100 เหตุผลที่ต้องไป “ดอยเสมอดาว”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย แบกกล้องเที่ยว 6 ส.ค. 2559 16:02

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/679713

 

พูดถึงสถานที่เที่ยวยอดนิยมของคนไทยนั้น หนีไม่พ้น ทะเล น้ำตก ภูเขา เพราะประเทศเรามีที่สวยๆ หลายแห่ง แต่ขอบอกเลยว่าที่ที่ แบกกล้องเที่ยว จะพาไปวันนี้ ขอบอกเลยว่ามันสุดแสนจะโรแมนติกมากๆ…




“ดอยเสมอดาว” ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติศรีน่าน ตำบลศรีสะเกษ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน เป็นสถานที่ที่อยากแนะนำให้มาสักครั้งในชีวิต ถ้าคุณอยากเจอสวรรค์บนดิน การเดินทางนั้นนอกจากรถยนต์ส่วนตัวก็สามารถนั่งรถประจำทางสายกรุงเทพฯ-เวียงสา จากสถานีขนส่งหมอชิตมาลงที่อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน จากนั้นนั่งรถประจำทางท้องถิ่นจากอำเภอเวียงสาไปยังอำเภอนาน้อย เมื่อไปถึงตัวเมืองอำเภอนาน้อยให้ถามชาวบ้าน เพราะจะมีรถรับจ้างและมอเตอร์ไซค์รับจ้างพาขึ้นไปยังดอยเสมอดาว ราคาเริ่มต้นมีตั้งแต่ 300-500 บาท หรือเหมากันไปถ้ามาหลายคน แล้วอย่าลืมนัดให้มารับวันกลับด้วย โชคดีหน่อยจะมีรถของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ วิ่งผ่านอีกด้วย เอาเป็นว่าไม่ได้เดินทางลำบากจนเกินไป และใครๆ ก็มาได้




สำหรับเรื่องของที่พักนั้น แน่นอนว่าต้องกางเต็นท์ ทางอุทยานมีเต็นท์พร้อมอุปกรณ์ให้เช่า 2 แบบ คือ เต็นท์สำหรับนอน 3 คน ราคา 405 บาท และเต็นท์สำหรับนอน 2 คน ราคา 345 บาท แต่ถ้าใครต้องการนำเต็นท์ไปเอง ทางอุทยานจะเก็บค่าธรรมเนียมคนละ 30 บาทเท่านั้น สำหรับใครที่กังวลเรื่องห้องน้ำก็หายห่วงได้เลย เพราะบริเวณดอยเสมอดาวมีห้องน้ำไว้บริการด้วย ถึงแม้ช่วงนี้จะเป็นหน้าฝนแต่ก็ยังเที่ยวได้ เพราะบนดอยมีอากาศเย็นตลอดทั้งปีและสวยงามไปอีกแบบ




ไฮไลต์ของดอยเสมอดาว ก็คือ วิวทิวทัศน์ยอดเขาน้อยใหญ่ไกลสุดลูกหูลูกตา พร้อมทั้งแม่น้ำน่านที่อยู่เบื้องล่าง เมื่อยืนอยู่บริเวณจุดชมวิวจะสามารถมองเห็นขุนเขาโดยรอบได้อย่างชัดเจน บรรยากาศเงียบสงบ เพราะที่นี่สูงจากระดับน้ำทะเล 888 เมตร โดยเฉพาะยามค่ำคืนที่คุณจะรู้สึกได้ว่ามีเพียงธรรมชาติเท่านั้นที่อยู่รอบๆ ตัว เบื้องล่างคือขุนเขา ป่าไม้ ส่วนด้านบนก็เป็นทะเลดาว ให้นอนนับกันแบบไม่จบสิ้น ใครที่มาเป็นคู่รับรองว่าฟินแน่ๆ เพราะมันสุดแสนจะโรแมนติกอ่ะ




นอกจากนอนนับดาวแล้ว ตื่นเช้ามาก็ยังแถมทะเลหมอกกับวิวพระอาทิตย์ขึ้นแบบสวยๆ อีกต่างหาก เรียกว่ามาที่เดียวครบ อีกอย่างสำหรับคนที่ชอบถ่ายรูปแล้วล่ะก็ บอกเลยที่ดอยเสมอดาวมีมุมสวยให้เพียบ รู้แบบนี้แล้วจะมีเหตุผลอะไรที่จะไม่ไปเที่ยวกันล่ะ เพราะแค่ไปนอนนับดาวตกแล้วอธิษฐาน ก็คงขอพรกันได้ถึงชาติหน้าแล้วล่ะ!!!

ที่มา – แบกกล้องเที่ยว
www.facebook.com/baagklong



 

ไนกี้ปะทะอาดิดาส! ส่อง 7 งานเด็ดรับต้นเดือนสิงหาต้องไป!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ส.ค. 2559 13:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/681552

 

ปฏิทินไทยรัฐออนไลน์สัปดาห์นี้ จะพาไปส่องงานดีๆ น่าชม ไอเทมตัวเด็ดน่าช็อป รวมถึงสินค้าแบรนด์ดังลดราคาเต็มพิกัด เตรียมต้อนรับวันแม่ที่กำลังจะมาถึง ส่วนจะมีอะไรน่าสนใจบ้าง ตามมาดูรายละเอียดทางนี้เลย

1. โขนพระราชทาน 2559


ไปชมโขน ศิลปะขั้นสูงของไทย

วันที่ 5 พ.ย. – 5 ธ.ค. 2559 ในวาระมหามงคล 2 วาระมาบรรจบกัน ได้แก่ การครบรอบการเสวยราชสมบัติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครบ 70 ปี และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ 84 พรรษา จึงมีการจัดแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน ‘พิเภกสวามิภักดิ์’ ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โดยชุดเครื่องแบบการแสดงโขนทั้งหมด เป็นงานฝีมือสุดวิจิตรจากสมาชิกศูนย์ศิลปาชีพสีบัวทอง อ.แสวงหา จ.อ่างทอง ที่ได้รับการถ่ายทอดจากครูต้นตำรับ เนินธัมมัง จ.นครศรีธรรมราช สามารถหาซื้อบัตรเข้าชมได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ทุกสาขา บัตรราคา 620 บาท 820 บาท 1,020 บาท 1,520 บาท และ 1,820 บาท รอบนักเรียนนักศึกษา ราคา 120 บาทเท่านั้น (หยุดการแสดงทุกวันจันทร์) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2262-3456

2. Zen Clearance Sale


งานนี้ช็อปฟินกระจาย

วันนี้ – 15 ส.ค. 2559 ชวนคนชอบแฟชั่นมาช็อปของลดราคาในงาน “Zen Clearance Sale” ณ ZEN Event Gallery ชั้น 8 ห้างฯเซน ภายในงานพบกับ สินค้าคุณภาพลดสูงสุด 90% นอกจากยังมอบบิ๊กเซอร์ไพรส์สินค้านาทีทอง ทุกศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ วันละ 2 รอบ เวลา 15.30 น. และเวลา 18.00 น. (รอบละ 1 ชั่วโมง) เช่น แว่นกันแดด Marco Polo 4,990 บาท เหลือ 1,290 บาท, กระเป๋าเดินทาง Samsonite 19,000 บาท เหลือ 9,500 บาท เป็นต้น เติมสินค้าใหม่ทุกวัน

3. Satin Sale Up to 80%


ช็อปเครื่องนอนลดราคาจัดเต็ม

วันนี้ – 14 ส.ค. 2559 ชวนคนรักเครื่องนอนไปช็อปชิลๆ ในงาน “Satin” Factory Sale Up to 80%” ณ โรงงานซาติน ซอยเพชรเกษม 69 ถ.เลียบคลองภาษีเจริญฝั่งใต้ (ตรงข้ามวัดหลักสาม) ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น. ภายในงานพบกับ เครื่องนอน Satin Premier Satin และ Perico นำมาลดราคาสูงสุด 80% มีจำนวนจำกัด รวมไปถึงสินค้าคอลเลกชั่นใหม่ทุกรุ่น ชุดเครื่องนอนลายการ์ตูนลิขสิทธิ์น่ารักๆ และ Accessories อย่างหมอนหนุน หมอนข้าง หมอนอิง ที่นอนปิกนิก ที่นอน 3 ตอน ผ้าม่าน และที่นอน Satin ทุกรุ่นทุกขนาด พร้อมบริการจัดส่งฟรีตามเงื่อนไขที่กำหนด สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2878-7701

4. โปรโมชั่นขนมไหว้พระจันทร์ Harrods


ขนมไหว้พระจันทร์อร่อยนุ่มละมุนลิ้น

วันนี้ – 18 ก.ย. 2559 ชวนมาอร่อยกับเทศกาลขนมไหว้พระจันทร์ “Harrods Rose Buds Royal Milk Tea” ณ ร้าน Harrods Café ทุกสาขา พบกับ การรังสรรค์ขนมไหว้พระจันทร์รสชาติใหม่ โดยได้นำชาที่ขายดีอันดับต้นๆ ของประเทศไทย มาเป็นส่วนผสมในขนม คือ ชานมกลิ่นกุหลาบ ที่มีความนุ่มนวลของนมผสมกับความหอมอ่อนโยนของชากลิ่นกุหลาบ

ขนมไหว้พระจันทร์แฮร์รอดส์ มีให้เลือกทั้งหมด 5 รสชาติ ได้แก่
– ชานมกลิ่นกุหลาบ 8 ชิ้น ราคา 758 บาทต่อกล่อง
– แบล็คเคอร์เรนท์ ฮิบิสคัส และพุทราจีน 8 ชิ้น ราคา 758 บาทต่อกล่อง
– ทุเรียนหมอนทองไข่ 8 ชิ้น ราคา 888 บาทต่อกล่อง
– คัสตาร์ดไข่ 8 ชิ้น ราคา 758 บาทต่อกล่อง
– คัสตาร์ดไวท์ทรัฟเฟิล 8 ชิ้น ราคา 758 บาทต่อกล่อง

นอกจากนี้ยังมีเซตกล่องขนมไหว้พระจันทร์ แฮร์รอดส์ เอ็กซ์คลูซีฟ ซีเล็กชั่น 2016 มี 8 ชิ้น ราคา 758 บาทต่อกล่อง ประกอบด้วย ชานมกลิ่นกุหลาบ 2 ชิ้น แบล็คเคอร์เรนท์ ฮิบิสคัส และพุทราจีน 2 ชิ้น ทุเรียนไข่ 1 ชิ้น คัสตาร์ดไข่ 3 ชิ้น พิเศษ เมื่อสั่งขนมไหว้พระจันทร์ครบ 10 กล่อง รับฟรี 1 กล่อง (จำนวนจำกัด) กรุณาสั่งจองล่วงหน้า 2 สัปดาห์

5. ไนกี้ แอร์แม็กซ์ 1 อัลตรา ฟลายนิต


ไนกี้ รองเท้าที่เบาที่สุดในโลก

วันนี้ ชวนสาวกไนกี้มาเปิดประสบการณ์ใหม่กับ “ไนกี้ แอร์แม็กซ์ 1 อัลตรา ฟลายนิต” ณ ร้าน SEEK สาขา Central Embassy, Mega Bangna, ร้านไนกี้ สาขา Siamsquare1, สาขา Siam Discovery และสาขา Centralworld, ร้าน Carnival สาขาสยามสแควร์ และร้าน Upperground Centralworld

เป็นสนีกเกอร์ที่มีน้ำหนักเบาที่สุดจากตระกูลแอร์แม็กซ์ 1 ที่เคยมีมา โดยนำเทคโนโลยีฟลายนิต มาใช้เป็นวัสดุหลักในการผลิต ทำให้รองเท้ามีน้ำหนักเบาที่สุดในโลก มีโครงสร้างหน้าผ้ารองเท้าที่ผลิตจากเส้นใยฟลายนิต ส่วนบริเวณส้นเท้าจะมีลักษณะโครงสร้างแบบปิดเพื่อเสริมการปกป้องเท้า งานเย็บแบบไร้ฝีเข็ม พื้นรองเท้าน้ำหนักเบาและยืดหยุ่น จำหน่ายในราคา 6,400 บาท

6. adidas by Stella McCartney


อาดิดาสมอบพลังรองเท้าคุณภาพสูงและหรูหรา

วันนี้ ชวนคนรักรองเท้าอาดิดาสมาชม “adidas by Stella McCartney” ณ ร้าน adidas ทุกสาขา พบกับรองเท้าที่ผสมผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับดีไซน์อันงดงาม ทำให้คุณแข็งแกร่งและหรูหราดั่งเพชร ภายใต้แคมเปญ Fall/Winter 2016

โดยเปิดตัวซุปเปอร์โมเดล Karlie Kloss มาเป็นส่วนหนึ่งของ adidas เธอมีศักยภาพหลากหลายด้านแบบไม่จำกัด เช่น อาชีพนางแบบระดับโลก นักกีฬา โปรแกรมเมอร์ และทำงานช่วยเหลือเอื้อเฟื้อต่อเพื่อนมนุษย์ จนทำให้หญิงสาววัย 23 ปี คนนี้ได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬาหญิงทั่วโลก

7. Roger Vivier Retrospective Exhibition


รองเท้าแบรนด์ดังฝรั่งเศส อยู่มายาวนาน 80 ปี

วันนี้ – 14 ก.ย. 2559 ชวนคนชอบประวัติศาสตร์แห่งรองเท้าแฟชั่นมาร่วมงาน “Roger Vivier Retrospective Exhibition” ณ บริเวณ เอ็มโพเรียม แกลอรี่ ชั้น M ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม เข้าชมได้ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น. ภายในงานพบกับแบรนด์รองเท้าและเครื่องหนังสุดคลาสสิกจากฝรั่งเศสอย่าง ‘โรเฌร์ วิวีเยร์’ แบรนด์ที่มีมานานถึง 80 ปี เป็นผู้นำด้านรองเท้าระดับไฮเอนด์ชื่อดังของโลก ในงานนี้จัดแสดงประวัติ เรื่องราว และการทำงานของนักดีไซเนอร์รองเท้า “มร.โรเฌร์ วิวีเยร์” ผู้ก่อตั้งแบรนด์ พร้อมชมภาพคอลเลกชั่นที่เหล่าราชวงศ์และสไตล์ไอคอนชื่อดังสวมใส่รองเท้าแบรนด์นี้ในวาระสำคัญต่างๆ สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2664-8442.

 

ศุกร์สบาย 05/08/59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 5 ส.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/681512

 

ช็อปปิ้ง-โปรโมชั่น

ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 จัด To Mom With Love 2016 ช็อปปิ้งสินค้าพรีเมียมเอาใจคุณแม่และลูกๆ ที่ชั้น G, M ในวันที่ 9-14 ส.ค. …มารีเมกโกะ แบรนด์แห่งลายพิมพ์สัญชาติฟินนิช จัดกิจกรรมวันแม่ เพียงโพสต์รูปความผูกพันระหว่างแม่ลูก และ Marimekko พร้อม #Marimekko Gift ForMom จาก Social Media (Instagram หรือ Facebook) รับทันทีส่วนลด 10% ถึง 14 ส.ค. ที่ชั้น 1 โซนเอเทรียม เซ็นทรัลเวิลด์, ชั้น 2 เซ็นทรัลเอ็มบาสซี, ชั้น G สยามดิสคัฟเวอรี่…ซีไลฟ์ แบงคอก โอเชี่ยน เวิร์ล จัดแสดง “ปลาไทย 10 สายพันธุ์” พร้อมโปรโมชั่นสุดคุ้ม “ซื้อ 1 แถม 1 บัตรเข้าชมซีไลฟ์ แบงคอก โอเชี่ยน เวิร์ล” เมื่อซื้อทางออนไลน์และชำระเงินผ่าน Rabbit LINE Pay บน www.sealifebangkok.com  วันที่ 7-13 ส.ค. ทุกวันในเวลา 10.00-21.00 น. ที่ซีไลฟ์ แบงคอก โอเชี่ยน เวิร์ล,
ชั้น บี 1-บี 2 สยามพารากอน…..ร้านอาหาร พาร์เลอร์ (Parlour Restaurant) ชั้น 1 อาคาร E คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (ซีดีซี) จัดโปรโมชั่นพิเศษให้แม่-ลูกที่มาอิ่มอร่อยในวันแม่ 12 ส.ค. รับฟรีเห็ดทอดพาร์เลอร์ ฟรีทันที 1 จาน เมื่อถ่ายรูปคู่กันแล้วโพสต์ลงเฟซบุ๊ก parlour Restaurant &Bar at CDC พร้อมรับส่วนลดอาหารและเครื่องดื่ม 10% โดยสำรองที่นั่งล่วงหน้า ก่อน 11 ส.ค. โทร. 0-2102-2566, 0-2101-2599…ร้านอาหารสีฟ้า ฉลอง 80 ปี จัดโปรโมชั่นวันศุกร์สีฟ้า “กินข้าวหน้าไก่ราชวงศ์ 8 บาท!!!” ในแต่ละสาขาทุกวันศุกร์ ศุกร์ละ 1 สาขา ให้อิ่มอร่อยกันอย่างจุใจ ติดตามได้ที่ www.facebook.com/SeefahFanPage … โรงแรมแมนดาริน จัดโปรโมชั่นวันแม่แห่งชาติ คุณลูกพาคุณแม่มากินบุฟเฟ่ต์ ทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็น คุณแม่กินฟรี โทร. 0-2238-0230…รมย์รวินท์ บิวตี้ ต้อนรับวันแม่ ให้ลูกๆที่เป็นสมาชิกรมย์รวินท์ ชวนคุณแม่มาสวย ด้วยโปรแกรมเลเซอร์กระตุ้นคอลลาเจน สำหรับ 5 คนต่อสาขา เฉพาะวันที่ 12 ส.ค.เท่านั้น โทร. 08-0153-9000 โทร.ก่อนได้สิทธิ์ก่อน.


กิจกรรมน่าสนใจ

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จัดกิจกรรม “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) อิ่มสุข ไรซ์เบอร์รี่ อินทรีย์ ก้าวไกล” ในวันที่ 8-14 ส.ค. ที่ศูนย์ การค้าสยามพารากอน เฉพาะวันแม่แห่งชาติ แจกของที่ระลึกสำหรับคู่แม่ลูกด้วย…..ศูนย์การค้าแฟชั่น ไอส์แลนด์ จัดงาน Mom’s Festival 2016 พบนิทรรศการหัตถศิลป์ผ้าไทย เทิดไท้ราชินี มีการแสดงชุดเอกลักษณ์ ไทยจากเวทีมิสแกรนด์ ไทยแลนด์ ที่ลานกิจกรรมชั้น 3 วันที่ 5-14 ส.ค. …ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) จัดงาน “นวัตศิลป์ไทย เทิดไท้องค์ราชินี” แสดงดอกไม้เรืองแสงตระการตา วันนี้-7 ส.ค. ที่ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพฯบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา เวลา 10.00-20.00 น. โทร. 0-3536-7054-6 ต่อ 1376 หรือสายด่วน 1289 หรือ www.sacict.or.th …ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค ร่วมกับโครงการหลวง และสถานทูตประจำประเทศไทย 8 ประเทศ จัดงาน “ศิลป์แผ่นดิน…ถิ่นแม่หลวง” ในวันที่ 5-14 ส.ค. ที่บริเวณแคสคาต้า ชั้น G…ศูนย์ฮาร์พตำหนักประถม จัดเทศกาลดนตรีและการแข่งขันเยาวชนนานาชาติ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2016 วันที่ 5-11 ส.ค. ที่หอแสดงดนตรี อาคารศิลปวัฒนธรรม จุฬาฯ จองบัตรที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์…เอไอเอส จัดกิจกรรมสานรักวันแม่ ตอน “คุณแม่ มาก่อน” ลุ้นรับบัตรชมหนังเรื่อง Pete’s Dragon ที่โรง Embassy Diplomat Screens by AIS, เซ็นทรัล เอ็มบาสซี วันที่ 27 ส.ค.59 เพียงโพสต์รูปเซลฟี่แม่-ลูกขณะกำลังทำกิจกรรม พร้อมเขียนคำบรรยายภาพสั้นๆว่า คุณทำอย่างไรให้คุณแม่รู้สึกว่าท่านมีความสำคัญกับคุณ โพสต์มาที่ www.sarnrakactivity.com  ภายในวันที่ 19 ส.ค.59…บีอีเอ็ม (บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพฯ) จัดกิจกรรม “BEM ชวนแม่ลูกเที่ยวฟาร์มออร์แกนิก CORO FIELD จ.ราชบุรี” โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สมัครที่ www.bemple.co.th  ภายในวันที่ 19 ส.ค.



พีพีกำลังจะเปลี่ยนไป! 5 สถานที่เที่ยวกระบี่ต้องไปให้เห็นกับตา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ส.ค. 2559 13:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/679497

 

ถ้าพูดถึงเกาะในฝันของนักท่องเที่ยว ต้องมีชื่อของเกาะพีพีเป็นหนึ่งในนั้น เกาะที่สักครั้งหนึ่งต้องไปให้ได้ ใครหลายคนคงเคยไปเยือนอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี กันแล้ว ครั้งนี้ ไทยรัฐออนไลน์ ได้มีโอกาสติดตาม บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ได้จับมือนักวิชาการ หน่วยงานภาครัฐและชุมชน ริเริ่มโครงการพัฒนาอย่างยั่งยืนในชื่อ “พีพี กำลังจะเปลี่ยนไป” ภายใต้กรอบ “พีพี โมเดล” ของ ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ร่วมสร้างความยั่งยืนให้สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม…


มอบทุ่นจอดเรือที่ทะเลแหวก เพื่อป้องกันไม่ให้แนวปะการังเสียหายจากการทิ้งสมอของเรือท่องเที่ยว


เล่าให้ฟังกันคร่าวๆ ก่อนว่า โครงการ “พีพี กำลังจะเปลี่ยนไป” เป็นการดำเนินกิจกรรมเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างยั่งยืน ตามกรอบแนวคิด พีพีโมเดล คือการควบคุม ดูแล รักษา ฟื้นฟู ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลของอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เป็นแนวทางที่ใช้จัดการอุทยาน โดยอิงตามหลัก IUCN ด้วยวิธี Nature Based Solution หรือการใช้หลักธรรมชาติเพื่อแก้ไขปัญหา เป้าหมายของกิจกรรมในครั้งนี้ คืออยากชวนคนไทยทุกคนให้มาช่วยกันสร้างความเปลี่ยนแปลงใหม่ให้กับหมู่เกาะพีพี

หลายคนรู้อยู่แล้วว่าหลังจากเกิดปะการังฟอกขาวทั่วประเทศ อุทยานฯ ได้รับผลกระทบขั้นวิกฤติ 1 บริเวณ (ทะเลแหวก) และรุนแรง 2 บริเวณ (เกาะไผ่ตะวันตกและอ่าวโละบาเกา) จึงมีการจัดการด้านต่างๆ เพื่อรับมือปะการังฟอกขาว ซึ่งครั้งนี้ เราได้มีโอกาสได้ไปลงพื้นที่ ฟื้นฟู ด้วยการรักษาแนวปะการัง และนอกจากนั้นเรายังเก็บภาพสถานที่น่าท่องเที่ยวของเกาะพีพีและใกล้เคียงมาฝากกัน มีที่ไหนกันบ้างไปชม



1.เกาะพีพีดอน



หาดสวยสุดๆ


เกาะพีพีดอน เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะพีพี มีหาดทรายสวยงาม น้ำใส สามารถเดินเที่ยวได้รอบเกาะ ความสวยงามของเกาะอยู่ที่ชายหาดต่างๆ มีที่พักกระจายกันไป ไม่หนาแน่น เล่นน้ำได้ดี มีจุดดำน้ำ

2.ทะเลแหวก 


ทะเลแหวก


แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมใน จ.กระบี่ บริเวณนี้เป็นจุดท่องเที่ยวซึ่งเป็นที่ตั้งของเกาะ 3 เกาะ คือ เกาะทับ เกาะไก่ และเกาะหม้อ ซึ่งเวลาน้ำลงจะเห็นสันทรายเป็นทางเชื่อมระหว่าง 3 เกาะ สามารถเดินข้ามไปมาระหว่างเกาะได้ การเดินเที่ยวชมแต่ละเกาะก็จะได้ชมวิวสวยๆ

3.อ่าวมาหยา





ถือว่าเป็นทะเลไทยที่สวยติดอันดับโลก ได้ชื่อว่าเป็นเกาะสวรรค์ เวิ้งอ่าวใหญ่โอบล้อมด้วยแนวหน้าผาจน ลักษณะของอ่าวมาหยา จะคล้ายกับทะเลใน Lagoon ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะพีพี นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นไฮไลต์ของ จ.กระบี่ ถ้ามากระบี่ไม่ได้มาเยือนที่นี่ถือว่ามาไม่ถึงเลยก็ว่าได้


4.อ่าวโล๊ะซามะ


ดำน้ำตื้นที่อ่าวโล๊ะซามะ


ดำน้ำรักษาแนวปะการัง

เวิ้งอ่าวแคบๆ อีกแห่งหนึ่งที่น้ำทะเลสวยใสแบบสุดๆ ที่นี่ยังมีจุดดำน้ำตื้น snorkeling ที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง ของเกาะพีพีเลเลยก็ว่าได้ ถึงแม้ที่นี่จะมีขนาดไม่ใหญ่ และไม่สวยงามเท่าอ่าวมาหยา แต่รับรองใครไม่ชอบความวุ่นวายที่นี่เป็นทางเลือกอีกหนึ่งทาง

5.อ่าวปิเละ



ที่นี่มีลักษณะเป็นส่วนเว้าของเกาะคล้ายจันทร์เสี้ยวเป็นห้องขนาดใหญ่ซึ่งมีโขดหินผาสูงชัน มีภูเขาหินล้อมรอบ และน้ำทะเลใสนิ่ง บอกเลยว่าสวยจนหลายคนประทับใจ อ่าวปิเล๊ะ มีหน้าผาสูงชันปิดล้อมเกือบรอบด้าน ไม่มีคลื่นลม น้ำทะเลใสสะอาด พื้นน้ำนิ่ง จนมองเห็นพันเห็นหมื่นปะการังอยู่ด้านล่าง ปะการังหลากหลายรูปทรง



นักท่องเที่ยวต่างชาติมากมาย

มีมากกว่า ‘กาสิโน’ และ ‘ทาร์ตไข่’ รวมที่เที่ยวมาเก๊าแบบอันซีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ส.ค. 2559 06:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/647772

 

ก่อนไปเราตั้งคำถามกับตัวเองว่า ไปมาเก๊าจะเที่ยวไหนดี? การเดินทางไปมาเก๊าครั้งแรก เรื่องราวระหว่างทางทำให้เราเผลอหลงรักไม่รู้ตัว กับที่ท่องเที่ยวเล็กๆ ที่ไม่ไกลจากบ้านเรามากนัก ระยะเวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปมาเก๊าโดยเฉลี่ยคือ 2 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น ถือเป็นทางเลือกดีๆ สำหรับชาวไทยที่ไม่อยากใช้เวลาเดินทางนานมากนัก ทริปครั้งนี้ ไทยรัฐออนไลน์ ได้มีโอกาสไปเยือนมาเก๊าไปกับการท่องเที่ยวมาเก๊าประจำประเทศไทยโดยใช้เวลา 4 วัน 3 คืน…





วันที่ 1 : หลงรักเกาะเล็กๆ “มาเก๊าก็เก๋าอยู่นะ”

เดินทางถึงสนามบินนานาชาติมาเก๊า เราไม่รอช้าขอทำความรู้จักกับมาเก๊าแบบคร่าวๆ เพราะเราสงสัยว่าที่นี่ นอกจากกาสิโนและขนมทาร์ตไข่มีอะไรน่าสนใจอีกบ้าง ยืดเส้นยืดสายพอสมควรเราเดินตรงแวะเคาน์เตอร์ การท่องเที่ยวมาเก๊าที่สนามบิน เพื่อรับข้อมูลการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวทุกคนสามารถแวะเวียนเข้าไปขอข้อมูลได้ มีทั้งแผนที่ แผ่นพับและหนังสือแจกให้กับนักท่องเที่ยวที่ต้องการ หากต้องการสอบถามข้อมูลอะไรเจ้าหน้าที่ก็ยินดีจะตอบ

หลังจากนั้นเราได้มาเยือนที่พักโรงแรม ASCOTT MACAU หรูหรา ห้องใหญ่โต เราประทับใจสุดๆ เดินชมโรงแรม ทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้ว เราได้เดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่แรก “ทะเลสาบนัมวา” ได้ชมกิจกรรมงาน “Anim’Arte” ซึ่งเป็นตลาดนัดงานศิลปะ งานฝีมือ และกิจกรรม outdoor มากมาย ที่นี่อารมณ์เหมือนเดินเล่นสวนสาธารณะบ้านเรา มีลานให้เด็กๆ ได้วิ่งเล่น มีปั่นเรือเป็ดให้หนุ่มสาวได้สวีตกัน บรรยากาศดีไม่ใช่เล่น ใครชอบการเดินเล่นชิลๆ เราแนะนำให้มาที่นี่ในช่วงเย็นๆ ผ่อนคลายอารมณ์ได้เป็นอย่างดีทีเดียว



หลังจากนั้นเราได้เดินทางไปยังอีกหนึ่งแลนด์มาร์กของมาเก๊า คือ “มาเก๊าทาวเวอร์” (Macau Tower) เป็นหอคอย ที่มีความสูงอันดับ 10 ของโลก และเป็นอันดับ 8 ของเอเชีย มีความสูง 338 เมตร เราได้ชมวิวรอบๆ เกาะมาเก๊า ทั้งยังได้ดูกิจกรรมที่น่าตื่นเต้น ใครชอบกิจกรรมหวาดเสียวแบบนี้ต้องลองสักครั้งกับ Sky Walk มันคือการเดินชมวิวรอบหอคอยด้านนอก และ Sky Jump คล้ายกับการโดด Bungy Jump




สำหรับวันแรกก่อนกลับไปพักผ่อนที่โรงแรมเราแวะเดินเล่นบริเวณ St.Lazarus District เราหลงรักที่นี่ โดยเฉพาะเวลาค่ำที่นี่เปิดไฟสว่างไสวเหลืองอร่ามทั้งคืน ทั้งยังมีตึกมากมายงดงาม บอกเลยว่าเสน่ห์ของมาเก๊าอีกหนึ่งอย่างคือตึกอาคารสวยหลากหลายแบบ มองจากในภาพว่าสวยแล้วแต่ถ้าคุณได้เห็นกับตาคุณจะประทับใจอย่างแน่นอน



วันที่ 2 : มรดกโลกกับธรรมชาติที่ซ่อนอยู่ในมาเก๊า

สำหรับเช้าวันที่สอง เราได้ไปชม “รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม” เคล้าวิวทิวทัศน์ของมาเก๊าและเกาะไทปา ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กยอดนิยมของมาเก๊าที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องแวะชื่นชมองค์เจ้าแม่กวนอิมเป็นรูปปั้นสีทองประดิษฐานบนดอกบัว ภายในฐานรูปปั้นเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงประวัติความเป็นมา ทั้งยังเป็นพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามานั่งพักและนั่งสมาธิอีกด้วย



ต่อมาเราได้แวะสักการะเทพอาม่า ที่ “วัดอาม่า” หนึ่งในมรดกโลกและเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในมาเก๊า สร้างขึ้นมากกว่าห้าร้อยกว่าปี เรียกได้ว่าสร้างมาก่อนที่มาเก๊าจะกำเนิดขึ้นเสียอีก และคุณรู้หรือไม่ว่าวัดอาม่าเป็นที่มาของคำว่า ‘มาเก๊า’ อีกด้วย บริเวณทางเข้ามีก้อนหินใหญ่สลักรูปเรือสำเภาเอาไว้ จากนั้นเราก็เดินขึ้นเขาไป มันจะเป็นสเต็ป โดยเริ่มไหว้จากข้างล่างก่อนแล้วค่อยเดินขึ้นไปไหว้ตามจุดต่างๆ จนถึงข้างบนสุด



จากนั้นเราก็ได้ไปเยือน “หมู่บ้านวัฒนธรรมอาม่า” ที่นี่งดงามด้วยศูนย์วัฒนธรรมขนาด 7,000 ตารางเมตร ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเฉลิมฉลองตำนานของเทพธิดาแห่งชาวเรือ เป็นสถาปัตยกรรมของหมู่บ้าน โดยหลักแล้วประกอบด้วยประตูหน้าแบบศาลา แท่นบูชาแกะสลักด้วยหินอ่อน วังทิ้นเฮ่า หอแต่งตัว หอระฆังและหอกลอง ศูนย์ขนาดใหญ่นี้ดึงดูดผู้ที่มีความศรัทธาต่ออาม่า นอกจากนั้นนักท่องเที่ยวสามารถหาความสดชื่นได้จากสวนที่อยู่ถัดไปจากหมู่บ้าน หรือเดินตามเส้นทางขึ้นเขาเพื่อไปชม ที่อยู่บนยอดเขา และชมวิวที่งดงามของเกาะ ซึ่งที่นี่มีรูปปั้นอาม่าหรือเจ้าแม่ทับทิมที่สูงที่สุดในโลก




หลังจากนั้นเราได้เดินขึ้นเขาไปชม “อ่างเก็บน้ำฮักซา-สวนบาร์บีคิว” (Hac Sa Reservoir Country Park) เราไม่คิดว่าจะมีสถานที่แบบนี้อยู่ในมาเก๊า นอกจากตึกสวยๆ มากมายในมาเก๊าแล้วที่นี่ยังมีแหล่งธรรมชาติที่เราต้องบอกเลยว่า สดชื่น ร่มรื่น ได้รับโอโซนแบบเต็มปอด ที่นี่เป็นสวนสาธารณะที่ชาวมาเก๊านิยมไปพักผ่อนหย่อนใจล้อมรอบด้วยแมกไม้นานาพรรณของเขาโลอาน มีทั้งอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ น้ำตกจำลอง และที่สำคัญมีสถานที่ปิกนิกบาร์บีคิวไว้ให้นักท่องเที่ยวอีกด้วย




สถานที่สุดท้ายของวันนี้เราแวะไปเดินถ่ายรูปเล่นชิลๆ ที่ “หาดฮักซา” (Hac Sa Beach) เมื่อได้เห็นก็รู้สึกแปลกตาไปอีกแบบกับหาดทรายสีดำ ถึงจะไม่ได้ดำสนิทอย่างที่เราคาดหวังไว้แต่ก็ยังแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวมากมาย ที่นี่เป็นหาดทรายที่มีความพิเศษตรงที่น้ำในทะเลเป็นน้ำอุ่น และไม่มีคลื่น



วันที่ 3 : STEP OUT เดินเรื่อยๆ เหนื่อยก็พักที่มาเก๊า

สำหรับวันที่ 3 นี้บอกเลยวันนี้เราเดินกันลูกเดียว เดินไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็แวะพัก เริ่มจาก “บ้านแมนดาริน” (Mandarin’s House) ที่นี่งดงามด้วยบ้านเรือนหลายหลัง ผู้รู้บอกกับเราว่าคฤหาสน์แมนดารินสร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ.1874 เดิมเคยเป็นคฤหาสน์ที่อาศัยของนักประพันธ์จีนนามว่า เฉิง กวนยิง ที่นี่เป็นบ้านจีนแบบโบราณ ทั้งยังผสมด้วยรายละเอียดของความเป็นจีนและตะวันตกอย่างลงตัว




เดินไปอีกนิดถึง “โบสถ์เซนต์ลอเรนซ์” (St. Lawrence’s Church) หนึ่งในสามโบสถ์เก่าแก่ที่สุดในมาเก๊า ผ่านการบูรณะหลายครั้งจนถึงครั้งที่เห็นในปัจจุบัน ที่นี่ตั้งอยู่บนเนินเขามองลงไปคือทะเล บริเวณที่โบสถ์ตั้งอยู่เคยเป็นสถานที่ของครอบครัวที่มีฐานะ ซึ่งจะเห็นได้จากขนาดและสถาปัตยกรรมของอาคารซึ่งเป็นแบบนีโอคลาสสิกที่มีการตกแต่งแบบบารอกอยู่นิดๆ



“โรงเรียนศาสนาและโบสถ์เซนต์โจเซฟ” (St. Joseph’s Seminary and Church) ที่นี่ถูกก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1728 เคยเป็นฐานสำคัญของผู้สอนศาสนาที่ทำงานในจีน ญี่ปุ่น และบริเวณใกล้เคียง โรงเรียนสอนศาสนาเซนต์โจเซฟสอนหลักสูตรเทียบเท่ามหาวิทยาลัย และในปี ค.ศ. 1800 พระราชินีโดนา มาเรียที่ 1 แห่งโปรตุเกสได้เสด็จมาประทานพระราชกระแสในหัวข้อ “House of the Mission Congregation” ถัดไปจากโรงเรียนสอนศาสนาเซนต์โจเซฟคือโบสถ์เซนต์โจเซฟซึ่งถูกก่อสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1758 ซึ่งเป็นตัวอย่างของสถาปัตยกรรมบารอกในจีนตามที่ระบุไว้ในสิ่งพิมพ์ขององค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 2001



“โรงละครดอมเปโดรที่ห้า” (Dom Pedro V Theatre) โรงละครนี้ถูกก่อสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1860 เป็นโรงละครแบบตะวันตกแห่งแรกในจีนที่สามารถจุผู้ชมได้ 300 คน โรงละครแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่สำคัญมากสำหรับชาวมาเก๊า และยังคงเป็นสถานที่จัดแสดงงานและการเฉลิมฉลองต่างๆ ที่สำคัญอยู่


เมื่อพักกินข้าวจนหายเหยื่อยแล้ว เราก็นั่งรถไปเที่ยวที่ “พิพิธภัณฑ์บ้านไทปา” (Taipa Village) เป็นหนึ่งในมรดกตกทอดทางวัฒนธรรมของเกาะไทปา เราชอบที่นี่มาก ด้วยความสวยแบบบ้านสไตล์โปรตุเกสทาสีเขียว 5 หลัง ซึ่งที่นี่ได้รับการจัดอันดับติดหนึ่งในแปดสถานที่ยอดนิยมของมาเก๊าอีกด้วย บอกตรงๆ เราไม่แปลกใจเลยเมื่อได้เดินชมบริเวณรอบๆ ก็มีนักท่องเที่ยวเยอะแยะมากมายรวมถึง คู่หนุ่มสาวที่กำลังจะแต่งงานมาถ่ายพรีเวดดิ้งอีกหลายคู่ด้วย



ก่อนกลับไปพักผ่อน เราได้แวะ Studio City ชมวิวมาเก๊าจากกระเช้าลอยฟ้าหรือชิงช้าสวรรค์ขนาดยักษ์ ชื่อว่า ‘The Golden Reel‘ มันดึงดูดเราด้วยดีไซน์สวยงามเป็นเลข 8 หรืออินฟินิตี้ สำหรับวันนี้บอกเลยว่าตื่นตาตื่นใจสุดๆ เหนื่อยแต่สนุกมากๆ จนอยากให้ทุกคนได้ตามรอยกันมา



วันที่ 4 : ความงดงามในวันฝนตก

วันสุดท้ายของการเที่ยวมาเก๊า ใครจะพลาดแวะชม “ซากประตูโบสถ์เซนต์ปอล” (Ruins of St. Paul’s) ไม่มาที่นี่ก็เหมือนมาไม่ถึงมาเก๊า วันนั้นฝนตกพรำๆ แต่บอกเลยว่านักท่องเที่ยวยังคงแน่นขนัด แม้ฝนจะตกแต่ความสวยความงดงามของซากประตูโบสถ์เซนต์ปอลไม่ได้ทำให้เราผิดหวังเลย ผู้รู้ได้บอกกับเราว่าโบสถ์แห่งนี้ได้รับการออกแบบโดยนักบวชเยซุอิคชาวอิตาลี โดยตัวโบสถ์สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1835 ได้ถูกเพลิงไหม้ทำให้เหลือเพียงซากประตูด้านหน้าที่บอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์


จบทริปนี้ที่ “จัตุรัสเซนาโด” (Senado Square) ถึงแม้จะเป็นวันฝนตกอย่างที่บอกไว้แต่เราก็ค่อนข้างประทับใจที่นี่ รอบๆ จัตุรัสเซนาโดเต็มไปด้วยตึกที่สร้างตามสไตล์ยุโรป รายล้อมไปด้วยอาคารแบบนีโอ-คลาสสิก ทาสีพาสเทล พื้นปูหินก้อนจากโปรตุเกส ที่ต้องบอกได้เลยว่าสวยงามมากๆ สำหรับใครที่ไปมาเก๊าเป็นไปไม่ได้เลยที่คุณจะพลาดที่นี่ เพราะนอกจากตึกสวยๆ ให้คุณได้ถ่ายรูปชิกๆ กันแล้ว ใครอยู่ที่เซนาโดคุณสามารถที่จะเดินเชื่อมต่อไปเที่ยวยังสถานที่ต่างๆ ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นแหล่งช็อปปิ้ง สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ชมทัศนียภาพบ้านเมือง


จบทริปสั้นๆ ที่เราใช้ระยะเวลา 4 วัน 3 คืน บอกเลยว่าที่นี่ไม่ได้มีเพียงกาสิโนหรือทาร์ตไข่ที่ขึ้นชื่อ เราหลงรักที่เล็กๆ แห่งนี้แบบไม่รู้ตัว ถ้าถามว่าจะกลับมาที่นี่อีกมั้ย รับรองว่าถ้ามีโอกาสเราจะกลับไปเที่ยวเกาะเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวน่าสนใจแห่งนี้อย่างแน่นอน

 

ไปกันไหม? เที่ยว 4 เกาะที่กระบี่ แค่ 800!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย แบกกล้องเที่ยว 30 ก.ค. 2559 16:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/673421

 

สวัสดีท่านผู้อ่านไทยรัฐทุกท่านครับ สัปดาห์ที่แล้ว แบกกล้องเที่ยว พาทุกท่านไปชมวิถีชีวิตชุมชนที่จังหวัดกระบี่ กันมาแล้ว (“เกาะกลาง” ชุมชนเล็กเสน่ห์เหลือล้นที่กระบี่ ) สัปดาห์นี้เราจะพาไปเที่ยวเกาะรอบๆที่มีชื่อเสียงและสวยงาม ในราคาที่คุ้มสุดๆ คือค่าเรือแบบวันเดย์ทริป 4 เกาะอยู่ที่คนละ 600-800 บาท ครับ พร้อมอาหารกลางวัน ดีใช่ไหมล่ะ!

เมื่อจ่ายเงินเรียบร้อยก็รอรถสองแถวมารับถึงที่โรงแรมเลยครับ นั่งรถมาประมาณ 15 นาที แล้วมาถึงก็มาลงทะเบียนแล้วนั่งรอเรียกขึ้นเรือครับ ที่แรก เราไปกันที่ หาดไร่เลย์ อ่าวพระนาง กันครับ สถานที่แห่งนี้เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวกระบี่ ซึ่งจะอยู่ติดกับแผ่นดิน ใกล้ๆ กับอ่าวนาง แต่ต้องเดินทางด้วยเรือหางยาวอ้อมภูเขามายัง อ่าวไร่เลย์ ก่อน เมื่อมาถึงบริเวณ หาดไร่เลย์ แล้วเดินขึ้นไปจุดสุดหาดก็จะเป็นถ้ำเล็กๆ ที่เรียกกันว่า “ถ้ำพระนาง”





ซึ่งที่นี่ก็มีเรื่องเล่าเป็นตำนานมาอย่างยาวนานว่า สมัยหนึ่งนานมาแล้วมีหญิงสาวสวยคนหนึ่ง มีชายหนุ่มมาหมายปองเป็นจำนวนมาก และมีการยกขบวนมาแย่งชิงนาง จนเกิดการต่อสู้กันชุลมุนวุ่นวายไปหมด พระฤาษีที่จำศีลอยู่ในถ้ำได้ยินจึงสาปให้เป็นหินไปทั้งหมด หญิงสาวผู้เลอโฉมกลายเป็นถ้ำนาง ส่วนชายหนุ่มทั้งหลายได้กลายเป็นเกาะหัวขวาน เกาะปอดะ เขาหงอนนาค เขาหางนาค ขันหมากที่จมลงในทะเลเป็นภูเขา รูปขันหมากอยู่หน้าถ้ำนาง ส่วนข้าวเหนียวกวนที่นำมาในงานแต่งงาน ได้กลายเป็นสุสานหอย




มากันที่เกาะต่อไป “ทะเลแหวก” แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่ถูกขนานนามให้เป็น Unseen Thailand ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกอันเนื่องมาจากความมหัศจรรย์ของธรรมชาติในยามน้ำลดที่พัดพาเอาเม็ดทรายมาบรรจบกันไว้ ณ จุดนี้จนทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “ทะเลแหวก” ขึ้น และเผยให้เห็นส่วนของสันทรายขาวละเอียดทอดตัวเป็นแนวยาวเชื่อมต่อถึงกัน ได้ระหว่างเกาะ 3 เกาะคือ เกาะไก่ เกาะหม้อ และเกาะทับ และแนวสันทรายนี้จะค่อยๆ จมหายไปใต้ผืนน้ำเมื่อเข้าสู่ช่วงเวลาน้ำขึ้นของแต่ละวันครับ




จากนั้นเมื่อเดินทางออกมาจากทะเลแหวกอ้อมไปทางฝั่งทิศตะวันตกก็จะพบกับ “เกาะไก่” หรือ “เกาะด้ามขวาน” เกาะรูปร่างประหลาดซึ่งกลายเป็นที่มาของชื่ออันหลากหลาย ทั้งนี้เพราะเมื่อมองมาจากระยะไกลแล้วเราจะพบกับประติมากรรมเขาหินปูนที่รวมตัวกันเป็นรูปหัวไก่ และมีจะงอยปากยื่นออกมาอย่างเห็นได้ชัด และถ้ามองในมุมที่พอเหมาะพอดีก็จะเห็นเป็นตัวไก่นอนหมอบอยู่ท่ามกลางผืนน้ำ ให้สมกับชื่อที่เรียกกันมาอย่างไม่ต้องจินตนาการเลยทีเดียว และเมื่อเลี้ยวลัดเลาะผ่านตัวไก่อ้อมไปยังอีกฟากหนึ่งของเกาะก็จะพบกับจุดดำน้ำตื้น ที่ยังได้พบกับฝูงปลาจำนวนมากเลยครับ





จากเกาะไก่ เรามุ่งหน้าไปยัง “เกาะปอดะ” เกาะที่ได้ชื่อว่ามีชายหาดสวยงามที่สุดในกลุ่มเกาะหน้าอ่าวนาง ซึ่งลักษณะของเกาะปอดะนี้จะเป็นเกาะที่มีหาดทรายล้อมรอบทั้งสามด้าน ชายหาดบนเกาะแห่งนี้มีเม็ดทรายที่ขาว ละเอียดเนียนนุ่มเท้า ดังนั้นจึงเป็นที่นิยมของบรรดาเหล่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่จะมานอนอาบแดดย้อมสีผิวและเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน นอกจากนี้ บริเวณหน้าหาดยังเป็นจุดจอดเรือหางยาวด้วยครับ

เรียกว่าคุ้มค่ามากๆ ถ้าใครเน้นเที่ยวแบบวันเดียวจบ เพราะได้ชมความงามของทั้ง 4 เกาะของกระบี่ ผมอยากแนะนำให้มาช่วงวันธรรมดา คนจะน้อยเที่ยวสนุกไม่แย่งกันดีครับ แล้วมาพบกันใหม่สัปดาห์หน้ากับ แบกกล้องเที่ยว

ที่มา – แบกกล้องเที่ยว
www.facebook.com/baagklong



 

ช็อปของถูกเชิญทางนี้! 9 โปรโมชั่นเด็ดพิชิตใจ ประหยัดสุดคุ้มเช็กด่วน!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ก.ค. 2559 14:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/675278

 

ปรบมือดังๆ รับวันสุดสัปดาห์กันหน่อย เย้! ทำงานมา 5 วันเต็ม เดี๋ยวก็ได้หยุดพักผ่อนแล้วเนอะ สัปดาห์สิ้นเดือนอย่างนี้ หลายคนบอก “ได้เวลาช็อปกระจาย” แต่เดี๋ยวก่อน ยุคนี้เราต้องรัดเข็มขัด ต้องช็อปแบบมีสตินิดนึง มองหาของลดราคากันดีกว่า

ปฏิทิน ไทยรัฐออนไลน์ สัปดาห์นี้มีข่าวงานสินค้าลดราคามาบอกต่อ 2-3 งาน นอกจากนี้ก็มีข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับสุขภาพ รวมถึงไอเทมเด็ดสำหรับสาวๆ มาแนะนำด้วย อย่ารอช้า มาเช็กลิสต์ด่วนๆ

1. Sale Extravaganza 2016


เครื่องเพชรลดราคา จัดด่วน

วันที่ 1-31 ส.ค. 2559 ชวนคุณลูกซื้อของขวัญวันแม่ “Sale Extravaganza 2016” ณ Gempeace by Chuchai ดิ เอ็มโพเรี่ยม ชั้น M พบกับโปรโมชั่นเด็ดแห่งปี จัดหนักลดราคาเครื่องประดับเพชร 20-50% ภายใต้ธีม Diamond Shining For Mom Gempeace by Chuchai สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2664-8215

2. Too Faced ซื้อ 1 แถม 1


งานนี้ ต้องรีบแล้วสิ!

วันที่ 30 ก.ค. 2559 ชวนสาวๆ มาเพิ่มความงามขึ้นอีกระดับกับโปรโมชั่น “Too Faced ซื้อ 1 แถม 1” ณ เคาน์เตอร์ Too Faced สาขาเซ็นทรัล ลาดพร้าวเท่านั้น พบกับการเฉลิมฉลองสินค้า Best Seller จัดโปรโมชั่นตื่นตาตื่นใจ ซื้อ 1 แถม 1 สำหรับ 50 ท่านแรก รับไอเทมสุดฮิตจากแบรนด์ Too Faced หลากหลายชนิด เช่น บรอนเซอร์ อายแชโดว์ ไพรมเมอร์ ลิปสติก มาสคาร่า เป็นต้น สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2541-1924

3. Sale of the Year


ช็อปกระจาย

วันนี้ – 5 ส.ค. 2559 ชวนสายช็อปมาจับจ่ายในงาน “Sale of the Year Buy More Save More” ณ Bangkok Fashion Outlet สีลมซอย 19 ใกล้ BTS สุรศักดิ์ ภายในงานพบกับ สินค้าแบรนด์เนมชื่อดัง ขนมาลดราคาสูงสุดถึง 80% เช่น Miss Selfridge, Dorothy Perkins, Ralph Lauren, Guess, Prada, Rayban และ Dolce & Gabbana จากร้าน The Outlet 24
รองเท้า Melissa และ Vivienne Westwood จากร้าน FOOT WORK VOID หรือ Marks & Spencer, Giordano, Playboy เป็นต้น

เปิดบริการตั้งแต่เวลา 11.00-20.00 น. พิเศษช็อปครบ 3 ชิ้น รับส่วนลดเพิ่ม 20% ช็อปครบ 5 ชิ้น รับส่วนลดเพิ่ม 30% สมาชิก The1 Card 400 คะแนน แลกส่วนลด 100 บาท และช่วงเวลานาทีทอง 12.30-13.30 น. ช็อป 2,000 บาท รับส่วนลดเพิ่ม 100 บาท

4. สาวๆ มาตรวจสุขภาพกัน!

วันนี้-31 ธ.ค. 2559 ชวนผู้หญิงไทยทั่วประเทศตรวจสุขภาพเต้านม “Wacoal Cares For Your Breasts Mammogram Saves Your Life” ณ สถานพยาบาลชั้นนำที่ให้บริการ 25 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ โรงพยาบาลวัฒโนสถ (โรงพยาบาลกรุงเทพ), โรงพยาบาลกรุงเทพไชน่าทาวน์, โรงพยาบาลกรุงเทพพระประแดง, โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา, โรงพยาบาลกรุงเทพระยอง, โรงพยาบาลกรุงเทพจันทบุรี, โรงพยาบาลกรุงเทพตราด, โรงพยาบาลกรุงเทพขอนแก่น,

โรงพยาบาลกรุงเทพอุดร, โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา, โรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่, โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต, โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน, โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่, โรงพยาบาลกรุงเทพพิษณุโลก, โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์, โรงพยาบาลสมิติเวช ธนบุรี, สถาบันมะเร็งแห่งชาติ, โรงพยาบาลมหาวชิราลงกรณธัญบุรี, โรงพยาบาลมะเร็ง ชลบุรี, โรงพยาบาลมะเร็ง ลพบุรี, โรงพยาบาลมะเร็ง ลำปาง, โรงพยาบาลมะเร็ง อุบลราชธานี, โรงพยาบาลมะเร็ง อุดรธานี และโรงพยาบาลมะเร็ง สุราษฎร์ธานี

ลูกค้าสมาชิก HIS&HER เมื่อซื้อชุดชั้นในวาโก้สะสมครบ 12,000 บาท (สุทธิ) ระหว่างวันนี้-31 ต.ค. 2559 วาโก้มอบบัตรตรวจเอกซเรย์เต้านม แบบแมมโมแกรม 1 ครั้งโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2296-9979

5. 12 สิงหา พาแม่อร่อยฟิน


พาแม่ไปกินฟรี!

วันที่ 12 ส.ค. 2559 ชวนแม่ลูกมาทานอาหารเมนูเด็ดในราคาโปรโมชั่นพิเศษ ได้แก่ เดอะเฮ้าส์ออนสาทร เสิร์ฟบุฟเฟ่ต์บาร์บีคิว ให้คุณแม่ทุกคนรับประทานอาหารฟรี เริ่มจากสลัดมะเขือม่วง ต่อด้วยบาร์บีคิว เช่น กุ้งลายเสือ ซี่โครงแกะ เนื้อวัวออร์แกนิค เสิร์ฟพร้อมซอส 4 ชนิด ปลาเผาเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ด และเครื่องเคียงอีกมากมาย ตบท้ายด้วยฮ่องกงวาฟเฟิล ให้บริการเวลา 12.00-15.00 น. ราคาเริ่มต้น 1,350 บาทต่อคน สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2344-4000

ส่วนห้องอาหารเดอะคิทเช่นเทเบิ้ล เสนอเซตมื้ออาหาร “ดับเบิ้ลยู เลิฟ มัม มา 4 จ่าย 3” ให้คุณแม่ทุกคนได้รับประทานฟรี เสิร์ฟอาหารแบบไทยน้ำดอกมะลิ หอยนางรม ฟิน เดอ แคลร์ เสิร์ฟกับเครื่องเคียง แกงจืดใบมะขาม ล็อบสเตอร์แคนาดาและปลาเก๋า ให้บริการเวลา 12.00-22.30 น. ราคาเริ่มต้น 1,800 บาทต่อคน สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2344-4025

6. ไมโลฟุตซอล แชมเปียน 2016


เด็กๆ ต้องพัฒนาทักษาะทุกๆ ด้าน

วันนี้ ชวนเด็กๆ มาเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงกับ “ไมโล แอ็คทีฟ ไลฟ์สไตล์” จัดให้มีการพัฒนาทักษะต่างๆ ของร่างกายเกี่ยวกับโภชนาการที่เหมาะสม และเสริมทักษะเพื่อการลดโอกาสบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การแข่งขัน “ไมโล ฟุตซอล แชมเปียน 2016” ทัวร์นาเมนต์ ระดับประเทศรายการใหญ่ที่สุดสำหรับเด็กและเยาวชน เด็กๆ จำเป็นต้องได้รับโปรตีน แคลเซียม ธาตุเหล็ก และวิตามินบี ให้เพียงพอ

7. Central online


ช็อปออนไลน์ถูกกว่านะจ๊ะ

วันนี้ ชวนมาช็อปสินค้าหลากหลายในราคาถูกกว่าบนห้างกับ “Central online” เข้าเว็บแล้วช็อปง่ายๆ เพียงคลิกเดียว โดยมี พรชนก ตันสกุล ผู้บริหารใหญ่แห่งกลุ่มธุรกิจออนไลน์ บริษัท ซีโอแอล จำกัด จัดให้มีการเพิ่มบริการ Click & Collect เอาใจนักช็อป เซ็นทรัล ออนไลน์ ได้ช็อปง่าย รับของไว ทั้งที่ห้างสรรพสินค้าและจุดบริการทุกที่ทั่วประเทศไทย

8. วอลุ่มมินัส ฟอลซ์ ไฟเบอร์แลช


ขนตางอนยาวไปอีก ตัวนี้เด็ดจริง

วันนี้ ชวนสาวๆ มาปรับดวงตาให้เปล่งประกายกับไอเทมเด็ด “วอลุ่มมินัส ฟอลซ์ ไฟเบอร์แลช มาสคาร่า” จาก ลอรีอัล ปารีส มาสคาร่ากันน้ำสูตรประสิทธิภาพในขั้นตอนเดียว เติมเต็มดวงตาให้สวยเป๊ะขึ้นไปอีก มีส่วนผสมจากไฟเบอร์เพื่อขนตาที่หนาขึ้น ยาวขึ้น แผ่สยายเรียงเส้นสวยทุกองศา และให้ขนตาโค้งงอนในทุกมิติ มาพร้อมกับคุณสมบัติกันน้ำ ไม่เลอะเปื้อนระหว่างวัน ราคา 399 บาท


9.อาดิดาสฟุตบอล แจ่มแจ๋ว

“อาดิดาสฟุตบอล” ต้อนรับกีฬาโอลิมปิกครั้งที่ 31 หรือเป็นที่รู้จักในชื่อ “รีโอ 2016” ที่กำลังจะเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 สิงหาคม 2559 นี้ ด้วยรองเท้าสตั๊ดซีรีส์ “สปีด ออฟ ไวท์” (Speed of White) ดีไซน์พิเศษเฉพาะนักฟุตบอลหญิง โดยได้รับแรงบันดาลใจจากเฉดสีของความเร็วแสง ได้แก่ รุ่น X16+ PURECHAOS มาในสีขาวและโซลาร์เรด ดีไซน์มาเพื่อตอบสนองทุกเทคนิคของนักเตะ ด้วยเทคโนโลยี DYNAMIC TECHFIT COMPRESSION สวมใส่ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมด้วย NON STOP GRIP และ TECTFIT เพื่อความกระชับเฉกเช่นการสวมถุงมือ โดยผู้ที่จะสวมรองเท้าคู่นี้คือนักเตะทีมชาติสหรัฐอเมริกา อย่าง สเตฟานี แมคคาฟี่ และ ฮีทเธอร์ โอเรลลี่ ส่วนรุ่น ACE16+ PURECONTROL อัพเดตสีใหม่ สีขาวโซลาร์เยลโลว์ และสีดำ มาพร้อมเทคโนโลยี PURECUT และ SPRINTFRAME เพื่อมอบความมั่นคงและการเกาะยึดที่ดีที่สุดในน้ำหนักที่น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ สวมโดย มอร์แกน ไบรอัน และ เบ๊คกี้ เซาเออร์บรุนน์ จากทีมชาติสหรัฐอเมริกาเช่นกัน

ที่มาภาพบางส่วน : Central, Bangkokfashion

 

Crescent Lake: Green eye of the desert

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/travel/Crescent-Lake-Green-eye-of-the-desert-30296107.html

PHOTO GALLERY

An aerial view of Crescent Lake in Dunhuang city in Northwest China’s Gansu province. [Photo by Zhang Xingjian/Chinaculture.org]

The grains of sand appear to be golden as dark clouds cover the sky at the Singing Mountain Desert in Dunhuang city in Northwest China’s Gansu province. [Photo by Zhang Xingjian/Chinaculture.org]

A tourist walks along a path to a pavilion at the Singing Mountain Desert in Dunhuang city in Northwest China’s Gansu province. [Photo by Zhang Xingjian/Chinaculture.org]

The blue sky, white clouds and the Singing Mountain Desert combine to make a beautiful scene in Dunhuang city in Northwest China’s Gansu province. [Photo by Zhang Xingjian/Chinaculture.org]

A view of the Singing Mountain Desert in Dunhuang city in Northwest China’s Gansu province. [Photo by Zhang Xingjian/Chinaculture.org]

This place is listed as the best spot to watch the sunset at the Singing Mountain Desert in Dunhuang city in Northwest China’s Gansu province. [Photo by Zhang Xingjian/Chinaculture.org]

A ‘yeah’ sign is made during the sunrise at the Singing Mountain Desert in Dunhuang city in Northwest China’s Gansu province. [Photo by Zhang Xingjian/Chinaculture.org]

Several tourists stand in the desert to watch the sunrise. [Photo by Zhang Xingjian/Chinaculture.org]

A view of Singing Mountain Desert at dawn in Dunhuang city in Northwest China’s Gansu province. [Photo by Zhang Xingjian/Chinaculture.org]

Crescent Lake: Green eye of the desert

September 24, 2016 16:10


By China Daily

Asia News Network

Tales from a troubled land

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/travel/Tales-from-a-troubled-land-30295794.html

THAILAND

Locals relax on a beach in Narathiwat to watch their boat teams practise for the next race. The Nation/Phoowadon Duangmee

The 300-year-old Talo Mano Mosque (Matsayit Wadi An Husen) in Narathiwat. The Nation/Phoowadon Duangmee

The low-relief sculpture at the Lim Ko Niao Shrine tells tale of the Chinese lady, second right, who crossed the South China Sea to visit her brother in Pattani. The Nation/Phoowadon Duangmee

The underground network of tunnels in Betong district was excavated by Malay communists in 1976. The Nation/Phoowadon Duangmee

A Chinese bedroom is on display at the local museum in Betong. The Nation/Phoowadon Duangmee

Steamed Betong chicken is cooked and served in Cantonese-Chinese style. The Nation/Phoowadon Duangmee

Beset by violence for more than a decade, Thailand’s three southernmost provinces are hoping to encourage more visitors

I have to admit I was a little tense before leaving home for Pattani, one of the three troubled provinces in Thailand’s far south. A few days earlier, a bomb had gone off in front of a local school in neighbouring Narathiwat’s Tak Bai district, claiming the lives of a father and his child. But tension is everywhere – at home, the office, in the car and on the street.

So the desire for adventure in Thailand’s far South quickly overcame the threat of violence. When you have been to many conventional places, notorious spots can turn your head.

Our plane lands on time at 8am in Hat Yai, Songkhla Province. I see a few westerners on this commercial flight, but they appear to be on business trips to Hat Yai rather than on holiday. Our group, made up of 20 travel journalists and bloggers, is quickly ushered outside and into three vans, which waste no time in heading south down Highway 43 towards Pattani, Yala and Narathiwat.

Unlike our first trip in Narathiwat three years ago, we’re now travelling unguarded. There is no gung-ho officer, with a Glock 19, nor a small troop of soldiers with their rifles and that comes as a relief – hanging around with commandos tends to make you a moving target.

“We’re supposed to go sideways and take a detour through Malaysia – instead of travelling on this route,” says Jack, my travel mate, who was on the Narathiwat trip three years ago. “Many people play it safe by crossing the border at Sadao checkpoint and taking a roundabout route in Malaysia to avoid the risks. They then return to Thailand through the Betong checkpoint,” he explains.

“But that would mean missing Pattani and the rest of Yala,” I reply. “Call your girlfriend and cross your fingers.”

Covering the 130 kilometres on Highway 43 from Hat Yai to Pattani goes without incident. The well-paved road goes through rice paddies, orchards and rubber plantations in Chana and Na Thawi districts. The further south we go, the more mosques we see. The last temple we visit is Wat Chang Hai in Pattani’s Khok Pho district, which is famous for the respected Buddha image of Luang Phor Tuad.

We’re stopped by heavily armed soldiers at the checkpoint just before entering the city of Pattani but quickly waved on.

Named after the princess of the ancient Langkasuka Kingdom, Patani means “virgin nymph” in Sanskrit. The old town of Pattani is home to Chinese descendants and aboriginal Muslim Malay. There is even a story reaffirming the romance (and tragedy) between the Chinese and Malay in Pattani.

According to the legend, Lim Ko Niao crossed the South China Sea from China to visit her brother in Pattani and convince him to go home, as their mother was dying. Lim To Kiam told his sister he had converted to Islam and married a local girl and didn’t want to leave his family and home in Pattani. Disheartened Lim Ko Niao hung herself from a cashew nut tree. Her body was buried next to Krue Se Mosque and the locals set up the Lim Ko Niao shrine to honour her bravery.

The unfinished Krue Se Mosque and the Central Mosque of Pattani once drew visitors to Pattani. That all ended in 2004 when soldiers stormed Krue Se mosque killing 32 suspected gunmen. Six months later, 85 civilians died in Tak Bai at the hands of army personnel and the fate of tourism in the deep south was sealed. Even today travellers stay away, eager to avoid danger.

From Pattani, we quickly pass through the small provincial town of Yala. Betong is three hours away on a winding road that stretches beyond the Sankalakhiri Range. My favourite part is the section from Bannang Sata to Than To district. High mountains, deep valleys, scattered patches of rice paddy, modest hamlets surrounded by orchards – the scenery rolls past the van’s windows like a slide show. Every once in a while I see Muslim women, with swaying hijabs, transporting their kids home after school. The serenity is almost surreal and you forget the blood that has been spilled here in the south.

We spend two days in and around Betong feasting on the chicken for which the district is known.

“Betong is famous for food,” says Lek, the Hakka-speaking proprietor of Ta Ren restaurant. “We are serious about our food. We have 100 traditions for cooking fish, pork and chicken. Some dishes take three days to prepare.”

When we are not eating, we visit the parks, temples and tunnels and drive to the ZON duty free shop in Malaysia to stock up on cheap booze.

About 20 kilometres north of Betong town is the Piyamit tunnel. Excavated by Malaya Communists in 1976, the underground tunnel network is well worth a drive. Boasting multiple entrances and exits, the tunnel was once a hideout and storage area. Today it is home to a museum.

We leave Betong the next morning at 4 and travel in convoy, remaining about 50 metres apart at all times. Perhaps it’s a driving technique to avoid a roadside bomb. If one van is hit, the other two have a better chance to escape. The night is dark and still.

We make it from Betong to Narathiwat safe and sound. Indeed, the most dangerous part of our trip was the overindulgence in Betong’s tender chicken and pork belly.

There’s more tension is Narathiwat than in Yala and Pattani and we can feel it in the air as we drive through roadblocks and security checkpoints. In Ra-ngae district, on the way back from visiting the 300-year-old Talo Mano Mosque (Matsayit Wadi An Husen), we see a group of soldiers escorting kids from school.

Tourists are rare although we do spot a few Malaysian cyclists. The long and very last beach of Thailand is empty yet idyllic. It’s evening and we can see some Muslim women relaxing on the pristine sand watching with interest as their men put their racing boats out to sea.

The locals are pleased to meet visitors.

“They’re alone and lonely down here,” says Manthana Phoothararak, director of the Tourism Authority of Thailand’s Narathiwat Office.

“The insurgency keeps them apart from the rest of the country.”

A successful tourism campaign will not, of course, resolve the conflict in this part of the world – it runs much too deep for that. But visitors are badly needed, if for no other reason but to generate some much-needed cash and give the people here the confidence to carry on.

Stretching its wings

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/travel/Stretching-its-wings-30295808.html

AIR TRAVEL

Thai Airway’s Airbus A350 takes off from Airbus Delivery Center in Toulouse, France. The A350 XWB is the latest addition to the THAI fleet and will operate on the Bangkok-Melbourne route. Photo/Airbus

The cabin of Thai Airway’s A350 stands out for its Thai contemporary design. Photo/Airbus

The Royal Silk Class of A350 is equipped with staggered seating, offering a good sense of privacy especially in the window seats. Photo/Airbus

The Economy Class has the 3-3-3 seating with the “hot seats” numbered 50A and 50K. Photo/Airbus

Along with a good choice of movies, the in-flight entertainment system also features the THAI Sky Connect, Wi-Fi service. Photo/Airbus

Thai Airways International (THAI) sends it first A350 XWB into the sky with the royally bestowed name Wichian Buri

The newest member of Airbus’ leading widebody family, the A350 XWB (Extra Wide Body) is a mid-size long-range aircraft featuring the very latest in aerodynamic design, carbon fibre fuselage and wings, and the new, very efficient Rolls-Royce Trent XWB engines. With these technologies improving performance in all aspects of operation, the A350 XWB is a serious competitor to Boeing’s B787 and B777. It also offers a 25-per-cent reduction in fuel burn and emissions and lower maintenance costs.

The A350 XWB also claims to be the quietest passenger aircraft, next to the giant A380 superjumbo. It is six decibels quieter than the Boeing 787.

Thais boarding the newly christened Wichian Buri, as Thai International Airways’ first A350 XWB is known, can be forgiven for immediately associating the aircraft with the grilled chicken for which its namesake district in Phetchabun province is known. While that probably isn’t on the menu, the plane does seem to have been created especially for Thais with the winglets on the newly designed wings bringing to mind the delicate hands of a Thai classical dancer – sweet but strong.

Marginally wider that the Boeing 787, the cabin is done out in THAI’s signature violet and boasts both a contemporary design and mood lighting. It is configured in a premium two-class layout with a total of 321 seats: 32 seats in the Royal Silk business class and 289 seats in the main cabin economy class.

Highlights in Royal Silk class include the 1-2-1 staggered seating with direct aisle access for each passenger, a fully lie-flat design seat that allows a six-foot-tall passenger to sleep stretched out and a 16-inch video screen.

Economy class meanwhile has 3-3-3 seating with the “hot seats” numbered 50A and 50K. These special seats give passengers extra space to stretch their legs since the seats in row 49 are laid out in 2-3-2 leaving gaps at the left and right. To make the A350 economy class different from others, the most comfortable seat – the B/E aerospace pinnacle seat – is used throughout. It’s 18-inches wide, an inch wider than most economy class seats and equipped with a 11-inch video screen.

The plane is equipped with the latest Panasonic eX3, in-flight entertainment system boasting about 100 movies, TV programmes, radio channels, music albums, and games. The flight also provides THAI’s Sky Connect Wi-Fi service.

Another plus is the extra-size overhead bins, with each stowing five standard cabin-compliant cases of maximum dimensions with up to 45 kilogramme weight.

Airbus says it has 810 orders of the A350 XWB from 43 customers worldwide, making it one of the most successful widebody aircraft ever.

The Wichian Buri is the first of a dozen aircraft set to join the THAI fleet. Four are purchased directly from Airbus while the other eight are acquired under lease agreements. They will all be in service by 2018.

After a short period of regional flights between Bangkok and Chiang Mai, Wichian Buri starts its regular Bangkok-Melbourne route next month.