เฮอริเคน ‘แมทธิว’ ถล่มเฮติแล้ว มุ่งหน้าสู่คิวบา-สหรัฐฯ ต่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ต.ค. 2559 02:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/743757

 

เฮอริเคน แมทธิว เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งเฮติแล้วเมื่อวันอังคาร ทำให้เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วม จนมีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย และตอนนี้พายุแมทธิวก็กำลังมุ่งหน้าสู่ประเทศคิวบา และรัฐฟลอริดาของสหรัฐฯ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เฮอริเคน ‘แมทธิว’ พายุรุนแรงที่สุดในทะเลแคริบเบียนในรอบเกือบ 10 ปี พัดถล่มประเทศเฮติแล้ว เมื่อวันอังคารที่ 4 ต.ค. ด้วยความเร็วลม 230 กม./ชม. โดยคลื่นพายุซัดฝั่ง หรือ สตอร์มเซิร์จ ที่เกิดจากอิทธิพลของพายุลูกนี้ ทำให้เกิดน้ำท่วมเมืองตามแนวชายฝั่ง ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย ก่อนแมทธิวจะเคลื่อนตัวออกสู่ทะเล

ตามการเปิดเผยของศูนย์เฮอริเคนแห่งชาติสหรัฐฯ ตาของพายุ แมทธิว ซึ่งเป็นเฮอริเคนระดับ 4 เคลื่อนผ่านส่วนปลายทางตะวันตกของประเทศเฮติ ทำให้เกิดลมกระโชกแรก, ฝนตกหนัก และคลื่นสตอร์มเซิร์จ โดยคาดว่าเฮติจะยังได้รับอิทธิพลจากพายุแมทธิว ในขณะที่เฮอริเคนลูกนี้กำลังมุ่งหน้าไปยังประเทศคิวบา และบาฮามาส ขณะที่รัฐฟลอริดาของสหรัฐฯ ประกาศเฝ้าระวังพายุลูกนี้ หลังพยากรณ์อาการระบุว่า มันอาจเดินทางมาถึงในวันพฤหัสบดี


น้ำท่วมในเขตลา ปูวา ของกรุง ซานโต โดมิงโก เมืองหลวงของสาธารณรัฐโดมินิกัน ซึ่งอยู่ติดกับประเทศเฮติ

ด้านสถานการณ์ในประเทศเฮติ เมืองท่า เล กาเย ซึ่งมีประชากรราว 70,000 คน ได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยนางมารี โคลเดต์ เรจิส เดอเลอเมอ รองนายกเทศมนตรีเมืองเล กาเย ระบุว่า เมืองถูกน้ำท่วม ต้นไม้หลายต้นหักโค่นในหลายจด และการจราจรเกือบเป็นอัมพาต ขณะที่ลมกระโชกแรงสร้างความเสียหายแก่บ้านหลายหลัง

ขณะเดียวกัน สำนักงานป้องกันพลเรือนเฮติ มีรายงานพบผู้เสียชีวิต 1 รายที่เมืองปอร์ ซาลุต หลังจากอิทธิพลของพายุทำให้บ้านหลังหนึ่งพังถล่มลงมา และในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีชาวประมงคนหนึ่งเสียชีวิตกลางทะเลในขณะที่เฮอริเคนแมทธิวกำลังมุ่งหน้าสู่เฮติ และมีนักประมงหายสาบสูญไปอีก 1 คน


คลื่นแรงซัดเข้าฝั่งเมืองบาราโกอา ประเทศคิวบา
 

‘วิกิลีกส์’ จ่อแพร่เอกสารเลือกตั้งอีกล้านฉบับ-ปัดมุ่งโจมตีคลินตัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ต.ค. 2559 02:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/743746

 

จูเลียน อัสซานจ์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ วิกิลีกส์ กล่าวว่าพวกเขาเตรียมเผยแพร่เอกสารข้อมูลต่างๆ รวมถึงเรื่องการเลือกตั้งสหรัฐฯ อีก 1 ล้านฉบับในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า แต่ยืนยันไม่ได้มุ่งเป้าโจมตีนางฮิลลารี คลินตัน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จูเลียน อัสซานจ์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์จอมแฉ ‘วิกิลีกส์’ กล่าวในวันอังคารที่ 4 ต.ค. ว่า กลุ่มของเขาเตรียมเผยแพร่เอกสารเกี่ยวกับการเลือกตั้งสหรัฐฯ และรัฐบาล 3 ยุค จำนวน 1 ล้านฉบับ ภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า แต่ปฏิเสธว่าการเผยแพร่ขอมูลครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความเสียหายแก่นาง ฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากพรรคเดโมแครต

นายอัสซานจ์วัย 45 ปี ยังคงลี้ภัยอยู่ในสถานทูตประเทศเอกวาดอร์ในกรุงลอนดอน ของสหราชอาณาจักร โดยเขาอยู่มาตั้งแต่ปี 2012 เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกส่งตัวไปยังประเทศสวีเดน เพื่อสอบสวนในข้อหาข่มขืนที่เกิดขึ้นในปี 2010 ซึ่งเขาปฏิเสธ และเกรงว่าตัวเองจะถูกส่งตัวต่อไปยังสหรัฐฯ ที่กำลังสอบสวนกิจกรรมของวิกิลีกส์ในฐานะคดีอาญา จากการเผยแพร่ข้อมูลลับทางทหารและทางการทูตของสหรัฐฯ ในปี 2011

ล่าสุดเมื่อวันอังคาร นายอัสซานจ์กล่าวผ่านวิดีโอลิงค์เนื่องในวันครบรอบ 10 ปีการก่อตั้งวิกิลีกส์ว่า เอกสารทั้ง 1 ล้านฉบับจะถูกเผยแพร่ก่อนสิ้นปี 2016 เริ่มด้วยการเปิดเผยข้อมูลล็อตแรกในสัปดาห์ที่จะถึงนี้ เขาระบุอีกว่า ข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกตั้งนี้มีนัยสำคัญ และอาจได้รับการเผยแพร่ก่อนวันที่ 8 พ.ย. ซึ่งเป็นวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

นายอัสซานจ์ยังวิพากษ์วิจารณ์นางคลินตัน ที่โจมตีการทำงานของวิกิลีกส์ หลังจากพวกเขาเผยแพร่เอกสารที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการแห่งชาติของพรรคเดโมแครตก่อนหน้าการประชุมใหญ่ของพรรคเมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมา และกล่าวหาผิดๆ ว่าวิกิลีกส์ได้เข้าถึงข้อมูลได้ด้วยการใช้ไวรัสคอมพิวเตอร์

อย่างไรก็ตาม ผู้ก่อตั้งวิกิลีกส์รายนี้ยืนยันว่า การปล่อยเอกสารชุดล่าสุดนี้ ไม่ได้มุ่งเป้าหมายไปที่นางคลินตันเป็นพิเศษ แต่มุ่งเน้นไปที่เรื่องสงคราม, อาวุธ, น้ำมัน, การสอดแนมขนานใหญ่, บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่างกูเกิล และเรื่องการเลือกตั้งสหรัฐฯ แต่ไม่เปิดเผยรายระเอียดอื่นๆ เพิ่มเติม

 

มาสเตอร์การ์ดเริ่มใช้บริการชำระเงินด้วยเซลฟี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ต.ค. 2559 01:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/743701

 

บริษัท มาสเตอร์การ์ด ผู้ให้บริการบัตรเครดิต เตรียมเริ่มให้บริการชำระเงินด้วยการตรวจสอบจากใบหน้าใน 12 ประเทศในยุโรปแล้ว…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บริษัทบัตรเครดิต ‘มาสเตอร์การ์ด’ ได้แถลงเมื่อวันอังคารที่ 4 ตุลาคมว่า พวกเขาจะเริ่มให้บริการชำระเงินโดยการตรวจสอบจากใบหน้าผู้ถือบัตรในยุโรป 12 ประเทศ รวมทั้งประเทศเบลเยียม ก่อนที่จะเริ่มให้บริการทั่วโลกในปี 2560

มาสเตอร์การ์ดประกาศแผนการดังกล่าวเป็นครั้งแรกในงาน Mobile World Congress ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าด้านโทรคมนาคมประจำปีที่ใหญ่ที่สุดเมื่อเดือนกุมภาพันธุที่ผ่านมา โดยระบุว่า จะมีการทดสอบการใช้ “ระบบเซลฟี่” เพื่อชำระเงินด้วยบัตรเครดิตในประเทศเนเธอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา และแคนาดา

ทั้งนี้ ผู้ถือบัตรเครดิตมาสเตอร์การ์ดสามารถที่จะชำระค่าสินค้าหรือบริการ “โดยการสแกนลายนิ้วมือดิจิตัลหรือการถ่ายภาพเซลฟี่” แถลงการณ์ของบริษัทระบุ ส่วนประเทศที่จะเริ่มให้บริการดังกล่าวได้แก่ สหราชอาณาจักร เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ ออสเตรีย เบลเยียม สาธารณรัฐเช็ก ฟินแลนด์ เยอรมนี ฮังการี นอร์เวย์ สเปน และสวีเดน

 

เงินปอนด์ต่อเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าต่ำสุดในรอบ 31 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ต.ค. 2559 01:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/743676

 

ค่าเงินปอนด์ของอังกฤษอ่อนค่าลงต่ำสุดในรอบ 31 ปี เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร หวนกลับมาอีกครั้ง…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ค่าเงินปอนด์ของอังกฤษอ่อนค่าลงต่ำสุดในรอบ 31 ปี เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นสัญญาณมาจากความวิตกกังวลของนักลงทุน หลังจากที่ได้มีการประกาศกระบวนการแยกตัวออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ของสหราชอาณาจักร (ยูเค)

เมื่อเวลา 13.00 น. เวลาประเทศไทย ค่าเงินปอนดNเท่ากับ 1.2762 ดอลลาร์สหรัฐฯ นับเป็นการอ่อนค่าต่ำที่สุดตั้งแต่ปี 1985 นอกจากนั้น เงินปอนด์อังกฤษยังอ่อนค่าต่ำสุดในรอบสามปีเมื่อเทียบกับเงินยูโร หรือ 87.56 เพนนีต่อ 1 ยูโร ขณะที่ตลาดหุ้นอังกฤษเพิ่มขึ้นเหนือ 7,000 จุดเล็กน้อยเป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2015

ทั้งนี้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นางเธเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร ประกาศว่าเธอจะใช้่มาตรา 50 ของสนธิสัญญาลิสบอน เพื่อเริ่มกระบวนการเจรจา 2 ปี ให้ยูเคออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป หรือการ ‘เบรกซิต’ (Brexit) อย่างเป็นทางการ ภายในสิ้นเดือนมี.ค.ปี 2017 หมายความว่า ยูเคจะออกจากอียูในช่วงฤดูร้อนของปี 2019

 

3 นักวิทย์ผู้ดี คว้าโนเบลฟิสิกส์ 2016 ผลงานพบสถานะที่ไม่ปกติของสสาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ต.ค. 2559 23:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/743611

 

3 นักวิทยาศาสตร์เชื้อสายสหราชอาณาจักรที่ทำงานอยู่ในมหาวิทยาลัยของสหรัฐอเมริกา คว้ารางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ จากการค้นพบสถานะที่ไม่ปกติของสสาร ซึ่งจะนำไปสู่ความก้าวหน้าทางอิเล็กทรอนิกส์ในอนาคต…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ราชวิทยาลัยวิทยาศาสตร์แห่งสวีเดน (Royal Swedish Academy of Sciences) ตัดสินใจมอบรางวัลโนเบล สาขาฟิสิกส์ ประจำปี 2016 ให้แก่นาย เดวิด เจ. โธเลส จากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน ในเมืองซีแอตเติล, แอฟ. ดันแคน เอ็ม. ฮัลเดน จากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ และ เจ. ไมเคิล คอสเตอร์ลิตซ์ จากมหาวิทยาลัยบราวน์ ในรัฐโรด ไอส์แลนด์ สำหรับการค้นพบทฤษฎีการเปลี่ยนสถานะเชิงทอพอโลยีและสถานะเชิงทอพอโลยีของสสาร


ศ.ธอร์ ฮานส์ แฮนส์สัน กำลังสาธิตการว่าทอพอโลยีคือ คณิตศาสตร์แขนงหนึ่งซึ่งอธิบายคุณสมบัติที่เสถียรและเปลี่ยนแปลงเป็นขั้นเป็นตอนและเป็นจำนวนเต็มเสมอ

คณะกรรมการระบุว่า นักวิทยาศาสตร์ทั้ง 3 คนได้เปิดประตูสู่โลกที่ไม่ใครรู้จัก ซึ่งสสารสามารถเปลี่ยนเป็นสถานะที่แปลกประหลาด พวกเขาใช้การคำนวณทางคณิตศาสตร์ขั้นสูงในการศึกษาช่วง หรือสถานะที่ไม่ปกติของสสาร เช่น ตัวนำยิ่งยวด, ของไหลยิ่งยวด หรือแม่เหล็กฟิล์มบาง (thin magnetic films) และผลจากการริเริ่มของพวกเขา เป้าหมายในตอนนี้คือการค้นหาสถานะใหม่และผิดปกติของสสาร และกำลังได้รับความคาดหวังกับการนำไปประยุกต์ใช้ในอนาคตในแง่ของวิทยาศาสตร์และอิเล็กทรอนิกส์

เมื่อช่วงต้นทศวรรษที่ 1970 ไมเคิล คอสเตอร์ลิตซ์ และเดวิด โธเลส สามารถโค่นทฤษฎีที่เชื่อกันในยุคนั้นที่ว่า คุณสมบัติการเป็นตัวนำยิ่งยวด หรือของไหลยิ่งยวดไม่สามารถเกิดขึ้นในวัตถุที่เป็นแผ่นบางได้ โดยพวกเขาสาธิตว่าคุณสมบัติการเป็นตัวนำยิ่งยวด สามารถเกิดขึ้นได้ที่อุณหภูมิต่ำ และยังอธิบานกลไกการเปลี่ยนแปลงของสถานะที่ทำให้คุณสมบัติการเป็นตัวนำยิ่งยวด หายไปเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ในยุคช่วงทศวรรษที่ 1980 ดันแคน ฮัลเดน ค้นพบวิธีที่ทอพอโลยีสามารถนำไปใช้เพื่อทำความเข้าใจคุณสมบัติเชิงลูกโซ่ของแม่เหล็กขนาดเล็กที่พบในวัตถุบางชนิด

คณะกรรมการระบุอีกว่า ตอนนี้เรารู้จัดสถานะเชิงทอพอโลยีมากมาย ไม่เพียงแค่ในแผ่นบางและเส้นใย แต่ยังรวมไปถึงวัตถุ 3 มิติปกติ โดยในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา การค้นพบนี้ส่งเสริมการวิจัยเรื่องฟิสิกส์สสารควบแน่น (condensed matter physic) เพราะความหวังที่ว่า ทอพอโลยีอาจสามารถนำไปใช้วิทยาการอิเล็กทรอนิกส์และตัวนำยิ่งยวดรุ่นใหม่ หรือคอมพิวเตอร์ควอนตัมความเร็วสูงในอนาคต การวิจัยในปัจจุบันกำลังเปิดเผยความลับในโลกที่ไม่ปกตินี้ ซึ่งค้นพบโดยผู้ทรงเกียรติเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในปีนี้

 

ลุกเป็นไฟ! มะกันเซ็งรัสเซีย โจมตีไม่เลิก ระงับเจรจาหยุดยิงในซีเรียแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ต.ค. 2559 14:08

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/743067

 

สงครามกลางเมืองในซีเรียสุดเลวร้าย..สหรัฐฯประกาศระงับการเจรจาหยุดยิงในซีเรีย กับรัสเซียแล้ว.. สุดเซ็ง กองกำลังรัสเซียยังจับมือ รบ.ซีเรียโหมโจมตีทางอากาศถล่มเมืองอเลปโปแบบหูดับตับไหม้ หลังข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวที่เมืองอเลปโปสิ้นสุดลง

เมื่อ 4 ต.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานสถานการณ์สงครามกลางเมืองในซีเรียว่า โอกาสที่จะเกิดสันติภาพในซีเรียลดน้อยลงอีก รัฐบาลสหรัฐฯประกาศ ตัดสินใจระงับการเจรจาหยุดยิงในซีเรีย กับฝ่ายรัฐบาลรัสเซียแล้ว กล่าวหากองกำลังรัสเซีย ล้มเหลวที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง พร้อมกับตำหนิรัฐบาลรัสเซียและซีเรียที่กลับมาโหมโจมตีเข่นฆ่าชีวิตพลเรือนชาวซีเรียหนักมากยิ่งขึ้น ขณะที่ทางการสหรัฐฯได้ออกมาเตือนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า สหรัฐฯจะยุติการเจรจาหยุดยิงกับรัสเซีย หากรัฐบาลมอสโกไม่ยอมหยุดโจมตีทางอากาศถล่มเมืองอเลปโป


จอห์น แครี รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ

‘รัฐบาลสหรัฐฯกำลังระงับการเจรจาระดับทวิภาคีกับรัสเซียต่อกรณีหยุดยิงในซีเรีย โชคไม่ดี ที่รัสเซียล้มเหลวในการทำตามข้อตกลง’ นายจอห์น เคอร์บีย์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แถลง

บีบีซี แจ้งด้วยว่า รัฐบาลรัสเซียได้แสดงความเสียใจต่อความเคลื่อนไหวล่าสุดของรัฐบาลวอชิงตัน ที่ทำให้การเจรจาหยุดยิงที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อน ต้องพังลงจนได้ ทั้งนี้ เมืองอเลปโป ถือเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในภาคเหนือของซีเรีย ได้ตกเป็นเป้าหมายโจมตีทางอากาศ อย่างหนักหน่วงของกองกำลังรัสเซียและซีเรีย นับตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวในซีเรียได้สิ้นสุดลงเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกิดเหตุการณ์สุดสะเทือนใจ โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ทางตะวันออกของเมืองอเลปโป ซึ่งตั้งอยู่ในเขตที่กบฏต่อต้านรัฐบาลยึดครองอยู่ ได้ตกเป็นเป้าหมายโจมตี ถึง 3 หนในช่วงเวลาแค่ 1 สัปดาห์


สภาพความเสียหายในเมืองอเลปโป

ข่าวแจ้งว่า นับตั้งแต่กองทัพรัฐบาลซีเรียพยายามจะบุกตียึดเมืองอเลปโปคืนจากการยึดครองของกองกำลังกบฏ หลังจากข้อตกลงหยุดยิงในเมืองอเลปโปล่ม ส่งผลให้ชาวซีเรีย รวมทั้งเด็ก เสียชีวิตไปแล้วอีกหลายร้อยคน จากการที่รัสเซียกับซีเรียโหมโจมตีทางอากาศอย่างดุเดือด

 

ปล้นเพชร 400 ล. เซเลบคิม ‘เจ้าแม่เรียลลิตี้’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 4 ต.ค. 2559 08:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/742691

 

5โจรในคราบตร.ลงมืออุกอาจ มัดขังในห้องน้ำที่พักหรูปารีส

อุกอาจสะท้านโลก คนร้ายคาดมี 5 คนปลอมตัวเป็นตำรวจอาวุธครบมือ บุกปล้น เซเลบดังเจ้าแม่รายการเรียลลิตี้โชว์ “คิม คาร์เดเชียน” ถึงในที่พักหรูกลางกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยจับตัวสาวคนดังมัดขังไว้ให้ห้องน้ำก่อนกวาดทรัพย์สิน ส่วนใหญ่เป็นเครื่องประดับ รวมมูลค่าราว 234 ล้านบาท โชคดีสาวคิมไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่ยังอยู่ในอาการผวา ตัดสินใจบินกลับสหรัฐฯ มีสามี “คานเย เวสต์” แรปเปอร์ชื่อดัง ที่ยกเลิกการแสดงคอนเสิร์ตในนครนิวยอร์กกลางคัน กลับไปปลอบขวัญทันที

เกิดเหตุบุกปล้นชิงทรัพย์คิม คาร์เดเชียน ดาราเรียลลิตี้สาวชื่อดังชาวอเมริกัน ขณะอยู่ในที่พักหรูในกรุงปารีสประเทศฝรั่งเศส กลุ่มคนร้ายปลอมเป็นตำรวจบุกใช้ปืนปล้นทรัพย์หลบหนีลอยนวล ทรัพย์สินที่ถูกฉกไปเป็นเครื่องเพชรเป็นส่วนใหญ่ แต่ดาราสาวชื่อดังไม่ได้รับอันตราย

ตำรวจฝรั่งเศสรายงานเกิดเหตุปล้นชิงทรัพย์กลางกรุงปารีสของฝรั่งเศสครั้งนี้ว่า เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 03.00 น.ของวันที่ 3 ต.ค.ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งช้ากว่าเวลาในไทยประมาณ 5 ชั่วโมง โดยคนร้ายที่ก่อเหตุมีอย่างน้อย 2 คน แต่ข่าวบางกระแสระบุว่ามี 5 คน พร้อมอาวุธปืน ได้ปลอมตัวเป็นตำรวจบุกเข้าไปในที่พักหรูของสาวคิม ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ก่อนใช้ปืนจี้ “คิม คาร์เดเชียน เวสต์” ไฮโซดารารายการเรียลลิตี้โชว์ชาวอเมริกัน วัย 35 ปี และกวาดทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นเครื่องเพชร ตำรวจอยู่ระหว่างประเมินมูลค่าความเสียหาย ที่คาดว่ามีมูลค่าหลายล้านยูโร หรือนับร้อยล้านบาทและเปิดการสืบสวนหาตัวคนร้ายต่อไป

โฆษกของคาร์เดเชียนยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ส่งผลให้เธออยู่ในอาการหวาดกลัวอย่างมาก แต่เคราะห์ดีที่ไม่ได้รับอันตรายทางร่างกายแต่อย่างใด และต่อมา คิมเดินทางกลับสหรัฐฯ แล้ว ส่วนสามีของเธอ คือ “คานเย เวสต์” นักร้องแร็พเปอร์ชาวอเมริกันชื่อดัง ก็ได้ขอยกเลิกการแสดงคอนเสิร์ต ในนครนิวยอร์ก กลางคัน หลังทราบข่าว พร้อมให้เหตุผลว่าครอบครัวมีเหตุฉุกเฉิน ก่อนหน้านี้ คิม คาร์เดเชียน ที่เดินทางไปร่วมงานปารีส แฟชั่น วีค ที่กรุงปารีส เพิ่งเจอเหตุระทึกขวัญไปเมื่อสัปดาห์ก่อน หลังถูกนักก่อกวนพยายามจะก้มจูบบั้นท้ายของเธอมาแล้ว

ต่อมาโฆษกตำรวจฝรั่งเศสเผยความคืบหน้าในคดีนี้ว่า ทรัพย์สินของคาร์เดเชียนที่ถูกกลุ่มโจรแสบปล้นไปนั้น มีทั้งกล่องเครื่องประดับมูลค่าสูงถึง 6 ล้านยูโร (ประมาณ 234 ล้านบาท) และแหวนมูลค่า 4 ล้านยูโร (ประมาณ 156 ล้านบาท) ระหว่างการปล้น กลุ่มคนร้ายยังได้จับคาร์เดเชียนมัดไว้ในห้องน้ำของที่พักด้วย แต่ไม่แน่ชัดว่าขณะเกิดเหตุ ลูกสองคน คือลูกสาววัย 3 ขวบ ชื่อนอร์ธ และ ลูกชายวัย 10 เดือน ชื่อเซนต์ ของคิม คาร์เดเชียนกับนักร้องคานเย เวสต์ อยู่ด้วยหรือไม่ โดยก่อนเกิดเหตุ คิม คาร์เดเชียน เวสต์ เดินทางมาที่กรุงปารีสเพื่อร่วมงานแฟชั่น วีกกับแม่และน้องสาวต่างบิดา คือ คริส เจนเนอร์ และเคนดัล เจนเนอร์ ตามลำดับ

สำหรับประวัติคร่าวๆ คิม คาร์เดเชียน เกิดเมื่อวันที่ 21 ต.ค.2523 ที่นครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา มีพ่อเป็นทนายความที่เคยว่าความช่วยโอ.เจ.ซิมป์สัน อดีตนักอเมริกันฟุตบอลชื่อดัง และมีบรูซ เจนเนอร์ อดีตนักทศกรีฑา เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกชาวอเมริกัน แต่ปัจจุบันได้ผ่าตัดแปลงเพศพร้อมเปลี่ยนชื่อเป็นเคทลิน เจนเนอร์ เป็นอดีตพ่อเลี้ยงด้วย

ส่วนเส้นทางในวงการบันเทิง คิมเริ่มเป็นที่รู้จักครั้งแรกในฐานะเป็นเพื่อนและช่างทำผมของปารีส ฮิลตัน ดาราสาวไฮโซชื่อดังชาวอเมริกัน ทายาทตระกูลดัง “ฮิลตัน” เจ้าของเครือโรงแรมฮิลตัน ต่อมาเริ่มมีชื่อเสียงโด่งดัง เป็นทั้งนักธุรกิจ นางแบบและนักแสดง มีรายการเรียลลิตี้ทางโทรทัศน์เป็นของตัวเอง ชื่อว่า “คีพปิ้ง อัพ วิธ เดอะ คาร์เดเชียนส์” มีเนื้อหาเกี่ยวกับครอบครัวคาร์เดเชียน ที่มีกิจกรรมและไลฟ์สไตล์เป็นที่สนใจของชาวอเมริกันทั่วไป คิม คาร์เดเชียน เคยตกเป็นข่าวฉาวหลังเซ็กซ์เทปของเธอกับเรย์ เจ. นักร้องชายที่เป็นอดีตแฟน หลุดออกมาเมื่อปี 2550 ด้วย อีกทั้งพฤติกรรมและการใช้ชีวิตส่วนตัวของคิม ยังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ด้านแง่ลบ ที่แม้แต่นายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังระบุว่า พฤติกรรมบริโภคนิยมของคิมส่งผลให้เกิดอิทธิพลด้านลบกับเยาวชนชาวอเมริกัน

ทั้งนี้ สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานด้วยว่า เหตุโจรกรรมอัญมณีหรือเครื่องเพชรพลอยเกิดขึ้นหลายครั้งแล้วในฝรั่งเศส แต่ที่มีมูลค่ามากที่สุดเกิดขึ้นเมื่อเดือน ก.ค.2556 หรือกว่า 3 ปีที่ผ่านมา เมื่อกลุ่มโจรบุกปล้นนิทรรศการแสดงอัญมณี “อิกซ์ทรอดินารี ไดมอนด์ส” ในโรงแรมคาร์ลตัน ที่เมืองคานส์ กวาดอัญมณีต่างๆ ไปมูลค่าประมาณ 103 ล้านยูโร (ประมาณ 4,000 ล้านบาท) ส่วนเมื่อวันที่ 4 ก.ค.2536 กลุ่มโจร 4 คน ดักปล้นรถลิมูซีนของนายมาร์วิน เดวิส ผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทเอ็มจีเอ็มและภรรยา บนท้องถนนใกล้เมืองอองติเบอส์ ภูมิภาคเฟรนซ์ ริเวียรา กวาดอัญมณีและเงินสดไปมูลค่าประมาณ 8.5 ล้านยูโร (ประมาณ 330 ล้านบาท) ส่วนเมื่อวันที่ 15 ก.พ.2553 คนร้าย 1 คนบุกฉกกระเป๋าถือของ น.ส.คริสตินา เชอร์โนเวตสกา ลูกสาวของนายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน ที่ย่านแซงต์ เดอนีส์ ทางเหนือกรุงปารีส ขณะเธอนั่งรถยนต์ออกจากสนามบินชาร์ลส์ เดอ โกล จะไปยังที่พัก ได้อัญมณีไปมูลค่า 4.5 ล้านยูโร (ประมาณ 175 ล้านบาท)

 

ปล้นคนดัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 4 ต.ค. 2559 07:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/742671

 

ด้านหน้าที่พักหรูของเซเลบสาวชื่อดังชาวอเมริกัน “คิม คาร์เดเชียน” (ภาพเล็ก) ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส หลังคนร้ายปลอมเป็น ตำรวจบุกเข้ามาปล้น จับมัดขังในห้องน้ำ แล้วกวาดทรัพย์ เป็นเครื่องเพชรร่วม 400 ล้านบาท.

 

หญิงโปแลนด์นับล้านแสดงพลัง ประท้วงทั่วประเทศต้านกฎหมายห้ามทำแท้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ต.ค. 2559 06:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/742661

 

หญิงชาวโปแลนด์นับล้านคนออกมาเดินขบวนประท้วงตามท้องถนนทั่วประเทศเมื่อวันจันทร์ที่ 3 ต.ค. เพื่อต่อต้านข้อเสนอที่จะให้รัฐบาลออกกฎหมายห้ามการทำแท้งในประเทศในทุกกรณี…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สตรีจำนวนมากในโปแลนด์ตัดสินใจลาหยุดจากงานหรือโรงเรียน เพื่อมาร่วมเดินขบวนประท้วงในเมืองต่างๆ เช่น กรุงวอร์ซอ และเมืองกดัญสก์ ที่ทางผู้จัดเรียกว่า ‘วันจันทร์ทมิฬ’ (Black Monday) โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์กลุ่มสตรีประท้วงในประเทซไอซ์แลนด์เมื่อปี 1975 ขณะที่มีผู้ชายหลายคนออกมาร่วมประท้วงเช่นกัน โดยส่วนใหญ่แต่งกายในชุดสีดำ และโบกธงสีดำ เป็นสัญลักษณ์เพื่อสื่อถึงความกลัวของพวกเธอที่จะเสียสิทธิ์ในการมีทายาทและกลัวความตายที่หญิงหลายคนอาจต้องเผชิญ

นอกจากผู้คนจะออกมาประท้วงแล้ว การประท้วงยังเกิดขึ้นในธุรกิจบางแห่ง เช่น สำนักข่าวเอกชนอย่างสถานีโทรทัศน์ TVN24 ก็ออกอากาศภาพเหตุการณ์การประท้วง ขณะที่ผู้ประกาศข่าวบางคนของพวกเขาก็สวมชุดสีดำ, ร้านอาหารแห่งหนึ่งในกรุงวอร์ซอก็ปิดทำการเพื่อให้พนักงานหญิงได้เข้าร่วมชุมนุม ส่วนที่พิพิธภัณฑ์ในเมืองกรากุฟ ไม่มีพนักงานหญิงมาทำงานเลย นอกจากนี้ยังมีการเรียกร้องให้เหล่าแม่บ้านประท้วงโดยไม่ทำงานบ้านด้วย

ทั้งนี้ โปแลนด์เป็นประเทศคาทอลิกและปกครองโดยรัฐบาลอนุรักษ์นิยม ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีกฎหมายเกี่ยวกับการทำแท้งเข้มงวดที่สุดในโลก และผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดก็แสดงให้เห็นว่า ประชาชนส่วนใหญ่ไม่สนับสนุนให้มีการเพิ่มความเข้มงวดมากไปกว่านี้


ผู้ประท้วงแต่งกายสีดำและโบกธงสีดำเพื่อแสดงออกในเชิงสัญลักษณ์

ภายใต้กฎหมายปัจจุบันซึ่งใช้มาตั้งแต่ปี 1993 การทำแท้งเป็นเรื่องที่ห้ามกระทำเว้นแต่กรณีที่ ผู้หญิงอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต, ทารกในครรภ์มีความเสียหายชนิดเกิดเยียวยา หรือ การตั้งครรภ์เป็นผลมาจากการข่มขืนหรือการมีเพศสัมพันธ์ในครอบครัว อย่างไรก็ตาม กฎหมายใหม่ซึ่งรัฐสภากำลังพิจารณาอยู่นี้ จะกำหนดให้การทำแท้งทุกกรณีเป็นเรื่่องผิดกฎหมายทั้งหมดไม่มียกเว้น โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีสำหรับผู้หญิงที่ต้องการทำแท้งและแพทย์ผู้ลงมือทำแท้ง

การประท้วงเมื่อวันจันทร์เกิดขึ้นหลังจากมีการรณรงค์บนโลกออนไลน์มานานหลายสัปดาห์ภายใต้แฮชแทค ‘#blackprotest’ และ ‘#czarnyprotest’ โดยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผู้หญิงหลายพันคนออกมาชุมนุมกันที่หน้าอาคารรัฐสภาในกรุงวอร์ซอ เพื่อประท้วงกฎหมายใหม่ดังกล่าวด้วย

อนึ่ง ข้อเสนอเพิ่มความเข้มงวดให้กฎหมายการทำแท้ง มาจากกลุ่มพลเรือนต่อต้านการทำแท้ง ที่สามารถรวบรวมรายชื่อมาลงนามในคำร้องที่จะยื่นให้แก่รัฐบาลได้ถึง 450,000 ชื่อ โดยได้รับการสนับสนุนจากคริสต์จักรคาทอลิกในประเทศ ขณะที่พรรคกฎหมายและความยุติธรรม พรรครัฐบาลสายอนุรักษ์นิยม ซึ่งครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรรวมอยู่ในกลุ่มผู้สนับสนุนข้อเสนอนี้ด้วย

 

เฮอริเคน ‘แมทธิว’ จ่อถล่มแคริบเบียน ซัดชาวประมงดับแล้ว 2 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ต.ค. 2559 05:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/742646

 

เฮอริเคน แมทธิว กำลังเคลื่อนตัวเข้าหาหลายประเทศในแถบทะเลแคริบเบียน รวมทั้งประเทศเฮติ โดยพยากรณ์อากาศระบุว่า พายุลูกนี้จะทำให้เกิดฝนตกหนัก และอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 3 ต.ค. พายุ ‘แมทธิว’ เฮอริเคนความรุนแรงระดับ 4 กำลังเคลื่อนตัวในทะเลแคริบเบียนและมุ่งหน้าสู่ประเทศเฮติ, จาเมกา และ คิวบา โดยอิทธิพลของพายุทำให้คลื่นลมในทะเลรุนแรงขึ้น ส่งผลให้มีชาวประมงเสียชีวิตแล้ว 2 ราย

ศูนย์เฮอริเคนแห่งชาติ ของสหรัฐฯ ระบุว่า เฮอริเคนแมทธิวมีความเร็วลมเกือบ 225 กม./ชม. และกำลังเคลื่อนตัวขึ้นเหนือด้วยความเร็วประมาณ 10 กม. โดยคาดว่าพายุลูกนี้จะทำให้เกิดฝนตกหนักที่เป็นอันตรายถึงชีวิต, ลมกระโชกแรง และคลื่นทะเลหนุนซัดฝั่ง หรือสตอร์มเซิร์จ ในภาคใต้ของประเทศเฮติ


ชาวเฮติในกรุงปอร์โตแปรงซ์ กางร่มซื้อของท่ามกลางฝนที่ตกลงมา

ขณะที่บางพื้นที่ของภาคตะวันออกของจาเมกา, สาธารณรัฐโดมินิกัน และทางตะวันออกของคิวบา จะเผชิญฝนตกหนักปริมาณน้ำฝนสูงประมาณ 10, 20 และ 25 นิ้วตามลำดับ

ส่วนนายไรอัน เมาอี นักอุตุนิยมวิทยาของบริษัทผู้ให้บริการข้อมูลสภาพอากาศ ‘เวเธอร์เบลล์’ (WeatherBell) ระบุว่า จะมีน้ำปริมาณ 1 ล้านล้านแกลลอนตกสู่ประเทศเฮติระหว่างที่เฮอริเคมแมทธิวพัดถล่ม ขณะที่คลื่นสตอร์มเซิร์จอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน


ประชาชนที่ศูนย์หลบภัยในคิวบากำลังเข้าคิวรับอาหาร

ทั้งนี้ประเทศต่างๆ ในทะเลแคริบเบียนได้มีมาตรการต่างๆ เพื่อเตรียมรับมือกับพายุลูกนี้แล้ว โดยที่โดมินิกันมีการอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงถึง 13,000 คน ส่วนที่คิวบาประกาศเตือนภัยใน 6 จังหวัด และสั่งให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ต่ำย้ายไปอาศัยที่ศูนย์หลบภัยชั่วคราวในอาคารรัฐบาล ขณะที่กองทัพเรือได้อพยพภรรยาและลูกจำนวนรวม 700 คน ออกจากฐานทัพของสหรัฐฯ ที่อ่าวกวนตานาโมแล้ว เหลือไว้เพียงเจ้าหน้าที่สำคัญเพื่อดูแลเรือจำกวนตานาโมที่กักขังผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายต่างชาติ

ส่วนที่ประเทศเฮติ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก รัฐบาลเรียกร้องให้ประชาชนกักตุนอาหารและน้ำดื่ม และสั่งให้มีการอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงแล้ว โดยตลอดช่วง 3 วันที่ผ่านมามีประชาชนย้ายไปอยู่ศูนย์หลบภัยชั่วคราวที่รัฐบาลเตรียมเอาไว้ 576 แห่งแล้ว 88,252 คน