Living the high life

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/travel/Living-the-high-life-30285699.html

GETAWAYS

1990 Domaine Romanee Conti - a wine to die for

1990 Domaine Romanee Conti – a wine to die for

Sip rare wines, chill at a mountain retreat, bliss out at the beach
or explore the city

Anantara Mai Khao Phuket Villas takes luxury up a notch with the fabulous Taste of the Suite Life package. Guests will enjoy a three-night stay in the two-bedroom Royal Villa along with a dinner featuring one of the rarest bottles of wine in the world – a 1990 Domaine Romanee Conti. At auction the rare Burgundy can sell for upwards of US$20,000 (Bt700,000). The package, which is available through December 25, also includes a series of pampering and fine dining programmes. For booking, call +66 76 336 100 or email phuket@anantara.com.

In the highlands of Southern Vietnam, Swiss-Belresort Tuyen Lam Da Lat is now offering a mountain retreat at an affordable price. The two-night Summer Escape costs just VND2,890,000 ($130) for two sharing in Deluxe Mountain View room. Included are daily breakfast for two, a set lunch or dinner for two, 30 minutes in the steam room and a shuttle bus to Da Lat Town. Surrounded by hills and lakes, Swiss-Belresort Tuyen Lam Da Lat is blessed by an exceptional landscape and rural environment. The package is good until October 31. Call +84-63 379 9799 or visit http://www.Swiss-Belhotel.com.

The blissful beach retreat Manathai invites local residents and the country’s expats to relax at one of its three properties. A two-night package at Manathai Khao Lak costs Bt4,800, at Manathai Surin Phuket, Bt3,500 and at Manathai Koh Samui, Bt4,500. The price is for two sharing and includes daily breakfast. Manathai Khao Lak adds daily lunch and dinner for two, while Manathai Surin Phuket offers free airport transfers and a 50-per-cent discount on food and beverage. Manathai Koh Samui gives you the choice of a complimentary lunch or dinner. The promotion is good until October 31. With all three packages, one child aged 15 or under can stay for free. Visit http://www.Manathai.com.

Amari Phuket is bidding summer a goodbye with a special room rate for a one-bedroom suite. A single night for two sharing costs Bt7,200 and includes breakfast at The Clubhouse and Bt1,000 of credit towards dining at your hotel restaurant of choice. Amari Phuket is the last resort south of Patong Beach. The promotion is available until June 10. Call (076) 340 106 to 14 extensions 8033 or 8034 or email reservations.phuket@amari.com. Visit http://www.Amari.com/phuket.

//

Enjoy a value break with U Pattaya‘s Summer Save promotion, which offers 30-per-cent savings on all room types with rates starting at Bt3,707 per night! This luxury resort, which is built to mimic a traditional fisherman’s village, enjoys total beachfront access in a sedate location between Jomtien and Bang Saray. The promotion is good through June 30. Call (033) 046 100 or email reserve@upattaya.com. Visit http://www.UPattaya.com.

Riva Surya, a riverside boutique resort on the Chao Phraya River, welcomes the rainy season with three nights for the price of two in all room types. The charming resort is within walking distance of Khao San Road and the Grand Palace, making it a perfect place for city break. Room rates starts at Bt3,120 per night and the deal is available for on-line booking from now through June 30. Visit http://www.RivaSuryaHotelBangkok.com.

 

Fabulous fromage

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/travel/Fabulous-fromage-30285708.html

AROUND THAILAND

Gerard Poulard, the cheese master, is back at Pullman Bangkok Hotel G’s Scarlett restaurant and wine bar

Gerard Poulard, the cheese master, is back at Pullman Bangkok Hotel G’s Scarlett restaurant and wine bar

Gerard Poulard, the cheese master, is back at Pullman Bangkok Hotel G’s Scarlett restaurant and wine bar until May 24 with more than 100 varieties of farmed cheese …

Fabulous fromage

Gerard Poulard, the cheese master, is back at Pullman Bangkok Hotel G’s Scarlett restaurant and wine bar until May 24 with more than 100 varieties of farmed cheese from the best of France’s boutique producers. Book a table now at (096) 860 7990 or email scarlettbkk@randblab.com.

Island in the sun

Cape & Kantary Hotels’ newest hotel in its collection, “Somewhere Koh Sichang” is now open for business. Located on the island of Sichang in Chon Buri province, the colonial-style hotel’s rooms are fully equipped with all modern amenities for maximum comfort including LED TV, DVD player, private balcony, free Wi-Fi in the rooms and all public areas, and a security system with a key card. Visitors can also enjoy the swimming pool, the Verandah Restaurant and a conference room that can accommodate up to 40 delegates. Visit http://www.CapeKantaryHotels.com.

Paint the sky with TAT

The Tourism Authority of Thailand (TAT) joins with Thai AirAsia in launching the “Paint the Sky with Amazing Thailand” design contest. The second edition of this successful competition is open to designers, artists and members of the public who can submit art on two topics – “Amazing Thailand, Amazing Culture” and Amazing Thailand, Amazing Destination”. The winning designs in both categories will be painted onto two of Thai AirAsia’s Airbus 320-200 aircraft, which operate on both domestic and international routes. Call TAT at (02) 250 5500 extension 4545-8.

All sheets to the wind

Samui, the tropical island in the Gulf of Thailand, is all set to host the annual Koh Samui Regatta from May 21-28. The race, one of the highlights on the Asian sailing circuit, is expected to draw some 400 competitors from 30 countries who will compete in passage and buoy racing off the famous Chaweng Beach on the island’s eastern coast. The Regatta will end with a gala dinner at the Centara Grand Beach Resort, which is regarded as the “Home of the Samui Regatta.” Visit www.SamuiRegatta.com.

มนตร์เสน่ห์แห่งศิลปะที่อบอวลไปทั่วเกาะนาโอชิมะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/616407

โดย GQ Thailand 15 พ.ค. 2559 16:01

 

หลังจากที่เสิร์ชหาข้อมูลของนาโอชิมะ (Naoshima) เกาะทางตอนใต้ของญี่ปุ่นที่มีความโดดเด่นด้านศิลปะ ผลงานประติมากรรมฟักทองอันเลื่องชื่อของยาโยอิ คุซามะ (Yayoi Kusama) ตัวแม่ของศิลปะแนวป๊อปอาร์ต ซึ่งเป็นศิลปินคนโปรดของเรา ก็ผุดขึ้นมาตามเว็บต่างๆ มากมาย ไม่ต้องเสียเวลาคิดนาน เรากดจองตั๋วเครื่องบิน และเก็บกระเป๋าเสื้อผ้า พร้อมกับใจที่ออกทะยานไปสู่น่านฟ้าของโอซาก้าแล้วในวินาทีนั้น

อันที่จริงแล้วเรากับนาโอชิมะทำความรู้จักกันอย่างผิวเผินผ่านปากต่อปากของคนที่เคยไปเยือนเกาะศิลปะแห่งนี้มาก่อน เราเริ่มมาทำความรู้จักกันอย่างจริงจังหลังจากที่จะเตรียมเดินทางในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ยิ่งทำการบ้านอย่างหนักกับทริปที่ถูกครีเอทขึ้นมาสำหรับชมงานศิลปะโดยเฉพาะ ก็ค้นพบว่าเกาะนาโอชิมะตั้งอยู่ในเขตจังหวัดคางาวะ (Kagawa) ภูมิภาคชิโกะคุ (Shikoku) เคยเป็นเกาะที่มีหมู่บ้านของชาวประมงและทำนาเกลือมาก่อน แต่หลังๆ มาถูกนายทุนใหญ่ใช้เป็นแหล่งทำอุตสาหกรรมขนาดหนักจนเกิดเหตุการณ์สารเคมีรั่วไหลลงทะเล ทำให้ระบบนิเวศรอบด้านทรุดโทรมมาก ชาวบ้านอพยพออกจากเกาะกลายเป็นเกาะร้างอยู่หลายปี

ในที่สุด Benesse Corporation องค์กรเอกชนที่เชี่ยวชาญในการดูแลพิพิธภัณฑ์ศิลปะได้เข้ามาพลิกโฉมให้เกาะที่เคยเสื่อมโทรมในอดีตกลับมามีชีวิตที่เต็มไปพลังแห่งศิลปะ โดยการสร้างโมเดิร์นอาร์ตมิวเซียม มีงานประติมากรรมที่เป็นพับลิกอาร์ตอยู่รอบๆ เกาะ รวมไปถึงโรงแรมที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นภายใต้แนวคิดที่ให้งานศิลปะ ชุมชน และธรรมชาติอยู่ร่วมกันอย่างลงตัว ทำให้มวลของศิลปะปกคลุมไปทั่วทั้งเกาะนาโอชิมะ

สำหรับการเดินทางที่แสนสะดวกและรวดเร็วที่สุด เราขอแนะนำให้เลือกมาลงที่สนามบินคันไซ ค้างหนึ่งคืนแล้วค่อยนั่งชินกันเซ็งจาก Osaka Station ต่อมายัง Okayama-shi จากนั้นให้เปลี่ยนสายรถไฟเป็นโลคัลไลน์ต่อมายังท่าเรือ Uno จากท่าเรือใช้เวลาเพียงแค่ 20 นาที เฟอร์รี่ลายโพลก้าดอทก็พาเราเทียบท่าสู่เกาะนาโอชิมะ พร้อมๆ กับประติมากรรมฟักทองสีแดง ผลงานของยาโยอิ ศิลปินตัวแม่ที่ทำให้ลาย Dot Infinity โด่งดังไปทั่วโลก (ขนาดที่ว่าแบรนด์ระดับท็อปอย่างหลุยส์ วิตตอง ที่ตอนนั้นอยู่ภายใต้การกุมบังเหียนของครีเอทีฟไดเรคเตอร์สุดจีเนียส มาร์ค จาคอบส์ ยังชวนเธอมา Collaboration คอลเลกชั่นเสื้อผ้าและแอคเซสเซอรี่ รวมไปถึงดิสเพลย์ร้านสุดน่าทึ่งมาแล้ว)

ต้องบอกเลยว่าแม้นาโอชิมะเป็นเกาะที่อยู่บริเวณทะเลในเซโตะ ซึ่งถูกขนานนามว่ามีบรรยากาศไม่ต่างไปจากทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ด้วยหาดทรายสีขาวที่ทอดยาวไปจนสุดสายตาและน้ำทะเลใสแจ๋ว แต่อากาศในช่วงหน้าหนาวก็เรียกว่าเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน ใครที่คิดจะจัดเอาเสื้อผ้าบางเบาไปนั้นควรเช็กสภาพอากาศตอนไปให้ดี ถ้าคิดจะหาซื้อบนเกาะถือเป็นความผิดอย่างมหันต์ เราแนะนำให้เตรียมแจ็กเก็ตบอมเบอร์ บีนนี่ ผ้าพันคอ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่จะช่วยปกป้องคุณจากความหนาวมาด้วย เพราะบนเกาะนอกจาก 7-Eleven จะปิดทำการในเวลาสี่ทุ่มตรงแล้ว ของกินอย่างอื่นบนเกาะยังเรียกได้ว่าหายากสุดๆ เนื่องจากร้านอาหารและคาเฟ่มีน้อย ทั้งยังมีช่วงเวลาการเปิด-ปิดที่แตกต่างกันออกไป

การคมนาคมบนเกาะนาโอชิมะ นิยมใช้จักรยานเป็นพาหนะในการปั่นไปชมงานศิลปะ และอาร์ตมิวเซียมรอบๆ เกาะเป็นหลัก แต่เนื่องจากเรามีเวลาไม่มาก จึงตัดสินใจขึ้นรถบัสมุ่งหน้าไปที่ Benesse House Museum ก่อนเป็นที่แรก ซึ่งนอกจากจะทำให้เราเต็มอิ่มและเพลิดเพลินไปกับศิลปะการจัดวาง งานเพ้นท์ติ้ง แสงเงาธรรมชาติที่ช่วยสร้างมิติให้กับพื้นที่ภายในได้อย่างลงตัว ไปจนถึงไฮไลต์อย่างงาน 100 Live and Die ของ Bruce Nauman งานไลท์ติ้งสีนีออนที่ว่าด้วยการมีชีวิตอยู่และการตาย

ส่วนที่ฟินที่สุดต้องยกให้กับงานสถาปัตยกรรมที่ถูกออกแบบให้อยู่ร่วมกับบริบทรอบด้านได้อย่างเหมาะเจาะ ด้วยรูปแบบของตึกคอนกรีตเปลือยที่แฝงตัวอยู่กับธรรมชาติอันเงียบสงบ และมีการใช้แสงธรรมชาติมาช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับสเปซ ซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็น ทาดาโอะ อันโดะ (Tadao Ando) สถาปนิกมือฉมังคนเดียวเท่านั้นที่เป็นคนออกแบบสถาปัตยกรรมนี้ และอีกหลายๆ มิวเซียม โรงแรม และโรงเรียนบนเกาะ แน่นอนว่าทั้งหมดนี้ห้ามถ่ายรูปตามธรรมเนียมของญี่ปุ่น!!

หลังจากที่ใช้เวลาในวันแรกหมดไปกับการดื่มด่ำผลงานศิลปะใน Benesse House Museum เรารีบตื่นเช้าในวันที่สอง เพื่อไปต่อที่ Chichu Art Museum พิพิธภัณฑ์ขึ้นชื่ออีกแห่งหนึ่ง ด้วยความที่ภายใน Chichu เต็มไปด้วยผลงานของศิลปินตัวท็อปของโลกอย่าง Claude Monet จิตรกรแนวอิมเพรสชั่นนิสต์ Walter de Maria ศิลปินซูปเปอร์สตาร์ที่โดดเด่นในเรื่องผลงานแบบมินิมัลลิสต์ และ James Turrell ศิลปินชาวอเมริกันที่เจนจัดในเรื่องการแสดงงานที่ใช้แสง สี และสเปซมาเชื่อมโยงถึงกัน ทำให้ที่นี่มีคนต่อคิวเพื่อซื้อตั๋วเข้าไปชมงานด้านในเป็นจำนวนมาก และถึงแม้ว่าจะได้เข้าไปข้างในแล้ว พื้นที่แสดงงานของศิลปินแต่ละคนก็ยังต้องต่อคิวเข้าไปชมด้วย

โดยทางมิวเซียมจะกำหนดให้เข้าชมได้รอบละ 6-7 คนเท่านั้น ใครที่อยากมาที่นี่จริงๆ จึงอยากแนะนำว่าให้มาตั้งแต่เช้า ยิ่งมาก่อนเวลามิวเซียมเปิดได้ยิ่งดี สำหรับคนที่ชอบงานของทาดาโอะรับประกันเลยว่าที่นี่จะทำให้คุณเต็มอิ่มกับซิกเนเจอร์ของเขาอย่างแน่นอน

หลังจากเสียเวลาพักใหญ่ เดินเล่นและดำดิ่งไปกับมวลแห่งศิลปะอยู่ภายใน Chichu Art Museum โดยปราศจากเสียงแชะของกล้องถ่ายรูปมารบกวนให้ระคายหู เราเริ่มคิดว่าการห้ามถ่ายรูปมันดีตรงที่ทำให้คนโฟกัสกับงานศิลปะที่อยู่ตรงหน้าได้จริงๆ ทั้งยังสร้างเสน่ห์และมูลค่าให้กับงานศิลปะได้อย่างมหาศาล

หลังจาก Chichu Art Museum แล้วเรามุ่งหน้าต่อไปที่ Ando Museum โดยภายในพิพิธภัณฑ์เป็นการนำเอาบ้านเก่ามาดัดแปลงให้เป็นพื้นที่สำหรับจัดแสดงงานหลายๆ ชิ้นของทาดาโอะมีทั้งแปลน โมเดล และภาพถ่าย ซึ่งสะท้อนถึงเอกลักษณ์ในการเชื่อมโยงองค์ประกอบของธรรมชาติ พื้นที่ว่าง แสงสว่าง และรูปทรงเรขาคณิตได้อย่างลงตัว นอกจากผลงานในสไตล์ Less Is More จะทำให้เราทึ่งได้ การยกเอาผนังปูนเปลือย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ในงานออกแบบของสถาปนิกระดับโลกมาอยู่ในบ้านเก่า ทำให้เกิดการคอนทราสต์ระหว่างวัสดุเก่ากับใหม่ที่ตัดกันอย่างสุดขั้วแต่เข้ากันได้อย่างเหมาะเจาะ Ando Museum จึงเป็นอีกสถานที่ที่คนเรียนสถาปัตย์ หรือคนที่หลงใหลในงานดีไซน์ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง เสร็จจาก Ando Museum เราใช้เวลาที่เหลือนั่งรถไปชมประติมากรรมฟักทองสีเหลือง ซึ่งเป็นผลงานอีกชิ้นหนึ่งของยาโยอิที่อยู่บริเวณท้ายเกาะ งานนี้บอกเลยว่าต้องใช้ความสามารถในการถ่ายภาพเป็นอย่างมากที่จะไม่ให้ติดผู้คน เพราะเสมือนเป็นอีกแลนด์มาร์คที่มีคนพลุกพล่านและไปชมอยู่ตลอดเวลา

วันสุดท้ายก่อนกลับโอซาก้า เราตัดสินใจข้ามเรือไปที่เทชิมะ (Teshima) เกาะศิลปะอีกหนึ่งเกาะที่อยู่ใกล้กับนาโอชิมะ ซึ่งเต็มไปด้วยอาร์ตมิวเซียมไม่ต่างกันเลย ที่ไม่ควรพลาดคือ IL Vento เป็นที่ใช้แสดงผลงานของ Tobias Rehberger ศิลปินคอนเทมโพรารี และนักออกแบบอินสตอลเลชั่นอาร์ตชาวเยอรมัน ที่มีเอกลักษณ์ในการสร้างสรรค์ผลงานด้วยแนวคิดที่ไม่หยุดนิ่งของรูปทรง โดยเล่นกับลวดลายกราฟิกทั้งลายเส้นและลายโพลก้าดอท สีสันและเฟอร์นิเจอร์ที่ถูกนำมาจัดวาง ทำให้สเปซไม่หยุดนิ่งและดูไม่น่าเบื่อ (คอแฟชั่นเองคงเคยได้ยินหรือคุ้นๆ กับชื่อของ Tobias มากันบ้างแล้ว เพราะเขาได้ Collaboration คอลเลกชั่นพิเศษ MCM x Tobias Rehberger Limited Edition Collection ในโอกาสครบรอบ 40 ปีของแบรนด์กระเป๋า MCM และยังเปิด POP Up Art Space ที่หน้าร้าน MCM ในห้าง ดิ เอ็มควอเทียร์)

เพื่อให้คนได้สัมผัสกับงานของเขากันอย่างใกล้ชิดด้วย IL Vento ไม่เพียงมีส่วนที่เป็นงานของอาร์ติสต์ตัวท็อปแต่พื้นที่ด้านหลังได้ถูกแบ่งสเปซให้เป็นคาเฟ่เท่ๆ ซึ่งน่าเสียดายมากในวันที่เราไปนั้นส่วนของคาเฟ่ปิด สำหรับไฮไลต์ของเกาะเทชิมะ อีกที่หนึ่ง ต้องยกให้พิพิธภัณฑ์หยดน้ำ หรือ Teshima Art Museum ซึ่งออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดัง Ryue Nishizawa ที่ได้แรงบันดาลใจจากรูปทรงของหยดน้ำที่ถูกตึงรูปให้ไหลไปตามแนวพื้นด้วยแรงตึงผิว ซึ่งเชื่อมโยงถึงงาน Rei Naito ได้อย่างเหมาะเจาะที่สุด ไม่ว่าจะเป็นส่วนที่ใช้แสดงงาน ซึ่งต้องต่อคิวเข้าชมในจำนวนจำกัดและงดการใช้เสียงเพื่อให้คนได้ดื่มด่ำกับงานศิลปะที่ถูกสร้างสรรค์ให้กลมกลืนกับธรรมชาติ ไปจนถึงพื้นที่ส่วนคาเฟ่ที่รังสรรค์ขึ้นมาในคอนเซปต์เดียวกัน

เรายังใช้เวลาเดินเล่นอยู่บนเกาะเทชิมะอีกพักใหญ่ และตัดสินใจขึ้นเรือเที่ยวสุดท้ายกลับมาเอากระเป๋าที่นาโอชิมะแล้วขึ้นรถไฟต่อไปทำภารกิจช็อปปิ้งที่โอซาก้า ถ้าเป็นคนที่ชอบแต่งตัวสไตล์สตรีทแวร์แล้ว บอกเลยว่า Kindle Store ร้านขายเสื้อผ้ามือสองที่อยู่บริเวณย่านนัมบะ คือขุมทรัพย์ที่เต็มไปด้วยไฮสตรีทแบรนด์มือสองสภาพใหม่เอี่ยมไม่ว่าจะเป็น Supreme, Undercover, Wtaps, Neighborhood, United Arrows, Visvim, Deus ex Machina และ A Bathing Ape

ส่วนคนที่ชอบไฮแบรนด์ก็ไม่ต้องผิดหวังเพราะมีแบรนด์อย่าง MMM, Balmain, Raf Simons, Dior และ Barbour ให้คุณได้ช็อปอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะใครเป็นไบเกอร์สายสตรีทแล้ว รับรองเลยว่าคุณจะต้องใช้เวลาอยู่ในร้านพักใหญ่ เพราะทั้งแจ็กเก็ตไบเกอร์และบอมเบอร์ที่ราคาดีเหลือเชื่อนั้น เป็นแม่เหล็กดึงดูดชั้นดีทีเดียว ส่วนของดีอีกอย่างแถวนัมบะที่คนรักสนีกเกอร์ห้ามพลาดคือร้าน Nike ที่มีความพิเศษตรงที่เราสามารถคัสตอมรองเท้าได้เอง และรองเท้าคู่นั้นก็จะมีแค่คู่เดียวบนโลกด้วย

วันสุดท้ายก่อนกลับ เราใช้เวลาที่เหลือไปกับการดูปลาที่ Osaka Aquarium Kaiyukan ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย รวบรวมสิ่งมีชีวิตกว่า 600 สายพันธุ์ให้มาอยู่รวมตัวกันภายใต้การจัดตู้ดิสเพลย์ขนาดใหญ่ ทั้งเพนกวิน ฉลามวาฬ แมวน้ำ ปลากระเบน โลมา แมงกะพรุน และอื่นๆ ที่พร้อมจะทำให้หัวใจคุณพองโตขึ้นไม่แพ้เด็กๆ Aquarium Kaiyukan เป็นสถานที่ที่ทำให้เราปิดทริปการเดินทางครั้งนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เราพร้อมจากโอซาก้ากลับมายังกรุงเทพฯ ด้วยพลังงานและแรงบันดาลใจมหาศาล!!!

ที่มา – GQ Thailand
www.gqthailand.com

หนีร้อนไปดำน้ำดูวาฬที่ เกาะทะลุ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/619330

โดย แบกกล้องเที่ยว 14 พ.ค. 2559 16:02

 

สวัสดีท่านผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ทุกท่านอีกครั้งครับ ช่วงนี้อากาศบ้านเราก็ยิ่งร้อนขึ้นๆ วันนี้ก็เลยจะพาทุกๆ ท่านไปคลายร้อนกันที่ เกาะทะลุ อยู่ไม่ไกลจาก กทม. แค่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เองครับ อยู่ฝั่งอ่าวไทย แต่เกาะนี้สวยงามไม่แพ้เกาะฝั่งอันดามันเลย

การเดินทาง เราเริ่มต้นจากเส้นทางถนนสายเพชรเกษม 4 เลน จากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่สุดเขตภาคกลาง ณ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จากถนนเพชรเกษมเลี้ยวซ้ายไป 10 กิโลเมตร เจอตลาดสด พอเห็นสัญญาณไฟจราจร เลี้ยวขวาไปอีก 10 กิโลเมตร ก็จะถึงท่าเรือ

เมื่อขับมาถึงบริเวณท่าเรือแล้ว เราก็ขนของลงจากรถ แล้วจอดรถทิ้งไว้บริเวณท่าเรือบ้านมะพร้าว พร้อมเดินทางต่อกับบริการเรือเร็วของบ้านมะพร้าว – เกาะทะลุ เพียง 20 นาที จากฝั่งทะเล ก็จะได้สัมผัส “เกาะทะลุ” ท่ามกลางธรรมชาติอันบริสุทธิ์ และความเขียวขจีของป่าดิบชื้น ความร่มรื่นของทิวมะพร้าวทอดแนวความยาว 2 กิโลเมตร บนพื้นที่ประมาณ 1,500 ไร่ แถมด้วยหาดทรายละเอียดสีขาว น้ำทะเลสีเขียวมรกตใส และยังเป็นศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลอีกด้วยครับ

เกาะทะลุเป็นเกาะขนาดเล็กอยู่กลางอ่าวไทย มีเนื้อที่ประมาณ 1,500 ไร่ ลักษณะสัณฐานคล้ายรูปวาฬตัวมหึมา หันด้านหน้าชายหาดเข้าหาฝั่งแผ่นดิน ด้านหลังเป็นหน้าผาสูง แนวสันเขาทอดยาวจากทิศเหนือจรดใต้ มีหาดทรายขาวสะอาด 3 อ่าว ได้แก่ อ่าวใหญ่ อ่าวมุก และอ่าวเทียน ซึ่งเคยเป็นพื้นที่ทำการเกษตรสวนมะพร้าว และบริเวณรอบๆ เกาะทะลุยังเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางด้านทรัพยากรทางทะเลสูง

แนวปะการังที่เคยเสื่อมโทรมจากการทำประมงโดยใช้ระเบิดกลับฟื้นคืนชีวิต สร้างสีสันดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาชื่นชมความสวยงามของโลกใต้ท้องทะเลอ่าวไทย

ส่วนเรื่องที่พักนั้นราคาก็มีให้เลือกหลากหลาย ลองหากันตามความชอบจากในอินเทอร์เน็ตได้เลย แต่ที่ห้ามพลาดก็คือการดำน้ำเพราะที่นี่เป็นแหล่งดำน้ำสวยระดับต้นๆ ของประเทศเลยทีเดียว และที่สำคัญเกาะทะลุสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปีเลย ใครโชคดีก็จะได้เห็นโลมากับวาฬบรูด้า โผล่มาทักทายก็ได้นะ…แล้วไปแบกกล้องเที่ยวกันอีกสัปดาห์หน้าครับ

ที่มา – แบกกล้องเที่ยว
www.itravelhip.com
www.facebook.com/baagklong

ราคาเบาๆ กระเป๋าไม่ฉีก! เสิร์ฟ 9 โปรโมชั่นดี๊ดี Sale จัดหนักอย่าพลาด!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/619314

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 พ.ค. 2559 06:05

 

ร้อนๆ อย่างนี้ ไปเดินเล่นตากแอร์เย็นฉ่ำในห้างดีกว่า! พร้อมกับต้อนรับสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคม 2559 ด้วยงานสินค้าลดราคาอีกแล้วจ้า มาเจอกันคราวนี้ เราสรรหาโปรโมชั่นเด็ดๆ มาเสิร์ฟเช่นเคย

ว่าแล้วก็อย่ารอช้า ปฏิทิน ไทยรัฐออนไลน์ จะพาไปชม 9 โปรโมชั่นเด็ด ทั้งงานลดราคาสินค้า แพ็กเกจท่องเที่ยวสุดคุ้ม ราคาเบาๆ กระเป๋าไม่ฉีก และยังมีโปรตั๋วเครื่องบินสุดคุ้มด้วยนะ ใครพร้อมที่จะเที่ยวแบบประหยัดงบ เชิญทางนี้!

1. โปรตั๋วแอร์เอเชีย ลดสูงสุด 50%

ตั๋วบิน แอร์เอเชีย ลดราคาสุดๆ

วันนี้ – 15 พ.ค. 2559 สายการบินไทยแอร์เอเชีย ร่วมส่งเสริมแคมเปญ วันธรรมดาน่าเที่ยว จัดโปรโมชั่นพิเศษลดราคาตั๋วเครื่องบินสูงสุด 50% สำหรับเส้นทางบินในประเทศ โดยสามารถจองได้แล้วตั้งแต่วันนี้ และเดินทางได้ตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค. – 30 ก.ย. 2559 (เฉพาะเดินทางในวันจันทร์-พฤหัสบดีเท่านั้น) ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.airasia.com

2. HUMAN RUN 2016

ไปวิ่งกัน!

วันนี้ ชวนคนรักการวิ่งเข้าร่วมงานมหกรรมวิ่ง ที่นักวิ่งตั้งตารอคอย “Tigerplast Presents HUMAN RUN 2016” ณ สนามฟุตบอล ม.ธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) โดยเปิดให้ลงสมัครเข้าร่วมแล้ววันนี้ และ ร่วมงานวันจริงได้ในวันอาทิตย์ที่ 28 ส.ค. 2559 ปล่อยตัว ณ สนามฟุตบอล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์)

มี 3 ระยะทางให้เลือก ฟันรัน 5 กิโลเมตร, มินิมาราธอน 10 กิโลเมตร และฮาล์ฟมาราธอน 21 กิโลเมตร วิ่งท่ามกลางสถาปัตยกรรมที่งดงามของเกาะรัตนโกสินทร์ ผ่านสถานที่สวยงามมากมาย อย่าง สนามหลวง วัดพระแก้ว สะพานพระปิ่นเกล้า เสาชิงช้า อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนพระอาทิตย์ สะพานพระราม 8 ฯลฯ สมัครที่ www.gotorace.com

3. วันธรรมดาน่าเที่ยว

ไปช็อปแพ็กเกจเที่ยวถูกๆ กัน

วันนี้ – 15 พ.ค. 2559 ชวนคนชอบเที่ยวราคาประหยัด มาซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยวถูกๆ สุดคุ้มในงาน “วันธรรมดาน่าเที่ยว” ณ อาคาร ซี ชั้น 1-2 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เวลา 10.00 – 20.00 น. ภายในงานพบกับ แพ็กเกจท่องเที่ยว ตั๋วเครื่องบิน สนามกอล์ฟ ที่พัก โรงแรม รีสอร์ต สปา ทรีตเมนต์ ร้านอาหาร มาร่วมกันมอบสิทธิประโยชน์ให้กับผู้เข้าร่วมงาน ด้วยส่วนลด 30-50% และสิทธิพิเศษสำหรับพนักงานรัฐวิสาหกิจ

มีไฮไลต์สำคัญคือ “Outdoor Fest 2016” กับแคมเปญ “ร้อยเดียว ก็เที่ยวได้” โดยมีกติกาง่ายๆ เพียงผู้เข้าร่วมงานซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยวภายในงานครบ 5,000 บาท/วัน/คน/1 ใบเสร็จ รับสิทธิลุ้นแลกซื้อที่พัก หรือตั๋วเครื่องบินสายการบินในประเทศ หรือสินค้าและบริการอื่นๆ ได้ในราคา 100 บาท (1 ใบเสร็จ ต่อ 1 สิทธิ ต่อคน ต่อวัน) วันละ 500 รายการ

4. Summer Sale

กระเป๋าเดินทางลดราคาจ้า

วันนี้ – 17 พ.ค. 2559 ชวนไปช้อปสินค้าลดราคาในงาน “Summer Sale” ณ ลานเบลสแควร์ The Paseo Park กาญจนาภิเษก ภายในงานพบกับ สินค้ากระเป๋าเดินทางราคาพิเศษ แบรนด์ Christsiano หลายรุ่นหลายขนาด ขนมาเลือกกันแบบจุใจ ใครกำลังมองหากระเป๋าเดินทางคุณภาพดีระดับแบรนด์เนมอย่างนี้ ห้ามพลาด

5. ซิกซอนสปอร์ต ลด 80%

สินค้ากีฬาเชิญทางนี้

วันนี้ – 14 พ.ค. 2559 ชวนมาช็อปสินค้ากีฬาต่างๆ ในงาน “ซิกซอนสปอร์ต” ณ ห้าง Thaniya Plaza ชั้น G
 ภายในงานพบกับ สินค้าพิเศษของบริษัท ซิกซอน สปอร์ต (ประเทศไทย) ขนมาลดราคาพิเศษสุดๆ พบกับส่วนลด ON TOP และสินค้าอื่นๆ ลดสูงสุดถึง 80% รวมถึงสินค้าราคาพิเศษอีกมากมาย เช่น XXIO8 ลด 50% จากราคาปกติ, เสื้อผ้า รองเท้าในราคาพิเศษ อีกทั้ง ยังมีโปรโมชั่นมากมายเฉพาะในงานเท่านั้น สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2631-1441

6. Central Watch Fest 30%

กรี๊ด! นาฬิกาหรู ราคาสุดคุ้ม

วันนี้ – 15 พ.ค. 2559 คนรักนาฬิกาข้อมืออย่าพลาดงาน “Central Watch Fest” ณ พื้นที่โปรโมชั่น ชั้น 1 เซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ ภายในงานพบกับ การรวบรวมนาฬิกาแบรนด์ดังเลอค่า ขนมาลดราคาจัดเต็ม 10% – 30% (สินค้าราคาปกติ) และลดเพิ่มสูงสุด 12.5% เมื่อใช้คะแนนบัตร The1Card พร้อมรับสิทธิผ่อน 0% เมื่อช็อปตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป กับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2101-0000

7. Bulldog Jeans Amfine & Becco 80%

ช็อปเสื้อผ้าสวยๆ สาวๆ ห้ามพลาด

วันนี้ – 18 พ.ค. 2559 ชวนขาช็อปสายยีนส์ มาช็อปกระจายในงาน “Bulldog Jeans Amfine & Becco” ณ บริเวณ V-Square ชั้น 1 พบกับเสื้อผ้าแฟชั่น และเสื้อผ้ายีนส์ ในราคาลดสูงสุดถึง 80% พิเศษ ช็อปครบ 2,000 บาท รับฟรีทันทีเสื้อ Bulldog Jeans มูลค่า 590 บาท สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2756-8217-9

8. โยเกิร์ตสดเพื่อสุขภาพ

มาชิมของใหม่ได้สุขภาพดี

ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ชวนคนรักสุขภาพมาลองชิม “LAC Yoghurt” โยเกิร์ตสด ผลิตจากน้ำนมโคสด 95.99% ผ่านกระบวนการหมักและผลิตที่ดี ไม่ผ่านความร้อนสูง น้ำตาลน้อย รสชาติอร่อยเข้มข้น มีกรด Lactic ช่วยย่อยโปรตีนและแคลเซียมในนม มีจุลินทรีย์พรีไบโอติกช่วยปรับความสมดุลในระบบทางเดินอาหารและลำไส้ วิตามินบีสูง มีสารต้านอนุมูลอิสระเพิ่มภูมิต้านทานโรค ลดไขมันในเส้นเลือด

วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ ฟู้ดแลนด์, แมกซ์แวลู, กูร์เมต์มาร์เก็ต, โฮมเฟรชมาร์ท, แฟมมิลี่มาร์ท, ร้านโกลเด้นเพลส ,เลมอนฟาร์ม, ริมปิงซูเปอร์มาร์เก็ต, ยูเอฟเอ็ม ฟูจิ และร้านเพื่อสุขภาพชั้นนำทั่วประเทศ ราคา 25 บาท อยากทราบโปรโมชั่นช่วงนี้สอบถามเพิ่มเติม โทร. 08-6349-2436

9. มาร์คแอนด์สเปนเซอร์ Archive by Alexa

เสื้อผ้าคอลเลกชั่นใหม่ สวยหรูดูดี

วันนี้ – 15 พ.ค. 2559 ชวนสาวกมาร์คแอนด์สเปนเซอร์ มาช็อปเสื้อผ้าแฟชั่นเรียบหรูดูดี กับคอลเลกชั่นพิเศษ “Archive by Alexa” ในงาน “Marks & Spencer Archive by Alexa Chung Collection” โดยมีการออกแบบพิเศษที่นำเอกลักษณ์ดั้งเดิมของแบรนด์มาออกแบบให้ร่วมสมัยมากขึ้น

สำหรับแฟนพันธุ์แท้มาร์คแอนด์สเปนเซอร์ ที่อยากสนุกกับการแต่งตัวตามแฟชั่นไอคอน สามารถพบเสื้อผ้าคอลเลกชั่นพิเศษ “อาร์ไคฟ์ บาย อเล็กซา ชัง” สามารถช็อปออนไลน์ก่อนใคร ได้ที่ http://www.central.co.th/list/marks-and-spencer-by-alexa-chung?page=1 แล้วยังสามารถมาช็อปกันต่อเนื่องอีกรอบได้ที่ ชั้น 1 เซ็นทรัลเวิลด์ และศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า ชั้น 1

งานวันเปิดตัว อลังการ!

ที่มาภาพบางส่วน :wonderfulthailandthepaseobytbnsrixonsportsthailand

CentralPlazaChaengwattanaImperialWorldSamrong

 

จิบเบียร์ “ชิงเต่า” เคล้ากลิ่นอายเยอรมัน ในวันเริ่มต้นแห่งมิตรภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/619701

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 พ.ค. 2559 05:01

 

แกรนด์เมอร์เคียว ชิงเต่า…โรงแรมที่มีวิวทะเลทุกห้อง

โบอิ้ง 777-200 ของสายการบินนกสกู๊ต เที่ยวบินที่ XW086 นำเราสู่ท่าอากาศยานชิงเต่าหลิ่วถิง อินเตอร์เนชั่นแนล แอร์พอร์ต (Qingdao Liuting International Airport) ในช่วงค่ำคืนของฤดูหนาว หลังจากที่หลับสบายกับที่นั่งชั้นธุรกิจ อันกว้างขวางห่างพอยืดแขนเหยียดขาได้สบายๆนานกว่า 5 ชั่วโมง

อาคารพิพิธภัณฑ์โรงเบียร์ชิงเต่า

เรามีกำหนดการเยือนชิงเต่า 3 คืน 4 วัน เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในเมืองที่ได้ชื่อว่ามีอ่าวที่สวยงามที่สุดในโลก แถมยังเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมแบบยุโรป ไม่ว่าจะเป็นตึกรามบ้านช่องกว่า 90% เป็นแบบยุโรปเกือบทั้งหมดเหตุเพราะที่นี่เป็นดินแดนซึ่งเคยตกเป็นอาณานิคมของเยอรมันนานหลายปี เลยทำให้เมืองนี้ดูแตกต่างจากเมืองอื่นๆของจีน

อลังการอาหารเมืองชิงเต่า

ด้วยเพราะเวลาที่เรามาถึงชิงเต่าราวสามทุ่ม ของเวลาในเมืองจีนที่เร็วกว่าบ้านเรา 1 ชั่วโมง ทำให้ต้องรีบเดินทางเข้าที่พักเพื่อเก็บแรงเอาไว้ตะลุยเมืองสวยๆในวันรุ่งขึ้น

แต่ก่อนที่จะเข้านอน มารู้จักชิงเต่ากันสักนิดก่อนดีกว่า……!!

เมืองชิงเต่า ตั้งอยู่ทางตะวันออกของจีน ถ้าดูในแผนที่จะเห็นว่าไปอีกนิดก็จะถึงญี่ปุ่นและเกาหลีใต้และเป็นเมืองชายทะเล ในเขตมณฑลชานตง เมืองนี้มีความน่าสนใจหลายอย่างทั้งในแง่ภูมิประเทศที่อยู่บริเวณปากแม่น้ำฮวงโหบริเวณที่ไหลลงสู่ทะเลป๋อไห่ มีอาณาเขตติดต่อกับมณฑล เหอเป่ย เหอหนัน อันฮุย และเจียงซู มีภูเขาเหลาซานซึ่งเป็นภูเขาที่มีน้ำแร่บริสุทธิ์จากธรรมชาติเป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญนอกเหนือจากที่อื่นๆอีกมาก มายแล้ว จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไมเยอรมนีถึงเลือกที่จะยึดครองเมืองนี้ แถมยังทิ้งมรดกการทำเบียร์ชั้นเลิศไว้ให้กับจีน จนกลายมาเป็นเบียร์ชิงเต่า เบียร์แบรนด์ดังที่ส่งออกไปขายยังต่างประเทศถึง 80 ประเทศทั่วโลก

เบียร์ชิงเต่า..รสละมุน

3 คืนในเมืองที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของเยอรมัน โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว ชิงเต่า หนานชาง รีสอร์ต เปิดห้องสวีตสุดหรูให้พัก ถึงแม้โรงแรมจะอยู่ไกลจากตัวเมืองที่ต้องนั่งรถราว 1 ชั่วโมง แต่ความสวยงามของห้องพักที่มีวิวติดทะเลทุกห้องก็ดูจะคุ้มค่ากับการนั่งรถยาวๆไป-กลับทุกวัน เพราะพอขึ้นห้องพัก ทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มๆ ความเหนื่อยล้าก็ดูจะหายเป็นปลิดทิ้งเลยทีเดียว

ผัดเป๋าฮื้อ..ที่ภัตตาคาร Chuangeyushuijiao

เกี๊ยวปลาหมึกซิกเนอเจอร์ของเมือง

หลับสบายแบบไม่ทันได้ฝันแล้วก็เริ่มออกไปตะลุยชิงเต่ากันดีกว่า เริ่มที่ วัดจ้านซาน ซึ่งแม้จะไม่ใช่วัดเก่าแก่ เพราะอายุแค่ 70 ปี แต่ก็เป็นวัดแห่งเดียวในตัวเมืองชิงเต่า ภายในวัดมีเจดีย์ 7 ชั้นตั้งตระหง่านอยู่ริมเขา ทางด้านใต้ของวัดมีทะเลสาบเล็กๆที่มีทางเดินรอบทะเลสาบ อากาศค่อนข้างหนาว เย็น ซึ่งก็ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีของการเดินเที่ยวชมและสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของฝ่ายมหายาน โดยเฉพาะพระโพธิสัตว์ปางต่างๆ ทั้ง พระโพธิสัตว์สมันตภัทร พระโพธิสัตว์มัญชุสี พระโพธิสัตว์กวนอิม 11 พระเศียร ที่เรียกว่า เอกะทศมุขี ซึ่งไม่ค่อยเห็นในที่อื่นๆมากนัก

จะด้วยเหตุผลที่เมืองนี้มีประชากรน้อยเพียงแค่ 7 ล้านคน หรือเพราะยังไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวมากนัก หรือเป็นเพราะตัวเมืองตั้งอยู่ในเขตมรสุมมีฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงที่สั้นแต่มีฤดูหนาวที่ยาวนาน อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 11-14 องศาเซลเซียส ส่วนในฤดูร้อนอุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 25 องศา–เซลเซียส ซึ่งถ้าเทียบกับเมืองไทยตอนนี้ก็น่าที่จะย้ายไปอยู่ไม่น้อย

อาคารพิพิธภัณฑ์ที่ทำการเก่าประเทศเยอรมนี

หลังจากเที่ยวชมวัดจ้านซาน อธิษฐานขอพรแล้ว ก็ได้เวลาไปลิ้มรสอาหารของเมืองชิงเต่า ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอาหารขึ้นชื่อของจีน

อย่างที่บอกชิงเต่าเป็นส่วนหนึ่งของมณฑลชานตง อาหารของชานตง เป็นอาหารที่อยู่ใน 8 ตระกูลอาหารที่สำคัญที่สุดของจีน เรียกว่า อาหารหลู่ ซึ่งไปเมืองอื่นๆก็อาจจะไม่ได้กินอาหารแบบนี้ งานนี้นกสกู๊ตเลยเลือกภัตตาคารที่ขึ้นชื่อในการปรุงอาหารหลู่ อย่าง Chuangeyushuijiao ให้พวกเราได้ไปลิ้มรสอาหารกันแบบอลังการงานสร้าง ทั้งออร์เดิร์ฟและจานหลัก นับแบบรีบๆก็ได้ถึง 19 เมนู ทั้ง หอยยำผัดผักโขม ยำสาหร่าย สลัดผักราดซอสถั่ว ยำแมงกะพรุน ปลาหมึกผัดต้นหอม กระดูกหมูทอดพริก กุ้งลวก ปูผัดพริกเสฉวน ซุปหอยนางรมและเต้าหู้ ปลานึ่งซีอิ๊ว และที่ต้องลองคือ อาหารขึ้นชื่ออย่างเกี๊ยวสารพัดชนิด ทั้ง เกี๊ยวปลาเหลือง เกี๊ยวปลาหมึก เกี๊ยวหอย เกี๊ยวผักกาดขาว ส่วนจานที่พลาดไม่ได้เห็นจะเป็น ผัดเป๋าฮื้อ ที่ใช้หอยเป๋าฮื้อสดๆมาผัดกับซอสสไตล์ชานตง อร่อยอย่าบอกใครจริงๆ

ตราสัญลักษณ์เบียชิงเต่าบ่งบอกอายุของเบียร์คุณภาพอายุ 113 ปี

อิ่มจนท้องแทบแตกแล้ว ก็ได้เวลาไปชมสถานที่สำคัญๆในเมืองกันต่อ โปรแกรมตอนบ่าย เริ่มที่ “พิพิธภัณฑ์ที่ทำการเก่าประเทศเยอรมนี” (Site Museum of the Former German Governor’s Residence) เป็นอาคารที่สร้างคล้าย ปราสาทสไตล์ยุโรปสร้างด้วยหินแกรนิต ชนิดพิเศษของชิงเต่า เป็นหินแกรนิตจากเขาเหลาซาน ตัวอาคารเป็นสีเหลืองสด หลังคาสีแดง ออกแบบโดยสถาปนิกชาวเยอรมัน มองทีแรก…อ๊ะ! นี่มันตึกทรงเยอรมันชัดๆ อาคารแห่งนี้ใช้เวลาสร้าง ถึง 3 ปี เสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ.1908 และหลังจากที่เยอรมันคืนชิงเต่าให้กับจีนแล้ว ที่นี่ยังเคยใช้เป็นที่พักของผู้นำจีนและบุคคลสำคัญๆอีกหลายคน อย่างเช่น ประธานเหมา เจอ ตุง ก็เคยมาพักและใช้สถานที่แห่งนี้เป็นที่ทำงานในวันพักผ่อนด้วย

ถนนในเมืองชิงเต่า

ออกจากพิพิธภัณฑ์ที่ทำการเก่าเยอรมันก็มาถึงเวลาที่ทุกคนรอคอย นั่นคือการไปชมโรงงานผลิตเบียร์ชื่อดังอย่าง “TSINGTAO” ซึ่งเป็นเบียร์แห่งชาติยี่ห้อเดียวของจีน อักษรที่ขวดจะเขียนต่างจากชื่อเมืองที่ใช้ตัว “Q” หรือ QINGDAO อย่างไรก็ตาม บรรดากูรูเบียร์ยืนยันว่า เบียร์ชิงเต่าที่อร่อยที่สุดต้องดื่มที่ชิงเต่าเท่านั้น เพราะเป็นเบียร์ที่ผลิตจากน้ำแร่ซึ่งมาจากภูเขาเหลาซาน ถือเป็นเบียร์ชิงเต่า…ออริจินัล ถ้าดื่มที่อื่นรสชาติอาจจะผิดเพี้ยน เพราะปัจจุบันมีโรงเบียร์ชิงเต่าถึง 70 โรงงานทั่วประเทศจีน แต่ถ้าจะดื่มชิงเต่าแบบอร่อยสุดๆต้องเป็นโรงงานที่ 1 และ 6 ซึ่งจะดูได้จากตัวเลขเล็กๆใต้ฝาและด้านล่างของกระป๋องเบียร์

ถังเบียร์โบราณที่พิพิธภัณฑ์โรงเบียร์ชิงเต่า

โรงเบียร์แห่งนี้เริ่มต้นจากชาวเยอรมันร่วมกับพ่อค้าชาวอังกฤษก่อตั้งขึ้นในปี 1903 ใช้เทคโนโลยีการหมักบ่มและวัตถุดิบจากประเทศเยอรมนี หลังเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 โรงงานแห่งนี้จึงถูกเปลี่ยนมือไปเป็นของทหารญี่ปุ่น เมื่อญี่ปุ่นแพ้สงคราม โรงงานก็ตกอยู่ในมือของพรรคก๊กมินตั๋งและกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้งในเดือน มิ.ย. ปี 1949 เมื่อทหารกองทัพปลดปล่อยแห่งพรรคคอมมิวนิสต์มีชัยชนะเหนือพรรคก๊กมินตั๋งในเมืองชิงเต่า และยึดโรงเบียร์แห่งนี้เป็นวิสาหกิจของรัฐอย่างเต็มตัว

ดูโรงงานผลิตแล้วก็ต้องจิบเบียร์กันซักเล็กน้อยละ ซึ่งต้องบอกเลยว่า นุ่มมากๆ ยิ่งอากาศหนาวเย็นติดระดับ 6 องศา รสชาติของเบียร์ชิงเต่าก็ยิ่งละมุนมากขึ้น…

แต่ที่ชวนให้หัวใจหายหนาวน่าจะเป็นบรรยากาศของการดื่มเบียร์…และมิตรภาพครั้งใหม่ที่กำลังเริ่มต้น..!!

ท้าชน! คาบาเรต์ VS มายากล 10 ข้อทำไมต้องไปดูติดขอบเวที?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/615827

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 พ.ค. 2559 06:05

 

พูดถึงคาบาเรต์โชว์สุดตระการตา ทิฟฟานี่โชว์ พัทยา หลายคนคงคุ้นเคยเป็นอย่างดี ใครมาเที่ยวพัทยาก็มักจะไม่พลาดชม ยิ่งถ้าใครไปช่วงนี้ล่ะก็…คุณจะได้ดูโชว์ที่อลังการงานสร้างมากกว่าเดิม เพราะเป็น ‘ครั้งแรกของโลก’ ที่มีการนำ 2 การแสดงระดับเวิลด์คลาสอย่าง คาบาเรต์และมายากลระดับโลก Joe Labero มาฟีเจอริ่งบนเวทีเดียวกัน

สำหรับ ทิฟฟานี่โชว์ พัทยา หลายคนทราบอยู่แล้วว่า เป็นโชว์สาวประเภทสองสุดอลังการ มีโปรดักชั่นระดับเวิลด์คลาส สร้างชื่อเสียงให้เมืองพัทยาและประเทศไทยมาเป็นเวลาถึง 40 ปี ส่วน โจ ลาเบโร (Joe Labero) เป็นนักมายากล Illusionist ระดับโลกชาวสวีเดนที่ประสบความสำเร็จในอาชีพอย่างสูง ได้รับการชื่นชมจากบุคคลระดับโลกอย่าง บิล คลินตัน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ, สเวน-โกรัน อีริคส์สัน และสมาชิกในตระกูลเคนเนดี้

อลังการเว่อร์วังขนาดนี้ ไทยรัฐออนไลน์ ไม่พลาดที่จะไปเก็บภาพบรรยากาศของการแสดงนี้มาให้ชม กับการแสดงชุด “The World’s First Magic In Fantasy featuring Joe Labero and Tiffany’s Show” ขอบอกก่อนว่า การแสดงชุดนี้ เขาไม่ได้แสดงแยกกันระหว่างทิฟฟานี่กับมายากลนะ แต่เป็นการสลับฉากการแสดงของทั้ง 2 โชว์ ให้ออกมาสอดคล้องกันตั้งแต่ต้นจนจบ

นักท่องเที่ยวมาซื้อตั๋วเข้าชมการแสดง

บรรยากาศหน้าโรงละคร คนมารอชมเพียบ

เซเลบมากันเพียบ

แต่เราขอพาไปชมในส่วนของทิฟฟานี่โชว์ก่อนก็แล้วกัน…

1. ทิฟฟานี่โชว์ มิสมาร์เซลโล่ โอไฮโอ ร่วมแจม

ในการแสดงชุดนี้ มีไฮไลต์พิเศษสุดๆ เพราะทีมงานคว้าตัวสาวประเภทสองที่สวยที่สุดในโลกอย่าง มิส มาร์เซลโล่ โอไฮโอ สาวงามจากบราซิล ผู้คว้ามงกุฎ มิส อินเตอร์เนชั่นแนล ควีน ปี 2013 (Miss International Queen 2013) มาครอง ซึ่งเธอได้มาร่วมแสดงโชว์ชุดเปิดการแสดง พร้อมกับ โจ ลาเบโร มีลีลาในการเต้นที่เป็นเลิศไม่แพ้ทีมนักแสดงของไทยเลย

มิส มาร์เซลโล่ โอไฮโอ (มิส อินเตอร์เนชั่นแนล ควีน 2013)

โชว์จาก มิส อินเตอร์เนชั่นแนล ควีน ปี 2013

2. Costume ออกแบบใหม่หมด

เป็นครั้งแรกที่ทิฟฟานี่โชว์ พัทยา ได้รับเกียรติจากดีไซเนอร์ระดับแนวหน้าของไทยอย่าง จ๋อม ศิริชัย ทหรานนท์ เจ้าของห้องเสื้อ Theatre มาออกแบบและร่วมผลิตเครื่องแต่งกายนักแสดงสำหรับโชว์ระดับโลกครั้งนี้โดยเฉพาะ โดยผสมผสานกลิ่นอายของดนตรียุคดิสโก้เข้าไปในการแสดงชุด Finale มีทั้งหมด 3 เพลง เพลงละ 10 ชุด ไม่ซ้ำกันเลย

ทีมนักแสดงเตรียมพร้อมที่หลังเวที

3. มีร้องเพลงสด Live Singing on state ครั้งแรก

ความพิเศษอีกอย่างที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ นั่นคือ โชว์ครั้งนี้ไม่ได้มีแต่การแสดงร้องเพลงลิปซิงค์นะ แต่ยังสอดแทรกการร้องเพลงสดครั้งแรกของเวทีทิฟฟานี่โชว์ พัทยา โดย นภาดา สุขกฤต สาวเสียงทรงพลังจากเวที The Winner Is ที่มาเพิ่มความสดใหม่ให้กับโชว์ครั้งนี้ โดยเธอปรากฏตัวในโชว์ชุดเปิดเวที และโชว์ชุด Finale ในตอนท้าย ขับร้องสดหลายเพลงฮิตตลอดกาล เช่น เพลง La Vie En Rose, เพลง I Will Survive และเพลง Your Disco Needs You

ร้องเพลงสดๆ บนเวที

4. ตระการตา โชว์ชุดแสงสีแห่งพัทยา

ฉากใหญ่ที่น่าประทับใจ และทำให้คนทั่วโลกรู้จัก พัทยา ประเทศไทย ได้เป็นอย่างดี ก็คือโชว์ในครึ่งแรก ที่มีการทำฉาก จัดระบบแสง สี เสียง และชุดแต่งกายของนักแสดงที่สะท้อนให้เห็นถึงสีสันอลังการของเมืองพัทยา เมืองท่องเที่ยวที่ไม่เคยหลับใหล พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกด้วยมิตรไมตรี

สีสันแห่งพัทยา

5. รวมโชว์ใหญ่หลากหลายเชื้อชาติ

ส่วนครึ่งหลัง เป็นการรวมโชว์ยิ่งใหญ่ในหลากหลายภาษาและเชื้อชาติ ผ่านการออกแบบเวที เสื้อผ้านักแสดง เพลง และระบบแสงสีเสียง ได้แก่ ยุโรป จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เป็นต้น

เจ้าหญิงและแม่มด ในฉากกระจกวิเศษ

การเต้น การแสดง มาตรฐานเวิลด์คลาส

การแสดงชุดดินแดนมังกร

สาวสวยออกมาเต้นโชว์ ลีลาน่ารักกินขาด

การแสดงในชุดดินแดนภารตะ

มาดูในส่วนของการแสดงมายากลจาก โจ ลาเบโร กันบ้าง จะน่าสนใจแค่ไหน ตามมาเลย…

6. ปรากฏตัวในตู้กระจกที่ว่างเปล่า

โจ ลาเบโร เป็นนักมายากลชาวสวีเดนผู้เริ่มต้นเส้นทางอาชีพนี้ตั้งแต่อายุเพียง 12 ปี เขาคว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดการแสดงมายากลระดับเยาวชนของสวีเดนบ้านเกิด ก่อนจะก้าวไปเป็นนักมายากลอาชีพ แสดงมายากลที่แปลกใหม่ น่าตื่นเต้น และเซอร์ไพรส์ผู้ชมได้อย่างต่อเนื่อง ในครั้งนี้ก็ปรากฏตัวแบบสุดตะลึงออกมาจากตู้กระจกที่ว่างเปล่า

เปิดตัว โจ ลาเบโร สุดตะลึง

7. หั่นร่างกาย 9 ท่อน

จากนั้นนำเสนอโชว์การหั่นร่างของผู้ช่วยสาวสวยในตู้ไม้ ออกเป็น 9 ท่อนด้วยแผ่นโลหะ พร้อมแยกส่วนยืดออกจากกันอย่างน่าตกใจ แต่ท้ายที่สุด เมื่อรวมชิ้นส่วนดังกล่าวให้มาประกบติดกันอีกครั้ง แล้วเปิดบานประตูของตู้ไม้ หญิงสาวคนดังกล่าวกลับก้าวออกมาเดินโชว์ผู้ชม พร้อมรอยยิ้มสวยได้อย่างน่าตะลึง

เปิดตัวสาวสวยล่องหน อยู่ดีๆ ก็โผล่มาบนเวที

โชว์ตัดแยกชิ้นส่วนมนุษย์

8. ทะลุกระจก

ต่อมาเป็นโชว์มายากล กระจกที่สามารถเสกให้ผืนผ้าสีขาว หายทะลุเข้าไปในกระจกแล้วโผล่ออกมาอีกด้านได้อย่างง่ายดาย พร้อมไฮไลต์การแสดงด้วยการนำกระจกขนาดใหญ่ขนาดเท่าตัวคน มาตั้งบนเวที จากนั้นโจ ลาเบโร ก็เสกให้ตัวเองหายเข้าไปในกระจกซะงั้น!

โชว์เสกของทะลุกระจก

9. สลับตัวขณะที่โดนมัดด้วยโซ่

อีกโชว์ที่น่าตื่นตะลึง ก็คือ นักมายากลมือฉมังถูกสาวสวยพร้อมแก๊งหน้ากากหนุ่ม พาร่างของเขาขึ้นไปบนแท่น แล้วนำโซ่ตรวนมาพันธนาการไว้อย่างแน่นหนา ล็อกกุญแจเรียบร้อย แต่ทันใดนั้น เมื่อปิดผ้าคลุมไว้เพียงไม่กี่วินาที พอเปิดผ้าคลุมออก โจ ลาเบโร กลับหายตัวไปจากแท่น กลายเป็นหญิงสาวที่ถูกจองจำในโซ่ตรวนนั้นเสียเอง

เขาถูกพันธนาการด้วยโซ่อย่างแน่นหนา

กลายเป็นสาวสวยถูกขังในโซ่ตรวน

10. แก้พันธนาการใน 60 วินาที

โชว์ชุด Finale ของ โจ ลาเบโร เป็นโชว์เด็ดที่สุดที่ต้องอาศัยการฝึกฝนมาอย่างชำนาญ นั่นคือ การแก้มัดพันธนาการให้ตัวเองหลุดออกมาใน 60 วินาที โดยบนฉากหลังจะมีนาฬิกาตัวเลขนับถอยหลังไปเรื่อยๆ สร้างความตื่นเต้นให้ผู้ชมอย่างมาก

การแสดงชุดที่เด็ดที่สุดของ โจ ลาเบโร

ที่นำมาให้ชมกันเป็นเพียงแค่น้ำจิ้มเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีโชว์เด็ดๆ อีกหลายโชว์บนเวที ที่อยากให้ไปสัมผัสด้วยตัวคุณเอง โดยการแสดงชุดนี้จะทำการแสดงเพียง 4 เดือนเท่านั้น ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2559 เฉพาะรอบเวลา 21.00 น. ตั้งแต่วันอังคาร-เสาร์ บัตรราคา 3,000, 2,500, และ 1,500 บาท สามารถจองบัตรได้ที่ Thai Ticket Major และที่เว็บไซต์ www.tiffany-show.co.th

โชว์ชุดนี้มีให้ชมแค่ 4 เดือนเท่านั้น

เหล่าบรรดานักแสดง ดีไซเนอร์ พร้อมด้วย โจ ลาเบโร

เก่าแก่ 100 ปี! ชมเสน่ห์บ้านพื้นถิ่น โฮงเจ้าฟองคำ จ.น่าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/615897

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 พ.ค. 2559 14:05

 

อากาศแบบนี้ แวะไปไหว้พระที่จังหวัดน่าน ให้ชุ่มเย็นใจ แล้วลองนุ่งซิ่น ใส่เสื้อปั๊ด กางจ้องเดินตามรอยเสน่ห์เมืองเก่าแก่ที่มีชีวิต ชมเสน่ห์บ้านพื้นถิ่น “โฮงเจ้าฟองคำ” บ้านเจ้านายล้านนาในอดีต…

“คงความเก่าแก่” ด้วยอายุราว 100 ปี สร้างด้วยไม้ทั้งหลัง ตัวโฮง เป็นไม้สักผ่าประกอบตัวเรือนด้วยวิธีสลักไม้ ไม่ใช้ตะปู มีลานเชื่อมต่อหากันทุกหลัง ทั้งห้องนอน ครัว ห้องน้ำ และยุ้งข้าว โดยบริเวณบ้านร่มรื่นไปด้วยเงาไม้

โฮงเจ้าฟองคำ

“รักษาความเป็นเอกลักษณ์” ตามแบบฉบับบ้านเจ้านายล้านนาในอดีต จนได้รับรางวัลอนุรักษ์สถาปัตยกรรมดีเด่น ประเภทบ้านพักอาศัย (คุ้มเจ้า) ประจำปี 2555 จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์

บ้านเจ้านายล้านนาในอดีต

“ฟื้นฟูเป็นแหล่งเรียนรู้” เรื่องการทอผ้าพื้นเมืองน่าน มีช่างทอสาธิตตั้งแต่การปั่นฝ้ายเป็นเส้นด้าย ไปจนถึงขั้นตอนการทอ ที่ต้องใช้ความละเอียดและประณีต โดยเฉพาะ “ผ้าซิ่นลายน้ำไหล” สุดยอดราชินีแห่งความงามของลายผ้าเมืองเหนือ ที่มีเพียงจังหวัดน่านแห่งเดียวเท่านั้น

เยี่ยมชม “โฮงเจ้าฟองคำ” เหมือนได้ย้อนไปสัมผัสวิถีชีวิตชาวน่านในอดีต เรียนรู้การทอผ้าที่หาชมได้ยาก และหลงใหลไปกับเสน่ห์ความเก่าแก่

ปังไม่ปัง! สแกน 8 ข้อรู้ก่อนเปิด สยามดิสคัฟเวอรี่โฉมใหม่ อลังการงานสี่พันล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/599076

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 พ.ค. 2559 06:05

 

ใครที่ผ่านไปผ่านมา เห็นเขาเปิดผ้าออกโชว์วับๆ แวมๆ บอกได้ว่าอยากไปแล้วอะ! หลังจากสยามดิสคัฟเวอรี่ปิดปรับปรุงไปใน 6 พฤษภาคมปีที่แล้ว หลายคนอดใจรอแทบไม่ไหวว่าโฉมใหม่จะเป็นอย่างไร เปิดให้ช็อปได้เมื่อไหร่ และจะอลังการสมการรอคอยมั้ย ไทยรัฐออนไลน์ นำ 8 ข้อรู้ก่อนไปสยามดิสคัฟเวอรี่โฉมใหม่ จะรออะไรไปอ่านกันได้เลย…

1. ข้อแรกอยากให้ทุกคนได้รู้ก่อนเลยว่าสยามดิสคัฟเวอรี่ ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารของ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ได้ปรับปรุงครั้งใหญ่ เนรมิตโฉมเป็น “สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม” ด้วยงบกว่า 4,000 ล้านบาท โอ้ววววววว งบขนาดนี้รอดูการเปลี่ยนแปลงแบบอลังการได้เลย

2. รู้หรือไม่? เมื่อสามปีที่แล้ว สยามพิวรรธน์ได้ทุ่มงบประมาณ 1,800 ล้านบาทในการปรับปรุงโฉมสยามเซ็นเตอร์ ครั้งนั้นประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยดีไซน์ของสยามเซ็นเตอร์โฉมใหม่ได้รับรางวัลระดับนานาชาติจำนวน 8 รางวัล รวมทั้งได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน 5 ศูนย์การค้าที่ออกแบบดีที่สุดในโลก จากสมาคมชั้นนำของโลกทางด้านธุรกิจค้าปลีก คือ สมาคมศูนย์การค้าระหว่างประเทศ มารอดูกันว่าครั้งนี้ปรับปรุงสยามดิสคัฟเวอรี่จะประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน

ชฎาทิพ จูตระกูล บอสหญิงสยามพิวรรธน์ และ โอกิ ซาโตะ นักออกแบบ

3. สาวกหลายคนที่รอคอยเตรียมตัวได้เลย สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ เรามั่นใจว่าจะต้องเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์อย่างแน่นอน

4. นอกจากนั้นบอสหญิงคนเก่งแห่งสยามพิวรรธน์ “ชฎาทิพ จูตระกูล” บอกอีกว่าบริษัทได้ปรับรูปแบบการบริหารพื้นที่ จากการปล่อยเช่าเป็นบริหารพื้นที่ขายด้วยตัวเอง 100% เพื่อความคล่องตัวในการเปลี่ยนสินค้า รอดูกันได้เลยว่าการปรับเปลี่ยนครั้งนี้จะเป็นอย่างไร

5. ปรับโฉมใหม่ถูกใจใครหลายคนแน่นอน ผู้บริหารมีความมั่นใจว่าจะมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นเป็น 1 แสนคนต่อวัน จากเดิมก่อนปรับปรุงจะมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเฉลี่ยต่อวันประมาณ 6-7 หมื่นคนต่อวัน

ภาพจำลองสยามดิสคัฟเวอรี่โฉมใหม่

6. โฉมใหม่ สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม เป็นศูนย์การค้าในรูปแบบไฮบริดรีเทลแห่งแรกของประเทศไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ไลฟ์สไตล์สเปเชียลตี้สโตร์” ซึ่งทุกมิติของการนำเสนอได้ถูกเนรมิตขึ้นให้เข้าถึงใจลูกค้ามากที่สุด แค่เอ่ยชื่อคอนเซ็ปต์ก็อยากไปกันแล้วใช่มั้ยล่ะ

7. บอกเลยว่าลุคใหม่ไฉไลกว่าเดิม รับรองว่าคุณจะได้ช็อปอย่างจุใจมากยิ่งขึ้น สินค้ามากกว่า 5,000 แบรนด์มาให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นสินค้าเอาใจไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่, สินค้านำเทรนด์ก้าวล้ำทุกกระแสโลก, สินค้านวัตกรรมล่าสุดที่มีดีไซน์แปลกใหม่, สินค้าที่ผลิตสร้างสรรค์จากแนวคิดใส่ใจสิ่งแวดล้อมและเพื่อความยั่งยืน ตลอดจนสินค้าในรูปแบบคอลลาโบเรชั่น ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างแบรนด์ดังกับศิลปินข้ามสายพันธุ์

8. สยามดิสคัฟเวอรี่โฉมใหม่ไม่ได้ปรับปรุงแบบไก่กาอย่างแน่นอน เพราะการเนรมิตรูปแบบสถาปัตยกรรมโฉมใหม่ในครั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือระหว่างบริษัท เออร์เบิ้น อาร์คิเทค จำกัด และบริษัทเนนโดะผู้รับออกแบบชื่อดังระดับโลกจากญี่ปุ่น ภายใต้การนำของ “โอกิ ซาโตะ” หัวหน้าที่ปรึกษางานออกแบบอาคารและงานออกแบบตกแต่งภายใน และเป็นโครงการแรกของเนนโดะในประเทศไทย

อ่านไปแล้วถึง 8 ข้อ เชื่อว่าขาช็อปหลายคนคงต้องอยากไปกันแล้ว แต่อดใจรอสักนิด เปิดเมื่อไหร่เราไม่พลาดไปเก็บบรรยากาศมาให้คุณได้รู้ก่อนใครอย่างแน่นอน!

แฟชั่นที่ทำให้เลือดลมสูบฉีด เพลิดเพลินจำเริญใจ (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/616717

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 พ.ค. 2559 06:05

 

อากาศหนาวย่อมดีกว่าอากาศร้อน นอนซุกกายบนที่นอนนุ่มๆ ดีกว่านอนบนพื้นกระด้าง รถโล่ง ถนนว่างๆ ดีกว่าทั้งสองอย่างแน่นติดแน่นตึบ ต้นไม้สีเขียวปกคลุมดีกว่าตึกคอนกรีตอ้าแขนโอบอุ้มล้อมเมือง 

กระทั่งสรีระเว้า โค้ง กลมกลึงของหญิงสาวย่อมงดงามและสร้างแรงบันดาลใจมากกว่าองค์ประกอบแข็งกร้านของเพศชาย ฯลฯ

เป็นภาพที่ดูแล้วทำหน้าที่ที่บางคนบอกว่าดูแล้วเฉยชา แต่ทว่าบางคนบอกว่าดูลึกๆ แล้วรู้สึกว่าสรีระผู้หญิงคล้ายเป็นศิลปะที่งดงาม

ภาพเล่าเรื่องสัปดาห์นี้ไทยรัฐออนไลน์ไม่มีอะไรมากไปกว่า เอกลักษณ์ ไม่น้อย ช่างภาพไทยรัฐออนไลน์ เก็บภาพสวยงามของหญิงสาวให้ชมกันในวันที่อากาศร้อนรุ่ม ถนนเต็มไปด้วยรถยนต์ ตึกคอนกรีตยืนค้ำหัวธรรมชาติ

เป็นภาพที่ว่าผ่อนคลายให้ความเพลิดเพลินในวันอาทิตย์มากกว่าสิ่งตรงกันข้ามกับความสุข.

สีขาวบริสุทธิ์

เซ็กซี่เล็กๆ

น่ารัก

ชมพูหวาน