รัสเซียสั่งบล็อกเว็บไซต์หนังโป๊ชื่อดัง หวังหนุ่มสาวช่วยผลิตประชากร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ก.ย. 2559 17:24

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/725005

 

ทางการรัสเซีย สั่งบล็อกเว็บไซต์หนังโป๊ชื่อดัง พร้อมแนะนำนักท่องเน็ตให้ไปหาคู่ขา “ในโลกของความเป็นจริง” ดีกว่า เพื่อหนุนให้หนุ่มสาวในประเทศช่วยผลิตประชากรเพิ่ม

เมื่อวันที่ 16 ก.ย.59 บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำเบลเยียม รายงานว่า ทางการรัสเซียประกาศเมื่อวันพฤหัสบดี (15 ก.ย.)ว่า ได้ตัดสินใจบล็อกเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับหนังโป๊ชื่อดัง อีกทั้งแนะนำนักท่องเน็ตให้ไปหาคู่ขา “ในโลกของความเป็นจริง” ดีกว่า

ทั้งนี้หน่วยงานตรวจสอบด้านการสื่อสารโทรคมนาคม Roskomnadzor ของรัสเซีย ได้ทำการบล็อกเว็บไซต์โป๊เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (13 ก.ย.) ทั่วดินแดนรัสเซีย ภายหลังคำตัดสินพิพากษาของศาลเมืองวลาดิวอสต๊อก ทางภาคตะวันออกของประเทศ และภูมิภาคโวโรเนจ ทางตอนใต้

นายวาดิม อัมเปอลองสกี้ โฆษกของ Roskomnadzor กล่าวกับผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวริอา โนโวสตี การยกเลิกมาตรการดังกล่าวจะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อเว็บไซต์ทั้งสองได้ทำการเปลี่ยนแปลงรูปแบบแคตตาล็อกทั้งหมดเสียก่อน

โดยหน่วยงานรับผิดชอบระบุบนทวิตเตอร์ว่า “เสียใจด้วย เราไม่ได้ให้เข้ามาในตลาด อีกทั้งตามโครงสร้างประชากร ผลิตภัณฑ์นี้ก็ไม่ควรเข้ามาในตลาด” หมายความว่า หากคนรัสเซียพากันสนใจดูหนังโป๊ ก็จะไม่สนใจที่จะทำลูก หน่วยงาน Roskomnadzor ได้ให้คำแนะกับนักท่องเน็ตที่หงุดหงิดกับการอดเข้าดูเว็บไซต์ที่ถูกบล็อกว่า ควรจะพากัน “ไปพบหากับคู่ขาที่เป็นตัวตนจริงๆ ดีกว่า”

ทั้งนี้ภายหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต ประเทศรัสเซียก็ประสบวงจรปัญหาประชากร โดยมีจำนวนประชากรลดลงหลายล้านคนตั้งแต่ปี 1991 ทำให้ปัจจุบันมีจำนวนประชากรเพียง 146 ล้านคน

 

ตร.สหรัฐบุกจับ 2 ฆาตกร สังหารหนุ่มไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 ก.ย. 2559 05:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/724305

 

1ใน2เป็นลูกจ้างสาวร้านเหยื่อ สมคบแฟนผิวหมึกก่อคดีโหด แม่ยอมอโหสิ-รอศพกลับไทย

ตำรวจสหรัฐฯรวบ 2 คนร้ายฆ่าโหดชิงทรัพย์ หนุ่มไทยเจ้าของร้านอาหารในรัฐจอร์เจีย เป็นพนักงานสาวผิวสี ลูกจ้างในร้านอาหารของผู้ตาย วางแผนร่วมกับแฟนหนุ่ม พบหลักฐานมัดแน่นทั้งจากภาพวงจรปิด พยานบุคคล เตรียมส่งตัวขึ้นศาล 16 ก.ย. ขณะที่ชุมชนไทยร่วมจัดพิธีสวดพระอภิธรรมศพ ตั้งกองทุนช่วยเหลือค่าใช้จ่ายส่งศพกลับไทย แม่เหยื่อโหดทำใจยอมอโหสิกรรมให้ รอวันรับศพลูกชายกลับบ้านเพื่อประกอบพิธี ทั้งขอบคุณไทยรัฐทีวีและหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ช่วยติดตามคดีจนจับคนร้ายสำเร็จ

จากกรณีเหตุสะเทือนขวัญ คนร้ายโหดบุกยิงนายสมโภชน์ หรือบอย อารมสุข อายุ 34 ปี เจ้าของร้านอาหาร “ไหมไทย” เมืองทัคเกอร์ รัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เสียชีวิตเมื่อวันที่ 14 ก.ย.ทั้งยังชิงรถเก๋งส่วนตัวหลบหนีไป ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 15 ก.ย. นายสมิทธิ์ ทรัพย์วิบูลย์ ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำรัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา รายงานว่า เมื่อเช้าวันที่ 14 ก.ย.ตามเวลาท้องถิ่น ประเทศสหรัฐฯ ตำรวจเขตเดแคล์บ เคาน์ตี้ สามารถรวบ 2 ผู้ต้องหาว่าจะเป็นคนร้ายสังหารโหดเจ้าของร้านอาหารไทยได้แล้ว ชื่อนายจาร์วิส สแตนฟอร์ด อายุ 23 ปี เป็นคนผิวสี และ น.ส.ไอมานี เบิร์นส์ อายุ 23 ปี แฟนสาว ซึ่งทำงานเป็นพนักงานของร้านไหมไทย ทั้ง 2 คนถูกตั้งข้อหาร่วมกันฆาตกรรมและชิงทรัพย์ สอบเบื้องต้นทราบว่า น.ส.ไอมานีเป็นผู้นัดแนะแฟนหนุ่มมาชิงทรัพย์เจ้านายตัวเอง แต่แฟนหนุ่มเป็นผู้ใช้ปืนยิงนายสมโภชน์เสียชีวิตแล้วชิงรถยนต์ไปด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การสืบสวนของตำรวจ จนนำมาสู่การจับกุมครั้งนี้ เริ่มจากการตั้งรางวัลนำจับ ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิด จนถึงการสอบปากคำ รปภ.พยานในที่เกิดเหตุ นอกจากนี้ ยังมีประชาชนท้องถิ่นผู้เห็นเหตุการณ์โทรศัพท์แจ้งเบาะแส ทำให้สามารถติดตามตัวคนร้าย ในย่านคนผิวสี ใกล้สนามบิน โดย น.ส.ไอมานีถูกจับได้เป็นรายแรก ที่ย่านคอเลค–พาร์ค ก่อนจะตามจับนายจาร์วิส แฟนหนุ่มในเวลาต่อมา เบื้องต้นทั้งคู่อยู่ในห้องควบคุมของตำรวจเขตเดแคล์บ เคาน์ตี้ โดยตำรวจเค้นสอบสวนอย่างละเอียดว่าเป็นการฆ่าชิงทรัพย์ หรือมีสาเหตุอื่นอีกหรือไม่ จากนั้นก็จะนำตัวส่งไปควบคุมที่เรือนจำ ในวันที่ 15 ก.ย. เวลา 08.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 11 ชั่วโมง และจะถูกนำตัวขึ้นศาลในเวลา 14.00 น.วันเดียวกัน

ขณะเดียวกัน ที่วัดพุทธบูชา เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 ก.ย. เวลา 19.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับประเทศไทยวันที่ 15 ก.ย. เวลา 08.00 น. พระเทพกิตติวิมล หัวหน้าคณะสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ฝ่ายธรรมยุต และเจ้าอาวาสวัดพุทธบูชา ร่วมกับสมาคมไทยแห่งรัฐจอร์เจีย ชุมชนในเมืองทัคเกอร์-เมืองแอตแลนตา จัดพิธีสวดพระอภิธรรมศพให้นายสมโภชน์ หรือบอย ท่ามกลางชาวไทย ชาวลาว และชาวอเมริกัน ที่รู้จักกว่า 80 คน เดินทางมาร่วมงาน ในจำนวนนี้มี นางกาญจนา โตวิวัธ เดวิด เจ้าของร้านแรกที่นายสมโภชน์ ไปทำงานเป็นเชฟที่เมืองเอเธน มาร่วมงานด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในช่วงพิธีไว้อาลัย นางวิเวียน ฮีเด็น มารดาของนายแมค พนักงานชาวต่างชาติ ประจำร้านอาหารไหมไทยของนายสมโภชน์ ได้ขอขึ้นกล่าวไว้อาลัยและอ่านจดหมายที่เขียนถึง น.ส.ตุ่ย อารมสุข มารดาของนายสมโภชน์ ใจความว่า “แมคลูกดิฉัน อายุ 17 ปี ทำงานที่ร้าน บอยชอบให้อาหารกลับมากินที่บ้านเยอะกว่าปกติ เพราะว่าบอยรู้ว่าอาหารกลางวันที่โรงเรียนไม่อร่อย บอยสอนให้แมคสนุกสนานกับการเรียน แล้วสอนให้โปรยยิ้มบ่อยๆ ไม่มีใครเป็นตัวอย่างดีเท่ากับบอย แมคจะไม่ลืมครูบอยคนนี้เลย และจะชอบอาหารไทยไปชั่วชีวิตเลย ลูกของคุณช่วยให้หลายๆคนเข้าใจถึงชีวิตการเป็นคนดี ลูกของดิฉันจะจดจำความอร่อยของอาหารมื้อสุดท้ายที่ลูกคุณทำให้ ดิฉันเข้าใจความรู้สึกของคุณ ถึงแม้เราจะไม่เคยพบกันเลย แต่เราก็แชร์ความเจ็บปวด และน้ำตา ของเมื่อวาน วันนี้ และพรุ่งนี้ขอให้คุณมีความสุข”

ด้านนางสุนิสา สุวรรณทัต นายกสมาคมไทยแห่งรัฐจอร์เจีย กล่าวว่า ทุกคนมาร่วมอาลัยให้แก่นายสมโภชน์ หรือบอย เพราะเป็นคนมีน้ำใจช่วยเหลือคนในชุมชน จึงมีคนรักทั้งชาวไทย ชาวลาวและชาวอเมริกัน พร้อมกันนี้ ชาวไทยได้ร่วมกันจัดตั้ง “กองทุนส่งบอยกลับบ้าน” เพื่อรวบรวมเงินเป็นค่าดำเนินการส่งศพบอยกลับประเทศไทย โดยให้เจ้าอาวาสวัดพุทธบูชา เก็บรวบรวมเงินไว้และส่งมอบต่อไป มียอดบริจาคคืนแรก 2,649 เหรียญสหรัฐฯ และร้านฟาสต์ฟู้ด ที่อยู่ช็อปปิ้งมอลล์เดียวกัน แจ้งความประสงค์จะช่วยระดมทุน คาดว่าน่าจะพอค่าใช้จ่ายในการดำเนินการส่งศพกลับกว่า 9,000 เหรียญสหรัฐฯ

ส่วนที่ประเทศไทย นางตุ่ย อารมสุข มารดาของนายสมโภชน์ เปิดเผยภายหลังทราบจากผู้สื่อข่าวว่า ตำรวจจับกุมคนร้ายที่ยิงนายสมโภชน์บุตรชายได้แล้ว โดยระบุว่าลูกชายตายแล้ว ก็อยากจะตายตามไปด้วย ตำรวจจับกุมคนร้ายได้ ไม่รู้สึกอะไรแล้ว เพราะไม่ได้ทำให้ลูกชายฟื้นคืนขึ้นมา ตนสวดมนต์ไหว้พระมาตลอด รู้ว่าคงต้องอโหสิกรรมให้กัน ส่วนเรื่องคดีเป็นเรื่องของทางตำรวจทางสหรัฐฯที่ดำเนินการตามกฎหมาย สิ่งที่ต้องการตอนนี้คือนำร่างของลูกชายกลับมาเมืองไทยให้เร็วที่สุด

“ขอขอบคุณไทยรัฐทีวี หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ กองคุ้มครองฯ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และสถานเอกอัครราชทูตที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. รวมทั้งพระและชาวไทยในจอร์เจียที่ช่วยเหลือเต็มที่ พร้อมทั้งขอบคุณตำรวจสหรัฐฯ ที่ติดตามจับกุมคนร้ายมาได้ ซาบซึ้งในความช่วยเหลือทุกๆอย่าง” นางตุ่ยกล่าวทิ้งท้าย

ด้านนายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ได้รับทราบจากตำรวจเจ้าของคดี ว่าได้จับกุมผู้ต้องสงสัย 2 ราย หนึ่งในนั้นเคยเป็นลูกจ้างอยู่ในร้านอาหารของผู้เสียชีวิต ผู้ต้องสงสัยทั้งสองได้ให้การสารภาพ ส่วนการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมในคดีนี้คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี เรื่องการส่งศพกลับมาบำเพ็ญกุศลเมืองไทย สถานทูตอยู่ระหว่างการดำเนินการ ด้านเอกสารกับทางการสหรัฐฯ เมื่อเสร็จสิ้นก็จะสามารถนำศพของนายสมโภชน์ กลับประเทศไทยได้ โดยมีการประสานงานกับสายการบินไว้แล้ว

 

รวบ 2 คนร้าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 ก.ย. 2559 05:08

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/724380

 

คนไทยและต่างชาติในเมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย สหรัฐฯ จัดพิธีศพที่วัดพุทธบูชา พร้อมร่วมไว้อาลัยให้นายสมโภชน์ หรือบอย อารมสุข เจ้าของร้านอาหารไทยที่ถูกฆ่าชิงทรัพย์ ด้าน ตร.สหรัฐฯจับหนุ่มสาวผิวสี ที่เป็นผู้ลงมือ โดยฝ่ายหญิงทำงานในร้านผู้ตาย.

 

ยืนยันแล้ว! ซากปีกเครื่องบินที่พบที่แทนซาเนียมาจาก MH370

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ก.ย. 2559 00:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/724185

 

ทางการมาเลเซีย และเจ้าหน้าที่ของออสเตรเลียออกมายืนยันว่า เศษชิ้นส่วนเครื่องบินขนาดใหญ่ที่พบบนเกาะของประเทศแทนซาเนียเมื่อหลายเดือนก่อน มาจากเที่ยวบินเอ็มเอช 370 ที่หายสาบสูญไป…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายเหลียว จงไหล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของประเทศมาเลเซีย ออกมายืนยันในวันพฤหัสบดีที่ 15 ก.ย. ว่า เศษชิ้นส่วนเครื่องบินปริศนา พบบนชายหาดของเกาะเพมบา นอกชายฝั่งประเทศแทนซาเนีย เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา เป็นซากที่มาจากเครื่องบินโดยสาร เที่ยวบิน เอ็มเอช 370 ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ที่หายสาบสูญไปเมื่อ 2 ปีก่อน

นายเหลียวระบุในแถลงการณ์ว่า คำยืนยันนี้เป็นข้อสรุปของผู้เชี่ยวชาญ จากสำนักงานความปลอดภัยการขนส่งออสเตรเลีย (ATSB) ซึ่งเป็นแกนนำในการค้นหา เอ็มเอช 370

เมื่อช่วงต้นเดือน ก.ค. นายดาร์เรน เชสเตอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโครงสร้างพื้นฐานและคมนาคมของออสเตรเลีย ออกมากล่าวว่า มีความเป็นไปได้สูงที่เศษซากเครื่องบินชิ้นนี้จะมาจากเอ็มเอช 370 โดยดูจากหมายเลขชิ้นส่วนที่ติดมา รวมทั้งรูปลักษณ์ ขนาดและการสร้าง ทำให้ยืนยันได้ว่า นี่เป็นชิ้นส่วนด้านในของ ‘outboard flap’ (ส่วนชายปีกที่ขยับได้สำหรับช่วยเพิ่มแรงยก) ของเครื่องบินโบอิ้ง 777 รุ่นเดียวกับที่ให้บริการเที่ยวบิน เอ็มเอช 370

นอกจากนี้ ข้อมูลที่ประทับไว้บนชิ้นส่วนดังกล่าว ยังมีตัวเลขที่ชี้ว่ามันถูกผลิตขึ้นในวันที่ 23 ม.ค. 2002 สอดคล้องกับข้อมูลวันที่จัดส่งของเครื่องที่ให้บริการเอ็มเอช 370 ซึ่งทาง ATSB ระบุด้วยว่า จะมีการตรวจสอบชิ้นส่วนนี้เพิ่มเพื่อหาหลักฐาน ที่อาจแสดงให้เห็นว่ามันทำงานอย่างไรในช่วงเวลาที่มันหลุดออกจากปีก


เศษซากเครื่องบินปริศนาซึ่งพบที่ประเทศโมซัมบิก เมื่อไม่นานมานี้

ทั้งนี้ โบอิ้ง 777-200 อีอาร์ เที่ยวบินที่ เอ็มเอช 370 พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 239 คน หายไปจากจอเรดาร์ในทะเลจีนใต้ ขณะเดินทางจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ของมาเลเซีย ไปยังกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 8 มี.ค. 2014 โดยจากหลักฐานที่พบจนถึงตอนนี้ ทำให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่า เครื่องบินลำนี้บินวกกลับมายังบริเวณช่องแคบมะละกา และบินลงไปยังตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดีย จนกระทั่งน้ำมันหมดและตกในทะเลทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศออสเตรเลีย

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไม่พบเบาะแส หรือซากเครื่องบินในพื้นที่ค้นหา แต่กลับมีรายงานการพบเศษชิ้นส่วนเครื่องบินปริศนาในดินแดนทางตะวันตกของมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งหายจากจุดค้นหาไปนับพันไมล์มากขึ้นเรื่อยๆ โดยชิ้นส่วน outboard flap นี้ เป็นชิ้นส่วนชิ้นที่ 5 ที่ ATSB มั่นใจว่ามาจากเอ็มเอช 370

 

รวบ 2 คนร้ายร่วมฆ่าชิงทรัพย์หนุ่มไทยเจ้าของร้านอาหารที่สหรัฐฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.ย. 2559 16:51

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/723818

 

ลูกจ้างสาวโหด วางแผนร่วมกับแฟนผิวหมึก ดักยิงหลังร้านปิด-ชิงทรัพย์

ตำรวจสหรัฐฯรวบ 2 คนร้าย ฆ่าโหดชิงทรัพย์หนุ่มไทยเจ้าของร้านอาหาร ในรัฐจอร์เจีย เป็นพนักงานสาวผิวสี ลูกจ้างในร้านอาหาร ของผู้ตาย วางแผนร่วมกับแฟนหนุ่ม พบหลักฐานมัดแน่นทั้งจากภาพวงจรปิด พยานบุคคล เตรียมส่งตัวขึ้นศาล 16 ก.ย. ขณะที่ชุมชนไทยร่วมจัดพิธีสวดพระอภิธรรมศพ ตั้งกองทุนช่วยเหลือค่าใช้จ่ายส่งศพกลับไทย แม่เหยื่อโหดทำใจยอมอโหสิกรรมให้ รอวันรับศพลูกชายกลับบ้าน เพื่อประกอบพิธี ทั้งขอบคุณไทยรัฐทีวี และหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ช่วยติดตามคดีจนจับคนร้ายสำเร็จ

จากกรณีเหตุสะเทือนขวัญ คนร้ายโหดบุกยิงนายสมโภชน์ หรือบอย อารมสุข อายุ 34 ปี เจ้าของร้านอาหาร “ไหมไทย” เมืองทัคเกอร์ รัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เสียชีวิตเมื่อวันที่ 14 ก.ย.ทั้งยังชิงรถเก๋งส่วนตัวหลบหนีไป ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 15 ก.ย. นายสมิทธิ์ ทรัพย์วิบูลย์ ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำรัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา รายงานว่า เมื่อเช้าวันที่ 14 ก.ย.ตามเวลาท้องถิ่น ประเทศสหรัฐฯ ตำรวจเขตเดแคล์บ เคาน์ตี้ สามารถรวบ 2 ผู้ต้องหาว่าจะเป็นคนร้ายสังหารโหดเจ้าของร้านอาหารไทยได้แล้ว ชื่อนายจาร์วิส สแตนฟอร์ด อายุ 23 ปี เป็นคนผิวสี และ น.ส.ไอมานี เบิร์นส์ อายุ 23 ปี แฟนสาว ซึ่งทำงานเป็นพนักงานของร้านไหมไทย ทั้ง 2 คนถูกตั้งข้อหาร่วมกันฆาตกรรมและชิงทรัพย์ สอบเบื้องต้นทราบว่า น.ส.ไอมานีเป็นผู้นัดแนะแฟนหนุ่มมาชิงทรัพย์เจ้านายตัวเอง แต่แฟนหนุ่มเป็นผู้ใช้ปืนยิงนายสมโภชน์เสียชีวิตแล้วชิงรถยนต์ไปด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การสืบสวนของตำรวจ จนนำมาสู่การจับกุมครั้งนี้ เริ่มจากการตั้งรางวัลนำจับ ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิด จนถึงการสอบปากคำ รปภ.พยานในที่เกิดเหตุ นอกจากนี้ ยังมีประชาชนท้องถิ่นผู้เห็นเหตุการณ์โทรศัพท์แจ้งเบาะแส ทำให้สามารถติดตามตัวคนร้าย ในย่านคนผิวสี ใกล้สนามบิน โดย น.ส.ไอมานีถูกจับได้เป็นรายแรก ที่ย่านคอเลคพาร์ค ก่อนจะตามจับนายจาร์วิส แฟนหนุ่มในเวลาต่อมา เบื้องต้นทั้งคู่อยู่ในห้องควบคุมของตำรวจเขตเดแคล์บ เคาน์ตี้ โดยตำรวจเค้นสอบสวนอย่างละเอียดว่าเป็นการฆ่าชิงทรัพย์ หรือมีสาเหตุอื่นอีกหรือไม่ จากนั้นก็จะนำตัวส่งไปควบคุมที่เรือนจำ ในวันที่ 15 ก.ย. เวลา 08.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 11 ชั่วโมง และจะถูกนำตัวขึ้นศาลในเวลา 14.00 น.วันเดียวกัน


วัดพุทธบูชา เมืองแอตแลนตา และสมาคมไทยแฟ่งมลรัฐจอร์เจีย จัดพิธีสวดพระอภิธรรมศพ นายสมโภชน์ อารมสุข หรือบอย เจ้าของร้านอาหารไหมไทย ที่ถูกคนร้ายฆ่าชิงทรัพย์ ….

ขณะเดียวกัน ที่วัดพุทธบูชา เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 ก.ย. เวลา 19.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับประเทศไทยวันที่ 15 ก.ย. เวลา 08.00 น. พระเทพกิตติวิมล หัวหน้าคณะสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ฝ่ายธรรมยุต และเจ้าอาวาสวัดพุทธบูชา ร่วมกับสมาคมไทยแห่งรัฐจอร์เจีย ชุมชนในเมืองทัคเกอร์-เมืองแอตแลนตา จัดพิธีสวดพระอภิธรรมศพให้นายสมโภชน์ หรือบอย ท่ามกลางชาวไทย ชาวลาว และชาวอเมริกัน ที่รู้จักกว่า 80 คน เดินทางมาร่วมงาน ในจำนวนนี้มี นางกาญจนา โตวิวัธ เดวิด เจ้าของร้านแรกที่นายสมโภชน์ ไปทำงานเป็นเชฟที่เมืองเอเธน มาร่วมงานด้วย


พนักงานร้านอาหารไหมไทย ร่วมอาลัย ….

ชาวลาวมาร่วมอาลัย ….

ชาวอเมริกัน ร่วมอาลัย ..

ชาวไทยไปร่วมงานด้วยความอาลัยในความดีของนายสมโภชน์ ….

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในช่วงพิธีไว้อาลัย นางวิเวียน ฮีเด็น มารดาของนายแมค พนักงานชาวต่างชาติ ประจำร้านอาหารไหมไทยของนายสมโภชน์ ได้ขอขึ้นกล่าวไว้อาลัยและอ่านจดหมายที่เขียนถึง น.ส.ตุ่ย อารมสุข มารดาของนายสมโภชน์ ใจความว่า “แมคลูกดิฉัน อายุ 17 ปี ทำงานที่ร้าน บอยชอบให้อาหารกลับมากินที่บ้านเยอะกว่าปกติ เพราะว่าบอยรู้ว่าอาหารกลางวันที่โรงเรียนไม่อร่อย บอยสอนให้แมคสนุกสนานกับการเรียน แล้วสอนให้โปรยยิ้มบ่อยๆ ไม่มีใครเป็นตัวอย่างดีเท่ากับบอย แมคจะไม่ลืมครูบอยคนนี้เลย และจะชอบอาหารไทยไปชั่วชีวิตเลย ลูกของคุณช่วยให้หลายๆคนเข้าใจถึงชีวิตการเป็นคนดี ลูกของดิฉันจะจดจำความอร่อยของอาหารมื้อสุดท้ายที่ลูกคุณทำให้ ดิฉันเข้าใจความรู้สึกของคุณ ถึงแม้เราจะไม่เคยพบกันเลย แต่เราก็แชร์ความเจ็บปวด และน้ำตา ของเมื่อวาน วันนี้ และพรุ่งนี้ขอให้คุณมีความสุข”

ด้านนางสุนิสา สุวรรณทัต นายกสมาคมไทยแห่งรัฐจอร์เจีย กล่าวว่า ทุกคนมาร่วมอาลัยให้แก่นายสมโภชน์ หรือบอย เพราะเป็นคนมีน้ำใจช่วยเหลือคนในชุมชน จึงมีคนรักทั้งชาวไทย ชาวลาวและชาวอเมริกัน พร้อมกันนี้ ชาวไทยได้ร่วมกันจัดตั้ง “กองทุนส่งบอยกลับบ้าน” เพื่อรวบรวมเงินเป็นค่าดำเนินการส่งศพบอยกลับประเทศไทย โดยให้เจ้าอาวาสวัดพุทธบูชา เก็บรวบรวมเงินไว้และส่งมอบต่อไป มียอดบริจาคคืนแรก 2,649 เหรียญสหรัฐฯ และร้านฟาสต์ฟู้ด ที่อยู่ช็อปปิ้งมอลล์เดียวกัน แจ้งความประสงค์จะช่วยระดมทุน คาดว่าน่าจะพอค่าใช้จ่ายในการดำเนินการส่งศพกลับกว่า 9,000 เหรียญสหรัฐฯ

ส่วนที่ประเทศไทย นางตุ่ย อารมสุข มารดาของนายสมโภชน์ เปิดเผยภายหลังทราบจากผู้สื่อข่าวว่า ตำรวจจับกุมคนร้ายที่ยิงนายสมโภชน์บุตรชายได้แล้ว โดยระบุว่าลูกชายตายแล้ว ก็อยากจะตายตามไปด้วย ตำรวจจับกุมคนร้ายได้ ไม่รู้สึกอะไรแล้ว เพราะไม่ได้ทำให้ลูกชายฟื้นคืนขึ้นมา ตนสวดมนต์ไหว้พระมาตลอด รู้ว่าคงต้องอโหสิกรรมให้กัน ส่วนเรื่องคดีเป็นเรื่องของทางตำรวจทางสหรัฐฯที่ดำเนินการตามกฎหมาย สิ่งที่ต้องการตอนนี้คือนำร่างของลูกชายกลับมาเมืองไทยให้เร็วที่สุด

“ขอขอบคุณไทยรัฐทีวี หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ กองคุ้มครองฯ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และสถานเอกอัครราชทูตที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. รวมทั้งพระและชาวไทยในจอร์เจียที่ช่วยเหลือเต็มที่ พร้อมทั้งขอบคุณตำรวจสหรัฐฯ ที่ติดตามจับกุมคนร้ายมาได้ ซาบซึ้งในความช่วยเหลือทุกๆอย่าง” นางตุ่ยกล่าวทิ้งท้าย

ด้านนายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ได้รับทราบจากตำรวจเจ้าของคดี ว่าได้จับกุมผู้ต้องสงสัย 2 ราย หนึ่งในนั้นเคยเป็นลูกจ้างอยู่ในร้านอาหารของผู้เสียชีวิต ผู้ต้องสงสัยทั้งสองได้ให้การสารภาพ ส่วนการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมในคดีนี้คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี เรื่องการส่งศพกลับมาบำเพ็ญกุศลเมืองไทย สถานทูตอยู่ระหว่างการดำเนินการ ด้านเอกสารกับทางการสหรัฐฯ เมื่อเสร็จสิ้นก็จะสามารถนำศพของนายสมโภชน์ กลับประเทศไทยได้ โดยมีการประสานงานกับสายการบินไว้แล้ว

 

ขบวนรถด่วนท่องเที่ยวของปากีสถาน พุ่งชนรถไฟสินค้าดับ 6 เจ็บกว่า 100 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.ย. 2559 16:14

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/723785

 

ขบวนรถด่วนท่องเที่ยวของปากีสถาน พุ่งชนรถไฟสินค้า ใกล้เมืองมุลตาน จนตกราง 4 โบกี้ ดับอย่างน้อย 6 บาดเจ็บมากกว่า 100 คน

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 15 ก.ย. เกิดเหตุรถไฟด่วนท่องเที่ยว “Awam” ของปากีสถาน ซึ่งมีขบวนยาว 19 โบกี้ นำผู้โดยสารจากเมืองการาจี จากทางตะวันตกเฉียงใต้ มุ่งหน้าสู่เมืองเปชวาร์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือ ได้ประสบอุบัติเหตุใกล้กับเมืองมุลตาน ภูมิภาคปัญจาบ ประมาณ 25 กิโลเมตร โดยชนขบวนรถไฟสินค้าที่จอด จนตกรางจำนวน 4 โบกี้ เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 6 คน บาดเจ็บมากกว่า 100 คน โดยมีผู้ติดอยู่ในขบวนรถไฟอีกจำนวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เร่งช่วยเหลือนำร่างเหยื่อออกจากซากขบวนรถไฟ คาดว่าจะมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก



ขณะที่นายมูฮัมหมัด นาวาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน กล่าวรู้สึกโศกเศร้าและเสียใจ จากเหตุที่เกิดขึ้นทำให้มีผู้เสียชีวิต โดยภาวนาให้ผู้ได้รับบาดเจ็บหายโดยเร็ว ซึ่งได้สั่งการให้ทางการเยียวยาและรักษาผู้บาดเจ็บเป็นอย่างดี



มีรายงานว่า ก่อนหน้านั้นเมื่อเดือนพ.ย.ปีที่แล้ว ได้เกิดอุบัติเหตุทางรถไฟครั้งใหญ่ โดยขบวนรถไฟตกเขาในจังหวัดบาลูคิสทาน ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของปากีสถาน ครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตจำนวน 19 คน รวมถึงเมื่อเดือนก.ค.ปีที่แล้ว ขบวนรถไฟที่มีทหารโดยสารในขบวนได้พลัดตกสะพานทางข้าม เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 17 ราย.

 

สองบิ๊กโซเชียลเน็ต ร่วมผนึกกำลังกรองข่าวปลอม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 15 ก.ย. 2559 06:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/723200

 

“เฟิร์ส ดราฟท์ นิวส์” พันธมิตรองค์กรหรือบริษัทด้านสื่อมวลชนและเทคโนโลยี ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือน มิ.ย.2558 ด้วยการสนับสนุนของบริษัท “กูเกิล” เพื่อคัดกรองข้อมูลข่าวสารในโลกออนไลน์ แถลงเมื่อ 13 ก.ย.ว่า ทั้ง “เฟซบุ๊ก” และ “ทวิตเตอร์” เครือข่ายสังคมออนไลน์หรือโซเซียลมีเดียยักษ์ใหญ่ของโลก ได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรด้วยแล้ว เพื่อต่อสู้กับปัญหาข่าวลวงข่าวเท็จ และปรับปรุงคุณภาพข้อมูลข่าวสารในโซเชียลมีเดีย

นางเจนนี ซาร์เจนต์ กรรมการผู้จัดการของเฟิร์ส ดราฟท์ นิวส์ เผยว่า จะสร้าง “หลักเกณฑ์การปฏิบัติ” โดยสมัครใจ ส่งเสริมความสามารถในการเขียนและอ่านข่าวในหมู่ผู้ใช้โซเชียลมีเดีย และสร้างแพลตฟอร์มที่ผู้ใช้สามารถตรวจสอบความถูก ต้องของข่าวที่น่าสงสัยได้ โดยจะเปิดให้ใช้แพลตฟอร์มในสิ้นเดือน ต.ค.นี้ ทั้งนี้ ทั้งเฟซบุ๊ก เครือข่ายโซเชียลมีเดียที่ใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งมีผู้ใช้ราว 1,700 ล้านคนต่อเดือน และทวิตเตอร์ ซึ่งมีผู้ใช้ราว 140 ล้านคนต่อวัน มักถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า มีส่วนเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเท็จและผิดๆอยู่เสมอ.

 

ทีมหาเสียงเผยข้อมูลสุขภาพ ‘ฮิลลารี’ แพทย์ยันพร้อมลงเลือกตั้ง ปธน.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.ย. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/723225

 

ทีมหาเสียงของ นางฮิลลารี คลินตัน เปิดเผยข้อมูลสุขภาพของนางคลินตันเพิ่มเติม หลังจากเธอได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นปอดบวมเมื่อสัปดาห์ก่อน จนเธอถูกตั้งคำถามเรื่องสุขภาพ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพุธที่ 14 ก.ย. ทีมหาเสียงของ นางฮิลลารี คลินตัน ตัวแทนพรรคเดโมแครตลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในเดือน พ.ย. เปิดเผยข้อมูลสุขภาพของ นางคลินตัน เพิ่มเติม หลังจากเธอได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นปอดบวมเมื่อสัปดาห์ก่อน และเกือบเป็นลมในพิธีรำลึก 15 ปี เหตุวินาศกรรมโจมตีตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา จนเกิดคำถามว่าเธอแข็งแรงพอจะชิงตำแหน่งผู้นำหรือไม่

ดร.ลิซา บาร์แด็ก แพทย์ส่วนตัวของ นางคลินตัน และประธานแผนกอายุรกรรมของโรงพยาบาล แคร์เมาต์ เมดิคัล ในนิวยอร์ก ระบุในจดหมายที่ส่งให้แก่สื่อในสหรัฐฯ ว่า ประเมินสุขภาพของนางคลินตันอย่างน้อย 4 ครั้งในเดือนนี้ รวมทั้งครั้งล่าสุดในวันพุธ และพบว่า ตัวแทนพรรคเดโมแครตผู้นี้มีอาการปอดบวมเฉพาะกลีบ จากการติดเชื้อแบคทีเรียที่กลีบกลางของปอดข้างขวา แต่ไม่รุนแรง

ดร.บาร์แด็ก เสริมด้วยว่า ผลการตรวจสุขภาพที่ส่วนอื่นๆ ออกมาเป็นปกติ และมีสภาพจิตใจยอดเยี่ยม ซึ่งเธอกำลังฟื้นตัวด้วยดี ด้วยยาปฏิชีวนะ ซึ่งกำหนดในเธอทานเป็นเวลา 10 วัน “ฉันพอใจในสุขภาพส่วนอื่นๆ ของนางคลินตัน และเธอไม่มีอาการป่วยใหม่ในปีนี้ นอกเหนือไปจากไซนัส และติดเชื้อในหู รวมทั้งอาการปอดบวมที่พบล่าสุด” ดร.บาร์แด็ก กล่าว โดยเธอยืนยัน นางคลินตัน ในวัย 67 ปี ยังมีสุขภาพแข็งแรง และพร้อมจะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ


โดนัลด์ ทรัมป์

ทั้งนี้ อาการปอดบวม ซึ่งทำให้ นางคลินตัน ต้องพักการหาเสียงเป็นเวลา 3 วัน และประเด็นเครื่องความโปร่งใส ทำให้เธอถูกโจมตีจากคู่แข่งสำคัญอย่าง โดนัลด์ ทรัมป์ มหาเศรษฐีตัวแทนพรรครีพับลิกัน ว่าปิดบังเรื่องอาการป่วยจากสื่อและผู้ช่วยของตัวเอง นายทรัมป์ ยังสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการพูดคุยเรื่องสุขภาพของตัวเอง รวมทั้งเผยผลการตรวจสุขภาพบางส่วนในรายการ ‘เดอะ ดร.ออซ โชว์’ ซึ่งบันทึกเทปในวันพุธ และจะออกอากาศในวันพฤหัสบดี

 

แฮกเกอร์รัสเซีย เจาะระบบ ‘วาดา’ ฉกข้อมูลตรวจโด๊ปนักกีฬาโอลิมปิก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.ย. 2559 04:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/723135

 

วีนัส วิลเลียมส์ และ ซิโมเน ไบล์ส

องค์กรต่อต้านการใช้สารกระตุ้นโลกเผย กลุ่มแฮกเกอร์รัสเซียเจาะระบบฉกข้อมูลการตรวจสารกระตุ้น ของนักกีฬาโอลิมปิก พร้อมเผยแพร่ข้อมูลของนักกีฬาอเมริกันหลายคน และขู่ว่าจะเปิดเผยข้อมูลนักกีฬาชาติอื่นๆ ด้วย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า องค์กรต่อต้านการใช้สารกระตุ้นโลก (วาดา) ออกมาเปิดเผยในวันอังคารที่ 13 ก.ย. ว่า กลุ่มแฮกเกอร์ชาวรัสเซียก่อเหตุเจาะฐานข้อมูล และขโมยข้อมูลการตรวจสารกระตุ้นของนักกีฬาโอลิมปิกอเมริกันหลายคนไป รวมทั้ง ซิโมเน ไบล์ส เจ้าของเหรียญทองยิมนาสติกชาวอเมริกัน และ วีนัส วิลเลียมส์ นักเทนนิสชื่อดังชาวอเมริกัน

วาดาระบุว่า กลุ่มอาชญากรรมไซเบอร์ ‘ซาร์ ทีม’ (Tsar Team) หรือ ‘แฟนซี แบร์’ (Fancy Bear) ซึ่งเชื่อว่าเป็นกลุ่มเดียวกับที่เจาะระบบ ขโมยข้อมูลอ่อนไหวจากคณะกรรมาธิการแห่งชาติพรรคเดโมแครตเมื่อเดือนมิ.ย. ได้เผยแพร่ข้อมูลบางสวนที่พวกเขาจารกรรมไปสู่สาธารณะ และข่มขู่ว่าจะมีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมในอนาคต

กลุ่ม แฟนซี แบร์ ยังโพสต์ข้อความลงบนเว็บไซต์ของพวกเขาด้วย โดยระบุว่า “สวัสดีพลเมืองของโลก เราขอแนะนำตัวเอง เราคือทีมแฮกนานาชาติของ แฟนซี แบร์ เราต่อสู้เพื่อการกีฬาที่ยุติธรรมและใสสะอาด” พวกเขาเผยอีกว่า “เรายังจะเปิดเผยข้อมูลเฉพาะเกี่ยวกับสมาชิกทีมนักกีฬาโอลิมปิกชาติอื่นๆ ในภายหลัง โปรดรอข้อพิสูจน์ว่านักกีฬาชื่อดังใช้สารกระตุ้นในเร็วๆ นี้”

ในเวลาต่อมา สมาคมยิมนาสติกของสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ระบุว่า ในกลุ่มไฟล์ข้อมูลที่ถูกขโมยไป รวมไปถึงผลการทดสอบสารกระตุ้นของ ซิโมเน ไบล์ส ผู้คว้า 4 เหรียญทองในการแข่งขันโอลิมปิกครั้งล่าสุดที่ริโอ เด จาเนโร ซึ่งเธอได้รับอนุญาตให้ใช้ยารักษาโรคเฉพาะกลุ่ม และไม่ได้ละเมิดข้อบังคับของการตรวจสารกระตุ้นใดๆ รวมทั้งการตรวจที่ริโอฯ ด้วย

ส่วนตัว ไบล์ส นักยิมนาสติกทีมชาติอเมริกันวัย 19 ปี ทวีตข้อความบนเว็บไซต์ทวิตเตอร์ เปิดเผยว่าตัวเธอป่วยเป็นโรคสมาธิสั้น และเธอเชื่อมั่นในการกีฬาที่ใสสะอาด และปฏิบัติตามกฎมาโดยตลอด ขณะที่วีนัส วิลเลียมส์ นักเทนนิสชื่อดัง ออกแถลงการณ์ยอมรับว่า ผลการตรวจสารกระตุ้นของเธอถูกจารกรรม และระบุด้วยว่าเธอได้รับอนุญาตให้ใช้ยารักษาโรคเช่นกัน

นอกจากข้อมูลผลตรวจการใช้สารกระตุ้นของไบล์สและวิลเลียมส์คนพี่แล้ว กลุ่มแฮกเกอร์ยังได้เผยผลตรวจของ เอเลา เดลเล ดอนน์ นักบาสเก็ตบอลหญิงชื่อดังชาวอเมริกันด้วย โดยเธอโพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์เช่นกันว่า เธออยากขอบคุณแฮกเกอร์กลุ่มนี้ที่ทำให้โลกรู้ว่า เธอใช้ยาตามใบสั่งแพทย์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย สำหรับอาการที่เธอได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น ซึ่งทาง วาดา ก็ได้อนุญาตเธอแล้ว

ทั้งนี้ วาดา กับรัสเซียมีประเด็นบาดหมางกันอยู่ เนื่องจากวาดาเสนอให้แบนนักกีฬารัสเซียทุกคน ไม่ให้ร่วมลงแข่งกันกีฬาโอลิมปิกที่ริโอ เนื่องจากพบว่า ในการแข่งขันโอลิมปิก ฤดูหนาว เมื่อปี 2014 ทีมนักกีฬาของรัสเซียมีการใช้สารผิดกฎหมายอย่างกว้าง และพบด้วยว่ากระทรวงการกีฬาของรัสเซียอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลรัสเซียรีบออกมาปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับแฮกเกอร์ทั้งสองกลุ่มทันที โดยนาย ดีมิทรี เปสคอฟ โฆษกประธานาธิบดีรัสเซีย กล่าวว่า “เราสามารถพูดได้อย่างไม่ลังเลว่า เจ้าหน้าที่ของมอสโกไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องเช่นนี้”

 

โอบามาเผย มะกันจ่อยกเลิกคว่ำบาตรเมียนมา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.ย. 2559 01:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/723085

 

บารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พบปะกับอองซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐของเมียนมา ที่ทำเนียบข่าวเมื่อวันพุธ ก่อนจะประกาศเตรียมยกเลิกคว่ำบาตรแก่ประเทศเมียนมา โดยไม่ระบุว่าจะยกเลิกการคว่ำบาตรเรื่องใด…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ประกาศในวันพุธที่ 14 ก.ย. ว่า เขาเตรียมที่จะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่อประเทศเมียนมาแล้ว หลังจากเมียนมามีการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นประชาธิปไตย และกลับมามีความสัมพันธ์อันดีกับสหรัฐอเมริกา

โอบามาประกาศเรื่องดังกล่าวหลังพบปะหารือกับนาง อองซาน ซูจี ผู้นำโดยพฤตินัยของเมียนมา ที่ห้องทำงานรูปไข่ในทำเนียบขาว โดยเขาระบุว่า “ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความก้าวหน้า ที่เราได้เห็นแล้วตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ผมจึงอยากบอกให้รู้หลังจากที่ได้หารือกับ ดอว์ ซู แล้วว่า ตอนนี้ สหรัฐฯ ได้เตรียมการเพื่อยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรที่เรากระทำต่อพม่ามาค่อนข้างนานแล้ว มันเป็นเรื่องที่ถูกต้องที่จะทำ เพื่อรับรองให้ชายพม่าเห็นรางวัลจาก การทำธุรกิจวิธีใหม่ และรัฐบาลใหม่”

อย่างไรก็ตาม โอบามาไม่ระบุอย่างเจาะจงว่า สหรัฐฯ จะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรใด แต่เผยว่าการผ่อนคลายมาตรการจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ เขายังประกาศด้วยว่า สหรัฐฯ จะเพิ่มเมียนมาเข้าไปในบัญชีประเทศกำลังพัฒนาที่ได้สถานะพิเศษทางการค้า ซึ่งจะทำให้สามารถนำเข้าสินค้าปลอดภาษีได้กว่า 5,000 ชนิด

อีกด้านหนึ่ง เจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลสหรัฐฯ เปิดเผยในเวลาต่อมาว่า มาตรการคว่ำบาตรต่อเมียนมาบางอย่างจะยังคงบังคับใช้อยู่เช่น มาตรการห้ามค้าอาวุธ เพื่อให้กลุ่มติดอาวุธในเมียนมายังอยู่ในกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตย ขณะที่ทางทำเนียบขาวระบุว่า พวกเขากำลังจะยกเลิกสถานะภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ (national emergency) ในเมียนมา ซึ่งใช้มากว่า 2 ทศวรรษแล้ว เพื่อให้สามารถยกเลิกการคว่ำบาตรที่ขัดขวางการลงทุนทางเศรษฐกิจเป็นวงกว้างในเมียนมาได้