ASIA Entertainment : 7 เมษายน 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/331611

ASIA Entertainment : 7 เมษายน 2561

ASIA Entertainment : 7 เมษายน 2561

วันเสาร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ถึงวัยเกณฑ์ทหาร

ยังอยู่ในฤดูกาลการเกณฑ์ทหาร ล่าสุดไอดอลสุดฮอตอย่าง เตนล์ ชิตพล หนุ่มน้อยชาวไทยวัย 22 ปีแห่งวง NCT ก็ได้เดินทางกลับบ้านเกิดประเทศไทย เพื่อมายื่นเอกสารการเกณฑ์ทหาร ที่ห้องประชุมโรงเรียนวัดดิสานุการาม แขวงวัดเทพศิรินทร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม. ด้านหนุ่มเตนล์ที่ต้องเข้ารับการคัดเลือกในปีนี้ ก็ได้ยื่นใบรับรองแพทย์การผ่าตัดหมอนรองกระดูกหัวเข่าขวา ซึ่งจะถูกคัดอยู่ในประเภท 2คือ ไม่สมบูรณ์ดีแต่ไม่ถึงกับทุพพลภาพ ทำให้ไม่ต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหาร ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมาเจ้าตัวได้ขาดการรายงานตัวคัดเลือกทหารกองเกิน เนื่องจากได้ทำการผ่าตัดหัวเข่า จึงเตรียมเอกสารมายื่น แต่เอกสารมีการแก้ไขทำให้ยื่นไม่ทันกำหนดนั่นเอง

TVXQ! ครองวงการอีกครั้ง

กลับมาทวงบัลลังก์ความฮอตของวงการเพลงอีกครั้ง ด้วยอัลบั้มเต็มชุดที่ 8 New Chapter #1 : The Chance of Love ของ 2 หนุ่ม TVXQ! (ทงบังชินกิ) ที่มาพร้อมเพลงเปิดตัว
“The Chance of Love” โดยอัลบั้มชุดนี้ 2 สมาชิกอย่างหนุ่ม ยูโนว์ และ แม็กซ์ ได้มีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ ตั้งแต่การวางแผน, คอนเซ็ปต์, การเลือกเพลง ไปจนถึงการร้อยเรียงเรื่องราวของอัลบั้ม ให้สมกับเป็นอัลบั้มที่ปล่อยออกมาในรอบ 2 ปี 8 เดือน โดยในอัลบั้มนี้จะมีทั้งหมด 11 เพลงด้วยกัน ทุกเพลงล้วนกลั่นกรองผลิตออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ จนอัลบั้มนี้สามารถคว้าอันดับที่ 1 จากชาร์ต iTunesทั่วโลกได้ถึง 13 ประเทศด้วยกัน แถมยังขึ้นเป็นอัลบั้มขายดีอันดับที่ 1 ประจำวันในชาร์ตอัลบั้มที่เกาหลีอีกด้วยนอกจากนี้หนุ่มๆ ยังได้เตรียมตัวจัดคอนเสิร์ตเดี่ยวที่มีชื่อว่า “TVXQ! CONCERT-CIRCLE- #welcome”ที่ประเทศเกาหลีใต้ ในวันที่ 5-6 พฤษภาคมนี้ด้วย จัดเต็มสมการรอคอยกว่า 3 ปีเลยทีเดียว

ถูกสั่งย้ายหน่วย!!

มาที่นักแสดงหนุ่ม อีจุน ที่ตอนนี้กำลังเข้ารับราชการทหารตามหมายเรียกแต่ล่าสุดมีคำสั่งให้หนุ่มอีจุนย้ายหน่วยงานอย่างกะทันหัน เนื่องด้วยเจ้าตัวมีอาการวิตกกังวลจนไม่สามารถประจำการในหน่วยฝึกปกติได้ ซึ่งทางด้านต้นสังกัดก็ได้ออกมาแถลงการณ์ว่า อีจุนได้ย้ายไปประจำการที่หน่วยงานบริการสาธารณะ ซึ่งเขาได้มาประจำการทหารเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาและยังต้องเข้ารับการรักษาอาการวิตกกังวลที่ถูกวินิจฉัยระหว่างทำหน้าที่อยู่ในกรมทหาร ซึ่งอาการของเขาไม่ได้พัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น เขาจึงได้ผ่านกระบวนการตรวจสอบและได้ข้อสรุปว่าไม่สามารถทำหน้าที่ในหน่วยของกองทัพได้ แต่ถึงอย่างไรก็ตามเขาจะพยายามทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่ มาเอาใจช่วยให้หนุ่มอีจุนหายจากอาการที่เป็นอยู่ไวๆ กันเถอะ กำลังใจคือสิ่งสำคัญ!!

สวยแซ่บ

กลับมาอีกครั้งกับผลงานการแสดงเรื่องที่ 2 ของ จอย วง Red Velvet ซึ่งเธอได้เปลี่ยนลุคสวยแซ่บเพื่อรับบทบาทใหม่นี้กับตัวละครที่มีชื่อว่า อึนแทฮี จากเรื่อง Tempted ซีรี่ส์แนวโรแมนซ์-เมโลดราม่าจากช่อง MBC ที่จะชวนให้ทุกคนมานั่งดูและลุ้นกันตัวโก่งกับเรื่องราวของหนุ่ม-สาววัยแรกรุ่นที่ได้ก้าวเข้าสู่เกมรักอันตราย ประกบคู่กับพระเอกหนุ่มหุ่นแซ่บ อูโดฮวาน สำหรับแฟนๆ ชาวไทยไม่ต้องกลัวที่จะไม่ได้ชม เพราะสามารถรับชมซีรี่ส์เรื่องนี้ได้ทางแอพพลิเคชั่น Viu หรือ www.viu.com แค่สมัครสมาชิกก็ได้ดูฟรี และพิเศษสุดๆ สำหรับสมาชิกระดับพีเมียม เต็มอิ่มจุใจได้ก่อนใครได้ทุกวันอังคารและพุธ เวลา 21.00 น. พร้อมซับไทยถูกลิขสิทธิ์ ไม่มีโฆษณาคั่น

เดตกันอีกคู่!

เปิดตัวกันอีกคู่ให้สาวๆ ช้ำใจเล่น สำหรับนักแสดงหนุ่มหน้าหวาน คิมบอม วัย 29 ปี กับ โอยอนซอ วัย 31 ปี ซึ่งทางต้นสังกัดของหญิงสาวได้ออกมาเปิดเผยว่าทั้งสองกำลังคบหากัน โดยทั้งคู่ได้เรียนรู้สานความสัมพันธ์กันผ่านคนรู้จัก และเริ่มความสัมพันธ์กันหลังจากที่ซีรี่ส์เรื่อง Hwayugi สิ้นสุดลงเมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ขอให้ทุกคนสนับสนุนความรักของทั้งสองคนด้วย หลังจากนั้นทางต้นสังกัดของคิมบอมก็ได้ออกมายืนยันเรื่องราวๆ ดีแบบนี้เช่นกัน…ขอแสดงความยินดีกับความรักของทั้งสองคนด้วยนะคะ

ผู้ทรงอิทธิพล

ขอแสดงความยินดีกับหนุ่มๆ วง BTS ด้วยจ้า เพราะล่าสุด Forbes นิตยสารชื่อดังของโลกได้เผยรายชื่อบุคคลทรงอิทธิพลที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปี ในหมวดกีฬาและบันเทิง 30 อันดับซึ่งในฝั่งเอเชียก็มีนักแสดง นักกีฬาที่ได้รับคัดเลือกมากมาย และแน่นอนว่าหนุ่มๆ BTS ก็เป็นบอยแบนด์วงเดียวที่เข้ามาติดใน 30 อันดับนี้ด้วยเช่นกัน เชื่อว่าเหล่าอาร์มี่จะต้องภูมิใจกับศิลปินที่พวกเขารักอย่างมากแน่นอน!!

GOT7เตรียมเล่นใหญ่ พิเศษเพื่อแฟนชาวไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/331618

GOT7เตรียมเล่นใหญ่ พิเศษเพื่อแฟนชาวไทย

GOT7เตรียมเล่นใหญ่ พิเศษเพื่อแฟนชาวไทย

วันเสาร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.
เสาร์นี้ (7 เม.ย.) สาวกของบอยแบนด์จากเกาหลี วง GOT7เตรียมเงินในกระเป๋าให้พร้อม เพราะ4NOLOGUE และ JYP Entertainmentเตรียมมอบของขวัญสุดพิเศษเอาใจอากาเซชาวไทย (ชื่อแฟนคลับ) จัดGOT7 2018  WORLD TOUR “EYESON YOU” IN BANGKOK คอนเสิร์ตของ 7 หนุ่ม“เจบี, มาร์ค, จินยอง, แบมแบม, ยองแจ,แจ็คสัน, ยูคยอม” ที่พร้อมระเบิดความมันส์เป็นประเทศแรก (ต่อจากเกาหลี) ด้วยความพิเศษที่จัดให้ 3 รอบเต็มอิ่ม 11-13 พฤษภาคมนี้ ที่อิมแพค อารีน่าเมืองทองธานี กับรูปแบบเวทีที่มีแคตวอล์กใกล้ชิดแฟนๆ ที่สุด และไม่ซ้ำประเทศใดในโลกพร้อม Merchandise น่าสะสมอีกทั้ง 7 หนุ่มยังฝึกซ้อมเพลงไทยมาเพื่อร้องให้ฟังในคอนเสิร์ตนี้โดยเฉพาะอีกด้วยโดยจะเปิดขายบัตรวันนี้ (7 เม.ย.) ราคา 5,900/4,900 (ยืน,นั่ง)/3,900/2,900/1,900 บาท และเพื่อป้องกันมิจฉาชีพกดบัตรไปอัพราคา โฟร์โนล็อกและไทยทิคเก็ตเมเจอร์ จึงกำหนดให้ผู้ซื้อบัตรในช่วงเวลา 10.00-12.00 น. จ่ายเงินทันที และสงวนสิทธิ์การกดบัตรสูงได้ท่านละ 4 ใบ

สวยเซ็กซี่สยบสายตา ‘ซูริ ซูซานน่า’ผู้รับบท’คลาร่า’บุพเพสันนิวาส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/331694

สวยเซ็กซี่สยบสายตา 'ซูริ ซูซานน่า'ผู้รับบท'คลาร่า'บุพเพสันนิวาส

สวยเซ็กซี่สยบสายตา ‘ซูริ ซูซานน่า’ผู้รับบท’คลาร่า’บุพเพสันนิวาส

วันศุกร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2561, 20.52 น.

6 เม.ย.61 ฮอตฮิตไม่ตกจริงๆ สำหรับละครเรื่อง บุพเพสันนิวาส ที่ออนแอร์เมื่อไหร่เป็นต้องมีกระแสมาให้พูดถึงจนอินกันทั่วบ้านทั่วเมือง และด้วยความฮอตนี้เองทำให้นักแสดงตั้งแต่พระเอกไปจนถึงนักแสดงสมทบถูกพูดถึงกันแทบทุกตัวละครหนึ่งในนั้นหนีไม่พ้น คลาร่า ตัวละครสาวสวยที่มาเป็นมือที่สามระหว่าง ฟอลคอนและตองกีร์มาร์ หรือ แม่มะลิ ซึ่งทำเอาหลายคนหมันไส้กันไม่น้อยเลยทีเดียว

โดยตัวละคร คลาร่า รับบทโดย “ซูริ ซูซานน่า โรเนล” สาวลูกครึ่งไทยอเมริกันและฝรั่งเศส วัย 25 ปี ที่ฝากผลงานกับช่อง 3 มาแล้วหลายเรื่อง ก่อนที่จะเป็นรู้จักอย่างเต็มตัวในละครเรื่องนี้ ซึ่งชีวิตจริงเจ้าตัวก็มีความสวยสะดุดตาแฝงมุมเซ็กซี่ๆ ไม่แพ้ในละคร ซึ่งจะแซ่บขนาดไหนไปชมกัน

https://www.instagram.com/p/BhLeKrwHumi/

https://www.instagram.com/p/Bg5LMyXnR9x/

https://www.instagram.com/p/BgpUocQnglO/

https://www.instagram.com/p/BgOADednAYI/

https://www.instagram.com/p/BfsbGCMnxip/

https://www.instagram.com/p/BfITNXbnU8m/

https://www.instagram.com/p/BfFdBV8ndpJ/

https://www.instagram.com/p/BeCXgkiHUBl/

https://www.instagram.com/p/BeU5H0rnxvw/

https://www.instagram.com/p/Bd1sVDHHQOH/

https://www.instagram.com/p/BbbEkCynQQb/

https://www.instagram.com/p/BgxXs0hHsI2/

https://www.instagram.com/p/Bgl42iAHFEs/

https://www.instagram.com/p/BhMS2mSHfC5/

‘ลุค เบสซง’ใส่เกียร์เหยียบมิดไมล์ พา’Taxi5 โคตรแท๊กซี่ขับระเบิด’ กลับมาฮาเทอร์โบลั่นมันส์มิเตอร์ไหม้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/331693

‘ลุค เบสซง’ใส่เกียร์เหยียบมิดไมล์ พา'Taxi5 โคตรแท๊กซี่ขับระเบิด'  กลับมาฮาเทอร์โบลั่นมันส์มิเตอร์ไหม้

‘ลุค เบสซง’ใส่เกียร์เหยียบมิดไมล์ พา’Taxi5 โคตรแท๊กซี่ขับระเบิด’ กลับมาฮาเทอร์โบลั่นมันส์มิเตอร์ไหม้

วันศุกร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2561, 20.51 น.

มงคลเมเจอร์ นำภาพยนตร์แอคชั่นสุดมันส์ระดับตำนานที่ทุกคนทั่วโลกรู้จักกันดีกับ “Taxi 5 โคตรแท็กซี่ขับระเบิด” เรื่องราวความสนุกครั้งใหม่ของสองคู่หูสุดป่วนแห่งฝรั่งเศส กับภารกิจแท๊กซี่ซิ่งมิดไมล์ปะทะแก๊งโจรเฟอร์รารี่อิตาลี จนเกิดเป็นความฮากรามค้าง จากผู้อำนวยการสร้างแถวหน้าของโลกอย่าง ลุค เบสซง ร่วมด้วยผู้กำกับและนักแสดงนำของเรื่อง ฟรองค์ แกสแตมบิด (Pattaya) ที่ขอจับมือสร้างความฮาป่วนกับ มาลิก บองทาล่า ร่วมด้วย ซัลวาตอเร่ เอสโปซิโต้ (Gomorra) โดยฟรองค์ได้กล่าวว่า

“ ลุคเปิดโอกาสให้เรา เขาเป็นคนให้กำเนิดตำนาน Taxi เท่านั้นไม่พอเขายังกำกับ The Fifth Element, Lucy, Nikita เขาโปรดิวซ์ District 13, Transporter หนังพวกนี้มันอยู่ในความทรงจำของเราหมด ผมรักหนังเรื่องนี้ครับ ลองจินตนการดูว่าเราได้ทำ Taxi ภาคใหม่สิ นึกภาพว่าเราอยู่บนแท็กซี่คันหนึ่งในมาร์กเซย กดปุ่มแล้วรถแท็กซี่สุดเห่ยก็แปลงร่างเป็นรถซิ่ง จะเป็นยังไงถ้าเอาแท็กซี่มาปะทะกับรถอิตาเลียน แม้ในภาคนี้เรามีตัวละครนำใหม่แล้ว แต่คุณจะสร้าง Taxi ไม่ได้เลยครับ ถ้าไม่มีแท็กซี่สีขาว มาร์กเซย และผู้บัญชาการ กิแบร์ (เบอร์นาร์ด ฟาร์ซี) เขาคือหัวใจหลักของความตลกใน Taxi ทุกภาค เขาคือสีสัน เป็นหัวหน้าตำรวจสุดเพี้ยน เรารักตัวละครนี้มาก แต่ละภาคผ่านไปเขายิ่งมีบทบาทสำคัญขึ้นเรื่อยๆ จนกลายมาเป็นหนึ่งในตัวละครหลักถ้าคุณเป็นแฟน Taxi คุณย่อมอยากเห็นเขากลับมาแน่นอนครับ”

เรื่องราวเมื่อ ซิลเวียง มาโคร (แฟรงค์ แกสตัมบิด) นายตำรวจที่ได้ถูกสั่งย้ายไปประจำการที่สถานีตำรวจในเมืองมาร์กเซย ภารกิจของเขาคือออกไล่ล่าปราบแก๊งโจรอิตาเลียนที่ใช้รถเฟอร์รารี่สุดยอดแรงม้าทรงพลังในการปล้นธนาคาร งานนี้ ซิลเวียง จึงต้องแท็กทีมกับ เอ็ดดี้  มาคลูฟ (มาลิก บองทาล่า) คนขับแท็กซี่สายซิ่งเพื่อออกตามหารถแท็กซี่เปอร์โยสีขาวในตำนานเท่านั้น  ที่โคตรแรงทั้งสมรรถนะ ความเร็ว และเทคโนโลยี เพื่อใช้ต่อกรกับแก๊งโจรให้ ลั่น มันส์ ฮา ระเบิด กันไปข้าง

ได้เวลาส่งต่อความระห่ำ จัดเต็มใส่เกียร์ห้า เอาให้ ฮา! เทอร์โบลั่น มันส์! มิเตอร์ไหม้ “TAXI 5 โคตรแท็กซี่ขับระเบิด” : 19 เมษายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

‘เอ๋’จัดปาร์ตี้วันเกิดธีมบุพเพสันนิวาส ‘ป๋อ’ขอจัดเต็มเป็นคุณพี่เดช

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/331599

'เอ๋'จัดปาร์ตี้วันเกิดธีมบุพเพสันนิวาส 'ป๋อ'ขอจัดเต็มเป็นคุณพี่เดช

‘เอ๋’จัดปาร์ตี้วันเกิดธีมบุพเพสันนิวาส ‘ป๋อ’ขอจัดเต็มเป็นคุณพี่เดช

วันศุกร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2561, 15.46 น.

6 เม.ย.61 อินเทรนด์สุดๆ สำหรับปาร์ตี้วันเกิดของนักแสดงสาว “เอ๋ พรทิพย์” ที่ได้จัดงานวันเกิดอายุครบ 37 ปี ในธีมบุพเพสันนิวาส โดยมีแก๊งเพื่อนมาร่วมปาร์ตี้ด้วยที่บ้านเรือนไทยติดแม่น้ำเจ้าพระยา โดยสาวเอ๋นั้นก็ขอจัดเต็มแต่งเป็นแม่หญิงการะเกด ส่วนสามีสุดที่รักอย่างหนุ่มป๋อเป็นคุณพี่เดช และบอกเลยว่าเพื่อนๆ แต่ละคนก็จัดเต็มกันมากๆ ทั้งเสื้อผ้า หน้าผม เรียกได้ว่าถอดแบบตัวละครมาเป๊ะๆ เลยทีเดียว

https://www.instagram.com/p/BhJ76zOBKFw/

สิ้นตำนาน “ไทดำรำพัน” เพลงดังสองฝั่งโขง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/310582

สิ้นตำนาน “ไทดำรำพัน” เพลงดังสองฝั่งโขง

คนในข่าว  :  24 ม.ค. 2561
ก.วิเสส, พ.อ.แพงเกี้ยว สุวัต, ร.ท.สะหนอง อุ่นวง  ผู้ประพันธ์เพลง, ร.ท.สะหนอง อุ่นวง, ม.ปาวี นครหลวงเวียงจันทน์, สปป.ลาว, ลาว, ยุคสงครามเย็น, ไทดำรำพัน

อาลัย ครูเพลง “ไทดำรำพัน” ที่สมัยหนึ่งโด่งดังแบบไม่คาดฝัน วันนี้เขาจากไปแล้ว แต่ผลงานยังคงความอมตะที่ไม่มีวันตาย!

          คนไทยในช่วงวัย 60 ปี ยังคงจดจำเหตุการณ์บ้านเมืองในยุคสงครามเย็นได้เป็นอย่างดี เพราะรัฐบาลไทยส่งทหารอาสาสมัครไปสู้รบในเวียดนามใต้ เพื่อปกป้องโลกเสรีให้รอดพ้นจากภัยคุกคามของคอมมิวนิสต์ และยังส่งทหารเสือพรานข้ามโขงไปทำ “สงครามลับ” ในลาว

          ปี 2511 สถานีวิทยุกระจายเสียง ททท. ได้นำเอาเพลงลาวชื่อ “ไทดำรำพัน” มาเผยแพร่ทางคลื่นเอเอ็มส่งกระจายเสียงไปทั่วประเทศ ด้วยมีคำร้องขึ้นต้นว่า “สิบห้าปี..ที่ไทเฮาห่างแดนดินจงเอ็นดูหมู่ข้าน้อยที่พลอยพรากบ้าน” ทำให้โฆษกนักจัดการรายวิทยุบ้านเรา ได้ขยายความทำนองว่า ถ้าไม่อยากให้บ้านเมืองลุกเป็นไฟเหมือนเมืองลาว คนไทยเราก็อย่าแตกแยก แบ่งไทยเหนือไทยใต้

สิ้นตำนาน "ไทดำรำพัน" เพลงดังสองฝั่งโขง

ก.วิเสส ผู้ขับร้อง เพลงลาวไทดำรำพัน

          เพลงลาวไทดำรำพัน โด่งดังแบบไม่คาดฝัน แฟนเพลงถามไถ่กันให้ระเบ็งเซ็งแซ่ว่า อยากเห็นหน้านักร้องชื่อ “ก.วิเสส” มาร้องกันสดๆบนเวทีดนตรีลูกทุ่งสักครั้ง

          “ก.วิเสส” เป็นนักร้องสังกัดวงดนตรี “กรมราบอากาศวังเวียง” ซึ่งเป็นคณะดนตรีของกรมราบอากาศวังเวียง เมืองวังเวียง ที่มี พ.อ.แพงเกี้ยว สุวัต เป็นผู้บังคับบัญชา โดยผู้ประพันธ์เพลงไทดำรำพันคือ “หมีดำ” หรือ ร.ท.สะหนอง อุ่นวง โฆษกประจำวง

สิ้นตำนาน "ไทดำรำพัน" เพลงดังสองฝั่งโขง

ร.ท.สะหนอง อุ่นวง  ผู้ประพันธ์เพลง

          ความดังของเพลงไทดำรำพัน ทำให้ พ.อ.แพงเกี้ยว ยกวงดนตรีราบอากาศวังเวียง มาเปิดการแสดงในไทย โดย ก.วิเสส กลายเป็นนักร้องยอดนิยมแถวหน้า พ.ศ.โน้น จนได้รับการชักชวนให้ไปแสดงหนังไทยหลายเรื่อง

          บริษัทหนังไทยรายหนึ่ง ได้เกาะกระแสเพลงลาวร้อนแรง สร้างหนังเรื่อง “ไทดำรำพัน” และนำเอา ก.วิเสส ไปร่วมแสดงด้วย

สิ้นตำนาน "ไทดำรำพัน" เพลงดังสองฝั่งโขง

          สำหรับ ร.ท.สะหนอง เป็นชาวเมืองโพนทอง แขวงจำปาสัก เมื่อเรียนจบชั้นประถมที่เมืองปากเซ ก็ย้ายเข้ามาเรียนต่อชั้นมัธยมที่ ม.ปาวี นครหลวงเวียงจันทน์ เด็กๆชอบอ่านวรรณคดีไทย โดยเฉพาะกลอนสุนทรภู่

          “หมีดำ” เป็นชื่อเล่น พ่อแม่คงเห็นว่าตัวดำเหมือนหมี เลยตั้งชื่อให้ว่าหมีดำ (เมื่อโตขึ้นเป็นนักแต่งเพลง จึงใช้เป็นนามแฝงในการเขียนเพลง)

          เมื่อ ร.ท.สะหนอง เรียนจบชั้นประถมที่เมืองปากเซ ก็ย้ายเข้ามาเรียนต่อชั้นมัธยมที่ ม.ปาวี นครหลวงเวียงจันทน์

          ครั้นเรียนจบแล้วเขาไปทำงานกับบริษัทแอร์ลาว ซึ่งเป็นสายการบินที่องค์การซีไอเอ จัดตั้งขึ้นมาเป็นหน่วยส่งกำลังบำรุงในการดำเนินสงครามลับบนดินแดนลาว หลังจากนั้นเขาก็สมัครเป็นทหาร จึงรู้จักกับ พ.อ.แพงเกี้ยว ผู้บัญชาการกรมราบอากาศวังเวียง และชักชวนกันมาตั้งวงดนตรี

สิ้นตำนาน "ไทดำรำพัน" เพลงดังสองฝั่งโขง

          เบื้องหลังเพลงไทดำรำพัน เกิดจาก ร.ท.สะหนองไปเที่ยวหมู่บ้านชาวไทดำ และเกิดหลงรักสาวไทดำ จึงเก็บเอาความรู้สึกดีๆ นั้นไว้ และแต่งเป็นเพลงไทดำรำพัน โดยใช้ทำนองพื้นถิ่นไทดำและขับทุ้มหลวงพระบาง ผสมผสานกัน

          นอกจากเพลงไทดำรำพัน ร.ท.สะหนอง ยังแต่งเพลงให้ ก.วิเสส ร้องจนโด่งดังอีกหลายเพลง อาทิซังคนหลายใจ, นี้หรือรักจริง และ บ้านแม้ว

          หลังการเปลี่ยนแปลงในลาว ร.ท.สนอง จึงพาครอบครัวมาปักหลักอยู่ที่ อ.ศรีเชียงใหม่ ระยะหนึ่ง ก่อนจะเดินทางไปใช้ชีวิตอยู่ที่ถิ่นลุงแซม ในฐานะอดีตทหารราชอาณาจักรลาวครอบครัวของ “อุ่นวง” ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจากรัฐบาลสหรัฐ

          ปี 2532 สปป.ลาว เปิดประเทศ พร้อมเปิดโอกาสให้นำเอาเพลงลาวสมัยราชอาณาจักรหรือ “ระบอบเก่า” มาบันทึกเสียงใหม่ได้ ก็มีข่าวว่าทางกระทรวงแถลงข่าวฯ สั่งห้ามนำเพลงไทดำรำพันมาร้องใหม่ เพราะเป็นเพลงปฏิกิริยา แต่เมื่อสอบถามกันไป ก็ไม่มีใครทราบเหตุผลแท้จริงปัจจุบัน ไม่มีใครสั่งห้ามแล้ว นักร้องลาวรุ่นหลังได้นำผลงานเพลงของ ร.ท.สะหนอง อุ่นวง มาขับขานกันหลายเวอร์ชั่น

สิ้นตำนาน "ไทดำรำพัน" เพลงดังสองฝั่งโขง

          เมื่อวันที่ 18 ม.ค.2561 ร.ท.สะหนอง ได้เสียชีวิตด้วยโรคชราในวัย 79 ปี ที่บ้านพักในเมืองโอกลาโฮมา ซิตี้ มลรัฐโอกลาโฮมา สหรัฐฯ และมีพิธิฌาปนกิจศพในวันที่ 25 ม.ค.นี้

          เพลงไทดำรำพันคือ บันทึกทางประวัติศาสตร์การเมืองและวัฒนธรรม ยุคสงครามเย็น ขอไว้อาลัยครั้งสุดท้ายแด่..เจ้าของตำนานเพลงดังสองฝั่งโขง

ปิดฉากวีรบุรุษ “ชาติชาย เชี่ยวน้อย” แชมป์โลก..หมัดภูผาหิน!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/310258

ปิดฉากวีรบุรุษ “ชาติชาย เชี่ยวน้อย” แชมป์โลก..หมัดภูผาหิน!

คนในข่าว  :  22 ม.ค. 2561
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9, ค่าย แหลมฟ้าผ่า, เจ้าของค่าย แหลมฟ้าผ่า, ม.ล.สุทัศน์ สุประดิษฐ์, นริศ เชี่ยวน้อย, โผน กิ่งเพชร, ชาติชาย เชี่ยวน้อย

คนไทยก็ได้รู้จักนักมวยรูปร่างเล็ก แต่มีจิตใจที่กล้าหาญ ไม่กลัวใคร ผู้ได้รับฉายาจาก แน็ต แฟลชเชอร์ บรรณาธิการนิตยสารเดอะริง ว่า “มาร์เซียโน่น้อยแห่งเอเชีย”

           50 ปีที่แล้ว “ชาติชาย เชี่ยวน้อย” คือวีรบุรุษนักชกของคนไทยทั้งชาติ และวันนี้ อดีตแชมป์โลกคนที่ 2 ของไทย เสียชีวิตแล้วในวัย 76 ปีด้วยอาการปอดติดเชื้อหลังจากอาการป่วยทรุดหนัก เมื่อช่วงค่ำวันอาทิตย์ที่ 21 ม.ค.2561

           เมื่อสิ้น “โผน กิ่งเพชร” แชมป์โลกคนแรก คนไทยก็ได้รู้จักนักมวยรูปร่างเล็ก แต่มีจิตใจที่กล้าหาญ ไม่กลัวใคร เป็นมวยในสไตล์ไฟเตอร์ เดินหน้าไม่มีหยุด จนได้รับฉายาจาก แน็ต แฟลชเชอร์ บรรณาธิการนิตยสารเดอะริง ว่า “มาร์เซียโน่น้อยแห่งเอเชีย” (สมัยนั้น ร็อคกี้ มาร์เซียโน่แชมป์โลกรุ่นเฮฟวี่เวท ชาวอเมริกันกำลังโด่งดัง)

           หลังแขวนนวม ชาติชาย และ สิรินทร ภรรยามีชีวิตความเป็นอยู่สุขสบายตามอัตภาพ ทั้งคู่มีลูกและหลานด้วยกันหลายคน มีฐานะมั่นคงจากหยาดเหยื่อแรงกายบนสังเวียนนักชก มีที่ดินหลายไร่และบ้านหลายหลัง ชาติชายได้ล้มป่วยไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้จากโรคพาร์กินสัน ซึ่งเป็นผลมาจากการชกมวย โดยป่วยมานานก่อนจะทรุดหนักลงตั้งแต่ปลายปี 2555

           “ชาติชาย” มีชื่อจริงว่า นริศ เชี่ยวน้อย เกิดเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2485 ที่ย่านหัวลำโพง ฐานะครอบครัวของชาติชายนับว่ายากจน หลังจบ ป.4 จากโรงเรียนวัดเครือวัลย์แล้ว ชาติชายต้องออกมาช่วยพ่อแม่ทำมาหากิน และฝึกซ้อมมวยสากลสมัครเล่น โดยขึ้นชกมวยครั้งแรกเมื่ออายุได้ 14 ปี สังกัดค่ายมวย “ลูกวังเดิม” หลังวัดใหม่พิเรนทร์ บางกอกใหญ่

           จากนั้นได้ย้ายค่ายมาอยู่กับ ม.ล.สุทัศน์ สุประดิษฐ์ เจ้าของค่าย “แหลมฟ้าผ่า” จึงได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น “ชาติชาย แหลมฟ้าผ่า” ก่อนจะเปลี่ยนเป็น “ชาติชาย เชี่ยวน้อย” ตามนามสกุลตัวเอง

           เมื่อเก็บประสบการณ์สะสมฝีมือในเส้นทางมวยสากลอาชีะ ปี 2505 ชาติชาย ก็ได้แชมป์แรกในชีวิต ด้วยการชกชนะคะแนน ฟรีโม ฟามีโร นักมวยฟิลิปปินส์ ถึงกรุงมะนิลา โดยได้เงินรางวัลกว่า 4 แสนบาท

           เส้นทางของแชมป์โลกเริ่มสดใส กระทั่งได้ขึ้นชิงแชมเปียนโลกรุ่นฟลายเวตของ WBC กับ วอลเตอร์ แม็กโกแวน นักชกสหราชอาณาจักร สามารถเอาชนะทีเคโอไปได้ในยกที่ 9 เมื่อ 30 ธ.ค.2509 ที่อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก

           โดยการชกครั้งนี้ “ชาติชาย” ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 โปรดเกล้าฯให้เข้าเฝ้าฯก่อนขึ้นชก ชิงแชมป์โลก และในวันชกจริง ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธาน และทอดพระเนตรการชกด้วย

           ตลอดระยะเวลา 18 ปี บนถนนสายนักชก ชาติชายได้ขึ้นชกรวม 80 ครั้ง ชนะ 61 ครั้ง (น็อกเอาท์ 38 ครั้ง คะแนน 23 ครั้ง) แพ้ 19 ครั้ง (คะแนน 13 ครั้ง น็อกเอาท์ 3 ครั้ง) และเสมอ 3 ครั้ง

           ชาติชายชกครั้งแรกในกีฬามวยสากลสมัครเล่น เมื่อ 2 ต.ค.2500 และประเดิมสังเวียนอาชีพครั้งแรกที่สนามมวยลุมพินี เมื่อ 27 มี.ค.2501

           นักชกพันธุ์แกร่งอย่างชาติชาย ตั้งแต่ได้แชมป์โลก ก็ป้องกันแชมป์หลายหน เมื่อเสียแชมป์ก็ชิงแชมป์กลับมาได้อีก และเดินทางไปป้องกันแชมป์อีกหลายหน ก่อนจะแขวนนวม หลังจากชาติชายแพ้น็อค ยก 6 ให้แก่ ซูซูมุ ฮานากาต้า ที่ บุงก้ายิมโยโกฮามา จ.คันนากาวา ซึ่งจริงๆแล้ว ชาติชายถูกปลดจากตำแหน่งก่อนหน้านี้ เพราะชั่งน้ำหนักไม่ผ่าน

           ที่ต้องบันทึกไว้เป็นเกียรติยศแห่งครอบครัว “เชี่ยวน้อย” คือ ชาติชาย เชี่ยวน้อย เป็นแชมป์โลกที่ได้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท ในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยมีโอกาสชกต่อหน้าพระที่นั่ง และเป็นนักชกที่พระองค์ทรงโปรดมากที่สุด เคยมีรับสั่งให้เข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์หลายครั้ง

ราชันฟองสบู่ “กำพล เดอะลอร์ด” บนเส้นทางธุรกิจโรงนวด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/310146

ราชันฟองสบู่ “กำพล เดอะลอร์ด” บนเส้นทางธุรกิจโรงนวด

คนในข่าว  :  21 ม.ค. 2561
ราชันฟองสบู่, 21ม.ค.2561, คนในข่าว,  กำพล, วิค

รู้จัก กำพล เดอะลอร์ด ในวันก่อน วิคตอเรียซีเคร็ท จะถูกเผยความลับ!

 

20 ปีที่แล้ว คนในยุทธจักรจะเรียกเขาว่า “เสี่ยโนอาร์” หรือ “กำพล โนอาร์” เพราะเป็นผู้บริหารโรงนวดยุคใหม่ชื่อโนอาร์ ทางฝั่งพระราม 9

สำหรับแวดวงพระเครื่อง ช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา เซียนพระก็เรียกขานเขาว่า “กำพล เดอะลอร์ด”และมาถึงนาทีนี้ คนทั้งประเทศรู้จักชื่อ “กำพล วิระเทพสุภรณ์” เป็นอย่างดี

เมื่อศาลได้อนุมัติหมายจับ กำพล วิระเทพสุภรณ์ และภรรยา-นิภา วิระเทพสุภรณ์ ในข้อหาค้ามนุษย์ อันเนื่องมาจากการบุกตรวจค้นอาบอบนวดวิคตอเรียซีเคร็ท และเจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้พบเด็กสาวต่างชาติอยู่ในสถานนี้ด้วย

จริงๆแล้ว ในวันนี้ “เสี่ยกำพล” เป็นประธานกลุ่มเดอะลอร์ดกรุ๊ป ที่มีอัครสถานบันเทิงครบวงจร ประกอบด้วยลองบีช, โคปาคาบานา, วิคตอเรียซีเคร็ท และเดอะลอร์ดเอ็นเทอร์เทนเม็นท์

เดอะลอร์ดฯ เป็นสถานบริการระดับห้าดาว สำหรับลูกค้าไฮเอนด์ ทั้งไทยและเทศ ไม่ต่างจากโพไซดอนของตระกูล “เสี่ยเม้ง” ที่อยู่บนถนนรัชดาฯ เหมือนกัน

กว่า 40 ปีแล้ว ชีวิต “เสี่ยกำพล” โลดแล่นอยู่ในยุทธจักรโรงนวด ตั้งแต่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ จนมาถึงถนนรัชดา-พระราม 9 โดยเขาทำงานอยู่ที่อาบอบนวดอะตามิ ดาวเด่นบนถนนเพชรบุรีฯ และเป็นสถานบริการรุ่นเดียวกับวิลันดา, นิวยอร์ค, สายฝน, คริสติน่า, แนนซี่, บีวา โซเฟีย, เมรี และฮูหยิน

ยุคทองอาบอบนวด ถ.เพชรบุรีฯ “กำพล” ไม่ใช่เสี่ยใหญ่เจ้าของสถานบริการ ต่างจาก “เสี่ยศูภชัย” , “เสี่ยเกียรติ” และ “เสี่ยเม้ง” ที่ครอบครองอาบอบนวดอยู่รายละ 3-4 อ่าง

ปี 2530 บนถนนรัชดาภิเษก ได้มีธุรกิจอาบอบนวดรูปแบบใหม่ ดูทันสมัย มีคลาสเรียกว่าเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ และ“วิคทอเรีย ซีเคร็ท” เป็นต้นแบบของเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ที่สนองตอบกับชนชั้นกลางรุ่นใหม่

ผู้บุกเบิกอาบอบนวดยุคเอนเตอร์เทนฯ คือ Davis ที่มีกิจการอาบอบนวด 6 แห่ง ในเครือเดวิสกรุ๊ป ซึ่งเวลานั้น “ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์” ยังหลบอยู่ในเงามืด ไม่ยอมปรากฏกายต่อสาธารณชนเหมือนปัจจุบัน

ความสำเร็จของเดวิสกรุ๊ป จึงทำให้กลุ่มโรงนวดห้องแถวอพยพจากถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ข้ามคลองแสนแสบมายังถนนรัชดาภิเษกและถนนพระราม 9

เจ้าพ่อโรงนวดห้องแถวยุคแรกๆ หลายคนเลิกรา และหันไปทำธุรกิจอื่น เหลือแต่ “เสี่ยเม้ง” ที่ยังยืนยงอยู่ในเส้นทางสายนี้ บวกกับได้ซื้อที่ดินย่านถนนพระราม 9 และรัชดาฯไว้จำนวนมาก เสี่ยเม้งจึงตัดสินใจสร้างเอนเตอร์เมนท์คอมเพล็กซ์ชื่อ “โพไซดอน” โดยเปิดบริการแก่ลูกค้าระดับบน เมื่อปี 2540 (เสี่ยเม้ง เสียชีวิตไปแล้ว เมื่อปลายปี 2560)

ปลายปี 2540 กลุ่มอะตามิ ก็เคลื่อนทุนมาเปิดอาบอบอวดแบบใหม่ในชื่อ “โนอาร์” ย่านพระราม 9 เพื่อบริการลูกค้าชาวไทย เนื่องจากอะตามิ(เก่า) จับตลาดลูกค้าต่างประเทศ

นิตยสารเนชั่นสุดสัปดาห์ (ฉบับวันที่ 16-22 เม.ย.2541) ทำสกู๊ปปกเรื่อง “ทุนฟองสบู่(เก่า) ยึดรัชดา-พระราม 9” ก็ได้ไปสัมภาษณ์ “กำพล วิระเทพสุภรณ์” ในฐานะผู้บริหารโนอาร์ ซึ่งตอนนั้น มีการซื้อสื่อโฆษณาอาบอบนวดครึกโครม

ดูเหมือนว่า อาบอบนวด พ.ศ.โน้นจะโตสวนกระแสเศรษฐกิจตกต่ำหรือเศรษฐกิจฟองสบู่แตก อันเป็นผลมาจากการลอยตัวค่าเงินบาท และภาพจริงมันเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการธุรกิจคาดไม่ถึง เพราะมีการลงทุนก่อสร้างมาแต่ช่วงเศรษฐกิจบูม

“ฝั่งเพชรบุรีตัดใหม่ที่เคยรุ่งเรือง ก็มอดดับไปเยอะ หากจะอัพเกรด ต้องไปฝั่งรัชดาฯ ซึ่งย่านนั้นจะเป็นแขกอีกระดับหนึ่ง” นี่คือเหตุผลที่ “กำพล” แจงกรณีกลุ่มอะตามิ ข้ามคลองแสนแสบมาเปิดอาบอบนวดฝั่งพระราม 9

“อาบอบนวดแห่งหนึ่ง กำไรต่อเดือน 10 กว่าล้าน…ธุรกิจนี้มีเงินก็ใช่ว่าจะทำสุ่มสี่สุ่มห้าลงทุน หากจะร่ำรวยจากกิจการนี้จริงๆ ต้องมีมือทำงาน” เป็นคำบอกเล่าเมื่อ 20 ปีที่แล้ว และคำว่า “มือทำงาน” นั้น หมายถึงคนเชียร์แขก และคนจัดหาสาวงาม

เคล็ดลับการทำอาบอบนวดให้เจริญรุ่งเรือง กำพลบอกว่า “หัวใจของการทำธุรกิจนี้อยู่ที่วันเปิด อาบอบนวดไม่ว่าที่ไหนเปิดตัวใหม่ คนจะพากันมาดูเยอะ ว่าสถานที่ดีมั้ย แต่จุดขายที่ดีที่สุดคือ พนักงานหมอนวด หลังจากนั้น กลุ่มลูกค้าที่เคยเที่ยวที่ไหน เขาก็เที่ยวที่นั่นประจำ”

การคัดสรรพนักงานหมอนวดเป็นเรื่องที่ต้องใช้มืออาชีพบริหารจัดการ แต่เมื่อ “กำพล” เป็นเจ้าอาณาจักรเดอะลอร์ด กลับไม่สามารถควบคุมดูแลให้ทั่วถึง จึงต้องมาเจอวิกฤตของชีวิตด้วยการนำเด็กสาวต่างด้าวมาเป็นพนักงานหมอนวด

อุบัติเหตุบาร์เบียร์ ทำให้ชูวิทย์ ต้องออกมาจากเงามืด และกลายเป็น “เซเลบ” ที่มีชื่อเสียงไปทั่วประเทศ วันที่ชูวิทย์ต้องไปเล่นการเมือง เขาตัดสินใจขายกิจการอาบอบนวดทั้งหมด เพื่อลบล้างภาพลักษณ์ “เจ้าพ่ออ่าง”

ปี 2547 มีข่าวกอสสิปใน นสพ.ผู้จัดการรายวัน ว่า ชูวิทย์ ขายอาบอบนวด 3 แห่งคือ ฮอนโนลูลู, โคปาคาบานา และบาร์บาร่า ราคา 380 ล้านบาท โดยผู้ซื้ออย่างเป็นทางการชื่อ กำพล วิระเทพสุภรณ์ หรือเสี่ยโนอาร์ (บ้างก็ว่าราคา 700 ล้านบาท)

เวลานั้น มีการเปิดเผยตัวละครนักการเมืองคนหนึ่งชื่อ สุชาติ ตันเจริญ ที่เกี่ยวโยงกับกำพล ในฐานะคนแปดริ้วบ้านเดียวกัน และกำพลเคยเป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายให้สุชาติ (นัยว่าอาชีพดั้งเดิมของกำพล เป็นทนายความ)

          เมื่ออาณาจักรเดวิสกรู๊ปปิดฉาก ก็ถึงยุคทองของ “เดอะลอร์ด กรุ๊ป” ภายใต้การนำของเสี่ยกำพล และเขายังแตกไลน์ธุรกิจไปสู่อสังหาริมทรัพย์ และการเป็นนักลงทุนในตลาดหุ้น

อีกฉากชีวิตหนึ่งของกำพลคือ “นักสะสมมือหนัก” ของวงการพระเครื่องประเทศไทย และเป็น 1 ใน 10 สุดยอดนักสะสมพันล้าน!!

ฉะนั้น หากส่องไปตามคอลัมน์สนามพระของหนังสือพิมพ์รายวัน และนิตยสารเกี่ยวกับพระเครื่อง ก็จะเห็นชื่อ “กำพล โนอาร์” หรือ “กำพล เดอะลอร์ด” พร้อมคำบรรยายสรรพคุณ “เจ้าสัวผู้มากด้วยบารมีดี ทั้งเงินทั้งน้ำใจ ไม่มีใครเกินท่านนี้”

การเป็นนักสะสมมือหนัก ทำให้กำพลได้รู้จักมักคุ้นกับ “ข้าราชการระดับสูง” ทั้งทหาร ตำรวจ และมหาดไทย ไม่ว่างานการกุศลของหน่วยราชการไหน ก็มักจะมีชื่อกำพล ในฐานะผู้บริจาครายใหญ่

นอกจากนี้ กำพลยังเป็นนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ มากกว่า 10 บริษัท อาทิบริษัท อควา คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AQUA ,บริษัท โรงพิมพ์ตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ EPCO, บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) หรือ BWG, บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) หรือ MK ฯลฯ

บริษัทมหาชนเหล่านี้ ก็มีนักธุรกิจชื่อดัง ,อดีตนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ และนักการเมืองถือหุ้นอยู่ ซึ่งเป็นวิถีปกติของนักลงทุน

ทางชีวิตธุรกิจอาบอบนวดของกำพลนั้นต่างจากชูวิทย์ ตรงที่ฝ่ายหลังชิงล้างมือในอ่างทองคำโดยอุบัติเหตุ กำพลเองก็เตรียมตัวจะปลดพ้นธุรกิจสีเทาๆ และผันตัวเองไปจับธุรกิจบันเทิงระดับบน แต่ไม่ทันได้พลิกเกมก็เจอแจ็คพ็อต

          ด้านหนึ่ง สถานการณ์การเมืองพิเศษอันเป็นจุดเปลี่ยนของประเทศไทย ก็เป็นอีกเหตุปัจจัยหนึ่งที่ทำให้กำพล ต้องกลายเป็นหมากตัวหนึ่งบนกระดานอำนาจ!!

อำลาอาลัย “ต้อม ขายหัวเราะ” ชื่อของเขาคือ “สุพล เมนาคม”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/310122

อำลาอาลัย “ต้อม ขายหัวเราะ” ชื่อของเขาคือ “สุพล เมนาคม”

คนในข่าว  :  21 ม.ค. 2561
ขายหัวเราะ

เมื่อเวลาของพี่ต้อม บนโลกจริงได้หมดลงแล้ว เราขอแสดงความเสียใจไปยังครอบครัว มา ณที่นี้

 

คนที่ได้ทำตามฝัน เป็นคนที่โชคดีที่สุด!

เหมือนกับ สุพล เมนาคม หรือที่เราเรียกกันว่า “ต้อม”กับชีวิตที่โลดแล่นอยู่กับลายเส้นตัวการ์ตูน ความใฝ่ฝันของวัยเด็ก เขาได้ทำมันจนช่วงวาระสุดท้ายของชีวิต เชื่อว่าเขาจะจากไปอย่างไม่ต้องห่วงอะไรอีก

สำหรับแฟนการ์ตูนของเขา อาจรู้สึกใจหาย ห่วงหาอาลัย แต่ลึกๆ ในใจ ต่างขอให้พี่ต้อมไปสู่สุคติ ไปสร้างเสียงหัวเราะให้กับแดนสวรรค์

สุพล เมนาคม เกิดเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2502 ที่กรุงเทพมหานคร จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนสุวรรณารามวิทยาคม กรุงเทพมหานคร

และแน่นอนที่เขาความชอบในตัวการ์ตูน และชอบอ่านหนังสือการ์ตูนมาตั้งแต่วัยเด็ก โดยเฉพาะ “เบบี้” และ “หนูจ๋า” มาก รวมไปถึงบรรดาตัวการ์ตูนของวอลท์ ดิสนีย์ ไม่ต่างจากเด็กทั่วไป

 

อำลาอาลัย "ต้อม ขายหัวเราะ" ชื่อของเขาคือ "สุพล เมนาคม"

ขอบคุณภาพจากเฟซบุค ขายหัวเราะ

 

แต่สุพลมีความพิเศษมากกว่านั้น คือ เขายังรักในการลงเส้นสายด้วยตัวเองอย่างเป็นชีวิตจิตใจด้วย เพราะต่อมาเมื่อเขาโตขึ้น หลังจากที่ติดตามอ่านหนังสือการ์ตูนทั้งขายหัวเราะและมหาสนุกเป็นประจำ ทำให้เขาเกิดความใฝ่ฝันที่จะเป็นนักเขียนการ์ตูนให้ได้

กระทั่งช่วงปี พ.ศ. 2522 ขณะที่สุพลทำงานฝ่ายศิลป์ให้กับบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่ง เขาได้ส่งผลงานมาเสนอสำนักพิมพ์บรรลือสาส์น 4 แผ่น โดยเป็นการ์ตูนแก๊กแบบ 2 ช่อง และได้รับการพิจารณา สุพลจึงเริ่มเขียนการ์ตูนให้แก่บรรลือสาส์นอย่างจริงจังนับแต่นั้นเป็นต้นมา

 

อำลาอาลัย "ต้อม ขายหัวเราะ" ชื่อของเขาคือ "สุพล เมนาคม"

ขอบคุณภาพจากเฟซบุค ขายหัวเราะ

ผลงานของสุพลส่วนมากเป็นการ์ตูนแก๊กที่มีตัวการ์ตูนเด่นๆ เป็นตัวเดินเรื่อง เช่น ไก่ย่างวัลลภ แมวตุ้มเม้ง ลูกหมาเจ้านุ่น คุณหมอวิทวัส แก๊งจอมป่วน เป็นต้น ซึ่งผลงานเหล่านี้มีการตีพิมพ์ในนิตยสารขายหัวเราะ มหาสนุก หนูจ๋า เบบี้ นอกจากนี้ยังมีผลงานวาดภาพปกนิตยสารมหาสนุกอย่างสม่ำเสมอ

แต่ที่โดดเด่นและเป็นที่จดจำมากที่สุดของสุพล คือ “ไก่ย่างวัลลภ” ดังนั้น ต่อมาทางบรรลือสาส์นได้มอบหมายให้วิรัตน์ ยืนยงพัฒนากิจ เป็นผู้พัฒนาตัวละครใหม่เพื่อทำเป็นแอนิเมชันเรื่อง “วิลลี่ เดอะ ชิกเก้น”

จากนั้น นำตัวละครวิลลี่ ซึ่งพัฒนามาจากไก่ย่างวัลลภ มาเขียนเป็นการ์ตูนเรื่องสั้นชื่อ “วิลลี่ เดอะชิกเก้น ฮีโร่พันธุ์กะต๊าก” ตีพิมพ์ในนิตยสารมหาสนุกเมื่อปี พ.ศ. 2551 อย่างไรก็ดี ยังไม่มีข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับแอนิเมชันชุดดังกล่าวออกมาในเวลานี้

 

อำลาอาลัย "ต้อม ขายหัวเราะ" ชื่อของเขาคือ "สุพล เมนาคม"

ขอบคุณภาพจากเฟซบุค ขายหัวเราะ

นอกจากนี้ ใครที่ติดตามขายหัวเราะ ยังติดใจกับ ตัวการ์ตูน ‘บอกอวิติ๊ด’ ซึ่งพี่ต้อมของเรานี่เองที่เป็นเจ้าของไอเดีย และลายเส้นที่นำมาเล่น โดยเฉพาะบุคลิกของ บ.ก.ที่มีเรื่องให้เล่นเยอะ แถมยังมีลูกแฝด นักเขียนก็เลยเล่นกันมาเรื่อยๆ (https://thematter.co/rave/face-43/6410)

อย่างไรก็ดี เมื่อเวลาของพี่ต้อม บนโลกจริงได้หมดลงแล้ว เราขอแสดงความเสียใจไปยังครอบครัว มา ณที่นี้

 

อำลาอาลัย "ต้อม ขายหัวเราะ" ชื่อของเขาคือ "สุพล เมนาคม"

ขอบคุณภาพจากเฟซบุค ขายหัวเราะ

 

อนึ่งทางเฟซบุคแฟนเพจ ขายหัวเราะ ได้แจ้งข่าวในช่วงบ่ายของวันนี้ หรือ 21 มกราคม 2561 ว่า

แจ้งข่าวถึงแฟนการ์ตูนทุกท่าน เช้าวันนี้ (21 ม.ค.61) “พี่ต้อม” ได้จากพวกเราไปอย่างสงบด้วยโรคประจำตัว ทีมงานทุกคนขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวพี่ต้อมด้วยครับ

ส่วนรายละเอียดของพิธีการต่างๆ ทางเราจะแจ้งให้ทราบในลำดับถัดไปครับ

///////////////////////////////////

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

วิกิพีเดีย

เวบไซต์ Thematter.com

และภาพจากเฟซบุคแฟนเพจ ขายหัวเราะ

วีรกรรมพระราชา อุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/309109

วีรกรรมพระราชา อุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง!

คนในข่าว  :  12 ม.ค. 2561
บ้านหมากแข้ง

คนไทยจักได้น้อมรำลึกถึงวีรกรรมอันหาญกล้า สมความเป็นทหาร และยังสมกับที่คนไทยโชคดีที่มีองค์ราชันย์เป็น “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร”

          ข่าวที่หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา จะมีการซ่อมทางลาดยาง สายบ้านกกกะบาก หมู่ 10 ต.โป่ง ถึงบ้านหมากแข้ง หมู่ 4 อ.ด่านซ้าย จ.เลย หลายคนรู้ดีว่า เรื่องนี้มีความหมายมากกว่านั้น

          เพราะนี่คือเส้นทางที่ไปยังพื้นที่ “อุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง” ซึ่งมีเรื่องราวและความเป็นมาที่สำคัญยิ่งทางประวัติศาสตร์ !!

 วีรกรรมพระราชา อุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง!

ขอบคุณภาพจากเฟซบุคด่านซ้ายไทเลย

          นับย้อนไปในช่วงปี 2511 ที่บ้านเมืองไทยมีการสู้รบกับ “ลัทธิคอมมิวนิสต์” หลายพื้นที่เต็มไปกลิ่นอายแห่งสงครามนานหลายปี โดยเฉพาะรอยต่อครอบคลุม อ.หล่มสัก และ หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์, อ.ด่านซ้าย และ นาแห้ว จ.เลย รวมถึง อ.นครไทย และชาติตระการ จ.พิษณุโลก

          กระทั่งวันที่ 20 พฤศจิกายน 2511 ที่เรียกกันว่า “วันเสียงปืนแตก” ที่บ้านห้วยทรายใต้ อ.นครไทย ตั้งแต่บัดนั้นมา ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ได้ปฏิบัติการอย่างรุนแรงยิ่งขึ้น ทั้งซุ่มยิง โจมตีฐานปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ และลอบยิงราษฎรได้รับบาดเจ็บล้มตายอยู่ตลอดเวลา

          และที่ “บ้านหมากแข้ง” ต.กกสะทอน อ.ด่านซ้าย จ.เลย นับว่าเป็นหมู่บ้านที่เต็มไปด้วย ผกค. แห่งหนึ่ง !

          จนกระทั่งวันที่ 5 พฤศจิกายน 2519 ในหลวงรัชกาลที่ 9 จึงมีรับสั่งให้ ร้อยเอกสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร(พระอิสริยยศในขณะนั้น) ทรงไปบัญชาการรบเองด้วยพระองค์เอง

          โดยข้อมูลจากพิพิธภัณฑ์ทหาร กองทัพภาคที่ 3 เล่าย้อนรอยถึงเหตุการณ์ในวันนั้นว่า

          พระองค์ได้เสด็จโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งไปฐานปฏิบัติการบ้านห้วยมุ่น ที่นี่ พระองค์มีรับสั่งกับ พล.ท.สมศักดิ์ ปัญจมานนท์ แม่ทัพภาคที่ 3 (ในขณะนั้น) ด้วยพระสุรเสียงอันหนักแน่นว่า…

          “จะต้องไปแก้ไขสถานการณ์ให้ดีขึ้นให้ได้”

          และแม้ว่า แม่ทัพภาคที่ 3 จะกราบบังคมทูลทัดทาน เนื่องจากสถานการณ์ขณะนั้นไม่น่าไว้วางใจ แต่พระองค์ก็ทรงยืนยันอย่างหนักแน่นว่า…

          “ชักช้าไม่ได้ ต้องไปแก้ไขให้ได้ในวันนี้ และเดี๋ยวนี้”

          จากนั้นเวลา 15.30 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง มีรับสั่งให้นักบินนำเครื่องมุ่งตรงไปยังฐานบ้านหมากแข้งทันที

          แต่ขณะที่เฮลิคอปเตอร์กำลังจะร่อนลง ยังไม่ทันที่สกี (ฐานเฮลิคอปเตอร์) จะแตะพื้น (บางแหล่งระบุว่า ฝ่ายผู้ก่อการร้ายได้ระดมยิงมาอย่างไม่ขาดสายจน ฮ.ไม่สามารถลงจอดได้)

 วีรกรรมพระราชา อุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง!

          วินาทีนั้นเอง พระองค์ทรงกระโดดลงมาทันทีจากความสูงประมาณ 12 เมตร แล้ววิ่ง “ฝ่ากระสุน” ที่ปลิวว่อนไปมาอย่างกล้าหาญ

          เมื่อทรงถึงที่มั่น พระองค์ก็ได้ทรงบัญชาการรบทันที โดยรับสั่งให้ทหารตามเสด็จ แยกย้ายกันนำทหารยิงโต้ตอบผู้ก่อการร้าย

          และยังมีคำสั่งให้ปืนใหญ่จาก “ฐานบ้านห้วยมุ่น” ยิงถล่มผู้ก่อการร้ายอีกด้วย

 วีรกรรมพระราชา อุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง!

          กระทั่งเวลา 16.00 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร จึงทรงบัญชาการให้ชุดปฏิบัติการออก “ลาดตระเวน” พิสูจน์ทราบ โดยทรงทำหน้าที่เป็นหัวหน้าชุดด้วยพระองค์เอง ทั้งๆ ที่แม่ทัพภาคที่ 3 ได้กราบบังคมทูลทัดทาน ด้วยเกรงว่าจะทรงเป็นอันตราย แต่พระองค์มีรับสั่งว่า…

          “ฉันต้องไปเพราะว่าเป็นหน้าที่ของทหาร”

 วีรกรรมพระราชา อุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง!

          ความมี “น้ำพระราชหฤทัยเด็ดเดี่ยว” ที่ทรงนำหน้าทหารบุกตะลุยไปตามเส้นทางที่เต็มไปด้วยอันตราย ท่ามกลางเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว แต่พระองค์ไม่ได้ทรงหวั่นเกรงแต่ประการใด อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ในที่สุด ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ต้องล่าถอยไปก็เป็นได้

 วีรกรรมพระราชา อุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง!

          ในที่สุด เมื่อทรงฝ่าดงระเบิดและกระสุนไปถึงหมู่บ้านหมากแข้ง ทรงไม่รอช้าเร่งเข้าฟื้นฟูขวัญกำลังใจแก่ราษฎรทันที พร้อมกับทรงขอให้ราษฎรทุกคนเชื่อมั่นว่า “ทหารจะคุ้มครองความปลอดภัยให้อย่างเต็มที่”

 วีรกรรมพระราชา อุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง!

          หลังจากนั้นได้เสด็จฯ ไปยังบริเวณที่เฮลิคอปเตอร์ถูกยิงตก ทรงตรวจสภาพเฮลิคอปเตอร์อยู่เป็นเวลานาน

          และต่อมาได้เสด็จฯ ไป “โรงเรียนบ้านหมากแข้ง” ที่เคยถูกผู้ก่อการร้ายปิดล้อมและยึดไว้ และฝ่ายรัฐยึดกลับคืนมาได้ เพื่อพระราชทานกำลังใจแก่ครูและนักเรียน

          ตลอดวันนั้นพระองค์ทรงปฏิบัติพระราชภารกิจอย่างมิทรงเห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย และยังได้พระราชทานคำแนะนำยุทธวิธีด้านต่างๆ ทั้งการลาดตระเวน พิสูจน์ทราบ วางกับระเบิด พลุสะดุด สัญญาณเตือนภัยต่างๆ ยุทธวิธีปฏิบัติการในพื้นที่ป่าเขา รวมทั้งได้ทรงกระทำเป็นตัวอย่าง

 วีรกรรมพระราชา อุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง!

ขอบคุณภาพจากเฟซบุคด่านซ้ายไทเลย

          คืนนั้นพระองค์ได้ “ประทับแรม” ที่ฐานปฏิบัติการ โดยเข้าที่บรรทมเวลา 24.00 น. ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น พระองค์บรรทมในหลุมบุคคล ซึ่งมีความลึกประมาณ 2 ฟุต หลังคามุงด้วยหญ้าคา

          และทรงมีแค่ “ผ้าปันโจ” ปูพื้น (ผ้าปูสำหรับการเดินป่า) และใช้เป้ทหารหนุนพระเศียร บรรทมในชุดเครื่องแบบสนามที่ทรงนำไปชุดเดียว โดยไม่มีเสื้อแจ๊กเกตฟิลด์ไว้ใส่กันหนาว หรือผ้าห่มแม้แต่ผืนเดียว

 วีรกรรมพระราชา อุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง!

          จนรุ่งเช้าวันที่ 6 พฤศจิกายน 2519 พระองค์เสด็จฯ ตรวจการวางกำลัง และทรงควบคุมการกู้กับระเบิดรอบฐาน และมีรับสั่งให้จัดกำลังออกพิสูจน์ทราบเส้นทาง และพื้นที่เนินเขาบริเวณหมู่บ้านอีกครั้ง

          จนเมื่อพระราชทานวิธีรักษาการป้องกันฐานปฏิบัติการ และการคุ้มครองความปลอดภัยให้แก่ราษฎรแล้ว จึงประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งไปทรงเยี่ยมทหาร ตำรวจ ที่ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ และเสด็จพระราชดำเนินกลับ

          กระทั่งได้เสด็จพระราชดำเนินมาอีกครั้งในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2519 เพื่อตรวจผลการซ่อมแซมบ้านเรือนราษฎร สร้างความปีติยินดีแก่ราษฎรเป็นอย่างยิ่ง

          และราวกับปาฏิหาริย์บังเกิด การสู้รบอันยาวนานก็สิ้นสุดลงหลังจากนั้นไม่นาน เมื่อต่อมาพรรคคอมมิวนิสต์ประกาศยอมแพ้ สงครามจึงสิ้นสุดลงในปี พ.ศ.2525

          จากวีรกรรมอันหาญกล้าครั้งนั้นของพระองค์ จึงเป็นที่มาของการจัดสร้าง “อุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง” เพื่อจดจารึกถึงความกล้าหาญของ ร้อยเอกสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในขณะนั้น

….

          อนึ่ง สำหรับเส้นทางสายบ้านกกกะบาก หมู่ 10 ต.โป่ง ที่จะดำเนินการซ่อมสร้างไปจนถึงบ้านหมากแข้ง นั้น มีระยะทางตลอดทั้งสาย 11.675 กิโลเมตร

          ก่อนหน้านี้มีการปรับปรุงจากทางลูกรังเป็นทางลาดยางแล้ว แต่เมื่อเวลาผ่านไป การชำรุดเสียหายย่อมเกิดขึ้น

 วีรกรรมพระราชา อุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง!

ขอบคุณภาพจากเฟซบุคด่านซ้ายไทเลย

          ดังนั้น หลังจากนี้เมื่อโครงการซ่อมทางลาดยางเส้นนี้แล้วเสร็จ คนไทยที่รับรู้เรื่องราวข้างต้น คงได้เดินทางไปสัมผัสกลิ่นอายแห่งประวัติศาสตร์กันมากขึ้นกว่าเดิม

          เพราะที่บ้านหมากแข้งนั้น ทางการได้พยายามรักษาสถานที่ที่พระองค์เคยเสด็จพระราชดำเนินไป ให้เหมือนเมื่อในอดีตให้มากที่สุด เช่นซุ้มที่ประทับเสวยพระกระยาหารร่วมกับนายทหาร กระท่อมที่บรรทม แม้กระทั่งซากเครื่องบินตกจริงๆ ไปจนถึงร่องรอยกระสุนที่ฝังอยู่ในเนื้อไม้ ก็อาจมีให้ชมอีกด้วย !

 วีรกรรมพระราชา อุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง!

ขอบคุณภาพจากเฟซบุคด่านซ้ายไทเลย

          และที่นี่ยังมีอาคารพิพิธภัณฑ์ มีพระสาทิสลักษณ์ร้อยเอกสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ขณะทรงบัญชาการรบที่นี่ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นภาพหาชมได้ยากยิ่ง

 วีรกรรมพระราชา อุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง!

ขอบคุณภาพจากเฟซบุคด่านซ้ายไทเลย

          แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือ คนไทยจักได้น้อมรำลึกถึงวีรกรรมอันหาญกล้า สมความเป็นทหาร และยังสมกับที่คนไทยโชคดีที่มีองค์ราชันเป็น “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร” ในวันนี้

 /////////////////////

ขอขอบคุณภาพจาก

เฟซบุคด่านซ้ายไทเลย

และ www.chaoprayanews.com