คนนี้ที่ใช่! “ไอ้เพ้ง” สายตรง จอมยุทธ์หลังม่าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/314053

คนนี้ที่ใช่! “ไอ้เพ้ง” สายตรง จอมยุทธ์หลังม่าน

คนในข่าว  :  20 ก.พ. 2561
เฮียเพ้ง,ไอ้เพ้ง,เพ้ง พงษ์ศักดิ์,เฮียเพ้ง พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล,เพ้ง พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล,พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล,คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์,พรรคเพื่อไทย,พรรคไทยรักไทย,ไอ้เพ้ง จากลูกจับกังสู่รัฐมนตรี,อุทัย พิมพ์ใจชน,ทักษิณ ชินวัตร ตั้งพรรคไทยรักไทย,ทักษิณ ชินวัตร

ใช่มั้ย กับข่าวปล่อยที่ว่า “เฮียเพ้ง” คนนี้แหละนายใหญ่เจรจาแล้ว จะให้มาเป็นคนดูแลพรรค และประสานรอยร้าวระหว่างมุ้งต่างๆในพรรคเพื่อไทย!!!

          เพราะนายใหญ่บินโฉบมาแถวฮ่องกง จึงทำให้ลูกพรรคแห่แหนไปพบกันมากหน้าหลายตา และสิ่งที่ตามมาคือ “ข่าวปล่อย”

          ปมขัดแย้งในพรรคเพื่อไทย ที่รู้กันทั้งประเทศ ก็หนีไม่พ้นเรื่องหัวหน้าพรรคคนใหม่ จะเป็นใคร?

          ขานชื่อ “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” ก็มีทั้งไชโยโห่ร้อง และแหกปากร้องยี้

          สุดท้ายมีการปล่อยชื่อ “เฮียเพ้ง” พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ออกมาสู่วงจรข่าว พร้อมยืนยันว่า คนนี้แหละนายใหญ่เจรจาแล้ว จะให้มาเป็นคนดูแลพรรค และประสานรอยร้าวระหว่างมุ้งต่างๆในพรรคเพื่อไทย

          จะว่าไปแล้ว เฮียเพ้งเป็นคนโลว์โปรไฟล์ ไม่แสดงออกถึงความทะเยอทะยานทางการเมือง คนในพรรคของนายใหญ่รู้ดี ไล่มาแต่สมัยไทยรักไทย พลังประชาชน และเพื่อไทย

          แม้เติบใหญ่ได้ดีเป็นถึงรัฐมนตรี แต่ดูเหมือน “พงษ์ศักดิ์” หรือชื่อที่หลายคนเรียกว่า “เสี่ยเพ้ง” หรือ “รัฐมนตรี” นั้น ไม่เคยลืมเรื่องราวในอดีต เมื่อคราวเป็น “ไอ้เพ้ง” ลูกจับกังแต่อย่างใด เตี่ยเขาทำงานแลกค่าแรงรายวัน แบกข้าวสาร ล่องไปกับเรือ เช่าบ้านอยู่แถววัดตะแบก ปากน้ำโพ จ.นครสวรรค์

          อยากรู้จักตัวตน “ไอ้เพ้ง” เด็กย่านตลาดวัดตะแบก ลองหาหนังสือ “ไอ้เพ้ง จากลูกจับกังสู่รัฐมนตรี” มาอ่านดู จะได้รู้ว่า ในวัยเด็กเขาปากกัดตีนถีบ ขายกาแฟ เชลส์แมน จนจบวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ

          บนถนนการเมืองของ “เฮียเพ้ง” เริ่มจากเป็นคนชอบตีกอล์ฟ จึงเข้าไปอยู่ในก๊วนกอล์ฟนักการเมืองระดับขาใหญ่มาตั้งแต่ปี 2522 สมัยนั้นเพิ่งทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง แต่เขายังไม่คิดเล่นลงเลือกตั้ง แค่อยากเรียนรู้ว่าการเป็น ส.ส.นั้นยากง่ายเพียงใด

          ปี 2526 เฮียเพ้งมาช่วย อุทัย พิมพ์ใจชน ก่อร่างสร้างพรรคก้าวหน้า และสร้างนักการเมืองดาวรุ่งหลายคน จนมีการยุบพรรคก้าวหน้าไปรวมกับพรรครวมไทย พรรคประชาชน และพรรคกิจประชาคม ชื่อพรรคเอกภาพ

          ปี 2535 อุทัยเป็นหัวหน้าพรรคเอกภาพ ส่วนตัวเฮียเพ้งเป็นรองหัวหน้าพรรค หลังพฤษภา 35 อุทัยได้เป็นรัฐมนตรีพาณิชย์ เฮียเพ้งเป็นเลขาฯ รัฐมนตรี ตอนหลัง เฮียเพ้งตามเสนาะ เทียนทอง ไปอยู่พรรคความหวังใหม่

          ปี 2543 ทักษิณ ชินวัตร ตั้งพรรคไทยรักไทย ชักชวนให้เฮียเพ้งไปร่วมงาน โดยทักษิณมอบให้เขาเป็นผู้อำนวยการพรรค

          เลือกตั้งปี 2544 เฮียเพ้งมีบทบาทช่วยงานพรรคไทยรักไทยเยอะ แต่ไม่เป็นข่าว เพราะเขาถนัดทำงานเบื้องหลัง โดยบุคลิกส่วนตัว ที่พูดน้อยและเป็น “นักปฏิบัติ” มากกว่าการเป็นนักการตลาดสร้างภาพเหมือนนักการเมืองคนอื่น จึงถูกมองผ่านเลยไป

          ปี 2547 ทักษิณให้เป็นรัฐมนตรีอุตสาหกรรม แต่พอให้หยุดพัก เฮียแกไม่ว่าอะไร ยังเป็นเพื่อนตีกอล์ฟกับทักษิณเหมือนเดิม

          หลังรัฐประหาร 2549 ทักษิณรู้ดีว่า เฮียเพ้งทุ่มเททำงานเพื่อพรรคมากน้อยแค่ไหน แกนนำพรรคบางคนหลบหน้าหลบตา แต่เฮียเพ้งยังดูแลอดีต ส.ส. และนักกิจกรรมที่เคลื่อนไหวทางการเมืองหลายกลุ่ม สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เฮียเพ้งจึงได้เป็นรัฐมนตรีพลังงาน

          พรรคของทักษิณเป็นพรรคขนาดใหญ่ มากมายด้วยจอมยุทธ์โอกาสที่จะประดาบกันเองของเหล่าไพร่ราบทหารเลวย่อมมีสูง เฮียเพ้งจึงไม่สร้างมุ้ง แต่เน้นสร้างบารมี

          จนถึงวันนี้ เฮียเพ้งยังดูแลอดีต ส.ส.อยู่จำนวนหนึ่ง รวมถึงน้องๆ ในสายนักเคลื่อนไหวมวลชน จึงไม่น่าแปลกใจที่เฮียเพ้งจะถูกเลือกให้มาดูแลพรรคเพื่อไทย

เอาแน่นะ? “จึงรุ่งเรืองกิจ” นักการเมือง 4.0 ?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/313903

เอาแน่นะ? “จึงรุ่งเรืองกิจ”  นักการเมือง 4.0 ?

คนในข่าว  :  19 ก.พ. 2561
เอก ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ,ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ,อาณาจักรไทยซัมมิทกรุ๊ป,ไทยซัมมิทกรรุ๊ป,ไทยซัมมิทโอโตพาร์ทกร,สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ,สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ,พรรคกิจสังคม

จากรุ่นอาที่ชื่อ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เคยกระโจนเข้าสู่วงจรอำนาจการเมือง มาวันนี้ ถ้ารุ่นหลานอย่าง “เอก ธนาธร” จะตัดสินใจลงสนามการเมืองดูบ้าง น่าติดตามจริงๆ

          อ่านสัมภาษณ์ในบีบีซีไทย เรื่องทายาท “จึงรุ่งเรืองกิจ” สนใจเล่นการเมือง ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะก่อนหน้านั้น มีกองเชียร์ฝ่ายนักวิชาการสายประชาธิปไตย ออกโรงฝากความหวังว่า เขาจะเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ ที่มีบทบาทสำคัญต่อการพลิกโฉมหน้าประชาธิปไตยไทยให้พ้นวงจรอำนาจเผด็จการ

          “เอก” ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นลูกชายคนโตของ พัฒนาและสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ เจ้าของอาณาจักรไทยซัมมิทกรุ๊ป ยักษ์ใหญ่แห่งอุตสาห กรรมผลิตชิ้นส่วน และอะไหล่ยานยนต์แห่งภูมิภาคเอเชีย

          “พัฒนา จึงรุ่งเรืองกิจ” ชื่อนี้ในแวดวงคอลัมนิสต์ระดับ 18 อรหันต์ จะรู้จักมักคุ้น เพราะเขาเป็นคนชอบเล่นกอล์ฟ และเมื่อ 20 ปีก่อน จะปรากฏชื่อ พัฒนากับก๊วนกอล์ฟนักการเมืองรุ่นใหญ่ในคอลัมน์ซุบซิบการเมืองอยู่บ่อยครั้ง

          คอลัมนิสต์หัวสีบางคนคาดว่า พัฒนาจะเล่นการเมือง แต่สุดท้ายกลายเป็น “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” น้องชายกระโจนเข้าสู่วงจรอำนาจ เริ่มจากเป็นเลขานุการรัฐมนตรี ฝึกวิทยายุทธ์กับ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” ที่พรรคกิจสังคม ตั้งแต่ปี 2539 และในรัฐบาลชวน(2) สมศักดิ์ถอยมาเป็นพี่เลี้ยง ดันเพื่อนรัก สุริยะขึ้นเป็นรัฐมนตรีช่วยอุตสาหกรรม

          สมัยพรรคไทยรักไทย สุริยะโดดเด่นขึ้นในฐานะนายทุนพรรค คนทั่วไปเลยมองไปถึงอาณาจักรไทยซัมมิทกรุ๊ป และมักถูกโยงให้มาอยู่กับขั้วอำนาจชินวัตร

          ไม่กี่ปีมานี้ “สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ” ภรรยาของพัฒนา ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษเนชั่นสุดสัปดาห์ อธิบายความว่า ธุรกิจของสุริยะ กับพี่ชาย(พัฒนา) ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน

          “สมัยคุณสุริยะ เป็นใหญ่เป็นโต พวกเรายังพูดเสมอว่า อย่าทำอะไรเดือดร้อนไปถึงคุณอา เราต้องเข้าใจว่า เราควรจะวางตัวตนอย่างไร ทุกอย่างเราไปตามครรลองที่ควรจะเป็น ฉะนั้น เราไม่จำเป็นต้องไปอาศัยใครใหญ่โต”

          แซ่เดิมของตระกูลนี้คือ “แซ่จึง” ต่อมา เมื่อทำการค้า พี่ชายใหญ่ก็นึกว่าจะตั้งนามสกุลอะไรดี ให้กิจการรุ่งเรือง เลยเลือกนามสกุล “จึงรุ่งเรืองกิจ” จากนั้นน้องๆ ก็มาใช้จึงรุ่งเรืองกิจตามกัน

          ปี 2545 พัฒนาเสียชีวิต สมพรจึงเป็นแม่ทัพใหญ่ดูแลกิจการ และมอบให้ลูกชายคนโตเข้ามาบริหารด้านการผลิตทั้งหมด

          “เด็กคนนี้ อุดมการณ์สูงมาก” สมพรพูดถึงลูกชาย “เอก” ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

          ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ สนใจเกี่ยวกับข่าวสาร เหตุการณ์การบ้านการเมืองมาโดยพื้นฐาน ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงได้รับการขนานนามว่าเป็นแอ็กติวิสต์หัวก้าวหน้า ที่มีส่วนเคลื่อนไหวการเมืองของภาคประชาชนใน พ.ศ.โน้น

          ขณะที่เรียนในคณะวิศวกรรมศาสตร์ (หลักสูตรนานาชาติ) เขาได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่ง อุปนายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อมธ.) ในปี 2542 และปีต่อมา เขายังได้รับตำแหน่ง รองเลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.)

          “เอก” ยังไปทำกิจกรรมนอกรั้วมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมของสมัชชาคนจน กรรมกรไทยเกรียง เครือข่ายสลัม 4 ภาค การประท้วงกรณีท่อก๊าซไทย-มาเลย์ เป็นต้น

          ภายหลังเรียนจบ ได้เข้าทำงานในองค์กรพัฒนาเอกชน ในกลุ่มเพื่อนประชาชน(FOP) ตามความมุ่งหมาย แต่เมื่อพ่อเสียชีวิต “เอก” ก็ต้องเข้ามารับช่วงต่อธุรกิจของครอบครัว

          หลังการรัฐประหาร 2549 “เอก” แสดงความเห็นทางการเมืองผ่านสื่ออยู่เป็นระยะๆ ด้วยจุดยืนการไม่เห็นด้วยกับการทำรัฐประหาร เพราะเชื่อว่าไม่มีประชาธิปไตยที่ออกมาจากปากกระบอกปืน ทั้งยังเปิดเผยว่า มีความคิดที่จะเล่นการเมือง

          ในวันที่พูดคุยกับทีมเนชั่นสุดสัปดาห์ปีนั้น ผู้สัมภาษณ์ได้ถามว่า หากลูกชายคนโตจะไปเล่นการเมือง คิดอย่างไร?

          “ตราบใดที่ฉันยังอยู่ ธนาธรไปไม่ได้ ฉันคงไม่เห็นด้วย เราเป็นคนค้าคนขาย ทำธุรกิจ แล้วอาณาจักรก็ใหญ่มาก ความรับผิดชอบก็สูงมาก”

          นั่นเป็นคำพูดเมื่อหลายปีก่อน หากอนาคตอันใกล้นี้ ลูกชายตัดสินใจลงสนามการเมืองจริงๆ สมพรก็คงต้องปล่อยให้ลูกเดินทางไปตามทางที่เลือกแล้ว

“รังสิมันต์ โรม” เขาทำมาหากินอะไร ??

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/313845

“รังสิมันต์ โรม” เขาทำมาหากินอะไร ??

คนในข่าว  :  19 ก.พ. 2561
รังสิมันต์,โรม,นักต่อต้าน คสช,นักกิจกรรม,ธรรมศาสตร์,นิติศาสตร์,นักศึกษา,ภูเก็ต,ลูกครึ่ง

(สัมภาษณ์พิเศษ) “รังสิมันต์ โรม” นักต่อต้าน คสช. ที่เติบโตมาพร้อมการถือกำเนิดของ คสช. ช่วง 3 ปีกว่าที่ผ่านมานี้ เขาโดนไปแล้ว 7 คดี โดนจับเข้าเรือนจำแล้ว 3 รอบ

 

               “ผมไม่ได้อยากมาเคลื่อนไหวแบบนี้หรอก ผมเพิ่งเรียนจบมาได้แค่3ปี แต่วันนี้มันไม่มีวิธีไหนที่จะทำให้ คสช.ยอมทำตามที่เคยให้สัญญากับประชาชนไว้ เพราะฉะนั้นก็ต้องลงถนน” รังสิมันต์ โรม กล่าวระหว่างการให้สัมภาษณ์พิเศษ “คมชัดลึกออนไลน์” 

               ชื่อของ “รังสิมันต์ โรม” ในฐานะนักกิจกรรม เติบโตมาพร้อมๆกับการเข้ามาของ คสช.   

               การทำกิจกรรมครั้งแรกที่ทำให้เขาถูกรวบตัวในฐานะผู้ต่อต้าน คสช. คือ “กินแซนวิซ” ที่พารากอน ตอนที่ คสช.เข้ามาครบ 1 เดือน ซึ่งเขาเล่าขำๆว่า ยังไม่ทันได้กิน ก็โดนรวบซะก่อน ตอนนั้นไม่ได้มีการดำเนินคดี แต่เป็นการเอาตัวไปเข้าค่ายทหาร ก่อนจะให้เซ็น “เอ็มโอยู” แล้วปล่อยตัวออกมา

               ตอนนั้นเขาเป็นนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปัจจุบันเขาเป็นนักศึกษาปริญญาโทที่คณะและมหาวิทยาลัยเดิม

"รังสิมันต์ โรม" เขาทำมาหากินอะไร ??

               ความจริง “โรม” เป็นนามสกุลของหนุ่มลูกครึ่งไทยอเมริกันวัย 25 ปีคนนี้ แต่ถูกเรียกจนติดปาก และกลายเป็นชื่อเล่นของเขาไป เขาเป็นชาวภูเก็ต

               คสช.อยู่มา 3 ปีกว่า “โรม” มีคดีที่เกิดจากการทำกิจกรรม “ต่อต้าน คสช.” ไปแล้วทั้งหมด 7 คดี โดนจับเข้าเรือนจำไปแล้ว 3 รอบ

"รังสิมันต์ โรม" เขาทำมาหากินอะไร ?? 

               ท้อบ้างไหม ที่ต้องเจอคดี เจอคุกเจอตารางแบบนี้

               เรื่องท้อก็มีตลอดเวลา เพราะเราก็เป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดา โดนคดีขนาดนี้ ไม่ใช่เรื่องปกติของคนอายุ25ปี แต่ถอยไหม บอกเลยว่าไม่เคยมีความคิดนั้นอยู่ในหัวผม เพราะผมเชื่อว่าเวลาอยู่ข้างเรา เรามีแต้มต่อ เพราะเรายังอายุน้อย สู้ไม่ชนะวันนี้ วันข้างหน้าเราก็ต้องชนะ วันที่ คสช.ต้องสูญเสียอำนาจ วันที่ประเทศชาติกลับสู่ประชาธิปไตยอีกครั้ง”

"รังสิมันต์ โรม" เขาทำมาหากินอะไร ??

(โรม และเพื่อนนักศึกษา ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ คดีรณรงค์โหวตโนประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อ 6 ก.ค.59)

               โรม บอก ที่มั่นใจว่าพวกเขาจะชนะแน่ ๆ เพราะ หนึ่ง ระบอบของไทยนี้ไม่ใช่ระบอบปกติ ยังไงสักวันก็ต้องเป็นประชาธิปไตย เพราะเป็นกลไกที่เป็นสากล และ สอง เพราะเขายังอายุน้อยกว่าเมื่อเทียบกับ คสช.ยังไงเวลาก็อยู่ข้างพวกเขา

               ล่าสุด “โรม” ออกมาเคลื่อนไหวในนาม “กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง” มีการออกโรดแม็พกิจกรรมของกลุ่ม ซึ่งวางไปถึงช่วงครบ 4 ปี คสช. ที่ทางกลุ่มนัดชุมนุมแบบค้างคืน 4 วัน คือ 19-22 พฤษภาคม และจะสู้จนกว่าจะได้อำนาจกลับคืนมา

               โรม” บอกว่า พวกเขาเอาจริงเอาจังกับโรดแม็พนี้ เมื่อเป็นโรดแม็พก็ต้องทำให้เกิดขึ้นจริง ไม่เหมือนโรดแม็พของ คสช.ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

 

               บิ๊กตู่ต้องไม่เป็นนายกฯ” ?

               โรม บอก ตอนนี้ กลุ่มคนอยากเลือกตั้งมีเป้าหมาย 2 ข้อ คือ 1.ต้องมีการประกาศวันเลือกตั้งออกมา โดยต้องเป็นภายในเดือนพฤศจิกายนตามที่นายกฯเคยประกาศไว้ 2.ต้องสัญญาต่อประชาชนว่าจะไม่มีการสืบทอดอำนาจ

               เมื่อถามถึงคำนิยามของการสืบทอดอำนาจ ว่าแค่ไหน หมายถึง “พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา” หัวหน้า คสช.ต้องไม่เป็นนายกฯด้วยหรือไม่ โรม บอกว่า ตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นนั้น หาก พล..ประยุทธ์ มาตามกระบวนการปกติก็โอเค แต่ต้องไม่ใช่การใช้องคาพยพของ คสช.ในการกลับมาเป็นนายกฯ รวมทั้งต้องไม่เอาเปรียบคู่แข่งอย่างที่ปรากฏอยู่

               อย่างไรก็ตาม โรม บอกว่า ตอนนี้ข้อเรียกร้องยังเป็น 2 ข้อนี้อยู่ แต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับท่าทีของ คสช. ว่าจะเอาอย่างไร ส่วนพวกเขาต้องการให้จบ ให้มีการเลือกตั้งภายในปีนี้ และต้องไม่มีการสืบทอดอำนาจ

               การเลือกตั้งเฉยๆจะไม่มีความหมาย ต้องมีการเลือกตั้งและต้องไม่มีการสืบทอดอำนาจ”

  

               มาถึงคำถามที่ทางกลุ่มนักกิจกรรมจะต้องโดนแทบทุกครั้ง

               พวกคนหน้าเดิม ?

               “คนหน้าเดิมคืออะไร? ผมมองว่านี่เป็นเจตนาที่ต้องการดิสเครดิตพวกเรา ผมอยากให้ฟังสิ่งที่ผมพูดมากกว่า ถ้าสิ่งที่ผมพูดเป็นประโยชน์กับประเทศชาติ ก็ควรจะฟัง โดยเฉพาะเมื่อ คสช.ก็เคยบอกว่าเข้ามาเพื่อประเทศชาติ ไม่ใช่มาดิสเครดิตคนที่หวังดีกับประเทศชาติ

               ผมว่าสังคมไทยควรตัดสินที่เนื้อหา มากกว่าดูว่าใครเป็นคนพูด อยู่สีไหน มีตำแหน่งอะไร ถ้าแบบนั้นประเทศชาติเดินหน้าไม่ได้

 

"รังสิมันต์ โรม" เขาทำมาหากินอะไร ??

(โรม ในช่วงทำกิจกรรมรณรงค์โหวตโนประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อปี 2559)

 

               ทำมาหากินอะไรกัน?

               ตอนนี้ผมเรียนปริญญาโทอยู่ ที่บ้านยังสนับสนุนให้ผมเรียนต่อ รายได้หลักของผมมาจากทางบ้าน และผมก็มีรายได้อีกส่วนจากการเป็นผู้ช่วยอาจารย์”

               จะตรวจสอบท่อน้ำเลี้ยง ใครอยู่เบื้องหลัง?

               เรื่องนี้ คสช.ประกาศว่าจะตรวจสอบพวกผมมาเกือบ ปีแล้ว แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมาก็ไม่เคยเจอ ถ้าเจอพวกเขาไม่ปล่อยพวกผมเอาไว้แน่ๆ ผมมองว่าข้อกล่าวหาแบบนี้เป็นเรื่องของการดิสเครดิตมากกว่า ในทางกลับกันถ้าเปรียบเทียบพวกผมกับ คสช. เราจะพบว่าตลอดเกือบๆ ปีที่ผ่านมา ฐานะทางการเงินของผมไม่ได้เพิ่มขึ้นเลย ยังเป็นนายรังสิมันต์ โรมคนเดิมที่ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อต้านรัฐประหาร ขณะที่ คสช.กลับรวยมากขึ้นๆ ดังนั้นผมขอถามกลับว่าใครกันแน่ที่มีท่อน้ำเลี้ยง” 

               เป็นคนเสื้อแดง?

               จริงๆ ผมไม่มีแบกกราวน์ (ภูมิหลัง) เสื้อแดงเลย ถ้าเสื้อเหลืองอาจจะยังพอมี เพราะที่บ้านเขาเคยเป็น กปปส. และเคยมาร่วมกับกลุ่มพันธมิตรฯตอนที่มีการชุมนุม

               ก่อนหน้านี้ที่บ้านผมเชียร์ คสช.มาก ไม่โอเคกับทักษิณ ถือว่าเป็นศัตรูของชาติ แต่ตอนนี้เปลี่ยนไปเยอะ แต่ถามว่าจะถึงขนาดมายืนในแนวทางเดียวกับผมไหม ก็ยังยาก เพราะเขายังไม่เห็นใครที่จะมาแทนที่พล..ประยุทธ์ หรือ คสช. เขาไม่เอาเพื่อไทยแน่ แต่เขายังไม่เห็นตัวเลือกอื่น ซึ่งเราก็ต้องยอมรับว่าเรื่องการไม่มีตัวเลือกนี่ก็เป็นปัญหา เหมือนหนีเสือปะจรเข้ แต่ผมว่าแม้เราอาจจะได้คนที่ไม่เก่ง แต่อย่างน้อยเขาก็จะไม่มาไล่จับประชาชน ไม่อนุญาตให้ประชาชนมีทางเลือก ผมว่าถ้าระบบเปิด เราอาจจะได้ทางเลือกที่เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาก็ได้”

               อนาคต “โรม” จะเป็นอย่างไร?

               “ก็ต้องเรียนให้จบปริญญาโท ตอนนี้อยู่ปี3ต้องจบภายใน4ปี ผมอยากเป็นอาจารย์ ซึ่งการจะเป็นอาจารย์ก็คงต้องไปเรียนต่อต่างประเทศ ก็คงต้องหาทุนไป ตอนนี้ขอทำหน้าที่พลเมืองไทยก่อน ถ้าปีนี้มีเลือกตั้ง ผมก็คงกลับไปทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ

               ผมมาจากครอบครัวชนชั้นกลาง ผมได้โอกาสจากสังคมพอสมควร ผมก็อยากตอบแทน ซึ่งคิดว่าการเป็นอาจารย์ ได้ทำงานอยู่กับเยาวชน คนรุ่นใหม่ที่จะเป็นกำลังหลักในการพัฒนาอนาคตของชาติ ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดี”

               สนใจเล่นการเมืองไหม?

               “ตอนนี้ผมไม่มีแพสชั่นตรงนั้นเลย คิดว่าน่าจะมีคนที่สามารถทำหน้านั้นได้ดีกว่าผม”

               คนกลัวการชุมนุม กลัวบรรยากาศการชุมนุมที่ทำให้ประเทศเดินหน้าไม่ได้?

               “ผมเข้าใจความรู้สึกแบบนั้น เพราะช่วงนั้นก็แย่จริงๆ แต่คำถามคือ มีวิธีไหนนอกจากวิธีนี้ที่จะทำให้ประเทศกลับสู่ประชาธิปไตย อนาคตแบบไหนที่เราจะหวังได้จากระบอบที่เป็นอยู่ ระบอบที่ไม่อนุญาตให้คนคิด ผมว่าเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ไม่แพ้ความกลัวม็อบ

               ผมไม่ได้อยากมาเคลื่อนไหวแบบนี้หรอก ผมเพิ่งเรียนจบมาได้แค่ ปี แต่วันนี้มันไม่มีวิธีไหนที่จะทำให้ คสช.ยอมทำตามที่เคยให้สัญญากับประชาชนไว้ เพราะฉะนั้นก็ต้องลงถนน

"รังสิมันต์ โรม" เขาทำมาหากินอะไร ??

               ผมว่า 3-4 ปีมานี้ คสช.สร้างความเสียหายให้ประเทศเยอะมาก คสช.ทำให้คนกลัวการออกมาเคลื่อนไหวเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ทำให้คนไม่มีความหวัง และไม่ได้ทำขึ้นเศรษฐกิจดีขึ้น ผมว่าถึงเวลาที่เราต้องกลับมาสร้างอนาคตประเทศอีกครั้ง”

               แน่นอน โรม ยอมรับว่า ครอบครัวไม่แฮปปี้นักกับการที่เขาเป็นนักกิจกรรม และต้องมีคดีความมากมาย แต่เขาก็พยายามทำความเข้าใจกับครอบครัว

               แม้เราจะฝ่าฝืนสิ่งที่ทางบ้านคาดหวัง ต้องการ แต่ครอบครัวก็ไม่สามารถทำหน้าที่ดูแลเราได้ตลอดไป อนาคตเราก็ต้องดูแลตัวเองอยู่ในประเทศนี้ วันนี้ผมจึงขอทำหน้าที่พลเมืองไทยเพื่อสร้างอนาคตของประเทศเราก่อน” นักต่อต้าน คสช.กล่าวด้วยความมุ่งมั่น

 

**สัมภาษณ์พิเศษโดย สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์ คมชัดลึกออนไลน์

มาถูกทาง!! “วัน” ปั้นแบรนด์ ใจถึงพึ่งได้..เอฟซีเพียบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/313762

มาถูกทาง!! “วัน” ปั้นแบรนด์ ใจถึงพึ่งได้..เอฟซีเพียบ

คนในข่าว  :  18 ก.พ. 2561
วัน อ,เฉลิม อย,โต้ง,โต้ง อาจหาญ,อาจหาญ อยู่บำรุง,ชาย ดวงเฉลิม,ดวงเฉลิม อยู่บำรุง,ตระกูลม่วงศิริ,ลำเนา อยู่บำรุง

ยอดผู้ติดตามในเฟซบุ๊ควัน อยู่บำรง มากกว่า 4 แสน และกำลังเดินหน้าไปสู่ล้านไลค์ เขาสมาชิกทุกเพศทุกวัย และกลายเป็นเน็ตไอดอลแบบคาดไม่ถึง !!!

 

คนที่ไม่ชอบหนุ่มใหญ่ที่บ้านอยู่ข้างวัดบางบอน อาจไม่เชื่อว่านี่เป็นเรื่องจริง ใครจะคิดว่า อยู่มาวันหนึ่ง หนุ่มใหญ่ไว้หนวดกลายเป็น “เน็ตไอดอล” และเป็นเจ้าของสโลแกนดัง “ใจถึง..พึ่งได้” 

มาถูกทาง!! "วัน" ปั้นแบรนด์ ใจถึงพึ่งได้..เอฟซีเพียบ

ในวันแห่งความรัก “วัน อยู่บำรุง” ได้ออกแถลงการณ์สั้นๆเกี่ยวกับพฤติกรรมของครอบครัวใจถึงพึ่งได้ ผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวว่า

“ผมคือหัวหน้าครอบครัวใจถึงพึ่งได้ ที่มีสมาชิกแสนกว่าคน การปกครองคนหมู่มาก ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ผมมีความสุข ที่สมช.รักผม ชอบแนวทางที่ผมเป็น ทั้งนี้ทั้งนั้นอะไรก็แล้วแต่ขอให้เชื่อมั่นในตัวผม ยึดถือผมเป็นหลัก ใครถูกรังแกเอาเปรียบผมไม่ยอม แต่ถ้าคนในกลุ่มไปเอาเปรียบรังแกคนอื่น ผมไม่ปกป้อง ต้องรับผิดชอบการกระทำผิดของตัวเอง ผมและสมช.ไม่เกี่ยวข้องด้วย กรรมใครกรรมมัน ขอบคุณที่รักวัน”

เข้าใจว่า เหตุที่ “วัน” หรือ “พี่หนุ่ม” ของเอฟซีใจถึงพึ่งได้ ต้องรีบชี้แจง เพราะมีสมาชิกบางคน “ซ่าส์ไม่เลิก” ร้อนถึง “นายตำรวจใหญ่” มือปราบระดับพระกาฬ ต้องออกมาเบรกและส่งสัญญาณถึงผู้อยู่เบื้องหลัง

มาถูกทาง!! "วัน" ปั้นแบรนด์ ใจถึงพึ่งได้..เอฟซีเพียบ

ว่ากันตามจริง “วัน” ก็ย้ำถึงประเด็นเรื่องใครก่อเหตุอะไรไว้ ต้องรับผิดชอบ แต่หากไม่ได้รับความเป็นธรรม “พี่หนุ่ม” ก็จะไลฟ์สดเฟซบุ๊ควิพากษ์วิจารณ์ทันที

  จุดเริ่มต้นสโลแกน “ใจถึง..พึ่งได้” มาจากแอ๊ด คาราบาว แต่งเพลงชื่อนี้ เพื่อใช้หาเสียงเมื่อการเลือกตั้งต้นปี 2557 ซึ่งมีเนื้อหาตรงกับบุคลิกส่วนตัว

“ใจถึง..พึ่งได้ ตั้งหน้ารับใช้พี่น้องประชาชน คือลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น ของชาวฝั่งธน วันอยู่บำรุง”

มาถูกทาง!! "วัน" ปั้นแบรนด์ ใจถึงพึ่งได้..เอฟซีเพียบ

ใครก็ทราบดี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ได้ชื่อว่าเป็นคนรักลูกมากที่สุด และมีเรื่องต้องเจ็บปวด เพราะลูกชายก็เยอะ

ลูกชายทั้งสามคือ “โต้ง” อาจหาญ, “หนุ่ม” วันเฉลิม และ “ชาย” ดวงเฉลิม ซึ่งเมื่อ 25 ปีที่แล้ว ถ้าผ่านไปแถวถนนเอกชัย-บางบอน ก็จะเห็นร้านอาหาร “โต้ง หนุ่ม ชาย” โดดเด่นสะดุดตา

“หนุ่ม” จบ ม.6 จากโรงเรียนสวนกุหลาบ ก็ต้องตาม “พ่อเฉลิม” ลี้ภัยทางการเมืองไปอยู่ที่ประเทศเดนมาร์ก 1 ปี

กลับจากเดนมาร์ก เข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ คณะบริหารธุรกิจ เรียนอยู่เพียง 2 ปี จึงตัดสินใจเปลี่ยนไปเรียนคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และปริญญาโท รัฐศาสตร์ สาขาการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยเดียวกัน

มาถูกทาง!! "วัน" ปั้นแบรนด์ ใจถึงพึ่งได้..เอฟซีเพียบ

หลายคนสงสัยว่า ทำไมวันนี้ ชื่อ “วันเฉลิม” หายไป เหลือแต่ “วัน” คำเดียว? คำตอบคือ แม่ลำเนา เห็นว่าลูกชายสองคน “วันเฉลิม” กับ “ดวงเฉลิม” เกิดเรื่องอยู่บ่อยครั้ง

      แม่ลำเนา อยู่บำรุง ไปปรึกษาพระผู้ใหญ่ ว่าจะแก้เคราะห์แก้โศกอย่างไร? พระท่านทักว่า เอาชื่อลูกนำหน้าชื่อพ่อ โบราณถือ เลยตัดคำว่า “เฉลิม” ออกไป จึงเหลือแค่ “วัน” และ “ดวง”

ปี 2544 หลังเปลี่ยนชื่อแก้เคล็ด วันตัดสินใจเล่นการเมือง โดยลงสมัคร ส.ส.เขตหนองแขม ในนามพรรคความหวังใหม่ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ

“วัน” หายไปจากวงการเมืองพักใหญ่ และก็กลับมาพร้อมกับพ่อเฉลิม ที่อาสาเป็นขุนศึกฝั่งธนฯ ให้พรรคพลังประชาชน

มาถูกทาง!! "วัน" ปั้นแบรนด์ ใจถึงพึ่งได้..เอฟซีเพียบ

การเลือกตั้งปี 2550 เขาลงสมัคร ส.ส.ที่เขตหนองแขมอีก แต่ก็พ่ายให้กับพรรคประชาธิปัตย์ และเลือกตั้งปี 2554 มาถึง วันลงสมัคร ส.ส.อีกเป็นรอบที่ 3 ที่เขตบางบอน-หนองแขม ดวลกับตระกูล “ม่วงศิริ” ปรากฏว่า พ่ายฉิวเฉียด

เลือกตั้งปี 2557 ตระกูล “ม่วงศิริ” ไม่ลงสนาม วันลอยลำได้เป็นผู้แทน แต่ศาลสั่งเลือกตั้งโมฆะ เลยต้องมานับหนึ่งใหม่ โดยวันอาศัยสื่อโซเชียลเจาะกลุ่มเป้าหมายคนหนุ่มสาว ด้วยสโลแกน “ใจถึง..พึ่งได้”

    ยอดผู้ติดตามในเฟซบุ๊ควัน อยู่บำรง มากกว่า 4 แสน และกำลังเดินหน้าไปสู่ล้านไลค์ เขาสมาชิกทุกเพศทุกวัย และกลายเป็นเน็ตไอดอลแบบคาดไม่ถึง 

ทิชา ณ นคร เรื่องเด็กหรือผู้ใหญ่ ป้าไม่กลัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/313600

ทิชา ณ นคร เรื่องเด็กหรือผู้ใหญ่ ป้าไม่กลัว

คนในข่าว  :  16 ก.พ. 2561
นางทิชา ณ นคร,ล่ารายชื่อ,ไล่บิ๊กป้อม

 มาแล้ว!!! กว่า 80,000 รายชื่อ!!  มา แบบไม่มีกดโหวตซ้ำจากชื่อเดียวกัน!! กับรายชื่อผ่านทาง เวบไซต์ Change.org เรียกร้องให้บางคนแสดงความรับผิดชอบ!!

           มาแล้ว!!! กว่า 80,000 รายชื่อ!!

มาจริงๆ แบบไม่มีกดโหวตซ้ำจากชื่อเดียวกัน!! กับรายชื่อประชาชน ที่เข้าชื่อผ่านทาง เวบไซต์Change.org ในแคมเปญ เรียกร้องให้ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แสดงความรับผิดชอบ กรณีถูกตรวจสอบการครอบครองนาฬิกาหรู

 

ทิชา ณ นคร เรื่องเด็กหรือผู้ใหญ่ ป้าไม่กลัว

 

คนสำคัญที่เดินหน้าลุยเต็มที่เลย คือ ทิชา ณ นคร ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและเยาวชน และอดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หรือ สปท. ที่เธอได้นำรายชื่อทั้งหมดมามอบให้กับ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

แต่เสียดายไม่ได้มอบกับมือ เพราะยื่นผ่านทางศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อให้นายกรัฐมนตรี นำไปแจ้งต่อ พลเอกประวิตร พิจารณาตัวเองอีกทีหนึ่ง!!!

 

ทิชา ณ นคร เรื่องเด็กหรือผู้ใหญ่ ป้าไม่กลัว

วันนี้มาทำความรู้จักเธอคนี้ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ป้ามล” กันอีกสักนัด ค้นประวัติดูโอ้โห โพรไฟล์แน่น ทางด้านงานเพื่อสังคม โดยเฉพาะกับเด็กๆ

เพราะเธอคือ ทิชา ณ นคร ครูผู้ทำงานเพื่อช่วยเหลือเยาวชนที่เดินทางผิด!!

เกิดเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2495 ภูมิลำเนาเดิมเป็นคน จ.พังงา เมื่อจบปริญญาตรี ด้านจิตวิทยาแนะแนวมหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม

 ชีวิตช่วงแรกรับราชการครูที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี จากนั้นมาเป็นรองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาสหทัยมูลนิธิ และ ปัจุจบันเป็นผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน บ้านกาญจนาภิเษก

เธอเป็น 1 ใน 12 หญิงไทยซึ่งถูกเสนอชื่อในโครงการ “ผู้หญิง 1,000 คน เพื่อสร้างกระแสรณรงค์ให้พิจารณาผู้หญิงรับ รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ 2548”

และเคยได้รับรางวัลดีเด่น “ผู้หญิงปกป้องสิทธิมนุษยชน” จากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปี 2548, รางวัลผู้หญิงแห่งปี 2551 ในงานการประชุมสัปดาห์สตรีสากล ปี 2551

ล่าสุดปี 2560 เพิ่งได้รับรางวัล “เพชรงามการสาธารณะสงเคราะห์” จากสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

ชีวิตส่วนตัวสมรสแล้วหย่ามีบุตร 2 คน อายุห่างกันสองปี

สำหรับบทบาท ของ ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน (ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก กับความเป็นครูผู้เปลี่ยนชีวิตของเด็กต้องโทษให้กลายเป็นคนดีของสังคม

ถือว่าไม่ง่าย แต่เธอก็ฟันฝ่ามาจนได้รับเสียงตอบรับ เสียงปรบมือกับความมุ่งมั่น จนรัฐบาล คสช.เห็นแวว จึงได้ ให้มีชื่อเป็นทั้ง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ และกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ

 

ทิชา ณ นคร เรื่องเด็กหรือผู้ใหญ่ ป้าไม่กลัว

 แต่แล้วช่วงปี 2558 ป้ามล ตัดสินใจแจ้งลาออก 2 ตำแหน่งแถมยังระบุว่า ตนเองไม่เคยคิดสมัคร สปช. แต่ผู้ใหญ่ขอ แค่ 4 เดือนเต็มเพียงพอแล้วสำหรับภาวะปลาผิดน้ำ!!! 

ครั้งนั้นเรียกเสียงฮือฮา และเสียงปรบมือไปทั่วทุ่งบางกอก!!

ที่จริงป้ามลไม่ได้ทำเรื่อง “เด็กทำผิดขอแก้ตัว” อย่างเดียว แต่ป้ามลยังลุยกับบรรดาผู้ใหญ่ “บิ๊กๆ” ที่ชอบทำผิดด้วย!

ถ้าค้นประวัติดีๆ ยังมีเรื่องที่ป้ามลลุยมาแล้วกับบิ๊กคนหนึ่ง เป็นคดีอยู่นาน เพิ่งจบไปสามสี่ปีก่อน!

แต่ถ้าเอาเรื่องดีๆ ที่ใครอยากรู้จักเธออย่างลึกซึ้ง ต้องไปอ่านหนังสือชื่อ “เด็กน้อยโตเข้าหาแสง” ที่บอกเล่าประสบการณ์การทำงานด้านสังคมมากว่า 30 ปี ของป้ามล

 

ทิชา ณ นคร เรื่องเด็กหรือผู้ใหญ่ ป้าไม่กลัว

 

     ชนิดที่ว่าเธอเคยเคลื่อนไหวต่อสู้กับผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นที่จังหวัดพังงา บ้านเกิด ขณะยังรับราชการเป็นครูอยู่ที่สุราษฎร์ธานีมาแล้ว

และสิ่งนั้น ส่งผลให้เส้นทางชีวิตพลิกผัน มีอันต้องเดินทางเข้าสู่เมืองฟ้าอมร และได้รับภารกิจสำคัญให้ทำงานด้านการพัฒนาเด็กร่วมกับส่วนราชการต่างๆ มาจนถึงวันนี้

ส่วนเรื่องราวในปัจจุบันกับการเดินหน้าลุยกับ “บิ๊ก คสช.” ดูแล้วคงไม่หยุดง่ายๆ!! เพราะเธอคงไม่กลัว กับ ความจริงและถูกต้องกระมัง!!

 

/////////////

 

ขอบคุณภาพจากเฟซบุค Thicha nanakorn

ชนะยังไง? พลิกตำรา “บ้านล้อมป่า” ฉบับ “แม่ทัพหาญ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/313010

ชนะยังไง? พลิกตำรา “บ้านล้อมป่า” ฉบับ “แม่ทัพหาญ”

คนในข่าว  :  12 ก.พ. 2561
พลอหาญ ลีนานนท์,พลอหาญ ลีนานนท์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 4,แม่ทัพหาญ,คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 6623,การเมืองนำการทหาร,พลอเปรม ติณสูลานนท์ ในฐานะแม่ทัพภาคที่ 2,พลอเปรม ติณสูลานนท์,อดีตแม่ทัพภาคที่ 2,อำนาจรัฐแดงภูพาน ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย พคท,พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย พคท,อำนาจรัฐแดงภูพาน,พคท,บ้านล้

รำลึก พล.อ.หาญ ลีนานนท์ และผลงาน “ใต้ร่มเย็น” อันเป็นรูปธรรมแห่งนโยบาย “การเมืองนำการทหาร” หรือ คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 66/23

              การจากไปของ “แม่ทัพหาญ” หรือ พล.อ.หาญ ลีนานนท์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 ทำให้สื่อหลายสำนักพูดถึงผลงาน “ใต้ร่มเย็น” อันเป็นรูปธรรมแห่งนโยบาย “การเมืองนำการทหาร” หรือ คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 66/23 ตั้งแต่แม่ทัพหาญดำรงยศพลโท เข้ารับตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 เมื่อ ต.ค.2524

              ก่อนจะเป็นใต้ร่มเย็น และคำสั่ง 66/2523 ภายในกองทัพไทยมีการต่อสู้ทางความคิดกันอย่างหนักหน่วง ผ่านกระบวนการศึกษาและการทดลองในสมรภูมิสงครามแย่งชิงประชาชน

ชนะยังไง? พลิกตำรา "บ้านล้อมป่า" ฉบับ "แม่ทัพหาญ"

              ปี 2517-2519 ประชาธิปไตยไทยเบ่งบานสุดๆ สถานการณ์รอบบ้านมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองแบบพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน ไล่มาแต่เขมรแตก เวียดนามแตก และลาวแตก

              พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ในฐานะแม่ทัพภาคที่ 2 ต้องนำทัพทำสงครามกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) เริ่มตระหนักว่าวิธีการปราบปรามอย่างเดียวไม่น่าจะได้ผล เพราะชาวบ้านไม่ไว้ใจเจ้าหน้าที่ จำเป็นต้องใช้วิธีต่อสู้ทางความคิด และดึงเอาประชาชนมาเป็นฝ่ายเดียวกับราชการ จึงตั้งคณะทำงานชุดหนึ่ง และหนึ่งในนั้นก็มี พล.อ.หาญ ลีนานนท์ ที่ครองยศพันเอก รับผิดชอบงานด้านเสนาธิการ

              เมื่อแม่ทัพเปรมได้ตกผลึกผลิตชุดความคิด “การเมืองนำการทหาร” และมอบนโยบายนี้ให้ “กรมผสมที่ 23” รับไปปฏิบัติเป็นหน่วยแรก โดยกรมผสมที่ 23 มี พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก เป็นผู้บังคับการ และ พล.อ.หาญ เป็นนายทหารฝ่ายเสนาธิการ

              กรมผสมที่ 23 ได้รับมอบภารกิจให้ปฏิบัติการกวาดล้างปราบปรามผู้ก่อการร้าย และอำนวยการต่อสู้เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์ในภาคอีสาน ตั้งแต่อีสานเหนือยันอีสานใต้

ชนะยังไง? พลิกตำรา "บ้านล้อมป่า" ฉบับ "แม่ทัพหาญ"

              ปี 2516 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชดำรัสชมเชย พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก ในฐานะผู้บังคับการชุดควบคุมกรมผสมที่ 23 ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดโรงเรียนร่มเกล้า ที่บ้านหนองแคน อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร โดยมีพระราชดำรัสว่า

              “การปฏิบัติงานครั้งนี้ จะเป็นแผนใหม่ในการปฏิบัติจิตวิทยา และจะเป็นตำราเล่มใหม่ในอนาคต ความซื่อสัตย์สุจริตที่ทำนี้ ฉันพอใจมาก”

              การปฏิบัติงานที่ว่านี้ หมายถึงการสร้างโรงเรียนในพื้นที่สีแดง ซึ่งอยู่ในเขต “อำนาจรัฐแดงภูพาน” ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ภาคอีสานเหนือ ได้เป็นผลสำเร็จ

              นี่คือตำราเล่มใหม่ที่ชื่อ “การเมืองนำการทหาร” ซึ่งเวลานั้น พล.อ.เปรม ดำรงตำแหน่งรองแม่ทัพภาคที่ 2 

              ปี 2518 พล.อ.เปรมเป็นแม่ทัพภาคที่ 2 ได้จัดตั้งหน่วยผสมพลเรือน ตำรวจ ทหารที่ 1718 (พตท.1718) มอบให้ พล.อ.อาทิตย์ เป็นผู้บัญชาการปราบคอมมิวนิสต์ภูซาง อีกด้านหนึ่งก็ทดลองใช้ทฤษฎีการเมืองนำการทหาร โดยเน้นยุทธวิธี “บ้านล้อมป่า” และจัดตั้ง “ไทยอาสาป้องกันตนเอง”(ทสป.) เพื่อต่อสู้ปกป้องหมู่บ้าน

              จริงๆแล้ว การจัดตั้งราษฎรอาสาต่อต้านคอมมิวนิิสต์ทำกันมานานแล้ว แต่ไม่ได้ผล เพราะไม่มีการติดอาวุธทางความคิด ฉนั้น พล.อ.หาญที่รับบทมือทำงานมวลชน จึงต้องอธิบายคำว่า “บ้านล้อมป่า” คืออะไร? เพื่อลบล้างแนวทาง “ชนบทล้อมเมือง” ของคอมมิวนิสต์

ชนะยังไง? พลิกตำรา "บ้านล้อมป่า" ฉบับ "แม่ทัพหาญ"

              ทีมงานของ พล.อ.หาญ สมัยโน้น ระหว่างการอบรม “ทสป.” วิทยากรต้องบอกกับชาวบ้านว่า เงื่อนไขความยากจน และการกดขี่ข่มเหงเอารัดเอาเปรียบของข้าราชการเลว ก่อให้เกิดคอมมิวนิสต์ ในระดับชาติ ต้องส่งเสริมระบอบประชาธิปไตย ขจัดเผด็จการ

              จากผลงานอันโดดเด่นของ ทสป. พล.อ.เปรม ในฐานะ ผบ.ทบ. จึงผลักดันให้รัฐบาลพล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ ยกระดับ ทสป. เป็นไทยอาสาป้องกันชาติ (ทสปช.) ตั้งแต่ปี 2522

              “บ้านล้อมป่า” รูปธรรมของการเมืองนำการทหาร เป็นต้นทุนที่เก็บรับมาจากภาคอีสาน และแม่ทัพหาญ นำไปต่อยอดสมัยอยู่ภาคใต้ในชื่อ “ใต้ร่มเย็น” ที่ผู้คนยังจดจำ 

 ***เรื่องที่เกี่ยวข้อง

สิ้น “พล.อ.หาญ ลีนานนท์”

ชนะยังไง? พลิกตำรา "บ้านล้อมป่า" ฉบับ "แม่ทัพหาญ"


รู้แล้ว สายตรงเสี่ยเปรมชัยเข้าป่า เขาทำอะไรมา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/312781

รู้แล้ว สายตรงเสี่ยเปรมชัยเข้าป่า เขาทำอะไรมา

คนในข่าว  :  10 ก.พ. 2561
นพดล พฤษะวัน,เปรมชัยล่าสัตว์ป่า

คนนี้ไง ที่จัดแจงโทรโทรศัพท์มาบอกเธอว่า มีคนรู้จักจะขออนุญาตเข้าพื้นที่ไปศึกษาธรรมชาติ ว่าแต่เขาเป็นใคร และทำอะไรมา!!!

 

ถอดหน้ากากแล้วครับ จากกรณีการจับกุม เปรมชัย กรรณสูต พร้อมพวก ลักลอบเข้าไปล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก

จากนั้น หลายฝ่าย โจมตีไปยัง กาญจนา นิตยะ ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชว่ารู้เห็นเป็นใจ ซึ่งเธอปฏิเสธมาตลอด

แต่แล้วเธอก็ได้เอ่ยปากถึงชื่อนี้ออกมา ซึ่งเวลานี้คนไทยอยากรู้จักเขามากที่สุด!!

เขาคือ นพดล พฤกษะวัน  ที่จัดแจงโทรโทรศัพท์มาบอกเธอว่า มีคนรู้จักจะขออนุญาตเข้าพื้นที่ไปศึกษาธรรมชาติ แต่ กาญจนา ผอ.สำนักอนุรัษ์ฯ ระบุว่า ตนไม่มีอำนาจหน้าที่อนุมัติ จึงทำได้เพียงโทรประสานให้

สำหรับรายละเอียดของการพูดคุยทางโทศัพท์คือ เขาได้แจ้งว่า เปรมชัย กรรณสูต พร้อมทีมงานอีก 3 คน จะขออนุญาตพักค้างคืน 2 คืน จะเข้าพักในวัน 3-5 ก.พ เพื่อศึกษาธรรมชาติ เนื่องจากเจ้าสัวผู้นี้ ชอบเข้าป่า รักธรรมชาติมาก!!!

ถามว่า นพดลผู้นี้เป็นใคร ถึงสามารถสายตรงเข้ามาได้ขนาดนี้ แน่นอนเขาเคยเป็นข้าราชการในกรมอุทยานมาก่อน แต่รู้หรือไม่ว่า เขายังเป็นรุ่นพี่ของ วิเชียร ชิณวงศ์ ฮีโร่จับพรานของคนไทยตอนนี้อีกด้วย!!

  โดยข้าง นพดลนั้น ก็เป็นศิษย์เก่าคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์ รุ่น 36 KU 30 แต่มากกว่านั้นคือ ปัจจุบันเขาเป็นที่ปรึกษา บ.อิตาเลียนไทย ซึ่งเพียงแค่นี้..หลายก็คงพอจะเห็นภาพรอยต่อแห่งสายสัมพันธ์!

อย่างไรก็ดี หากจะแจกแจงแล้ว ต้องพูดว่า นพดลผู้นี้ ถือเป็นคนที่กว้างขวางไปได้หมดคนหนึ่ง ทั้ง ราชการ การเมือง และธุรกิจ

ในด้านราชการ เขานั้นเคยรับราชการในตำแหน่ง ผอ.ส่วนกิจการพิเศษ สำนักอุทยานแห่งชาติ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าอุทยานแห่งชาติสิรินาถ ตำแหน่งป่าไม้จังหวัดภูเก็ต

ช่วงนั้น มีการออกเอกสารสิทธิให้กับโรงแรมภูเก็ตอคาเดีย เมื่อครั้ง เกษมสันต์ จิณณวาโส เป็นอธิบดักรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ตั้งให้เขาเป็นหน้าห้องอธิบดี

ตำแหน่งสุดท้ายของนพดล คือ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ (ซี 9) ที่ 6 จ.สงขลา เรียกว่าปกครองผู้ใต้บังคับบัญชา 52 หน่วยงาน บุคลากรกว่า 1,700 คน!! ก่อนที่ชีวิตจะโลดแล่นเข้าเส้นทางธุรกิจ โดยเขาไปเป็นที่ปรึกษา บริษัท อิตาเลี่ยนไทย รับดูแลเกี่ยวกับโครงการเขื่อนแก่งเสือเต้น และอื่นๆ อีกมากมาย

  แต่ที่น่าจะสุดยอดของสุดยอด คือ โครงการที่ทวาย ประเทศเมียนมาร์ ช่วงปี 2555 หรือโครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวาย ที่สุดท้ายเขาได้เข้ามาเป็นหนึ่งในทีมผู้บริหารที่ทวายโปรเจ็กต์!!

พูดถึงทวายโปรเจคต์ ต้องบอกว่าเป็นอภิมหาสุดยอดอลังการงานสร้างของ  ITD-อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ที่ บิ๊กบอส “เสี่ยเปรม” ภูมิใจเสนอ มูลค่ากว่า 2-3 แสนล้านบาท!!

  และงานนี้ก็ได้ นพดล พฤกษะวัน ผู้นี้แหละเป็นที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในเรื่องการการจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ)

นอกจากนี้ยังดูแผนด้านซีเอสอาร์ ที่ต้องเคลื่อนย้ายประชากรประมาณ 4 พันครอบครัว 3-4 หมื่นคนออกไปอยู่ในพื้นที่จัดสรรให้ 3 แห่ง ประกอบด้วย 1.บาวา 2.ปันดินอิน 3.ปะกอว์ซู และยังดูแลด้านการศึกษา และจัดแพทย์ให้บริการรักษาพยาบาลฟรีอีกด้วย

อย่างไรก็ดี ยังมีช่วงเวลาหนึ่งที่ ชีวิต ของ นพดล พฤกษะวัน ได้ข้ามไปมีบทบาททางการเมือง ในตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย อีกด้วย

  วันนี้หน้าข่าวได้กล่าวถึงเขาไปทั่ว และพนักงานสอบสวนได้พยายามติดต่อไปยังเขา เพื่อเรียกเข้ามาสอบปากคำในประเด็นว่า เปรมชัย มีเจตนาเข้าไปล่าสัตว์หรือไม่

แต่ยังไม่มีการตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก!

รู้จักยัง?? “วิเชียร” มือจับ “เปรมชัย”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/312317

รู้จักยัง?? “วิเชียร” มือจับ “เปรมชัย”

คนในข่าว  :  7 ก.พ. 2561
วิเชียร ชินวงษ์ นักวิชาการป่าไม้ หัวหน้าเขตรักพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก

เขาได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความยุติธรรมเท่าเทียมกันไปแล้ว ไม่เพียงเฉพาะกับ “มนุษย์” สู่เพื่อนมนุษย์ด้วยกันเอง แต่ยังเพื่อ “เพื่อนร่วมโลก” ในผืนป่าอีกด้วย!!

                พระเจ้า โปรดส่งคนแบบนี้ลงมามากๆ

เขาคือ พญาเสือ วิเชียร ชินวงษ์ นักวิชาการป่าไม้ หัวหน้าเขตรักพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก

ผู้สร้างชื่อให้กับ “วนศาสตร์ KU59”!! และยังสร้างความภาคภูมิใจให้คนไทยทั้งประเทศ !!

“ผมไม่กลัว ผมมาทำงานเพื่อปกป้องป่า!”  คำกล่าวนี้ กำลังได้รับการโจษจันทน์ถึงความกล้าหาญ โดยเขาได้กล่าวหลังเสร็จภารกิจเข้าจับกุมผู้บริหารอิตาเลียนไทย ลอบเข้าไปตั้งแคมป์ยิงสัตว์ จนเจ้าหน้าที่แจ้ง 6 ข้อหาพร้อมพวกอีก 3 คน

หลายคนอยากรู้จักเขาคนนี้ และแน่นอน ก็ได้พบว่า ประวัติในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่คนดังกล่าว เรียกว่าผ่านมาแล้วทั้งบู๊ดุเดือดเต็มไปด้วยความกล้าหาญ ไม่หวั่นเกรงอิทธิพล!!

ประวัติส่วนสำหรับคนที่ไม่ใช่เซเลบ อาจไม่มีเผยแพร่ รู้แต่เพียงว่า บิดาเขาคือ นายกรณ์ ชิณวงษ์ อายุ 61 ปี มารดา คือ นางวงเดือน ชินวงษ์ อายุ 56 ปี อาศัยอยู่ที่หมู่ 10 บ้านลิ้นฟ้า อ.ยางชุมน้อย จ.ศรีสะเกษ

ส่วนประวัติผลงานของเขา มีมากมายหาอ่านได้หน้าข่าว หลังจากนี้ คนไทยต้องช่วยกันยกย่อง

เช่น ช่วงกันยายนปีที่แล้วเสือ ฮีโร่ของเราคนนี้ กับทีมชุดพญาเสือ ร่วมกับสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 อุทยานฯเขาแหลม เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปทส.ภ.จว.กาญจนบุรี นำกำลังกว่า 50นาย เข้าตรวจสอบพบ พื้นที่ป่าบ้านกองมองทะ ซึ่งเป็นพื้นที่ป่ามรดกโลกทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก ม.2 ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรีจ.กาญจนบุรี จนพบว่า มีการบุกรุกพื้นที่ป่ามรดกโลกจำนวน 160ไร่ จึงทำการตรวจยึดพื้นที่พร้อมสิ่งปลูกสร้างและพืชอาสิน

และคนกระทำการนี้ก็เป็นถึงระดับ นักการเมืองในจ.กาญจนบุรี โดยในส่วนของพื้นที่กว่า 160 ไร่ ดังกล่าว มี สจ.ของเมืองกาญจน์ผู้หนึ่งเป็นผู้ครอบครอง โดยเป็นลักษณะนายทุนไม่เข้าข่ายผู้ยากไร้ ตามคำสั่ง คสช.ที่66/2557 ที่สุดคณะเจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันตรวจยึด พร้อมแจ้งข้อกล่าวหากับสจ.คนดังกล่าว

 

รู้จักยัง?? "วิเชียร" มือจับ "เปรมชัย"

วิเชียร ชินวงษ์ นักวิชาการป่าไม้ หัวหน้าเขตรักพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก

หรือถัดจากนั้นมาถึงวันที่  11 พ.ย. ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุด ฉก.พญาเสือ กรมอุทยานฯ ไปตรวจสอบยังบริเวณกลางป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก บ้านห้วยเสือ หมู่ 1 ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี

หลังรับแจ้งจาก นายวิเชียร ชินวงศ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก  เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนปะทะกับกลุ่มพรานที่ลักลอบเข้าไปล่าสัตว์ป่า

งานนี้พบว่ามีการปะทะกันดุเดือด โดยที่เกิดเหตุพบศพ นายเทวัญ บำรุงเชื้อ อายุ 19 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดเข้าที่ขมับด้านซ้าย 1 แผล กระสุนฝังใน และสามารถจับกุมตัว นายมูเซอ ไม่มีนามสกุล ชาวพม่า อายุ 35 ปี

นอกจากนี้ยังพบของกลางซากสัตว์ป่าหลายชนิด ประกอบด้วย 1.กบทูด 24 ตัว รวมน้ำหนักกว่า 5 กก. 2.ซากเม่นหางพวงชำแหละแล้ว 2 ซาก 3.ชะมดแผงหางปล้องชำแหละแล้ว 2 ซาก พร้อมอาวุธปืนแก๊ปยาว 2 กระบอก และอุปกรณ์ยังชีพในป่าอีกหลายรายการ นอกจากนี้ยังมีคนร้ายหลบหนีไปได้ 1 คน คือ นายเอ ไม่มีนามสกุล ชาวกะเหรี่ยง

และยังมีอีกหลายปฏิบัติการที่ วิเชียร ชินวงษ์ ทำตามอุดมการณ์เพื้อผืนป่ามาตลอด

  รวมถึงครั้งล่าสุดนี้ ที่เขาได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความยุติธรรมเท่าเทียมกันไปแล้ว ไม่เพียงเฉพาะกับ “มนุษย์” สู่เพื่อนมนุษย์ด้วยกันเอง แต่ยังเพื่อ “เพื่อนร่วมโลก” ทั้งต้นไม้พืชพรรณ และสัตว์ในผืนป่าอีกด้วย!!

 

รู้จักยัง?? "วิเชียร" มือจับ "เปรมชัย"

 

ทุกชีวิตต้องได้รับความเป็นธรรม !!

และขอคารวะอีกครั้งด้วยภาพนี้ ซึ่ง เป็นภาพในเฟซบุ๊คของ ภัทรพล ล็อต มณีอ่อน หรือ นายสัตวแพทย์ภัทรพล มณีอ่อน หรือ “หมอล็อต” นายสัตวแพทย์ประจำกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

เขาโพสต์รูป วิเชียร ชินวงศ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก หัวหน้าชุดจับกุมนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลี่ยนไทย ดีเวล็อปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และพวก 3 คน ที่ลักลอบตั้งแคมป์พักแรม และล่าสัตว์ป่า พร้อมระบุว่า

 

รู้จักยัง?? "วิเชียร" มือจับ "เปรมชัย"

 

Lotter: “สภาพนี้ ไม่สุดๆจริงๆหลับไม่ได้” หลังจากอดหลับอดนอนมาสองวันสองคืน ดูแลสุขภาพนะเชียร เชื่อมั่นในการทำงานของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พวกเรามาร่วมให้กำลังใจหัวหน้าวิเชียรและเจ้าหน้าที่ทุกคนในช่องทางนี้ได้นะครับ”

///////

ขอบคุณภาพจากเฟซบุค คนอนุรักษ์

และผู้ใช้เฟซบุค Darin Chuychart Lotter

 

***เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ไฟลาม “อิตาเลียนไทย” !! แห่ลงชื่อบอยคอต

เปิดคลิปลับ หลังจับ “เปรมชัย” “ขออะไรผมให้หมด” !!

ผงะ !! ค้นบ้าน “เปรมชัย” เจอปืน 43 กระบอก !!

จับกลางป่า!! ประธานอิตาเลียนไทยล่าสัตว์ทุ่งใหญ่ฯ

ใช่มั้ย? ทุ่งใหญ่ภาค 2

BNK48 แฟรนไชส์นี้ ขายอะไร?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/311362

BNK48 แฟรนไชส์นี้ ขายอะไร?

คนในข่าว  :  30 ม.ค. 2561
ิbnk48

    ถามถึงวิธีการสร้างรายได้ แน่นอนการทำธุรกิจไม่ใช่ทำมูลนิธิ วิธีการหาเงินจากธุรกิจนี้ ดูแล้วเหมือนจะเป็น “แฟรนไชส์ขายของผ่านไอดอล”นั่นเอง

          อะไรที่ทำให้ฝั่งไทยคิดเดินตามรอยธุรกิจ “ไอดอล” ของแดนปลาดิบ ตามหลังเขาถึง 13 ปี ! ถ้าไม่ใช่เพราะความแรงที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า ปังแน่ !!

          ใช่แล้ว เรากำลังพูดถึง วง “BNK48” ไอดอลไทย วง “น้องสาว” ของ “AKB48” ไอดอลสาวจากประเทศญี่ปุ่น

BNK48 แฟรนไชส์นี้ ขายอะไร?

ภาพจากhttp://disney.wikia.com/wiki/File:AKB48.jpg

          แต่ถ้าจะให้เข้าใจง่ายๆ ในพื้นที่จำกัด ขอคัดเนื้อๆ มาเล่าสู่กันฟัง

          13 ปีก่อน นักลงทุนญี่ปุ่น ยาสุชิ อะกิโมโตะ (ผู้ก่อตั้ง) เกิดหัวใสตั้งวงไอดอลสาวในชุดนักเรียนกระโปรงสั้นขึ้นมา ในคอนเซปต์ “ไอดอลในชุดนักเรียน ที่ทุกคนสามารถพบปะได้ทุกวัน”

          โดยมีการรับสมัครและเฟ้นหาจนสามารถเปิดตัว สมาชิก AKB48 รุ่นแรก 21 คน ในเดือนตุลาคม 2548

          วิธีการเข้าถึงไอดอลสาวเหล่านี้คือ พวกเธอจะมีการแสดงที่ “โรงละคร” หรือ “เธียเตอร์” ในตึก “ดอนกิโฆเต้” ย่านอากิฮาบาระ มีการแสดงหมุนเวียนทุกวันให้แฟนๆ ได้เข้ามาชื่นชมตัวจริง

          แต่ด้วยความแปลกใหม่ ช่วงแรกจึงไม่ปังอย่างที่คิด ซิงเกิลแรกขายได้สี่หมื่นกว่าแผ่น แต่ทั้งทีมงาน และสาวๆ ก็อดทนฟันฝ่ามาจนเริ่ม “ซึมลึก” และประสบความสำเร็จในที่สุดหลังจากเปิดตัวครั้งแรกถึง 4 ปี!

          โดยเพลง RIVER ที่เดิมทีนักแต่งเพลงของทีม ตั้งใจแต่งวัดดวง ก่อนที่ทางต้นสังกัดจะยุบวงทิ้ง แต่ปรากฏว่า “รุ่งสุดๆ”

BNK48 แฟรนไชส์นี้ ขายอะไร?

          เพราะวางขายครั้งแรก 21 ตุลาคม 2552 ทำยอดขาย 179,000 แผ่นในสัปดาห์แรก กระชากวงให้ขึ้นมาจากหลุมดำขึ้นมาจนได้และสวยสดงดงามยิ่ง จน AKB48 เป็นที่ขานรับไปทั่ว และธุรกิจยังคงดำเนินต่อเนื่องมาได้จนถึงปัจจุบัน

          หันมามาดูฝั่งไทย ในภาพรวม BNK48 ซึ่งออกเสียงว่า “บีเอ็นเคโฟร์ตีเอต” ก็ถือกำเนิดเกิดขึ้นตามรอยพี่สาวฟากโน้นเป๊ะ! โดยคงคอนเซปต์ “ไอดอลที่คุณสามารถไปพบได้”

          หลังเปิดออดิชั่นในปี 2559 หลายรอบจนพอใจ วันที่ 2 มิถุนายน 2560 ได้มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการกับสาวๆ ทั้ง 29 คน ในงาน “บีเอ็นเคโฟร์ตีเอตเดอะเดบิวต์” ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์

          พร้อมซิงเกิลแรก “อยากจะได้พบเธอ” มี 3 เพลง คือ “อยากจะได้พบเธอ”, “ก็ชอบให้รู้ว่าชอบ” และ “365 วันกับเครื่องบินกระดาษ” แต่เพลงที่ปังสุดๆ คือ “คุกกี้เสี่ยงทาย” ที่เปิดตัวครั้งแรก ในคอนเสิร์ต “2017 โฟร์วันวัน แฟนดอมปาร์ตี้อินแบงคอก” ที่รอยัลพารากอนฮอลล์ ที่ออกวางจำหน่ายเมื่อ 20 ธันวาคม 2560

BNK48 แฟรนไชส์นี้ ขายอะไร?

ขอบคุณภาพจากเฟซบุค  BNK48

          เพราะจุดขาย ไม่ใช่หน้าตาดี หรือร้อง เล่น เต้นเก่ง แต่ต้องเป็นคนที่มีเสน่ห์ดึงดูดที่ผู้คนสามารถเข้าถึงได้ง่าย ดังนั้นก่อนจะมีวันนี้ สาวๆ ทั้งหมด (ปัจจุบันมี 28 คน) ต้องเก็บตัวฝึกฝนการร้อง และเต้น รวมไปถึงการสร้างบุคลิก เพื่อให้เหมาะสมกับความเป็น “ไอดอล”

          สมาชิกในทีม BNK48 24 คนแรกที่เป็นหลัก คือ เฌอปราง, ตาหวาน, ปัญ, อร, มิวสิค, เนย, แก้ว, แจน, เจนนิษฐ์, ปูเป้, ไข่มุก, โมบายล์, น้ำหนึ่ง, เคท, เจน, มิโอริ, จ๋า, แคน, มายด์, น้ำใส, อิสึรินะ, ซัทจัง ,จิ๊บและ ก่อน ส่วนสมาชิกที่เหลือ อีก 4 คนคือ เมษา เปี่ยม นิ้ง และ น้ำหอม จะเป็น “เคงคิวเซย์” หรือ “เด็กฝึกหัด” ที่ต้องฝึกฝนเตรียมพร้อมเผื่อได้มีซิงเกิลกับเขาบ้าง

          นอกจากนี้ ยังมีการแบ่งเป็นสมาชิกที่เรียกว่า “เซ็นบัตสึ” อีก 16 คน ซึ่งก็เป็นคนในทีมหลักนั่นเอง

BNK48 แฟรนไชส์นี้ ขายอะไร?

ขอบคุณภาพจากเฟซบุค  BNK48

          และยังมีทีม BIII หรือ “บีทรี” ที่จะมีการแบ่งสถานะ เป็น “เมมเบอร์หลัก” และ “ตัวสำรอง” หรือที่เรียกว่า “อันเดอร์เกิร์ล” โดยในทีมยังมีการแบ่งเป็น “กัปตันทีม” “รองกัปตัน” อีกด้วย

          ทุกคนจะทำหน้าที่ตามหมายที่กำหนดขึ้น ใครติดภารกิจก็ให้ตัวแทนทำหน้าที่แทน ขณะที่หากใครจะต้องออกจากวง ก็จะเรียกว่า “จบการศึกษา” เช่นไปเรียนต่อ ฯลฯ

          ถามถึงวิธีการสร้างรายได้ แน่นอนการทำธุรกิจไม่ใช่ทำมูลนิธิ วิธีการหาเงินจากธุรกิจนี้ ดูแล้วเหมือนจะเป็น “แฟรนไชส์ขายของผ่านไอดอล”

          เพราะที่จริงไทยก็เป็นเหมือนอีกสาขาของญี่ปุ่น โดยยังมีไต้หวัน อินเดีย อินโดนีเซีย ที่ต่างก็มีวงไอดอลเกิร์ลกรุ๊ปแบบเดียวกันเป๊ะ!

BNK48 แฟรนไชส์นี้ ขายอะไร?

ขอบคุณภาพจากเฟซบุค  BNK48

          ของไทยดำเนินการโดย “บีเอ็นเคโฟร์ตีเอต ออฟฟิศ” โดยเป็นการร่วมทุนระหว่าง บริษัท โรส อาร์ทิสท์ เมเนจเม้นท์ (90%) มี จิรัฐ บวรวัฒนะ เป็นประธานบริษัท และ บริษัท เอเคเอส จำกัด สัญชาติญี่ปุ่น (10%)

          และ ณัฐพล บวรวัฒนะ (น้องชาย) เป็นผู้จัดการวง โดยสาวๆ จะได้รับสัญญา 6 ปี และสามารถต่ออายุสัญญาใหม่ได้

          จิรัฐ ในฐานะประธานบริษัทบีเอ็นเคโฟร์ตีเอต ออฟฟิศ เคยให้สัมภาษณ์ว่า บริษัทลงทุนเป็นจำนวนเงิน 200 ล้านบาท ภายในปี 2560 และ 2561 โดยคาดหวังว่าจะคืนทุนได้ในปี 2562

          และการประชาสัมพันธ์ส่วนใหญ่จะใช้ช่องทางโซเชียลมีเดีย รายได้หลักมาจากการขายสินค้า การปรากฏตัวตามงานกิจกรรม และผู้สนับสนุนหลัก

          สำหรับ “ตู้ปลา” ของไทยอยู่ที่ “เอ็มควอเทียร์” ที่กิจกรรมจะยังมีผ่านการถ่ายทอดสดทางเฟซบุ๊กและยูทูบ

BNK48 แฟรนไชส์นี้ ขายอะไร?

ขอบคุณภาพจากเฟซบุค  BNK48

          นอกจากนี้ยังมี “เธียเตอร์” ชื่อว่า “บีเอ็นเคโฟร์ตีเอต เดอะแคมปัส” ตั้งอยู่ที่ชั้น 4 เดอะมอลล์บางกะปิ ไว้จัดกิจกรรม และจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการกุมภาพันธ์ นี้

          อย่างไรก็ดี ภายใต้ความสนุกสนานของการแสดงต่างๆ และการร่วมทุน แต่เนื้อหาคอนเทนต์ต่างๆ จะต้องอ้างอิงออริจินัลหมด

          ขนาดชื่อวง BNK48 แน่นอน BNK คือ Bangkok แต่ 48 ก็มาจาก ชื่อของประธานบริษัทฝั่งญี่ปุ่นคือ “ชิบะ โคทาโร่” โดยชิ คือ 4 และ บะ คือ 8

          นอกจากนี้ งานใดก็ตามที่อนุญาตให้สมาชิกวงไปปรากฏตัวสู่สาธารณะ งานนั้นต้องเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์ เกม หรือสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวกับญี่ปุ่น

          นี่ยังมีบรรดาของที่ระลึก ภาพถ่าย แม้แต่การขอจับมือ ทุกอย่างต้นสังกัดสั่งมาว่า ต้องนับเป็นเงินหมด!!

          หรือในรายการทีวี เช่น บีเอ็นเคโฟร์ตีเอต เซ็มไป ก็ยังมีรายการท่องเที่ยวญี่ปุ่นมาแทรกในช่วงท้าย ฯลฯ

          ส่วนเพลงต่างๆ ของทุกวง ไม่ว่าประเทศไหน จะต้องทำเพลงที่มีใน AKB48 หรือทางต้นฉบับญี่ปุ่นส่งมาให้ แล้วใส่เนื้อของภาษานั้นๆ

          หากจะทำเพลงเอง จะต้องทำหนังสือขออนุญาตจากต้นสังกัดญี่ปุ่นเท่านั้น

          อย่างเพลง “คุกกี้เสี่ยงทาย” ที่เราชอบกันนักหนาก็มาจากเพลงต้นฉบับชื่อ “Koisuru Fortune Cookie”

          บอกเลย…เห็นความปังตอนนี้แล้ว อาจต้องยอมใจ ให้แก่กระแสสื่อออนไลน์ และโนว์ฮาวจากฝั่งญี่ปุ่น ที่ทำให้ดูมีอนาคตสดใส !

          แต่ยังมีมุมที่เหลือคือ “จริตของคนไทย” ว่าจะชอบ “เจ-ป๊อป” แบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนกัน!

มาล้าววว.. “เสี่ยติ่ง” คัมแบ็ค พรรคพลังพลเมือง..สาขา?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/311203

มาล้าววว.. “เสี่ยติ่ง” คัมแบ็ค พรรคพลังพลเมือง..สาขา?

คนในข่าว  :  29 ม.ค. 2561
ปิยะณัฐ วัชราภรณ์, เฉลิมพันธุ์ ศรีวิกรม์, กลุ่ม 10 มกรา, มงคล จงสุทธนามณี, มณฑล สุทธาธนะโชติ, เอกพร รักความสุข, พรรคพลังพลเมือง, เสี่ยติ่ง, เสี่ยติ่ง สัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์, สัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์

ว่ากันว่า “พลังพลเมือง” น่าจะลดแรงต้านจากประชาชนในพื้นที่เหนืออีสาน แทนที่จะสวมเสื้อแบรนด์ “ปชป.” และ “ภูมิใจไทย” ลงสนามของ “เสี่ยติ่ง”

          เลื่อนกี่เดือนกี่ปี ไม่มีความหมายสำหรับ “นักเลือกตั้ง” ขอแต่ให้มีการเลือกตั้งเท่านั้น ไม่เกี่ยงเวที ไม่เกี่ยงกติกา

          ว่าแล้ว “เสี่ยติ่ง” สัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ นักการเมืองอาวุโส ก็เปิดบ้านพักย่านถนนราชวิถี นัดหมายเพื่อนอดีต ส.ส. และอดีตรัฐมนตรี เตรียมการจัดตั้ง “พรรคพลังพลเมือง” 

มาล้าววว.. "เสี่ยติ่ง" คัมแบ็ค พรรคพลังพลเมือง..สาขา? 

สัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ 

          พรรคนี้ก็เป็นพรรคเดียวกันกับ “เอกพร รักความสุข” เคยบอกกล่าวเล่าสิบผ่านสื่อมาแล้ว และอันที่จริง “เสี่ยติ่ง” ก็เคยแอบกระซิบคอลัมนิสต์ใหญ่ค่ายหัวเขียวมาแล้วว่าจะตั้งพรรคพลังพลเมืองมาแต่ต้นปี

          “เสี่ยติ่ง” วัย 70 กว่าปี เป็น ส.ส.กรุงเทพฯ สมัยแรกปี 2529 สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ต่อมา เกิด “กลุ่ม 10 มกรา” ในพรรค ปชป. เฉลิมพันธุ์ ศรีวิกรม์ เลยพาพรรคพวกออกไปตั้งพรรคประชาชน โดยเสี่ยเฉลิมพันธ์กับเสี่ยติ่ง ไปลงสนามโคราช ปรากฏว่า หัวหน้าพรรคประชาชนสอบได้ แต่เสี่ยติ่งสอบตก

          หลังรัฐประหาร 2534 เสี่ยติ่งชวนเสี่ยเฉลิมพันธุ์ ไปร่วมก่อตั้งพรรคสามัคคีธรรม พอใกล้วันเปิดตัว เสี่ยเฉลิมพันธุ์หายตัวไป เสี่ยติ่งเลยต้องไปเกาะพ่อเลี้ยงณรงค์ วงศ์วรรณ และพ่อเลี้ยงกระเตงเสี่ยติ่งไปสมัคร ส.ส.เชียงราย

          ว่ากันตามภาษาเซียนเลือกตั้ง เสี่ยติ่งไปเป็น “หมาหลง” (ทางการเมือง) อยู่เชียงราย มีโอกาสแพ้สูงมาก แต่พ่อเลี้ยงณรงค์ออกแรงช่วยเต็มที่ พร้อมกับ “บิ๊กเต้” พล.อ.อ.เกษตร โรจนนิล อดีตผู้นำ รสช.สมัยโน้น เทียวไปทำบุญเชียงรายอยู่บ่อยๆ ในช่วงนั้น คะแนนเสี่ยติ่งจึงมาเป็นกอบเป็นกำ และได้เป็น ส.ส.อีกสมัย

          นับจากนั้น เสี่ยติ่งก็ปักหลักอยู่ที่เชียงราย เป็น ส.ส.อีก 2 สมัย แต่ย้ายพรรคไปเรื่อย จากพรรคสามัคคีธรรมไปพรรคชาติไทย และพรรคความหวังใหม่ ก่อนจะโยกมาอยู่พรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชน โดยพยายามปั้น “ศิลัมพา” ลูกสาวแทน

          การเลือกตั้งปี 2554 เสี่ยติ่งมารับบทแม่ทัพพรรคภูมิใจไทยสายเหนือ ร่วมกับ “เสี่ยเล็ก” มณฑล สุทธาธนะโชติ หรือ มงคล จงสุทธนามณี อดีต ส.ส.เชียงราย ผลเลือกตั้งภูมิใจไทยพ่ายทุกสนามในภาคเหนือตอนบน

          เสี่ยติ่งเงียบหายไป จนหลายคนนึกว่า เลิกเล่นการเมืองไปแล้ว เมื่อปี่กลองดัง เสี่ยเจ้าของโรงเรียนพาณิชยการและอนุบาลริมถนนราชวิถี ก็หวนคืนสังเวียน

          สำหรับ เอกพร รักความสุข อดีต ส.ส.สกลนคร ที่ต้องเว้นวรรคการเมืองเพราะเป็นผู้บริหารพรรคไทยรักไทย ก็ห่างหายไปทำหน้าที่เป็นอาจารย์สอนหนังสือหลายมหาวิทยาลัย

มาล้าววว.. "เสี่ยติ่ง" คัมแบ็ค พรรคพลังพลเมือง..สาขา? 

เอกพร รักความสุข

          จริงๆ แล้ว “เอกพร” ไม่ได้วางมือทางการเมือง คนสกลนครทราบดีว่า เอกพรอยู่เบื้องหลังการเลือกตั้งนายก อบจ.สกลนคร โดยหนุน “ชัยมงคล ชัยรบ” เอาชนะคู่แข่งจากพรรคเพื่อไทย และ นปช. ก้าวขึ้นเป็นนายก อบจ.สกลนคร นอกจากนี้ เอกพรยังเป็นที่ปรึกษาให้กับ “โกมุท ทีฆธนานนท์” นายกเทศบาลนครสกลนคร

          นักการเมืองรุ่นลายครามอีกคนคือ ปิยะณัฐ วัชราภรณ์ ที่มีการยืนยันจากเอกพรว่า จะมาช่วยเป็นที่ปรึกษาพรรคพลังพลเมือง แต่ไม่ขอรับตำแหน่งกรรมการบริหาร

มาล้าววว.. "เสี่ยติ่ง" คัมแบ็ค พรรคพลังพลเมือง..สาขา? 

          เป้าหมายของพรรคนี้คือ เก้าอี้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ โดยหวังให้ “อดีต ส.ส.” ทั้งหลายลงสมัคร ส.ส.เขต โกยคะแนนให้ได้น้ำได้เนื้อ

          เหนืออื่นใด แบรนด์ “พลังพลเมือง” น่าจะลดแรงต้านจากประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือและอีสาน เมื่อเปรียบเทียบกับเลือกสวมเสื้อแบรนด์ “ปชป.” และ “ภูมิใจไทย” ลงสนาม

          พรรคพลังพลเมือง จึงเป็นพรรคที่ถูกออกแบบให้สอดคล้องกับสถานการณ์การเมืองยุค คสช. และกติกาเลือกตั้งใหม่