‘ลิซ่า’เท่านั้นที่คู่ควร ‘เอริญ’นักร้องหนุ่มเขมรวัย23ทำสาวกัมพูชาอกหักทั้งประเทศ

‘ลิซ่า’เท่านั้นที่คู่ควร ‘เอริญ’นักร้องหนุ่มเขมรวัย23ทำสาวกัมพูชาอกหักทั้งประเทศ

‘ลิซ่า’เท่านั้นที่คู่ควร ‘เอริญ’นักร้องหนุ่มเขมรวัย23ทำสาวกัมพูชาอกหักทั้งประเทศ

วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.06 น.

ทำเอาถึงกับขำก๊ากให้กับความมั่นหน้าของนักร้องหนุ่ม “เอริญ” วัย 23 ปี สมาชิกวง ENO STRONG MAN ชาวเขมรที่ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงสเปกสาวในฝัน พูดว่าผู้หญิงที่จะคบต้องมีระดับใกล้เคียงกับตน งานนี้ทำเอาสาวน้อยสาวใหญ่ทั้งกัมพูชาถึงกับอกหักยกประเทศเพราะ“เอริญ”เลือกยก “ลิซ่า–ลลิษา มโนบาล” เป็นคนเดียวเท่านั้นที่เหมาะสม และคู่ควร

สำหรับ เอริญ (Erin) หรือเป็นที่รู้จักในชื่อ เอริญ ENO เป็นนักร้องนำและหัวหน้าวงบอยแบนด์สัญชาติกัมพูชาชื่อวง ENO Strong Man (หรือวง Ino) ซึ่งกำลังเป็นกระแสโด่งดังอย่างมากในช่วงปลายปี 2568 ถึงต้นปี 2569 ปัจจุบันอายุประมาณ 23 ปีมีพื้นเพมาจากจังหวัดเปรยเวง (Prey Veng) ประเทศกัมพูชาได้รับการยกย่องจากสื่อและสังคมกัมพูชาให้เป็น “ชายผู้ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งปี” ประจำปี 2569 โดยได้รับใบประกาศเกียรติคุณอย่างเป็นทางการ

ผลงานโดดเด่น เป็นทั้งนักร้องนำและผู้แต่งเพลง โดยเพลงที่ได้รับความนิยมอย่างมากคือเพลง “ซมตุ๊ๆ” (ขอโทษๆ) และเพลงแนวคัฟเวอร์อย่าง “กันตรึมสกา” ซึ่งทำให้เขากลายเป็นไอดอลขวัญใจวัยรุ่นกัมพูชา

สำหรับเอกลักษณ์ที่ทำให้ชาวกัมพูชาคลั่งในความหล่อ ก็คือ ภาพลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ ทั้งทรงผม (ที่บางคนเรียกว่าทรง “นกคุ่มหลี่”) และท่าเต้นที่พริ้วไหว จนแฟนคลับกัมพูชาบางส่วนยกย่องว่าเขามีพรสวรรค์เทียบชั้นศิลปินระดับโลก

โดยกระแสในไทย เขาเป็นที่พูดถึงในโซเชียลมีเดียของไทยอย่างกว้างขวาง (โดยเฉพาะใน TikTok) ทั้งในแง่ของความแปลกใหม่และกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับรูปลักษณ์ที่ดูมีอายุเกินวัย รวมถึงประเด็นความขัดแย้งทางความคิดระหว่างแฟนคลับไทยและกัมพูชา

สุรชัย ไล่ลูกเปลี่ยนนามสกุล ซัดกลับคนด่า ‘ชายชั่วหญิงโฉด’ ธรรมชาติจะลงโทษ

สุรชัย ไล่ลูกเปลี่ยนนามสกุล ซัดกลับคนด่า ‘ชายชั่วหญิงโฉด’ ธรรมชาติจะลงโทษ

สุรชัย ไล่ลูกเปลี่ยนนามสกุล ซัดกลับคนด่า ‘ชายชั่วหญิงโฉด’ ธรรมชาติจะลงโทษ

วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.42 น.

ถึงคราว “สุรชัย สมบัติเจริญ” ออกมาพูด ปมดราม่าในครอบครัว หลังเปิดตัวภรรยา ที่ใช้ชีวิตร่วมกันอยู่ในสหรัฐอเมริกามานานกว่า 40 ปี จนหลายคนงง แล้วถามว่าภรรยาที่ไทยอย่าง “เจี๊ยบ อัฐพรพิมพ์” กับลูกๆ ทั้ง 4 คน สรุปแล้วคืออะไร ก่อนที่จะเปิดศึกผ่านโซเชียลกันไปมา โดยก่อนหน้านี้ สุรชัย โพสต์ร่ายยาวถึงลูกชายว่าด้อยค่าพ่อตัวเอง

       ล่าสุด สุรชัย โพสต์คลิปชี้แจงดราม่าที่เกิดขึ้น เผยว่า หลายคนถามมาว่าผมเป็นคนเขียนเพจวันที่ 13 ที่ผ่านมาหรือเปล่า บอกตรงๆนะครับ ผมเป็นคนเขียนเอง

บางคนมโนว่าคนโน่น อยู่เบื้องหลัง ในการทำนี่ทำนั่น ผมก็คิดว่าเราต้องการสร้างกระแสซื้อแอดในการที่จะ PR ผมบอกตรงๆนะครับชีวิตนี้ผมผ่านสิ่งเหล่านี้มาเยอะแยะ ผมไม่ต้องการที่ยืน ตรงไหนมีความสุขผมก็จะไป

จากกรณี “หน้าที่และภาระ” จนเป็นกระแสโจมตีกันใหญ่ มันไปกระทบกับใครผมก็ไม่เข้าใจ ถ้าความทุกข์ผมจะใช้คำว่าหน้าที่และภาระ เพื่อทำให้มันสำเร็จและจบลง มันจบแล้วต่างคนก็ต่างเลิกรากันไป ไม่ใช่มาเสี่ยมว่าทางนั้นคิดยังไงทางนี้คิดยังไง หน้าที่และภาระของผมก็ได้จบแล้วบางคนก็เข้ามาดราม่าด่าผมอย่างนู้นอย่างนี้ ขอบคุณครับที่ด่าผมมา รู้สึกว่ามาด่าผมทำไม เราไม่ได้ต้องการออกมาสาวไส้ แต่บางทีออกมาสาวไส้ แล้วไส้มันสะอาดมันก็ดีเหมือนกัน

       ซัดกลับคนโจมตี เป็นนักจัดรายการวิทยุ ที่คุ้นชื่อหน่อยออกมาพูด ชายชั่วหญิงโฉด ทองมันก็จริงยังไงมันก็เป็นทอง เที่ยวออกมากล่าวหาว่าหมาขี้หน้าบ้านแล้วผมจะทำไงดี หรือเอามาพูดว่าไม่มีที่ยืน คุณยืนได้คุณก็ยืนไปเถอะ คุณยืนไม่ได้มันก็เรื่องของคุณ ผมเองก็ไม่อยากจะอยู่ในสังคมนี้ ผมนอนตรงไหน นั่งตรงไหนก็ได้ที่มีความสุข

ผมอุตส่าห์หนีแล้ว ก็ยังจะมีมาร วิบากกรรม หรือ เจ้ากรรมนายเวรของใครก็ไม่รู้ ใครสร้างอะไรไว้บทพิสูจน์ไม่นานครับเดี๋ยวได้เห็นแต่คนที่ออกมาว่าบุพการีว่า ชายชั่วหญิงโฉด เนี่ย มันเอาส่วนไหนของสมองคิด มันบ้าไปแล้ว โลกนี้มันเกิดอะไรขึ้น ไอ้ที่ปากดีที่เอามาพูดเนี่ย ทำไมผมถึงเขียนภาษาไทยตกเนี่ย ผมไม่อยากใส่คำว่า ทรการันต์ เพราะผมรู้ใน บดินทร์ มันไม่ปกติ ถึงเขียนให้เป็นปกติ ผมไม่เก่งโซเชียลหรอก ไดโนเสาร์เต่าล้านปี มันด้อยค่าใคร คุณด่าผมชายชั่วหญิงโฉด ในสังคมเขาจะมองคุณยังไงก็ขนาดผมคุณยังด่าขนาดนี้เลย

ผมไม่ว่าหรอก วันเวลาธรรมชาติ จะลงโทษคุณ ใครที่ด่าว่าผมขอให้สิ่งนั้นมันกลับสะท้อนร้อยเท่าพันเท่า ฝ่ายหนึ่งไม่ยอมลดละ ผมหนีมาแล้ว มีใครบ้างที่สมบูรณ์ไปทุกประการ แต่ละครอบครัวก็มีปัญหาเหมือนกันทั้งนั้น เมื่อปัญหาจบแล้วก็จบไป ไม่ใช่มาออกว่าเจ้ากรรมนายเวร ถ้าคุณคิดว่าผมเป็นเจ้ากรรมนายเวรแล้วคุณจะมาเจอผมทำไม อย่าโกหกในสังคม ยืนได้ไม่ต้องแสดงตัวหรอกว่าดีกรีนักเรียนนอก โถ่ถ้าเขารู้เขาจะหัวเราะ ไปเที่ยวไม่กี่วันแล้วบอกว่าดีกรีนักเรียนนอก โอ้โหพ่อสุรพลนี่เป็นเพื่อนกับแม่ เขาไม่รู้จักหรอกครอบครัวคุณเนี่ย แม่ผมก็ไม่เคยไปขอคุณให้ผม คุณอยากจะให้ผมเล่าไหม สาวไส้ไหม ให้มันสะอาดไหม ผมก็อายตัวเองเหมือนกัน คุณก็รู้อยู่แก่ใจ แล้วคุณจะมารื้อฟื้นหาสวรรค์วิมานอะไร

‘อี๊ด โปงลางสะออน’ ทุ่มเวลา 2 ปี ปั้นหนังเรื่องแรกในชีวิต

‘อี๊ด โปงลางสะออน’ ทุ่มเวลา 2 ปี ปั้นหนังเรื่องแรกในชีวิต

‘อี๊ด โปงลางสะออน’ ทุ่มเวลา 2 ปี ปั้นหนังเรื่องแรกในชีวิต

วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ขึ้นแท่นภาพยนตร์ที่ทัชใจคนทำงานไกลบ้านตั้งแต่ประโยคที่ว่า “ไปไกลบ้าน เพื่อรักษาคำว่า “บ้าน” สำหรับภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้ “อีแหล่ แอรี่ เกาหลี โอปป้า” ภาพยนตร์เรื่องแรกของค่าย “โปงลางสะออน ฟิล์ม” กำกับโดยศิลปินลูกอีสาน อี๊ด โปงลางสะออน ที่สร้างจากเรื่องจริงของชีวิตหญิงสาวคนหนึ่งที่ต้องพลัดถิ่นไปทำงานไกลบ้านเพื่อความสุขของครอบครัว นำแสดงโดย สแน็ก-อัจฉรีย์ ศรีสุข มิสแกรนด์เลย 2023, อินฟลูเอ็นเซอร์เกาหลีชื่อดัง อิลฮงมิน ร่วมด้วย อินฟลูเอ็นเซอร์สายฮา ม้าม่วง-สิทธิเดช บรรมณี, ตลกซูเปอร์สตาร์ หม่ำ จ๊กมก, แพร-แพรเพชร อุดมพรศาสตร์, ลาล่า-ขวัญนภา เรืองศรี และ ลูลู่-ดวงฤดี บุญบำรุงกว่าจะเป็น “อีแหล่ แอรี่ เกาหลี โอปป้า” ผู้กำกับ อี๊ด โปงลางสะออน ใช้เวลาในการเตรียมงานและถ่ายทำประมาณ 2 ปี โดยขนทีมงานมืออาชีพ 33 ชีวิต บินถ่ายทำกันถึงเมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้

อี๊ด โปงลางสะออน เปิดเผยว่า “เวลาผมกลับไปเยี่ยมบ้านที่ต่างจังหวัด ครอบครัวคนละแวกบ้านผม จะมีแต่พ่อแม่ ปู่ย่าตายายอยู่ ลูกหลานต้องดิ้นรนไปทำงานต่างถิ่น และมีอยู่ครั้งหนึ่งผมได้มีโอกาสไปแสดงคอนเสิร์ตที่เกาหลี เป็นสนามกีฬาใหญ่ ๆ ไปเล่นกับศิลปินไทย 20 กว่าชีวิต แต่พอไปถึงกลับมีคนมาดูไม่ถึง 50 คน พอไปเล่นต่ออีกงานก็มีคนมาดูน้อยมาก ก็มารู้ทีหลังว่าไม่มีคนกล้ามาดู เพราะกลัวโดนรวบ ผมก็ตกใจ เลยไปหาข้อมูลข่าวแรงงานไทยที่ไปทำงานต่างประเทศ ตรงนี้เองเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมอยากหยิบเรื่องนี้ให้คนได้เข้าใจว่า เวลาเราทำอะไรเพื่อครอบครัว เรามักจะนึกถึงแต่ปากท้องคนที่เรารัก ไม่ได้นึกถึงผล กระทบที่เราจะต้องเจอ ไม่มีเวลาที่จะคิดแบบนั้น ก็เหมือนชีวิตของผม ตั้งแต่ผมเรียนจบมาตั้งแต่ ม.3 หรือ ม.4 ผมยังไม่มีโอกาส กลับไปอยู่บ้าน มีแค่กลับไปเยี่ยม ผมก็อยากนำเสนอชีวิตคนที่ทำงานพลัดถิ่น เอาง่าย ๆ เลย ช่วงวันหยุดปีใหม่หรือสงกรานต์ เราจะเห็นรายงานข่าว การจราจรหนาแน่นตามเส้นทางอีสาน ทางขึ้นเหนือหรือลงใต้ทุกปี นั่นคือคำตอบ จากใจทุกคน ใจของเขาอยู่ที่บ้าน ที่อื่นที่เขาไปตั้งรกรากทำมาหากินไม่ว่าจะต่างประเทศหรือต่างจังหวัดจะดีแค่ไหน แต่ไม่มีที่ไหนเหมือนบ้านครับแต่ขณะเดียวกันก็มีเรื่องความรักระหว่างพระเอกนางเอกด้วย ด้วยความที่หนังเรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจจากผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยไปทำงานที่เกาหลี แล้วก็ตกหลุมรักกับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองชาวเกาหลีใต้จริง ๆ ผมก็รู้สึกว่าชะตาชีวิตเล่นตลกอะไรก็ไม่รู้ อุตส่าห์ได้เจอคนที่รักกันแท้ ๆ แต่ “หน้าที่” กับ “หัวใจ” มันสวนทางกัน ผมอยากให้มาดูชีวิตของใครคนหนึ่งที่ครอบครัวเขาไม่สมบูรณ์ เขาแค่ขอทำอะไรก็ได้ที่ทำให้มันดีกว่าที่เป็นอยู่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคน ๆ นี้มันอาจเป็นสิ่งที่คุณเผชิญอยู่ก็ได้ครับ” ผู้กำกับ กล่าว

Celebrity Gossip : 15 มีนาคม 2569

Celebrity Gossip : 15 มีนาคม 2569

Celebrity Gossip : 15 มีนาคม 2569

วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

– ความคืบหน้าเหตุมือปืนยิงใส่คฤหาสน์ของ รีฮานนา ในย่านเบเวอรี เครสต์ นครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะถูกตำรวจลอสแอนเจลิสควบคุมตัวไว้ได้ ล่าสุด อิวานนา ลิเซตต์ ออร์ทิซ หญิงวัย 35 ปี จากเมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา ถูกตั้งข้อหาพยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน แถมยังถูกตั้งข้อหาอุกฉกรรจ์อื่น ๆ รวม 14 กระทง ศาลสั่งควบคุมตัวเธอโดยกำหนดเงินประกันสูงถึง 1.875 ล้านดอลลาร์ และมีกำหนดขึ้นศาลเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาอีกครั้งในวันที่ 25 มีนาคม ตำรวจบอกว่าตอนที่เกิดเหตุ รีฮานนาอยู่ภายในบ้านพร้อมกับ A$AP Rocky คู่รักของเธอ ลูกทั้ง 3 คน แม่ของเธอ และพนักงานอีก 2 คน โชคดีที่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ แต่มีร่องรอยกระสุนปืนอย่างน้อย 4-5 นัดที่ประตูรั้วหน้าบ้าน ผนังภายนอก และรถยนต์ที่จอดอยู่ในบริเวณบ้าน ตำรวจยังไม่รู้ว่าทำไมหญิงรายนี้จึงยิงปืนใส่บ้านนักร้องดัง

– ทิโมธี ชาลาเมต์ ซึ่งกำลังถูกจับตามองว่าเป็นตัวเต็งรางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์ Marty Supreme เผชิญกระแสวิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ หลังแสดงความคิดเห็นระหว่างการสนทนากับ แมทธิว แม็คคอนาเฮย์ ที่มหาวิทยาลัยเท็กซัส โดยกล่าวว่าเขาไม่อยากทำงานในวงการศิลปะอย่างบัลเลต์หรือโอเปรา เพราะเป็นสิ่งที่ไม่มีใครสนใจอีกต่อไปแล้ว คำพูดของเขากลายเป็นไวรัลอย่างรวดเร็ว ชาวเน็ตจำนวนมากวิจารณ์ว่าเป็นความเห็นที่ไม่ให้เกียรติศิลปะคลาสสิก หลายคนตั้งคำถามว่านักแสดงซึ่งถือเป็นศิลปินคนหนึ่งควรแสดงทัศนะเช่นนี้หรือไม่ บางความคิดเห็นถึงกับระบุว่าคำพูดดังกล่าวอาจส่งผลเสียต่อโอกาสคว้ารางวัลออสการ์ของเขา ขณะที่โรงละครโอเปราและบัลเลต์ ตอบโต้แบบนิ่มๆ ด้วยการส่งตั๋วเชิญชาลาเมต์เข้าชมการแสดง เพื่อที่จะได้ซึมซับและเข้าใจศิลปะแขนงนี้ได้ดียิ่งขึ้น

– ดาโกตา จอห์นสัน สร้างกระแสฮือฮาด้วยการปรากฏตัวในแคมเปญโฆษณาใหม่ของแบรนด์แฟชั่นชื่อดัง Calvin Klein สำหรับคอลเลกชันฤดูใบไม้ผลิ 2026 ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการในสัปดาห์นี้ ภาพถ่ายชุดนี้เผยให้เห็นลุคเซ็กซี่แบบมินิมอลของเธอที่แทบไม่สวมเสื้อผ้า เน้นความเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยเสน่ห์ Calvin Klein ระบุว่า แคมเปญครั้งนี้ต้องการตีความใหม่ของความมั่นใจและความเซ็กซี่ในแบบฉบับของแบรนด์ โดยเน้นปรัชญา Less is More พร้อมถ่ายทอดภาพของนักแสดงสาวในวันสบาย ๆ ที่บ้าน ห่างไกลจากแสงไฟและความวุ่นวายในวงการบันเทิง ขณะที่ ดาโกตา เล่าถึงแนวคิดของแคมเปญนี้ว่า เสื้อผ้าเดนิมและชุดชั้นในของ Calvin Klein มีคุณภาพเหนือกาลเวลา และทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกมั่นใจทันทีที่สวมใส่

– ศาลสูงของออสเตรเลียตัดสินให้ แคที เพอร์รี (Katie Perry) หรือชื่อจริง แคที เทย์เลอร์ ดีไซน์เนอร์ชาวออสเตรเลีย ชนะคดีอุทธรณ์เหนือ แคที เพอร์รี (Katy Perry)ศิลปินซูเปอร์สตาร์ โดยผู้พิพากษาตัดสินว่าแบรนด์เสื้อผ้าของ แคที เทย์เลอร์  ซึ่งเริ่มทำในปี 2007 ก่อนที่นักร้องสาวจะโด่งดังไปทั่วโลกเพียงไม่นาน ไม่ได้ทำลายชื่อเสียงหรือสร้างความสับสนให้กับนักร้องสาวชาวอเมริกัน ศาลให้เหตุผลว่า ชื่อเสียงของ Katy Perry ในออสเตรเลียนั้นชัดเจนและมั่นคงมาก จนทำให้คนทั่วไปสามารถแยกแยะระหว่างตัวนักร้องกับแบรนด์เสื้อผ้าของดีไซน์เนอร์ท้องถิ่นได้ โดยไม่เกิดความสับสน ก่อนหน้านี้ในปี 2024 คำตัดสินเดิมเคยถูกยกเลิกและเครื่องหมายการค้าของดีไซน์เนอร์เกือบถูกเพิกถอน แต่ผลการตัดสินล่าสุดในสัปดาห์นี้ ได้คืนสิทธิให้กับฝั่งดีไซน์เนอร์อย่างเป็นทางการ เปิดทางให้เธอใช้ชื่อนี้ทำธุรกิจเสื้อผ้าต่อไป

– บิลลี่ ไอลิช กำลังอยู่ในช่วงเจรจาขั้นสูงเพื่อรับบทนำในภาพยนตร์เรื่อง The Bell Jar ซึ่งดัดแปลงมาจากนิยายคลาสสิกปี 1963 ของ ซิลเวีย แพลธ โดยจะได้ ซาราห์ พอลลีย์ ผู้กำกับรางวัลออสการ์มาเขียนบทและกำกับ บิลลี่จะรับบทเป็น เอสเธอร์ กรีนวูด (Esther Greenwood) หญิงสาวที่ต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพจิตและการกดดันทางสังคมในช่วงปี 1950 ถือเป็นการแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกของเธอ หลังจากที่เคยฝากผลงานการแสดงที่ได้รับคำชมในซีรีส์ Swarm เมื่อปี 2023 ขณะที่นิยายเรื่องนี้เคยถูกสร้างเป็นหนังมาแล้วในปี 1979 และมีความพยายามจะสร้างใหม่หลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ จนกระทั่งโปรเจกต์นี้เกิดขึ้น

โบว์ เมลดา ทำหมออึ้งทั้งห้องตรวจ เผยความพิเศษของร่างกายตั้งแต่กำเนิดที่เพิ่งมารู้ตอนโต

โบว์ เมลดา ทำหมออึ้งทั้งห้องตรวจ เผยความพิเศษของร่างกายตั้งแต่กำเนิดที่เพิ่งมารู้ตอนโต

โบว์ เมลดา ทำหมออึ้งทั้งห้องตรวจ เผยความพิเศษของร่างกายตั้งแต่กำเนิดที่เพิ่งมารู้ตอนโต

วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2569, 19.47 น.

14 มีนาคม 2569 ทำเอาแฟนคลับหลายคนถึงกับตกใจ เมื่อดารา-นักแสดงชื่อดัง โบว์ เมลดา สุศรี ออกมาเปิดเผยว่า ตัวเธอเองนั้นมีร่างกายพิเศษมาตั้งแต่กำเนิด ทั้งภาวะ มดลูกแฝด และมี ไตเพียงข้างเดียว

ล่าสุดในรายการ คุยกับอุ๋ย ของ อุ๋ย บุดด้าเบลส ซึ่ง สาวโบว์ เมลดา เป็นแขกรับเชิญนั้น เล่าว่า โบว์ เพิ่งมาทราบความจริงเรื่องร่างกายของตัวเองตอนโต หลังจากที่พบว่าประจำเดือนมามากผิดปกติและอาการปวดท้องรุนแรงจนกลายเป็นความเคยชิน และต้องใส่ผ้าอนามัยทุกวันจนเหมือนเป็นโรงงานผลิต ไม่เคยจะไม่เป็นประจำเดือน และด้วยความที่ปวดท้องหนักมาตลอด ทำให้เธอกลายเป็นคนที่ทนทานต่อความเจ็บปวดได้สูงกว่าคนทั่วไปอย่างมาก เวลาไปหาหมอก็บอกว่าไม่เจ็บ ทั้งๆ ที่เกินลิมิตคนเจ็บไปแล้ว 

จุดเปลี่ยนคือตอนที่โบว์มีอาการปวดท้องรุนแรงจนเป็นลมล้มพับอยู่หน้าห้องน้ำ นอนขดอยู่บนพรมเช็ดเท้า เอาขวดน้ำมานอนหนุนหัว จนคุณแม่ต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล แพทย์วินิจฉัยว่าเป็น ช็อกโกแลตซีสต์ และก็เลยต้องผ่าวันนั้น แต่หมอหามดลูกไม่เจอ ในระหว่างการผ่าตัดส่องกล้องแพทย์พบว่าเนื้องอกนั้นไปหลบอยู่อีกฝั่งหนึ่ง  ซึ่งทำให้พบความจริงว่าโบว์มี มดลูกแฝด หรือ ภาวะที่มีมดลูกสองอันมาตั้งแต่เกิด ซึ่งภาวะนี้เองที่เป็นต้นเหตุของอาการปวดท้องและปัญหาเรื่องรอบเดือนที่เธอเผชิญมาตลอด

นอกเหนือจากเรื่องมดลูกแฝดแล้ว แพทย์ยังตรวจพบความพิเศษอีกอย่างคือ โบว์ มี “ไตเพียงข้างเดียว” เท่านั้น ซึ่งเป็นเคสที่พบได้น้อยมากจนแพทย์ต้องเข้ามารุมศึกษากันเต็มห้องตรวจ เพราะเป็นเคสใหม่มากๆ 

ซึ่งพิธีกร คุณอุ๋ย บุดด้าเบลส ได้ถามต่อว่า และแบบนี้มดลูดแฝดต้องตัดออกไปอันหนึ่งไม่ได้หรอ ซึ่งสาวโบว์ ได้ตอบกลับไปว่า ไม่ต้องตัดค่ะ มันคือเป็นอันเดียวที่แบ่งครึ่ง มีมดลูกเป็นรูปหัวใจแต่มีรังไข่เป็นปกติ แต่ถ้ามีลูกก็สามารถมีลูก 2 คนได้  

แต่โชคดีที่ไตข้างเดียวของเธอมีขนาดใหญ่และทำงานทดแทนได้เต็มประสิทธิภาพ ทำให้เธอสามารถใช้ชีวิตปกติ เล่นละคร และทำงานหนักได้ เพียงแต่ต้องระมัดระวังหากออกกำลังกายหนักจนเกินไปร่างกายจะส่งสัญญาณเตือนทันที 

หมอของขวัญ โต้ข่าวลือ ชิงลาออก ก่อนโดนปลด เพราะไม่โอเค! กับคำว่า ดุลยพินิจ ของแพทยสภาจริงเหรอ?

หมอของขวัญ โต้ข่าวลือ ชิงลาออก ก่อนโดนปลด เพราะไม่โอเค! กับคำว่า ดุลยพินิจ ของแพทยสภาจริงเหรอ?

หมอของขวัญ โต้ข่าวลือ ชิงลาออก ก่อนโดนปลด เพราะไม่โอเค! กับคำว่า ดุลยพินิจ ของแพทยสภาจริงเหรอ?

วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.29 น.

สร้างปรากฎการณ์เป็นแพทย์หญิงคนแรกในสยามประเทศ ที่เอาใบวอ (ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ) ไปคืนแพทยสภา จนฮือฮาไปทั่วประเทศ ล่าสุด “หมอเคท” หรือ “หมอของขวัญ ฟูจิตนิรันดร์” ก็ไม่ปล่อยให้ทุกคนสงสัยในตัวเองตามข่าวลือ ไม่ว่าจะชิงลาออกก่อนโดนปลด!! หรือไม่พอใจกับการอยู่ในกฎ จนต้องกบฎ เจ้าตัวร่ายยาวผ่านรายการ คุยแซ่บโชว์ ทางช่องวัน31 แบบสับๆ พร้อมยืนยันโนสน โนแคร์ ตอนนี้มูฟออนแล้ว 

“ดิฉันคืออินฟลูสาวท่านหนึ่ง จบคณะแพทย์ศาสตร์มา 20 กว่าปี เคยเป็นหมอ แต่เอาใบวอ ไปคืนคนแรกในกรุงรัตนโกสินทร์ ตอนนี้ไปลงคอร์ส เรียนไพ่ยิปซี เค้าจะได้เรียกว่าเราเป็นหมอ (ยิ้ม)”

ลึกๆ เสียใจไหม ขอคำตอบแบบไม่แอ๊บ กับการคืนใบอนุญาต?

“เสียใจเหรอ มันไม่ได้เรียกว่าเสียใจ ถามว่าเสียดายไหม มีอยู่ 2 เสียดาย หนึ่งเสียดายในใบประกอบวิชาชีพ อันนั้นเราเสียดาย เสียดายอีกอย่างนึงคือ ทำไมเราไม่เอาไปคืนก่อนหน้านี้ ฉันรออะไร เราอยู่ในกฎของแพทยสภามา 20 ปี แพทยสภาเหมือนบ้านของหมอทุกคน แต่เมื่อวันที่ 9 กุมภา 2568 เค้าออกกฎมาใหม่ โดยเปลี่ยน 2 ข้อ ข้อแรกคือเรื่องของการโฆษณา อันที่สองคือเรื่องของบทลงโทษ ซึ่งเรารู้สึกว่าไม่สามารถปฏิบัติตามได้ กฎมันเกินกว่าเหตุ มันบิดเบี้ยว บทลงโทษมันใช่ไหม สมมุติยกตัวอย่าง อาทิเช่น ด่ากัน 3 ครั้ง ประหารชีวิต  และเราไม่ได้เถียง คืออยู่ในกรอบ เราสามารถปฏิบัติตามได้ เพราะตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ฉันปฏิบัติตามกฎอยู่ในกรอบมาโดยตลอด อาทิเช่น ห้ามพูดคำว่าขาว ฟิลเลอร์พูดไม่ได้ ต้องพูดว่าโปรแกรมฟิลเลอร์ หรือจะต้องพูดคำว่ากระจ่างใสแทน แม้ว่าที่ผ่านมามันจะมีมาซักพักนึงแล้ว แต่มันก็ไม่ได้เข้มข้นเท่าปัจจุบันตอนนี้ ที่ผ่านมามันมีบทลงโทษตามเหตุที่เหมาะสม ซึ่งถ้าเราเป็นคนที่เขาไม่ใช่จับจ้อง เค้าอาจจะไม่สนใจ แต่ถ้าเค้าจับจ้อง ยังไงก็ผิด“

แล้วหมอของขวัญคือคนนั้นที่เค้าจะเอาใช่ไหม?

“โอ้โห….ถ้าจะเชือดไก่ให้ลิงดู อีไก่ตัวนั้นต้องชื่อหมอของขวัญ และบทลงโทษที่จะโดนคือประหารชีวิต สิ่งที่เรารับไม่ได้คือจุดนี้ ยกตัวอย่างความผิดครั้งแรกอาจจะมาจากดุลยพินิจเลย คุณจะดุลอะไรก็ได้ เราบอกเลยว่าตั้งแต่เราคืนใบไป เราร้องเรียนแพทยสภา 3 เคส หนึ่งในนั้นคือร้องเรียนเกี่ยวกับกรรมการในแพทยสภา ซึ่งสิ่งที่เราทำไป ทำอะไรผิด แค่โฆษณาอาหาร โฆษณาขนม มันไม่น่าจะผิด และขออธิบายเพิ่มเติม ประหารชีวิต เป็นการอุปมาอุปมัย ก็คือการเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพ สมมุติถ้าทำคนไข้ตาย ก็จะพักใบอนุญาต 2 ปี แต่ถ้าคุณโฆษณา คุณจะโดนเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพ“

การที่เข้าออกกฏหมายอย่างนี้ เค้าต้องการยกระดับมาตรฐานของแพทย์ที่สูงขึ้น หรือเปล่า?

”พูดตามตรง กฎหมายต่างประเทศทั้งหมด อย่างอเมริกา เค้าไม่ได้ห้ามให้หมอทำการโฆษณา เค้าให้ชี้แจงให้ชัดเจนว่าคุณคือเจ้าของแบรนด์ หรือคุณแค่โดนจ้างมา คนฟังจะได้วิเคราะห์ว่าเหตุผลคืออะไร หรือถ้าเป็นจีน ถ้าจะออกมาพูดเรื่องพวกนี้ คุณจะต้องมีใบรับรอง คนทั่วไปพูดไม่ได้ หรือถ้าเรื่องไฟแนนซ์ คุณก็ต้องมีใบรับรองเช่นกัน แต่อย่างที่พูดว่าจะให้คนมีความรู้ไปพูดแล้วจะดูเป็นการชักจูงนั้น ถ้าคุณไม่ให้หมอพูด นั่นคุณกำลังส่งเสริมให้คนอื่นที่ไม่ใช่หมอพูด ไปชักชวน พูดได้ดังขึ้นทางอ้อม ที่เรียกว่าผู้เชี่ยวชาญทั้งหลาย  คุณบอกว่าหมอพูดไม่ได้เลยเพราะเดี๋ยวคนจะเชื่อ คุณกำลังกดเสียงของหมอลง และคุณกำลังเพิ่มเสียงให้กับพวกหมอปลอมในโซเชียลมากขึ้น เป็นการให้ความรู้ผิดๆดังขึ้นทางอ้อม“

หรือเค้ากลัวว่า หมอจะหากำไรจากวิชาชีพของตัวเอง?

”ถ้าโฆษณาเกินจริง งั้นก็ออกกฎมาเลยว่าถ้าผู้บริโภคซื้อไปแล้วประสบปัญหา ก็ให้หมอคนนั้นรับโทษสองเท่า ไม่ต้องลงโทษเหมือนชาวบ้าน เพราะสำหรับหมอ ถ้าสมมุติทานแล้วขาวขึ้นในสามวัน มันผิดปกติ มันมีสารปรอทไหม หมอจะรู้ เพราะว่าถ้าหมอพลาด ยินดีให้ลงโทษไปสองเท่า แล้วถ้าออกกฎมาตามที่เราพูดไปเมื่อกี้ เรารู้สึกโอเค“

หลังเรายื่นใบลาออกไปแล้ว แพทยสภาว่ายังไงบ้าง?

”อันนี้เราไม่รู้นะ วันที่เราละทิ้งหนึ่งระบบ สิ่งที่เราทำคือเราไม่เหลียวหลังกลับไปมอง มันก็มีมีคนที่มาเล่าให้ฟัง แต่เราบอกว่าหยุดนะ ฉันไม่แคร์อีกแล้ว เพราะฉันมูฟออนแล้ว“

ระหว่างทางในการลาออก เราได้ปรึกษาใครบ้าง?

”ทุกคนบอกว่าดีหมดเลย เพราะทุกคนก็เห็นว่าเรามีความสุขมากขึ้น มันไม่ต้องมีปลอกคอ ที่กดเรามาโดยตลอด มันทำให้ก่อนหน้านี้เราไม่สามารถทำได้ ทุกวันนี้เรารู้สึกว่าคุณกดหมอทุกคน และหมอแต่ละคนเค้าไม่ได้บริบทที่จะลาออกได้ทุกคน เราไม่ได้คิดก่อหวอด และเราไม่ได้สับสนให้ทุกคนคิดเหมือนเรา สำหรับเราส่วนตัว คิดเอง ทำเอง รู้บริบทของตัวเองว่าสามารถคืนใบได้ เราสามารถเป็นอินฟลู เราแฮปปี้กับการเป็นหมอมา 20 ปี เราไม่ได้ยุยงให้ใครลาออกคนเรา“

แล้วคนที่อยากลาออกเหมือนเราไหม?

”เพียบเลย เพราะบางคนอาจจะมองว่ากฎมันไม่เมคเซ้นส์ แต่เค้าไม่สามารถพูดได้ มีคนเดียวที่พูดได้เพราะเราไม่ได้อยู่ภายใต้กฎนี้แล้ว คนเดียวในสยามประเทศ และเป็นคนแรกก็คือฉันเอง“

ทำไมเราถึงกล้าพูดได้เข้มข้นขนาดนี้?

”ขนาดตอนมีใบยังพูดได้ขนาดนั้น ตอนนี้ไม่มีใบจะพูดได้ขนาดไหนเธอ“

ตอนเป็นหมอเค้าเรียกไปตักเตือนไหม

”มีเตือนมาหลังบ้าน แพทยสภาไม่สามารถออกจดหมายมาว่าแกอย่าเฉิดฉาย มันไม่มีกฎว่า อีหมอห้ามเฉิดฉาย มีผู้ใหญ่เตือนมาหลังบ้าน อย่าทำตัวเด่นแล้วจะเป็นภัย เรารู้อยู่แล้ว“

”และพูดตรงๆ ใครจะบอกว่าเงินไม่เกี่ยว หรือว่ารวยอยู่แล้ว ซึ่งมันเกี่ยวอยู่แล้ว เพราะว่าถ้าลาออกแล้วกินแกลบ มันก็จบนะ อย่างที่บอกว่าบริบทคนเราไม่เหมือนกัน แต่เราทำธุรกิจมา 20 ปี ดังนั้นเราบอกว่าเราอยู่ในบริบทที่ออกได้ แล้วมันอยู่ในสิ่งที่เราคิดว่าเราอยากออกมา แค่คืนใบ ตอนนี้เราทำได้ทุกอย่าง ยกเว้น ทำอะไรเกี่ยวกับร่างกายคนอื่นไม่ได้ เจาะ ฉีด ผ่า ดูด เราไม่ทำ เพราะกระดาษใบนี้มันอนุญาตทำให้เราฉีดหน้าเธอได้ แต่ตอนนี้เขาไม่สามารถห้ามเราพูดอะไรได้ ไม่ใช่ว่าเราคืนใบวันนี้ แล้วเราจะโง่ลงเลยทันที“

แล้วถ้าถามว่าถ้าอยากให้แพทยสภาควบคุมการโฆษณายังไงให้เหมาะสมกับในยุคปัจจุบัน?

”ข้อแรกมันต้องเริ่มจาก อย. เพราะว่ามาตรฐานนี้มันใช้มาตั้งแต่ปี 2525 ปัจจุบันคำต่างๆมันเปลี่ยนไปเยอะแล้ว เราต้องเปลี่ยนคำ  และหมอต้องโฆษณาได้ แต่ต้องไม่โฆษณาเกินจริง และทุกอย่างต้องมีงานวิจัยรองรับ และต้องแนะนำให้ชัดเจนว่าคุณเป็นใคร ว่าคุณเป็นเจ้าของแบรนด์หรือเปล่า ผู้บริโภคจะได้รู้ว่า อ๋อ…มึงเป็นเจ้าของแบรนด์จะได้ชั่งใจนิดหนึ่งว่าจะตัดสินใจซื้อหรือไม่ซื้อ เค้าอาจจะไม่ได้พูดในฐานะที่เขาเป็นหมอ แต่เค้าอาจจะพูดในฐานะที่เค้าเป็นผู้ผลิต ไม่ใช่ว่าเป็นหมอ แล้วทุกอย่างต้องเงียบ คนจะได้เชื่อถือมากขึ้น แต่การเงียบทั้งหมด คุณลืมไปหรือเปล่าว่า ใช่สิ่งที่คุณพูดมันถูกหมดเลย และการเงียบของคนที่มีความรู้ มันส่งเสริมให้กับคนที่ไม่มีความรู้เสียงดังมากขึ้น ตรงนี้แหละมันกระทบต่อประชาชน คุณจะจัดการมันยังไง“

หมอจะลง สส. เข้าไปปฏิรูปกฎหมายเองเลยมั้ย?

”พักโยม …. ตอนนี้สิ่งที่ฉันจะทำต่อไปคือ ฉันเป็นเจ้าของแบรนด์ ฉันเป็นพรีเซนเตอร์ ตอนนี้พรีเซนเตอร์เข้าฉ่ำเลย ฉันจะเป็นพรีเซนเตอร์ให้ดีที่สุด เพราะว่าใครจะมาอธิบายกับฉันไม่ได้ แล้ววันนี้ฉันเป็นอินฟลูฯ คนเดียวที่จบแพทยศาสตร์ ที่มีความรู้เท่ากับคนเรียนแพทย์ มีประสบการณ์ 20 ปี และพูดทุกอย่างได้โดยที่ไม่ต้องโดนยึดใบวอ“

แต่คนจะมองว่าเรากบฏ ทำไมไม่ทำตามกฎ?

”แต่การพัฒนาในโลกใบนี้ มันเกิดเพราะการกบฏ มันไม่เคยเกิดเพราะคนทำตามกฎซักอย่าง เราเถียงกันเรื่องกฎ และถ้าเรายึดกฎว่า ทำไมคนอื่นเค้าถึงทำตามกฎฉันได้ คนส่วนใหญ่เค้าก็ยังทำได้ เนี่ยแหละ ทำให้กฎไม่พัฒนา เนี่ยแหละจะทำให้สังคมไม่พัฒนา ถ้าพูดอย่างนี้ก็ไม่ต้องเปลี่ยนตั้งแต่สมบูรณาญาสิทธิราชย์ เพราะทุกคนก็อยู่ภายใต้สมบูรณาญาสิทธิราชย์ได้ มันก็จะไม่มีประชาธิปไตย ถ้ากดยังไม่พัฒนา ไปพร้อมกับสังคม ทุกคนก็จะตายตามกฎ โดยที่ไม่ตั้งคำถามหรือว่ากฎมันเหมาะสมหรือไม่ และที่เราออกมาเพราะว่าเราไม่เห็นด้วยกับกฎ เพราะว่าวันหนึ่งกฎของแพทยสภาก็ต้องถูกการสังคายนา อาจจะเป็นวันนี้หรือวันไหน แต่ถ้าวันนั้นอาจจะไม่มีของหมอขวัญแล้วก็ได้ แต่ฉันชื่อว่ากฎจะต้องเปลี่ยนไปตามสังคม เพราะมนุษย์เปลี่ยนไปตามทุกวัน“

ชาวเน็ตบอกว่าที่ทำตัวแบบนี้อาจจะมองเป็นฮีโร่ แต่จริงๆเราก็ทำเพื่อตัวเอง?

”ทำเพื่อตัวเองอยู่แล้วค่ะ ฉันไม่ได้มีหน้าที่ต้องทำเพื่อคนอื่น ฉันไม่ได้คิดว่าฉันจะแก้เพื่อใคร ฉันเป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กคนหนึ่ง ฉันแค่รู้สึกว่าระบบมันไม่ใช่ ฉันพยายามอยู่ในระบบแล้ว แล้วฉันไม่ใช่แม่ชีเทเรซ่าที่ต้องเสียสละอะไรมากมาย“

แต่เค้าบอกว่าคนเป็นหมอ จะต้องมีพื้นฐานคือเป็นคนเสียสละ?

”เอางี้ถ้าใครอยากจะเสียสละ ก็ให้ไปเรียนแล้วให้มันสอบติด แล้วก็ไปเสียสละเองเลยจ้ะ อนุโมทนาด้วย (ยกมือไหว้) จบนะ ไม่ได้โลกสวย ฉันเกิดในโรงพยาบาล ฉันไม่ได้เกิดในทุ่งลาเวนเดอร์“

และ ”หมอขวัญ“ ไม่โอเคกับคำว่า ”ดุลยพินิจ“ ของแพทยสภา?

“ดุลยพินิจมันคือสมมตินะ สมมุติว่ามันมีกฎ ให้เราอยู่ร่วมกัน มันมีบราเดียวกัน แต่มันจะมีคนทำได้กับทำไม่ได้ ทำไม่ได้ก็จะมีส่วนน้อยมาก แต่ถ้ากฎบาร์มันต่ำอย่างนี้ มันจะมีคนทำไม่ได้เยอะมาก ฉะนั้นจะลงโทษใคร มันก็ต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจแล้ว ซึ่งถ้าเราไม่ถูกกับคนนั้น เราก็จะโดนคนแรก พอกฎเนี่ยทำตามแทบไม่ได้ แต่ทุกคนก็บอกว่าหมอปกติเค้าก็ทำได้ คนที่พูด ฉันพูดเลยว่า ฉันออกมาไม่ถึงหนึ่งอาทิตย์ ฉันฟ้องแพทยสภาไปแล้ว 3 คน ในนั้นคนตามเพจ 3.5 ล้าน อีกคนนึงคือกรรมการแพทยสภา คุณกล่าวหาหมอขวัญเพราะว่าขายอาหารเสริม แต่สิ่งที่คุณทำอยู่ก็ผิดกฎเหมือนกัน เช่นหมอไม่สามารถรีวิวอะไรที่มี อย. พริกน้ำปลายังไม่ได้เลย อันนี้พูดถึงว่าถ้าตามกฎจริงๆ และฉันร้องแพทยสภาเพราะว่าฉันไม่มีใบแล้ว แล้วเธอจะเดือดร้อนเมื่อรู้ว่ากฎมันบิดเบี้ยว ก็ต่อเมื่อมีคนร้องว่าเธอผิด“

หรือการที่เราลาออก เพราะว่ามีข่าวลือ ว่าเค้ากำลังจะเตรียมยึดใบประกอบวิชาชีพ ของหมอจำนวน 30 คน?

“ถ้าคนอย่างหมอขวัญที่ไม่เคยทำให้ใครตาย ไม่เคยทำให้คนไข้พิการ ไม่เคยทำให้คนไข้โคม่า ไม่เคยทำให้คนไข้หน้าเบี้ยว แต่ถูกยึดใบประกอบวิชาชีพ กลับไปถามว่ากฎมันบิดเบี้ยวหรือเปล่า ถ้าคนๆหนึ่งถูกประหารชีวิต โดยที่เขาไม่เคยฆ่าใครตาย กฎหมายประเทศนั้น มันผิด บิดเบี้ยวหรือเปล่า ไม่ใช่กลับมาถามว่าหมอชิงลาออกก่อน”

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น.  ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

‘แม็กกี้-ฮาน่า’ถ่ายทอดบทบาทในละครอิงประวัติศาสตร์ท้าวเทพกระษัตรีท้าวศรีสุนทร

‘แม็กกี้-ฮาน่า’ถ่ายทอดบทบาทในละครอิงประวัติศาสตร์ท้าวเทพกระษัตรีท้าวศรีสุนทร

‘แม็กกี้-ฮาน่า’ถ่ายทอดบทบาทในละครอิงประวัติศาสตร์ท้าวเทพกระษัตรีท้าวศรีสุนทร

วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ชาวภูเก็ต เตียมเฮ ชมงานงานแสดงแสง สี เสียง ละครอิงประวัติศาสตร์ท้าวเทพกระษัตรีท้าวศรีสุนทร วีรสตรีผู้ยืนหยัดเคียงข้างเมืองถลาง  และกิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรม  ณ ลานวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น ประจำปี 2569 ภายใต้ “โครงการสดุดีท้าวเทพกระษัตรีท้าวศรีสุนทร”  ในวันที่ 13 – 16 มีนาคม 2569 ณ อนุสรณ์สถานเมืองถลาง จังหวัดภูเก็ตสองดาราดัง!! “ฮาน่า ลีวิส – อาภา ภาวิไล” รับบท ย่าจัน – ย่ามุก ร่วมถ่ายทอดตำนานเมืองถลาง โดยทั้งสองนักแสดงนำ ได้กล่าววถึงการได้ร่วมงานในครั้งนี้ว่า

ฮาน่า ลีวิส  ผู้ถ่ายทอดบทบาท ‘ย่าจัน’เล่าว่า “ การได้รับถ่ายทอดบทบาท “ย่าจัน” คือเกียรติสูงสุดในฐานะนักแสดงคนหนึ่ง ย่าจัน ไม่ใช่เพียงวีรสตรีในประวัติศาสตร์ แต่คือพลังของความกล้าหาญ ความรักบ้านเกิด และการยืนหยัดเพื่อแผ่นดินของผู้หญิงไทย เรื่องราวของย่าจัน คือแรงบันดาลใจที่บอกเล่า ความกล้าหาญไม่เคยมีขอบเขตของกาลเวลา”

ด้าน แม็กกี้ อาภา ภาวิไล ผู้ถ่ายทอดบทบาท ‘ย่ามุก’ เล่าว่า “การได้สวมบทบาทย่ามุก คือเกียรติสูงสุดในฐานะนักแสดง และเป็นโอกาสสำคัญในการถ่ายทอดความกล้าหาญและความเสียสละของวีรสตรีผู้ยิ่งใหญ่ ให้คนรุ่นใหม่ได้จดจำและภาคภูมิใจ  “ย่ามุก” ไม่ใช่เพียงตัวละครในประวัติศาสตร์ แต่คือแรงบันดาลใจของความเข้มแข็ง ความรักบ้านเกิด และพลังของผู้หญิงไทย”

ไอจีแทบแตก เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ สาดลุคแซ่บชุดแหวกอกลึก

ไอจีแทบแตก เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ สาดลุคแซ่บชุดแหวกอกลึก

ไอจีแทบแตก เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ สาดลุคแซ่บชุดแหวกอกลึก

วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569, 19.06 น.

13 มีนาคม 2569 กาลเวลาทำอะไรความสวยของเธอคนนี้แทบไม่ได้เลยจริงๆ สำหรับนางเอกสาวตัวแม่ “เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ” ที่ไม่ว่าจะขยับตัวทำอะไรก็มักจะกลายเป็นกระแสให้แฟนๆ พูดถึงอยู่เสมอ

       ล่าสุด เจนี่ ทำเอาอินสตาแกรมแทบลุกเป็นไฟ หลังออกมาอัปเดตภาพถ่ายแฟชั่นเซ็ตใหม่ ที่เผยลุคสวยเฉียบในชุดดีไซน์แหวกอกลึก เพิ่มดีกรีความเซ็กซี่และความมั่นใจแบบเต็มพิกัด พร้อมโพสท่าถ่ายแบบหลากหลายมุม โชว์เสน่ห์ความสวยแบบตัวแม่ที่ยังคงเป๊ะทุกองศา

ไวรัลวงการแฟชั่นระดับโลก ‘ลีน่า-หมิว’ โกอินเตอร์ครั้งแรก ร่วมชมงาน Paris Fashion Week 2026

ไวรัลวงการแฟชั่นระดับโลก ‘ลีน่า-หมิว’ โกอินเตอร์ครั้งแรก ร่วมชมงาน Paris Fashion Week 2026

ไวรัลวงการแฟชั่นระดับโลก ‘ลีน่า-หมิว’ โกอินเตอร์ครั้งแรก ร่วมชมงาน Paris Fashion Week 2026

วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.48 น.

กลายเป็นไวรัลและถูกพูดถึงทั้งสื่อไทย และสื่อต่างประเทศ หลังจากสองนักแสดงสาวดาวรุ่งจากทางช่อง 3  “ลีน่า-ลลินา ชูเอ็ทท์” และ “หมิว-ณัชชา เตชะมงคลาภิวัฒน์” ได้รับเชิญจากแบรนด์ดังระดับโลก CHANEL ให้ร่วมเดินทางไปร่วมชมแฟชั่นโชว์ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในงานปารีสแฟชั่นวีค โดยเข้าร่วมชมโชว์ ของ CHANEL คอลเล็กชั่น Fall/Winter 2026 ที่รังสรรค์ขึ้นโดย Matthieu Blazy (แมทธิว เบลซีย์) ดีไซเนอร์ชาวเบลเยียม-ฝรั่งเศส ครีเอทีฟไดเรกเตอร์คนใหม่ของ CHANEL

โดยทั้งสองสาวได้ไปร่วมชมแฟชั่นโชว์แบบติดขอบรันเวย์ ซึ่งทั้งคู่มาในลุคจาก CHANEL Spring/Summer 2026  ผลงานคอลเล็กชั่นเดบิวต์ของ Matthieu Blazy  โดย ลีน่า มาในชุดเดรสสีบัตเตอร์เยลโลว์ที่โดดเด่นด้วยการตกแต่งขอบด้วยดอกคามิลเลียที่ถูกนำมาตีความใหม่ ขณะที่ หมิว มาในชุดแจ็กเกตและกระโปรงทวิตสีขาวเข้าชุดกัน ตัดขอบเสริมความสดใสด้วยสีแดงและตกแต่งพู่สีดำ ที่สื่อถึง new energy ใหม่ๆ ของ CHANEL

นอกจากนี้ทั้งสองคนยังได้รับเกียรติจาก CHANEL ให้เป็นคู่แรกในการเดินเปิดเข้างานแฟชั่นโชว์ในปีนี้ ท่ามกลางบรรยากาศแฟนคลับต่างประเทศที่มารอให้กำลังใจกันมากมาย ล้นหน้าสถานที่จัดงาน กร็องปาแล (Grand Palais) ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงปารีส โดยภายในโชว์ครั้งนี้ ยังมีศิลปินเซเลปชื่อดังจากทั่วโลกที่ได้รับเชิญมาร่วมงานอีกมากมาย อาทิ เจนนี่ แบล็คพิ้งค์, หวังอี้ป๋อ, โกยุนจอง,  เจมิไนท์ ฯลฯ

ASIA7 กวาด 2 รางวัล จาก The Guitar Mag Awards 2026 ตอกย้ำคุณภาพอัลบั้ม DeepMind

ASIA7 กวาด 2 รางวัล จาก The Guitar Mag Awards 2026  ตอกย้ำคุณภาพอัลบั้ม DeepMind

ASIA7 กวาด 2 รางวัล จาก The Guitar Mag Awards 2026 ตอกย้ำคุณภาพอัลบั้ม DeepMind

วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.03 น.

“…ฉันจึงวนกลับมา วนกลับมา ที่เดิมที่เธอและฉันได้เจอได้พบตั้งแต่ตอนนั้น…” นี่คือท่อนฮุกติดหูจากเพลงฮิต “Loop (ฉันจึงวนกลับมา)” ของ ASIA7 ที่ทำให้หลายคนต้องวนกลับมาฟังซ้ำอีกครั้ง เป็นหนึ่งในผลงานจากอัลบั้ม DeepMind ซึ่งยังอัดแน่นไปด้วยเพลงน่าฟังอีกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น เผา, ลำนำสายลม, เซปโตวินาที, จอมขวัญ และ สาธุ ที่ถ่ายทอดเสน่ห์ของดนตรีไทยร่วมสมัย ผ่านการเรียบเรียงและงานโปรดักชันเสียงอย่างพิถีพิถัน จนทำให้อัลบั้ม DeepMind ถูกเลือกให้เป็น Best Recording Of The Year อัลบั้มที่มีการบันทึกเสียงออกมาได้อย่างลงตัวและยอดเยี่ยมที่สุดแห่งปี

ขณะเดียวกันด้วยเอกลักษณ์ทางดนตรีและพลังการแสดงสดที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ชม จนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ต้องดูวง ASIA7 เล่นสดให้ได้สักครั้ง” ประกอบกับผลงานเพลงที่โดดเด่นและความเป็นวงดนตรีที่น่าสนใจ ทำให้ ASIA7 ได้รับรางวัล Best Choice Of The Year จากเวที The Guitar Mag Awards 2026 มาครองอีกหนึ่งสาขา ซึ่งในโอกาสนี้ยังเป็นปีที่ ASIA7 มีอายุครบ 10 ปีอีกด้วย

รางวัลทั้งสองสาขานับเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงคุณภาพและความตั้งใจของ ASIA7 ในการสร้างสรรค์ผลงานดนตรีที่มีเอกลักษณ์ พร้อมเติมสีสันให้กับวงการเพลงไทยอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นหนึ่งในวงดนตรีที่น่าจับตามองของยุคนี้

#ASIA7 #TheGuitarMagAwards2026

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.facebook.com/asia7band

Instagram : Asia7band