เตรียมเปิดตัว “MELAND” World-Leading Indoor Theme Park สวนสนุกสุดมหัศจรรย์แห่งแรกในไทย ณ สยามพารากอน ธันวาคมนี้

เตรียมเปิดตัว “MELAND” World-Leading Indoor Theme Park  สวนสนุกสุดมหัศจรรย์แห่งแรกในไทย ณ สยามพารากอน ธันวาคมนี้

เตรียมเปิดตัว “MELAND” World-Leading Indoor Theme Park สวนสนุกสุดมหัศจรรย์แห่งแรกในไทย ณ สยามพารากอน ธันวาคมนี้

วันจันทร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.55 น.

เตรียมต้อนรับปรากฏการณ์ใหม่ของศูนย์รวมความบันเทิงระดับโลกสำหรับครอบครัวกับการเปิดตัว “MELAND” –  World-Leading Indoor Theme Park สวนสนุกในร่มสุดล้ำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกและเป็นแฟล็กชิปโกลบอลแลนด์มาร์คนอกประเทศจีนแห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในเดือนธันวาคมนี้ ณ ชั้น 5 สยามพารากอน ใจกลางกรุงเทพฯ ด้วยเงินลงทุน 400 ล้านบาท บนพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 5,000 ตร.ม. MELAND จึงเป็น World-Class Atrractions ที่ทรงพลังที่สถานที่อื่นๆ ไม่มี 

โดย สยามพารากอน นับเป็นโกลบอลแลนด์มาร์คระดับโลกที่มีผู้คนจากทั่วโลกมาเยือนมากที่สุดแห่งหนึ่งและมีพื้นที่ที่มี attractions ที่ทรงพลังแห่งเดียวในประเทศไทยรวมกันถึง 30,500 ตร.ม.ที่พร้อมมอบประสบการณ์สุดบันเทิงครอบคลุมกลุ่มลูกค้าได้กว้างที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยมุ่งมั่นยกระดับประสบการณ์ความบันเทิงสำหรับครอบครัวสู่มาตรฐานสากล พร้อมผสานแนวคิด Edutainment ที่ผสมผสานการเรียนรู้และความสนุกไว้อย่างลงตัว ตั้งเป้าเป็นจุดหมายปลายทางด้านการเรียนรู้และความบันเทิงอันดับหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การเปิดตัวที่ทุกสายตาจับจ้องของ MELAND แบรนด์สวนสนุกในร่มระดับโลกจากประเทศจีน กำลังจะพลิกโฉมวงการความบันเทิงสำหรับครอบครัว ด้วยการนำเสนอ “พื้นที่แห่งการเล่นสนุกแห่งอนาคต” (Visionary Play Space) ที่ได้รับการออกแบบอย่างล้ำสมัยโดย X+Living สตูดิโอระดับโลกผู้สร้างสรรค์ผลงานอันโดดเด่นและคว้ารางวัลระดับนานาชาติมาแล้วมากมาย ร่วมเนรมิตจุดหมายปลายทางสุดมหัศจรรย์ให้ผู้มาเยือนได้ดื่มด่ำกับประสบการณ์แบบ Immersive Destination เต็มรูปแบบ พร้อมแล้วที่จะสร้างนิยามใหม่ให้กับแหล่งรวมความบันเทิงสำหรับครอบครัว ด้วยการมอบประสบการณ์ตวามสนุกที่เปี่ยมด้วยจินตนาการ ความรู้ และความสุขอย่างไร้ขีดจำกัดที่ สำหรับเด็กและครอบครัวทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

ในฐานะผู้บุกเบิกธุรกิจความบันเทิงสำหรับครอบครัวในประเทศจีน MELAND ได้สร้างนิยามใหม่ให้กับการเรียนรู้ผ่านการเล่น ด้วยการออกแบบพื้นที่ Edutainment แบบอินเทอร์แอคทีฟครบวงจร ที่ผสานความสนุก กีฬา การศึกษา ศิลปะ และเทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน ด้วยประสบการณ์เกือบ 30 ปี จากบริษัทแม่ และเครือข่ายกว่า 140 สาขาในกว่า 60 เมืองทั่วประเทศจีน MELAND ได้รับการยอมรับในฐานะผู้นำด้านการสร้างสรรค์โลกแห่งจินตนาการที่เปี่ยมด้วยความสุนทรีย์ในสไตล์เทพนิยาย พร้อมเครื่องเล่นและกิจกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ที่มอบประสบการณ์การเล่นอันเต็มอิ่มและเหนือระดับให้กับผู้มาเยือนทุกคน ด้วยความโดดเด่นนี้ MELAND จึงไม่เพียงแต่เป็นมาตรฐานสูงสุดของสวนสนุกในร่มในประเทศจีนเท่านั้น แต่ยังก้าวขึ้นสู่การเป็น ผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรม Edutainment ที่กำลังสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมความบันเทิงสำหรับครอบครัวทั่วโลก

“MELAND” ผู้บุกเบิกศิลปะแห่งการออกแบบระดับโลก กำหนดนิยามใหม่ของพื้นที่สวนสนุกในร่ม  (Indoor Play Spaces) 

สวนสนุกของ “MELAND” ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ คว้ารางวัลการออกแบบอันทรงเกียรติระดับโลกมากมาย อาทิ A’ Design Award, IDA Design Award และ Frame Awards ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการออกแบบที่โลกยอมรับ ด้วยการฉีกทุกกฎเกณฑ์ของสนามเด็กเล่นแบบเดิมที่ซ้ำซากจำเจ MELAND ยึดหลักการสำคัญเพียงหนึ่งเดียว — “มองโลกผ่านสายตาของเด็ก” สู่การสร้าง อาณาจักรแห่งจินตนาการไร้ขอบเขต ที่ผสานศิลปะและนวัตกรรมการออกแบบอย่างลงตัว พื้นที่โดดเด่นด้วยโทนสีร่วมสมัย สถาปัตยกรรมเชิงประติมากรรม และงานศิลปะโครงสร้างขนาดใหญ่ที่มีกลไกเคลื่อนไหวได้จริง ทุกองค์ประกอบผ่านการออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อมอบประสบการณ์ที่สมจริง น่าทึ่ง และน่าตื่นตาตื่นใจเกินจินตนาการ นวัตกรรมนี้จุดประกายความอยากรู้อยากเห็น และปลุกพลังแห่งจินตนาการของเด็ก ๆ เปลี่ยนทุกการมาเยือนให้เป็นการเดินทางเหนือจริง — เสมือนก้าวเข้าสู่หนังสือนิทานมหัศจรรย์ที่เต็มไปด้วยการค้นพบที่ไร้ขีดจำกัด 

“MELAND” เปิดประสบการณ์ความบันเทิงของครอบครัวรูปแบบใหม่ ผสานกว่า 500 นวัตกรรมสุดล้ำ สร้างมาตรฐานใหม่ให้สวนสนุกในร่มระดับโลก”

แฟล็กชิปสโตร์ระดับโลกแห่งใหม่ของ MELAND ใจกลางกรุงเทพฯ คืออาณาจักรแห่งความมหัศจรรย์บนพื้นที่กว่า 5,000 ตารางเมตร ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อตั้งมาตรฐานใหม่ให้กับโลกแห่ง Edutainment สุดล้ำสมัย ด้วยการออกแบบที่แยบยลใน 6 ธีมโซนสุดตระการตา พร้อมเครื่องเล่นกว่า 100 รายการ และประสบการณ์สุดสมจริงมากกว่า 500 รูปแบบ ที่จะพาผู้เล่นทุกคนดำดิ่งสู่จินตนาการเหนือจริง ที่นี่จึงกลายเป็นจุดหมายปลายทางแห่งความสนุกเชิงการเรียนรู้ที่ไม่เหมือนใคร เหมาะสำหรับทุกครอบครัวทั้งจากไทยและทั่วโลก เด็ก ๆ และครอบครัวจะได้สัมผัสประสบการณ์อันหลากหลาย เช่น
• ดำดิ่งสู่โลกใต้ทะเลลึกลับกับ Wandering Carousel
• โบยบินเหนือก้อนเมฆไปกับ Sparkle Sky Cruise
• พิชิต Cloudtop Jungle Gym ฐานปีนป่ายขนาดมหึมาสูงกว่า 5 ชั้น
• ต่อสู้ในสังเวียนอินเทอร์แอคทีฟแบบเสมือนอยู่ในเหตุการณ์จริง Meta-Racers
• สำรวจอาชีพกว่า 20 อาชีพ อาทิ นายแพทย์ นักดับเพลิง เชฟ เกษตรกร และอีกมากมาย ในโซนเล่นสวมบทบาท (roleplay) ในเมืองจำลอง Mini City พร้อมเรียนรู้ผ่านการเล่นที่เต็มไปด้วยจินตนาการ

ด้วยความร่วมมือสุดครั้งสำคัญกับบริษัทศิลปะดิจิทัลชื่อดังระดับโลกอย่าง district ทำให้ MELAND มาพร้อมประสบการณ์อินเทอร์แอคทีฟมีเดียระดับออริจินัลจาก Arte Kids Park by Arte Museum บนเกาะเชจู การผสมผสานที่ไร้รอยต่อระหว่างอาณาจักรทางกายภาพและดิจิทัลนี้สร้างสภาพแวดล้อมที่ชวนหลงใหลและตราตรึงใจ ที่ซึ่งการสำรวจและความอัศจรรย์อันไม่มีที่สิ้นสุดจะเกิดขึ้นให้เห็นอยู่ตรงหน้าจริงๆ 

MELAND x สยามพารากอน:  การผนึกกำลังเพื่อสร้างจุดหมายปลายทางด้านความบันเทิงระดับโลกสำหรับครอบครัว

ในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลก(Global Destination) สยามพารากอน สร้างความสำเร็จในการมอบประสบการณ์ยิ่งใหญ่เหนือความคาดหมายที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใครอย่างต่อเนื่อง ครองใจลูกค้าทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาอย่างยาวนาน การร่วมมือ กับ MELAND ในครั้งนี้ เป็นปรากฏการณ์การร่วมสร้างสรรค์ระหว่างผู้นำในวงการรีเทลโลกระดับโลกและผู้บุกเบิกนวัตกรรมสวนสนุกระดับโลกสร้างแลนด์มาร์กใหม่สำหรับครอบครัว และกำหนดมาตรฐานพรีเมียมใหม่ให้กับสวนสนุกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ซึ่งนับเป็นการทรานส์ฟอร์มครั้งสำคัญในวาระครบรอบ 20 ปีของสยามพารากอน ที่มอบประสบการณ์ความบันเทิงครบวงจรและเป็นแม่เหล็กสำคัญดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ตอกย้ำบทบาทของสยามพารากอนในฐานะ Global Landmark Destination ที่เป็นผู้นำวิสัยทัศน์ในการมอบประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่เพียบพร้อมสมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง

เตรียมสัมผัสประสบการณ์สวนสนุกมหัศจรรย์ที่ยิ่งใหญ่หรูหราตระการตาแห่งอนาคต กับการเปิดตัวแฟล็กชิปสโตร์ระดับโลกของ MELAND ในเดือนธันวาคมนี้ ณ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ทุกคนไม่ควรพลาด#meland #melandbangkok #WorldLeadingIndoorThemePark #SiamParagon #SiamParagonOnly

นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ‘QSCBC EXHIBITION’ น้อมถวายอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ‘QSCBC EXHIBITION’ น้อมถวายอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ‘QSCBC EXHIBITION’ น้อมถวายอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

วันจันทร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.51 น.

ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม ร่วมกับ สยามพารากอน ขอเชิญพสกนิกรชาวไทยร่วมลงนามถวายความอาลัยและเข้าชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “QSCBC EXHIBITION” ระหว่างวันที่ 14 -18 พฤศจิกายน 2568 ณ แฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1 สยามพารากอน

ครั้งเมื่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินเพื่อทรงงานที่จังหวัดสกลนคร โดยมีนายแพทย์กฤษณ์ จาฎามระ ตามเสด็จด้วยเมื่อปี พ.ศ. 2544 ช่วงเวลาพระราชทานอาหารมื้อค่ำ นายแพทย์กฤษณ์ จาฎามระ ได้ทูลนำเสนอแนวคิดว่า “จากการที่ข้าพเจ้าได้ทำงานด้านการรักษามะเร็งเต้านม มาอย่างต่อเนื่อง ข้าพเจ้ามองเห็นปัญหาหลายอย่าง ข้าพเจ้าจึงมีแนวคิดว่า อยากจะสร้างศูนย์มะเร็งเต้านมที่ดีที่สุดเทียบเท่ากับของต่างประเทศ” จากนั้นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จึงมีพระราชดำรัสตอบกลับทันทีว่า “แนวคิดนี้ดีนะหมอ ฉันอยากให้ศูนย์ฯ นี้ เป็นที่พึ่งของผู้หญิง” จากนั้นทรงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ เป็นจำนวนเงิน 2 ล้านบาท เพื่อเป็นเงินก้นถุงในการเริ่มโครงการและทรงหาทุนทรัพย์สมทบทุนโครงการเพิ่ม โดยจัดแฟชั่นโชว์การกุศล และทรงเป็นองค์ประธานด้วยพระองค์เอง จากนั้นท่านได้พระราชทานชื่อและตราสัญลักษณ์ของพระองค์ภายใต้ชื่อ ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม 

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน  พ.ศ. 2548 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย แสดงให้เห็นถึงน้ำพระทัยและพระอัจฉริยภาพด้านสาธารณสุขในการส่งเสริมสุขภาพผู้หญิงไทยให้ห่างไกลมะเร็งเต้านมมาโดยตลอด

ต่อมาศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม ได้ก่อตั้งมูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ ในปี พ.ศ. 2550 ซึ่งวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งมูลนิธิฯ ดังกล่าว เพื่อเป็นหนึ่งในช่องทางให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการทำงานของศูนย์สิริกิต์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม และท่านทรงรับมูลนิธิฯ ให้อยู่ภายใต้พระบรมราชินูปถัมภ์ 

ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ของการดำเนินงาน นายแพทย์กฤษณ์ จาฏามาระ ได้น้อมนำพระราชดำรัสดังกล่าวมาเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน  เพื่อให้ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม เป็นที่พึ่งของผู้หญิงอย่างแท้จริง  

นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “QSCBC EXHIBITION” จัดทำขึ้นเพื่อถวายความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  ผู้ทรงเป็น “แม่ของแผ่นดิน” ภายใต้แนวคิด “เส้นทางภารกิจเพื่อผู้หญิงไทยห่างไกลมะเร็งเต้านม” ผ่านการทำงานของศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม ซึ่งเป็นสถานบันต้นแบบของการพัฒนาองค์ความรู้และเป็นผู้นำนวัตกรรมการรักษาผู้ป่วยมะเร็งเต้านม มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพเต้านมในเชิงการป้องกัน การรักษาและการดูแล ครอบคลุมทุกมิติ เพื่อยกระดับการรักษามะเร็งเต้านมในระบบสาธารณสุขไทยให้ทัดเทียมระดับสากล 

ภายในนิทรรศการ ประกอบด้วย

1.งานวิจัยภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy Project) 

2.ความร่วมมือระหว่างประเทศในการก่อตั้งศูนย์มะเร็งเต้านม และการจัดโครงการอบรมบุคคลากรทางการแพทย์เฉพาะโรคมะเร็งเต้านมระดับสูง เพื่อพัฒนาทักษะและองค์ความรู้แบบสหวิชาชีพ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดศูนย์มะเร็งเต้านม ณ ประเทศภูฏาน 

3.โครงการสร้างความตระหนักรู้และใส่ใจสุขภาพเต้านม (Breast Cancer Awareness Campaign) 4.โครงการช่วยเหลือผู้หญิงที่ขาดโอกาสในชุมชนแออัดให้ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูกอย่างเท่าเทียม (Slum Project) 5.โครงการบ้านพิงพัก (Pink Park Village) ประกอบด้วย สถานดูแลป่วยเป็นมะเร็งเต้านมระยะสุดท้าย (Hospice Centre) บ้านพักฟื้นสำหรับผู้ป่วยที่กำลังทำการรักษา (Convalescence Centre) ศูนย์ดูแลผู้ป่วยมะเร็งเต้านม (Breast Cancer Care Centre) ศูนย์การเรียนรู้และฝึกอบรม (Learning & Training Centre) ศูนย์วิจัยและวินิจฉัยโรคมะเร็งเต้านม (Diagnostic Centre) ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อผู้หญิงไทยทุกคน          

ขอเชิญพสกนิกรชาวไทย ร่วมชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “QSCBC EXHIBITION”  ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.00 – 22.00 น.ณ แฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1 สยามพารากอน และรับพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และ Miss Pink Park สัญลักษณ์แห่งความเข้มแข็งได้ในงาน พร้อมชมการแสดงพิเศษ : การแสดงบรรเลงวงดนตรีสากล ถวายความอาลัยและเพลงพระราชนิพนธ์ 3 รอบเวลา : 11.00 – 11.45 น. / 14.00 – 14.45 น. และ 17.00 – 17.45 น. ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม เฟสบุ๊ค : ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม

เปิดตัว MIR เทศกาลวัฒนธรรมไทย-รัสเซีย ที่ภูเก็ต เวทีแรกของการประชันศิลปินรุ่นท็อปของสองชาติ

เปิดตัว MIR เทศกาลวัฒนธรรมไทย-รัสเซีย ที่ภูเก็ต เวทีแรกของการประชันศิลปินรุ่นท็อปของสองชาติ

เปิดตัว MIR เทศกาลวัฒนธรรมไทย-รัสเซีย ที่ภูเก็ต เวทีแรกของการประชันศิลปินรุ่นท็อปของสองชาติ

วันจันทร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.42 น.

ภูเก็ตเตรียมพร้อมเป็นเจ้าภาพงาน Russian–Thai Investment Forum (RTIF) เวทีความร่วมมือด้านเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดระหว่างรัสเซียกับไทย ที่จะจัดขึ้น ณ Pullman Phuket Karon Beach Resort ระหว่างวันที่ 26–28 พฤศจิกายนนี้ โดยสภาธุรกิจรัสเซีย–ไทย เพื่อมุ่งสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ทั้งการพัฒนาโครงการร่วมลงทุน การสร้างพันธมิตรทางธุรกิจระยะยาว และเปิดประตูสู่ศักยภาพการลงทุนมูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นอกจากเวทีเสวนาด้านเศรษฐกิจและการค้าแล้ว ไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้คือ MIR Thai–Russian Cultural Festival เทศกาลวัฒนธรรมและความบัน เทิงซึ่งจะะจัดขึ้นในวันที่ 28 พฤศจิกายน ที่อันดามันดา สวนน้ำขนาดยักษ์ของภูเก็ต เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีของ Russian Radio ของรัสเซีย และเป็นกิจกรรมส่งท้ายของเวทีเสวนาอันเป็นความร่วมมือจากการค้าสู่วัฒนธรรมได้อย่างลงตัว

ศิลปินชื่อดังของรัสเซียจากเวทีคอนเสิร์ต Golden Gramophone Award เช่น JONY, Irakli, และ Alexandra Vorobyova จะบินตรงมาร่วมสร้างความบันเทิงกับศิลปินระดับแนวหน้าของไทย ได้แก่ Bowkylion, Getsunova, Kae Wanthakan, Wizzle, Rocketman และ The Mousses

นอกจากจะสนุกกับเสียงเพลงกันอย่างเต็มที่แล้ว ในงานยังมีอาหารที่คัดสรรและพื้นที่สร้างสรรค์ของทั้งสองประเทศเพื่อเชื่อมโยงความสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอันเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ดูข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับกิจกรรมนี้ได้ที่ mir-fest.com

สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ แถลงข่าวการร่วมออกร้านในงานกาชาด ประจำปี 2568 ภายใต้แนวคิด ‘ร้อยดวงใจปวงประชา น้อมสำนึกพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย’

สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ แถลงข่าวการร่วมออกร้านในงานกาชาด ประจำปี 2568 ภายใต้แนวคิด 'ร้อยดวงใจปวงประชา น้อมสำนึกพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย'

สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ แถลงข่าวการร่วมออกร้านในงานกาชาด ประจำปี 2568 ภายใต้แนวคิด ‘ร้อยดวงใจปวงประชา น้อมสำนึกพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย’

วันจันทร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.10 น.

วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.00 น. ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี ประธานสมาคมสตรีแห่งชาติฯ เป็นประธานเปิดการแถลงข่าว “สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ ร่วมออกร้านงานกาชาด ประจำปี 2568” โดยร่วมกับองค์กรสมาชิกทั่วประเทศ และภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรมเพื่อการายได้โดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย ระหว่างวันที่ 11 – 21 ธันวาคม 2568 ณ สวนลุมพีนี โซน 6 (ประตู 1 ถนนวิทยุ) เวลา 11.00 – 22.00 โดยมี เบญจมาศ รุจิรวงศ์, อินทิรา สวัสดิ์พาณิชย์, วิภาศิริ มะกรสาร, เพ็ญพักตร์ ศรีทอง ประธานสมาคมแม่ดีเด่นฯ และพรเสก กาญจนจารี ร่วมงาน ณ สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ อาคารบ้านพระกรุณาวาสน์ ถนนสุโขทัย เขตดุสิต กทม.


กิจกรรมภายในร้านแบ่งออกเป็น 3 โซนหลัก ดังนี้
โซนที่ 1 : การจำหน่ายสลากบำรุงสภากาชาดไทย
โซนที่ 2 : นวดแผนไทยเพื่อสุขภาพ
โซนที่ 3 : ร้าน “ร้านสภาสตรีแห่งชาติฯ ช่วยเศรฐกิจ ช่วยชาติ”

ปรากฏการณ์ ‘เขยไทยฟีเวอร์’ ดัน ‘สุภาพโอสถ’ เนื้อหอม! ยอดขายออนไลน์พุ่ง

ปรากฏการณ์ ‘เขยไทยฟีเวอร์’ ดัน 'สุภาพโอสถ’ เนื้อหอม! ยอดขายออนไลน์พุ่ง

ปรากฏการณ์ ‘เขยไทยฟีเวอร์’ ดัน ‘สุภาพโอสถ’ เนื้อหอม! ยอดขายออนไลน์พุ่ง

วันจันทร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.09 น.

จากปรากฏการณ์ที่ “เขยไทย” ซุปเปอร์สตาร์ระดับโลกอย่าง “แจ็คสัน หวัง” สร้างกระแสเหมาหยิบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากแบรนด์ สุภาพโอสถ จนเป็นไวรัลไปทั่วโซเชียลเมื่อไม่นานมานี้ ส่งผลให้แบรนด์สุขภาพสัญชาติไทยรายนี้กลายเป็นที่จับตาและถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง ทั้งในประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน

หลังจากภาพและเรื่องราวของ “เขยไทย” เลือกหยิบสินค้าของสุภาพโอสถด้วยตัวเองถูกเผยแพร่ออกไป ปรากฏการณ์ “สินค้าขาดตลาด” ก็เกิดขึ้นทันที โดยเฉพาะสินค้าที่ ได้เลือกเอากลับไปจีน

ทำให้ยอดขายในช่องทางออนไลน์และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ลูกค้าจำนวนมากต่างต้องการตามรอย “เขยไทย” ทำให้บริษัทต้องเร่งกำลังการผลิตและจัดส่งสินค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการที่ทะลักเข้ามา

ปรากฏการณ์ “เขยไทยเหมาสินค้า” เป็นการตอกย้ำถึง คุณภาพและความน่าเชื่อถือ ของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร “Made in Thailand” ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ซึ่งช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสินค้าไทยในสายตาผู้บริโภคชาวต่างชาติ

ขณะนี้ สุภาพโอสถกำลังเร่งวางแผนการตลาดและการผลิต เพื่อรองรับอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั้งสองตลาด และยังคงส่งผลบวกอย่างต่อเนื่องให้กับแบรนด์

-(016)

‘อัครา’ ลงพื้นที่นราธิวาส มุ่งส่งเสริมอาชีพกลุ่มแม่บ้านมุสลิม สร้างรายได้ให้กลุ่มเปราะบาง

'อัครา' ลงพื้นที่นราธิวาส มุ่งส่งเสริมอาชีพกลุ่มแม่บ้านมุสลิม สร้างรายได้ให้กลุ่มเปราะบาง

‘อัครา’ ลงพื้นที่นราธิวาส มุ่งส่งเสริมอาชีพกลุ่มแม่บ้านมุสลิม สร้างรายได้ให้กลุ่มเปราะบาง

วันจันทร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.04 น.

นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) นำคณะผู้บริหารกระทรวง พม. และหน่วยงานทีม พม.ใกล้คุณ ลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ณ สถานสงเคราะห์เด็กชายนราธิวาส อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส เพื่อเปิดโครงการบูรณาการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ สู่คุณภาพชีวิตที่ดีของกลุ่มเปราะบาง และพบปะเยี่ยมให้กำลังใจกลุ่มเปราะบาง พร้อมมอบสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และติดตามการขับเคลื่อนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนกลุ่มเป้าหมายตามนโยบาย “พม.ใกล้คุณ” ลดรายจ่าย สร้างรายได้ รีสตาร์ทชีวิต โดยมี นายกฤษณนันท์ กำไร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ให้การต้อนรับ

นายอัครา กล่าวว่า วันนี้เป็นการลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาสครั้งแรก ภายหลังได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และได้มาเปิดโครงการบูรณาการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ สู่คุณภาพชีวิตที่ดีของกลุ่มเปราะบาง ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ รีสตาร์ทชีวิต ซึ่งการลดรายจ่ายคือเราต้องส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางมีอาชีพ ช่วยลดรายจ่าย และสร้างรายได้ให้ครัวเรือน ซึ่งวันนี้เราจะทำงานแบบบูรณาการทุกช่วงวัย และการได้เจอกลุ่มแม่บ้านมุสลิมในวันนี้ ทำให้นึกถึงเรื่องของการอบรมส่งเสริมอาชีพ โดยตนเคยไปที่ประเทศฟิลิปปินส์ ที่นั่นเขาให้ความสำคัญกับกลุ่มแม่บ้านและมีอัตลักษณ์ในการผลิตสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์ของพื้นถิ่น และจำหน่ายส่งขายไปทั่วโลก จึงอยากนำแนวคิดดังกล่าวกลับมาสะท้อนให้พี่น้องแม่บ้านมุสลิมที่จังหวัดนราธิวาสให้เกิดประโยชน์ ตามพระราชกรณียกิจที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ท่านได้สร้างไว้ในเรื่องการส่งเสริมอาชีพ

นายอัครา กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมาตนเคยเป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนนราสิกขาลัย ที่จังหวัดนราธิวาส และเมื่อมาเป็นรัฐมนตรี จึงอยากจะตอบแทนคุณแผ่นดิน โดยเฉพาะกลุ่มแม่บ้านมุสลิมและเยาวชนที่อยู่ในสถานสงเคราะห์แห่งนี้  เราจะกลับมาส่งเสริมการทำงานแบบบูรณาการร่วมกัน โดยยึด ความร่วมมือ (MOU) การบูรณาการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทุกช่วงวัยทั่วไทย ระหว่าง 4 กระทรวง ได้แก่ กระทรวง พม. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับ 3 สมาคมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เมื่อเดือนก่อน โดยการให้ท้องถิ่นสะท้อนปัญหาขึ้นมายังส่วนกลาง และกระทรวง พม. กับ 3 กระทรวง จะนำปัญหาดังกล่าวไปตกผลึกในการยกร่างกับแผนการพัฒนาคน โดยเฉพาะเรื่องการส่งเสริมอาชีพ ตามนโยบาย พม.ใกล้คุณ คือการลดรายจ่าย สร้างรายได้ รีสตาร์ทชีวิต

นายอัครา กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ ตนได้พบประธานเครือข่ายคนพิการจังหวัดนราธิวาส และได้รับฟังปัญหาซึ่งพวกเขาอยากให้กระทรวง พม. ช่วยส่งเสริมในเรื่องอาชีพและการเข้าถึงแหล่งตลาด ซึ่งคนพิการหลายคนมีทักษะในการสร้างผลิตภัณฑ์ แต่ยังเข้าไม่ถึงแหล่งตลาด ทั้งนี้ เราจะมีการอบรมฝึกทักษะการสร้างร้านค้าออนไลน์ ให้แก่คนรุ่นใหม่ในสถานสงเคราะห์แห่งนี้ เพื่อให้เขาสามารถสร้างร้านค้าในแพลตฟอร์มของตนเองได้ โดยเฉพาะปัจจุบันคนรุ่นใหม่นิยมเล่น TikTok ดังนั้นเราต้องเสริมศักยภาพให้เขาใช้โซเชียลให้เป็นประโยชน์ต่อไป

เปิดวอร์รูม ระดมสมองหารือแก้ปัญหาหนี้ SME ไทย

เปิดวอร์รูม ระดมสมองหารือแก้ปัญหาหนี้ SME ไทย

เปิดวอร์รูม ระดมสมองหารือแก้ปัญหาหนี้ SME ไทย

วันจันทร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.01 น.

เมื่อเร็วๆนี้ นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หัวหน้าพรรคปวงชนไทย พร้อมด้วย นายปราณ สยามวาลา นายคมสรรค์ วิจิตรวิกรม ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจพรรคปวงชนไทย และนายกัมปนาท จิราภรรคกุล เจ้าของช่องติ๊กต๊อก JustGolff ได้เข้าร่วมหารือในการแก้ไขปัญหาหนี้ของ SME ไทย ณ ที่ทำการพรรค ปวงชนไทย

โดยได้ข้อสรุปอย่างเป็นรูปธรรม คือ แนวทางการแปรหนี้เป็นทุน โดยเสนอเป็นหุ้นบุริมสิทธิ (Preferred Stock) ที่มีลักษณะลูกผสมระหว่างหุ้นสามัญและหุ้นกู้ โดยผู้ถือหุ้นจะได้รับเงินปันผลในอัตราคงที่ เพื่อช่วยพยุงให้กิจการยังเดินต่อได้ โดยจะหารือต่อเนื่องเพื่อให้ได้เป็นนโยบายที่แก้ปัญหาได้จริง เพื่อให้ SME ไทยสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน

-(016)

ซีพีและบริษัทในเครือ ร่วมอัญเชิญไฟพระฤกษ์ซีเกมส์ – อาเซียนพาราเกมส์ 2025

ซีพีและบริษัทในเครือ ร่วมอัญเชิญไฟพระฤกษ์ซีเกมส์ – อาเซียนพาราเกมส์ 2025

ซีพีและบริษัทในเครือ ร่วมอัญเชิญไฟพระฤกษ์ซีเกมส์ – อาเซียนพาราเกมส์ 2025

วันจันทร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.46 น.

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) และบริษัทในเครือ ร่วมแสดงพลังครั้งสำคัญในพิธี “อัญเชิญไฟพระฤกษ์” มหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 โดยส่งตัวแทนจากเครือฯและบริษัทในเครือ ร่วมวิ่งอัญเชิญไฟพระฤกษ์รวม 8 จุด โดยในส่วนของบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ นำวิ่งไฟพระฤกษ์โดย “บัวขาว บัญชาเมฆ” นักชกขวัญใจคนไทย  พร้อมด้วย ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ ซึ่งได้ร่วมวิ่งในจุดที่ 4  เป็นระยะทาง 850 เมตร เริ่มจากป้ายรถเมล์หน้าบริษัท โคเวย์ พระราม 9 ถึงหน้าป้ายรถเมล์หน้าด่านเก็บเงินทางด่วน จากนั้นไฟพระฤกษ์ได้ถูกส่งเข้าสู่ช่วงไม้ผลัดของผู้นำจากบริษัทต่าง ๆ ในเครือซีพี ซึ่งเข้าร่วมอัญเชิญไฟพระฤกษ์อย่างพร้อมเพรียง ได้แก่ ไม้ที่ 5 นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) ไม้ที่ 6 นายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (True)  นอกจากนี้กลุ่มธุรกิจต่าง ๆ ในเครือซีพียังได้ร่วมวิ่งอัญเชิญไฟพระฤกษ์ตลอดเส้นทาง สร้างภาพพลังองค์กรที่เข้มแข็งและหลากหลาย ได้แก่ นายวิชัย จันทร์จริยากุล กรรมการผู้จัดการ บมจ.ซีพี ออลล์ (CP ALL – 7-Eleven) นายถิรายุ ทรงเวชเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานดิจิทัล บมจ.ซีพี แอ็กซ์ตร้า นายมนต์ชัย อินทรพรอุดม ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายปฏิบัติการธุรกิจไฮเปอร์มาร์เก็ต บมจ.ซีพี แอ็กซ์ตร้า (CP AXTRA – Makro – Lotus’s) นางสาวมนสินี นาคปนันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บจก.แอสเซนด์ มันนี่ และดร. สรินทิพย์ สถิตย์เสถียร กรรมการผู้จัดการ Amaze Super App

บรรยากาศการร่วมวิ่งอัญเชิญไฟพระฤกษ์ของซีพีและบริษัทในเครือ เต็มไปด้วยเสียงเชียร์จากพนักงาน เสื้อทีมสีเดียวกัน และการรวมตัวของผู้นำจากหลายกลุ่มธุรกิจที่ก้าวเคียงกันบนเส้นทางเดียวกันอย่างภาคภูมิใจ สอดคล้องตามแนวคิด“รวมพลังคนซีพี ส่งต่อไฟแห่งแรงบันดาลใจ” เพื่อเชียร์ทัพนักกีฬาชาติไทยในมหกรรมกีฬาครั้งสำคัญนี้

ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือซีพี กล่าวว่า “ในฐานะผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ซีพีภูมิใจที่ได้ร่วมสนับสนุนทัพนักกีฬาไทย และเป็นส่วนหนึ่งของการวิ่งอัญเชิญไฟพระฤกษ์พระราชทาน ซึ่งเปรียบเสมือนแรงบันดาลใจอันทรงพลังที่ส่งต่อถึงนักกีฬาและประชาชนไทยทุกคน เราได้นำทุกธุรกิจในเครือฯ มาบูรณาการเพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมอย่างเต็มที่ ทำให้การสนับสนุนครั้งนี้ไม่เพียงช่วยให้การแข่งขันกีฬาเป็นไปอย่างราบรื่น แต่ยังสร้างแรงเชียร์และพลังใจให้ทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จและความภาคภูมิใจของประเทศอย่างแท้จริง”

ร้อยเอกสมบัติ บัญชาเมฆ หรือ “บัวขาว บัญชาเมฆ” นักมวยชื่อดังขวัญใจคนไทยทั้งประเทศ ในฐานะผู้นำวิ่งอัญเชิญไฟพระฤกษ์ในจุดของซีพี กล่าวว่า “รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นตัวแทนเครือซีพีวิ่งอัญเชิญไฟพระฤกษ์ครั้งนี้ ถือเป็นประสบการณ์ที่น่าปลาบปลื้ม ที่ได้ร่วมส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬาและประชาชน ตลอดเส้นทางวิ่งมีรอยยิ้ม ความสนุกสนาน และความอบอุ่นจากพนักงานซีพี ซีพีจิตอาสา และประชาชนที่ช่วยกันสร้างบรรยากาศให้เต็มไปด้วยความสุข”

ด้าน ดร.ฐานิสร์ ฟอลเล็ต Director of Legal & Contract Management บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ในเครือซีพี นักวิ่งคณะติดตามนักวิ่งอัญเชิญไฟพระฤกษ์ของซีพี กล่าวว่า “ตนเองรู้สึกเป็นเกียรติและยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมสำคัญระดับภูมิภาค พร้อมชื่นชมการรวมพลังของพนักงานซีพีที่ออกมาร่วมวิ่ง ถือคบเพลิง และร่วมสร้างบรรยากาศที่เปี่ยมด้วยความสุขตลอดเส้นทาง ซึ่งซีพีในฐานะผู้สนับสนุนหลักก็ได้ส่งเสริมมหกรรมกีฬาในครั้งนี้อย่างเต็ม ครอบคลุมหลากหลายด้าน ทั้งอาหาร การสื่อสาร การใช้จ่ายระบบอิเล็กทรอนิกส์ ”

ทั้งนี้ นอกจากผู้บริหารและพนักงานของเครือซีพีที่พร้อมใจกันออกมาวิ่งติดตามการอัญเชิญไฟพระฤกษ์แล้ว ยังมีนักวิ่งสมัครเล่นที่เข้าร่วมสมทบ ซึ่ง นายฐมศิลป์ ตันศรีตรัง ได้เผยความรู้สึกด้วยรอยยิ้มว่า “เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมวิ่งในขบวนอัญเชิญไฟพระฤกษ์ในงานมหกรรมซีเกมส์ 2025 ครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญ เพราะไทยของเราเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ผมเคยร่วมวิ่งซีเกมส์ที่สงขลามาแล้ว แต่ครั้งนี้ยิ่งพิเศษกว่าเดิม เพราะได้มาวิ่งที่กรุงเทพฯ และได้รับการคัดเลือกจากเครือซีพีให้เข้าร่วม จึงรู้สึกดีใจมาก โดยเฉพาะในฐานะที่เป็นลูกค้าของซีพีอยู่แล้ว เลยลองสมัครผ่านแฟนเพจ We Are CP และโชคดีที่ได้เข้าร่วมงานครั้งนี้ เหนือสิ่งอื่นใดผมอยากส่งต่อกำลังใจให้นักกีฬาไทยทุกคน ขอให้คว้าชัยและเป็นเจ้าเหรียญทองในซีเกมส์ปีนี้ให้ได้ เราทุกคนเป็นกำลังใจให้เสมอ”

นอกจากการวิ่งคบเพลิงแล้ว ภายในงาน ซีพีและกลุ่มธุรกิจในเครือฯ ยังจัดบูธกิจกรรมพิเศษเพื่อเพิ่มสีสันให้กับประชาชนผู้ร่วมงาน อาทิ บูธของ CPF, True, CP ALL (7-11), CP AXTRA (Makro & Lotus’s), Ascend Money และ Amaze Super App รวมถึงการรวมพลังของจิตอาสาซีพีที่ช่วยกันเก็บขยะ เพื่อสร้าง Green ซีเกมส์ ตามแนวทางการจัดงานอย่างยั่งยืน ณ บริเวณ อินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก

ก่อนหน้านี้ ไฟพระฤกษ์ของซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ได้รับการอัญเชิญมาเก็บรักษาไว้ ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย หลังจากเมื่อค่ำวันที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระราชวโรกาสให้คณะผู้จัดการแข่งขันนำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เข้ารับพระราชทานไฟพระฤกษ์เพื่อนำไปใช้ในพิธีเปิดการแข่งขัน ต่อมา ได้รับการอัญเชิญไปยัง 4 จังหวัด ที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร, ชลบุรี, สงขลา และนครราชสีมา ก่อนจะมีการงานวิ่งอัญเชิญไฟพระฤกษ์ในวันนี้

กิจกรรมวิ่งอัญเชิญไฟพระฤกษ์ครั้งนี้จัดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมระยะทาง 67 กิโลเมตร แบ่งเป็นเส้นทาง ราชมังคลากีฬาสถาน – อาคารนิมิบุตร ระยะทาง 37.1 กิโลเมตร และ อาคารนิมิบุตร – ราชมังคลากีฬาสถาน ระยะทาง 29.6 กิโลเมตร ร่วมกับอีก 2 จังหวัด คือ ชลบุรี และสงขลา ส่วนนครราชสีมา สำหรับกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ โดยรวมมีผู้ถือคบเพลิงอัญเชิญไฟพระฤกษ์ทั้งหมด 292 ผลัด ตลอดเส้นทางมีทั้งนักกีฬา ประชาชน และองค์กรต่าง ๆ รวมถึงเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่ร่วมกันสร้างบรรยากาศอบอุ่น สนุกสนาน และเต็มไปด้วยพลังแห่งความสามัคคี เพื่อร่วมต้อนรับมหกรรมกีฬาของคนไทยทั้งชาติอย่างสมศักดิ์ศรี

ในฐานะผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ซีพีได้ยึดมั่นในปรัชญา 3 ประโยชน์ ขององค์กร ทั้งการสร้างคุณประโยชน์ต่อประเทศ การสร้างคุณประโยชน์ต่อประชาชน และการสร้างคุณประโยชน์ต่อองค์กร พิธีวิ่งอัญเชิญไฟพระฤกษ์ถือเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนของการนำปรัชญานี้มาปฏิบัติจริง เพราะไม่เพียงเป็นสัญลักษณ์แห่งกีฬาและความสามัคคี แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจให้ประชาชนและนักกีฬาไทยร่วมส่งพลังใจและแรงเชียร์ให้ทัพนักกีฬา ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของซีพีในการส่งต่อพลังบวกและสร้างความสุขให้กับสังคมไทยเสมอมา

#ซีพีร้อยเรียงใจพาไทยคว้าชัยซีเกมส์และอาเซียนพาราเกมส์ #คนไทยหัวใจนักสู้ #ซีเกมส์ #ซีเกมส์33 #อาเซียนพาราเกมส์ #SeaGame #SEAGames2025 #AseanParaGames2025 #AseanParaGames

กทปส. จัดงาน ‘BTFP Showcase 2025’ โชว์ 8 โครงการเด่นด้านเทคโนโลยีวิจัย

กทปส. จัดงาน ‘BTFP Showcase 2025’ โชว์ 8 โครงการเด่นด้านเทคโนโลยีวิจัย

กทปส. จัดงาน ‘BTFP Showcase 2025’ โชว์ 8 โครงการเด่นด้านเทคโนโลยีวิจัย

วันจันทร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.44 น.

ถือเป็นกิจกรรมประจำของทุกปี ที่กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (Broadcasting and Telecommunications Research and Development Fund for the Public Interest-BTFP) หรือ กทปส. และงาน BTFP Showcase 2025  ปีนี้เพื่อนำผลสำเร็จและนวัตกรรม จากความคิดสร้างสรรค์ของนักวิจัย ที่ได้รับทุนสนับสนุน เผยแพร่ให้เป็นที่รู้จัก สร้างแรงบันดาลใจให้กับนักวิจัยรุ่นใหม่ๆ ก้าวสู่เวทีการวิจัยให้มากยิ่งขึ้น โดยในปีนี้ได้คัดเลือก 8 โครงการไฮไลท์ ร่วมแสดงผลงาน ณ ศูนย์การค้าสามย่าน มิตรทาวน์ ลานกิจกรรมชั้น G วันที่ 14 พฤศจิกายน ศกนี้ โดยมี ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์ สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ และประธานกรรมการบริหารกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) เป็นประธานเปิดงาน

นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ กล่าวถึงบทบาท กทปส. ว่านอกจากจัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากคลื่นความถี่ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อยกระดับและพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนแล้ว ยังต้องการส่งเสริมการพัฒนาประเทศด้วยการจัดสรรเงินทุนเพื่อสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนาที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมที่สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณชนและสังคมส่วนรวมได้

“เงินทุนที่ กทปส. ให้การสนับสนุน แบ่งเป็นประเภทที่ 1. ทุนเปิดกว้าง ประเภทที่ 2. ทุนที่คณะกรรมการบริหารกองทุนประกาศกำหนด ประเภทที่ 3. ทุนที่ กสทช.ประกาศกำหนด ประเภทที่ 4 ทุนสำหรับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ สำหรับปี 2568 มีหลายโครงการที่ได้รับทุน มีผลงานโดดเด่น  และเป็นประจำทุกปี ที่จะได้นำผลงานดังกล่าวมาร่วมแสดงในงาน BTFP Showcase เผยแพร่ผลสำเร็จของโครงการวิจัย และนวัตกรรม ให้เป็นที่รู้จัก สร้างแรงบันดาลใจให้กับนักวิจัยใหม่ๆ ให้ก้าวเข้าสู่เวทีการวิจัยมากยิ่งขึ้น และเพื่อให้โครงการต่างๆ ที่ได้รับการสนับสนุนจาก กทปส. ได้พัฒนาสามารถนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์กับประชาชนได้อย่างแท้จริง” นายไตรรัตน์ กล่าว

สำหรับไฮไลต์ของการจัดงาน BTFP Showcase 2025  นอกจากจะนำผลงานจาก 8 โครงการ มาเผยแพร่แล้ว ยังเปิดเวทีให้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ มุมมอง ในการผลิตเนื้อหารายการและการพัฒนาบุคลากรด้านการผลิตเนื้อหารายการสู่ระดับสากล ทั้งนี้ หากมีผู้สนใจที่จะขอรับการสนับสนุนจากกองทุน ภายในงานนี้มีการเปิดพื้นที่ สำหรับให้คำปรึกษาแนะนำในการยื่นขอรับทุนด้วย

สำหรับ 8 โครงการที่นำมาจัดแสดงภายในงาน BTFP Showcase 2025 ได้แก่

1. โครงการให้บริการแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์อย่างยั่งยืนเพื่อส่งเสริมการพัฒนาประเทศ หน่วยงาน: ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ

2.  โครงการระบบสารสนเทศเพื่อการเฝ้าระวังโรคและภัยสุขภาพ  หน่วยงาน: มูลนิธิกรมควบคุมโรค

3.  โครงการพัฒนาแพลตฟอร์ม Edge Computing เพื่อต่อยอดแพลตฟอร์ม NETPIE IoT  หน่วยงาน: ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ

4. โครงการพัฒนาอุปกรณ์ถอดรหัสช่องสัญญาณมาตรฐาน 5G สำหรับสื่อการสอนและการ์ดเร่งความเร็ว FEC สำหรับโครงข่าย O-RAN หน่วยงาน: สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า    เจ้าคุณทหารลาดกระบัง

5.  โครงการการออกแบบและพัฒนาเรดาร์เพื่อการตรวจจับโดรนและจำแนกโดรนจากสิ่งรบกวน หน่วยงาน: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ 

6. โครงการระบบบริหารด้านการเกษตรเพื่อวิสาหกิจชุมชน เฟส 2 หน่วยงาน: คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

7.โครงการ KidBright Net: โครงข่ายการสื่อสารเพื่อการศึกษา (ระยะที่ 2) หน่วยงาน: ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ

8.  โครงการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรด้านการผลิตบริการเสียงบรรยายภาพเพื่อการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของคนพิการ หน่วยงาน: คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ส่วนกิจกรรมเสวนา หัวข้อเรื่อง “การพัฒนาบุคลากรกับการผลิตเนื้อหารายการที่มีคุณภาพสู่ระดับสากล” ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย ดร.ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน ) หรือ CEA และ นายณัฏฐชาติ พวงสุดรัก ผู้อำนวยการส่วนนโยบายและแผน สำนักกองทุนวิจัยและพัฒนา สำนักงาน กสทช.

กิจกรรม Short Talk  มี ปราโมทย์ แสงศร, ศิวโรจณ์ คงสกุล และ อวัช รัตนปิณฑะ ร่วมวงพูดคุยถึงพลังการสร้างสรรค์ของคนเบื้องหลังกับทีมผู้กำกับภาพยนตร์คนรุ่นใหม่  สุดท้ายกับกิจกรรมการสัมภาษณ์ แชร์ประสบการณ์ และ วิสัยทัศน์เกี่ยวกับเทรนด์วงการภาพยนตร์บันเทิง โดยศิลปินชื่อดัง นน-ชานน สันติธรกุล  นอกจากนี้ ภายในงาน “BTFP Showcase 2025” ยังจัดกิจกรรมพิเศษ Interactive Game ตอบคำถามรับของที่ระลึก เป็นการเพิ่มสีสันและสร้างการมีส่วนร่วมให้กับผู้เข้าร่วมงานทุกท่าน ซึ่งงานนี้ มีนักเรียน นักศึกษา ให้ความสนใจ เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

-(016)

“กระเป๋าแห่งหัวใจ” (Heart Bag): ผลของความดีที่ส่งต่อให่ไปถึงผู้ประสบภัย

“กระเป๋าแห่งหัวใจ” (Heart Bag): ผลของความดีที่ส่งต่อให่ไปถึงผู้ประสบภัย

“กระเป๋าแห่งหัวใจ” (Heart Bag): ผลของความดีที่ส่งต่อให่ไปถึงผู้ประสบภัย

วันจันทร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.39 น.

กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับมูลนิธิส่งเสริมการลูกเสือแห่งประเทศไทย จัดกิจกรรมที่เปี่ยมด้วยคุณค่าทางจิตใจและส่งเสริมความยั่งยืนของชุมชน โดยมอบ “กระเป๋าแห่งหัวใจ” (Heart Bag) เป็นที่ระลึกแก่ผู้แสดงความจำนงบริจาคหัวใจให้สภากาชาดไทย 100 คนแรก ตามโครงการ “ดอกไม้แห่งความดี ถวายพระบรมราชชนนีพันปีหลวง”

กิจกรรมนี้ ผสานความตั้งใจในการทำความดีเข้ากับการช่วยเหลือกลุ่มผู้ผลิตสินค้าหัตถกรรมที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วม พายุใหญ่ โดยใช้พลังแห่งการให้เป็นแรงขับเคลื่อนการฟื้นฟูชีวิตและเศรษฐกิจชุมชน

นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และนายอาทร จันทวิมล ประธานมูลนิธิส่งเสริมการลูกเสือแห่งประเทศไทย แถลงถึงความหมายของ “กระเป๋าแห่งหัวใจ” ว่าไม่ใช่เป็นเพียงของที่ระลึก แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความเมตตาและการฟื้นฟู

กระเป๋าแต่ละใบผลิตด้วยมือ  (Handmade) จากวัสดุธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ไม้ไผ่ ผักตบชวา เชือกกล้วย  หวาย  ใยกัญชง  หรือ ปอ   โดยหลีกเลี่ยงการใช้พลาสติกที่ย่อยสลายยาก สะท้อนภูมิปัญญาวัฒนธรรมไทยที่กำลังได้รับความนิยมในตลาดต่างประเทศ เช่น ดิออร์  หลุยส์ วิตตอง

โครงการนี้เน้นการจัดซื้อตรงจากกลุ่มผู้ผลิตในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและฟื้นฟูความเป็นอยู่ของชาวบ้านให้กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง โดยพื้นที่ที่ได้รับการสนับสนุน ชุดแรกได้แก่:
• หมู่บ้านชีน้ำร้าย อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี
 หมู่บ้านลานแหลม ตำบลวัดละมุด อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม

กิจกรรมนี้ไม่เพียงสร้างสรรค์ของที่ระลึกที่มีความหมายสูงส่ง แต่ยังช่วยเพิ่มรายได้ในยามยากลำบาก และเป็นกำลังใจให้แก่ผู้ประสบภัย โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและคนในชุมชนที่สืบทอดงานหัตถกรรมพื้นบ้านด้วยความรักและความชำนาญ

ผู้ที่ได้รับ “กระเป๋าแห่งหัวใจ” คือผู้ที่แสดงเจตจำนงอันแน่วแน่ในการทำความดี ด้วยการให้คำมั่นว่าจะบริจาคหัวใจและอวัยวะเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม กระเป๋าใบนี้จึงเปรียบเสมือนของขวัญแห่งเกียรติยศ ไม่ต่างจากการถือกระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพง เพราะบรรจุไว้ด้วยคุณค่าของการแบ่งปันและการส่งต่อพลังชีวิตจากผู้ให้สู่ผู้รับ

“กระเป๋าแห่งหัวใจ” เป็นสัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงความเมตตาของคนไทยเข้ากับงานศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านอย่างงดงาม “หัวใจของผู้ให้” ได้ถูกส่งต่อเพื่อเยียวยา “หัวใจของชุมชน” ให้กลับมามีรอยยิ้มอีกครั้ง