ความงดงาม ปาฏิหาริย์ ‘พระธาตุพนม’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 ก.ค. 2559 13:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/672066

 

งดงาม อร่าม อลังการ ไม่ใช่เพียงแค่ ‘ดวงตา’ ที่มองเห็นความงามเบื้องหน้า

แต่ทว่ายังลอยไปไกล ‘ใจยังอิ่ม’ อิ่มเอม หัวใจยิ่งพองโตคล้ายได้  ‘พลังจิต พลังใจด้านดี’ เข้ามาสถิตซึมซับในกาย

พูดอีกแบบคล้ายได้ ‘ดวงจิต’ ดวงใหม่ที่สะอาดบริสุทธิ์ ใส ผ่องถ่ายเพิ่มพลังชีวิตได้มากมาย ยากจะพรรณนาได้ด้วยตัวอักษร สระ วรรณยุกต์ที่มีในคลังภาษา หรือ พจนานุกรม

ภาพเล่าเรื่องไทยรัฐออนไลน์สัปดาห์นี้เก็บภาพมาจากพระธาตุพนม จังหวัดนครพนม เพื่อไปชม และกราบสักการะพระธาตุชื่อดัง ที่งดงาม สง่า สีทองเจิดจ้า อร่ามตา มากมายความศักดิ์สิทธิ์ ยิ่งได้มีโอกาสเข้าไปกราบ พระอุรังคธาตุ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้านในพระธาตุที่น้อยคนจะได้เข้าไป

ถ้ามีโอกาสสักครั้งต้องไปสักการะ รับประกันว่าอธิษฐานอะไรก็ได้สมใจปรารถนา ทุกประการ เรารับประกัน.






เปิดประตูรอผู้มาสักการะ


สุดสายตา





สงบ ทว่าสวยงาม

ท้องฟ้าสดใส

เผยโฉม ก่อนเข้าพระธาตุพนม

ทางเข้าพระธาตุน้อยคนที่จะได้เข้าไปกราบสักการะ

ทางขึ้นพระธาตุพนมสุดศักดิ์สิทธิ์


มุมสวยของจังหว้ดนครพนม

สีสันเหงาของเงาในร้านกาแฟ

เครดิตภาพ : plebabeple

**Fact**

ประวัติ วัดพระธาตุพนม วรมหาวิหาร ประดิษฐาน ณ ริมฝั่งแม่น้ำโขง ถนนชยางกูร บ้านธาตุพนม ตำบลธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม มีลักษณะเป็นเจดีย์รูปสี่เหลี่ยมจตุรัสก่อด้วยอิฐ กว้างด้านละ 12.33 เมตร สูง 53.6 เมตร มีกำแพงล้อมองค์พระธาตุ 4 ชั้น องค์พระธาตุตั้งอยู่บนภูกำพร้า (เนินดินสูงจากพื้นธรรมดาประมาณ 3 เมตร) ภายในบริเวณมีบึงขนาดใหญ่เรียกว่าบึงธาตุพนม ในวันเพ็ญเดือน 3 ถึง แรม 1 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปีจะมีงานประจำปีเพื่อเป็นการนมัสการพระธาตุพนม

ด้านในเป็นที่ ประดิษฐานพระอุรังธาตุ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า งดงามและศักดิ์สิทธิ์มาก เชื่อว่าคนที่เกิดวันอาทิตย์ต้องมาสักการะ เพราะเป็นพระธาตุสำหรับคนที่เกิดวันอาทิตย์

 

“เกาะกลาง” ชุมชนเล็กเสน่ห์เหลือล้นที่กระบี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย แบกกล้องเที่ยว 23 ก.ค. 2559 16:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/668901

 

สวัสดีผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ทุกท่านครับ วันนี้ “แบกกล้องเที่ยว” เติ้ล และ เจน จะพาลงใต้ไปเที่ยวจังหวัดยอดฮิตอย่าง “กระบี่” ใครจะรู้บ้าง ว่านอกจากทะเลสวยๆ แล้ว จังหวัดกระบี่ยังมีวิถีชีวิตที่น่าสนใจอีกด้วย แล้ววันนี้ผมจะพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกับ “กระบี่อีกมุมหนึ่งครับ”



ทริปนี้ผมกับเจนออกเดินทางโดยเครื่องบิน ใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงนิดๆ ก็มาถึงแล้ว อย่างแรกเลยพวกเราก็มารับรถเช่าก่อน เพราะผมจองไว้ล่วงหน้าแล้ว สะดวกสบายมาก



ได้รถมาปุ๊บพวกเราก็เริ่มเที่ยวกันเลย จากสนามบินเรามาเที่ยวกันที่แรกกันก่อนเลยครับ อยู่ใกล้ๆ ตัวเมือง ลานปูดำ หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ “อนุสาวรีย์ปูดำ” ตั้งอยู่ที่ท่าเรือขนาบน้ำ จุดตรงนี้เป็นจุดชมวิวชั้นดีของเมืองกระบี่ เพราะสามารถมองเห็นเขาขนาบน้ำ ภูเขาสองลูกที่ตั้งอย่างโดดเด่นริมแม่น้ำกระบี่ และเป็นสัญลักษณ์ของเมืองกระบี่ด้วย ใกล้ๆ กับประติมากรรมปูดำ จะมี “อนุสาวรีย์นกออก” หรือนกอินทรี นกประจำถิ่นที่นี่ สาเหตุที่สร้างอนุสาวรีย์เป็นรูปปูดำและนกออก เพราะทั้งสองสิ่งนี้ถือเป็นสัตว์ที่แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของเมืองกระบี่นั่นเอง



แต่ไฮไลต์ของทริปเราครั้งนี้อยู่ที่ เกาะกลาง การเดินทางก็สามารถนั่งเรือข้ามฟากตรงสวนสาธารณะใกล้ๆ กับลานปูดำ ค่าโดยสารคนละ 10 บาท ใช้เวลาประมาณ 5 นาทีเท่านั้น มาถึงฝั่งเกาะกลางเราก็จ้างสามล้อชาวบ้านพาเที่ยวกันครับ ค่าจ้างเหมาคันละ 350 บาท


เกาะแห่งนี้ตั้งอยู่กลางแม่น้ำกระบี่ ห้อมล้อมด้วยป่าชายเลนบริเวณปากแม่น้ำ ที่มีความอุดมสมบูรณ์นับพันไร่ อีกทั้งยังเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของวิถีชีวิตชุมชนที่เรียบง่าย และยังคงรักษาเอกลักษณ์ท้องถิ่นไว้ได้อย่างดี ที่นี่ประกอบด้วย 3 หมู่บ้าน มีประชากรราว 5,000 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ประมงพื้นบ้าน และรับจ้างทั่วไป

มาถึงก็เป็นช่วงเที่ยงพอดี เราก็เลยถือโอกาสลองร้านอาหารพื้นบ้านของที่นี่ “ร้านอาหารมะหญิง” เป็นร้านอาหารที่ตั้งอยู่บนกระชังปลาของตัวเอง และมะหญิง เจ้าของร้านชาวมุสลิม เป็นแม่ครัวลงมือทำอาหารและดูแลลูกค้าด้วยตัวเองเลยครับ



อิ่มท้องแล้วเราจะไปชมนาข้าวกันครับ ใช่ครับ กระบี่ก็ปลูกข้าวได้! แถมพันธุ์ข้าวที่นี่ก็ยังไม่เหมือนใครอีก เพราะทำแบบนาข้าวสังหยด เป็นข้าวนาปีที่ปลูกปีละครั้ง โดยมีการคัดเลือกเมล็ดพันธุ์แล้วหว่านกล้า โดยจะปักดำนาในช่วงเดือนสิงหาคมและเกี่ยวข้าวช่วงเดือนธันวาคม ทั้งนี้จะมีการรวมกลุ่มกันเพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูก สร้างเขื่อนคันดินกันน้ำเค็ม ลงแขกดำนา เกี่ยวข้าว นำผลผลิตที่เหลือ เช่น ซังข้าว ฟางข้าว และแกลบ มาผลิตปุ๋ยเกษตรอินทรีย์ รวมทั้งจัดตั้งสหกรณ์และโรงงานสีข้าวชุมชน



หลังจากนั้น เราก็ไปดูชุมชนที่ทำ เรือหัวโทงจำลอง ซึ่งเป็นการสืบสานวิถีชีวิตของชาวเกาะกลางสมัยก่อน ที่นิยมใช้เรือหัวโทงทำประมงหาเลี้ยงชีพและใช้ในการเดินทาง โดยในปัจจุบันอาชีพการประกอบเรือหัวโทงเริ่มลดน้อยลง เพราะการใช้งานลดลงและรูปแบบเรือหัวโทงดั้งเดิม ก็หาดูได้อยากขึ้น ชาวบ้านจึงรวมกลุ่มกันเพื่อทำเรือหัวโทงจำลองขึ้น โดยนักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้ถึงประวัติความเป็นมาของเรือที่เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของจังหวัดกระบี่ โดยเรือหัวโทงจำลองจากเกาะกลางได้พัฒนาเป็นสินค้า OTOP ระดับ 4 ดาว



จุดหมายสุดท้ายของเราในวันนี้ก็คือชุมชนที่ทำ ผ้าปาเต๊ะ กันครับ โดยวิธีการทำผ้าปาเต๊ะของชาวเกาะกลางจะมีรูปแบบเฉพาะตัว จะแตกต่างกับที่อื่นตรงที่ผ้าปาเต๊ะของที่นี่มีการผสมผสานกันระหว่างการทำผ้าปาเต๊ะของชาวมาเลย์ กับวิธีการทำผ้าบาติก โดยจะใช้แม่พิมพ์โลหะจุ่มในเทียนที่ร้อน จากนั้นนำพิมพ์ลงบนผ้าขาว แล้วนำไปย้อมในอ่างสี และนำไปย้อมในอ่างน้ำเกลืออีกครั้งเพื่อให้สีติดทนทาน และนักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้และสนุกสนานไปกับการทดลองทำผ้าปาเต๊ะด้วยฝีมือตนเอง



สัปดาห์หน้าแบกกล้องเที่ยวจะพาไปที่ไหนอีก อย่าลืมติดตามนะครับ รับรองเที่ยวกับเราไม่มีเบื่อ!!!



ที่มา – แบกกล้องเที่ยว
www.facebook.com/baagklong



 

เปิดโซนใหม่ ”สตาร์วอร์ส” ฮ่องกง…ดิสนีย์แลนด์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 ก.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/669774

 

ทางเข้าโซนสตาร์วอร์ส ทูมอร์โรว์แลนด์ เทกโอเวอร์

หลังจากที่ภาพยนตร์มหากาพย์ฟอร์มยักษ์อย่าง “Star Wars : Force Awakens” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Star Wars Episode 7” ออกโรงฉายไปเมื่อปลายปีที่แล้ว เพื่อตามยึดครองใจแฟนๆไว้ให้ได้อย่างเหนียวแน่นและดึงดูดเหล่าสาวกสตาร์วอร์สทั่วโลกให้ได้สัมผัสถึงพลังแห่งเจได เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา “วอลท์ ดิสนีย์” และ “ลูคัสฟิล์ม” จึงร่วมกับฮ่องกงดิสนีย์แลนด์เปิดโซนมหากาพย์ฟอร์มยักษ์ อย่าง “Star Wars Tomorrowland Takeover” เป็นโซนน้องใหม่ล่าสุดของฮ่องกงดิสนีย์แลนด์

และเพื่อไม่ให้ตกเทรนด์ บริษัท บัตรกรุงไทย (KTC) และฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ จึงร่วมกันจัดทริป “Experience the Force : Star Wars at Hong Kong Disneyland” พาสื่อมวลชนไปสัมผัสพลังของเหล่าอัศวินเจไดกันแบบใกล้ชิด


ถ่ายรูปคู่กับหุ่นดรอยด์R2D2

เรื่องราวของมหากาพย์ “สตาร์วอร์ส” เริ่มต้นจากสงครามอวกาศของฝ่ายจักรวรรดิและฝ่ายสาธารณรัฐ ในการแย่งชิงการปกครองกาแล็กซี ซึ่งมี “อัศวินเจได” และ “ซิธ” เป็นตัวแทนของด้านสว่างและด้านมืดเข้าร่วมทำศึกในครั้งนี้ด้วย โดยกลุ่มดังกล่าวจะใช้ดาบไลต์เซเบอร์สีต่างๆในการต่อสู้ ซึ่งเป็นภาพที่เด็กๆ รวมถึงผู้ใหญ่วัยเก๋าหลายคนประทับใจกันมายาวนาน

เมื่อมาถึงภาพยนตร์ชุด “สตาร์วอร์ส” ออกฉายครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1977 ในชื่อ “Star Wars” และออกภาคต่อเรื่อยมาจนถึงปี ค.ศ.2005 กระทั่งปี ค.ศ.2012 บริษัท เดอะวอลท์ดิสนีย์ ได้ทำการซื้อบริษัท ลูคัสฟิล์ม ผู้ผลิตภาพยนตร์สตาร์วอร์ส และประกาศสร้างไตรภาคใหม่ ออกฉายเมื่อปลายปี 2015 สร้างปรากฏการณ์ให้กับเหล่าสาวกที่รอคอยมานานถึง 10 ปี


ผู้กองพลาสม่าและทหารสตอร์มทรูปเปอร์

มาถึงฮ่องกงดิสนีย์แลนด์แล้ว ถ้าจะให้เข้าถึงความเป็นดิสนีย์แท้ๆ ต้องเข้าพักที่นี่เลย โรงแรม “ดิสนีย์ ฮอลลีวูด” โรงแรมในฝันของเด็กๆ และผู้ใหญ่ที่อยากย้อนวัย ห้องพักทุกห้องในดิสนีย์ ฮอลลีวูด ตกแต่งในธีมการ์ตูนเรื่องต่างๆของวอลท์ ดิสนีย์ ทั้งมิกกี้ เมาส์ซินเดอเรลล่า สโนไวท์ ฯลฯ แต่ที่เหล่าสาวกสตาร์วอร์สพลาดไม่ได้ คือห้องพัก “Star Wars Tomorowland Takeover” ซึ่งเป็นแพ็กเกจพิเศษที่จำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวเอ็กซ์คลูซีฟ ภายในห้องจะมีชุดตกแต่งและของที่ระลึกจากภาพยนตร์จัดไว้สวยงาม เช่น รองเท้าแตะ ตุ๊กตา ผ้าใบลวดลายตัวละครชื่อดังอย่าง “Chewbacca” และ “Kylo Ren” รวมไปถึงอาหารว่างอย่างคุกกี้รูปหน้าตัวละครอื่นๆในภาพยนตร์ด้วย

ล้างหน้า ล้างตา พอสดชื่นแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางสู่สวนสนุกฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ ซึ่งที่นี่เขามีบริการรถ Shuttle Bus รับส่งจากโรงแรมดิสนีย์ ฮอลลีวูด ไปยังสวนสนุก ซึ่งถ้าใครไปเที่ยวในช่วงนี้ ก็จะเห็นป้ายต้อนรับ โปรเจกต์ฟอร์มยักษ์ของโซนน้องใหม่ล่าสุดอย่างสตาร์วอร์สไปตลอดทาง เรียกว่าไม่มีทางหลงแน่นอน


เครื่องเล่น Hyperspace Mountain

ไม่ถึง 20 นาที เราก็มาถึงโซน “Star Wars Tomorrowland Takeover” ที่จำลองบรรยากาศของโลกอนาคต ตั้งแต่จุดขายอาหาร เครื่องดื่ม ห้องน้ำ รวมไปถึงเครื่องเล่นต่างๆ เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ท่ามกลางการผจญภัยในห้วงอวกาศ โดยเฉพาะเครื่องเล่นสุดหวาดเสียวอย่าง “ไฮเปอร์สเปซ เมาท์เทน” รถไฟเหาะที่กำลังขับเคลื่อนไปในอวกาศท่าม กลางการต่อสู้ระหว่างยานเอ็กซ์-วิง สตาร์ไฟเตอร์ กับยานไทไฟเตอร์ ซึ่งถือเป็นไฮไลต์สำคัญของโซนนี้ ซึ่งเราได้ลองเล่นแล้ว การันตีความสนุกสุดเหวี่ยงจริงๆ

ถัดไปไม่ไกลเป็น “ศูนย์ฝึกเจได เทรนนิ่ง : เทรลส์ ออฟ เดอะ เทมเปิล” เป็นการจำลองการฝึกเป็นเจไดรุ่นใหม่พร้อมกับทักษะในการใช้ดาบไลต์เซเบอร์ เพื่อต่อกรกับเหล่าซิธ อาทิ ดาร์ธเวเดอร์, เดอะเซเวน ซิสเตอร์, ไคโลเรน เป็นต้น โดยเด็กๆ (และผู้ใหญ่ที่สนใจ) จะได้มีโอกาสรับบทเป็นอัศวินเจไดรุ่นใหม่ สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะอยู่ตลอดเวลา


โรงแรมดิสนีย์ ฮอลลีวูด

อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือจุดโพสท่าเก๋ๆ กับตัวละครชื่อดังอย่าง “Chewbacca” เพื่อนซี้ของกัปตันโซโล และหุ่นดรอยด์ดาวเด่น “R2D2”ขนาดเท่าของจริง โดยช่างภาพมืออาชีพ ที่ศูนย์บัญชาการ “สตาร์วอร์ส คอมมานด์ โพสต์” และด้านนอกยังมีหน่วยลาดตระเวนแห่งปฐมภาคี นำโดยผู้กองพลาสม่า และเหล่าทหารสตอร์มทรูปเปอร์ เดินตรวจตราและสอบปากคำนักท่องเที่ยวที่เข้ามาผจญภัยในทูมอร์โรว์แลนด์อีกด้วย

ส่วนเรื่องปากท้องไม่ต้องเป็นห่วง เพราะโซนนี้มีอาหารและเครื่องดื่มเตรียมพร้อมสำหรับนักผจญภัยทุกคน โดยอาหารแต่ละชนิดจะมีชื่อเมนูที่เกี่ยวข้องกับสตาร์วอร์สเช่นเคย อย่างข้าวผัดมิลเลนเนียม ฟอลคอน ชุดเบอร์เกอร์ดาร์ธ เวเดอร์ ไอศกรีมซันเดย์สตาร์วอร์ส รวมไปถึงสเต๊กเนื้อสตาร์วอร์ส อันหอมกรุ่น และเมนูอื่นๆอีกมากมาย


ห้องพักธีมสตาร์วอร์ส

หากต้องการของที่ระลึกติดมือกลับบ้าน บริเวณทางออกก็มี “Space Trader” เป็นจุดขายของที่ระลึกกว่า 230 ชิ้น ให้ได้เลือกชม ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืด เข็มกลัด พวงกุญแจ หุ่นยนต์ดรอยด์รุ่นต่างๆ รวมถึงไอเท็มไฮไลต์อย่าง “ไลต์เซเบอร์” หลากสีสันให้เลือกซื้ออีกด้วยสำหรับใครที่สนใจจะไปผจญภัยในดินแดน “Star Wars Tomorrowland Takeover” เข้าไปดูรายละเอียดได้ทางเว็บไซต์ www.ktcworld.co.th หรือ www.hongkongdisneyland.com

เหล่าอัศวินเจไดและซิธ ตัวเป็นๆรอต้อนรับคุณเข้าสู่โลกกาแล็กซีแล้ว…ไม่ลองก็ไม่รู้นะ จะบอกให้…!!!

 

จองให้ทันนะ! ตั๋วถูก 380 บาท พร้อม 7 โปรโมชั่นสุดคุ้มอีกเพียบ จัดไป!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 ก.ค. 2559 13:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/668909

 

เปิดมาทำงานหลังวันหยุดยาว เฮ้อ…ยังพักผ่อนไม่สะใจ งั้นเอางี้…มาแพลนเที่ยวสำหรับวันหยุดยาวคราวหน้า ตั้งแต่เนิ่นๆ ดีกว่า เพราะตอนนี้ได้ข่าวว่ามีโปรตั๋วบินราคาถูก ปล่อยออกมาอีกแล้วจ้า อย่าพลาดๆ คราวนี้ขอให้จองให้ทันกันทุกคนนะจ๊ะ

ปฏิทิน ไทยรัฐออนไลน์ สัปดาห์นี้มีโปรโมชั่นมากมายมานำเสนอ มีทั้งตั๋วบินถูกๆ อย่างที่บอกไป แถมด้วยงานจำหน่ายสินค้าจากฝีพระหัตถ์สมเด็จพระเทพฯ, งาน Bike fest 2016, กิจกรรมดีๆ เพื่อผู้สูงอายุ และกิจกรรมลุ้นเที่ยวฟินที่แดนปลาดิบ

ไม่รอช้า มาเช็กลิสต์กันเลย…

1. แอร์เอเชียฉลองแชมป์ ปล่อยโปรตั๋ว 380 บาท


บินอย่างแชมป์ ฟินอะ

วันนี้ – 24 ก.ค. 2559 สายการบินแอร์เอเชีย ฉลองชัยชนะที่ได้รับรางวัล (จากการโหวต) สายการบินราคาประหยัดที่ดีที่สุดในโลก 8 ปีซ้อน เเละแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ได้รับรางวัลชั้นโดยสารพรีเมียม และที่นั่งชั้นพรีเมียมดีที่สุด 4 ปีซ้อนเช่นกัน

จึงมอบโปรโมชั่นสุดพิเศษ ร่วมฉลองรับรางวัลจากสกายแทรกซ์ “บินคุ้มเริ่มต้น 380 บาท” และแอร์เอเชีย เอ็กซ์ เริ่มต้น 3,080 บาท จองได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 24 ก.ค. 2559 และสามารถใช้เดินทางได้ตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค. – 21 ส.ค. 2560

โปรโมชั่นนี้ สามารถใช้ได้กับสายการบินแอร์เอเชีย มาเลเซีย (เที่ยวบิน AK) สายการบินไทยแอร์เอเชีย (เที่ยวบิน FD) สายการบินแอร์เอเชีย อินโดนีเซีย (เที่ยวบิน QZ) สายการบินแอร์เอเชีย ฟิลิปปินส์ (เที่ยวบิน Z2) สายการบินแอร์เอเชีย อินเดีย (เที่ยวบิน I5) รวมถึงสายการบินแอร์เอเชีย เอ็กซ์ มาเลเซีย (เที่ยวบิน D7) และไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ (เที่ยวบิน XJ)

2. มหกรรมภูฟ้าเดย์ 2016 ลด 80%


งานสินค้าลดราคามาอีกแล้วจ้า

วันที่ 23 – 26 ก.ค. 2559 ชวนคนไทยไปร่วมงาน “มหกรรมภูฟ้าเดย์ 2016” ณ บริเวณ Fashion Hall ชั้น 1 สยามพารากอน ภายในงานพบกับสินค้าพิเศษจากภาพฝีพระหัตถ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ชมช็อปสินค้าจากภูมิปัญญาชาวบ้าน และสินค้าเครื่องอุปโภค บริโภค ลดราคาสูงสุด 80% และร่วมกิจกรรม Workshop “ช่วยร้านภูฟ้าแปรรูปผ้าปกากะญอ” เป็นถุงผ้าสุดเก๋ สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2658-1000 ต่อ 234-237

3. Brain Fit


ไปฝึกสมองกัน

วันที่ 23 ก.ค. 2559 ชวนคนไทยมาร่วมกิจกรรม “Brain Fit” ณ ห้องประชุม ออดิทอเรียม ชั้น 6 อาคารปฏิบัติการ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ภายในงานพบกับ กิจกรรมเพิ่มกำลังสมองให้ผู้สูงวัยด้วยเทคนิคการคิดด้วยภาพ สนุกสนานกับการออกกำลังกายเพื่อชะลอวัยโดยผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเพลงเพราะๆ จากย่าลินและเมลินดา เฮอร์แมน เจ้าของคลิป 7 ล้านวิว และศิลปินอาวุโสระดับตำนาน เช่น คุณสุเทพ วงศ์กำแหง อาจารย์ชินกร ไกรลาศ อาจารย์สมพจน์ สิงห์สุวรรณ คุณ ว. วัชญาน์ เป็นต้น สอบถามเพิ่มเติม โทร. 08-1513-4971, 08-6777-6919, 08-1919-5315

4. Bike Fest 2016


คนรักจักรยาน ต้องไปงานนี้!

วันที่ – 31 ก.ค. 2559 ชวนสิงห์นักปั่นมาร่วมงาน “Bike Fest 2016” ณ ลานน้ำพุ ชั้น 1 เดอะ พรอมานาด ไลฟ์สไตล์ มอลล์ รามอินทรา ภายในงานพบกับ กิจกรรมการรวมตัวนักปั่นครั้งใหญ่ พร้อมพบประสบการณ์ใหม่ Bike Trip Charity ร่วมปันจักรยานเปิดเส้นทางใหม่ของเขตคันนายาว เพื่อส่งต่อรอยยิ้มให้กับเด็กๆ ผู้ขาดโอกาส ด้วยการมอบจักรยาน ให้กับโรงเรียนรัฐ และชม เชียร์ นักปั่นรุ่นจิ๋วกับการประกวด “Strider Cup”

นอกจากนี้ ผู้ที่ขี่จักรยานมาร่วมงาน และซื้อสินค้าภายในงานครบ 800 บาท รับฟรี ไฟรถจักรยาน พร้อมรับโปรโมชั่นพิเศษสุดเอ็กซ์ตรีมมากมาย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2947-5000 และ www.facebook.com/ThePromenadeTH 

5. ล็อกโชค ปี 2 บินฟรีไปญี่ปุ่น


ลุ้นเที่ยวญี่ปุ่นฟรี

วันนี้ – 15 พ.ย. 2559 ชวนสาวกแป้งปกปิดเนียนเรียบอย่างบาบาร่า (Babalah) มาร่วมกิจกรรม “ส่งกล่องล็อกโชค! ปี 2 วุ้นเส้นพาฟินบินญี่ปุ่น” จับรางวัล 10 ท่าน ท่านละ 1 ที่นั่ง โดยมีกติกา คือ เพียงซื้อผลิตภัณฑ์บาบาร่า (Babalah) และส่งกล่องเขียนชื่อพร้อมเบอร์โทรส่งมาที่ บาบาร่า 98 ถนน รังสิต-นครนายก 31 ซอย 1 ตำบล ประชาธิปัตย์ อำเภอ ธัญญบุรี จังหวัด ปทุมธานี 12130 จับรางวัลผู้โชคดีในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2559 พร้อมประกาศผลรางวัลรายชื่อผู้โชคดีทาง www.babalahoffice.com

6. เพรทเซล เดย์ 2016


รับขนมทานฟรีจ้า

วันที่ 23 ก.ค. 2559 ชวนคนชอบทานขนมอบเพรทเซล มาอร่อยฟินกับกิจกรรม “อานตี้ แอนส์ ฟรี เพรทเซล เดย์ 2016” ณ ร้านอานตี้ แอนส์ กว่า 134 สาขาทั่วประเทศ พบกับกิจกรรมแจกเพรทเซลฟรี 2 รสชาติสุดฮิต อัลมอนด์ เพรทเซล และ ออริจินัล เพรทเซล ตั้งแต่ 11.00 – 14.00 น. เพียง Add Line@ ID:@auntieannesth

อีกทั้ง มอบโปรโมชั่นพิเศษ เมื่อซื้อ Premium Pretzel 1 ชิ้น รับฟรี Specialty Pretzel อีก 1 ชิ้น (เฉพาะเวลา 11.00 -14.00 น.) พิเศษสำหรับลูกค้า CRG Plus ซื้อสินค้าราคาปกติในร้าน รับส่วนลด 20% ตลอดทั้งวัน และร่วมมีทแอนด์กรี๊ด มาร์กี้ – ราศรี บาเล็นซิเอก้า, ป๊อก – ภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์ ณ ลาน Eden 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวิลด์ เวลา 13.00 – 16.00 น.

7. มาร์โว่ มอบโปรโมชั่น


คนชอบน้องหมา อย่าลืมไปช็อปลุ้นของรางวัลนะ

วันนี้ – 31 ส.ค. 2559 ชวนคนรักสุนัขร่วมกิจกรรม “มาร์โว่ จัดแจกโปรโมชั่นทั่วประเทศ” ณ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และร้านจำหน่ายอาหารสัตว์ที่ร่วมรายการ กว่า 1,000 ร้านค้าทั่วประเทศ เพียงซื้อ Marvo ครบทุกๆ 259 บาท รับฟรีทันที มาร์โว่ กระเป๋าแม็กซ์มูลค่า 250 บาท ลุ้นรับ หมวกแม็กซ์ มูลค่า 800 บาท (จำนวน 50 ใบ) ระยะเวลาในการส่งชิงโชค 15 กรกฎาคม – 30 กันยายน 2559 จับฉลากวันที่ 14 ตุลาคม 2559

8. Eathai Expansion


เขาจัดโซนใหม่ ใหญ่กว่าเดิม

วันที่ 23 – 31 ก.ค. 2559 ชวนนักชิมไปร่วมงาน “Eathai Expansion” ณ บริเวณชั้น LG ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ภายในงานพบกับ สตรีทฟู้ดเจ้าดังและอาหารไทยสี่ภาค พร้อมด้วยสินค้าและของฝากในบรรยากาศไทยร่วมสมัย จัดเต็มทั้ง 13 โซน

ภายใต้คอนเซปต์ “ทิง นอง นอย” เตรียมโปรโมชั่นและความบันเทิงหลากหลายสร้างสีสัน เช่น สาธิตการร้อยมาลัย, เพลิดเพลินกับเพลงไทยร่วมสมัย พิเศษ ชมการแสดงจำอวดหน้าม่าน ( 24 ก.ค. 59 เวลา 13.00-14.00 น.), การแสดงรัศมีอีสาน (30 ก.ค. 59 เวลา 12.00-14.30 น.), การแสดงผีตาโขน ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ (23, 24 ก.ค./ 30, 31 ก.ค./ 6 ส.ค. 59) รอบแรก 11.30-14.00 น. รอบที่สอง 17.00-20.00 น.

 

ฟินเว่อร์ไปอีก! เก็บตก 10 ร้าน TGIF ทองหล่อ ของใช้เริดของกินเพียบ!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ก.ค. 2559 06:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/667556

 

เพิ่งผ่านไปหมาดๆ สำหรับ The Garden of TFEST (TGIF) ตลาดแนวไลฟ์สไตล์จำหน่ายสินค้าสุดชิก ที่ตั้งอยู่บริเวณ Fragrant Park สถานีรถไฟฟ้า BTS ทองหล่อ (ทางออกที่ 2) ปากซอยสุขุมวิท 36 เขาจัดให้ขาช็อปมาเดินเที่ยวฟินๆ นานถึง 10 สัปดาห์

วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ ขอเก็บตกภาพบรรยากาศในงาน TGIF มาฝากกัน เป็นการทิ้งท้ายความสนุกในตลาดไลฟ์สไตล์ที่มาแรงที่สุดในเดือน ก.ค. 2559 นี้ซะหน่อย พร้อมแล้ว…มาชมกันเลยจ้า

เราขอเริ่มที่โซนข้าวของเครื่องใช้ เสื้อผ้า เครื่องประดับกันก่อนนะจ๊ะ เราคัดเลือกมา 5 ร้านค้าสุดแซ่บที่หลายคนน่าจะโดนใจ ควักตังค์ซื้อไปไม่น้อย มีร้านไหนบ้างนะ มาดูทางนี้

1. นาฬิกาบอร์ดไม้แฮนด์เมด


นาฬิกาบอร์ดไม้

เป็นร้านใหญ่เหมือนกัน มองเห็นมาแต่ไกล ยิ่งพอเดินไปดูใกล้ๆ ยิ่งชอบอะ เป็นนาฬิกาตั้งโต๊ะ หรือจะใช้แขวนประดับก็ได้ เป็นนาฬิกางานไม้สไตล์แฮนด์เมด ที่มีหลากหลายรูปแบบให้เลือก บางชิ้นก็เป็นนาฬิกาอย่างเดียว แต่บางชิ้นเป็นทั้งนาฬิกาและโคมไฟไปในตัว เก๋ดี สนนราคาเริ่มต้นที่ 199-890 บาท แล้วแต่ขนาดและฟังก์ชั่นการใช้งาน

2. เสื้อลูกไม้สไตล์โบฮีเมียน


แม่ค้าสวยแซ่บ

เสื้อสวยเซ็กซี่

สาวๆ ต้องคลั่งไคล้ร้านนี้แน่ๆ โดยเฉพาะสาวชาวต่างชาติ หรือสาวไทยหัวใจอินเตอร์ เพราะร้านนี้เขาขายเสื้อลูกไม้แนวเซ็กซี่ ออกแบบเอง ตัดเย็บเองนะจ๊ะ สวยดูดีทีเดียว เหมาะสำหรับสาวๆ ที่ชอบแต่งตัวเปรี้ยวนิดหนึ่ง ยิ่งแต่งหน้าผมให้เข้ากันแล้ว ยิ่งเริด หนุ่มมองเหลียวหลังชัวร์

3. Hand&Heart made


ร้านเคสมือถือ น่ารัก

ส่วนร้านนี้ขายเคสมือถือทำเอง พร้อมเครื่องประดับต่างๆ มีหลากหลายแบบให้เลือก ราคาก็มีตั้งแต่ชิ้นละ 199-399 บาท สาวๆ ที่ชอบเคสมือถือแบบฟรุ้งฟริ้งมุ้งมิ้งคงชอบน่าดู

4. BlingSumo


สร้อยข้อมือกิ๊บเก๋

มาถึงเครื่องประดับอีกร้าน อันนี้เป็นร้านสร้อยข้อมือแบบหินสีดำ เก๋ แปลกตา ไม่เหมือนใคร เป็นเครื่องประดับที่ดูหรูหราขึ้นมาอีกระดับ สาวคนไหนที่ชอบแต่งตัวเนี้ยบๆ น่าจะเหมาะกับเครื่องประดับร้านนี้ ราคาแอบแพงไปนิดนะ แต่ก็รับรองว่าใส่แล้วโดดเด่นไม่ซ้ำใครแน่นอน

5. ผ้าผูกหูกระเป๋า


ผ้าผูกกระเป๋า

ร้านนี้เป็นร้านขายพวกผ้าพันคอ ผ้าคาดผมสีสันสดใส ทั้งยังสามารถเอามาประยุกต์พันหูกระเป๋าถือได้อย่างเก๋ไก๋ ลงตัว เรียกว่าซื้อชิ้นเดียวก็ใช้งานฟังก์ชั่นได้หลากหลายเลยอะ

เอาล่ะ มาต่อกันที่โซนของกินกันบ้างเนอะ ตลาดนี้นะ เราบอกเลยว่ามีของกินหน้าตาดีเพียบ ทั้งอาหารจานเดียวจากรถฟู้ดทรัก ของว่าง ขนม เค้ก เบเกอรี่ ซีฟู้ด เครื่องดื่มต่างๆ ยิ่งได้ลองชิมแล้ว โห…คือดีอะ อร่อย เต็มอิ่มแบบสมราคา ก็เขาคัดสรรแต่ของดีๆ มาเสิร์ฟ คนชอบชิมอย่างเราฟินไปอีก !

1. หมี่วุ้นต้มยำแห้ง


ต้มยำแห้งของโปรด

เมนูนี้เราเห็นแล้วอดใจไม่ได้ ต้องเข้าไปลองสั่งมาชิม ปรากฏว่าหน้าตาดี แถมอร่อยแฮะ สนนราคา 79 บาท ก็อิ่มเลยอะ ซอสต้มยำเข้มข้นดี เครื่องเคราก็จัดมาเต็ม อร่อย ผ่าน !

2. ไข่ครกซีฟู้ด


หอยครก

อันนี้เขาทำเป็นเหมือนหอยทอดที่มาในไซส์มินิ แต่คือไม่ได้มีแค่หอยทอดไง ขนมาหมดทั้งกุ้ง หมึก หอย ชิ้นใหญ่ๆ เต็มคำ อร่อยฟิน

3. ZweetHerb


เครื่องดื่มโลว์แคลอรี

ร้านนี้ขายเครื่องดื่มสมุนไพรชนิดต่างๆ ที่อร่อยแตกต่างจากร้านอื่น เพราะเขาใช้หญ้าหวานสกัด มาให้ความหวานแทนน้ำตาล เป็นเครื่องดื่มแคลอรีต่ำ เหมาะกับสาวๆ ที่กำลังไดเอตอยู่ ดื่มแล้วสดชื่น แถมไม่เพิ่มน้ำหนักด้วย โอเคเลยอะ

4. Burger&BBQ


เบอร์เกอร์น่าทาน

บาร์บีคิวไม้ใหญ่ๆ

ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าขายเบอร์เกอร์ และเมนูบาร์บีคิวต่างๆ เริ่มจากเบอร์เกอร์หน้าตาดี ขนมปังมีให้เลือกหลายชนิด มีทั้งขนมปังแบบออริจินอล แบบชาเขียว และแบบชาโคล ว้าว! นอกจากนี้ในส่วนของเมนูปิ้งย่างนั้น ก็น่าทานไม่แพ้กัน มีทั้งบาร์บีคิวไก่ บาร์บีคิวเนื้อ บาร์บีคิวหมู และชีสสติ๊ก

5. ทาโก้เม็กซิกัน


ทาโก้แบบแป้งนุ่ม

อาหารของชาวเม็กซิกันอย่าง ทาโก้ เริ่มมีขายในบ้านเรามากขึ้น ร้านนี้เขาขายทาโก้น่าทาน 2 แบบ แบบแป้งกรอบ และแบบแป้งตอติญ่านุ่มๆ ใส่เครื่องเยอะ ซอสเข้มข้นลงตัว

นอกจากนี้ยังมีเครื่องดื่มเก๋ๆ ใส่ไอเดีย อย่างร้าน CHA MAA Italian Soda เดินไปนั่งมุมไหนก็จะเห็นผู้คนเดินถือแก้วร้านนี้อยู่เกือบทุกที่ในตลาด ออกแบบมาได้หน้าตาดีมากๆ ถ่ายรูปสวยสุดๆ แถมรสชาติก็ไม่ขี้เหร่เลยนะ อร่อยเย็นสดชื่น


แตงโมโซดา สดชื่นได้ใจ

น้ำเสาวรสโซดา

แล้วก็แถมด้วยภาพบรรยากาศของตลาด TGIF FEST ส่งท้ายจ้า มาดูกันต่อเลย…


คึกคักมากๆ

งานแฮนด์เมดมีมาเพียบ

งานต้นไม้ในโหล

บรรยากาศในตลาด

คนไทย คนต่างชาติ เพียบ

สาวน่ารักมาแชะภาพ

มีหนุ่มดีเจมาเล่นเพลงให้ฟัง
 

วันหยุดหิวจัง! รวมเบอร์อาหารเดลิเวอรี่ ร้านใกล้บ้านปิดหายห่วง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ก.ค. 2559 12:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/661191

 

วันหยุดยาว 5 วันแบบนี้ ร้านอาหารถ้าไม่ได้อยู่ในสถานที่ท่องเที่ยวก็มักจะปิดโดยพร้อมเพรียง คราวนี้ใครที่ไม่ได้ออกไปเที่ยวไหน วันหยุดนี้ฉันต้องทำงาน หรือนอนอยู่บ้าน จะกินอะไรดีล่ะ หิวจังเลย คู่มือคนเมือง ไทยรัฐออนไลน์ ขอเสนอทางเลือกสั่งเดลิเวอรี่จัดส่งถึงบ้านไปเลยจ้า แม้จะเพิ่มค่าใช้จ่ายขึ้นมาหน่อยแต่ก็คุ้มอยู่นะเออ จะมีร้านไหนอะไรยังไงไปอ่านกัน…

1. KFC โทร 1150


ไก่ทอดผู้พันแซนเดอร์สยอดฮิต คิดอะไรไม่ออกแค่โทรสั่ง KFC บอกเลยสะดวกสบายจะโทรสั่งเดลิเวอรี่หรือ สั่งผ่านออนไลน์ก็สุดแสนจะสะดวกทั้งยังมีโปรโมชั่นมากมายให้ได้เลือกกัน

2. Chesters โทร 1145


ฟาสต์ฟู้ดไทยมาตรฐานสากล หลากหลายเมนู ข้าวสวยร้อนๆ ไก่ย่างเนื้อแน่นหอมกรุ่น น้ำปลาพริกรสเด็ดถึงเครื่อง เมนูเลิศรสที่มีให้เลือกอย่างจุใจ สามารถสั่งออนไลน์ได้ในเวลา 10.00-20.45 น. สินค้าแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ แบบจัดส่งได้ และแบบจัดส่งไม่ได้ (ไม่สามารถสั่งบนหน้าเว็บได้)

3. OISHI Delivery โทร 1773


ความอร่อยแบบญี่ปุ่น ส่งตรงถึงบ้าน มีหลากหลายเมนูให้คุณเลือก แต่ละเมนูครบพร้อมในเซตเดียว ด้วยอาหารจานหลัก และมาพร้อมเครื่องเคียง ที่อิ่มอร่อยได้ในราคาสุดคุ้ม ทั้งหลากหลายเมนู ข้าวหน้า (Don) หรือจะเป็นเมนูทานเล่น (Appetizer) ทั้งซูชิเซต ซาซิมิเซต เกี๊ยวซ่า และอีกมากมายที่พร้อมบริการจัดส่ง ความอร่อยให้คุณถึงบ้าน

4. Yayoi โทร 1642


ยาโยอิเป็นร้านอาหารจากประเทศญี่ปุ่น ที่เสิร์ฟอาหารจานร้อน และรสชาติสไตล์ต้นตำรับ ด้วยราคาที่คุ้มค่า และคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดีเพื่อมาทำอาหาร รับประกันรสชาติ ใครชื่นชอบอาหารอาหารญี่ปุ่นต้องไม่พลาดกับหลากหลายเมนูให้ได้เลือกสรรส่งตรงถึงที่ ทั้งเมนูราเม็งต่างๆ เมนูข้าว หรือจะเป็นชุดเบนโตะ อร่อยสุดๆไปเลยเดลิเวอรี่ตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น. ทุกวัน

5. The Pizza Company โทร 1112


หิวแล้วก็ต้องสั่งเลย กับพิซซ่าหน้าโปรดของคุณ กินกันหลายคนอร่อยเว่อร์ หรือคุณจะกินคนเดียวก็แล้วแต่ใจชอบ มีมากมายหลากหลายโปรโมชั่นจะสั่งเป็นชุดหรือสั่งเป็นถาดก็ได้ นอกจากนั้นยังมีพาสต้า ไก่และอาหารรองท้องอีกมากมาย จัดส่งถึงที่ในเวลา 09.00-24.00 น. แต่ไม่ทุกสาขา ต้องโทรสอบถามพนักงานก่อนจัดส่ง

6. Pizza Hut โทร 1150


พิซซ่าอีกหนึ่งแบรนด์ที่ใครหลายคนชื่นชอบ มีทั้งพิซซ่าหน้าต่างๆ หน้านุ่ม กรอบบาง ใครชอบแบบไหนก็เลือกเอานะจ๊ะ จัดส่งถึงบ้านตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น.

7. McDelivery (Mcdonald) โทร 1171


ตำนานความอร่อยของแฮมเบอร์เกอร์จากแมคโดนัลด์ ส่งถึงที่ทุกเมนู 24 ชั่วโมง จัดส่งเฉพาะภายในบริเวณที่กำหนด อาหารยอดนิยมเช่น แมคฟิช, บิ๊กแมค, นักเก็ต, เฟรนช์ฟรายส์ และอื่นๆ ทางแมคโดนัลด์ยังพัฒนา Local Menu เช่น ซามูไรเบอร์เกอร์หมู เมนูข้าวต่างๆ โจ๊ก ปาท่องโก๋ โดยเฉพาะซามูไรเบอร์เกอร์หมู ที่กลายเป็นเมนูที่ได้รับความนิยม

8. burgerking โทร. 1112


อร่อยสุดคุ้ม ส่งตรงถึงบ้านตั้งแต่ 10.00-24.00 น. กับร้านเบอร์เกอร์ฟาสต์ฟู้ดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก และยังเป็นต้นตำรับของวอปเปอร์แสนอร่อยที่เป็นที่รู้จักกันดี วัตถุดิบชั้นเลิศ เมนูสุดพิเศษ

9. MK Delivery โทร 1642


กินอะไร กินอะไร กินอะไร ไปกินเอ็มเค จากร้านอาหารไทยเล็กๆ ย่านสยามแสคว์ จนเป็นร้านสุกี้ MK และปัจจุบันสามารถสั่งอาหารเดลิเวอรี่ได้ตั้งแต่ 09.45-21.00 น. บอกเลยมีเมนูเด็ดให้เลือกมากมายทั้งอาหารจานเดียวและชุดเอ็มเค หรือจะเป็นเมนูเด็ดอย่าง เป็ดย่างเอ็มเค แค่นึกถึงก็อยากโทรสั่งเดี๋ยวนี้แล้ว

10. See Fah สีฟ้า โทร 0-2800-8080


อย่าลืมสีฟ้าเวลาหิว นี่คือสโลแกนที่ของร้านอาหารสีฟ้า ซึ่งเมนูหลากหลายมากมายบริการในเวลา 10.00-21.00 น. พื้นที่ให้บริการ ราชดำริ/ทองหล่อ/พหลโยธิน 37/ธนิยะ/พระราม 9 จำนวนสั่งขั้นต่ำ 150 บาทขึ้นไป ค่าบริการจัดส่งครั้งละ 40 บาท http://seefah.com/

11. JJ Delivery โทร 0-2712-3000


เจเจ เดลิเวอรี่เซอร์วิส เน้นให้บริการอาหารจานด่วนภายในกรุงเทพฯ จัดส่งภายใน 45 นาที โดยมีทั้งอาหารไทย อาหารจานเดียว อาหารทานเล่น อาหารตะวันตก อาหารญี่ปุ่น โดยเน้นที่ คุณภาพ ความสะอาด ถูกสุขลักษณะ รสชาติเลิศ ไม่ใส่ผงชูรส รับรองส่งถึงบ้าน

 

เคยเห็นยัง? พระอาทิตย์กลางทะเลหมอกแบบ 360 องศาที่ ‘เขาตะเคียนโง๊ะ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย แบกกล้องเที่ยว 16 ก.ค. 2559 16:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/661869

 

พูดถึงจุดชมวิวบนยอดเขานั้น ประเทศไทยมีหลายที่ทีเดียว แต่สัปดาห์นี้ “แบกกล้องเที่ยว” จะพาไปชมวิวแบบ 360 องศาที่เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ กันนะครับ




เขาค้อมีจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น และทะเลหมอกสวยๆ หลายแห่ง แต่มีจุดที่คนไม่ค่อยรู้จักเท่าไร ถามเรื่องความสวยนั้นต้องบอกว่างามจริงๆ กับ “เขาตะเคียนโง๊ะ” สมัยก่อนที่นี่เป็นฐานที่มั่นของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ จากหลักฐานการปราบปรามของฝ่ายรัฐบาล ซึ่งปัจจุบันได้นำอาวุธทั้งหลายไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์อาวุธฐานอิทธินั่นเอง




การเดินทางก็ไม่ยากเท่าไร เขาตะเคียนโง๊ะ ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 2258 จากสี่แยกรื่นฤดี (สะเดาะพงษ์) ขับเลยพระตำหนักเขาค้อไปทางทุ่งแสลงหลวง ที่สำคัญบนเขาตะเคียนโง๊ะสามารถนำรถขึ้นได้เลย ไม่ต้องเดิน ก็มองเห็นทะเลหมอกได้แล้ว ด้านบนมีจุดกางเต็นท์อยู่รอบๆ เขา




ไฮไลต์ของที่นี่มันอยู่ตรงวิว 360 องศานี่ล่ะครับ ตอนเย็นดูพระอาทิตย์ตก กลางคืนนอนดูดาว เช้าตื่นมาก็เจอทะเลหมอกเต็มตา นอกจากนี้ เรายังเห็นเขาปู่ เขาย่า ซึ่งมีรูปทรงคล้ายภูเขาไฟฟูจิอีกด้วย




เรียกว่ามาที่เดียวคุ้มมากๆ ใครจะพาเพื่อนพาแฟนมาก็อย่าช้านะครับ รับรองฟินกันถ้วนหน้า แล้วกลับมาพบกับแบกกล้องเที่ยวอีกครั้งในวันเสาร์หน้าครับ…

ที่มา – แบกกล้องเที่ยว
www.facebook.com/baagklong

 

บาร์ล..หมู่บ้าน 2 แผ่นดิน ‘เบลเยียม-เนเธอร์แลนด์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 ก.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/664301

 

พรมดอกไม้กว่า 6 แสนดอกในเทศกาลดอกไม้ที่กรองด์ปลาส.

ยิ่งกว่าดรีม เดสทิเนชั่น เมื่อได้มีโอกาสไปเยือนเบลเยียมครั้งล่าสุด โดยมี บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำสหภาพยุโรป อาสาเป็นไกด์นำเที่ยว หมู่บ้านบาร์ล-แฮร์ท็อก และ บาร์ล-นาสเซา หมู่บ้าน 2 แผ่นดิน บริเวณชายแดนเบลเยียมและเนเธอร์แลนด์

จริงๆจะว่าไปหมู่บ้านที่ว่านี้ก็เป็นหมู่บ้านเดียวกันนั่นละ แต่ถ้าเป็นดินแดนฝั่งที่อยู่ในเบลเยียมจะเรียกว่า บาร์ล-แฮร์ท็อก ตามภาษาเฟลมมิชของเบลเยียม แต่ถ้าเป็นฝั่งที่อยู่ในเนเธอร์แลนด์จะเรียกว่า บาร์ล-นาสเซา ตามภาษาดัตช์

ความน่าสนใจของหมู่บ้านนี้ นอกจากพื้นที่ที่คาบเกี่ยวระหว่างสองแผ่นดินแล้ว ทั้งเมืองยังมีเส้นแบ่งพรมแดนกระจายอยู่ทั่ว ไม่ว่าจะบนทางเดินเท้าหรือกลางถนน บางเส้นพุ่งผ่าเข้ากลางบ้าน กลางศูนย์การค้า เรียกว่า ถ้าเดินเที่ยวในหมู่บ้านหรือเมืองนี้ 1 วัน ก็เท่ากับได้เที่ยวทั้งสองประเทศวันละเป็น 10 รอบเลยทีเดียว

บาร์ล-แฮร์ท็อก และ บาร์ล-นาสเซา อยู่ห่างจากกรุงบรัสเซลส์ไปทางเหนือราว 110 กิโลเมตร ถ้าเดินทางโดยรถยนต์ก็ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง กับอีก 20 นาที แต่ถ้าไปทางรถไฟก็อาจจะนานขึ้นอีกนิดราว 2 ชั่วโมง


(ซ้าย) เส้นแบ่งพรมแดนวิ่งผ่ากลาง บ้านทำให้มี 2 เลขที่บ้าน (ขวา) หลักหมุดปักปันเขตแดนระหว่าง 2 ประเทศ.

ที่ตั้งของอำเภอบาร์ล-แฮร์ท็อกของเบลเยียม อยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดินเนเธอร์แลนด์ห่างจากพรมแดนหลักเบลเยียม-เนเธอร์แลนด์ประมาณ 5 กิโลเมตรติดกับอำเภอบาร์ล-นาสเซาของเนเธอร์แลนด์ เป็นสองหมู่บ้าน หรือสองอำเภอที่มีแผ่นดินของสองประเทศโยงใยกันไปมาเหมือนใยแมงมุม ประชาชนสองชาติอยู่ร่วมกันอย่างเป็นมิตร ต่างจากพื้นที่ชายแดนส่วนใหญ่ที่มักจะมีปัญหาความขัดแย้งของเส้นแบ่งพรมแดนหรือผลประโยชน์บนแผ่นดินของสองประเทศ


จัตุรัสกรองด์ปลาส..ยามค่ำคืน.

หากเดินทางโดยรถยนต์ ก่อนเข้าบริเวณหมู่บ้านสองแผ่นดินจะมีป้ายบอกชื่ออำเภอทั้งสองพร้อมธงชาติของสองประเทศเพื่อแยกแยะว่า อำเภอใด อยู่ในเนเธอร์แลนด์ หรือเบลเยียม และพอถึงย่านกลางหมู่บ้านก็จะสังเกตเห็นกากบาทสีขาวเป็นเส้นแบ่งพรมแดนบนพื้นทางเดินเท้าพร้อมอักษร N และ B สองด้าน เพื่อให้ทราบว่า ฝั่ง N เป็นเนเธอร์แลนด์ และ B เป็นเบลเยียม บางเส้นหายเข้าไปในกำแพงระหว่างบ้านสองหลังหรือเข้าไปในร้านอาหาร ร้านค้า พอต่อไปบนถนนก็จะมีหมุดโลหะปักเป็นระยะแบ่งกึ่งกลางถนนไปเลี้ยวขึ้นทางเท้าอีกด้านหนึ่ง

ดูเป็นการแบ่งพรมแดนที่แปลกประหลาดและมีความซับซ้อนทางภูมิศาสตร์ที่สุดในโลก…..!!

การบริหารจัดการของหมู่บ้านบาร์ลทั้ง 2 ฝั่ง จะใช้กฎหมายของสองประเทศ มีสำนักงานเทศบาล 2 แห่งกับนายกเทศมนตรี 2 คน โบสถ์ 2 หลัง สถานีดับเพลิง 2 แห่ง สถานีตำรวจ 2 แห่ง การจัดเก็บค่าไฟฟ้าและน้ำประปาที่แยกออกจากกัน แต่หน่วยบริการอีกหลายอย่างก็มีการจัดการร่วมกัน เช่น ห้องสมุดนานาชาติ ศูนย์วัฒนธรรม โรงเรียนสอนดนตรี การจัดระเบียบและความปลอดภัย สถานที่กำจัดขยะร่วม ฯลฯ ทำให้สองหมู่บ้านมีลักษณะคล้ายแฝดสยามที่ไม่สามารถแยกกันออกได้เด็ดขาด เป็นเมืองท่องเที่ยวเล็กๆ สำหรับผู้ที่ต้องการค้นหาความแปลกของเส้นแบ่งเขตแดนสองพรมแดน หรือบ้านหลังเดียวกันที่ตั้งอยู่ในสองประเทศ และสัมผัสมิตรภาพของคนสองชาติที่อยู่ร่วมกันอย่างใกล้ชิด


ป้ายชื่อเมืองก่อนเข้าเขตเมืองบาร์ล.

ถ้าต้องการรู้ว่าบ้านหลังใดอยู่ในประเทศไหน ให้สังเกตได้จากป้ายเลขที่ บ้านที่มีสีธงชาติปรากฏอยู่ ป้ายเลขบ้านเนเธอร์แลนด์มีสีน้ำเงินมุมซ้ายบน สีขาวตรงพื้นกลางและสีแดงตรงมุมบนขวาซึ่งเป็นสีธงชาติดัตช์ หรือป้ายเลขที่บ้านเบลเยียมจะมีสีธงชาติเบลเยียมดำเหลืองแดงตรงมุมบนซ้าย แต่มีบ้านหลังหนึ่งบนถนน Loveren ที่สะดุดตา ตรงที่มีป้ายเลขที่บ้าน 2 เลขที่ด้านหน้า ประตูซ้ายขวาพร้อมกับกริ่ง 2 อันที่อยู่ติดกับป้ายทั้งสอง ด้านซ้ายเลขที่ 2 กับธงเบลเยียม ด้านขวาเลขที่ 19 กับธงดัตช์ ถามเจ้าของบ้านได้ความว่า เพราะมีพรมแดนสองประเทศผ่าเข้ากลางบ้านไปออกด้านหลังสวน…แปลกมั้ยล่ะ…!!


เส้นแบ่งเขตแดนมีทุกที่ในหมู่บ้านบาร์ล.

นี่ยังไม่รวมว่า สมัยก่อนมีกฎหมายเรื่องของการกินดื่มของคนสองประเทศ ซึ่งเวลาของการบังคับใช้ต่างกันอยู่ 2 ชั่วโมง ประมาณว่าร้านเหล้า ในเขตเบลเยียมจะปิดเที่ยงคืน ถ้าอยากดื่มต่อ ลูกค้าก็แค่ยกโต๊ะกับเก้าอี้ข้ามเส้นแบ่งพรมแดนมาอีกฝั่งก็กินต่อได้อีก 2 ชม.แล้ว แต่ดูเหมือนกฎหมายที่ว่านี้จะยกเลิกไปแล้วเมื่อไม่นานมานี้

เราใช้เวลาสำรวจหมู่บ้านอันซีนเล็กๆในยุโรปแค่ 6 ชม. ก็ต้องขับรถกลับกรุงบรัสเซลส์ ชมแลนด์มาร์คของเมือง ไม่ว่าจะเป็น กรองด์ปลาส จัตุรัสที่สวยที่สุดในโลก อโตเมียม แต่ที่น่าสนใจเห็นจะเป็นตุ๊กตาหนูน้อยนั่งฉี่ เจนเนเคน พิส ที่อาจจะเป็นคู่หูของเจ้าหนู แมนเนอคิน พิส แต่คนกลับมองข้ามนางไปอย่างน่าเสียดาย


เจนเนเคน พิส..สาวน้อยนั่งฉี่ที่ถูกลืม.

เสียดายที่เวลาจำกัด ไม่เช่นนั้นจะอยู่ต่อดูเทศกาลพรมดอกไม้ หรือ Flower Carpet ที่จัดขึ้น 2 ปีครั้ง ที่จัตุรัสกรองด์ปลาสโดยนำดอกเบโกเนียสดจำนวนกว่า 600,000 ดอก มาวางเรียงเป็นลวดลายคล้ายพรมยาว 75 เมตร กว้าง 25 เมตร ที่ปีนี้กำหนดจัดในวันที่ 12-15 สิงหาคมนี้ ใครสนใจก็จองตั๋วไปดูกันได้ที่ http://www.thaiairways.com และปีนี้ยังเป็นปีพิเศษฉลองความสัมพันธ์เบลเยียม-ญี่ปุ่น 150 ปีด้วย

และเพราะทุกการเดินทางมีความหมายเสมอ แค่เปิดประตูใจก้าวออกไปสู่ประตูโลก โลกทั้งใบก็เป็นของเราแล้ว…!!

 

สุดอลังการ! เปิดตัวหนุ่มทำผ้าปักเพชรสวารอฟสกี้ห่มพระธาตุนครพนม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.ค. 2559 08:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/661834

 

ฮือฮา ตามรอยศรัทธา มหากุศล “พิธีสมโภชพระประจำวันเกิด ชีวิตล้ำเลิศตลอดปี” ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ตำบลธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จ.นครพนม เปิดใจเผยโฉมหนุ่มทำผ้าห่มปักด้วยเพชรจากสวารอฟสกี้ห่มพระธาตุสุดอลังการระดับโลก

สืบเนื่องจากการจัดงานสมโภชพระประจำวันเกิด ชีวิตล้ำเลิศตลอดปี วัดพระธาตุพนม จังหวัดนครพนม ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-18 ก.ค. ที่จะถึงนี้ (อ่านเพิ่ม : อลังการนครพนม หมอดูดัง แนะไหว้พระธาตุเสริมดวง 3 ราศีไหว้รุ่งเรือง) หมอดูชื่อดังออกมาเปิดเผยผู้ที่ทำผ้าปักเพชรสวารอฟสกี้ห่มพระธาตุนครพนม สุดฮือฮาในปีนี้


หรรษรัตน์ ภัทรทวีหิรัณย์

เพื่อทำบุญ

ล่าสุด หรรษรัตน์ ภัทรทวีหิรัณย์ หรือ เซน นักธุรกิจหนุ่ม ออกมาเปิดใจกับไทยรัฐออนไลน์ว่า แรงบันดาลใจในการทำผ้า อริย์ธัชรัตนบูชา 
เริ่มต้นจากความคิดและการริเริ่มการทำผ้าห่มพระธาตุผืนนี้ ตนได้มีโอกาสได้ไปนมัสการองค์พระธาตุพนมซึ่งเป็นพระธาตุที่บรรจุในส่วนพระอุระขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และยังเป็นที่เคารพบูชาทั้งชาวไทยและชาวลาว ในการไปครั้งแรกรู้สึกประทับใจและเกิดแรงบันดาลใจที่คิดอยากจะทำผ้าห่มพระธาตุ มาห่มที่นี่ให้ได้สักครั้ง

“ส่วนตัวผมเป็นคนที่ทำอะไรนั้นจะต้องดีที่สุดอยู่แล้ว จึงเริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับผ้าห่มพระธาตุ ซึ่งทราบว่าในสมัยก่อนการทำผ้าห่มพระธาตุเกิดจากการทอผ้าโดยการร่วมแรงร่วมใจของคนในหมู่บ้าน และผ้าเกิดขึ้นด้วยน้ำพักน้ำแรงและแรงศรัทธาจริงๆ จึงทำให้ผมอยากจะทำผ้าผืนนี้ให้มีความวิจิตรและดีที่สุดในการถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระพุทธเจ้า จึงได้มาปรึกษาเพื่อนผม คือคุณลินดา (เพื่อนช่างผมระดับโลก) ด้วยความที่เธอจบทางด้านการออกแบบภายใน จึงเข้ามาเป็นแรงสำคัญในการทำผ้าผืนนี้ และผ้าผืนนี้เราตั้งใจที่จะทำออกมาให้ดีที่สุด ใส่ใจในรายละเอียดของผ้าให้ได้มากที่สุด”

การรวมทีมจึงเกิดขึ้นมา เชนเล่าต่อว่า เริ่มจากการปักลายดอกประจำยามในผ้า ลายนี้คือการปักมือทั้งหมด ตนได้คุณชัชฎาหรือพี่จิง ซึ่งมารู้ทีหลังว่าพี่จิงนั้นเคยเรียนโรงเรียนเจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ลดาวัลย์ เจ้าจอมในรัชกาลที่ 5 ซึ่งท่านเก่งเกี่ยวกับเรื่องงานผ้า จึงได้ช่างฝีมือเอกมาช่วยในการปักลายในครั้งนี้ครับ เราเริ่มจากการปักลายทีละดอกจนครบ 70 ดอก และทางคุณลินดาก็เริ่มการออกแบบตัวผืนผ้า ติดต่อซื้ออุปกรณ์ทุกอย่างในการทำผ้า

“ขึ้นชื่อว่าลินดาต้องระดับโลกทั้งหมด (ยิ้ม) ผ้าผืนหลักนี้ เป็นผ้าฝ้ายอิตาลี สี Yellow Oak ซึ่งสั่งทอจาก บริษัท อิตาเลียนเท็กซ์ไทล์ ประเทศอิตาลี ซึ่งผ้าผืนนี้จะมีความคงทนพิเศษ เพราะจะต้องห่มภายนอกตัวพระธาตุ จึงทำให้ตัวผ้าต้องมีความคงทน ทนแดดทนฝนและอากาศ
-ลายประดับผ้า อย่างที่กล่าวไปตั้งแต่ต้นว่า ลายดอกประจำยามนี้ใช้เลื่อมต่างๆ และเครื่องทองรวมทั้งมุกประดับทุกผืน ซึ่งมีการปักลายอย่างละเอียดในทุกขั้นตอน และลายประดับอื่นๆ เราก็คัดสรรเลือกอุปกรณ์อย่างดีในการประดับ แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ เพชรที่ใช้ประดับในผ้าผืนนี้รวมๆ แล้ว 80,000 กว่าเม็ดนั้น เป็นเพชร SWAROVSKI ทั้งหมด”



งดงาม

โดยเฉพาะไฮไลต์ของผ้าคือตรงธรรมจักรกลางผ้า ใช้เพชร SWAROVSKI เรียงเป็นลายธรรมจักรทั้งหมด และในการติดเพชรนั้นก็จะมีความยากที่สุด เพราะเราต้องใช้กาวเฉพาะ คือกาว E600 จาก USA ซึ่งเป็นกาวที่ออกแบบมาเพื่อติดเพชร SWAROVSKI โดยเฉพาะครับ
 การเย็บลายลงผ้านั้น จะต้องใช้จักรอุตสาหกรรมพิเศษเพราะด้วยความหนาของผ้า และของแต่งผ้าอีกมากมายที่ติดอยู่บนผ้า

“คุณลินดาได้ออกแบบการเย็บผ้าวางลาย และได้คุณชลดาหรือคุณหมุยมาช่วย โดยคุณลินดาจะมีความสามารถในการออกแบบการเย็บผ้าและมีความสามารถเฉพาะตัว เทคนิคต่างๆ ที่นำมาใช้ในการเย็บครั้งนี้ จะต้องวางลายการเย็บที่เดินเส้นเป็นกราฟิกทั้งผืนอย่างต่อเนื่อง เกิดมาจากการคำนวณเรื่องของแรงลมที่จะมากระทบที่ผ้าอีกด้วย ผ้าผืนนี้จึงมีความเป็นไทยและความเป็นสากลอยู่ในตัวของผ้าเอง
 และขั้นตอนสุดท้าย คือการติดสายล็อกตัวผ้า จากการที่เราคำนวณองค์พระธาตุพนมนั้น ทำให้เรามองเห็นปัญหาของผ้าเวลาที่จะขึ้นห่มว่า ในปัจจุบันนี้การห่มผ้าพระธาตุจะเป็นการใช้ผ้าที่มีลักษณะบางมาห่มและใช้การผูกปมด้านหลังเท่านั้น แต่ผ้าผืนนี้ที่ทำจะต้องรับน้ำหนักของลายต่างๆ และตัวผ้าพื้นเอง”

เชนเล่าต่อว่า อีกทั้งตัวองค์พระธาตุพนมนั้นไม่มีจุดแขวนผ้า จึงทำให้ทุกคนมาประชุมกันและได้คิดที่จะทำตัวล็อกผ้าให้อยู่กับตัวองค์พระ ธาตุ เราจึงคิดค้นตัวล็อกที่มีความพิเศษ สามารถปรับระดับในการห่มได้ไม่ว่าจะอยู่จุดไหนขององค์พระธาตุ 
และเราก็เริ่มตามหาสายที่จะสามารถรับน้ำหนักผ้าได้มากพอ จึงได้สั่งผลิตสายล็อกที่มีความแข็งแรง จะขาดได้ต้องใช้ความร้อนถึง 400 องศาฯ เท่านั้น และสายนี้สามารถลากเครื่องบินได้ จากบริษัท SAFETEX จากประเทศเยอรมนี สามารถรับน้ำหนักได้ 300 ตันต่อเส้น
 ที่สำคัญในปี 2559 นี้ เป็นปีมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี พวกผมจึงสร้างถวายเป็นพระราชกุศล เพื่อพระองค์ท่านและพระบรมวงศานุวงศ์
ทุกพระองค์ครับ”



ลงมือทำ
 

เมืองแห่งน้ำ ความสวยงามที่ซ่อนอยู่ใน ‘ACCHEN’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ก.ค. 2559 15:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/661789

 

มีโอกาสได้ไปร่วงาน Global press event ประจำปี 2016 ปีนี้เป็นปีแรกที่ได้รับเชิญจาก ZF Friedrichshafen บริษัทผลิตระบบบังคับเลี้ยว ระบบเบรก ระบบรองรับน้ำหนัก และอีกหลายระบบในรถยนต์ เชิญชวนไปร่วมงาน

ปีนี้งานจัดขึ้นที่ศูนย์ทดสอบรถในเมือง Aldenhoven ประเทศเยอรมนี ห่างจาก Acchen ประมาณ 30 นาที เราจึงพักกันที่ Acchen ความพิเศษของเมืองนี้คือ เป็นเมืองชายแดน ติดกับ เนเธอร์แลนด์และเบลเยียม ห่างจากแฟรงก์เฟิร์ตประมาณ 3 ชม. หากเดินทางโดยรถยนต์

Acchen หรือ อาเคน แปลว่า เมืองแห่งน้ำ ที่นี่มีธารน้ำแร่ไหลผ่านตัวเมือง จึงเป็นที่มาของชื่อเมืองแห่งนี้ อาเคน มีเรื่องเล่า และเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ ที่นี่มีสถาปัตยกรรมอันสวยงาม ที่นี่มีโบสถ์เก่าแก่ชื่อว่า Acchen Cathedral ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก




โรงแรมที่พักก็กลมกลืนกับบรรยากาศเมือง อาคารสีครีมหลังใหญ่ สวยงามตามสถาปัตยกรรมยุโรป ภายในโอ่โถง ห้องพักหลากหลายขนาด สำหรับพักคนเดียวห้องขนาดกะทัดรัดก็อยู่สบาย

เก็บข้าว เก็บของ อาบน้ำผ่อนคลายความเมื่อยล้าจากการเดินทางกันแล้ว ต้องไปชมเมืองกันสักหน่อย เพราะตอนนั่งรถผ่านเมื่อเข้าสู่ตัวเมืองก็สะดุดตากับโบสถ์น้อยใหญ่ตามทาง



เรามุ่งหน้าเดินลัดเลาะ เข้าสู่ใจกลางเมือง จากที่พักจนถึงลานกว้างๆ หน้าโบสถ์ เดินประมาณ 10-15 นาที ระหว่างทางเป็นย่านที่รายล้อมไปด้วย ร้านอาหาร และร้านขายของ เรียกว่าไปถูกที่ เพราะตรงจุดนี้น่าจะเป็นจุดที่ชาวเมืองมาใช้ชีวิตยามเย็นของพวกเขา

และแล้วก็มาถึงจุดหมาย โบสถ์ใหญ่ ปรากฏอยู่เบื้องหน้าตั้งตระหง่านตรงกลางลานน้ำพุ โบสถ์อาเคน สร้างตั้งแต่สมัยพระเจ้าชาร์เลอมาญ เมื่อปี ค.ศ. 805 ตัวอาคารดูขรึมด้วยสีด้านนอก ลดโทนขรึมด้วยดอกไม้สีแดงสดแต่งแต้มขอบหน้าต่างให้ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาเล็กน้อย ด้านหน้ามีร้านขายดอกไม้เล็กๆ



ส่วนในโบสถ์ให้เข้าชมได้ แต่คิดค่าบริการ ด้านล่างและด้านหลัง เป็นลานกว้างๆ เปิดเป็นร้านอาหาร เหมาะกับการจัดปาร์ตี้กลุ่มไม่ใหญ่นัก

ตัดสินใจแล้วออกมาชม วิถีของชาวอาเคนด้านนอกกันดีกว่า อากาศเย็นสบายๆ ราวๆ 15-16 องศา เหมาะแก่การนั่งชิล กิน ดื่ม พูดคุย ร้านข้างทางจึงนำเก้าอี้มาตั้งนอกร้านให้ผู้คนได้นั่งรับลม ซึมซับบรรยากาศรอบๆ ตัว แต่ละร้านก็มีเสน่ห์ของตัวเอง



เมืองนี้มีโบสถ์น้อยใหญ่หลายแห่ง ระหว่างทางเดินมีจุดให้แวะถ่ายรูปเป็นระยะ พูดง่ายๆ ว่ามีความอาร์ตอยู่ทั่วทุกมุมเมือง เหมาะแก่การแชะแล้วแชร์ให้เพื่อนในโลกออนไลน์ได้สัมผัสความงดงามของที่นี่ไปพร้อมๆ กับเรา

โดยรวมๆ แล้ว “ปลื้ม” กับการมาเมืองเล็กๆ แห่งนี้ แม้จะไม่ใช่เมืองท่องเที่ยว แต่บรรยากาศที่แสนสบาย สวยงาม และอบอุ่น ผู้คนดูเป็นมิตร เก็บความประทับใจกลับบ้าน และหวังว่าวันหนึ่งจะได้กลับมาพบเจอกันอีกครั้ง