“ฟิฟตี้เซนต์” กลับมาอีกครั้ง เจาะระบบบคุกสุดไฮเทค ใน “เอสเคปแพลน 2 แหกคุกมหาประลัย 2”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/343217

“ฟิฟตี้เซนต์” กลับมาอีกครั้ง เจาะระบบบคุกสุดไฮเทค ใน  “เอสเคปแพลน 2 แหกคุกมหาประลัย 2”

“ฟิฟตี้เซนต์” กลับมาอีกครั้ง เจาะระบบบคุกสุดไฮเทค ใน “เอสเคปแพลน 2 แหกคุกมหาประลัย 2”

วันอังคาร ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 11.16 น.

ภาคต่อหนังแหกคุกสุดแหวกแนวที่ได้ “ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน” สวมบท “เรย์ เบลสลิน” นักวิเคราะห์และเชี่ยวชาญในการแหกคุก ที่ปฏิบัติการหนีรอดมาแล้วหลายครั้งจากหลายสถานที่ และครั้งนี้ใน “แหกคุกมหาประลัย 2” (Escape Plan 2: Hades – เอสเคปแพลน 2 เฮดีส) สตอลโลน กลับมารับบท เรย์ เบลสลิน อีกครั้ง พร้อมผู้ช่วยมือดี “ฮัช” รับบทโดย “เคอร์ติส แจ็คสัน” หรือที่รู้จักในนาม “ฟิฟตี้เซนต์” (50 CENT) นักเจาะระบบขั้นเทพที่ช่วยเหลือ เรย์ ในการแหกคุกมาแล้วหลายหน

หน้าที่สำคัญของ ฮัช ในเรื่อง เขามีหน้าที่ต้องติดตาม และประมวลผลอย่างใกล้ชิดกับ เรย์ เบลสลิน เพื่อวิเคราะห์หาทางหนีให้รอดจากคุกสุดหฤโหด ซึ่งนับว่ามีความสำคัญในระดับหัวกะทิของเบรสลิน ที่จะขาดไปไม่ได้ และผู้ที่มารับบทเป็น ฮัช นักคอมพิวเตอร์ ผู้เชี่ยวชาญในการเจาะและวิเคราะห์ระบบเป็นแร๊พเปอร์ชื่อดัง “ฟิฟตี้เซนต์” (50 CENT) ที่ทิ้งไมค์มาคว้าเม้าส์เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับช่วยเหลือ เรย์ เบลสลิน

ฟิฟตี้เซนต์ (50 CENT)  ให้ความเห็นว่า “ผมทั้งดีใจและแปลกใจมากที่เรื่องเอสเคปแพลนทำเงินเป็น 4 เท่าที่ประเทศจีน นั่นอาจจะเป็นเพราะว่าในเรื่องเราได้นักแสดงระดับโลกอย่างสตอลโลนมานำแสดง และนั่นเป็นแรงดึงดูดคนทั่วโลกให้หันมาดูภาพยนตร์เรื่องนี้กันเยอะมาก ที่สำคัญยังทำให้มีภาคต่อของหนังเรื่องนี้ ผมว่ามันเป็นโปรเจคที่น่าสนใจมาก ซึ่งภาคใหม่นี้ผมก็ยังได้แสดงกับนักแสดงระดับโลกอย่าง สตอลโลน อีกครั้ง และยังได้ร่วมงานกับนักมวยปล้ำชื่อดังจาก เดอะ การ์เดี้ยน ออฟ ดิ แกแลคซี่ อย่าง เดฟ เบาติสต้า ด้วย ผมว่ามันเป็นอะไรที่น่าทึ่งสำหรับผม และท้าทายผมมาก”

เตรียมพบความมันไปกับพวกเขาได้ใน “แหกคุกมหาประลัย 2” (Escape Plan 2: Hades – เอสเคปแพลน 2 เฮดีส) คอหนังแอ็คชั่นสุดมันห้ามพลาด!! 21 มิถุนายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

‘แม่แพท’อุ้ม’เรซซิ่ง’ต้อนรับก๊วน‘กวิ้น’ขนฟูสู่ครอบครัวซีไลฟ์ฯ!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/343216

'แม่แพท'อุ้ม'เรซซิ่ง'ต้อนรับก๊วน‘กวิ้น’ขนฟูสู่ครอบครัวซีไลฟ์ฯ!

‘แม่แพท’อุ้ม’เรซซิ่ง’ต้อนรับก๊วน‘กวิ้น’ขนฟูสู่ครอบครัวซีไลฟ์ฯ!

วันอังคาร ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 11.15 น.

เนื่องในโอกาสพิเศษที่ ซีไลฟ์ แบงคอก มีโอกาสต้อนรับ เหล่าเจนทูเพนกวินน้อยวัยเตาะแตะที่อควาเรี่ยมเพาะพันธุ์ขึ้นได้เอง คุณ แพท-ณปภา ตันตระกูล พร้อมลูกชายวัยเตาะแตะ น้องเรซซิ่ง ในลุคเบบี้เจนทูสุดน่ารัก จึงมาร่วมสร้างสีสันในกิจกรรมถ่ายภาพพิเศษ เพื่อเก็บความทรงจำสุดน่ารักไว้ในภาพถ่าย โดยปีนี้มีลูกเจนทูเพนกวินกลุ่มใหญ่ขึ้น เพราะมีการเพาะพันธุ์เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ที่ทางอควาเรียมประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์ หลังจากลูกเจนทูเพนกวินตัวแรกที่ชื่อว่า “แฮปปี้” ลืมตาดูโลก…งานนี้ทำเอาน้องเรซซิ่งยิ้มไม่หุบ เพราะถูกใจที่ได้ใกล้ชิด ‘เบบี้กวิ้น’ ขนฟูแบบสุดๆ

เจนทูเพนกวินได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดโดยผู้เชี่ยวชาญของ ซีไลฟ์ แบงคอก ตลอดกระบวนการเพาะพันธุ์ วางไข่ ไปจนถึงตอนฟักไข่ออกมาเป็นตัวแล้ว เจนทูเพนกวินออกไข่เป็นรอบๆเหมือนไก่ ถ้าได้รับการผสมก็จะออกมาเป็นตัว ถ้าไม่ได้ผสมก็ไม่มีตัว เหมือนไข่ไก่ที่เรากิน ไข่ของเจนทูเพนกวินมีความกว้าง55-60 มิลลิเมตร และความยาว 70-75 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักประมาณ 120-140 กรัมพอลูกเจนทูฟักออกมา พ่อแม่จะสลับกันกกไว้เพื่อให้ความอบอุ่น และหาอาหารมาป้อนให้ จนอายุ 1 เดือนก็ออกมายืนเองได้ จองบัตรเข้าชมได้แล้ววันนี้! พร้อมสัมผัสความน่ารักของเหล่าเพนกวินขนฟูด้วยตัวคุณเองที่ซีไลฟ์ แบงคอก

ดูโอ้ฮอต‘TAEYONG-TEN’แห่งNCT U คว้าหัวใจแฟนชาวไทยไปเต็ม ๆในงานแฟนมีตติ้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/343214

ดูโอ้ฮอต‘TAEYONG-TEN’แห่งNCT U คว้าหัวใจแฟนชาวไทยไปเต็ม ๆในงานแฟนมีตติ้ง

ดูโอ้ฮอต‘TAEYONG-TEN’แห่งNCT U คว้าหัวใจแฟนชาวไทยไปเต็ม ๆในงานแฟนมีตติ้ง

วันอังคาร ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 11.11 น.

ดูโอ้สุดฮอต ‘TAEYONG’ และ ‘TEN’ แห่ง ‘NCT U’ คว้าหัวใจแฟนคลับชาวไทยไปเต็ม ๆ

ในงานแฟนมีตติ้ง “NCT U (TAEYONG x TEN) FAN MEETING in BANGKOK”

พร้อมเปิดตัวเพลง “Baby Don’t Stop (Special Thai Version)”

‘TAEYONG’ (แทยง) และ ‘TEN’ (เตนล์) ดูโอ้สุดฮอตแห่ง ‘NCT U’ (เอ็นซีที ยู) คว้าหัวใจแฟนคลับชาวไทยไปเต็ม ๆ ในงานแฟนมีตติ้งสุดประทับใจ “NCT U (TAEYONG x TEN) FAN MEETING in BANGKOK” (เอ็นซีที ยู แทยง แอนด์ เตนล์ แฟนมีตติ้ง อิน แบงค็อก) ที่จัดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน 2561 เวลา 18.00 น. ณ จีเอ็มเอ็ม ไลฟ์เฮ้าส์ ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งกระแสตอบรับของงานแฟนมีตติ้งในครั้งนี้ ก็ร้อนแรงจนฉุดไม่อยู่เพราะบัตรทุกที่นั่งถูกจำหน่ายหมดเกลี้ยงภายใน 1 นาทีเท่านั้น

โดยก่อนงานในวันเสาร์ที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา บริษัท เอสเอ็ม ทรู จำกัด ต้นสังกัดในประเทศไทย และผู้จัดงานในครั้งนี้ ก็ได้จัดงานแถลงข่าวแฟนมีตติ้ง พร้อมด้วยงานเปิดตัวเพลง “Baby Don’t Stop (Special Thai Version)” และงานแจกลายเซ็น ‘NCT U (TAEYONG x TEN) FAN SIGNING EVENT in BANGKOK’ ซึ่งทั้ง 2 หนุ่ม ‘แทยง’ และ ‘เตนล์’ ได้ร่วมให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงการเดินทางมาทำกิจกรรมที่ประเทศไทยในครั้งนี้, กระแสตอบรับอย่างท่วมท้นจากแฟน ๆ รวมถึงเพลงที่มีเนื้อร้องภาษาไทยอย่าง “Baby Don’t Stop (Special Thai Version)” ที่หนุ่ม ๆ ตั้งใจมอบให้เป็นของขวัญสำหรับแฟนชาวไทยโดยเฉพาะ โดยหลังจากที่เพลงนี้ถูกปล่อยออกมาในเวลา 20.00 น. ของวันเดียวกัน ก็สามารถขึ้นอันดับ 1 ชาร์ต iTunes ของประเทศไทยได้ในทันที

งานแฟนมีตติ้งเริ่มเปิดฉากความประทับใจแรกด้วยการทำความรู้จักตัวตนของ ‘แทยง’ และ ‘เตนล์’ กันให้มากกว่าเดิมผ่านช่วงพูดคุยที่รวบรวมหลากหลายคำถาม ทั้งความรู้สึกแรกเมื่อรู้ว่าจะได้มาจัดแฟนมีตติ้งที่ประเทศไทย, กิจกรรมยามว่าง, สถานที่ท่องเที่ยวที่อยากไป ไปจนถึงคำถามที่พิสูจน์ให้เห็นถึงความสนิทสนมของทั้งคู่ โดยทั้ง 2 หนุ่มยังได้เลือกคำถามที่แฟน ๆ อยากรู้กันมาตอบอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม และเกมต่าง ๆ ที่มาเรียกรอยยิ้ม สร้างสีสัน และความสนุกให้กับงานยิ่งขึ้น อีกทั้งแฟน ๆ ผู้โชคดียังมีโอกาสได้รับของรางวัลสุดพิเศษจากหนุ่ม ๆ มากมาย ทางด้านแฟนคลับก็ได้เซอร์ไพร์สทั้ง 2 หนุ่มด้วยแฟนคลิปวีดีโอที่รวบรวมเอาภาพที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของ ‘แทยง’ และ ‘เตนล์’ เอาไว้ โดยหลังจบคลิปทั้ง 2 หนุ่มต่างซาบซึ้ง และได้ยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิมเพราะหันกลับมาพบกับบอลลูนรอยยิ้มหลากสีสันที่แฟน ๆ ตั้งใจเตรียมให้ และแบนเนอร์ความหมายดี ๆ อย่าง “ฉันจะทำให้เธอเปล่งประกายมากกว่านี้เอง ดังนั้นขอให้ยิ้มกว้าง ๆ เสมอนะ” เรียกได้ว่าแฟน ๆ ก็ไม่พลาดปล่อยความรักมัดใจหนุ่ม ๆ ให้ตกหลุมรักแฟนไทยมากยิ่งขึ้นเช่นกัน

และแล้วก็เดินทางมาถึงช่วงไฮไลท์สุดท้ายของงาน กับหลากหลายเวทีการแสดงที่ขึ้นโชว์ในประเทศไทยเป็นครั้งแรก พร้อมจัดเต็มทั้งแสง สี เสียง เริ่มจากโซโล่ของ ‘เตนล์’ อย่าง ‘New Heroes’ เพลงแนวป๊อป EDM ที่โชว์ให้เห็นถึงการเต้นอันเป็นเอกลักษณ์ มีเสน่ห์เชิงศิลปะ รวมถึงเสียงร้องที่เติบโตมากยิ่งขึ้นของหนุ่มไทยคนนี้ ต่อด้วยโซโล่ของ ‘แทยง’ กับเพลงแนว EDM อย่าง ‘AROUND’ ที่เจ้าตัวได้เซอร์ไพร์สเปิดตัวออกมาโชว์สกิลการแร็ปแบบเท่ ๆ ท่ามกลางผู้ชม ก่อนเดินขึ้นเวทีมาระเบิดความมันส์จนต้องขยับตัวเต้นตามกันทั้งฮอลล์ และเพลงสุดท้ายก็คือ เพลงที่ทุกคนต่างตั้งตารอคอยอย่าง “Baby Don’t Stop (Special Thai Version)” ที่แค่เริ่มจังหวะเพลงขึ้นมาแฟน ๆ ถึงกับกรี๊ดกันสนั่น โดยในเพลงนี้ ทั้ง ‘แทยง’ และ ‘เตนล์’ ต่างก็ตั้งใจแสดงกันอย่างเต็มที่เพื่อโชว์ให้เห็นถึงเสน่ห์ และเคมีที่เข้ากันได้อย่างสมบูรณ์แบบดึงดูดทุกความสนใจให้มาอยู่ที่พวกเขาเท่านั้น ก่อนจะปิดท้ายงานด้วยคำขอบคุณจากทั้ง 2 หนุ่ม ‘แทยง’ และ ‘เตนล์’ ที่ได้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแฟนมีตติ้งในครั้งนี้ พร้อมสร้างความสุข และความทรงจำดี ๆ ด้วยกันตลอดทั้งงาน

ตกหมึก ดำน้ำ ชมปลาการ์ตูน สัมผัสวิถีแห่งเกาะสีชังกับฝรั่ง’แดเนียล’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/343213

ตกหมึก ดำน้ำ ชมปลาการ์ตูน  สัมผัสวิถีแห่งเกาะสีชังกับฝรั่ง'แดเนียล'

ตกหมึก ดำน้ำ ชมปลาการ์ตูน สัมผัสวิถีแห่งเกาะสีชังกับฝรั่ง’แดเนียล’

วันอังคาร ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 11.08 น.

ตกหมึก ดำน้ำ ชมปลาการ์ตูน

สัมผัสวิถีแห่งเกาะสีชังกับฝรั่ง’แดเนียล’

ในรายการ “หลงรักยิ้ม”

สัมผัสวิถีประมงบนเกาะสุดชิลอย่าง “เกาะสีชัง” ท้องทะเลอันทรงเสน่ห์แห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี โดยฝรั่งหัวใจไทย “แดเนียล เฟรเซอร์” เป็นตัวแทนชาวต่างชาติในการคัดสรรค์สถานที่ที่น่าสนใจในเมืองไทย และซิกเนเจอร์ที่ไม่ควรพลาดอย่างการ “ตกหมึก”

ออกเดินทางตามหาปลาหมึกแดดเดียว ซึ่งเป็นอาหารที่ฝรั่งอย่าง “แดเนียล” ไม่เคยรู้จักมาก่อน ซึ่งบนเกาะสีชังแห่งนี้ ขึ้นชื่อเป็นอย่างมาในเรื่องของปลาหมึก ซึ่งปลาหมึกแดดเดียวนั้นเป็นส่วนหนึ่งของวิธีการถนอมอาหารแบบฉบับภูมิปัญญาของไทย ข้อดีคือสามารถเก็บรักษาได้นานถึง 1 เดือน คนนิยมซื้อไปเก็บไว้รับประทาน จากนั้นไปพิพิธภัณฑ์ชลทัศนสถาน ชมบ่อเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ ไม่ว่าจะเป็น ปะการังอ่อน (ดอกเห็ด) และปะการังนิ้วมือ เป็นต้น เนื่องจากแพร่พันทางทะเลได้ช้า จึงมีการนำมาขยายพันธุ์เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ ใช้เวลาเพาะพันธุ์นานถึง 1 ปี จากนั้นจึงนำลงไปไว้ใต้ทะเล นอกจากนี้ยังมีบ่อกุ้งมังกร อายุ 2 ปี ปัจจุบันเป็นสัตว์หายาก และฉลามกบ ซึ่งเป็นสัตว์สงวน นิยมเลี้ยงเพื่อให้ความรู้ และเลี้ยงไว้โชว์ เรียกได้ว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีขึ้นเพื่อรักษาระบบนิเวศบนเกาะสีชังนั่นเอง จากนั้นไปสัมผัสวิถีประมง อย่างการตกหมึก ซึ่งเป็นวิถีของชาวเกาะสีชัง พร้อมลองทานปลาหมึกสด ท่ามกลางธรรมชาติอันบริสุทธิ์เป็นเสน่ห์ที่น่ารักของเมืองไทย

พลาดไม่ได้กับความอุดมสมบูรณ์บนเกาะขามใหญ่ สำรวจทรัพยากรธรรมชาติกว่า 300 ชนิด ที่อาศัยอยู่ใต้ท้องทะเล ไม่ว่าจะเป็น ปะการัง ปลาการ์ตูน รวมถึงสัตว์ทะเลนานาพันธุ์ กับฝรั่งยิ้มกว้าง “แดเนียล เฟรเซอร์” วันอาทิตย์ ที่ 10 มิถุนายน 2561 เวลา 16.30 น. ทางช่อง 28 (3SD) Facebook: https://www.facebook.com/longrukyim/

สมุดโคจร 7 Greens Turismo ท่องเที่ยวสไตล์ใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/343212

สมุดโคจร 7 Greens Turismo  ท่องเที่ยวสไตล์ใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

สมุดโคจร 7 Greens Turismo ท่องเที่ยวสไตล์ใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

วันอังคาร ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 11.06 น.

ในปัจจุบัน “โลก” กำลังเผชิญปัญหาอย่างหนักหน่วงที่ถาโถมเข้ามาทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น แหล่งน้ำ, ป่าไม้, ผืนดิน และอากาศ ล้วนเป็นผลกระทบจากการกระทำของมนุษย์ทั้งสิ้น ด้วยความตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว กูรูท่องเที่ยวอย่าง “จ๊อบ – นิธิ สมุทรโคจร” จึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยแบ่งเบาภาระที่โลกแบกรับอยู่ โดยนำเสนอเส้นทางการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ “สมุดโคจร 7 Greens Turismo” รณรงค์การท่องเที่ยวสไตล์ใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

รายการสมุดโคจร On The Way ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. จัดกิจกรรมท่องเที่ยวสื่อมวลชน  (Press Trip) “สมุดโคจร 7 Greens Turismo” เปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยว 7 Greens นำร่องทริปแรก ที่เกาะหมาก จังหวัดตราด โดยกูรูท่องเที่ยว “จ๊อบ – นิธิ สมุทรโคจร” พิธีกรรายการสมุดโคจร On The Way ควงแขกรับเชิญสาว “โบว์ – เบญจศิริ วัฒนา” พร้อมคณะบล็อกเกอร์ และสื่อมวลชน  ร่วมทริปลงพื้นที่ร่วมกันประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และช่วยกันลดปัญหาที่ส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมให้เกิดเป็นรูปธรรม

เกาะหมาก อุดมไปด้วยธรรมชาติที่สมบูรณ์แบบ ด้วยความร่วมมือร่วมใจเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของชาวบ้าน และผู้ประกอบการ ที่ยึดมั่นในอุดมการณ์อันแน่วแน่ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จนทำให้เกาะหมากได้ชื่อว่าเป็น Low Carbon Destination ซึ่งนอกจากการปลูกผัก Low Carbon ไว้รับประทานเอง ผู้ประกอบการยังรับซื้อกุ้ง หอย ปู ปลา จากชาวบ้านที่จับเอง นอกจากนี้ชาวเกาะหมากยังรณรงค์ในเรื่องของกิจกรรมการท่องเที่ยว Low Carbon ไม่ว่าจะเป็น เส้นทางปั่นจักรยาน, กีฬา Disc Golf และการเล่นเรือใบ เป็นต้น

การท่องเที่ยวที่จับต้องได้จริง แนวคิด 7 Greens นักท่องเที่ยวสามารถเลือกรูปแบบที่เหมาะสมกับสไตล์การท่องเที่ยวของตนเอง ซึ่งประกอบไปด้วย 1.) Green Heart เที่ยวด้วยใจคิด เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ต้องมีหัวใจที่เคารพ และตระหนักถึงคุณค่าของสิ่งแวดล้อม 2.) Green Logistics เที่ยวใกล้ไกลเลือกใช้พลังงานสะอาด ผ่านรูปแบบการเดินทางสีเขียว เน้นการประหยัดพลังงาน 3.) Green Attraction มุ่งสร้างชุมชนให้เข้มแข็งและยั่งยืน แหล่งท่องเที่ยวสีเขียว มีการบริหารจัดการการท่องเที่ยวกับสภาพดั้งเดิมของพื้นที่นั้นไว้ได้ 4.) Green Activity

กิจกรรมท่องเที่ยวเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 5.) Green Community ชุมชนสีเขียว เที่ยวอย่างรู้คุณค่า รักษาเอกลักษณ์ชุมชน เน้นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม คงไว้ซึ่งวัฒนธรรมวิถีชีวิตอันเป็นอัตลักษณ์ของชุมชน 6.) Green Service จัดการธุรกิจ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ใส่ใจธุรกิจท่องเที่ยวแขนงต่าง ๆ เลือกใช้วัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 7.) Green Plus จิตอาสาดูแลสิ่งแวดล้อม นับเป็นการช่วยเหลือแหล่งท่องเที่ยวง่าย ๆ ด้วยตัวของนักท่องเที่ยวเอง

สัมผัสบรรยากาศของแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติอันเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตามแนวคิดการท่องเที่ยวสไตล์ใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม “สมุดโคจร 7 Greens Turismo” ได้ทางรายการ “สมุดโคจร On The Way” วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน 2561 ทางสถานีโทรทัศน์ 3SD ช่อง 28 หรือติดตามข่าวสารได้ทาง “Facebook: สมุดโคจร 7 Greens Turismo”

‘พีค มันส์มือ อัพรูปลงไอจีรัวๆ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/343086

‘พีค มันส์มือ อัพรูปลงไอจีรัวๆ

‘พีค มันส์มือ อัพรูปลงไอจีรัวๆ

วันอังคาร ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เพิ่งอัพรูปที่ไปออกทริปสวีทหวานกับแฟนหนุ่มลงไอจีรัวๆ ให้แฟนคลับอิจฉาขั้นสุด นางเอกสาว “พีค-ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ” ที่หลงใหลไอทีอยู่แล้ว จึงถึงกับดี๊ด๊าร่าเริงสุดๆ เมื่อบอสหนุ่ม ปรัธนา ลีลพนัง แห่ง เอไอเอสชวนไปลองใช้ Xiaomi Redmi S2 สมาร์ทโฟนนวัตกรรมสุดล้ำตัวล่าสุดจาก เสียวหมี่ ที่เอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะเอไอเอส แบบฟินเว่อร์ก่อนใคร!! ที่บูธเอไอเอส ในงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป 2018 เมื่อวันก่อน โดยเตรียมวางจำหน่ายในไทย 8 มิถุนายนนี้

พีค เผยว่า “ดีใจมากเลยค่ะ ที่เอไอเอสและเสียวหมี่ ร่วมกันมอบประสบการณ์ดีๆ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนชอบเล่นโซเชียล ทั้งถ่ายเซลฟี่และวีดีโอสตอรี่ที่สามารถถ่ายออกมาได้สวยช็อตเดียวเอาอยู่ และที่สำคัญอัพโหลดได้รวดเร็วทันทีบนเครือข่ายเอไอเอสที่เร็ว แรงสุดๆ ถูกใจคนรุ่นใหม่แน่นอนค่ะ”

ซัมเมอร์นี้พาลูกไปเข้าค่ายที่ไหนดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/544349

  • วันที่ 14 มี.ค. 2561 เวลา 08:13 น.

ซัมเมอร์นี้พาลูกไปเข้าค่ายที่ไหนดี

เรื่อง วรธาร ทัดแก้ว

ปิดเทอมยาวหน้าร้อนทุกปี เป็นช่วงเวลาที่เด็กๆ และพ่อแม่ผู้ปกครองต่างมองหาค่ายหรือแคมป์ดีๆ ให้กับตัวเองและลูกหลาน อันเป็นการใช้เวลาว่างในช่วงดังกล่าวให้เกิดประโยชน์ ขณะที่เด็กๆ ได้พัฒนาตัวเองด้านทักษะต่างๆ โดยจะมีความพิเศษด้านไหนนั้นขึ้นอยู่กับรูปแบบและการจัดกิจกรรมของแต่ละค่ายเป็นสำคัญ

ปัจจุบันมีค่ายต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ทั้งระยะสั้น ระยะยาว ทั้งจัดในประเทศและพาไปต่างประเทศ เพื่อรองรับความต้องการของเด็กๆ และพ่อแม่ผู้ปกครองที่ต้องการส่งลูกหลานไปเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เช่น ค่ายภาษา ค่ายวิทยาศาสตร์ ค่ายคณิตศาสตร์ ค่ายอนุรักษ์ ค่ายอาสา ค่ายดนตรี ค่ายศิลปะ ค่ายคอมพิวเตอร์-ไอที เป็นต้น

 

เด็กสมัยนี้เก่งอย่างเดียวไม่พอ

พ่อแม่ผู้ปกครองยุคใหม่ต่างเห็นความสำคัญของการเข้าค่ายเพราะมองว่ามีประโยชน์และส่งเสริมศักยภาพของลูกๆ ซึ่งจะเห็นได้จากเด็กบางคนพอกลับจากเข้าค่ายแล้วนิสัยและพฤติกรรมเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น เช่น จากที่เป็นคนเอาแต่ใจ หรือไม่ชอบใจอะไรแล้วมักใช้อารมณ์ ก็เปลี่ยนมาเป็นคนที่ใช้เหตุผล ใจนิ่งสุขุมขึ้น เรียกว่าทัศนคติเปลี่ยนไปในทางที่ดี

คิม จงสถิตย์วัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท นานมีบุ๊คส์ คนรุ่นใหม่ที่เชื่อว่า การเข้าค่ายตอบโจทย์การศึกษาของเด็กในยุคปัจจุบัน ให้มุมมองว่า โลกทุกวันนี้เปลี่ยนไปเร็วมาก ทำให้การเลี้ยงลูกมีความท้าทายอย่างยิ่ง การเลี้ยงให้เก่งหรือเน้นการแข่งขันอย่างเดียวไม่ใช่ค่านิยมของคนรุ่นใหม่อีกต่อไป และไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดของชีวิตอีกต่อไปด้วย แต่สิ่งสำคัญคือทำอย่างไรให้เด็กๆ เป็นคนเก่ง คนดี รับผิดชอบตัวเองและรับผิดชอบต่อสังคมได้ นี่คือนิยามที่เรียกว่าแอ็กทีฟ ซิติเซน (Active Citizen)

คิม กล่าวต่อว่า การเป็นคนเก่ง คนดีและรับผิดชอบตัวเองและสังคมได้นั้นเป็นสิ่งที่สังคมและชาติถวิลหา ในฐานะที่นานมีบุ๊คส์นอกจากทำหนังสือและจัดค่ายต่างๆ มานาน จึงเห็นว่าการเป็นแอ็กทีฟ ซิติเซนจำเป็นต้องพร้อมด้วย 7 ทักษะ ประกอบด้วย 1.การมีจิตสำนึกพลเมืองดี เกิดมาต้องตอบแทนสังคมและต้องเคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง 2.การมีทักษะประกอบวิชาชีพ ควรมีแพสชั่นหรือเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่ต้องเก่งพิเศษ 3.ใส่ใจสิ่งแวดล้อม รักธรรมชาติและแผ่นดิน อยู่กับสิ่งแวดล้อมอย่างสุนทรีย์ 4.รู้จักคิดวิเคราะห์ ไม่ใช่คิดเก่งแต่ต้องทำเป็นและแก้ปัญหาเป็นด้วย 5.สร้างสรรค์ต่อยอด คิดนอกกรอบ 6.มีภาวะผู้นำ มุ่งมั่น รับผิดชอบ กล้าตัดสินใจ มีอุดมการณ์ โดยจะมีอุดมการณ์ในเรื่องใดก็ได้ เช่น เรื่องสัตว์ ผู้หญิง สิ่งแวดล้อม เป็นต้น 7.ต้องสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่พูดเก่งอย่างเดียว แต่ควรจะสามารถแสดงทัศนคติของตัวเองอย่างสร้างสรรค์ได้ รู้ทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ ทั้งหมดนี้เป็นทักษะที่จำเป็นของแอ็กทีฟ ซิติเซน

          ค่ายไหนน่าไปบ้าง

สำหรับระดับอนุบาล พ่อแม่ผู้ปกครองที่มีลูกหลานอยู่ในวัยเตรียมอนุบาลถึงอนุบาลที่ 3 หากกำลังมองหาค่ายให้ลูกอยู่ โรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรี เป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ โดยได้จัดโปรแกรมไว้สำหรับผู้ปกครองที่ไม่ต้องการให้บุตรหลานอยู่บ้านเฉยๆ แต่อยากให้ต่อยอดและเติมเต็มความรู้ ประสบการณ์ ตลอดจนพัฒนาการและความสนุกสนาน กับกิจกรรมปิดเทอมหรรษา ซัมเมอร์คอร์ส (Summer course)

จิรวรรณ ชัยรุ่งเรือง รองผู้จัดการ โรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรี กล่าวว่า กิจกรรมนี้กำลังอยู่ในช่วงของการจัดรอบแรก แต่รอบสองจะจัดวันที่ 2-30 เม.ย. ซึ่งมีหลายกิจกรรม เช่น กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ กิจกรรมกระดาษหรรษา กิจกรรมการประดิษฐ์ วาดภาพ ระบายสี กิจกรรมกลางแจ้ง กิจกรรมคุกกิ้ง กิจกรรมเสริมทักษะเตรียมความพร้อมและเชาว์ปัญญา กิจกรรมสนุกกับภาษาอังกฤษ กิจกรรมสนุกกับภาษาจีน เป็นต้น พ่อแม่ผู้ปกครองที่สนใจสามารถลงทะเบียนให้ลูกๆ ได้ตั้งแต่วันนี้ สอบถามข้อมูลได้ที่ 02-408-1919 ทุกวัน หรือ www.satitbtu.ac.thขณะที่ค่ายระดับประถมศึกษาก็มีจัดหลายที่ หนึ่งในนั้นคือของบริษัท นานมีบุ๊คส์ ก็ถือว่าน่าสนใจ โดยปีนี้นานมีบุ๊คส์มีกำหนดจัดค่ายทั้งหมด 23 ครั้ง ในช่วงซัมเมอร์นี้ได้มีการแบ่งค่ายออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ค่ายแฮร์รี่ พอตเตอร์ ในธีมที่เกี่ยวกับแฮร์รี่ พอตเตอร์ มีทั้งหมด 5 ธีม ประเภทที่ 2 ค่ายโกจีเนียส มี 5 แบบเช่นกัน

คิม กล่าวว่า ค่ายแฮร์รี่ พอตเตอร์ เป็นค่ายภาษาอังกฤษ โดยเจ้าของภาษา คอนเซ็ปต์ค่ายเป็นการถอดกิจกรรมจากหนังสือแฮร์รี่ พอตเตอร์ แต่ละเล่มออกมาเป็นกิจกรรมสร้างสรรค์ให้เด็กๆ ให้ความสำคัญกับทักษะทางสังคมและมิตรภาพ ความคิดสร้างสรรค์ การสร้างภาวะผู้นำ ตลอดจนการทำงานเป็นทีม โดยค่ายที่ 1 คือ แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับศิลาอาถรรพ์ ทุกคนที่เข้าค่ายจะได้รับตุ๊กตานกฮูก ซึ่งในแฮร์รี่ พอตเตอร์ จะมีสัตว์ประจำกาย หนึ่งอย่าง และสัตว์ประจำกายของแฮร์รี่ พอตเตอร์ คือนกฮูก สีขาวที่ใช้ในการส่งสาส์น และไม้กายสิทธิ์ 1 อัน กิจกรรมมีหลายอย่างเหมือนในแฮร์รี่ พอตเตอร์ มีการแบ่งเป็น 4 บ้าน เด็กที่เข้ามาต้องใส่หมวกคัดสรร โดยหมวกจะบอกว่าใครอยู่บ้านหลังไหน ซึ่งทั้งสี่บ้านจะมีการแข่งขันระหว่างปี นักเรียนคนไหน บ้านหลังไหนทำได้ดี เช่น เก็บกวาดบ้านสะอาดมากก็จะได้ 1 แต้ม หรือใครชอบแกล้งเพื่อนก็โดนหัก 1 แต้ม การค้นหาศิลาอาถรรพ์ต้องผ่านด่านหลายภารกิจ เป็นต้น

ขณะค่ายที่ 2 แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับห้องแห่งความลับ ซึ่งห้องแห่งความลับนี้เด็กๆ ต้องผ่านภารกิจลับต่างๆ ไปให้ได้ ค่ายนี้จะสอนให้เด็กๆ ได้รู้คุณค่าของเงินโดยจะมีการแจกเงินปลอมให้เด็กไปจ่ายตลาด ซื้อสัตว์เลี้ยงของตัวเอง ซึ่งตลาดในโลกเวทมนตร์ไม่เหมือนตลาดทั่วไป ตลาดที่ดังในแฮร์รี่ พอตเตอร์ ชื่อตรอกไดแอกอน เด็กๆ ก็จะไปซื้อสัตว์เลี้ยงที่ตรอกนี้ ได้ฝึกเรียนรู้เรื่องการประมูล เช่น การประมูลไม้กายสิทธิ์ของตัวเอง ได้ฝึกคิดเลข ได้เล่นกีฬาควิดดิชแต่ด้วยการขี่ไม้กวาด เป็นต้น ทั้งสองค่ายนี้เคยจัดมาแล้ว น้องๆ อายุ 8-12 ปีที่สนใจยังสามารถสมัครได้อยู่

“นอกจากนี้ ปีนี้เรายังได้เปิดตัวค่ายที่ 3 แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับนักโทษแห่งอัซคาบัน ซึ่งกิจกรรมต่างๆ ที่เราจัดขึ้นก็จะอยู่ในเนื้อหาหนังสือในเล่มที่ 3 เช่น การผจญภัยไปกับแผนที่ตัวกวน ย้อนเวลาตามหาและพิชิตภารกิจที่แสนท้าทาย ตามหาสัตว์ลึกลับในห้องแห่งความลับ การปรุงยาในศาสตร์ชั้นสูง และกิจกรรมอื่นๆ ที่น่าตื่นตาตื่นใจอีกมาก”

ค่ายแรก แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับศิลาอาถรรพ์ จะจัดขึ้นในวันที่ 24-26 มี.ค. และวันที่ 21-23 เม.ย. 2561 ค่ายที่ 2 แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับห้องแห่งความลับ จัดในวันที่ 6-8 เม.ย. และวันที่ 24-26 เม.ย. ส่วนค่ายที่ 3 จัดวันที่ 27-29 เม.ย. 2561 ทั้งหมดจะจัดที่ โกจีเนียส เลิร์นนิ่ง เซ็นเตอร์ เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา

นอกจากค่ายแฮร์รี่ พอตเตอร์แล้วยังมีค่าย โกจีเนียส ซึ่งเป็นค่ายวิทยาศาสตร์ ตอนสุดยอดภารกิจเอาชีวิตรอดแดนมหัศจรรย์ รุ่นหนึ่งจะเริ่มวันที่ 31 มี.ค.-2 เม.ย. 2561 ซึ่งมีภารกิจหลายอย่างให้เด็กได้สนุกเพลิดเพลิน เช่น การประดิษฐ์เตาพลังงานแสงอาทิตย์ การเอาชีวิตรอดจากสถานการณ์ต่างๆ การทำเมนูอาหาร การเรียนรู้ขอความช่วยเหลือด้วยสัญญาณ การสร้างหอคอยทรงพลัง เป็นต้น

 

ขณะที่อีกค่ายโกจีเนียส หนึ่งที่น่าสนใจคือ Fining Me Project เป็นค่ายที่ให้เด็กๆ ได้ฝึกเคารพกฎระเบียบของสังคม ฝึกความอดทนและความพยายาม ฝึกให้กล้าแสดงออก ฝึกทำงานและอยู่ร่วมกับคนอื่น ฝึกให้เสนอความคิดเห็น ฝึกให้เป็นผู้นำ ได้รู้จักการเปิดใจ เปิดเผยความรู้สึก การฝึกให้รู้จักการตั้งเป้าหมาย การสร้างแรงบันดาลใจ เป็นต้น ค่ายนี้จะเหมาะกับเด็กอายุ 11-12 ปี โดยจัดขึ้นในวันที่ 9-11 เม.ย. 2561 สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดหรือสมัครเข้าค่ายได้ที่ 02-2662-3000 ต่อ 5226, 4425

สำหรับนักเรียนมัธยมไปจนถึงมหาวิทยาลัยที่สนใจเข้าค่ายในช่วงซัมเมอร์นี้ก็มีค่ายต่างๆ ให้เลือกมากมาย สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.camphub.in.th เลือกค่ายที่ตัวเองชอบและอยากไปได้เลย.

“ใหลตาย” เกิดจากปัญหาการเต้นของหัวใจไม่ใช่เพราะ “ผีแม่ม่าย”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/544319

  • วันที่ 13 มี.ค. 2561 เวลา 17:49 น.

"ใหลตาย" เกิดจากปัญหาการเต้นของหัวใจไม่ใช่เพราะ "ผีแม่ม่าย"

“ไขความลับ-เปิดข้อเท็จจริงเรื่องใหลตาย” พร้อมเผยวิธีป้องกันจากเเพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

———————————

โดย..พัชรวรรณ มงคล

กรณี ดาดิเด้ อัสตอรี กัปตันทีมม่วงมหากาฬ ฟิออเรนตินา สโมสรฟุตบอลแห่งศึกกัลโช เซเรีย อา ประเทศอิตาลี เสียชีวิตอย่างกะทันขณะนอนหลับอยู่ภายในโรงเเรม โดยแพทย์ระบุว่า หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันจนถึงแก่ชีวิต กลายเป็นประเด็นที่คนทั่วโลกให้ความสนใจ

ในประเทศไทยมักเรียกการเสียชีวิตในขณะนอนหลับว่า “โรคใหลตาย” ซึ่งเกิดจากการเต้นผิดจังหวะของหัวใจขั้นรุนแรง มีผลทำให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยง อวัยวะต่างๆของร่างกายได้ โดยการศึกษาในต่างประเทศ พบว่า มีโอกาสเกิดขึ้นได้กับมนุษย์ประมาณ 0.5-1 คน ใน 1,000 คน แต่มีความแตกต่างของอุบัติการณ์ระหว่างเชื้อชาติเป็นอย่างมาก โดยพบได้มากในประชากรที่มีเชื้อสายเอเชีย โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ได้จัดงานเสวนาเรื่อง “ไขความลับ! ทำอย่างไรคนไทยจะไม่ใหลตาย” จากการถอดรหัสพันธุกรรมในคนไทยว่า 750 คน ด้วยนวัตกรรมสมัยใหม่ และการจี้หัวใจด้วยเครื่องวิทยุ

ผศ.นพ.สมชาย ปรีชาวัฒน์ หัวหน้าอนุสาขาสรีระไฟฟ้าหัวใจ สาขาวิชาหัวใจและหลอดเลือด ภาควิชาอายุศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า โรคใหลตาย หรือ sudden unexplained nocturnal death syndrome (SUND) ใช้เรียกการเสียชีวิตที่เกิดขึ้นในขณะหลับ มีอาการคล้ายหายใจไม่สะดวกอาจเกิดเสียงร้องคล้ายละเมอก่อนเสียชีวิต โรคนี้พบได้ทั่วโลก แต่มักพบในมากในเอเชียตะวันตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนประเทศไทยมักพบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากโรคนี้ไวต่อความร้อน มักพบในผู้ชายเฉลี่ยอายุประมาณ 30-50 ปี

ในอดีตประชาชนเกิดความเชื่อว่าผีแม่ม่ายมาพาชายหนุ่มไปอยู่ด้วย วิธีการแก้คือใส่ผ้าถุง ทาปากแดง นำป้ายมาแขวนหน้าบ้านพร้อมเขียนข้อความว่า บ้านหลังนี้ไม่มีผู้ชาย เป็นต้น

 

 

ศ.นพ.กุลวี เนตรมณี อาจารย์พิเศษฝ่ายวิจัย คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า โรคใหลตายเกิดขึ้นกับคนไทย ในอายุ 30-50 ปี อัตราการใหลตาย 40 ต่อแสนคน ซึ่งเป็นอัตราที่สูงมาก เนื่องจากหัวใจที่เต้นผิดจังหวะขั้นรุนแรง จึงเป็นเหตุทำให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ในร่างกายได้ โดยเฉพาะสมอง สาเหตุหลักมาจากการมีผังผืดบริเวณผิวของหัวใจด้านนอกช่องล่างด้านขวา ทำให้เกิดอาการหัวใจเต้นระริก ซึ่งหากดูจากกราฟหัวใจจะมีลักษณะคล้ายขาตั๊กแตน หรือ คลื่นไฟฟ้าหัวใจชนิด Brugada ซึ่งโรคเหล่านี้ไวต่อความร้อน เมื่ออุณหภูมิ 40 องศาเมื่อไหร่ อุบัติการณ์การจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

คนที่มีความเสี่ยงโรคใหลตายนั้น คือผู้รอดชีวิตจากการใหลตาย ผู้ที่มีญาติสายตรงมีอาการใหลตาย หรือผู้ที่ตรวจพบคลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ Brugada ซึ่งการรักษานั้นที่ผ่านมาจะใช้วิธีการฝังเครื่องช็อกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AICD) ซึ่งมีราคาไม่ต่ำกว่า 4 แสนบาท แต่ปัจจุบันอยู่ในได้รับการบรรจุอยู่ในสิทธิประกันสุขภาพ เนื่องจากประสิทธิผลชัดเจนว่าลดอัตราการตายให้เหลือ 0% ขณะที่การรักษาด้วยยายังพบการตายอยู่ประมาณ 14%

อย่างไรก็ตาม เครื่องจะสามารถช็อกได้สูงสุดประมาณ 200 ครั้ง ก็จะต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ หากผู้ป่วยเกิดอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะบ่อยก็ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่บ่อยครั้ง ซึ่งเป็นการรักษาที่ปลายเหตุ

ดังนั้นจึงมีการพัฒนาการรักษาที่ต้นเหตุคือ การจี้ผังพืดหัวใจด้วยคลื่นวิทยุ ได้ทำมาประมาณกว่า 10 ปีแล้ว ที่ผ่านมารักษาผู้ป่วยในเมืองไทยมากกว่า 70 ราย ซึ่งผลลัพธ์พบว่า อาการคลื่นไฟฟ้าผิดปกตินั้นหายไป ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น และจากการติดตามต่อเนื่องมา 4-5 ปี ก็ไม่พบการเกิดอาการคลื่นหัวใจเต้นผิดปกติ ซึ่งผู้ป่วยบางรายก็สามารถถอดเครื่อง AICD ออกได้ แต่เพื่อความมั่นใจจึงต้องมีการเก็บข้อมูลผู้ป่วยที่รักษาด้วยวิธีการจี้ให้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งคาดว่าอีกประมาณ 2 -3 ปีก็จะได้ข้อสรุป ซึ่งหากมีประสิทธิผลที่ดีก็จะผลักดันให้เป็นสิทธิการรักษาแทนการฝังเครื่อง AICD เพราะมีราคาถูกกว่า

 

 

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า จากข้อมูลที่พบ คนใหลตายมักมีประวัติในครอบครัวรุ่นก่อนที่เป็นเช่นเดียวกัน จึงคาดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมด้วย จึงต้องมีการศึกษาต่อ ซึ่งในการวิจัยในครั้งนี้ จะเก็บข้อมูลพันธุกรรมและถอดรหัสพันธุกรรมทั้งหมดของคนที่เป็นโรคใหลตายจำนวน 250 คน เปรียบเทียบกับการถอดรหัสพันธุกรรมของคนปกติอีก 500 คน หรือในอัตรา 1 ต่อ 2 ในพื้นที่เดียวกัน เพื่อดูความแตกต่างกัน

ขณะนี้เก็บข้อมูลคนไข้ใหลตายได้แล้วกว่า 200 คน คนปกติอีกประมาณ 300 กว่าคน กำลังอยู่ในช่วงถอดรหัสและเก็บข้อมูลให้ครบจำนวน 250 และ 500 คน  คาดว่าใน 2-3 ปี จะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับโรคนี้ เนื่องจากการถอดรหัสพันธุกรรมมีค่าใช่จ่ายที่สูง ครั้งละประมาณ 1-2 หมื่นบาทต่อคน หากทำได้ 1,000 คน ก็จะช่วยให้ประเทศมีฐานข้อมูลเรื่องพันธุกรรมที่ใช้ในการเปรียบเทียบโรคต่างๆ ได้

ประวีร์ สิริเธียรทรรศน์ เป็นเลิศด้วยเวชศาสตร์การกีฬา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/544258

  • วันที่ 13 มี.ค. 2561 เวลา 11:19 น.

ประวีร์ สิริเธียรทรรศน์ เป็นเลิศด้วยเวชศาสตร์การกีฬา

เรื่อง วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์

ไม่ได้มีนัดตรวจสุขภาพกับคุณหมอ แต่วันนี้มีนัดสัมภาษณ์คุณหมอว่าด้วยเวชศาสตร์การกีฬาและเวชศาสตร์ชะลอวัย ผศ.ดร.ประวีร์ สิริเธียรทรรศน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การกีฬาและเวชศาสตร์ชะลอวัย รองผู้อำนวยการศูนย์รอยัลไลฟ์ โรงพยาบาลกรุงเทพ และแพทย์ประจำทีมฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เรื่องราวของคุณหมอและสิ่งที่คุณหมอทำ ให้แรงบันดาลใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกับผู้ที่เห็นประโยชน์ในความสุข ความมุ่งมั่น และสุขภาพที่แข็งแรง

เรื่องนี้เริ่มต้นจากความกลัวของตัวดอกเตอร์หนุ่มเอง เขามีความสนใจด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและเวชศาสตร์การกีฬา ก็เนื่องจากโดยส่วนตัวเป็นผู้กลัวความชรา มองเห็นว่าความแก่คือความเสื่อมที่มาพร้อมกับโรค ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และกลัวที่สุดคือมะเร็ง ซึ่งก็คือความเสื่อมของร่างกายชนิดหนึ่ง

“โรคทุกอย่างที่เรากลัวมาจากความเสื่อม โรคทุกโรคที่เรากลัวมาเมื่อเราสูงอายุ”

ผู้คนโดยมากเมื่ออายุเข้าวัย 40-50 ปีก็เริ่มเป็นโรคกันแล้ว ถ้าเช่นนั้นจะทำอย่างไรเพื่อให้ร่างกายเสื่อมช้า ดร.ประวีร์เมื่อแรกพุ่งเป้าไปที่ศาสตร์เรื่องผิวหนัง แต่ท้ายที่สุดก็พบว่าการชะลอความเสื่อมของผิวหนัง เป็นเพียงการชะลอความเสื่อมแต่เพียงภายนอก และค้นพบในเวลาต่อมาว่า การออกกำลังกายคืออายุวัฒนะที่ดีที่สุด จากการศึกษาเป็นแพทย์ผิวหนัง ดร.ประวีร์เลือกเปลี่ยนไปเรียนด้านเวชศาสตร์การกีฬาแทน

“ผมเป็นเด็กเนิร์ด ทำอะไรเพราะรักและชอบเท่านั้น ในวัยรุ่นผมไม่ทำอะไรเลยนอกจากเรียนหนังสือ ไม่เล่นกีฬา ไม่ทำกิจกรรม มารู้ทีหลังว่า มันไม่ใช่ ยังเสียดายชีวิตมาจนถึงทุกวันนี้” ดร.ประวีร์เล่าต่อว่า สมัยเป็นนักศึกษาแพทย์อยู่ปี 4 นั่นแหละจึงเริ่มเล่นกีฬา เริ่มออกกำลังกาย และนับจากวันนั้นถึงวันนี้ เพิ่งสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เท่านั้น ที่ไม่ได้ออกกำลังกายติดต่อกัน 2 วันต่อเนื่องในรอบ 20 ปี จากคนไม่ออกกำลัง กลายเป็นผู้เสพติดการออกกำลังกายไปแล้วอย่างเต็มภาคภูมิ

เมื่อเรียนจบแพทย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดร.ประวีร์ทำงานที่กองแพทย์ กระทรวงมหาดไทย ประมาณ 6-7 ปี จากนั้นได้รับทุนไปเรียนต่อเนื่องจนจบปริญญาเอกในปี 2549 ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา Ph.D.Sport Medicine (Exercise Physiology) ที่มหาวิทยาลัยฟลอริดา (Florida State University)

“ผมจบมาใหม่มาเริ่มต้นเป็นแพทย์ศัลยกรรม ต้องก้มตัวเพื่อทำการผ่าตัดคนไข้ จนมีอาการบาดเจ็บที่หลัง อายุ 20 ปีแต่เจ็บหลังเหมือนคนอายุ 40 ปี ฉุกใจคิดเรื่องความเจ็บป่วยของตัวเองที่เหมือนคนสูงวัย นั่นเองที่เป็นจุดเริ่มต้นว่าอยากชะลอวัย”

เมื่อศึกษาจบกลับเมืองไทยปี 2550 หรือเมื่อ 10 ปีก่อน เทรนด์ออกกำลังกายยังไม่ฮิต แพทย์ที่เรียนจบด้านเวชศาสตร์การกีฬาในเมืองไทยมีน้อยมาก นับจำนวนคนได้ หรือนับจริงๆ มีแค่ 3 คนทั้งประเทศ โชคดีที่เนวิน ชิดชอบ อดีตนักการเมืองที่ผันตัวมาสร้างทีมฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดเห็นความสำคัญของเวชศาสตร์การกีฬากับการทำทีมฟุตบอลระดับมาตรฐาน

“นำความรู้มาประยุกต์ใช้กับทีมฟุตบอลไทย เพื่อให้นักกีฬาของเรามีความแข็งแรง มีความสมบูรณ์ของร่างกาย มาช่วยกันสิ นี่คือคำที่พี่เนวินพูด ผมรับโอกาสนั้นอย่างเต็มตื้น และมารู้เมื่อภายหลังว่า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดคือทีมฟุตบอลทีมแรกของไทยลีก ที่มีการนำเวชศาสตร์การกีฬาเข้ามาใช้พัฒนาทีมอย่างจริงจัง”

ถ้าจะทำทีมฟุตบอลไทยให้พัฒนาและต่อยอดไปได้ ก็เวชศาสตร์การกีฬานี่แหละที่คือคำตอบ ดร.ประวีร์เล่าว่า ส่วนช่วยและส่วนผลักดันที่จะทำให้นักกีฬาแข็งแรงขึ้น สมบูรณ์ขึ้น สามารถพัฒนาศักยภาพการเตะได้เป็นเลิศ เรื่องนี้ได้รับการพิสูจน์มาแล้วจากอเมริกาและยุโรป ที่ทีมนักเตะพัฒนาฝีเท้าได้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญภายหลังการใช้เวชศาสตร์การกีฬา

อันดับแรกเริ่มจากการวางพื้นฐาน ภาวะโภชนาการสำหรับนักกีฬา เช่น การหลีกเลี่ยงไขมัน การกินแป้งให้เยอะ ส่วนโปรตีนและวิตามิน กินให้เพียงพอเพื่อซ่อมแซมเซลล์ที่สึกหรอ ต่อมาคือการสร้างความรู้ความเข้าใจต่อตัวนักกีฬาเองและทีมเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด เรื่องหน้าที่ของแพทย์ประจำทีมนี้ ยังขยายไปถึงเรื่องการคิดเมนูอาหารของนักเตะ

“ให้ความรู้อย่างเดียวอาจจะไม่พอ ผมคิดเมนูให้เลย การันตีความอร่อยของอาหารนั่นหมายความว่า อาหารที่กินต้องถูกหลักและอร่อยด้วย เพื่อให้ตัวนักกีฬากินอย่างไม่ต้องตั้งคำถาม กินเพราะอยากกิน ไม่ใช่กินเพราะต้องกิน คงเคยรู้ว่านักกีฬาบ้านเราในสมัยก่อน กินบะหมี่สำเร็จรูปเป็นอาหารหลัก เรื่องนี้ต้องจบ”

นอกจากนี้คือการเดินทางไปเยี่ยมแคมป์นักเตะ ในเกือบทุกนัดที่มีการแข่งขัน ในฐานะแพทย์ประจำทีม ทำหน้าที่กำกับตามหลักวิชาการโดยรวม ดูแลนักเตะในทีมว่าได้รับสารอาหารเพียงพอหรือไม่ โดยเฉพาะวิตามิน ที่ต้องเสริมให้ครบถ้วน โดยร่างกายนักเตะก็เหมือนรถแข่งที่วิ่ง 24 ชั่วโมง ร่างกายของพวกเขา ย่อมต้องการวิตามินในปริมาณที่สูงกว่าคนทั่วไป

สำหรับเทรนด์การออกกำลังกายในปัจจุบัน ดร.ประวีร์เล่าว่า เป็นเรื่องที่ดี เพราะคนหันมาออกกำลังกายและเห็นความสำคัญของการออกกำลังกายมากขึ้น กีฬากลายเป็นอาชีพทำเงิน ผู้ปกครองที่ต้องการพัฒนาบุตรหลานให้มีความสามารถทางกีฬา อยากฝากไว้ถึงการไม่โอเวอร์เทรนด์เด็ก หรือการต้องไม่ปล่อยให้เด็กฝึกซ้อมมากจนเกินไป

“การโอเวอร์เทรนด์ไม่ช่วยอะไร เด็กต้องเล่นกีฬาแบบเด็ก คอยสนับสนุนอยู่ห่างๆ เพื่อให้เขาพัฒนาศักยภาพตามวัย ให้เป็นไปตามธรรมชาติ ถ้าไปเร่งเด็ก กระดูกจะปิดเร็ว จะเตี้ยตัน กลายเป็นลดโพเทนเชียลของเด็ก”

ทุกวันนี้สนุกกับการเป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลกรุงเทพ สนุกกับการเป็นรองผู้อำนวยการศูนย์รอยัลไลฟ์ โรงพยาบาลกรุงเทพ และแพทย์ประจำทีมฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ความฝันของดอกเตอร์หนุ่มก็คือ การได้เห็นเวชศาสตร์การกีฬาของไทยมีความแพร่หลาย มีส่วนในการพัฒนาการกีฬาระดับชาติ รวมทั้งพลเมืองไทยมีความแข็งแรง เมื่อประชาชนแข็งแรง ประเทศชาติก็แข็งแกร่ง

ไลฟ์สไตล์ส่วนตัว ดร.ประวีร์ปลีกเวลาจากงานหลักเพื่อออกกำลังกายทุกวัน ว่ายน้ำ ตีเทนนิส และคาราเต้(สายดำ) เขายังชอบเล่นกีฬาท้าทายเกือบทุกชนิดด้วย  ล่าสุดคือสโนว์บอร์ด ที่ทุกปีต้องหาเวลาบินไปไถกระดานหิมะกับเพื่อนรู้ใจที่เกาะญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังชอบดำน้ำ ชอบท่องเที่ยวต่างประเทศ ดูผู้คนและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ทำความเข้าใจโลก ทำความเข้าใจเพื่อนร่วมโลก

ย้อนกลับมาที่คำถามว่า ทำไมการออกกำลังกายถึงกลายเป็นยาอายุวัฒนะได้ เรื่องนี้อธิบายว่า การออกกำลังกายจะทำให้การลดลงของระดับฮอร์โมนที่มีชื่อว่า อันนาบอลิค ฮอร์โมน (Anabolic hormone) ลดลงในระดับที่ช้า นั่นหมายความว่า เมื่อร่างกายสูงวัยขึ้น ฮอร์โมนลดการทำงานลงตามธรรมชาติ แต่การออกกำลังกายจะทำให้อันนาบอลิค ฮอร์โมน ลดลงช้ากว่าคนที่ไม่ได้ออกกำลังกายนั่นเอง

“ช่วยมาก ช่วยน้อย แต่การออกกำลัง ช่วยได้แน่นอน ถ้าคุณไม่อยากแก่ ถ้าคุณอยากต้านวัยต้านความชราให้ได้ผล แข็งแรง ไร้โรค”

นั่นเป็นเหตุผลสำหรับผู้อ่านทุกท่าน ไม่ว่าท่านจะเป็นนักกีฬาหรือไม่ การออกกำลังกายดีสำหรับทุกคน ดีที่สุดถ้าคิดจะต้านวัยชะลอโรค เป็นหนุ่มเป็นสาวยืนยาว

ระวัง! พิษสุนัขบ้าหน้าร้อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/544255

  • วันที่ 13 มี.ค. 2561 เวลา 11:08 น.

ระวัง! พิษสุนัขบ้าหน้าร้อน

เรื่อง บีเซลบับ ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์

เข้าช่วงหน้าร้อนมาไม่กี่วัน ก็ได้ยินข่าวโรคพิษสุนัขบ้าระบาด มีผู้เสียชีวิตแล้วถึง 3 คน (ตั้งแต่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา) กรมปศุสัตว์ประกาศเขตโรคพิษสุนัขบ้า กำหนดเป็นพื้นที่สีแดงที่ต้องเฝ้าระวังแล้ว 13 จังหวัด รวมทั้งประกาศเขตโรคพิษสุนัขบ้าชั่วคราวอีก 31 จังหวัด มาตรการเฝ้าระวังสูงสุด ขณะที่เราๆ ท่านๆ ทุกคนมีหน้าที่ต้องดูแลตัวเองเช่นกัน

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า โรคพิษสุนัขบ้าเกิดจากเชื้อไวรัสเรบีส์ (Rabies Virus) สัตว์นำโรคได้แก่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด ทั้งสัตว์เลี้ยงและสัตว์บ้าน เช่น สุนัข แมว กระต่าย กระรอก กระแต หนู ลิง ชะนี แพะ แกะ วัว ควาย ค้างคาว ฯลฯ ทว่าสัตว์นำโรคที่สำคัญที่สุดคือสุนัข เพราะใกล้ชิดกับมนุษย์มากที่สุดนั่นเอง ปัจจุบันไม่มียารักษาโรคพิษสุนัขบ้า ไม่ว่ามนุษย์หรือสัตว์ที่ติดเชื้อนี้ เป็นแล้วเสียชีวิตหมด

คนติดโรคพิษสุนัขบ้าได้ยังไง

1.ถูกสัตว์ที่เป็นโรคกัด เชื้อไวรัสจากน้ำลายของสัตว์ที่เป็นโรคเข้าสู่บาดแผลที่ถูกกัด

2.ถูกสัตว์ที่เป็นโรคเลีย ซึ่งปกติจะไม่ติดโรคจากสัตว์เหล่านั้น ยกเว้นในกรณีที่บริเวณที่ถูกเลียมีบาดแผล รอยถลอก หรือรอยขีดข่วน ในกรณีนี้จะมีโอกาสติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าได้ รวมทั้งกรณีถูกเลียที่ริมฝีปากหรือนัยน์ตา

ข้อปฏิบัติภายหลังถูกสัตว์กัด

1.ล้างแผลทันทีด้วยน้ำสะอาด ฟอกด้วยสบู่ 2-3 ครั้ง แล้วทาแผลด้วยโพวิดีน (เบตาดีน) หรือแอลกอฮอล์ หรือทิงเจอร์ไอโอดีน แล้วรีบไปปรึกษาแพทย์ทันที

2.ถ้าสุนัขตายให้นำซากมาตรวจ ถ้าหากสุนัขไม่ตายให้ขังไว้ดูอาการ 10 วัน หรือนำไปให้สัตวแพทย์ดูอาการ ขณะเดียวกันให้รีบไปพบแพทย์ เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมทันที ส่วนการรักษาทางสมุนไพรหรือแผนโบราณ ไม่สามารถป้องกันโรคได้ ไม่ต้องรอดูอาการสุนัข เพราะอาจทำให้การรักษาล่าช้าเกินไป

3.กรณีที่ติดตามสัตว์ที่กัดไม่ได้ เช่น เป็นสัตว์ป่า สัตว์จรจัด กัดแล้วหนีไป หรือจำสัตว์ที่กัดไม่ได้ จำเป็นต้องได้รับการรักษาทันที

4.ผู้ที่ต้องการรับการรักษาเพื่อป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า คือผู้มีบาดแผล ไม่ว่าจะเป็นรอยช้ำเขียว หรือแผลมีเลือดไหล แผลถลอก แผลตื้น แผลลึกหรือไม่แค่ไหนก็ตาม รวมทั้งในรายที่ถูกสุนัขเลียตา ริมฝีปาก และผิวหนังที่มีแผลถลอก

ผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้า ส่วนใหญ่ถูกสุนัขหรือแมวกัด ข่วน แล้วไม่ได้ไปรับการฉีดวัคซีนป้องกันอย่างรวดเร็วและครบถ้วน กลุ่มเด็กเป็นกลุ่มที่ถูกสุนัขกัดมากที่สุด ปัญหาสำคัญเกิดจากยังไม่สามารถฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในสุนัขให้ครอบคลุมทุกตัวได้ กลุ่มเสี่ยงทุกรายถูกกัดและไม่ได้ฉีดวัคซีนหลังถูกกัด

สำหรับอาการของผู้ติดเชื้อ เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายจนเกิดอาการโรคพิษสุนัขบ้า ส่วนใหญ่ใช้เวลา 2-8 สัปดาห์ แต่อาจสั้นแค่ 7 วัน หรือยาวเกิน 1 ปี ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของบาดแผลและปริมาณเชื้อที่ได้รับ อาการโรคเป็นการอักเสบของสมองและเยื่อสมอง 2-3 วันแรกผู้ป่วยจะปวดเมื่อยตามตัว มีไข้ ชา เจ็บเสียวหรือปวดบริเวณรอยแผลที่ถูกกัด คันอย่างรุนแรงที่แผลและลำตัว

อาการจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก คือแบบคลุ้มคลั่ง กระวนกระวาย กระสับกระส่าย ไม่ชอบแสงสว่าง ไม่ชอบลม ไม่ชอบเสียงดัง กลืนลำบากแม้ของเหลว ระบบประสาทอัตโนมัติผิดปกติ ประสาทหลอน ชัก หายใจหอบ หมดสติ ส่วนกลุ่มที่สอง คือแบบอัมพาต พบน้อย แขนขาเป็นอัมพาต พูดไม่ชัด น้ำลายฟูมปาก มีอาการกลัวน้ำ กลัวลม เอะอะมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งสองแบบจะเสียชีวิตทุกรายในท้ายที่สุด

โรคพิษสุนัขบ้าสามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน โดยนำสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีนเมื่ออายุ 3 เดือนขึ้นไป และฉีดซ้ำทุกปี นอกจากฉีดวัคซีนแก่สัตว์เลี้ยงแล้ว ก็ควรลดความเสี่ยงจากการถูกสุนัขกัดหรือโดนสุนัขทำร้าย มาตรการอย่าแหย่ อย่าเหยียบ อย่าแยก อย่าหยิบ อย่ายุ่ง (กับหมาแมว) ก็ยังใช้ได้อยู่นะ!