หลุยส์-นุ่น เปิดใจทั้งน้ำตา สูญเสียลูกในภรรค์ หลังเกิดภาวะมดลูกแตก

หลุยส์-นุ่น เปิดใจทั้งน้ำตา สูญเสียลูกในภรรค์ หลังเกิดภาวะมดลูกแตก

หลุยส์-นุ่น เปิดใจทั้งน้ำตา สูญเสียลูกในภรรค์ หลังเกิดภาวะมดลูกแตก

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.34 น.

“หลุยส์-นุ่น” เปิดใจทั้งน้ำตา แถลงข่าวสูญเสียลูกในภรรค์ หลังเกิดภาวะ “มดลูกแตก” เฉียบพลัน

กลายเป็นเรื่องเศร้าช็อกวงการ เมื่อคู่รักนักแสดงชื่อดัง หลุยส์ สก๊อต และ นุ่น รมิดา พร้อมคณะแพทย์จากโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท และ PWS Clinic แถลงข่าวกรณีสูญเสียบุตรในครรภ์วัย 9 เดือน จากเหตุสุดวิสัยภาวะมดลูกแตก เผยนาทีวิกฤตความดันตก-วูบหมดสติ แพทย์ต้องเร่งผ่าตัดช่วยชีวิตแม่นานกว่า 3 ชั่วโมง

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา นุ่น มีอาการเจ็บครรภ์ก่อนกำหนดอย่างรุนแรงจนวูบหมดสติ ทำให้หลุยส์ต้องรีบประสานทีมแพทย์ฉุกเฉินเป็นการด่วน เมื่อมาถึงโรงพยาบาลพบว่านุ่นอยู่ในสภาวะช็อก ความดันโลหิตต่ำวิกฤตอยู่ที่ $80/40$ mmHg ชีพจรและอัตราการหายใจเร็วผิดปกติ

พญ.ปานวาด หาญอมร และ นพ.ณัฏฐ์ เกียรติอภิวสุ ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ ร่วมกันชี้แจงสาเหตุว่า พบแผลปริแตกขนาดใหญ่บริเวณด้านหลังของมดลูก สาเหตุหลักมาจาก รอยแผลเป็นจากการผ่าตัดเดิม ที่นุ่นเคยมีประวัติมาก่อนหน้านี้

เมื่อเข้าสู่ช่วงใกล้คลอด มดลูกเกิดการขยายตัวและหดตัวจนรอยแผลเดิมรับไม่ไหวและปริแตก ส่งผลให้เกิดการตกเลือดภายในปริมาณมาก

ทีมศัลยแพทย์ต้องเร่งทำการผ่าตัดเย็บซ่อมแซมมดลูกเพื่อหยุดเลือดอย่างเร่งด่วน โดยใช้เวลานานถึง 3 ชั่วโมง จนสามารถรักษาชีวิตของนุ่นเอาไว้ได้ แต่เป็นที่น่าเสียใจอย่างยิ่งที่ไม่สามารถรักษาชีวิตของลูกน้อยในครรภ์ไว้ได้ทัน

‘ดัง พันกร’โสดมา 46 ปี ยอมรับมองภาพตัวเองมีคู่ไม่ออก

'ดัง พันกร'โสดมา 46 ปี ยอมรับมองภาพตัวเองมีคู่ไม่ออก

‘ดัง พันกร’โสดมา 46 ปี ยอมรับมองภาพตัวเองมีคู่ไม่ออก

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.05 น.

จากอดีตสามีแห่งชาติ สู่แม่นาย ดัง พันกร โสดมา 46 ปี ชีวิตนี้ไม่เหมาะจะมีแฟนจริงไหม ? เปิดใจถึงเส้นทางชีวิต การเปลี่ยนผ่านตัวตน ความสัมพันธ์กับครอบครัว การมองความรักในมุมที่ไม่เหมือนเดิม และการเลือกใช้ชีวิตที่ไม่ยึดติดกรอบ สันโดษแต่ชอบสังคม ในรายการ How Are You Feeling? บทสนทนาที่ชวนให้กลับมาถามใจตัวเองว่าวันนี้เราอยู่กับตัวเองอย่างเข้าใจแล้วหรือยัง

เป็นนักร้องที่เป็นลูกอธิบดีกรมตำรวจชื่อดังใคร ๆ ก็รู้จัก ในวันนั้นอึดอัดไหม ?

ดัง พันกร : ก็จริง ๆ แล้วเราไม่มีช้อยส์อื่นที่จะเลือก คือเหมือนกับว่าเราเกิดมาแบบนั้นอยู่แล้ว ใช้ชีวิตแต่การดำเนินชีวิตทุกอย่างมันก็เป็นในสิ่งที่คุณพ่อเราก็อยู่ตรงนั้นอยู่แล้ว คือเราก็ไม่ได้รู้ว่ามันทางอื่นมันเป็นทางไหนบ้าง ถามว่าอึดอัดไหม ก็ไม่ได้อึดอัดเพราะเราเติบโตมาแบบนั้น ก็เลยรู้สึกว่ามันก็เป็นเรื่องธรรมดาครับ เหมือนกับคุณพ่อเป็นตำรวจเป็นหรือว่าจะเป็นอธิบดีกรมตำรวจ เราต้องรู้สึกยังไงไหม ก็รู้สึกว่าเราก็ยังเป็นลูกคุณพ่อเหมือนเดิม

คุณพ่อดุไหม ?

ดัง พันกร : คุณพ่อใจดีมากครับ คนอื่นจะกลัวหมด ถ้าเป็นคนนอกหรือเพื่อนเองก็จะกลัว แต่ว่าพอได้มาสัมผัสแล้วคุณพ่อก็จะเป็นคนที่ตรงกันข้าม ซึ่งเราไม่เคยมองมุมพ่อดุอยู่แล้ว คุณพ่อจะเป็นคนที่ใจดี นุ่มนวล สุภาพ จะไม่ค่อยดุ แล้วก็เวลาอยากจะได้อะไร พี่ ๆ น้อง ๆ พี่เอพี่ดาวก็จะไปขอคุณพ่อ คุณพ่อจะเป็นคนใจดี ส่วนคุณแม่จะเป็นคนเข้มงวด คุณแม่ก็จะเป็นคนที่ดุหน่อย จะดุแบบจนลูก ๆ กลัว อย่างนี้ดีกว่า

เป็นลูกชายคนเดียวของบ้าน เป็นลูกชายคนเล็ก ?

ดัง พันกร : เป็นลูกหลงด้วย เพราะว่าจะห่างจากพี่ ๆ เขา ห่างจากพี่ดาว 6 ปี

ครอบครัวมีความคาดหวังกับกับดังเยอะไหม ?

ดัง พันกร : ไม่คาดหวัง เพราะว่าเรียนก็ไม่ค่อยเก่ง คือเป็นคนไม่ตั้งใจเรียนอย่างนี้ดีกว่า คือเรียนได้ เรียนดีแต่ว่าไม่ค่อยได้ตั้งใจเรียน คือตั้งแต่เด็กเป็นคนที่ชอบเล่นสนุกชอบคุย ก็เลยมีคาแรคเตอร์มาตั้งแต่เด็กเลย เหมือนกับเป็นคนอารมณ์ดี แล้วเราก็รู้สึกว่าไม่ทำทุกอย่างให้มันซีเรียส จะไม่ได้มีการกดดันว่า ดังจะต้องเรียนให้ได้ที่ 1 นะ

ถ้าไม่เข้มงวดเรื่องการเรียนคุณแม่เข้มงวดเรื่องอะไร ?

ดัง พันกร : เข้มงวดเรื่องของการใช้ชีวิต อย่างเช่นการทำสีผมสมัยวัยรุ่นจะไปทำสี ชอบอะไรที่มันไม่เหมือนชาวบ้านเขา ไปทำสีเขียว ทำไฮไลท์ทำตั้งแต่เด็กครับ เขาก็จะห้าม จะดุ

ทำไมตอนอายุ 10 ขวบถึงขอที่บ้านไปเรียนต่อเมืองนอก ?

ดัง พันกร ด้วยความที่เราไม่ได้รักในการเรียนขนาดนั้น ก็รู้สึกว่า 1 คือไม่ชอบตื่นเช้า ก็เป็นนิสัยที่มาอยู่ปัจจุบันนี้เหมือนกันคือไม่ชอบตื่นเช้า

บ้านมืดมาก ?

ดัง พันกร : ใช่ ๆ ชอบความมืดมาก โดยเฉพาะเวลานอนต้องมืดสนิท ต้องเงียบสนิทด้วย เพราะตื่นง่ายแล้วก็หลับยาก

มีใครไปด้วยไหม ?

ดัง พันกร : ไม่มี ก็คือคุณพ่อคุณแม่ไปส่ง ตอนนั้นก็จะมี ก.พ. ก็จะมีดูแลนักเรียนไทยอยู่ ก็นั่งแท็กซี่ไปส่งที่โรงเรียนเท่านั้นแหละน้ำตาก็ร่วงมา แต่เราเดินกลับไม่ได้แล้ว ไปแล้วก็ต้องไปเลย ก็ต้องอยู่

เป็นยังไงบ้าง เข้าโรงเรียนประจำก่อน ?

ดัง พันกร : ก็เหมือน Harry Potter ยังไงอย่างงั้นเลย แต่ว่าไม่ได้สนุกเท่า Harry Potter

มีชีวิตในโรงเรียนประจำเป็นยังไง ?

ดัง พันกร : คือมีกฎระเบียบชัดเจน ต้องตื่นกี่โมง ตื่นแล้วจะต้องลงมาหน้าแปรงฟันพร้อมกัน ต้องทานอาหารเช้าพร้อมกัน

ไหนอิสระที่เราถามถึง ?

ดัง พันกร : ไม่มีเลย ตอนเด็กเราก็จะปรับตัวยากมาก คือตอนนั้นก็ซ่าเหมือนกัน คือโรงเรียนแรกที่ไปเลย คุณแม่เขาก็อยากให้เรียนแบบตั้งใจเรียนภาษาก่อน ก็คือมีเรียนอยู่ 2 คน ชายแล้วก็เป็นโรงเรียน Private ก็คือเช้าไปเรียน เย็นก็ไปอยู่กับ family ก็เป็น family ที่ดีทุกอย่างดีหมด แต่ว่ามันอยู่ในฟาร์ม เขาทำฟาร์มใหญ่ สิ่งที่เรากลัวที่สุดคือที่บ้านไม่ผูกพันกับสัตว์เลี้ยงทุกชนิด หันซ้ายก็สะดุ้ง หันขวาก็สะดุ้งอะไรอย่างนี้ แล้วคือสัตว์ที่เรากลัวที่สุดคือแมว คือเราไม่ได้คุ้นชินกับเขามาตั้งแต่เด็ก ก็เลยรู้สึกว่ากลัว กลัวทั้งบ้านคุณพ่อ คุณแม่ พี่สาว ไม่ชอบสัตว์เลี้ยงทุกชนิดเลย เลี้ยงได้แค่ปลาเพราะว่าเราไม่ต้องเอามือไปจับ

แต่บ้านโฮสต์มีแมว ?

ดัง พันกร : มีทั้งแมว มีทั้งม้า มีทั้งแกะ มีทั้งวัว มีหมาอะไรอย่างนี้ แต่ว่าอยู่ได้ 2 วัน ก็อาศัยตอนแม่บ้านเผลออย่างนี้ เป็นเหมือนในหนังเลยก็วิ่งแอบมาหยิบโทรศัพท์ ก็กด ๆ โทรหาที่บ้านเลย คอมเพลนว่าแม่อยู่ไม่ได้จริง ๆ เด็กมากเราก็อารมณ์แบบไม่เอาแล้ว แม่ก็เลยแจ้ง ก.พ. ไปว่าขอย้ายไปโรงเรียนที่มันแบบมีเด็กนักเรียนมากกว่านี้หน่อย ไม่มีแมว ตอนแรกเรียนภาษาก่อน ก่อนที่จะเข้าเรียนจริง ก็เลยย้ายไปอีกโรงเรียนหนึ่ง ซึ่งโอเคอันนี้มีคนไทยด้วย แล้วก็เป็นโรงเรียนสหะ แล้วก็เป็นโรงเรียนประจำที่มีกิจลักษณะ คือมีเด็กนักเรียนมีอะไรอย่างนี้ สังคมโรงเรียนจริง ๆ

ให้ย้อนกลับไปจะเลือกไปอยู่เมืองนอกเหมือนเดิมไหม ?

ดัง พันกร : ในเมื่อที่มันย้อนกลับไปไม่ได้ ก็คงเลือกเหมือนเดิม เพราะว่ามันก็ทำให้เรามีวันนี้ เพราะถ้าย้อนกลับไปมันทุกอย่างมันอาจจะเปลี่ยนไปหมดเลย ดีแล้วที่เราได้ไป ก็คือโอเคเพราะว่ามันผ่านมาแล้ว ตอนเราเรียนมันไม่ได้ได้สนุกหรอก แต่พอเรามองย้อนกลับไปมันก็สนุกดี

มันเปลี่ยนอะไรเราบ้าง ?

ดัง พันกร : มันเปลี่ยนในลักษณะของความมีระเบียบวินัย เพราะว่าเด็ก ๆ เราบางทีเราก็อาจจะดื้อมากจนพ่อแม่เราอาจจะรู้สึกว่าต้องจับสั่งสอนมันซะหน่อย

ทำไมพอกลับมาแล้วถึงเป็นนักร้องได้

ดัง พันกร : ด้วยความที่ว่าเรามีความตั้งใจอยากเป็นนักร้อง ก็คือทุกครั้งที่กลับมา หรือไม่ก็ทุกที่ ๆ เรารู้ว่ามีโอกาสได้ไปเจอใครที่เป็นนักร้อง หรือมีช่องทางไหนที่เราสามารถไปออดิชั่นก็จะไปตลอด ซึ่งเด็ก ๆ คุณแม่ก็จะตามตัวอะไรกันลำบากอยู่แล้ว เราก็แค่ไปร้องเพลง เข้าไปเทสต์เสียงตามค่ายเพลงต่าง ๆ  ไปหมดทุกค่ายตั้งแต่ สโตน เรคคอร์ดส พี่ฟอร์ดอัลบั้มแรก แกรมมี่ก็ไป sony ก็ไป ไปทุกที่จนกระทั่งมาจบที่ RS

ไปจบที่ RS ได้ยังไง ?

ดัง พันกร : จบที่ RS เพราะว่าก็เหมือนทุกที่ ๆ เราไปเทสต์เสียง แต่ว่า RS ก็จะเป็นที่ ๆ เขาถูกใจเราที่อื่นก็อาจจะยังไม่ถูกใจเรา

RS ก็เหมือนอยู่โรงเรียนประจำ ?

ดัง พันกร : ก็คล้าย ๆ กัน RS ก็จะมีความแบบดูแลศิลปิน อย่างคือเราก็เป็นโปรดักต์ ถ้าเราเป็นอะไรขึ้นมา อื่น ๆ ที่เขาทำมาทีมงานมากมายก็จะพังไปด้วย เหมือนดูแลเราเป็นพิเศษก็คือเขาก็จะมีห้ามแบบห้ามไปเที่ยวกลางคืน ห้ามทำอะไรไม่ดี ห้ามกินเหล้า สูบบุหรี่ ไม่มีแฟนได้ก็ดี ห้ามเดินห้าง ไม่เรียกว่าห้ามหรอกแต่แค่เป็นสิ่งที่อยู่ในเหมือนศีล 5 ที่พระศาสนาพุทธ ถ้าอยู่ใน RS แล้วมันก็จะมีศีลเหล่านี้ เวลาไปทัวร์คอนเสิร์ตก็คือก็ห้ามออกจากห้องอย่างนี้ดีกว่าก็คือลงเครื่องก็เข้าโรงแรม เข้าโรงแรมเราก็จะมี AR ประกบ อยู่ในโรงแรมถึงเวลาทานอาหารก็ Room Service only ของดังอาจจะเด็กด้วยมั้ง ก็เลยรู้สึกว่าเขาก็จะดูแล ต้อง Room Service หรือบางทีมีสัมภาษณ์วิทยุ ก็ไปสัมาษณ์วิทยุแล้วก็กลับมาอยู่โรงแรม จนกระทั่งเราถึงเวลาเราจะเล่นแสดงคอนเสิร์ตในคลับในบาร์อะไรก็ว่ากันไป

ห้ามได้ไหม ?

ดัง พันกร : ห้ามได้ เพราะชอบนวดไง บางทีค่าเวลาเราก็ไปนวดไทยอยู่บนห้อง

มองตัวเองเป็น introvert ไหม ?

ดัง พันกร : ไม่นะ ผสมผสานกัน อาจจะเป็นคนสันโดษ สันโดษแต่ชอบสังคม

มีมุมซ่าแต่มีมุมที่อยากให้ทุกคนมีความสุขด้วย ?

ดัง พันกร : เป็นคนที่ get along กับทุกคน คิดว่าสิ่งเหล่านี้มันทำให้เราได้เห็นอะไรที่มันกว้างขึ้น ได้ไปเจออะไรที่มันหลากหลายตั้งแต่เราไปเรียนแล้ว ก็จะได้เห็นกลุ่มคนที่แตกต่างกันออกไป หลากหลายวัฒนธรรม แล้วก็ปรับตัวเราให้เข้ากับทุกสถานการณ์ที่เราอยู่ แล้วก็มองทุกอย่างให้มันเป็นเรื่องดี อันนี้จะพยายามไปตั้งแต่เด็กแล้วคือจะเป็นคนไม่ค่อยคิดมาก จะเป็นคนแบบธรรมะก็ช่วยเราเยอะ คือจะเป็นคนที่ทุกข์แล้วคิดอะไรให้มันสุข เจอทุกข์เข้ามาแล้วก็หาคำตอบมันให้ได้ ถามตัวเองว่าทุกข์เพราะอะไร แล้วถามต่อจนมันได้คำตอบที่ว่ามันไม่ทุกข์แล้ว เราก็ซ่านะแต่ในมุมที่ไม่ได้เบียดเบียนใคร

ตัวตนของ ดัง พันกร เป็นแบบไหน ?

ดัง พันกร : ทุกอย่างมันคือตัวตนของดังตั้งแต่เด็ก มันคือความเป็นตัวเราที่ทุกคนได้เห็นมา มันก็คือความจริงมันไม่ใช่สิ่งที่สร้างขึ้น เพราะดังเชื่อว่าสิ่งที่มันสร้างขึ้น มันโกหกกันไม่ได้ความจริงมันคือความจริง

ซ่ากับสันโดษไม่น่าไปด้วยกันได้เลย ?

ดัง พันกร : เพราะว่าพลังงานที่เราส่งออกไปมันเยอะ เวลาเราเล่นคอนเสิร์ตหรืออะไรอย่างนี้ เราไม่รู้ตัวหรอกแต่เราสนุก แต่ว่าบางทีเราเล่นคอนเสิร์ตเสร็จเราจะอยู่มุมสันโดษแล้ว เพราะมันคือการเหนื่อยที่มาจากการโชว์ของเรา ก็จะไม่ค่อยได้เจอใครเพราะว่าจริง ๆ แล้วมันเหนื่อยอยู่ข้างใน

จาก ดัง พันกร นักร้องที่เป็นสามีแห่งชาติมาเป็น แม่นายดัง มีจุดเปลี่ยนยังไง ?

ดัง พันกร : มันก็คงเป็นจุดเปลี่ยนที่มันก็บอกยากเหมือนกันนะ มันก็อาจจะเป็นการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคตามสมัยเหมือนแฟชั่น ด้วยความที่เราเป็นคนที่ชอบแฟชั่นเราก็จะตามแฟชั่นตลอดว่ามันเป็นยังไง บางทีมันก็เป็นการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคเทคโนโลยีที่มันเกิดขึ้น ยุคที่มันเป็นจากเทปมาเป็น MP3 จากหนังสือพิมพ์จากอะไรอย่างนี้ก็กลายเป็นโซเชียลเป็นออนไลน์ มันก็เริ่มจากตรงนั้น เราก็ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเราเองให้เข้ากับยุคเข้ากับสมัยด้วย เลยทำเป็นเพจขึ้นมา ซึ่งมันก็ต้องมีอยู่แล้วไว้อัปเดตผลงานว่าเราทำอะไรบ้าง ตารางงานมีอะไรบ้าง ก็เป็นช่องทางหนึ่งให้สำหรับแฟนเพลงของเราได้ติดตาม

จุดไหนที่ทำให้รู้สึกว่าถูกใจคนดู ?

ดัง พันกร : น่าจะเป็นจุดที่เราเล่นมุกต่าง ๆ คือเอาเรื่องอื่น ๆ มาผสม เพราะบางทีเราไม่ได้ทำงานเพลงอยู่ตลอดเวลา คือพยายามไม่ให้เพจมันหายไป พยายามโพสต์ทุกวันบางทีก็อาจจะเอาเรื่องอื่น ๆ มาใส่บ้าง เอาเรื่องตลกโปกฮาของเราหรือไม่ก็เป็นเป็นมุกขำ ๆ ขึ้นมาแล้วก็โพสต์ลงไป ก็กลายเป็นว่าคนก็ขำไปกับเราด้วย คนเข้าใจมุกเราแล้วก็ขำในสิ่งที่เรานำเสนอ ก็ enjoy กันมันก็เลยทำให้มีคนติดตามเรามากขึ้นเรื่อย ๆ

ตัวตนแม่นายเป็นอีกหนึ่งตัวตนที่เพิ่งจะตัดสินใจเดบิวเขาออกมาเหรอ ?

ดัง พันกร : คือแม่นาย มันต้องให้ทุกคนทราบก่อนว่าเพจของดัง พันกร DK Official มีแอดมินอยู่ด้วย มันก็จะมีความเป็นความเป็นดัง บวกกับคาแรคเตอร์ของแอดมินก็คือทีมงานด้วย เพราะฉะนั้นคาแรคเตอร์แม่นายก็จะเป็นคาแรคเตอร์ที่วาไรตี้กว่า ดัง พันกร คือมันจะมีอีกรสชาติหนึ่งที่มันต่างออกไป แต่ว่าต้นตำรับก็คือ ดัง พันกร นั่นแหละ แต่ว่าใส่เสื้อผ้าไม่เหมือนกันในแต่ละวัน เพราะว่าเรามีแอดมินมาช่วยกันดูแลมีทีมงานดูแล

ตัวจริง ๆ เป็นคนแบบไหน ?

ดัง พันกร : ตัวจริง ๆ เหรอ ยังไม่รู้ว่าตัวปลอม ๆ เป็นยังไง (หัวเราะ) ก็เป็นคนปกติเหมือนทุกคนแหละ เหมือนกับด้วยอาชีพเรามันทำให้ต้องมีคนรู้จักเยอะ เป็นนักร้อง ความรู้สึกทุกอย่างมันเหมือนกับทุกคนที่ทำงาน แต่ว่ามันเป็นงานที่เรารัก มันก็เลยมีรู้สึกว่าเรามีความสุขกับการที่เราทำงาน การที่เราจะเป็นที่รู้จักหรืออะไรอย่างนี้ ถามว่าเป็นอุปสรรคไหมดังมองว่ามันคือสิ่งที่เราเลือกมาแล้ว มันคือแพ็คเกจที่เราอยากเป็น นักร้องอันนี้คือสิ่งที่เราถือว่าเรารับได้ อุปสรรคอะไรอย่างนี้ครับ

ดราม่าที่เจอก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติ ?

ดัง พันกร : เป็นเรื่องปกติ ถ้ายุคนี้เป็นเรื่องปกติแต่ตอนแรกเลย เจอข่าวไม่ดีเราก็จะเครียดเลย เพราะว่ากลัวทำให้คุณพ่อคุณแม่เสียใจ

ออกไปข้างนอกแล้วมีคนคาดหวังว่าตัวเราจะเหมือนเพจ 100% รับมือยังไง ?

ดัง พันกร : ไม่รับมือยังไงเลย ก็มายังไงก็ไปอย่างนั้น บางคนอาจจะคาดหวังว่าเราคงจะปากจัดกว่านี้ แต่ว่านั่นมันคือในเพจ เวลาใครเข้ามาแขวะเราอย่างนี้เราก็แขวะกลับ ถามว่า ดัง พันกร ปากจัดไหมก็ปากจัดบ้างก็เหมือนในเพจแหละ มันก็จะมีในบางอารมณ์แต่มันก็จะไม่ได้เป็นอย่างงั้นตลอดเวลา คิดว่าคนก็จะติดภาพเราในมุมที่เขาถูกใจมากกว่า คือบางคนชอบเราเวลาเราใช้คำพูดแบบปากจัดนิดหน่อย มันก็ทำให้เขามีรอยยิ้ม เขาจำภาพเราในมุมนั้น บางคนชอบเราในมุมเป็นนักร้อง ร้องเพลงก็เป็นมุมนั้น บางคนชอบเราในมุมของความสุภาพ ความเรียบร้อยก็จะเป็นในมุมนั้น เชื่อว่าภาพจำแต่ละคนก็คงเป็นหลากหลายรูปแบบแล้วแต่ว่าเขาชอบและจุดไหนที่เขาถูกใจเรา คิดว่าน่าจะเป็นตรงนั้นมากกว่า แต่คิดว่าหลัก ๆ น่าจะเป็นที่หน้าตาเพราะว่าหน้าตาดี (หัวเราะ)

ชอบ ดัง พันกร ในเวอร์ชั่นไหนของตัวเองมากที่สุด ?

ดัง พันกร : ชอบทุกเวอร์ชั่นเลย แต่ไม่ชอบเวอร์ชั่นตอนอายุเยอะ เพราะอยากจะหยุดมันไว้ตั้งแต่ตั้งแต่อายุ 20 กว่า ๆ ไม่ชอบตอนอ้วนด้วย

เคยน้ำหนักขึ้นไปถึง 78 เหรอ ?

ดัง พันกร : 78 ครับ แล้วก็จะจำไว้ตลอดชีวิตแล้วว่าฉันจะไม่มีวันกลับไปวันนั้นอีกแล้ว จะไม่มีใครได้เห็น ถ้ามีเมื่อไหร่เดี๋ยวจะเปิดขายพรีเซ็นเตอร์เลย (หัวเราะ) เพราะเราเป็นคนดูแลตัวเอง อาจจะเป็นช่วงที่เราสนุกกับชีวิตมาก จนเราลืม ไม่เคยอ้วนมาก่อน เพราะฉะนั้นเมื่อก่อนไม่ต้องมีตาชั่งเลย เพราะว่าจะกี่ปี ๆ มาชั่งก็เท่าเดิม จะกินมาเยอะแค่ไหนก็เท่าเดิม พออายุเยอะขึ้นมันก็มาโดยที่เราไม่ได้ตั้งตัวเหมือนกัน

ความอยากเป็นเอนเตอร์เทนเนอร์ไม่ว่าจะเรื่องแฟชั่น เรื่องเพจมันความสุขจริง ๆ ?

ดัง พันกร : เหมือนกับเด็ก ๆ ที่เมื่อก่อนคนก็เจาะจมูกกันอย่างนี้ เราก็รู้สึกว่าเราก็เป็นสิ่งที่ให้เด็กเยาวชนเได้มองบ้าง แล้วได้เกิดแรงบันดาลใจ ถ้าเราเกิดอ้วนแล้วเราไปใส่กางเกงใครจะอยากใส่กางเกงตามเราหรือใครจะอยากดู

อะไรเป็นแรงขับเคลื่อนที่ก้าวข้ามทุกอย่างไปเป็นคนแรก ๆ ?

ดัง พันกร : คิดว่ามันคือสิ่งที่เราอยู่รอบ ๆ ตัวเรา เราอยู่กับแฟชั่นเยอะ บางทีเสื้อผ้ามันก็จะเป็นในภาพของแฟชั่นมากกว่า การใส่กระโปรงก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะไปเป็น transgender ก็ไม่ใช่ เราใส่กระโปรงเพราะรู้สึกว่ามันเท่ มันคือแฟชั่นของยุคนี้ซีซั่นนี้ ใส่แล้วมันออกมาเท่

เคยคิดว่าตัวเองขาดอะไรไหม ?

ดัง พันกร : ไม่เคยถามตัวเองว่าตัวเองขาดอะไรไหม คือไม่ได้มองว่าชีวิตตัวเองมีอะไร ไม่ได้มองชีวิตตัวเองเป็นกราฟหรือว่าเป็นพายที่มันมีอะไรบ้างเลยไม่รู้สึกว่าตัวเองขาดอะไร รู้สึกว่าชีวิตเราก็ complete อยู่แล้วทุกวัน แต่ว่าสมมติไม่มีแฟน ถ้าเรื่องแฟนขาดแฟนไหม ถ้าเรามองว่าเราเป็นโสดคืออยู่กับตัวเองเราก็มองว่าเราไม่ขาด แต่ถ้าแล้วถ้าเราเริ่มเอ๊ะ ถ้าเราอยากมีเมื่อไหร่หรือว่ามีความรู้สึกว่าไปแอบชอบใครจะรู้สึกขาดทันที คิดว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นมากกว่า เรื่องความรักมันจะขาดไม่ขาดมันอยู่ที่ว่าเราจะเจอใครคนนั้นมากกว่า มันไม่เจอมันก็เลยรู้สึกว่าไม่ขาด

46 ปีไม่เจอเลยเหรอ ?

ดัง พันกร : อาจจะแค่เจอกันแต่ว่าไม่ได้ว่าเจอแบบอย่างนั้น มีมองผ่านคนนี้ คนนี้น่ารักจังเลยอะไรอย่างนี้ คนนี้ดีนะแต่ว่าคงเจอแค่นั้น ได้เจอแต่คนยังไม่ได้เจอความรักแบบอย่างนั้นจริง ๆ มากกว่า ก็คือตอนเด็ก ๆ ไม่เจอถึงขั้นที่คิดว่าตัวเองมีปัญหาแล้ว เคยถามตัวเองเหมือนกัน ไม่ได้ว่าตัวเองขาดนะ แต่เห็นคนอื่นเมีแฟนแล้วถามคำถามกลับว่าทำไมเราไม่มีล่ะ

ดังแค่แฮปปี้ที่จะใช้ชีวิตแบบนี้และเอนเตอร์เทนแฟนคลับ และมี personal space ที่ให้ความอุ่นตัวเองได้เลย ?

ดัง พันกร : คือดังเคยมาเด็กเพิ่งจะมาวิเคราะห์ตัวเองได้ไม่นานนี้ว่าเหตุผลมันคืออะไร ดังคิดว่าเมื่อก่อนมองว่าเราอาจจะเป็นคนที่ไม่ได้เป็นไทป์ที่จะมีแฟน คืออาจจะเป็นบุคลิกหรือการเติบโตมาอาจจะไม่เหมาะกับการจะมีแฟนตอนแรกคิดว่าเป็นอย่างนั้น ก็ไปศึกษาทุก ๆ สถาบันหมดเรื่องความรัก แต่พอเราโตมาอีกหน่อยแล้วก็เริ่มมาถามตัวเองมันเป็นเพราะอะไร คิดว่าจริง ๆ อาจเป็นเพราะเรามีความคาดหวังเยอะเกินไปหรือเปล่า Perfectionist อย่างนี้ คิดว่าอาจจะเลือกเยอะก็ได้ คืออาจจะมองว่าดีเทลเล็ก ๆ น้อย ๆ ดังเป็นคนที่เก็บดีเทล คนที่จะมาเราจะต้องถูกใจ เขาจะต้องหมดจดเลย สมมติว่าถ้าเจอกันครั้งแรกกินอาหารแล้วข้าวติดปากข้างบน ติ๊กออก หรือไปเที่ยวกันแล้วเต้นท่าแปลก ๆ ก็คืออาจจะลดคะแนนลงมาทันที หลัง ๆ ถ้าใครถามจะบอกถ้าคนที่ใช่ก็คือใช่แหละ ถ้าเจอคนที่มันแบบถูกชะตากันเจอกันเชอบเราเราชอบเขาก็แค่นั้นพอแล้ว

คนที่เข้ามาต้องสบายขึ้นต้องไม่สบายน้อยลง ?

ดัง พันกร : ถ้าสบายน้อยลงจะมีทำไม บางทีถ้าเรามองข้ามไป แล้วเรามองว่านิสัยได้เข้ากันได้นะ สุดท้ายดีเทลเหล่านี้มันก็ต้องกลับมาอีก

แต่แม่นายเพจแม่นายก็ยังประกาศอยู่เรื่อย ๆ ?

ดัง พันกร : คือลุคเราด้วยอาชีพด้วยอะไรอย่างนี้ มันจะมีความมั่นด้วยการเป็นนักร้อง ความมั่นใจสำคัญอยู่แล้ว แต่ในเรื่องความรักเราจะค่อนข้างซีเรียสนะ จะ Old fashioned นิดหนึ่ง ก็จะเป็นคนที่จริงจัง ภาพคนมองอาจจะคิดว่าเราก็ไปได้หมดแหละ ซึ่งไม่ใช่ จะมีความเป็น conservative นิดหนึ่ง

มองภาพตัวเองมีคู่ไหม ?

ดัง พันกร : มองไม่ออก

คิดยังไงกับคำว่าคู่ชีวิต ?

ดัง พันกร : ก็เหมือนดูละคร น่าจะเหมือนดูในละครมากกว่า คือไม่คิดว่าตัวเองจะมีคู่ชีวิตที่อย่างที่นักจิตของเราบอก ก็คิดว่าถ้ามีจะมีใคร คู่ชีวิตก็ต้องเป็นคนที่เรารู้สึกสบายตัว ลอยตัวมากกว่านี้

เคยทุกข์กับอะไรที่ทำพังบ้างไหม ?

ดัง พันกร : ความทุกข์ก็เป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ไง ปฏิบัติธรรมช่วยเราเยอะมาก ถามตัวเองถามจิตตัวเองมันคือการฝึกให้เราอยู่ได้บนโลกใบนี้

ถ้าคนนั้นสนทนาธรรมกับดังได้แบบลึกซึ้ง แล้วทำให้สบายตัวขึ้นก็เป็นไปได้ที่จะเริ่มเปิดใจ ?

ดัง พันกร : ก็แค่เรื่องธรรมไง

ถ้ามี 1 คำถามให้ถามอยากถามอะไรนักจิตบำบัดเกี่ยวกับตัวเรา ?

ดัง พันกร : พี่ต้องมีแฟนหรือยังครับ (หัวเราะ) ก็ให้ถามนักจิตอีกทีหนึ่ง ดังเป็นโรคจิตไหม

เป็นคนอยู่กับตัวเองได้ลึกและดีมาก

ดัง พันกร : ต้องขอบคุณธรรมะจริง ๆ เลยเพราะว่าชอบศึกษา ตั้งแต่ตั้งแต่วัยรุ่น เริ่มตั้งแต่สวดมนต์ ทอดกฐินผ้าป่า จนกระทั่งมานั่งปฏิบัติวิปัสสนาอะไรอย่างนี้ แล้วมันก็ทำให้เราได้ handle กับเรื่องหลาย ๆ อย่างได้ง่ายขึ้น แทนที่เราจะไปกังวล หรือบางคนเจอปัญหาแล้วกระวนกระวายอย่างนี้ก็คิดใหม่ คิดอย่างนี้เราก็โล่งก็คิดอย่างนี้ดีกว่าไหม

เวลามีปัญหาเราสามารถที่จะพูดคุย ?

ดัง พันกร : ใช่ อยากจะบอกคือธรรมะมันคือ philosophy of life มันก็คือการฝึกให้อยู่กับตัวเอง บางคนฟุ้งอยู่ข้างนอกเยอะ แต่บางทีเราเจอปัญหาเราแก้ทันทีเลย ก็คือถ้าปัญหามาเราก็จะแก้อย่างนี้ เวลามีความทุกข์มาก็คิดให้มีความสุข อย่างเช่นคุณพ่อไม่อยู่แล้วเสียไปแล้วอย่างนี้ ก็บอกตัวเองว่าเราก็มีเลือดพ่อเลือดแม่อยู่ในตัวเรา พ่อก็ไม่ได้ไปไหนก็อยู่ในนี้แหละ เวลาคิดถึงพ่อก็ไม่ได้ไปไหน

ได๋ได๋ เมียน้องชาย แก้มบุ๋ม โพสต์เดือด ลั่นอย่าโยงมั่ว ปมดรามาร้อนสนั่นโซเชียล

ได๋ได๋ เมียน้องชาย แก้มบุ๋ม โพสต์เดือด ลั่นอย่าโยงมั่ว ปมดรามาร้อนสนั่นโซเชียล

ได๋ได๋ เมียน้องชาย แก้มบุ๋ม โพสต์เดือด ลั่นอย่าโยงมั่ว ปมดรามาร้อนสนั่นโซเชียล

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.28 น.

29 มกราคม 2569 เรียกได้ว่าเดือดหนักมา เมื่อ ได๋ได๋ ธันย์ธนิดา ภรรยาของ บิว วรพนธ์ น้องสะใภ้ของนักแสดงสาว แก้มบุ๋ม ปรียาดา สิทธาไชย ออกมาโพสต์ข้อความฟาดแรงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุข้อความว่า

” จะให้เป็นกูให้ได้เลย อุตส่าห์อยู่เงียบๆ เฉยๆ เดะออกมาพูดก็ผิดเงียบก็ผิด พอเงียบไปก็เข้าใจว่าเป็นได๋อีก บอกไม่น่าถึงเงียบไปเลย ทุกคนขาได๋ทำงานค่ะ เลี้ยงลูก รับส่งลูกไปเรียนได๋เงียบเพราะว่าได๋ให้ทนายจัดการแล้วเรียบร้อยทุกอย่างตามที่ตกลงกันไว้ แค่นั้นเอง

ส่วนเรื่องข่าว ได๋อ่านข่าวแล้วค่ะ มันไม่ใช่เลย ข่าวที่ลงไม่มีอะไรตรงกับระยะเวลาที่ผ่านมา ที่อยู่ด้วยกันเลยค่ะ ไม่มีการพูดคุยเรื่องการตรวจ DNA กันเลยนะคะ ระยะเวลาที่ตรวจครรภ์ คุณหมอก็บอกไทม์ไลน์ตรงทุกอย่างตั้งแต่ได๋อยู่กับพ่อของเด็ก จนครบกำหนดคลอด จะบอกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของได๋ค่ะ อย่าโยงมั่วนะคะ”

‘เป็กกี้ ศรีธัญญา’ไม่เข็ดกับความรัก ! แม้จะมีรักครั้งใหม่ไม่คิดจะแต่งงานเป็นครั้งที่ 2

'เป็กกี้ ศรีธัญญา'ไม่เข็ดกับความรัก ! แม้จะมีรักครั้งใหม่ไม่คิดจะแต่งงานเป็นครั้งที่ 2

‘เป็กกี้ ศรีธัญญา’ไม่เข็ดกับความรัก ! แม้จะมีรักครั้งใหม่ไม่คิดจะแต่งงานเป็นครั้งที่ 2

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569, 12.18 น.

 เป็กกี้ ศรีธัญญา มารายการ Club Friday Show เปิดยอมรับว่าช็อก!! ได้หมายศาลจากคนเคยรัก พร้อมเล่าโมเมนต์ถูกเซอร์ไพรส์งานแต่งในงานขึ้นบ้านใหม่ แต่แหวนและเงินสินสอดเป็นของตัวเองทั้งหมด รู้สึกประหลาด(ใจ)มาก และความรู้สึกวินาทีที่ได้หมายศาลจากคนเคยรัก และคือวันที่ตัดสินใจออกมาพูดความจริงทุกอย่าง “เป็กกี้ ศรีธัญญา” ไม่เข็ดกับความรัก !! แม้จะมีรักครั้งใหม่ที่สดใสกว่าเดิม แต่ยอมรับว่าเธอไม่คิดจะแต่งงานเป็นครั้งที่ 2 คิดว่าไหวสุดท้ายใจพัง กว่าจะ มูฟออนได้ใช้เวลาเป็นปีๆ รักครั้งเก่าทำไว้เจ็บแสบมาก !!

ได้หมายศาล

         เป็กกี้ ศรีธัญญา : จากคนที่เคยมานั่งด้วยกันตรงนี้เมื่อ 6 ปีที่แล้วค่ะ เราคิดว่าเราเลิกกันไปสักระยะ ซึ่งนานนับเป็นปีสองปีคิดว่ามันน่าจะจบแล้ว จนเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เรารู้สึกว่ายังไม่จบแล้วกลายเป็นว่ากระหน่ำเลยพายุ

ตอนนั้นพอเห็นหมายศาล

           เป็กกี้ ศรีธัญญา : ใจหล่นไปหมดเลยค่ะ ก็ยังช็อก!!อยู่

ซึ่งในตอนนั้นที่เป็นแฟนกันเราไม่ได้เคยคิดไปถึงขั้นแต่งงาน

เป็กกี้ ศรีธัญญา : ก็คุยกันมาตลอดว่ายังไม่แต่งนะ วันขึ้นบ้านใหม่เขาก็ยกขันหมากมาเซอร์ไพรส์

ตอนนั้นรู้สึกยังไงบ้าง

เป็กกี้ ศรีธัญญา : รู้สึกตกใจค่ะ เซอร์ไพรส์มากแล้วก็เพื่อนมาเต็มเลย

ซึ่งก็มีสินสอด ทองหมั้น เงิน แหวนมาครบพร้อม

เป็กกี้ ศรีธัญญา : มีสินสอด ซึ่งก็เป็นของเรา เงินของเราจากตู้เชฟเราทองด้วย ส่วนแหวนเราก็คิดว่ายังมีแหวนพองานเสร็จก็โทรให้เราไปจ่ายเงินกับคุณชูชัย

ขอถามตรงๆเลยรู้สึกประหลาดไหม

เป็กกี้ ศรีธัญญา : รู้สึกประหลาดมาก ตัวชาเลยค่ะ

วันที่ตัดสินใจพูดความจริง

เป็กกี้ ศรีธัญญา : เราก็ไม่รู้ว่าเราไปหมดรักกันตอนไหน พอรู้ว่าโดนนอกใจเราเห็นข้อความมาเคลียร์กัน เคลียร์เสร็จเขาก็นั่งอธิบายสองสามชั่วโมงแล้วเขาก็บอกว่าตาเธอพูดแล้ว เราก็บอกว่าเราไม่มีอะไรจะพูดเราเลิกกัน

ตอนนั้นก็คือเราไม่ได้บอกใครเลยถึงสาเหตุของการเลิก

เป็กกี้ ศรีธัญญา : ไม่เลยค่ะ

วันไหนที่เราตัดสินใจว่าจากที่ฉันจะไม่พูดจะพูดทุกอย่าง

เป็กกี้ ศรีธัญญา : วันที่โดนหมายศาลค่ะ

ในระหว่างนั้นความสัมพันธ์ใหม่ก็เกิดขึ้น

เป็กกี้ ศรีธัญญา : ใช่ค่ะ ก็เลยลองคุยว่าลองคบกันดูไหมเขาบอกว่าไม่ครับ แล้วเขาก็หายเงียบไปเลยประมาณเดือนกว่าแล้วเขาก็กลับมาเขาบอกว่าเขาไปทบทวนมาแล้ว ไปรวบรวมมากล้ามาแล้ว ระหว่างความกลัวกับความกล้าที่จะไปต่อเขามีความกล้ามากกว่าถาม มีความหวาดหวั่นจากความสัมพันธ์ครั้งที่จบไปแล้วทำให้เราตั้งป้อมสร้างกำแพงมากขึ้นไหม

เป็กกี้ ศรีธัญญา : มากๆค่ะ มีกำแพงเรื่องการเงินสูงมาก เงินเธอเงินเธอ เงินฉันเงินฉัน

มาถึงวันนี้เราคุยกันเรื่องแต่งงาน

เป็กกี้ ศรีธัญญา :  ไม่แต่งค่ะ ก็แอบเตือนเขาว่าคิวหนีไป

และหลายๆครั้งคนบอกเลิกก่อนเจ็บกว่าอีก

เป็กกี้ ศรีธัญญา : ตอนแรกคิดว่าไหว พอมันดำเนินการเลิกกันแล้วเบ็ดเสร็จระหว่างทางปีแรกคำถามเรื่องเดียวซ้ำอยู่ในหัวว่าคิดถูกแล้วใช่ไหมที่ไม่ให้อภัย คือคำถามที่เราถามตัวเองเป็นปีจนป่วย จนเป็นแพนิค

จ๊ะ นงผณี น้ำตาร่วงกลางเวที กัดฟันโชว์สปิริตเพื่อแฟนเพลง แม้พ่อวิกฤตอยู่ ICU

จ๊ะ นงผณี น้ำตาร่วงกลางเวที กัดฟันโชว์สปิริตเพื่อแฟนเพลง แม้พ่อวิกฤตอยู่ ICU

จ๊ะ นงผณี น้ำตาร่วงกลางเวที กัดฟันโชว์สปิริตเพื่อแฟนเพลง แม้พ่อวิกฤตอยู่ ICU

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569, 08.44 น.

หัวใจสู้! “จ๊ะ นงผณี” หลั่งน้ำตากลางคอนเสิร์ต เผยพ่ออาการวิกฤต รอดเพียง 10% แต่ขอกัดฟันโชว์ต่อเพื่อแฟนเพลง

กลายเป็นภาพที่บีบหัวใจแฟนเพลงทั่วประเทศ เมื่อนักร้องสาวลูกทุ่งยอดกตัญญู “จ๊ะ นงผณี” ต้องขึ้นแสดงคอนเสิร์ต ณ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อคืนวันที่ 28 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ท่ามกลางมรสุมชีวิตครั้งใหญ่ หลังคุณพ่อพลายประสบอุบัติเหตุและกำลังรักษาตัวอยู่ในห้อง ICU

แม้สภาพจิตใจจะย่ำแย่เพียงใด แต่คุณจ๊ะยังคงทำหน้าที่มอบความสุขบนเวทีตามตารางงานที่รับไว้ก่อนหน้า จนถึงช่วงหนึ่งของการแสดง เธอได้เปิดใจต่อหน้าแฟนคลับทั้งน้ำตาถึงสถานการณ์ปัจจุบันของคุณพ่อว่า

“ตอนนี้พ่ออยู่ในห้องไอซียู หมอบอกว่าพ่อมีสิทธิ์รอดแค่ 10% แต่ที่ตัดสินใจมาวันนี้ เพราะถ้าพ่อรู้ตัว พ่อคงอยากให้เรามา เพราะครอบครัวเรามีวันนี้ได้ก็เพราะแฟนคลับจริงๆ ไม่ว่ากลับไปจะเจอพ่อหรือไม่ แต่พ่อคงดีใจที่เราได้มาเจอทุกคน”

หลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป แฟนเพลงและชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความเห็นให้กำลังใจอย่างล้นหลาม โดยส่วนใหญ่ยกย่องในความกตัญญูและการแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวได้อย่างมืออาชีพ แม้จะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตก็ตาม

ขณะนี้คุณพ่อพลายยังคงอยู่ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิดในห้อง ICU ซึ่งแฟนคลับทั่วประเทศต่างร่วมกันส่งแรงใจและภาวนาให้เกิดปาฏิหาริย์กับครอบครัวมหาดไทย


ขอบคุณคลิป : Odet Studio – ม. รังสิต

งดงามสะกดโลก ลิซ่า เฉิดฉายในชุดผ้าไทยประยุกต์ โซเชียลคาดได้รับแรงบันดาลใจจากพระพันปีหลวง

งดงามสะกดโลก ลิซ่า เฉิดฉายในชุดผ้าไทยประยุกต์ โซเชียลคาดได้รับแรงบันดาลใจจากพระพันปีหลวง

งดงามสะกดโลก ลิซ่า เฉิดฉายในชุดผ้าไทยประยุกต์ โซเชียลคาดได้รับแรงบันดาลใจจากพระพันปีหลวง

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569, 08.02 น.

29 มกราคม 2569 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ เปิดตัวศิลปินชื่อดังระดับโลก ลิซ่า ลลิษา มโนบาล ในฐานะทูตการท่องเที่ยว Amazing Thailand Ambassador คนล่าสุดอย่างเป็นทางการ  ที่ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร  ภายใต้แคมเปญ Feel All the Feelings โปรโมทการท่องเที่ยวไทยตลอดปี 2569 หลังมีการปล่อย Teaser และ ภาพนิ่งที่ ลิซ่า ถ่ายคู่กับวัดเจดีย์หลวง และ ทะเลบัวแดง ไปก่อนหน้านี้ จนสร้างกระแสให้คนเดินทางไปเที่ยว 

ลิซ่า ลลิษา ในฐานะ Amazing Thailand Ambassador ปรากฏตัวในชุดผ้าไทยประยุกต์สีทองอร่าม สวยสง่าดุจเจ้าหญิง เป็นชุด โอต์กูตูร์จากแบรนด์ Balmain ตัดเย็บจากผ้าไหมไทยสีเหลืองทอง ปักด้วยคริสตัลและลูกปัดเลื่อมสีทอง มีการจับจีบ และเครปยาวโดยได้แรงบันดาลใจมาจากการห่มสไบ

ซึ่งจากในโซเชียลทั้ง เพจเฟซบุ๊ก รวมถึงเอ็กซ์ (ทวิตเตอร์) ได้คาดว่าชุดที่ ลิซ่า ได้สวมใส่นั้น เป็นการ ผสมผสานระหว่าง มรดกทางวัฒนธรรม กับ แฟชั่นร่วมสมัย ได้รับแรงบันดาลใจจากฉลองพระองค์ของ ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ ซึ่งออกแบบโดยดีไซน์เนอร์ระดับโลกชาวฝรั่งเศสอย่าง ปิแอร์ บัลแมง ดีไซเนอร์ผู้อยู่เบื้องหลังความสง่างามของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ยกระดับผ้าไทยสู่สายตานานาชาติ

ลิซ่า สวยโดดเด่นพร้อมกระเป๋ารูปโบว์สีทอง จากแบรนด์ jasmina collection เป็นกระเป๋าถมทองแกะสลักด้วยลายมืองานศิลปะชั้นสูงจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นของ คุณเจนธิรา อรรถสกุลชัย ทายาทรุ่นที่ 3 ของนมเปรี้ยวบีทาเก้นนั่นเอง ส่วนเครื่องประดับที่ ลิซ่า สวมใส่นั้นมาจากแบรนด์ บุลการี จาก คอลเลคชั่น La Dolce Vita สนนราคาประมาณ 15 ล้านบาท 

ขอบคุณภาพจาก : X 

ต่อให้เหลือแค่ 1% ก็หวัง จ๊ะ นงผณี โพสต์บีบหัวใจ ส่งกำลังใจช่วยคุณพ่อหลังประสบอุบัติเหตุ

ต่อให้เหลือแค่ 1% ก็หวัง จ๊ะ นงผณี โพสต์บีบหัวใจ ส่งกำลังใจช่วยคุณพ่อหลังประสบอุบัติเหตุ

ต่อให้เหลือแค่ 1% ก็หวัง จ๊ะ นงผณี โพสต์บีบหัวใจ ส่งกำลังใจช่วยคุณพ่อหลังประสบอุบัติเหตุ

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569, 07.47 น.

“ต่อให้เหลือแค่ 1% ก็หวัง” จ๊ะ นงผณี โพสต์บีบหัวใจ ส่งกำลังใจช่วยคุณพ่อหลังประสบอุบัติเหตุ

กลายเป็นโพสต์ที่ทำเอาแฟนคลับและคนบันเทิงแห่ส่งกำลังใจกันจำนวนมาก เมื่อนักร้องลูกทุ่งสาว “จ๊ะ นงผณี มหาดไทย” ออกมาเคลื่อนไหวผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัว เผยถึงอาการป่วยของคุณพ่อ (คุณพ่อพลาย) หลังประสบอุบัติเหตุ จนต้องเข้ารับการรักษาตัวอาการสาหัส

โดย จ๊ะ ได้โพสต์ที่เปี่ยมไปด้วยความหวังว่า “ต่อให้เหลือแค่ 1% ลูกก็มีความหวัง .. สู้มาทุกครั้ง ครั้งนี้ก็ต้องสู้ไปด้วยกันนะพ่อ” ท่ามกลางเพื่อนในวงการและแฟนคลับเข้ามาร่วมส่งกำลังใจให้ครอบครัว จ๊ะ นงผณี จำนวนมาก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง พ่อนักร้องดัง จ๊ะ นงผณี ถูกรถชนสาหัส ขณะขี่จยย.ไปตลาด

หนุ่ม กรรชัย ตอบแล้ว ทนายแก้ว จะมาออกโหนกระแสอีกไหม

หนุ่ม กรรชัย ตอบแล้ว ทนายแก้ว จะมาออกโหนกระแสอีกไหม

หนุ่ม กรรชัย ตอบแล้ว ทนายแก้ว จะมาออกโหนกระแสอีกไหม

วันพุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569, 20.51 น.

หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ออกมาชี้แจงชัดถึงสถานะของ “ทนายแก้ว” ในรายการโหนกระแส หลังมีกระแสดราม่าถูกจับตาอย่างหนักบนโซเชียล

28 มกราคม 2569 ยังคงเป็นประเด็นร้อนที่สังคมจับตามอง สำหรับกรณีของ “ทนายแก้ว” หรือ ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล ทนายความชื่อดัง ที่ออกมาตั้งโต๊ะแถลงยอมรับพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับนักศึกษาวัย 18 ปี โดยยอมรับว่ามีการกอด หอมแก้ม และจูบจริง พร้อมชี้แจงว่าทำไปโดยขาดสติ และได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งในสภาทนายความ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคม

       ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘ทนายแก้ว’ขอโทษที่เผลอใจ ‘กอด หอม จูบ’สาวผู้เสียหายจริง ชี้พ่อน้องลั่นไม่มี10ล้านไม่ต้องมาคุย

ขณะเดียวกัน แฟนรายการ โหนกระแส ต่างสังเกตเห็นว่า ทนายแก้วซึ่งเคยเป็นหนึ่งในแขกรับเชิญขาประจำ ได้หายหน้าหายตาไปจากหน้าจอในช่วงที่ผ่านมา สอดคล้องกับคำให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ของ “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ที่ระบุว่าจะขอให้ทนายแก้วหยุดบทบาทในรายการเป็นการชั่วคราว

ล่าสุด หนุ่ม กรรชัย กลับมาดำเนินรายการอีกครั้ง หลังจากลางานไปถ่ายทำภาพยนตร์ และได้ถือโอกาสตอบคำถามจากชาวเน็ตที่สอบถามเข้ามาจำนวนมากว่า ทนายแก้วจะมีโอกาสกลับมาในรายการหรือไม่


โดย หนุ่ม กรรชัย เปิดเผยว่า จำเป็นต้องให้เวลาทนายแก้วไปจัดการปัญหาส่วนตัว และพิสูจน์ความโปร่งใสของตนเองให้เรียบร้อยก่อน ระหว่างนี้ทางรายการจะปรับรูปแบบด้วยการใช้ ทนายความคนอื่นๆ หมุนเวียนกันมาให้ความรู้ด้านกฎหมาย รวมถึงอาจใช้วิธีการโฟนอิน หรือให้ตนเองอธิบายประเด็นข้อกฎหมายบางส่วนแทน

       “แผลอย่างนี้ ตอนนี้พักอยู่นะฮะ คงจะออกไม่ได้อีกพักใหญ่ ระยะยาวเลยนะครับ เพราะอย่างที่บอก อาจต้องไปเคลียร์ความโปร่งใสซะก่อน ทนายก็จะมีการหมุนเวียนเปลี่ยนกันไป อาจจะเป็นคนโน้น คนนี้ที่มาให้ความรู้ด้านกฎหมาย หรืออันไหนถ้าผมจำเป็นพูดได้บ้าง ผมก็จะพูดเอง โฟนอินหาทนาย”

เปิดหมดเปลือก! น้าเน็ก รับหย่าร้าง ลั่นเลิกเป็นผัวแต่ไม่ได้เลิกเป็นพ่อ

เปิดหมดเปลือก! น้าเน็ก รับหย่าร้าง ลั่นเลิกเป็นผัวแต่ไม่ได้เลิกเป็นพ่อ

เปิดหมดเปลือก! น้าเน็ก รับหย่าร้าง ลั่นเลิกเป็นผัวแต่ไม่ได้เลิกเป็นพ่อ

วันพุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569, 19.38 น.

น้าเน็ก เปิดใจครั้งแรก รับผ่านการหย่าร้าง ปัจจุบันโสด มีลูก 2 คน คนโตอายุ 27 ปี คนเล็กเพิ่งจบปริญญา

28 มกราคม 2569 สร้างความฮือฮาตั้งแต่ต้นซีซั่น สำหรับรายการพอดแคสต์ “ดวงใจ STORY” ของช่อง 7HD ที่กลับมาในซีซั่น 2 พร้อมคอนเทนต์เข้มข้น ดำเนินรายการโดย แป๋ว ดวงใจ สอาดจิตต์ อดีตบรรณาธิการข่าวบันเทิงวงใน ที่ขึ้นชื่อเรื่องการตั้งคำถามแบบเจาะลึกถึงแก่น

       โดย EP แรก เปิดตัวแขกรับเชิญสุดร้อนแรงอย่าง “น้าเน็ก” เกตุเสพสวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา พิธีกรชื่อดังและกูรูด้านความรักจากรายการออนไลน์ยอดนิยม “อย่าหาว่าน้าสอน” ที่มาเปิดทุกซอกทุกมุมชีวิต ตั้งแต่วัยเด็ก ช่วงเรียนหนังสือ เส้นทางในวงการบันเทิงที่ผ่านงานหลากหลาย ทั้งดีเจ พิธีกร และเจ้าของรายการโทรทัศน์ ก่อนตัดสินใจผันตัวสู่ตลาดออนไลน์อย่างจริงจัง จนประสบความสำเร็จและมีฐานแฟนคลับจำนวนมาก

น้าเน็กยังยอมรับว่า การรับฟังปัญหาความรักจากผู้ชมจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจจนเคยเกิดภาวะจิตตก น้ำตาร่วง และต้องเข้าพบจิตแพทย์ เพื่อดูแลสุขภาพใจของตัวเอง

       นอกจากนี้ ยังเปิดเผยเรื่องชีวิตส่วนตัวที่ไม่ค่อยได้พูดถึง โดยยืนยันว่าผ่านการหย่าร้าง และมีลูก 2 คน คนโตอายุ 27 ปี ส่วนคนเล็กเพิ่งสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี พร้อมย้ำสถานะหัวใจปัจจุบันว่าโสด แต่ยังมีความสุขกับบทบาทของความเป็นพ่ออย่างเต็มที่

       น้าเน็กอธิบายเหตุผลที่ไม่เคยเปิดเผยเรื่องลูกๆ ต่อสาธารณะว่าะไม่อยากให้คนยุ่งกับลูกผม เพราะถ้าเขาประสบความสำเร็จ เขาดีเขาเก่งเขาก็จะเป็น เพราะXงเป็นลูกน้าเน็ก แต่ถ้าเกิดเขาตกต่ำผิดพลาด เขาแย่ขึ้นมา อุตส่าห์เป็นลูกน้าเน็ก ยอมรับหลายๆ คนที่เป็นลูกคนดัง เราไม่รู้จักชื่อ เราเรียกเขาว่าเขาเป็นลูกใคร

พร้อมเผยแนวคิดการเลี้ยงดูที่ให้ลูกเป็นศูนย์กลาง และพร้อมยืนเคียงข้างเสมอในวันที่ลูกมีปัญหา โดยหวังให้ลูกนึกถึงตนเป็นคนแรกเมื่อเกิดเรื่องไม่สบายใจ

       ทั้งนี้ เรื่องราวทั้งหมดเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความเข้มข้นในรายการ “ดวงใจ STORY” ซีซั่น 2 ซึ่งยังมีอีกหลายประเด็นเอ็กซ์คลูซีฟที่น้าเน็กไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน สามารถติดตามรับชมได้ทาง YouTube และ Facebook : Ch7HD ทุกวันพฤหัสบดี เริ่มตอนแรกวันที่ 5 กุมภาพันธ์ เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป

ขอบคุณรายการ ดวงใจ STORY

ฟังจากปากแม่ปุ้ย! สถานะ แอนโทเนีย-เป๊ก เศรณี หลังลือหนักซุ่มปลูกต้นรัก

ฟังจากปากแม่ปุ้ย! สถานะ แอนโทเนีย-เป๊ก เศรณี หลังลือหนักซุ่มปลูกต้นรัก

ฟังจากปากแม่ปุ้ย! สถานะ แอนโทเนีย-เป๊ก เศรณี หลังลือหนักซุ่มปลูกต้นรัก

วันพุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569, 18.44 น.

แม่ปุ้ย เปิดใจเคลียร์ข่าวลือความสัมพันธ์ แอนโทเนีย โพซิ้ว กับ เป๊ก เศรณี หลังถูกจับตาซุ่มปลูกต้นรัก

28 มกราคม 256กลายเป็นกระแสเมาท์ร้อนในโลกออนไลน์เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีข่าวลือจากคนวงในเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของ ลูกชายนักการเมืองชื่อดัง กับ สาวสวยระดับจักรวาล ที่ถูกจับตาว่ากำลังซุ่มปลูกต้นรัก โดยมีรายงานว่าทั้งคู่เคยเปิดตัวเคียงข้างกันในงานปาร์ตี้ส่วนตัวของครอบครัวฝ่ายชาย แถมยังตัวติดกันจนคนในงานสังเกตเห็นได้ชัด ทำให้ชาวเน็ตต่างพากันเดาว่าคู่รักปริศนาคู่นี้คือใคร

หลังข่าวลือแพร่สะพัด ชื่อของ แอนโทเนีย โพซิ้ว Miss Universe Thailand 2023 และ เป๊ก เศรณี ลูกชายนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ถูกโยงเข้ามาอย่างหนัก ขณะที่ก่อนหน้านี้ แอนโทเนีย เคยออกมาให้สัมภาษณ์ชี้แจงแล้วว่า ปัจจุบันยังโสด และโฟกัสเรื่องงานเป็นหลัก ยังไม่มีเวลาให้ความรัก พร้อมยืนยันว่าไม่ได้รู้จักเป๊กเป็นการส่วนตัว รู้จักกันเพียงผ่านกลุ่มเพื่อนเท่านั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 ปุ้ย ปิยาภรณ์ แสนโกศิก หรือ แม่ปุ้ย TPN อดีตผู้อำนวยการกองประกวด Miss Universe Thailand (MUT) และผู้บริหาร TPN Global จึงสอบถามถึงกระแสข่าวลือดังกล่าวว่า

“ก็ยังไม่ได้คุยกันเรื่องนี้ แล้วจริง ๆ เขาเพื่อนเยอะ ไม่ใช่เพิ่งรู้จักกัน บางทีคนเราก็อาจจะมีข่าวอะไรขึ้นมาโดยที่ไม่รู้ ก็รอ คือแอนโทเนียเป็นคนชัดเจน ถ้าเขาจะเป็นแฟนกับใคร เขาก็บอกเองแหละ เราก็ไม่รู้เลย”

แม่ปุ้ยยังกล่าวถึงฝ่ายชายอย่างเป็นกันเองว่า รู้จัก เป๊ก เศรณี มานานตั้งแต่ยังเด็ก “แต่จริง ๆ กับน้องเป๊กก็รู้จักกัน เห็นเขาตั้งแต่เล็ก ๆ เขาก็เป็นเด็กดี เด็กน่ารักนะคะ”

“แต่จะเราไปยุ่งเขาทุกเรื่องก็ไม่ได้ ลูกตัวเองยังยุ่งไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราอย่าไปยุ่งกับเขา เขาโต ๆ กันแล้ว มีวิจารณญาณแล้ว ใครจะรักกับใครแม่ไม่ติดทั้งนั้น ถ้าตราบใดที่คู่ครองเขาเป็นคนดี มีการศึกษา นิสัยดี มารยาทดี”

แอนโทเนีย โพซิ้ว

แอนโทเนีย โพซิ้ว

เป๊ก เศรณี

เป๊ก เศรณี