เบลเยียมระทึก! มือมีดแทงตร.บาดเจ็บ 2 นาย เชื่อเป็นก่อการร้าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ต.ค. 2559 03:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/744841

 

เกิดเหตุมือมีดแทงตำรวจในเมืองหลวงของประเทศเบลเยียมจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนคนร้ายจะถูกยิงที่ขาและถูกจับกุมเอาไว้ได้ โดยเจ้าหน้าที่เบลเยียมเชื่อว่านี่อาจเป็นการก่อการร้าย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชายคนหนึ่งก่อเหตุใช้มีดเป็นอาวุธ ทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจในเขตสการ์เบค ของกรุงบรัสเซลส์ เมืองหลวงของประเทศเบลเยียม จนได้รับบาดเจ็บเมื่อวันพุธ (5 ต.ค.) ก่อนที่ตำรวจนายที่ 3 จะสามารถจับตัวผู้ก่อเหตุได้ โดยคนร้ายถูกยิงได้รับบาดเจ็บที่ขาด้วย

ตามรายงานของสถานีโทรทัศน์ VRT ตำรวจนายหนึ่งถูกแทงเข้าที่คอ ส่วนอีกนายถูกแทงที่ท้อง ขณะที่ตำรวจนายที่ 3 ได้รับบาดเจ็บจมูกหักหลังจากเข้าต่อสู้กับคนร้าย ซึ่งตอนนี้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว และทั้งหมดมีอาการไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต


มีดที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ

ด้านสำนักงานอัยการกลางเบลเยียมเปิดเผยชื่อของคนร้ายว่า ไฮชาม ดี. ชาวเบลเยียม อายุ 43 ปี โดยเขาเป็นที่รู้จักของตำรวจ และเชื่อว่ามีส่วนเชื่อมโยงกับนักรบญิฮาดที่เดินทางไปต่อสู้ในประเทศซีเรีย ชายคนนี้ยังเคยสังกัดกองทัพเบลเยียมจนถึงเมื่อปี 2009 อีกด้วย

“เรามีเหตุผลที่ทำให้เชื่อว่า เหตุการณ์นี้เป็นการก่อการร้าย” อีริค ฟาน เดอ ซีปต์ โฆษกสำนักงานอัยการกลางเบลเยียม ขณะที่แถลงการณ์ของสำนักงานอัยการฯ ระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นบ้านของผู้ต้องสงสัยบนถนนอเวนิว เดอ ลา ไรน์ ในเขตสการ์เบคแล้ว แต่ไม่พบอาวุธปืนแต่อย่างใด

ทั้งนี้ เบลเยียมยังอยู่ในช่วงเฝ้าระวังภัยก่อการร้ายขั้นสูง หลังจากเกิดเหตุโจมตีสนามบินซาเวนเทม และสถานีรถไฟใต้ดินมาลเบคเมื่อเดือนมี.ค. ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 35 ราย และบาดเจ็บมากว่า 300 คน โดยกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) ออกมาอ้างตัวว่าเป็นผู้ออยู่เบื้องหลังการโจมตีดังกล่าว

 

Tesla – Dior ติด 100 อันดับแบรนด์ที่มูลค่าสูงที่สุดในโลกครั้งแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ต.ค. 2559 02:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/744832

 

เมื่อวันพุธที่ 5 ตุลาคมรายงานของ Best Global Brands ได้เปิดเผยว่า Apple, Google และ Coca-Cola ยังคงเป็น 3 แบรนด์สินค้าที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก ขณะที่ Tesla และ Dior ติดอันดับในกลุ่มท๊อป 100 เป็นครั้งแรก…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า Apple และ Google รั้งตำแหน่งที่ 1 และ 2 ในการจัดอันดับ 100 แบรนด์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกของ Best Global Brands ขณะที่ Coca-Cola, Microsoft, Toyota, IBM, Samsung, Amazon, Mercedes-Benz และ GE ร่วมอยู่ในท๊อปเทน ขณะที่ Tesla และ Dior ติดอันดับที่ 89 และ 100 ตามลำดับ แต่มูลค่าของบริษัท Facebook และ Amazon มีอัตราการเพิ่มขึ้นสูงสุดที่ 48% และ 33% ตามลำดับ ตามมาด้วย Lego, Nissan และ Adobe

ขณะที่บริษัทหมวดรถยนต์ ติดอันดับถึง 15 แบรนด์ มีมูลค่าสูงสุดหรือเท่ากับ 14.28% ของมูลค่าแบรนด์สินค้าทั้งหมดที่ได้รับการจัดอันดับโดยมี Toyota, Mercedes-Benz และ BMW นำหน้า ปิดท้ายด้วย Tesla แบรนด์ของบริษัทกระจายสินค้า Amazon, Ikea และ eBay เป็นกลุ่มธุรกิจที่มีการขายตัวมากที่สุดคือ 18.8% ตามด้วยแบรนด์กลุ่มสินค้ากีฬาและแบรนด์สินค้าหรูที่มีอัตราการขยายตัว 10%

การจัดลำดับแบรนด์สินค้าที่มีชื่อเสียงระดับโลกในครั้งนี้มีการใช้เกณฑ์พิจารณา 3 ประเด็นด้วยกันคือ ปัจจัยด้านการเงินของผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการภายใต้แบรนด์สินค้าที่ศึกษา บทบาทของแบรนด์สินค้าในตลาดระหว่างประเทศ และความจูงใจในการเลือกซื้อของผู้บริโภค และความแข็งแกร่งของแบรนด์สินค้า หมายถึง ประสิทธิภาพในการที่จะสร้างความได้เปรียบในตลาดและหลักประกันความมั่นคงด้านรายได้ในอนาคต

 

3 นักเคมีพัฒนาเครื่องจักรเล็กสุดในโลก คว้าโนเบลสาขาเคมีปี 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ต.ค. 2559 23:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/744707

 

3 นักเคมีจากฝรั่งเศส, สหรัฐฯ และเนเธอแลนด์ คว้ารางวัลโนเบลสาขาเคมี ประจำปี 2016 จากการบุกเบิกและพัฒนาเครื่องจักรขนาดเล็กในระดับโมเลกุล…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 ต.ค. ราชวิทยาลัยวิทยาศาสตร์แห่งสวีเดน (Royal Swedish Academy of Sciences) ตัดสินใจมอบรางวัลโนเบล สาขาเคมี ให้แก่ ฌอง-ปิแอร์ เซาวาจ นักเคมีชาวฝรั่งเศสจากมหาวิทยาลัยสตราสบวร์ก, เซอร์ เจ. ฟราเซอร์ สตอดดาร์ต นักเคมีชาวสกอตแลนด์ จากมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น ในรัฐอิลลินอยส์ สหรัฐฯ และนายเบอร์นอาร์ด แอล. เฟอริงกา ชาวเนเธอแลนด์ จากมหาวิทยาลัยโกรนิงเกน สำหรับการออกแบบและสังเคราะห์เครื่องจักรที่มีขนาดเล็กระดับโมเลกุล

คณะกรรมการโนเบลระบุว่า เครื่องจักรที่เกิดขึ้นโดยผู้ทรงเกียรติทั้ง 3 คน มีขนาดเล็กกว่าเส้นผมนับพันเท่า มันสามารถลอดเข้าไปในร่างกายมนุษย์เพื่อให้ยาจากภายใน เช่น ให้ยาสู่เซลส์มะเร็งโดยตรง ขอบเขตของเทคโนโลยีนาโนนี้ยังสามารถถูกนำไปใช้ประโยชน์ในการออกแบบอุปกรณ์อัจฉริยะอื่นๆ อีก และรางวัลนี้ถือเป็นการยอมรับสำเร็จของพวกเขาในการเชื่อมต่อโมเลกุลเข้าด้วยกันเพื่ออกแบบทุกอย่างตั้งแต่ มอเตอร์ไปจนถึงรถยนต์และกล้ามเนื้อในขนาดเล็ก “พวกเขาเชี่ยวชาญการควบคุมความเคลื่อนไหวในระดับโมเลกุล” โอลอฟ แรมสตรูม สมาชิกคณะกรรมการโนเบล กล่าวในงานแถลงข่าวที่ประเทศสวีเดนเมื่อวันพุธ


การเชื่อมต่อโมเลกุลรูปร่างวงแหวน 2 วงเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างเป็นโซ่ เรียกว่า ‘catenane’ (ภาพจาก: wikipedia)

ทั้งนี้ ฌอง-ปิแอร์ เซาวาจ เป็นผู้บุกเบิกก้าวแรกที่จะนำไปสู่การสร้างเครื่องจักรขนาดโมเลกุล เมื่อปี 1983 หลังจากเขาประสบความสำเร็จในการเชื่อมต่อโมเลกุลรูปร่างวงแหวน 2 วงเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างเป็นโซ่ เรียกว่า ‘catenane’ โดยตามปกติแล้ว โมเลกุลจะเชื่อมต่อกันด้วยพันธะโคเวเลนต์ (covalent bond) พันธะทางเคมีที่เกิดจากอะตอมสองอะตอมใช้เวเลนซ์อิเล็กตรอนหนึ่งคู่หรือมากกว่าร่วมกัน แต่ในสายโซ่นี้โมเลกุลเชื่อมต่อกันด้วยพันธะทางกล (mechanical bond) ที่มีอิสระกว่า โดยการที่เครื่องจักรจะทำงานได้นั้นจำเป็นต้องประกอบด้วยหลายส่วนที่สามารถเคลื่อนไหวสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน ซึ่ง catenane ตอบโจทย์ในเรื่องนี้

ส่วนก้าวที่ 2 ถูกพบโดย เซอร์ เจ. ฟราเซอร์ สตอดดาร์ต ในปี 1991 เมื่อเขาพัฒนาสิ่งที่เรียกว่า ‘rotaxane’ โดยร้อยโมเลกุลวงแหวนเข้าไปในโมเลกุลรูปเพลาขนาดเล็ก และสาธิตว่าวงแหวนนี้สามารถเคลื่อนที่ไปตามเพลานี้ได้ ซึ่งสิ่งที่เขาพัฒนาจากโมเลกุลโดยใช้หลักของ rotaxane เป็นพื้นฐานรวมไปถึง ลิฟท์, กล้าม และชิพคอมพิวเตอร์


การร้อยโมเลกุลวงแหวนเข้าไปในโมเลกุลรูปเพลาขนาดเล็ก เรียกว่า ‘rotaxane’ (ภาพจาก: wikipedia)

ขณะที่นาย เบอร์นอาร์ด แอล. เฟอริงกา เป็นคนแรกในโลกที่พัฒนามอเตอร์ที่ประกอบจากโมเลกุล เมื่อปี 1999 โดยใช้ใบพัดที่ประกอบจากโมเลกุลเพื่อหมุนอย่างต่อเนื่องในทิศทางเดียวกัน และด้วยการใช้มอเตอร์ที่ประกอบจากโมเลกุลของเขา เขาสามารถยกหลอดแก้วที่ใหญ่กว่ามอเตอร์ตัวนี้ถึง 10,000 เท่าได้ นอกจากนี้ เขายังออกแบบรถนาโนด้วย


รถนาโน พัฒนาโดย เบอร์นอาร์ด แอล. เฟอริงกา (ภาพจาก: University of Groningen)
 

น่ากลัวมาก! สหรัฐฯสั่งอพยพคนนับล้าน หนีเฮอริเคนแมทธิว หลังถล่มเฮติยับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ต.ค. 2559 16:21

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/744311

 

ยังแรงสุดๆ.. มะกันออกคำเตือนประชาชนตามแนวชายฝั่งด้านตะวันออก ‘อพยพ’ หนีภัยพายุเฮอริเคนแมทธิว หลังถล่มเฮติยับ ตายแล้ว 11 ก่อนมุ่งหน้าสู่คิวบา บาฮามาส และทางใต้ของสหรัฐฯ

เมื่อ 5 ต.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน อิทธิพลของพายุเฮอริเคน ‘แมทธิว’ ซึ่งนับเป็นเฮอริเคนกำลังแรงที่สุดในแคริเบียน ในรอบเกือบ 10 ปี ได้พัดถล่มเฮติอย่างหนัก ด้วยความเร็วลมสูงถึง 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก่อให้เกิดฝนตกหนัก ลมกรรโชกแรง และคลื่นสูงซัดฝั่งว่า ขณะนี้ เฮอริเคนแมทธิว ได้เคลื่อนตัวมุ่งหน้าไปยังรัฐฟลอริดา ของสหรัฐฯแล้ว ขณะที่ ทางการสหรัฐฯ ได้ออกคำเตือนสั่งให้ประชาชนนับล้านคน ที่อาศัยอยู่ตามแนวชายฝั่งด้านตะวันออกของสหรัฐฯ อพยพไปพำนักอยู่ที่ศูนย์พักพิง หนีภัยเฮอริเคนลูกนี้

ข่าวแจ้งว่า พายุเฮอริเคนแมทธิว ที่มีความรุนแรงในระดับ 4 ได้สร้างความเสียหายอย่างหนักแก่เฮติ จนนับเป็นภัยจากธรรมชาติที่รุนแรงที่สุดในเฮติ หลังจากเกิดแผ่นดินไหวคร่าชีวิตผู้คนไปนับ 2 แสนราย เมื่อ 6 ปีก่อน โดยความรุนแรงของเฮอริเคนแมทธิวทำให้ประชาชนในเฮติกว่าหมื่นคนต้องอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิง และเด็กกว่า 4,000 คน ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงของพายุ ขาดแคลนน้ำสะอาด อาหาร และยา


สถานีอวกาศระหว่างประเทศ แสดงภาพความน่ากลัวของ เฮอริเคน แมทธิว

ขณะที่ ทางภาคใต้ของเฮติได้ถูกตัดขาด ประชาชนกว่า 70,000 คน เดือดร้อนจากน้ำท่วมอย่างหนัก บ้านเรือนหลายหลังเหลือเพียงหลังคา โดยสำนักข่าวเอพี รายงานว่า ขณะนี้ประชาชนต้องการความช่วยเหลือเป็นอย่างมาก แต่ก็เป็นไปอย่างล่าช้าเพราะไม่มีช่องทางที่จะเข้าไปถึงพวกเขา


เฮอริเคนแมทธิวถล่มเฮติ

ข่าวแจ้งว่า เบื้องต้น มีรายงานผู้เสียชีวิตจากอิทธิพลของเฮอริเคนแมทธิวแล้ว 11 ราย ส่วนสาธาณรัฐโดมินิกัน ประเทศเพื่อนบ้าน ก็ได้รับผลกระทบเช่นกันมีรายงานผู้เสียชีวิต 4 คน จากกระแสน้ำและโคลนถล่ม
สำนักอุตุนิยมวิทยาคาดว่าเฮอริเคนลูกนี้จะเคลื่อนตัวไปยังคิวบา และบาฮามาสต่อไป และด้วยความรุนแรงของพายุอาจทำให้เกิดความเสียหายหนักเช่นกัน หลังจากนั้นเฮอริเคนลูกนี้จะเคลื่อนตัวเข้าสู่ทางตอนใต้ของสหรัฐอเมริกาต่อไป นอกจากนี้ ทางการคิวบาได้ประกาศเตือนและอพยพประชาชนแล้ว ส่วนสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินและอพยพประชาชนบริเวณชายฝั่งฟลอริดาที่เสี่ยงภัยแล้ว

 

โพลชี้ ไมค์ เพนซ์ จากรีพับลิกัน ชนะศึกดีเบตว่าที่รองปธน.สหรัฐฯ​

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ต.ค. 2559 14:51

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/744306

 

โดนัลด์ ทรัมป์ ยิ้มออก ชม ไมค์ เพนซ์ ชนะครั้งใหญ่ในศึกดีเบตครั้งแรกและครั้งเดียวของสองว่าที่รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขณะที่นักวิเคราะห์ชี้ ทิม เคน จากพรรคเดโมแครต แสดงความก้าวร้าวระหว่างการโต้วาทีมากเกินไป

เมื่อ 5 ต.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานศึกดีเบต โต้วาทีประชันวิสัยทัศน์ครั้งแรกและครั้งเดียวของ 2 ว่าที่รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ 2016 ระหว่างนายไมค์ เพนซ์ ผู้ว่าการรัฐอินเดียนา จากพรรครีพับลิกัน กับนายทิม เคน วุฒิสมาชิกรัฐเวอร์จิเนีย ที่ได้นั่งประจันหน้า ปะทะฝีปากกันอย่างดุเดือดในศึกดีเบต ซึ่งจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยลองวูด เมืองฟาร์มวิลล์ รัฐเวอร์จิเนีย เป็นเวลา 90 นาที และมีการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์เมื่อค่ำคืนของวันอังคารที่ 4 ต.ค. ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับเช้าของวันที่ 5 ต.ค. ของไทย โดยมี น.ส.อีเลน ควีฮาโน ผู้ประกาศข่าวช่องสถานีโทรทัศน์ซีบีเอส ทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการ


นายทิม เคน จากพรรคเดโมแครต(ซ้าย)และนายไมค์ เพนซ์ จับมือทักทายก่อนเริ่มดีเบต

การดีเบตของไมค์ เพนซ์ และทิม เคน เป็นการประชันวิสัยทัศน์กันในหลายเรื่อง ทั้งเกี่ยวกับความมั่นคง เศรษฐกิจ คนเข้าเมือง และประเด็นอื่นๆ ซึ่งทั้งสองฝ่ายมีการขัดจังหวะกันแทบตลอดเวลา รวมทั้งการแก้ต่างข้อกล่าวหาโจมตีผู้สมัครชิงประธานาธิบดี โดยโดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกัน กำลังถูกแฉในเรื่องเลี่ยงการจ่ายภาษีเป็นเวลาหลายปี


น.ส.อีเลน ควีฮาโน ทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการดีเบตในครั้งนี้

เว็บไซต์ อัลจาซีรา รายงาน นายบิลล์ ชไนเดอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองในสหรัฐฯแสดงความเห็นว่า ทิม เคน แสดงความก้าวร้าวมาก ซึ่งเขาไม่มั่นใจว่าจะสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ชมหรือไม่

ขณะที่สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รวมทั้งสื่อหลายสำนักอ้างความเห็นของนักวิเคราะห์การเมือง แสดงความเห็นต่อศึกดีเบตระหว่างไมค์ เพนซ์กับทิม เคนออกมาว่า ฝ่ายนายเพนซ์ เป็นฝ่ายชนะ


หลังจบการดีเบต นายทรัมป์ ได้ทวีตข้อความทางทวิตเตอร์ ประกาศ ‘ไมค์ เพนซ์ ชนะครั้งใหญ่ พวกเราทั้งหมดภูมิใจในตัวไมค์!’ ขณะที่ ฮิลลารี คลินตัน ทวีตข้อความเช่นกันว่า ‘พวกเราไว้วางใจสตรีอเมริกัน ขอบคุณ@TimKaine’

 

‘คิม’เผยผวา กลัวโจรข่มขืน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 5 ต.ค. 2559 07:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/743856

 

แฉเหตุตกเป็นเป้า โพสต์รูป-อวดรวย

สื่อบันเทิงสหรัฐฯเผยวินาทีโจรปล้น “คิม คาร์เดเชียน” ซึ่งไฮโซดังกลัวโดนคนร้ายข่มขืนด้วย จึงยอมบอกเบาะแส “แหวนเพชร” ด้านบริษัท รักษาความปลอดภัยอินเตอร์เน็ต เตือนดาราหรือคนดังในสังคมอย่าโพสต์รูปหรือข้อความแจ้งพิกัดตนเองว่าทำอะไรที่ไหนอย่างไร เพราะจะกลายเป็นเบาะแสให้คนร้ายก่อเหตุปฏิบัติการปล้นได้ แบบเดียวกับ “คิม” ที่โพสต์รูปลงข้อความโปรโมตตัวเองทุกขณะในสื่อต่างๆ จนกลายเป็นช่องโหว่ให้โดนโจรปล้นกวาดทรัพย์หนีลอยนวล ขณะที่สื่ออังกฤษ คาดคนร้ายที่ปล้น “แหวนเพชร” ของไฮโซสาวชาวอเมริกันคนดัง อาจเป็นแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ “พิงก์ แพนเธอร์ส” ที่เคยมีข่าวพัวพันคดีปล้นเพชรใหญ่ๆทั่วโลก

สำนักข่าวต่างประเทศยังคงรายงานเกาะติดความคืบหน้าของ “คิม คาร์เดเชียน เวสต์” ไฮโซ รายการเรียลลิตี้อเมริกันชื่อดังวัย 35 ปี หลังต้องเผชิญ เหตุขวัญผวา ถูกทีมคนร้าย 5 คน บุกปล้นชิงทรัพย์กลางดึก ภายในที่พักหรูกรุงปารีส ฝรั่งเศส กวาดเครื่องเพชรและกล่องเครื่องประดับ รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 350 ล้านบาท หลบหนีไปอย่างลอยนวล

จากการเปิดเผยของแหล่งข่าวในกรมตำรวจฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 4 ต.ค. มีการระบุยืนยันว่า คนร้ายที่ก่อเหตุครั้งนี้มีทั้งหมด 5 คน สวมหน้ากากสกีและสวมเสื้อตราตำรวจ ในช่วงเวลาลงมือคนร้าย 3 คน ได้เฝ้าอยู่ด้านนอกที่พักดูลาดเลา ขณะที่อีก 2 คน บุกเข้าไปภายในบ้าน จับเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกมัดด้วยเทปห่อของยัดไว้ในตู้เก็บของใต้บันได ก่อนวิ่งขึ้นไปชั้นบนที่ห้องพักของคิม ใช้ปืนจี้หัวเจ้าตัวและใช้เทปมัดขังไว้ในห้องน้ำ หลังกวาดของมีค่าดังกล่าว รวมถึงโทรศัพท์ส่วนตัวของคิม 2 เครื่องแล้วคนร้ายได้หลบหนีไปจากที่เกิดเหตุ โดยใช้จักรยานเช่าเป็นพาหนะ

ขณะที่สื่อบันเทิงทีเอ็มซีของสหรัฐฯ รายงานเช่นกันว่า หลังจากที่คนร้ายบุกขึ้นไปจี้คิม คาร์เดเชียน จนเกิดเสียงอึกทึกนั้น น.ส.ซิมิโอเน ฮารูช เลขาส่วนตัวฯที่นอนพักอยู่ห้องชั้นล่าง ได้โทรศัพท์ติดต่อนายปาสคาล ดูเวียร์ บอดี้การ์ดส่วนตัว ให้รีบกลับมายังที่พักทันที แต่ในระยะเวลา 2 นาทีที่นาย ปาสคาลเดินทางมาถึงที่พัก คนร้ายได้หลบหนีออกไปจากที่เกิดเหตุแล้ว ทีเอ็มซีรายงานด้วยว่า คิม คาร์เดเชียนให้การแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจว่ากลัวจะถูกข่มขืน และคนร้ายได้พูดภาษาฝรั่งเศสที่ฟังไม่ออก ก่อนจะพูดว่า “แหวน แหวน” จึงได้บอกไปว่าเอาแหวนเพชรเก็บไว้ที่ไหน

ก่อนหน้านี้สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทรัพย์สินที่ถูกแก๊งโจรแสบปล้นไปนั้น เป็นกล่องบรรจุเครื่องประดับมูลค่า 4.5-6.7 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 157-234 ล้านบาท และแหวนมูลค่า 4.5 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 157 ล้านบาท

ต่อมาสถานีโทรทัศน์ด้านบันเทิง อี นิวส์ รายงานเพิ่มเติมว่า แหวนวงที่ถูกขโมยไป คาดว่าเป็นแหวนเพชรขนาด 15 กะรัต ยี่ห้อลอร์เรน ชวาร์ตซ์ ที่สามี “คานเย เวสต์” แรพเปอร์ชื่อดังของสหรัฐฯ เป็นคนมอบให้เป็นแหวนหมั้นเมื่อปี 2556 เพราะจากการที่ผู้สื่อข่าวไปดักรอสัมภาษณ์คิมตอนที่เดินทางกลับมายังสหรัฐฯ ไม่เห็นว่ามีการสวมแหวนวงดังกล่าว แต่อย่างใด ขณะที่ก่อนจะเกิดเหตุขวัญผวาขึ้น คิมได้สวมแหวนดังกล่าวตลอดเวลา ทั้งยังมีการโพสต์รูปลงเครือข่ายสังคมออนไลน์ต่างๆอยู่ตลอด ขณะที่ไปร่วมงานปารีส แฟชั่น วีก กรุงปารีส ก่อนจะถูกปล้น

วันเดียวกัน นายมฌอง-มาร์ก แอโรต์ รมว. ต่างประเทศฝรั่งเศส ออกแถลงการณ์ว่า เหตุที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องเคราะห์ร้าย และคนร้ายสมควรถูกลงโทษอย่างรุนแรง พร้อมรับรองว่าได้มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และผู้ที่เดินทางมาเยือนฝรั่งเศส โดยเฉพาะนักท่องเที่ยว ขณะที่นางแอน ฮิลดาโก นายกเทศมนตรีกรุงปารีส ได้กล่าวประณามเหตุปล้นชิงทรัพย์ครั้งนี้ และกรุงปารีสยินดีต้อนรับคิม คาร์เดเชียนเสมอ

แต่ต่อมานายสตีฟ สตานูลิส ผู้เชี่ยวชาญด้านรักษาความปลอดภัย ผู้เคยทำงานให้คิมและคานเย เวสต์ สามีเมื่อเดือน พ.ค. ให้สัมภาษณ์กับสื่อแท็บลอยด์ เดลี เมล์ ของอังกฤษ ว่า เรื่องนี้ถือเป็นความผิดของไฮโซรายนี้ ที่ไปโชว์เครื่องเพชรผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ ตนเห็นพฤติกรรมของคิม คาร์เดเชียน ที่ชอบอวดรวย เคยคิดว่าสักวันเรื่องอย่างนี้ต้องเกิดขึ้น และอาจมีความเป็นไปได้ว่าเป็นฝีมือของคนวงในสื่อเดลี เมล์ยังรายงานด้วยว่า ในคืนเกิดเหตุ นายปาสคาล ดูเวียร์ บอดี้การ์ดส่วนตัวของคิมได้อยู่กับเคนดัล เจนเนอร์ น้องสาวต่างบิดาของคิม ที่ไนท์คลับ อาร์ค ห่างจากที่พักไปประมาณ 3 กิโลเมตร หลังเกิดเหตุ นายปาสคาลยังนั่งเครื่องบินส่วนตัวกับสหรัฐฯไปพร้อมกับไฮโซสาว โดยนายปาสคาลถือเป็นบอดี้การ์ดคนสนิทที่รับใช้คิมมาตั้งแต่ปี 2557

ส่วนนายไบรอัน คาลกินส์ รองประธานฝ่ายปฏิบัติการของบริษัทรักษาความปลอดภัยอินเตอร์เน็ตหรือซีไอเอสของสหรัฐฯ ระบุว่า การที่ดาราใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ ในการโปรโมตเรื่องราวของตนเอง เปรียบเสมือนหลุมพราง เพราะเป็นการแจ้งให้ทุกคนรวมถึงมิจฉาชีพรู้หมดว่าทำอะไรอยู่ที่ไหน ณ ตอนนั้น ซึ่งการเปิดเผยที่มากเกินไปนั่นเอง จึงทำให้คิม คาร์เดเชียน ตกเป็นเหยื่อของโจรในกรุงปารีส กระนั้น สำนักข่าวเอพีรายงานว่า หลังจากเกิดเหตุปล้นชิงทรัพย์แล้ว คิมไม่ได้โพสต์รูปหรือข้อความใดๆอีก ไม่ว่าจะเป็นอินสตาแกรม สแนปแชต หรือทวิตเตอร์

ทั้งนี้ สื่อบันเทิงเพจ ซิกซ์ ของสหรัฐฯ รายงานเพิ่มเติมว่า ที่พักหรูสถานที่เกิดเหตุปล้นชิงทรัพย์ในกรุงปารีสครั้งนี้ มีชื่อว่าโรงแรมปูร์ตาลส์ แต่มีเป็นลักษณะคฤหาสน์รับรอง มีทั้งหมด 9 หลัง ก่อสร้างตั้งแต่ปี 2382 จนถูกจัดให้เป็นสถานที่คุณค่าทางประวัติศาสตร์ ที่พักดังกล่าวเป็นที่นิยมของคนดังหลากหลายวงการ และทั้งลีโอนาโด ดิคาปริโอ นักแสดงฮอลลีวูดชื่อดัง มาดอนนา นักร้องชื่อดังไปจนถึงนักฟุตบอลสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็เคยมาใช้บริการเข้าพัก ราคาตกคืนละ 16,800 ดอลลาร์ หรือประมาณเกือบ 600,000 บาท นอกจากนี้ สาเหตุที่พักหรูดังกล่าวเป็นที่นิยมสำหรับคนดัง เนื่องจากมีทางเข้าลับหลายช่องทาง สำหรับผู้ที่ต้องการหลบหลีกตากล้องปาปารัสซี

ส่วนสื่อแท็บลอยด์เดลี เมล์ของอังกฤษ ยังเขียนบทความสันนิษฐานด้วยว่า การก่อเหตุครั้งนี้อาจเป็นฝีมือของแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ “พิงค์ แพนเธอร์ส” หรือไม่ เพราะแก๊งมักจะพัวพันกับเหตุปล้นเครื่องเพชรคดีใหญ่มาตลอดตั้งแต่ปี 2527 ซึ่งจนถึงทุกวันนี้ ขโมยทรัพย์ไปเป็นมูลค่าแล้วกว่า 357 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 12,500 ล้านบาท เคยก่อเหตุมาแล้วทั้งในกรุงปารีส กรุงโตเกียว สิงคโปร์ และนครรัฐดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ลักษณะการก่อเหตุจะไม่ใช้ความรุนแรง ก่อเหตุเร็วถอนตัวเร็ว อย่างที่นครรัฐดูไบในปี 2550 ใช้เวลาก่อเหตุแค่ 170 วินาที ในการกวาดเครื่องเพชรมูลค่าเกือบ 3 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 105 ล้านบาท ทั้งมีการปลอมตัวเป็นตำรวจ นักกอล์ฟ และเจ้าหน้าที่รัฐ ขณะที่พาหนะหลบหนีก็มีตั้งแต่เรือเร็วไปจนถึงจักรยาน

 

รัสเซีย เสริมเขี้ยวเล็บส่งระบบแซมต่อต้านขีปนาวุธ ‘S-300’ ไปซีเรีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ต.ค. 2559 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/743787

 

สหรัฐฯ เผย รัสเซียส่งระบบต่อต้านขีปนาวุธและต่อต้านอากาศยาน หรือ แซม แบบ เอส-300 ที่มีความทันสมัยกว่าเดิมไปยังประเทศซีเรียแล้ว เพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากการหยุดยิงในซีเรียล่ม…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ 4 ต.ค. พลตรี ไอกอร์ โคนาเชนคอฟ โฆษกกระทรวงกลาโหมรัสเซีย ออกมายืนยันรายงานของสหรัฐฯ ที่ว่าพวกเขาได้ส่งระบบต่อต้านชีปนาวุธและต่อต้านอากาศยาน ‘เอส-300’ (S-300) ไปยังประเทศซีเรียเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ระบุว่า จุดประสงค์ก็เพื่อรักษาความปลอดภัยที่ฐานทัพเรือของพวกเขาในเมืองท่าตาร์ตัส

“ผมขอบอกคุณว่า ระบบฯ เอส-300 นี้ เป็นระบบป้องกันเท่านั้น และไม่เป็นภัยคุกคามต่อใคร” พลตรีโคนาเชนคอฟกล่าวและเสริมว่า “ไม่รู้ทำไมการส่งระบบ เอส-300 ทำให้หุ้นส่วนของเราในตะวันตกระแวงนัก”

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวของรัสเซียเกิดขึ้นท่ามกลายความตึงเครียดกับตะวันตกที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเมื่อวันจันทร์สหรัฐฯ ระงับการเจรจากับรัสเซียเรื่องความพยายามร่วมมือโจมตีทางอากาศต่อต้านกลุ่มติดอาวุธญิฮาด.

 

โคลอมเบียตั้งทีมยื้อแผนสันติภาพ ซานโตสเมินประชามติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 5 ต.ค. 2559 04:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/743692

 

เมื่อ 3 ต.ค.ประธานาธิบดีฮวน มานูเอล ซานโตสของโคลอมเบีย ตั้งทีมเจ้าหน้าที่ระดับสูงเพื่อเจรจากับฝ่ายค้านข้อตกลงสันติภาพกับกองกำลังปฏิวัติแห่งโคลอมเบีย (ฟาร์ก) เพื่อยุติการสู้รบที่ยืดเยื้อมากว่า52 ปีมีผู้เสียชีวิต 260,000 คน ไร้ถิ่นฐานอีกหลายล้านคน หลังข้อตกลงถูกปฏิเสธโดยผลประชามติอย่างเฉียดฉิวเมื่อ 2 ต.ค. การตั้งทีมเจรจามีขึ้นหลังนายซานโตสร่วมประชุมกับบรรดาหัวหน้าพรรคการเมืองหลายคน แต่อดีตประธานาธิบดีอัลวาโร อูริเบ ผู้นำการรณรงค์ให้โหวต “โน” ไม่รับข้อตกลงสันติภาพ ไม่เข้าร่วมแต่ได้ส่งผู้แทนเข้าร่วมแทน 3 คน

นายซานโตสยังปฏิเสธการเสนอลาออกของนายอุมแบร์โต เดอ ลา กาลล์ หัวหน้าทีมเจรจาสันติภาพของรัฐบาลเพื่อรับผิดชอบต่อทุกข้อผิดพลาดในการเจรจาและผลประชามติ และยังตั้งนายอุมแบร์โตนำทีมเจรจาเพื่อหาทางยื้อชีวิตกระบวนการสันติภาพ โดยสั่งให้กลับไปหารือกับเหล่าผู้นำกบฏฟาร์กที่คิวบาเพื่อปรับแก้ไขข้อตกลง ซึ่งทั้งนายซานโตสและนายติโมลีออน จิเมเนซ หรือ “ติโมเชงโก” ผู้นำกบฏฟาร์ก ต่างประกาศเดินหน้าแผนสันติภาพต่อไป.

 

ทรัมป์ชมตัวเองเก่งเรื่องภาษี-มูลนิธิโดนสอบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 5 ต.ค. 2559 03:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/743687

 

เมื่อ 3 ต.ค.สำนักอัยการรัฐนิวยอร์กของสหรัฐฯ สั่งมูลนิธิเพื่อการกุศลของนายโดนัลด์ ทรัมป์ มหาเศรษฐีคนดังและผู้แทนพรรครีพับลิกันเพื่อชิงประธานาธิบดีสหรัฐฯใน 8 พ.ย. ให้ยุติการชักชวนคนเพื่อบริจาคหรือทำกิจกรรมระดมทุนอื่นๆในรัฐนิวยอร์กโดยทันที

เอกสารคำสั่งของสำนักอัยการรัฐนิวยอร์กส่งให้มูลนิธิของนายทรัมป์เมื่อวันศุกร์ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา หลังเห็นว่ามูลนิธิของนายทรัมป์ดังกล่าวจดทะเบียนไม่ถูกต้อง ให้ส่งเอกสารทางกฎหมาย รวมทั้งบัญชีการเงินและรายงานงบประจำปีที่ตรวจสอบแล้วมาให้ตรวจสอบภายใน 15 วัน หาไม่แล้วจะถือว่าเข้าข่ายกระทำความผิด

ด้านโฆษกของนายทรัมป์แถลงว่า ทางมูลนิธิจะให้ความร่วมมือกับการสอบสวนตามข้อกล่าวหาอย่างเต็มที่ ส่วนนายทรัมป์ปฏิเสธกล่าวถึงข้อกล่าวหาล่าสุดเกี่ยวกับมูลนิธิของตัวเอง แต่ได้กล่าวถึงกรณี นสพ.เดอะ นิวยอร์ก ไทม์สนำข้อมูลการคืนภาษีของเขาเมื่อปี 2538 ที่พบว่าเขาได้ประกาศทำธุรกิจขาดทุนเกือบพันล้านดอลลาร์ในปีนั้น ซึ่งจะเป็นช่องให้เขาเลี่ยงจ่ายภาษีเงินได้นานถึง 18 ปีโดยไม่ผิดกฎหมาย โดยนายทรัมป์กล่าวต่อกลุ่มผู้สนับสนุนที่รัฐโคโลราโดว่ากรณีนี้แสดงให้เห็นว่าตนเข้าใจกฎหมายด้านภาษีดีกว่าเกือบทุกคน ในฐานะเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และนักธุรกิจ ตนใช้กฎหมายภาษีให้เป็นประโยชน์กับตัวเองและบริษัทได้โดยไม่ผิดกฎหมาย บ่งบอกว่ามีคุณสมบัติเฉพาะเพื่อเข้าไปปฏิรูปกฎหมายด้านภาษีของสหรัฐฯ

ด้านนางฮิลลารี คลินตัน อดีต รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ผู้สมัครคู่แข่งจากพรรคเดโมแครต ได้หยิบยกประเด็นนี้กล่าวโจมตีนายทรัมป์ที่เมืองโทเลโด รัฐโอไฮโอ ว่า นายทรัมป์คือสัญลักษณ์ของระบบโกงแบบเดียวกับที่เขาประกาศจะเข้าไปเปลี่ยนแปลง และว่าขณะครอบครัวชาวอเมริกันนับล้านๆรวมทั้งครอบครัวของตนและของพวกคุณทำงานอย่างหนักและจ่ายภาษีอย่างยุติธรรม ดูเหมือนว่าเขา (ทรัมป์) ไม่ได้จ่ายอะไรเลย

นายทรัมป์ตกเป็นฝ่ายรับมาตลอดกว่า 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาหรือตั้งแต่การดีเบตประชันวิสัยทัศน์รอบแรกกับนางคลินตันซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเขาตกเป็นเบี้ยล่างของนางคลินตัน ขณะที่ผลโพลสำรวจของซีเอ็นเอ็น/โออาร์ซีเผยแพร่เมื่อคืนวันที่ 3 ต.ค.พบว่า นางคลินตันได้รับคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นหลังการดีเบตและเมื่อเหลือเวลาก่อนถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีแค่ 5 สัปดาห์ นางคลินตันมีคะแนนนิยมนำนายทรัมป์อยู่ 5% และเกือบ 3 ใน 4 ของผู้ตอบแบบสำรวจเห็นว่าทรัมป์ควรจะเผยแพร่ข้อมูลเรื่องภาษี

เรื่องภาษีคาดว่าจะเป็นหัวข้อร้อนบนเวทีดีเบตของผู้สมัครชิงรองประธานาธิบดีของแต่ละพรรคคือระหว่างนายไมค์ เพนซ์ ผู้สมัครคู่หูชิงรองประธานาธิบดีของนายทรัมป์กับนายทิม เคน คู่ชิงรองประธานาธิบดีของนางคลินตันที่รัฐเวอร์จิเนียใน 4 ต.ค.นี้ ตามวันเวลาท้องถิ่นอย่างแน่นอน.

 

ศาลสหรัฐฯ เลื่อนพิจารณาคดีฆ่า ‘บอย อารมสุข’ ชี้หลักฐานยังไม่ชัดเจน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ต.ค. 2559 03:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/743767

 

ศาลเมืองดีแคล์ป มลรัฐจอร์เจีย เลื่อนพิจารณาคดีฆ่าชิงทรัพย์ ”บอย อารมสุข” หนุ่มไทยเจ้าของร้านอาหาร เป็น 12 ต.ค. เนื่องจากหลักฐานกล้องวงจรปิดไม่ชัดเจน และรายงานทีมสืบสวนมีประเด็นขัดแย้ง ให้ตร.กลับไปรวบรวมใหม่…

เมื่อวันที่ 5 ต.ค. นายสมิทธิ์ ทรัพย์วิบูลย์ ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำมลรัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา รายงานความคืบหน้าคดีนายสมโภชน์ หรือบอย อารมสุข อายุ 34 ปี เจ้าของร้านอาหารไทยชื่อ ”ไหมไทย” เมืองทัคเกอร์ มลรัฐจอร์เจีย ถูก น.ส.ไอมานี่ เบิร์นส์ อายุ 20 ปี อดีตพนักงานที่ลาออกไป 6 เดือน ซึ่งได้พานายจาร์วิส สแตนฟอร์ด อายุ 23 ปี แฟนหนุ่มมาจี้ชิงทรัพย์และใช้อาวุธปืนยิงนายสมโภชน์ 2 นัด ไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล และตำรวจสามารถติดตามจับกุมทั้ง 2 ได้ในเวลาต่อมา โดยศาลเมืองดีแคล์ป ได้นัดพิจารณาคดีวันที่ 4 ต.ค.เวลา 09.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับประเทศไทยค่ำวันที่ 4 ต.ค. ซึ่งได้มีชาวไทย ชาวลาว และชาวอเมริกัน พากันไปที่หน้าศาลเพื่อรอดูหน้าคนร้าย รวมทั้งผู้สื่อข่าวต่างไปรอทำข่าว แต่พบกับความผิดหวังเนื่องจากศาลได้เลื่อนการพิจารณาออกไปใหม่เป็นวันที่ 12 ต.ค. เวลา 09.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามเวลานัดหมายของศาล ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำ ไม่ได้ถูกนำตัวไปที่ศาล มีแต่ตำรวจที่ร่วมทำคดีจำนวน 4 คน ไปพบผู้พิพากษา หลังจากนั้นไม่นานก็กลับออกมาจากศาลและแจ้งว่าศาลเลื่อนการพิจารณาคดีออกไปเป็นวันที่ 12 ต.ค. ส่วนสาเหตุที่ศาลเลื่อนการพิจารณาคดีออกไป เนื่องจากปัญหาเรื่องหลักฐานจากกล้องวงจรปิดยังไม่ชัดเจน และรายงานของทีมสืบสวนยังมีความขัดแย้งกัน บางประเด็นยังไม่ชัดเจน ผู้พิพากษาจึงให้ตำรวจกลับไปรวบรวมมาใหม่ และนัดพิจารณาคดีใหม่อีกครั้ง

ขณะที่สมาคมไทยแห่งมลรัฐจอร์เจีย ร่วมกับวัดพุทธบูชา เมืองแอตแลนตา เปิดรับริจาคสมทบ “กองทุนส่งบอกกลับบ้าน” ช่วยเหลือค่านำศพนายสมโภชน์ หรือบอย กลับประเทศไทย ล่าสุดมียอดบริจาคจากชาวไทยมลรัฐต่างๆในสหรัฐอเมริกา รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 10,800 เหรียญสหรัฐฯ โดยทางวัดพุทธบูชาโอนเข้าบัญชีของนางตุ๋ย อารมสุข มาดาของนายสมโภชน์ที่กรุงเทพมหานครแล้ว โดยนางธิดา เพชรช่อ เหรัญญิกวัดพุทธบูชา ได้โทรศัพท์แจ้งให้นางตุ๋ยทราบแล้ว และนางตุ๋ย ฝากขอบคุณน้ำใจของทุกๆคนที่มีต่อบุตรชายและครอบครัว

ด้านนางตุ๋ย มารดาของนายสมโภชน์ หรือบอย ได้มาขอบคุณหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ไทยรัฐทีวี และไทยรัฐออนไลน์ ที่ช่วยเหลือนำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่อง เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา และฝากขอบคุณผู้สื่อข่าว นสพ.ไทยรัฐ ประจำมลรัฐจอร์เจีย ที่ส่งความคืบหน้าให้ทราบทุกระยะ ตลอดจนประสานงานในการจัดพิธีศพให้บุตรชายที่สหรัฐอเมริกาด้วย พร้อมกับแจ้งให้ทราบว่าศพของนายสมโภชน์นั้นได้ทำพิธีฌาปนกิจศพเมื่อวันที่ 29 ก.ย. ท่ามกลางญาติมิตร และนำอัฐิไปลอยอังคารในทะเลที่จ.สมุทรสาคร.

หนุ่มเจ้าของร้านอาหารไทยถูกฆ่าชิงทรัพย์ที่รัฐจอร์เจีย