สเปนผวา! แก๊สระเบิดใกล้สนง.พรรครัฐบาล เจ็บ 90 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 ต.ค. 2559 23:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/741397

 

เกิดเหตุแก๊สระเบิดที่คาเฟ่แห่งหนึ่งในภาคใต้ของประเทศสเปน ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับสำนังานพรรครัฐบาล เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บถึง 90 ราย ในจำนวนนี้ 5 รายบาดเจ็บสาหัส…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เหตุระเบิดเกิดขึ้นเมื่อคืนวันเสาร์ที่ 1 ต.ค. เวลาประมาณ 19:00น. ตามเวลาท้องถิ่น ในย่านกลางเมืองเบเลซ-มาลากา เมืองเล็กๆ ใกล้เมืองมาลากา สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในแคว้น อันดาลูซีอา ทางใต้ของสเปน เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 90 ราย

โฆษกหญิงของสำนักงานฉุกเฉินแคว้นอันดาลูซีอาบอกกับสำนักข่าวเอพีว่า ตามรายงานเบื้องต้น สาเหตุของการระเบิดที่เกิดขึ้นคือแก๊สรั่ว แรงระเบิดส่งผลให้กำแพงบางส่วนของคาเฟ่ที่เกิดเหตุพังถล่ม ทำให้ผู้ที่อยู่ภายในได้รับบาดเจ็บ กระจกหน้าต่างและประตูร้านกระจัดกระจาย

โฆษกคนเดิมระบุอีกว่า เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 90 คน โดย 57 คนในจำนวนนี้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในเมืองใกล้เคียง และกว่า 20 คนสามารถกลับบ้านได้แล้ว ขณะที่ผู้บาดเจ็บอีก 33 คนเข้ารับการรักษาที่คลินิคท้องถิ่น เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บเล็กน้อยอย่างเช่นแผลของมีคมบาดหรือแผลฟกช้ำ

ทั้งนี้ เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นทำให้เกิดกระแสความวิตกว่า สำนักงานพรรครัฐบาล ‘พรรคประชาชน’ (Popular Party) ซึ่งอยู่ใกล้คาเฟ่ที่เกิดเหตุตกเป็นเป้าหมายการโจมตี อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่รัฐออกมาปฏิเสธเรื่องดังกล่าวทันที

 

สลด! ตร.เอธิโอเปียสลายม็อบ ทำผู้ประท้วงแตกตื่น เหยียบกันดับ 50 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 ต.ค. 2559 23:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/741381

 

เกิดเหตุเหยียบกันตายที่การชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลเอธิโอเปีย ที่แคว้นโอโรมิยา หลังตำรวจเข้าสลายการชุมนุมจนทำให้ผู้คนหลบหนีด้วยความแตกตื่น…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุเหยียบกันตายที่การชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลเอธิโอเปีย ภายในงานเทศกาลประจำปี ในแคว้น โอโรมิยา ตอนกลางของประเทศเมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 ต.ค. หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาและยิงปืนขู่ขึ้นฟ้าเพื่อสลายการชุมนุม เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

ก่อนเกิดเหตุ ประชาชนหลายพันคนไปร่วมงานเทศกาลขอบคุณพระเจ้า ‘อิร์รีชา’ (Irreecha) ที่เมืองบิชอฟตู ซึ่งห่างจากกรุงแอดดิสสอาบาบา ไปทางใต้ราว 40 กม. โดยบางคนตะโกนสโลแกนต่อต้านพรรค ‘องค์กรประชาธิปไตยของประชาชนโอโรโม’ (Oromo People’s Democratic Organization) 1 ใน 4 พรรคแนวร่วมที่ปกครองเอธิโอเปียมานานกว่า 25 ปี และโบกธงแดง, เขียวและเหลืองของกลุ่มกบฏ ‘แนวร่วมปลดปล่อยโอโรโม’ (Oromo Liberation Front)


ตำรวจยืนดูผู้ชุมนุมวิ่งหนีแก๊สน้ำตา

ขณะที่พยานผู้เห็นเหตุการณ์คนหนึ่งบอกกับสื่อว่า เมื่อตำรวจยิงแก๊สน้ำตาและยิงปืนขึ้นฟ้า ฝูงชนก็หลบหนีอย่างสับสนอลหม่าน ทำให้เกิดการเหยียบกัน หลายคนยังตกลงไปในคูน้ำใกล้ที่เกิดเหตุอีกด้วย

ทั้งนี้ รัฐบาลเอธิโอเปียไม่ได้ระบุตัวเลขผู้เสียชีวิตที่แน่นอนแต่ระบุว่า “ผลของความสับสนวุ่นวายที่เกิดขึ้น หลายชีวิตต้องสูญเสียไป และอีกหลายคนที่บาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ผู้ที่ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้จะต้องถูกลงโทษ”

อย่างไรก็ตาม นายเมเรรา กูดินา ประธานกลุ่มฝ่ายค้าน “สภาผู้สนับสนุนสหพัธรัฐโอโรโม” (Oromo Federalist Congress) บอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 50 ราย โดยเขาได้คุยกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตแลเว นายกูดินาระบุอีกว่า รัฐบาลต้องการใช้เหตุการณ์นี้เพื่อแสดงให้เห็นว่าแคว้นโอโรมิยาสงบเรียบร้อย แต่ประชาชนยังคงประท้วงต่อไป


ผู้ประท้วงเข้าต่อสู้กับตำรวจที่มาสลายการชุมนุม

อนึ่ง การประท้วงที่เกิดขึ้นเป็นพักๆ ในแคว้นโอโรมิยา เริ่มต้นขึ้นเมื่อ 2 ปีก่อน โดยเบื้องต้นเกิดจากปัญหาที่ดิน ก่อนจะลุกลามบานปลายกลายเป็นการประท้วงต่อต้านรัฐบาล และตั้งแต่ช่วงปลายปี 2015 มีผู้ประท้วงจำนวนมากที่ต้องเสียชีวิตจากการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

 

หนุ่มใหญ่ฝรั่งเศส เจอคุก 24 ปี ยิงนักบัญชีดับ เหตุติดพันเมียคนไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 ต.ค. 2559 21:26

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/740531

 

ศาลอาญาเมืองเลอเวิน พิพากษาจำคุกหนุ่มใหญ่วัย 56 ปี หลังก่อเหตุยิงนักบัญชีดับคา Club SM เหตุหึงหวงที่มาติดพันกับเมียที่เป็นสาวไทยวัย 34 ปี…

วันที่ 1 ต.ค. 59 นายบุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำเบลเยียม รายงานว่า ศาลอาญาแห่งเมืองเลอเวินและคณะลูกขุนจำนวน 12 คน ได้พิพากษาตัดสินจำคุก นายคริสติออง ปลาทฟุต สัญชาติฝรั่งเศสวัย 56 ปี ในข้อหาฆ่านายเบอนัวท์ ดูปองต์ นักบัญชีวัย 52 ปี จากเมืองโรสดาล เมื่อวันที่ 15 ก.ค.56 ใน Club SM ที่เมืองฮุลเดนเบิร์ก เนื่องจากหึงหวงที่เขามาติดพันกับนางนีน่า ภรรยาคนไทยของตน วัย 34 ปี ด้วยอาวุธปืนลูกซอง 2 นัด

นายปลาทฟุต ให้การต่อศาลว่า นายดูปองต์ทำตัวเหมือนมหาเศรษฐีเมื่อมาใช้บริการที่คลับ SM (club sadomasochiste หรือ ซาโดมาโซคิสม์ เรียกย่อว่า “S&M” หรือ “SM”) ของตนตั้งแต่ปี 2012 ซึ่งเขามีนางนีน่า ภรรยาคนไทย คอยให้บริการ 10 เดือน ก่อนถูกฆาตกรรม นายดูปองต์ได้มาใช้จ่ายเงินเป็นจำนวนถึง 35,000 ยูโร นีน่าให้ปากคำต่อศาลว่า “เรายังไม่เคยมีลูกค้าคนไหนมาใช้บริการ และจ่ายเป็นจำนวนเงินมากขนาดนี้มาก่อนเลย”

เธอให้การต่อว่า “ลูกค้าทั่วไปจะจ่ายเงินสดเมื่อมารับบริการ แต่เขาจะใช้การโอนเงินผ่านธนาคาร และไม่เคยใช้บริการแบบพื้นฐานคือ ชั่วโมงละ 100 ยูโร เลย เขาจะใช้บริการครั้งละ 400-1,500 ยูโร เราเคยจัดบริการให้เขาแบบเต็มวันด้วย เขาใช้จ่ายเงินเท่ากับเงินเดือนคนทำงานทั่วไปสองคนเลย”

นายคริสติออง ปลาทฟุต เคยทำงานที่รัฐสภาฝรั่งเศส 21 ปี ก่อนจะไปพบภรรยาคนไทย ที่ร้านนวดภูเก็ตในปี 2002 จึงได้แต่งงานและพามาอยู่ด้วยที่ฝรั่งเศส หลังจากนั้นจึงเริ่มเข้าสู่วงการ SM โดยพาภรรยาไปหาประสบการณ์กับผู้เชี่ยวชาญด้าน SM ที่เมืองเกนต์ เธอพบว่าเป็นประสบการณ์ที่เยี่ยมยอด เธอจึงได้ชื่อว่า Maîtresse Nina

เขาให้การกับศาลว่า ทั้งสองได้รู้จักกับผู้หญิงที่ทำงาน SM ด้วยกันชื่อ กีกา เป็นคนชักชวนให้เปิดธุรกิจ SM ที่ใหญ่ที่สุดในเบลเยียม ทำเป็นคลับปิดในบ้านหลังใหญ่ที่มีพื้นที่กว้างขนาด 4 เฮกตาร์ที่เมืองฮุลเดนเบิร์กชานกรุงบรัสเซลส์ ในประเทศฝรั่งเศสการทำคลับปิดแบบนี้ผิดกฎหมาย แต่ในเบลเยียมเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ยุ่งกับธุรกิจของเราเลย กีกาได้เลิกทำงานในปี 2011

เขาระบุว่า ธุรกิจ club SM ของเขาทำรายได้ดีมากถึงเดือนละ 10,000-12,000 ยูโร เขาเก็บเงินได้ปีละ 90,000 ยูโร รายได้พุ่งขึ้นสามเท่าตัว จากการให้บริการของนีน่า การจัดค่ำคืนกิจกรรม SM การอัดและขายวิดีโอ มีลูกค้าบางคนเดินทางมาจากออสเตรเลียเพื่อใช้บริการกับนีน่า เธอมีรูปร่างท่าทีที่โดดเด่นและลูกค้าจะชื่นชอบในการกระทำการรุนแรงของเธอ

อัยการฮันส์ วาน เอสเปน ระบุว่า นีน่าจะมีความแตกต่างในรูปแบบที่สุดขีดในการสัมผัสทางร่างกายกับผู้ชาย นายปลาทฟุตไม่เห็นว่า นีน่าเป็นโสเภณีและเขาก็ไม่ใช่แมงดา “ไม่ใช่การให้บริการทางเพศ SM ไม่มีกิจกรรมทางเพศรวมอยู่ด้วย กิจกรรมบางอย่างต้องห้ามหรือปฏิเสธได้” เขาระบุ

 

มะกันเร่งหาเหตุรถไฟชน หวั่นไม่ติดระบบป้องกัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 1 ต.ค. 2559 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/739937

 

(ภาพ : AP)

จากเหตุรถไฟโดยสารช่วงชั่วโมงเร่งด่วนวิ่งมาด้วยความเร็วสูง พุ่งชนแผงเหล็กกั้นที่สถานีรถไฟเมืองโฮโบเกน รัฐนิวเจอร์ซีย์ ในสหรัฐฯ ซึ่งพลุกพล่าน ไปด้วยผู้คน จนทะลุกำแพงบริเวณอาคารผู้โดยสารที่รอขึ้นขบวน เมื่อช่วงเช้าวันพฤหัสฯ 29 ก.ย.ตามเวลาท้องถิ่น จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ เป็นหญิงชาวเม็กซิกันที่เพิ่งย้ายตามสามีและลูกมาอยู่ที่สหรัฐฯ ขณะยืนรออยู่บริเวณอาคารผู้โดยสาร บาดเจ็บอีก 108 คน บางรายอาการสาหัส ส่วนนายโทมัส กัลลัคเฮอร์ วิศวกรที่ควบคุมรถไฟขบวนดังกล่าวเข้ารับการรักษาตัวและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่


แอนดรู คูโอโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก

ขณะเดียวกัน นายแอนดรู คูโอโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก เผยว่า พนักงานสอบสวนกำลังตรวจสอบถึงสาเหตุทั้งระบบราง รถไฟและระบบสัญญาณหรือวิศวกรที่ไร้ความสามารถ รวมถึงการติดตั้งระบบควบคุมรถไฟเชิงบวก (PTC) ที่ช่วยป้องกันอุบัติเหตุทั้งจากกลไกและมนุษย์ ซึ่งคณะกรรมการความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติสหรัฐฯ (NTSB) สั่งให้ติดตั้งระบบดังกล่าวก่อนถึงกำหนดเส้นตายเมื่อปีกลาย และได้ขยายเวลาตามคำร้องของการรถไฟฯ ไปเป็นปี 2561.

 

ชี้ทรัมป์ละเมิดคว่ำบาตรคิวบา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 1 ต.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/739941

 

(ภาพ : AFP)

ศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ใน 8 พ.ย.นี้ ทวีความเข้มข้น เมื่อนางฮิลลารี คลินตัน ตัวแทน พรรคเดโมแครต ชี้เมื่อ 29 ก.ย.ว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนพรรครีพับลิกันทำผิดกฎหมายสหรัฐฯหลัง นิตยสารนิวส์วีค รายงานว่า ทรัมป์ละเมิดมาตรการ คว่ำบาตรด้านการค้าต่อคิวบา โดยบริษัททรัมป์ โฮเทลส์ แอนด์ กาสิโน รีสอร์ทส์ของทรัมป์ส่งบริษัทที่ปรึกษาเข้าไปหาลู่ทางทำธุรกิจในคิวบาในปี 2541 และใช้จ่ายเงินไปอย่างน้อย 68,000 ดอลลาร์ แต่โฆษกของทรัมป์ปฏิเสธ ขณะที่ทรัมป์ย้ำมาตลอดว่า ตนปฏิเสธข้อเสนอให้ลงทุนในคิวบา อนึ่ง ทรัมป์ยังกล่าวหาว่า คลินตันลงโฆษณาโจมตีตนอย่างน่ารังเกียจ แต่ทีมหาเสียงของคลินตันโต้ว่า โฆษณาส่วนใหญ่เป็นคลิปที่ทรัมป์พูดเองและทรัมป์คือศัตรูของตัวเอง.

 

แฉ แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ใช้โคบอลต์ ขุดโดยแรงงานเด็ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ก.ย. 2559 17:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/739602

 

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ออกแถลงการณ์ แฉบรรดาผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ส่วนใหญ่ใช้แบตเตอรี่ที่ผลิตจากโคบอลต์ ซึ่งขุดจากเหมืองโดยแรงงานเด็กในคองโก วอนผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเคารพสิทธิมนุษยชนตลอดสายการผลิต

เมื่อ 30 กันยายน 2559 บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำเบลเยียม รายงาน แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล แถลงเมื่อวันศุกร์ที่ 30 กันยายนว่า บรรดาผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่ใช้แบตเตอรี่ที่ผลิตจากโคบอลต์ซึ่งขุดจากเหมืองที่ใช้แรงงานเด็กในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และเรียกร้องให้ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเหล่านี้เคารพสิทธิมนุษยชนตลอดสายการผลิตแบตเตอรี่

แถลงการณ์ระบุว่า “รถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้สะอาดจริงอย่างที่ท่านคิด” รวมทั้งเรียกร้องให้ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเปิดเผยข้อเท็จจริงกับลูกค้าถึงสภาพการทำงานของเด็กในเหมืองโคบอลต์ ในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก “เป็นไปได้มากว่ามีการนำโคบอลต์ที่ขุดจากเหมืองโดยการใช้แรงงานเด็กมาใช้สำหรับผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน” แอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนลเน้นย้ำ

นักวิจัยของแอมเนสตี้ฯ ได้ชี้ชัดว่า ผู้ผลิตรถยนต์ อย่างเช่น โฟล์กสวาเกน บีเอ็ม เฟียต ไครส์เลอร์ เจเนรัลมอเตอร์ หรือแม้แต่เทสล่า รวมทั้งบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ ยักษ์ใหญ่ BYD และ LG ของเกาหลีใต้ก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน นายมาร์ค ดุมเมท์ นักวิจัยของ Amnesty International ระบุว่า “เราได้ติดตามสินค้า จากเหมืองโคบอลต์ที่ขุดด้วยมือจากประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก พบว่า สินค้าทั้งหมดถูกส่งมายังบริษัท Huayou Cobalt ของจีนที่จัดจำหน่ายต่อให้กับบริษัทผลิตแบตเตอรี่ LG หรือ Samsung ซึ่งจะทำการผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมให้กับบริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเหล่านี้”

แถลงการณ์ระบุเพิ่มเติมว่า ไม่มีผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใดที่ทำการชี้แจงแหล่งที่มาของโคบอลต์ ที่ใช้ในแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า อาจเป็นเพราะว่า ไม่มีระบบการตรวจสอบที่มาของสินค้า หรือไม่เคยค้นหาถึงแหล่งที่มาของวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต จำนวนโคบอลต์กว่าครึ่งหนึ่งที่ใช้ในโลกมาจากประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และร้อยละ 20 ที่มีการขุดด้วยมือจากเหมืองแร่โคบอลต์ นอกจากนั้น แบตเตอรี่ลิเทียมยังมีการใช้อย่างแพร่หลายในโทรศัพท์มือถือ โดยองค์กรแอมเนสตี้ฯ ได้กล่าวโทษว่าเป็นสินค้าที่ผลิตจากวัตถุดิบที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอีกด้วย

 

แตกฮือ! ผู้นำปินส์ บอกสุขที่ได้ปลิดชีพคนติดยา เหมือนฮิตเลอร์ทำกับยิว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ก.ย. 2559 16:21

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/739557

 

โดนวิจารณ์อีกยกแน่…ประธานาธิบดีดูเตร์เต พูดเปรียบเทียบสงครามปราบยาเสพติดภายใต้รัฐบาลของตน บอกรู้สึกมีความสุขที่ได้ปลิดชีพคนติดยา คงเหมือนกับฮิตเลอร์ที่ทำกับชาวยิว ชี้ถ้าเยอรมนีมีฮิตเลอร์ ฟิลิปปินส์ก็มีตนเช่นกัน

เมื่อวันที่ 30 ก.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต แห่งฟิลิปปินส์ กล่าวต่อนักข่าวที่ท่าอากาศยานระหว่างประเทศ ดาเวา ในเมืองดาเวา บ้านเกิด หลังเดินทางกลับจากเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 30 ก.ย. เปรียบเทียบสงครามปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาลฟิลิปปินส์ภายใต้การนำของตน เหมือนกับสมัยอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำนาซี-เยอรมนีสั่งฆ่าล้างเผ่าพันธ์ุชาวยิวสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

‘ฮิตเลอร์ฆ่าล้างเผ่าพันธ์ุชาวยิวไปถึง 3 ล้านคน ขณะที่ตอนนี้มีคนติดยา (ในฟิลิปปินส์) นับ 3 ล้านคนเหมือนกัน ผมรู้สึกมีความสุขที่ได้สังหารคนเหล่านี้ อย่างน้อยถ้าเยอรมนีมีฮิตเลอร์ ฟิลิปปินส์ก็คงมี (ผม)’ ประธานาธิบดีดูเตร์เต กล่าวกับนักข่าว พร้อมกับชี้ว่า ตนได้ตีตราคนติดยาเหล่านี้เป็นอาชญากรทั้งหมด เพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศให้หมดสิ้นไป และเพื่อรักษาเยาวชนคนรุ่นต่อไปจากยาเสพติด


บีบีซี แจ้งว่า นับตั้งแต่ประธานาธิบดีดูเตร์เตเดินหน้าทำสงครามปราบปรามยาเสพติด หลังเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์คนใหม่เมื่อเดือนมิถุนายน ปรากฏว่า ตำรวจฟิลิปปินส์ได้สังหารเครือข่ายแก๊งค้ายาไปแล้วกว่า 3,000 ราย จนถูกร้องเรียนจากบรรดานักสิทธิมนุษยชนเป็นอย่างยิ่ง

 

เบรกไม่อยู่! รถไฟโดยสาร ชนสยอง สถานีในนิวเจอร์ซีย์ ตาย1 เจ็บกว่า100

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ก.ย. 2559 11:06

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/739202

 

สุดช็อก ไม่มีสัญญาณแจ้งเตือนผู้คนบนชานชาลา..รถไฟบรรทุกผู้คนเต็มขบวน แล่นมาด้วยความเร็ว พุ่งชนสถานีรถไฟโฮโบเคน รัฐนิวเจอร์ซีย์ ในสหรัฐฯ ช่วงชั่วโมงเร่งด่วน ดับ 1 เจ็บกว่าร้อย

เมื่อ 30 ก.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าอุบัติเหตุสะเทือนขวัญ รถไฟโดยสารพุ่งชนเข้าไปในตัวสถานีรถไฟโฮโบเคน รัฐนิวเจอร์ซีย์ ประเทศสหรัฐฯ ในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน เมื่อเวลาประมาณ 08.45 น. ของเช้าวันที่ 29 ก.ย. ตามเวลาท้องถิ่น หรือค่ำวันเดียวกันในประเทศไทยว่า เป็นเหตุให้มีผู้หญิง วัย 34 ปี เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอย่างน้อย 108 ราย ในจำนวนนี้ บางคนได้รับบาดเจ็บสาหัส รวมทั้ง คนขับรถไฟ ชื่อ นายโธมัส กัลลาเกอร์ อายุ 48 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัสและอยู่ระหว่างรักษาตัวในโรงพยาบาล

ข่าวแจ้งว่า อุบัติเหตุสยองครั้งนี้ เกิดขึ้นโดยไม่มีสัญญาณแจ้งเตือนแก่บรรดาผู้คนที่รอรถไฟอยู่บริเวณชานชาลาของสถานีรถไฟโฮโบเคนแต่อย่างใด โดยขบวนรถไฟซึ่งมีผู้โดยสารเต็มขบวนได้แล่นมาด้วยความเร็วสูง และพุ่งชนแท่งแบริเออร์กั้นรถไฟไม่ให้พุ่งเข้าไปในตัวสถานีโฮโบเคน อย่างรุนแรงจนทำให้หญิงเคราะห์ร้ายที่ยืนอยู่บนชานชาลาเสียชีวิตหนึ่งคน และมีผู้บาดเจ็บกว่าร้อย


สำหรับสถานีรถไฟโฮโบเคน ถือเป็นหนึ่งในสถานีรถไฟที่เป็นศูนย์หรือชุมทางต่อรถไฟสายอื่นที่มีผู้โดยสารคับคั่งที่สุดในบริเวณใกล้กับรัฐนิวยอร์ก ส่วนสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน โดยหลังเกิดเหตุ ได้มีการปิดสถานีรถไฟโฮโบเคน จนกว่าจะมีการประเมินความเสียหายและซ่อมแซมสถานีที่ได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุไม่คาดฝันครั้งนี้



ชูโครงการ ‘My Red Light’ ยกระดับคุณภาพชีวิตโสเภณีที่อัมสเตอร์ดัม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ก.ย. 2559 09:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/738992

 

เครดิตภาพ thinkstock

โครงการ My Red Light ปรับปรุงซ่องโสเภณีแบบถูกกฎหมายในกรุงอัมสเตอร์ดัม ให้ผู้ประกอบอาชีพนำรายได้มาพัฒนาสถานภาพของตัวเอง และสถานที่ทำงานต้องมีหลักประกันด้านความปลอดภัย เป็นมืออาชีพ และต้องทำขางเข้าออกลับเฉพาะที่คนพิการใช้ได้

เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2559 บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำเบลเยียม รายงาน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายนมีการแถลงข่าวของ The Start Foundation กองทุนการลงทุนเพื่อสังคมสงเคราะห์ ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการธุรกิจซ่องโสเภณีรูปแบบใหม่ที่ไม่มีผู้จัดการแต่คน ที่ประกอบอาชีพโสเภณีบริหารจัดการกันเองในย่าน “Red light District” ของกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์

นายริชาร์ด บูว์มาน โฆษกโครงการกล่าวว่า “วันนี้เราได้ทำการปฏิวัติเพื่อปลดปล่อยผู้ประกอบอาชีพให้บริการทางเพศ เป็นบริษัทให้บริการทางเพศที่มีการบริหารกิจการโดยผู้ประกอบอาชีพนี้โดยตรง” บรรดาผู้หญิง ผู้ชาย คนแปลงเพศ และทุกคนที่อยู่ในธุรกิจนี้จะทำหน้าที่เป็นตัวแทนอยู่ในคณะกรรมการบริหารและคณะกรรมการที่ปรึกษาที่จะเป็นผู้กำหนดแนวทางการบริหารงานและรูปแบบธุรกิจ เป็นส่วนหนึ่งของแถลงการณ์ของ The Start Foundation ที่เป็นเจ้าของโครงการ นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2543 การประกอบอาชีพโสเภณีถือว่าเป็นอาชีพที่ถูกกฎหมาย ผู้ประกอบอาชีพโสเภณีจะต้องจดทะเบียนกับหอการค้า และมีการชำระภาษีถูกต้องตามกฎหมาย เจ้าของกิจการจะต้องยื่นขอใบอนุญาตและได้รับส่วนแบ่งจากการทำงานในรูปของ คอมมิชชั่นที่เป็นจำนวนค่อนข้างสูง

โครงการนี้มีชื่อว่า “My Red Light” เป็นโครงการที่มุ่งเน้นให้ผู้ประกอบอาชีพนี้ สามารถนำรายได้ที่ได้รับมาพัฒนาสถานภาพของตนเอง แทนที่จะต้องจ่ายให้กับผู้ดูแลกิจการ นอกจากนั้น สถานที่ทำงานจะต้องมีหลักประกันด้านความปลอดภัยและเป็นมืออาชีพ ยิ่งกว่านั้น ตัวอาคารจะมีการจัดทำทางเข้าแบบลับเฉพาะ และผู้พิการก็สามารถเข้ารับบริการได้

ใช้การติดต่อผ่านทางอินเทอร์เน็ต ผู้ประกอบอาชีพโสเภณีจำนวน 40 คน สามารถเช่าตู้กระจกจำนวน 14 ตู้ตามช่วงเวลาที่ต่างกันออกไปในราคาที่ยุติธรรม และสามารถแจ้งลูกค้าประจำว่า เวลาไหนที่ตนเองพร้อมจะรับแขก จำนวนผู้ประกอบอาชีพโสเภณีในกรุงอัมสเตอร์ดัมมีจำนวนประมาณ 7,000 คน ส่วนใหญ่เป็นคนที่มาจากประเทศที่มีรายได้ต่ำ เช่น ยุโรปตะวันออก

โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากธนาคาร Rabobank ของเนเธอร์แลนด์ มีการซื้ออาคาร 4 หลังในย่าน “Red light District” และมอบให้กับเทศบาลเป็นผู้ดูแลเพื่อปรังปรุงฟื้นฟูพื้นที่ใกล้เคียงด้วย หนังสือพิมพ์ Volkskrant ระบุว่า ทุกวันนี้จำนวนตู้กระจกได้ลดลงไปถึงหนึ่งในสี่ เหลือเพียง 308 ตู้เท่านั้นที่เปิดให้บริการ ทางด้านเทศบาลก็ต้องการแก้ไขปัญหาคดีอาชญากรรมและการค้ามนุษย์ รวมทั้งมีการจำกัดขอบเขตพื้นที่ให้บริการทางเพศให้ชัดเจน.

 

นายกฯอิตาลีย้ำ อังกฤษจะไม่ได้รับสิทธิพิเศษมากกว่าประเทศนอกอียู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ก.ย. 2559 09:14

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/738981

 

นายกรัฐมนตรีอิตาลี ให้สัมภาษณ์บีบีซี ย้ำเป็นไปไม่ได้ที่จะมีความตกลงให้สิทธิพิเศษแก่สหราชอาณาจักรมากกว่าประเทศอื่นที่มิได้เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ชี้ ต้องเคารพการตัดสินใจของคนอังกฤษ มิเช่นนั้นการลงประชามติก็ไม่มีความหมาย…

เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2559 บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำเบลเยียม รายงานว่า นายมัทเทโอ เรนซิ นายกรัฐมนตรีอิตาลีกล่าวย้ำในการให้สัมภาษณ์บีบีซีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายนว่า “เป็นไปไม่ได้ที่จะมีความตกลงให้สิทธิพิเศษแก่สหราชอาณาจักรมากกว่าประเทศอื่นที่มิได้เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป” คนอังกฤษได้ “ตัดสินใจในทางที่ไม่ดี” ในการแยกตัวออกจากอียู ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ต้องเคารพ มิฉะนั้นก็อาจจะมีการกล่าวว่า “การโหวตลงประชามติครั้งนี้ไม่มีความหมายอะไร”

สำหรับคำถามว่า ความตกลงจะยืดหยุ่นในประเด็นการโยกย้ายของประชากรโดยเสรีหรือไม่ นายเรนซิ กล่าวว่า ขอย้ำการเจรจาไม่สามารถเริ่มได้หากไม่มีการดำเนินการตามมาตรา 50 ของสนธิสัญญาลิสบอนโดยรัฐบาลอังกฤษ นายกรัฐมนตรีเธเรซา เมย์ยังไม่ได้กำหนดวันที่ชัดเจน และมีทีท่าว่าจะไม่เริ่มต้นก่อนสิ้นปีนี้

นายกรัฐมนตรีอิตาลีเน้นว่า “เป็นไปไม่ได้เลยท่ีจะให้สิทธิพิเศษแก่คนอังกฤษมากกว่าคนสัญชาติอื่นที่อยู่นอกสหภาพยุโรป” และยังได้แสดงความเสียใจที่นายกรัฐมนตรีเดวิด แคเมรอน ที่ได้ลาออกในวันรุ่งขึ้นภายหลังการโหวต Brexit “ใช้การลงประชามติเพื่อตัดสินแก้ปัญหาภายในพรรคอนุรักษ์นิยม”

การศึกษาของ The Institute for Government ได้วิจารณ์การนิ่งเงียบของนายกรัฐมนตรีเธเรซา เมย์ ว่า ควรจะมีความชัดเจนในการตัดสินใจและกำหนดการท่ีชัดเจน นอกจากนั้นยังได้ชี้ว่า รัฐมนตรีที่รับผิดชอบการเจรจา Brexit คือ นายบอริส จอห์นสัน รัฐมนตรีต่างประเทศ นายเดวิด เดวิส รับผิดชอบการเจรจาออกจากอียู และนายเลียม ฟอกซ์ รับผิดชอบการค้าระหว่างประเทศ ที่จะมีการโต้เถียงกันมากมาย “โครงสร้างสามเส้านี้มีลักษณะที่แตกแยกและไม่ลงรอยกัน ความล่าช้าของการเจรจา Brexit เกิดจากความไม่ชัดเจนของบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของรัฐมนตรีทั้งสามคน”

สถาบันดังกล่าวซึ่งทำหน้าที่เป็นคลังสมองที่ช่วยคิด วิเคราะห์ ประเมินค่าใช้จ่ายของรัฐบาลอังกฤษในการเจรจาปัญหาการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป หรือ Brexit ถึงปีละ 65 ล้านปอนด์ (2,880 ล้านบาท).