนิธิคลินตัน แต่นายเคนสามารถตอบโต้กลับได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วยการเน้นย้ำผลงานดีๆ ที่ผ่านมา และตอบโต้ด้วยข่าวอื้อฉาวในมูลนิธิและธุรกิจของนายทรัมป์ และในตอนท้ายเมื่อพูดถึงประเด็นการทำแท้ง นายเพนซ์กลับเริ่มมีอารมณ์รุนแรงขึ้นมาเป็นครั้งแรก ทำให้เขาพูดเป็นนัยว่า ผู้หญิงควรถูกบังคับให้คลอดบุตรเพื่อให้คนแปลกหน้าที่ต้องการเด็กเอาไปเลี้ยง ก่อนที่นายเคนจะตอกกลับในจุดนี้ ทำให้นายเพนซ์ได้แต่ตอบกลับด้วยคำพูดที่ไม่มีน้ำหนักเท่านั้น


ชาวอเมริกันชูป้ายเชียร์โดนัลด์ ทรัมป์ และ ไมค์ เพนซ์

อย่างไรก็ตาม การดีเบตของผู้สมัครชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีไม่ว่าจะยุคสมัยใด ก็ไม่ค่อยมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจของประชาชนมากนัก แต่จะมีประโยชน์ในด้านการกระตุ้นฐานเสียงที่มีอยู่เดิม และโจมตีผู้สมัครฝ่ายต่างข้าม ซึ่งนายเคนสามารถทำ 2 เรื่องนี้ได้สำเร็จ เพราะฉะนั้น ถึงการโต้วาทีในภาพรวมจะแพ้ แต่ก็ไม่น่าเกลียด

หลังจากนี้ ชาวอเมริกัน รวมทั้งทั่วโลกจะกลับไปจับตามองการโต้วาทีครั้งที่ 2 ระหว่างนายทรัมป์ และนางคลินตัน ซึ่งจะเกิดขึ้นที่มหาวิทยาลัยวอชิงตันในเมืองเซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี เวลา 21:00น. วันอาทิตย์ที่ 9 ต.ค. ตามเวลาท้องถิ่น และจับตาดูว่า คลินตันจะสามารถเอาชนะนายทรัพป์ได้อีกครั้งหรือไม่ แล้วมหาเศรษฐจากนิวยอร์กผู้นี้จะมีไม้เด็ดอะไรมาแก้มือ

 

สลด! ยอดเหยื่อเฮอริเคน ‘แมทธิว’ ทะลุ 140 ศพ เกิน 100 อยู่ในเฮติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ต.ค. 2559 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/746016

 

จำนวนผู้เสียชีวิตในภูมิภาคทะเลแคริบเบียจากอิทธิพลของเฮอริเคนแมทธิว เพิ่มขึ้นเป็น 140 รายแล้ว โดยส่วนใหญ่อยู่ในประเทศเฮติ ขณะที่ตัวพายุกำลังเคลื่อนตัวไปยังรัฐฟลอริดาของสหรัฐฯ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากอิทธิพลของเฮอริเคน ‘แมทธิว’ พายุที่รุนแรงที่สุดในทะเลแคริบเบียนในรอบเกือบ 10 ปี เพิ่มขึ้นเป็น 140 รายแล้ว นับตั้งแต่พายุเคล่ือนตัวภูมิภาคนี้เมื่อวันอังคารที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยเฮติ หนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก ได้รับความเสียหายมากที่สุด


น้ำท่วมเมืองลีโอกาเน ของเฮติ

ล่าสุดในวันพฤหัสบดีที่ 6 ต.ค. จำนวนผู้เสียชีวิตในประเทศเฮติเพิ่มขึ้นเป็น 113 รายแล้ว โดยผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในเมืองและหมู่บ้านโดยรอบคาบสมุทรติบูรอง ซึ่งเฮอริเคนแมทธิวเคลื่อนตัวผ่านพอดีด้วยความเร็วลมถึง 230 กม./ชม. จนเกิดฝนตกหนักในวันจันทร์และอังคาร หลายคนเสียชีวิตเพราะถูกต้นไม้ล้มทับ, วัตถุที่ปลิวเพราะแรงลมลอยมากระแทก หรือ ตกลงไปในแม่น้ำที่กระแสน้ำเชี่ยวกราด

นายฟรองซัวส์ อานิค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของเฮติ เป็นผู้ประกาศตัวเลขผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อวันพฤหัสบดี ในขณะที่ทีมช่วยเหลือและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำลังพยายามตรวจสอบขนาดความเสียหายที่แท้จริง ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของจังหวัดซูด ทางใต้ของประเทศ ระบุว่า แค่ในจังหวัดนี้เพียงจังหวัดเดียว ก็มีบ้านเรือนถูกทำลายเพราะพายุลูกนี้แล้ว 29,000 หลัง และมีประชาชนที่กลายเป็นผู้พลัดถิ่นอีก 20,000 คน


บ้านเรือนในเมืองเล กาเย ของเฮติ ถูกทำลายหรือได้รับความเสียหาย

ด้านสำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (OCHA) ระบุว่า ทั่วประเทศเฮติมีประชาชนที่กำลังต้องการความช่วยเหลือประมาณ 350,000 คน ขณะที่การเลือกตั้งประธานาธิบดีเฮติที่มีกำหนดจะจัดในช่วงสุดสัปดาห์นี้ถูกยกเลื่อนออกไป และยังไม่มีการกำหนดวันเลือกตั้งใหม่

ทั้งนี้ ปัจจุบันเฮอริเคนแมทธิว ซึ่งมีถูกจัดเป็นเฮอริเคนระดับ 4 กำลังเคลื่อนตัวไปยังรัฐฟลอริดาของสหรัฐฯ ทำให้ผู้ว่าการรัฐในภาคใต้อย่างน้อย 4 รัฐต้องประกาศภาวะฉุกเฉินเพื่อรับมือกับพายุลูกนี้ พร้อมทั้งเรียกร้องให้ประชาชนรวมกว่า 2 ล้านคนอพยพไปยังที่ปลอดภัย


คลื่นสูงซัดเข้าใส่กำแพงกั้นน้ำของเมืองบาราโกอา ของประเทศคิวบา
 

มะกันรวบมือดีฉกข้อมูลลับ NSA ชี้อยู่บริษัทเดียวกับ ‘สโนว์เดน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 7 ต.ค. 2559 04:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/745942

 

อัยการสหรัฐฯ แถลงเมื่อ 5 ต.ค.ว่า นายแฮโรลด์ โธมัส มาร์ติน ที่ 3 วัย 51 ปี พนักงานบริษัทบูซ อัลเลน ฮามิลตัน บริษัทคู่สัญญาของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ (เอ็นเอสเอ) ถูกจับฐานขโมยทรัพย์สินของรัฐและยักย้ายวัตถุเอกสาร “ชั้นความลับสูง” โดยไม่ได้รับอนุญาตและมีสิทธิ์รับโทษจำคุกนานถึง 10 ปี

การจับกุมมีขึ้นตั้งแต่เดือน ส.ค. หลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้านพัก โรงจอดรถและรถยนต์ของเขาในเมืองเกลน เบอร์นี รัฐแมรีแลนด์ แต่เพิ่งปรากฏเป็นข่าวในวันนี้หลังกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯเผยแพร่เอกสารฟ้องร้องต่อนายมาร์ติน ซึ่งเบื้องต้นปฏิเสธข้อกล่าวหา แต่มายอมรับภายหลังว่าเคลื่อนย้ายเอกสารและแปลงเป็นแฟ้มเอกสารดิจิทัล

เจ้าหน้าที่ระบุด้วยว่าเอกสาร 6 ฉบับที่พบในการครอบครองของมาร์ติน ถูกเก็บเป็นเอกสารลับสุดยอด หมายความว่าถ้าเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาตก็อาจก่อความเสียหายร้ายแรงต่อความมั่นคงของชาติ ด้าน นสพ.เดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส รายงานว่ามาร์ตินตกเป็นผู้ต้องสงสัยลอบนำซอร์สโค้ด หรือรหัสคอมพิวเตอร์ที่ใช้เจาะระบบคอมพิวเตอร์ของรัสเซีย จีน อิหร่านและเกาหลีเหนือ ออกจากระบบของเอ็นเอสเอ

ทั้งนี้ บริษัทบูซฯ เป็นบริษัทเดียวกับที่จ้างนายเอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน ผู้เปิดโปงโครงการสอดแนมพลเรือนของเอ็นเอสเอ จนเป็นข่าวใหญ่ทั่วโลกเมื่อปี 2556 ปัจจุบันหลบหนีไปรัสเซียเพราะกลัวถูกจับแม้สหรัฐฯยังไม่ตั้งข้อหาใด.


เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน
 

สภาโปแลนด์คว่ำกฎหมายห้ามทำแท้ง หลังผู้หญิงแต่งดำประท้วงทั่วประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ต.ค. 2559 23:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/745871

 

สภาผู้แทนราษฎรโปแลนด์โหวตต่อต้านกฎหมายที่ห้ามผู้หญิงทำแท้งเกือบทุกกรณีอย่างท่วมท้น หลังจากผู้จำนวนหลายแสนคนออกมาเดินขบวนประท้วงทั่วประเทศเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐสภาแห่งประเทศโปแลนด์เพิกถอนข้อเสนอกฎหมายซึ่งจะห้ามการทำแท้งเกือบทุกกรณีในประเทศแล้ว หลังจากสภาผู้แทนราษฎรโหวตต่อต้านร่างกฎหมายฉบับนี้อย่างท่วมท้นที่ 352 เสียงต่อเห็นด้วย 58 เสียง และงดออกเสียงอีก 18 เสียง

ผลการโหวตที่ออกมาเกิดขึ้นตามหลังการประท้วงทั่วประเทศของเหล่าสตรีนับแสน ที่สวมชุดดำและถือธงสีดำออกมาเดินขบวนตามท้องถนนในเมืองต่างๆ รวมทั้งในเมืองหลวงกรุงวอร์ซอเมื่อวันจันทร์ เพื่อต่อต้านกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งเป็นข้อเสนอของกลุ่มพลเรือนต่อต้านการทำแท้ง ที่สามารถรวบรวมรายชื่อมาลงนามในคำร้องที่จะยื่นให้แก่รัฐบาลได้ถึง 450,000 ชื่อ โดยได้รับการสนับสนุนจากคริสต์จักรคาทอลิกในประเทศ รวมทั้งหัวหน้าพรรครัฐบาล ‘พรรคกฎหมายและความยุติธรรม’ (PiS) ด้วย


ผู้หญิงจำนวนมากถือร่มออกมาเดินขบวนประท้วงในกรุงวอร์ซอ

อย่างไรก็ตาม นายยาโรสลาฟ คาคซีนสกี หัวหน้าพรรคฎหมายและความยุติธรรม กล่าวหลังรัฐสภาลงมติเรื่องกฎหมายห้ามทำแท้งฉบับนี้ว่า ถึงแม้เขาจะเห็นด้วยกับการปกป้องชีวิต แต่เขาคิดว่ากฎหมายฉบับนี้จะส่งผลในทางตรงกันข้าม ขณะที่นายกรัฐมนตรี บีตา ซีดโล ประกาศข้อเรียกร้อง 3 ประการ รวมถึงโครงการใหม่เพื่อสนับสนุนครอบครัวที่ติดสินใจยินยอมให้กำเนิด และเลี้ยง เด็กที่มีความผิดปกติจากการตั้งครรภ์.

ทั้งนี้ โปแลนด์เป็นประเทศคาทอลิกและปกครองโดยรัฐบาลอนุรักษ์นิยม ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีกฎหมายเกี่ยวกับการทำแท้งเข้มงวดที่สุดในโลก โดยภายใต้กฎหมายปัจจุบันซึ่งใช้มาตั้งแต่ปี 1993 การทำแท้งเป็นเรื่องที่ห้ามกระทำเว้นแต่กรณีที่ ผู้หญิงอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต, ทารกในครรภ์มีความเสียหายชนิดเกิดเยียวยา หรือ การตั้งครรภ์เป็นผลมาจากการข่มขืนหรือการมีเพศสัมพันธ์ในครอบครัว โดยที่อายุครรภ์ต้องไม่เกิน 12 สัปดาห์

อย่างไรก็ตาม กฎหมายใหม่่ที่กลุ่มต่อต้านการทำแท้งเสนอ จะกำหนดให้การทำแท้งทุกกรณียกเว้น หากแม่เด็กอาจมีอันตรายถึงชีวิต ถือว่าเป็นความผิด และมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีสำหรับผู้หญิงที่ต้องการทำแท้งและแพทย์ผู้ลงมือทำแท้ง

 

สยอง! สนามบินสคิปโพล ในดัตช์ เคยตกเป็นเป้าก่อการร้าย แต่แผนล้มก่อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/745416

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ต.ค. 2559 17:41

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/745416

 

(เครดิตภาพ anp)

ชาวดัตช์ผวา..สื่อฝรั่งเศสเผย สนามบินสคิปโพล ในเนเธอร์แลนด์เคยตกเป็นเป้าหมายก่อการร้าย พร้อมกับเหตุก่อการร้ายหลายจุดในกรุงปารีส เมื่อ 13 พ.ย.ปีที่แล้ว แต่เดชะบุญ คนร้ายเปลี่ยนแผน ล้มเลิกโจมตีไปเสียก่อน

เมื่อ 6 ตุลาคม 2559 บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำเบลเยียม รายงาน หนังสือพิมพ์ของฝรั่งเศสเปิดเผย ท่าอากาศยานระหว่างประเทศ สคิปโพล ซึ่งเป็นสนามบินที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเนเธอร์แลนด์ ห่างจากกรุงอัมสเตอร์ดัม เมืองหลวงไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 9 กม. เคยตกเป็นเป้าหมายของการก่อการร้าย พร้อมกับเหตุวินาศกรรมกลางกรุงปารีส 3 จุด เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ปีที่แล้ว เช่นเดียวกัน แต่กลุ่มคนร้ายกลับเปลี่ยนแผน โดยมีผู้สมรู้ร่วมคิดกับขบวนการก่อการร้ายสองคน เดินทางจากกรุงบรัสเซลส์ไปยังกรุงอัมสเตอร์ดัม มีเป้าหมายที่จะก่อเหตุในสนามบินสคิปโพล เพียงแต่ ขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุว่าทำไมถึงได้ยกเลิกแผนการดังกล่าว

ข่าวแจ้งว่า ผู้สมรู้ร่วมคิด 2 คน ได้แก่ นายโซฟิอาน อายารี วัย 23 ปี ได้ถูกจับกุมตัวเมื่อวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา ขณะหลบซ่อนตัวอยู่ที่อำเภอโมเลนเบค ในกรุงบรัสเซลส์ เมืองหลวงของเบลเยียม ส่วนนายโอซามา คราเยม ชาวซีเรียถือสัญชาติสวีเดน ถูกจับกุมตัวเมื่อวันที่ 8 เมษายน ที่อำเภอลาเกน ในเบลเยียม โดยนายคราเยมได้มีภาพปรากฏในวิดีโอจากกล้องวงจรปิดที่สถานีรถไฟใต้ดินกรุงบรัสเซลส์ กับนายคาลิด เอล บาคราวี มือระเบิดฆ่าตัวตายที่สถานีรถไฟใต้ดินมาลเบค กรุงบรัสเซลส์ เมื่อวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา

นายอายารี และ นายคราเยม ได้เดินทางไปประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยรถบัสยูโรไลน์ด้วยเอกสารประจำตัวปลอม โดยซื้อตั๋วเดินทางแบบเที่ยวเดียว จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนคดีปราบปรามการก่อการร้ายของฝรั่งเศส ระบุว่า นายคราเยม ได้ให้ปากคำในครั้งแรกว่า ได้จองห้องพักโรงแรมที่กรุงอัมสเตอร์ดัม ก่อนจะยอมรับว่า ได้เดินทางกลับกรุงบรัสเซลส์ ในวันเดียวกัน พร้อมกับ นายโซฟิอาน อายารี โดยไม่ได้ไปวางระเบิดที่สนามบินสคิปโพล

 

แก้ไม่หาย!? ‘โน้ต7’ เปลี่ยนแล้วยังไฟลุกบนเครื่องบินมะกันจนต้องอพยพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ต.ค. 2559 06:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/744877

 

(ภาพถ่ายโดย: Brian Green)

เกิดเหตุสมาร์ทโฟน กาแล็กซี่ โน้ต 7 ติดไฟบนเครื่องบินในสหรัฐฯ อีกครั้ง ทั้งที่เครื่องที่เกิดเหตุเป็นเครื่องรุ่นใหม่ที่ทางซัมซุงระบุว่าแก้ไขปัญหาที่ทำให้อุปกรณ์เกิดไฟลุกไหม้แล้วก็ตาม…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สมาร์ทโฟน ‘กาแล็กซี่ โน้ต 7’ รุ่นได้รับการแก้ไข ซึ่งบริษัทผู้ผลิตอย่าง ‘ซัมซุง’ ยืนยันว่าปลอดภัยจากกรณีไฟลุกไหม้ตามที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้ กลับเกิดติดไฟขึ้นขณะที่อุปกรณ์อยู่บนเครื่องบินโดยสารของสายการบิน ‘เซาท์เวสต์ แอร์ไลน์ส’ ซึ่งกำลังจะเดินทางออกจากเมืองหลุยส์วิลล์ ในรัฐเคนทักกี ไปยังเมืองบัลทิมอร์ ในรัฐแมรีแลนด์ เมื่อวันพุธ (5 ต.ค.) จนต้องอพยพผู้โดยสารลงจากเครื่อง

โฆษกของสายการบิน เซาท์เวสต์ แอร์ไลน์ส บอกกับสำนักข่าวบีบีซีว่า “ผู้โดยสารคนหนึ่งรายงานว่าเกิดควันออกมาจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกเครื่องหนึ่ง ก่อนที่ผู้โดยสารและลูกเรือทุกคนจะลงจากเครื่องบินอย่างปลอดภัยผ่านประตูหลักของห้องโดยสาร”

ขณะที่นาย ไบรอัน กรีน เจ้าของอุปกรณ์ที่เกิดควันไฟ บอกกับเว็บไซต์ข่าว ‘เดอะ เวิร์จ’ (The Verge) ว่า เขาซื้อสมาร์ทโฟนเครื่องนี้มาเมื่อวันที่ 21 ก.ย. โดยบนกล่องใส่สินค้ามีไอคอนรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสสีดำ ซึ่งทางซัมซุงติดไว้เพื่อแยกอุปกรณ์ที่ได้รับการแก้ไขแล้ว ออกจากอุปกรณ์รุ่นเก่าที่มีปัญหา

นายกรีนยืนยันด้วยว่า ขณะเกิดเหตุ โน้ต 7 ของเขาปิดเครื่องอยู่ และไม่ได้กำลังชาร์จพลังงานและอยู่ในกระเป๋าของเขา แต่จู่ๆ มันกลับร้อนขึ้น เขาจึงโยนมันลงบนพื้นของห้องโดยสาร ก่อนที่ควันสีเทาหนาทึบจะพวยพุ่งออกมา

ทั้งนี้ บริษัท ซัมซุงต้องประกาศเรียกคืนสมาร์ทโฟน กาแล็กซี่ โน้ต 7 จำนวนหลายล้านเครื่องเมื่อเดือนก.ย. หลังจากมีรายงานมากมายว่า อุปกรณ์เกิดติดไฟ ส่งผลให้สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ (FAA) ออกคำแนะนำให้ปิดอุปกรณ์และอย่าชาร์จอุปกรณ์ขณะอยู่บนเครื่องบิน อย่างไรก็ตาม ซัมซุงระบุว่า พวกเขาพบปัญหาและแก้ไขแล้ว โดยเริ่มปล่อยสินค้ารุ่นแก้ไขออกสู่ตลาดเมื่อปลายเดือนก.ย.

ซัมซุงออกแถลงการณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุดว่า พวกเขกำลังทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และของสายการบินเซาท์เวสต์ เพื่อเก็บกู้อุปกรณ์ดังกล่าง และยืนยันสาเหตุ และพวกเขาจะออกมาเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม หลังจากพวกเขาตรวจสอบอุปกรณ์ชิ้นนี้เรียบร้อนแล้ว ขณะที่ FAA ยังไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้

 

แลกถล่มทรัมป์,คลินตัน-ดีเบทชิงรองผู้นำมะกัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 6 ต.ค. 2559 03:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/744822

 

การ “ดีเบท” โต้วาทีประชันวิสัยทัศน์ครั้งเดียวของผู้สมัครชิงเก้าอี้รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ 34 วัน ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ใน 8 พ.ย. มีขึ้นที่มหาวิทยาลัยลองวู้ด เมืองฟาร์มวิลล์ รัฐเวอร์จิเนีย เมื่อ 4 ต.ค. มีนางอีเลน กุยจาโน แห่งสถานีโทรทัศน์ซีบีเอส นิวส์ เป็นพิธีกร โดยนายทิม เคน วุฒิสมาชิกรัฐเวอร์จิเนีย วัย 58 ปี ตัวแทนพรรคเดโมแครต และนายไมค์ เพนซ์ ผู้ว่าการรัฐอินเดียนา วัย 57 ปี ตัวแทนพรรครีพับลิกัน ต่างโจมตีนางฮิลลารี คลินตัน และนายโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันไปชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีอย่างดุเดือด

ในการดีเบท 90 นาที เคนและเพนซ์ปะทะกันหลายเรื่อง ตั้งแต่เรื่องการทำแท้งไปจนถึงรัสเซีย แต่ที่ดุเดือดที่สุดคือการแลกหมัดโจมตีคลินตันและทรัมป์ “คู่หู” ของแต่ละฝ่าย โดยเคนโจมตีทรัมป์ว่าบ้าคลั่ง ขาดวุฒิภาวะทางอารมณ์ จะเกิดหายนะถ้าได้เป็นผู้นำและแม่ทัพที่มีอำนาจสั่งกดปุ่มอาวุธนิวเคลียร์ ดังที่อดีตประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกนเคยเตือน เขายังโจมตีที่ทรัมป์กล่าวชื่นชมประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ซึ่งอยู่ในกลุ่มผู้นำเผด็จการคล้ายคิม จองอึน แห่งเกาหลีเหนือ ซัดดัม ฮุสเซน แห่งอิรัก และโมอัมมาร์ กัดดาฟี แห่งลิเบีย

ส่วนเพนซ์โต้ว่าประธานาธิบดีบารัค โอบามา และคลินตัน อดีต รมว.ต่างประเทศในรัฐบาล โอบามาสมัยแรก เป็นผู้นำที่อ่อนแอไร้ประสิทธิภาพ ทำให้ผู้นำรัสเซียแข็งแกร่งกว่าในเวทีโลก ส่วนนโยบายต่างประเทศก็ล้มเหลว ทั้งคู่ยังปะทะกันเรื่องการจัดการภาษีของทรัมป์ ซึ่งยังไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลการเสียภาษี และ นสพ.นิวยอร์ก ไทม์ แฉว่า บริษัทของเขาไม่เสียภาษีใน 18 ปีหลัง โดยอ้างว่าขาดทุน 916 ล้านดอลลาร์ในปี 2538 ซึ่งเพนซ์ชมว่าทรัมป์ใช้กฎหมายภาษีอย่างฉลาด ขณะที่เคนเสียดสีว่า “งั้นพวกเราทุกคนที่เสียภาษีโง่น่ะสิ”

การดีเบทครั้งนี้มีขึ้น หลังคลินตันและทรัมป์ดีเบทกันครั้งแรกเมื่อ 26 ก.ย. ซึ่งหลังจากนั้น คะแนนนิยมของคลินตันก็พุ่งขึ้น โดยจากค่าเฉลี่ยของโพลระดับชาติต่างๆ ที่องค์กร “เรียลเคลียร์โพลิติกส์” รวบรวมล่าสุดเมื่อ 4 ต.ค. คลินตันทิ้งห่างทรัมป์ถึง 44.3% ต่อ 40.6% ส่วนการดีเบทอีก 2 รอบจะมีขึ้นใน 9 ต.ค. และ 19 ต.ค.นี้

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า การเลือกตั้งครั้งนี้คาดว่าจะมีผู้ออกมาลงคะแนนราว 130 ล้านคน และขณะนี้มีผู้ใช้สิทธิ์ลงคะแนนล่วงหน้าแล้วราว 130,000 คน ทั้งการลงคะแนนล่วงหน้าทางไปรษณีย์และตามคูหาลงคะแนนที่จัดไว้ตามสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ.