เสน่ห์..ซีอาน อลังการ..สุสาน “จิ๋นซีฮ่องเต้”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 มิ.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/646166

 

สุสานทหารจิ๋นซีฮ่องเต้.

ใครคนหนึ่งกล่าวไว้ว่า “ถ้าอยากเห็นปัจจุบันของจีนต้องไปปักกิ่ง ดูอนาคตของจีนต้องไปเซี่ยงไฮ้ และถ้าอยากเห็นอดีตของจีนต้องไปซีอาน” เมื่อได้มีโอกาสไปเยือนซีอาน จึงมิอาจปฏิเสธได้ว่า คำกล่าวนี้เป็นความจริงที่สุด เพราะ “ซีอาน” คือจุดเริ่มต้นของเส้นทางสายไหม เป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์ ที่มีชื่อเสียงของโลกเมืองหนึ่ง


ร้านขายของฝากของที่ระลึกที่ตลาดมุสลิม.

การเดินทางไปเยือน “ซีอาน” ครั้งนี้ ต้องขอบคุณคุณ “แจ๊คกี้ เฉิน” นักธุรกิจใหญ่ชาวจีนผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจไทย-ส่านซีและอุปนายกสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน รวมทั้ง คุณชัยวัฒน์ วณิชวัฒนะ นายกสมาคม ที่นำเราไปเปิดหูเปิดตาย้อนรอยอดีต “ซีอาน” เมืองหลวง ของมณฑล “ส่านซี” ซึ่งปัจจุบันมิใช่แค่เมืองวัฒนธรรมหรือเมืองแห่งศาสนาที่น่าศึกษา แต่ยังเป็นเมืองเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่อีกแห่งหนึ่งของจีน ที่กำลังมีการสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษ “ฉานป้า” ซึ่งนักลงทุนจากทั่วโลกให้ความสนใจ

เริ่มต้นการเดินทางในซีอานกันที่ วัดฝ่าเหมิน แหล่งท่องเที่ยวระดับ 5 ดาว คนจีนเรียกวัดนี้ ว่า “วัดฝ่าเหมินซื่อ” ตั้งอยู่ในเขตตำบลฝ่าเหมิน อำเภอฝูเฟิง จังหวัดเปาจี ห่างจากเมืองซีอานไปทางทิศตะวันตกราว 120 กิโลเมตร ใช้เวลานั่งรถไปประมาณชั่วโมงเศษ นอกจากเป็นวัดแล้ว ที่นี่ยังเป็นโรงเรียนสอนพุทธศาสนาให้กับเหล่าพระสงฆ์ด้วย


พ่อค้าชาที่ตลาดโบราณ ใกล้พิพิธภัณฑ์ชา…จุดกำเนิดเส้นทางสายไหม.

ร้านขายน้ำทับทิมคั้นสดที่ตลาดมุสลิม.

ภายในวัดมีเรื่องราวทางศาสนามากมาย รวมทั้งสถาปัตยกรรมเก่าแก่ เดินผ่านวิหารด้านหน้าเข้าไปจะเห็นเจดีย์แปดเหลี่ยม สูง 13 ชั้น ประมาณ 45 เมตร ที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน เดิมเป็นเจดีย์ไม้ที่สร้างตั้งแต่สมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ภายหลังเกิดแผ่นดินไหวเจดีย์เก่าพังทลายลง จึงมีการสร้างเจดีย์อิฐองค์ใหม่ขึ้นมาแทนเจดีย์องค์เก่า ภายในประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุส่วนข้อนิ้วขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งพบระหว่างมีการรื้อถอนเจดีย์ บรรจุอยู่ในหีบทองคำ 7 ชั้น โดยในระหว่างการรื้อถอน ยังพบโบราณวัตถุกว่า 2,000 ชิ้น ที่ห้องใต้ดินบริเวณใต้ฐานเจดีย์ด้วย


รูปปั้นทหารจิ๋นซีฮ่องเต้ในห้องแสดงนิทรรศการ.

ถัดไปจากวัดฝ่าเหมิน เป็นสถาบันพุทธศาสนาฝ่าเหมินซื่อ ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมแบบใหม่ ลักษณะเหมือนการพนมมือ ที่นี่เป็นสถาบันอุดมศึกษาด้านพุทธศาสนาสำหรับชาวฮั่น เป็นสถานที่จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและพุทธศาสนากับต่างประเทศ เช่น การประชุมพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก สองข้างทางมีรูปปั้น 18 อรหันต์ และพระโพธิสัตว์ 10 องค์ รวมถึงวิธีการบำเพ็ญตบะที่ต่างกัน ภายในสถาบันยังมีโรงแรมที่พักอย่างดี สำหรับผู้ที่มาจากเมืองไกล และที่ไม่ควรพลาด คือ การลิ้มรสอาหารในภัตตาคารอาหารเจ ที่บอกได้คำเดียวว่า รสชาติอร่อยขั้นเทพจากวัดฝ่าเหมินซื่อ เราเดินทางต่อไปยัง สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ ซึ่งถือว่าเป็นไฮไลต์ของการมาเที่ยวซีอาน ต้องนั่งรถออกจากตัวเมืองไปราวชั่วโมงเศษ จะถึงบริเวณเชิงเขาหลีซัน ซึ่งเป็นที่ตั้งของสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานมากว่า 2,000 ปี เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมอีกแห่งหนึ่งของจีน ที่บอกได้เลยว่า ยิ่งใหญ่อลังการสมกับเป็นสุสานของจักรพรรดิผู้รวบรวมแผ่นดินจีนให้เป็นปึกแผ่น


บรรยากาศถนนมุสลิมคลาคล่ำด้วยนักท่องเที่ยว.

สุสานแห่งนี้ถูกพบเมื่อปี 1974 โดยชาวนาธรรมดาๆคนหนึ่ง ซึ่งเมื่อสืบค้นประวัติจึงพบว่าเป็นสุสานที่สร้างด้วยแรงคนถึง 7 แสนคน ใช้เวลาสร้างนานถึง 36 ปี ว่ากันว่าหากจะมาชมและศึกษาประวัติศาสตร์เรื่องราวความเป็นมาของที่นี่ให้ครบทั้งหมดต้องใช้เวลากันทั้งวัน ซึ่งในแต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้ามาชมสุสานแห่งนี้ วันละประมาณ 1 หมื่นคน หรือราว 5 ล้านคนต่อปีเลยทีเดียว

ตื่นตาตื่นใจกับความยิ่งใหญ่ของสุสานจักรพรรดิแล้ว ก็ได้เวลาชิมอาหารซีอานกันเสียที ซึ่งถ้าใครมาซีอานแล้วไม่ได้กินเกี๊ยว ซึ่งถือว่าเป็นอาหารขึ้นชื่อของที่นี่ ถือว่าไม่ถึง นอกจากอร่อยแล้ว เกี๊ยวแต่ละชนิดยังมีตำนานซึ่งเล่าได้ไม่หมดอีกด้วย


เนื้อแพะย่าง…หอมกรุ่น.

หลังอิ่มหนำสำราญกันเป็นที่เรียบร้อย ก็ไปต่อกันที่ กำแพงเมืองโบราณซีอาน ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง เป็นกำแพงเมืองที่สมบูรณ์ที่สุดในจีน มีอายุเก่าแก่กว่า 600 ปี ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี บนกำแพงแห่งนี้สามารถขี่จักรยานแทนการเดินเที่ยวชมได้

ปิดท้ายวันกันที่ วัดเจดีย์ห่านป่าใหญ่ หรือ วัดต้าฉือเอิน ที่ฟังชื่อแล้วอาจจะไม่รู้จัก แต่ถ้าบอกว่าอดีตเจ้าอาวาสของวัดนี้ชื่อ พระถังซำจั๋ง หลายคนคงร้องอ๋อ วัดนี้มีตำนานว่าเป็นวัดที่ พระเจ้าถังเกาจง สร้างขึ้นเพื่อแสดงความกตัญญูต่อมารดา ภายในวัดมีเจดีย์ใหญ่ ที่เรียกว่า Big Wild Goose Pagoda หรือเจดีย์ห่านป่าใหญ่ ภาษาจีนออกเสียงว่า “ต้าเยี่ยนถ่า” เป็นเจดีย์สัญลักษณ์ของซีอาน มีตำนานกล่าวกันไว้ว่า ในอดีตเคยมีฝูงห่านบินผ่านมาบริเวณนี้ และมีห่านตัวหนึ่งตกลงมาตาย เข้าใจว่าห่านตัวนั้นคือโพธิสัตว์จำแลงมาจึงได้สร้างเจดีย์ขึ้นบริเวณดังกล่าว โดยพระถังซำจั๋งเป็นผู้ออกแบบเอง โดยมีต้นแบบมาเจดีย์ที่อินเดีย ซึ่งในตอนแรกเจดีย์มี 5 ชั้น แต่หลังจากได้รับการบูรณะใหม่ในสมัยราชวงศ์หมิง โดยการเสริมส่วนที่เป็นอิฐเข้าไปและกลายเป็นเจดีย์ 7 ชั้นอย่างที่เห็น ปัจจุบันเป็นที่เก็บรักษาพระคัมภีร์ซึ่งอัญเชิญมาจากอินเดียและแปลเป็นภาษาจีน ด้านนอกมีรูปปั้นพระถังซำจั๋งองค์ใหญ่ยืนตระหง่าน


รูปปั้นพระถังซำจั๋ง…วัดต้าฉือเอินหน้าเจดีย์ห่านป่าใหญ่.

อีกที่ที่ควรไป ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ด้านการท่องเที่ยว คือ ถนนมุสลิม (Muslim Street Xi’an) ซึ่งเป็นตลาดโบราณอายุกว่า 100 ปี ที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์และวิถีชีวิตของชาว “หุย” หรือชาวจีนมุสลิม (ที่สืบเชื้อสายมาจากมุสลิมชาวเปอร์เซีย) ไว้อย่างเหนียวแน่น ตลาดแห่งนี้เป็นที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารพื้นเมืองที่มีการผสมผสานระหว่างอาหารจีนกับอาหารมุสลิม แต่ที่เห็นขายกัน ตั้งแต่หัวตลาดยันท้ายตลาดคือ “เนื้อแพะย่าง” ที่ภาษาจีนเรียกว่า “หยังโร่วช่วน” ที่นำเนื้อแพะมาเสียบไม้หลิวแดงย่าง ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั้งตลาด

ลิ้มลองเนื้อแพะหอมอร่อย แกล้มกับเหมาไถชั้นดี…นี่กระมัง ที่ทำให้กวีจีนอย่างโกวเล้ง รจนาถ้อยคำอมตะ ผ่านกาลเวลามาเนิ่นนาน

“ข้ามิได้ชมชอบในรสชาติสุรา แต่ข้าชมชอบบรรยากาศการร่ำสุรา”

ไจ้เจียน…ลาก่อน ซีอาน…!!!

 

งานลดราคาเคาะหน้าประตู! สแกน 7 โปรโมชั่นแจ่มว้าวสาวๆ ห้ามพลาด!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 มิ.ย. 2559 13:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/645414

 

สวัสดีวันสุดสัปดาห์ หวังว่าทุกคนคงทำงานได้ราบรื่นและมีความสุขตลอด 4 วันที่ผ่านมา ไหนๆ ก็ใกล้ถึงวันหยุดกันแล้ว มาทำให้วันศุกร์ของคุณแฮปปี้ขึ้นอีกนิดดีกว่า…

ปฏิทิน ไทยรัฐออนไลน์ กลับมาเจอคราวนี้ ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน เพราะเราได้รวบรวมเอางานสินค้าลดราคา งาน Mid Year Sale และโปรโมชั่นแจ่มๆ มาฝากหนุ่มสาวกันเช่นเคย จะโดนใจแค่ไหนไปดูกัน

1. Central Gift Card HELLO KITTY


บัตรช็อปปิ้งลายคิตตี้

วันนี้เป็นต้นไป ชวนสาวๆ มาสมัครใช้บัตร “Central Gift Card HELLO KITTY Limited Edition” จากห้างเซ็นทรัลทุกสาขา ล่าสุดสำหรับปี 2016 นี้ ได้มีการออกแบบบัตรลายใหม่ กับลายที่ชื่อว่า Ordinary Stuff ด้วยสีแดงสดใส คลาสสิก และลาย Pink Roses บัตรสีชมพูอ่อนสุดหวานแหวว เพิ่มความน่ารักเข้าไปอีก พร้อมซองใส่น่ารัก ฟรุ้งฟริ้ง เหมาะสำหรับแฟนๆ ที่ชอบสะสมบัตรในรูปแบบเติมเงิน เพื่อการช็อปสินค้าได้ที่ห้างเซ็นทรัล, เซน, มาร์คแอนด์สเปนเซอร์, มูจิ, เซ็นทรัลฟู้ดฮอลล์, ท็อปส์, เพาเวอร์บาย, ซูเปอร์สปอร์ต, บีทูเอส สามารถหาซื้อบัตรได้ที่แผนกลูกค้าสัมพันธ์

2. Imperial Mid Year Sale


Mid year sale ยังคงมีอยู่ให้ช็อปนะจ๊ะ

วันนี้ – 17 ก.ค. 2559 ชวนไปช็อปกระจายในงาน “Imperial Mid Year Sale” ณ บริเวณ Imperial Department Store ชั้น 3 ศูนย์การค้าอิมพีเรียลเวิลด์สำโรง ภายในงานพบกับ Sale of the Year ลดกระหน่ำ พบโปรโมชั่นพิเศษ ช็อปครบ 500 บาท ลุ้นช็อปฟรี ดังนี้

รางวัลที่ 1 ช็อปฟรี Gift Vocher 20,000 บาท จำนวน 1 รางวัล
รางวัลที่ 2 ช็อปฟรี Gift Vocher 10,000 บาท จำนวน 2 รางวัล
รางวัลที่ 3 ช็อปฟรี Gift Vocher 5,000 บาท จำนวน 4 รางวัล
รางวัลที่ 4 ช็อปฟรี Gift Vocher 2,000 บาท จำนวน 10 รางวัล
รางวัลที่ 5 ช็อปฟรี Gift Vocher 500 บาท จำนวน 20 รางวัล
บัตรสมาชิก Im Card รับคูปองลุ้นโชค คูณ 2 และ 800 Point แลกรับ Gift Voucher 100 บาท

3. SportsWorld Mega Sale


สินค้าลดราคาที่ซีคอนสแควร์

วันนี้ – 27 มิ.ย. 2559 ชวนไปช็อปอุปกรณ์กีฬาแบรนด์ชั้นนำ “SportsWorld Mega Sale” ณ ลานน้ำพุ ชั้น 1 ห้างซีคอนสแควร์ ภายในงานพบกับขบวนสินค้าและอุปกรณ์กีฬาแบรนด์ชั้นนำ เช่น Adidas, Nike, Under Armour, Asics,
Saucony, Brooks, Kronos, Skechers, Crocs, Reebok, Converse, Puma และอื่นๆ อีกมากมาย ลดกระหน่ำสูงสุด 60% พร้อมของสมนาคุณ พิเศษ! เมื่อซื้อสินค้าครบตามเงื่อนไขที่กำหนด รับสินค้า Premium ฟรี
– ซื้อสินค้าตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ รับฟรี หมอนพิมพ์ลายลูกฟุตบอล 1 ใบ มูลค่า 350 บาท
– ซื้อสินค้าตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ รับฟรี กล่องอเนกประสงค์พับได้ 1 set (2 ใบ) มูลค่า 1,100 บาท
– ซื้อสินค้าตั้งแต่ 30,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ รับฟรี กล่องเก็บความเย็น 1 ใบ มูลค่า 2,000 บาท
– ซื้อสินค้าตั้งแต่ 30,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ รับฟรี TROLLEY BAG 1 ใบ มูลค่า 2,990 บาท

4. Welcome Store Seoul


ใครชอบเสื้อผ้าแนวเกาหลี มาทางนี้

วันนี้ – 7 ก.ค. 2559 ชวนแฟชั่นนิสต้ามาช็อปเสื้อผ้าสไตล์เกาหลี “Welcome Store Seoul” ณ ลานกิจกรรมการ์เด้น 1 ศูนย์การค้าวิคตอเรีย การ์เด้นส์ เพชรเกษม 69 ภายในงานพบกับ โกดังแฟชั่นเสื้อผ้า สินค้าเกาหลี ลดราคาสูงสุด 95% สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2444-4555

5. The RED Hot Sale 90%


เซ็นทรัลลาดพร้าว จัดงานสินค้าลดราคาอีกแล้ว

วันนี้ – 3 ก.ค. 2559 ชวนสาวๆ มาช็อปกระจายในงาน “The RED Hot Sale Up To 90%” ณ BCC HALL ชั้น 5 เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ภายในงานพบกับ สินค้าแบรนด์ดังมากมาย เช่น Versace, Samsonite, Sabina, Jockey, Red Earth, และอีกมากมาย มาช็อปชิลๆ กันได้ตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00 น.

6. I Love Sale Up to 70%


ไปงาน Sale กัน ที่ห้างอัมรินทร์เจ้าเดิมจ้า

วันนี้ – 26 มิ.ย. 2559 ชวนคนชอบของลดราคา มาช็อปกระหน่ำที่งาน “Amarin Brand Sale: I Love Sale Up to 70%” ณ อีเวนต์ฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าอัมรินทร์พลาซ่า ภายในงานพบกับ สินค้าแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ เครื่องประดับ และของตกแต่งบ้าน ให้คุณสนุกกับซิตี้ไลฟ์ ขบวนสินค้าแบรนด์ดังที่มาพร้อมดีไซน์สุดล้ำ เช่น Case Logic, Delsey Paris, Pakalolo Boots, THULE, Chef’n, KYOCERA, Albedo, Massimo, Rubbermaid, Belkin, Storm London, Stuhrling Original, Albedo เป็นต้น

7. Home Hug รักบ้าน


คนรักบ้านและการแต่งสวน ต้องมา!

วันที่ 25 มิ.ย. – 3 ก.ค. 2559 ชวนคนรักการแต่งบ้านมาร่วมงาน “Home Hug รักบ้าน” ณ ลานกิจกรรมไนน์สแควร์ ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 ภายในงานพบกับกิจกรรม Workshop ที่น่าสนใจมากมาย ได้แก่ การจัดสวนในขวดแก้ว การทำ Cake Pop และถักไหมพรม พร้อมนำผลงานกลับไปตกแต่งบ้านได้เก๋ๆ พร้อมบูธสินค้าแต่งบ้าน เช่น หมอน, ผ้านวม, ของตกแต่งบ้าน, อุปกรณ์ตกแต่งสวน ฯลฯ แถมยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีก เช่น
– แจกฟรีต้นกระบองเพชรสุดน่ารักทุกวัน (จำนวนจำกัด)
– Live Music ทุกวันในบรรยากาศสุดคูล

ที่มาภาพ : ImperialWorldSeaconSquarevictoria.gardencentralplaza

AmarinBrandSaleTheNineRama9

 

ตากากบาท หน้าทะเล้น! 10 เรื่องน่ารู้ KAWS อาร์ตระดับโลกครั้งแรกในไทย


ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 มิ.ย. 2559 15:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/644321

 

เห็นคนแชร์ๆ โมเดลหน้าตาน่ารัก มีเอกลักษณ์เป็นตารูปกากบาท ทั่วโซเชียล หลายคนถามไถ่กันว่าเป็นงานอะไร ไทยรัฐออนไลน์ไปหาคำตอบมาให้ รับประกันว่าถ้าคุณรักโมเดล และของสะสมเก๋ๆ ระดับโลก ไม่ควรห้ามพลาดงานนี้เลยทีเดียว และนี่คือ 10 ข้องานครั้งแรกในเมืองไทยที่คุณควรรู้

1. ที่เห็นแชร์ๆ กัน เป็นงานที่ห้างยักษ์ใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ เชิญศิลปินชื่อก้องโลก “KAWS” (คอวส์) มาเปิดตัวผลงานมาสเตอร์พีซ ประติมากรรมขนาดยักษ์ 
สูงกว่า 8 เมตร ให้สัมผัสอย่างใกล้ชิด ครั้งแรกในโลกที่ไทย พร้อมนิทรรศการภาพพิมพ์ ตลอดจนสินค้าคอลเลกชั่นพิเศษทำขึ้นเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ในนิทรรศการ “KAWS: BFF” (คอวส์ : บีเอฟเอฟ) นั่นเอง

2. ทั้งนี้ ผลงานสุดอลังการนี้ เป็นความร่วมมือกับ บริษัท ออลไรท์รีเซิร์ฟ (All Rights Reserved Ltd.) ผู้จัดนิทรรศการอันโด่งดัง หลังจากจัดแสดงผลงานนิทรรศการประติมากรรมที่ Yorkshire Sculpture Park ใน
สหราชอาณาจักร และประสบความสำเร็จจากผลงาน “PASSING THROUGH” และ “CLEAN SLATE” ในฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ ซึ่ง “KAWS : BFF” (คอวส์ : บีเอฟเอฟ) เป็นหนึ่งในผลงานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่ KAWS เคยสร้างขึ้น ด้วยความสูงกว่า 8 เมตร

คำว่า BFF มาจากคำว่า “Best Friend Forever” หรือ “เพื่อนแท้ตลอดไป” สื่อถึงมิตรภาพอันยาวนาน โดยประติมากรรมนี้ มีความคล้ายกับประติมากรรมชื่อดัง “COMPANION” ตรงที่มีกะโหลก หูรูปกระดูกไขว้ ตารูปกากบาท และมีขนนุ่ม เป็นผลงานที่ KAWS สร้างขึ้นใหม่ และไม่เคยทำมาก่อน สื่อถึงความคิดสร้างสรรค์แปลกใหม่




3. ประติมากรรม “KAWS: BFF” ขนาดความสูงกว่า 8 เมตรนี้ จะมาอวดโฉมพร้อมกับนิทรรศการภาพพิมพ์ “KAWS Art Prints Exhibition” ที่น่าสนใจแล้ว สำหรับสาวก คอวส์ ตื่นเต้นล่วงหน้าได้ เพราะเขามีของน่าสะสมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าคอลเลกชั่นพิเศษ ลิมิเต็ด เอดิชั่น “KAWS: BFF” ที่ทำขึ้นเพื่องานนี้โดยเฉพาะ อีกทั้งยังกระซิบบอกจากผู้บริหารได้ว่า จะมีการเผยโฉมของตุ๊กตารุ่นพิเศษ ซึ่งเคยสร้างกระแสคลั่งไคล้มาแล้ว ในงาน “KAWS: CLEAN SLATE” ที่เซี่ยงไฮ้ ปี 58 ให้แฟนพันธุ์แท้และนักสะสม KAWS สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ตลอดช่วงการจัดนิทรรศการหรือจนกว่าสินค้าจะหมด

อย่างไรก็ดีในวันเปิดงาน (30 มิ.ย.) เวลา 18.00 น. ยังได้รับเกียรติจาก “KAWS” ศิลปินชื่อดังเจ้าของผลงาน บินมาร่วมเปิดนิทรรศการ
อีกด้วย ซึ่งนับเป็นการเดินทางมาประเทศไทยเป็นครั้งแรกของเขา พร้อมทั้งยังจะจัดให้มีกิจกรรมพิเศษ เป็นต้นว่า พบปะ แจกลายเซ็นสำหรับแฟนๆ เรียกได้ว่าห้ามพลาดเลยทีเดียว

4. สำหรับคนที่ยังไม่รู้จัก เราค้นประวัติมาให้ คอวส์ (KAWS) เป็นศิลปินชื่อดังจากบรูคลิน เคยแสดงผลงานในพิพิธภัณฑ์ และแกลเลอรี่มาแล้วทั่วโลก ผลงานของเขาเริ่มมาจากป็อปอาร์ต ซึ่งอยู่บนเส้นบางๆ ที่คั่นระหว่างวิจิตรศิลป์และศิลปะเพื่อการค้า 
มีผลงานสร้างชื่อเสียง อาทิ ประติมากรรมขนาด 5 เมตร COMPANION (PASSING THROUGH) และประติมากรรมขนาด 7 เมตร CLEAN SLATE ศิลปะของเขามีความโดดเด่น สะดุดตา เป็นการนำตัวละครจากป็อปคัลเจอร์ มาทำเป็นผลงานศิลปะที่ชวนให้คิดวิเคราะห์แทรกอารมณ์ขัน ทว่ามีความละเอียดอ่อน โดดเด่น สนุกสนาน การผลิตชิ้นงานที่เป็นวิจิตรศิลป์เป็นสินค้าเพื่อผู้บริโภค และการร่วมงานกับแบรนด์ระดับโลก ทำให้ KAWS ก้าวข้ามจากโลกแห่งศิลปะล้วนๆ มาสู่ตลาดโลกที่มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น




5. KAWS เกิดที่เจอร์ซีย์ ซิตี้ ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก School of Visual Arts ผลงานของเขาเคยจัดแสดงที่ Harbour City ในฮ่องกง และเคยมีนิทรรศการเดี่ยวที่ CAC MALAGA ประเทศสเปน Nerman Museum of Contemporary Art ที่ Overland Park ในเมืองแคนซัส Pennsylvania Academy of the Fine Arts ในเมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลวาเนีย High Museum of Art ที่เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย Modern Art Museum of Fort Worth ในรัฐเท็กซัส Aldrich Contemporary Art Museum ที่เมืองริดจ์ฟิลด์ รัฐคอนเนตทิคัต Honor Fraser Gallery ในเมืองลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย Galerie Perrotin 
ที่ปารีส นิวยอร์ก และฮ่องกง และ Mary Boone Gallery ในนิวยอร์ก

6. ส่วน “ออลไรท์รีเซิร์ฟ” (All Rights Reserved) ผู้ร่วมเป็นแม่งานในงานครั้งนี้ก็ไม่ธรรมดา เพราะพวกเขาเป็นครีเอทีฟสตูดิโอในฮ่องกง ก่อตั้งในปี 2546 โดยมุ่งเน้น
กิจกรรมที่มีความคิดสร้างสรรค์ ล่าสุด (ก.พ. 59) จับมือกับทีมครีเอทีฟของ PANCOM จากประเทศเกาหลี นำผลงานศิลปะขนาดใหญ่ที่ชื่อว่า “Light Rose Garden HK” จากกรุงโซลมาแสดงที่ฮ่องกง ที่ Central Promenade และ Tamar Park

โดยถือเป็นนิทรรศการครั้งแรกของ Tamar Park ซึ่งได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนทั่วโลก ก่อนหน้านั้น (ปี 2557-2558) ARR เคยร่วมงานกับศิลปินชาวฝรั่งเศส เปาโล กรองจีอง (Paulo Grangeon) เพื่อจัดงาน “1600 Pandas World Tour in Hong Kong : Creativity meets Conservation” รวมถึง “1600 Pandas+ World Tour in Thailand” เป็นการนำแพนด้าเปเปอร์มาเช่ 1,600 ตัว เดินทางไปยังมาเลเซียและเกาหลีใต้ เพื่อแสดงออกถึงเจตนารมณ์ในการอนุรักษ์สัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับสัตว์โลกที่ใกล้สูญพันธุ์ นำสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน

7. นอกจากนี้ ARR ยังได้ร่วมมือกับศิลปินชาวอังกฤษ Lawrence Argent เพื่อจัดโครงการการกุศลเพื่อแพนด้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก “I AM HERE” ในต้นปี 2557 อีกด้วย เพื่อรณรงค์การอนุรักษ์แพนด้า มีการจัดแสดงแพนด้ายักษ์ สูง 15 เมตร หนัก 13 ตัน ที่ Chengdu IFS เพื่อเป็นแลนด์มาร์คที่ผสมผสานศิลปะเข้ากับสถาปัตยกรรม ในปี 2556 มีโครงการ “Rubber Duck Project – HK Tour” ซึ่งเป็นนิทรรศการศิลปะสาธารณะครั้งแรกที่ Victoria Harbour ในฮ่องกง ได้รับความสนใจจากผู้เยี่ยมชมกว่า 8 ล้านคน และเป็นกิจกรรมที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง

8. โครงการอื่นๆ อาทิ “STAND BY ME Pop-up Store” ต้นปี 2558, ร่วมงานกับศิลปินชาวอเมริกัน KAWS ในงาน “KAWS: CLEAN SLATE” ปี 2558 และ “KAWS: Passing Through” 2553 รวมทั้งงาน “WE PRINT ORIGINALS” ซึ่งเป็นงานสแกนและภาพพิมพ์ 3 มิติขนาดใหญ่ ครั้งแรกในฮ่องกง นอกจากนี้ยังเป็นผู้วางแผนทิศทางด้านครีเอทีฟและศิลปะให้กับ West Kowloon Bamboo Theatre ในปี 2556 และงาน “100 Years Before the Birth of Doraemon” ในปี 2555 งานนิทรรศการเดี่ยวกับศิลปินร่วมสมัยจากจีน ยูเอะ
 มินจุน (Yue Minjun) และศิลปินอาว็อง-การ์ด (avant-garde) จากญี่ปุ่น ยาโยอิ คุซามะ (Yayoi Kusama) ในปี 2550 และอื่นๆ อีกมากมาย

9. นิทรรศการ “KAWS : BFF” จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 มิ.ย. – 31 ก.ค. 59 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ดังนี้ ประติมากรรม KAWS : BFF จัดแสดงบริเวณด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี KAWS Art Prints Exhibition จัดแสดงบริเวณ ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี เวลา 10.00-22.00 น.

10. สินค้าพิเศษ ลิมิเต็ด เอดิชั่น “KAWS: BFF” ทำขึ้นเพื่องานนี้โดยเฉพาะ จำหน่ายที่ร้าน SIWILAI ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี (30 มิ.ย.เป็นต้นไป) เวลา 10.00-20.00 น. (จ-พฤ) และ 10.00-22.00 น. (ศ-อา) และที่ชั้น G (1 ก.ค. เป็นต้นไป) เวลา 10.00-22.00 น.



สุดท้ายเป็นอีกหนึ่งงานใหญ่ระดับโลกที่คุณห้ามพลาดเลยทีเดียว.

 

ไม่ใช่บ้าน แต่สักครั้งในชีวิตต้องมา สีสัน ‘มหานครนิวยอร์ก’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 มิ.ย. 2559 13:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/641584

 

เธอบอกว่าไม่มีข้อกังขา เมื่อเท้าข้างถนัดสัมผัส ตามด้วยเท้าขวาแตะพื้นมหานครนิวยอร์ก 

“แม้ตึกรามบ้านช่อง สิ่งปลูกสร้างจะยิ่งใหญ่ ผู้คนจะขวักไขว่ บางเวลาหนาแน่นแบบไหล่ชนไหล่เดินสวนกันมากมาย แต่เรากลับรู้สึกว่าที่นี่เวิ้งว้าง แต่เป็นความเวิ้งว้างที่แปลกตา งดงามหรือไม่ ไม่รู้ แต่รู้เพียงว่าแม้มันจะไม่ใช่บ้าน แต่สักครั้งต้องมา ถ้าคุณเป็นนักเดินทาง ที่ชอบความหลากหลายของวัฒนธรรมและผู้คน”

ภาพเล่าเรื่องไทยรัฐออนไลน์สัปดาห์นี้ เธอเก็บมาจากมหานครที่หลายคนฝันใฝ่ เป็นมหานครที่มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ หรือ เทพีเสรีภาพ (Statue of Liberty) เป็นอนุสาวรีย์ที่ยิ่งใหญ่และมีคุณค่าทางจิตใจ ตั้งอยู่ ณ เกาะลิเบอร์ตี อ่าวนิวยอร์ก ซึ่งเป็นของขวัญที่ชาวฝรั่งเศสมอบให้แก่ชาวอเมริกัน เนื่องในวันที่อเมริกาเฉลิมฉลองวันชาติครบ 100 ปี


สัญลักษณ์ของนครนิวยอร์ก

กราวด์ซีโร่ ซึ่งเดิมเป็นที่ตั้งของตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ (World Trade Center) ที่มีความสูง 530 เมตร กับ 431 เมตร เป็นกลุ่มอาคารจำนวน 7 อาคารในนครนิวยอร์ก โดยอาคารแฝดถูกทำลายในเหตุการณ์วินาศกรรม 11 กันยายน พ.ศ.2544 จนอาคารถล่มลงและมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก โดยรายชื่อของผู้เสียชีวิต ถูกจารึกไว้บริเวณหินอ่อนที่ล้อมรอบกราวด์ซีโร่เอาไว้


กราวด์ซีโร่

วอลสตรีท (Wall Street) เป็นชื่อของถนนในเกาะแมนฮัตตัน วิ่งจากทิศตะวันออกจากถนนบรอดเวย์ไปถึงแม่น้ำฮัตสัน ถนนเส้นนี้เป็นถนนเก่าแก่เส้นหนึ่งของเมือง ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางการเงินของโลก และตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก เริ่มต้นตั้งอยู่บนถนนสายนี้ บริเวณวอลสตรีทจะมีรูปปั้น กระทิง (bull) ตั้งอยู่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่หมายถึง เศรษฐกิจดี ส่วนหมี (bear) จะหมายถึงเศรษฐกิจไม่ดี และนั่นคือโบสถ์ทรีนิตี


วอลสตรีท

ร็อกกี้เฟลเลอร์ เซ็นเตอร์ จุดรวมตัวอีกแห่งหนึ่งของนักท่องเที่ยวและคนนิวยอร์ก โลเวอร์พลาซ่าเป็นลานสเก็ตน้ำแข็งที่มีชื่อเสียงในฤดูหนาว และเป็นลานการรับประทานอาหารกลางแจ้งในฤดูร้อนหน้ารูปปั้นสำริดของโพรมีเธียส


ร็อกกี้เฟลเลอร์ เซ็นเตอร์

และสะพานบรูคลิน (Brooklyn Bridge) สร้างเสร็จเมื่อปี ค.ศ. 1883 เคยเป็นสะพานแขวนที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นสะพานแขวนที่เก่าแก่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา มีความยาว 1,825 เมตร ทอดข้ามแม่น้ำอีสต์ เชื่อมระหว่างนิวยอร์ก ซิตี้ แมนฮัตตัน และบรูคลิน


สะพานบรูคลิน

มหานครที่ไม่เคยหลับใหล มีความเคลื่อนไหวราวกับทุกอย่างมีชีวิตชีวา 24 ชั่วโมง เป็นเมืองที่งดงามและจำลองมาจากชีวิตไลฟ์สไตล์ผู้คนในยุคโลกโซเชียลในปัจจุบันซะจริงๆ

*6 เรื่องน่ารู้มหานครนิวยอร์ก**

1. นครนิวยอร์ก หรือที่เรียกกันว่า นิวยอร์ก ซิตี้ ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา ที่นี่ขึ้นชื่อความหลากหลาย และมีสิ่งแปลกๆ มากมาย ตั้งแต่ ระบบขนส่งที่มีโครงข่ายขนาดใหญ่ (ระบบรถไฟใต้ดินนครนิวยอร์กที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง) มีภาษาประมาณ 170 ภาษาที่ใช้กันในเมืองแห่งนี้ คนเกือบครึ่งไม่ได้เกิดและโตในอเมริกา (พูดง่ายๆ คนจากทั่วโลกเกือบครึ่งหนึ่งมาอยู่ในนิวยอร์ก) และขึ้นชื่อว่า เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การเงิน วัฒนธรรม บันเทิง ที่สำคัญที่สุดของโลก


ผู้คนมากมาย

2. 790 ตร.กม. คือพื้นที่ของที่นี่ นิวยอร์กประกอบด้วย 5 เขตปกครองที่เรียกว่า โบโรฮ์ (Borough) คือ เดอะบรองซ์ บรูคลิน แมนฮัตตัน ควีนส์ และสแตตัน ไอส์แลนด์ ประชากรรวมทั้งหมดเกือบกว่า 10 ล้านคน สัดส่วนประชากรต่อพื้นที่ยังถือว่าหนาแน่นที่สุดในสหรัฐอเมริกา

3. ด้วยไลฟ์สไตล์และสีสันที่มาตลอด 24  ชั่วโมง จึงถูกเรียก “เมืองที่ไม่เคยหลับใหล” ขณะเดียวกันเมืองแห่งนี้ยังมีชื่อเล่นอื่นๆ อีกด้วยอย่าง “กอร์ทเทม” (Gotham) และ “บิ๊กแอปเปิ้ล” (Big Apple)


เรือวิ่งไปมา

4. ว่ากันว่า ชาวดัตช์ถือเป็นผู้คนกลุ่มแรกที่เข้ามาเริ่มปักหลักทำการค้าใน ค.ศ. 1624 ซึ่งนั่นได้ทำให้เมืองแห่งนี้เป็นศูนย์กลางของสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ ค.ศ. 1785 จนกระทั่ง ค.ศ. 1790 และเคยเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลกตั้งแต่ ค.ศ. 1790 เทพีเสรีภาพ (Statue of Liberty) ได้ให้การต้อนรับผู้มาเยือนหลายล้านคน ที่เดินทางมายังสหรัฐอเมริกา

5. ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 จนกระทั่งต้นศตวรรษที่ 20 วอลสตรีท (Wall Street) ที่ตั้งอยู่ในแมนฮัตตันตอนใต้ ก็ถือเป็นศูนย์กลางที่มีอิทธิพลต่อระบบการเงินของโลกมาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 และเป็นที่ตั้งของตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE: New York Stock Exchange) ในปัจจุบัน นิวยอร์กมีสถานที่สำคัญที่มีชื่อเสียงและเป็นสัญลักษณ์ของโลกหลายแห่ง รวมทั้งตึกที่เคยสูงที่สุดในโลกอย่างตึกเอ็มไพร์สเตท (Empire State Building) อีกด้วย


หน้าวอลสตรีท

6. นิวยอร์กยังเป็นบ้านเกิดของวัฒนธรรมที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นงานวรรณกรรมและทัศนศิลป์ที่เรียกว่า ฮาเร็ม เรอเนสซองซ์ (Harlem Renaissance) งานภาพเขียนที่เรียกว่าศิลปะกึ่งนามธรรม (Abstract Expressionism) หรือที่รู้จักกันว่า “นิวยอร์กสคูล” วัฒนธรรมทางดนตรีอย่าง ฮิพฮอพ พังค์ ซัลซ่า และดิสโก้ รวมทั้งยังเป็นบ้านเกิดของละครบรอดเวย์อีกด้วย


สวยไปอีกแบบ

แย่งกันลูบ…วัวกระทิง

มุมหนึ่งของกราวด์ซีโร่

รายชื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุ 911

ธงชาติอเมริกา

วัวกระทิง

จุดรวมตัวอีกแห่งหน้าร็อกกี้เฟลเลอร์ เซ็นเตอร์

ภาพมุมสูง

อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพในมุมสูง จากตึก วันเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์

วิวสวยมาก

ทางเข้า ร็อกกี้เฟลเลอร์ เซ็นเตอร์

วันเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์

โบสถ์ทรีนิตี
 

ปลุกตำนานลึกลับ ท่องป่าดึกดำบรรพ์เมืองยาโกชิมะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย แบกกล้องเที่ยว 18 มิ.ย. 2559 16:02

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/639454

 

สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านไทยรัฐทุกท่าน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แบกกล้องเที่ยว ได้มีโอกาสเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่น โดยได้รับการเชิญจากเมืองคาโกชิมะ และสายการบินไทย ครั้งนี้ได้มีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ ที่สวยงามมากมาย

โดยเฉพาะสายแอดเวนเจอร์ทั้งหลายที่ชอบเดินป่าชมธรรมชาติไม่ควรพลาดมาที่ ป่าดึกดำบรรพ์ยากุชิมะ ตั้งอยู่ทางบริเวณตอนบนของ เกาะยากุ จังหวัดคาโกชิมะ ที่อยู่ทางใต้สุดของเกาะคิวชูประมาณ 60 กิโลเมตร และถูกขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี 1993 อีกด้วย และด้วยความที่ภูมิประเทศแถบนี้มีลักษณะเป็นภูเขาสูง และมีอากาศค่อนข้างอบอุ่นนี่เอง จึงทำให้ป่ายากุชิมะเป็นผืนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางด้านระบบนิเวศ และเต็มไปด้วยพืชพรรณท้องถิ่นที่หายากมากมายราว 1,900 สายพันธุ์ ซึ่งรวมทั้งต้นยาคุสึงิ หรือสนญี่ปุ่นพันธุ์ดั้งเดิม ที่มีอายุหลายพันปี นอกจากนั้นลึกเข้าไปในป่ายากุชิมะ ยังมีพันธุ์ไม้โบราณที่มักจะเติบโตได้ดีในเขตที่มีอากาศอุ่นชื้น อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเกาะแห่งนี้อีกด้วย




ไม่เพียงเท่านั้น เกาะยากุ ยังมีฝนตกชุกตลอดทั้งปี โดยมีปริมาณเฉลี่ยแล้วมากกว่าฝนตกทั่วประเทศญี่ปุ่นทั้งปีถึง 5 เท่า และนั่นก็อาจเป็นคำตอบต่อคำถามที่ว่าทำไมผืนป่าแถบนี้ถึงมีความอุดมสมบูรณ์ยิ่งกว่าส่วนอื่นๆ ของประเทศก็เป็นได้ ซึ่งเสน่ห์ของป่ายากุชิมะแห่งเกาะยากุที่นักท่องเที่ยวทุกคนที่เดินทางมาถึงต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันก็คือ ความลึกลับของป่าอันเงียบสงบที่ปกคลุมไปด้วยหญ้ามอส หินแกรนิตหลากหลายขนาดที่กระจัดกระจายไปทั่ว รวมทั้งต้นไม้ใหญ่ไซส์หลายคนโอบที่หยั่งรากและแผ่กิ่งก้านสาขาร่มครึ้ม โดยเชื่อว่าเป็นผลมาจากการปลูกป่าที่มีมาตั้งแต่สมัยเอโดะนั่นเอง ทั้งนี้ยากุชิมะยังเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า โดยเฉพาะฝูงกวางและฝูงลิงที่มีมากกว่า 13,000 ตัว เรียกว่ามีจำนวนมากกว่าผู้คนที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นี่เสียอีก





นอกจากนั้น เกาะยากุ ยังมีชายหาดยาวเหยียดอันประกอบไปด้วยทรายสีขาวเม็ดละเอียด น้ำทะเลสีฟ้าคราม เต่าทะเลขนาดยักษ์ และฝูงปลาบินที่ใช่ว่าจะหาดูได้ง่ายๆ ฤดูที่เหมาะสมกับการท่องเที่ยวนั่นก็คือช่วงฤดูใบไม้ร่วงจะค่อนข้างแห้งแล้งเล็กน้อย และช่วงโกลเด้นวีคระหว่างปลายเดือนเมษายนจนถึงต้นเดือนพฤษภาคมนั่นเอง ถัดมาอีกช่วงก็คือฤดูร้อนของเดือนสิงหาคม แต่หากใครอยากสัมผัสอากาศหนาวก็มาช่วงปลายปีตั้งแต่พฤศจิกายนได้เลย





สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจต้องการไปพิสูจน์ความลึกลับของ ป่ายากุชิมะ แห่งเกาะยากุ สามารถเดินทางโดยเครื่องบินของสายการบินไทย ที่บินตรงมายังสนามบินที่เมืองฟุกุโอกะได้เลย แล้วต่อรถไฟชินคันเซ็น ใช้เวลาประมาณ 1.30 ชม. มายังเมืองคาโกชิมะ จากนั้นจึงไปขึ้นเรือเฟอร์รี่จากท่าเรือคาโกชิ เพื่อเดินทางต่อไปยังเกาะยากุได้เลย





โดยใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง ซึ่งในแต่ละวันจะมีเรือเฟอร์รี่ที่ออกจากคาโกชิไปยังเกาะยากุถึงวันละ 8 เที่ยวด้วยกัน และพอถึงเกาะยากุ นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถโดยสารสาธารณะไปยังป่ายากุชิมะได้ทันที แต่หากต้องการความเป็นส่วนตัว เกาะยากุก็มีรถให้เช่า พร้อมกับมีโรงแรมที่พักให้บริการสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการค้างคืนอีกด้วย





ใครที่ไปญี่ปุ่นหลายครั้งแล้ว และอยากเปลี่ยนบรรยากาศท่องเที่ยวแบบเดิมๆ ลองมาเดินชมป่าดึกดำบรรพ์กันสักครั้ง ถือว่ามาซ่อมปอดสูดโอโซนกลับบ้านก็แล้วกัน…

ที่มา – แบกกล้องเที่ยว
www.itravelhip.com
www.facebook.com/baagklong

 

ตั๋ว 0 บาทเขย่าขาเก้าอี้! พร้อมอีก 6 โปรโมชั่นเด็ดจัดมาให้เลือกเพียบ!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 มิ.ย. 2559 13:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/640762

 

มาตามคำเรียกร้อง! ต้อนรับหนุ่มสาวในวันฝนพรำด้วยโปรโมชั่นดีๆ งานลดราคา และกิจกรรมน่าสนใจ กลางเดือนมิถุนายน 2559 ที่เราสรรหามาฝากกัน พร้อมมหกรรม Mid Year Sale ยังคงยึดพื้นที่ทุกห้างของเมืองไทย ใครอยากได้สินค้าแบรนด์เนมราคาถูก ต้องช็อปตอนนี้แหละ คุ้มที่สุด…

ปฏิทิน ไทยรัฐออนไลน์ ยังขนเอาความสนุกมาให้เลือกไปเที่ยวชม ชิม ช็อป กันเหมือนเช่นเคย สัปดาห์นี้มีทั้งโปรโมชั่นตั๋วเครื่องบินสุดคุ้ม เสื้อผ้าแฟชั่นลดราคา งานคอนเสิร์ตสุดคูล โปรโมชั่นร้านอาหารหรูต่างๆ อย่ารอช้า ตามมาเช็กลิสต์ทางนี้จ้า

1. โปร 0 บาท BIG SALE


ตั๋วเครื่องบินเริ่มต้น 0 บาท แอร์เอเชียมาแล้วจ้า

วันนี้ – 19 มิ.ย. 2559 คนชอบเที่ยวห้ามพลาด แอร์เอเชีย และแอร์เอเชีย เอ็กซ์ จัดโปรโมชั่น “Big Sale ราคาเริ่มต้นที่ 0 บาท ต่อเที่ยว (ไม่รวมค่าดำเนินการ)” จำนวน 3 ล้านที่นั่ง รวมทั้งหมด 120 เส้นทางใน 24 ประเทศ จองด่วนได้ที่ http://www.airasia.com หรือจองผ่านแอพพลิเคชั่น ได้แล้ววันนี้ สำหรับการเดินทางในช่วงวันที่ 4 ม.ค. – 21 ส.ค. 2560

สำหรับเส้นทางภายในประเทศ เช่น ภูเก็ต หาดใหญ่ อุดรธานี บุรีรัมย์ ขอนแก่น นครศรีธรรมราช สกลนคร กระบี่ นราธิวาส ร้อยเอ็ด น่าน เลย พิษณุโลก เชียงใหม่ เชียงราย อุบลราชธานี สุราษฎร์ธานี ตรัง

ส่วนเส้นทางบินระหว่างประเทศ เช่น หลวงพระบาง เวียงจันทน์ ซัวเถา ฮ่องกง มาเก๊า สิงคโปร์ ย่างกุ้ง โฮจิมินห์ มัณฑะเลย์ พนมเปญ เสียมราฐ กวางโจว ฉางซา เซินเจิ้น ฉงชิ่ง อู่ฮั่น หางโจว บาหลี เป็นต้น รวมถึงเส้นทางอื่นๆ อีกมากมาย

2. อร่อยหรูเมนูฝรั่งเศส


อาหารฝรั่งเศส วัตถุดิบญี่ปุ่น

วันที่ 6-30 ก.ค. 2559 ชวนนักชิมมาลิ้มลอง “อาหารญี่ปุ่นสไตล์ฝรั่งเศส” ณ ห้องอาหาร เอเลเมนท์ (Elements) โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ (The Okura Prestige Bangkok) มอบโปรโมชั่น “ฮอกไกโด” นำเข้าวัตถุดิบชั้นดีและมีชื่อเสียงจากเมืองฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น มารังสรรค์เป็นเมนูอาหารฝรั่งเศส

เมนูแนะนำ ได้แก่ คาร์ปาชโช่หอยเชลล์ฮอกไกโด ทานคู่กับสมุนไพรญี่ปุ่น วาซาบิสด และถั่วเหลือง ราคาเริ่มต้นที่ 450 บาท, เนื้อวากิวย่างซอสสูตรพิเศษ ขิงฝอยทอดกรอบ มะเขือม่วงอบสมุนไพร ราคาเริ่มต้นที่ 1,490 บาท, ปูทะระบะและไข่หอยเม่นอบแบบฝรั่งเศส ถั่วแระญี่ปุ่น และเส้นโซบะ ราคาเริ่มต้นที่ 790 บาท, กุ้งโบตั๋นย่างซอสไวน์ขาว ราคาเริ่มต้นที่ 510 บาท เป็นต้น สอบถาม โทร. 0-2687-9000

3. บลูคอร์เนอร์ลด 50%


เสื้อผ้าคุณภาพดี ลดราคาจัดหนัก

วันนี้ – 23 มิ.ย. 2559 ชวนสาวๆ มาช็อปเสื้อผ้าลดราคา “THE GREATEST GRAND SALE” มอบส่วนลดพิเศษสุด 50% กับแบรนด์บลูคอร์เนอร์ (Blue Corner) ณ Blue Corner Shop และเคาน์เตอร์ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทุกสาขาทั่วประเทศ

4. i-MEDBOT Innovation Contest 2016


ชวนคนชอบหุ่นยนต์ส่งผลงานประกวด

วันที่ 20 มิ.ย. – 20 ก.ค. 2559 ชวนคนมีไอเดียร่วมส่งผลงานประกวดชิงรางวัลในเวที “i-MEDBOT Innovation Contest 2016” ณ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเป็นการประกวดสุดยอดหุ่นยนต์ทางการแพทย์เพื่อสุขภาพ เปิดโอกาสให้ผู้สนใจ ทุกเพศ ทุกวัย สามารถสมัครเข้าร่วมการแข่งขันฯ ได้ทั้งแบบเดี่ยวหรือกลุ่ม

ส่งผลงานได้ตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย.-20 ก.ค. 2559 โดยคณะกรรมการจะคัดเลือกและประกาศผลผู้ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ จำนวน 10 ทีม ในวันที่ 22 ส.ค. 2559 และจัดประกวดรอบชิงชนะเลิศในเดือน ก.ย. 2559 สำหรับผู้ชนะเลิศได้รับเงินรางวัล 150,000 บาท, รองชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัล 100,000 บาท และรองชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัล 50,000 บาท และได้รับสิทธิ์ในการคัดเลือกเข้าสู่ Startup Mentoring Program ที่ TCELS จะจัดขึ้นในโอกาสต่อไป ดูรายละเอียดเพิ่มเติม tcels.or.th หรือ โทร. 0-2644-5499 ต่อ 100, 128

5. คอนเสิร์ต อัศจรรย์…รัก


คอนเสิร์ตเจ๋งๆ

วันที่ 2 ก.ค. 2559 ชวนคนรักเสียงเพลงมาฟังคอนเสิร์ตสุดคูล “อัศจรรย์…รัก” ตุ่น แต๋ม ปั่น ดึกดำบรรพ์ บอยแบนด์ คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรก ที่มีการรวมตัวกันของโปรดิวเซอร์ และนักแต่งเพลงมากประสบการณ์ “ตุ่น” พนเทพ สุวรรณะบุณย์ รวมทั้งนักร้องเสียงคุณภาพ “แต๋ม” ชรัส เฟื่องอารมย์” และ “ปั่น” ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว

ชมได้ที่ GMM Live House ชั้น 8 Central World เวลา 19.00 – 22.00 น. บัตรราคา 1,500, 2000, 2,500 และ 3,500 บาท สามารถซื้อบัตรได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ทุกสาขา หรือ http://www.thaiticketmajor.com สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หนีกรุง Call Center 08-4714-0000 (ทุกวัน 9.00 – 20.00 น.)

6. โปรเมนูเด็ด คอมฟอร์ทฟู้ด


อาหารจานอร่อย ต้องลอง

ของหวาน หอม นุ่ม ละมุนลิ้น

วันนี้ ชวนมาชิมอาหารสไตล์อบอุ่น “คอมฟอร์ทฟู้ด” ณ ห้องอาหาร เดอะ คอร์ทยาร์ด (The Courtyard) เดอะเฮ้าส์ออนสาทร นำเสนอเมนูสลัดจนถึงแซนด์วิช เช่น เมนูเคบับสไตล์ตุรกี หรือส้มตำในรูปแบบของเดอะเฮ้าส์ออนสาทรเสิร์ฟพร้อมกับกุ้งแม่น้ำตัวใหญ่

เซตมื้อกลางวันให้เลือกระหว่าง เซตเมนูอาหาร 2 คอร์ส ในราคาเริ่มต้นเพียง 640 บาทต่อท่าน และ เซตเมนูอาหาร 3 คอร์ส ในราคาเริ่มต้น 780 บาทต่อท่าน เสิร์ฟวันจันทร์ – วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 12.00 – 14.30 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2344-4000

7. EURO PROMOTION 2016


โปรโมชั่นต้อนรับเทศกาลบอลยูโร

วันนี้ – 10 ก.ค. 2559 ชวนชมพิพิธภัณฑ์ริบลีส์ในราคาสุดคุ้มกับโปร “EURO PROMOTION 2016” ณ ริบลีส์ เวิลด์ พัทยา

โปรโมชั่นที่ 1: Super Score เมื่อเข้าเล่น Scream in the dark และได้รับคะแนน 30,000 แต้ม รับสิทธิ์ซื้อบัตรเข้าเล่นเครื่องเล่นดังกล่าวในราคาลดถึง 50% หรือเครื่องเล่น Laser Maze Challenge เพียงแค่ทำเวลาได้น้อยกว่า 300 วินาที รับสิทธิ์ซื้อบัตรเข้าเล่นเครื่องเล่นดังกล่าวในราคา 50% หรือเครื่องเล่น Beam Buster ได้รับคะแนน 500 แต้ม รับสิทธิ์ซื้อบัตรเข้าเล่นเครื่องเล่นดังกล่าวในราคา 50%

โปรโมชั่นที่ 2: Super Save เพียงซื้อบัตรชุดเครื่องเล่น แบบ combo7 จ่ายเพียง 1,000 บาท (สำหรับชาวไทย) และ 1,400 บาท (สำหรับชาวต่างชาติ) จากราคาปกติ

โปรโมชั่นที่ 3: Super Sub ซื้อบัตรชุดเครื่องเล่นแบบ combo แบบใดก็ได้ รับส่วนลด 50% เมื่อซื้อบัตรแบบเครื่องเล่นเดี่ยว หรือ แบบ combo

 

เริงร่าท้าฝน! เปิด 5 เส้นทางเที่ยวกรีนซีซั่น ยิ่งฝนพรำยิ่งสวยไปอีก!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 มิ.ย. 2559 06:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/631848

 

ได้เวลาสนุกแล้วสิ! สายฝนโปรยปรายลงมาให้เย็นฉ่ำชื่นใจ ถึงฝนจะตกแต่ขาเที่ยวอย่างเรายังคงสตรอง เพราะฤดูนี้มีที่เที่ยวสวยๆ เยอะแยะไปหมด ออกไปสูดอากาศดีๆ ต้อนรับฝนแรกแห่งปี 2559 กันเถอะ

คู่มือเที่ยว ไทยรัฐออนไลน์ สัปดาห์นี้ จะพาคุณไปส่องแหล่งท่องเที่ยวหน้าฝนที่น่าสนใจ ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก พอไปกันไหว มีวันหยุดแค่ 2 วัน ก็สามารถเที่ยวได้ชิลๆ ที่กินที่พักก็ไม่แพงเกินไป

เอาล่ะนะ ไม่รอช้าแล้วนะ มีที่ไหนบ้าง ตามมาดู…

1. น้ำตกเจ็ดคต โป่งก้อนเส้า จ.สระบุรี

ที่แรกเลยที่อยากแนะนำ คือ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศเจ็ดคต-โป่งก้อนเส้า ต.ท่ามะปราง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ที่น่าสนใจเพราะ ข้อแรก ใกล้กรุงเทพฯ, ข้อสอง มีเส้นทางเดินป่าเขียวครึ้มสวยงาม, ข้อสาม มีเห็ดแชมเปญอันเลื่องลือที่ใครๆ ก็อยากไปตามล่าภาพสวยๆ มาให้ได้


น้ำตกช่วงนี้กำลังสวย

นอกจากนี้ ยังมีพืชป่านานาพันธุ์ให้ชม เช่น เอื้องหมายนา ดอกพนมสวรรค์ ต้นไคร้น้ำ เฟิร์นก้านดำ กระแตไต่ไม้ ฯลฯ และสัตว์นานาชนิด เช่น ปูหิน แมลงปอน้ำตก และผีเสื้อหลากหลายสายพันธุ์

งานนี้รีบแพลนรัวๆ ไปช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ก็ได้ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติฯ แห่งนี้ ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่สำคัญพอๆ กับเขาใหญ่ มีเส้นทางเดินป่าหลายเส้นทาง มีบริการบ้านพัก มีจุดให้กางเต็นท์ และมีร้านค้าสวัสดิการขายของใช้จำเป็น อาหารแห้ง ของที่ระลึก และขนมขบเคี้ยวบ้างเล็กน้อย


พืชพรรณเริ่มงอกงาม มีชีวิตชีวา

การเดินทาง : จากกรุงเทพฯ วิ่งไปตามถนนพหลโยธิน แยกขวาไปทางจังหวัดนครราชสีมา (ถนนมิตรภาพ) ประมาณ 20 กม. กลับรถหน้าเทศบาลทับกวาง ตรงไปอีกนิดจะเห็นแยกซ้ายมือ เลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 20 กม. ก็ถึงแล้ว ระยะทางประมาณ 130 กม. ใครอยากติดต่อบ้านพัก สอบถามได้ที่ โทร. 08-9237-8659, 08-5968-3520, 08-0019-2762

2. ทุ่งดอกกระเจียว จ.ชัยภูมิ

เริ่มต้นแล้ว ณ บัดนาว สำหรับเทศกาลท่องเที่ยวชมทุ่งดอกกระเจียว บานเต็มลานหินกว้าง ณ อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อ.เทพสถิต และอุทยานแห่งชาติไทรทอง อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ ช่วงหน้าฝนที่นี่จะคึกคักทุกปี เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ ปีนี้เขาจะเปิดป่าให้เที่ยวชมวันที่ 18 มิ.ย. 2559 นี้นะจ๊ะ


ทุ่งดอกกระเจียวบาน

ปีนี้ ทุ่งดอกกระเจียว มีให้ชมได้ตั้งแต่เดือน มิ.ย.-ส.ค. 2559 แพลนวันเที่ยวล่วงหน้าได้ยาวๆ ไม่ต้องรีบร้อน สำหรับงานเทศกาลนี้ นอกจากจะได้พบกับทุ่งดอกกระเจียวสีชมพูบานสะพรั่งแล้ว ยังมีการจัดนิทรรศการต่างๆ เช่น การจำหน่ายสินค้า OTOP การเดินป่าไปชมวิวสุดแผ่นดิน ทุ่งบัวสวรรค์ และลานหินงาม เป็นต้น

การเดินทาง : ใครอยากไป ลองสอบถามที่พัก และกิจกรรมต่างๆ ก่อนก็ได้ที่ อำเภอเทพสถิต 0-4485-7099, อบจ.ชัยภูมิ 0-4481-1376, อุทยานแห่งชาติไทรทอง 08-1877-8485 และ อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม 0-4489-0105

3. ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์ 

อีกแห่งหนึ่งที่น่าไปและไม่ต้องรอ สามารถไปเที่ยวล่าทะเลหมอกได้เลยตอนนี้ นั่นคือ ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์ จากการสอบถามคร่าวๆ ณ วันที่ 4 พ.ค. 2559 ผู้ให้บริการบ้านพักบนภูทับเบิกบอกว่า ช่วงนี้ฝนตก ทำให้เริ่มมีทะเลหมอกฝนมาให้ชมกันแล้ว ส่วนใครที่กลัวฝนฟ้าคะนอง ไม่ต้องห่วงเพราะฝนไม่ได้ตกหนักแบบพายุเข้า แต่ตกเบาๆ ปรอยๆ เท่านั้นเอง


หมอกฝนเริ่มมาแล้ว

สำหรับ ภูทับเบิก ถือเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของเพชรบูรณ์ มีจุดชมทะเลหมอกที่สวยงาม ชมได้เกือบ 360 องศา สามารถมองเห็นยอดเขาและสายหมอกลอยไหลไปตามท้องฟ้า ยิ่งไปเที่ยวช่วงเดือน มิ.ย.-ต.ค. มักจะเห็นทะเลหมอกได้ง่ายกว่าหน้าหนาว

การเดินทาง : ตั้งอยู่ที่บ้านทับเบิก ต.วังบาล จากตัวเมืองเพชรบูรณ์ วิ่งมาตามเส้นทางจากหล่มเก่าไปภูหินร่องกล้า ใช้ทางหลวงหมายเลข 21 ประมาณ 40 กม. ถึงสี่แยกหล่มสัก ตรงไปตามทางหลวงหมายเลข 203 ตรงไปจนเห็นป้ายทางไปอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ทางหลวง 2011 จากนั้นตัดเขาสู่ทางหลวง 2331 อีก 40 กม. ถึงด่านอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จากนั้นตรงไปอีกแล้วแยกขวาเข้าทับเบิก 6 กม.

4. เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา

มาถึงแหล่งท่องเที่ยวหน้าฝนที่ยังคงฮอตฮิตทุกปี อย่าง อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ขวัญใจคนเดิมของมหาชนคนชอบเที่ยว ที่นี่เขามีเส้นทางธรรมชาติหลากหลายแห่ง ไปชมน้ำตกสวยๆ พืชพรรณไม้ป่าเขียวขจี มีความหลากหลายทางชีวภาพไม่แพ้ผืนป่าแห่งอื่นๆ อ้อ! แต่ระวังทากดูดเลือดด้วยล่ะ


เฟิร์นงอกตามขอนไม้เปียกชื้น

สำหรับเส้นทางเที่ยวป่าที่น่าสนใจ ได้แก่ เส้นทางจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวกรองแก้ว ไปยังอ่างเก็บน้ำเหวสุวัต เดินเท้าประมาณ 8 กม. ต้องให้เจ้าหน้าที่ช่วยนำทาง ใช้เวลา 4-5 ชม. ระหว่างทางได้ชมพืชพรรณสวยๆ เยอะ และอีกหนึ่งเส้นทางก็คือ จากจุดกางเต็นท์ผากล้วยไม้ ไปยังน้ำตกเหวสุวัต เดินเท้า 3 กม. เดินเลียบลำธาร ผ่านน้ำตกผากล้วยไม้ ไปถึงน้ำตกเหวสุวัต ที่นี่มีบริการบ้านพัก และมีจุดให้กางเต็นท์


เส้นทางเที่ยวป่า

การเดินทาง : จากกรุงเทพฯ วิ่งไปตามถนนพหลโยธิน ผ่านรังสิต-สระบุรี พอเจอทางแยกก่อนถึง อ.ปากช่อง กม.ที่ 58 ให้เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนธนะรัตน์ ผ่านด่านเขาใหญ่ มุ่งตรงสู่ที่ทำการอุทยานฯ ระยะทางประมาณ 190 กม.

5. ภูสอยดาว จ.อุตรดิตถ์

อีกหนึ่งสถานที่ที่อยากแนะนำสำหรับปี 2559 ก็คือ อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ต.ห้วยมุ่น อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ ว่ากันว่าที่นี่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้อยู่มาก ส่วนยอดภูสอยดาว อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 2,102 เมตร สูงเป็นอันดับ 4 ของประเทศไทย ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยว ก็คือช่วงฤดูฝนนี่แหละ เริ่มไปได้ตั้งแต่เดือน มิ.ย.-ประมาณ ส.ค. 2559


เฟิร์นป่าขึ้นเขียวครึ้ม

เส้นทางที่น่าไปสัมผัส ได้แก่ จากน้ำตกภูสอยดาว ขึ้นไปยังยอดภู ระยะทางประมาณ 7 กม. ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 4-5 ชม. ระหว่างทางอาจพบดอกไม้ป่าหายาก เช่น หงอนนาค สร้อยสุวรรณา เอื้องหมายนา ลิลลี่ป่า ลิ้นมังกร กระดุมเงิน ว่านไก่แดง เป็นต้น

การเดินทาง : จากตัวจังหวัดอุตรดิตถ์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1047 (อุตรดิตถ์-น้ำปาด) จนถึงน้ำปาด แล้วเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1239 ตรงไปยาวๆ 47 กม. แล้วตัดเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1268 ตรงไปอีก 18 กม. ถึงที่ทำการอุทยานฯ ระยะทางประมาณ 133 กม. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว โทร. 0-5543-6001-2


ออกเดินทางท่องเที่ยว เพิ่มพลังชีวิตกันเถอะ
 

‘คิวชู-คะโงะชิมะ’ โรแมนติกแห่งเกาะใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 18 มิ.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/640912

 

มุมมองจากห้องพักในโรงแรม.

เพียง 4 ชั่วโมงเศษ บนเครื่องแอร์บัส 330 ของการบินไทย เราก็มาถึงสนามบินฟูกุโอกะ บนเกาะคิวชู เกาะที่อยู่ตอนใต้สุดของประเทศญี่ปุ่น ถ้าจำกันได้ ฝันร้ายของผู้คนบนเกาะนี้เพิ่งผ่านไปหมาดๆ จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ แต่ญี่ปุ่นก็คือญี่ปุ่น ไม่ว่าจะผ่านเหตุการณ์ที่เลวร้ายสักเพียงใด พวกเขาจะพร้อมใจกันฟื้นฟูประเทศที่เป็นแผ่นดินเกิดของพวกเขาให้กลับสู่สภาพปกติโดยเร็วที่สุด ทำให้ภาพของฟูกุโอกะที่เราเห็นวันนี้ จึงเหมือนกับว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน ผู้คนใช้ชีวิตเหมือนปกติ มีเจ้าหมีคุมะมง หรือคุมะม่อน (Kuma-mon) มาสคอตประจำเกาะคิวชู ทำหน้าที่โปรโมตเชิญชวนให้ผู้คนมาเที่ยวเกาะคิวชูและเมืองคุมาโมโตะ….!!


แหลมนางาซากิมองจากศาลเจ้าริวกู.

จากสนามบินฟูกุโอกะ เรานั่งรถ คิวชูชินคันเซน ต่อไปยังเมือง คะโงะชิมะ หรือ คาโกชิมา(Kagoshima) ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สุดทางตอนใต้ของเกาะ คิวชู จุดหมายแรกของการท่องเที่ยวคราวนี้ คือ ภูเขาไฟซากุระจิมะ (Sakurajima) หนึ่งในภูเขาไฟที่ยังคงปะทุมากที่สุดของญี่ปุ่น และเป็นสัญลักษณ์ของเมืองคะโงะชิมะ หรือคาโกชิมา มองจากที่ไกลๆจะเห็นควันลอยอยู่ที่ปากปล่องของภูเขาไฟตลอดเวลา ถือเป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวที่น่าตื่นเต้น สำหรับนักท่องเที่ยวจากประเทศที่ไม่เคยเห็นภูเขาไฟคุกรุ่นอย่างเราๆ และด้วยความเป็นทริปออกจะวีไอพี เล็กน้อย ทันทีที่ไปถึงคะโงะชิมะ ท่านนายกเทศมนตรีของเมืองมารอต้อนรับคณะของเราด้วยตนเอง พร้อมกับไกด์สาวหน้าตาน่าเอ็นดูอีก 2 คน ที่พร้อมพาพวกเราตะลุยเที่ยวเมืองนี้กันแบบอะเมซซิ่ง…คะโงชิมะกันเลยทีเดียว…


ร้านเทมปุระเก่าแก่.

ร้านน้ำแข็งไสเก่าแก่.

อาหารมื้อแรกในคะโงะชิมะ เป็นทงคัตสึ เจ้าดังของเมือง ชื่อ Meat&Meet KAREN ที่เจ้าบ้านยืนยันว่าเป็นร้านดัง 1 ใน 10 ของเมือง ซึ่งก็ไม่ผิดหวัง เพราะรสชาติของเนื้อนุ่มๆกินกับซอสทงคัตสึสไตล์ของร้าน อร่อยอย่าบอกใคร…และเพื่อให้รู้จักความน่ารักอย่างมีสไตล์ของเมือง 2 ไกด์สาว จึงพาพวกเราไปตบท้ายด้วยของหวาน เป็นน้ำแข็งไสร้านเก่าแก่ของเมืองที่เกิดมานานกว่า 70 ปี ที่ย่าน เทนโมคัง (Tenmonkan) ที่หน้าร้านมีหมีอีกตัวชื่อเจ้า มูจากิโกะ (Mujakikko) เป็นหมีขาวเรียกลูกค้าของร้าน หลังอิ่มหนำสำราญแล้ว พวกเราก็เดินไปต่อกันที่ศาลเจ้า เทรุกูนิ (Terukuni) ซึ่งเป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่ชาวเมืองให้ความเคารพ เลยต้องแวะเข้าไปสักการะเพื่อเป็นสิริมงคลสักหน่อย…


การชงชาแบบญี่ปุ่น.

ช่วงเย็น นักธุรกิจด้านการท่องเที่ยวของเกาะ คิวชู จัดงานเลี้ยงต้อนรับคณะอย่างเป็นทางการ ดูเจ้าภาพจะกระตือรือร้นเป็นพิเศษ เพราะแม้แต่ป้ายและโบรชัวร์แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวยังพิมพ์เป็นภาษาไทย อีกอย่างที่ควรรู้สำหรับการไปเที่ยวคะโงะชิมะ คือ ที่นี่เป็นเมืองหลวงของแหล่งออนเซนที่ดีที่สุด ซึ่งต้องบอกว่า เวลาที่นอนแช่น้ำแร่ที่ร้อนกำลังดี พร้อมชมทัศนียภาพของภูเขาไฟซากุระจิมะไปด้วย…เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอมละ…งานนี้…!!

คืนแรกในคะโงะชิมะ เรานอนหลับอย่างสบายรวดเดียว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะออนเซนหรือเพราะความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง อาจจะผสมๆกันอยู่ รุ่งขึ้น การบินไทยเจ้าภาพใหญ่ และ JTB บริษัทจัดการด้านการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น พาพวกเราไปชมสวน เซงกาเงน (Senganen) ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่พักผ่อนของเหล่าโชกุน แต่ยังคงความสวยงามด้วยสไตล์การจัดสวนญี่ปุ่น…แบบดั้งเดิม ที่นี่เราได้รับการต้อนรับด้วยพิธีชงชา ซึ่งเป็นวัฒนธรรมเก่าแก่แบบญี่ปุ่น ถือเป็นการให้เกียรติผู้มาเยือน และตามสูตรก็ต้องแวะชิมช็อปร้านขายของที่ระลึก ชิมโมจิหวานกับโซยุซอส ที่ดูเหมือนจะไม่เข้ากัน แต่ขอบอกเลยว่า มันอร่อยมว้าก…


ไคมองดาเคะ.

จาก คะโงะชิมะ เราเดินทางต่อไปยังเมืองอิบุซึกิ (Ibusuki) ด้วยรถไฟขบวนพิเศษจากสถานี Kagoshima Chuo ซึ่งเป็นสถานีเชื่อมต่อ ของรถไฟหัวจรวดชิงคันเซนจากฟูกุโอกะ

ที่ต้องบอกว่ารถไฟขบวนพิเศษ เพราะรถขบวนนี้ จัดบรรยากาศเป็นธีมนิยายปรัมปรา เป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งช่วยชีวิตเต่าทะเลเอาไว้จากพวกเด็กเกเร เต่าจึงตอบแทนด้วยการพาไปเที่ยวเมืองใต้ทะเล เพลิดเพลินอยู่ถึง 3 ปี จึงกลับขึ้นมาที่เมืองมนุษย์ พร้อมกล่องใบหนึ่ง พอเปิดกล่องออกก็มีควันพวยพุ่ง แล้วร่างเด็กน้อยก็กลายเป็นชายชรา เพราะช่วง 3 ปีในเมืองบาดาล เท่ากับ 700 ปีในโลกมนุษย์….เพิ่งรู้ว่าญี่ปุ่นก็มีเรื่องเล่าแบบนี้เหมือนกัน…


หมีคุมาม่อน..สัญลักษณ์เกาะคิวชู.

ถึงอิบุซึกิ แวะทานมื้อเที่ยงกันที่ Ibusuki Iwasaki Hotel โรงแรมริมทะเล ที่มีหาดทรายร้อนจากเถ้าถ่านภูเขาไฟ ไว้ให้นักท่องเที่ยวมาใช้บริการอบตัวเป็นไฮไลต์ของเมืองนี้เลยทีเดียว และยังมีสนามกอล์ฟสุดอลังให้นักกอล์ฟทั้งหลายได้ขยับวงสวิงกันด้วย โดยมีเจ้าของโรงแรมและนายกเทศมนตรีอิบุซึกิให้การต้อนรับอย่างดี เรามีโอกาสได้เข้าไปนมัสการศาลเจ้าริวกู ที่แหลมนางาซากิ (Nagasaki) แผ่นดินที่อยู่ใต้สุดของญี่ปุ่น และยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่โรแมนติกที่สุดด้วย หากมองจากแหลมไป จะเห็น ไคมองดาเคะ ภูเขาทรงกรวย สูง 924 เมตร โดดเด่นเป็นสง่า สวยงามเฉกเช่น ฟูจิซัง จึงได้รับการขนานนามว่า “ซัตซึมะฟูจิ”


ไกด์สาวในชุดซามูไรยุคเอโดะประยุกต์.

คืนนี้พวกเราพักที่โรงแรม Ibusuki Ha– kusuikan เป็นโรงแรมแบบเรียวกัง และแน่นอนสิ่งที่พลาดไม่ได้ คือการอบตัวในทรายร้อนจากบ่อทรายที่เป็นเถ้าถ่านของภูเขาไฟ ที่คนญี่ปุ่นเชื่อว่าทำให้สุขภาพดี


ธารน้ำในอุทยาน Shiratani.

รุ่งเช้าเรามีนัดลงเรือสปีดโบ๊ต เพื่อไปยัง เกาะยัคคุ (Yakushima) ที่พื้นที่กว่า 40% ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติ Shiratani Unsuikyo ที่คนสูงอายุนิยมมาที่นี่ หลายคนสะพายเป้ใส่หลัง มี เบนโตะ หรือข้าวกล่องแบบญี่ปุ่น ขึ้นไปทานกลางวันกันบนเขา ตลอดเส้นทางมีน้ำตกและแหล่งน้ำซึม ต้นไม้ใหญ่ถูกปกคลุมไปด้วยมอส-เฟิร์น ที่นี่เป็นแรงบันดาล ใจที่นำมาเป็นโลเกชั่นอนิเมะชื่อดังในหมู่วัยรุ่น เรื่อง Princess Monnoke


ศาลเจ้า Terukuni.

ห้องอบทรายร้อน.

หลังตระเวนเที่ยวเกาะ คิวชูจนเต็มอิ่ม ก็ได้เวลากลับสู่ฟูกุโอกะ เมืองแห่งสีสันของเกาะใต้สุด รวบรวมแหล่งช็อปปิ้งเอาไว้ หลายย่าน โดยเฉพาะย่านเท็นจิน (Tenjin) แหล่งรวมสินค้าแบรนด์เนม และ อันซีนฟูกุโอกะ ที่พลาดไม่ได้เห็นจะเป็นเทมปุระร้านเก่าแก่เปิดมากว่า 60 ปี สไตล์เจ้าของร้านรุ่นเก๋าละเมียดละไมกับการทอดเทมปุระทีละชิ้นๆอย่างใจเย็น เสิร์ฟลูกค้าให้กินกันร้อนๆ

ปิดทริปกันด้วยอาหารเทียบชั้นภัตตาคารบนเครื่องการบินไทย ที่ภูมิใจนำเสนอเมนูไก่ย่าง ราดซอสฟองเดอโว หรือคนชอบทานปลา ก็เลือกเมนูปลาบรีมทะเลรมควัน ราดซอสเนยขาวจากภัตตาคาร “HANA-NKI” ร้านอาหารฝรั่งเศสในฟูกุโอกะ…ที่หากินที่ไหนไม่ได้นอกจากไฟลท์บินตรงฟูกุโอกะ-กรุงเทพฯ

สำหรับคนที่ไปญี่ปุ่นมาหลายรอบ อาจจะไม่เคยได้ สัมผัสญี่ปุ่นแบบที่เล่ามา ทั้งหมดนี้ เข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ www. thai airways. com บอกได้เลยว่า เส้นทางสายนี้โรแมนติกแบบญี่ปุ่นจริงๆ.

 

ป้าว่า…มันก็สีสันชีวิต! ป้าแบ็กแพ็กวัย 63 เมื่อการเที่ยวไม่เกี่ยวกับอายุ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 มิ.ย. 2559 06:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/636194

 

มีแฟนคลับท่วมท้นชั่วข้ามคืน สำหรับเจ้าของเพจ ป้าแบ็กแพ็ก หรือ ป้าแป๋ว กาญจนา พันธุเตชะ อดีตข้าราชการ c9 ป้าแป๋วเป็นแบ็กแพ็กเกอร์หน้าใหม่วัย 63 ปี ที่เมื่อให้สัมภาษณ์ออกสื่อต่างๆ เกี่ยวกับการเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเอง ทั้งในและต่างประเทศกับช่วงชีวิตหลังเกษียณแล้ว ก็มีนักเดินทางด้วยกันเข้ามาชื่นชมล้นหลาม

มาแรงขนาดนี้ ไทยรัฐออนไลน์ ติดต่อหาคิวสัมภาษณ์คุณป้าทันที และในที่สุดก็ได้นั่งคุยกันยาวๆ เกี่ยวกับประสบการณ์การเดินทาง และการเป็นแบ็กแพ็กเกอร์ ที่วางแผนเอง เดินทางเอง เที่ยวเอง หาที่พักเอง มาสายฮิปสเตอร์แบบนี้ได้ใจวัยรุ่นไปอีก…!

“ถ้าป้าแป๋วไม่ไปไหน อยู่บ้านสบ๊ายสบาย ทานข้าวเช้า ดูข่าวไป แล้วก็จะหลับ ตื่นมากินข้าวกลางวัน แล้วก็ดูโทรทัศน์ต่อ ชีวิตก็จะมีอยู่แค่นี้ แต่พอเดินทาง ป้ารู้สึกว่าตัวเอง Alert นะ เหมือนชีวิตเรามีสีสัน รู้สึกได้ใช้สมอง ไปเที่ยวทีก็เหมือนออกกำลังกายไปในตัว เดินทั้งวัน เดินจนขาเมื่อยเลย (หัวเราะ)” ป้าแป๋วบอกกับเราอย่างอารมณ์ดี

และนี่คือบทสัมภาษณ์สดๆ ร้อนๆ ของนักเดินทางท่องโลกหน้าใหม่คนนี้ ที่มาเล่าเรื่องราวสนุกระหว่างทางให้เราฟัง และยังขยายไปเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักเดินทางคนอื่นด้วย อย่ารอช้า มาทำความรู้จักกับป้าแป๋วและกำลังใจดีๆ ทางนี้เลยจ้า


ป้าแป๋ว แบ็กแพ็กเกอร์ฮิปสเตอร์

Q : ล่าสุดได้ยินว่าคุณป้าไปเที่ยวญี่ปุ่นมา เป็นอย่างไรบ้างคะ?
อ้อ ป้าเพิ่งกลับจากญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 18-19 นี่เองค่ะ คราวนี้ป้าแป๋วไปเที่ยวเขตคันโต แถวๆ โตเกียว แล้วขึ้นไปทางเหนือหน่อย แล้วก็ลงมาเที่ยวต่อที่ ภูเขาไฟฟูจิ พักที่โตเกียว แล้วก็ไปเที่ยวนิกโก้ คามาคุระ ฮาโกเนะ แล้วก็โยโกฮามา แถวนี้อะค่ะ ก็ดีนะคะ คราวที่แล้วป้าไป เกียวโต ก็คนละบรรยากาศ ก็สนุกดีค่ะ


ได้เพื่อนใหม่ชาวญี่ปุ่น

Q : ขอย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นสักนิด ทำไมเลือกเดินทางคนเดียวล่ะคะ?
ป้าก็เคยไปเที่ยวกับทัวร์นะ แต่ป้าว่าเวลาไปแบบนั้น มันเป็นช่วงสั้นๆ ไม่ค่อยจุใจเรา เราไปที ก็อยากเที่ยวแบบยาวเลย ไม่ต้องไปเสียค่าเครื่องบินหลายรอบ อย่างอื่นก็ไม่มีปัญหา พอไปคนเดียวแล้วมันรู้สึกว่าชอบมากกว่า ตั๋วเครื่องบิน ที่พักจะจองที่ไหนก็ได้ สะดวกกว่าค่ะ แล้วก็มีเวลาเที่ยวได้จุใจ แล้วก็ประหยัดด้วยนะ ถูกกว่าไปกับบริษัททัวร์

ถ้าไม่ไปเอง เราก็ต้องรอคนนั้นคนนี้ แล้วที่ผ่านมาเห็นว่าทุกคนไม่ค่อยว่าง อย่างเก่งคนอื่นก็ไปกับเราได้แค่ 5 วัน แต่เราเองอยากอยู่ยาวกว่านั้น เราก็เลยต้องไปเองค่ะ (หัวเราะ) เพราะเราจะไปกี่วันก็ได้ เราไม่ต้องทำงานแล้ว จริงๆ อยากจะอยู่เที่ยวเป็นเดือนเลย แต่ว่าเราก็แอบห่วงที่บ้านด้วย ไปไม่นานเท่าไรก็ต้องกลับมาบ้านก่อน ค่อยว่ากันใหม่


ฟูจิซัง

Q : ครั้งแรกที่ตัดสินใจแบ็กแพ็กเที่ยวคนเดียว กลัวไหม?
ไม่กลัวค่ะ ยิ่งครั้งแรกเราเที่ยวในเมืองไทยยิ่งไม่กลัวเลยค่ะ เพราะเรารู้ว่าต้องพักที่ไหน อะไร อย่างไร คือยังไงคนไทยก็ไม่หลอกกันอยู่แล้ว ภาษาก็คุยกันรู้เรื่อง เราเลือกให้ดีว่าที่พักที่ไหนปลอดภัย แค่นั้นเอง ก็มีบ้างเหมือนกัน เวลาเรานั่งมอเตอร์ไซค์ไปที่โรงแรมแล้วเขาพาไปผิด เราเห็นก็บอกว่าไม่ใช่ที่นี่ ก็ต้องพยายามสื่อสารกับคนรอบข้างเยอะๆ เราบอกอยากได้ที่พักที่มันปลอดภัย บางทีเขาก็ช่วยหาให้ ช่วยพาเราไป ซึ่งมันอยู่ที่ตัวเราด้วยในการตัดสินใจว่าจะเที่ยวที่ไหน พักที่ไหน ก็ต้องหาข้อมูล

Q : แสดงว่าก่อนไปเที่ยวแต่ละทริป ป้าแป๋วเตรียมตัวดีมากๆ?
ก็ถ้าไปต่างประเทศ เราต้องหาข้อมูลเยอะเลยค่ะ อย่างไปเที่ยวต่างประเทศก็ต้องเอาหนังสือไปด้วย เราก็จะอ่านและหาข้อมูลจากตรงนั้น


เดินๆ อยู่ในสนามบิน การเดินทางคือความสุข

Q : แล้ว Backpacker สไตล์ป้าแป๋วต้องเตรียมตัวอย่างไร ในเป้มีอะไรบ้าง
ในเป้ก็มีของจำเป็นที่ต้องใช้นะคะ แล้วก็มีติดยาไปด้วยหน่อยนึง แล้วมีพวกปลั๊ก ของใช้ส่วนตัวต่างๆ ถึงแม้ไปในที่ที่เขตเมืองที่เจริญ เขาจะมีร้านค้าสะดวกซื้อ แต่เราก็ต้องพกติดตัวไว้ก่อนค่ะ ก็ไม่มีอะไรมาก มันถูกบังคับด้วยน้ำหนักกระเป๋า เขาให้ 20 กิโลกรัม แต่เราก็ไม่ถึง 20 กิโลหรอก เพราะเราแบกไม่ไหว

Q : เวลาไปเที่ยวแบบนี้ มีอุปสรรคอะไรบ้างไหมคะ
ปัญหาส่วนใหญ่คือ เรื่องการหาที่พัก อยากให้สถานที่ท่องเที่ยวมีการพัฒนาเรื่องเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมากขึ้น คือถ้าเสิร์ชข้อมูลจากที่บ้านแล้วปริ้นออกมา จะเห็นว่าต้องไปที่ถนนนี้ มีป้ายแบบนี้ แต่พอเวลาจริงๆ มันหายาก ถ้าเราสามารถลงตรงนั้นปุ๊บแล้วมีอินเทอร์เน็ตใช้จีพีเอสนำทางเนี่ย มันจะง่ายมากสำหรับป้าแป๋ว แต่บางทีพอเราไปเนี่ย บางทีอินเทอร์เน็ตมันใช้ไม่ได้


เที่ยวที่เวียดนาม

Q : แล้วพอหาโรงแรมไม่เจอ ป้าแป๋วแก้ปัญหายังไงคะ?
อย่างตอนที่ป้าไปญี่ปุ่น ป้าหาโรงแรมไม่เจอ ป้าก็มองหาว่าตรงไหนมี information ก็จะเข้าไปถามว่าตรงนี้อยู่ที่ไหนๆ เขาก็จะบอกเรา แต่เบื้องต้นก็ต้องเดินหาก่อน แต่ถ้าเดินแล้วไม่เจอ ก็ต้องถามคนแถวนั้นแล้วเค้าก็จะเอาโทรศัพท์ขึ้นมาเสิร์ชให้เรา ที่ผ่านมาก็จะใช้วิธีแบบนี้มาตลอด อย่างตอนไปมาเก๊าเขาก็จะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ พอไปถึงจุดนี้แล้วเนี่ยเราก็จะไปหาโรงแรมใหญ่ๆ ตรงไปที่ล็อบบี้เลย เพราะเรารู้ว่าเขาพูดภาษาอังกฤษได้แน่ๆ

Q : แล้วเรื่องการกินการอยู่ล่ะคะ?
เรื่องเล็กเลยค่ะ เรื่องที่พัก ป้าแป๋วเน้นพักเป็นโฮสเทลห้องรวมหญิง แต่ถ้าไม่มี ก็พักห้องรวมชายหญิง การพักห้องรวมรู้สึกปลอดภัยกว่าพักโรงแรมแบบโดดเดี่ยว เวลาเข้าออกก็จะเจอเจ้าของบ้านอะไรประมาณนี้ ก็เน้นเรื่องปลอดภัยไว้ก่อน


ชามนี้ได้ทานตอนไปเที่ยวฮ่องกง

ส่วนเรื่องกินก็ไม่มีปัญหาเลย ช่วงที่อยู่ญี่ปุ่นบางทีก็กินร้านใกล้ๆ ที่พัก บางทีก็เข้าซุปเปอร์มาร์เก็ตซื้อของมาทำทานที่โฮสเทล เรื่องกินเรื่องเล็กอะค่ะ กินอะไรก็ได้ ข้าวปั้นก็ได้ ถ้าตรงไหนมีร้านเราก็นั่งทานตรงนั้น หรือว่าเอาของแห้งติดกระเป๋าไปอะไรอย่างนี้อะค่ะ อย่างข้าวปั้นนี่ป้าเอาติดกระเป๋าไปได้ พอถึงเวลาเหนื่อยก็นั่งทานตรงที่เที่ยวนั่นแหละค่ะ ไม่มีปัญหาเลย (หัวเราะ)

Q : บางคนอยากเดินทาง แต่ติดว่าไม่มีตังค์ พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ป้าแป๋วมีคำแนะนำดีๆ ไหมคะ

1. ปัญหาเรื่องเงิน : ป้าว่าก็ต้องมีการบริหารจัดการเงิน อยากเที่ยวก็ต้องรู้จักเก็บออมไว้บ้างบางส่วน

2. รู้จักประมาณค่าใช้จ่าย : ถามจากคนอื่นก็ได้ที่เขาเคยไปเที่ยวมา แล้วอาจจะเตรียมเงินไปมากกว่านั้นนิดหน่อย ให้อุ่นใจ อย่างป้าแป๋วก็จะแลกเงินให้อุ่นใจว่าเรามีตังค์สำรองไว้พอสมควร ไม่ใช่ว่าพอจํากัดจําเขี่ยจะทำให้เราวิตกกังวลมากในการเดินทาง


พร้อมเที่ยวแล้วจ้า

ทะเลทรายสวยๆ ที่เวียดนาม

สถาปัตยกรรมทรงจีน

3. ต้องขจัดความกลัว : ในเรื่องของการเดินทาง ถ้าจะขจัดความกลัวไปได้เนี่ย ป้าแป๋วว่าการเตรียมข้อมูลจะทำให้เรามั่นใจมากขึ้น แต่ทีนี้เราก็ต้องมีเวลาพอสมควรในการหาข้อมูลให้ครบถ้วน อย่างป้าแป๋วก็จะเหมาะ เพราะป้าแป๋วมีเวลา แต่คนทำงานก็คงต้องแบ่งเวลา ถ้าจะเดินทางเอง ต้องเตรียมข้อมูลพอสมควร จะไปไหน อะไร ยังไง เดินทางจากสนามบินเข้าตัวเมืองยังไง ที่พักอยู่ตรงไหน พอเข้าที่พักได้จะโล่งมาก สบายใจไปแล้วเปลาะหนึ่ง

4. วางแผนเที่ยวในแต่ละวัน : การเดินทางด้วยตนเอง ต้องวางแผนการเดินทางพอสมควร ไม่งั้นพอถึงตรงนั้นแล้ว ถ้าไม่มีแผนก็จะเคว้งว่าจะไปยังไงดี แนะนำให้สอบถามกับเจ้าของเกสต์เฮาส์ เขาจะแนะนำเราได้ว่าควรไปรถไฟ หรือรถใต้ดิน แล้วอีกอย่างหนึ่งคืออ่านจากหนังสือ Lonely Planet ก็ช่วยได้ หรือการรีวิวในอินเทอร์เน็ตจากคนที่ไปมาแล้ว ก็ช่วยได้เหมือนกัน

5. ภาษา : จริงๆ เราก็พอจะสื่อสารกันได้ ถามทางหรือว่าพูดคุยกันธรรมดา ถ้าผ่านมัธยมมาได้ ป้าแป๋วคิดว่าน่าจะสื่อสารได้นะ อยู่ที่ว่าจะกล้าพูดหรือเปล่า ป้าแป๋วก็พูดไปอย่างนั้นแหละ ไม่เก่งหรอก เป็นเด็กบ้านนอกด้วยซ้ำ ต้องออกไปเจอเองแล้วจะรู้


ลูกชายมาส่งที่สนามบิน

Q : เจอเพื่อนใหม่ที่เป็นแบ็กแพ็กเกอร์ด้วยกัน เยอะไหมคะ
ป้าแป๋วเจอนะคะ เวลาไปเกสต์เฮาส์เจอเยอะมาก อย่างไปญี่ปุ่นครั้งล่าสุดเนี่ย ก็ไปเจอคนเยอรมัน เขาเป็นทหาร ก็คุยกับเขา เขาก็ให้คำแนะนำว่าลองไปที่นี่ไปที่โน่นนะ มันก็ช่วยเราได้เหมือนกันนะ เพราะเขาเพิ่งมาจากฮาโกเนะ เขาก็แนะนำเราได้ดีค่ะ

Q : ปักหมุดจุดหมายต่อไป จะเที่ยวที่ไหนต่อคะ
ป้าแป๋วกำลังจะไปรัสเซียเดือนหน้าค่ะ ไปรัสเซียคราวนี้เป็นห่วงเหมือนกัน เพราะเห็นว่าคนเขาไม่ค่อยยิ้มไม่ค่อยคุย (หัวเราะ) แต่ก็ต้องลองไปสัมผัสดูค่ะว่าที่เขาหน้าตาบึ้งตึงนี่จิตใจเขาเป็นยังไง คราวนี้ป้าไป 17 วัน


เที่ยวพิพิธภัณฑ์

Q : ป้าแป๋วมองว่าการเดินทางให้อะไรกับเราในวัย 63 ปีบ้างคะ?
ป้าแป๋วเชื่อว่า ถ้าป้าแป๋วไม่ไปไหน อยู่บ้าน สบ๊ายสบาย รับประทานอาหารตามเวลา แล้วก็ดูโทรทัศน์ดูข่าวไปนะ แล้วป้าแป๋วก็จะหลับ ตื่นมากินข้าวกลางวัน แล้วก็ดูโทรทัศน์ต่อ เย็นก็ไปออกกำลังกาย แล้วก็กินข้าวเย็น ชีวิตก็จะมีอยู่แค่นี้ แต่พอป้าแป๋วเดินทาง รู้สึกว่าเรา Alert นะ ต้องมีการหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต ต้องเตรียมการจองตั๋วเครื่องบิน จองที่พัก มันไม่มีช่วงว่างเลย ปกติป้าแป๋วจะไปประมาณเดือนเว้นเดือนนะ หาข้อมูลเดือนนึงก่อน แล้วก็เดินทางเดือนถัดไป


เที่ยวญี่ปุ่น 13 วัน ฟินมากๆ

ป้าว่า มันเหมือนชีวิตเรามีสีสัน รู้สึกได้ใช้สมองด้วย ไปเที่ยวทีก็เหมือนได้ออกกำลังกาย เดินทั้งวัน ขาเมื่อยเลยแต่ละวัน เราก็จะได้ครบหมด ถ้าเทียบกับนอนอยู่บ้านเฉยๆ มันก็มีอะไรกระตุ้นเราน่ะ ทั้งสายตาด้วย สมองด้วย ช่วงนี้มีแรงต้องรีบไป เดี๋ยวอีกหน่อยไปไม่ไหว ก็นะตามสภาพร่างกาย ตอนนี้เรายังไปไหวก็รีบไปค่ะ

เราได้ทำในสิ่งที่เราไม่เคยทำ ในตอนที่ยังทำงานอยู่ ก็มีความสุขทุกทริป แต่ละแห่งที่ได้ไปสัมผัสเอง มันไม่เหมือนกับที่เราอ่านหนังสือนะ ป้าแป๋วอยากใช้เวลาที่เหลืออยู่ตรงนี้กับสิ่งที่ชอบ ไปในเมืองไหนป้าแป๋วก็มีความสุขนะ ได้เห็นวิถีชีวิต กินอาหารอร่อยของแต่ละแห่ง แค่นี้เราก็มีความสุขแล้ว

…มีความสุขกว่าอยู่บ้านเป็นไหนๆ ป้าแป๋วทิ้งท้าย


สวนสวยของญี่ปุ่น

ที่มาภาพ : hipsterkanjana

 

เซเชลส์ หมู่เกาะแดนสวรรค์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย National Geographic 15 มิ.ย. 2559 16:02

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/635406

 

บทแรกของรัฐธรรมนูญแห่งสาธารณรัฐเซเชลส์เขียนไว้ว่า “พวกเราชาวเซเชลส์สำนึกในพระคุณของพระผู้เป็นเจ้าที่ให้เราพำนักอยู่ในประเทศที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในโลก เราตระหนักเสมอถึงความพิเศษและความเปราะบางของหมู่เกาะเซเชลส์…”

ถ้าข้อความข้างต้นฟังดูคล้ายแถลงการณ์ด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติก็สมควรอยู่หรอก เพราะหมู่เกาะเซเชลส์มีอะไรให้ปกปักรักษามากเหลือเกิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนเกาะหินแกรนิตทางตะวันออกของหมู่เกาะเซเชลส์ เกาะเหล่านี้ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของประชากรส่วนใหญ่จากทั้งหมด 93,000 คนของเซเชลส์ คือส่วนยอดเขาของมวลแผ่นดินที่จมอยู่ใต้น้ำ ซึ่งแยกตัวออกจากมหาทวีปกอนด์วานาพร้อมกับอินเดียและมาดากัสการ์เมื่อ 125 ล้านปีก่อน


ฝูงฉลามครีบดำหรือฉลามหูดำลอยตัวอ้อยอิ่งอยู่ในท้องน้ำอุ่นตื้นๆ รอให้กระแสน้ำขึ้นเติมน้ำในลากูนบนเกาะปะการัง วงแหวนอัลดาบราอันห่างไกลให้เต็มปริ่มอีกครั้ง

การแยกตัวทางวิวัฒนาการอันยาวนาน กอปรกับการเพิ่มเติมขุมทรัพย์ทางชีวภาพใหม่ๆ ได้สร้างสิ่งน่าสนใจขึ้นมากมาย ซึ่งรวมถึงกบขนาดเล็กกว่าเล็บมือ เต่ายักษ์น้ำหนักมากถึง 250 กิโลกรัม ต้นปาล์มที่มีผลใหญ่มากจนหากตกใส่อาจทำให้กะโหลกศีรษะแตกร้าวได้


เต่าบกยักษ์หลบอากาศร้อนระอุช่วงกลางวันอยู่ในโพรงหินปะการังบนเกาะกรองด์แตร์ พวกมันเดินทางไปมาอย่างเชื่องช้าและงุ่มง่ามระหว่างโพรงหินกับทุ่งหญ้าซึ่งเป็นแหล่งอาหาร

ด้านปลายสุดทางทิศตะวันออกของหมู่เกาะหินแกรนิตนี้เป็นที่ตั้งของเกาะเฟรกาต เกาะส่วนบุคคลที่มีรีสอร์ตหรู และเป็นที่หลบภัยแห่งสุดท้ายของสัตว์หลายชนิด หนึ่งในนั้นคือนกกางเขนหมู่เกาะเซเชลส์ นกชนิดนี้เคยแพร่หลายไปทั่ว แต่พอถึงกลางทศวรรษ 1960 กลับเหลือไม่ถึง 15 ตัวบนเกาะ ซึ่งมีพื้นที่เพียงสองตารางกิโลเมตรเศษแห่งนี้ นักอนุรักษ์ธรรมชาติจึงเริ่มโครงการฟื้นฟูระบบนิเวศขึ้น แมวจรจัดถูกกำจัดจนหมดสิ้น พวกเขาจัดหาบ้านหรือรังให้พวกมันและให้อาหารเสริม เมื่อจำนวนนกกางเขนเพิ่มขึ้น จึงมีการขนย้ายไปยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์บนเกาะอื่นๆ ที่ปราศจากนักล่า เพื่อกระจายความเสี่ยงในการอยู่รอด และทุกวันนี้ประชากรนกกางเขนหมู่เกาะเซเชลส์ก็ค่อยๆ ทวีจำนวนขึ้นเป็นหลายร้อยตัวแล้ว


เกาะปะการังวงแหวนเซนต์โจเซฟเคยเป็นแหล่งจับปลาและเก็บมะพร้าว แต่ปัจจุบันกลายเป็นดินแดนล้ำค่าเพราะความหลากหลายทางชีวภาพ เมื่อปี 2014 เกาะนี้ได้รับการจัดตั้งเป็นเขตอนุรักษ์ธรรมชาติโดยมีมูลนิธิเซฟอาวร์ซีส์ (Save Our Seas Foundation) เป็นผู้บริหารจัดการ

ผู้สืบทอดเชื้อสายจากบรรพบุรุษยุคอดีตบนเกาะเฟรกาตที่มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากันก็คือกิ้งกือยักษ์เซเชลส์ สัตว์ขาปล้องตัวสีดำขลับขนาดเท่านิ้วมือ ลำตัวยาว 15 เซนติเมตร สัตว์เลื้อยคลานสีสันสวยงามเหล่านี้มักคึกคักที่สุดหลังฟ้ามืด “ไม่มีหมู่เกาะอื่นใดมีสิ่งที่เซเชลส์มีอีกแล้วครับ” คริสโตเฟอร์ ไคเซอร์-บันเบอร์รี นักนิเวศวิทยา บอกและเสริมว่า “หมู่เกาะกาลาปากอสโด่งดังเพราะดาร์วิน แต่เซเชลส์ก็ไม่ได้ด้อยกว่าเลยสักนิด”


นกแก้วคอแหวนที่นำเข้ามาเป็นสัตว์เลี้ยงหลุดหนีเข้าป่า ทุกวันนี้ พวกมันคุกคามนกประจำชาติของหมู่เกาะเซเชลส์ นั่นคือนกแก้วสีดำเซเชลส์ พรานล่านกที่ได้รับการว่าจ้างมา กำลังพยายามกำจัดผู้บุกรุกเหล่านี้ให้หมดสิ้น

อี. โอ. วิลสัน นักชีววิทยาผู้เป็น “บิดาแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ” ทำนายไว้เมื่อเกือบ 25 ปีก่อนว่า ศตวรรษนี้ จะเป็น “ยุคแห่งการฟื้นฟูด้านนิเวศวิทยา” ความคิดนี้เป็นที่สนใจของชาวเซเชลส์เช่นกัน เมื่อพวกเขาตระหนักถึงความรุ่มรวยทางชีวภาพของประเทศ จึงเกิดความกระตือรือร้นที่จะปกปักรักษาความอุดมสมบูรณ์นี้ไว้ มีชมรมอนุรักษ์พืชและสัตว์ป่าเกิดขึ้นในหลายโรงเรียน “คนรุ่นใหม่ตื่นตัวในเรื่องนี้กันใหญ่เลยครับ” เทอเรนซ์ เวล ผู้ประสานงานของชมรม บอก “ยี่สิบปีเชียวนะครับที่เราทำงานร่วมกับโรงเรียนต่างๆ เพื่อสื่อสารข้อมูลเหล่านั้นไปยังนักเรียน เราพาพวกเขาไปดำน้ำและทัศนศึกษานอกโรงเรียนเพื่อให้เห็นว่า เรามีระบบนิเวศอันเปราะบางและเราต้องปกปักรักษาไว้ให้คนรุ่นหลัง”


กิ้งกือยักษ์เป็นหนึ่งในเหยื่อที่ถูกคุกคามเมื่อหนูมาถึงเกาะรีสอร์ตเฟรกาตในช่วงกลางทศวรรษ 1990 กระทั่งนานาชาติ ร่วมมือกันฟื้นฟูสภาพเกาะให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ที่ปราศจากหนูได้ในที่สุด

บนลาดเขาในกรุงวิกตอเรีย เมืองหลวงของเซเชลส์ เป็นที่ตั้งของนาฬิกาประจำโบสถ์เรือนหนึ่ง มันจะตีบอกเวลา ซ้ำสองครั้ง ครั้งแรกตีบอกชั่วโมง หลังจากนั้นเพียงไม่กี่นาทีก็ตีซ้ำอีกครั้ง ผมคิดว่านาฬิกานี้เปรียบเสมือนเซเชลส์นั่นเอง กล่าวคือ เสียงตีบอกเวลาหนที่สองหมายถึงโอกาสครั้งที่สอง ซึ่งประกาศให้รู้ถึงการเฉลิมฉลองของธรรมชาติที่กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

เรื่อง เคนเนดี วอร์น
ภาพถ่าย ทอมัส พี. เพสแชก

ที่มา – National Geographic
www.ngthai.com